Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘มหิงสา ควายป่า’ ฝูงสุดท้าห้วยขาแข้ง ความแตกต่างกับควายบ้านที่คล้ายคลึงกัน

Posted on April 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645261

'มหิงสา ควายป่า' ฝูงสุดท้าห้วยขาแข้ง ความแตกต่างกับควายบ้านที่คล้ายคลึงกัน

วันเสาร์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.44 น.

ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นอกจากจะมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างหลากหลายแล้ว หนึ่งในนั้นก็มีสัตว์ป่าสำคัญอาศัยอยู่ด้วย นั่นก็คือ “ควายป่า” ซึ่งจากรายงานพบที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : เปิดภาพหาดูยาก! ‘ควายป่า’ ฝูงสุดท้ายของห้วยขาแข้ง

สำหรับ ควายป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้เผยแพร่ใน BIG 7 หรือ 7 สัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่ แห่งป่าห้วยขาแข้ง ในตอน ‘ควายป่า’ ผู้ดุดันแห่งพงไพร ว่า ควายป่า หรือ มหิงสา (wild buffalo) ชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูนัก เห็นจะคุ้นแต่ชื่อ “ควายบ้าน” เสียมากกว่า อันที่จริง ควายบ้าน ก็สืบเชื้อสายมากจาก ควายป่า เนื่องจากคนรู้จักนำควายป่ามาเลี้ยงเพื่อประโยชน์ใช้งานมานานนมแล้ว

ลักษณะโดยทั่วไปนั้น คล้ายคลึงกันอย่างมาก นั่นก็เพราะสืบมาจากเผ่าพันธุ์เดียวกัน แต่หากมองลึกลงไปในรายละเอียด ก็พบว่า ทั้งคู่ช่างต่างกันเหลือเกิน ทั้งลักษณะ พฤติกรรม และนิสัย ลำตัวของควายป่า บึกบึน แข็งแรง ใหญ่โตกว่าควายบ้านอยู่หลายขุม น้ำหนักควายป่า จะอยู่ที่ 800 – 1,200 กก. ขณะควายบ้าน มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 500 กก. ควายป่า มีเขาโค้งเป็นวงเสี้ยวพระจันทร์ ยาวได้ถึง 150-180 ซม. ซึ่งควายบ้านจะมีเขาที่สั้นกว่า

สีผิวของควายป่า มีสีเทาหรือน้ำตาลดำ ช่วงอกมีขนสีขาว รูปตัว V ใส่ถุงเท้าขาวหม่น ๆ ทั้ง 4 ข้าง ส่วนควายบ้าน มีผิวสีเทาจนถึงดำ ควายป่า มีนิสัยดุร้ายกว่าควายบ้าน ไม่กลัวคน แม้จะตัวใหญ่แต่กลับปราดเปรียว ว่องไว ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ตัวผู้ชอบฉายเดี่ยวแต่ก็กลับมารวมฝูงในช่วงผสมพันธุ์

ควายป่าในผืนป่าไทย มีรายงานพบเพียงแห่งเดียว คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แถบ ๆ ริมลำห้วยขาแข้ง ทางตอนใต้ของผืนป่า เหลืออยู่น่าจะราวๆ 50 ตัว จำนวนประชากรขยุ้มมือนี้ จึงเปราะบางเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยอย่างยิ่ง

ควายป่า ชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นปลักโคลน ดินเลน ชายน้ำ กีบเท้าของพวกเขาจึงมีลักษณะกลมและแป้น ช่วยในการย่ำปลักได้ดี ในขณะที่ควายป่า และกระทิง กีบเท้าจะเรียวแหลมกว่า

อาหารส่วนใหญ่เป็นยอดไม้ ใบไม้อ่อน ๆ หญ้า ไปจนถึงหน่อไม้ ชอบนอนจมปลัก เรียกได้ว่า มุดหายไปในปลักทั้งตัว โผล่ไว้แต่จมูกเพื่อหายใจ หวังเพื่อคลายร้อนในตัว และกันแมลงรบกวนไปด้วย

สถานภาพปัจจุบันของควายป่า เป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 19 ชนิดของไทย ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ไอยูซีเอ็น (IUCN) จัดให้อยู่ในประเภทใกล้สูญพันธุ์ (EN). -008


ขอบคุณภาพจาก : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง 
ข้อมูล : BIG 7 หรือ 7 สัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่ แห่งป่าห้วยขาแข้ง โดย สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า , ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จากฟ้าสู่เหว! อดีตโชเฟอร์พลิกชีวิตถูกหวยรวย 18 ล้าน ผ่านมา 5 ปีเงินหมดเกลี้ยง

Posted on April 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645258

จากฟ้าสู่เหว! อดีตโชเฟอร์พลิกชีวิตถูกหวยรวย 18 ล้าน ผ่านมา 5 ปีเงินหมดเกลี้ยง

วันเสาร์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.23 น.

เงินถูกหวยหมด! ส่องชีวิตโชเฟอร์สิบล้อชาวจ.อุดรธานีถูกหวย 18 ล้าน เป็นเศรษฐีในพริบตา ถูกมา 5 ปีตอนนี้ลงทุนเปิดร้านโชว์ห่วย-ขายส่ง ผ่านมา5ปีเจ้าตัวบอกเงินหมดธุรกิจเจ๊ง ตอนนี้ก็ยังซื้อล็อตเตอร์รี่หมดงวดละหลายหมื่นหวังมีโชคอีกครั้ง

วันที่ 2 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายไพบูลย์ เป้าชุมแสง อายุ 50 ปี ชาวจ.อุดรธานี โชเฟอร์ขับรถบรรทุกสิบล้อบริษัทส่งสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ดวงเฮงถูกลอตเตอรี่ เคยถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2560 หมายเลข 143224 งวดที่ 3 ชุดที่ 46, 52 และ 58 จำนวน 3 ใบ  เป็นเงิน 18 ล้านบาท พลิกชีวิตเป็นเศรษฐีคนใหม่ในพริบตา ผ่านมา 5 ปี เงินหมด เพราะนำไปลงทุนเปิดร้านขายส่งโชว์ห่วยแต่เจ๊ง เพราะไม่มีคนซื้อ แถมเจอพิษโควิดซ้ำ ต้องปิดกิจการขายส่ง แต่ยังเปิดร้านขายของชำเลี้ยงครอบครัว

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้าน ซึ่งเป็นบ้านนายไพบูลย์ เป้าชุมแสง อายุ 55 ปี โชเฟอร์ขับสิบล้อดวงเฮง เป็นบ้านชั้นเดียว เปิดเป็นร้านขายของชำ โดยนายไพบูลย์ เล่าว่า ก่อนจะถูกหวย 18 ล้าน ตนทำงานขับรถบรรทุกสิบล้อ บริษัทส่งสินค้าพรของแม่ จ.อุดรธานี ขับล่องอุดรธานี –กรุงเทพฯ มาประมาณ 25 ปี ตนรักเถ้าแก่เหมือนพ่อ ส่วนเถ้าแก่ก็ดูแลตนอย่างดี ส่วนภรรยาเป็นแม่บ้านมีลูก 3 คน หลังจากถูกหวยตนได้ลาออกจากงานมาลงทุนค้าขาย

หลังถูกหวยตนได้นำเงิน 18 ล้านที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มาซื้อที่ดิน 20 ไร่ในราคา 4 ล้านบาท แล้วสร้างบ้าน 5 หลังรวมทั้งหมด 3 ล้านบาท และได้เปิดเป็นร้านขายวัสดุก่อสร้าง เปิดร้านส่งสินค้าโชว์ห่วย 2 ร้าน พร้อมโกดัง ลงทุนไป 3 ล้านบาท ซื้อรถปิกอัพ 5 คัน ราคา 3.7 ล้านบาท เพื่อวิ่งส่งสินค้า ซื้อรถดัมพ์สิบล้อ 1 คันราคา 1 ล้านบาท ซื้อรถไถ 2 คันรวม 1 ล้านบาท ทั้งหมดซื้อเงินสดรวมแล้วกว่า 16 ล้านบาท และมีชาวบ้านเอาที่ดินมาจำนองประมาณ 20 ไร่ แต่ไม่มาไถ่ถอน และให้ญาติพี่น้องเล็กน้อย ซึ่งผ่านมา 5 ปี ร้านค้าส่งและวัสดุก่อสร้างขายไม่ดีต้องยุบเป็นร้านค้าปลีกของชำเล็กๆ น้อยๆ เงินสดที่เหลือนำมาหมุนเวียนค้าขาย และยังซื้อลอตเตอรี่เสี่ยงโชคงวดละ 4-5 หมื่นบาท

ผ่านมา 5 ปี ยังทำงานเหมือนเดิม เมื่อนำเงินที่ถูกหวยมาลงทุนค้าขาย โดยเปิดร้านขายส่งสินค้าโชว์ห่วย มีรถปิกอัพวิ่งส่งสินค้าตามหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะไม่มีคนซื้อ และได้รับผลกระทบจากโควิด เศรษฐกิจไม่ดี ต้องเลิกกิจการไป และมาเปิดขายของชำเล็กๆ แทน ซื้อรถบรรทุกมาขับรับถมดินก็ไม่มีงานต้องจอดไว้ ชาวบ้านนำโฉนดที่ดินมาจำนองกว่า 20 ไร่ ก็ไม่มาไถ่ถอน บอกได้เลยว่าเงินถูกหวย 18 ล้านหมดแล้ว เหลือแต่ทรัพย์สิน ที่ดิน บ้าน รถ ที่ซื้อไว้เท่านั้น ส่วนเงินสดหมดแล้วจริงๆ

นายไพบูลย์ เล่าอีกว่า ตนยอมรับว่า นำเงินมาลงทุนทำธุรกิจผิดพลาด เพราะไปเรียนแบบขายส่งสินค้าโชว์ห่วย แต่เพราะไม่มีประสบการณ์ไม่มีการวางแผนการบริหารจัดการ เพราะจบแค่ ป.6 ระบบคอมพิวเตอร์ก็ทำไม่เป็น ลูกก็ไม่สนใจ ทำให้กิจการเจ๊งไปประมาณ 6-7 ล้านบาท แต่ตนเป็นคนชอบทำงานไม่นั่งอยู่เฉย หันมาเปิดร้านขายของชำ 2 ร้านให้ภรรยาและลูกสาวดูแล ส่วนตนจะไปทำไร่ ทำนา เผาถ่านขาย ถ้ามีคนมาจ้างถมดินก็ขับรถดัมพ์เอง ส่วนรถไถก็เอาไว้ทำไร่ทำนา ถ้าเปรียบเทียบระหว่างก่อนถูกหวยกับถูกหวยแล้วถือว่าไม่แตกต่างกัน เพราะตนเป็นคนไม่อยู่นิ่งเฉย ส่วนเงินสดที่ถูกหวยหมดแล้ว แต่มีทรัพย์สินมากขึ้นเท่านั้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.แห่เที่ยว ‘สกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง’ สัมผัสธรรมชาติ 360 องศา

Posted on April 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645250

นทท.แห่เที่ยว 'สกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง' สัมผัสธรรมชาติ 360 องศา

วันเสาร์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565, 18.40 น.

ช่วงวันหยุด “สกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง” ยังคงเป็นไฮไลท์สำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องมาสัมผัส ระเบียงทางเดินที่ยื่นออกไปจากฐานและ ส่วนปลายเป็นระเบียงชมวิวพื้นกระจกใสที่สามารถมองทะลุลงไปได้ถึงพื้นเบื้องล่าง สร้างเสน่ห์สีสัน และความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้บรรยากาศคึกคัก

2 เม.ย.65 บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด นักท่องเที่ยวจำนวนมากยังคงเดินทางมาท่องเที่ยวที่ อ.เบตง จ.ยะลา อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมุ่งหน้าเข้าชมความสวยงาม  “สกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง” แลนด์มาร์คใหม่ของ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คของสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดยะลาสกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง มีไฮไลท์ ที่สำคัญ คือ ระเบียงทางเดินที่ยื่นออกไปจากฐานมีความยาวรวม 63 เมตร ส่วนปลายเป็นระเบียงชมวิวพื้นกระจกใสที่สามารถมองทะลุลงไปได้ถึงพื้นเบื้องล่าง

ซึ่งสร้างเสน่ห์สีสัน และความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้มาสัมผัส ซึ่ง สกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแลนด์มาร์คใหม่ของ อ.เบตง มีความโดดเด่นในเรื่องของการชมพระอาทิตย์ขึ้นรับแสงแรกยามเช้าตรู่ของวัน ควบคู่ไปกับการชมทะเลหมอกอันงดงาม ซึ่งสามารถเห็นทะเลหมอกได้ตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ก็ยังมีวิวทิวทัศน์ของผืนป่าฮาลา-บาลา ทะเลสาบเขื่อนบางลาง รวมถึงสามารถมองไปไกลได้ถึงประเทศมาเลเซียเลยทีเดียว ซึ่งความสวยงามของสถานที่แห่งนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะช่วงวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเที่ยว จึงเป็นสิ่งดึงดูดให้ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวมาเลเซีย (หลังเปิดประเทศ) ให้เข้ามาเที่ยวในอำเภอเบตงเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชายไทยแห่แก้บน ‘หลวงพ่อขาว’ วิ่งแก้ผ้า หลังจับได้ ‘ใบดำ’

Posted on April 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645219

ชายไทยแห่แก้บน 'หลวงพ่อขาว' วิ่งแก้ผ้า หลังจับได้ 'ใบดำ'

วันเสาร์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565, 16.28 น.

ชายไทยแห่แก้บน ‘หลวงพ่อขาว’ วิ่งแก้ผ้า หลังจับได้ ‘ใบดำ’ สมดั่งใจปรารถนา

2 เม.ย.65 ที่วัดหลวงพ่อขาว ถนนสายบ้านหลักแก้ว-บางจัก หมู่ 6 ต.หลักแก้ว อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง พบชายไทยในวัยเกณฑ์ทหาร ทั้งในจังหวัดอ่างทอง และใกล้เคียง  ที่ต้องการจับได้ “ใบดำ” ต่างเดินทางมาบนบาน หลวงพ่อขาว พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์กันอย่างคึกคัก “โดยทำการจุดธูปบอกเล่า  ขอให้จับได้ใบดำสมดั่งใจปรารถนา ต่างเดินทางกลับมา ทำการวิ่งแก้ผ้า พร้อมเคาะปี๊บ โดยรอบหลวงพ่อขาว ตามจำนวนรอบที่ทำการบนบานไว้  หรือชาวบ้านเรียกกันว่า แก้บน งิ้วแก้ผ้า ที่วัดหลวงพ่อขาว

ด้านนายฉวย นพรัตน์ อายุ 81 ปี เล่าให้ฟังว่า ตนเองมีบ้านอยู่ใกล้วัดหลวงพ่อขาว และไม่ทำอะไร ก็จะมาทำการเก็บกวาดดูแลโดยรอบบริเวณวัดหลวงพ่อขาว ช่วงนี้มีการเกณฑ์ทหาร กองเกิน  แต่ละวันจะมีชาวบ้านเดินทางมาทำการบนบานหลวงพ่อขาวให้ช่วยจับได้ใบดำเป็นจำนวนมาก ด้วยการบอกเล่าจุดธูป 9 ดอก บอกหลวงพ่อขาวขอให้จับได้ใบดำ  ลูกจะมาทำการเล่นงิ้วแก้ผ้าให้ตามจำนวนรอบที่บอกไว้ พร้อม สุรา บุหรี่ และพวงมาลัย ซึ่งตนเองก็ทำการตีปี๊บให้จังหวะ และยังทำการ รับจ้างเล่นงิ้วแก้ผ้า วิ่งแก้ผ้าแก้บน แล้วแต่จะตกลงกัน

สำหรับ “หลวงพ่อขาว” เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น สีขาวปางเลไลยก์ พระพุทธรูปศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง 1 เมตร สูง 1.80 เมตร ประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร ซึ่งในช่วงฤดูการเกณฑ์ทหารจะมีชาวบ้านในจังหวัดและใกล้เคียงเดินทางมาบนบานศาลกล่าวให้พ้นจากการถูกทหารกองเกิน หลังจากสมหวังจะเดินทางมาแก้บนในยามค่ำคืนด้วยการ การเปลือยกายแล้ววิ่งแก้บน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “งิ้วแก้ผ้า” ตามจำนวนรอบที่ได้ทำการบนบานเอาไว้

ทั้งนี้ มีเรื่องเล่าว่า บริเวณที่ประดิษฐานหลวงพ่อขาว เดิมทีเป็นวัดในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมากลายสภาพเป็นวัดร้าง และเป็นสุสานฝังศพทารก และสถานที่เลี้ยงวัวควายของชาวบ้าน เดิมทีหลวงพ่อขาวมีเพียงพระเศียรกับพระอุระโผล่ขึ้นมาจากดิน แต่ชาวบ้านยังไม่ทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีการคัดเลือกทหารกองเกิน มีคนเกิดอุตริไปบนบานว่าหากไม่ถูกทหารเกณฑ์ จะมาวิ่งแก้ผ้า ตีปี๊บรอบหลวงพ่อขาว และผู้ที่บนนั้นก็ไม่ถูกทหารจริงๆ นับตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาปัจจุบัน ในช่วงการเกณฑ์ทหารก็จะมีชาวบ้านในพื้นที่และใกล้เคียงเดินทางมาบนบาน และเมื่อเกณฑ์ทหาร แล้วจะพบว่า มีวัยรุ่นจำนวนมากเดินทางมาวิ่งแก้ผ้า แก้บนเคาะปี๊บกันเป็นประจำทุกปี สืบต่อกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! พบหินประหลาด ‘คล้ายเศียรพญานาคราช’ โผล่ริมถนนเชียงใหม่

Posted on April 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645190

ฮือฮา! พบหินประหลาด 'คล้ายเศียรพญานาคราช' โผล่ริมถนนเชียงใหม่

วันเสาร์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565, 13.09 น.

2 เม.ย.65 เฟซบุุ๊ก “สันติพงษ์ พรมมาโนชย์” โพสต์ภาพเป็นที่ฮือฮาอย่างมากบนโลกโซเชียล โดยในภาพเป็นหินประหลาดคล้ายศีรษะพญานาคราช ที่ถนนสายใหม่บ้านแม่ยะน้อย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

โดยระบุข้อความว่า “ขอพรจาก องค์พ่อ นาคราช แห่งดอยอินทนนท์ ขอให้หน้าที่การงานของข้าพเจ้า เจริญรุ่งเรือง สมดังใจปรารถนา ทรัพย์สิน เงินไหลกอง ทองไหลมา สุขภาพร่างกาย แข็งแรง ปราศจากโรคาพยาธิ สาธุ สาธุ สาธุ ปล.สถานที่แห่งนี้ พิกัด#บ้านแม่ยะน้อย” 

นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก สามารถมองเห็นดอยหัวเสือ สัญลักษณ์ของ อ.จอมทอง และเชื่อว่าในอนาคต บริเวณจะเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ของดอยอินทนนท์ที่นักท่องเที่ยวจะไปเที่ยวชม. -008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : สันติพงษ์ พรมมาโนชย์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กองสลากพลัส’ปล่อยคลิป จ่อฟ้องคนบุกออฟฟิศโดยไม่ได้รับอนุญาต

Posted on April 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645151

‘กองสลากพลัส’ปล่อยคลิป จ่อฟ้องคนบุกออฟฟิศโดยไม่ได้รับอนุญาต

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 22.03 น.

‘กองสลากพลัส’ปล่อยคลิป จ่อฟ้องคนบุกออฟฟิศโดยไม่ได้รับอนุญาต

1 เมษายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก “กองสลากพลัส” ได้เผยแพร่คลิปวงจรปิด พร้อมระบุข้อความว่า “วันนี้คนคนนี้มาออฟฟิศผมและเข้ามาหาผมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ผมกำลังรวบรวมหลักฐาน คลิปกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายนะครับ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก มาทุกครั้งก็มาตามสไตล์เขา”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อเมืองประจวบฯเปิดอลังการงาน‘มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว’ กระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัด

Posted on April 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645148

พ่อเมืองประจวบฯเปิดอลังการงาน‘มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว’ กระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัด

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 22.01 น.

พ่อเมืองประจวบฯเปิดอลังการงาน‘มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว’ กระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัด

ช่วงค่ำวันที่ 1 เม.ย.65 ที่เวทีกลางบริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงาน “ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด” ประจำปี 2565 ท่ามกลางแสง สี เสียง พลุหลากสีสันนับร้อยนัดอย่างตระการตา มี นางฐิตยาภา เจริญเหรียญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมในพิธีเปิดอย่างคับคั่งตามมาตรการโควิด พร้อมประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าเที่ยวชมงานและตื่นตาตื่นใจกับการโชว์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยจาก บัวขาว บัญชาเมฆ หรือ ร้อยโทสมบัติ บัญชาเมฆ ยอดมวยไทยคนดัง การแสดงชุดพิเศษจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี “เมืองของพ่อ สืบสานเล่าขานคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว” และเดินเลือกซื้อของกิน ของใช้จากร้านค้านับร้อยร้านภายในงาน 

นายเสถียร กล่าวว่า งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด” จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 12 แล้ว โดยได้กำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 เม.ย.65 รวม 10 วัน 10 คืน ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ถือเป็นก้าวแรกของจังหวัดที่จะแสดงศักยภาพในการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภาคกลางตอนล่าง เนื่องจาก จ.ประจวบฯ มีมนต์เสน่ห์หลากหลายจากชายฝั่งทะเลยาวกว่า 200 กิโลเมตร มีชายหาดสวยงามหลายแห่งตั้งแต่ อ.หัวหิน – บางสะพานน้อย โดยเฉพาะตัวเมืองประจวบฯใกล้สถานที่จัดงาน มีธรรมชาติที่งดงามริมอ่าวประจวบฯกับความยาว 8 กิโลเมตรของอ่าวโค้งวงพระจันทร์ มีอาหารซีฟู้ดใหม่สดจากทะเล นอกจากนั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายรอนักท่องเที่ยวมาเยือน

ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆมากมาย นอกจากการแสดงบนเวทีกลางทุกค่ำคืนตลอดการจัดงานแล้ว มีร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลผลิตทางการเกษตร ของดีแต่ละอำเภอให้เลือกซื้อจากเกษตรกรโดยตรงในราคาพิเศษ ขณะที่ไฮไลท์สำคัญของงาน มีกิจกรรมเดินตามรอยพ่อหลวง พิชิตยอดเขาช่องกระจก ถ่ายภาพ ณ จุดชมวิวบนเขาช่องกระจก ชมวิวมุมสูง 360 องศาและความงดงามของเมืองสามอ่าว พร้อมทั้งมอบใบประกาศนียบัตรให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม การประกวดภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองประจวบฯเพื่อย้อนความทรงจำกลับไปในอดีต การแข่งขันชกมวยไทย การแข่งขันตะกร้อลอดห่วงจากแชมป์ระดับประเทศ การจัดนิทรรศการของส่วนราชการและสินค้า OTOP ของดีเมืองประจวบฯ ภายใต้ชื่อ “สืบสานปณิธานจากภูเขาสู่ทะเล” นิทรรศการผ้าไทยใส่ให้สนุก การจำหน่ายอาหารพื้นถิ่นที่มีชื่อเสียงของจังหวัด มีการนำสินค้าคุณภาพจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาร่วมจำหน่าย และสนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิดภายในงาน

“และเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อการกุศล สำนักกาชาดจังหวัดได้จัดพิมพ์สลากกาชาดการกุศล “กาชาดช่วยเรา เราช่วยกาชาด” จำนวน 50,000 ฉบับ จำหน่ายในราคาฉบับละ 100 บาท เพื่อจัดหาทุนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ประสบภัยพิบัติ และช่วยเหลือด้านสาธารณประโยชน์ ผู้ซื้อสลากกาชาดนอกจากจะได้ร่วมทำบุญ ยังมีโอกาสลุ้นรับรางวัลใหญ่ที่ 1 รถเก๋ง MG ZS จำนวน 1 คัน รางวัลที่ 2 รถกระบะ Mitsubishi Triton จำนวน 1 คัน รางวัลที่ 3 รถเก๋ง Toyota Yaris ativ จำนวน 1 คัน รถจักรยานยนต์จำนวน 10 คัน และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย โดยจะทำการออกรางวัลในคืนวันที่ 10 เม.ย.65 ณ เวทีกลางการจัดงาน สำหรับประชาชน ผู้สนใจสามารถซื้อสลากกาชาดการกุศลได้ที่ที่ว่าการอำเภอ หน้าเวทีกลางการจัดงาน และขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านเข้าร่วมชมงานได้ตามวันดังกล่าว” นายเสถียร กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฟื้นฟูตำรายาโบราณ300ปี ถอดรหัส4ตำรับ ‘พระโอสถพระนารายณ์’ ใช้ได้จริง

Posted on April 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645124

ฟื้นฟูตำรายาโบราณ300ปี ถอดรหัส4ตำรับ ‘พระโอสถพระนารายณ์’ ใช้ได้จริง

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.23 น.

‘ธรรมศาสตร์’ ฟื้นฟูตำรายาโบราณ 300 ปี ถอดรหัส 4 ตำรับ ‘พระโอสถพระนารายณ์’ ยกเครื่องให้ทันสมัย-ใช้ได้จริงในปัจจุบัน

สถาบันไทยคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ศึกษาวิจัยตำรายา ‘พระโอสถพระนารายณ์’ อายุกว่า 300 ปี ถอดรหัส-ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน เบื้องต้นสำเร็จแล้ว 4 ตำรับ “ยาทาพระเส้น-พระอังคบพระเส้นตึงให้หย่อน-น้ำมันมหาจักร-ยาหอมดุม” พร้อมบริการสังคม พิมพ์เป็นหนังสือรวบรวมองค์ความรู้ให้ผู้ที่สนใจ

รศ.โรจน์ คุณอเนก รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และอดีตผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา ในฐานะผู้ริเริ่มการศึกษา “ตำราโอสถพระนารายณ์” เปิดเผยว่า จากการศึกษาคัมภีร์ใบลานด้านการแพทย์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ตกทอดกันมาถึงปัจจุบัน ที่รู้จักกันในชื่อของ “ตำราพระโอสถพระนารายณ์” ซึ่งมีอายุกว่า 300 ปี ของ สถาบันไทยคดีศึกษา มธ. พบว่าตำรับยาเหล่านั้นมีสรรพคุณที่ดีและเป็นประโยชน์อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ด้วยเป็นตำรับยาโบราณจึงทำให้คนในปัจจุบันอาจมีความเข้าใจผิดหรือมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สถาบันไทยคดีศึกษา มธ. จึงได้ทำการศึกษาและค้นคว้าสอบถามภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยด้านสมุนไพรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ปี 2552 โดยมุ่งหวังที่จะฟื้นฟูยาตามตำราพระโอสถพระนารายณ์ที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และเป็นปัจจุบัน

รศ.โรจน์ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ สถาบันไทยคดีศึกษา มธ. สามารถฟื้นฟูตำราพระโอสถพระนารายณ์ได้แล้ว 4 ตำรับ ได้แก่ ยาทาพระเส้น พระอังคบพระเส้นตึงให้หย่อน น้ำมันมหาจักร และยาหอมดุม พร้อมกันนี้ สถาบันไทยคดีศึกษายังได้จัดพิมพ์หนังสือ “สืบสานภูมิปัญญา ตำราโอสถพระนารายณ์” ที่แสดงถึงรายละเอียดของการประกอบยาทั้งสี่ตำรับดังกล่าวให้แก่ผู้ที่สนใจด้วย

รศ.รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล คณะเภสัชศาสตร์ มธ. กล่าวถึงสรรพคุณของยาทั้ง 4 ตำรับ ได้แก่ 1. ยาทาพระเส้น ซึ่งใช้สำหรับทาแก้เส้นผิดปกติ แก้ลมอัมพาต แก้ลมปัตฆาฏ แก้ตะคริว แก้เส้นจับโปง หรืออาการปวดบวมแดงร้อนที่ข้อเข่าและข้อเท้า แก้เมื่อยขบ 2. พระอังคบพระเส้นตึงให้หย่อน ซึ่งเป็นลูกประคบมีสรรพคุณใช้ประคบเส้นที่ตึงให้หย่อนหรือผ่อนคลายลง ใช้ประคบให้คลายเครียดและหลับสบาย

3. น้ำมันมหาจักร ซึ่งมีสรรพคุณจากคุณสมบัติเฉพาะของเครื่องยาแต่ละชนิด จึงอนุมานได้ว่าน้ำมันมหาจักรน่าจะมีประสิทธิผลในการลดอาการปวดเมื่อยได้จากฤทธิ์ของยาในการลดอาการอักเสบ และยังสามารถรักษาแผล จากฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ฤทธิ์ลดการอักเสบ เร่งการหายของแผล 4. ยาหอมดุม บรรเทาอาการไข้ ร่วมกับกระหายน้ำ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เจ็บตามข้อซึ่งเป็นอาการของไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่

ผศ.ดร.เสาวธาร โพธิ์กลัด ผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา มธ. กล่าวว่า สถาบันไทยคดีศึกษา มธ. ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2514 ในชื่อ “โครงการไทยคดีศึกษา” มีวัตถุประสงค์เมื่อแรกตั้งคือ เพื่อส่งเสริมการวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับสังคมไทย เพื่อส่งเสริมการเรียบเรียงตำราที่เกี่ยวกับสังคมไทย เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของสังคมไทยที่จะไปทำการค้นคว้าและสอน และเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสังคมไทยแก่ประชาชนทั่วไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 โครงการไทยคดีศึกษาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น “สถาบันไทยคดีศึกษา” มีฐานะเทียบเท่าคณะวิชา ทำหน้าที่เป็นสถาบันเพื่อการวิจัยของ มธ. และได้รับการยกระดับมาจนถึงปัจจุบัน ที่มุ่งให้ความสำคัญต่อการสร้างงานวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคมเพื่อสนับสนุนการเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงพ่อพุธ’ เล่านิทานสวด ‘อิติปิโส ภะคะวือ’ ก้อนหินที่อยู่ในบาตรกลายเป็นข้าวมธุปายาส

Posted on April 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645118

'หลวงพ่อพุธ' เล่านิทานสวด 'อิติปิโส ภะคะวือ' ก้อนหินที่อยู่ในบาตรกลายเป็นข้าวมธุปายาส

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.20 น.

นึกถึงนิทานย่อๆ ที่ครูบาอาจารย์ท่านเคยเล่าให้ฟังเสมอ หลวงตาพรอาจารย์ของหลวงพ่อนักธรรมตรีก็ไม่ได้ สอนลูกศิษย์ลูกหาก็ไม่มีปฏิภาณโวหาร แต่ว่าลูกศิษย์สอบได้นักธรรมตรี โท เอก ท่านกลัวว่าลูกศิษย์จะลบหลู่ดูหมิ่นท่านหรืออย่างไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่ท่านก็เล่านิทานอันนี้ให้ฟังอยู่บ่อยๆ ท่านบอกว่า

มีครูบาอาจารย์สำนักหนึ่งสอนลูกศิษย์ให้ภาวนา อิติปิโส ภะคะวือ แล้วลูกศิษย์ที่ยังไม่มีความรู้กว้างขวาง ก็ปฏิบัติตามครูบาอาจารย์อย่างคนว่าง่าย แต่มาภายหลังลูกศิษย์เหล่านั้นมีโอกาสได้ไปศึกษาเล่าเรียนในต่างสำนัก บางท่านก็ได้เป็นมหาเปรียญกลับมา ทีนี้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ก็ไปค้นคว้าตำรับตำราหาคำว่า อิติปิโส ภะคะวือ ไม่มีเลย

ทีนี้พอกลับมาแล้ว ก็มาปรึกษาหารือว่าอาจารย์ของเรานี้ เข้าใจผิดซะแล้วล่ะ พวกเราต้องมาช่วยกันแก้ทิฏฐิของอาจารย์ มีอย่างที่ไหน อิติปิโส ภะคะวือ มาสอนกัน มันไม่มีในตำราสักหน่อยหนึ่งเลย พอกลับมาก็เข้าไปกราบอาจารย์ “อาจารย์ๆ สอนพวกเราว่า อิติปิโส ภะคะวือ นี้สอนผิดซะแล้วล่ะ ควรแก้ใหม่ พวกเราไปค้นตำรับตำรากันหมดพระไตรปิฎกแล้ว ไม่เจอคำว่า อิติปิโส ภะคะวือ กันสักแห่งเลย อาจารย์เอาที่ไหนมาว่าก็ไม่รู้ล่ะ”

ทีนี้อาจารย์ท่านก็บอกว่า “เราก็ปฏิบัติของเรามาอย่างนี้ ของพวกท่าน อิติปิโส ภะคะวา ก็คืออิติปิโส ภะคะวา ไปซิ จะมาให้ผมเลิก อิติปิโส ภะคะวือ นี้มันเป็นไปไม่ได้หรอกเพราะผมปฏิบัติมานานแล้ว” ลงผลสุดท้ายอาจารย์กับลูกศิษย์เถียงกันไม่ตก ก็เลยต้องแยกทางกัน อาจารย์บอกว่า “เออ ! ถ้า อิติปิโส ภะคะวา ของท่านทั้งหลายถูกต้อง พวกท่านพากันอยู่วัดเสีย ผมจะไปภาวนา อิติปิโส ภะคะวือ ของผมบนภูเขาโน้น” ว่าแล้วท่านก็เตรียมบริขารของท่านไปอยู่บนเขา

ฝ่ายลูกศิษย์อยู่ทางวัด ข้อวัตรปฏิบัติก็ย่อหย่อน แล้วประชาชนทั้งหลายก็เสื่อมศรัทธาไม่มีความเลื่อมใส เพราะว่าพระภิกษุไม่สำรวมในสิกขาบทวินัย ไม่เคร่งครัดในข้อวัตรปฏิบัติ เขาไม่มีศรัทธา ไม่มีใครทำบุญก็พากันอดอยากเกิดความเดือดร้อน แล้วก็พากันคิดถึงครูบาอาจารย์ ก็มาปรึกษาตกลงกันว่า เราจะไปอาราธนาอาจารย์ของเรากลับคืนมา ว่าแล้วก็พากันไป ขึ้นไปบนภูเขาที่อาจารย์ท่านพักอยู่ พอไปถึงก็พากันไปกราบอาจารย์ อาจารย์ก็เดินจงกรมเฉย

ทีนี้ลูกศิษย์ก็กราบเรียนท่าน ท่านก็หันหน้ามา ลูกศิษย์องค์หัวหน้าก็กราบเรียนท่านว่า “พวกเรามาขอพักกับอาจารย์สักคืนหนึ่ง” “เออ ! ที่พักที่นี้กุฏิก็ไม่มี มีแต่ร่มไม้กับพลาญหิน เสื่อหมอนก็ไม่มี มีแต่ก้อนหินกับใบไม้นั้นแหละ พวกท่านต้องการที่ไหนเป็นที่สบายก็นิมนต์จัดหาเอาเอง” พอเสร็จแล้วพระทั้งหลายก็พากันจัดที่พักผ่อนหลับนอนตามอัธยาศัย

พอตื่นเช้าขึ้นมา อาจารย์ก็เดินจงกรมเฉย จนกระทั่ง ๑๑ โมง มันเพลแล้วยังไม่พาบิณฑบาตเลย “อาจารย์เมื่อไหร่จะพาออกบิณฑบาตซักที” “ฮือ ! หิวแล้วหรือ” “หิวแล้วล่ะ” “อ้าว ! ถ้าหิวก็เก็บก้อนหินใส่บาตร” พอเก็บก้อนหินใส่บาตรมา มาประเคนอาจารย์ อาจารย์ก็นั่งหลับตาลง ก็เพ่งลงในบาตร แล้วท่านก็สวด อิติปิโส ภะคะวือ อิติปิโส ภะคะวือ ก้อนหินที่อยู่ในบาตรกลายเป็นข้าวมธุปายาส อันหอมตลบไปทั่วทุกทิศทุกทาง พอเสร็จแล้วก็ยื่นมาให้พวกลูกศิษย์ “อ้าว ! เอาไปฉันซะ” ทีนี้พระทั้งหลายก็พากันฉัน ฉันเสร็จแล้วก็พักผ่อนตามอัธยาศัย

พอวันหลังมาลูกศิษย์ก็พากันไปกราบอาจารย์ “อาจารย์ๆ วันนี้พวกเราขอทดลองดูหน่อยนะ” “เออ ! ตามใจ” พอเสร็จแล้วต่างคนก็ต่างเก็บก้อนหินใส่เข้าไปในบาตรแล้วก็ไปนั่งบริกรรมภาวนา อิติปิโส ภะคะวือๆๆ จิตมันก็ไม่เป็นสมาธิสักที อิติปิโส ภะคะวือ นึกขึ้นมาเมื่อไหร่มันก็ไม่เป็นสมาธิสักที ลืมตาขึ้นมาก้อนหินก็คงเป็นก้อนหินโค่โร่อยู่อย่างเก่า ผลสุดท้าย ๑๑ โมงถึงเวลาฉัน ยอมจำนนเข้าไปกราบอาจารย์ “โอ๊ย ! อาจารย์ไม่ไหวแล้ว ท่องมาจนเมื่อยแล้วไม่เห็นเป็นข้าวมธุปายาสสักที” “หือ ! อ้าว ! เอาบาตรมาตั้งเรียงกัน” ตอนนี้อาจารย์แสดงปาฏิหาริย์ใหญ่เลย เอามือไปแตะบาตรเท่านั้นแหละ ในบาตรควันตลบขึ้นมากลายเป็นข้าวมธุปายาส

ทีนี้พอตกตอนเย็นมา อาจารย์ก็เรียกมาประชุมกัน ท่านก็เทศน์ให้ฟัง ท่านบอกว่า อิติปิโส ภะคะวือ หรือ อิติปิโส ภะคะวา นี่นะมันเป็นแต่เพียงคำบริกรรมภาวนาเท่านั้นเองแหละ เมื่อก่อนนี้ผมก็ภาวนาอิติปิโส ภะคะวา เหมือนกัน พอภาวนาไป ภาวนาไป จิตมันเคลิ้มๆ ลงไปสักหน่อยหนึ่งคำว่า อิติปิโส ภะคะวือ มันก็โผล่ขึ้นมา ผมก็เลยจับเป็นอารมณ์ภาวนาเรื่อยมา จนกระทั่งได้สมาธิ ได้ญาณ สามารถเสกก้อนหินเป็นข้าวกินได้

เพราะฉะนั้น พวกท่านจะไปสำคัญมั่นหมายอะไรกับคำบริกรรมภาวนา ท่านจะเอาคำไหนมาบริกรรมภาวนาก็ได้ทั้งนั้น ขอแต่ว่าให้เราจริงใจอดทน พากเพียรพยายามเท่านั้นเป็นพอ

ทีนี้ถ้าจะพิจารณาตามนิทานย่อๆ นี้ เราก็ไม่น่าจะไปสงสัยข้องใจกับคำบริกรรมภาวนา ภาวนาพุทโธไม่หยุด จิตมันก็เป็นสมาธิได้ สัมมา อรหัง ไม่หยุด จิตมันก็เป็นสมาธิได้ ยุบหนอ พองหนอ ไม่หยุด จิตมันก็เป็นสมาธิได้ เพราะฉะนั้นญาติโยมทั้งหลายอย่าไปข้องใจสงสัยในเรื่องคำภาวนา หรืออารมณ์จิตในการภาวนา 

……………………….

คัดลอกจาก http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=9977 พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หลากหลายชีวิตแสนเข็ญหญิงไทยในต่างแดน กลายเป็น’คนต่างด้าว’

Posted on April 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645090

หลากหลายชีวิตแสนเข็ญหญิงไทยในต่างแดน กลายเป็น'คนต่างด้าว'

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 17.53 น.

เผยหลากหลายชีวิตแสนเข็ญหญิงไทยในต่างแดน-สละสัญชาติไทยแต่งงานกับชาวไต้หวันแต่ทะเลาะกันก่อนกลายเป็นคนต่างด้าวของทุกรัฐมา 27 ปี ขณะที่แม่เฒ่าไทยแต่งงานกับชาวเยอรมันมา 50 ปี แต่ถูกห้ามทำพาสปอร์ตไทยต่อเพียงเพราะไม่ได้ต่อบัตรประชาชนทั้งๆที่ไม่เคยมีปัญหา นักวิชาการแนะข้าราชการทำงานเชิงรุก

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 บงกช นภาอัมพร นักศึกษาปริญญาเอก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ซึ่งกำลังศึกษาประเด็นคนไทยไร้สัญชาติในต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีคนไทยในต่างประเทศจำนวนไม่น้อยกำลังประสบความยากลำบากเพราะตกอยู่ในสุญญากาศของรัฐ จากคนไทยกลายเป็นคนไร้สัญชาติในขณะอยู่ต่างประเทศ และอีกหลายคนแม้จะยังมีสัญชาติไทยแต่ก็ไม่ได้รับคุ้มครองอย่างที่ควรจะเป็น  

อย่างกรณีของสุดารัตน์ ไชยฝาง หญิงชาวมูเซอแดง วัย 45 ปี จากอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นอดีตคนสัญชาติไทยที่ปัจจุบันกลายเป็นคนไร้สัญชาติอยู่ที่ไต้หวัน

บงกช กล่าวว่า ปี 2537 ตอนสุดารัตน์อายุได้ 17 ปีได้ถูกจับแต่งงานกับหนุ่มชาวไต้หวันที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และต้องเดินทางมาอยู่ตัวคนเดียวในต่างแดนซึ่งต้องเรียนรู้โลกใหม่ที่ไม่รู้จัก แม้กระทั่งสามีตัวเอง ก็เพิ่งได้ทำความรู้จักกันเพียงแค่ 6 เดือนก่อนออกเดินทาง จากวันนั้นถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 27 ปีในไต้หวัน หลายอย่างในชีวิตเธอผิดพลาดไม่ได้เป็นดังที่ตั้งใจ

บงกช กล่าวว่า เมื่อปี 2545 สุดารัตน์ได้ยื่นขอสละสัญชาติไทยเพื่อจะขอสัญชาติไต้หวันตามสามี และรัฐไทยออกประกาศกระทรวงมหาดไทยให้เธอสละสัญชาติไทยได้ เพราะเข้าใจว่าสุดารัตน์ได้ถือสัญชาติไต้หวันแล้ว แต่ในความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ในปีเดียวกันไม่นานหลังจากยื่นขอสละสัญชาติไทย สุดารัตน์ทะเลาะกับสามีอย่างรุนแรงจนต้องหนีออกจากบ้านตัวเปล่าและถูกสามีฟ้องหย่าก่อนที่จะได้เข้าถือสัญชาติไต้หวัน ทุกวันนี้สุดารัตน์จึงไม่มีสัญชาติทั้งไทยหรือไต้หวันและต้องอยู่อย่างยากลำบาก

บงกช กล่าวว่า อีกกรณีคือ ธิพรดา มงคล หรือ เพ็ญ หญิงชาวสระบุรี อายุ 56 ปี ซึ่งพบรักกับสามีชาวไต้หวันตั้งแต่ที่เธอไปทำงานที่ไต้หวันครั้งแรกราวปี 2542 ทั้งคู่แต่งงานและอยู่กินกันอย่างราบรื่น โดยเพ็ญยื่นเรื่องขอสละสัญชาติไทยและขอถือสัญชาติไต้หวันตามสามี ภายหลังจากที่เพ็ญเข้าถือสัญชาติไต้หวันได้เพียงไม่กี่ปี สามีก็ได้เสียชีวิตลงเมื่อปี 2551 จากนั้นโศกนาฏกรรมต่างๆ ก็ถาโถมเข้าหาเธอ

นักศึกษาปริญญาเอกผู้นี้ กล่าวว่า ในจังหวัดที่เพ็ญอยู่มีคดีความการแต่งงานปลอมระหว่างหญิงไทยและชายไต้หวัน ซึ่งมีบุคคลไม่หวังดีอ้างว่าเพ็ญคือ1 ในเคสแต่งงานปลอม อัยการไต้หวันได้มีคำสั่งว่าการแต่งงานระหว่างเพ็ญและสามีเป็นการแต่งงานปลอม และต่อมาสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ไต้หวันมีคำสั่งยกเลิกการอนุญาตให้เพ็ญถือสัญชาติไต้หวัน เธอเล่าให้ฟังว่าเจ้าหน้าที่อำเภอทำลายบัตรประชาชนชนไต้หวันต่อหน้าทันที แม้ว่าจะยังไม่เคยเห็นว่าศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ถอนสัญชาติเธอแต่อย่างใด เพ็ญพยายามร้องทุกข์และอุทธรณ์แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นผล เธอยังคงใช้นามสกุลสามีและดูแลครอบครัวสามีมาตลอดจนปัจจุบันแม้สามีจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ดูโชคชะตาไม่เข้าข้างเลย

“ความโหดร้ายที่เกิดขึ้น เป็นเวลากว่า 20 ปี ทั้งสุดารัตน์และเพ็ญตกเป็นคนไร้สัญชาติ กลายเป็นคนต่างด้าวในสายตาของทั้งรัฐไทยและรัฐไต้หวัน ซึ่งเอาจริงๆพวกเธอก็กลายเป็นคนต่างด้าวในสายตาของทุกรัฐในโลกไปแล้วเช่นกัน ด้วยความไม่รู้กฎหมายและอาจจะเชื่อคำแนะนำจากคนที่ฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบคนเปราะบางอย่างที่มีในทุกที่ทั่วโลก สุดารัตน์ไม่ได้ไปยื่นขอใบต่างด้าวตามสิทธิที่ควรจะได้ แต่กลับอาศัยอยู่อย่างผิดกฎหมายเรื่อยมา เธอเองก็ไม่เคยเข้าใจว่าเธอมีสิทธิที่จะขอกลับคืนสัญชาติไทย ในกรณีของเพ็ญแม้จะอยู่ในสถานะที่ดีกว่าเพราะได้ไปทำเรื่องอาศัยอยู่ในไต้หวันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่การยื่นมือเข้ามาของภาครัฐก็ยังช้าเกินไป เธอต้องรับกรรมในสิ่งที่เธอไม่ได้ทำ ความยุติธรรมยังไม่เกิดขึ้นสำหรับเพ็ญ” บงกช กล่าว

บงกช กล่าวว่า อีกกรณีจากประเทศเยอรมนีซึ่งได้รับการร้องทุกข์เข้ามาโดยผ่าน ดร.พัทยา เรือนแก้ว นักกฎหมายตีนเปล่าที่ให้ความช่วยเหลือคนไทยในประเทศเยอรมนี คือ กรณี นางนัยนา เมลลิเอส หรือ คุณยายอัญญา วัย 78 ปี หญิงไทยที่ได้สมรสและอยู่กินกับสามีชาวเยอรมันเป็นเวลาเกือบ 50 ปีในประเทศเยอรมนี โดยคุณยายอัญญา ถือสัญชาติไทยเพียงสัญชาติเดียว เพราะไม่เคยร้องขอแปลงสัญชาติเป็นเยอรมัน คุณยายเคยถ่ายบัตรประชาชนตอนอายุ 16 ปี แค่ครั้งเดียว แต่ก็ไม่เคยประสบปัญหาอะไร เพราะยังถือพาสปอร์ตไทยมาโดยตลอด จนกระทั่งในช่วงการระบาดของโควิด-19 คุณยายไม่สามารถไปต่อพาสปอร์ตได้ แต่เมื่อไปขอต่อภายหลังที่สถานการณ์ดีขึ้นกลับถูกปฏิเสธ เพราะไม่มีบัตรประชาชนไปแสดง และได้หนังสือเดินทางฉุกเฉินมาแทน เพื่อให้เดินทางกลับไปประเทศไทยขอต่อบัตรประชาชนและทำหนังสือเดินทางใหม่ ถึงค่อยเดินทางกลับมาประเทศเยอรมนี

“คุณยายอัญญาไม่เคยเสียสัญชาติไทย ไม่ได้เป็นคนไร้สัญชาติ แต่กลับตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างจากคนไร้สัญชาติ เพราะไม่ได้รับการคุ้มครองจากทางรัฐไทยตามสมควร มันดูไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลเท่าไหร่ที่เราจะให้ผู้สูงอายุวัย 78 ปี เดินทางข้ามทวีปกลับมายังประเทศไทยเพื่อจัดการในสิ่งเหล่านี้ เราน่าจะเข้าใจสถานการณ์คนข้ามชาติได้แล้ว เราอยู่ในยุคที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเต็มไปหมด เราควรจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการดูแลคนของเรามิใช่หรือ” บงกช กล่าว

รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เมื่อฟังได้ว่า ทั้ง 3 คนเป็นมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิดซึ่งหลักกฎหมายระหว่างประเทศไทยนั้น รัฐไทยจึงมีหน้าที่ดูแลแก้ไขปัญหาความไร้สัญชาติให้แก่ทั้ง 3 กรณีที่เกิดขึ้นไม่มีปัญหาในระดับกฎหมายไทยเลย เพียงแต่ในระดับการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ซึ่งเมื่อไม่มีการทำงานเชิงรุก และเจ้าของปัญหาก็น่าจะไม่สามารถเข้าใจในข้อกฎหมายในเรื่องนี้ อีกทั้งในบางกรณียังไปเชื่อคนที่สนับสนุนให้ทำสิ่งที่ไม่ชอบด้วย ปัญหาจึงดำรงอยู่มาเป็น 10 ปี

รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กล่าวว่า กรณีของเพ็ญธิพรดานั้น มีการยื่นคำขอกลับคืนสัญชาติไทยแล้วที่สถานกงสุลไทยในไต้หวันในราวปลายเดือนกุมภาพันธ์ ก็คาดว่าในราวไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้ เธอก็คงกลับคืนมาถือสัญชาติไทย ส่วนกรณีของสุดารัตน์ ซึ่งเข้าใจปัญหาของตนเองน้อยมาก และแวดล้อมไปด้วยคนที่แนะนำให้จมอยู่กับปัญหาเดิมๆ จึงไม่ยื่นขอกลับคืนสัญชาติไทยในช่วงแรกที่มีการหารือกันเรื่องนี้แต่เมื่อเธอเริ่มเข้าใจ เจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลก็แนะนำให้ไปยื่นคำขอในประเทศไทย  ดังนั้น ปัญหานี้ ก็คงใช้เวลาอีกพอสมควรขึ้นอยู่กับทัศนคติในการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่าดีหรือไม่

รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กล่าวว่า ส่วนกรณีของคุณยายอัญญา ซึ่งถูกปฏิเสธสิทธิโดยระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะไม่ทำหนังสือเดินทางให้ หากไม่มีบัตรประชาชนที่ยังมีผล  ซึ่งเป็นการเปลี่ยนวิธีทำงาน ไปจากเดิมที่ปฏิบัติอยู่ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบอันเกิดแก่ผู้สูงวัยที่ไม่เข้าใจเหตุผลทางเทคโนโลยีมากนัก และเริ่มมีปัญหาสุขภาพ อันเนื่องจากความชราแล้ว

“ปัญหาของคนที่สามจึงเกิดจากทั้งการไม่ทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลไทยที่เกี่ยวข้องและทัศนคติของราชการไทยที่มองไม่เห็นคนเปราะบางดังคุณยายอัญญา เมื่อเหล่าคนไทยในเยอรมนีร้องขอความช่วยเหลือมา ก็มีการทำหนังสือแจ้งปัญหาเพื่อคุณยายอัญญาตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2565 ไปยังอธิบดีของกรมที่เกี่ยวข้องแล้ว 3 กรม คือ กรมการปกครอง  กรมการกงสุล และกรพัฒนาสังคมและสวัสดิการ แล้ว หากไม่มีการจัดการใดๆ ภายใน 30 วัน  สิ่งที่คุณยายอัญญาจะทำได้ ก็คือ การร้องขอให้ศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว กรณีของคุณเพ็ญธิพรดาและคุณสุดารัตน์แห่งประเทศไต้หวัน ก็เช่นกัน หากมีการยื่นคำขอกลับมาถือสัญชาติไทยแล้ว ก็อาจร้องขอศาลปกครองมาคุ้มครองได้  หากกรมการกงสุลและกรมการปกครองไม่จัดการตามสมควร” รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,272,352 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

‘ไปด์-มาก่อน’กามิกาเซ่ เฮลั่น!! คว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดนิยม
Philippine police kill 32 in 'shock and awe' drug raids
Bid to protect smaller parties in proposed primary voting system
Trips on Gold Line to cost Bt15 from Saturday onwards #SootinClaimon.Com
ประชารัฐลดสถิติประสบอันตราย
Vietnamese businesses urged to promote GIs
เปิด10โปรเจ็กท์อุ้มชาวนา! กษ.คาดนาปี61/62ผลผลิตลด สวนทางราคาพุ่ง
Cable clutter tidied up in Bangkok’s Dusit district
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมเปิดงานเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม การออกกำลังกายของประชาชน
พลิกโฉม การปลูกชมพู่ในประเทศไทย ด้วย "ชมพู่ยักษ์ไต้หวัน" และ "ชมพู่สตรอเบอรี่" (ตอนที่ 1)

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d