Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สมาธิในการศึกษาเล่าเรียน ให้เพ่งสายตาส่งใจไปที่ตัวครู: หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639001

สมาธิในการศึกษาเล่าเรียน ให้เพ่งสายตาส่งใจไปที่ตัวครู: หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.19 น.

วิชาความรู้ที่นักเรียนนักศึกษาเรียนกันอยู่ในปัจจุบันนี้ มันเป็นสิ่งที่เราสามารถรู้ด้วยจิตใจ สิ่งใดที่เราสามารถรู้ด้วยจิตใจ สิ่งนั้นคือสภาวธรรม สภาวธรรมอันนี้มันทำให้เราดีใจ เสียใจเพราะมัน เราท่องหนังสือไม่ได้เราเกิดเสียใจ น้อยใจในตัวเอง หนังสือที่เราท่องนั่นคือสภาวธรรม เราจำไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่ไม่เป็นไปตามความปรารถนา มันเข้าหลักอนัตตา บางทีอยู่ดีๆ เกิดเจ็บไข้ เราไปของเราไม่ได้ มันก็ส่อถึงอนัตตา อนิจจัง ทุกขัง นั่นเอง

เพราะฉะนั้น เมื่อเรามาฝึกสติสัมปชัญญะของเรานี้ให้มันรู้พร้อมอยู่กับปัจจุบัน มันเป็นการปฏิบัติธรรม เดิน เรารู้ ยืน เรารู้ นั่ง เรารู้ นอน เรารู้ รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด เรารู้ เอาตัวรู้คือสติตัวเดียวเท่านั้น แม้ในขณะเรียนหนังสืออยู่ เราตั้งใจต่อการเรียนในปัจจุบัน นั่นก็เป็นการปฏิบัติสมาธิ

ทีนี้ ความรู้ ความเห็นที่เราจะพึงทำความเข้าใจมันอยู่ที่ตรงไหน มันอยู่ที่กายกับใจของเรานี่ ทำอย่างไรกายของเราจึงจะมีสุขภาพอนามัยเข้มแข็ง ทำอย่างไรจิตของเราจึงจะมีสติปัญญาแก้ไขปัญหาหัวใจของเราได้นี่มันอยู่ตรงนี้ที่เราจำเป็นต้องเรียนรู้

วิธีทำสมาธิในห้องเรียน

ขณะนี้นักเรียนทั้งหลายกำลังเรียน ปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่ว่าทำอย่างไรเราจึงจะได้พลังของสมาธิ พลังของสติ เพื่อสนับสนุนการศึกษา หลวงตาจะสอนวิธีทำสมาธิในห้องเรียน สมมติว่าขณะนี้หลวงตาเป็นครูสอนพวกเธอทั้งหลาย ให้พวกเธอทั้งหลายเพ่งสายตามาที่หลวงตา ส่งมาที่หลวงตา แล้วสังเกตดูให้ดีว่าหลวงตาทำอะไรบ้าง หลวงตายกมือ หนูก็รู้ เขียนหนังสือให้ หนูรู้ พูดอะไรให้หนูตั้งใจฟัง ถ้าสังเกตจนกระทั่งกระพริบหู กระพริบตาได้ยิ่งดี

เวลาเข้าห้องเรียน ให้เพ่งสายตาไปที่ตัวครู ส่งใจไปที่ตัวครู อย่าเอาใจไปอื่น พยายามฝึกให้คล่องตัวชำนิชำนาญ เพราะในขณะที่อาจารย์สอนเรา ท่านรวมกำลังจิตและวิชาความรู้ที่จะถ่ายทอดให้เรา เมื่อเราเอาจิตจดจ่ออยู่ที่ตัวอาจารย์ เราก็ได้รับพลังจิตและวิชาความรู้จากอาจารย์ เพียงแค่นี้วิธีทำสมาธิในห้องเรียน ถ้าพวกหนูๆ จำเอาไปปฏิบัติตาม จะได้สมาธิตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียนเล็กๆ ชั้น อนุบาล

ในตอนแรกนี่ การควบคุมสายตาและจิตใจไปไว้ในที่ตัวครูอาจจะลำบากหน่อย แต่ต้องพยายามฝึก ฝึกจนคล่องตัวชำนิชำนาญ ภายหลังแม้เราไม่ตั้งใจ พอเห็นใครเดินผ่านหน้ามันจะจ้องเอาๆ พอเข้าในห้องเรียนแล้ว พอครูเดินเข้ามาในห้อง สายตามันจะจ้องปั๊บ ใจมันก็จะจดจ่ออยู่กับตรงนั้น หนูลองคิดดูสิว่าการที่มองครูและเอาใจใส่ตัวครูนี่เราเรียนหนังสือเราจะเข้าใจดีไหม ลองคิดดู

ในระยะแรก ให้สังเกตดูว่าถ้าจิตของเราไปจ้องอยู่ที่ตัวอาจารย์ สายตาจ้องอยู่ที่ตัวอย่างไม่ลดละ นั่นแสดงว่า เราเริ่มมีสมาธิขึ้นมาแล้ว แล้วสังเกตดูความเข้าใจ ความจดจำของเราจะดีขึ้น ในตอนแรกๆ นี้ ความรู้สึกของเราจะไปอยู่ที่ตัวอาจารย์หมด ทีนี้เมื่อฝึกไปนานๆ เข้าจนคล่องชำนิชำนาญ จิตของเรามีกำลังแกร่งกล้าขึ้น มีความมั่นคงมากขึ้น มีสติดีขึ้น ความรู้สึกมันย้อนจากตัวอาจารย์มาอยู่ที่ตัวเอง ทุกขณะจิตเรามีความรู้สึกอยู่ที่จิตของเราเท่านั้น

ภายหลังมา อาจารย์ท่านพูดอะไร สอนอะไร สติสัมปชัญญะจะรู้พร้อมอยู่หมด เพียงกำหนดจิตรู้อยู่ที่จิตอย่างเดียวเท่านั้น นอกจากนั้น อะไรผ่านเข้ามาก็สามารถรู้ทันหมด บางทีพออาจารย์พูดประโยคจบปั๊บ ใจของเรารู้ล่วงหน้าแล้วว่าต่อไปท่านจะพูดอะไร เมื่อก่อนหน้าจะสอบจิตจะบอกว่าให้ดูหนังสือเล่มนั้น จากหน้านั้นไปถึงหน้านั้น แล้วเวลาสอบมันก็ออกมาจริงๆ เวลาไปสอบ พออ่านคำถามจบแต่ละข้อๆ จิตมันจะสงบลงไปนิดหน่อย ใจของเราจะวูบวาบ แล้วคำตอบมันก็ผุดขึ้นมา เขียนเอาๆ

หลักและวิธีอันนี้เป็นสูตรที่หลวงตาทำได้ผลมาแล้วตั้งแต่เป็นสามเณร เรียนหนังสือ หลวงตาถือหนังสือเดินท่องไป ท่องมาแบบเดินจงกรม อาจารย์สุวรรณ สุจิณโณ ลูกศิษย์ต้นของหลวงปู่มั่น ท่านเห็นก็ทักว่า “เณร ถ้าจะเรียนก็ตั้งใจเรียน จะปฏิบัติก็ตั้งใจปฏิบัติ จับปลาสองมือมันไม่สำเร็จหรอก”

ทีนี้เราก็อุตริขึ้นมาว่า “เอ๊…..หลักของการเพ่งกสิณนี่ ปฐวีกสิณ เพ่งดิน อาโป เพ่งน้ำ วาโย เพ่งลม เตโช เพ่งไฟ อากาศ เพ่งอากาศ วิญญาณ เพ่งวิญญาณ เราเอาตัวครูเป็นเป้าหมายของจิต ของอารมณ์ เอาตัวครูเป็นอารมณ์ของจิต เป็นที่ตั้งของสติ เอามันที่ตรงนี้แหละ

เวลาสอบสามารถรู้ข้อสอบล่วงหน้าได้ทุกวิชา วิชาที่หลวงตาสอบมันมี ๔ วิชา วิชาแปลภาษาบาลี สัมพันธ์คำพูด หลักภาษาและเขียนตามคำบอกรู้ล่วงหน้าหมดทุกวิชาเลย

ตัวอย่างผู้ปฏิบัติได้ผลจริง

ขอยกตัวอย่างบุคคลที่สามารถทำได้แล้ว และทำสมาธิเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่การศึกษาจริงๆ ซึ่งพร้อมๆ กันนั้นเขาก็สามารถรู้ธรรมเห็นธรรมตามหลักคำสอนที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ด้วย คนๆ นั้นเป็นนักเรียนระดับมหาวิทยาลัย เป็นนักเรียนในทุนที่หลวงพ่อส่งไปเรียนเอง ตอนแรกเขาไม่อยากไปเรียนเพราะเขาคิดว่ามันสมองของเขาไม่สามารถจะเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้ หลวงพ่อก็เคี่ยวเข็ญให้เขาไป ในเมื่อเขารับปากว่าจะไปเรียน

หลวงพ่อก็บอกว่า “หนูไปเรียนมหาวิทยาลัยต้องฝึกสมาธิด้วย” เขาก็เถียงว่า “จะให้ไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้วให้ทำสมาธิเอาเวลาที่ไหนไปเรียน” นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาคนนั้น

หลวงพ่อก็ให้คำแนะนำว่า การฝึกสมาธิแบบนี้ไม่ขัดต่อการศึกษา หลวงพ่อก็ให้คำแนะนำเบื้องต้นว่า “เมื่อเวลาหนูเข้าไปอยู่ในห้องเรียน ให้กำหนดจิต มีสติรู้อยู่ที่จิตคือระลึกรู้อยู่ที่จิตของตัวเอง ถ้าหากมีจุดใดจุดหนึ่งที่จะต้องเพ่งมอง ก็เพ่งมองไปที่จุดนั้น เช่น กระดานดำ เป็นต้น เมื่ออาจารย์เดินเข้ามาในห้องเรียน ให้เอาความรู้สึกและสายตาทั้งหมดไปรวมอยู่ที่ตัวอาจารย์ ให้มีสติรู้อยู่ที่ตัวอาจารย์เพียงอย่างเดียว อย่าส่งใจไปอื่น แล้วคอยสังเกตจับตาดูความเคลื่อนไหวไปมาของอาจารย์ที่แสดงออกทุกขณะจิตของเรา เมื่ออาจารย์ท่านพูดอะไรก็ให้เราฟัง เรากำหนดหมายเอาเสียงที่ได้ยินเป็นอารมณ์จิต ให้มีสติรู้อยู่กับเสียงที่อาจารย์พูดออกมาแต่ละคำ เมื่ออาจารย์เขียนอะไรให้ดู ให้เอาสติและสายตาจดจ่อดูอยู่ที่สิ่งที่อาจารย์ทำให้ดู ให้ฝึกหัดทำอย่างนี้”

เขาก็พยายามไปทำ ทำในระยะแรกๆ ก็รู้สึกว่าลำบากหน่อย

เมื่อก่อนนี้เขาคิดว่าสมองหรือกำลังใจในการศึกษาของเขานี่ ไม่สามารถจะรับรู้ในระดับมหาวิทยาลัยได้ เขาไม่อยากไปเรียนในหลักสูตรที่เขาเ รียนใช้เวลาเพียง ๔ ปีก็จบแล้ว ทีแรกเขาคิดว่าเขาอาจจะเรียนถึง ๖ ปีกว่าจะจบได้ แต่มันก็ผิดคาด ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนหมด ความรู้สึกว่ามันสมองไม่ดีมันเปลี่ยนเป็นดีขึ้นมาหมด ก็เป็นอันว่าเขาสามารถฝึกสมาธิให้จิตมีสมาธิ มีสติสัมปชัญญะเพื่อเป็นการสนับสนุนการศึกษาที่เขาเรียนอยู่ในปัจจุบันได้

นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาที่เรียนสำเร็จปริญญาโทแล้ว เขาเริ่มฝึกสมาธิแบบนี้ตั้งแต่เริ่มเรียนปริญญาตรี เมื่อเขาปฏิบัติต่อเนื่องกันจนกระทั่งจบปริญญาโท ครั้งสุดท้ายตอนสอบวิทยานิพนธ์ ก่อนวันที่เขาจะสอบสัมภาษณ์ เขามานั่งนึกว่าวันนี้จะถูกสัมภาษณ์เรื่องอะไรพอคิดขึ้นมาเท่านั้น คำถามมันก็ผุดขึ้นมา คำตอบก็โผล่ขึ้นมาตอบรู้ล่วงหน้าหมด ทุกข้อที่กรรมการเขาถาม พอมาถึงสนามสอบ พอถามปั๊บตอบปุ๊บๆ จนกระทั่งกรรมการสอบเขาแปลกใจ เขาบอกว่าเราก็สอบคนมามากต่อมากแล้ว ทำไมไม่เหมือนเด็กคนนี้สักคน เจ้าคนนี้ถามแล้ว เหมือนกับว่าไม่ต้องคิด พอถามจบตอบปั๊บ เขาเลยถามดูว่าทำไมหนูถึงได้เก่งนัก หนูบอกว่า “หนูฝึกสมาธิ”

เพราะฉะนั้น หลักการนี้นักเรียนทุกคนขอได้โปรดจำเอาไปปฏิบัติไปทุกวันๆ ในที่สุดเราจะได้กำลังสมาธิสนับสนุนการเรียนการศึกษาเป็นอย่างดี ถ้าหากเรามีเวลาที่จะมานั่งสมาธิ พอเริ่มลงไป ไม่ต้องบริกรรมภาวนาหรือไปท่องมนต์อะไรทั้งสิ้น ให้เอาบทเรียนที่เราเรียนมาในแต่ละวันๆ มาคิดทบทวนดูว่าเราจะจำได้กี่มากน้อย ถ้ามีหนังสือมาวางข้างๆ ยิ่งดี พอคิดเรื่องนี้ คิดไปๆ มันติดตรงไหนเราคิดไม่ออก เปิดหนังสือมาแล้วเอาดินสอขีดเส้นใต้เอาไว้ พอเลิกนั่งสมาธิแล้วมานั่งท่องเอาแต่ตรงที่เราจำไม่ได้ ให้ปฏิบัติอย่างนี้

สำหรับครูอาจารย์ ก่อนที่จะเริ่มทำการสอน ถ้าหากว่าไม่ถือว่าเป็นวิธีที่แปลกใหม่เกินไป จะกล่าวเตือนนักเรียนในห้องเรียนทุกคนว่าให้มองจ้องมาที่ตัวข้าพเจ้า ส่งจิตมารวมไว้ที่ตัวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะถ่ายทอดพลังจิต และวิชาความรู้จากข้าพเจ้าอย่างตรงไปตรงมา อย่าบิดพลิ้ว มีอะไรก็สอนไปๆ และเตือนเป็นระยะๆ ในทำนองนี้ ปฏิบัติ ต่อเนื่องกันทุกวัน ทุกชั่วโมง เราจะได้สมาธิในการเรียน ในห้องเรียน อันนี้คือวิธีปฏิบัติสมาธิให้สัมพันธ์กับการเรียนการศึกษา นอกจากที่เราจะทำสติในขณะที่เรียน

ถ้านักเรียนนักศึกษาพยายามฝึกสมาธิแบบนี้ สิ่งที่จะบังเกิดขึ้นในจิตในใจเราอีกอย่างหนึ่ง คือ เราจะรู้สึกสำนึกในพระคุณของบิดา มารดา ครู อาจารย์ ความเคารพ ความเอาใจใส่ ความกตัญญูกตเวที ความรู้สึกซึ้งในพระคุณของครูบาอาจารย์มันจะฝังลึกลงสู่จิตใจ เราจะกลายเป็นคนกตัญญูกตเวที ไม่อาจลบหลู่ดูหมิ่นครูบาอาจารย์ได้ เราจะมีพลังจิตในการเรียนหนังสืออย่างเข้มแข็ง เมื่อครูบาอาจารย์ว่ากล่าวตักเตือนอย่างไร เราจะเป็นผู้เชื่อฟังเป็นผู้ว่านอนสอนง่าย และผลประโยชน์มันก็จะเกิดขึ้นกับเราเอง

อันนี้ขอให้นักเรียนจงจำเอาไปปฏิบัติจริงๆ เมื่อเราปฏิบัติได้คล่องตัวชำนิชำนาญ ประโยชน์มันไม่เฉพาะแต่อยู่ในห้องเรียนนะ เมื่อเราเรียนจบไปแล้วเรายังจะนำสมาธิดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อันเป็นเรื่องชีวิตประจำวันของเรา 

………………..

คิดลอกจากหนังสือหนังสือ ฐานิยปูชา ๒๕๔๒ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา) และ ลานธรรมจักร – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดเส้นทางระทึก! คนไทยเล่านาทีหนีตายสงครามยูเครน หวอดัง-ระเบิดสนั่น

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638995

เปิดเส้นทางระทึก! คนไทยเล่านาทีหนีตายสงครามยูเครน หวอดัง-ระเบิดสนั่น

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 18.46 น.

เปิดเส้นทางระทึก! คนไทยเล่านาทีหนีตายสงครามยูเครน หวอดัง-ระเบิดสนั่น..ไม่นึกฝันจะกลับถึงมาตุภูมิ

2 มีนาคม 2565 ความคืบหน้าหลังจากที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คนไทยในยูเครนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศยูเครน ได้พากันอพยพกลับประเทศไทย ชุดแรกจำนวน 38 คน โดยได้รับการช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 923

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น.ของวันนี้ (2 มีนาคม 2565) นายนายฉัตรชัย วิริยเวชกุล อธิบดีกรมการกงสุล , พล.ท.ณรงค์ พฤกษารุ่งเรือง ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ศูนย์ปฏิบัติการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ , นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกันต้อนรับคนไทย ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศยูเครน ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยชุดที่ 2 ของวันนี้จำนวน 58 คน ด้วยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 384 เดินทางจาก Dubai มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพเช่นเดียวกัน โดยผ่านขั้นตอนการตรวจหาเชื้อโควิด ตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยได้มีการนำรถบัส 3 คันมารอรับคนไทยทั้งหมดเดินทางไปตรวจคัดกรองอีกครั้ง และรอผลตรวจจากแลปที่สถาบันบำราศนราดูร

คนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศยูเครน เล่าถึงสถานการณ์ในขณะที่อยู่ในยูเครน ว่า สถานการณ์ในยูเครนยังไม่สงบ น่ากลัวมาก ทุกคนหนีมาด้วยรถไฟ แล้วแต่ใครจะกระโดดขึ้นรถไฟได้ เพื่อที่จะมาพบท่านทูต ทุกคนต้องเอาตัวรอด และต้องตัดสินใจเอาเอง ณ เวลานั้น บางทีไปเป็นกลุ่มก็อาจจะแตกแยกกันเองในเรื่องความคิดเห็น แล้วแต่ว่าใครอยากอยู่ใครอยากไป เพราะจริงๆสถานทูตตั้งใจที่จะมีรถมารับแล้ว แต่ด้วยว่าเข้าไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องหนีขึ้นรถไฟกันมาเอง ซึ่งทุกอย่างท่านทูตซัพพอร์ตมาเป็นลำดับ ส่วนที่ดูไบก็มีคนมาดูแลตามขั้นตอน

ขณะที่พวกตนต้องพากันอพยพมาที่ศูนย์ จะมีเสียงหวอดังตลอดเวลาเพราะนั่นคือโดนโจมตีแล้ว ซึ่งคนยูเครนที่นั่นก็เริ่มทยอยออก และเราเป็นคนไทยพูดภาษายูเครนไม่ได้ เวลาเราสื่อสารหาเขา เขาจะฟังไม่รู้เรื่อง และเขาก็พาพวกเขาออกมา แต่พวกตนซึ่งเป็นคนไทย พอออกมาก็ไม่รู้จะไปทางไหน ทุกอย่างมันบีบหัวใจมากเลยในขณะนั้น และเสียงหวอที่เตือนให้ทุกคนออกจากพื้นที่ดังตลอดเวลา และเราก็ได้ยินเสียงระเบิดตลอด บางคนที่หนีออกมาแทบจะไม่ได้เอาอะไรติดตัวออกมาเลย ทุกคนต้องออกมาที่สถานีรถไฟให้ได้ เพื่อที่จะเดินทางมาเมืองลวิฟ เพราะทางการไม่สามารถเอารถเข้าไปรับได้ การที่เราหนีระเบิดไม่เหนื่อยเท่ากับการแย่งกันขึ้นรถไฟ มีบางคนตกลงไปในรางรถไฟต้องพากันดึงขึ้นมา บางคนช่วยไม่ทันก็โดนเหยียบกันเองจนได้รับบาดเจ็บเลือดอาบหน้า มีทั้งผลักทั้งดันคิดว่าจะไม่ได้กลับประเทศไทยแล้ว

“โดยเฉพาะตอนที่หลบในหลุมหลบภัย ข้างบนก็ปล่อยระเบิด และไม่มีน้ำกินเลย แต่ทุกคนก็ฮึดสู้กันมา ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มาถึงประเทศไทย วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้กลับบ้านคิดถึงลูกมาก ถ้าไม่ลูกคงไม่มีแรงกลับมาวิ่งกันจนหมดแรง แต่ก็ต้องวิ่งเอาชีวิตให้รอดข้างบนก็ระเบิดข้างรถก็คนเยอะมาก ซึ่งสถานทูตได้ให้การช่วยเหลือเราอย่างมาก โดยมีการติดต่อกันทางไลน์แจ้งให้เราไปรอที่ไหนอะไรแบบนี้ ตนตัดสินใจทันทีตั้งแต่เขาบอกเก็บของ ตัดสินใจกลับบ้านเลย อยู่ไม่ได้แล้ว เสียงเตือนมันทำให้ใจสั่นมาก ต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่สามารถพาพวกตนกลับมาได้ ขอบคุณท่านทูตขอบคุณคนไทยทุกคนที่เอาใจช่วย ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ถึงเหตุการณ์ทางด้านโน้นจะสงบลงก็คงไม่ไปอีกแล้ว ทุกคนก็ลงความเห็นกันแล้วว่าไม่อยากไปกันแล้วมันอันตรายมาก” คนไทยในยูเครน ที่กลับถึงมาตุภูมิ กล่าว

ด้านนายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา หัวหน้าด่านควบคุมโรคท่าอากาศย่านสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า วันนี้เรารับในกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง เราได้มีการตรวจแลปสวอบ RP-CCR ซึ่งทุกท่านจะได้รับการตรวจ และไปรอผลที่บำราศนราดูร เพื่อจะดูว่ามีผลบวกหรือไม่ ถ้าเป็นผลบวกก็จะมีการดูแล และถ้าผลเป็นลบทุกคนก็สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้เลย และไปสังเกตอาการที่บ้านตัวเอง ซึ่งทุกคนจะถูกกักตัวไม่เกิน 24 ชั่วโมง เพราะว่าผลแลปจะออกภายใน 4 ชั่วโมงก็รู้ผลแล้ว ซึ่งทุกคนก็เหมือนเดินทางเข้าประเทศทั่วไปเพราะไม่ได้มีความเสี่ยงอะไรที่ต่างจากคนทั่วไปที่มาจากต่างประเทศ เป็นมาตรฐานเดียวกันกับที่คนต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศเรา

ส่วนนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า เคสที่เรารับคนไทยมาจากยูเครนทั้งหมดทุกกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงแรงงาน เรามีการประสานความร่วมมือกัน มีการวางแผนการรับคนไทยที่กลับมาด้วยความเรียบร้อย เที่ยวบินที่เห็นเป็นEK 384 เป็นรอบที่ 2 ของวันนี้ เมื่อช่วงเช้าเป็นเที่ยวบินที่มาจากการบินไทย มีผู้โดยสารทั้งหมด 38 คน ก็ผ่านการคัดกรองไปถึงโรงพยาบาลบำราศนราดูร เป็นที่เรียบร้อย และรอบนี้เป็นรอบที่สองที่มีคนไทยเดินทางมาทั้งหมด 58 คน การปฏิบัติในภาพรวม การคัดกรองทุกอย่างเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องของการรับคนไทยทั้งหมดที่จะมีอีกทั้งหมด 2 วัน ที่เราประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศต้องเรียนว่าสนามบินสุวรรณภูมิมีความพร้อมในการปฏิบัติ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กรมสุขภาพจิตแนะหลัก‘2ไม่ 1 เตือน’ เสพข่าวสูญเสีย‘แตงโม’

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638980

กรมสุขภาพจิตแนะหลัก‘2ไม่ 1 เตือน’ เสพข่าวสูญเสีย‘แตงโม’

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.51 น.

‘กรมสุขภาพจิต’วอนสังคมและสื่อให้กำลังใจครอบครัว‘แตงโม’ พร้อมเสนอแนะหลักการ‘2 ไม่ 1 เตือน’ลดผลกระทบทางจิตใจแก่ครอบครัว แนะประชาชนรับข้อมูลอย่างเป็นกลาง เลี่ยงใช้อารมณ์-ถ้อยคำรุนแรง

2 มีนาคม 2565 แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ท่ามกลางความเศร้าโศกจากการเสียชีวิตของ “คุณแตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์” นักแสดงชื่อดัง จากเหตุการณ์พลัดตกเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นข่าวครึกโครมที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง จนกลายเป็นกระแสสังคมที่สื่อทุกแขนงต้องการที่จะเผยแพร่ข่าวสารของนักแสดงสาว ประวัติของคนใกล้ชิด ครอบครัวรวมไปถึงประวัติของผู้ที่เกี่ยวข้อง  จนอาจละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างคาดไม่ถึง  แม้สื่อมวลชนจะมีเจตนาดีในการทำงานที่ต้องการให้ประชาชนเข้าใจข่าวสารในหลายๆ แง่มุม  ซึ่งในบางประเด็นอาจจะทำให้เกิดการตีตราและ ตกเป็นจำเลยโดยที่การดำเนินการยังอยู่ในระบบยุติธรรม

แพทย์หญิงอัมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสุขภาพจิต อยากให้สังคมได้เรียนรู้จากการสูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะยังมีประเด็นที่สังคมยังมองข้าม เช่น ปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุทางน้ำ การจัดการกับเรือที่ใช้ความเร็วสูง การควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างการขับขี่และโดยสารเรือ จึงขอความร่วมมือสื่อและสังคมช่วยกันใช้หลัก “2 ไม่ 1 เตือน” คือ

2 ไม่ ได้แก่ 1. ไม่ผลิต 2. ไม่ส่งต่อข่าวที่ไม่สร้างสรรค์ และ 1 เตือน คือ เตือนภัยและช่วยกันสะท้อนความผิดปกติเหล่านี้จากเหตุการณ์เพื่อเป็นบทเรียน  และขอเน้นย้ำกับประชาชนว่า การพาตัวเองเข้าไปในเนื้อข่าวตลอดเวลา ทำให้เกิดความรู้สึกร่วมไปกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งที่มองแง่บวกหรือลบ ทำให้เกิดความสับสน เกิดความวิตกกังวลต่อเนื่อง บางรายอาจถึงขั้นเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

กรมสุขภาพจิตขอให้การจากไปของคุณแตงโมไม่เป็นเพียงข่าวสารที่สะเทือนใจเรื่องหนึ่ง  แต่เป็นบทเรียนที่สังคมต้องเรียนรู้ปัญหาทั้งในเรื่องของการรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นกลาง และความปลอดภัยและอุบัติเหตุการจราจรทางน้ำ และที่สำคัญขอสื่อเผยแพร่ข่าวสารอย่างประนีประนอมใช้ถ้อยคำและเนื้อหาเพื่อให้เกียรติครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพราะที่สุดแล้วย่อมไม่มีใครต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อย่างแน่นอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฟนคลับชื่นใจ! เมียนมาปล่อยตัวนายแบบดัง’ไป่ ทาคน’ หลังถูกจำคุกต่อต้านรัฐประหาร (คลิป)

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638966

แฟนคลับชื่นใจ! เมียนมาปล่อยตัวนายแบบดัง'ไป่ ทาคน' หลังถูกจำคุกต่อต้านรัฐประหาร (คลิป)

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.22 น.

แฟนคลับชื่นใจ! เมียนมาปล่อยตัวนายแบบดัง’ไป่ ทาคน’ เผยภาพแรก หลังถูกจำคุกต่อต้านรัฐประหาร

โลกโซเซียลแห่แชร์ ‘ ไป่ ทาคน’ (Paing Takhon) นักแสดงนายแบบดังของเมียนมา และผู้ครองตำแหน่งผู้ชายที่หล่อสุดในโลก กลับมามีอิสรภาพแล้ว หลังมีรายงานว่า กองทัพพม่าประกาศปล่อยตัวดารานักแสดงจำนวน 6 คน เมื่อเช้าวันที่ 1 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘ไป่ ทาคน’ สร้างความยินดีให้กับแฟนคลับทั้งในเมียนมาและต่างประเทศ

จากนั้นโลกโซเซียลอย่างเพจเฟซบุ๊ก Paing Takhon ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 2 ล้าน ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อนายแบบหนุ่มได้อัพเดทรูปโปรไฟล์ หลังจากถูกปิดไปนานเกือบ 1 ปี ทำให้บรรดาแฟนคลับเข้าไปกดไลก์ภาพโปรไฟล์ใหม่อย่างคึกคัก

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Lucas Dewar ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอแรก ขณะกำลังพูดคุยกับไป่ ทาคน อีกด้วย

ทั้งนี้ ไป่ทาคน ถูกกองทัพเมียนมาจับตัวไปเมื่อเมษายน 2564 หลังจากร่วมประท้วงและโพสต์โซเชียลฯต่อต้านรัฐประหารของเมียนมา ศาลตัดสินจำคุกเขา 3 ปี ก่อนจะปล่อยตัวนายแบบหนุ่มก่อนกำหนด. 012

ขอบคุณคลิป : Lucas Dewar 

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2Flucas.holylove%2Fvideos%2F434702985072904%2F&show_text=true&width=222&t=0

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บุกชมฟาร์มกัญชง VSC HEMP พร้อมตัดเก็บช่อดอกส่ง ม.นเรศวรวิจัยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ (ชมคลิป)

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638946

บุกชมฟาร์มกัญชง VSC HEMP พร้อมตัดเก็บช่อดอกส่ง ม.นเรศวรวิจัยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ (ชมคลิป)

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 16.47 น.

วันที่ 2 มี.ค.65 นายสดุดี ขวัญชัย ผู้ดูแลฟาร์มกัญชงโครงการ VSC HEMP ปลูกกัญชงตามกฎหมายภายใต้บริษัท วิสและบุตร (จำกัด)  ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการฯว่าตอนนี้เรามีกัญชงที่พร้อมจะทำการตัดเก็บช่อดอกแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะเป็นการตัดเก็บช่อดอกครั้งแรกของโครงการหลังจากที่เริ่มปลูกกัญชงต้นแรกเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา 

นายสดุดี เปิดเผยด้วยว่า ตามกำหนดการเดิมเราจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการและจะมีการตัดเก็บช่อดอกกัญชงครั้งแรกไปพร้อมๆ กันในวันที่ 5 มีนาคม 2565 เวลาประมาณ 16.00 น.ที่จะถึงนี้โดยผลผลิตจะส่งให้กับมหาวิทยาลัยนเรศวรเพื่อใช้ในการวิจัยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อีกทีนึงตาม MOU โดยเราได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมงานด้วย เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานการเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ริม รวมทั้งเตรียมที่จะเปิดแถลงข่าวการเปิดตัวกัญชง VSC HEMP อย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชนในวันดังกล่าวด้วย

“แต่บังเอิญช่วงนี้สถานการณ์โควิด ได้กลับมาระบาดอีกครั้ง ดังนั้น การแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการของเราจึงจำเป็นต้องเลื่อนออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่ายที่จะมาร่วมงาน แต่ในวันที่ 5 มีนาคม 2565 นี้ จะยังคงมีพิธีตัดเก็บช่อดอกกัญชงเหมือนเดิม เนื่องจากครบตามกำหนดการที่จะต้องตัดเก็บช่อดอกพอดี โดยทางบริษัทได้มีการเชิญเฉพาะเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปร่วมงานการตัดช่อดอกกัญชงเท่านั้น โดยจำกัดจำนวนคนเข้าร่วมงานตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อป้องกันการแออัดและป้องกันแพร่ระบาดของโควิด ส่วนการแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการนั้น เราเลื่อนออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ซึ่งเราจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง” นายสดุดี กล่าว

ด้าน น.ส.ศิวพร โชติกพนิช ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาธุรกิจ บุตรสาวของนายวีรพัฒน์ โชติกพนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วิสและบุตร จำกัด กล่าวว่า สาเหตุที่เราต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไปเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดที่ยังรุนแรงในจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ไม่สามารถรวมตัวกันเยอะได้ จึงต้องมีการเลื่อนการเปิดตัวออกไปก่อน แต่เราจะยังคงมีพิธีตัดเก็บช่อดอกกัญชงอยู่เหมือนเดิม ทั้งนี้ ทางเราคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ 

“ตามกำหนดแล้วเรามีแผนจะตัดดอกกัญชงชุดแรก และเปิดตัวในวันที่ 5 มีนาคมนี้ แต่สถานการณ์โควิดเราจึงต้องทำให้เราเลื่อนการเปิดตัวออกไปก่อน สำหรับแผนการพัฒนาสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์จากกัญชงนั้น ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการทดลองในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บำรุงผิว อย่างเซรั่ม สบู่ เพื่อความกระจ่างใสของผิวและลดการอักเสบต่างๆ อยู่” น.ส.ศิวพร กล่าว

นายสดุดี ขวัญชัย ผู้ดูแลฟาร์มกัญชง กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการ VSC HEMP นอกจากจะปลูกกัญชงตามกฎหมายแล้ว เรายังโปรแกรมการเรียนปลูกพืชกัญชงเพื่อการพาณิชย์ด้วย โดยเริ่มเรียนตั้งแต่การเพาะเมล็ดจนถึงการเก็บเกี่ยว การตัดแต่งทรงต้นเพื่อเพิ่มจำนวนผลผลิตและลดปัญหาศัตรูพืช การเก็บใบสดเพื่อจำหน่าย ขั้นตอนการให้ปุ๋ยตามช่วงอายุของต้น การเตรียมโรงเรือนหรือพื้นที่การปลูก การใช้ชีวภัฑณ์ในการจัดการศัตรูพืช การเก็บเกี่ยวและจัดการช่อดอกเพื่อให้ได้คุณภาพและมาตรฐานก่อนส่งจำหน่าย การหมักปุ๋ยชีวภาพที่เหมาะกับพืชกัญชง และการปลูกในระบบกรีนเฮ้าส์ อินดอร์ ไฮโดรโปนิคด้วย เป็นการเรียนแบบลงมือทำจริงตามระยะการปลูกจริง ซึ่งใช้สายพันธุ์เชิงพาณิชย์นำเข้าตามกฎหมาย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เศ้รา! พบ ‘ช้างป่า’ เหยื่อนักล่างาช้างล้มอีกเชือกบนเทือกเขาสันกาลาคีรี

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638898

เศ้รา! พบ 'ช้างป่า' เหยื่อนักล่างาช้างล้มอีกเชือกบนเทือกเขาสันกาลาคีรี

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.07 น.

2 มี.ค.65 พล.ต.ต.อัฐวุฒิ อ่นทรัพย์ ผบก.ตชด.ภาค 4/ผบ.กกล.ตชด.จชต. สั่งการให้ คณะ จนท.ชป.ป่าไม้ ฉก.ตชด.43/ร้อย ตชด.433, จนท.ผภม.กปก.สขว.กอ.รมน.ภาค 4 สน., จนท.จุดสกัดบ้านน้ำเชี่ยว อช.สันกาลาคีรี และ จนท.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สข.6 (สะบ้าย้อย) จัดกำลังร่วมเข้าทำการหาข่าว ตรวจสอบบนภูเขาแต่ คลองยวน คลองติ๊ก คลองสงแก เนื่องจากชาวบ้านแจ้งว่า มีช้างป่าถูกฆ่าตายที่บนภูเขา จนท.จึงเดินเท้าไปตรวจสอบจนถึงบริเวณบนภูเขาต้นน้ำคลองสงแก ท้องที่ บ.ไร่เหนือ ม.2 ต.ป่าโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ตรวจพบ ซากช้างป่าตายในป่าจำนวน 1 เชือก คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 3 เดือน

ตรวจสอบลักษณะเบื้องต้น พบซากช้างป่าตาย เน่าหมดแล้ว มีกลิ่นเน่า เหลือแต่โครงกระดูก หัวกะโหลก กรามช้าง กระดูกส่วนต่างๆ ร่องรอยถูกสัตว์กิน ตรวจสอบที่ หัวกระโหลก พบมีรู จนท.คาดว่าถูกปืนยิง บริเวนที่ช้างตายไม่พบงาช้าง หรือขนาย คาดว่ากลุ่มนักล่า งาช้าง เอาไป หลังช้างตาย นอกจากนี้ยัง พบร่องรอยการตัดต้นไม้ขนาดเล็ก และตามทางเดินยังพบร่องรอยช้างป่าเดินเป็นจำนวนมาก และหักกินไม้ไผ่หลายแห่ง

โดยจุดที่ช้างตายบริเวณพื้นที่ บนภูเขาเทือกเขาสันกาลาคีรี ต้นน้ำคลองสงแก แม่น้ำเทพา ท้องที่ บ.ไร่เหนือ ม.2 ต.ป่าโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา โดย จนท.ต้องใช้เส้นทางเดินเท้า จากจุดจอดรถ ห่างจาก อช.สันกาลาคีรี บ.ไร่เหนือ ม.2 ต.บาโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ทางทิศตะวันตกประมาณ 2 กม.แล้วเดินเท้าขึ้นภูเขาไปในป่าและข้ามน้ำคลองสงแก ถึงจุดช้างตายที่ บนภูเขาต้นน้ำคลองสงแก รอยต่อ คลองยวน คลองติ๊ก ท้องที่ บ.ไร่เหนือ ม.2 ต.บาโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ประมาณ 5 กม.ใช้เวลาเดินเท้าไป-กลับ ประมาณ 6 ชม.ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาโต๊ะเทพ และป่าควนหินลับ พื้นที่ป่าเตรียมการ อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี  พื้นรับผิดชอบของ อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี และ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สข.6 (สะบ้าย้อย) โดยจนท.อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ได้ประสานงาน ส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการ ตรวจสอบต่อไป.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดยอด! กำนันหญิงภูซาง เลี้ยงด้วงมะพร้าว นำชาวบ้านมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638895

สุดยอด! กำนันหญิงภูซาง เลี้ยงด้วงมะพร้าว นำชาวบ้านมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.04 น.

2 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศศิธร อัศราช กำนันหญิงตำบลป่าสัก ม.6 ตำบลป่าสัก อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าดูชาวบ้านที่ตนเองได้สนับสนุนและส่งเสริมให้เลี้ยงด้วงมะพร้าว หรือ (ด้วงสาคู) ชึ่งชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 6 บ้านป่าสัก เลี้ยงด้วงมะพร้าว(ด้วงสาคู) และเพาะพันธุ์ เลี้ยงง่าย โตเร็ว ใช้เวลาเพียงเดือนเศษ ก็สามารถจับขายส่งจำหน่ายตลาดได้แล้วทำให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว 

โดยการเลี้ยงด้วงมะพร้าง(ด้วงสาคู) ด้วยเทคนิคการเลี้ยงที่แปลก โดยนำมันสัปหลังที่ไม่มีค่านำมาแปรรูป ตากแห้งผสมกับวัสดุอื่นเป็นอาหารเลี้ยงด้วงมะพร้าว ใส่ไว้ในกะละมังเพาะเลี้ยงด้วงสามารถลดต้นทุนการเลี้ยงได้มาก และขายได้ราคากิโลกรัมละ  250-300 บาท หากเป็นด้วงที่เข้ารังหรือเป็นตัวเงาะก่อนเป็นดักแด้พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ราคาจะสูงกิโลกรัมละ 1,600-2,000 บาท และเป็นที่ต้องการของตลาด

นางศศิธร อัศราช กำนันหญิง ตำบลป่าสัก บ้านป่าสัก ม.6 ตำบลป่าสัก กล่าวว่า ด้วงมะพร้าว หรือ(ด้วงสาคู) ได้ส่งเสริมชาวบ้านและนำมาเพาะเลี้ยงเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์โดยการเลี้ยง จะใส่กะละมัง พลาสติก กะละมังละ 5 คู่ วิธีสังเกตพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ตัวเมียจะมี งวงแหลม ขึ้นมาตรงหัว ส่วนตัวผู้จะมีงวงและมีขน ติดงวง ใส่กะละมัง หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน ด้วงมะพร้าว(ด้วงสาคู)ก็จะวางไข่ ซึ่งจะเกิดเป็นตัวหนอนตัวเล็กๆจำนวนมาก แล้วก็ทำการคัดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ออก และทำการเติมอาหารให้ด้วงมะพร้าว ชึ่งจะใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 1 เดือน ตัวลูกอ่อนด้วงมะพร้าวหรือ(ด้วงสาคู) ก็จะเจริญเติบโตเต็มวัย จนอายุประมาณ 35 วัน นำออกมาขายกิโลกรัมละ 250 – 300 บาท สำหรับตัวอ่อนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่นำมาเข้าฝักหรือตัวเงาะเข้ารัง จะมีราคาสูงกิโลกรัมละ 1,600-2,000 บาทสามารถสร้างรายได้ให้ชาวบ้านและในชุมชนเป็นอย่างดี

สำหรับด้วงมะพร้าวหรือด้วงสาคูถือได้ว่าเป็นแมลงเศรษฐกิจของกลุ่มชาวบ้านใน อ.ภูซาง ที่หันมาเลี้ยงและส่งออกขายตามตลาดทั่วไป เป็นแมลงที่มีโปรตีนสูง เมื่อนำทอดใส่ในกะทะจะมีลักษณะสีเหลืองอ่อนและผู้ที่ชอบเปิบแบบสดๆดิบๆก็สามารถนำมากินสดๆได้  ถือเป็นอีกอาชีพที่ทำมาหากินสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้ชาวบ้านป่าสัก. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถอดบทเรียน TOD สถานีรถไฟใต้ดินกรุงโซล สู่แนวทางการพัฒนาสถานีขนส่งสาธารณะกรุงเทพฯ

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638886

ถอดบทเรียน TOD สถานีรถไฟใต้ดินกรุงโซล สู่แนวทางการพัฒนาสถานีขนส่งสาธารณะกรุงเทพฯ

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.53 น.

ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เป็นเมืองที่การพัฒนาระบบรถไฟฟ้าระบบราง ตามแนวทางของTOD (Transit – Oriented Development) หรือการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งสาธารณะ จนสามารถพัฒนาเมืองด้วยการสร้างสถานีรถไฟฟ้าระบบราง ที่มีจำนวนสถานีมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากมหานครนิวยอร์คซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีโครงข่ายรถไฟฟ้าระบบรางที่ดีที่สุดในโลก เหตุใดพวกเขาจึงประสบความสำเร็จด้านนี้อย่างมาก วันนี้เราจะมาถอดบทเรียนความสำเร็จจากประเทศที่ไม่ได้มีดีแค่อุตสาหกรรมบันเทิงแห่งนี้

ย้อนกลับไปในช่วงประมาณปีค.ศ. 1980 – 2000 การพัฒนาพื้นที่ดินของกรุงโซลส่วนใหญ่ เกาะกลุ่มอยู่ตามแนวถนนสายหลัก เน้นการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถประจำทาง จึงเกิดปัญหาเรื่องการขยายเมืองอย่างไร้ทิศทาง (Urban Sprawl)ด้วยภาคธุรกิจต่างๆ แย่งจับจองพื้นที่ริมถนนสายหลักเพื่อให้ได้ทำเลที่เดินทางสะดวกที่สุด ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง ต้องเดินทางด้วยการใช้รถยนต์หรือรถประจำทางเท่านั้น แม้กรุงโซลเริ่มมีรถไฟฟ้าระบบรางเกิดขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1974แต่ประชาชนยังไม่นิยมใช้มากนัก ส่วนใหญ่นิยมใช้รถยนต์ส่วนตัว เพื่อเลี่ยงความแออัดยัดเยียดบนรถประจำทางและรถไฟฟ้าระบบราง ซึ่งคล้ายกับปัญหาที่กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันอย่างมาก

เกาหลีใต้ จึงแก้ไขด้วยการสร้าง 5 เมืองใหม่บริเวณชานเมืองรอบกรุงโซล เพื่อกระจายความแออัดออกไปพร้อมๆ กับนำแนวคิดการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งสาธารณะ แบบ TOD มาใช้พัฒนาสถานีรถไฟฟ้าระบบราง เชื่อมโยงเส้นทางจากชานเมืองเข้าสู่ใจกลางเมือง ควบคู่กับการพัฒนาระบบรถประจำทางสาธารณะไปพร้อมๆ กันในช่วงเวลานั้นมีการบังคับใช้กฎหมายเช่น กฎหมายว่าด้วยการวางผังเมืองกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนที่ดิน กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาที่อยู่อาศัย มาบังคับใช้อย่างเด็ดขาดเพื่อปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นไปตามผังเมืองระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการแบบเดียวกับเมืองบอสตันรัฐแมสซาชูเซตส์สหรัฐอเมริกา ที่ใช้ตัวบทกฎหมายเข้ามาบังคับใช้ตามแนวทาง TOD เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

พื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าระบบรางของกรุงโซล ถูกจัดวางในรูปแบบพื้นที่แบบผสม (Mixed-Use) ระหว่างพื้นที่เพื่อการพาณิชยกรรมกับที่อยู่อาศัย อาคารปลูกสร้างโดยรอบพื้นที่สถานีใจกลางเมืองถูกกำหนดให้พื้นที่ชั้นล่างเป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชยกรรมและชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย ทำให้ประชาชนสามารถอาศัยอยู่ใกล้สถานีและสามารถเดินทางไปสถานีได้อย่างสะดวกสบายด้วยการเดิน ในขณะเดียวกันก็สามารถซื้อของใช้ประจำวันได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่อื่น ทำให้ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมและอะพาร์ตเมนต์ในกรุงโซลมีแนวโน้มสูงอย่างต่อเนื่องและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก

การพัฒนาในรูปแบบนี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและเอกชนให้เป็นไปในทิศทางเดียวและได้รับผลประโยชน์ร่วมกันเสมอ แต่ผู้ที่จะได้ผลประโยชน์มากที่สุดต้องเป็นประชาชน รัฐบาลเกาหลีใต้จูงใจนักลงทุนด้วยการวางแผนและสนับสนุนเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงของระบบทางเท้า ทางจักรยานสัมพันธ์กับพื้นที่รอบสถานี ด้านเอกชนจะได้รับการลดหย่อนภาษี เพื่อลงทุนในพื้นที่ตามแผนที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ โดยมีผลกำไรที่จะได้แน่นอนจากการลงทุน

เกาหลีใต้เริ่มการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าระบบรางมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีค.ศ. 1974 โดยเริ่มปรับปรุงพัฒนาสถานีรถไฟฟ้าระบบรางให้เป็นไปในรูปแบบ TOD ประมาณปี ค.ศ.2000 จนถึงปัจจุบัน กรุงโซลมีเส้นทางสถานีรถไฟฟ้าระบบรางรวมกันทั้งสิ้น22 เส้นทาง 689 สถานี มีระยะทางรวมถึง 1,117 กิโลเมตรครอบคลุมพื้นที่กรุงโซล และ 5 เมืองโดยรอบมีประชาชนเข้าใช้บริการ เฉลี่ยต่อวันสูงถึง 8 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดในกรุงโซล 10 ล้านคน  และเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ 2,200 ล้านคน มีการสำรวจการเดินทางของชาวเกาหลีใต้ในกรุงโซล พบว่าประชาชนนิยมเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในกรุงโซลสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของการเดินทางภายในกรุงโซลทั้งหมด

ในส่วนเกณฑ์เฉลี่ยการเดินทางของประชาชนชาวเกาหลีใต้นิยมการเดินทางด้วยรถไฟเฉลี่ยอยู่ที่35 เปอร์เซ็นต์ มีการใช้รถเมล์สาธารณะสูงถึง 63 เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งสาธารณะตามแนวทางของ TOD นั้นช่วยส่งเสริมจูงใจให้ประชาชนหันมาเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยลดปัญหาการจราจรในเมืองใหญ่ แม้จะมีปัญหารถติดอยู่บ้างแต่กรุงโซลก็ไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีรถติดชาวต่างชาติหลายคนรีวิวการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงโซลโดยตั้งชื่อให้การเดินทางในกรุงโซลว่า “Seoul Smooth” หมายถึงการเดินทางที่สะดวกสบายถึงปลายทางได้อย่างไหลลื่นไม่ติดขัด

จากกรุงโซลที่เคยประสบปัญหาเดียวกับกรุงเทพมหานคร ในวันนี้กรุงโซลพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งสาธารณะ แบบ TOD และประสบความสำเร็จอย่างมาก ในขณะที่กรุงเทพมหานคร แม้จะยังไม่ได้รับการแก้ไขพัฒนาตามแนวทาง TOD อย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็ยังไม่สาย หากภาครัฐ เอกชน และประชาชนทุกคนร่วมใจสนับสนุนแนวทาง TOD ที่จะนำพาระบบขนส่งสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ทัดเทียมกับเหล่าประเทศที่พัฒนาแล้วได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจากบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด และ Korea Transport Institute(KOTI)

ขอบคุณภาพจาก http://www.creatrip.com

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลุงเลิ่กลั่กแล้ว1! ‘ลีน่า จัง’ ถ่ายคลิปคอนเทนต์ ‘กระติก’ แต่ทำไมเป็นอย่างนี้!!?

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638879

ลุงเลิ่กลั่กแล้ว1! 'ลีน่า จัง' ถ่ายคลิปคอนเทนต์ ‘กระติก’ แต่ทำไมเป็นอย่างนี้!!?

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.35 น.

จังหวะนี้คำว่า “กระติก” กำลังกลายเป็นคำฮิตที่ชาวโซเชียลพูดถึงตั้งแต่วันแรกที่ “แตงโม นิดา” ตกเรือจมน้ำเสียชีวิต ทั้งนี้ในโลกออนไลน์เกิดปรากฏการณ์คอนเทนต์ ‘เตะกระติก’ ที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : กระหึ่มโซเชียล! ชาวเน็ตประสานใจทำคอนเทนต์ ‘กระติก’ ถูกใจใครบ้างไปดู!!?

แต่ที่พีคสุด เมื่อเฟซบุ๊ก “Ranlada Preedasak” โพสต์คลิปวีดีโอขณะที่ “ลีน่า จัง” ทำคอนเทนต์ดังกล่าว แต่งานนี้มีอาแน่นอน เมื่อพี่ รปภ.ถือมือถือถ่ายคลิปให้ ลีน่า จัง แต่ลืมกลับกล้องมือถือให้พี่ รปภ. ดังนั้น จึงเห็นหน้าพี่ รปภ.แทน ช็อต เตะกระติก งานนี้ใครได้ดูแล้วไม่ขำให้เตะ “กระติก” บอกเลยอย่างฮา. -008  

ขอบคุณคลิปและภาพจาก : Ranlada Preedasak

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดฟินถนนดอกไม้งาม! บานสะพรั่งเหลืองอร่ามเต็มถนนสุโขทัยยาว 34 กม.

Posted on March 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/638850

สุดฟินถนนดอกไม้งาม! บานสะพรั่งเหลืองอร่ามเต็มถนนสุโขทัยยาว 34 กม.

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 12.46 น.

วันนี้ (2 มี.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บริเวณกลางถนนบายพาส สายสุโขทัย-ตาก ตั้งแต่แยกโค้งตานกไปจนถึงหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ตรงแยกบ้านวังวน ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย รวมระยะทางยาว 34 กิโลเมตร มีต้นเหลืองปรีดียาธรกำลังออกดอกบานสะพรั่ง โชว์สีเหลืองสดงดงามอร่ามตา ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ชื่นชม ขณะที่บางคนอดใจไม่ไหวก็ต้องจอดรถเพื่อลงไปถ่ายรูปกันแบบใกล้ชิด

ชาวบ้านสุโขทัย บอกว่า ถนนบายพาสสายนี้ ถือเป็นถนนดอกไม้เหลืองปรีดียาธรที่สวยงาม และมีระยะทางยาวที่สุดในสุโขทัย ทุกปีที่ออกดอกบานสะพรั่ง โชว์ความสวยงามอย่างสุดลูกหูลูกตา ก็จะกลายเป็นจุดสนใจของผู้ใช้รถใช้ถนน และอดไม่ได้ที่จะจอดรถลงมาเซลฟี่ความสวยงามของดอกไม้ พร้อมถ่ายรูปแชร์อวดเพื่อนๆในโซเชียลฯ

ผู้ใช้รถสัญจรรายหนึ่ง บอกว่า เวลาขับรถผ่านถนนเส้นนี้ ในช่วงที่ดอกไม้กำลังบานสะพรั่ง ทำให้รู้สึกดีมากและผ่อนคลาย สบายใจ อยากให้มีถนนดอกไม้เยอะๆ จะได้ดึงดูดผู้คนให้แวะมาเที่ยวในจังหวัดมากขึ้น – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,276,996 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

SIA flies first batches of Covid-19 vaccines to Australia and New Zealand #SootinClaimon.Com
Thais give alms to monks on Father’s Day
VILLAINS AREN’T BORN. THEY’RE MADE. จากฮีโร่สู่จอมโหดที่ถูกโลกหล่อหลอม
'พิชัย' เชื่อ 'ทรัมป์' จะทำ ศก.สหรัฐฯ ดีขึ้น พาประเทศออกจากวังวนเดิม
New tack for Trump: Delay final vote count #SootinClaimon.Com
โซไซตี้ : เอสจีเอส ประเทศไทย อาสาทำดีเพื่อน้อง ระดมพลังพนักงานจิตอาสา ลงแรง ด้วยใจ ให้น้องๆ ในจังหวัดสตูล ‘เพื่อชีวิต...ที่ดียิ่งกว่า’
Davies reiterates US concerns over rights
star retro : ย้อนวันแห่งความสำเร็จ‘นกแล’ วงดนตรีในตำนาน ที่ยังเดินหน้าสร้างสรรค์งานเพลง
"วัชมนฟู้ด" ตั้งเป้าเป็น "ฮับ" ผลไม้นำเข้า
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ ประทานรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d