Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ทนายดังกราบ‘หลวงปู่แสง’ ประกาศ‘หมอปลา’ทำไม่เหมาะสม

Posted on May 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653618

ทนายดังกราบ‘หลวงปู่แสง’ ประกาศ‘หมอปลา’ทำไม่เหมาะสม

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.12 น.

ทนายดังกราบ‘หลวงปู่แสง’ ประกาศ‘หมอปลา’ทำไม่เหมาะสม

15 พฤษภาคม 2565 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความชื่อดัง เดินทางมาถึงวัดป่าอรัญญาวิเวก อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เพื่อกราบนมัสการหลวงปู่แสง ญาณวโร

นายอนันต์ชัย กล่าวก่อนที่จะเข้าไปกราบนมัสการหลวงปู่แสง ว่า วันนี้เดินทางมากราบนมัสการหลวงปู่แสง จากคำแนะนำของเพื่อนทนายความและผู้พิพากษา โดยตั้งใจจะมาให้คำแนะนำต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวมองว่าพฤติกรรมของหมอปลา และสื่อมวลชนบางสำนักไม่เหมาะสม ตนเองในฐานะไวยาวัจกรคนหนึ่ง จะใช้ความรู้ความสามารถที่มีให้คำแนะนำกับทางวัด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สัตวแพทย์เฝ้าดูอาการ! ช้างป่าเพศผู้ นอนบาดเจ็บจนติดเชื้อในกระแสเลือด

Posted on May 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653615

สัตวแพทย์เฝ้าดูอาการ! ช้างป่าเพศผู้ นอนบาดเจ็บจนติดเชื้อในกระแสเลือด

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.38 น.

สัตวแพทย์ฯ พร้อม จนท.เขตฯสลักพระ เฝ้าอาการ 24 ชม. หลังพบช้างป่าเพศผู้อายุ 15 ปี นอนบาดเจ็บจนติดเชื้อในกระแสเลือด

15 พฤษภาคม 2565 นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 10.00 น.ของวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา นายโชคไวยิ่งยุทธ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าแก่งแคบได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ช้างป่านอนได้รับบาดเจ็บอยู่บริเวณแนวสายไฟฟ้าแรงสูง บ้านหม่องกระแทะ หมู่ 5 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

หลังจากที่ตนทราบจึงได้รายงานให้นายอนันต์ โพธิ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)ทราบ พร้อมประสานขอความช่วยเหลือจากนายสัตวแพทย์ สังกัด สบอ.3(บ้านโป่ง)นำอุปกรณ์ทางการแพทย์มาช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของช้างป่าตัวดังกล่าว

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบช้างป่าตัวดังกล่าวเป็นช้างป่าเพศผู้ อายุ ประมาณ 15 ปี มีบาดแผลลักษณะบวมช้ำเลือดช้ำหนอง ที่ตีนหน้าด้านขวา ซึ่งเจ้าหน้าที่เขตฯสลักพระได้จัดเจ้าหน้าเฝ้าดูแลจนกระทั่งสัตวแพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)เดินทางมาถึง จากนั้นจึงเร่งทำการรักษาด้วยการให้น้ำเกลือ พร้อมเปิดแผลบริเวณตีนที่บวมเพื่อฉีดยาแก้อักเสบและยาฆ่าเชื้อ

ช้างป่าตัวดังกล่าวนั้นนอนนิ่งอยู่ตลอดเวลา นานๆครั้งจึงจะขยับตัวและขา จากสภาพคาดว่าช้างน่าจะได้รับบาดเจ็บมาเป็นเวลานาน จนทำให้แผลติดเชื้อและกินอาหารไม่ได้ จึงทำให้ร่างกายผอมแล้วก็ทรุด ตัวลงนอน และคาดว่าน่าจะมีการติดเชื้อในกระแสเลือดแล้ว โดยคณะสัตวแพทย์ จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3(บ้านโป่ง)พร้อมเจ้าหน้าที่เขตฯสลักพระได้เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งเวลา 22.00 น.เจ้าหน้าที่สังเกตพบว่าช้างป่ามีอาการนอนดิ้นและสามารถขยับขาไปมาได้บ่อยครั้ง แต่ยังไม่สามารถยกหัวขึ้นเองได้

นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 06.15 น.วันนี้ 15 พ.ค.65 เจ้าหน้าที่ได้สังเกตอาการของช้างป่าตัวดังกล่าว พบว่าช้างยังคงนอนนิ่ง แต่สามารถขยับงวงไปมาได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งคณะสัตวแพทย์ฯยังคงให้น้ำเกลืออยู่ตลอดเวลา. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เบาได้…เบา!ตำรวจหวั่นซ้ำรอย เตือนสติแฟนหงส์ แซวได้แต่อย่าแรง

Posted on May 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653613

เบาได้…เบา!ตำรวจหวั่นซ้ำรอย เตือนสติแฟนหงส์ แซวได้แต่อย่าแรง

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.21 น.

เบาได้…เบา!ตำรวจหวั่นซ้ำรอย เตือนสติแฟนหงส์หลังซิวแชมป์เอฟเอ คัพ แซวได้แต่อย่าแรง

15 พฤษภาคม 2565 ภายหลัง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ดวลจุดโทษเอาชนะ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จเมื่อคืนนี้ ซึ่งถือเป็นแชมป์ที่ 2 ของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้แล้วนั้น ล่าสุดเพจ “ตำรวจสอบสวนกลาง” ได้โพสต์รูปภาพข่าวพาดหัวในอดีตเป็นข่าวอาชญากรรมยิงกันเสียชีวิต และประมวลกฎหมายอาญา อัตราโทษ โดยมีข้อความในภาพว่า “เบาได้…เบา” พร้อมข้อความระบุว่า “นายชนะเราดีใจ ถึงอย่างไร เราก็เพื่อนกัน เตือนถึงแฟนบอล… หลังได้แชมป์ แซวกันได้ แต่ขออย่าแซวแรง ด้วยความปรารถนาดีจากตำรวจสอบสวนกลาง #สอบสวนกลาง #CIBpolice #ลิเวอร์พูล #แชมป์เอฟเอคัพ”

ภายหลังมีการโพสต์ออกไปมีผู้เข้ามาคอมเมนต์กันไปต่างๆนานาและแชร์กันออกไปจำนวนมาก

ขอบคุณ ข้อมูล – ภาพ เพจ “ตำรวจสอบสวนกลาง”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เต็มทุกเที่ยวบิน! นักท่องเที่ยวต่างชาติ มุ่งหน้าเกาะพะงัน เที่ยวปาร์ตี้ฟูลมูน

Posted on May 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653609

เต็มทุกเที่ยวบิน! นักท่องเที่ยวต่างชาติ มุ่งหน้าเกาะพะงัน เที่ยวปาร์ตี้ฟูลมูน

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 09.49 น.

15 พฤษภาคม 2565 บรรยากาศภายในสนามบินสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าเกาะสมุย จนทำให้ทุกเที่ยวบินขาเข้าบนเครื่องบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สเต็มทุกที่นั่ง พบว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเอียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น สำหรับการเดินทางเข้าเกาะสมุยภายในสนามบินได้ยกเลิกการตรวจผลการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ยังคงติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเพื่อคัดกรองเพียวอย่างเดียว ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกมากขึ้น

ผู้โดยสารส่วนใหญ่มีเป้าหมายปลายที่อำเภอเกาะพะงันเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมปาร์ตี้ฟูลมูนภายใต้แสงจันทร์ สำหรับการกลับมามีปาร์ตี้ภายใต้แสงจันทร์อีกครั้ง ทำให้เกาะพะงันเป็นจุดหมายปลายทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมปาร์ตี้ต่างเดินทางมา ทำให้ห้องพักโรงแรมต่างๆ และร้านอาหารรวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวของเกาะสมุย และเกาะพะงัน มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการจำนวนมาก สำหรับการจัดกิจกรรมปาร์ตี้ฟูลมูนภายใต้แสงจันทร์บนเกาะพะงันเป็นการจัดขึ้นโดยผู้ประกอบการบริเวณหาดริ้น ส่วนกิจกรรมฟูลมูนปาร์ตี้ที่โด่งดังไปทั่วโลกจะกลับมาจัดในเดือนมิถุนายน โดยชมรมผู้ประกอบการหาดริ้น

นอกจากนักท่องเที่ยวคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางมาร่วมกิจกรรมปาร์ตี้ภายใต้แสงจันทร์ที่เกาะพะงันแล้ว ยังมีผู้มีชื่อเสียงเดินทางมาร่วมด้วยเช่นบี้ เดอะสกา ยูทูปเบอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่าสิบห้าล้านคนก็เดินทางมาร่วมกิจกรรมปาร์ตี้นี้ด้วย คาดจะมีเม็ดเงินสะพัดทั้งสองเกาะช่วงนี้กว่าห้าร้อยล้านบาท

โดยบี้ เดอะสกา ได้เปิดเผยถึงการเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมปาร์ตี้ฟูลมูนภายใต้แสงจันทร์ว่า การเดินทางร่วมปาร์ตี้ฟูลมูนซึ่งเป็นปาร์ตี้ภายใต้แสงจันทร์ที่สุดจริง และสนุกที่สุดของปาร์ตี้ จริงแล้วตนเองอยากมาทุกฟูลมูนแต่ด้วยภารกิจที่มากจึงเลือกมาในช่วงวันหยุดยาว จึงขอเชิญชวนคนไทยให้มาท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน เพราะที่เกาะมีอาหารอร่อยมีของดีและมีที่เที่ยวเยอะจุดเช็คอินเยอะแยะมากมาย แต่ที่สุดแล้วต้องไปร่วมกิจกรรมปาร์ตี้ฟูลมูนครับ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ด่วน!คณะสงฆ์อำนาจเจริญ สั่งปลด 2 พระพ้นหน้าที่ผู้ดูแล‘หลวงปู่แสง’

Posted on May 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653608

ด่วน!คณะสงฆ์อำนาจเจริญ สั่งปลด 2 พระพ้นหน้าที่ผู้ดูแล‘หลวงปู่แสง’

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 09.42 น.

ด่วน!คณะสงฆ์อำนาจเจริญ สั่งปลด 2 พระพ้นหน้าที่ผู้ดูแล‘หลวงปู่แสง’ 

15 พฤษภาคม 2565 เพจ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว” โพสต์ข้อความ ระบุว่า “ด่วน! ปลด พระผู้ดูแล ‘หลวงปู่แสง’ วันเกิดเหตุคณะหมอปลาบุก พ้นหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘คณะสงฆ์อำนาจเจริญ’ สั่งปลดเลขาฯ ซ้ายขวา ‘หลวงปู่แสง’ หลังพบมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

คณะสงฆ์ลูกศิษย์ ‘หลวงปู่แสง ญาณวโร’ ได้ร่วมประชุมลงมติปลด พระอุปัฏฐากชุดดูแลหลวงปู่แสงในวันเกิดเหตุ ออกจากการดูแลรับใช้หลวงปู่ เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ดูแลอุปัฏฐากหลวงปู่ในวันเกิดเหตุ ได้รับการติเตียนเป็นอย่างมาก เพราะพระอุปัฏฐาก หรือ พระปรนนิบัติหลวงปู่ ดูแลหลวงปู่ไม่ดีพอ

ด้านพระครูกมลวัฒนาทร(มนู ประชานันท์) เจ้าคณะตำบลโพนเมืองน้อย(ธ) มีเขตดูแล 9 ตำบล วัดป่าทองสมรรัตนาราม ต.รัตนวารี อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า อาตมาไม่เห็นด้วยกับการที่มีพระองครักษ์ 2 รูป ซ้าย-ขวา มีพฤติกรรมเช่นนี้ ควรจะมีความรอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่ ปกป้องหลวงปู่ เพราะหลวงปู่ท่านอายุมากแล้ว จริงๆแล้วหลวงปู่อายุ 104 ปี และยังมีโรคประจำตัวหลายโรค ท่านหลงๆลืมๆ ดีแล้วที่มีการปลด องครักษ์ท่านทั้ง 2 รูป แล้วแต่งตั้ง ขึ้นมาใหม่

ส่วนกรณีที่ทางวัด ยังไม่จัดการปัญหาเรื่องรับจ่าย เรื่องเงินเงินทองทอง อยากให้ส่วนผู้เกี่ยวข้อง ลงมาช่วยแก้ไขเกี่ยวกับปัญหาเรื่องเงินเงินทองทองของวัด ไม่ว่าจะเป็นรายรับรายจ่ายให้ถูกต้องเพราะเป็นเงินจำนวนมาก อีกอย่าง หลวงปู่แสง ท่านเป็นผู้ที่ประชาชนศรัทธาและนับถือกันทั้งจังหวัด รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง และประชาชนทั่วประเทศ อาตมาอยากให้จัดระเบียบเรื่องการเงินให้กระจ่างและชัดเจน มีรายรับรายจ่ายชัดเจน รู้ยอดเงินเข้าออกและเงินที่มีอยู่ เพราะลำพังหลวงปู่นั้นท่านทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ท่านไม่สบาย ต้องเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการจึงจะจัดการเรื่องนี้ได้”

ขอบคุณข้อมูล เพจ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ขนมจีบ-ซาลาเปา’เจ้าอร่อยสงขลา จำใจปรับราคาเพื่อความอยู่รอดช่วงของแพง

Posted on May 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653603

'ขนมจีบ-ซาลาเปา'เจ้าอร่อยสงขลา จำใจปรับราคาเพื่อความอยู่รอดช่วงของแพง

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 09.17 น.

15 พฤษภาคม 2565 ร้านขนมจีบ ซาลาเปา ปอเปี๊ยะสดและเต้าหู้ยัดไส้ เจ้าอร่อยร้านดังย่านการค้าวชิรา อั้นราคาของแพงไม่ไหว ต้องปรับราคาขึ้นเพื่อความอยู่รอดเพียง 5 บาทเท่านั้น เพื่อไม่ให้กระทบกับลูกค้าที่อุดหนุนกันมาอย่างยาวนาน 

ร้านขนมจีบ ซาลาเปา ปอเปี๊ยะสดและเต้าหู้ยัดไส้เจ้าอร่อย ร้านดังย่านการค้าวชิรา บริเวณปากซอย 15 ถนนทะเลหลวง เขตเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ของคุณเกียรติ เพ็งสุข อายุ 70 ปี ที่เปิดขายขนมจีบ ซาลาเปา ปอเปี๊ยะสดและเต้าหู้ยัดไส้ ที่บริเวณนี้มานานหลายสิบปีเป็นที่รู้จักของประชาชนชาวสงขลาเป็นอย่างดี ในด้านรสชาติความอร่อยของขนมจีบ ซาลาเปา ปอเปี๊ยะสดและเต้าหู้ยัดไส้ โดยเฉพาะน้ำจิ้มที่ไม่เหมือนใคร 

สำหรับราคาขนมจีบ ซาลาเปา ปอเปี๊ยะสดและเต้าหู้ยัดไส้ ปกติที่ขายอยู่ทุกวัน ขนมจีบ 8 ลูก 20 บาท ซาลาเปาลูกละ 10 บาท ปอเปี๊ยะสดชิ้นละ 20 บาทและเต้าหู้ยัดไส้ชิ้นละ 30 บาท 

ในการปรับราคาขึ้น โดยปอเปี๊ยะสดจากชิ้นละ 20 บาทขึ้นเป็น 25 บาท ขนมจีบจาก 8 ลูก 20 บาท ลดเป็น 6 ลูก 20 บาท ซาลาเปาจากลูกละ 10 บาทขึ้นเป็นลูกละ 13 บาท ส่วนเต้าหู้ยัดไส้ยังไม่ขึ้นราคา สำหรับการจัดเป็นชุดปอเปี๊ยะ 1 ชิ้นขนมจีบ 3 ลูก 35 บาท  

ในวันนี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับคุณเกียรติฯที่ร้าน พบว่า ลูกค้าก็ยังคงเดินทางมาซื้อขนมจีบ ซาลาเปา ปอเปี๊ยะสดและเต้าหู้ยัดไส้ อย่างต่อเนื่องตามปกติ เนื่องจากทางร้านได้ปิดประกาศให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าแล้วและมีความเข้าใจในการปรับราคาขึ้นในครั้งนี้ เพื่อความอยู่รอดของทางร้านในช่วงที่ของแพง และอุปกรณ์การขายทุกอย่างขึ้นราคาหมด 

ร้านขนมจีบ ซาลาเปา ปอเปี๊ยะสดและเต้าหู้ยัดไส้ของคุณเกียรติฯ วันธรรมดาจะเปิดขาย 2 แห่ง คือที่ถนนทะเลหลวง ปากซอย 15 และอีก 1 แห่ง ที่ถนนวิเชียรชมตรงข้ามสำนักงานประมงจังหวัดสงขลา และในวันหยุดเสาร์- อาทิตย์ จะเปิดขาย 4 แห่ง โดยแห่งที่ 3 ที่ตลาดสวนตูล ปากทางเข้าสวนสัตว์สงขลาและตลาดหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

คุณเกียรติ เพ็งสุข กล่าวว่า ช่วงนี้ของแพงมีการปรับขึ้นราคาปอเปี๊ยะสดชิ้นละ 5 บาทเป็น 25 บาท ซาลาเปาขึ้นลูกละ 3 บาท 2 ลูก 25 บาทขนมจีบเมื่อก่อน 8 ลูกตอนนี้ปรับเหลือ 6 ลูก 20 บาทส่วนเต้าหู้ยัดไส้ยังไม่ปรับราคายังคงขายราคา 30 บาทเหมือนเดิม 

สาเหตุที่ต้องปรับราคาเนื่องจากของที่มาจากกรุงเทพฯค่าขนส่งแพงพวกถุงพวกกระดาษจิปาถะของมันแพงมากจำเป็นต้องขึ้นราคาเพราะน้ำมันก็ขึ้นราคาทุกคนก็รู้กันหมดแล้วว่าค่าขนส่งแพงลูกค้าเขาก็ยินดีเพราะรู้อยู่แล้วว่าของมันแพง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันหยุดยาวนี้! เที่ยวสตูล อช.ตะรุเตา-เกาะไข่ นักท่องเที่ยวคึกคักเพิ่มเท่าตัว

Posted on May 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653600

วันหยุดยาวนี้! เที่ยวสตูล อช.ตะรุเตา-เกาะไข่ นักท่องเที่ยวคึกคักเพิ่มเท่าตัว

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 08.46 น.

15 พฤาภาคม 2565 วันหยุดยาวแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ได้รับความนิยมนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาสัมผัสและชื่นชมธรรมชาติในที่เกาะตะรุเตากันอย่างคึกคัก โดยมีรายงานตัวเลขในช่วงวันหยุดยาวมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเท่าตัว จาก 1,000 คนต่อวัน เพิ่มเป็น 2,000 คน ในช่วงวันหยุดนี้

อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา นอกจากจะมีธรรมชาติที่สวยงามแล้วที่นี่อดีตยังเป็นที่คุมขังของนักโทษทางการเมืองมีเรื่องราวและความน่าสนใจ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่พลาดที่จะเข้ามาสัมผัส ที่นี่ยังมีที่พักให้นักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

นักท่องเที่ยวชาวกรุงเทพมหานคร บอกว่า เพิ่งมาครั้งแรกติดตามความสวยงามของอุทยานแห่งนี้มานานแล้ว และคิดว่าสักครั้งจะต้องมาเที่ยวที่นี่ให้ได้ก็ไม่ผิดหวังจริงๆ สวยงามและธรรมชาติร่มรื่นพร้อมเชิญชวนมาเที่ยวไทย เที่ยวสตูลกันนะคะ

นอกจากนี้ที่เกาะไข่ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานฯตะรุเตา ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่มีหินโค้งค้อมริมชายหาดติดทะเล สร้างความตื่นตาตื่นใจให้นักท่องเที่ยวที่มีการบอกต่อกันว่า หากคู่รักไหนจูงมือกันมารอดซุ้มประตูเกาะไข่ ก็จะมีรักที่สมหวัง และยั่งยืนดุจดังหินของเกาะไข่

อุทยานฯตะรุเตา มีเกาะน้อยใหญ่มากมายนอกจากเกาะตะรุเตา เกาะไข่ ยังมีเกาะหินงาม เกาะหลีเป๊ะ เกาะอาดังและราวีที่สวยสด พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสความงดงามท้องทะเล จ.สตูล ดินแดนที่ได้ถูกยกระดับเป็นอุทยานธรณีโลกสตูล.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ถึงเวลามี‘บำนาญแห่งชาติ’ ฝ่าวิกฤต‘สูงวัยไทยยากจน’

Posted on May 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653537

รายงานพิเศษ : ถึงเวลามี‘บำนาญแห่งชาติ’  ฝ่าวิกฤต‘สูงวัยไทยยากจน’

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 07.02 น.

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ร่วมกับ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานเสวนา “การขับเคลื่อนในการจัดตั้งระบบบำนาญแห่งชาติ และพัฒนาการบริหารจัดการทางการคลังของระบบบำนาญแห่งชาติให้มีความเพียงพอและยั่งยืน” เมื่อเร็วๆ นี้ โดยเป็นการจัดงานแบบผสมผสาน ระหว่างเวทีหลักที่ รร.เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ พร้อมกับถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊คแฟนเพจ “มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ-มสช.” และเพจ “สูงวัย”

ในงานดังกล่าว นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทยอ้างอิงข้อมูลการคาดประมาณประชากร สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ระบุว่า ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ภายในปี 2565 คือ ประชากรอายุ 60 ปี ขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 และจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของประชากร อีกภายใน 20 ปี ซึ่งผู้สูงอายุมีอัตราความยากจนสูงกว่ากลุ่มประชากรอื่น ปัจจุบันผู้สูงอายุมีเบี้ยยังชีพ เป็นฐานของการคุ้มครองทางสังคม

นอกจากนี้ ผลการศึกษาจาก สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล สำรวจผลกระทบจากการใช้มาตรการปิดเมืองต่อสภาพความเป็นอยู่และการเข้าถึงบริการ เฉพาะของผู้สูงอายุ ที่มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เขตเมืองของจังหวัดอื่น และเขตชนบท จำนวนทั้งสิ้น 808 ราย ระหว่างเดือนต.ค.-พ.ย. 2563 พบว่า ร้อยละ 99.3 ของผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ได้รับและพึ่งพารายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และร้อยละ 65.2 ของผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยไม่มีการออม โดยที่เบี้ยยังชีพอยู่ในระดับที่ต่ำเกินไป

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะมีผลอย่างมากต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของผู้สูงอายุ ทั้งผลกระทบต่อรายได้ของผู้สูงอายุและลูกหลาน เมื่อพิจารณาถึงสภาพเศรษฐกิจที่ค่อนข้างเปราะบางในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยังได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระบบบำนาญจึงถือเป็นระบบความคุ้มครองทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุในการช่วยบรรเทาปัญหาความยากจนลงได้” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ นพ.ภูษิต ประคองสาย เลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย กล่าวว่า อนาคตประเทศไทยต้องเผชิญความเสี่ยงวิกฤตความยากจนในผู้สูงอายุ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม การออกแบบ “ระบบบำนาญแห่งชาติ” เป็นความคุ้มครองทางสังคมประเภทหนึ่ง โดยการพิจารณาเรื่องนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงปัญหาเชิงโครงสร้างด้าน “ความเหลื่อมล้ำ” ซึ่งประเทศไทยมีปัญหาอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก

“หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ งบประมาณรายจ่ายด้านบำนาญผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในสองทศวรรษข้างหน้า โดยงบประมาณส่วนมากเป็นบำนาญข้าราชการดังนั้น ระบบบำนาญแห่งชาติ ควรจะกำหนดเป้าหมายทำให้ผู้สูงอายุทุกคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุยากจนและผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งไร้ที่พึง ควรมีรายได้ยามชราภาพเพียงพอต่อการยังชีพ ช่วยป้องกันไม่ให้ความเหลื่อมล้ำในช่วงวัยเรียนและวัยทำงานส่งผลให้กลายเป็นความยากจนเมื่อวัยชรา โดยเป็นระบบที่มีความยั่งยืนทางการคลัง และต้องคำนึงถึงมูลค่าของเงินที่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป” นพ.ภูษิต ระบุ

ภายในงานยังมีการนำเสนองานวิจัย “การวิเคราะห์ช่องว่างทางการคลัง แหล่งรายได้ และความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์การเมืองของการจัดตั้งระบบบำนาญแห่งชาติ โดยคำนึงถึงผลกระทบของ COVID-19 ที่มีต่อผู้สูงอายุ” ผลงานของ 2 อาจารย์จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือ ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย และ ผศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล โดยพบว่า ผลการวิเคราะห์ข้อมูลลักษณะทางเศรษฐกิจของประชากรผู้สูงอายุและกลุ่มวัย 40-59 ปี ซึ่งเป็น “ประชากรรุ่นเกิดล้าน”หรือกลุ่มสึนามิประชากร มีความเปราะบางต่อความยากจนสูง

เนื่องจากส่วนมากไม่มีความสามารถในการออม เมื่อพิจารณาจากรายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้สิน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ปี 2563 มีผู้สูงอายุยากจนพุ่งขึ้นในหลายจังหวัด และส่วนใหญ่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งระดับเบี้ยยังชีพขั้นต่ำที่จะช่วยผู้สูงอายุกลุ่มยากจนที่สุดให้พ้นจากความยากจนได้ จะต้องไม่ต่ำกว่า 2,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ แม้จะเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบถ้วนหน้า 3,000 บาทต่อเดือน ก็ยังคิดเป็นงบประมาณที่น้อยกว่าระบบบำนาญของเจ้าหน้าที่ภาครัฐในระยะยาว

“การออกแบบระบบบำนาญแห่งชาติ สามารถพัฒนาระดับมาตรฐานการครองชีพขึ้นไปได้ถึงระดับกึ่งกลางหรือมัธยฐานของครัวเรือนไทยที่ 6,000 บาทต่อเดือน หรือ 200 บาทต่อวัน” โดยให้ผู้ทำงานอยู่นอกระบบสามารถทำการออม และให้รัฐบาลร่วมสมทบการออมในสัดส่วนเดียวกัน ซึ่งจะใช้งบประมาณทั้งหมดไม่สูงกว่าระบบบำนาญภาครัฐอย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยแหล่งรายได้ที่สำคัญสำหรับระบบบำนาญแห่งชาติ ได้แก่ การขยายฐานภาษี ภาษีฐานทรัพย์สินและการลดนโยบายที่เอื้อให้กับคนรวย (Pro-rich) ซึ่งจะกลายเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในสังคมลงได้” ทีปกร กล่าว

จากผลการศึกษาข้างต้น คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอดังนี้ 1.ควรกำหนดให้ระบบบำนาญแห่งชาติ เป็นวาระแห่งชาติ (National Agenda) ที่มีหน่วยงานรับผิดชอบชัดเจน 2.แก้ไขกฎระเบียบที่เป็นข้อจำกัด เพื่อให้มีการกำหนดสวัสดิการถ้วนหน้าด้านบำนาญ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนมีสิทธิได้รับ และสามารถคุ้มครองความยากจน จากเส้นความยากจนในแต่ละปี เช่น แก้ไข พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 เป็น “พ.ร.บ.ผู้สูงอายุและบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ พ.ศ. 2546” พร้อมทั้งแก้ไขให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ และสามารถมีแหล่งรายได้เพิ่มมากขึ้นสำหรับกองทุนผู้สูงอายุ ตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร (2564) เป็นต้น

3.สร้างระบบฐานข้อมูล โดยกำหนดให้ผู้ที่ต้องการเบี้ยผู้สูงอายุส่วนเพิ่มเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ในวัยทำงาน 4.ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุให้เป็นรูปธรรม ทั้งในระบบและนอกระบบ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทำงานนานขึ้น ขอรับบำนาญช้าลง และส่งเสริมการออม และ 5.เสนอให้มีการทบทวนนิยาม “การเริ่มนับอายุของผู้สูงอายุ” ให้เพิ่มมากกว่า 60 ปี และขยายเวลาในการ “เกษียณอายุ” จากการทำงาน (ทั้งภาครัฐและเอกชน) โดยอาจจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายบางฉบับ

ทั้งนี้ จะต้องสร้างการขับเคลื่อนในลักษณะของยุทธศาสตร์ “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” คือ ภาควิชาการ ภาคประชาชน และ ภาคนโยบาย ร่วมมือร่วมใจกันอย่างเข้มแข็ง เหมือนที่ประเทศไทยเคยใช้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจนสามารถสร้างระบบ “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ได้สำเร็จ!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘5มรภ.ภาคใต้’ผนึกกำลัง ผุดศูนย์อัจฉริยะพัฒนาท้องถิ่น

Posted on May 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653533

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เปิดเผยว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏ 5 แห่ง ในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วย มรภ.ภูเก็ต มรภ.นครศรีธรรมราช มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.สงขลา และ มรภ.ยะลา ได้ร่วมกันดำเนินการ “โครงการพัฒนาศูนย์อัจฉริยะเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นภาคใต้” ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือกในโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย “Reinventing University” ของกลุ่ม 3 ที่มุ่งยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ (Area-Based & Community) โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นสถาบันการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

สำหรับภารกิจหลักของศูนย์อัจฉริยะเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นภาคใต้ คือ การให้บริการด้านองค์ความรู้ นวัตกรรม แก่ชุมชนท้องถิ่นในการศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong learning) ด้วยการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น ทั้งที่เป็น non-degree และ degree ที่สามารถนำผลการเรียนเก็บสะสมไว้ในระบบคลังหน่วยกิต (Credit Bank) และการให้บริการวิชาการและการพัฒนางานวิจัย สร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม

และการยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ระดับสากลตามความต้องการของชุมชน/ท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหา สร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ให้มีความเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ โดยจะมีการบูรณาการการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ นวัตกรรม และบุคลากร ร่วมกัน เพื่อใช้ความรู้ความสามารถในการพัฒนาศักยภาพในระดับภูมิภาคศูนย์อัจฉริยะเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นภาคใต้ โดยมี 5 ศูนย์ใน 5 แหล่งที่ตั้งตามความเชี่ยวชาญของแต่ละมหาวิทยาลัย ดังนี้

1.ศูนย์อัจฉริยะเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นภาคใต้ ด้านการพัฒนานวัตกรรมท้องถิ่นและโลจิสติกส์ มรภ.สุราษฎร์ธานี 2.ศูนย์อัจฉริยะเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นภาคใต้ ด้านการเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่น มรภ.สงขลา 3.ศูนย์อัจฉริยะเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นภาคใต้ ด้านการเกษตรและอาหาร มรภ.ยะลา 4.ศูนย์อัจฉริยะเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นภาคใต้ ด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ มรภ.ภูเก็ต และ 5.ศูนย์อัจฉริยะเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นภาคใต้ ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มรภ.นครศรีธรรมราช

“เป้าหมายของโครงการ จะทำให้มีศูนย์อัจฉริยะเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นภาคใต้ จำนวน 5 ศูนย์ ในการให้บริการด้านองค์ความรู้ นวัตกรรม แก่ชุมชนท้องถิ่น พร้อม
สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชน ท้องถิ่นพื้นที่และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการวิจัย และบริการวิชาการ เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ พัฒนาบุคลากรในชุมชน/ท้องถิ่น มีองค์ความรู้และทักษะสอดคล้องตามความต้องการหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น มีอาชีพ มีรายได้ และมีการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งให้นักศึกษามีทักษะชีวิตตามจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษา ตระหนักรู้ในความสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นและรักถิ่นฐาน มีความรู้และทักษะต่างๆ และสามารถประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหา และสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังสร้างชุมชนนวัตกรรม ที่มีความสามารถในการพัฒนาการพึ่งตนเองและจัดการตนเองเพื่อให้เกิดความยั่งยืน” ผศ.ดร.หิรัญ กล่าว

อธิการบดี มรภ.ภูเก็ต ยังกล่าวอีกว่า ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาศักยภาพบุคลากรจึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือ โดยมีตัวอย่างของศูนย์พัฒนาสมรรถนะและฝึกอาชีพตามมาตรฐานการท่องเที่ยวและบริการ กิจกรรม PKRU CMAS One Star Diver ซึ่งจากข้อมูลในส่วนของสถานประกอบการสอนดำน้ำในพื้นที่ พบกว่าร้อยละ 70 ดำเนินการโดยชาวต่างชาติ ทำให้เม็ดเงินไม่ได้อยู่ในประเทศ ดังนั้น หากสามารถพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ให้ได้มาตรฐานสากล จะเป็นการสร้างอาชีพและเม็ดเงินให้กับเศรษฐกิจประเทศได้ปีละหลายร้อยล้านบาท สำหรับในกลุ่มวิชาชีพนี้

ด้าน นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี หัวหน้ากลุ่มภารกิจบริหารยุทธศาสตร์ สำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่ครั้งล่าสุด พบความรุดหน้าของโครงการแล้วเต็มร้อย พร้อมเป็นต้นแบบในการพัฒนาด้านการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ (Area-Based & Community) ของการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยอีกหนึ่งพื้นที่ เห็นได้จากศูนย์แต่ละแห่งมีความสอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิต และตอบโจทย์จุดแข็งแต่ละพื้นที่ อาทิ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลอันดามัน ซึ่งชาวมุสลิมคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของประชากรโลก

ส่งผลให้ตลาดอาหารฮาลาลเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูง โดยมีมูลค่าตลาดทั่วโลกประมาณ 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ประเทศไทยถือเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารฮาลาลรายใหญ่เป็นอันดับที่ 11 ของโลก อีกทั้งยังมีพร้อมและความได้เปรียบในด้านโลจิสติกส์ รวมทั้งมีกลุ่มสินค้าที่มีความหลากหลายตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

“ปัจจุบันไทยมีบริษัทที่ได้รับรองมาตรฐานอาหารฮาลาลประมาณ 5,000 บริษัท มีผลิตภัณฑ์ที่ขอรับการรับรองฮาลาลมากกว่า 160,000 รายการ อ้างอิงข้อมูลจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย) นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มสินค้าฮาลาล พร้อมแนะนำผู้ประกอบการศึกษาและให้ความสำคัญกับตลาดสินค้าฮาลาลที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ดังนั้น การดำเนินการศูนย์จะเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ที่สำคัญที่ผลักดันให้เกิดความเข้มแข็งให้กับตลาดนี้”นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : สคล.หนุนจัดงานปลอดเหล้า-ปลอดพนัน ชูแก่นแท้ ‘บุญบั้งไฟ’ เสริมสามัคคีชาวอีสาน

Posted on May 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653544

สกู๊ปพิเศษ : สคล.หนุนจัดงานปลอดเหล้า-ปลอดพนัน  ชูแก่นแท้ ‘บุญบั้งไฟ’ เสริมสามัคคีชาวอีสาน

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ว่าด้วยเรื่องของ “บุญบั้งไฟ” ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองเช่นเดียวกับหลายๆ บุญประเพณีที่กลับมาจัดกันอีกครั้งในปี 2565 หลังจากต้องว่างเว้นไปนานถึง 2 ปี จากการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19

ล่าสุด สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ได้จัดเสวนาออนไลน์ เรื่อง “ควบคุมปัจจัยเสี่ยงในช่วงเทศกาลบุญบั้งไฟ 2565”  ซึ่งมีคนทำงานคลุกคลีเกี่ยวกับการขับเคลื่อนงาน“บุญบั้งไฟปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดการพนัน” มาร่วมสะท้อนปัญหา และร่วมหาทางออกกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

โดย นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนนโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ระบุว่า ขณะนี้พบหลายพื้นที่มีการจัดบุญบั้งไฟอย่างยิ่งใหญ่ และพบปัญหาเข้าสู่วังวนเดิมๆ คือ มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เล่นพนันเช่นเดิม แม้ตัวเลขปีนี้อาจจะยังไม่ชัด แต่เคยมีงานวิจัยเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก่อนหน้านี้ พบเงินสะพัดกว่า 5 หมื่นล้านบาท

“ตอนนี้ไปไกลกว่านั้นคือ มีการพนันออนไลน์ ไม่ขานเวลา แต่ขานเป็นคะแนนแทน มีธุรกิจแอลกอฮอล์ไปส่งเสริมการขาย เริ่มพบการดื่มในขบวนแห่แม้ว่าจะมีกฎหมายห้ามก็ตาม เพราะกลไกบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ทำหน้าที่”

ที่ผ่านมา ภาคประชาชน ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ มีความพยายามรณรงค์ลด ละ เลิกการพนันบั้งไฟ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่รณรงค์อย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ อิทธิพลในพื้นที่ มีนายอำเภอบางอำเภอ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องถูกย้ายออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ภาคประชาชนยังมีความพยายามในการรณรงค์ต่อไป หลายพื้นที่มีความก้าวหน้า มีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน ทำกติกาชุมชน เช่น จังหวัดศรีสะเกษมีการยกระดับสู่กลไก พชอ. มีการ MOU 22 อำเภอ ทำบั้งไฟปลอดโควิด ปลอดเหล้า ปลอดการพนัน ในขณะที่พื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ทั่วภาคอีสาน มีการขับเคลื่อนไปแล้วกว่า 36 พื้นที่ แต่เทียบสัดส่วนแล้วยังถือว่าน้อย

และจากการสำรวจความเห็นของประชาชนทั้งในพื้นที่ที่ต้องการให้มีการจัดบุญบั้งไฟและที่ไม่ต้องการจัดบุญบั้งไฟ พบว่าส่วนใหญ่ หรือ 70% เห็นด้วยว่างานประเพณีดังกล่าวควรจัดให้ “ปลอดเหล้า ปลอดการพนัน” ไม่ควรรับสปอนเซอร์จากธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เน้นคุณค่าความหมายของบุญบั้งไฟอย่างแท้จริงนั่นคือส่งเสริมความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชน เป็นการบวงสรวงขอให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล

ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมประเพณีอันดีงามให้อยู่คู่กับชาวอีสาน นายวิษณุ จึงรวบรวมข้อเสนอแนะบนเวทีเสวนาว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนได้เพื่อให้เกิดความปลอดภัย คือเน้นคุณค่าความหมายของงานประเพณี กำหนดขนาดบั้งไฟไม่ให้ใหญ่เกินไปทำฐานจุดปลอดภัย กำหนดพื้นที่เขตปลอดภัย ติดร่มชูชีพที่บั้งไฟ ทำประกันอัคคีภัย กำหนดเขตห้ามดื่ม ห้ามขายเหล้า และเพื่อไม่ให้มีการเล่นพนันต้องมีนโยบายไม่ขานเวลา ไม่ขานคะแนน ให้ตำรวจดูแลเข้มข้น และที่สำคัญคือต้องมีนโยบายที่เข้มแข็ง มีมาตรการเชิงรุกจัดการความเสี่ยง รณรงค์สื่อสารต่อเนื่องดึงชุมชนมามีส่วนร่วม ทำวัฒนธรรมร่วมสมัย และเรื่องนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ไม่ปล่อยให้ภาคประชาชนต้องโดดเดี่ยว

ด้าน นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ สื่อมวลชนอาวุโส มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ กล่าวว่า ปัจจุบันบุญบั้งไฟเปลี่ยนไปเยอะประเพณีถูกแทรกด้วยอะไรที่เป็นสีเทา ซึ่งที่ผ่านมามีงานวิจัยเรื่องการพนันบั้งไฟ พบว่ามีการจัดการอย่างซับซ้อน มีปัญหาความรุนแรง การทะเลาะวิวาท ซึ่งมีสาเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงอุบัติเหตุต่างๆ ดังนั้นส่วนตัวคิดว่า การฟื้นฟูประเพณีดั้งเดิมนั้นมีหลายอย่างที่ต้องดำเนินการ ประเด็นแรก เชื่อว่าแม้จะมีพื้นที่จำนวนมากที่ธุรกิจการพนันเข้าไปพัวพัน แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ธุรกิจสีเทานี้ยังไม่สามารถเข้าถึง ดังนั้นเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องค้นหาให้เจอ และเข้าไปจัดการเพื่อรักษาความดีงามของประเพณีไว้ให้ได้ อย่าปล่อยให้ธุรกิจแอลกอฮอล์ และการพนันเข้าไปครอบงำ หน้าที่เราต้องหาตรงนี้ให้เจอ

ประเด็นที่ 2 คือพลังนโยบาย ซึ่งจะเห็นว่าปัจจุบันบางจังหวัดก็เอาจริงเอาจัง อยู่ที่ความเข้มแข็งของผู้นำ และผู้เกี่ยวข้อง ดังนั้นควรมีนโยบายออกมาจากส่วนกลาง เช่นกระทรวงมหาดไทย ต้องออกนโยบายให้ชัดเจนเพื่อให้ทุกจังหวัดปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน

“จังหวัดที่ลงไปดู ไม่ว่าจะศรีสะเกษหรือจังหวัดอื่นๆ ที่ผู้ว่าฯ เอาจริง เน้นการจัดงานปลอดเหล้าการพนัน ปรากฏว่าพวกธุรกิจก็ย้ายไปยังจังหวัดที่ไม่เข้มแข็ง นี่คือช่องโหว่ให้ธุรกิจเข้าไปได้ ดังนั้น จะทำอย่างไรให้มีการผลักดันนโยบายจากส่วนกลาง ให้ทุกจังหวัดเนินการแบบเดียวกัน”

ประเด็นที่ 3 คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัดต้องทำงานอย่างเข้มแข็ง และประเด็นที่ 4 คือความร่วมมือของทุกฝ่าย รวมถึงสื่อมวลชนที่ควรเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา และสืบสวนสอบสวน ลงลึกถึงสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น ปัญหาอุบัติเหตุ คนทะเลาะวิวาท สิ่งที่นำเสนอไม่ใช่แค่ความเสียหายที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ต้นตอของปัญหาคือ “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” หรือ ปัญหาการพนัน ที่สาเหตุเกิดจากอิทธิพล และธุรกิจสีเทาเข้าไปติดต่อจัดบั้งไฟตามหมู่บ้านเสนอค่าตอบแทน เป็นต้น

ขณะที่ นายภาคภูมิ บุพมาศ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี ได้บอกเล่าถึงการทำงานขับเคลื่อนงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ปลอดการพนัน ให้ฟังว่า ในช่วงแรกที่เข้าไปทำงานนี้ในพื้นที่มีปัญหาถูกต่อต้านทุกอย่าง จึงต้องอาศัยความอดทนการรณรงค์ให้ความรู้กับประชาชน และผู้นำชุมชน จนปัจจุบันนี้มีความเข้าใจมากขึ้น การจัดงานบุญต่างๆรวมถึงบุญบั้งไฟจึงเน้นไปที่คุณค่า และความหมายของงานนั้น แต่ยอมรับว่าอาจจะไม่ 100% มีบ้างที่ยังพบคนดื่มเหล้าภายในงาน

ที่จริงช่วงก่อนโควิด เราค่อนข้างหนักใจ เพราะคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดไม่เคลื่อนเลย จึงใช้กลไกคณะกรรมการจัดระเบียบสังคมจังหวัด ที่เครือข่ายเป็นคณะทำงานร่วมกับสรรพสามิต ลุยไปทุกที่ ทุกแห่ง ปราบก่อน แล้วให้ฝ่ายปกครองดำเนินการต่อ ซึ่งสามารถจับเหล้าเถื่อนในเวทีคอนเสิร์ต หรืออย่างเช่นเมื่อ 2 ปีก่อน มีรถแห่ ที่มีเด็กนักเรียนคอซองมาร่วมด้วยจึงแจ้งผู้ว่าฯ ดำเนินการ จนปัจจุบันรถแห่เข้ามาได้ยาก แม้กระทั่งเรื่องการพนันจังหวัดอุดรฯ
ไม่เป็นรองจังหวัดอื่นเลย มีทั้งบ่อนวิ่ง เล่นนอกช่วงเทศกาลเงินสะพัดหลายล้านบาท ทางกำนันเครือข่ายเลยมาพูดคุยกัน ตอนนี้จึงไม่มีแล้ว

“ด้วยความร่วมมือทั้งภาคประชาสังคม ฝ่ายปกครอง นายอำเภอ เข้าไปขอความร่วมมือ ทำให้ ปีนี้บุญบั้งไฟที่จังหวัดอุดรฯเน้นประเพณีอย่างแท้จริง ไม่มีการพนัน ไม่มีเหล้า ไม่มีเวทีคอนเสิร์ต และออกข้อกำหนดให้จุดบั้งไฟได้ไม่เกิน 5 ลำเท่านั้น”

มาที่ นางอรดี วัดข้าวหลาม ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดยโสธร ผู้มีส่วนร่วมในการผลักดัน “นโยบาย 4 ปลอด” ระบุว่า เนื่องจากการระบาดของโควิด-19ทำให้การหารือถึงแนวทางการจัดงานบุญบั้งไฟนั้นเป็นไปอย่างกระชั้นชิด แต่ทั้งฝ่ายปกครอง สรรพสามิต ตำรวจ คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็พอมีเวลาได้ประชุมหารือกันอยู่หลายรอบ โดยมีการวิเคราะห์สภาพปัญหาของการจัดงานบุญในปีที่ผ่านๆ มา และหาข้อดีของการที่เว้นจากการจัดงานไป 2 ปี

“เราไม่ได้จัดมา 2 ปี เพราะโควิด ปีนี้ประชาชนเรียกร้อง และผู้ว่าฯ ก็อนุญาตให้จัดได้ภายใต้มาตรการควบคุมโรคเราจึงต้องมาหารือกัน โดยมองว่าขนาดงานช้างจังหวัดสุรินทร์ซึ่งเป็นงานใหญ่ยังทำให้ปลอดเหล้าได้ ยโสธรเลยคิดว่าบุญบั้งไฟก็น่าจะทำได้ โดยเอาวิกฤติโควิดมาเสริม ซึ่งในห้วงเหล่านี้น่าจะต้องคิดถึงความปลอดภัยเรื่องอะไรบ้าง นั่นคือปลอดโควิด ปลอดอุบัติเหตุ เพราะมีการขับเคลื่อนมาตลอดอยู่แล้ว ปลอดเหล้า และปลอดการพนัน จึงออกมาเป็นนโยบาย 4 ปลอด และดำเนินการขับเคลื่อนในเชิงพื้นที่ต่อไป” นางอรดี กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,265,663 hits

Join 4,134 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
อดีต รมว.คลัง ธารินทร์-นกน้อย นิมมานเหมินท์ สุดปลื้ม บุตรชายสละโสด วริศร์ นิมมานเหมินท์ โชษิตา สลักคำ
Price of luxury homes in and around Bangkok remains sky-high despite Covid crisis #SootinClaimon.Com
ภัทรา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ‘ฝังหัวใจไว้ในขนมเค้ก’
Citybook eases the hassles of travellers across cities #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Stranded Rohingya rescued by Indonesian fishermen: officials
นาเดีย เผยข่าวดีอีกครั้ง! อวบขึ้นเพราะกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง
KU23-2506
ประธานศาลฎีกา อโนชา-จรูญ ชีวิตโสภณ จัดพิธีมงคลสมรสลูกชาย ปิยบดี ชีวิตโสภณ-เมฐิติพา บูรพา
'โม มนชนก'ชวนนอนชิลล์ เดินดูมิวเซียม ที่อเมริกา

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,688 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d