Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เตือนใกล้ชิด’ลิง’ เสี่ยงเป็น’ไข้มาลาเรียโนวไซ’ ติดต่อจากลิงสู่คน

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656742

เตือนใกล้ชิด'ลิง' เสี่ยงเป็น'ไข้มาลาเรียโนวไซ' ติดต่อจากลิงสู่คน

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 12.07 น.

29 พฤษภาคม 2565 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา( สคร.12 สงขลา ) เตือนผู้ที่ทำงานใกล้ชิดลิงหรืออยู่อาศัยแนวชายป่า มีโอกาสป่วยเป็นโรคไข้มาลาเรียสายพันธุ์ “โนวไซ” Plasmodium knowlesi (Pk) ที่ติดต่อจากลิงสู่คน หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ หนาวสั่น เหงื่อออกมาก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการเข้าป่า เพื่อเจาะเลือดตรวจหาเชื้อมาลาเรีย และเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว 

ข้อมูลจากระบบมาลาเรียออนไลน์ ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยไข้มาลาเรียในปี 2565 (ข้อมูลวันที่ 1 มกราคม 2565 – 3 พฤษภาคม 2565) จำนวน 1,182 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 0.018 ต่อพันประชากร  โดยพบผู้ป่วยแยกตามชนิดของเชื้อ มากที่สุดคือ ชนิด Plasmodium vivax (Pv) จำนวน 1,044 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.32 รองลงมา คือ ชนิด Plasmodium knowlesi (Pk) จำนวน 66 ราย (ร้อยละ 5.58) และชนิด Plasmodium falciparum (Pf) จำนวน 26 ราย (ร้อยละ 2.20)     

นายแพทย์เฉลิมพล โอสถพรมมา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา กล่าวถึงสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 พบว่าในปี 2565 (ข้อมูลวันที่ 1 มกราคม 2565 – 3 พฤษภาคม 2565) มีรายงานผู้ป่วยไข้มาลาเรีย จำนวน 45 ราย โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงที่สุดคือจังหวัดยะลา มีอัตราป่วย 0.034 ต่อพันประชากร (18 ราย) รองลงมาคือ จังหวัดสตูล อัตราป่วย 0.016  ต่อพันประชากร (5 ราย) จังหวัดสงขลา อัตราป่วย 0.012 ต่อพันประชากร (17 ราย) และจังหวัดนราธิวาส อัตราป่วย 0.006 ต่อพันประชากร (5 ราย)

ทั้งนี้ จังหวัดตรัง พัทลุง และปัตตานี ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยในปี 2565 พบสัดส่วนของผู้ป่วยแยกตามชนิดของเชื้อ พบว่าเชื้อชนิด Plasmodium vivax (Pv) มีรายงานผู้ป่วยมากที่สุด จำนวน 27 ราย คิดเป็นร้อยละ 60 และชนิด Plasmodium knowlesi (Pk) จำนวน 18 ราย (ร้อยละ 40) โดยมีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต จำนวน 1 ราย (ชนิด Pk) ในพื้นที่จังหวัดสงขลา

สคร.12 สงขลา ได้มีการเฝ้าระวังผู้ป่วยไข้มาลาเรียมาอย่างต่อเนื่องตามนโยบายกำจัดมาลาเรียของกรมควบคุมโรค สำหรับไข้มาลาเรียชนิด Plasmodium knowlesi (PK) เป็นเชื้อมาลาเรียในลิงที่นำเชื้อมาสู่คนได้ โดยยุงก้นปล่องกัดลิงที่มีเชื้อแล้วมากัดคน แต่ยังไม่เคยมีรายงานการติดเชื้อจากคนไปสู่คน พบมากในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย เชื้อชนิดนี้มีการแบ่งตัวในร่างกายคนได้เร็วและมากกว่าเชื้อชนิดอื่น ทำให้มีอาการคือ ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ เหงื่อออกมาก

โดยในประเทศไทยเริ่มมีรายงานการพบในหลายจังหวัด สำหรับในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 เริ่มมีรายงานผู้ป่วยตั้งแต่ปี 2559 โดยพบผู้ป่วยจำนวนประปราย และเริ่มพบมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยไข้มาลาเรีย ชนิด Plasmodium knowlesi (PK) ส่วนใหญ่มีประวัติการเดินทางและพักแรมในป่า หรือทำสวนในบริเวณเชิงเขาที่มีลิงอาศัยอยู่ในพื้นที่ สคร.12 สงขลา เน้นย้ำสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง หรือผู้ทำงานในป่า นักท่องเที่ยว ควรป้องกันตนเอง โดยไม่ให้ยุงกัด สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด ทายากันยุงและนอนในมุ้ง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น่าเศร้าใจ! พบซากเต่าตนุขนาดใหญ่ อายุกว่า30ปี ตายเกยหาดเกาะสมุย

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656729

น่าเศร้าใจ! พบซากเต่าตนุขนาดใหญ่ อายุกว่า30ปี ตายเกยหาดเกาะสมุย

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.03 น.

29 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนที่เดินชมบรรยากาศทะเล บริเวณชายหาดบ้านหน้าทอน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าพบซากเต่าทะเลขนาดใหญ่ ตายถูกคลื่นซัดมาเกยชายหาด เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว โดยเต่าตัวดังกล่าวเป็นเต่าตนุที่มีขนาดใหญ่ ความยาวของกระดอง ยาวประมาณ 120 เซนติเมตร นำ้หนักตัวประมาณ 90 กิโลกรัม

ต่อมาเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย และเจ้าหน้าที่กู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำได้เดินทางมาถึงพร้อมตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุการตายของเต่าตนุ และจากการตรวจสอบพบซากเต่าตนุเพศเมียคาดว่ามีอายุกว่า 30 ปี อยู่ในสภาพที่เน่าเปื่อย บริเวณส่วนหัวถูกสัตว์ทะเลแทะเหลือแต่กระโหลก และขาหน้าด้านซายและขวาเปื่อยใกล้จะหลุดจากตัว เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบแท็กที่ระบุการขึ้นทะเบียนหรือระบุที่มาของเต่าตนุตัวดังกล่าว ตรวจสอบตามลำตัวไม่พบบาดแผลที่จะทำให้เป็นสาเหตุการตายของเต่าตนุ

คาดว่าการตายของเต่าตนะที่มีขนาดใหญ่ตัวนี้ น่าจะเกิดจากกินอาหารที่เป็นพิษ หรือกินถุงพลาสติก จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำซากเต่าตนุไปทำการฝั่งบริเวณสุสานวัดแจ้งนอก พร้อมประสานศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จังหวัดชุมพร เพื่อมาทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย และหาแนวทางการแก้ปัญหาเต่าทะเลตายต่อไป

สำหรับเต่าตนุที่พบครั้งนี้เป็นตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าทุกครั้ง และจากต้นปี 2565 เจ้าหน้าที่พบซากเต่าตนุตายมาเกยชายหาดแล้วรวม 3 ตัว สำหรับถิ่นอาศัยและการแพร่กระจายพบในเขตร้อนและกึ่งร้อนตามแนวชายฝั่งรวมถึงพบตามเกาะต่างๆ ที่เงียบสงบ และจะพบได้ตามแหล่งหญ้าทะเล สำหรับประเทศไทยพบการแพร่กระจายของเตาตนุในธรรมชาติ ทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน

ด้านนางสาวเยาวพา เพชรรัตน์ ชาวเกาะสมุยที่มาดูซากเต่าตนุ กล่าวว่า รู้สึกเสียดายเพราะเต่าทะเลตัวนึงกว่าจะโตได้ขนาดนี้ใช้เวลานาน จึงฝากขอให้ช่วยกันอนุรักษ์เต่าทะเลเพราะเต่าทะเลเป็นสัตว์ที่หายาก เพราะเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่หายากจึงอยากให้ช่วยกันดูแลรักษาชีวิตเต่าทะเล. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ท่องเที่ยว’ฟื้นโกยรายได้ ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวเดือนละ 1 ล้านคน

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656728

‘ท่องเที่ยว’ฟื้นโกยรายได้ ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวเดือนละ 1 ล้านคน

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 09.51 น.

นายกฯ ยินดีที่ปีนี้นักท่องเที่ยวจากอินเดียเพิ่มขึ้นทะลุแสนคน ตั้งเป้าหมายช่วงปลายปีนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน สร้างรายได้และเพิ่มการจ้างงานในภาคการท่องเที่ยว

29 พฤษภาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยในช่วงจากต้นปีที่ผ่านมามีจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนคน ด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเชื่อมั่นว่าในปี 2565 จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวอินเดียมาไทยถึง 5 แสนคน สร้างรายได้เข้าไทยกว่า 22,500 ล้านบาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-24 พฤษภาคม 2565 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยอันดับ 1 คือ อินเดีย จำนวน 100,884 คน ซึ่งการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศ มีเที่ยวบินรองรับการเดินทาง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากประเทศอินเดีย รวมทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ และออสเตรเลีย มีจำนวนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวอินเดียมาไทยเฉลี่ย 3,000 คนต่อวัน ผ่านการกระตุ้นกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดอินเดีย ทั้งการวางแผนเปิดเส้นทางบินเชื่อมโยงพื้นที่ใหม่ๆ ระหว่างอินเดียและไทย เช่น เชียงใหม่ เป็นต้น และส่งเสริมการตลาดร่วมกับบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ เพื่อกระตุ้นการเดินทางช่วงปลายปี 2565 โดยเจาะกลุ่มความสนใจพิเศษ พร้อมขยายความร่วมมือกับบริษัทวางแผนงานแต่งงานในอินเดีย วางแผนนำคู่แต่งงานชาวอินเดียกว่า 400 คู่มาจัดงานในไทยปลายปีนี้อีกด้วย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนพฤษภาคมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ขานรับนำนโยบายจากนายกรัฐมนตรีไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีแผนที่จะดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศอินเดีย กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทย ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดระยะใกล้ในช่วงนี้ก่อน รวมทั้งกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีความสนใจพิเศษ ทั้งกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มคู่แต่งงานและฮันนีมูน กลุ่มท่องเที่ยวเชิงกีฬา และการท่องเที่ยวที่เน้นการจับจ่ายสินค้าหรูหรา (Luxury) รวมทั้งพลิกโฉม เปลี่ยนมุมมอง สร้างภาพจำด้านการท่องเที่ยวใหม่ ผ่านการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพใหม่ ๆ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

“นายกรัฐมนตรียินดีที่แนวโน้มการท่องเที่ยวของไทยเป็นไปในทิศทางบวก โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญของการท่องเที่ยวไทยในระยะนี้ เพราะเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากและนักท่องเที่ยวมีศักยภาพในการใช้จ่าย นอกจากนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังคาดการณ์ว่าตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน 2565 จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาไทยไม่น้อยกว่า 5 แสนคนต่อเดือน ซึ่งเป็นจำนวนสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ 3 แสนคนต่อเดือน สำหรับฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งรวมกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลทั้งยุโรปและสหรัฐฯ เชื่อว่าจะมากกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวสามารถดำเนินธุรกิจได้ เกิดการจ้างงาน และเกิดการจับจ่ายในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยมากขึ้น” นายธนกร กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โจรลักฝาท่อเป็นเหตุ! ทำชายวัย66 ปี กดเงินเอทีเอ็ม ตกท่อระบายน้ำ

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656719

โจรลักฝาท่อเป็นเหตุ! ทำชายวัย66 ปี กดเงินเอทีเอ็ม ตกท่อระบายน้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 08.11 น.

29 พฤษภาคม 2565 เมื่อเวลา 00.10 น. เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากประชาชนให้ไปช่วยเหลือคนเดินตกท่อระบายน้ำ บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาอำเภอทุ่งสง ถนนชนปรีดา เขตเทศบาลเมืองทุ่งสง จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกำลังตำรวจสายตรวจ สภ.ทุ่งสง 

เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณท่อระบายน้ำหน้าธนาคาร พบว่าไม่มีฝาปิดท่อระบายน้ำแต่อย่างใด พบร่างชายสูงอายุพลัดตกลงในท่อระบายน้ำ ความสูงประมาณ 3 เมตรเศษ อย่างไรก็ตามระดับน้ำในท่อระบายน้ำไม่ลึกมาก เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ จึงร่วมกันใช้มือช่วยกันดึงร่างชายคนดังกล่าวขึ้นมาจากท่อระบายน้ำอย่างปลอดภัย

จากการสอบสวนทราบว่าคนพลัดตกท่อระบายน้ำชื่อนายสุวิทย์  ชนะภัย อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 4 ต.เขาโร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยนายสุวิทย์ เล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุมานั่งกินอาหารที่ร้านอาหารใกล้ๆที่เกิดเหตุ ก่อนจะเดินไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทย ระหว่างเดินถึงหน้าธนาคารเกิดพลัดตกท่อระบายน้ำที่ไม่มีฝาเหล็กปิดท่อระบายน้ำ จึงพลัดตกท่อระบายน้ำโชคดีที่ไม่บาดเจ็บแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าฝาท่อระบายน้ำอาจจะถูกคนร้ายลักไปก่อนหน้านี้.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ปัดฝุ่นคู่มือ‘จัดระเบียบจ๋อ’ ยุค‘ฝีดาษลิง’ยังมีแนวทาง

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656677

สกู๊ปแนวหน้า : ปัดฝุ่นคู่มือ‘จัดระเบียบจ๋อ’  ยุค‘ฝีดาษลิง’ยังมีแนวทาง

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.51 น.

ยังไม่ทันได้พักหายใจจากสถานการณ์โควิด-19 มนุษย์ก็ต้องกังวลกันอีกครั้งกับข่าวการระบาดของ “ฝีดาษลิง” ซึ่งข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค ระบุว่า โรคฝีดาษลิงไม่ใช่โรคใหม่ เคยระบาดมาแล้วมากกว่า 20 ปี โดยช่องทางการติดต่อจากสัตว์สู่คน สามารถติดได้จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน การประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์ หรือกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ หรืออาจติดทางอ้อมจากการสัมผัสที่นอนของสัตว์ป่วย ส่วนการแพร่เชื้อจากคนสู่คนแม้มีโอกาสน้อย แต่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่ง จากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม หรืออุปกรณ์ที่ปนเปื้อนเชื้อ

เมื่อรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย จะมีระยะฟักตัวราว 7-14 วัน อาจนานถึง 21 วัน อาการเริ่มแรกจะมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขน-ขา รวมถึงอาจเกิดบนหน้าและลำตัว ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง สุดท้ายตุ่มหนองจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออก ระยะเวลามีอาการป่วยจะอยู่ที่ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายป่วยเองได้ ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคฝีดาษลิงโดยเฉพาะ แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ ซึ่งป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ร้อยละ 85

ส่วนการป้องกัน ทำได้โดย 1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อหรือสัตว์ป่า 2.หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ 3.หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์เมื่อสัมผัสกับสัตว์หรือคนที่ติดเชื้อ หรือเดินทางเข้าไปในป่า 4.ไม่นำสัตว์ป่ามาเลี้ยงหรือนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศโดยไม่มีการคัดกรองโรค 5.กรณีเดินทางกลับจากประเทศที่เป็นเขตติดโรค ต้องทำการคัดกรองและเฝ้าระวังอาการจนครบ 21 วัน หากมีอาการเจ็บป่วยให้รีบไปพบแพทย์ทันที และทำการแยกกักเพื่อมิให้ผู้ป่วยมีการแพร่กระจายเชื้อ

เมื่อชื่อโรคคือฝีดาษลิง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บรรดา “เจ้าจ๋อ” จะได้รับผลกระทบ ทั้งในพื้นที่ที่ลิงเป็นสีสันดึงดูดนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ข่าวการระบาดของฝีดาษลิงก็ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวกล้าไปให้อาหารลิงอีกจนกลายเป็นภาพน่าเวทนาจากความหิวโหย ส่วนในพื้นที่ที่เกิดปัญหากระทบกระทั่งระหว่างลิงกับมนุษย์ เดิมมนุษย์ก็รู้สึกเดือดร้อนรำคาญอยู่แล้ว เช่น ทรัพย์สินถูกลิงทำลายจนเสียหาย ยิ่งมีข่าวฝีดาษลิงก็ยิ่งกังวลเพราะกลัวติดเชื้อจากการถูกลิงกัด

“คู่มือการปฏิบัติงานโครงการแก้ไขปัญหาลิงป่าออกมารบกวนประชาชนนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ตามกิจกรรมการแก้ไขปัญหาช้างป่าและสัตว์ป่าที่สร้างผลกระทบต่อราษฎร นอกพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า (การแก้ไขปัญหาลิง จำนวน 25 แห่ง) และพื้นที่ดำเนินการอื่นๆ” โดย กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุแนวทางบริหารจัดการ แบ่งเป็น 3 พื้นที่ ดังนี้

1.ลิงอาศัยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่คาบเกี่ยวพื้นที่ชุมชน สภาพปัญหาส่วนใหญ่ เป็นการรบกวนในแง่ของการทำลายผลผลิตทางการเกษตร และออกมารบกวนเป็นช่วงเวลาตามฤดูกาลของผลผลิตทางการเกษตร “ข้อควรปฏิบัติ” กำหนดเทศบัญญัติ/ระเบียบอย่างเข้มงวดในการห้ามให้อาหารลิง,จัดระเบียบการทิ้งขยะและเศษอาหารเพื่อป้องกันลิงมาขโมยอาหาร, ปรับปรุงพื้นที่ป่าที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของลิง เพื่อดึงดูดให้ลิงกลับเข้ามาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยฟื้นฟูในพื้นที่ที่ห่างจากแนวเขตป่า,

ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมลิง การอยู่ร่วมกันของคนและลิง และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อเจอลิง, ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเข้าใจในการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่, แจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อเจอลิง (เพื่อเป็นการสำรวจจำนวนลิงและจุดที่มีปัญหา), ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสภาพปัญหาเป็นประจำทุกเดือน, สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลประชากรทุกปี,

จัดชุดเฝ้าระวังร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ในการป้องกันลิงเข้ามาในพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อเป็นการลดระดับความรุนแรงของปัญหาในพื้นที่ และ มีชุดแนวรั้วไฟฟ้าเคลื่อนที่เพื่อป้องกันลิงเข้ามาในพื้นที่เกษตรในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่วน “ข้อห้าม” อย่าไปรบกวน/แกล้ง/แหย่ลิง เพราะจะทำให้ลิงมีพฤติกรรมก้าวร้าว และไม่ควรให้อาหารลิง เพราะจะเป็นการดึงดูดให้ลิงออกมานอกพื้นที่อนุรักษ์และมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

2.ลิงอาศัยในพื้นที่ป่าขนาดเล็กที่มีชุมชนเมืองล้อมรอบ ส่วนใหญ่เป็นลิงที่อาศัยในพื้นที่ป่าที่มีขนาดเล็ก เช่น พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ป่าชุมชน และพื้นที่ป่าสาธารณะ “ข้อควรปฏิบัติ” กำหนดเทศบัญญัติ/ระเบียบอย่างเข้มงวดในการห้ามให้อาหารลิง, จัดระเบียบการทิ้งขยะและเศษอาหารเพื่อป้องกันลิงมาขโมยอาหาร, ปรับปรุงพื้นที่ป่าที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของลิง เพื่อดึงดูดให้ลิงกลับเข้ามาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยฟื้นฟูในพื้นที่ที่ห่างจากแนวเขตป่า,

ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมลิงการอยู่ร่วมกันของคนและลิง และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อเจอลิง,ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเข้าใจในการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่, แจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อเจอลิง (เพื่อเป็นการสำรวจจำนวนลิงและจุดที่มีปัญหา), ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสภาพปัญหาเป็นประจำทุกเดือน,

สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลประชากรทุกปี, ควบคุมประชากรลิงด้วยการทำหมัน และหลังจากการทำหมัน ช่วยสังเกตพฤติกรรมของลิงว่าสามารถเข้าฝูงได้หรือไม่ แผลผ่าตัดมีปัญหาหรือไม่ ส่วน “ข้อห้าม” อย่าไปรบกวน/แกล้ง/แหย่ลิงเพราะจะทำให้ลิงมีพฤติกรรมก้าวร้าว และไม่ควรให้อาหารลิง เพราะจะเป็นการดึงดูดให้ลิงออกมานอกพื้นที่อนุรักษ์และมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

และ 3.ลิงอาศัยซ้อนทับในพื้นที่ชุมชน ซึ่งที่ขึ้นชื่อมากคือใน จ.ลพบุรี กระจายตัวกันอยู่ทั้งในโบราณสถานของจังหวัดอย่างพระปรางค์สามยอด โรงภาพยนตร์เก่าและอีกหลายจุด“ข้อควรปฏิบัติ” กำหนดเทศบัญญัติ/ระเบียบอย่างเข้มงวดในการห้ามให้อาหารลิง, จัดพื้นที่สำหรับให้อาหารลิงโดยเฉพาะ, จัดพื้นที่ขายอาหารลิง (กรณีที่มีความจำเป็นต้องการขายอาหาร), กำหนดชนิดอาหารที่เหมาะสมกับลิง (สำหรับร้านค้าและนักท่องเที่ยว),

หลังจากสัตวแพทย์เข้าทำหมัน ช่วยสังเกตพฤติกรรมของลิงว่าสามารถเข้าฝูงได้หรือไม่และข้อสังเกตอื่นๆ โดยหน่วยงานของจังหวัดเพื่อเป็นการบูรณาการงานร่วมกัน, ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสภาพปัญหาเป็นประจำทุกเดือน, สำรวจติดตามนับประชากรลิงทุกปี โดยหน่วยงานของจังหวัดเพื่อเป็นการบูรณาการงานร่วมกัน, ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมลิง การอยู่ร่วมกันของคนและลิงและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อเจอลิง, “ประชาสัมพันธ์โรคจากลิงที่สามารถติดต่อสู่คนได้ และแนวทางการปฏิบัติเมื่อถูกลิงกัด”

ส่วน “ข้อห้าม” อย่าไปรบกวน/แกล้ง/แหย่ลิง เพราะจะทำให้ลิงมีพฤติกรรมก้าวร้าว อย่าให้อาหารลิงนอกเหนือจากชนิดของอาหารที่กำหนดไว้ และอย่าให้อาหารนอกพื้นที่ที่จัดไว้ให้!!!


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค 2565 หนุนยกระดับงานวิจัย-นวัตกรรมสู่การพัฒนาประเทศ

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656667

สกู๊ปพิเศษ : มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค 2565  หนุนยกระดับงานวิจัย-นวัตกรรมสู่การพัฒนาประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2565 (Regional Research Expo 2022)” ขึ้นในระหว่างวันที่ 27-29พฤษภาคม 2565 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “อว. กับการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ BCG เป็นฐานในการพัฒนาชาติ”

ในขณะที่ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้กล่าวรายงานนายกองเอกปราโมทย์ ธัญญพืช รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และ นายอิทธิศักดิ์ ตันติสุทธาพงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไลปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และผู้บริหารหน่วยงานร่วมจัดให้เกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดงาน

ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ “การพลิกโฉมกรอบนโยบายและแนวทางพัฒนากำลังคน อุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรมของประเทศกับการขับเคลื่อน BCG” โดย นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารโครงการตามนโยบาย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้บรรยาย และมีการเสวนาพิเศษ “การเตรียมความพร้อมของนักวิจัยเพื่อขอทุนวิจัยของประเทศ จากหน่วยงานให้ทุนวิจัยทั้ง 7 PMU”  พร้อมทั้งการประชุมเครือข่ายสถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏภาคอีสาน ร่วมด้วย

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า การจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ” (Thailand Research Expo) เป็นพลังแห่งความร่วมมือยกระดับผลงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหาส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก อว.เป็นกระทรวงหลักในการขับเคลื่อนการขยายผลการนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ระดับพื้นที่ในวงกว้างและเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแรงกระตุ้น ให้กับบุคลากรจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานวิจัยทั้งภาครัฐและเอกชนการผนึกกำลังนักวิจัยในแต่ละพื้นที่ก่อให้เกิดนักวิจัยรุ่นใหม่ การนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม ไปพัฒนาหรือสร้างสรรค์ พร้อมทั้งต่อยอดผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของประเทศไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว

นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงบทบาทของ อว. ในการขับเคลื่อน BCG Model ให้เป็นต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม ที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติไปพร้อมกัน ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ( Bioeconomy) ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงกับการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปมีส่วนช่วยเกษตรกรให้สามารถพัฒนาและเพิ่มมูลค่าของสินค้า และยังต่อยอดไปถึงธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

โดยทั้งเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวภายในประเทศแสดงให้เห็นถึงความสามารถของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทรัพยากรคุณภาพของประเทศ สามารถลดต้นทุนการผลิต และการวิจัย อีกทั้งยังบริหารจัดการภายในได้อย่างรวดเร็วและมีมาตรฐานระดับสากลเพื่อให้เกิดเศรษฐกิจ BCG ที่เติบโต แข่งขันได้ในระดับโลก เกิดการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำมุ่งสู่การพัฒนาในการประยุกต์โมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG สร้างความเข้มแข็งและการสร้างรายได้ การพัฒนาท้องถิ่นอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค” วช. ได้จัดให้มีขึ้นโดยข้อเสนอแนะของผู้บริหารหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั้ง 4 ภูมิภาค เพื่อให้การนำเสนอผลงานวิจัยได้ขยายขอบเขตของการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยในภูมิภาคต่างๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งได้ดำเนินการจัดมา 9 ครั้ง โดยหมุนเวียนการจัดงานในภูมิภาคต่างๆ และมีมหาวิทยาลัยในแต่ละภูมิภาคเป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน ซึ่งครั้งแรกจัดขึ้นในปี 2556 ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคแรก แล้วเวียนไปยังภาคเหนือ ภาคใต้ ตามลำดับ

สำหรับงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค” ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 10 โดยมี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และเครือข่ายวิจัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2565 ภายใต้แนวคิดหลัก “นวัตกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอีสานอย่างยั่งยืน” โดยการจัดงานมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมในการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยวิจัยและนวัตกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจภูมิภาค เศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืน โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่

การจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2565 (Regional Research Expo 2022)”  Highlight Stage เป็นเวทีหลักที่แสดงให้เห็นแนวคิดของการจัดงาน “นวัตกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอีสานอย่างยั่งยืน” กิจกรรม Research Clinic : R2R การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย สำหรับบุคลากรสายสนับสนุนในสถาบันอุดมศึกษา ประโยชน์จากงานวิจัยในภูมิภาคต่างๆ สู่การยกระดับศักยภาพผลงานวิจัยชุมชนเข้มแข็ง มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสู่การขับเคลื่อนตามหลักของนโยบายเศรษฐกิจ BCG เป็นฐานในการพัฒนาชาติที่ยั่งยืนต่อไป

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, นิทรรศการการวิจัยของหน่วยงาน นักวิจัยในพื้นที่, เครือข่าย
การวิจัยในภูมิภาค, นิทรรศการนำเสนอผลงานนานาชาติและประเทศเพื่อนบ้าน, นิทรรศการอุทยานวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, กิจกรรม Highlight Stage, พื้นที่ให้คำปรึกษาความรู้จากงานวิจัย, ตลาดนัดผลงานวิจัยที่ได้รับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา

นอกจากนี้ ยังมีการประชุมเสวนา ตลอดทั้ง 3 วัน ใน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย ห้องย่อยที่ 1 นวัตกรรม เพื่อการขับเคลื่อน BCG, ห้องย่อยที่ 2 BCG กับยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคอีสาน และห้องย่อยที่ 3 การพลิกโฉม กรอบนโยบายและแนวทางพัฒนา กำลังคนอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ กับการขับเคลื่อน BCG และพื้นที่นิทรรศการ Highlight เพื่อแสดงให้เห็นแนวคิดของการจัดงาน “นวัตกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอีสานอย่างยั่งยืน”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รัฐใช้ที่ดินชาวบ้านกว่า40ปี ‘กสม.’แนะเร่งจ่ายทดแทน

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656682

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ที่ดิน” เป็นหนึ่งในเรื่องที่มักจะมีปัญหาขัดแย้งเสมอระหว่างประชาชนกับรัฐ เช่น รัฐประกาศเขตพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่อนุรักษ์ทับที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินของประชาชน หรือรัฐนำที่ดินของประชาชนไปใช้ประโยชน์แล้วไม่จ่ายค่าชดเชยเยียวยาให้กับประชาชนผู้สูญเสียที่ดินอย่างครบถ้วน หรือดำเนินการจ่ายเยียวยาอย่างล่าช้าเกินสมควร ดังที่เห็นในข่าวมีการฟ้องร้องเป็นคดีความ หรือรวมกลุ่มชุมนุมประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมอยู่เนืองๆ

ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้หยิบยกปัญหาที่ดินระหว่างประชาชนกับรัฐมาบอกเล่าและเสนอแนะแนวทางป้องกันปัญหาทำนองเดียวกันในระยะยาว เป็นกรณีเจ้าของกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินแปลงหนึ่งเนื้อที่ประมาณ 3 งาน 78 ตารางวา
ใน ต.สีแก้ว อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งในปี 2524 โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ได้ก่อสร้างคลองชลประทานผ่านที่ดินของผู้ร้องเพื่อทำเป็นคลองระบายน้ำเพื่อเกษตรกรรม

เจ้าของที่ดินรายนี้ เล่าว่า ในช่วงที่มีการก่อสร้างคลองชลประทาน ขณะนั้นกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่กับพ่อแม่ของตน กระทั่งในปี 2563 ตนได้ทำหนังสือถึงสำนักงานชลประทานที่ 6 เพื่อขอรับเงินค่าทดแทนที่ดินตารางวาละ 1,000 บาท และขอให้สำนักงานชลประทานที่ 6 รวมถึงโครงการชลประทานร้อยเอ็ด พิจารณาจ่ายเงินชดเชยกรณีขาดประโยชน์จากการไม่ได้ทำนาเพิ่มเติมโดยคำนวณเป็นค่าเช่าปีละ 5,000 บาทเป็นระยะเวลา 40 ปี เนื่องจากเสียประโยชน์จากการไม่ได้ทำนาในพื้นที่ที่ถูกเขตคลองชลประทานพาดผ่าน

และในปี 2564 ได้มีหนังสือทวงถามอีกครั้ง ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 6 ผลการพิจารณาการขอค่าชดเชยทดแทนที่ดินซึ่งผู้ร้องจะได้รับค่าทดแทนที่ดินตามราคาประเมินที่คณะกรรมการกำหนดในราคาไร่ละ 400,000 บาท ส่วนการร้องขอรับเงินชดเชยค่าเสียประโยชน์จากการไม่ได้ทำนา คณะกรรมการไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ร้องได้ เจ้าของที่ดินรายนี้จึงมาร้องเรียน กสม. ขอให้ตรวจสอบ

ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย แบ่งเป็น 2 ส่วนดังนี้ “ส่วนแรก” การสร้างคลองชลประทานตามภารกิจและหน้าที่ของกรมชลประทาน มีการจัดซื้อและกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทานตามคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหลักเกณฑ์ตามหนังสือคณะรัฐมนตรีที่กำหนดแล้ว อีกทั้ง ผู้ร้องยอมรับราคาค่าทดแทนที่ดินตามที่คณะกรรมการจัดซื้อและกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทานกำหนด และต่อมาไม่ติดใจเรียกร้องค่าชดเชยค่าเสียประโยชน์จากการไม่ได้ทำนา จึงยังไม่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตาม “ส่วนที่สอง” การก่อสร้างคลองชลประทานผ่านแนวที่ดินของผู้ร้องเรียนรายนี้ ตั้งแต่ปี 2524 และเปิดใช้งานในปี 2530 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับค่าทดแทน แม้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะปรากฏว่า สาเหตุที่ยังไม่จ่ายค่าทดแทนทรัพย์สินให้ ส่วนหนึ่งมาจากการโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงพิพาท แต่ กสม. เห็นว่า เมื่อหน่วยงานผู้ถูกร้อง รวมถึงกรมชลประทานเป็นผู้รับผิดชอบและได้รับประโยชน์จากโครงการ ย่อมต้องมีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยเร็วเพื่อให้เกิดการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน

“การที่หน่วยงานที่ถูกร้องเรียน ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของผู้ร้องเรียนเพื่อการชลประทานตั้งแต่ปี 2524 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่จ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้ร้องในฐานะเจ้าของที่ดินที่นั้น จึงเป็นการดำเนินการที่ล่าช้า ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม และกระทบต่อสิทธิในทรัพย์สินของผู้ร้องเกินสมควรแก่กรณี ถือเป็นการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน”

ดังนั้น ในการประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2565 กสม. เสนอแนะว่า ให้กรมชลประทานร่วมกับผู้ถูกร้อง คือ โครงการชลประทานร้อยเอ็ด สำนักงานชลประทานที่ 6 เร่งรัดการจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดิน รวมถึงค่าเสียประโยชน์อื่นๆ ในที่ดินเพื่อการชลประทานให้แก่ผู้ร้อง พร้อมทั้งต้องยืนยันกำหนดระยะเวลาการจ่ายเงินที่แน่ชัดและแจ้งความคืบหน้าให้ผู้ร้องทราบเป็นระยะด้วย ทั้งนี้ ภายใน 60 วัน นับแต่ได้รับแจ้งรายงานผลการตรวจสอบนี้

นอกจากนี้ กสม. ยังมีข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภาพรวมไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทาน 1.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรพิจารณาทบทวน คำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ 2027/2562 ลงวันที่ 19 ก.ย. 2562 เรื่อง อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการจัดซื้อและกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทาน โดยพิจารณาให้มีอำนาจหน้าที่พิจารณากรณีปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น พิจารณาค่าชดเชยค่าเสียประโยชน์อื่นๆ นอกเหนือจากค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทาน

โดยพิจารณาปัญหาเรื่องร้องเรียนไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือกรณีอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการจัดซื้อและกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทาน รวมถึงพิจารณาคำอุทธรณ์ของบุคคลที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ด้วย เนื่องจากกรณีปัญหาตามคำร้องคณะกรรมการฯ แจ้งว่าไม่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาค่าชดเชยค่าเสียประโยชน์ตามข้อเรียกร้องของผู้ร้อง

และ 2.กรมชลประทานควรจัดให้มีหนังสือประชาสัมพันธ์การแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการดำเนินการจัดซื้อและกำหนดค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทาน เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่อื่นๆ ด้วย!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยังไม่พบศพนิรนามในหนองคำชะโนด ชาวบ้านเชื่อสนิท’ปู่ศรีสุทโธ’ไม่เปิดน้ำให้เห็น

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656707

ยังไม่พบศพนิรนามในหนองคำชะโนด ชาวบ้านเชื่อสนิท'ปู่ศรีสุทโธ'ไม่เปิดน้ำให้เห็น

วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 22.22 น.

ยังไม่พบร่างหนุ่มนิรนามตายขึ้นอืดจนเปื่อยตาถนน หลัง 2 ผู้เฒ่าเจอแทบช็อค หน่วยกู้ภัยค้นหาอีกทั้งวันยังไม่เจอ ชาวบ้านเชื่อสนิทปู่ศรีสุทโธไม่เปิดน้ำให้เห็นเพราะเป็นคนไม่ดี หลังมีข้อมูลล่าสุดมีคนหายที่บ้านวังแสนสุข ชื่อไอ้หม่องไปก่อเหตุขโมยทรัพย์สินของเพื่อนบ้านกว่า 50,000 บาทและหายไปตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.

วันนี้ (28 พ.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีมีชาวบ้านอ้างว่า พบศพคนเสียชีวิตในหนองน้ำทวนด้านหลังเกาะคำชะโนด  ต.บ้านม่วง  อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โดย 2 ผู้เฒ่าคือนายเวชและนายสมควร ชาวบ้านที่เลี้ยงควายและหาปลาอยู่ด้านหลังหนองน้ำคำชะโนด เจอเป็นร่างคนเห็นแต่ศีรษะ ตาถลน ผมหลุดลุ่ย สภาพร่างเน่าเปื่อยคาดว่าเสียชีวิตมาหลายวัน หลังรับแจ้งหน่วยกู้ภัยได้ค้นหามาแล้ว 2 วันก็ยังไม่เจอ โดยวันนี้นายวีระพล รักษ์เสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุง ได้นำรถแบ็คโฮมาลอกจอกแหนออกบริเวณหนองน้ำเพื่อค้นหาร่างของหนุ่มนิรนาม ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฯ หน่วยกู้ภัยวีอาร์กู้ภัยและหน่วยกู้ภัย ตร.ทางหลวงบ้านดุง ได้นำเรือออกค้นหาตลอดทั้งวันนี้ก็ยังไม่เจอ

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนายเวช คนที่พบศพคนตายลอยน้ำคนแรก โดยนายเวชยังยืนยันว่า เห็นศพคนตายแน่นอน ตอนแรกเห็นร่างลอยติดมากับจอกแหนนึกว่าเป็นศพสุนัขเน่า แต่มาเรียกมาดูใกล้ๆ ก็เจอเป็นร่างคน แต่ร่างเปื่อยหมดแล้ว เหลือแต่บริเวณท่อนบนมาถึงศีรษะ ตาถลน ผมหลุดรุ่ย ส่วนท่อนล่างไม่เจอแต่มีปลาวิ่งตามมาเป็นพรวน

นายเวช กล่าวย้ำอีกว่า ตนเองไม่โกหกแน่นอน ตอนที่เห็นศพมันลอยมากับจอกแหนก้อนใหญ่ คาดว่าจะลอยไปกับตาน้ำแล้ว ขอยืนยันนั่งยันนอนยันเป็นศพคนแน่นอน

ล่าสุดมีชาวบ้านที่วังแสนสุข ต.วังทอง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องคนตายที่หนองน้ำคำชะโนดน่าจะเป็นเรื่องจริง โดยที่บ้านแห่งนี้มีลูกบ้านชื่อนายหม่องหายไปตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.9 วันแล้วยังไม่พบตัวและไม่มีวี่แวว สำหรับนายหม่องเป็นคนที่ชาวบ้านทราบว่าเป็นคนลักขโมยและเสพยาบ้า ประวัติถือว่าไม่ธรรมดา  โดยก่อนหายตัวไปนายหม่องเข้าไปขโมยสิ่งของของชาวบ้านหายไปกว่า 50,000 บาท พอจับได้ตร.สภ.บ้านดุงได้จับตัวไปแล้วปล่อยตัวออกมาจากนั้นก็หายตัวไปไม่มีใครพบตัวอีกเลย พอนายหม่องหายไป นายแดงหลานของนายหม่องได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่สภ.บ้านดุงแล้วจากนั้นก็เดินทางไปทำงานยังต่างจังหวัดทันที

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ชาวบ้านก็ยังไม่พบตัวนายหม่องแต่อย่างใด เชื่อว่าศพที่ชาวบ้านอาจจะเป็นนายหม่องก็ได้ และอาจจะมีคนร่วมขบวนการที่เข้าไปลักทรัพย์ชาวบ้านอาจจะถูกฆ่าตัดตอนก็ได้ ขณะที่ชาวบ้านแถวคำชะโนดมีความเชื่อว่า ชาวบ้านที่พบศพคนตายเป็นเรื่องจริง แต่เหตุที่เจ้าหน้าที่ฯ หาศพชายนิรนามยังไม่เจอ อาจจะเป็นเพราะว่า คนตายอาจจะเป็นคนไม่ดี ปู่ศรีสุทโธเลยไม่เปิดน้ำให้เจอศพให้ละลายไปกับหนองน้ำก็เป็นได้

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บุคคลที่มีทาน มีศีล แต่ขาดการภาวนา’ นั้นมีกำลังวังชาที่ดี แต่เป็นบุคคลที่ตาบอด

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656687

'บุคคลที่มีทาน มีศีล แต่ขาดการภาวนา' นั้นมีกำลังวังชาที่ดี แต่เป็นบุคคลที่ตาบอด

วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.58 น.

“…บุคคลที่มีทาน มีศีล แต่ขาดการภาวนานั้นเปรียบเหมือนบุคคลที่มีเสบียงพร้อมแล้ว มีร่างกายที่สมบูรณ์ มีกำลังวังชาที่ดี แต่บุคคลนั้นเป็นบุคคลที่ตาบอด เขาผู้นั้นก็ไม่สามารถที่จะเดินทางไปสู่พระนิพพานได้เช่นกัน สำหรับบุคคลที่มีทาน ศีล ภาวนา พร้อมทั้งสามอย่างเปรียบเหมือนบุคคล ผู้มีเสบียงพร้อมสมบูรณ์ มีร่างกายที่มีสุขภาพ ที่แข็งแรง มีสายตาที่ดี บุคคลนี้ก็จะสามารถที่จะเดินทางไปไกลสู่พระนิพพานได้ บุญกิริยาวัตถุ ๓ จึงเป็นสิ่งเกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน…”

โอวาทธรรม หลวงปู่คำดี ปภาโส วัดถ้ำผาปู่ ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คำถาม-คำตอบ แนวทางการปลูก-นำเข้า-นำติดตัว’กัญชา-กัญชง’หลังปลดล็อก

Posted on May 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656660

คำถาม-คำตอบ แนวทางการปลูก-นำเข้า-นำติดตัว'กัญชา-กัญชง'หลังปลดล็อก

วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 17.35 น.

สายเขียวห้ามพลาด รีบเซฟเก็บให้ไว้ อย.ให้คำถาม-คำตอบ แนวทางการปลูก นำเข้า และนำติดตัวเพื่อใช้เฉพาะตนของกัญชา-กัญชง ภายหลังปลดล็อกพ้นจากยาเสพติด

28 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการรปลูก นำเข้า และนำติดตัวเพื่อใช้เฉพาะตนของกัญชา กัญชง ภายหลังปลดล็อกพ้นจากยาเสพติด ดังนี้

การปลูก กัญชา กัญชง

1.การปลูก ต้องขอรับอนุญาตตามกฎหมายใด หรือไม่

ตอบ  ไม่ต้อง ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 แต่ขอความร่วมมือให้ประชาชนที่ต้องการปลูกกัญชา กัญชง แจ้งข้อมูลผ่านระบบ Application “ปลูกกัญ” ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจัดทำขึ้น 

การนำเข้า กัญชา กัญชง

1. การนำเข้าสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง สามารถกระทำได้หรือไม่ อย่างไร

ตอบ  สามารถกระทำได้ โดยการนำเข้าต้องขออนุญาตตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เนื่องจากสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5

2.สารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง ที่เป็นสารควบคุมคุณภาพในการตรวจวิเคราะห์และควบคุมคุณภาพของการตรวจสารเสพติดในร่างกายสำหรับใช้เป็นเครื่องมือแพทย์ จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 หรือไม่ และการนำเข้าต้องดำเนินการอย่างไร

ตอบ   ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 5  แต่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์  ดังนั้นการนำเข้าต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องมือแพทย์

3. การนำเข้าผลิตภัณฑ์ (Finished product) ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของส่วนต่าง ๆ ของพืชกัญชา กัญชง ต้องขอรับอนุญาตตามกฎหมายใด

ตอบ ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5  การนำเข้าจึงไม่ต้องขออนุญาตนำเข้าตามประมวลกฎหมายยาเสพติด แต่ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สุขภาพนั้น ๆ โดยพิจารณาจากวัตถุประสงค์การใช้งานบนฉลากผลิตภัณฑ์หรือความมุ่งหมายของผู้ผลิต ดังนี้

กรณีอาหาร จัดเป็นอาหารห้ามนำเข้าตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 424 พ.ศ. 2564 ที่ออกตามมาตรา 6(8) ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสองปีและปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท  ที่เป็นโทษ ให้ปรับเป็นตันเลขบน info จะดูง่ายกว่า ทำทั้งหมดนะคะ

กรณีเครื่องสำอาง  จัดเป็นเครื่องสำอางที่ห้ามนำเข้าตามประกาศฯที่ออกตามความในมาตรา 6(1)   ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558

กรณีการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น เช่น ผลิตภัณฑ์สมุนไพร  ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

4. การนำเข้าเมล็ดกัญชา กัญชง และส่วนอื่น ๆ ของพืชกัญชา กัญชง เช่น เปลือก ลำต้น ใบ เส้นใย กิ่งก้าน ราก ยอดหรือช่อดอก มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือเป็นวัตถุดิบในการผลิตสารสกัดจากกัญชา กัญชง ต้องขอรับอนุญาตตามกฎหมายใด

ตอบ  ต้องขอรับอนุญาต ดังนี้

1. ขออนุญาตนำเข้าตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 และกรณีนำเข้าเมล็ดกัญชา กัญชง ต้องขออนุญาตนำเข้าตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 เพิ่มเติมด้วย

2. เมื่อได้รับอนุญาตตามข้อ 1 แล้ว หากจะนำพืชกัญชา กัญชงดังกล่าวมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือเป็นวัตถุดิบในการผลิตสารสกัดจากกัญชา กัญชง ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สุขภาพนั้น ๆ โดย

1.กรณีผลิตเป็นอาหาร  ไม่สามารถนำเข้าได้ เนื่องจากจัดเป็นอาหารห้ามนำเข้า 
2.กรณีผลิตเป็นเครื่องสำอาง ไม่สามารถนำเข้าได้ เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่ห้ามนำเข้า 
3.กรณีผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น  ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

ซึ่งหากได้รับอนุญาตให้ผลิตถูกต้องตามกฎหมายแล้ว การพิจารณาตรวจสอบการนำเข้าเพื่อเป็นวัตถุดิบ ในการผลิตผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ก็สามารถดำเนินการได้เช่นเดียวกัน

การนำเข้า/นำติดตัวเพื่อใช้เฉพาะตน ของกัญชา กัญชง

1. การนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของส่วนต่าง ๆ ของพืชกัญชา กัญชง รวมถึงการนำเข้าส่วนต่าง ๆ ของพืช เพื่อใช้เฉพาะตัว ครอบคลุมการนำเข้าในลักษณะใดบ้าง และมีการกำหนดหลักเกณฑ์ไว้หรือไม่ อย่างไร

ตอบ  การนำเข้าตามข้อ 1  เพื่อใช้เฉพาะตัว ครอบคลุม 2 ลักษณะ ดังนี้

1. การนำติดตัวผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร และ
2. การส่งทางพัสดุ/ไปรษณีย์ระหว่างประเทศ

ผู้นำเข้าเพื่อใช้เฉพาะตัว จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาและนำมาใช้เองเท่านั้น  โดยพิจารณาจากรูปแบบของสินค้าที่นำเข้า ดังนี้

ก. การนำเข้าในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์นั้น  หากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจัดเป็นอาหาร หรือเครื่องสำอาง จะไม่สามารถนำเข้าได้

ข. การนำเข้าในรูปแบบส่วนต่าง ๆ ของพืช ต้องได้รับอนุญาตให้นำเข้าตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 ก่อน  ส่วนกรณีนำเข้าส่วนต่าง ๆ ของพืชกัญชา กัญชง มาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อใช้เฉพาะตัว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,262,607 hits

Join 4,134 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

10 ปีกรมหม่อนไหมสืบสานต่อยอดภูมิปัญญาพัฒนา Smart Farmer
วีแกนสายบุญ ‘กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง’ ทานอาหารวีแกนได้อะไรบ้าง? #SootinClaimon.Com
Coronavirus pandemic: Split trading desks, hourly Clorox may follow banks' travel bans #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
Trespasser raises security fears at Govt House after he detonates small explosives
‘สุ่ย-พรนภา’ โอด! ‘สุภาพบุรุษชาวดิน’บทยาก ต้องร้ายให้สุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Extensive projects, multifaceted developers triumph at the 17th PropertyGuru Thailand Property Awards
Upmarket developer sets sights on condo projects in prime locations
แนวหน้า Talk : ‘วิทิตนันท์ โรจนพานิช’ คำตอบของชีวิตหลังสร้างประวัติศาสตร์ ชาวไทยคนแรกผู้พิชิต‘ยอดเขาเอเวอเรสต์’
วันที่ 07 พ.ค. 2563 ข่าวการเงิน-หุ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,688 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d