Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ด่วน! ไฟไหม้เรือบรรทุกสินค้ากลางแม่น้ำเจ้าพระยา เร่งตรวจสอบ

Posted on March 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643963

ด่วน! ไฟไหม้เรือบรรทุกสินค้ากลางแม่น้ำเจ้าพระยา เร่งตรวจสอบ

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.01 น.

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 27 มี.ค.65 รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เรือบรรทุกสินค้า กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตพื้นที่พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ขณะนี้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบ. -008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย ธน34-00 ฐานบุญวิภา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กรมการแพทย์เผยภัยของมะเร็งเต้านมพบมากเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้หญิงไทย

Posted on March 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643960

กรมการแพทย์เผยภัยของมะเร็งเต้านมพบมากเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้หญิงไทย

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.42 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ชี้มะเร็งเต้านมภัยร้ายของผู้หญิง พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงทั่วโลก และพบมากเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้หญิงไทย แนะ หมั่นตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน และสังเกตความผิดปกติเช่น ขนาดหรือรูปร่างของเต้านมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เป็นแผลและอาจมีน้ำเหลืองหรือของเหลวสีคล้ายเลือดไหลออกมาหรือเป็นผื่นบริเวณหัวนม ชี้หากพบแพทย์ในระยะแรกสามารถรักษาหายขาดได้

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2565 นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า “ภัยของมะเร็งเต้านม” ซึ่งถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของทุกประเทศทั่วโลก ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก รายงานว่าปัจจุบันพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ทั่วโลกประมาณ 2.3 ล้านคน เสียชีวิตราว 685,000 คนต่อปี สำหรับประเทศไทย มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย จากข้อมูลในปี พ.ศ.2563 พบว่ามีผู้หญิงไทยป่วยด้วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ราว 18,000 คนต่อปี หรือคิดเป็น 49 คนต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมราว 4,800 คน หรือคิดเป็น 13 คนต่อวัน ซึ่งแนวโน้มอัตราการเกิดโรคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2566 จะพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ราว 22,000 คนต่อปี สำหรับสาเหตุของการเกิดมะเร็งเต้านมยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคได้มากขึ้นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น รับประทานอาหารไขมันสูง ขาดการออกกำลังกาย และดื่มสุรา รวมถึงบางปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม และอายุที่มากขึ้น เป็นต้น

แพทย์หญิงชญานุตม์ รัตตดิลก ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเต้านม สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า มะเร็งเต้านมเกิดจากเนื้อเยื่อที่มีความผิดปกติส่วนใดส่วนหนึ่งภายในเต้านมแล้วเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็ง อาจลุกลามไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียงและแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้ มะเร็งเต้านมสามารถพบทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่พบในเพศชายในอัตราที่น้อยมาก ผู้หญิงที่มีอายุมากขึ้นจะมีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการและมักมาพบแพทย์ด้วยการคลำพบก้อนเนื้อในเต้านมหรือบริเวณรักแร้ อาการอื่นๆ อาจสังเกตได้จากขนาดหรือรูปร่างของเต้านมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เป็นแผลและอาจมีน้ำเหลืองหรือของเหลวสีคล้ายเลือดไหลออกมาหรือเป็นผื่นบริเวณหัวนม

ในด้านการรักษามะเร็งเต้านมมีหลายวิธี เช่น การผ่าตัด การฉายรังสี การรักษาด้วยเคมีบำบัด การรักษาด้วยยาแบบมุ่งเป้า และฮอร์โมน หรือแพทย์อาจใช้หลายวิธีร่วมกันในการรักษาซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทีมแพทย์และระยะของโรค สุขภาพและความต้องการของผู้ป่วย แม้ว่ามะเร็งเต้านมจะเป็นโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน แต่ก็เป็นมะเร็งที่มีโอกาสรักษาหายขาดหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เราสามารถตรวจคัดกรองเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน เข้ารับการตรวจจากแพทย์หรือพยาบาลเป็นครั้งคราว ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจอัลตร้าซาวน์ร่วมกับเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

งานแต่งแก้เคล็ด!! ฝาแฝดชายหญิง5ขวบ ความเชื่อโบราณ..ชาติที่แล้วเป็นคู่กัน

Posted on March 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643959

งานแต่งแก้เคล็ด!! ฝาแฝดชายหญิง5ขวบ ความเชื่อโบราณ..ชาติที่แล้วเป็นคู่กัน

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.38 น.

27 มีนาคม 2565 เมื่อเวลา 07.00 น. ที่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 9 ต.หัวไผ่  อ.เมือง จังหวัดอ่างทอง  ชาวบ้านได้เดินทางมาร่วมงานแต่งงาน ของคู่แฝดชายหญิง ระหว่า น้องมาย เป็นพี่สาว วัย 5 ขวบ และน้องมัท น้องชาย วัย 5 ขวบ ซึ่งทั้ง2คนนั้นเป็นลูกฝาแฝดชายหญิงของนายจิตกาล จิตรวังรอณ อายุ 35 ปี กับนางสาวเนาวรัตน์ มะโรงสี วัย 36 ปี 

โดยพ่อและแม่ได้จัดพิธีงานแต่งให้ลูกฝาแฝดชายหญิง ตามความเชื่อโบราณว่าทั้งคู่ชาติที่แล้วเป็นคู่กัน หวังแก้เคล็ดตามความเชื่อ โดยมีนายสำราญ จันทร์ขจร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวไผ่ มาเป็นประธานในพิธี และมีชาวบ้านเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ของหลานฝาแฝดทั้ง 2 มาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

โดยช่วงเช้ามีพิธีสงฆ์ ทางพ่อแม่ได้นิมนต์พระ 9 รูป มาเจริญพระพุทธมนต์ ฉันภัตตาหารเช้าที่บ้าน และได้มีพิธีรดน้ำสังข์ ท่ามกลางเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง ของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย พร้อมร่วมรับประทานอาหาร ที่เจ้าภาพจัดไว้ให้ ท่ามกลางความน่ารักของทั้งคู่ โดยเฉพาะเจ้าสาวนั้นจะยิ้มอย่างมีความสุขตลอดเวลา ส่วนเจ้าบ่าวนั้นเล่นเกมในโทรศัพท์มือถืออย่างมีความสุข ส่วนพระที่มีมาเจริญพระพุทธมนต์ได้พูดแบบขำๆ ว่าเจ้าบ่าวติดเกมส์

ทั้งนี้ การจัดงานงานแต่งคู่แฝดชายหญิงนั้น โบราณบอกว่าทั้งคู่เป็นเนื้อคู่กันเมื่อชาติที่แล้ว ตามมาเกิดเป็นแฝดกันในชาตินี้ จะต้องให้ทั้งคู่ได้แต่งงานกันเพื่อเป็นสิริมงคล จะได้อยู่คู่กันตลอดไปเพื่อเป็นการแก้เคล็ดนั่นเอง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภูเก็ตเปิดเทศกาลอาหารทะเล‘หรอย ริม เล’กระตุ้นเศรษฐกิจ

Posted on March 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643953

ภูเก็ตเปิดเทศกาลอาหารทะเล‘หรอย ริม เล’กระตุ้นเศรษฐกิจ

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 12.35 น.

ภูเก็ตเปิดเทศกาลอาหารทะเล‘หรอย ริม เล’กระตุ้นเศรษฐกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ภูเก็ต ว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 มีนาคม 2565 นายสาโรจน์ อังคณาพิลาส นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวรายงานเปิด “เทศกาลอาหารทะเล : หรอย ริม เล” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565 ต่อนายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานเปิดงานฯ ซึ่งมีประชาชน นักท่องเที่ยว เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.10 (สะพานหิน) อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

นายสาโรจน์ กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว ดังนั้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ตให้สามารถฟื้นตัวได้ภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อันจะทำให้เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการร้านอาหาร และผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้น

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เทศบาลนครภูเก็ต ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต กำหนดจัดโครงการพัฒนาเสริมพัฒนาและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้ชื่องานเทศกาลอาหารทะเล “หรอย ริม เล” ขึ้น จำนวน 2 ครั้ง ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.10 (ปลายแหลมสะพานหิน) ครั้งที่ 1 วันที่ 26-27 มีนาคม 2565 และครั้งที่ 2วันที่ 23-24 เมษายน 2565 โดยมีรูปแบบการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตในรูปแบบใหม่ (New Normal) ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีผู้ประกอบการในเขตเทศบาลนครภูเก็ตมาร่วมออกร้านจำหน่ายอาหารกว่า 120 ราย  ซึ่งสินค้าอาหารจะแบ่งออกเป็น 4 โซน ดังนี้

โซนที่ 1   อาหารพื้นเมือง    จำนวน 17 ร้าน

โซนที่ 2   อาหารซีฟู๊ด    จำนวน  19 ร้าน

โซนที่ 3   สินค้าของชุมชน    จำนวน 13 ร้าน

โซนที่ 4  สินทั่วไป   จำนวน 71 ร้าน

และรถฟู๊ดทรัค กว่า 10 ร้าน โดยเข้าร่วมออกร้านในงานทั้ง 2 ครั้งไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างแท้จริง สำหรับกิจกรรมบนเวทีก็จะมีการแสดงดนตรี และศิลปินทั่วไป ในท้องถิ่น เช่น โชว์เดี่ยวไวโอลิน/ เดี่ยวเปียโน / วงดนตรีซุปเปอร์แดนซ์ กิจกรรมแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมของเด็กและเยาวชนนอกจากนี้ยังมีจุดถ่ายภาพ (Check– in ) เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศในงานฯ อีกกว่า 3 จุด โดยการจัดงานครั้งนี้เทศบาลได้ถือปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

ด้านนายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ดังที่ทราบกันดีว่าจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้ชื่อว่าเป็น “ไข่มุกอันดามัน” และมีจุดเด่นหลายด้านไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม  ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม และวิถีชีวิตชาวภูเก็ต การจัดงานเทศกาลอาหารทะเล : หรอย ริม เล  เกิดขึ้น เนื่องจากการสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดภูเก็ต  ซึ่งมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว โดยในปี 2562 จังหวัดภูเก็ต มีนักท่องเที่ยว จำนวน 14,454,187 คน และมีรายได้จากการท่องเที่ยว จำนวน 442,891 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ปี 2563 เริ่มมีการติดเชื้อในประเทศไทย นักท่องเที่ยวเข้ามาภูเก็ตลดลง มีนักท่องเที่ยว จำนวน 4,003,290 คน ลดลง คิดเป็นร้อยละ 72.54 ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยว จำนวน 108,464 ล้านบาท ลดลงคิดเป็นร้อยละ 75.51  และปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจในปี 2564 ของจังหวัดภูเก็ต ที่สำคัญ คือ ภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และปัญหาการจ้างงาน เพื่อเพิ่มรายได้ในครัวเรือน และเกิดการจ้างงานให้ผู้ประกอบการและประชาชนในท้องถิ่น ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ต  ภายหลังได้รับผลกระทบ  จังหวัดภูเก็ต  จึงได้บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต  รวมถึงเทศบาลนครภูเก็ต กำหนดจัดเทศกาลอาหารขึ้นในพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอเพื่อสร้างกระตุ้นการจับจ่ายสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานเทศกาลอาหารทะเล : หรอย ริม เล ครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ต เร่งการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนมากขึ้น อันจะทำให้ เกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น ขอขอบคุณ เทศบาลนครภูเก็ต และทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต และส่งผลทำให้ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ตลอดจนนักลงทุนรุ่นใหม่ มีช่องทางและเพิ่มโอกาสในด้านของเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น ท้ายนี้ ขอเชิญทุกท่านมาเลือกซื้อสิ้นค้าต่างๆ และเที่ยวชมภายในงานฯ ระหว่างวันที่ 26 – 27 มีนาคม 2565 เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างความเชื่อมั่นให้กับการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พังงา’จัดงาน Bangsak Beach Festival 2022 กระตุ้นท่องเที่ยว-ฟื้นฟูศก.

Posted on March 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643936

‘พังงา’จัดงาน Bangsak Beach Festival 2022 กระตุ้นท่องเที่ยว-ฟื้นฟูศก.

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 09.05 น.

‘พังงา’จัดงาน Bangsak Beach Festival 2022 กระตุ้นท่องเที่ยว-ฟื้นฟูศก.

ผู้สื่อข่าวงายงานว่า ทางจังหวัดพังงา ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตร จัดงาน “Bangsak Beach Festival 2022” ในวันที่ 25-27 มี.ค.65 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ริมหาดบางสัก ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา พร้อมชวนคนไทยและชาวต่างชาติเที่ยวจังหวัดพังงาและพื้นที่ใกล้เคียง ฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก สร้างเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน กระจายรายได้สู่ชุมชน ด้วยการจัดกิจกรรมตามมาตรการความปลอดภัย คุมเข้ม ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามมาตรการสาธารณสุขและมาตรฐาน SHA (Amazing Thailand Safety & Health Administration)  โดยมีการจัดมาตรการการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ มีเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรอง ตรวจหลักฐานก่อนเข้าร่วมงาน ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี Antigen Test Kit  (ATK ) หรือ วิธี RT-PCR ซึ่งต้องมีผลไม่พบเชื้อในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนเข้าร่วมภายในงาน หรือผู้เข้าร่วมงาน จะต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์

นายเถลิงศักดิ์ นุชประหาร รองผวจ.พังงา กล่าวว่า ด้วยพื้นที่ชายหาดบางสัก มีวิวที่สวยของทิวสนทะเล ให้ความร่มรื่นตลอดหาด ทรายละเอียด น้ำทะเลใสสีคราม  มีความสวยงามทางธรรมชาติ เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้และได้ประสบการณ์ผ่านทางสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือน อาหาร และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น จนเป็นที่ขนานนามว่า “Angel of the Andaman Sea” ตลอดทั้งริมหาด อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ยังถูกเรียกว่า เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกษตรกรรมยั่งยืน สังคมแห่งการเรียนรู้ สู่ความเป็นเมืองน่าอยู่ เมืองแห่งความสุข อีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในการท่องเที่ยว จึงกำหนดจัดงาน “Bangsak Beach Festival 2022 Seafood and Chill on the Beach”

นายอะหมาน หมัดอะดัม ผอ.ททท.สำนักงานพังงา กล่าวว่า ได้แก่ กิจกรรมไฟประดับและจุดถ่ายรูป (Fantastic Sea Photo Spot), กิจกรรม D.I.Y ประดิษฐ์ของที่ระลึก จากวัสดุเหลือใช้ (Zero Waste Gift), กิจกรรมเรียนรู้ พายซับบอร์ด และเสิร์ฟสเกต (Sea Sup & Surf Skate Training), กิจกรรมจำหน่ายอาหารทะเลสด ๆ จาก กลุ่มประมงพื้นบ้าน (The Beach Seafood & Grill), กิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมและดนตรีร่วมสมัย (Music & Show), กิจกรรมท่องเที่ยวกินชิล สินค้าชุมชน จากผู้ประกอบการ จำหน่ายสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม (Chic & Chill Market on the Beach), กิจกรรมขบวนรถ รถฟู้ดทรัค (Food Truck Caravan), การแสดงดนตรีจากศิลปินดัง (Free Concert) ได้แก่ “อะตอม ชนกันต์”, และจากศิลปิน “Yes’sir Days” นอกจากนั้น ภายในงานยังมีกิจกรรมการแจกของรางวัลต่าง ๆ อีกมากมายที่น่าสนใจ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รัฐตั้งเป้า‘ท่องเที่ยว’โกย1.8ล้านล้าน-ดันเทรนด์ทำงานท่องเที่ยว

Posted on March 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643934

รัฐตั้งเป้า‘ท่องเที่ยว’โกย1.8ล้านล้าน-ดันเทรนด์ทำงานท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 08.50 น.

โฆษกรัฐบาลเผย‘นายกฯ’ดันเทรนด์ทำงานท่องเที่ยว ต่อยอดโครงการ Workation Paradise Throughout Thailand คาดปีนี้ท่องเที่ยวโกยรายได้รวม 1.3-1.8 ล้านล้านบาท

27 มีนาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินหน้าแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีนี้ ภายใต้การรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจและมาตรการสาธารณสุข โดยกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขานรับนโยบายพลิกโฉมการท่องเที่ยวมุมมองใหม่ในยุควิถีใหม่ ในโครงการ Workation Paradise Throughout Thailand เป็นการต่อยอดการท่องเที่ยวในรูปแบบท่องเที่ยวพร้อมการทำงาน ตามแนวคิดการท่องเที่ยววิถีใหม่ หรือ New Normal ตอบโจทย์การเดินทางภายใต้สถานการณ์ของโรคโควิด-19 ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวในประเทศไทยเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา

ทั้งนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวของไทย และช่วยให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวสามารถปรับเปลี่ยน พัฒนาธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการจากธุรกิจที่พักแบบเดิมสู่มิติใหม่ของการบริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน คือการทำงาน และท่องเที่ยว ได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งการนำเสนอสินค้าและบริการนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาส สร้างรายได้เข้าสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมกับยกระดับธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทย ให้สามารถเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ คาดว่าไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ราว 1.3-1.8 ล้านล้านบาท คาดว่าจะมีต่างชาติเที่ยวไทย อยู่ที่ระหว่าง 5-15 ล้านคน สร้างรายได้ราว 8 แสนล้านบาท ส่วนการเดินทางเที่ยวในประเทศ คาดว่าจะอยู่ที่ 160 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ราว 7 แสนล้าน

ทั้งนี้ โครงการ Workation Paradise Throughout Thailand จะสามารถส่งเสริมให้เกิดการเดินทางที่สามารถทำงานไปด้วยได้ เป็นโอกาสใหม่ของภาคธุรกิจโรงแรมที่พักในการพัฒนาและยกระดับการให้บริหารเพื่อให้สามารถรองรับรูปแบบการทำงานที่เป็นอิสระของนักท่องเที่ยวที่จะสามารถเลือกสถานที่ทำงานได้ตามความต้องการ เปิดประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ และเติมเต็มความสุขจากการเดินทางท่องเที่ยวไปพร้อมกัน

“รัฐบาลยังคงเดินหน้ากระตุ้นไทยเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง แม้การแพร่ระบาดของโอมิครอนจะยังคงมีอยู่ แต่มีการวางแผนเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านการระบาดของโรคโควิด–19 สู่โรคประจำถิ่น ที่สอดคล้องกับระดับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงสุขภาพของคนไทย และการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานติดตามประเมินสถานการณ์ทั้งภายในประเทศ และศึกษากรณีของต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนเดินหน้าฟื้นประเทศภายใต้การรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจและสาธารณสุขต่อไป ในส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ได้มีการเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ซึ่งทุกโครงการจะดำเนินการตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด” นายธนกร กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จากแอร์ฯสู่ธุรกิจสอนภาษาจีน มีวิชาติดตัว..ในวิกฤตยังเห็นทาง

Posted on March 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643882

จากแอร์ฯสู่ธุรกิจสอนภาษาจีน  มีวิชาติดตัว..ในวิกฤตยังเห็นทาง

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“หลังจากเจอพิษการระบาดของโรคโควิด-19 พลอยก็ต้องหยุดชะงักกับงานที่ทำค่ะ เพราะว่าแอร์โฮสเตสเป็นอีกหนึ่งอาชีพแรกๆ เลยที่ต้องหยุดการทำงานไปไตร่ตรองอยู่ไม่นานตัดสินใจลงทุนเปิดที่สอนภาษา พลอยมองว่าลองทำอะไรที่สามารถใช้ความสามารถที่เรามีดูก่อนเรามีความรู้เรื่องภาษาจีน เพราะเราใช้สื่อสารในทุกๆ วัน เวลาที่ทำงาน และเราก็ยังมีความรู้ด้านการบริหารด้วย”

เรื่องเล่าจาก “พลอย” เศรษฐีอร รื่นเริง ศิษย์เก่าระดับปริญญาโท สาขาวิชาบริหารธุรกิจ วิทยาลัยนานาชาติจีน มหาวิทยาลัยรังสิต ถึงผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดใหญ่อย่างโควิด-19 และ “แอร์โฮสเตส” เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ต้องหยุดทำงาน จึงมองหาทักษะที่มีอยู่เพื่อปรับตัว และเริ่มต้นเส้นทางสายใหม่ด้วยการทำธุรกิจ “สถาบันสอนภาษาจีน” มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ซึ่งตอบโจทย์ยุคปัจจุบันที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องการให้บุตรหลานรู้ภาษาจีนในฐานะภาษาที่ 2 หรือที่ 3

โดยการสอนจะเริ่มจากการสอบถามก่อนว่าอยากเรียนเพื่อเน้นอะไร จะใช้สื่อสารเป็นหลัก หรืออยากเน้นเรื่อง Speak Up มากกว่า ส่วนการสอนเด็กเล็กแม้หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องยากแต่จริงๆ แล้วเด็กมีทักษะการเรียนรู้ที่ดีมาก ซึ่งการสอนก็จะต้องพูดช้าๆ ซ้ำๆ เพื่อให้จำได้ ทั้งนี้ การเปิดสถาบันภาษามีความท้าทายหลายเรื่อง ตั้งแต่การทำการตลาด การสร้างตัวตนเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้และเปิดใจให้ รวมถึงการรักษาลูกค้าหรือลูกศิษย์ไว้ ต้องสร้างความประทับใจเพื่อให้สมัครเรียนในคอร์สต่อๆ ไป

พลอย เล่าต่อไปว่า การเรียนด้านบริหารทำให้เข้าใจการทำงานมากขึ้นยกตัวอย่างในอาชีพแอร์โฮสเตส ในตอนที่เป็นพนักงาน ก็จะต้องปฏิบัติตามกฎขององค์กร ขั้นตอน 1-2-3-4 ฯลฯ แต่เมื่อมาเรียนด้านบริหารธุรกิจ ก็ทำให้เห็นภาพว่ากฎระเบียบหรือขั้นตอนต่างๆ ที่กำหนดให้พนักงานทำนั้นมีเหตุผลอะไร หรือผู้บริหารมีเป้าหมายอย่างไร เมื่อเกิดความเข้าใจก็สามารถทำงานได้อย่างมีความสุข

“พลอยอยากขอยกเครดิตให้กับปริญญาโท วิทยาลัยนานาชาติจีน ที่พลอยเรียนมาเลยค่ะ Skill ของการบริหารมาเต็มเมื่อได้เรียนรู้ตรงนี้ การเรียนไม่ได้เฉพาะเรียนจากทฤษฎี แต่เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเหล่าอาจารย์ วิทยากรที่มาสอนเราด้วย การจะเป็นคนบริหารเองนั้น มันจะมีปัญหาร้อยแปดให้ต้องคิดต้องตัดสินใจกว่าเป็นเป็นพนักงาน”พลอย ระบุ

แต่การเรียนไป-ทำงานไป ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะลำพังการทำงานอย่างเดียวก็ทำเอาหลายคนเหนื่อยจนแทบอยากจะล้มตัวลงนอนทันทีที่กลับถึงบ้าน จึงต้องอาศัยความมุ่งมั่นพยายามอย่างมากดังตัวอย่างของ พลอย ที่เผยว่า จันทร์-ศุกร์เป็นช่วงเวลาที่ต้องทำงานอย่างเต็มที่แต่ในวันศุกร์เมื่อภารกิจการงานเสร็จสิ้นก็จะต้องเตรียมตัวเรื่องการบ้านหรือการพรีเซนต์งานต่างๆ เพื่อที่จะเต็มที่กับการเรียนในวันเสาร์-อาทิตย์

ซึ่งตลอด 2 ปีในชีวิตของการเรียน ป.โท แม้จะเหนื่อยมากแต่ก็สนุกมากเช่นกัน และถึงจะเรียนอยู่ใน ม.รังสิต ประเทศไทย แต่บรรยากาศนั้นราวกับอยู่ในสังคมชาวจีน เพราะเต็มไปด้วยเพื่อนและอาจารย์ที่มาจากทั้งจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวัน โดยการเรียนการสอนจะใช้ภาษาจีนเป็นหลัก มีภาษาอังกฤษบ้างเล็กน้อย
จึงสามารถสร้างการเรียนรู้กับผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ ในด้ารการสื่อสารทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน

“เนื่องจากเราเรียนเกี่ยวกับบริหารธุรกิจ คำศัพท์ด้านการบริหารจึงมาเต็มอีกสิ่งหนึ่งที่ได้จากการเรียนปริญญาโทก็คือ Connection จากเพื่อนและอาจารย์ หลังเลิกเรียนก็จะมีนัด Meeting พูดคุยแลกเปลี่ยนกันหลายเรื่อง ได้ช่วยเหลือกัน ได้ทำความรู้จักกันเกิดเป็นความสนิทสนมขึ้นมา แม้กระทั่งที่พลอยจะเปิดสถาบันสอนภาษาเองก็ได้มีปรึกษาเพื่อนคนจีนหลายคนเลย เขาก็จะแนะนำว่าเออที่ประเทศเขาพวกสถาบันสอนภาษามีความโดดเด่นอะไรบ้าง พลอยก็จะหยิบจับจากที่ฟังมา ดูว่าอะไรจะสร้างความน่าสนใจให้กับสถาบันของพลอยบ้าง” พลอย กล่าว

อนึ่ง แม้หลายคนจะเห็นความสำคัญของภาษาจีน แต่อาจไม่กล้าเริ่มเรียนเพราะมองว่าเป็นเรื่องยาก เช่น ตัวอักษรซับซ้อน การออกเสียงก็ยาก พลอย แนะนำในประเด็นนี้ว่า อาจต้องมองหาแรงบันดาลใจ โดยกรณีของตนเองคืออยากไปเที่ยวเมืองจีนโดยไม่ต้องง้อไกด์นำเที่ยว อีกทั้งชาวจีนยังมีบทบาทในธุรกิจต่างๆ มากมาย การเรียนภาษาจีนจึงเป็นประโยชน์ในการประกอบอาชีพ ตั้งแต่การเป็นแอร์โฮสเตสจนมาถึงเป็นครูสอนภาษาจีน

“หลักสูตรปริญญาโทที่พลอยเรียน เปิดเทอมมาถึงก็ต้องพูดภาษาจีน สื่อสารภาษาจีนเลย แต่ก็ยังอยากเชิญชวนคนที่สนใจอยากเรียนบริหารธุรกิจ และอยากได้
Connection มาลงเรียนค่ะ อาจจะหาเรียนพื้นฐานภาษามาก่อน เมื่อถึงเวลาเรียนจริงๆ ก็ต้องขยันมากขึ้นก็ตาม แต่พลอยคิดว่ามันคุ้มค่ากับการลงแรงและลงทุน” พลอย กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ส่องความสุขแรงงานในระบบ จิตใจยังดี..แต่เงิน-หนี้บั่นทอน

Posted on March 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643866

รายงานพิเศษ : ส่องความสุขแรงงานในระบบ  จิตใจยังดี..แต่เงิน-หนี้บั่นทอน

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงาน“Happy Workplace Forum 2022 :The Future of workplace well-being”ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือ การเปิดเผยผลการศึกษา “คุณภาพชีวิต ความสุข ความผูกพันองค์กรของคนทำงาน (ในองค์กร) ระดับประเทศ พ.ศ.2564” อันเป็นโครงการที่ สสส. ทำงานร่วมกับ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี 2 นักวิชาการจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล บุรเทพ โชคธนานุกูล กับ สุภรต์ จรัสสิทธิ์ร่วมบรรยาย

บุรเทพ เล่าว่า โครงการนี้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอดเกือบ 10 ปี โดยการสำรวจในปี 2564 เป็นอีกปีที่คณะทำงานต้องเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งมีการสำรวจตั้งแต่เดือนต.ค. 2564-ก.พ. 2565 มีกลุ่มตัวอย่างร่วมโครงการจำนวน 365 องค์กร จาก 17 ภาคส่วน (Sector) มีจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่สมบูรณ์สามารถนำกลับมาวิเคราะห์ผลได้ 20,980 คน เพียงพอต่อการแพนจำนวนคนทำงานในองค์กร 7.08 ล้านคน

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับปี 2563 พบว่า ในปีดังกล่าวมีกลุ่มตัวอย่างร่วมโครงการจำนวน 436 องค์กร มีจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่สมบูรณ์สามารถนำกลับมาวิเคราะห์ผลได้ 25,955 คน เพียงพอต่อการแพนจำนวนคนทำงานในองค์กร 7.1 ล้านคน กล่าวโดยสรุป คือ กลุ่มตัวอย่างในปี 2564 ลดลงจากปี 2563 ซึ่งคาดว่าปัจจัยสำคัญคือสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ต่อเนื่องยาวนานข้ามปีทำให้หลายกิจการต้องปิดตัวลง หรือไม่สะดวกในการสำรวจข้อมูล

ข้อค้นพบที่น่าสนใจ 1.จิตวิญญาณยังเข้มแข็ง แต่การเงินนั้นตรงข้าม คะแนนความสุขภาพรวมในปี 2564 อยู่ที่ 61.3 คะแนนเมื่อแบ่งรายด้าน พบว่า อันดับ 1 จิตวิญญาณดี68.5 คะแนน อันดับ 2 น้ำใจดี 66.3 คะแนนอันดับ 3 การงานดี 65.5 คะแนน อันดับ 4 ใฝ่รู้ดี 64.3 คะแนน อันดับ 5 ครอบครัวดี 62 คะแนน อันดับ 6 สุขภาพกายดี 59.3 คะแนน อันดับ 7 สังคมดี 58.7 คะแนน อันดับ 8 ผ่อนคลายดี 54.7 คะแนน และอันดับ 9 สุขภาพการเงินดี 52.8 คะแนน

ประเด็นนี้มีการอธิบายเพิ่มเติมว่า จิตวิญญาณ หมายถึงการปฏิบัติตนตามหลักศาสนา การรู้สึกขอบคุณผู้ที่ทำดีและให้อภัยกับผู้ที่ทำไม่ดีกับตัวเรา รวมถึงการขอโทษในสิ่งที่ตนเองทำผิดพลาด อันเป็นสิ่งที่สังคมไทยสะท้อนออกมา ในขณะที่ สุขภาพการเงิน เหตุที่ได้คะแนนน้อยที่สุดก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะปัญหาเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อคนทำงาน

2.สุขภาพกายเป็นเรื่องเดียวที่คะแนนปี 2564 ไม่เพิ่มขึ้นจากปี 2563 เมื่อเปรียบเทียบคะแนนความสุขทั้งค่าเฉลี่ยภาพรวมและแยกเป็นรายด้าน ระหว่างปี 2563 กับ 2564 พบว่า คะแนนทุกด้านปรับเพิ่มสูงขึ้นทั้งหมด แม้กระทั่งด้านสุขภาพการเงิน ที่ทั้ง2 ปีได้คะแนนรั้งท้ายเหมือนกัน แต่ในปี 2564 ซึ่งอยู่ที่ 52.8 คะแนนก็ยังมากกว่าปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 51.1 คะแนน แต่สุขภาพกายนั้นกลับคงที่อยู่ ณ 59.3 คะแนน ติดต่อกัน 2 ปี

“ภาพรวมปรับเพิ่มขึ้นเกือบทุกมิติ ยกเว้น Happy Body (สุขภาพกายดี) มิติเดียว ถามว่าทำไมถึงไม่ปรับเพิ่ม? ส่วนหนึ่งเราอาจจะประเมินได้ว่าสถานการณ์โควิดยังคงอยู่กับเรา หลายท่านไม่สามารถไปใช้ชีวิตทำกิจกรรมออกกำลังกาย หรือมีกิจกรรมทางกายนอกบ้านอย่างเดิมที่เคยเกิดขึ้นก่อนสถานการณ์โควิดได้” บุรเทพ กล่าว

ขณะที่ สุภรต์ กล่าวว่า จากคะแนนความสุขในปี 2564 ที่เพิ่มขึ้นจากปี 2563 นับว่าน่าแปลกใจไม่น้อยเพราะยังอยู่ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แต่เรื่องนี้อาจเป็นเพราะองค์กรที่เข้าร่วมการสำรวจในปี 2564 เป็นองค์กรที่ยังดำเนินการอยู่ไม่ได้ปิดตัวล้มหายตายจากไปซึ่งหมายถึงคนในองค์กรเหล่านี้ยังคงมีงานทำ และยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้แม้จะมีข้อจำกัดตามสถานการณ์อยู่บ้างก็ตาม

เมื่อจัดอันดับคะแนนความสุขแบ่งตามประเภทกิจการ (อ้างอิงจากการแบ่งประเภทงานกลุ่มแรงงานในระบบ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ) พบว่า อันดับ 1 การศึกษา 67.4 คะแนน อันดับ 2 การเงินและประกันภัย 65.6 คะแนน อันดับ 3 ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร64.3 คะแนน อันดับ 4 สุขภาพและสังคมสงเคราะห์ 64 คะแนน อันดับ 5 ไฟฟ้า ก๊าซ ไอน้ำและระบบปรับอากาศ 63.8 คะแนน อันดับ 6 มีร่วมกัน 2 กลุ่ม การบริหารราชการ/การป้องกันประเทศ/ประกันสังคมภาคบังคับ กับ การบริหารและบริการสนับสนุน ได้กลุ่มละ 63.5 คะแนน

อันดับ 7 การขนส่งและคลังสินค้า 61.9 คะแนน อันดับ 8 การจัดหาน้ำ/จัดการน้ำเสียและของเสีย รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง 61.8คะแนน อันดับ 9 การขายส่ง/ขายปลีก/ซ่อมแซมรถยนต์-มอเตอร์ไซค์61.1 คะแนน อันดับ 10 ศิลปะ/บันเทิง/นันทนาการ 60.5 คะแนน อันดับ 11 การก่อสร้าง 60.4 คะแนน อันดับ 12 อสังหาริมทรัพย์ 60.2 คะแนน อันดับ 13 ที่พักแรมและบริการอาหาร 60.1 คะแนน อันดับ 14 บริการด้านอื่นๆ 59.6 คะแนน อันดับ 15 การผลิต 59.5 คะแนน และอันดับ 16 วิชาชีพวิทยาศาสตร์/วิชาการ 58.6

เมื่อยกตัวอย่างบางด้านมาวิเคราะห์ เช่น “การงาน” ที่ได้65.5 คะแนน พบว่า กลุ่มตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูง คือการจ่ายค่าจ้าง(จ่ายตรงเวลาและถูกต้อง) ตามมาด้วยบรรยากาศในการทำงาน (การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน การทำงานเป็นทีม ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและกฎระเบียบองค์กร และความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานที่เหมือนพี่น้อง) ในขณะที่ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำ ที่สำคัญ 3 ลำดับแรกคือ ความชัดเจนในการเติบโตของงานที่ทำ ความเหมาะสมในการพิจารณาเลื่อนขั้น/ปรับค่าจ้าง และการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นกับหัวหน้างาน/นายจ้าง

ส่วน “การเงิน” ที่ได้คะแนนรั้งท้ายจากทั้งหมด 9 ด้าน พบว่าตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด 3 อันดับแรก คือ การมีเงินออม เปรียบเทียบรายได้-รายจ่าย และภาระในการชำระหนี้ สะท้อนความรู้สึกคนทำงาน“ไม่มีเงินออม-ชักหน้าไม่ถึงหลัง” อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดเรื่องความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลายังได้คะแนนค่อนข้างสูง หมายถึงแม้คนทำงานจะเครียดกับภาระหนี้สินแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นผิดนัดในการชำระ แต่ก็แลกมาด้วยเงินออมที่น้อยลง

“ตอนที่ไปทำ R2H (Routine to Happiness : หลักสูตรการบริหารจัดการองค์ความรู้สู่ความสุขในการทำงาน) ให้กับองค์กร สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือภาระหนี้สินของคนทำงานในองค์กร พอภาระหนี้สินมา เกิดความเครียดตามมา ก็ส่งผลกระทบต่อภาคการทำงานด้วย เรื่องของประสิทธิภาพการทำงานลดลงไปด้วย ตรงนี้ก็เป็นปัญหาในหลายองค์กรเหมือนกัน และเราก็พบว่า 43% ได้รับผลกระทบในเรื่องของภาวะการเงิน ในช่วงของวิกฤตโควิด-19” สุภรต์ ระบุ

หมายเหตุ : เหตุที่ใช้คำว่า “แรงงานในระบบ” ในการพาดหัวเพราะโดยทั่วไปแล้ว แรงงานที่ทำงานในองค์กรส่วนใหญ่มักเป็นแรงงานในระบบ หมายถึงได้รับการคุ้มครองตามสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับสถานะการจ้างงาน (สวัสดิการภาครัฐของข้าราชการ, ประกันสังคม มาตรา 33ของลูกจ้างเอกชน) ต่างจากแรงงานนอกระบบที่ไม่ได้รับสวัสดิการใดๆในส่วนนี้ นอกจากสวัสดิการในฐานะพลเมือง (บัตรทอง สปสช.) หรือทำประกันชีวิตส่วนบุคคล!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : วช.ล่องใต้พาชมความสำเร็จ 3โครงการวิจัยชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก

Posted on March 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643893

สกู๊ปพิเศษ : วช.ล่องใต้พาชมความสำเร็จ  3โครงการวิจัยชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ยังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนการวิจัยในประเทศอย่างต่อเนื่อง

โดยเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา คณะผู้บริหาร วช.ได้นำสื่อมวลชน เดินทางลงพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อเยี่ยมชมผลสำเร็จงานวิจัยโครงการต้นแบบการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานด้านการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวภายหลังการเยี่ยมชมว่า วช. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ โดยขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ถ่ายทอดเพื่อพัฒนา แก้ไขปัญหาท้าทายสังคม รวมถึงส่งเสริมสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศเชื่อมโยงกิจกรรมการวิจัยและพัฒนาในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมที่ช่วยจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้า และบริการให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน หนุนระบบชุมชนท้องถิ่นให้สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม เพื่อส่งเสริมและยกระดับให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและพื้นที่เป้าหมายดีขึ้น

โดยการเยี่ยมชมครั้งนี้ ประกอบไปด้วย 3 โครงการวิจัย ได้แก่ โครงการพัฒนาถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ดำเนินโครงการโดย ผศ.นพ.วรวิทย์วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดทำถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อส่งมอบให้ประชาชน ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา เป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทยและสามารถใช้งานได้จริงและลดปัญหายางพาราซึ่งมีราคาตกต่ำอีกทางหนึ่งด้วย มีคุณสมบัติสามารถฆ่าเชื้อได้ด้วยตนเอง ที่ผลิตจากยางสังเคราะห์เคลือบสูตรน้ำยานาโนอิมัลชัน มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส อยู่ได้ประมาณ 24 ชั่วโมง มีความปลอดภัยในการใช้งานลดการปนเปื้อน และป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัสลงได้เป็นอย่างดี

โครงการการประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากพืชกระท่อมเพื่อสุขภาพ ทีมนักวิจัยจากสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ มอ. ได้นำองค์ความรู้จากการวิจัยมาผลิตสารสกัดมาตรฐานสมุนไพรเพื่อใช้ในทางการแพทย์ในการผลิตสารสกัดจากพืชกระท่อมให้มีมาตรฐานความปลอดภัยโดยสร้างโรงงานต้นแบบสกัดสารสมุนไพรพืชกระท่อม เป็นยา หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้ รวมถึงพัฒนาและศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของตำรับเครื่องดื่มเข้มข้นจากสารสกัดใบพืชกระท่อมรสกาแฟ เพื่อส่งเสริมสุขภาพทำให้ร่างกายสดชื่น ตำรับผงแกรนูลากสารสกัดใบพืชกระท่อมเพื่อใช้เป็นผลิตภัณฑ์ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และตำรับครีมเพื่อใช้บรรเทาอาการปวดข้อเข่า และประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจของผลิตภัณฑ์สมุนไพรพืชกระท่อมเพื่อสุขภาพ

โครงการการผลิตเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลชนิดผงสำเร็จรูปจากสารสกัดข้าวกล้องสังข์หยดอินทรีย์สำหรับผู้สูงวัยและวัยทำงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ข้าวสังข์หยดพัทลุงที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันยับยั้งการเกิดโรคจากความเสื่อมของเซลล์ ช่วยชะลอความชราและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ โดยมี ดร.พรวิชัย เต็มบุตร หัวหน้าโครงการ พร้อมทีมนักวิจัยจากคณะอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ร่วมมือกับสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ มอ. ได้นำข้าวสังข์หยดหักท่อนที่ผ่านมาตรฐานอินทรีย์และ GI มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพ เป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันนอล 2 สูตร คือ สูตรเสริมถั่ว 5 สี ที่ช่วยบำรุงร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ และโปรตีนสูงเสริมความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อหัวใจ และ สูตรเสริมโพไบโอติก ที่ช่วยในการขับถ่ายที่ปลอดภัย เหมาะกับผู้สูงอายุและวัยทำงาน ซึ่งการแปรรูปข้าวจะมาช่วยแก้ปัญหาไม่มีผู้รับซื้อข้าวตกเกรด และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวสังข์หยดอินทรีย์ ที่สำคัญช่วยยกระดับมาตรฐานการครองชีพและความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสังข์หยดอินทรีย์พัทลุงในชุมชนให้ดีขึ้น

ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่าในส่วนของ วช. ภายใต้กระทรวง อว. ให้ความสำคัญของการสนับสนุนในส่วนของงานวิจัยในรายภูมิภาคในพื้นที่โดยเฉพาะในโอกาสของการสร้างเศรษฐกิจที่ดีขึ้นด้วยวิจัยนวัตกรรมให้กับส่วนภูมิภาคงานของ มอ. วันนี้เป็นส่วนหนึ่งและส่วนสำคัญที่ได้วางทิศทางของการวิจัยและพัฒนามาช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ในการดึงเรื่องของพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญของภูมิภาค ทั้งพืชเศรษฐกิจตัวใหม่และพืชท้องถิ่นมาทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นมีหลายชิ้น ตั้งแต่ในเรื่องของงานสเกลที่ค่อนข้างใหญ่ก็คือในเรื่องของตัวพืชกระท่อม

ตอนนี้ทาง มอ. ได้มีตัวแพลตฟอร์มของการทำงานที่ค่อนข้างครอบคลุมและสามารถดูแลตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำ ทางมอ.มีแพลนของท่านเองแล้วมีมาตรฐานของแพลนและในส่วนของ วช.ได้ให้การสนับสนุนในเรื่องของการพัฒนาในเรื่องของผลิตภัณฑ์ ที่จะสร้างโอกาสทางด้านเศรษฐกิจในเชิงของตัวงานให้เกิดขึ้นหลายตัวเพราะว่าพืชกระท่อมมีคุณสมบัติ มีสารสกัดที่เป็นที่ยอมรับในทางวิชาการในเรื่องของการลดน้ำตาลในเลือด และยังมีเรื่องของความสดชื่นแล้วก็ยังมีพืชเศรษฐกิจอื่นอย่างเช่นเรื่องของยางพารา เรื่องของการสร้างโอกาสในการแปรรูปผลิตภัณฑ์โดยใช้วัตถุดิบของตัวยางพาราทำให้เกิดการใช้งานในเชิงนวัตกรรม เรื่องของถุงมือยางนาโนอิมัลชัน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ช่วยได้เยอะเรื่องของการป้องกันการติดเชื้อ และมีคุณภาพที่ดี และยังมีการมาดูงานที่เกี่ยวข้องกับพืชท้องถิ่นที่สำคัญคือ ข้าวสังข์หยด

ส่วน ม.ทักษิณ ก็ได้ทำงานอย่างดีเยี่ยม สามารถที่จะพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ตอนนี้ก็เตรียมที่จะผลิตแล้ว มีการคุยกับผู้ประกอบการแล้ว และจะนำสู่เรื่องมาตรฐานที่ อย. ยอมรับต่อไป และยังมีผลงานดีๆ ที่ทาง มอ. เป็นแกนร่วมกับทางมหาวิทยาลัยพันธมิตรในพื้นที่ในการสร้างสรรค์ผลงานที่สำคัญอีกหลายส่วน

ผศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าวว่า ม.สงขลานครินทร์ ได้รับทุนสนับสนุนตัววิจัยพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องของกระท่อม ทาง วช. ก็ได้สนับสนุน และเพื่อเศรษฐกิจฐานรากที่ผ่านมา มอ. ก็ได้รับทุนจากหน่วยงานบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในการทำโรงงานต้นแบบทั่วประเทศ แล้วก็ประกอบกับได้ทุนตรงนี้ขึ้นมาเพื่อพัฒนาต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ได้เป็นโรงงานตัวต้นแบบ และมีการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจฐานราก ตามที่ วช. ได้ให้คำแนะนำมา เราเองก็อยากให้เกษตรกรไทยอยู่ได้จากการปลูกกระท่อมและอยู่ได้อย่างยั่งยืน ก็เป็นโครงการที่ดีและก็อาศัยเรื่องของข้อมูลทั้งหมดที่เข้ามาทำให้เกิดมาตรฐานเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการปลูกต้นน้ำ หรือมาตรฐานกลางน้ำ และปลายน้ำที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้สมุนไพรเกิดได้อย่างยั่งยืน

เรื่องที่ 2 ถุงมือยางพารา ที่จะมีการเคลือบสารสกัดจากองุ่นและชาเขียวเป็นการพัฒนาร่วมมือกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์และร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ สถาบันวิจัยนวัตกรรมทางการแพทย์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เป็นตัวถุงมือที่สามารถป้องกันโรคโควิดได้ เพราะที่ผ่านมาเรามีการป้องกัน โดยใส่แมส ฉีดวัคซีน แต่สุดท้ายในเรื่องของการสัมผัสเรายังไม่มีการป้องกัน ก็เลยมีแนวคิดที่จะมีการทำถุงมือในเรื่องของสารสกัดที่ทำจากองุ่นและชาเขียวที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ สามารถฆ่าเชื้อโควิดได้ประมาณ 99.95% ก็มีโอกาสที่จะพัฒนาต่อยอดส่งเสริมให้มีการใช้ทั่วประเทศในอนาคตนี่ก็เป็นโครงการที่ วช.ได้สนับสนุนมาตลอด สามารถช่วยเศรษฐกิจฐานรากโดยการที่ทำให้มีการใช้ยางพาราธรรมชาติได้นานยิ่งขึ้น ส่วนโครงการที่ 3 เป็นโครงการข้าวสังข์หยดของ ม.ทักษิณ ที่นำข้าวสังข์หยดที่เหลืออยู่เพิ่มมูลค่าให้ผู้สูงอายุ เป็นอาหารทางการแพทย์โดย ม.ทักษิณร่วมกับ ม.สงขลานครินทร์ เพื่อเป็นการส่งเสริมเกษตรกรและผู้สูงอายุด้วย ขอขอบคุณทาง วช. มากที่ให้โอกาสในการที่จะต่อยอดเกษตรกรฐานรากต่อไปในอนาคต

ดร.วิภารัตน์ กล่าวย้ำว่า ที่น่าสนใจคือ ม.สงขลานครินทร์ ก็เป็นมหาวิทยาลัยแกนหลักในภูมิภาคทางภาคใต้ สามารถที่จะดึงโอกาส ดึงความพร้อมและก็ดึงความสำเร็จของงานภายใต้หลากหลายมิติสาขาวิชาการมาร่วมกันทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ของงานตอนนี้เราคงไม่ได้คุยกันเฉพาะในส่วนของผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ หรือจากคณะเภสัชศาสตร์ แต่คุยกันในภาพใหญ่ๆใน 1 ผลิตภัณฑ์ มีการทำงานร่วมกันในมิติเชิงบูรณาการหลายสาขามีทั้งคณะแพทย์ คณะวิศวะ ยังมีด้านเกษตร และเรื่องของเชิงการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง และยังมีพันธมิตรของมหาวิทยาลัยในพื้นที่อีกหลายหน่วยเข้ามาร่วมกันทำงาน

ตอนนี้จะเห็นภาพการทำงานแบบนี้เกิดขึ้นภายใต้กระทรวง อว. ซึ่งทาง วช. เองก็รับนโยบายในการที่จะให้การสนับสนุน ให้การส่งเสริมให้การขับเคลื่อนทั้งหมดจะมีผลกับไปสู่พี่น้องประชาชนที่รับประโยชน์ โดยใช้ในเรื่องของเทคโนโลยีนวัตกรรมในการส่งเสริมทำให้เศรษฐกิจฐานรากของพี่น้องได้มีโอกาสในการที่จะมีคุณภาพชีวิตและรายได้ที่ดีขึ้น คิดว่าหลังจากนี้จะมีผลงานดีๆ จาก ม.สงขลานครินทร์ ม.ทักษิณ และมหาวิทยาลัยเครือข่ายในภูมิภาคทางภาคใต้เกิดขึ้นอีกหลายผลงาน

สำหรับโครงการวิจัยทั้ง 3 โครงการได้รับการสนับสนุนการวิจัยจาก วช. ในแผนงานการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานด้านการวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้โครงการต้นแบบการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานด้านการวิจัยและนวัตกรรม ด้านการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ในพื้นที่ จ.สงขลาและจังหวัดใกล้เคียง อันจะส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บาปนั้นยิ่งทำก็ยิ่งมืดมน : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Posted on March 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643897

บาปนั้นยิ่งทำก็ยิ่งมืดมน : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

วันเสาร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.15 น.

สภาพจิตของผู้ใคร่ในธรรม อะไรจะพิจารณาเป็นธรรมไปหมด การเป็นธรรมของจิตอยู่ที่ตรงไหน อยู่ตรงที่เราจะปลงอยู่ตรงที่ “กมฺมสฺสกา มาณว สตฺตา กมฺมทายาทา กมฺมโยนี กมฺมพนฺธู กมฺมปฏิสรณา” สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของของตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ชีวิตทุกดวง “ดี-ชั่ว” เป็นไปตามผลของกรรม

คนทำชั่วมากๆ แสดงว่าเขาทำกรรมชั่ว กรรมชั่วอันนั้นมันเป็น “บาปสังขาร” คอยปรุงแต่งจิตให้ทำชั่วอยู่เรื่อยๆ ยิ่งทำก็ยิ่งมืดมนอนธกาล ยิ่งทำก็ยิ่งมองไม่เห็นบาปบุญคุณโทษ ประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ อย่างดีก็มุ่งเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวและความสุขส่วนตัวเพียงถ่ายเดียว โดยไม่นึกถึงอกเขาอกเรา จิตมันก็ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นกลาง ไม่เที่ยงธรรม ทำแต่บาปแต่กรรม ไม่รู้จักบุญไม่รู้จักกุศล ไม่รู้จักทำดี มีแต่ทำชั่วร่ำไป ร่ำไป มีใครไปพูดเรื่องบาปบุญคุณโทษให้ฟัง…เหลวไหล! ใครพูดเรื่องนรกเรื่องสวรรค์เรื่องนิพพานให้ฟัง…เหลวไหล! เพราะอะไร…เพราะ “บาปกรรม” มันปิดบัง

เช่นเดียวกันกับ “ท่านมาลัย” ไปโปรดสัตว์นรก สัตว์นรกผู้ที่มีอุปนิสัยบางๆ พอเห็นพระเถรเจ้าไปก็ยกมือสลอน สาธุ พระคุณเจ้ามาดีแล้ว พวกข้าพเจ้าเป็นสัตว์นรกทำบาปทำกรรม จึงได้มาทรมานอยู่อย่างนี้ ขอให้ไปบอกญาติพี่น้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลส่งมาให้ด้วย อันนี้สำหรับผู้ที่มี..มี “ปุญญาภิสังขาร” คอยปรุงแต่งจิตให้นึกถึงคุณงามความดี

ส่วนสัตว์นรกบางตนบางตัวก็ได้แต่นอนคว่ำหน้า ไม่มองดูพระเถรเจ้าเลย ใครจะว่าไงก็ช่างใคร ฉันเฉยอยู่ เพราะบาปกรรมมันปิดบัง บาปกรรมตัวที่ปิดบังนั้นแหละคือ “อปุญญาภิสังขาร” สังขาร คือ บาป มันคอยปรุงแต่งจิตให้มีแนวโน้มไปทางบาป

เพราะฉะนั้นเรามาเจริญสมาธิวิปัสสนานี้ถึงแม้ว่าไม่บรรลุมรรคผลนิพพานใดๆ ก็เพียงแต่ว่า จะอบรมจิตใจของเราให้มีแนวโน้มไปในทางบุญทางกุศล จนกลายเป็นความคล่องตัว ไม่สามารถที่จะทำบาปทั้งในที่ลับและในที่แจ้งได้ มีหิริโอตตัปปะ สะดุ้งกลัวต่อบาป อายต่อบาปอยู่เสมอ เอากันแต่เพียงแค่นี้ ก็ยังนับว่าดี

…………………………………

พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีอายุครบ ๗๗ ปี, หน้า ๓๘) ขอบคุณลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=50833

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,273,182 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

‘ไปด์-มาก่อน’กามิกาเซ่ เฮลั่น!! คว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดนิยม
Philippine police kill 32 in 'shock and awe' drug raids
Bid to protect smaller parties in proposed primary voting system
Trips on Gold Line to cost Bt15 from Saturday onwards #SootinClaimon.Com
'ไมมิ ยาจิมะ'เยือนไทย!!! Live!Concert ครั้งแรกบนเวที Japan Expo Thailand 2018
ประชารัฐลดสถิติประสบอันตราย
KU23-2506
Govt opens ‘order’ centres
Vietnamese businesses urged to promote GIs
เปิด10โปรเจ็กท์อุ้มชาวนา! กษ.คาดนาปี61/62ผลผลิตลด สวนทางราคาพุ่ง

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d