Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เกษตรกรกาฬสินธุ์สำรอง‘กุ้งก้ามกราม’ ผ่อนปรน-สงกรานต์ดันออเดอร์กระฉูด

Posted on April 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646777

เกษตรกรกาฬสินธุ์สำรอง‘กุ้งก้ามกราม’ ผ่อนปรน-สงกรานต์ดันออเดอร์กระฉูด

วันอาทิตย์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2565, 13.38 น.

เกษตรกรสำรอง‘กุ้งก้ามกราม’สด ตัวโตไว้จำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลางรายละกว่า 1-3 ตัน ด้านเลขาฯสมาพันธุ์ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ เผยยอดจำหน่ายไม่น้อยกว่า 80 ตัน มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท หลังหลายพื้นที่เริ่มผ่อนคลายเตรียมเข้าสู่โรคประจำถิ่น

10 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กาฬสินธุ์ ว่า จากการติดตามบรรยากาศการจับกุ้งก้ามกราม สัตว์เศรษฐกิจอันดับ 1 ของ จ.กาฬสินธุ์ และอาหารยอดฮิตในเทศกาลสงกรานต์ที่ จ.กาฬสินธุ์ เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างคึกคัก โดยพบว่าเริ่มมีพ่อค้าคนกลางจากต่างจังหวัดทั่วภาคอีสาน เข้ามารับซื้อกุ้งก้ามกรามสดๆจากบ่อเที่ยวละ 100-200 กก. พร้อมกับสั่งจองล่วงหน้า เพื่อนำไปส่งร้านอาหารและจุดรับซื้อ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงรายละหลายตัน หลังหลายพื้นที่ได้มีการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 เพื่อเตรียมเข้าสู่โรคประจำถิ่น

นายอาทิตย์ ภูบุญเติม อายุ 52 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบ้านตูม หมู่ 4 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า บรรยากาศการจับกุ้งก้ามกรามจำหน่ายก่อนเริ่มต้นเทศกาลสงกรานต์ เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากหลายพื้นที่ได้มีการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 เพื่อเตรียมเข้าสู่โรคประจำถิ่น หลังจากก่อนหน้านี้ซบเซามาตั้งแต่หลังเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา และสถานการณ์โควิด-19 ตนได้สำรองกุ้งก้ามกรามที่ได้ขนาดจับจำหน่ายเฉลี่ย 20-25 ตัว/กก. เพื่อจำหน่ายในเทศกาลสงกรานต์ประมาณ 2-3 ตัน โดยจะมีพ่อค้าจากต่างจังหวัดมาจองไว้ และนัดหมายมารับที่ปากบ่อเที่ยวละ 100-200 กก. โดยราคาขายส่งที่ปากบ่อ กก.ละ 250 บาท ขณะที่พ่อค้าคนกลางจะบวกเพิ่มค่าขนส่งอีก กก.ละ 20-30 บาท ตามระยะทาง

ทั้งนี้ จากการสอบถามพ่อค้าคนกลาง สถานการณ์โควิดที่ยังมีผู้ติดเชื้อผู้จำนวนมากก็ไม่ส่งผลกระทบกับบรรยากาศการซื้อขายในเทศกาลสงกรานต์ เพราะกุ้งก้ามกรามได้ชื่อว่าเป็นเมนูยอดฮิตในเทศกาลสงกรานต์ สามารถปรุงอาหารได้หลายเมนู และเป็นของฝากอีกด้วย

ด้านนางสาวพัชราวลัย ไร่ไสว ผู้ประกอบการแม่ค้าคนกลางขายกุ้งสด กล่าวว่า เนื่องจากการค้าขายกุ้งก้ามกรามในช่วงเทศกาลปีใหม่ผ่านมาคึกคักเป็นอย่างมาก โดยเฉลี่ยเกษตรกรแต่ละรายจับกุ้งจำหน่ายรายละ 300-500 กก. หรือกลุ่มละประมาณ 8 ตัน ในภาพรวมมีกุ้งสดออกสู่ตลาดทั่วภาคอีสานไม่น้อยกว่า 100 ตัน เงินสะพัดกว่า 25 ล้านบาท ทำให้ปริมาณกุ้งก้ามกรามที่จะออกสู่ตลาดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ลดน้อยลง เนื่องจากกุ้งโตไม่ทัน เพราะเกษตรกรต้องใช้เวลาในการเลี้ยงกุ้งแต่ละรุ่นประมาณ 5 เดือน ถึงจะมีขนาดโตพอจับจำหน่าย กุ้งที่จับจำหน่ายในเทศกาลสงกรานต์ ส่วนหนึ่งจึงเป็นกุ้งที่เหลือจากการขายในช่วงปีใหม่ และส่วนหนึ่งเป็นกุ้งรุ่นใหม่ที่ยังไม่โตเต็มที่ อย่างไรก็ตามคาดว่าในเทศกาลสงกรานต์นี้ จะมีกุ้งก้ามกรามที่เกษตรกรสำรองไว้ และจะจำหน่ายออกสู่ตลาดไม่น้อยกว่า 80 ตัน มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

ขณะที่นายวีระชาติ ภูโปร่ง เลขาสมาพันธ์ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามแปลงใหญ่ 3 กลุ่ม คือกลุ่มบัวบาน กลุ่มนาเชือกและกลุ่มลำคลอง นอกจากนี้ ยังมีผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามรายย่อยกระจายในพื้นที่ ต.บัวบาน ต.นาเชือก และ ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด, ต.ลำคลอง ต.ลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์, ต.หัวหิน อ.ห้วยเม็ก และ ต.เสาเล้า  อ.หนองกุงศรี รวมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งแปลงใหญ่และทั่วไปประมาณ  1,300 ราย

“ปัญหาที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งประสบคือต้นทุนการเลี้ยง คืออาหารกุ้งและพันธุ์ลูกกุ้งที่สูงขึ้น จึงอยากเรียกร้องรัฐบาลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องควบคุมราคาด้วย นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคที่สำคัญคือสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนในช่วงเดือนเมษายน ร้อนสลับกับฝนตก ที่เป็นสาเหตุให้กุ้งน็อกตายเนื่องจากปรับตัวไม่ทัน อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยังจะมีกุ้งพร้อมจำหน่ายอย่างเพียงพอ และอาจจะขาดตลาดหลังเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากกุ้งขายดีและโตไม่ทัน” นายวีระชาติ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใกล้เต็มแล้ว!‘เราเที่ยวด้วยกัน’เหลือ 2 แสนสิทธิ เปิดตัวเลข‘ท่องเที่ยว’ฟื้นตัว

Posted on April 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646764

ใกล้เต็มแล้ว!‘เราเที่ยวด้วยกัน’เหลือ 2 แสนสิทธิ เปิดตัวเลข‘ท่องเที่ยว’ฟื้นตัว

วันอาทิตย์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2565, 10.23 น.

รัฐบาลเผย 2 เดือนคนไทยจองสิทธิเราเที่ยวด้วยกันใกล้เต็ม เหลือ 2 แสนสิทธิจากทั้งหมด 2 ล้านสิทธิ กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศทุกภูมิภาคฟื้นตัวต่อเนื่อง

10 เมษายน 2565 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่รัฐบาลได้มีโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 โดยเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อจองสิทธิตามโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2565 และเริ่มเดินทางท่องเที่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.2565 เป็นต้นมา ปรากฏว่าประชาชนได้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ณ วันที่ 9 เม.ย.2565 ประมาณ 2 เดือนหลังการเริ่มโครงการ มีผู้จองสิทธิห้องพักแล้วเกือบ 1.8 ล้านสิทธิ จากทั้งหมด 2 ล้านสิทธิ ทำให้เหลือสิทธิห้องพักอยู่ประมาณ 2 แสนสิทธิเท่านั้น ส่วนจำนวนสิทธิตั๋วเครื่องบินนั้นยังเหลือสิทธิอยู่ 5.37 แสนสิทธิ จากทั้งหมด 6 แสนสิทธิ

“โครงการเราเที่ยวด้วยกันได้ช่วยบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการจากโควิด19 และยังผลให้ภาคการท่องเที่ยวในประเทศฟื้นตัวได้ต่อเนื่องตามเป้าหมายของรัฐบาล ที่ได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศมากยิ่งขึ้นในช่วงที่ต่างชาติยังกลับมาไม่ได้เต็มที่และรัฐบาลต้องผ่อนคลายมาตรการการเข้าประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไปควบคู่กับการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด19 ” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศช่วงไตรมาสแรก ปี 2565 (ม.ค.-มี.ค.) ว่ามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 29.70 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 73 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 มีรายได้ทางการท่องเที่ยว 135,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 53  ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนทั้งในเรื่องของการผ่อนคลายมาตรการโควิด19  ประชาชนได้รับวัคซีนที่ครอบคลุม ตลอดจนมาตรการกระตุ้นของภาครัฐอย่างโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส3 ที่สิ้นสุดในเดือนม.ค. และต่อเนื่องด้วยเฟส4 ในเดือน ก.พ. เป็นต้นมา 

สำหรับไตรมาสที่ 2 (เม.ย.-มิ.ย.) ททท. ได้ประเมินว่าการท่องเที่ยวในประเทศยังเติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นการเติบโตในทุกภูมิภาคทั้งกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้  โดยคาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 22.98 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 210 มีรายได้ทางการท่องเที่ยว 105,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 205 ซึ่งการเติบโตสูงส่วนหนึ่งมาจากการเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ที่ไตรมาสที่2 มีการแพร่ระบาดของโควิด19 แต่การฉีดวัคซีนยังไม่ครอบคลุม ขณะที่ปัจจัยเฉพาะของปีนี้คือการผ่อนคลายมาตรการที่ต่อเนื่อง และการมีโครงการภาครัฐสนับสนุน เช่น เราเที่ยวด้วยกัน เฟส4 

ทั้งนี้ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส4 มีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ 1 ก.พ.-31 พ.ค. 2565  โดยเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิจองที่พักถึงวันที่ 23 พ.ค. 2565 เดินทางท่องเที่ยววันสุดท้ายในวันที่ 31 พ.ค. 2565 และสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิตั๋วเครื่องบินถึงเวลา 21.00 น. ของวันที่ 5 มิ.ย. 2565 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสียงครวญจาก‘คอกม้า’!วันนี้ไม่มีรายได้ ไม่ไหวแล้ว วอน‘ผบ.ทบ.’ปลดล็อกสนามแข่งโคราช

Posted on April 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646752

เสียงครวญจาก‘คอกม้า’!วันนี้ไม่มีรายได้ ไม่ไหวแล้ว วอน‘ผบ.ทบ.’ปลดล็อกสนามแข่งโคราช

วันอาทิตย์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2565, 07.56 น.

‘ประธานชมรมม้าแข่ง’วอน‘ผบ.ทบ.’เห็นใจเปิดสนามแข่งม้า‘โคราช’หลังทำหนังสือขอใช้พื้นที่ แต่ไร้วี่แวว เผยทุกอาชีพได้รับผลกระทบเป็นห่วงโซ่

10 เมษายน 2565 นายพุฒิพัฒน์ พงษ์ไชยกุล ประธานชมรมเจ้าของม้าแข่งจังหวัดนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการขอใช้พื้นที่สนามกีฬาทหารของกองทัพภาคที่ 2 เป็นพื้นที่จัดกีฬาม้าแข่ง ว่า ขณะนี้รอคำตอบจาก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) หลังได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ขอใช้พื้นที่ จนถึงขณะนี้ผ่านไป 2 เดือนกว่าแล้ว ก็ยังเงียบ ไม่ได้รับคำตอบ หรือคำชี้แจงใดๆลงมา

ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวได้ทำขึ้นโดยสมาคมกีฬาม้าแข่งไทย มีรายละเอียด ระบุว่า ขอความอนุเคราะห์ใช้ “สนามกีฬาทหาร” 1.จัดแข่งทดสอบม้าใหม่ 2.จัดการแข่งขันชิงแชมป์แห่งประเทศไทย 3.ขอบริหารสนามม้าเพื่อเป็นการจัดแข่ง ในระหว่างรอสนามม้าที่แห่งใหม่สร้างเสร็จ

เมื่อถามว่า ผบ.ทบ. สนับสนุนพื้นที่ราชพัสดุให้ก่อสร้างสนามม้าแข่งแห่งใหม่ นายพุฒิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับสนามแข่งม้าแห่งใหม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ได้สนับสนุนพื้นที่ราชพัสดุ ที่กรมพลาธิการใช้ประโยชน์อยู่กว่า 170 ไร่ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชศรีมา คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี แต่ในระหว่างนี้ขอใช้ สนามกีฬาทหารของกองทัพภาคที่ 2 ไปก่อน ก็อยู่ระหว่างรอคำตอบ

ประธานชมรมเจ้าของม้าแข่งจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า ที่ผ่านมาคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เรื่องแนวทางปฏิบัติของสถานที่และกิจกรรมตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับกิจกรรมการเล่นหรือแข่งขันชนไก่ กัดปลา แข่งม้า ชนโค ชกมวย และแข่งนก ตามพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 ซึ่งมีการประกาศผ่อนคลายมาตรการจากทาง ศบค. เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2564

“อยากให้ ผบ.ทบ.เห็นใจคนทำอาชีพแข่งม้าที่ประสบความเดือดร้อน ไม่มีรายได้ตั้งแต่สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 เป็นเหตุให้สนามม้าถูกปิดมาจนถึงปัจจุบัน พวกเราคนประกอบอาชีพม้าแข่ง ก็เป็นประชาชนที่ทำอาชีพสุจริต ทำไมวันนี้มาตัดเขาทิ้ง ไหนบอกว่าทหารบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชน ถ้ามีโอกาสผมอยากเข้าพบ ผบ.ทบ. หรือส่งใครมาเป็นตัวแทนก็ได้ เพื่อมารับฟังความเดือดร้อนของพวกเรา” นายพุฒิพัฒน์ กล่าว

นายพุฒิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ถ้า ผบ.ทบ. อนุญาต เราก็จัดแข่งในนามสมาคมม้าแข่งไทย อนาคตจะเป็นกีฬาสากล เมื่อมีการจัดแข่งชิงแชมป์แห่งประเทศไทยครั้งที่ 2 แบบไร้การพนันได้ก็จะไปเข้าข้อกำหนดม้าแข่งเป็นการกีฬา ต่อไปก็จะมีลักษณะคล้ายสมาคมมวย สมาคมฟุตบอล มีเงินสนับสนุนจากภาครัฐ สามารถจัดการแข่งม้าหลากหลาย และเป็นสากลมากขึ้น แต่ขณะนี้เหมือนถูกปิดกั้น จนไปต่อไม่ได้

“คนเลี้ยงม้าก็ไม่ไหวแล้วตอนนี้ จะมารอแบบนี้ ก็ไม่ไหว อยากให้ ผบ.ทบ. รับฟังปัญหาอีกด้าน  เพราะการแข่งขันม้า เป็นอาชีพมีมาแต่ดั้งเดิม และมีประชาชนที่ประกอบอาชีพต่างๆได้รับผลกระทบเป็นห่วงโซ่  ที่ไม่ได้รับการดูแล จะทิ้งคนกลุ่มนี้ได้อย่างไร เพราะเป็นอาชีพของเขา” นายพุฒิพัฒน์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไร้วี่แววเจ้าของ! กระบะชนควายข้ามถนนกลางดึก ควายขาหัก-รถพังยับ

Posted on April 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646751

ไร้วี่แววเจ้าของ! กระบะชนควายข้ามถนนกลางดึก ควายขาหัก-รถพังยับ

วันอาทิตย์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2565, 07.50 น.

10 เมษายน 2565 ช้วงกลางดึก 9 เมษายน ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ เกิดเหตุรถยนต์ชนควายเดินข้ามถนน บริเวณเขตพื้นที่บ้านต่อแดน ต.เมืองที อ.เมือง จ.สุรินทร์ ถ. สุรินทร์ศีขรภูมิ ผู้สื่อข่าวจึงรุดพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมอาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัยสุรินทร์ จุดตำบลบุฤาษี ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ TOYOTA HILUX VIGO 4 ประตูสีแดง หมายเลขทะเบียน กต 8849 สุรินทร์ จอดอยู่ริมถนน สภาพด้านหน้ารถพังเสียหายยับเยิน

โดยมีหญิงวัยกลางคน โดยสารมา 2 คน คนขับไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก ส่วนผู้ที่โดยสารมาด้วยได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนซ้าย เจ้าหน้าที่ได้ทำการใส่เฝือกเพื่อดามแขนให้  ส่วนอีกฝั่งของถนนพบควาย 1 ตัวนอนอยู่ สภาพขาหลังด้านซ้ายหัก และมีแผลเลือดออกบริเวณบันท้าย

สอบถามนางสาว ธนิสร มหรรทัศนพงศ์ อายุ 48 ปี ( คนขับกระบะ ) เล่าว่า ตนเดินทางมาจากตัวเมืองสุรินทร์ กำลังจะมุ่งหน้าเข้า อ.ศีขรภูมิ พอมาถึงที่เกิดเหตุ อยู่ๆก็มีควาย 2 ตัว เดินข้ามถนนตัดหน้ารถ ด้วยความกระชั้นชิด และความมืด จึงทำให้ชนเข้าอย่างจัง ควายตัวที่ถูกชนก็นอนอยู่ข้างถนน ส่วนอีกตัวไม่รู้หายไปไหน ตนยืนยันว่าตนขับมาไม่เร็ว ตนเดินทางมากัน 2 คน บาดเจ็บไม่มาก หลังจากเกิดเหตุก็ไม่พบว่าใครจะมาแสดงตนว่าเป็นเจ้าของควาย

ทางด้านชาวบ้านในพื้นที่ พอได้ยินเสียงการเกิดอุบัติเหตุก็ออกมายืนดูกับ และให้ข้อมูลผู้สื่อข่าวว่า ตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควายตัวนี้เป็นของใคร ตนเคยเห็นมันเดินมาแถวนี้ทุกวัน แถวยังมากินกล้วยที่บ้านตนด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ จุดนี้ก็เคยมีรถชนควายมาก่อนเช่นกัน แต่ไม่รุนแรงเท่าครั้งนี้ แต่ตนก็ไม่แน่ใจว่าเป็นควายตัวเดิมนี้หรือปล่าว เพราะตอนนั้นที่ชน ควายก็วิ่งไปเลย ตนยืนยันว่าไม่ใช่ควายของชาวบ้านแถวนี้แน่นอน เพราะชาวบ้านแถวนี้จะไม่ปล่อยควายออกมาเดินเพ่นพานแบบนี้ เนื่องจากมันติดกับถนนทางหลวง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แต่ควายตัวนี้น่าจะเป็นควายที่เจ้าของเลี้ยงแบบปล่อย แล้วเดินพลัดหลงมาจากที่อื่น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ที่ดิน-อาหาร-ปากท้อง’ อีกปัญหารอ(ว่าที่)ผู้ว่าฯกทม.

Posted on April 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646729

สกู๊ปแนวหน้า :  ‘ที่ดิน-อาหาร-ปากท้อง’  อีกปัญหารอ(ว่าที่)ผู้ว่าฯกทม.

วันอาทิตย์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.15 น.

“ปากท้อง-ข้าวปลาอาหาร” เป็นอีกประเด็นที่ชาวกรุงเทพมหานคร (กทม.) รวมถึงชาวไทยกังวลกันมาก เห็นได้จากผลโพลล์ทุกสำนักและทุกยุคสมัย ทั้งในแง่ต้นทุนค่าครองชีพตลอดจนความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งเมื่อต้นสัปดาห์นี้มีวงเสวนา “ปากท้องของคนกรุง ชวน (ว่าที่) ผู้ว่าฯ ออกแบบอนาคตเมืองด้วยพื้นที่อาหาร” ที่หอศิลปฯ กรุงเทพฯให้ภาคประชาชนได้สะท้อนปัญหาโดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หลายท่านเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร กล่าวว่า เรื่องการขาดแคลนอาหารไม่ใช่ปัญหาของคนรวยแต่เป็นปัญหาของคนจน ดังนั้นทางออกจึงอยู่ที่การสร้างรัฐสวัสดิการ และการมีกฎกติกาที่เป็นธรรม เช่น นำรายได้จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะเป็นงบประมาณของท้องถิ่น ไปเติมให้กับสวัสดิการสังคม อาทิ เบี้ยผู้สูงอายุ สวัสดิการเด็กแรกเกิดในครอบครัวยากจน เป็นต้น โดยเริ่มที่ กทม. ก่อน ในฐานะเมืองหลวง เพื่อนำไปสู่การผลักดันให้รัฐบาลดำเนินการด้วย

เพราะหากคนวัยทำงานเห็นว่าพ่อแม่รวมถึงตนเองในวันที่แก่ตัวลงได้รับการดูแลที่ดีจากเมือง ก็จะตั้งใจทำงานหรือไล่ตามความฝันได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับนโยบายบ้านคนเมือง เพื่อที่คนจะไม่ต้องถูกไล่ออกไปอยู่นอกเมืองเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัยไม่ไหว แล้วก็ต้องไปหมดค่าใช้จ่ายกับการเดินทางเข้ามาทำงานในเมือง จนไม่เหลือกำลังการบริโภค ซึ่งเมื่อคนได้รับสวัสดิการที่ดีก็จะกล้าใช้จ่ายมากขึ้น เมืองก็จะดึงดูดการลงทุนมากขึ้น

“คุณเห็นนายทุนที่ซอยที่แปลงใหญ่เป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว มีที่ตาบอดข้างใน ที่ใหญ่ๆ ไม่ชอบ ทำเป็นที่ตาบอดเพื่อเลี่ยงภาษีใช่ไหม? ทำไมผู้ว่าฯ ไม่เสนอโครงการ เสนอรัฐบาลในการเวนคืนที่ดินไปเลย ในเมื่อราคาที่ดินก็ถูกลง ราคาค่าเวนคืนก็ถูกลง ถูกไหม? เอามาทำตลาดสิ เอามาทำพื้นที่สาธารณะสิ คุณไปไล่จับพ่อค้าแม่ขาย คุณแก้ที่ปลายเหตุหรือเปล่า? เพราะตราบใดก็ตามที่ความต้องการในการซื้อมันมี แต่พื้นที่ขายมันไม่มี ทำไมคุณไม่เอาที่รกร้างเหล่านี้ขอสิทธิ์คนรวยที่ครอบครองพื้นที่ นายทุนที่ครอบครองพื้นที่ คุณยังไม่ใช้ที่ใช่ไหม? ไม่อยากเสียภาษีใช่ไหม? มอบสิทธิ์ใน กทม. ทำพื้นที่ตลาดสิ เราก็จะมีพื้นที่ตลาด” วิโรจน์ กล่าว

ขณะที่ รสนา โตสิตระกูล กล่าวถึงการกระจายงบประมาณลงสู่พื้นที่ โดยมีนโยบาย 50 ล้าน 50 เขต ให้ประชาชนในแต่ละเขตนำเสนอโครงการเข้ามาขอรับการสนับสนุน เช่น ข้อเสนอเรื่องเกษตรในเมือง นอกจากนี้ กทม. ควรสำรวจพื้นที่รกร้างว่างเปล่า เพื่อนำมาทำเป็นพื้นที่เกษตรในเมือง ทั้งเพื่อคนจนเมืองและผู้ที่สนใจทำเกษตรอินทรีย์ เพราะการมีแหล่งอาหารใกล้ตัวเป็นเศรษฐกิจที่ลดคาร์บอน ลดระยะการเดินทางที่ทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน

รวมถึงส่งเสริมการแยกขยะอาหาร ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 55 ของขยะทั้งหมดใน กทม. เพราะสามารถนำไปหมักเป็นก๊าซชีวภาพหรือก๊าซหุงต้ม โดยมีแรงจูงใจสำหรับครัวเรือนที่แยกขยะเป็นประจำด้วยการให้ก๊าซหุงต้มเดือนละ 1 ถัง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ขณะเดียวกัน ขยะอาหารยังนำไปหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ในเมืองได้ด้วย อีกทั้งต้องสนับสนุนให้ผู้มีที่ดินที่ไมได้ใช้ประโยชน์ ทำข้อตกลงกับรัฐบาลเพื่อให้ กทม. นำไปใช้เป็นพื้นที่เกษตรหรือปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองให้ได้ 9 ตร.ม./คนตามมาตรฐานสากล

“เรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เราจะให้ความเป็นธรรม เพราะสำหรับบ้านเรือนที่เขาได้รับมรดกมาแต่เดิม แต่อาจจะอยู่ในที่ Prime Area (ทำเลศักยภาพสูง) และมีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสูงมาก จนจะกลายเป็นการไล่คนที่มีที่ดินอยู่ใน Prime Area ออกไปจากบ้าน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรม ถ้าเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้

การเก็บภาษีที่ดินที่เป็นไปตามระบบนั้น จะเก็บต่อเมื่อมีการขายที่ดิน แต่ถ้าเมื่อไรที่คุณยังอยู่อาศัยในที่ดินเดิมต้องคิดตามความเป็นจริงว่าที่ดินอาจจะราคาแพงแต่เจ้าของบ้านไม่ได้มีรายได้อะไร ที่จะมาจ่ายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น มันเป็นการไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา เป็นการไล่เขาออกไปจากพื้นที่ แล้วก็จะกลายเป็นช่องทางที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่จะเข้ามาครอบครองที่ดินใน Prime Area เรื่องนี้จะให้ความเป็นธรรม เพราะพิกัดภาษีทั้งหลายเมื่อนำมาใช้ องค์กรท้องถิ่นสามารถปรับตามความเหมาะสมตรงนี้ได้” รสนา กล่าว

ด้าน น.ต.ศิธา ทิวารี กล่าวว่า ในเรื่องพื้นที่อาหารของเมือง เบื้องต้นคือที่ดินของ กทม. เอง ต่อมาคือที่ดินของรัฐวิสาหกิจ ตามด้วยที่ดินส่วนราชการ สุดท้ายคือที่ดินรกร้างว่างเปล่าของเอกชน ซึ่งหากเป็นหน่วยงานของรัฐนั้นไม่ยากในการขอความร่วมมือ แต่ในส่วนของเอกชนต้องใช้กฎหมาย เช่น เจ้าของที่ดินที่เลี่ยงภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างด้วยการอ้างว่าใช้ที่ดินเพื่อการเกษตร

อาทิ กฎหมายระบุว่าใน 1 ไร่ต้องปลูกพืชกี่ต้น ก็ใช้วิธีไปปลูกติดกันไว้เฉพาะบริเวณที่ใกล้แหล่งน้ำ แม้จะเกิดประโยชน์บ้างเรื่องพื้นที่สีเขียว แต่ไม่ได้ประโยชน์กับชุมชนเรื่องพื้นที่อาหาร ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ต้องถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น เช่น ทำสวนสาธารณะให้ประชาชนมีพื้นที่ออกกำลังกาย หรือทำสวนครัวตัวอย่างของเมือง โดย กทม. เป็นคนกลาง ระหว่างภาคประชาสังคมที่ทำงานรณรงค์ด้านแหล่งอาหารปลอดภัยในเมือง กับผู้บริโภคที่ต้องการพืชผักและมีกำลังทรัพย์พร้อมจ่าย รวมถึงส่งเสริมหาบเร่แผงลอย ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทย

“มันคือเอกลักษณ์ไทยๆ เราขายของอยู่หน้าบ้าน คนเดินไปเดินมาต้องได้ซื้อได้ขาย แต่เราจะเปลี่ยนเทศกิจ ที่ถามหาบเร่แผงลอยไม่มีสักคนเลยที่ชอบ จากคนที่ไปเป็น Inspectorผู้ตรวจสอบเขา เป็น Facilitator คือคนที่สนับสนุนให้พี่น้องประชาชนสามารถขายของได้โดยไม่กีดขวางทางเท้า ไม่กีดขวางการจราจร และถูกกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีการไปเบียดเบียนรายได้ของผู้มีรายได้น้อย” น.ต.ศิธา กล่าว

ปิดท้ายด้วย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ร่วมให้ความเห็นเข้ามาผ่านช่องทางออนไลน์ เสนอแนะนโยบาย 1.แยกขยะตั้งแต่ต้นทางเพื่อนำขยะเปียกไปทำปุ๋ยอินทรีย์ เป็นการส่งเสริมเกษตรปลอดสารเคมี ซึ่ง กทม. ต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน เช่น มีรถเก็บขยะเปียกโดยเฉพาะเพื่อนำไปส่งโรงงานผลิตปุ๋ย ส่งเสริมให้ประชาชนผลิตปุ๋ยได้เองโดยสร้างแรงจูงใจ อาทิ รับซื้อปุ๋ยจากประชาชนไปใช้ในสวนสาธารณะ มีการตั้งเป้าที่ชัดเจนและเริ่มต้นเป็นรายเขต

2.ส่งเสริมสวนเกษตรอินทรีย์ใกล้บ้าน ซึ่งนิยามใกล้บ้านคือ 15 นาที โดยหาพื้นที่ที่มีศักยภาพ เช่น ใน กทม. มีชุมชน 2,000 ชุมชน หากทุกชุมชนมืพื้นที่เกษตรอินทรีย์ก็จะช่วยให้เข้าถึงแหล่งอาหารได้ หรือส่งเสริมพื้นที่เกษตรบนดาดฟ้าอาคาร 3.หาตลาดให้ผู้ผลิต สามารถเทคโนโลยีแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาสนับสนุน โดยผู้บริโภคสามารถดูได้ว่ามีพืชผลทางการเกษตรชนิดใดเท่าไร และมีบริการขนส่งทั่วกรุงเทพฯ เป็นการจ้างงานได้อีกทางหนึ่ง

“ต้องทำแผนที่ว่างเพื่อให้ทราบว่าตรงไหนมีที่ว่าง เผื่อประชาชนจะขอหรือเช่าไปทำแปลงเกษตรของแต่ละชุมชน เราต้องเอาจริงเอาจังกับการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้เจ้าของไม่ปล่อยให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่า อาจจะมีแรงจูงใจให้กับอาคารที่มีการใช้พื้นที่ในการทำแปลงเกษตร” ชัชชาติ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ตลาดศาลายายุคใหม่’เชื่อมต่อรถไฟฟ้า เพื่อชุมชนน่าอยู่และการท่องเที่ยวยั่งยืน

Posted on April 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646724

‘ตลาดศาลายายุคใหม่’เชื่อมต่อรถไฟฟ้า  เพื่อชุมชนน่าอยู่และการท่องเที่ยวยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่และชุมชนในการพัฒนาอย่างยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดประกวดแนวความคิดการออกแบบ ในหัวข้อ “ตลาดศาลายายุคใหม่ เชื่อมต่อรถไฟฟ้า เพื่อชุมชนน่าอยู่และการท่องเที่ยวยั่งยืน”ผลงาน GRID SALAYA โดยทีมนักศึกษา ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ คว้ารางวัลชนะเลิศ ณ ห้องประชุม อาคารสิริวัฒนภักดี สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ริเริ่มโครงการจัดประกวดแนวความคิดการออกแบบ ในหัวข้อ “ตลาดศาลายายุคใหม่ เชื่อมต่อรถไฟฟ้า เพื่อชุมชนน่าอยู่และการท่องเที่ยวยั่งยืน” วัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาพื้นที่เมืองโดยรอบสถานีรถไฟฟ้า หรือ Transit-Oriented Development (TOD) และผลักดันการพัฒนาความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ เนื่องด้วยปัจจุบันย่านศาลายาซึ่งมีรากฐานทางประวัติศาสตร์และความเป็นเมืองที่เจริญเติบโตเร็วมาก

ทั้งชุมชน ธุรกิจ แหล่งท่องเที่ยวรวมถึงตลาดสดศาลายา ตรงข้ามมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นตลาดยอดนิยม มีทั้งผัก ผลไม้ อาหารคาวหวาน โดยตามแผนการพัฒนาของภาครัฐจะสร้างรถไฟสายสีแดงอ่อน ตลิ่งชัน-ศาลายา ในอนาคตอันใกล้ทั้งนี้ โครงการประกวดแนวความคิดการออกแบบตลาดศาลายา ได้รับความสนใจจากนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน ผู้ที่สนใจส่งผลงานเข้ามาประกวดจำนวนมาก เพื่อการมีส่วนร่วมของสังคมในการพัฒนาพื้นที่ชุมชนเมืองโดยรอบสถานีรถไฟฟ้าศาลายา

ดร.สมศิริ เซียววัฒนกุล อาจารย์ประจำกลุ่มสาขา วิชาโลจิสติกส์และระบบขนส่งทางราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า เกณฑ์การตัดสิน คำนึงถึง
ความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งาน ในมุมมองตลาดสดและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการเป็นแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการเสนอแนวคิดพื้นที่พาณิชยกรรมของมหาวิทยาลัยมหิดล คำนึงถึงการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดง และความยั่งยืนด้านสังคมของชุมชนศาลายา

ผลการประกวด รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน GRID SALAYA โดย น.ส.วัชราภรณ์ กวยกือ และ นายพิษณุวัตณ์ อินทสันต์ นักศึกษา ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ส่วนรางวัลอันดับที่ 2 ได้แก่ ผลงาน TALAD SALAYAโดย นายนิรวิทย์ กาติ๊บ และ นายวีรวัฒน์ตาเจ่ง อันดับที่ 3 ได้แก่ ผลงาน TRANSIT-ORIENTED DEVELOPMENT(TOD) โดย น.ส.นิรมล สุขเอี่ยมและ น.ส.ผกามาศ ช่วยสุข

น.ส.วัชราภรณ์ กวยกือ ทีมนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ1 ตลาดศาลายายุคใหม่ เชื่อมต่อรถไฟฟ้า เพื่อชุมชนน่าอยู่ และท่องเที่ยงยั่งยืน จากผลงาน GRID SALAYA เผยแนวคิดในการพัฒนาผลงาน ว่า เนื่องจากกิจกรรมการสัญจรในตลาดและพื้นที่แถวศาลายามีความไม่เป็นระเบียบ ค่อนข้างวุ่นวาย และมักเกิดอุบัติเหตุจากการจราจรบ่อย จึงมีแนวคิดออกแบบพัฒนาให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น ด้วยการนำแนวคิด “กริดศาลายา” มาใช้

โดยมีการคิดรูปทรงและการออกแบบมาจากกริด นำมาจับรวมและแยกให้เป็นรูปทรงแบบของอาคารให้เป็นเอกลักษณ์ โดยการดูจากการใช้งานและผู้ใช้งานที่เข้ามาใช้บริการในโครงการ นำมาพัฒนาในส่วนของตลาด สถานีรถไฟฟ้า และสะพานข้าม Sky Walk กริดเป็นรูปทรงที่เรียบง่ายแต่น่าสนใจในเวลาเดียวกัน โดยถอดบางส่วนออกและนำรูปแบบโค้งหรือฟอร์มที่แตกต่างได้ในบางส่วนทำให้มีความหลากหลายแต่ยังคงความเป็นกริดอยู่ สะท้อนชีวิตทันสมัยกับความเป็นบูติกสมัยใหม่อยู่ในตัว

ภายในงานยังมีการจัดเสวนา เรื่อง “ภาพอนาคตเมืองศาลายา” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทยผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด คุณโสภณ ยงใจยุทธ บริษัท ตลาดศาลายา จำกัด คุณรัฐการ สุจิรัตนวิมลรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.สมศิริ เซียววัฒนกุลคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล โดยมี ผศ.ดร.ศิรดล ศิริธร อาจารย์ประจำกลุ่มสาขาวิศวกรรมโลจิสติกส์และขนส่งทางราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ดำเนินรายการ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : สทน.จัดใหญ่ครบรอบ16ปี‘วันดีดีกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์’ ชูผลงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

Posted on April 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646721

สกู๊ปพิเศษ : สทน.จัดใหญ่ครบรอบ16ปี‘วันดีดีกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์’  ชูผลงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. (Thailand Institute of Nuclear Technology: TINT) ได้รับการก่อตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2549 หรือเมื่อ 16 ปีที่แล้ว โดยมีภารกิจหลักคือการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ นอกจากนั้น ยังให้บริการ เผยแพร่ และการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาประยุกต์ใช้พัฒนาประเทศในด้านต่างๆ

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า จะมีการจัดงานวันสถาปนาครบรอบ 16 ปี สทน. ภายใต้แนวคิด One fine day with nuclear technology (Better solutions for the bright future) โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯมาทรงเป็นประธาน และพระราชทานรางวัลให้แก่ผู้ให้การสนับสนุนการใช้ประโยชน์ทางเทคโนโลยีนิวเคลียร์ จำนวน 8 รางวัล ได้แก่ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านอุตสาหกรรมการผลิต ด้านอุตสาหกรรมอาหาร ด้านอุตสาหกรรมอัญมณี ด้านการเกษตร ด้านการศึกษา ด้านให้การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่ออนาคต ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และรางวัลผู้มีอุปการคุณที่ให้การสนับสนุนสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ

โดยงานในปีนี้จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี มีการรวบรวมงานด้านวิชาการ และผลงานการวิจัยและพัฒนาด้านต่างๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศ สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ผลงานการพัฒนาทางด้านสังคม และการพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานราก รวบรวมนำมาจัดเป็นนิทรรศการ 6 ด้าน ได้แก่

1) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ กับพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อกิจกรรมด้านนิวเคลียร์ของประเทศ โดย สทน.ร่วมสืบสานพระราชปณิธาน “สมเด็จพระกนิษฐาธิราช เจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” โดยน้อมนำพระราชดำริด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของคนโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ให้คนมีความสุข มาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน เพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนไทย ผ่านนิทรรศการที่รวบรวมผลงานของ สทน. ตลอดระยะเวลา 16 ปี

2) นิทรรศการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในงานโบราณคดี โดยการถ่ายภาพด้วยรังสีและเทคนิคเชิงนิวเคลียร์เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างภายในและองค์ประกอบธาตุในโบราณวัตถุ การถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซ์และการตรวจสอบโดยไม่ทำลาย การถ่ายภาพด้วยรังสี เป็นเทคนิคหนึ่งซึ่งไม่ทำลายวัตถุ อาศัยการทะลุผ่านของรังสีเช่นเดียวกับการถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซ์ในโรงพยาบาล แต่การถ่ายภาพโครงสร้างภายในของวัตถุสามารถใช้ได้ทั้งรังสีเอกซ์ รังสีแกมมา และรังสีนิวตรอน ซึ่งมีหลักการคล้ายกัน แต่ผลที่ได้ต่างกันภาพถ่ายด้วยนิวตรอนจะแสดงรายละเอียดของวัตถุที่ประกอบ ด้วยธาตุเบา เช่น ไฮโดรเจน หรือสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เช่น กาว และอินทรียวัตถุอื่นที่อยู่ภายในธาตุหนักได้ชัดเจน นอกจากนั้นการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมดังกล่าวแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถตรวจสอบได้ จากระดับความเข้มของภาพถ่ายในปัจจุบัน เทคนิคนี้ใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ และในประเทศไทยกำลังเริ่มดำเนินการ

3) นิทรรศการด้านงานวิศวกรรมของ สทน. เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข ผลงานทางวิศวกรรม เพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยศูนย์วิศวกรรมนิวเคลียร์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ มีภารกิจในการพัฒนาอุปกรณ์และเครื่องมือในการสนับสนุนภารกิจ โดยเฉพาะการผลิตอุปกรณ์วัดปริมาณรังสีเพื่อเป็นการเฝ้าระวังทางรังสีเพื่อความปลอดภัยของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่รังสีสูงของโรงพยาบาล และกิจกรรมที่อาจจะมีความสี่ยงของการได้รับรังสีในปริมาณสูง

4) นิทรรศการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ประเทศไทยมีการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้ประโยชน์มากกว่า 60 ปี โดยนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการแพทย์การเกษตร อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปใช้อย่างกว้างขวาง แต่เทคโนโลยีนิวเคลียร์ยังเป็นภาพลบในความทรงจำของประชาชนชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุการณ์ระเบิดของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล หรือ การระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิมะ เมื่อกล่าวถึงนิวเคลียร์ประชาชนจึงยังไม่ยอมรับเท่าที่ควร ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งคือ ความรู้ ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีนิวเคลียร์

สทน. มีความพยายามในการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้จัดทำโครงการ IAEA Regional Project RAS0079 Educating Secondary Students and Science Teachers on Nuclear Science and Technology ซึ่งเริ่มดำเนินโครงการในเดือนมกราคม 2561 โดยมีประเทศสมาชิกทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศที่เข้าร่วมโครงการ 15 ประเทศ ประกอบด้วย บังกลาเทศ อินโดนีเซีย อิสราเอล จอร์แดน มาเลเซียมองโกเลีย เมียนมา เนปาล โอมาน ฟิลิปปินส์ ซาอุดีอาระเบียศรีลังกา ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวียดนาม

5) นิทรรศการ “ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์” พลังงานสะอาดแห่งอนาคตเพื่อคนไทย ปัจจุบันทั่วโลกมีอัตราการใช้พลังงานจากฟอสซิลกว่าร้อยละ 86 และร้อยละ 6 จากพลังงานนิวเคลียร์ ส่วนที่เหลืออีกเล็กน้อยเป็นพลังงานหมุนเวียน (น้ำ ลม แสงอาทิตย์ พลังงานความร้อนจากใต้พิภพฯ) แต่ภายใต้เป้าหมายในการขับเคลื่อนสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่างๆ “พลังงาน” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกลไกต่างๆ จึงถูกนำมาใช้อย่างมากมายมหาศาล ผลกระทบที่ตามมาคือ วิกฤตด้านพลังงานเนื่องจากแหล่งพลังงานที่ใช้กำลังจะหมดไปและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเผาผลาญเชื้อเพลิง ปัจจุบัน ทั่วโลกจึงหันมาให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตพลังงานสะอาด ในขณะเดียวกันก็มีความยั่งยืน

สทน.มีแผนการวิจัยและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ภายใต้การสนับสนุนของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) และมหาวิทยาลัยชั้นนำในไทยอีก23 แห่ง และ สทน.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ สถาบันพลาสมาฟิสิกส์ประเทศจีน (ASIPP) มาตั้งแต่ปี 2560 โดยมีขอบข่ายความร่วมมือในการพัฒนาห้องปฏิบัติการเพื่อการทำวิจัยด้านพลาสมา และการพัฒนาห้องปฏิบัติการด้านนิวเคลียร์ฟิวชัน โดยร่วมมือกับ ASIPP ซึ่งได้มอบเครื่องโทคาแมก HT-6M ให้ สทน. อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2561 และได้วางแผนการทำงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก เป็นการถอดแบบและศึกษาองค์ประกอบของเครื่องโทคาแมกและอุปกรณ์ประกอบต่างๆ รวมถึงการก่อสร้างอาคาร เพื่อเตรียมการติดตั้งเครื่องโทคาแมก ในระยะที่ 2 ส่งเจ้าหน้าที่เข้ารับการถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมร่วมออกแบบและพัฒนาระบบต่างๆ ของเครื่องโทคาแมกและประกอบเครื่องจนสามารถเดินเครื่องได้ และระยะที่ 3 ย้ายเครื่องกลับมาประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566

6) นิทรรศการอาหารพื้นถิ่นไทย พัฒนาได้ด้วยเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ในทุกภูมิภาคของประเทศไทยนั้นมีอาหารพื้นถิ่นมากมายแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมการกินอยู่ของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ ปัจจุบันรัฐบาลได้มีการส่งเสริมการยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นให้มีคุณภาพไม่ว่าจะเป็นเรื่องรสชาติ รูปลักษณ์ และที่สำคัญคือสุขอนามัยของสินค้าเพื่อให้มีศักยภาพในการแข่งขันระดับประเทศจนถึงระดับนานาชาติเพื่อการส่งออกนำรายได้มาสู่ชุมชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

การฉายรังสีอาหารเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการพัฒนายกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ อาหารฉายรังสีได้รับการรับรองว่าปลอดภัยโดยองค์การอนามัยโลก(WHO) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ(FAO) และทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ(IAEA) ได้สรุปผลการทดสอบความปลอดภัยของอาหารฉายรังสี ในปี พ.ศ.2523 ว่าอาหารใดๆ ก็ตามที่ผ่านการฉายรังสีในปริมาณเฉลี่ยไม่เกิน 10 กิโลเกรย์ไม่ก่อให้เกิดโทษอันตราย ไม่ก่อให้เกิดปัญหาพิเศษทางโภชนาการและจุลชีววิทยา และไม่จำเป็นต้องทดสอบความปลอดภัยอีกต่อไป

โครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (Almentarius Commission) และประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 297) พ.ศ.2549 ได้อนุญาตให้ใช้รังสี 3 ชนิดในการฉายรังสีอาหารได้แก่ รังสีแกมมาจากเครื่องฉายรังสีที่มีแหล่งกำเนิดจากโคบอลต์ 60 หรือซีเซียม 137รังสีเอกซ์จากเครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ที่ทำงานด้วยระดับพลังงานที่ต่ำกว่าหรือไม่เกิน 5 ล้านอิเล็กตรอนโวลต์ และอิเล็กตรอนจากเครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอนที่ทำงานด้วยระดับพลังงานไม่สูงกว่า 10 ล้านอิเล็กตรอนโวลต์ทาง สทน. ได้ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนากระบวนการในการใช้รังสีในอาหารพื้นบ้านจากภูมิภาคต่างๆ แล้ว

จากเหตุผลดังกล่าว สทน. จึงมีแนวคิดในการจัดทำโครงการส่งเสริมและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่นด้วยการฉายรังสีเพื่อให้ผู้ประกอบการมีแนวทางประยุกต์ใช้การใช้เทคโนโลยีการฉายรังสีอาหารและมีทัศนคติที่ดีต่ออาหารฉายรังสี จนในที่สุดพร้อมที่จะดำเนินธุรกิจได้ด้วยตัวเอง

โครงการอาหารพื้นถิ่นไทยพัฒนาได้ด้วยการฉายรังสี สทน.มีแผนดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2565-2568 โดยจะดำเนินการโครงการทั้งใน 4 ภูมิภาคของประเทศ

ทั้งนี้ สทน. จะแถลงข่าว สรุปผลการดำเนินงานของ สทน. ในรอบ 16 ปี เกี่ยวกับผลงานที่นำไปประยุกต์ในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ และการเสวนาเรื่อง การใช้ประโยชน์พลังงานนิวเคลียร์ของไทยในทศวรรษหน้า โดยจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 11 เมษายน 2565 ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว จึงขอเชิญชวนร่วมเฝ้าฯรับเสด็จ และชมนิทรรศการด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ โดยมีการจัดงานทั้งแบบ Onsite และจัด Online เต็มรูปแบบทางเว็บไซต์ www.tint.or.th ทางเพจ https://www.facebook.com/thai.nuclear ทางช่อง youtube TINT Channel สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

5 สิ่งของต้องห้าม! เช็คก่อนนำเข้าอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 1 แสน

Posted on April 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646737

5 สิ่งของต้องห้าม! เช็คก่อนนำเข้าอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 1 แสน

วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2565, 20.41 น.

เช็คให้ชัวร์ก่อนนำเข้าอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ 5 สิ่งของต้องห้าม ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 1 แสนบาท

9 เม.ย.65 เฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่เผยแพร่ ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ห้ามนำภาชนะที่ทำด้วยโฟมและบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single – use plastics) เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พิจารณาแล้ว เพื่อเป็นการสงวน อนุรักษ์ คุ้มครองดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อปะการัง ระบบนิเวศและเป็นการควบคุมลดปริมาณขยะในอุทยานแห่งชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 2 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ประกอบข้อ 6 ของระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 25633 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 จึงออกประกาศไว้ ดังนี้

1.ห้ามนำภาชนะที่ทำด้วยโฟม และบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single – use plastics) ได้แก่ พลาสติกหูหิ้ว ความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน กล่องบรรจุอาหารพลาสติก แก้วพลาสติก (แบบบางใช้ครั้งเดียว) หลอดพลาสติก และช้อน – ส้อมพลาสติก เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ หากผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 20 ประกอบมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

2. ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หนุ่ม กรรชัย’เคลื่อนไหวแล้ว! หลัง’ทนายตั้ม’อ้าง’บังแจ็ค’โชว์ปืนขู่ฆ่า

Posted on April 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646723

'หนุ่ม กรรชัย'เคลื่อนไหวแล้ว! หลัง'ทนายตั้ม'อ้าง'บังแจ็ค'โชว์ปืนขู่ฆ่า

วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.57 น.

วันที่ 9 เมษายน 2565 จากกรณีทนายตั้ม ได้ระบุว่า บังแจ็ก ได้ใช้เพจปลอมโพสต์ขู่ หนุ่ม กรรชัย พิธีกรคนดัง โดยถือปืนในมือ และข้อความขู่ว่าให้ระวังตัวให้ดีนั้น

ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย ได้โพสต์แชร์โพสต์ทนายตั้ม พร้อมระบุว่า “พอจะทราบมาบ้างครับ ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงนะครับ … ผมโอเคครับ” โดยมีแฟนคลับเข้ามาแสดงความเป็นห่วงและให้กำลังใจกันจำนวนมาก

ขณะที่ วัน อยู่บำรุง ได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น ว่า “ให้มันเข้าประเทศให้ได้ก่อนเถอะ” ซึ่งชาวเน็ตได้ร่วมคอมเมนต์ให้กำลังใจ กันจำนวนมาก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เดือดแล้ว! ‘ทนายตั้ม’รีบโพสต์เตือน’หนุ่ม กรรชัย’อ้าง’บังแจ็ค’ทำเพจปลอมโชว์ปืนขู่ฆ่า

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความตายนี้ให้นึกถึงบ่อย ๆ นึกจนมันเห็นแล้วก็นึกจนมันเข้าใจลึกซึ้ง : หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

Posted on April 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646714

ความตายนี้ให้นึกถึงบ่อย ๆ นึกจนมันเห็นแล้วก็นึกจนมันเข้าใจลึกซึ้ง : หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.08 น.

“ความตายนี้” พระพุทธเจ้าพระองค์สอนไว้ว่า “ให้นึกบ่อย ๆ นึกจนมันเห็นแล้วก็นึกจนมันเข้าใจลึกซึ้ง” จนเกิดความสลดสังเวชในมรณะความตายของเราและของสัตว์ทั้งหลายของคนทั้งหลาย 

ถ้าผู้ใดภาวนามรณกรรมฐานจนเกิดขึ้นจิตใจสงบระงับตั้งมั่น “เป็นสมาธิภาวนาก็ดี” หรือมีความสลดสังเวชในมรณภัย คือความตายนี้ “จิตใจจะเปลี่ยนแปลงไป ความโกรธ ก็จะเบาบาง เลิกได้ละได้ ความโลภความอยากได้ในใจ ก็จะได้เลิกได้ละได้ ความหลง ในจิต ในใจ ตัวเราก็จะเลิกได้ละได้” 

เพราะว่า “มรณภัยคือความตายนั้น เมื่อมาถึงบุคคลผู้ใดผู้นั้นจำเป็นต้องตาย” จะมาอ้างว่า ข้าพเจ้ายังเด็กอยู่ อย่าเพิ่งให้ข้าพเจ้าตายเลย ให้อยู่ไปดูโลกต่อไปก่อน “ธรรมดาพระยามัจจุราช คือความตายมันไม่ได้ยกเว้น เมื่อได้วาระของผู้ใด ผู้นั้นก็จำเป็นจำไปต้องตาย”…

โอวาทธรรม พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร) วัดถ้ำผาปล่อง ต.บ้านถ้ำ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,271,086 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ประชารัฐลดสถิติประสบอันตราย
คอลเลคชั่นสุดพิเศษ Simone Rocha x H&M #SootinClaimon.Com
พลิกโฉม การปลูกชมพู่ในประเทศไทย ด้วย "ชมพู่ยักษ์ไต้หวัน" และ "ชมพู่สตรอเบอรี่" (ตอนที่ 1)
Snow Man ร่วมงาน Japan Expo Thailand2020กับการก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ
New York University makes tuition free for all medical students
คุณแหน : 27 มิถุนายน 2562
Pia Wurtzbach ‘an absolute class act’
‘เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ ทรงปาฐกถาพิเศษ ‘การได้รับสารหนูกับการเกิดโรคมะเร็ง’
Increasing digitalisation the way to recovery in a protracted Covid-19 crisis: WEF Asean poll #SootinClaimon.Com
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d