Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘แซน’ แจ้งความ ‘จิน’ สามี ‘หนิง’ ฐานหมิ่นประมาท ไม่เน้นเงิน แต่เน้นความสะใจ

Posted on May 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650763

'แซน' แจ้งความ 'จิน' สามี 'หนิง' ฐานหมิ่นประมาท ไม่เน้นเงิน แต่เน้นความสะใจ

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.28 น.

‘แซน’ แจ้งความแล้ว! ‘จิน’ สามี ‘หนิง’ ฐานหมิ่นประมาท จะไม่มีการไกล่เกลี่ยใดๆ และจะสู้คดีถึงที่สุด โดยเรียกค่าเสียหายสูง 7-8 หลัก แต่ก็ยอมรับว่าส่วนตัวไม่ได้มุ่งเน้นที่เงิน แต่เป็นเรื่องของความสะใจ เชื่อ ‘กระติก’ เตรียมเข้าแจ้งความเช่นเดียวกัน

1 พ.ค.65 สรยุทธ สุทัศนะจินดา โพสต์ภาพและข้อคามบนเพจเฟซบุ๊ก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว” เกี่ยวกับกรณีที่‘แซน’ วิศาพัช มโนมัยรัตน์ พร้อมทนายความ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ให้ดำเนินคดีกับ จิน จรินทร์ ธรรมวัฒนะ สามีของ หนิง ปณิตา ดาราสาว ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีแซนถ่ายรูปคู่กับกระติกในรถตู้ เพื่อให้กำลังใจกันและกัน หลังตำรวจแถลงสรุปคดีการเสียชีวิตของแตงโม นิดา แต่ถูกหนิง ปาณิตานำรูปดังกล่าวไปโพสต์ซ้ำ จากนั้นสามีของหนิงก็ไปคอมเม้นท์ใต้รูปดังกล่าวพร้อมระบุข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาท

โดยข้อความระบุว่า “แจ้งความล่ะครับ …
“จะไม่มีการไกล่เกลี่ยใดๆ และจะสู้คดีถึงที่สุด โดยเรียกค่าเสียหายสูง 7-8 หลัก แต่ก็ยอมรับว่าส่วนตัวไม่ได้มุ่งเน้นที่เงิน แต่เป็นเรื่องของความสะใจ เชื่อ ‘กระติก’ เตรียมเข้าแจ้งความเช่นเดียวกัน”

‘แซน’ วิศาพัช มโนมัยรัตน์ พร้อมทนายความ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ให้ดำเนินคดีกับ จิน จรินทร์ ธรรมวัฒนะ สามีของ หนิง ปณิตา ดาราสาว ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีแซนถ่ายรูปคู่กับกระติกในรถตู้ เพื่อให้กำลังใจกันและกัน หลังตำรวจแถลงสรุปคดีการเสียชีวิตของแตงโม นิดา แต่ถูกหนิง ปาณิตานำรูปดังกล่าวไปโพสต์ซ้ำ จากนั้นสามีของหนิงก็ไปคอมเม้นท์ใต้รูปดังกล่าวพร้อมระบุข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาท

นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ทนายความของแซน ระบุว่า แม้ว่าข้อความที่โพสต์จะไม่ระบุชื่อชัดเจนว่ากล่าวถึงบุคคลใด แต่ข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับรูป ที่ระบุว่า “นั่งในรถตู้” และ “สองคนพอดี” ดังนั้นย่อมส่อเจตนาให้หมายถึงบุคคลในรูปชัดเจน

ขณะที่ ‘แซน’ กล่าวว่า ถ้าพอใจกับข้อความดังกล่าว ก็คงไม่มาแจ้งความ

ทั้งนี้ เมื่อเห็นข้อความก็รู้สึกโกรธว่า เราไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เหตุใดจึงมาโพสต์ลักษณะนี้ ข้อเท็จจริงเขาก็ไม่ได้ทราบอะไรเลย และเป็นถึงผู้จัดใหญ่โต เป็นคนของประชาชน มาพูดแบบนี้ ทำให้ตนเองถูกสังคมเข้าใจผิดและมารุมต่อว่าตนเองอย่างหนัก ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง มีทัวร์มาลงด่าพ่อล่อแม่ตนเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ส่วนตัวไม่รู้จักทั้งคู่มาก่อน ไม่ควรมาว่ากัน

พร้อมถามกลับพฤติกรรมของเขาทั้ง 2 คนเหมาะสมดีงามแล้วหรือ ขณะที่ตนเองก็เพียงโพสต์ให้กำลังใจเพื่อนเท่านั้น และยืนยันจะไม่มีการไกล่เกลี่ยใดๆ และจะสู้คดีถึงที่สุด โดยเรียกค่าเสียหายสูง 7-8 หลัก แต่ก็ยอมรับว่าส่วนตัวไม่ได้มุ่งเน้นที่เงิน แต่เป็นเรื่องของความสะใจ

วิศาพัช กล่าวอีกว่า ในส่วนของคุณหนิง กำลังพิจารณาว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของตนตรงจุดไหนบ้าง
ส่วนกรณีของกระติกซึ่งถูกหมิ่นประมาทในข้อความเดียวกัน เนื่องจากนั่งอยู่ด้วยกันบนรถเพียงสองคนนั้น เชื่อว่ากระติกก็ไม่น่าจะยอม ขณะนี้คงคุยกับทนายความในส่วนของการแจ้งความเรียกร้องค่าเสียหายด้วยเช่นกัน ความยุติธรรมมีไว้สำหรับทุกคน

อย่างไรก็ตาม ยังมีคนดังมีชื่อเสียงอีก 2 คน ที่มีการกล่าวหาพาดพิงตนเองออกสื่อ ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย ก็คาดว่าไม่เกินกลางเดือนนี้ เตรียมมอบหมายให้ทนายไปยื่นฟ้องเองต่อศาล
ด้านคดีการเสียชีวิตของแตงโม ที่ตนเองตกเป็นผู้ต้องหา ก็ไม่มีความกังวลใจแต่อย่างใด และยืนยันพูดความจริงไปหมดแล้ว ไม่ได้โกหก ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ แต่รายละเอียดยังไม่ขอเปิดเผย. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พี่หลวงกาโตะ’ เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ใหม่ แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ

Posted on May 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650748

'พี่หลวงกาโตะ' เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ใหม่ แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.45 น.

หลังจาก “หลวงพี่กาโตะ” โดยโพสต์คลิปวิดีโอพระกาโตะเข้าพิธีลาสิขา เพื่อขอยุติอุปรรคต่างๆ หลังจากมีประเด็นก่อนหน้านี้ โดยระบุว่า “ในฐานะที่อาตมา บวชเพื่อโยมแม่ หวังพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ให้โยมแม่ ในเมื่อมีอุปสรรค อาตมาเป็นเพียงพระนวกะ หรือ พระใหม่ จึงอ่อนในพระธรรมวินัยมาก เพื่อลดอุปสรรคนี้ จึงขอยุติการดำรงเพศบรรพชิต จึงขอโอกาสขอขมาพระอาจาร์ย์ทุกรูป และทำการลาสิกขา ณ วันนี้”

ล่าสุด ได้อัปเดตรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กใหม่ว่า “พี่หลวงกาโตะ” ทั้งนี้ มีแฟนคลับเข้าไปให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก. -008

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : พงศกร จันทร์แก้ว 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์! ‘พระอาจารย์ทองพูน สิริสาโร’ เทศนาสอนใจ..ความดีเท่านั้นคงอยู่ตลอดไป

Posted on May 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650747

ธรรมะวันอาทิตย์! 'พระอาจารย์ทองพูน สิริสาโร' เทศนาสอนใจ..ความดีเท่านั้นคงอยู่ตลอดไป

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 13.47 น.

วันหยุดเสาร์อาทิตย์ได้มีโอกาสเดินทางไปที่วัดหนองปลิง บ้านหนองปลิง ต.นาจิก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมืองอำนาจเจริญ ห่างตัวเมืองอำนาจเจริญประมาณ 12 กิโลเมตร พระอาจารย์ ทองพูน สิริสาโร อายุ 71 ปี บวช 51 พรรษา เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองปลิง ปกครองพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ไม่มีสามเณรและแม่ชี มรรคนายก 2 คน สังกัด มหานิกาย บนเนื้อที่ 12 ไร่ เป็นที่ตั้ง อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฎิ เป็นต้น 

พระอาจารย์ ทองพูน สิริสาโร เจ้าอาวาสวัดหนองปลิง เล่าว่า วัดหนองปลิง เป็นวัดเก่าแก่ อายุกว่า 100 ปี ก่อนนั้น ตั้งอยู่ป่าช้า ห่างจากหมู่บ้านหนองปลิงประมาณ 3 กิโลเมตร ทางด้านทิศตะวันออก ต่อมาเกิดโรคระบาดฝีดาษ ชาวบ้านล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงต้องย้ายวัดหนองปลิง มาอยู่โคก(เนิน)หนองปลิง ใกล้หนองน้ำ มีปลิงในน้ำเยอะมาก จึงเรียกว่า หนองปลิง เมื่อหมู่บ้านและวัดมาตั้งอยู่ใกล้หนองน้ำ ก็เรียกชื่อตามหนองน้ำ ว่า บ้านหนองปลิง และวัดหนองปลิง กระทั่งปัจจุบัน ซึ่งโรคฝีดาษ ก็หยุดการระบาดด้วย ส่วนที่ตั้งหมู่บ้านเดิม กลายเป็นป่าช้า ในปัจจุบัน 

เจ้าอาวาสวัดหนองปลิง กล่าวว่า หลังจากอาตมา เรียนสำเร็จการศึกษาภาคบังคับ ชั้นประถมปีที่ 4 ก็บวชเป็นสามเณร ต่อมาบวชเป็นพระและได้เดินธุดงธ์ปฏิบัติธรรม แสวงหาความรู้ด้านพระธรรมเพิ่มเติม โดยข้ามไปฝั่งประเทศกัมพูชา จำพรรษาที่ภูเขาในถ้ำช้าง เรียนรู้แลกเปลี่ยนพระธรรมวินัยกับพระเขมรอยู่หลายปี และเดินธุดงส์โปรดสัตว์อยู่ดินแดนกัมพูชาต่ออีกเกือบ 20 ปี จึงข้ามมาฝั่งประเทศไทย ซึ่งก็ได้เดินธุดงส์ไปเรื่อยๆในภาคอีสาน จนกระทั่งมาปักกด จำพรรษาอยู่ที่หมู่บ้านขมิ้น อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ต่อมาญาติโยมบ้านหนองปลิง ทราบว่า มาจำพรรษาที่บ้านขมิ้น ก็เลยนิมนต์กลับไปอยู่วัดหนองปลิง วัดบ้านเกิด ซึ่งช่วงนั้นวัดหนองปลิง ไม่มีเจ้าอาวาสวัด จึงไม่ปฏิเสธเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองปลิงจนถึงปัจจุบัน 

พระอาจารย์ ทองพูน สิริสาโร กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยแรงศรัทธาของชาวหนองปลิง และต้องการให้มีสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ และเป็นสถานที่จัดงานสำคัญทางศาสนา เป็นศูนย์รวมทางใจ ศูนย์รวมของความสามัคคีปรองดองของคนในหมู่บ้าน พุทธศาสนิกชน ญาติโยม ทั้งหลาย จึงได้มีการบริจาคทุนทรัพย์คนละเล็กละน้อย ก่อสร้างพระพุทธรูปเทพประทานพรขึ้น ที่ความสูง 20 เมตร หน้าตักกว้าง 6 เมตร มีธรรมจักรอยู่ด้านหลังและทำเป็นชฎาอยู่เหนือศรีษะอย่างสวยงาน โดยก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อปี พ.ศ.2534 และถือเอาวันสงกรานต์ที่ 13 เมษายน ของทุกปี เป็นวันจัดงานบุญประจำปี นมัสการพระเทพประทานพร ซึ่งลูกหลานที่ทำงานอยู่กรุงเทพหรือต่างจังหวัด จะพร้อมใจกันจัดทำผ้าป่าสามัคคีมาทอดที่วัดหนองปลิง เพื่อหาเงินเข้าวัดบำรุงพุทธศาสนา เป็นประจำทุกปี พร้อมกับก่อสร้างรูปปั้น หลวงปู่กำ เจ้าอาวาสวัดหนองปลิง องค์แรก ไว้เป็นที่เคารพศรัทธา ที่หน้าอุโบสถอีกด้วย 

นอกจากนี้ ด้านทิศเหนือภายในวัด หลังกุฎิเจ้าอาวาสวัดหนองปลิง ยังมีหนองน้ำ(สระน้ำ)ขนาดกลาง เรียกว่า หนองปลิง ไว้ให้พุทธศาสนิกชน ญาติโยม เข้ามาทำทาน ปล่อยสัตว์น้ำต่างๆ และให้อาหารปลา ซึ่งกำหนดเป็นเขตอภัยทานด้วย 

พระอาจารย์ ทองพูน สิริสาโร เจ้าอาวาสวัดหนองปลิง เทศนาตอนหนึ่งว่า ถ้าจะเรียกว่า คน มันก็สับสนวุ่นวาย ไม่สิ้นสุด เหมือนกับคนอาหารในหม้อ หากจะเรียกว่า มนุษย์ จะต้องอยู่เหนือคน คือ ไม่สับสนวุ่นวาย มีความพอดี ที่ทุกวันนี้ยังมีสิ่งยุ่งๆสับสนวุ่นวาย เห็นประโยชน์ตัวเองเป็นสำคัญ คงยังเป็นคนอยู่ ยังไม่เป็นมนุษย์ ถ้าเป็นมนุษย์แล้ว สิ่งต่างๆก็จะไม่มี ไม่เกิดขึ้น จะให้เป็นมนุษย์นั้นไม่ยาก ให้ยึดหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่ตั้งแล้ว เรื่องอื่นๆอุปสรรคต่างๆก็ไม่เกิดขึ้นและหมดไป 

พระอาจารย์ ทองพูน ชี้ให้ดูลายกนกลวดลายต่างซึ่งประดับอยู่อุโบสถและ กล่าวว่า หากมองดูพินิจพิเคราะห์ลวดลายในอุโบสถ ช่างอ่อนช้อยสวยงามเหลือเกิน ก็จะทำให้จิตใจของเราเพลิดเพลินเจริญตา ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า ในจิตใจ ก็จะมลายหายไปด้วย สิ่งที่ทำให้เรามีความทุกข์ก็เพราะอยากได้อยากเป็น และเห็นแก่ตัวกันมาก ถ้าลดความอยาก ความเห็นแก่ตัวลงได้ ชีวิตก็จะเป็นสุข และที่สำคัญทรัพย์สินเงินทอง ลาภยศ สรรเสริญ เป็นสิ่งสมมุติขึ้นมา แม้แต่ร่างกายของเรา ยังไม่ใช่ของเรา ตายไปก็เหลือแค่ผงธุลี ความดีเท่านั้นที่คงอยู่ตลอดไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตายายใจร้อนรน! ตามหาสุนัขพันธุ์ไทย’น้องตุ๊กตา’ วอนใครพบเจอแจ้งด้วยมีรางวัลให้

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650741

ตายายใจร้อนรน! ตามหาสุนัขพันธุ์ไทย'น้องตุ๊กตา' วอนใครพบเจอแจ้งด้วยมีรางวัลให้

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 12.06 น.

1 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์ร้อนใจจากผู้สูงอายุวัย 73 ปี อดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจ กับผู้สูงอายุอดีตข้าราชการเกษียณวัย 80 ปี ซึ่งทั้งสองเป็นคนรักสุนัขมาก โดยเฉพาะเลี้ยงน้องๆสุนัขพันธ์ไทยจำนวน 7 ตัว มีรั้วรอบขอบชิด มีบริเวณให้วิ่งเล่นภายในบ้าน ไม่ก่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงในชุมชนใดๆ 

โดยได้มีเพจ…แจ้งข่าว…โคราชอีสาน…ลงประกาศแจ้งว่าสุนัขหายออกจากบ้าน 2 ตัว ตัวแรกเป็นตัวเมียสีขาว ปลอกคอสีชมพู น้ำหนักประมาณ 18 กก. ตัวที่สองเป็นตัวเมีย สีน้ำตาลอ่อน มีลายสีขาวพาดที่หัว ปลายหางขาว เท้าทั้งสี่สีขาวคล้ายกับใส่ถุงเท้า น้ำหนักประมาณ 14 กก. น้องไม่เคยออกจากบ้าน กลัวอดอาหาร ผู้ใดพบเห็นแจ้ง 081-836-9666

ทั้งนี้โดยผู้แจ้งออกตามหน้ามาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์กว่าครึ่งเดือนแล้ว ยังไม่มีวี่แววจะได้พบหรือจะเจอแต่อย่างใด สร้างความกังวลใจ กินไม่ได้นอนไม่หลับ พยายามออกตามหาทุกวัน  

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 902-904 ชุมชนสวายเรียง ถ.มุขมนตรี ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา พบกับคุณยายลักขณา โรหิตนาวี อายุ 73 ปี กับสามีวัย 80 ปี อดีตข้าราชการเกษียณอายุราชการ ซึ่งทั้งสองเลี้ยงสุนัขและรักมากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาวันที่ 14 เม.ย. 2565 วันครอบครัว ช่วงบ่ายแก่ๆ ประตูหน้าบ้าน ซึ่งเป็นประตูบานใหญ่ 2 บาน และมีประตูบานเล็กสำหรับความสะดวกในการเข้าออก ตอนช่วงเช้าสามีตนก็ให้อาหารน้องๆรปกติทุกวัน พอช่วงกลางว่าน่าจะมีลมกระโชกแรง จนทำให้ประตูบานเล็กเปิดแง้ม สามีตนก็คงไม่ได้สังเกตเห็น

พอตกช่วงบ่ายแก่ๆสุนัขก็วิ่งเล่นเฮฮาสนุกสนานตามประสาก็นั่งดูเขาเล่นกัน แต่ดูไปดูมาปรากฏว่าสุนัขหายไป 2 ตัว สามีก็เลยไปดูใกล้ถึงกับตกใจประตูบานเล็กเปิดออกทำให้สุขนัขหลุดออกไปได้ 2 ตัว ส่วนที่สุนัขเหลือก็พยายามไล่ให้ห่างประตู จากนั้นสามีก็หยิบไม้เท้าพยุงตัวเองพยายามเดินออกตามหาไปทางซ้ายระยะ 500 เมตร และเดินทางขวา 500 เมตร ฝั่งตรงข้ามถนนก็ไป ตามหาหลายชั่วโมงจนค่ำหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ สอบถามชาวบ้านใกล้เคียงก็ไม่มีใครเห็น

ทั้งนี้ต่อมาอีกวันคือวันที่ 15 เม.ย.65 มีเพื่อนบ้านเขานำขยะมาทิ้งในถังขยะข้างหน้าบ้านได้มาแจ้งบอกว่า เจอสุนัขที่ลักษณะที่แจ้งตัวหนึ่งอยู่ในละแวกใกล้เคียงห่างจากบ้านไม่ไกลนัก สามีจึงไปตามเจอ 1 ตัวนำกลับมาบ้าน ตัวสั่น หิวโซเลย ตอนนั้นสามีเขาดีใจมาก อุ้มเข้าบ้านอาบน้ำ เช็ดตัวและให้อาหาร เอาแต่นั่งพูดคุยกับสุนัข แต่ก็ยังเหลืออีก 1 ตัว ชื่อ น้องตุ๊กตา อายุ 11 เดือน เพศเมีย จนถึงตอนนี้ยังตามหาไม่เจอกว่า 15 วันแล้ว สามีก็พยายามออกตามหาทุกวัน วันๆนั่งมองที่ประตูหน้าบ้าน ฟังเสียงเห่า ฟังเสียงเรียก แต่ก็ไม่มีวี่แววเลย

เลยสงสัยว่าอาจจะมีใครพบเห็นแล้วอุ้มไปเลี้ยง เพราะน้องเขาน่ารัก ขี้เล่น ชอบให้หยอกล้อ นิสัยไม่ดุ ไม่กัด จึงอยากจะขอวิงวอน คุณยายกล่าวพร้อมยกมือไหว้ ถ้าท่านใดพบเห็นหรือเจอะเจอสุนัขตามรูปพรรณสันฐาน สีน้ำตาลอ่อน มีลายสีขาวพาดที่หัว ปลายหางขาว เท้าทั้งสี่สีขาวคล้ายกับใส่ถุงเท้า น้ำหนักประมาณ 14 กก. กรุณาแจ้ง หรือแจ้งเบาะแสให้ทราบ ทางเราจะมีรางวัลตอบแทนให้ ผู้ใดพบเห็นแจ้ง 081-836-9666  หรือท่านใดนำไปเลี้ยงขอความกรุณาช่วยส่งคืนด้วย จะกราบขอบพระคุณในน้ำใจของท่าน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : วช. ผนึก พม.-มช. ผลักดันพลังต่างวัย สูงวัยสร้างชาติ ‘เกษียณมีดี’ ก้าวสู่ยุคดิจิทัล

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650687

สกู๊ปพิเศษ : วช. ผนึก พม.-มช. ผลักดันพลังต่างวัย  สูงวัยสร้างชาติ ‘เกษียณมีดี’ ก้าวสู่ยุคดิจิทัล

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เท่ากับหรือมากกว่า 10% ของประชากรทั้งหมด มาตั้งแต่ปี 2548 ส่วนในปีนี้ (2565) เราจะกลายเป็นประเทศแห่งสังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ คือมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ต่อเนื่องไปอีกว่า ในปี 2574 ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด เช่นเดียวกับญี่ปุ่น คือมีประชากรสูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึง 28% ของประชากรทั้งหมดด้วย

ดังนั้น จึงต้องมีการเตรียมพร้อมทั้งในส่วนของประชาชน สังคม และรัฐบาล เพื่อให้ทุกภาคส่วนก้าวสู่โลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีหลายหน่วยงานที่แสดงความตื่นตัวและดำเนินการในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมจัดงานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ในความร่วมมือของโครงการ “เกษียณมีดี พลังเกษียณสร้างชาติ ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะงานในยุคดิจิทัลสำหรับผู้สูงวัย และระบบสนับสนุนเชิงเทคนิคของคนรุ่นใหม่ สู่การนำไปใช้ที่ยั่งยืน” ดำเนินการโดย วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ อาคารสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน

สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจครั้งนี้เป็นการร่วมมือระหว่าง 6 หน่วยงาน อันได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ นิเวศน์ นันทจิตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่), กรมกิจการเด็กและเยาวชน (นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน), กรมกิจการผู้สูงอายุ (นางสุจิตรา พิทยานรเศรษฐ์อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ), สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยเเห่งชาติ),เครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย (พระครูปิยวรรณพิพัฒน์, ดร. ประธานเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย), เครือข่าย YEN-Dx พี่สอนน้องคล่องธุรกิจ (นายกิตติ์รเมศ อธิกรธีรพัฒน์ ประธาน YEN-D Frontier Thailand-Laos ผู้แทนเครือข่าย YEN-Dx)

นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวง พม. กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า ในการร่วมดำเนินโครงการ “เกษียณมีดี” ที่ผ่านมานั้น กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) และ
กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร่วมมือกันในการขับเคลื่อนระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะงานในยุคดิจิทัลสำหรับผู้สูงวัย และระบบสนับสนุนเชิงเทคนิคของคนรุ่นใหม่สู่การนำไปใช้ที่ยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรมต่างๆ ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจในครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการร่วมมือขับเคลื่อนและดำเนินงานต่อยอด ส่งเสริมสนับสนุนผลงานวิจัยและนวัตกรรมการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มุ่งสู่การเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมสูงอายุของประเทศไทย โดยอาศัยการบูรณาการและร่วมมือกันขับเคลื่อนกับทุกภาคส่วน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการภายใต้โครงการ “ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะงานในยุคดิจิทัล สำหรับผู้สูงวัย และสนับสนุนเชิงเทคนิคของคนรุ่นใหม่สู่การนำไปใช้ที่ยั่งยืน” ดำเนินการโดย วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วช. มุ่งหวังให้ความร่วมมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับการขับเคลื่อนภายใต้แผนงาน Quick Wins เรื่อง “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” ในระยะที่ 1 ซึ่งพร้อมก้าวเข้าสู่ในระยะที่ 2 นี้

สามารถนําไปสู่การขับเคลื่อนและขยายผลในระยะต่อๆ ไป

รวมทั้งเครือข่ายประสานงานร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนผู้สูงวัยหรือผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ ให้สามารถพึ่งพาตนเองในเชิงการประกอบอาชีพในโลกปัจจุบันได้ก่อให้เกิดพื้นที่การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างคนต่างวัยผู้สูงวัยบนสื่อสังคมออนไลน์ ผ่าน “ชุมชนคนมีดี” และ “ตลาดคนมีดี” เกิดตัวแทนผู้สูงอายุในชุมชนตนเองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของกระทรวง อว. ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งสู่การพัฒนาทักษะเทคโนโลยีการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ให้สามารถต่อสู้กับความยากจน และสามารถดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลตัวเองได้ เพื่อเป็นกําลังขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ นิเวศน์ นันทจิตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวถึง โครงการ “เกษียณมีดี” ที่ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่า มช.ได้ดำเนินการจัดทำบทเรียนดิจิทัล “เกษียณมีดี” สำหรับผู้สูงวัย พื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างคนต่างวัย “ชุมชนคนมีดี” และพื้นที่ปฏิบัติการฝึกเป็นผู้ประกอบการออนไลน์“ตลาดคนมีดี” การดำเนินงานที่ผ่านมาของโครงการได้ก่อให้เกิดการพัฒนาทักษะงานในยุคดิจิทัลสำหรับผู้สูงวัยพร้อมระบบสนับสนุนเชิงเทคนิคของคนรุ่นใหม่สู่การนำไปใช้ที่ยั่งยืน พร้อมด้วยระบบสนับสนุนและพื้นที่ค้าขายสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการในออนไลน์ มาร์เก็ตเพลส รวมทั้งเครือข่ายประสานงานร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนผู้สูงวัยหรือผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ ให้สามารถพึ่งพาตนเองในเชิงการประกอบอาชีพในโลกปัจจุบันได้

พร้อมกันนี้ ยังได้มีการตอบข้อซักถามเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง 6 หน่วยงาน แก่สื่อมวลชน และมีการแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ในหัวข้อ “อนาคตประเทศไทยกับพลังต่างวัยสร้างชาติ” ที่มีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆร่วมให้ข้อมูลทิศทางในการดำเนินงานความร่วมมือต่อไปโดย รองศาสตราจารย์ ดร.นัทธี สุรีย์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แถลงถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของโครงการพลังเกษียณสร้างชาติฯ รวมทั้งแผนการขับเคลื่อนในอนาคตว่าโครงการได้ทำการรับสมัครผู้เข้าร่วมผ่านเครือข่ายของโรงเรียนผู้สูงอายุและกลุ่มบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ ให้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ภายในระบบนิเวศ “มีดี” โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมาย

ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดของระบบนิเวศการเรียนรู้ “มีดี” ที่เป็นผู้สูงวัย (อายุ 55 ปี ขึ้นไป) จำนวนมากกว่า 11,000 คน และเป็นผู้เข้าร่วมทุกช่วงวัยรวมทั้งสิ้นกว่า 18,000 คน

ความสำเร็จสำคัญที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานโครงการนี้ ส่วนหนึ่งคือการสร้างความร่วมมือกับองค์กรอื่น (Multi-Sector Collaboration) โดยได้จับมือกับสถาบันการศึกษา ภาครัฐ เอกชน และชุมชนที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับผู้สูงวัย และ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในทุกภูมิภาคที่ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะสำหรับผู้สูงวัยในการเป็นผู้ประกอบการ ทำให้เกิดการรับรู้และเข้าสู่ระบบนิเวศ “มีดี”

ทั้งนี้ จากการดำเนินงานพบว่า องค์กรเหล่านี้ได้เข้ามาเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักของโครงการ ที่จะสามารถนำเอาระบบการสนับสนุนหรือหลักสูตรออนไลน์ที่ได้พัฒนาจากโครงการนี้ไปใช้ในโรงเรียนผู้สูงอายุทั่วประเทศ และเป็นผู้ที่ช่วยอนุเคราะห์สื่อสารประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งประสานงานกิจกรรมของโครงการความสำเร็จจากการดำเนินงานโครงการในปีที่ 1 ที่ผ่านมาถือเป็นจุดเริ่มต้นและรากฐานอันมั่นคงสำหรับการขยายผลระบบนิเวศการเรียนรู้“มีดี” ให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้นในระดับประเทศในอนาคต พร้อมทั้งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายเดิมให้สามารถขับเคลื่อนการสนับสนุนและพึ่งตนเองได้

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยแบบยั่งยืนต่อไปในอนาคต

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการฝากถึงว่าที่ผู้ว่าฯกทม. เร่งรัดเก็บภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่น

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650675

นักวิชาการฝากถึงว่าที่ผู้ว่าฯกทม.  เร่งรัดเก็บภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่น

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่น หรือภาษียาสูบองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังไม่ได้ดำเนินการจัดเก็บหลังกฎหมายให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดเก็บได้ตั้งแต่ปี 2542 ตามกฎหมาย พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ที่ระบุว่า

“มาตรา 25 (5) ภาษีบำรุงกรุงเทพมหานครสำหรับยาสูบซึ่งเก็บจากการค้าในเขตกรุงเทพมหานคร โดยออกข้อบัญญัติจัดเก็บเพิ่มได้ไม่เกินมวนละสิบสตางค์” ทั้งที่ อปท. ระดับจังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ได้มีการจัดเก็บแล้วตั้งแต่ปี 2546 ในอัตราซองละ 1.86 บาท โดยการเก็บภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่นตามสิทธิ์ที่ กทม. พึงได้รับ จะทำให้กทม. มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 720 ล้านบาท ซึ่งตั้งแต่ปี 2543 ถึงปัจจุบัน กทม. ต้องขาดรายได้ส่วนนี้ไปถึงประมาณ 16,000 ล้านบาท

“การที่ กทม. ไม่จัดเก็บภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่น ฝ่ายที่ได้ประโยชน์เต็มๆ คือบริษัทบุหรี่ที่ไม่ต้องเสียภาษีส่วนนี้ และยังทำให้เกิดช่องว่างให้บริษัทบุหรี่จะนำสินค้ามาพักในพื้นที่กรุงเทพฯ เพราะไม่ถูกเก็บภาษี ก่อนที่ร้านค้าในกรุงเทพฯ จะกระจายสินค้าไปยังจังหวัดใกล้เคียงเพื่อนำขายต่อไป ทำให้รัฐต้องสูญรายได้ และ อบจ. ทั่วประเทศก็จะเก็บภาษีได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น” รศ.ดร.พญ.เริงฤดี กล่าว

ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมา กทม. มีความพยายามที่จะผลักดันให้มีการจัดเก็บภาษียาสูบหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่ปี 2548ที่มีการเสนอร่างฯ แก้ไขระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้กทม. สามารถออกข้อบัญญัติให้จัดเก็บภาษียาสูบบำรุงท้องถิ่นได้ ไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

จึงอยากฝากไปยังผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำหนดเป็นนโยบายว่า หากได้รับเลือกตั้งเข้าไปทำหน้าที่ จะเร่งดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อนำเงินรายได้ส่วนที่พึงได้นี้ตั้งเป็นกองทุนเพื่อพัฒนาให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ แก้ปัญหาในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาฝุ่น PM2.5 น้ำท่วม รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และการบริการสาธารณสุข

“ผมจะส่งจดหมายพร้อมข้อเสนอแนะเรื่องนี้ให้กับผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกท่าน และหลังจากทราบผลการเลือกตั้งแล้ว ทางเครือข่ายควบคุมยาสูบจะขอเข้าพบกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่เพื่อหารือการดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง” ศ.นพ.ประกิต กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ปรับค่าจ้างเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ฝันแรงงานเป็นไปได้แค่ไหน

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650667

สกู๊ปแนวหน้า : ปรับค่าจ้างเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น  ฝันแรงงานเป็นไปได้แค่ไหน

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เวียนมาอีกปีกับ “วันแรงงาน” วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี ซึ่ง “ค่าจ้างที่สอดคล้องกับค่าครองชีพ” เป็นหนึ่งในประเด็นที่มีการเรียกร้องอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ราคาสินค้าต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย. 2565 มีการจัดเวทีเสวนา “ก้าวต่อไปในการแก้ปัญหาค่าครองชีพและยกระดับค่าจ้างสูง” โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เรื่องนี้ก็ถูกนำมาพูดคุยกันอีกครั้ง

สุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลในฐานะประธาน กมธ.แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า คนทำงานในโรงงานหากจะมีรายได้เพียงพอก็ต้องทำงานล่วงเวลา (โอที-OT) เห็นได้ผู้สมัครงานมักถามกับบริษัทคือมีโอทีให้ทำหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ขอไปทำงานที่บริษัทอื่นดีกว่า เห็นได้ชัดเจนว่าลำพังรายได้จากค่าจ้างขั้นต่ำไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ จึงพยายามผลักดันให้ค่าจ้างแรงงานสอดคล้องกับค่าครองชีพ

ซึ่งปัจจุบันหลักเกณฑ์การตั้งค่าจ้างขั้นต่ำในไทย อยู่บนหลักคิดว่า“ค่าจ้าง 1 คน เพื่อเลี้ยงคน 1 คน” หรือหมายถึงแรงงานทำงานเพื่อเลี้ยงตนเองเพียงคนเดียว อีกทั้งยังมีการไปกำหนดเพดานไว้ว่าห้ามปรับค่าจ้างขั้นต่ำสูงเกินร้อยละ 3 ซึ่งมีที่มาจากกรณีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำแบบก้าวกระโดดขึ้นมาเป็น 300 บาท/วันในยุคสมัยหนึ่ง ทำให้ค่าจ้างไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ แต่อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลก็ต้องหามาตรการมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะขนาดกลาง-ขนาดย่อม (SME) ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างแรงงานด้วย

“เรื่องค่าจ้างผมบอกว่ามีความจำเป็นจะต้องปรับ ถามว่าแล้วถ้าเกิดให้ได้ตามหลักสากล ก็ต้องเริ่มตั้งแต่ปีนี้ตามที่มีการนำเสนอ ที่เลี้ยงชีพได้ 1 คน มีการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อช่วยเหลือสถานประกอบการเพื่อให้เดินได้ในเรื่องของการจ่ายค่าจ้าง พอในปีที่ 2 ปีที่ 3 มันก็ต้องเป็น Timing (จังหวะ) เวลาที่ขยับไปในเรื่องของการที่จะต้องมีมาตรฐานการได้รับค่าจ้างที่จะเลี้ยงดูครอบครัวได้มากกว่า 1 เป็น 2 เป็น 3 นั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็นในอนาคต เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ตอนนี้คนทำงานทำไมถึงไม่มีลูก หรือมีลูกน้อยลง เพราะมีลูก1 คนจนไป 7 ปี” สุเทพ กล่าว

เสียงสะท้อนภาคแรงงาน ชาลี ลอยสูง รองประธานกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ซึ่งในปีนี้เรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำที่แรงงานควรได้รับไว้ที่ 492 บาท/วัน กล่าวว่า ในยุคที่รัฐบาลมีนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วัน มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายผู้ประกอบการเสมอว่าจะทำให้กิจการอยู่ไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง ภายหลังจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำในแนวทางดังกล่าว ฝ่ายผู้ประกอบการก็ได้ประโยชน์จากมาตรการลดภาษี

จากเดิมที่ร้อยละ 30 ของผลกำไรต้องส่งเข้ารัฐ ก็เหลือเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น และยังคงอยู่ในอัตราดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน อนึ่ง ในปี 2560 มีการสำรวจค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันพบว่า ค่าอาหาร 3 มื้อ จะอยู่ที่เฉลี่ย 219 บาท/คน/วัน ยังไม่รวมค่าเดินทางและอื่นๆ นำมาสู่ข้อเรียกร้องให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 492 บาท/วัน และเป็นการเรียกร้องหลังจากอดทนรอในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งเข้าใจผลกระทบฝั่งผู้ประกอบการ

“เราก็ได้ดูในส่วนของกระแสจากสังคมด้วย ก็ปรากฏว่ากระแสสังคมก็ได้มีการตอบรับขึ้นมา เพราะมันเดือดร้อนด้วยกันจริงๆ เงินตัวนี้ถึงได้มามันก็ยังไม่พอเพียง รัฐบาลได้มีการเข้าไปใช้ในเรื่องของมาตรการช่วยปัญหาเฉพาะหน้า ช่วยได้เฉพาะหน้าในเรื่องของจะไปทำเศรษฐกิจ แต่ถ้าเกิดจะทำให้มันช่วยเหลือให้เศรษฐกิจมันเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนและระยะยาว มันจะต้องมีการไปปรับค่าจ้างให้คนงาน เพราะคนงานเป็นเฟืองหนึ่งตัวซึ่งมันจะต้องหมุนเศรษฐกิจ เพราะแรงงานได้เงินมาก็มีการไปจับจ่ายใช้สอยทุกวัน” ชาลี กล่าว

มุมมองภาควิชาการ รศ.ดร.กิริยา กุลกลการ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้นด้วยการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ด้านหนึ่งดีต่อแรงงาน เป็นการเพิ่มรายได้ของแรงงานทักษะต่างๆ โดยตรง แต่อีกด้านหนึ่งภาระต้นทุนก็จะไปตกอยู่กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะในกิจการที่ใช้แรงงานเข้มข้น อีกทั้งยังยิ่งทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นด้วย

ถึงกระนั้น การให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ กับผู้ประกอบการเพื่อกระตุ้นการลงทุนโดยหวังให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น เมื่อผู้คนมีงานทำก็จะมีรายได้ไปจับจ่ายใช้สอย ในความเป็นจริงก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าผลประโยชน์จะไปถึงแรงงาน ซึ่งที่ผ่านมามักจะอยู่กับผู้ประกอบการเสียมากกว่า เช่น มีการลงทุนเพิ่มขึ้นจริง แต่เป็นการลงทุนซื้อเครื่องจักรและเทคโนโลยีมาใช้แทนแรงงานคน

นอกจากนี้ยังมีมาตรการอื่นที่รัฐอาจช่วยได้ในระยะสั้น เช่น อุดหนุนส่วนต่างค่าจ้างขั้นต่ำที่ผู้ประกอบการจ่าย อาทิ หากต้องการให้แรงงานได้ค่าจ้างขั้นต่ำ 492 บาท/วัน ปัจจุบันผู้ประกอบการจ่ายอยู่แล้ว 300 บาท/วัน ส่วนที่เหลือรัฐก็เติมเข้าไป เป็นต้น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสของกลุ่มแรงงานทักษะต่ำในการมีงานทำ หรือการอุดหนุนค่าครองชีพ ซึ่งรัฐก็ทำอยู่แล้ว อาทิ โครงการคนละครึ่ง แต่ก็จะเป็นมาตรการเพียงชั่วคราว

“การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ประเทศไทยต้องมุ่งสู่การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง แล้วก็มีนวัตกรรมที่เป็นของตัวเอง ถ้าเรามี Margin (ส่วนเกิน) ตรงนั้นเยอะเราก็ตัดแบ่งให้แรงงานได้เยอะ แต่ถ้าเรายังรับจ้างผลิตอะไรถูกๆ อยู่ เราก็กดดันผ่านตัวแรงงานนี่ละ ก็เป็นแรงงานต้นทุนต่ำๆ เราก็ไม่สามารถยกขบวนของประเทศไทยขึ้นไปในระดับสูงได้ ทุกคนก็จะถูกกดให้ต่ำอยู่อย่างนี้” อาจารย์กิริยา กล่าว

ขณะที่ ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ ที่ปรึกษาศูนย์พัฒนาแรงงานและการจัดการ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในวิชาเศรษฐศาสตร์ มองแรงงานเป็นปัจจัยการผลิตและต้นทุนการผลิตประเภทหนึ่งดังนั้นหากต้องการผลกำไรก็ต้องกดต้นทุน หรือก็คือหากต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวก็ต้องควบคุมค่าจ้างแรงงานซึ่งเป็นต้นทุน “ประเทศที่ดีในสายตานักลงทุนคือประเทศที่ค่าแรงถูก” เช่น ปัจจุบันที่มีข่าวนักลงทุนย้ายฐานการผลิตไปประเทศเวียดนาม เพราะค่าจ้างแรงงานที่นั่นยังค่อนข้างต่ำ

แต่ในทางตรงข้าม แรงงานนั้นมองตนเองว่าเป็นคนไม่ใช่วัตถุ “การที่แรงงานเรียกร้องค่าจ้างก็เพื่อให้สามารถค้ำจุนความเป็นคนไว้ได้” ซึ่งนำไปสู่ข้อเสนอให้เปลี่ยนจากค่าจ้างขั้นต่ำ (Minimum Wage) เป็นค่าจ้างที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ (Living Wage) หรือค่าจ้างขั้นต่ำที่อยู่ได้อย่างเป็นมนุษย์ (Minimum Living Wage) โดยมนุษย์เป็นสัตว์สังคม รายได้จึงไม่ได้หมายถึงเพียงค่าอาหาร 3 มื้อเพื่อต่อลมหายใจ แต่หมายถึงความสามารถในการดูแลครอบครัวตลอดจนคนรอบข้าง เห็นได้จากการสมทบทุนสนับสนุนญาติสนิทมิตรสหายในโอกาสต่างๆ

“ผมว่ามาถึงวันนี้ เราต้องกลับไปทบทวนว่ากระบวนการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำก็ดี เกณฑ์ในการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำก็ดี แม้แต่นิยามการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำที่บอกว่าคือค่าจ้างที่นายจ้างมีปัญญาจ่าย มันควรเปลี่ยนไปเป็นค่าจ้างขั้นต่ำที่ลูกจ้างอยู่ได้อย่างคนหรือเปล่า?” อาจารย์แล ฝากทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวบนเจ้าแม่ได้แมวคืนรำวงแก้บน 100 รอบ พร้อมเขย่าเสี่ยมซีได้เลขเด็ด

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650698

สาวบนเจ้าแม่ได้แมวคืนรำวงแก้บน 100 รอบ พร้อมเขย่าเสี่ยมซีได้เลขเด็ด

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 20.10 น.

วันที่ 30 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานที่ศาลเจ้าแม่เมืองการุ้ง หมู่ 4 ต.เมืองการุ้ง อ.บ้านไร่ จ.อทัยธานี ได้พบกับนางสาวนภัสนันท์ เชยชม อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 147 ต.เมืองการุ้ง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี พร้อมกับรถแห่สามล้อตุ๊กๆและชาวบ้านที่มาร่วมรำวงเดินถือป้ายแมว วนรอบศาลเจ้าแม่เมืองการุ้ง 100 รอบ

จากการสอบถามนางสาวนภัสนันท์ เชยชม ได้เปิดเผยว่าตนเองได้เป็นเจ้าของแมวพันธุ์ไทยเพศเมีย ลายส้มอายุ 2 ปี ชื่อเจ้าแปะก๊วย ก่อนหน้านี้วันอาทิตย์ช่วงเที่ยงวันที่ 24 เมษายน 2565 เจ้าแปะก๊วยได้หายออกจากบ้านไป ตอนแรกตนเองคิดว่าคงจะแอบไปข้างนอกเดียวคงเข้ามาในบ้าน แต่แล้วก็ไร้วี่แวว ไม่เห็นแม้แต่เงาเจ้าแปะก๊วย ตนเองเป็นกังวลมาก คิดถึงและสงสารว่าจะไปนอนตรงไหน หรือได้รับอันตรายหรือปล่าว จนกระทั่ง 3 วันที่ผ่านมา เจ้าแปะก๊วยก็ยังไม่มา ตนเองเลยตัดสินใจได้เดินทางมายังศาลเจ้าแม่เมืองการุ้ง ที่ตำบลเมืองการุ้ง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ได้เข้ามากราบไหว้เจ้าแม่พร้อมกับบนว่า หากเจอเจ้าแปะก๊วยกลับมาบ้านภายในวันสองวัน ตนเองจะนำรถแห่มาวนรอบศาลเจ้าแม่ 100 รอบ พร้อมพวงมาลัย 100 พวง และทำความสะอาดในพื้นที่ศาลเจ้าแม่ 3 วัน

ล่าสุดรุ้งเช้าวันพฤหัสบดี 28 เมษายน 2565 ช่วงสองทุ่ม ตนเองก็ได้พบเจ้าแปะก๊วยอยู่บริเวณใกล้เคียงที่ห้องพัก ตนเองรู้สึกดีใจมากตนเอง รู้สึกเชื่อกับสิ่งที่ตนเองขอเจ้าแม่ไว้ว่าขอให้ได้เจอเจ้าแปะก๊วย จนกระทั่งวันที่ 30 เมษายน 2565 ตนเองก็ได้มาทำตามที่บนไว้กับเจ้าแม่ โดยนำรถแห่มารำวง 100 รอบ พร้อมพวงมาลัย 100 พวง แล้วก็จะมาทำความสะอาดห้องน้ำให้เป็นเวลา 3 วัน

ทั้งนี้ตนเองคิดว่าวันนี้เป็นวันดี จึงได้กราบไหว้เจ้าแม่พร้อมเขย่าเซียมซี ได้เลข 154 จะนำไปซื้อลอตเตอรี่ด้วยเพื่อเสี่ยงดวงดังกล่าว

เสียงสัมภาษณ์นางสาวนภัสนันท์ เชยชม เจ้าของแมวชื่อแปะก๊วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กตัญญูกตเวทิตา ‘ธรรมที่สร้างคนให้เป็นคนดี’

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650679

กตัญญูกตเวทิตา 'ธรรมที่สร้างคนให้เป็นคนดี'

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 18.36 น.

กตัญญูกตเวที…ความรู้คุณที่ท่านทำแล้วแก่ตน และตอบแทนพระคุณนั้น พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญว่าเป็นธรรมของคนดี คือคนดีมีธรรมนี้ หรือธรรมนี้ทำให้คนเป็นคนดี คือคนใดมีธรรมคือความกตัญญูกตเวที คนนั้นคือคนดีนั่นเอง ในด้านตรงกันข้าม คนใดไม่มีความกตัญญูกตเวที คนนั้นไม่ใช่คนดี

เชิญสำรวจตัวเองให้ทุกคน ให้เห็นใจตนอย่างชัดเจนตรงตามความจริงว่า มีความกตัญญูกตเวทีหรือไม่ แล้วก็จะรู้จักตนเองว่าเป็นคนดีหรือไม่ ไม่มีความกตัญญูกตเวทีไม่เป็นคนดีจริงๆ อย่าสงสัย แต่จงเร่งอบรมใจตนเอง ให้มีกตัญญูกตเวทิตาธรรมให้จงได้ อย่าให้ผ่านชีวิตนี้ไปสู่ชีวิตหน้าที่ยาวนาน โดยไม่ถือโอกาสสร้างชีวิตในภพชาติข้างหน้าให้สวยสดงดงามอย่างยิ่ง

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮาต้นมะม่วงประหลาดใบคล้ายมือคนคอหวยใช้มือถือซูมดูเห็นเลข 2 ตัวบนใบไม้

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650640

ฮือฮาต้นมะม่วงประหลาดใบคล้ายมือคนคอหวยใช้มือถือซูมดูเห็นเลข 2 ตัวบนใบไม้

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 16.33 น.

วันนี้ (30 เม.ย.65) ที่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 2 ต.ไกรนอก อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย มีต้นมะม่วงประหลาด ผลิใบคล้ายมือมนุษย์ มีนิ้ว 5 นิ้ว โผล่โด่เด่ ดูโดดเด่นแปลกตาอยู่บนยอดต้นมะม่วง จนชาวบ้านพากันสงสัยว่าคือใบอะไรกันแน่ ก่อนจะแห่มายืนจ้องดูแล้วใช้โทรศัพท์มือถือถ่าย เมื่อซูมดูใกล้ๆ ก็ปรากฏว่าทุกคนมองเห็นตัวเลข 2 ตัวตรงกันอยู่บนใบไม้ที่คล้ายมือคน

นางสาวกัลชนา(ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 56 ปี บอกว่า มะม่วงต้นนี้เป็นพันธุ์โชคอนันต์ อายุประมาณ 5 ปี ช่วงที่ยืนรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านทุกวันก็สังเกตเห็นว่ามีใบอะไรแปลกๆ โผล่อยู่บนยอดต้นมะม่วง ตอนแรกมีรูปร่างคล้ายหัวมังกร พอผ่านไป 1 เดือน ใบก็เปลี่ยนรูปร่างคล้ายมือมนุษย์ มีนิ้ว 5 นิ้ว เมื่อเดินดูรอบต้นและปีนต้นไม้ขึ้นไปดูก็ไม่เจอต้นกาฝากเลื้อยเกาะต้นมะม่วงแต่อย่างใด แต่ใบไม้รูปร่างประหลาดที่เห็นนั้น มันแตกออกมาจากกิ่งต้นมะม่วง

“ชาวบ้านที่นี่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็เลยพากันมายืนดู แล้วใช้โทรศัพท์มือถือถ่าย พอซูมรูปดูใกล้ๆ ก็ปรากฏว่าทุกคนมองเห็นตัวเลขตรงกัน คือ 5 กับ 1 โผล่อยู่บนใบไม้ที่คล้ายมือคน สร้างรอยยิ้มอย่างมีความหวังกันเลยทีเดียว” นางสาวกัลชนา กล่าว – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,268,251 hits

Join 4,134 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ประธานศาลฎีกา อโนชา-จรูญ ชีวิตโสภณ จัดพิธีมงคลสมรสลูกชาย ปิยบดี ชีวิตโสภณ-เมฐิติพา บูรพา
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
คุณแหน : 27 มิถุนายน 2562
Increasing digitalisation the way to recovery in a protracted Covid-19 crisis: WEF Asean poll #SootinClaimon.Com
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
รักษ์เกษตร : ‘บัว’ทำให้งามได้อย่างไร
HK tourist arrivals fall 4.8% as social unrest lingers
หยุดขู่ได้แล้ว ผู้นำยูเครนเย้ยสื่อตะวันตกปั่นวันรัสเซียบุก 16 ก.พ.
Russian embassy staff and civilian killed in Kabul blast
'ซี-นุนิว'เคียงคู่โชว์นาฏมหามงคลการแสดงสองแผ่นดินสานสัมพันธ์ไทย-จีน

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,688 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d