ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในยุค Next Normal ถือเป็นวิถีใหม่ต่อจากยุค New Normal ที่เป็นกระแสที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง ทำให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องมีการปรับตัว ทั้งในเชิงรุกและรับ สำนักงาน คปภ. ก็ต้องปรับตัวเช่นเดียวกัน โดยมีการปรับตัวดำเนินการต่าง ๆ ทั้งด้านการกำกับและส่งเสริมภาคธุรกิจประกันภัย และภารกิจที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยให้กับประชาชน โดยประเด็นที่ต้องคำนึงถึงก็คือ Next Normal ซึ่ง คปภ. ในดำเนินการในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในช่วงระยะเวลารอยต่อสู่ Next Normal ประเด็นเรื่องประกันภัยกลายเป็นประเด็นที่ประชาชน ให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยง เช่น มีการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับประกันภัยและบทบาทหน้าที่ของสำนักงาน คปภ. เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประกันภัยเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อสร้างและรักษาความเชื่อมั่นทั้งในส่วนของภาคอุตสาหกรรมประกันภัยและบทบาทของสำนักงาน คปภ. ซึ่งการจะเข้าสู่ Next Normal ได้นั้นทุกองค์กรจะต้องเร่งปรับตัวโดยเร็ว
“ในส่วนของธุรกิจประกันภัยหากเอาวิกฤติมาเป็นโอกาสก็สามารถอยู่ได้ แต่ถ้าไม่ปรับตัวก็อาจถูก Disrupted ซึ่งจะเห็นได้ว่าบางธุรกิจหรือบางบริษัทต้องหายไปจากวงจรธุรกิจ เนื่องจากไม่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อเข้าสู่ยุค Next Normal ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหมด ดังนั้นภาคธุรกิจและหน่วยงานกำกับของภาครัฐ ต้องคิดใหม่ เปลี่ยนวิธีดำเนินการธุรกิจใหม่ ที่จะต้องไม่ทำแบบเดิมๆ อีกต่อไป” เลขาธิการ คปภ. กล่าว
ดร.สุทธิพล กล่าวต่อไปว่า การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในยุค Next Normal นั้น มีความท้าทาย 3 ประเด็นหลักๆ คือ 1.ความท้าทายในด้านการกำกับและตรวจสอบดูแลธุรกิจประกันภัย เนื่องจากการก้าวเข้าสู่ Next Normal อาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ ที่อุบัติใหม่และการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เช่น Digital Disruption และ COVID-19 Disruption ดังนั้น การพัฒนากฎเกณฑ์ด้านกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพแต่มีความยืดหยุ่นจึงมีความจำเป็นเพิ่มขึ้น
ขณะที่ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. ได้ให้มุมมองการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในยุค Next Normal ว่า มุมมองของภาคอุตสาหกรรมมีความเห็นที่สอดคล้องกับภาครัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแล โดยเห็นว่าความเสี่ยง ความท้าทาย และโอกาสอยู่ในจุดเดียวกันภายใต้ Next Normal และมีประเด็นเพิ่มเติมที่สำคัญ คือ Next Normal เกิดจากการเข้ามามีบทบาทของระบบดิจิทัล (Digital Disruption) ทำให้ธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลง เพราะหากไม่เปลี่ยนแปลงอาจส่งผลต่อการหยุดชะงัก (Disruption) ดังที่เกิดขึ้นในธุรกิจบางประเภท เช่น ธุรกิจฟิล์มถ่ายภาพ ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ ธุรกิจโทรทัศน์ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม Next Normal มีความจำเป็นต่อการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจที่ต้องใช้ AI และ Big Data เพื่อออกแบบกรมธรรม์ที่ตรงตามความต้องการ และกรมธรรม์ประกันภัยสามารถครอบคลุมความเสี่ยงประเภทใหม่ ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงรูปแบบการประกันภัยที่คุ้มครองการดำเนินธุรกิจภายใต้ความเสี่ยงด้านกฎหมายและกฎระเบียบที่เพิ่มมากขึ้น ในอัตราเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม ยุติธรรม และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ธุรกิจประกันภัยก็จะเป็นที่ต้องการของตลาดและอยู่รอดในสถานการณ์ Next Normal ได้