Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ทนายตั้ม’ชี้เป้าแอดมินลึกลับ ชี้เป้าอยากรู้ข้อมูลถามที่‘คุณแม๊’

Posted on May 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655125

‘ทนายตั้ม’ชี้เป้าแอดมินลึกลับ ชี้เป้าอยากรู้ข้อมูลถามที่‘คุณแม๊’

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.38 น.

‘ทนายตั้ม’ชี้เป้าแอดมินลึกลับ ชี้เป้าอยากรู้ข้อมูลถามที่‘คุณแม๊’

22 พฤษภาคม 2565 จากกรณีแอดมินลึกลับโพสต์รูปภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Happy Melon Patcharaveerapong” ของดาราสาว “แตงโม นิดา” มีเนื้อหาทำนองเตรียมแฉเพื่อนรัก ก่อนสุดท้ายเพจ Happy Melon Patcharaveerapong จะถูกปิด แต่ทางแอดมินลึกลับใช้บัญชีอินสตาแกรมแมวของแตงโม ชี้ช่องเฟซบุ๊กใหม่ช่วงเช้าวันนี้ (22 พ.ค.) ในชื่อ “Happy Melon Offcial” นั้น

ล่าสุด “ทนายตั้ม” นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ระบุถึงเรื่องนี้ว่า “ตอนอยู่ฝรั่งเศส แม่ให้อดีตคนคุ้นเคยติดต่อหาผม บ่นทำนองไม่พอใจที่ปรึกษาด้านกฎหมายคนเดิม ผมบอกรอกลับมาคุยกัน แล้วอยู่ ๆ ก็มีการออนไลน์สื่อโซเชียลของแตงโมไม่หยุด ส่วนตัวผมเชื่อว่า แม่เจอที่ปรึกษาคนใหม่ ช่วยวางแผนการตอบโต้ให้ เป็นคนที่สังคมรู้จักกันดี อยากรู้ใครได้ข้อมูลไป ทำเพื่ออะไร ถามแม่เลยครับ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

งานเข้า‘พนง.เอวเด้ง!เซเว่นฯ’สั่งลงโทษโดดเหยียบเคาน์เตอร์เต้นยั่วๆ

Posted on May 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655121

งานเข้า‘พนง.เอวเด้ง!เซเว่นฯ’สั่งลงโทษโดดเหยียบเคาน์เตอร์เต้นยั่วๆ

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.47 น.

งานเข้า‘พนง.เอวเด้ง!เซเว่นฯ’สั่งลงโทษโดดเหยียบเคาน์เตอร์เต้นยั่วๆ

22 พฤษภาคม 2565 จากกรณี “คลิป” พนักงานสาวร้านสะดวกซื้อชื่อดังแห่งหนึ่ง ขึ้นไปยืนเต้นบนเคาน์เตอร์วางอาหารและชำระเงิน ทั้งยังมีเพื่อนพนักงานร่วมด้วย พร้อมกับเปิดเพลงเสียงดังด้วยความสนุกสนาน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เอวดีระวังตกงาน! วิจารณ์สนั่นพนง.สาว โดดเหยียบเคาน์เตอร์เต้นยั่วๆ)

ล่าสุดทางบริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) ได้ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว โดยได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน รวมถึงลงโทษพนักงานคนดังกล่าว และได้กำชับไปยังทุกร้านสาขาให้ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวสิงห์บุรีร้องเรียน! ถนนหมู่บ้านปิดตายห้ามผ่าน ลำบากพระบิณฑบาต เดินอ้อมไกลกว่าเดิม

Posted on May 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655106

ชาวสิงห์บุรีร้องเรียน! ถนนหมู่บ้านปิดตายห้ามผ่าน ลำบากพระบิณฑบาต เดินอ้อมไกลกว่าเดิม

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 08.52 น.

22 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง หมู่ 5 ตำบลโรงช้าง อำเภอพรหมบุรี จากที่มีชาวบ้านในพื้นที่แจ้งว่า ถนนในหมู่บ้านถูกปิดตายห้ามผ่าน โดยถนนดังกล่าวที่หน้าบ้านของ นางสาวอารีรัตน์ คธาวุฒิ โดยพบว่ามีการเอาวงคอนกรีตทาสีมา ตั้งซ้อนกันจนเต็มถนนจนรถไม่สามารถผ่านไปได้

ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปพูดคุยสอบถาม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 นางสาวน้ำเพ็ชร สายชูวงษ์ กล่าวว่า เจ้าชองบ้านที่ปิดถนนได้แจ้งว่า ถนนนี้เป็นพื้นที่ในโฉนดที่ดินของเขา เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล และได้ปิดถนนไปตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ด้านทางชาวบ้านแจ้งว่า ใช้การสัญจรเส้นทางนี้มากว่า 50 ปีแล้ว พอมาปิดถนนแบบนี้ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก

ตอนนี้รถโรงเรียนก็ผ่านไม่ได้ ขนส่งก็ผ่านไม่ได้ ไปทำงานลำบาก รวมทั้งเดือดร้อนไปถึงพระที่บิณฑบาตผ่านไม่ได้ ต้องเดินอ้อมไกล และเสี่ยงอันตรายด้วย เพราะเส้นทางที่สามารถสัญจรได้อีกเส้นนั้น ไกลและกำลังก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ

ทั้งนี้ นางโสภี จันทวงศ์ นายก อบต.โรงช้าง ได้แจ้งว่าถนนเส้นนี้อยู่ในพื้นที่ของ อบต.โรงช้าง ทาง อบต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ อยู่ในช่วงของการดำเนินการตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก ซึ่งเบื้องต้นได้ทำการเจรจาไกล่เกลี่ยไปแล้วแต่ไม่เป็นผล วันนี้จึงลงพื้นที่มาไกล่เกลี่ยขอให้เปิดทางอีกครั้ง แต่ทางผู้ปิดถนนยังไม่ยินยอม ส่วนขั้นตอนต่อไปนั้นได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อหาทางแก้ไขในวันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคมนี้อีกครั้ง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปิดเฟสก็เปิดเพจใหม่! มือปริศนายังโพสต์ไม่หยุดคดี’แตงโม’ ชาวเน็ตตามติดแทบไม่ได้นอน

Posted on May 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655103

ปิดเฟสก็เปิดเพจใหม่! มือปริศนายังโพสต์ไม่หยุดคดี'แตงโม' ชาวเน็ตตามติดแทบไม่ได้นอน

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 08.23 น.

22 พฤษภาคม 2565 หลังจากมีมือโพสต์ปริศนา โพสต์กรณีการเสียชีวิตของดาราสาว ‘แตงโม นิดา’ จนเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ จนเวลาต่อมาเฟสบุ๊คของแตงโม นิดา ถูกปิดไปนั้น

ล่าสุดเช้าวันนี้ โลกโซเซียลพบความเคลื่อนไหว มีการเปิดเพจเฟสบุ๊กใหม่ใช้ชื่อ Happy Melon official ซึ่งมียอดติดตามมากถึงหลักหมื่น คาดว่าเป็นมือโพสต์ปริศนารายเดิมที่เข้าไปใช้เฟสเดิมของแตงโม นิดา หลังโดนปิดจึงทำการเปิดเพจใหม่นั่นเอง โดยระบุข้อความว่า

‘ยังมีข้อมูลความจริงอีกมาก ก่อนเผาเรา ปิดเฟสเรา อย่าคิดว่าจะปิดปากเราได้เหรอ ไอ้เพื่อนรัก’

‘เรายังไม่ไปไหน เรายังรอความจริงจากปากทั้ง 5 คน อยู่ แต่ถ้ายังไม่พูดความจริง เราจะเปิดความจริงให้ทุกคนได้รับรู้พร้อมกัน ว่าเหตุเกิดบนเรือ คืออะไรลบข้อมูลมือถือ อย่าคิดว่ากู้คืนไม่ได้หรือ ไอ้เพื่อนรัก’

‘เพื่อนรักเลิกทำนิสัยขี้โกงขี้ขโมยได้แล้วค่ะ. ช่วยติดตามเพจนี้นะคะเราจะเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดในเพจนี้เท่านั้นนะคะ’. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ปลอดภัย..แต่รายจ่ายเพิ่ม! กฎหมาย‘คาร์ซีท’ไทยพร้อม?

Posted on May 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655070

สกู๊ปแนวหน้า : ปลอดภัย..แต่รายจ่ายเพิ่ม!  กฎหมาย‘คาร์ซีท’ไทยพร้อม?

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 07.00 น.

“5 ก.ย. 2565” หรืออีก 106 วันข้างหน้า พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2565ซึ่งสาระสำคัญคือ “กำหนดให้เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องจัดให้นั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตราย หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ” หรือที่เรียกว่า “คาร์ซีท (Car Seat)” จะมีผลบังคับใช้หลังจากที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2565 ซึ่งก็ทำเอาพ่อแม่ผู้ปกครองชาวไทยกังวลกับ “ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น” อยู่ไม่น้อย ยิ่งในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจยุคข้าวยากหมากแพงอย่างในขณะนี้

ณัชณศา เกตุแก้ว อายุ 32 ปี คุณแม่ลูก 1 กล่าวว่า การมีคาร์ซีทไว้ให้ลูกนั่งเวลาเดินทางถือว่าเป็นเรื่องดีมากๆ เพราะเด็กจะมีความซุกซนตามวัย ซึ่งเราไม่มาสามารถรู้ได้เลยว่าลูกคิดอะไรและจะทำอะไร อีกทั้งอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา และการมีคาร์ซีทเป็นการสร้างความปลอดภัยขั้นพื้นฐานแก่เด็ก แต่ในขณะเดียวกันคาร์ซีทยังคงมีราคาสูงตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น ทำให้บางคนที่หาเช้ากินค่ำหรือคนที่ไม่มีฐานะมากนักก็ไม่มีกำลังซื้อ

“เขาคิดว่าเอาเงินไปซื้ออย่างอื่นมีประโยชน์มากกว่า หรือเด็กบางคนเมื่อซื้อมาแล้วเขาก็ไม่ใช่นั่ง จะนั่งเป็นบางเวลา แต่เราต้องหัดให้เขานั่งให้เป็น และคาร์ซีทไม่จำเป็นต้องเด็กอายุ 1-2 ขวบนั่ง แต่เหมาะกับเด็กเล็กทุกคนถึงแม้ว่าจะอายุ 5-6 ขวบก็ยังนั่งได้อยู่ เพราะมันเหมือนเราคาดเข็มขัดนิรภัยให้ลูก ซึ่งเป็นการสร้างความปลอดภัยขณะเดินทางได้” ณัชณศา กล่าว

สำหรับกฎหมายที่ออกเรื่องของคาร์ซีทในมุมมองของคุณแม่รายนี้เห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะหมายถึงความปลอดภัยของเด็ก แต่อยากให้รัฐควบคุมเรื่องราคาเพื่อรองรับกลุ่มผู้ปกครองรายได้น้อย ที่ไม่สามารถจะนำเงินจำนวนหลักพันมาซื้อได้เพราะต้องนำไปซื้ออาหารประทังชีวิตภายในครอบครัว ถึงแม้เขาจะรู้ว่ามันคือความปลอดภัยของลูกน้อยก็ตาม ขณะเดียวกันก็มีผู้ปกครองบางคนยังคงลังเลคิดว่า ซื้อมาแล้วลูกจะยอมนั่งหรือไม่

“เราก็คิดอยู่ตลอด ทำให้ก่อนจะตัดสินใจซื้อเริ่มหาข้อมูล ยี่ห้อ ราคา และสอบถามคนรอบข้าง จึงรู้ว่าถ้ายี่ห้อดีๆ ออฟชั่นเยอะราคาสูงถึง 3 หมื่นบาทอย่างของเพื่อนที่เพิ่งซื้อคาร์ซีทออฟชั่นดีมากๆ เพราะสามารถเป็นรถเข็นได้ด้วย แต่ราคา 50,000 ขึ้นซึ่งถือว่าแพงมากสำหรับชาวบ้านทั่วไป ทำให้คนเกิดลังเลว่าเอาเงินที่ซื้อคาร์ซีทไปซื้อนมให้ลูกกินแทนดีกว่า” ณัชณศา ระบุ

เช่นเดียวกับ สุธาวัลย์ เศรษฐจารุรักษ์ อายุ 30 ปี แม่เลี้ยงเดี่ยวที่เลี้ยงลูก 1 คนตามลำพัง กล่าวว่า การมีคาร์ซีทจะช่วยเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง หากเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เช่นการเบรกกะทันหัน ซึ่งการนั่งคาร์ซีทก็จะช่วยลดระดับความรุนแรงและลดการบาดเจ็บของเด็กได้ และนอกจากนี้ตัวเด็กก็จะนั่งสบาย ถ้าเกิดง่วงก็สามารถหลับได้เลย โดยที่แม่ไม่ต้องคอยอุ้มเวลาเดินทาง

“แต่ก็มีข้อเสียอยู่ คือ มีราคาค่อนข้างแพง และถ้าหากให้เด็กนั่งคาร์ซีทเป็นเวลานานจนเกินไปก็จะเกิดอันตรายต่อเด็กได้ เช่น การหายใจไม่ออก หรือมีการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ สำหรับทารกแรกเกิดจะยังมีปัญหาเรื่องความแข็งแรงของปอดและหัวใจ ซึ่งจะทำให้ทารกเผชิญกับภาวะกรดไหลย้อนได้” สุธาวัลย์ กล่าว

แม้พ่อแม่ผู้ปกครองจะเห็นความสำคัญของคาร์ซีท แต่สำหรับประเทศไทยที่ผู้คนจำนวนมากยังหาเช้ากินค่ำมีรายได้ไม่สูงก็ทำให้หลายคนลังเลเพราะอาจมีเรื่องอื่นจำเป็นกว่า ซึ่ง นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) เสนอแนะว่า 1.ควรใช้มาตรการทางภาษีเพื่อทำให้ราคาของคาร์ซีทถูกลง เพราะปัจจุบันคาร์ซีทที่มีจำหน่ายในไทยเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ

2.ทำระบบฐานข้อมูลและแหล่งรวบรวมคาร์ซีทมือสอง เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วร่างกายของเด็กเติบโตค่อนข้างเร็ว คาร์ซีทจึงต้องเปลี่ยนเกือบทุกปี ดังนั้นจะมีคาร์ซีทมือสองสภาพดีอยู่เป็นจำนวนมาก หากจัดทำฐานข้อมูลและแหล่งรวบรวมก็จะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องซื้อคาร์ซีทมือหนึ่ง เป็นการลดค่าใช้จ่ายได้อีกทาง และ 3.ควรอนุญาตให้ใช้ “บูสเตอร์ซีท (Booster Seat)” แทนได้ บูสเตอร์ซีทเป็นเบาะรองนั่งยกสูงซึ่งมีเข็มขัดรัด และใช้ร่วมกับเข็มขัดนิรภัยปกติในรถยนต์ได้ ซึ่งก็ยังปลอดภัยระดับหนึ่ง แต่มีราคาถูกกว่าคาร์ซีทแบบที่นั่งเต็ม

ในเบื้องต้น จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2565 กำชับผู้จำหน่ายคาร์ซีทไว้ 2 ข้อ 1.ห้ามปรับขึ้นราคาโดยเด็ดขาด 2.หากมีการขอปรับราคาเพราะต้นทุนนำเข้าสูงขึ้นหรือเหตุอื่น ต้องขออนุญาตกรมการค้าภายในก่อน สืบเนื่องจากในเวลานั้นมีรายงานว่า ราคาคาร์ซีทปรับเพิ่มสูงขึ้นรับกฎหมายใหม่ ทั้งนี้ “การฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า อาจมีความผิดฐานค้ากำไรเกินควร ตามมาตรา 29ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542” มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีหรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อีกด้านหนึ่ง เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมามีเวทีเสวนา “คาร์ซีท คาใจ เลือกแบบไหนเพิ่มความปลอดภัยให้ลูก” ที่ รร.ทีเค พาเลซ ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ซึ่ง รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำการเลือกใช้คาร์ซีทที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย ดังนี้

“1.ที่นั่งนิรภัยต้องใช้ตั้งแต่ทารกแรกเกิด และเด็กอายุ 2-6 ปี ควรใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กเล็กที่มีที่ยึดเหนี่ยวในตัวนั่งหันหน้าไปด้านหน้า (Forward Facing Seat) มีสายรัดตัวเป็นแบบยึดเหนี่ยวร่างกายเด็กไว้ 5 จุด 2.การอุ้มเด็กนั่งตักในเบาะหน้าคือจุดที่อันตรายที่สุดในรถ 3.เด็กอายุน้อยกว่า 13 ปี ให้นั่งเบาะหลังเสมอ ความเสี่ยงต่อการตายจะลดลง 2 เท่าตัว 4.การใช้ระบบยึดเหนี่ยวในรถเป็นมาตรการลดการบาดเจ็บการตายที่สำคัญจากการกระเด็นทะลุกระจกหรือลอยจากที่นั่งตามความเร็วรถชนกระแทกโครงสร้างภายในรถหลังอุบัติเหตุรถชนหรือคว่ำ

5.เด็กอายุน้อยกว่า 9 ปี ต้องใช้ที่นั่งนิรภัยให้เหมาะสมตามวัย และต้องยึดเหนี่ยวให้ถูกวิธี ตามคําแนะนําของแต่ละผลิตภัณฑ์ และ 6.เด็กที่จะใช้เข็มขัดนิรภัยได้เหมาะสมปลอดภัยก็ต่อเมื่อมีอายุ 9 ปีขึ้นไป หรือความสูงตั้งแต่ 135 ซม. ขึ้นไปเท่านั้น มิฉะนั้นเข็มขัดนิรภัยอาจกลายเป็นตัวการทำอันตรายต่อเด็กอย่างรุนแรงได้” รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายสำคัญอยู่ที่ “รถกระบะ 2 ประตูมีแค็บ” ซึ่งตามกฎหมายแล้วไม่อนุญาตให้คนโดยสาร แต่ที่ผ่านมาทางการได้อนุโลมให้นั่งได้มาตลอดจนกลายเป็นวิถีชีวิตไปแล้ว เช่นเดียวกับการนั่งท้ายกระบะ ดังที่เคยมีกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากประชาชนในปี 2560 เมื่อรัฐบาลในเวลานั้นมีแนวคิดห้ามนั่งท้ายกระบะและในแค็บจนสุดท้ายต้องพับแนวคิดดังกล่าวเก็บไป

เมื่อที่นั่งแค็บซึ่งไม่สามารถติดตั้งคาร์ซีทได้แล้วจะให้ทำอย่างไร..เรื่องนี้น่าคิด!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ตัวเลขลงทุนวิจัยไทยเติบโตต่อเนื่องแม้เผชิญโควิด-19 ปี’64ทะลุ2แสนล้าน-ตั้งเป้าร้อยละ2ต่อจีดีพีในปี’70

Posted on May 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655061

สกู๊ปพิเศษ : ตัวเลขลงทุนวิจัยไทยเติบโตต่อเนื่องแม้เผชิญโควิด-19  ปี’64ทะลุ2แสนล้าน-ตั้งเป้าร้อยละ2ต่อจีดีพีในปี’70

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เปิดเผยถึงการสำรวจค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของภาครัฐและภาคเอกชนของไทย ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2543 พบว่า ตัวเลขการลงทุนวิจัยและพัฒนาโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 แต่จากสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งเป็นวิกฤตที่ทั่วโลกต้องเผชิญ ทำให้ในปีสำรวจ 2563 สอวช. ได้คาดการณ์ว่า ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาจะลดลงและมีผลต่อเนื่องไปจนถึงปี 2565 จากผลกระทบดังกล่าว แต่หากต้องการรักษาให้มูลค่าการลงทุนวิจัยและพัฒนาให้อยู่ในระดับปกติภาครัฐต้องเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเข้ามา

จากข้อมูลการสำรวจค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา ประจำปี 2564 (สำรวจข้อมูลปี’63) ที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ทำการสำรวจนั้น พบว่า ภาพรวมตัวเลขการลงทุนวิจัยและพัฒนาเติบโตขึ้น เป็นจำนวนรวมกว่า 208,009 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัดส่วนการลงทุนของภาครัฐที่เพิ่มมากขึ้น คิดเป็นจำนวน 66,304 ล้านบาท และภาคเอกชน 141,705 ล้านบาท โดยสัดส่วนภาครัฐต่อภาคเอกชนอยู่ที่ร้อยละ 32 และร้อยละ 68 ตามลำดับ ซึ่งการลงทุนจากภาครัฐเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึงเกือบร้อยละ 10 สำหรับภาพรวมค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศต่อจีดีพียังเติบโตต่อเนื่องอยู่ที่ร้อยละ 1.33 จากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ร้อยละ 1.14

“สอวช. มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อไปสู่เป้าหมายการลงทุนวิจัยและพัฒนาร้อยละ 2 ของจีดีพี ให้ได้ในปี 2570 โดยต้องมีมาตรการ กลไกที่ต้องเข้าไปช่วยกระตุ้นและส่งเสริมภาคเอกชนให้ลงทุนเพิ่มมากขึ้น หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย เพราะฉะนั้นมั่นใจได้ว่าในปี 2565-2567 หากทั้งภาครัฐและเอกชนใส่เงินลงไปที่การวิจัยและพัฒนาตรงนี้ โดย สอวช. เองก็จะช่วยสนับสนุนให้เกิดกลไกที่เอื้อต่อการลงทุนควบคู่ไปด้วย จะทำให้การเติบโตของค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเติบโตและเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” ดร.กิติพงค์ กล่าว

ในมุมของหน่วยงานด้านนโยบาย สอวช. ตั้งเป้าหมายใหญ่ของประเทศที่จะขับเคลื่อนด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ให้สำเร็จภายในปี 2570 ได้แก่ 1) ขับเคลื่อนประเทศไทยพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง โดยเพิ่มจำนวนบริษัทที่มีนวัตกรรมที่มีขนาดมากกว่า 1,000 ล้านบาท ให้ได้ 2,000 บริษัท และส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพิ่มขึ้นสูงกว่า 1.5 เท่าของการเติบโตรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยของประเทศ 2) เพิ่มสัดส่วนแรงงานทักษะสูงให้เป็น 25% ในปี 2570 ผ่านแพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงรองรับการลงทุนและการพัฒนาประเทศ 3) มีแพลตฟอร์มขับเคลื่อนการขยับสถานะทางสังคมและรายได้ของประชากรกลุ่มฐานรากหรือ Social Mobility จำนวน 1 ล้านคน และ 4) ผลักดัน 50% ของบริษัทส่งออกให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

 ซึ่งการจะไปสู่เป้าหมายได้ต้องมีการสร้างเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม ทุนทางวัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ ใช้แนวทางการขับเคลื่อนประเทศออกจากกับดักรายได้ปานกลางผ่าน Three-Pronged Strategy ที่ประกอบด้วย 1) อุตสาหกรรมที่ใช้ความรู้เป็นฐานหรือ Knowledge-Based Industry 2) อุตสาหกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรมเป็นฐาน หรือ Creative & Cultural-Based Industry และ 3) เศรษฐกิจท้องถิ่น หรือ LocalEconomy ในการขับเคลื่อน Knowledge-BasedIndustry ด้วยเศรษฐกิจนวัตกรรม (InnovationEconomy) มุ่งเน้นการเพิ่มผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม(Innovation-Driven Enterprise หรือ IDE)ทั้งปริมาณและคุณภาพ ให้เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ และมีการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมให้ตรงกับความต้องการและทิศทางการพัฒนาประเทศ

นอกจากนี้ยังมีแนวทางการขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy หรือ CE) แพลตฟอร์มเพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม (innovation ecosystem) มีการริเริ่มทำ CE Innovation Policy Platform นำไปสู่การจัดทำ CE Design & Solution Platform ส่งเสริมผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน

ส่วนการขับเคลื่อน Creative & Cultural-based Industry เริ่มจากการให้ความสำคัญกับทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่ จากนั้นใช้กลไกการส่งเสริมด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การบ่มเพาะและพัฒนาผู้ประกอบการสร้างสรรค์ และการพัฒนาพื้นที่และเครือข่ายสร้างสรรค์ มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดธุรกิจสร้างสรรค์ ต่อยอดจากทุนทางวัฒนธรรม ในแง่ของชุมชน ทำให้มีแนวทางอนุรักษ์และสืบทอดทุนวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป และสามารถแปลงทุนทางวัฒนธรรมที่มีเพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ และในแง่เครือข่าย มีการวางแผนและผลักดันให้เมืองเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก

สำหรับการขับเคลื่อน Local Economy ผ่านการส่งเสริมให้เกิด social enterprise เชื่อมโยงเครือข่ายและสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจการพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยการมองหาโอกาสจากความขาดแคลนและพัฒนาให้เกิดเป็นธุรกิจ เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งจากภายในและภายนอกพื้นที่ ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อก่อให้เกิดการสร้างระบบนิเวศที่จะสนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการนวัตกรรม ที่สามารถพัฒนาไอเดียให้เกิดเป็นธุรกิจและเกิดกิจกรรมเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ โดยภาครัฐมีหน้าที่สร้างแรงจูงใจให้เกิดการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายและเป็นระบบนิเวศ นอกจากนี้ยังมีแนวทางการขจัดความยากจนแบบตรงจุด จากการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูล เพื่อพัฒนานโยบายนวัตกรรมขจัดความยากจน รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล U2T สร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยใช้องค์ความรู้งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพยากรมาใช้พัฒนาพื้นที่พัฒนาประเทศ และนำโจทย์หรือปัญหาของประเทศมาสู่การพัฒนาศักยภาพกำลังคน องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนประเทศ

การขับเคลื่อนด้านนโยบายในส่วนอื่นๆ ยังมีแนวทางการสร้างทักษะใหม่ (new skill) สนับสนุนเศรษฐกิจใหม่ ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง (lifelong learning) มีการส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศของการ upskill/reskill/new skill เพื่อผลิตกำลังคนรองรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจอุตสาหกรรมให้ได้ตามเป้าหมาย 100,000 คนต่อปี

ตัวอย่างนโยบายที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อยู่ระหว่างการขับเคลื่อน เช่น การผลักดันให้เกิด พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2564, มาตรการ Thailand Plus Package การรับรองการจ้างแรงงานลูกจ้างที่มีทักษะสูงและการรับรองหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ (STEM), ระเบียงเศรษฐกิจนวัตกรรม แม่โขง-ล้านช้าง Route No.1 Innovation Economic Corridor เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการค้ากลุ่มคลัสเตอร์เป้าหมายในเส้นทางที่เชื่อมโยงกับประเทศใกล้เคียง

กองทุนนวัตกรรม (Innovation Fund) ที่ภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนสนับสนุนทุนด้านนวัตกรรมให้แก่ SME กลไกสนับสนุนการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ (higher education  sandbox) ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อผลิตกำลังคนให้ตอบโจทย์ความต้องการมากยิ่งขึ้น ผ่านการจัดการศึกษาที่แตกต่างไปจากมาตรฐานการอุดมศึกษา, การปรับระบบการให้ทุน ววน. มีการจัดตั้งกองทุนส่งเสริม ววน. ในการจัดสรรงบประมาณวิจัยและนวัตกรรมให้กับหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) เพื่อนำไปสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมให้กับมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย รวมถึงภาคเอกชนหรือหน่วยงานผู้ใช้ประโยชน์

ซึ่งในปีงบประมาณ 2566 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเข้ากองทุน ววน. ไปแล้วกว่า 17,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ได้รับการจัดสรร 14,000 ล้านบาท หลังจากนี้ต้องดูว่าในกองทุนอื่นๆ ที่มีอยู่ จะทำความร่วมมือเพื่อนำเม็ดเงินมาลงในเรื่องการวิจัยและพัฒนาให้เพิ่มขึ้นได้อย่างไร

  นอกจากนี้ยังมีการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านงบประมาณ เช่น การบริหารกองทุนส่งเสริม ววน. โดยมีหลักการเพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณแบบ multi-year และ block grant, ด้านการบริหารจัดการ เช่น การจัดทำผังโครงสร้างข้อมูลด้าน ววน. เพื่อการติดตามนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนด้าน ววน., ด้านโครงสร้างระบบหน่วยงาน เช่น การจัดตั้งหน่วยบริหารและจัดการทุนเฉพาะด้านภายใต้สภานโยบาย (บพค., บพข., บพท.), ด้านการส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรม เช่น มาตรการสนับสนุนทุนแก่ภาคเอกชนเพื่อพัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรม ตามความต้องการของภาครัฐหรือตามอุปสงค์ของตลาด (Thailand Business Innovation Research หรือ TBIR) เป็นต้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เทศบาลตำบลไทรย้อย’พร้อม ใช้งบ‘กปท.‘หนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่

Posted on May 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655048

‘เทศบาลตำบลไทรย้อย’พร้อม  ใช้งบ‘กปท.‘หนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฐวุฒิ ใจดี รองปลัดเทศบาลตำบลไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลกเปิดเผยว่า ตามที่ สปสช.ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์สนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับไม่เกิน 3 ชิ้นต่อคนต่อวัน ให้กับผู้ป่วยสูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยที่มีปัญหากลั้นขับถ่าย ทางเทศบาลมีฐานข้อมูลของผู้ป่วยกลุ่มนี้อยู่แล้ว ขณะนี้รอเพียงหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ออกมา ทางเทศบาลตำบลไทรย้อยพร้อมที่จะทำโครงการนี้ทันที

“ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา เทศบาลตำบลไทรย้อยใช้กองทุนสวัสดิการออมวันละบาท เพื่อนำมาสนับสนุนให้กับผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่มีความจำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ทุกปีอยู่แล้ว แต่ก็เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นปีหนึ่งซื้อให้ได้ไม่เกิน 2 ครั้งครั้งละ 2 ชุดเท่านั้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวและคนดูแล เพราะผ้าอ้อมผู้ใหญ่เป็นสินค้าที่มีราคาสูง” นายณัฐวุฒิ กล่าว

รองปลัดเทศบาลตำบลไทรย้อย กล่าวต่อไปว่า รพ.สต.ไทรย้อยและ รพ.สต.หนองขมิ้น มีการคัดกรองและประเมินผู้ป่วยเป็นประจำทุกปี เพื่อตรวจสอบรายชื่อทั้งผู้ป่วยเก่าและผู้ป่วยใหม่ที่มีจำเป็นต้องใช้ให้เป็นปัจจุบันเสมอ รพ.สต.ทั้ง 2 แห่งก็จะส่งข้อมูลให้กับเทศบาล ปีนี้คาดว่าผู้ป่วยจำเป็นที่มีความจำเป็นต้องใช้ประมาณ 28 คน นอกจากนี้ ที่ผ่านมาต้องเจอกับปัญหาการจัดการขยะประเภทผ้าอ้อม เพราะผ้าอ้อมที่ใช้แล้วคือขยะติดเชื้ออาจเป็นอันตรายกับผู้อื่นได้ ดังนั้นต้องไม่ทิ้งรวมกับขยะทั่วไป หรือตามสถานที่สาธารณะต่างๆ

ซึ่งปัญหาที่พบคือ เทศบาลไทรย้อยไม่มีรถเก็บขยะ จึงจำเป็นต้องทำเตาเผาความร้อนสูงจากถังแกลลอน 200 ลิตร โดยมีการสาธิตให้ผู้ดูแลผู้ป่วย รวมถึงให้ความรู้ คำแนะนำ อย่างไรก็ตาม การเผาด้วยเตาเผาความร้อนสูงที่เทศบาลจัดทำขึ้นไม่ใช่เตาเผาที่ได้รับการรองรับแต่อย่างใดเป็นเพียงเตาเผาที่ทำขึ้นมาแก้ปัญหาเบื้องต้นเพื่อไม่ให้นำไปทิ้งที่ในที่อื่นๆ ไม่ได้มีข้อมูลทางวิชาการมากนัก

“ตอนนี้ทางเทศบาลตำบลไทรย้อยกำลังคิดกระบวนการต่อยอดและศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ จึงอยากฝากเรื่องการกำจัดขยะผ้าอ้อมผู้ใหญ่ไปยังหน่วยงาน เพื่อออกนโยบายที่มีการจัดการเป็นระบบและได้มาตรฐานมากขึ้น เพื่อให้ตำบลอื่นๆ จะได้ทราบและให้ความสำคัญในเรื่องของการจัดเก็บและกำจัดอย่างถูกวิธี”นายณัฐวุฒิ กล่าวในตอนท้าย

ทั้งนี้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนสปสช. 1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 และFacebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถ้าทำบุญทุกวัน รับรองได้ว่า ‘ตายไปไม่ต้องมารอรับส่วนบุญของผู้อื่น’

Posted on May 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655067

ถ้าทำบุญทุกวัน รับรองได้ว่า 'ตายไปไม่ต้องมารอรับส่วนบุญของผู้อื่น'

วันเสาร์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.08 น.

“…ถ้าทำบุญทุกวัน รับรองได้ว่า ตายไปไม่ต้องมารอรับส่วนบุญของผู้อื่น ผู้ที่มารอรับส่วนบุญนี้เป็นพวกที่ทำบุญน้อย หรือไม่ทำเลย บางพวกก็ไม่ยอมทำบุญเลย วันเกิดก็ไม่ทำ วันพระ วันปีใหม่ก็ไม่ทำ วันอะไรก็ไม่ทำทั้งนั้น เอาเงินไปกินไปดื่มไปเที่ยว ไปเล่นกันดีกว่า สนุกกว่า สบายกว่า พวกนี้แหละ เป็นพวกที่จะต้องมาคอยรับส่วนบุญ…”

โอวาทธรรมพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๐

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ขนมพิมพ์สูตรโบราณ’ เจ้าอร่อยสูตรเด็ดที่หากินยากในเมืองสงขลายังมีขาย

Posted on May 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655057

'ขนมพิมพ์สูตรโบราณ' เจ้าอร่อยสูตรเด็ดที่หากินยากในเมืองสงขลายังมีขาย

วันเสาร์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.42 น.

สองสาวเพื่อนซี้เปิดร้านขายขนมพิมพ์รังผึ้งสูตรโบราณ หรือที่ทางภาคใต้เรียกสั้นๆ ว่า “ขนมพิมพ์” ที่นับวันจะหากินยากในเมืองสงขลา โดยได้รับการถ่ายทอดสูตรมาจากพี่สาวที่ขายขนมพิมพ์อยู่ที่ทะเลน้อยจังหวัดพัทลุง 

ที่บริเวณปากทางเข้าตลาดทรัพย์สินพลาซ่า ริมถนนหน้าที่ทำการไปรษณีย์สงขลา เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา นางภัสวดี (พี่ติ๋ม) ทองมา อายุ 47 ปี และนางสมการี (พี่กระแต) เถรว่อง อายุ 52 ปี สอง เพื่อนซี้ได้มาเปิดร้านขายขนมพิมพ์รังผึ้งหรือที่ทางภาคใต้เรียกสั้นๆว่าขนมพิมพ์ซึ่งเป็นสูตรโบราณที่หากินได้ยาก ในเมืองสงขลา ขนมพิมพ์โบราณที่มีหน้าตาคล้ายวาฟเฟิลสไตล์ไทย ของพี่จิ๋มและพี่กระแตได้รับการยอมรับจากลูกค้าที่ทยอยกันเดินทางเข้ามาซื้อขนมพิมพ์สูตรโบราณกลับไปกินที่บ้านอย่างต่อเนื่องรวมทั้งแม่ค้าที่ขายของอยู่ในตลาดไม่สามารถออกมาซื้อได้ ก็โทรศัพท์สั่งเข้ามาให้นำขนมพิมพ์เข้าไปส่งในตลาดอยู่ตลอดเวลา บางครั้งทำแทบไม่ทัน ทั้งๆที่ในแต่ละแผ่นที่ทำ ใช้เวลาขนมสุกเพียง 20 วินาทีต่อ 1 แผ่นเท่านั้น 

“ขนมพิมพ์รังผึ้ง” เมนูของหวานโบราณ ที่มีหน้าตาคล้ายวาฟเฟิลสไตล์ไทย แต่จะแตกต่างกันตรงสูตรของขนม “ขนมพิมพ์รังผึ้ง” สูตรโบราณดั้งเดิมจะไม่มีไส้ในตัวแป้ง แต่ปัจจุบันมีการดัดแปลงสูตร ให้มีความหลากหลาย น่าสนใจ และน่ากินยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มไส้พวกข้าวโพด เผือก ฝอยทอง ลูกเกด ลงไปและสามารถเติมสีสันให้กับตัวแป้งได้ เช่น โกโก้ ใบเตย สำหรับขนมพิมพ์รังผึ้งสูตรโบราณดั้งเดิมจะไม่มีไส้ เป็นแป้งเปล่าที่เนื้อแป้งนุ่ม เย็นแล้วก็ยังนุ่มเหมือนเดิม 

โดยได้สูตรมาจากพี่สาวคิดสูตรเองผสมเอง เป็นคนผสมสูตรให้ ปกติพี่สาวทำขนมพิมพ์ขายอยู่ที่ทะเลน้อยจังหวัดพัทลุง ขายมานานหลายปีแล้ว พี่สาวเป็นคนผสมแป้งและช่วยออกความคิดให้ โดยใช้แป้งสาลี ไข่ มะพร้าวอ่อน เป็นวัตถุดิบหลักในช่วงนี้ขาย 3 แผ่น 20 บาท 

นางภัสวดี (พี่ติ๋ม) กล่าวว่า ทำขนมพิมพ์มา 2-3 ปีแล้ว ได้สูตรจากพี่สาวโดยพี่สาวเป็นคนผสมสูตรให้ ปกติพี่สาวทำขนมพิมพ์ขายอยู่ที่ทะเลน้อยจังหวัดพัทลุง ขายมานานหลายปีแล้ว พี่สาวเป็นคนผสมแป้งและช่วยออกความคิดให้ คิดสูตรเองผสมเอง โดยใช้แป้งสาลี มีไข่ มะพร้าวอ่อน ฟักทองหรือจะใส่ใบเตยก็แล้วแต่ในช่วงนี้ขาย 3 แผ่น 20 บาท ลูกค้าเยอะ ส่วนมากลูกค้าจะติดใจที่ทำคงที่คงเดิมทั้งความอร่อยก็เหมือนเดิม ไม่ได้ลดปริมาณอะไรลงเลยและก็ยังคงใช้ปริมาณเท่าเดิม ช่วงนี้ของแพง วัตถุดิบที่ทำก็มีราคาแพงขึ้น แต่ก็ยังขายราคาเหมือนเดิมคือ 3 แผ่น 20 บาท – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิษณุโลกเปิดเทศกาล ‘เที่ยว ชิม ช้อปทุเรียนหลง-หลินบ้านรักไทยที่สวนไฮ-ฮิลส์ฟาร์ม’

Posted on May 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655047

พิษณุโลกเปิดเทศกาล 'เที่ยว ชิม ช้อปทุเรียนหลง-หลินบ้านรักไทยที่สวนไฮ-ฮิลส์ฟาร์ม'

วันเสาร์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.19 น.

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก จัดงานเทศกาลท่องเที่ยวเชิงเกษตรกร สุขภาพ ธรรมชาติ แบบ New Normal ให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยว ชิม และช้อป ทุเรียนหลง-หลินบ้านรักไทย ถึงสวนไฮ-ฮิลส์ ฟาร์ม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชน และเพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 พ.ค.65 ที่สวนไฮ-ฮิลส์ ฟาร์ม บ้านรักไทย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดเทศกาลท่องเที่ยวเชิงเกษตรกร เที่ยว ชิม ช้อป ทุเรียนหลง-หลิน บ้านรักไทยที่สวนไฮ-ฮิลส์ ฟาร์ม ที่จัดขึ้นโดยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับผู้ประกอบการและภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวได้จัดงาน เทศกาลท่องเที่ยวเชิงเกษตรกร สุขภาพ ธรรมชาติ แบบ New Normal ให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยว ชิม และช้อป ทุเรียนถึงสวน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชน และเพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก

โดยหลังพิธีเปิดนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก และภาคีเครือข่าย ได้เยี่ยมชมสวนทุเรียน ที่ปลูกไว้กว่า 2,000 ไร่ และชมการตัดทุเรียนจากต้นลงสู่พื้นเพื่อนำไปจำหน่ายให้ลูกค้า ทั้งทางออนไลน์และไปรษณีย์ ที่มารับไปส่งให้กับลูกค้าถึงสวนทีเดียว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ร่วมทดสอบการรับทุเรียนจากต้น ด้วย โดยลีลาการรับทุเรียนของผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ต้องใช้การทดสอบถึง 3 ครั้งก่อนจะสามารถรับทุเรียน ได้ เหมือนกับคนงานทั่วไปทีเดียว ท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้มาร่วมงาน

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ปลูกทุเรียน กันจำนวนมาก แต่พื้นที่บ้านรักไทย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ที่สวนไฮ-ฮิลส์ ฟาร์ม บ้านรักไทย แห่งนี้ มีการปลูกถึง 2000 ไร่ และมีการส่งเสริมให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบยั่งยืน สร้างรายได้ให้กับชุมชน เป็นอย่างดี และที่สำคัญสภาพอากาศที่บนบ้านรักไทย เป็นอากาศที่น่าท่องเที่ยวทั้งปี นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมธรรมชาติ และชิมผลไม้พื้นถิ่นได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงนี้ทุเรียนกำลังออกผลผลิตกันจำนวนมาก จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมกันได้ถึงสวนทีเดียว

นางศศิวัณย์ ศรีพรหม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก และนายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวว่าทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับผู้ประกอบการภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยว 8 สมาคมฯ 24 ชมรม จึงได้จัดงานเทศกาลท่องเที่ยเชิงเกษตร สุขภาพ ธรรมชาติ แบบ New Normal ให้นักท่องเที่ยวได้มาชิมและชมทุเรียนถึงแหล่งผลิต ที่สวนไฮ-ฮิลล์ ฟาร์ม บ้านรักไทยแห่งนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยงเชิงเกษตรกรชุมชน โดยชุมชนบ้านรักไทยอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกระจายรายได้ให้กับชุมชน และในช่วงนี้คือ ฤดูทุเรียนเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เต็มที่ จึงได้จัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคและท่องเที่ยวขึ้น ให้ผู้ที่ชื่นชอบทุเรียนได้รับประทานกันสดๆ ที่สวน 

โดยเฉพาะที่บ้านรักไทย มีสวนทุเรียนที่เกษตรกรในพื้นที่ปลูกมากกว่า 70 ราย เป็นสายพันธุ์ หมอนทอง พวงมณี หลง-หลินลับแล ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลกได้เป็นอย่างดี และยังได้มีการส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ได้ประสบความสำเร็จ เราได้มาตรฐานการแพคสินค้า GAP ทำให้ลูกค้ามั่นใจที่จะสั่งออนไลน์ และส่งทางไปรษณีย์ จำนวนมากในทุกๆวัน ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนโดยชุมชนบ้านรักไทยอย่างยั่งยืนกระจายรายได้สู่ชุมชน ชาวบ้านอย่างทั่วถึง

โดยที่สวนทุเรียนไฮ-ฮิลล์ ฟาร์ม บ้านรักไทย ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งได้ปลูกหลงและหลิน มากว่า  40 ปี ปลูกผลไม้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มะยงชิด ลำไย มะเฟือง มะม่วง แต่ในช่วงนี้ทุเรียนพันธุ์หลง-หลิน ลับแล กำลังออกผล เก็บผลผลิตส่งขายให้กับลูกค้าทางออนไลน์ ไฮ-ฮิลล์ฟาร์มแห่งนี้มีพื้นที่ปลูกผลไม้มากกว่า  200 ไร่ ปลูกทุเรียนหลง-หลิน กว่า 80 ไร่ จำนวน 1809 ต้น หมอนทอง 3,000 กว่าต้น และมะยงชิด อีกกว่า  2,000 ต้น แต่ละปีมีลูกค้าสั่งจองข้ามปีกันทีเดียว โดยเฉพาะพันธุ์หลงลับแล เนื่องจากมีรสชาติที่หอม หวาน กรอบ ส่วนพันธุ์หลินลับแล เพิ่งออกผลผลิตในปีนี้เป็นปีที่ 2 

โดยปีที่แล้วทำชื่อเสียงไว้ได้ดีมากลูกค้าส่วนใหญ่ติดใจ แต่เนื่องด้วยในช่วงนี้ยังคงได้รับผลกระทบโควิด ทำให้ลูกค้าที่จะมาซื้อที่สวนก็น้อยลง แต่ก็มีการสั่งซื้อทางออนไลน์ หน้าเพจ High-Hills Farm กันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าที่ไอคอนสยาม และ ตลาด อตก. กรุงเทพมหานคร ที่สั่งซื้อเพื่อนำไปขายบนห้างอีกราคาหนึ่ง  ทำให้ตนต้องส่งไปทางไปรษณีย์ ซึ่งในช่วงทางบริษัทไปรษณีย์ไทย ก็ได้บริการนำรถแบบหกล้อ มารับถึงสวนกันทีเดียว

นายศรณ์ กันตรัตนากุล เจ้าของสวนไฮ-ฮิลล์ ฟาร์ม บ้านรักไทย ได้บอกว่าในวันนี้ตนได้ตัดทุเรียนเพื่อส่งให้กับลูกค้า เป็นทุเรียนพันธุ์หลงลับแล จำนวน 2000 กิโลกรัม ในราคาเกรด A และ เกรด B ขายส่งในราคากิโลกรัมละ 350 บาท ลูกหนึ่งก็จะมีน้ำหนักประมาณ 1.5-2 กิโลกรัม แต่ถ้าพ่อค้านำไปขายบนห้างไอคอนสยาม ก็จะอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 600 บาททีเดียว ซึ่งผลผลิตทุเรียนพันธุ์หลงลับแล ในปีนี้คาดว่าจะออกไม่ต่ำกว่า 10 ตันทีเดียว ตนได้เปิดสวนทุเรียน ให้เป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกทุเรียนนอกถิ่น ไฮ-ฮิลส์ ฟาร์ม (GAP Certifed) เพื่อให้ประชาชนหรือเกษตรกรมาศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกผลไม้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะทุเรียน หากประชาชนท่านใดที่สนใจต้องการสั่งจองทุเรียนที่สวนของตนก็สามารถสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 081-846-9797 wfh – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,263,955 hits

Join 4,134 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Price of luxury homes in and around Bangkok remains sky-high despite Covid crisis #SootinClaimon.Com
Stranded Rohingya rescued by Indonesian fishermen: officials
ภัทรา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ‘ฝังหัวใจไว้ในขนมเค้ก’
พ.ต.สมพงษ์ สุขสงวน "ช่วยคนคือความสุข"
วีแกนสายบุญ ‘กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง’ ทานอาหารวีแกนได้อะไรบ้าง? #SootinClaimon.Com
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
Asean Summit to discuss Karen issue as Thailand watches Myanmar situation #SootinClaimon.Com
อดีต รมว.คลัง ธารินทร์-นกน้อย นิมมานเหมินท์ สุดปลื้ม บุตรชายสละโสด วริศร์ นิมมานเหมินท์ โชษิตา สลักคำ
Coronavirus pandemic: Split trading desks, hourly Clorox may follow banks' travel bans #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเปิดการแข่งขันกีฬา ‘BBG Princess Cup 2022’

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,688 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d