Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘เวิร์คพอยท์’สรุปบทลงโทษนักข่าว ให้ขอขมา’หลวงปู่แสง’-พักงานไม่มีกำหนด

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653345

'เวิร์คพอยท์'สรุปบทลงโทษนักข่าว ให้ขอขมา'หลวงปู่แสง'-พักงานไม่มีกำหนด

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.31 น.

จากกรณีที่นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา พาทีมสื่อมวลชนบุกไปที่สำนักสงฆ์ดงสว่างธรรม อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร หลังปรากฎคลิปกล่าวหาว่า หลวงปู่แสง ญาณวโร คุกคามทางเพศผู้หญิง กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก หนึ่งในนั้นมีประเด็นที่นักข่าวหญิงรายหนึ่ง สังกัดสถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์ทีวี แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อหน้าหลวงปู่แสง จนกลายเป็นที่วิจารณ์ในโซเชียล ขณะที่ กองบรรณาธิการข่าวเวิร์คพอยท์ ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวพร้อมได้มีการดำเนินการตักเตือน และพิจารณาสั่งพักงานผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวเป็นเวลา 7 วัน พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมทันที โดยจะมีการกำหนดบทลงโทษเพิ่มเติมต่อไปนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: ‘เวิร์คพอยท์’สั่งพักงานนักข่าวสาว 7 วัน สอบจริยธรรมปมทำข่าว’หลวงปู่แสง’ไม่เหมาะสม)

ล่าสุด กองบรรณาธิการข่าวเวิร์คพอยท์ ได้ออกมาตรการลงโทษนักข่าวเวิร์คพอยท์ กรณีหลวงปู่แสง ประกอบด้วย

1.ให้ผู้สื่อข่าวเข้ากราบขอขมาหลวงปู่แสง
2.พักงานโดยไม่มีกำหนด
3.ช่วงพักงาน เรียนรู้จรรยาบรรณ และวิชาชีพสื่ออย่างมืออาชีพ

ขณะที่รายการ “สดข่าวเที่ยงจากที่จริง” ออกอากาศผ่านช่องเวิร์คพอยท์ 23 ได้เผยแพร่คลิปขอโทษของวาสนา ศรีผ่อง ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ เปิดใจว่า ได้ทราบและเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว พร้อมกับเห็นภาพตัวเองปรากฏในสื่อต่างๆ น้อมรับว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ต้องกราบขออภัยหลวงปู่ ลูกศิษย์ ประชาชนที่เคารพนับถือท่าน ตนน้อมรับทุกคำตักเตือน คำแนะนำ และบทลงโทษจากต้นสังกัดทุกประการ เหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนอย่างมากในชีวิตการเป็นผู้สื่อข่าว และต้องขออภัยเพื่อนร่วมอาชีพ ตนขอโทษจากใจจริง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวอำนาจเจริญรวมพลังปกป้อง ‘หลวงปู่แสง’ ปิดวัดป่าอรัญญาวิเวกห้ามเข้าเด็ดขาด

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653334

ชาวอำนาจเจริญรวมพลังปกป้อง 'หลวงปู่แสง' ปิดวัดป่าอรัญญาวิเวกห้ามเข้าเด็ดขาด

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.09 น.

จากกรณีที่นายจีระพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนาจังหวัดยโสธรและสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบหลวงปู่แสง ญาณวโร อายุ 98 ปีที่พักสงฆ์บ้านดงสว่าง ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร จนเกิดเป็นข่าวโด่งดังไปทั่ว จนลูกศิษย์และชาวบ้านได้นิมนต์หลวงปู่แสง มาพักที่วัดอรัญญาวิเวก ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ 

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 พ.ค.65 นางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 1 จ.อำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทยเดินทางไปที่วัดอรัญญาวิเวก บ้านไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เพื่อเข้าไปกราบนมัสการหลวงปู่แสง ญาณวโร และติดตามข่าวที่เกิดขึ้นโดยมีพระสงฆ์ (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) 1 รูปและคณะกรรมการวัด จำนวนหนึ่งนั่งอยู่ด้านในประตูเข้าวัด 

โดยที่ประตูวัดปิดติดป้ายห้ามเข้า และมีรถยนต์สื่อมวลชนจอดรอทำข่าวเต็มไปหมด โดยทางคณะกรรมการวัดได้ขอร้องนางสมหญิง และสื่อมวลชนไม่ให้เข้าไปเพื่อให้หลวงปู่แสงได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เนื่องจากกรณีที่เป็นข่าวในทางลบจากสื่อมวลชนบางคนทำให้หลวงปู่ เครียด รวมถึงญาติโยม พุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ ไม่พอใจ การสอนข่าวที่เป็นผลเสียต่อหลวงปู่แสง ซึ่งนางสมหญิง มีความเข้าใจดี เพื่อให้หลวงปู่ได้พักผ่อนเต็มที่จึงเดินทางกลับ ไม่ได้กราบนมัสการหลวงปู่แต่อย่างใด ซึ่งจะหาโอกาสที่เหมาะสมเดินทางมาใหม่ 

นางสมหญิง บัวบุตร ส.ส.อำนาจเจริญ เขต 1 จ.อำนาจเจริญ กล่าวก่อนเดินทางกลับว่า เป็นลูกศิษย์หลวงปู่แสง มานานแล้ว ตั้งแต่หลวงปู่อยู่ที่วัดป่าอรัญญาวิเวก ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญและได้แวะเวียนเข้ามากราบนมัสการหลวงปู่เป็นประจำ กระทั่งหลวงปู่เป็นข่าวก็เลยเดินทางมาตั้งใจจะกราบนมัสการหลวงปู่แต่ว่าสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ทางคณะกรรมการวัดขอร้องเพื่อให้หลวงปู่พักผ่อนก็ไม่เป็นไรวันหน้าค่อยมาใหม่ 

นางสมหญิง กล่าวต่อว่า พอทราบข่าวทีแรกตนตกใจมาก ไม่คิดว่าคนกลุ่มหนึ่งหวังจะทำให้หลวงปู่เสียหาย และการที่ผู้หญิงขึ้นนั่งเสมอกับพระสงฆ์ไม่เหมาะสมแล้ว ขอตำหนิคนใกล้ชิด ลูกศิษย์ก็ไม่ห้ามโดยเฉพาะสำนักพุทธศาสนาจังหวัดยโสธร จะเข้าพบหลวงปู่ ควรแจ้งก่อนไม่ใช่ว่าบุกเข้าไปลักษณะแบบนี้ ไม่ใช่แล้ว 

ส่วนสื่อมวลชน ส่วนใหญ่จะทำหน้าที่ตรงไปตรงมาก็ขอชื่นชม ส่วนพฤติกรรมของบางคนขอตำหนิไม่เหมาะสมเลย  

สำหรับเรื่องเงินในบัญชีของหลวงปู่ ตนไม่ทราบ คงเป็นลูกศิษย์ คนใกล้ชิดหลวงปู่ หรือหน่วยงานราชการเข้าไปดูแลก็ขอฝากไปถึงพุทธศาสนิกชนการทำหน้าที่ปกป้องพุทธศาสนานั้นถูกต้องแล้ว เพราะศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องมีสติให้มาก 

นางจุฬาทิพย์ สุจิตร อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 8 บ้านไก่ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ขณะนั่งจับกลุ่มพูดจาเรื่องหลวงปู่แสง ญาณวโร กับเพื่อนบ้าน และกล่าวว่า ได้ทราบข่าวจากสื่อทีวี มีหมอปลาและสื่อมวลชนกลุ่มหนึ่งเข้าไปทำข่าว หลวงปู่แสง เหมือนกับว่า หลวงปู่ ทำผิด ทำเอาพวกตนคนบ้านไก่คำต่างไม่พอใจ ซึ่งทุกคนนับถือศรัทธาหลวงปู่มาก ถ้าญาติโยมนิมนต์ไปไหนหลวงปู่ก็ไปไม่ขัดศรัทธา เพื่อเผยแพร่หลักคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลายปี ช่วงหลวงปู่แสง ไม่อยู่วัดป่าอรัญญาวิเวก ญาติโยมก็ไม่เคยห่างวัด เรียกว่า ชาวตำบลไก่คำ เป็นโยมอุปฐากวัดป่าอรัญญาวิเวกทุกคน ซึ่งหลวงปู่แสง เดินทางไปพำนักที่วัดไหนก็ตามไปไม่ได้ขาด 

“ที่เป็นข่าว เชื่อว่า เป็นขบวนการทำลายชื่อเสียงความเชื่อถือของหลวงปู่แสงอย่างแน่นอน คนพวกนี้ ไม่เกรงกลัวต่อบาป ไม่กลัวตกนรกหรือไร คิดในแง่ความเป็นจริง หลวงปู่ อายุร่วม 100 ปีอารมณ์ทางเพศไม่มีแล้ว อยู่ที่ผู้หญิง ทำตัวไม่เหมาะ ไม่สมควรเลย ถ้าคิดจะทำลายหลวงปู่ ขอให้ตกนรกหมกไหม้ทุกคน” 

นางจุฬาทิพย์ กล่าวว่า ทราบว่าหลวงปู่แสง ญาณวโร กลับวัดป่าอรัญญาวิเวก ตนนอนไม่หลับ เพราะดีใจมากที่หลวงปู่กลับมาอยู่ที่วัดแห่งนี้เหมือนเมื่อก่อนแล้วและชาวบ้านไก่คำจะคอยปกป้องหลวงปู่แสง เพื่อไม่ให้มารมาก่อกวนอีกต่อไป ส่วนเหรียญหลวงปู่แสง ยอดนิยมมี 2 รุ่นคือรูปใบโพธิ์และรุ่นสร้างเจดีย์ ปี 37 พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดภัยทั้งปวง 

มีรายงานว่า ทางคณะแพทย์ซึ่งดูแลหลวงปู่แสง ญาณวโร จะมีการแถลงข่าว เกี่ยวกับหลวงปู่แสง ภายใน 2 – 3 วันนี้ 

อย่างไรก็ตาม ตามตลาด ร้านค้าในตัวเมืองอำนาจเจริญชาวบ้านต่างพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับหลวงปู่แสง ญาณวโร และประณามถึงการกระทำดังกล่าว บางคนถึงกับด่าเสียเทเสีย บางคนสาปแช่งให้มีอันเป็นไปของคนกลุ่มนี้และมองว่า มีขบวนการจ้องทำลายพุทธศาสนาให้เสื่อมศรัทธา ซึ่งชาวพุทธทุกคนจะต้องปกป้องกันศาสนาพุทธให้อยู่คู่ประเทศไทยต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำพินัยกรรมไว้แล้ว! พี่สาว ‘เสี่ยปาน30ล้าน’ เผยไม่ต้องห่วงมรดกเป็นของลูกชาย

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653323

ทำพินัยกรรมไว้แล้ว! พี่สาว 'เสี่ยปาน30ล้าน' เผยไม่ต้องห่วงมรดกเป็นของลูกชาย

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.45 น.

จากไปอย่างสงบ! ปิดตำนาน ‘เสี่ยปาน 30 ล้าน’ หลังป่วยด้วยโรคร้ายมาเกือบปี ญาติเตรียมทำพิธีสวดงานศพ 2 วันฌาปนกิจ พี่สาวเผยไม่ห่วงมรดกทั้งที่ดิน ทรัพย์สินต่างๆ และเงินสด เพราะน้องชายทำพินัยกรรมไว้แล้ว หลังงานศพเสร็จค่อยว่ากันอีกที

13 พ.ค.65 รายงายงานข่าวจาก จ.อุดรธานี ว่า นายยงยุทธ แก้วสวนจิก อายุ 45 ปี หรือเสี่ยปาน 30 ล้าน หนุ่มอุดรดวงเฮงถูกหวยก้อนโต งวดวันที่ 16 ก.ย.2558 หมายเลข 743148 จำนวน 5 ใบ 30 ล้านบาท จากนั้นได้ออกจากงานโรงงานที่ จ.นครปฐม กลับมาอยู่บ้านที่บ้านหนองบ่อ ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เสี่ยปานก็ได้ซื้อที่ดิน สร้างบ้าน ซื้อเครื่องจักรทางการเกษตร ทั้งรถไถ รถเกี่ยวข้าว หันมาทำอาชะเกษตรกร แต่มีข่าวระหองระแหงกับอดีตภรรยาสุดท้ายได้แยกทางกันเดิน แต่เสี่ยปานยังส่งเสียลูกชายคือน้องเกาลัดเพราะเป็นแก้วตาดวงใจ

ต่อมาระยะหลังตั้งแต่ถูกหวยปี 58 จนถึงปัจจุบันเกือบ 8 ปี เสี่ยปานเริ่มป่วยเป็นมะเร็งลำไส้รักษาหายแล้วแต่ก็มีมะเร็งทวารหนักมาอีก หมอได้ทำการรักษาเมื่อปีที่แล้วและบอกว่า เสี่ยปานจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 65 แต่เสี่ยปานก็ฮึดสู้กับโรคร้ายของตัวเองอยู่มาถึงเดือนพฤษภาคม จนเช้าวันนี้ (13 พ.ค.65) เสี่ยปาน 30 ล้านก็เสียชีวิตลงในเวลา 08.43 น.ด้วยวัย 45 ปี โดยแพทย์รพ.หนองหานแจ้งว่าเสี่ยปานติดเชื้อในกระแสเลือดและเสี่ยงติดโควิดจึงได้ทำพิธีเผาทันที เมื่อเวลา 11.00 น.ที่วัดสร้างแข้

ขณะที่บริเวณบ้านเลขที่ 329 หมู่ 7 บ้านหนองบ่อ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ญาติๆ ได้เตรียมสถานที่เพื่อนำกระดูกของเสี่ยปานมาทำพิธีสวดอภิธรรมศพในวันจันทร์ที่ 16 พ.ค.นี้และจะทำพิธีฌาปนกิจศพอีกครั้งในวันพุธที่ 18 พ.ค.65 ที่จะถึงนี้

ล่าสุด น.ส.สุธารี แก้วสวนจิก อายุ 47 ปี พี่สาวเสี่ยปาน เปิดเผยว่า ปานน้องชายเสียชีวิตเมื่อเช้านี้หลังจากเข้าทำการรักษาโรคมะเร็งที่รพ.หนองหานมานานหลายเดือน และหมอบอกว่าติดเชื้อในกระแสเลือดด้วยจึงทำให้เสียชีวิต จากนั้นหมอบอกว่าห่วงโรคติดโควิดด้วยเพราะอยู่ห้องเดียวกันกับผู้ป่วยจึงได้ให้เอาไปเผาทันที จากนั้นจะเอากระดูกเสี่ยปานไว้ที่วัดบ้านสร้างแข้ 2 วัน วันจันทร์ที่ 16 พ.ค.ญาติๆ จะไปนำกระดูกมาทำพิธีสวดอภิธรรมที่บริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้เพราะเป็นความตั้งใจน้องสั่งเสียไว้ว่าหากเขาตายไปให้จัดงานศพที่ตรงนี้ จากนั้นพอวันพุธที่ 18 พ.ค.ก็จะทำพิธีฌาปนกิจศพอีกครั้ง โดยตอนนี้ลูกชายของเขาคือน้องเกาลัดและครอบครัวฝ่ายอดีตภรรยาทราบเรื่องแล้ว

น.ส.สุธารี กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องมรดกเสี่ยปานนั้น ตนเองไม่รู้เท่าไรว่าจะยกให้ใครอย่างไรบ้าง แต่เท่าที่ทราบน้องชายเขาบอกตลอดและย้ำกับตนเองสมัยที่เขามีชีวิตอยู่ โดยบอกว่า ไม่ต้องห่วงหากผมเป็นอะไรไป พี่น้องทุกคนสบาย เพราะเขาทำพินัยกรรมอะไรไว้หมดแล้ว ที่ตรงร้านก๋วยเตี๋ยวเขาก็ยกให้พี่สาว ส่วนบ้านและที่ดินที่ซื้อไว้ 10 ไร่ ก็ประกาศขายประมาณ 5 ล้านบาท เงินที่ได้ก็จะแบ่งให้พี่น้องทุกคน ส่วนเงินในบัญชีธนาคารที่เขาถูกหวยก็เหลืออยู่ คงต้องไปดูพินัยกรรมที่เขาเขียนไว้ น่าจะเสร็จจากงานศพเขาไปก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงเรื่องมรดกของเสี่ยปานจะวุ่นวายมั้ยหากอดีตภรรยาเขาจะมาขอส่วนแบ่งด้วย นางสุธารี บอกว่า ไม่ต้องห่วง เพราะในพินิยกรรมเขาเขียนไว้แล้วลูกเขาคงได้หลายล้าน แต่ตอนนี้พูดอะไรไม่ได้ ต้องรอไปเปิดพินัยกรรมของเสี่ยปานดูหลังจากเสร็จงานศพก่อน. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เสี่ยปาน 30 ล้าน’เคยเล่านาทีเฮี้ยนเจอวิญญาณผีโบราณเฝ้าคุ้มครองจนถูกรางวัลที่ 1

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653321

'เสี่ยปาน 30 ล้าน'เคยเล่านาทีเฮี้ยนเจอวิญญาณผีโบราณเฝ้าคุ้มครองจนถูกรางวัลที่ 1

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.44 น.

“เสี่ยปาน 30 ล้าน” หรือ นายยงยุทธ แก้วสวนจิก อายุ 45 ปี หนุ่มใหญ่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ที่ดวงเฮงถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2558 หมายเลข 743148 จำนวน 5 ใบกลายเป็นเศรษฐี 30 ล้านบาทเมื่อ 6 ปีที่แล้ว 

ย้อนกลับไปเมื่อราวเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมาเขาเคยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณผีโบราณที่คอยเฝ้าดูแลเขามาตั้งแต่เด็ก จนทำให้เขาถูกรางวัลที่ 1 ร่ำรวยกลายเป็นเศรษฐี 30 ล้านในพริบตา ก่อนที่เขาจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับหลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลหนองหาน ด้วยโรคมะเร็งทวารหนักระยะสุดท้ายและเสียชีวิตลงอย่างสงบ (ข่าวก่อนหน้านี้ ‘เสี่ยปาน’ 30ล้านน้ำตาคลอเบ้าหลังหมอบอกอยู่ได้อีกไม่นานเผยเป็นโรคหัวใจมานานแล้ว)

เสี่ยปาน 30 ล้านได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณผีโบราณที่เฝ้าคุ้มครองเขามาตั้งแต่เด็กว่า…”ชีวิตผมอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน ผมเชื่อเรื่องแต่ชาติปางก่อน มีวิญญาณคนขอมโบราณอยู่ตรงที่บ้านสวน ตอนนั้นผมยังเด็ก เขามาเข้าฝันบอกว่าอีก 23 ปีเจอกัน นับจากนั้นได้ 23 ปีผมก็มาถูกหวย 30 ล้านบาท อันนี้เรื่องจริง ผมฝันเห็นว่าเขาพาไปเที่ยวตรงนั้น ตรงนี้ ตรงที่ที่ซื้อไว้ ไปหาอะไรก็เจอสิ่งของโบราณหลายอย่าง

ล่าสุดไปเจอกระดิ่งโบราณในที่ดิน ผมจะไปทำงานไกลเขาก็ตามไป อย่างไปทำงานที่จังหวัดนครปฐม เขาก็ตามผมไป จนผมมาถูกหวยก็กลับมาซื้อบ้าน ผมไปอยู่ไกลไม่ได้เขาห่วง ผมก็เลยตัดห่วงบวชให้เขาและทำบุญใหญ่ให้ จากนั้นก็ไม่เห็นเขาอีกเลย ผมเชื่อว่าเขาไปผุดไปเกิดตัดเวรตัดกรรมให้แล้ว พอเขาไปผุดไปเกิดผมเองก็มาป่วยจนทรุดหนักจนถึงตอนนี้ ใครไม่เชื่อแต่ผมเชื่อเรื่องนี้ 

ตอนนี้ก็อยู่ไปเรื่อยๆ รอถึงวันนั้น ตอนนี้สุขภาพผมย่ำแย่ขนาดหนัก ผมอยากพักและอยากอยู่กับลูกให้นานที่สุด โควิดซาก็จะไปรับลูกกับยายออกทริปเที่ยวและทำบุญด้วยกัน ใจผมคิดเสมอว่าก่อนจะตาย ทำอย่างไรให้ลูกมีความสุขทุกอย่าง ตอนนี้อยู่เพื่อลูกเท่านั้น พูดถึงเรื่องลูกเมื่อไรน้ำตาจะไหลทุกที” นี่คือคำพูดของเสียปาน 30 ล้าน ที่ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ก่อนที่วันนี้เขาจะจากไปโดยไม่มีวันกลับ เหลือไว้แต่เพียงความทรงจำดีๆ ให้กับคนรุ่นหลังได้จดจำ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สุนัขจรจัด’พรวด!‘จิตสำนึก-ศก.’ปัจจัยหลักถูก‘ทิ้ง’ เปิดโมเดลแก้ปัญหา

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653309

‘สุนัขจรจัด’พรวด!‘จิตสำนึก-ศก.’ปัจจัยหลักถูก‘ทิ้ง’ เปิดโมเดลแก้ปัญหา

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.28 น.

‘สุนัขจรจัด’พรวด!‘จิตสำนึก-ศก.’ปัจจัยหลักถูก‘ทิ้ง’ เปิดโมเดลแก้ปัญหา

13 พฤษภาคม 2565 ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) เปิดเผยว่า วันก่อนเห็นข่าวโครงการสุนัขชุมชนเมืองทองธานีแล้วรู้สึกชื่นชม และขอเป็นกำลังใจ และยังมีอีกหลายๆโครงการที่ดี เช่น โครงการจัดการปัญหาสุนัขในเขตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แบบมีส่วนร่วมจากชุมชนอย่างยั่งยืน หรือโครงการสุนัขชุมชนตลาดแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม นับว่าเป็นความพยายามของหลายภาคส่วนที่จะร่วมกันแก้ปัญหาสุนัขจรจัดในประเทศไทย

จากการสำรวจของกรมปศุสัตว์เมื่อปี 2563 พบว่า มีสุนัขจรจัดทั่วประเทศ จำนวนกว่า 2.3 ล้านตัว เพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อปี 2557 มีสุนัขจรจัดเพียง 7.3 แสนตัว หรือมีจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว ในระยะเวลา 6 ปี และมีแนวโน้มจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ดร.สาธิต กล่าวว่า ส่วนใหญ่ปัญหาสุนัขจรจัดเกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะจากการที่ผู้เลี้ยงไม่ต้องการเลี้ยงหรือมีปัญหาผลกระทบจากโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้น หรือเนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวถูกเลิกจ้างงาน เลี้ยงไม่ไหว การย้ายที่อยู่อาศัยหรือการละเลยขาดจิตสำนึกรับผิดชอบ นำสุนัขมาปล่อยทิ้งในที่สาธารณะเป็นจำนวนมาก ถ้าอัตราการเพิ่มขึ้นของสุนัขดังกล่าวมีอย่างต่อเนื่อง และถ้าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องละเลยหรือขาดมาตรการแก้ไขปัญหาที่ดีและจริงจัง อาจจะนำมาสู่ปัญหาต่างๆมากมาย เช่น การสร้างเหตุเดือดร้อนรำคาญจนนำมาสู่ความขัดแย้งของคนในชุมชนได้ รวมทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ เช่น พิษสุนัขบ้าหรือการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควรอีกด้วย

สำหรับการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พยายามหาแนวทางร่วมกันในการบูรณาการ การแก้ไขปัญหาในหลากหลายวิธี เช่น การผ่าตัดทำหมัน การจัดตั้งสถานสงเคราะห์สัตว์ ก็อาจยังไม่เพียงพอที่จะสามารถแก้ปัญหาได้ทั่วถึง

ทั้งนี้ “โครงการสุนัขชุมชน” จึงเกิดขึ้นจากหลายๆ แนวคิดที่ร่วมกันเสนอและผลักดันทั้งภาครัฐ เช่นกรมปศุสัตว์ ภาคเอกชน นักวิชาการ ซึ่งอาจแบ่งสุนัขเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มแรก สุนัขไม่มีเจ้าของไม่มีผู้ดูแลเลย กลุ่มที่ 2 สุนัขไม่มีเจ้าของแต่มีผู้ดูแลให้อาหารบ้าง กลุ่มที่ 3 คือ สุนัขที่อยู่ในชุมชน มีคนให้อาหารและคอยดูแลบ้าง อาจมีการตั้งชื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนในชุมชน สามารถจับไปทำหมันและฉีดวัคซีนได้  

โครงการสุนัขชุมชน ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนคือโครงการจากกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ ซึ่งเป็นหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการจัดสวัสดิภาพสัตว์และบริการทางการแพทย์ ก็ได้จัดโครงการสุนัขชุมชนเช่นกัน โดยได้กำหนดรูปแบบและรายละเอียดโครงการ เป็นความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน รวมทั้งองค์กรในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดูแลสุนัขจรจัดเป็นไปอย่างมีระบบ ลดปัญหาการเพิ่มจำนวนและลดปัญหาความขัดแย้งของคนในชุมชน และที่สำคัญเพื่อให้สุนัขในชุมชนได้รับการจัดสวัสดิภาพที่ดีตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ โดยมีการกำหนดเป้าหมาย ภายในระยะเวลา 3 ปี 2565-2567 มีพื้นที่ดำเนินการ 25 ชุมชนต้นแบบนำร่องเพื่อเป็นการทดลองและพร้อมจะขยายผลไปทั่วประเทศ

ทั้งนี้ มีรูปแบบกิจกรรม เช่น การลงทะเบียนประวัติสุนัขทุกตัวของชุมชน  การทำเครื่องหมาย การฝังไมโครชิพหรือทำสัญลักษณ์  การตรวจสุขภาพพื้นฐาน การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี การกำจัดเห็บหมัดและถ่ายพยาธิ การผ่าตัดทำหมันเพื่อควบคุมจำนวนประชากร หรือแม้แต่การมีเครื่องหมายหรือปลอกคอที่สามารถระบุพฤติกรรมได้ เช่น ปลอกคอสีเขียว หมายถึง สุนัขที่มีพฤติกรรมที่ทุกคนจับต้องได้ ปลอกคอสีเหลือง หมายถึง สุนัขที่มีพฤติกรรมที่คนดูแลเท่านั้นจับต้องได้ ปลอกคอสีแดง หมายถึง สุนัขที่มีพฤติกรรมหวาดระแวงไม่มีใครจับต้องได้  ผลที่คาดว่าจะได้รับ จำนวนสุนัขจรจัดในชุมชนลดลงในแต่ละปี ลดการปล่อยและทอดทิ้งสุนัข สุนัขได้รับการจัดสวัสดิภาพที่ดี ลดปัญหาการสงเคราะห์สัตว์ช่วยเหลือสัตว์แบบเคาะกะละมังเลี้ยง และได้รูปแบบที่เหมาะสมในการขยายผลและต่อยอดในการจัดการสุนัขจรจัดอย่างเป็นระบบ เป็นต้น

“โครงการสุนัขชุมชน ก็เป็นอีกโครงการหนึ่งที่เป็นแนวความคิดที่ดี ในการกระจายรูปแบบและวิธีการด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมที่ต้องเริ่มจากคนในชุมชนด้วยกันเอง และมีหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนช่วยกันสนับสนุนทรัพยากรทางบริหาร ในการแก้ปัญหาของชุมชนให้ต่อเนื่องและยั่งยืน โดยชุมชนและเพื่อชุมชนนั้น แต่ที่สำคัญขอฝากไว้ว่า ต้องมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อการปรับรูปแบบให้เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพบริบทและปัญหาที่แท้จริงของชุมชนนั้น ต่อไป” ดร.สาธิต กล่าว

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อัลไซเมอร์’ภัยเงียบ’สูงวัย’ ยังไม่มีวิธีรักษาหายขาด ป้องกันปรับพฤติกรรมตั้งแต่ก่อนแก่..ลดเสี่ยง!!

Posted on May 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653271

'อัลไซเมอร์'ภัยเงียบ'สูงวัย' ยังไม่มีวิธีรักษาหายขาด ป้องกันปรับพฤติกรรมตั้งแต่ก่อนแก่..ลดเสี่ยง!!

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.27 น.

ยังคงต้องติดตามกันต่อไปกับกรณี “หมอปลา” จีรพันธ์ เพชรขาว หลังเดินหน้าตรวจสอบวงการสงฆ์ตลอดจนความเชื่อสำนักลัทธิต่างๆ มาหลายหน แต่ครั้งนี้ดูจะเจอ “กระแสตีกลับ” เสียแล้ว เมื่อไปตรวจสอบ วัดดป่าดงสว่างธรรม จ.ยโสธร หลังได้รับคลิปร้องเรียนว่า “หลวงปู่แสง” พระเกจิดัง อายุเกือบ 100 ปีนั้น ลวนลามสีกา เนื่องจากในเวลาต่อมา มีการยืนยันว่า หลวงปู่แสง ป่วยเป็นโรค “อัลไซเมอร์” ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของสมอง จนทำให้หมอปลาต้องออกมาขอโทษกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง

สำหรับโรคอัลไซเมอร์นั้น พญ.จิตรลดา สมาจาร อายุรแพทย์ด้านโรคสมองและระบบประสาท โรงพยาบาลสมิติเวช เขียนบทความ “ลืมง่าย จำยาก เสี่ยงอัลไซเมอร์” เผยแพร่บนเว็บไซต์ ของ รพ.สมิติเวช ระบุว่า โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer Disease) เป็นโรคที่มีการถดถอยของการทำงานหรือโครงสร้างของสมองมากกว่าวัย เกิดจากการที่โปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เบต้า-อะไมลอยด์ (Beta-Amyloid) ซึ่งเป็นผลจากของเสียที่เกิดจากการสันดาปของเซลล์ มีการตกตะกอนและไปจับกับเซลล์สมอง เส้นใยที่เชื่อมต่อของสมอง รวมถึงเซลล์พี่เลี้ยงของสมอง ส่งผลให้เกิดความเสียหายและนำมาสู่การตายของเซลล์สมอง โดยทำให้สมองเสื่อมและฝ่อลง และเกิดการสูญเสียเนื้อสมองในที่สุด

โรคอัลไซเมอร์เป็นหนึ่งในกลุ่มของโรคสมองเสื่อม (Dementia) ที่พบได้บ่อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 60-80 ของกลุ่มผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมทั้งหมด ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องมาจากการมีอายุยืนยาวขึ้นและปัจจัยด้านอื่นๆ ทั้งนี้ ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานจำนวนผู้ป่วยที่แน่ชัด แต่จากข้อมูลของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Association) ที่เก็บข้อมูลของชาวอเมริกัน

พบว่า มีผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้นทุกปี และสูงถึง 14 ล้านคนในปี 2563 คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 5% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม ได้แก่ สมองเสื่อมจากภาวะสมองขาดเลือด (Vascular Dementia), Dementia  with Lewy bodies, Frontotemporal lobar dementia,  ภาวะสมองเสื่อมในโรค Parkinson  (Parkinson’s disease dementia)  และภาวะสมองเสื่อมที่เกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน

สำหรับสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ แบ่งเป็น 1.ปัจจัยที่แปลงไมได้ ประกอบด้วย 1.1 อายุ ในบุคคลทั่วไป เมื่ออายุมากกว่า 65 ปีไปแล้ว ทุกๆ 5 ปี จะมีความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า 1.2 ปัจจัยทางพันธุกรรม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติโรคความจำเสื่อมในครอบครัว 1.3 การกลายพันธ์ของยีน Apolipoprotein E (Apo E), Amyloid-beta Precursor Protein (APP), Presenilin 1 (PSEN1) และ Presenilin 2 (PSEN2) และ Down’s syndrome จะทำให้ปรากฎอาการของโรคอัลไซเมอร์เร็วกว่าคนปกติ และ 1.4 เพศ พบว่าเพศหญิงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์มากกว่าเพศชายเล็กน้อย

2.ปัจจัยที่เกิดขึ้นภายหลัง ประกอบด้วย  2.1 โรคเบาหวาน พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าร้อยละ 39 เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน 2.2 โรคความดันโลหิตสูง พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าร้อยละ 61 2.3 โรคอ้วน พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าร้อยละ 60 2.4 การสูบบุหรี่ พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าร้อยละ 59 และ 2.5 การไม่ออกกำลังกาย พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่า 82%

3. ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและทางกายภาพอื่นๆ ประกอบด้วย 3.1 ระดับการศึกษา พบว่า จะมีความเสี่ยงสูงกว่าร้อยละ 59 หากมีระดับการศึกษาต่ำ 3.2 ภาวะซึมเศร้า พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าร้อยละ 90 3.3 ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ทำให้ขาดการทำงานของสมองในหลายๆ ด้าน และยังเป็นความเสี่ยงของการเกิดโรคซึมเศร้าอีกด้วย

3.4 การนอนหลับ การนอนหลับที่ไม่เพียงพอหรือไม่มีคุณภาพ เช่น มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) โรคของการเคลื่อนไหวผิดปกติช่วงนอน (Restless Leg Syndrome) โรคเหล่านี้มีผลต่อการซ่อมแซมเซลล์สมองในช่วงระหว่างการนอนหลับลึก และการรวบรวมความจำในช่วงระหว่างการนอนหลับตื้น และ 3.5 การมีประวัติอุบัติเหตุทางสมอง ที่ทำให้เซลล์สมองได้รับความเสียหาย

อาการของโรคอัลไซเมอร์ ประกอบด้วย 1.สูญเสียความจำหรือข้อมูลระยะสั้น มีการหลงลืมที่รบกวนชีวิตประจำวัน ลืมของไว้ในที่ที่ไม่ควรเก็บ เช่น วางของทิ้งไว้แล้วลืม วางกุญแจรถไว้ในตู้เย็น นึกชื่อคนที่รู้จักไม่ออก ถ้าหากตัวโรคเป็นมากขึ้น ก็อาจทำให้สูญเสียความทรงจำในอดีตได้ 2.มีความสับสนในวัน เวลา สถานที่ 3.มีความสับสนในทิศทาง เช่น ลืมเส้นทางที่เคยใช้เป็นประจำ

4.มีปัญหาในการสื่อสาร เช่น คิดคำพูดไม่ออก เข้าใจหรือสื่อสารข้อความยาวๆ ไม่ได้ 5.มีการตัดสินใจที่แย่ลง ช้าลง 6.มีการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหาที่ทำได้ยากขึ้น หรือทำได้แย่ลง 7.ขาดสมาธิในการจดจ่อกับสิ่งที่ทำ 8.มีปัญหาในการทำงาน ทำงานให้สำเร็จได้ยากกว่าปกติ 9.มีอารมณ์เปลี่ยนแปลง เช่น ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ซึมเศร้า และ 10.มีการแยกตัวจากสังคม งาน หรือกิจกรรมที่เคยทำหรือชื่นชอบ

อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่า “คนที่มีพฤติกรรมหลงลืมบ่อยๆ อาจไม่ได้เป็นโรคอัลไซเมอร์เสมอไป” โดยเกิดขึ้นจากอีก 2 สาเหตุ ดังนี้ 1.มีอาการขี้ลืมจากการไม่ได้จดจำ ไม่ได้เก็บข้อมูลเข้าไปในความจำ เช่น ยุ่งมากมีเรื่องหลายเรื่องที่ต้องทำ ลักษณะนี้ไม่ถือว่าเป็นโรคความจำเสื่อม 2.มีอาการขี้ลืมที่เกิดจากความจำถดถอย ความสามารถในการจดจำลดลง ถือว่าเป็นโรคความจำเสื่อม ซึ่งมักมีอาการอื่นในเรื่องของความจำร่วมด้วย

รศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชย ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนบทความ “โรคอัลไซเมอร์ภัยเงียบของผู้สูงวัย” เผยแพร่บนเว็บไซต์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อธิบายอาการของโรคอัลไซเมอร์ ว่ามี 3 ระยะ คือ 1.ก่อนเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อม มีอาการเริ่มต้นที่เรียกว่า ภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย มักหลงลืมหรือมีปัญหาเรื่องความจำที่เห็นชัดเจน แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวัน

2.เมื่อเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อม มีอาการเสื่อมถอยของการรับรู้มากขึ้น อาจมีอาการทางจิต และปัญหาพฤติกรรมด้วย มีความบกพร่องในการทำกิจวัตรประจำวัน จนทำให้ต้องพึ่งพิงผู้ดูแล และ 3.ระยะอาการรุนแรง มีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น กลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ มีปัญหาการก้าวเดิน การกลืน และนอนติดเตียง จำเป็นต้อง มีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจจะเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อน

บทความ “โรคอัลไซเมอร์ Alzheimer” เผยแพร่บนเว็บไซต์ รพ.จุฬาภรณ์ ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานการรักษาโรคให้หายขาด จึงมุ่งเน้นการดูแลรักษาเพื่อช่วยลดความพกพร่องทางการรู้คิด และสนับสนุนให้ผู้ป่วยสามารถประกอบกิจวัตรประจำวันและเข้าสังคมได้มากที่สุด โดยแบ่งเป็น 1.การรักษาโดยไม่ใช้ยา (Non-Pharmacological Management) การรักษาด้วยวิธีนี้มีอยู่หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับภาวะความรุนแรงของโรคและขีดความสามารถในการเรียนรู้ของผู้ป่วยแต่ละราย โดยมุ่งเน้นให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมตามระยะของโรค ดังนี้

1.1 การดูแลเรื่องกิจวัตรประจำวันและการฝึกทักษะการเข้าสังคม ให้ผู้ป่วยได้ร่วมดูแลเรื่องกิจวัตรประจำวันของตนเองโดยมีผู้ดูแลคอยสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือตามขีดความสามารถของผู้ป่วย สนับสนุนให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมที่มีส่วนร่วมในสังคมครอบครัวและสังคมภายนอกตามความเหมาะสม 1.2 การดูแลปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม ลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้อาการแย่ลง เช่น เสียงรบกวน รวมถึงการปรับสภาพที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัยง่ายต่อการใช้งาน เช่น ให้พื้นเรียบ ไม่มีของเกะกะทางเดินและแสงสว่างเพียงพอ เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ

1.3 การให้ความรู้กับผู้ดูแลผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยจะเข้าสู่สภาวะที่ต้องพึ่งพา ผู้ดูแลเป็นบุคคลสำคัญที่สุดที่ต้องเข้าใจการดำเนินของโรค และความรู้เกี่ยวการดูแลผู้ป่วยในแต่ละระยะของโรค รวมไปถึงสนับสนุนการดูแลตนเองของผู้ดูแลผู้ป่วย 1.4 การฟื้นฟูผู้ป่วยสมองเสื่อมด้านกายภาพ เนื่องจากผู้ป่วยที่มีอาการสมองเสื่อมอาจมีขีดความสามารถในการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ลดลง การปรับอุปกรณ์ให้ง่ายต่อการใช้งานหรือปรับกิจกรรมให้เรียบง่ายและปลอดภัย รวมไปถึงการฝึกการกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสโดยการบีบ จัด นวด การกระตุ้นกิจกรรมการเคลื่อนไหวจะทำให้ผู้ป่วยได้ฝึกสมรรถภาพทางกายภาพได้ดียิ่งขึ้น

และ 1.5 การดูแลด้านพฤติกรรมและจิตบำบัด ปัญหาเรื่องพฤติกรรมและอารมณ์เป็นความผิดปกติที่พบได้บ่อย อาจต้องใช้การรักษาควบคู่ทั้งการรักษาด้วยยาและพฤติกรรมและจิตบำบัด อาจใช้การให้ความรู้แก่ผู้ดูแลเพื่อให้เข้าใจผู้ป่วยและมีวิธีการดูแลได้อย่างเหมาะสม เช่น การเบี่ยงเบนความสนในผู้ป่วยออกจากเรื่องที่กำลังหงุดหงิดหรือโมโห การเสริมสร้างด้านอารมณ์ด้วยดนตรีบำบัด เป็นต้น

กับ 2.การรักษาด้วยยา (Pharmacological Management) ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่ามียาที่สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ แต่อาจมียาบางกลุ่มที่สามารถใช้รักษาบรรเทาอาการ และการรักษาประคับประคอง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก 2.1 ยาที่ใช้รักษาตามอาการด้านการรู้คิด ได้แก่ยากลุ่มที่ยับยั้งสารที่ทำลายสารสื่อประสาทในสมอง (acetylcholine esterase inhibitor) ทำให้มีสารสื่อประสาทเพิ่มขึ้น เช่น ยา donepezil, galantamine, rivastigmine เป็นต้น สามารถใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อยถึงรุนแรง นอกจากนี้ยังมียากลุ่ม NMDA receptor antagonist เช่น memantine ทำให้ glutamate ไม่สามารถจับกับ receptor ได้ทำให้ลดการเกิดพิษต่อเซลล์ประสาท ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการปานกลางถึงรุนแรง

2.2 ยาที่ใช้รักษาปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และความผิดปกติทางจิต ปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และความผิดปกติทางจิตเกิดได้บ่อยในผู้ป่วยสมองเสื่อม ซึ่งอาจต้องใช้ยาตามอาการทางจิตร่วมรักษา เช่น ยาต้านเศร้า ยาลดอาการหลงผิดประสาทหลอนและอาการกระวนกระวาย ยาคลายกังวลหรือยานอนหลับ โดยแพทย์อาจจะปรับยาตามอาการเพื่อให้สมดุลโดยพิจารณาถึงประโยชน์และผลข้างเคียงของการใช้ยา อย่างไรก็ตามการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์จำเป็นต้องดูแลอย่างเป็นองค์รวมประกอบด้วยการดูแลรักษาในด้านกายภาพ ด้านจิตใจและพฤติกรรม ด้านการเข้าสังคม รวมไปถึงการให้ความรู้และสนับสนุนญาติผู้ดูแลผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

และเมื่อยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด “การป้องกัน” ลดปัจจัยเสี่ยงก่อโรคอัลไซเมอร์ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ประกอบด้วย

1.รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และโคเลสเตอรอลสูง 2.รักษาน้ำหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน 3.ไม่สูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่ 4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 5.ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุต่อสมอง การพลัดตกหกล้ม และ 6.ดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี ตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจติดตามโรคประจำตัวที่เป็นอยู่เป็นระยะ ๆ หากมีอาการเจ็บป่วยควรไปพบแพทย์แต่เนิ่นๆ

นอกจากนี้ การฝึกฝนสมอง เช่น คิดเลข อ่านหนังสือ เล่นเกมส์ ฝึกการใช้อุปกรณ์ใหม่ๆ การพบปะพูดคุยกับผู้อื่นบ่อย ๆ การมีความสัมพันธ์ทางสังคม เช่น ไปวัด ไปงานเลี้ยง เข้าชมรมผู้สูงอายุ ฯลฯ นอกจากนี้อาจช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ยังช่วยให้ผู้สูงวัยคุณภาพชีวิตที่มีและมีความสุขอีกด้วย!!!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– ‘หมอปลา-น้ำฟ้า’น้อมรับกรรม กราบขอโทษ รับผิดพลาดเรื่องป่วย’หลวงปู่แสง’

– หลานสายตรง’หลวงปู่แสง’งัดใบแพทย์ยันอาพาธสมองฝ่อจากอัลไซเมอร์

– เคลียร์ปม‘หลวงปู่แสง’!แพทย์ผู้รักษาออกโรงคอนเฟิร์ม‘หลงลืม’จริงหรือไม่

– ‘หลวงปู่ชื่อดัง’ จับ’หน้าอก-อวัยวะเพศ’สีกา อวดอ้างดื่มปัสสาวะรักษาโรค (คลิป)

อ้างอิง

– ลืมง่าย จำยาก เสี่ยงอัลไซเมอร์ : พญ.จิตรลดา สมาจาร

– โรคอัลไซเมอร์ภัยเงียบของผู้สูงวัย : รศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชย

– โรคอัลไซเมอร์ Alzheimer : รพ.จุฬาภรณ์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สวนผักคุณตา เกษตรพอเพียง’ จากสวนผักคนเมือง ‘ต่อยอด’ สู่สวนผักเมืองอุตรดิตถ์

Posted on May 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653235

'สวนผักคุณตา เกษตรพอเพียง' จากสวนผักคนเมือง 'ต่อยอด' สู่สวนผักเมืองอุตรดิตถ์

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.44 น.

“เกษตรพอเพียง” ด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์ ที่นำมาใช้กับในเมืองใหญ่นั้น มีผู้ที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ เห็นผล คือ นางสาววิภาพร เสวันนา หรือ “ปุ้มปุ้ย” โดยเรื่องราวของเธอนั้นได้ถูกนำบอกเล่าผ่านเพจ “สวนผักคุณตา เกษตรพอเพียง” ซึ่งมีคุณพ่อเป็นแกนหลักในการใช้พื้นที่สาธารณะเพียง 300 ตารางวา ในซอยรามคำแหง 162 หรือ ซอยมิสทีน เนรมิตให้เป็นสวนผักกลางกรุง และปัจจุบันวิภาพรต่อยอดสวนผักในเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อทำมาแต่เดิม ออกมาสู่สวนผักกลางเมือง ในจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยอยู่ห่างอำเภอเมืองอุตรดิตถ์เพียง 15 กิโลเมตร

“หลังจากที่ปุ้มปุ้ยมีประสบการณ์การปลูกผักที่พื้นที่ร่มเกล้าใน กทม.แล้ว ก็พบว่า การเริ่มปลูกผักจากจุดเล็กๆนั้น ทำให้การปลูกผักมีโอกาสที่จะขยายพื้นที่ออกไปได้มากกว่า และ ผู้ปลูกก็มีกำลังใจ โดยในปลายปี 2563 พ่อของปุ้มปุ้ยย้ายมาที่อุตรดิตถ์ ก็ใช้พื้นที่ 2 ไร่ปลูกเกษตรแบบผสมผสาน ต่อมาในปีนี้ขยายเป็น 10 ไร่ ซึ่งแบ่งเป็นพื้นที่ปลูกป่าไม้ยืนต้น เช่น ไม้ยางนา , ไม้สัก และ ไม้พะยูง รวมทั้งมีในส่วนของพื้นที่ปลูกไม้ผล เช่น มะม่วง และ ผักสวนครัว เช่น ฟักทอง , พริก และ บวบ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่แบ่งปลูกข้าวไว้ทานเอง โดยผลผลิตทั้งหมดในช่วงแรกก็ได้แจกจ่ายให้คนในหมู่บ้าน ตอนนี้ก็เก็บขายมีรายได้ทุกวัน และ ไม่ต้องเสียเงินซื้อกับข้าวในแต่ละวัน เพราะในสวนมีหมดทุกอย่าง” นางสาววิภาพร เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง

นางสาววิภาพรเล่าอีกว่า ในช่วงแรกที่มาทำเกษตรอินทรีย์ที่อุตรดิตถ์ พ่อซึ่งเป็นต้นแบบของการปลูกผักในเมือง ได้เริ่มปลูกกล้วย ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ให้ผลง่าย ให้ความชุ่มชื่นกับดิน โดยในช่วงแรกเมื่อได้ผลผลิตก็มีการแจกให้กับคนหมู่บ้าน จากเดิมที่เคยล้มเหลวจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เมื่อปรับมาทำเกษตรผสมผสาน ทำให้มีผลผลิตแจกให้คนในหมู่บ้าน และ มีพอขายพอทานในเวลานี้ 

“พอกลับมาอยู่ที่อุตรดิตถ์ สภาพอากาศที่นี่ดีมาก สภาพแวดล้อมต่างๆ ทำให้เรามีความสุข และ มองว่าการทำเกษตรสำหรับคนยุคใหม่นั้น ทำได้ และ อยู่ได้ แต่ต้องอดทน เพราะปลูกไปแล้ว จะต้องรอให้ได้ผลผลิตนั้น ใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปี จึงจะเห็นผล และ ก็พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็นโอกาสทางการตลาดทั้งในทางออนไลน์และออฟไลน์ แต่ก็ทนปลูกพืชเกษตรและรอให้พ่อค้าคนกลางเข้ามาซื้อ ซึ่งก็จะถูกกดราคา” นางสาววิภาพร เล่าให้ฟังถึงการเป็นเกษตรกรในยุคดิจิตอล

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในปี 2563 วิภาพรกลับบ้านมาอยู่ จ.อุตรดิตถ์ ด้วยเหตุผลที่สำคัญคือ ทั้งพ่อและแม่ป่วยเป็นโรคโควิด ทำให้เธอต้องนำหลักการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ได้รับอบรมมาจากแพทย์วิถีธรรมมาใช้ดูแลสุขภาพของพ่อ โดยการนำสมุนไพรที่อยู่ในแปลงเกษตร มาทำสูตรยา 7 นางฟ้า คือ ลูกใต้ใบ, ขิง, ข่า, ตะไคร้, ใบมะกรูด, หอมแดง, กระชาย และใช้มะขามเปียกมาต้มรวมด้วยกัน ซึ่งเป็นสูตรดูแลพ่อให้มีร่างกายฟื้นกลับมาภายใน 14 วันและเป็นช่วงเวลากักตัว 

หลังจากนั้นอีก 3-5 วันใช้สูตรถอนพิษด้วยการทำน้ำด่างจากใบย่านางและผงถ่าน โดยเธอบอกว่า พื้นฐานการทำเกษตรนั้นเชื่อมโยงกับทุกเรื่องราวในชีวิต และนำมาประยุกต์ใช้กับการดูแลสุขภาพของพ่อและแม่ได้ รวมทั้งพื้นฐานการทำเกษตร การรู้เรื่องเกษตรนั้นทำให้เธอไม่ตกอยู่ในสภาวะความกลัวโรคโควิด และทำให้เธอดูแลสุขภาพของตัวเองจนทำให้ไม่ติดโควิด ทั้งที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย

สำหรับพื้นฐานเดิมนั้นวิภาพรจบการศึกษาปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำให้ปัจจุบันวิภาพรเป็นประธานเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ จ.อุตรดิตถ์ มีสมาชิก 123 คน มีทีมงานกว่า 20 คน ขับเคลื่อนงานศาสตร์พระราชาในโซนภาคเหนือ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2565 พระวีระยุทธ์ อภิวีโร หรือครูบาจ๊อก พระนักพัฒนา วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ (บวร) ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจแปลงเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง หนึ่งในพื้นที่คือ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ 

โดยมีเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติพื้นที่ภาคเหนือเป็นผู้ประสานงาน ซึ่งนางสาว วิภาพรเล่าว่า ผลการเยี่ยมชมพบว่าเกษตรกรบางส่วนประสบความสำเร็จ เพราะมีการนำบันได 9 ขั้น ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ไปใช้ แต่ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำเกษตร เพราะยังไม่เข้าใจหลักบันได 9 ขั้น และ อยู่ในช่วงเริ่มต้นทำเกษตรกรรมเพียง 1-2 ปีแรกเท่านั้น

“สำหรับบันได 9 ขั้นของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นบันไดก้าวสู่ความพอเพียง และเป็นฐานรากของ “เศรษฐกิจพอเพียง” โดยเกษตรกรที่เดินตามศาสตร์พระราชาในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงนั้น ต้องทำความเข้าใจในหลักบันได 9 ขั้น ได้แก่ พอกิน, พอใช้, พออยู่, พอร่มเย็น, บุญ, ทาน, เก็บ, ขาย และข่าย

นางสาววิภาพรทิ้งท้ายเป็นกำลังใจให้กับผู้อ่านว่า ตนเองนั้นมีความสนใจปลูกผักทานเองมาเป็นเวลา 10 ปี ก็เห็นผลดีกับตนเอง เพราะฉะนั้น หากทุกคนหันมาดูแลตัวเองด้วยการปลูกผักทานเอง ไม่พึ่งพาการซื้อเพียงอย่างเดียว ก็จะทำให้มีแหล่งอาหารเป็นของตนเอง และ เห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตอยู่ในบันได 9 ขั้น ซึ่งเป็นหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า’เจ้าลายแทง’เสือโคร่งเพศผู้อายุ 19 ปีป่วยไตวายเรื้อรัง

Posted on May 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653234

ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า'เจ้าลายแทง'เสือโคร่งเพศผู้อายุ 19 ปีป่วยไตวายเรื้อรัง

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.18 น.

สัตวแพทย์แอนิมัลสเปซ ร่วมสัตวแพทย์ สบอ.3 (บ้านโป่ง) ทำการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า “เจ้าลายแทง” เสือโคร่ง เพศผู้อายุ 19 ปีเหตุป่วยไตวายเรื้อรัง พบได้ผลหลังเริ่มขยับขาได้เอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเวลา 13.00 น.ต่อเนื่องไปถึงเวลา 16.30 น.ของวันที่ 12 พ.ค.65 ที่ผ่านมาที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี นายอนันต์ ศรีผุดผ่อง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก สพ.ญ.กนกวรรณ ศรุตานนท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สอป.สบอ.3 (บ้านโป่ง) สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และ สพ.ญ.วิรินดา สมฤทธิ์ สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์การฝังเข็มจากโรงพยาบาลสัตว์แอนิมัลสเปซ ได้ทำการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า (การแพทย์ทางเลือก) เสือโคร่ง เพศผู้ ชื่อ ลายแทง อายุ 19 ปีซึ่งป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง ไม่สามารถลุกนั่งหรือยืนได้ 

โดยได้รับความอนุเคราะห์ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมอุปกรณ์การรักษา จากโรงพยาบาลสัตว์แอนิมัลสเปซ โดยทำการฝังเข็มรักษาพร้อมทั้งกระตุ้นไฟฟ้าผ่านเข็มที่ทำการฝังตามจุดต่างๆที่สำคัญของร่างกายสัตว์ป่วย เพื่อหวังผลให้เสือโคร่งลายแทงขยับขาได้มากขึ้น มีแรงยกตัวเพื่อลุกนั่งจากการที่กล้ามเนื้อไม่ฝ่อลีบ

จากการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าและการยิงคลื่นอัลตร้าซาวน์เข้ากล้ามเนื้อ ที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค.65 พบว่า เสือโคร่งลายแทง สามารถขยับขาได้มากขึ้น อาการเกร็งกล้ามเนื้อขาหน้าและขาหลังลดลง ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถลุกนั่งได้เอง แต่บางช่วงสามารถลุกนั่งได้ ยังไม่สามารถยืนและเดินได้ กินอาหารปกติ 4 กิโลกรัมต่อวัน (อาหารเฉพาะทางโรคไตและเนื้อหมูต้มสุกบดละเอียด) กินน้ำปกติ ขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะปกติ การดูแลรักษา ทำการให้สารน้ำเข้าใต้ผิวหนังทุกวัน ให้สารน้ำผ่านหลอดเลือดในบางช่วง เจาะเก็บเลือดตรวจทุก 7-10 วัน กินยารักษาโรคไต ยาบำรุงตับ ยาบำรุงเลือด ในบางช่วงทำการให้ยารักษาโรคไตผ่านหลอดเลือดดำ 

ภาพจากกรมอุทยานแห่งชาติ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ท่องเที่ยวหนองคายกลับมาคึกคักคนไทยอยากไปเที่ยวฝั่งลาวมากขึ้น

Posted on May 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653230

ท่องเที่ยวหนองคายกลับมาคึกคักคนไทยอยากไปเที่ยวฝั่งลาวมากขึ้น

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.51 น.

ธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวหนองคายชี้คนไทยต้องการไปเที่ยวมากขึ้น สาเหตุหลักอยากนั่งรถไฟความเร็วสูง ส่วนคนลาวติดปัญหาเข้าระบบไทยแลนด์พาสแถมต้องซื้อประกันโควิดราคาแพงทำให้คนลาวยังเข้าประเทศไทยน้อย

วันนี้ (13 พ.ค.65) บรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย พบว่ามีประชาชนนักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก และเดินทางแบบครอบครัว ซึ่งทุกคนต้องเตรียมเอกสารการเดินทาง หนังสือเดินทาง หนังสือรับรองการฉีดวัคซีนหรือวัคซีนพาสปอร์ต มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง กรณีที่นำรถยนต์ส่วนบุคคลเข้าออกประเทศต้องมีพาสปอร์ตรถเล่มสีม่วงมายื่นให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคายตรวจสอบด้วย

นางสุกานดา พันธุ์เสือ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า หลังจากมีการเปิดด่านสากลที่จังหวัดหนองคาย ให้คนไทย คนลาว สามารถเดินทางเข้าออกประเทศไทย และ สปป.ลาว ได้ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.เป็นต้นมานั้น พบว่าคนไทยมีความต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศลาว มากกว่าคนลาวที่จะเข้ามาในไทย เนื่องจากคนไทยเข้าไปในลาวสามารถใช้บัตรผ่านเข้าไปเที่ยวนครหลวงเวียงจันทน์ ได้ 3 วัน 2 คืนโดยมีวัคซีนพาสปอร์ต 2 โดสขึ้นไปก็ผ่านเข้าไปเที่ยวในลาวได้ 

คนที่จะเข้าไปท่องเที่ยวหรือเยี่ยมญาติค่อนข้างเยอะ การใช้พาสปอร์ตในการเดินทางก็จะประทับตรากับเจ้าหน้าที่ได้เลย ทางบริษัททัวร์จะแนะนำให้คนไทยที่ใช้พาสปอร์ตต้องไปนั่งรถไฟความเร็วสูงหรือไปหลวงพระบางต้องใช้พาสปอร์ตในการเดินทาง ก่อนออกนอกประเทศต้องเข้าระบบไทยแลนด์พาสก่อนตามระเบียบของไทย ซึ่งจุดนี้เป็นปัญหาในการทำให้คนลาวไม่เข้ามา เพราะถ้าจะเข้ามาต้องซื้อประกันราคา 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 350,000 บาท และต้องเข้าระบบไทยแลนด์พาส มีหนังสือรับรองวัคซีน ซึ่งไทยแลนด์พาสต้องทำล่วงหน้า 1 วัน เป็นอุปสรรคทำให้คนลาวหรือคนต่างชาติยังเข้าประเทศไม่ได้มากนัก 

“ถ้าเป็นไปได้อยากให้ยกเลิกระบบไทยแลนด์พาส กรณีเดินทางไปประเทศลาวหากติดเชื้อโควิด 19 จะรักษาที่ประเทศลาวหรือจะกลับมารักษาในประเทศไทยได้ เป็นการรับผิดชอบค่ารักษาตัวเอง” นางสุกานดา กล่าว 

ตอนนี้มีการจองทัวร์เข้ามาโดยระบุต้องการไปเที่ยวหลวงพระบาง นั่งรถไฟความเร็วสูง 3 วัน 2 คืน เป็นจำนวนมาก แต่ถ้าจะไปถึงชายแดนบ่อเต็นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จีนเข้ามาลงทุน ตอนนี้จีนยังไม่อนุญาตให้เข้า ซึ่งมีนักท่องเที่ยวสอบถามเข้ามามาก สะท้อนว่าคนอยากท่องเที่ยวมากขึ้นหลังจากต้องเครียดกับสถานการณ์โควิด 19 มายาวนาน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อ.เฉลิมชัย’ฟาดแรง! เตือนสติ’หมอปลา’ คิดก่อนทำ อย่าห้าวมาก เมื่อขึ้นได้ ก็ลงได้

Posted on May 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/653228

'อ.เฉลิมชัย'ฟาดแรง! เตือนสติ'หมอปลา' คิดก่อนทำ อย่าห้าวมาก เมื่อขึ้นได้ ก็ลงได้

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.37 น.

วันที่ 13 พฤษภาคม 2565  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟสบุ๊กของ คนสนิท อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ  ที่ใช้ชื่อ “นรินทร ทามาส” ได้โพสต์คลิปอาจารย์เฉลิมชัย มีความยาว 1.40 นาที ซึ่งมีข้อความว่า ฝากถึงหมอปลา ท่าน อาจารย์ผม เครียด!!! 

โดยเนื้อหาในคลิป อาจารย์เฉลิมชัย ได้ระบุว่า ว่าจะไม่พูดออกคลิปแล้ว แต่นี้เครียดมาก และฝากถึงหมอปลา ต้องระมัดระวังห้าวเหลือเกินไป ต้องผ่อนลงหน่อย มีสติหน่อย เลือกสรรคหน่อย คิดหน่อย ไม่ใช่ใครส่งคลิปอะไร ฟ้องมาก็ลุยเลย พี่เป็นห่วงมึง น้องทำมาดีแล้วที่ช่วยปกป้องพระพุทธศาสนา แต่ว่ามึงลุยขาดสติแบบนี้ รวมทั้งกริยามารยาท มึงดังแล้วคนดูมึงเยอะ แต่เมื่อขึ้นได้ก็ลงได้จงจำไว้ อย่าห้าวมากเกินไป อย่าบุกจนขาดสติ

“ไอ้xxต้องคิดให้รอบคอบอย่าไปฟังคนเชียร์มากเกินไป เมื่อดังแล้วดับก็มีเยอะแยะหมอปลาก็น่าจะรู้ ต้องระมัดระวังไอ้น้อง โอ้วโห้หลวงปู่ท่านอายุขนาดนี้ เป็นโรคอัลไซเมอร์ มึงจะเอาจากท่าน ควรนึกการปฏิบัติปฏิบัติชอบของท่านบ้าง คิดแต่นี้มึงก็พอแล้ว ต้องใจเย็นคิดก่อนทำ”

ทั้งนี้หลังจากมีการโพสต์ มีผู้ที่ชื่นชอบอาจารย์เฉลิม เข้ามาคอมเม้นจำนวนมาก ในเชิงที่เห็นด้วยกับอาจารย์เฉลิมชัย และมีการแชร์ต่อจำนวนมาก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : หลานสายตรง’หลวงปู่แสง’งัดใบแพทย์ยันอาพาธสมองฝ่อจากอัลไซเมอร์

‘เซียนพระ’เดือด! ถ้า 2 ผัว-เมียถ้าล้ม’หลวงปู่แสง’ลงได้ ก็ไม่ต้องไปหวังพึ่งอะไรแล้ว

‘หมอปลา’ออกโรงโต้จัดฉากใส่ร้าย’หลวงปู่แสง’ ชี้พระรอบข้างอ้างอุตริ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,266,321 hits

Join 4,134 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

HK tourist arrivals fall 4.8% as social unrest lingers
น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
อดีต รมว.คลัง ธารินทร์-นกน้อย นิมมานเหมินท์ สุดปลื้ม บุตรชายสละโสด วริศร์ นิมมานเหมินท์ โชษิตา สลักคำ
Price of luxury homes in and around Bangkok remains sky-high despite Covid crisis #SootinClaimon.Com
Citybook eases the hassles of travellers across cities #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
ภัทรา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ‘ฝังหัวใจไว้ในขนมเค้ก’
Stranded Rohingya rescued by Indonesian fishermen: officials
นาเดีย เผยข่าวดีอีกครั้ง! อวบขึ้นเพราะกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง
ประธานศาลฎีกา อโนชา-จรูญ ชีวิตโสภณ จัดพิธีมงคลสมรสลูกชาย ปิยบดี ชีวิตโสภณ-เมฐิติพา บูรพา
KU23-2506

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,688 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d