Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

หวยไปรษณีย์เลยวันแรกลดฮวบเหลือ 92 หลังถูกกดดันให้ขายต่ำกว่า 110 บาท

Posted on March 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639489

หวยไปรษณีย์เลยวันแรกลดฮวบเหลือ 92 หลังถูกกดดันให้ขายต่ำกว่า 110 บาท

วันเสาร์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2565, 10.18 น.

หวยหน้าที่ทำการไปรษณีย์เลยเปิดขายวันแรกราคาลดฮวบเหลือ 92 บาทหลังขายไม่ออกถูกกระแสให้ขายต่ำกว่า 110 , 100 บาทบีบหนัก 

วันที่ 5 มี.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อ-ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่หน้าที่ทำการไปรษณีย์เลย และสาขาต่างๆ ในจังหวัดเลยหลายจุดศคึกคักเหมือนทุกงวดที่ผ่านมา แต่มีมาตรการรัดกุมมากขึ้น มีกลุ่มพ่อค้ามารวมตัวหน้าที่ทำการไปรษณีย์จำนวนมาก แต่งวดนี้ราคาขายสลากกินแบ่งลดลงเหลือ 92

นางสมศรี (ขอสงวนนามสกุล) แม่ค้ารับซื้อลอตเตอรี่รายหนึ่ง กล่าวว่า ราคาลอตเตอรี่หน้าไปรษณีย์งวดนี้ยังแปรปรวนเหมือนทุกงวดมีการเปิดราคารับซื้อที่ 92 บาทในราคาเดียวและไม่ค่อยมีพ่อค้ามารับซื้อ เนื่องจากคาดว่าอาจจะเหมือนงวดก่อนคือขายไม่ออก ขายไม่ได้ จนต้องขาดทุนไปหลายๆ คน

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ราคาตกนั้นเนื่องจากใกล้ถึงวันเวลาที่กองสลากจะเริ่มการรีเซ็ตระบบใหม่และคัดเลือกการได้ผู้จำหน่ายลอตเตอรี่ จึงทำให้ราคานั้นไม่สูงและปัจจัยหนึ่งนั้นสาเหตุมีการกระตุ้นจากผู้ซื้อคนทั่วไปนั้นอยากจะให้ราคาลอตเตอรี่นั้นต่ำลง มีการถามซื้อในราคาที่ต่ำว่า 110 บาท เพราะมองว่าแพงมากไปจึงเป็นสาเหตุที่จะต้องมีการซื้อไม่สูงมากนั้นเพื่อไปจำหน่ายในราคา 100-105 บาท เพราะหลังจากนั้น 110 บาทนั้นอาจจะขายยากแล้ว

นางขนิต (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ซื้อลอตเตอรี่ทั่วไปรายหนึ่งกล่าวว่า อยากให้ลอตเตอรี่ราคาต่ำลงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 110 บาท แต่ถ้าหากตนไปถามซื้อจากรายได้หากขายในราคา 110 บาทตนจะไม่ซื้อเลย หากคนไหนบอกราคาที่ต่ำลงกว่า 110 ก็จะซื้ออุดหนุนทันที แต่อย่างไรก็ตามลอตเตอรี่ก็ยังแพงอยู่ดี – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ ส่งผลงานเข้าร่วมการแข่งขัน ‘ฮอนด้า รถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง’ ระดับประเทศ ปีที่ 24

Posted on March 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639484

วิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ ส่งผลงานเข้าร่วมการแข่งขัน 'ฮอนด้า รถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง' ระดับประเทศ ปีที่ 24

วันเสาร์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2565, 09.28 น.

‘WIC TOGETHER SMART ATTITUDE ล้ำเลิศทักษะ มีคุณธรรมจริยะ เปี่ยมพละปัญญา มุ่งพัฒนาชาติ’ วิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ ส่งผลงานเข้าร่วมการแข่งขัน “ฮอนด้า รถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ระดับประเทศ ปีที่ 24

5 มีนาคม 2565 นางสุวนิจ สุริยพันตรี ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นายพุฒวัฒน์ กันยะกาญจน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ นางชื่นจิต เดชโยธิน รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานและความร่วมมือ นางพิศมัย นิติศักดิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากร ร่วมพิธีเปิดและให้กำลังใจคณะครู และนักเรียนแผนกวิชาช่างยนต์ ทีม Econo Warin ที่ร่วมการประกวดรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เริ่มต้นการจัด Honda Eco Mileage Challenge หรือฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิงปีที่ 24 ภายใต้แนวคิด “ท้าทายพลังความคิด ประดิษฐ์นวัตกรรมรักษ์โลก” เพื่อค้นหาทีมที่ทำสถิติประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

โดยปีนี้ทีมเข้าร่วมสมัครการแข่งขันกว่า 300 ทีม จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ สำหรับกติกาแต่ละทีม ประกอบไปด้วยสมาชิก 5 คน ร่วมกันพัฒนาเทคนิคและกลยุทธ์ที่จะทำให้รถวิ่งได้ไกลที่สุด ด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตร/ชั่วโมงขึ้นไป (กำหนดให้ใช้น้ำมัน E20 ในทุกประเภทการแข่งขัน) ซึ่ง การแข่งขัน Honda Eco Mileage Challenge แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ 1. ประเภทรถประดิษฐ์ ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา และ 2. ประเภทรถตลาด สำหรับประชาชนทั่วไป

โดยทีมวิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ ร่วมแข่งขัน ประเภทรถประดิษฐ์ ค่าประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ที่สถิติ 260.431 (Kms/Litre)

ประเภทรถตลาด ค่าประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ที่สถิติ 139.098 (Kms/Litre)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จังหวัดร้อยเอ็ดอัญเชิญพระอุปคุตพระราชทาน แห่รอบบึงพลาญชัยจัดงาน ‘บุญผะเหวด’

Posted on March 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639483

จังหวัดร้อยเอ็ดอัญเชิญพระอุปคุตพระราชทาน แห่รอบบึงพลาญชัยจัดงาน 'บุญผะเหวด'

วันเสาร์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2565, 09.24 น.

จังหวัดร้อยเอ็ด จัดพิธีอัญเชิญพระอุปคุตพระราชทาน แห่รอบบึงพลาญชัย ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการจัดงานมหาทานบารมีประเพณีบุญผะเหวด ประจำปี 2565

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.65 เวลา 16.30 น.ที่ผ่านมา นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระอุปคุตพระราชทาน โดยใส่ชุดเจ้าเมือง ในสมัยโบราณ พร้อมด้วย  ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยนางดนิตา สมจิตต์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด, นายชนาส ชัชวาลวงศ์, นายเชวงศักดิ์ พลเยี่ยม, นายสนอง ดลประสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด, นายชูศักดิ์ ราชบุรี ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด, นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีโดยยึดหยักมาตรการการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด 19 อย่างเคร่งครัด เพื่อความเป็นสิริมงคลในการจัดงานมหาทานบารมีประเพณีบุญผะเหวด ประจำปี 2565 ณ หน้าหอไตรมณฑลพิธีกลางน้ำ วัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง แห่รอบบึงพระลานชัยแล้วนำไปประดิษฐาน ณ บุษบก มณฑลพิธี เกาะกลางน้ำบึงพระลานชัย สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ร้อยเอ็ด 

ทั้งนี้ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดขบวนแห่อุปคุตรอบบึงพลาญชัยให้พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานได้สักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ในการจัดงานมหาทานบารมีประเพณีบุญผะเหวดประจำปี 2565 แล้วนำไปประดิษฐานที่มณฑลพิธี บุษบก มณฑลพิธีกลางน้ำเกาะกลางบึงพระลานชัย เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ

โดยจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดจัดงานมหาทานบารมีประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด ประจำปี 2565 ขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 มีนาคม 2565 นี้ ณ บริเวณลานสาเกตนคร สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ -บึงพลาญชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด เพื่อเป็นการส่งเสริมพระพุทธศาสนา และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงานให้คงอยู่สืบไป และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดร้อยเอ็ด และในช่วงเช้าตรู่วันที่ 6 มีนาคม 2565 เวลา 04.30 น.จะมีพิธีแห่ข้าวพันก้อนถวายพระอุปคุต เพื่อความมีโชคลาภและสิริมงคลของทุกคนที่เข้าร่วมพิธี ตามประเพณีชาวอีสานมาแต่โบราณ

กิจกรรมงานประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด ประกอบด้วย พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีมอบสัตสดกมหาทาน พิธีอัญเชิญพระอุปคุตพระราชทานแห่รอบบึงพลาญชัยเพื่อความเป็นสิริมงคล พิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีทักษิณานุประทาน เทศน์มาลัยหมื่น มาลัยแสน การแสดงหมอลำวัฒนธรรมพื้นบ้านโดยศิลปินแห่งชาติ.พิธีแห่ข้าวพันก้อน เทศน์สังกาด ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ พิธีเทศน์คาถาพัน และเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ พิธีถวายกัณฑ์จอบกัณฑ์หลอน พิธีอัญเชิญพระอุปคุตกลับ และที่สำคัญคือ รับประทานข้าวปุ้น หรือขนมจีน ฟรี! (จัดเป็นกล่อง/ชุด) ตลอดงาน – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิด2ผลงานนวัตกรรมเด่น ไทยทำได้หากมีแรงสนับสนุน

Posted on March 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639400

เปิด2ผลงานนวัตกรรมเด่น  ไทยทำได้หากมีแรงสนับสนุน

วันเสาร์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.

“ช่วงปี 2561-2562 ให้การสนับสนุนทุนทั้งหมด 199 โครงการใน 9 กลุ่มโครงการ มูลค่ากว่า 324 ล้านบาท และช่วงปี 2563 จนถึงปัจจุบันได้ให้การสนับสนุนทุนในกลุ่มโครงการ TED Youth Startup โปรแกรม Ideation Incentive Program (IDEA) และโปรแกรม Proof Of Concept (POC) ไปแล้วกว่า 300 โครงการ ด้วยวงเงินสนับสนุนทุนกว่า 224 ล้านบาท จากการให้ทุนได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เห็นได้จากการทำงานตลอดระยะเวลา 5 ปี ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งทางตรงและทางอ้อม มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท”

คำกล่าวของ ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TEDFund) เมื่อครั้งลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการพัฒนาผู้ประกอบการที่ได้รับการจัดสรร “เงินสนับสนุนทุนเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ได้แก่ โครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น (TED Youth Startup) ณ มหาวิทยาลัยพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา และ โครงการเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ (รุ่นที่ 2) ณ ต.ป่าแงะ อ.ป่าแดด จ.เชียงรายช่วงปลายเดือน ก.พ. 2565 ที่ผ่านมา

ชาญวิทย์ กล่าวต่อไปว่า จากการที่ TED Fundได้มุ่งดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “แหล่งเงินทุนและองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศ” ได้ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นิสิต นักศึกษา หรือผู้ที่จบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาไม่เกิน 5 ปี หรือบุคลากรในสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัย

หรือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดย่อม (SMEs) ตลอดจนธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) ซึ่งสำหรับการดำเนินงานตามแผนของ TED Fund ในปี
งบประมาณ 2565 ตั้งเป้าจะให้ทุน TED Youth Startupโปรแกรม IDEA จำนวน 150 โครงการ ภายใต้กรอบวงเงิน 15 ล้านบาท และทุน TED Youth Startup โปรแกรม POC จำนวน 75 โครงการ ภายใต้กรอบวงเงิน112.5 ล้านบาท ผ่านแนวทางการสรรหาผู้ประกอบการเพื่อขอรับทุนอุดหนุน 3 แนวทาง คือ 1.สรรหาโดยการเปิดรับสมัครตรงผ่าน TED Fund 2.สรรหาโดยเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow)

และ 3.สรรหาในกิจกรรม Road Show และการประกวดเวทีต่างๆ ภายใต้หลักการพิจารณาที่สำคัญคือ มีการพัฒนาธุรกิจบนฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีศักยภาพทางการตลาด สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และมีความต้องการพัฒนา ปรับปรุงหรือขยายผลด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมีผลลัพธ์หรือผลผลิตที่ชัดเจนภายในระยะเวลาที่รับการสนับสนุนทุน รวมถึงมีความพร้อมในการร่วมลงทุนในลักษณะที่เป็นงบประมาณ (In cash) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าโครงการ

ขณะที่ ธนพัฒน์ แพ่งเกษร ผู้ก่อตั้งธุรกิจ “สกัดเก่ง” (ชุดสกัด DNA ที่ไม่ต้องอาศัยเครื่องปั่นเหวี่ยง) หนึ่งในผู้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน TED Fund อธิบายนวัตกรรมของตนว่า ชุดสกัดเก่ง ประกอบด้วย “อุปกรณ์หลอดดูดเก่ง” ที่ภายในบรรจุเม็ดบีดสำหรับตรึง DNA “น้ำยาแตกเก่ง” ที่ใช้ในการแตกเซลล์ของตัวอย่างให้ปลดปล่อย DNA ออกมา “น้ำยาจับเก่ง” ที่ใช้ในการตรึง DNA ให้ยึดจับกับเม็ดบีด “น้ำยาล้างเก่ง” ที่ช่วยล้างดีเอ็นเอให้เกิดความบริสุทธิ์ และ “น้ำยาล้วงเก่ง” ที่ทำหน้าที่ชะเอา DNA ที่บริสุทธิ์ออกมาจากเม็ดบีด

จึงนับได้ว่าได้ปฏิวัติกระบวนการสกัด DNA โดยเปลี่ยนคอลัมน์ที่บรรจุอยู่ในพลาสติกชิ้นที่สอง ซึ่งโดยปกติจะถูกยึดให้อยู่กับที่ ให้เปลี่ยนมาอยู่ในรูปของเม็ดบีดทรงกลม จำนวนหลายเม็ด จากนั้นได้ลดจำนวนหลอดพลาสติกที่ใช้จากสองหลอดที่ครอบซ้อนกันอยู่ให้เหลือเพียงหลอดเดียว เม็ดบีดที่บรรจุอยู่ภายในหลอดสกัดจะทำหน้าที่ในการตรึงดีเอ็นเอ โดยอาศัยเพียงการเขย่าให้สารละลายสัมผัสกับเม็ดบีด จากนั้นจึงดูดสารละลายส่วนเกินทิ้งไป จะเห็นได้ว่าวิธีการนี้ไม่ต้องอาศัยเครื่องปั่นเหวี่ยงความเร็วสูงแต่อย่างใด

ธนพัฒน์ เล่าต่อไปว่า จากการสำรวจตลาดพบว่า มีชุดสกัดดีเอ็นเอที่จำหน่ายทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 21 ยี่ห้อมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 181.16 บาทต่อหนึ่งตัวอย่างสกัด (สำรวจ ณ วันที่ 15 มีนาคม 2564) โดยมีราคาต่ำสุดที่ 58.49 บาท และราคาสูงสุดอยู่ที่ 330.57 บาท ซึ่งชุดสกัดเก่งได้กำหนดราคาขายไว้ที่ 45 บาทต่อหนึ่งตัวอย่างสกัด อาจกล่าวได้ว่า เป็นราคาที่ถูกที่สุดในท้องตลาด และมีราคาถูกกว่าราคาเฉลี่ยมากกว่า4 เท่า ทั้งนี้เนื่องจากสินค้าคู่แข่งต้องนำเข้า จึงพบว่าราคาขายจริงในไทยอาจสูงกว่าที่รายงานถึง 2 เท่า

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาชุดสกัด DNA ทั้งหมดในท้องตลาด ชุดสกัดเก่งยังเป็นชุดสกัด DNA เดียว ที่ไม่ต้องอาศัยเครื่องปั่นเหวี่ยงความเร็วสูงอีกด้วย ซึ่งธุรกิจสกัดเก่งมีกลยุทธ์ที่จะเข้าไปทำส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดกลุ่มนักวิจัยเป็นอันดับแรก ด้วยผู้ใช้กลุ่มนี้สามารถตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่อยู่บนเงื่อนไขของมาตรฐานการผลิต และยังมีลักษณะเป็น Influencer ที่มักส่งคุณค่าผลิตภัณฑ์โดยการบอกต่อ

“ในช่วง 1-3 ปีแรก จะมุ่งเน้นในตลาดกลุ่มในภาคสนาม และใช้ช่วงเวลาดังกล่าวทำการทดสอบตลาดห้องปฏิบัติการทางแพทย์และตลาดสถาบันอุดมศึกษาไปพร้อมกัน อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่จะใช้ในการขอมาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการขยายตัวสู่อีกสองตลาดที่เหลือในช่วงปีที่ 3-5 และหลังจากปีที่ 5 เป็นต้นไป จะมุ่งสู่ตลาดในต่างประเทศ” ธนพัฒน์ กล่าว

อีกหนึ่งผู้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน TED Fund ศุขมิตร ทีฆะเสนีย์ จากบริษัท ไอซีเอ็ม อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด ผู้ก่อตั้งธุรกิจ “เครื่องประเมินสภาพน้ำ” เล่าว่า จากการเห็นความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ประสบปัญหาสัตว์น้ำตายยกบ่อ ซึ่งหมายถึงเงินที่ลงทุนไปสูญเปล่าและนำไปสู่การเป็นหนี้สินด้วย ทำให้พัฒนานวัตกรรมนี้ขึ้นมา โดยเครื่องจะมีหน้าที่วัดค่าออกซิเจนในน้ำค่า PH ในน้ำ อุณหภูมิผิวน้ำ อุณหภูมิในอากาศ และค่าความเค็มในน้ำ ซึ่งจะสั่งในเครื่องตีน้ำทำงานอัตโนมัติ โดยที่เครื่องจะมีทุ่นที่มีเซ็นเซอร์วัดค่าต่างๆ

อีกทั้งเครื่องทำงานโดยใช้กระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ จึงทำให้ไม่ต้องเดินสายไฟให้ยุ่งยากการทำงานทุ่นจะส่งสัญญาณไร้สายจากทุ่นกลางน้ำไปยังตู้ควบคุมที่อยู่บนฝั่ง และตู้ควบคุมจะแสดงสถานะต่างๆ ให้ผู้ใช้เห็นผ่านจอสี LED ที่เป็นฟังก์ชั่นภาษาไทยนอกจากนี้ถ้าค่าต่างๆ ในน้ำไม่ได้ตามที่ตั้งค่า ตู้ควบคุมจะส่งข้อมูลให้เครื่องตีน้ำทำงาน แต่ถ้าได้ค่าตามที่ตั้งค่าไว้เครื่องตีน้ำจะหยุดทำงาน นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่นฉุกเฉินแจ้งเตือนผ่านทางระบบไลน์มือถือทำให้ทราบโดยทันที ช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำตาย

“จากที่ได้นำเครื่องต้นแบบนำไปทดสอบกับฟาร์มลูกค้า ทำให้ช่วยลดงานภายในฟาร์มไปถึงร้อยละ 60 และค่าไฟฟ้าลดลงถึงร้อยละ 7-12 และประหยัดเวลาในการเฝ้าดูแลบ่อเพาะพันธุ์เลี้ยงสัตว์น้ำ และฟาร์มสัตว์น้ำ สามารถเพิ่มจำนวนสัตว์น้ำได้มากขึ้น และเพิ่มรายได้ให้กับเจ้าของฟาร์มเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20 เนื่องจากค่าล่วงเวลาพนักงานดูแลบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำลดลงจากเดิมจำนวนพนักงานดูแลรอบดึก 3 คน เป็น 1 คน”ศุขมิตร ระบุ

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พี่ชาย’แตงโม’ขอโทษเพื่อนๆและทุกคนที่ช่วยเหลือ บอกเสียใจแต่ต้องแล้วแต่แม่ตัดสินใจ

Posted on March 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639456

พี่ชาย'แตงโม'ขอโทษเพื่อนๆและทุกคนที่ช่วยเหลือ บอกเสียใจแต่ต้องแล้วแต่แม่ตัดสินใจ

วันศุกร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2565, 21.06 น.

หลังจากที่“นางภนิดา ศิริยุทธโยธิน” คุณแม่ของนางเอกสาว “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์” ได้มาออกรายการโหนกระแสของ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” พร้อมกับเผยว่า ตอนนี้ตนได้เป็นผู้จัดการมรดกของลูกสาวเป็นที่เรียบร้อย และตอนนี้ก็ให้อภัย “ปอ ดนุภัทร เลิศทวีวิทย์” และ “โรเบิร์ต ไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์” แบบ 100% และ ปอ ได้มาบอกว่าจะชดใช้ค่าปลงศพให้ตามที่เรียกร้อง ซึ่งตนเรียกร้องไปเบื้องต้น 30 ล้านบาท จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในเวลานี้นั้น

แม้กระทั่ง“ดายศ เดชจบ” พี่ชายแตงโม ได้ออกมาโพสต์สั้นๆ หลังคุณแม่ออกมาพูดผ่านรายการโหนกระแส ระบุสั้นๆ แต่บาดลึกว่า “ผิดหวัง” จากนั้นชาวเน็ตเข้ามาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด พี่ชายแตงโม โพสต์อีกรอบว่า “ขอบคุณทุกๆคนทุกกำลังใจนะครับ ผมจะทำเต็มที่ในส่วนของผมให้ดีที่สุดครับ ผมขอขอบคุณทุกๆคนที่ทำเพื่อน้องโมจริงๆครับ ผมขอขอบคุณจากใจจริงครับ”

ขณะที่ “กุ๊ก กฤติกา ขอไพบูลย์” อดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 3 ซึ่งกุ๊กได้โพสต์ไอจีส่วนตัวระบุว่า…

“เมื่อสักครู่กุ๊กได้คุยกับคุณดายศพี่ชายน้องแตงโม ต่อยฝากขอโทษเพื่อนๆ น้องโมและทุกๆ คนที่คอยช่วยเหลือตลอดมา ต่อยเสียใจแต่ต้องแล้วแต่การตัดสินใจของคุณแม่ ส่วนตัวต่อยเองยังเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมยังคงเดินหน้าต่อไป ขอให้ทุกคนที่รักและห่วงใยน้องโมร่วมกันทำให้น้องโมต่อไปในวาระสุดท้าย ใครที่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก็ส่งข้อมูลให้ตำรวจได้เหมือนเดิม ส่วนตัวพี่ชายเสียใจแต่ก็ยังไม่หมดหวังว่าจะได้รับความกระจ่างจากเรื่องการจากไปของน้องสาว ต่อยฝากขอโทษทุกๆ คนผ่านมาทางกุ๊กอีกทางนะคะ มีสาย โทรศัพท์เข้าไปสอบถามมากมายเค้ารับไม่ได้ทุกคน ฝากกุ๊กูมาบอกทุกๆ คนตามข้างบนนี่เลยค่ะ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เชฟ’เมืองภูเก็ตหวนคืนถิ่นเมืองลุง สู้พิษเศรษฐกิจ วางตะหลิวมาปลูกผักปลอดสาร

Posted on March 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639449

‘เชฟ’เมืองภูเก็ตหวนคืนถิ่นเมืองลุง สู้พิษเศรษฐกิจ วางตะหลิวมาปลูกผักปลอดสาร

วันศุกร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2565, 20.35 น.

‘เชฟ’เมืองภูเก็ตหวนคืนถิ่นเมืองลุง สู้พิษเศรษฐกิจ วางตะหลิวมาปลูกผักปลอดสาร

4 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 79 หมู่ 13 ต.โคกสัก อ.บางแก้ว จ.พัทลุง เพื่อติดตามชีวิตหนุ่มวัย 33 ปี อดีตเชฟร้านอาหารมีชื่อในเมืองภูเก็ต ที่ต้องหันเหชีวิต หลังเจอพิษเศรษฐกิจ เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 มุ่งหน้ากลับบ้านเกิดเมืองพัทลุง หันมาปลูกพืชผักปลอดภัยจากสารพิษส่งขายสร้างรายได้

หนุ่มคนนี้ คือ นายธรรมรัตน์ ศรีสุวรรณ หรือ “เบส” อายุ 33 ปี หลังกลับมาบ้านได้ใช้พื้นที่ หลังบ้านประมาณ 1 งาน สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนปลูกพืชผักปลอดภัยจากสารพิษ ประกอบด้วย ผักคะน้า ผักกาด ผักกวางตุ้ง ผักแคว แตงกวา หัวไชเท้า มะเขือเทศ ผักชี เพื่อส่งขายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

นายธรรมรัตน์ บอกว่า ตนมุ่งหน้ากลับบ้านเกิดเมื่อกลางปี 2564 และเริ่มมาปลูกผักช่วงปลายปี ควบคู่กับการเปิดร้านกาแฟเล็กๆ และเปิดบริการรับส่งพัสดุ ผักที่ปลูกทุกชนิดเป็นผักที่ปลอดภัยจากสารพิษ ไม่ใช้สารเคมีใดๆทั้งสิ้น ทำเองทุกขั้นตอน ทั้งการผสมดินปลูก ทำน้ำหมักชีวภาพ สารกำจัดศัตรูพืช ทั้งยังใช้วิธีการกางมุ้งให้ผักทุกแปลง เพื่อป้องกันแมลง

นายธรรมรัตน์ ให้เหตุผลว่า สาเหตุที่ต้องปลูกผักหมุนเวียน เพื่อป้องกันศัตรูพืชผักระบาด โดยผักที่ปลูกสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนขายได้ตลอดปี นอกเหนือจากขายผักแล้ว ตนยังได้เพาะชำต้นกล้าผัก จำหน่ายด้วย โดยเปิดตลาดขายสินค้าโดยการโพสต์ในโซเชี่ยล และมีบางที่มารับซื้อถึงที่บ้าน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 20 -100 บาท ผลผลิตตอนนี้เก็บขายได้ตลอดทุกวันลูกค้าสามารถคละชนิดผักในการสั่งซื้อได้

ด้านนางสุจิตตรา รุ่งรัศมีวิริยะ เกษตรอำเภอบางแก้ว กล่าวว่าสำหรับนายธรรมรัตน์ ถือเป็นเกษตรกรคนหนุ่มไฟแรง ที่มีความสนใจและตั้งใจ ในการทำการเกษตรในแบบที่หาได้ยากในคนวัยนี้ นอกเหนือจากที่ทางสำนักงานเกษตรอำเภอบางแก้วได้มีการส่งเสริมให้ความรู้ คำแนะนำในการใช้สารชีวพันธ์ การปรับสภาพดิน เพื่อดูแลพืชผัก อย่างถูกวิธีและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่แล้ว ล่าสุด สำนักงานเกษตรอำเภอบางแก้ว ได้ส่งเสริมพัฒนาให้ผักที่ปลุก ให้ได้การรับรองเกษตรอินทรีย์ เพื่อต่อยอดสร้างความมั่นใจอีกระดับกับลูกค้าต่อไป สนใจต้นกล้าและพืชผักติดต่อ นายธรรมรัตน์ หรือ เบส หมายเลข 093-7438929  หรือโทร074 – 843769

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนมไทยร้านป้าโส่ย! ‘สาคู-ข้าวเกรียบปากหม้อ’ ขายนานกว่า30ปี อิสลามกินได้ไม่ใส่หมู

Posted on March 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639440

ขนมไทยร้านป้าโส่ย! 'สาคู-ข้าวเกรียบปากหม้อ' ขายนานกว่า30ปี อิสลามกินได้ไม่ใส่หมู

วันศุกร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.39 น.

4 มีนาคม 2565 ร้านสาคู-ข้าวเกรียบปากหม้อป้าโส่ย  ตั้งอยู่ถนนชุมพล (ตลาดเก่า) เลขที่ 048 เขตเทศบาลนครระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ของนางเยาวภา  พบเจริญ อายุ 59 ปี เปิดขายสาคูข้าวเกรียบปากหม้อมานานกว่า 30 ปี เริ่มตั้งแต่ราคากล่องละ 20 บาท ตอนนี้ขายกล่องละ 25 บาท 1 กล่องมี 9 ลูก ทั้งสาคูและข้าวเกรียบปากหม้อ 

โดยสาคูของที่นี่จะมีน้ำกะทิให้ด้วยเหมือนข้าวเกรียบปากหม้อ เพราะลูกค้าชอบ กินกับผักกาดหอม และผักชี ใครชอบเผ็ดก็มีพริกขี้หนูให้ ถึงแม้ว่าช่วงผักมีราคาแพงก็ยังแถมผักเหมือนเดิมไม่ลด ตอนนี้พริกขี้หนูกิโลกรัมละ 220 บาท ผักชีกิโลกรัมละ 160 บาท ผักกาดหอม กิโลละ 60 บาท ถึงแม้ว่าผักกาดหอมจะไม่แพงมากก็เหมือนแพง เพราะเราจะต้องมาเลือกเอาใบที่เสียออก ผักจะซื้อสดทุกวันไม่มีค้าง 

สาคูร้านนี้คนที่นับถืออิสลามกินได้เพราะไม่มีส่วนผสมของหมู น้ำมันก็ใช้น้ำมันถั่วเหลือง ที่ลูกค้าติดใจก็เพราะไส้สาคูของเรามีรสชาดจัดจ้าน ทั้งหวานและเค็ม พอใส่ในแป้งสาคูแล้วรสชาดพอดีไม่จืดไป ส่วนไส้เราจะใช้น้ำตาลปีบ หัวไชโป้ และถั่วลิสงคั่วให้หอม แล้วมาผัดรวมกันจนเหนียวข้น ปั้นเป็นก้อนไม่แตก

ส่วนแป้งของข้าวเกรียบปากหม้อเราจะใส่สีธรรมชาติคือแก้วมังกร กับดอกอัญชัน ผสมกันจะออกมาเป็นสีม่วงสวยงาม ข้าวเกรียบปากหม้อใช้แป้งข้าวจ้าววันละ 2-3 กิโลกรัม ส่วนแป้งสาคูใช้วันละ 5 กิโลกรัม ร้านจะหยุดทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี เพราะวันพฤหัสบดีจะไปขายที่ตลาดนัดสตาร์ทุกอาทิตย์ ส่วนรายได้ขายได้วันละ 150-200 กล่อง เปิดขายตั้งแต่ 8.00-15.00 น. มีลูกค้าหลายรายที่เขาจ้างไปออกร้านตามงานต่างๆ สามารถติดต่อได้ที่ 086 8204232 ชื่อร้านสาคู-ข้าวเกรียบปากหม้อป้าโส่ย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Posted on March 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639438

สมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

วันศุกร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.33 น.

ในสมัยปัจจุบันรู้สึกว่าประชาชนชาวพุทธทุกระดับชั้นมีความสนใจในการปฏิบัติธรรม ซึ่งคงจะเป็นที่เข้าใจและคงจะมีผู้พิสูจน์เห็นผลกันมาแล้วว่า การทำสมถะนั้นมีความจำเป็นคือมีความสำคัญเกี่ยวกับการแก้ปัญหาชีวิตประจำวัน

ความจริงการปฏิบัติกัมมัฏฐานนั้นเป็นหลักและวิธีการที่เราจะต้องศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจและจะได้ยึดเป็นหลักแก้ไขปัญหาชีวิตประจำวัน

เมื่อพูดถึงเรื่องสมถะก็คือเรื่อง การทำสมาธิ นั่นเองสมาธิก็คือการภาวนานั่นเอง บางทีก็เรียกกัมมัฏฐาน บางทีก็เรียกวิปัสสนาบางทีก็เรียกว่าการทำสมาธิ มีคำพูดที่จะใช้เรียกแทนกันหลายๆ อย่าง

การปฏิบัติกัมมัฏฐานในสมัยปัจจุบันนี้เกิดปัญหายุ่งยากและนักปฏิบัติทั้งหลายมีความขัดแย้งกันอยู่ตลอดเวลาที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเหตุชาวพุทธไปติดภาษา ยกตัวอย่างเช่นบางท่านในเมื่อฝึกฝนอบรมบรรดาพุทธบริษัทให้ปฏิบัติก็ใช้คำว่าจงทำใจให้เป็นสมาธิ และบางท่านก็ว่าจงทำใจให้ว่าง

เพียงคำพูด ๒ ประโยคนี้ นักปฏิบัติก็ยังต้องขัดแย้งกันแต่ความจริงนั้น ทั้ง ๒ คำนี้เมื่อพูดถึงผลลัพธ์ที่เกิดจากการปฏิบัติแล้ว มีผลเป็นอย่างเดียวกัน

ในสายของท่านอาจารย์มั่น อาจารย์เสาร์มักใช้คำว่า จงภาวนาทำจิตให้เป็นสมาธิแต่ท่านพุทธทาสบอกว่า จงทำจิตให้ว่าง

แล้วลองคิดดูซิว่า ทั้ง ๒ ท่านนี้ มีบุคคลบางคนเขายกปัญหาขึ้นมาโต้แย้งกันถึงขนาดที่ว่าพิมพ์เป็นเอกสารโจมตีกันขนาดหนักเท่าที่ได้หยิบยกเอาปัญหา ๒ ข้อนี้ไปพิจารณาแล้ว ได้ความว่าการทำจิตให้เป็นสมาธิกับการทำจิตให้ว่างนั้นมันมีผลเท่ากัน

เพราะเหตุว่าการทำจิตให้เป็นสมาธิเมื่อจิตสงบนิ่งลงไปแล้วจิตก็ย่อมปราศจากอารมณ์ถ้าหากว่าจิตยังมีอารมณ์ จิตมันก็ไม่นิ่งในเมื่อนิ่งเป็นจิตที่ปราศจากอารมณ์แล้วก็เป็นจิตว่าง

ท่านที่ใช้คำว่าจงทำจิตให้ว่างเมื่อบริกรรมภาวนาหรือกำหนดอารมณ์ของกัมมัฏฐานอย่างใดอย่างหนึ่งเมื่อจิตสงบนิ่งลงไปแล้วก็เกิดความว่าง เป็นความหมายที่ตรงกัน

เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรม นักปฏิบัติอย่าไปติดภาษาการพูดภาษาสมมติบัญญัตินั้นในธรรมะข้อเดียวกันหรือผลที่เกิดจากการปฏิบัติอย่างเดียวกันเราอาจจะใช้โวหารคนละคำพูดได้ เช่นอย่างจิตเป็นสมาธิกับจิตว่าง เป็นต้น

การเจริญสมถกัมมัฏฐานหรือการเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานมีปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่ว่า เราปฏิบัติธรรมะเราจะเอาธรรมะมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตประจำวันของเราอย่างไรและปฏิบัติเพื่อจะให้รู้ความจริงที่อยู่ในกายในใจของเรานี้ส่วนความรู้ความเห็นอะไรต่างๆ นั้นเป็นเพียงเครื่องรู้ของจิตเป็นเพียงเครื่องระลึกของสติ เป็นเครื่องทำจิตให้มีความเจริญเจริญด้วยพละ เจริญด้วยอินทรีย์ ทำสติให้มีพลังทำสติให้เป็นใหญ่ในธรรมทั้งปวง อันนี้คือวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติ

การปฏิบัติในทางกัมมัฏฐานท่านได้แยกออกเป็น ๒ ประเภท คือสมถกัมมัฏฐาน อย่างหนึ่ง และ วิปัสสนากัมมัฏฐาน อย่างหนึ่ง

สมถะเป็นเครื่องอุบายความสงบใจวิปัสสนาคืออุบายให้เกิดปัญญา ความย่อๆ มีอยู่เพียงแค่นี้

การปฏิบัติสมถกัมมัฏฐานเฉพาะในตำราท่านได้เขียนไว้ถึง ๔๐ อย่าง ซึ่งจะไม่กล่าวถึงจะกล่าวถึงเฉพาะการทำสมถะด้วย การเจริญพุทธานุสติซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในสายสมาธิของท่านอาจารย์เสาร์ อาจารย์มั่น

ส่วนมากท่านจะสอนให้ลูกศิษย์ลูกหาเจริญพุทธานุสติเป็นเบื้องต้นเคยได้เรียนถามท่านว่าทำไมจึงสอนให้เจริญพุทธานุสติเป็นเบื้องต้นท่านก็ให้ความเห็นว่า พุทธานุสติคือพุทโธแปลออกมาว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานเป็นกิริยาของใจเมื่อใครทำใจให้สงบนิ่ง สว่าง จิตเป็นสมาธิได้ใจของผู้นั้นจะเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นกิริยาที่เข้าถึงจิตพระพุทธเจ้า ยึดพระคุณของพระพุทธเจ้าเป็นสรณะที่พึ่ง นี้คือความหมายของพุทโธ

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ขอแนะนำให้นักปฏิบัติได้บริกรรมภาวนาว่า “พุทโธ”ขอให้ทุกท่านตั้งจิตให้แน่วแน่ พระพุทธเจ้าก็อยู่ที่จิตพระธรรมเจ้าก็อยู่ที่จิต พระอริยสงฆ์เจ้าก็อยู่ที่จิต

พระพุทธเจ้าอยู่ที่จิต ก็คือความรู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดีพระธรรมอยู่ที่จิต ก็คือกิริยาซึ่งทรงไว้ซึ่งความรู้สึกสำนึกเช่นนั้นตลอดเวลาพระอริยสงฆ์อยู่ที่จิต ก็คือกิริยาที่จิตมีสติ สังวร ระวัง ตั้งใจ ที่จะละความชั่วประพฤติความดี ปลูกความเชื่อมั่นลงในจิตอย่างแน่วแน่

เมื่อพระพุทธเจ้าก็อยู่ในจิต พระธรรมก็อยู่ในจิต พระสงฆ์ก็อยู่ในจิต แล้วก็นึกในใจว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ พุทโธ ธัมโม สังโฆ พุทโธ ธัมโม สังโฆ แล้วก็มานึกเอาพุทโธๆๆ เพียงคำเดียวแล้วก็มานึก พุท พร้อมกับลมหายใจเข้า โธ พร้อมกับลมหายใจออก

ช่วงของการหายใจเข้าออกนั้นยังห่าง จิตยังสามารถส่งกระแสไปทางอื่นได้ก็ให้ปล่อยความรู้ลมหายใจเสีย แล้วให้นึก พุทโธๆๆ ติดต่อกัน นึกในใจเบาๆอย่าให้จิตมันส่งความรู้สึกออกไปข้างนอก และอย่าไปนึกว่าเมื่อใดจิตจะสงบเมื่อใดจิตจะรู้จะเห็นอะไร นึกพุทโธคล้ายๆ กับนึกเล่นๆเหมือนกับเราไม่หวังผลตอบแทนใดๆ แต่พยายามนึกติดต่อกันถ้าจิตส่งกระแสไปทางอื่น รู้สึกว่าจิตส่งกระแสไปให้รีบเอาจิตมาไว้ที่พุทโธ

ถ้าหากจิตปล่อยวางคำว่าพุทโธ แล้วก็มีอาการสงบนิ่ง ไม่นึกพุทโธ ให้กำหนดลงที่จิต ความรู้สึกอยู่ที่ไหนจิตอยู่ที่นั่นกำหนดรู้จิต ประคองจิตเอาไว้เฉยๆ เว้นเสียแต่ว่าจิตส่งกระแสออกไปนึกถึงสิ่งอื่นแล้วก็ให้นึกพุทโธตามเดิม ให้คอยสังเกตความเป็นไปขณะที่นึกพุทโธ

ในเบื้องต้นเรานึกถึงพุทโธ เรียกว่า วิตก เมื่อจิตจดจ้องอยู่กับพุทโธ ไม่พรากจากกัน แล้วก็มีความซึมซาบจิตมีความดูดดื่มในบริกรรมภาวนาพุทโธ ทำให้จิตมีความสงบไม่ส่งกระแสไปในทางอื่น ในเบื้องต้นนี้เรียกว่า วิจาร

เมื่อจิตมีความดูดดื่มกับคำว่าพุทโธหนักๆเข้า ปีติ คือความดีใจความเบิกบานใจ ย่อมจะเกิดขึ้น ในขณะที่จิตมีปีติเกิดขึ้นนั้นผู้ภาวนามีอาการต่างๆ บางท่านก็รู้สึกว่าตัวสั่น สั่นนิดๆไม่สั่นมาก แล้วแต่นิสัยของใครบางท่านก็รู้สึกว่าตัวใหญ่พองโตขึ้น บางท่านก็รู้สึกว่าตัวเล็กลงบางท่านก็รู้สึกว่าตัวเบาเหมือนกับลอยอยู่ในอากาศอันนี้เป็นลักษณะของปีติบังเกิดขึ้นในขณะบริกรรมภาวนาเมื่ออาการดังกล่าวข้างต้นบังเกิดขึ้นผู้ภาวนาไม่ควรตกใจ ให้กำหนดบริกรรมภาวนาเรื่อยไป

ถ้าหากจิตปล่อยวางคำบริกรรมภาวนาก็ให้กำหนดรู้ลงที่จิตจิตตัวผู้รู้ความรู้สึกอยู่ที่ไหน จิตอยู่ที่นั่น

เมื่อปีติบังเกิดขึ้น ความสุข อันเป็นผลพลอยได้ย่อมเกิดขึ้นเมื่อจิตมีปีติและความสุขเป็นภักษาหาร เป็นเครื่องยึดจิตย่อมอยู่ในลักษณะแห่งความสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กระวนกระวาย ไม่ดิ้นรน

ผู้ภาวนาจะมีความสุขอย่างเยือกเย็น ซึ่งจะหาความสุขอันใดเสมอเหมือนมิได้เมื่อเป็นเช่นนี้ จิตก็จะเข้าสู่ความสงบทีละน้อยๆ จนกระทั่งปล่อยวางวิตก วิจาร ปีติ และสุขเข้าไปสู่ความสงบนิ่งเป็นหนึ่ง เรียกว่า เอกัคคตา มีความวางเฉยเป็นลักษณะจิตอยู่ในสมาธิ

ขั้นนี้นอกจากจะมีความเป็นหนึ่งและความวางเฉยแล้วยังจะต้องมีความสว่างเป็นเครื่องหมายเมื่อจิตสงบลงไปถึงขั้นนี้ความรู้ว่ามีกายก็หายไปในความรู้สึกเมื่อกายหายไปแล้วลมหายใจก็หายไป ยังเหลือแต่จิตดวงเดียวล้วนๆนิ่ง สงบ เด่นอยู่อย่างนั้นตลอดเวลาอันนี้เป็นลักษณะของจิตสงบลงไปด้วยการบริกรรมภาวนา

ในขั้นต้นๆ นี้ เมื่อจิตสงบลงไปแล้วจิตจะไปติดกับความสุขและความสงบซึ่งเกิดในสมาธิ

แต่ท่านผู้ปฏิบัติทั้งหลายไม่ควรไปวิตกหรือกลัวว่าจิตไปติดอยู่ในสมถะถ้าท่านใดสามารถทำความสงบได้ถึงขนาดนี้บ่อยๆ ทำหลายๆ ครั้งอย่างที่เรียกว่าทำให้มาก อบรมให้มาก ทำจนชำนิชำนาญเมื่อจิตมีสมาธิขั้นสมถะหรืออัปปนาสมาธิบ่อยเข้าสิ่งที่จะพึงได้จากจิตสงบนั้นคือตัวสติสัมปชัญญะ ซึ่งจะเพิ่มพลังขึ้นทุกทีๆ

เพียงแต่ท่านผู้ภาวนาทำจิตให้สงบลงถึงขั้นปีติและความสุขเท่านั้นพละในตอนต้นๆ คือ ศรัทธาพละ ย่อมจะเกิดขึ้นจิตของท่านก็จะเกิดความรู้สึกว่าอยากปฏิบัติ อยากทำ

ในเมื่อมีศรัทธา ความพากเพียร อันเป็นพละข้อที่ ๒ ก็บังเกิดขึ้นเมื่อมีพละแล้ว ตัว สติ ความระลึก ก็ย่อมบังเกิดขึ้น เมื่อมีศรัทธา วิริยะ สติเป็นคุณธรรมเกิดขึ้นในจิต จิตเป็น สมาธิ ใน เมื่อจิตสงบเป็นสมาธิมีพลังแก่กล้าขึ้น ย่อมเกิดเป็น ปัญญา อย่างน้อยก็มีความรู้ว่าสมาธิคืออะไร

ในเมื่อจิตสงบนิ่งลงเป็นอัปปนาสมาธิ สิ่งที่เราจะรู้เห็นเด่นชัดที่สุดก็คือความว่างของจิต ไปตรงกับคำที่ท่านพระพุทธทาสท่านสอนว่า จงทำจิตให้ว่างเมื่อผู้สอนว่าทำจิตให้ว่าง ถ้าผู้ภาวนาทำจิตให้ว่าง ทำจิตให้เป็นสมาธิได้แล้วจะเกิดความสว่างขึ้นมา ผู้ภาวนาไม่ต้องคอยฟังคำอธิบายเมื่อจิตสงบ นิ่ง ว่างลงไป ก็เป็นอันเข้าใจ

สำหรับผู้ที่แนะการทำจิตให้เป็นสมาธิ เมื่อจิตสงบนิ่งเป็นสมาธิแล้วยังมีข้อสงสัยอยู่ว่า เมื่อจิตสงบลงไปแล้วอย่างนี้ จะใช่จิตเป็นสมาธิหรือเปล่านักปฏิบัติมักจะย้อนกลับมาถามอาจารย์ผู้สอนอีก นี่คือความหมาย มีอยู่อย่างนี้

ประสบการณ์ในการบริกรรมภาวนาพุทโธๆ อยู่นี้เรียกว่า เจริญพุทธานุสติและการเจริญพุทธานุสตินี้เป็นการเจริญสมถกัมมัฏฐานข้อสังเกตในเบื้องต้น เมื่อเราตั้งใจจะนั่งสมาธิบริกรรมภาวนาเมื่อกำหนดจิตลงไป เราจะรู้สึกว่าเรามีกายในเมื่อมีกายแล้วเราย่อมจะกำหนดรู้ว่าในขณะนั้นสภาวจิตของเราเป็นอย่างไร

ถ้าภาวนาไปมันก็เกิดทุกขเวทนาขึ้นมา จิตยังไปติดอยู่ในความสุขเมื่อเกิดทุกขเวทนา จิตไม่ชอบ ความที่จิตไม่ชอบนั้น เพราะจิตชอบความสุขจิตชอบความสุข อันนี้เป็น กามฉันทะ

บางทีบางโอกาสเราอาจมีอารมณ์คล้ายๆค้างๆซึ่งยังอยู่ในจิต เรียกว่า ราคะความกำหนัดย้อมใจอาจเกิดขึ้นในขณะนั้น นิวรณ์ ๕ ตัวสำคัญอยู่ที่ราคะ

ในเมื่อมีราคะ กามฉันทะก็ย่อมบังเกิดขึ้นในเมื่อกามฉันทะบังเกิดขึ้น จิตมันต้องการความสุขต้องการความสบาย ไม่ชอบการทรมาน

ในเมื่อไม่ชอบการทรมานอย่างนั้น จิตจะเกิดความหงุดหงิดทำให้เกิดความเบื่อหน่ายต่อการที่จะปฏิบัติต่อไป เรียกว่า พยาบาท เกิดขึ้น

เมื่อพยาบาทบังเกิดขึ้นแล้ว ความง่วงเหงาหาวนอนก็ย่อมบังเกิดขึ้น ความลังเลสงสัย เรียกว่า วิจิกิจฉา ย่อมบังเกิดขึ้น

ก็มีความรู้สึกว่าจะภาวนาต่อไปหรือจะหยุดแต่เพียงแค่นี้อาการทั้งหลายเหล่านี้เป็นอาการของนิวรณ์ ๕ ประการบังเกิดขึ้นครอบงำจิตของผู้ปฏิบัติ คือกามฉันทะ พยาบาท ถีนะมิทธะ อุทธัจจะกุกกุจจะ วิจิกิจฉา

การทำสมาธิในขั้นสมถะเพื่อให้จิตสงบนี้จุดมุ่งหมายอันสำคัญก็ตรงที่เราต้องการปราบนิวรณ์ ๕ ให้หมดไปด้วยอำนาจของสมาธิขั้นสมถกัมมัฏฐาน

ในเมื่อนิวรณ์ ๕ สงบระงับไป ผู้ปฏิบัติสงบได้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติต่อไปด้วยความปลอดโปร่งด้วยความเบาใจ และด้วยความสะดวกโดยปราศจากกิเลส ๕ ตัวนี้รบกวน

กิเลส ๕ ตัวนี้เราจะกำจัดได้ด้วยอำนาจของสมาธิขั้นสมถะนี่คือประสบการณ์ในการบำเพ็ญสมาธิขั้นสมถกัมมัฏฐาน

และอีกอย่างหนึ่ง สมถะเป็นมูลฐานให้เกิดวิปัสสนาประสบการณ์อีกอย่างหนึ่งซึ่งนักปฏิบัติทั้งหลายควรจะสังวรระวังไว้นักปฏิบัติทั้งหลายนั้นจิตจะไปติดอยู่กับความสุขพอภาวนาลงไปแล้วมักจะถามกันว่าเห็นอะไรบ้างเมื่อถูกถามบ่อยเข้าจิตก็เลยไปติดกับความสุข

เช่นเมื่อครั้งเริ่มฝึกหัดสมถวิปัสสนาในตอนแรกๆ ในเมื่อภาวนาไป พอมีตาทิพย์ครูบาอาจารย์มักจะถามว่าเห็นอะไรบ้าง พอครูบาอาจารย์ถามอย่างนี้บ่อยๆเข้านักปฏิบัติทั้งหลายก็ไปติดคำถาม เมื่อเริ่มภาวนาก็เริ่มเห็นสิ่งโน้นสิ่งนี้หมายถึงเห็นนิมิตต่าง ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อนักภาวนามีจิตสงบ และจะเกิดแสงสว่างขึ้นมาเมื่อเกิดแสงสว่างขึ้นแล้ว จิตส่งกระแสออกไปข้างนอกกายตามแสงสว่างไปก็ย่อมเกิดนิมิตต่างๆขึ้นมา จะเป็นรูปคน สัตว์ ภูตผีปีศาจ ซึ่งสุดแท้แต่มโนภาพใดจะบันดาลให้บังเกิดขึ้น ซึ่งเป็นธรรมชาติของสมาธิในขั้นนี้จะต้องเป็นอย่างนั้น

ในเมื่อเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ท่านผู้ปฏิบัติทั้งหลายอย่าพึงไปถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นสาระสำคัญที่เราจะต้องยึดเอาเป็นผลงานในการปฏิบัติ

เมื่อนิมิตต่างๆเกิดขึ้น ให้ตั้งสติไว้ในท่าทีที่สงบพยายามระวังอย่าให้เกิดเอะใจขึ้นมา ถ้าเกิดเอะใจเมื่อใดแล้วจิตจะถอนออกจากสมาธิ เมื่อจิตถอนออกจากสมาธิแล้ว ภาพนิมิตจะหายไปหมด

เพราะนิมิตอันนี้เกิดจากจิตสงบในขั้นของอุปจารสมาธินักภาวนาที่ฉลาด เมื่อนิมิตเกิดขึ้นอย่างนี้ ให้ประคองจิตให้อยู่ในท่าที่สงบคือกำหนดรู้ลงที่จิต คือรู้อย่างเดียวความรู้สึกอยู่ที่ไหน ผู้รู้จะอยู่ที่นั่น จิตก็อยู่ที่นั่นกำหนดรู้ลงที่ตรงนั้น แล้วดูผู้รู้เฉยอยู่ นิมิตนั้นจะอยู่ได้นานท่านที่ฉลาดในการภาวนาอาจจะเอานิมิตนั้นเป็นเครื่องรู้ของจิตเป็นเครื่องระลึกของสติ ด้วยการกำหนดรู้เฉยอยู่ทำให้เกิดเป็นสติสัมปชัญญะจริงๆ สามารถประคองจิตให้อยู่ในสถานะปกติได้จิตก็ย่อมสงบละเอียดลงไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นอัปปนาสมาธิหรือถึงขั้นสมถกัมมัฏฐานถ้าหากไม่ทำเช่นนั้น เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา จิตจะถอนออกจากสมาธิและจิตจะไม่ถึงอัปปนาสมาธินี่คือประสบการณ์ที่จะเกิดขึ้นในขณะที่บริกรรมภาวนาในขั้นนี้

นักปฏิบัติทั้งหลายไม่ควรจะตั้งความรู้สึกไว้ว่าเราภาวนาแล้วควรจะเห็นอย่างนั้น ควรจะเห็นอย่างนี้เอากันตรงที่เราภาวนาจิตสงบลงไปแล้วเมื่อจิตปราศจากอารมณ์ปราศจากความคิดจิตจะนิ่งสว่างอยู่เฉยๆ เราเองรู้เห็นกันที่ตรงนี้

เมื่อจิตมีสมาธิ เห็นว่าจิตมีสมาธิ เห็นว่าจิตนิ่งลงเป็นหนึ่ง เห็นว่าจิตมีความเป็นกลางเห็นว่าจิตมีความสว่างไสว เห็นว่าจิตรู้ลงที่จิตเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนี่คือความรู้ความเห็นของจิตที่นักปฏิบัติจะพึงปรารถนา

ความเห็นนิมิตต่างๆนั้นไม่เป็นสาระสำคัญใดๆ ปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่ให้เรารู้เห็นลงไปว่า คำว่าจิตนั้นคืออะไร อยู่ที่ไหนสิ่งที่เราจะต้องกำหนดให้ได้อยู่ที่ตรงนี้ เมื่อเรากำหนดลงไปได้ว่านี่คือจิตผู้รู้ก็ให้รู้ลงที่ตรงนี้ นิมิตต่างๆนั้นใครจะรู้จะเห็นหรือไม่นั้นไม่สำคัญอย่าไปต้องการอยากรู้อยากเห็น

และปัญหามีว่า หากว่าได้ทำจิตให้สงบสว่างลงไปแล้วเกิดมีนิมิตขึ้นมาเมื่อจิตของเราไปติดนิมิตนั้น เช่น เห็นเทวดา ขณะนั้นจิตจะละฐานเดิมคือฐานที่รู้อยู่ในจิตแล้วก็ไปยึดภาพนิมิตนั้น ภาพนิมิตนั้นไปที่ไหน ก็จะตามไปที่นั่นในที่สุดเราจะรู้สึกว่าเดินตามหลังเทวดาไป

บางทีเทวดาจะพาไปเที่ยวนรก ไปเที่ยวสวรรค์ ไปดูโน่น ไปดูนี่บางครั้งจิตมันตรงไปดูถึงนิพพาน เห็นนิพพานเป็นบ้านเป็นเมืองขึ้นมาเป็นประสบการณ์ของจิตที่เราควรจะสังวรระวังเอาไว้

เมื่อผู้ภาวนาทำจิตให้สงบนิ่งเป็นอัปปนาบ่อยๆ เข้าถ้าจิตมันไปติดอยู่ในความสุขขั้นอัปปนาสมาธิ ไม่ก้าวขึ้นสู่ภูมิแห่งวิปัสสนาสักทีเราจะทำอย่างไร เป็นปัญหาที่จะต้องทำความเข้าใจ วิปัสสนามันเกิดขึ้นได้ ๒ วิธี

วิธีที่ ๑ เกิดขึ้นได้ด้วยการพินิจพิจารณาสภาวธรรม

สภาวธรรมที่จะพึงยกเป็นหัวข้อในการพิจารณาเบื้องต้นนี้ท่านให้ยกเอาขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณมาพิจารณาสอนไปสู่ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ เป็นอนัตตาความไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง

พยายามน้อมนึกว่า รูปก็ไม่เที่ยง เวทนาก็ไม่เที่ยง สัญญาก็ไม่เที่ยงสังขาร วิญญาณก็ไม่เที่ยง นึกเอาอย่างนี้ นึกเอาเรื่อยๆและน้อมเชื่อลงไปว่าเป็นความจริงจนกระทั่งจิตมันยอมรับลงไปว่าเป็นความจริงอย่างนั้นแล้วจึงกลับมากำหนดจิตให้สงบลงไปโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง

หรือบางทีขณะที่เรานึกอยู่นั้น จิตอาจจะเกิดความสงบขึ้นมาในระหว่างในเมื่อจิตเกิดความสงบขึ้นมาแล้วก็ให้กำหนดจิตประคองจิตให้อยู่ในความสงบอย่างนั้นต่อไปเว้นเสียแต่ว่าจิตมันจะคิดไปเอง

หากจิตคิดไปเอง ให้ผู้ภาวนานั้นตามรู้ความคิดของตัวเองโดยทำสติตามรู้ความคิด คือจิตคิดอะไรขึ้นมาก็รู้ คิดอะไรขึ้นมาก็รู้เพียงแต่สักว่ารู้ อย่าไปช่วยมันคิด

โดยธรรมชาติของจิตมันจะคิดอยู่ไม่หยุดเราจะต้องทำสติกำหนดรู้ความคิดอันนั้นตามไปเรื่อยๆจนกว่าจิตมันจะสงบลงเป็นอัปปนาสมาธิอีกทีหนึ่งในเมื่อจิตสงบลงเป็นอัปปนาสมาธิแล้ว ให้กำหนดรู้อยู่อย่างนั้น

เมื่อจิตสงบลงไปสู่อัปปนาสมาธิ เราจะไม่มีเจตนา ไม่มีสัญญาใดๆทั้งนั้นจะน้อมจะนึกอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น เพราะในตอนนี้จิตมันถึงธรรมชาติแห่งความเป็นเองเป็นสมาธิโดยปราศจากความตั้งใจ

ถ้าจิตจะเกิดความรู้ความเห็นอะไรขึ้นมาในขณะนี้เป็นเรื่องของจิตที่จะต้องเป็นไปเอง จิตในขั้นนี้เราจะตั้งใจน้อมนึกไม่ได้ เพราะฉะนั้น ในตอนนี้จึงขอทำความเข้าใจกับท่านอีกว่าในตำราท่านกล่าวว่าเมื่อทำจิตให้เป็นสมาธิอย่างดีแล้วจงน้อมจิตหรือยกจิตให้สู่ภูมิวิปัสสนากัมมัฏฐาน

เมื่อจิตนั้นสงบลงไปสู่ขั้นอัปปนาสมาธินั้นเราจะยกก็ไม่ได้ จะน้อมก็ไม่ได้จะปรุงจะแต่งอะไรไม่ได้ทั้งนั้นเพราะจิตมันปราศจากรูป เวทนา สัญญา เจตนาโดยประการทั้งปวงพอจิตมันสงบแล้วมันเป็นไปเอง

เมื่อเป็นเช่นนั้นเราจะทำอย่างไร โอกาสที่จิตมันจะถอนออกจากสมาธิย่อมมีเมื่อจิตถอนออกจากสมาธิ ในขั้นนี้จะเกิดความคิดขึ้นมา ให้กำหนดตามรู้ความคิดไปะคิดเรื่องอะไรก็ได้ มันจะคิดเรื่องของบุญ คิดเรื่องของบาปคิดเรื่องโลก คิดเรื่องธรรม อะไรก็แล้วแต่หน้าที่ของเราเพียงแต่กำหนดตามรู้ไปเรื่อยๆเมื่อสติตามทันความคิดได้เมื่อใดขณะนั้นมันก็กลายเป็นภูมิแห่งวิปัสสนากัมมัฏฐานขึ้นมาเอง

และอาจจะสงสัยว่า เมื่อทำจิตแล้ว จิตไม่ถึงขั้นอัปปนาสมาธิสักทีจะคอยโอกาสให้จิตถึงอัปปนาสมาธิหรือขั้นสมถะไปจนตลอดชีวิตจะทำอย่างไรผู้ภาวนาจะไม่ตายก่อนหรือ กว่าจะยกจิตขึ้นสู่ภูมิวิปัสสนาได้

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เมื่อเราจะทำจิตให้สงบนิ่งลงเป็นอัปปนาสมาธหรือทำสมถกัมมัฏฐานไม่ได้ เราก็ไม่ต้องทำ แนะนำให้ทำอย่างนี้ในเมื่อเราจะภาวนาเมื่อใดให้กำหนดรู้ลงที่จิตคอยจ้องดูความคิดของตนเอง ความคิดอะไรเกิดขึ้นกำหนดรู้นี้เฉพาะในขณะเรานั่งหลับตากำหนดรู้อยู่อย่างนั้นไม่ต้องไปนึกถึงอะไร ปล่อยให้ความคิดมันเกิดขึ้นมาเอง

คิดขึ้นมาแล้วกำหนดรู้ คิดขึ้นมาแล้วกำหนดรู้รู้ตามไปเรื่อย รู้เดี๋ยวนี้ตามไปเรื่อยๆ ตัวรู้นั้นคือตัวสติตามรู้ทันนั่นเอง ในเมื่อสติตามรู้ทันเมื่อใดจิตมันจะแสดงอาการสงบลง ถึงแม้ว่ามันจะไม่สงบ นิ่ง สว่างเหมือนอย่างที่ท่านอธิบายไว้ในตำรับตำราก็ตามเป็นแต่เพียงเรามีสติตามทันความคิดของเรา

เมื่อสติตามทันความคิดแล้ว ความคิด ความรู้ กับจิตนี้มันจะมีลักษณะคล้ายๆ กับว่ามันแยกออกจากกัน จิตตัวผู้รู้มันจะรู้อยู่เฉยๆแต่สิ่งที่ผ่านเข้ามาเป็นความคิดนั้นสักแต่ว่าคิดไม่มีความยึดถือในจิตอันนั้น อันนี้เป็นตัวสติที่มันมีพลังแก่กล้าขึ้นและมันจะมีลักษณะที่กายกับจิตที่สามารถแยกจากกันได้

อารมณ์กับจิตก็สามารถแยกออกจากกันได้ถ้าเราอบรมสติตัวนี้ให้มีความเจริญขึ้นเป็นผู้ที่มีสติเป็นใหญ่ในธรรมทั้งปวงอันนี้ถือหลักปฏิบัติสมถกัมมัฏฐานในเบื้องต้น

วิธีที่ ๒ เกิดขึ้นได้ด้วยการพินิจพิจารณากายคตาสติสภาวธรรมที่จะพึงยกเป็นหัวข้อในการพิจารณาได้อีกอย่างหนึ่ง คือให้กำหนดพิจารณาร่างกายของตนเป็นหลัก ให้พิจารณาตั้งแต่ ผม ขน เล็บ หนัง ฟัน เนื้อ เอ็น กระดูก จนครบอาการ ๓๒ โดยน้อมนึกให้จิตรับรู้ไปในแง่เป็นของปฏิกูล ไม่สวยไม่งาม น่าเกลียด โสโครก ดังที่ปฏิปทาของท่านอาจารย์เสาร์ กันตสีโล บรรยายมาแล้วนั่นเอง  

………………………

พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ( คัดลอกจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=38286 )

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดอาลัย! ผกก.หนังสั้น-นร.โสตทำบุญให้’แตงโม’ที่เคยร่วมงานแสดงนำ ‘รักในความเงียบ’

Posted on March 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639436

สุดอาลัย! ผกก.หนังสั้น-นร.โสตทำบุญให้'แตงโม'ที่เคยร่วมงานแสดงนำ 'รักในความเงียบ'

วันศุกร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.03 น.

สุดอาลัย! “ครูวุฒิ” ผู้กำกับหนังสั้นคนอุดรฯ ครูอาจารย์ และนักเรียนโสตฯร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ “แตงโม นิดา” ที่เคยรับบท “ครูแตง” ในหนังสั้นเรื่อง “รักในความเงียบ” เมื่อปี 61 “ครูวุฒิ” เผยสุดอาลัย “แตงโม” น่ารัก ใจดี รักเด็กโสตทุกคน

วันนี้ (4 มี.ค.65) ที่โรงเรียนโสตศึกษาอุดรธานี นายวรวุฒิ หลักชัย ผู้กำกับหนังสั้นชื่อดังชาวอุดรธานี พร้อมคณะร่วมทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวันเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกให้กับเด็กนักเรียน ผู้บกพร่องทางการได้ยินจำนวน 186 คน เพื่อระลึกถึง แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ ที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมงานกัน ซึ่งก่อนจะรับประทานอาหาร เด็กๆ และคณะครูได้ร่วมกันร้องเพลงด้วยภาษามือชื่อเพลง “เจ้านกน้อย” และเป็นเพลงที่ใช้ประกอบหนังสั้น เรื่อง “รักในความเงียบ” ที่แตงโมเป็นนักแสดงนำเป็นการขอบคุณที่ได้มาเลี้ยงอาหารกลางวันในวันนั้น โดยเด็กๆ ที่โรงเรียนโสตมีสีหน้าเศร้าและเสียใจอย่างมากที่พี่แตงโมจากไปไม่มีวันกลับ

นายวรวุฒิ หลักชัย ผู้กำกับหนังสั้น หรือที่รู้จักกันในชื่อ ครูวุฒิ ปัจจุบันเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนเทศบาล 3 (บ้านเหล่า) อุดรธานี เปิดเผยว่า ตนได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้กำกับหนังรัก 1 ใน 5 เรื่อง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของความรักในรูปแบบต่างๆ 5 ตอน ตอนละ 20 นาที หนังเรื่องนี้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ เมื่อเดือนเมษายน 2561 ซึ่งตนก็ได้กำกับในตอน “รักในความเงียบ” โดยมี แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ เป็นนักแสดงนำ ทำการถ่ายทำที่โรงเรียนโสตศึกษาอุดรธานี 

หนังตอนนี้ เป็น เรื่องราวของน้องหมี เด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน (รับบท โดยธีรภัทร ถินแดง ผู้บกพร่องทางการได้ยิน) ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยแม่นำมาฝากเลี้ยงให้อยู่กับยาย ยายจึงอยากให้หลานได้เรียนเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ แต่ติดปัญหาคือหลานเป็นเด็กหูหนวก จนกระทั่งมาเจอครูแตง (รับบทโดย แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์) ที่อยากจะช่วยเหลือเด็กคนนี้ให้มีโอกาสเหมือนเด็กปกติทั่วไป ทำให้ครูแตง ต้องหัดเรียนรู้ภาษามือ เพื่อสามารถสื่อสารกับเด็กคนนี้ 

ที่สำคัญ นักแสดงในเรื่อง ก็เป็นผู้ปกพร่องทางการได้ยินจริงๆ จากโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดอุดรธานี และครูแตงโมก็ได้ตั้งใจ ทุ่มเทในการฝึกใช้ภาษามือ จากทางครู ที่เป็นล่าม จากทางโรงเรียนเช่นกัน ซึ่งหนังเรื่องนี้ เป็นสื่อกลางในการแบ่งปันความรัก กลับไปยังสังคมรอบข้างอย่างเป็นรูปธรรม ได้เป็นอย่างดี คุณแตงโมใจดีและเป็นกันเองกับเด็กๆ เด็กๆ โสตก็รักคุณแตงโมง หลังทราบข่าวแตงโม นิดา เสียชีวิตตนเองและเด็กๆ รู้สึกเสียใจและอาลัยเป็นอย่างมาก เป็นเรื่องราวดีๆ ที่อยากย้อนระลึกถึงคุณแตงโมให้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี – 003
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เก็บกู้ทำลาย’ระเบิด M117′ สมัยสงครามเวียดนาม หลังขุดพบบริเวณเนินเขา

Posted on March 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639435

เก็บกู้ทำลาย'ระเบิด M117' สมัยสงครามเวียดนาม หลังขุดพบบริเวณเนินเขา

วันศุกร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.02 น.

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2565  ภายใต้การอำนวยการของนายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ มอบหมายกลุ่มงานความมั่นคงจังหวัด ร่วมเก็บกู้และทำลายลูกระเบิด M 117 สมัยสงครามเกาหลี โดยร่วมกับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คำม่วง เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ทหารอากาศกองบิน 23 จ.อุดรธานี ที่บริเวณเนินเขาบ้านดงสวนพัฒนา ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ หลังขุดพบเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ทั้งนี้ สาเหตุที่ขุดพบเนื่องจากชาวบ้านซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน ได้จ้างรถขุดเพื่อทำแนวกันไฟ ก่อนที่จะขุดพบลูกระเบิดดังกล่าวในความลึกประมาณ 3 เมตร

นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่ทางจังหวัด ได้รับรายงานจากนายดำรงค์ศักดิ์ นาคีสังข์ นายอำเภอคำม่วง ว่าชาวบ้านได้ขุดพบลูกระเบิด 2 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์  2565 ที่ผ่านมา และหลังจากได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครองอำเภอ ตำรวจภูธรจังหวัด สภ.คำม่วง ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ เข้าตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าเป็นลูกระเบิดขนาด  M 117 สมัยสงครามเกาหลี น้ำหนักประมาณ 340 กิโลกรัม หรือ 750 ปอนด์ ก่อนที่จะกำหนดทำลายในวันนี้

นายทรงพลกล่าวอีกว่า ในการเก็บกู้และทำลายลูกระเบิดดังกล่าว ฝ่ายความมั่นคง จ.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมตรวจสอบและทำลายร่วมกับนายสัมพันธ์ ยอยโพธิ์สัย ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.คำม่วง พ.ต.อ.อลงกรณ์ เสนีย์รณฤทธิ์ ผกก.สภ.คำม่วง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คำม่วง เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด(EOD)  ทหารอากาศ กองบิน  23 จ.อุดรธานี นำโดยนาวาอากาศเอก จิรพงศ์ ทองโคตร ได้เข้าทำการเก็บกู้ ทำลายลูกระเบิด โดยวิธีฝังกลบ ความลึกประมาณ 3 เมตร การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่เกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดการระเบิดแต่อย่างใด

สำหรับประวัติลูกระเบิด M117 เป็นระเบิดทิ้งทางอากาศซึ่งใช้โดยกองกำลังทหารสหรัฐฯ อาวุธดังกล่าวมีขึ้นในช่วงสงครามเกาหลี ต้นทศวรรษ 1950 และถูกใช้งานอย่างกว้างขวางในสงครามเวียดนาม มีน้ำหนักประมาณ 340 กก.หรือ 750 ปอนด์ ส่วนสาเหตุที่พบในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากกองทัพสหรัฐได้มาใช้ฐานบินในประเทศไทย สันนิษฐานว่าเครื่องบินจะนำลูกระเบิดไปยิงเป้าหมายที่เวียดนามเหนือ จึงมีความเป็นได้ที่อาจเป็นลูกระเบิดที่ด้านหรือทิ้งไม่หมดแล้วถูกสลัดทิ้งก่อน ก่อนที่จะขุดพบและทำลายในวันนี้. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,276,632 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

SIA flies first batches of Covid-19 vaccines to Australia and New Zealand #SootinClaimon.Com
Thais give alms to monks on Father’s Day
โซไซตี้ : เอสจีเอส ประเทศไทย อาสาทำดีเพื่อน้อง ระดมพลังพนักงานจิตอาสา ลงแรง ด้วยใจ ให้น้องๆ ในจังหวัดสตูล ‘เพื่อชีวิต...ที่ดียิ่งกว่า’
VILLAINS AREN’T BORN. THEY’RE MADE. จากฮีโร่สู่จอมโหดที่ถูกโลกหล่อหลอม
'พิชัย' เชื่อ 'ทรัมป์' จะทำ ศก.สหรัฐฯ ดีขึ้น พาประเทศออกจากวังวนเดิม
New tack for Trump: Delay final vote count #SootinClaimon.Com
"วัชมนฟู้ด" ตั้งเป้าเป็น "ฮับ" ผลไม้นำเข้า
Davies reiterates US concerns over rights
star retro : ย้อนวันแห่งความสำเร็จ‘นกแล’ วงดนตรีในตำนาน ที่ยังเดินหน้าสร้างสรรค์งานเพลง
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ ประทานรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d