Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

อลังการ! พระประธาน 28 พระองค์ 28 ปางไม่เหมือนกัน หนึ่งเดียวในล้านนา

Posted on February 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637343

อลังการ! พระประธาน 28 พระองค์ 28 ปางไม่เหมือนกัน หนึ่งเดียวในล้านนา

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 09.40 น.

ชมความแปลกพระประธานวัดบุญเกิด ต.บุญเกิด อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา เป็นวัดหนึ่งของจังหวัดที่มีสวยงาม  ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหรือพระเจ้า 28 พระองค์ 28 ปางที่มีความสวยงามอลังการ และถือเป็นวัดแห่งเดียวในล้านนา ที่ได้จำลองพระพุทธรูปชื่อดังจากวัดต่างๆทั่วประเทศจำนวน 28 พระองค์ 28 ปาง และที่แปลกคือแต่ละองค์จะมีปาง หรือเอกลักษณ์ ไม่เหมือนกัน นำมาประดิษฐานภายในวิหารของวัด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้บูชาขอพร ปกปักรักษาคุ้มครองเพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับพระเจ้า 28 พระองค์มีความแปลกแต่ละองค์จะมีปางไม่เหมือนกัน มีการจำลองจากพระพุทธรูปชื่อดังจากวัดต่างๆทั่วประเทศ ทั้งพระ พุทธชินราช พระแก้วมรกต หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อพระใส รวมทั้งพระชื่อดังต่างๆจากแต่ละวัดในพื้นที่ของประเทศไทย ได้รวบรวมไว้ภายในพระวิหารของวัดบุญเกิด เพื่อให้พุทธ ศาสนิกชนได้เข้าสักการะบูชา ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่มีพระประธานจำนวนมากที่สุดในล้านนา โดยพระเดชพระคุณพระราชมงคลวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดบุญเกิด ได้รวบรวมประวัติและศึกษาเกี่ยวกับพระเจ้า 28 พระองค์ ซึ่งปรากฏในบทสวดมนต์ และตำราของโยนกนครเชียงแสน ซึ่งปรากฏในบทสวดมนต์นะโมเม หลังจากนั้น ท่านพระเดชพระคุณพระราชมงคลวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดบุญเกิด ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นพระครูสุวรรณคณานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดบุญเกิด

ในขณะนั้นจึงได้ทำการค้นคว้าศึกษา และพบว่าพระประธานที่เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้า 28 พระองค์ นั้นมีอยู่ที่วัดอัปสรสวรรค์ หรือวัดหนู เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร จึงได้มีดำริที่จะก่อสร้างขึ้นที่วัดบุญเกิดแห่งนี้ แต่ทางกรมศิลปากรไม่อนุญาตให้จัดสร้างขึ้น จึงได้ทำการนำแบบพระพุทธรูปที่เป็นพระประธานของแต่ละวัดที่มีชื่อเสียง จำลองมาทำการก่อสร้างภายในบริเวณวัด รวมทั้งหมด 28 พระองค์ 28 ปาง  ซึ่งถือว่าเป็นแห่งที่สองของประเทศไทย รองจากวัดอัปสรสวรรค์ และถือเป็นสถานที่ที่มีพระประธานรวม 28 พระองค์28 ปาง แห่งเดียวของล้านนา ซึ่งมีความสวย งามอลังการ. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พากันงง! สาวทำพิธีสุดแปลก ‘นั่งถ่างขา’ เสริมเสน่ห์ผู้หญิงดึงผู้ชาย

Posted on February 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637334

พากันงง! สาวทำพิธีสุดแปลก 'นั่งถ่างขา' เสริมเสน่ห์ผู้หญิงดึงผู้ชาย

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 08.46 น.

สุดแปลก… จนโดนจวกยับ คลิปนี้ลงในในติ๊กต็อก ระบุว่า “อมหลง มหาหลง” เสน่ห์ผู้หญิง ชายใดได้สมสู่ ยากที่จะลืม  ในคลิปที่เป็นข่าวมีสวมชุดสีขาว ถกเสื้อ ถกกางเกง นั่งถ่างขา กางแขน แบมือ ให้อาจารย์หญิงทำพิธี ใช้อะไรบางอย่างคลึงหน้าผาก ปาก ฝ่ามือ และหน้าท้อง ในห้องทำพิธีมีหุ่นหญิงชาย นั่งกางขาอยู่ด้านหลังหลายตัว พบว่าพิธีนี้ทำขึ้นที่อาศรมแห่งหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด

อย่างไรก็ตาม หลังคลิปดังกล่าวแพร่ออกไปชาวเน็ตต่างเข้ามาวิจารณ์กันจำนวนมาก บอกว่า ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ เพื่อให้ผู้ชายรักผู้ชายหลง บางคนถามว่า ศาสตร์แบบนี้มีอยู่จริงๆ เหรอ นึกว่าเป็นแค่เรื่องเล่า บางส่วนบอกว่าคนจะรัก รักกันที่ความดี การดูแลกัน นิสัยใจคอ อยากจะเตือนสติการจะไปทำพิธีกรรมใดๆ ต้องใช้วิจารณญาณเยอะๆ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง. -008 

https://www.tiktok.com/embed/v2/7051785402058870043?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F637334

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไข 10 คำตอบเกี่ยวกับ‘โอมิครอน BA.2’ ณ ช่วงเวลานี้

Posted on February 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637333

ไข 10 คำตอบเกี่ยวกับ‘โอมิครอน BA.2’ ณ ช่วงเวลานี้

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 08.45 น.

‘ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ’ ตอบ 10 คำถามเกี่ยวกับ ‘โอมิครอน BA.2’ ในช่วงเวลานี้

23 กุมภาพันธ์ 2565 เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ (Center for Medical Genomics)” โพสต์ข้อความมีเนื้อหาดังนี้…

คำถามที่ภาคประชาชนสอบถามศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ เกี่ยวกับ โอไมครอน “BA.2” ในช่วงเวลานี้

ปรับปรุง 22/2/2565 เวลา 23:25

1. โอไมครอนจะระบาดในประเทศไทยไปอีกนานเท่าไร

จากการศึกษาธรรมชาติการระบาดของ “โอไมครอน” พบว่าการระบาดในแต่ละประเทศทั่วโลกจะมีระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน (ภาพ 1) โดยแต่ละประเทศจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อจำนวนประชากร 1 ล้านคนที่ไม่เท่ากัน

2. จะมีไวรัสโคโรนา 2019 กลายพันธุ์เกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่มาแทนโอไมครอนหรือไม่

WHO กล่าวว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เกิดสายพันธุ์ใหม่ที่กลายพันธุ์ไปมากกว่าโอไมครอนระบาดมาแทนที่โอไมครอนในอนาคต

3. การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นเมื่อไร

ผอ. องค์การอนามัยโลกแถลงว่าการระบาดใหญ่รุนแรงทั่วโลก (Acute Pandemic) สามารถยุติลงได้ในกลางปี 2565 หากทุกประเทศทั่วโลกทำการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในแต่ละประเทศได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70

4. หากโอไมครอนไม่ก่อให้เกิดอาการติดเชื้อที่รุนแรง (mild) ทำไมมีผู้เสียชีวิตจากโอไมครอน

ผู้ติดเชื้อโอไมครอนมีอาการไม่รุนแรง (milder) เมื่อเทียบกับเดลตา (more severe) แม้ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะไม่มีอาการแต่จะมีจำนวนหนึ่ง (0.9%) ที่จะมีอาการรุนแรงเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลหรือถึงขั้นเสียชีวิต

5. มีรายงานข่าวว่าโอไมครอนมีการแพร่ติดต่อที่รวดเร็ว ท้ายที่สุดทุกคนบนโลกนี้จะต้องติดเชื้อโอไมครอน ข้อมูลนี้ถูกต้องหรือไม่ และหากข้อมูลนี้ถูกต้องเราจะต้องปฏิบัติตามมาตรการณ์ป้องกันโรคโควิด-19 ไปเพื่ออะไร

ดร.มาเรีย แวน เคอร์คอฟ จากองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แถลงว่า โอไมครอนมีการแพร่ติดต่อที่รวดเร็วจริง แต่ “ไม่ได้หมายความหรือจำเป็นว่า” ทุกคนบนโลกนี้จะต้องติดเชื้อโอไมครอนในที่สุด WHO กำลังพยายามทุกวิถีทางร่วมกับหน่วยงานต่างๆในการลดโอกาสการติดเชื้อให้กับประชาชนทั่วโลก วัคซีนเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบันแต่ไม่อาจป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วสามารถติดเชื้อโอไมครอนได้ถึงร้อยละ 55.9 (vaccine breakthrough cases) ดังนั้นเราจำเป็นต้องดำเนินการป้องกันตัวเองควบคู่กันไปกับการฉีดวัคซีนกล่าวคือทุกคนป้องกันตนเองจากการสัมผัสสิ่งของหรือผู้อื่น เว้นระยะห่างจากบุคคลที่สอง สวมหน้ากากอนามัยปิดจมูกและปาก ล้างมือให้สะอาด หลีกเลี่ยงฝูงชน ทำงานจากที่บ้าน ถ้าทำได้ ตรวจหาเชื้อด้วย ATK หรือ PCR เป็นประจำสม่ำเสมอ อันเป็นวิธีที่เราสามารถรักษาตัวเองให้ปลอดภัยและป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อและแพร่ไวรัสไปให้คนอื่นได้

นอกจากนี้จากการศึกษาธรรมชาติการระบาดของ “โอไมครอน” พบว่าการระบาดในแต่ละประเทศทั่วโลกจะมีระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน ดังนั้นโอไมครอนจึงไม่ได้คงอยู่นานพอที่จะทำให้มีผู้ติดเชื้อไปทั้งประเทศ หรือทั้งโลก

แต่หากพูดว่าในช่วงชีวิตเรามีโอกาสที่จะติดเชื้อไวโคโรนา 2019 สายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง ดูจะใกล้ความจริงมากกว่า

6. เหตุใดจึงมีความจำเป็นที่ต้องลดการแพร่ระบาดของโอไมครอน

WHO แถลงว่าเราต้องลดการแพร่ระบาดของโอไมครอนด้วยเหตุผล 4 ประการ

1. เราต้องการป้องกันไม่ให้ประชาชนติดเชื้อเพราะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคโควิดรุนแรงที่ต้องเข้ารักษาตัวใน รพ. หรือเสียชีวิตได้ในอัตราร้อยละ 0.9

2. ผู้ติดเชื้อแล้วหายบางคนมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลที่ตามมาในระยะยาว ซึ่งเราเรียกว่าภาวะหลังโควิด (long covid) และเรายังไม่เข้าใจกลไกการเกิด “ลองโควิด” ที่จะนำไปสู่การรักษามากนัก

3. การติดเชื้อของคนในชาติเป็นจำนวนมากจะเป็นภาระใหญ่ต่อระบบสาธารณสุขและระบบเศรษฐกิจของประเทศ

4. ยิ่งโอไมครอนมีการแพร่ระบาดระหว่างตนสู่คนเป็นวงกว้าง ยิ่งเปิดโอกาสให้ไวรัสกลายพันธุ์ สายพันธุ์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นต้องมีการกลายพันธุ์ไปมากกว่าโอไมครอน และหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าเพื่อสามารถแพร่ระบาดมาแทนที่โอไมครอนได้ ส่วนการก่อโรคโควิด-19 ของสายพันธุ์ใหม่นั้นจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงยังไม่อาจคาดเดาได้

ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องร่วมด้วยช่วยกันลดการแพร่ระบาดของโอไมครอน

5. เหตุใดประเทศเดนมาร์กจึงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ (ภาพ 2)

เดนมาร์กถือเป็นกรณีศึกษา ทั่วโลกจับต่อมองเพื่ออาจนำไปใช้บ้าง มีจำนวนผู้ติดเชื้อโอไมครอน BA.2 เพิ่มจำนวนมากขึ้นทั้งที่มีการฉีดวัคซีนสูงถึงร้อยละ 88 ของประชากร ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจาก “เดนมาร์ก” เป็นประเทศแรกในยุโรปที่ผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทั้งหมด รวมถึงข้อบังคับการสวมหน้ากากอนามัย และการเว้นระยะห่างทางกายภาพหลังจากที่หน่วยงานสาธารณสุขของเดนมาร์กได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรได้มากกว่า 80%

หน่วยงานสาธารณสุขของเดนมาร์กประเมินว่า การระบาดของโควิด-19 ไม่ใช่โรคที่มีอันตรายร้ายแรงในสังคมอีกต่อไป เพราะแม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในเดนมาร์กจะเพิ่มขึ้น แต่จำนวนผู้เสียชีวิตคงที่ไม่ได้ส่งผลกระทบแต่อย่างใดต่อระบบสาธารณสุข ทั้งนี้เพราะเดนมาร์กมีอัตราการฉีดวัคซีนสูง ประชากรที่อายุ 5 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 80 ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม และอีกประมาณร้อยละ 60 ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 แล้ว

8. หน่วยงานสาธารณสุขของเดนมาร์ก “ตัดสินใจผิดพลาด”หรือไม่ที่ยกเลิกมาตรการโควิด-19 ทั้งหมด ตั้งแต่เดือน 1 ก.พ. 2565 ทำให้มีทั้งผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

หลังจากเดนมาร์กยกเลิกมาตรการโควิด-19 ทั้งหมด จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จาก BA.2 ก็ทะยานขึ้นและถึงจุดสูงสุด (peak) เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2565 แล้วก็เริ่มลดลงจากนั้นเป็นต้นมา (ภาพ 2)

The State Serum Institute (SSI) ของเดนมาร์กซึ่งเทียบเท่ากับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้แถลงว่าจำนวนผู้เสียชีวิตโดยรวมในเดนมาร์ก “คงที่ไม่เพิ่มขึ้น”

ในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2564 เดนมาร์กมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในผู้สูงอายุมากกว่า 75 ปี อันมีสาเหตุจากการติดเชื้อ “เดลตา”

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 1 ปี 2022 อัตราการเสียชีวิตในเดนมาร์กลดลงและตอนนี้เข้าใกล้ระดับปกติทั้งที่เดนมาร์กมีการตรวจ PCR ให้ผลบวกเพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเนื่องจากโอไมครอนน้อยลงจริง และน้อยกว่าอันตราการเสียชีวิตจากเดลตาในอดีต

9. หากอัตราผู้เสียชีวิตเนื่องจากโอไมครอนน้อยลงจริงทำไมข้อมูลจำนวนผู้เสียชีวิตในเดนมาร์กที่ได้จาก “Our World in data” (จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด) ในช่วงที่เดลตาระบาด และโอไมครอนระบาดจึงใกล้เคียงกัน (ภาพ3)

ทาง SSI ได้อธิบายว่า ข้อมูลจำนวนผู้เสียชีวิตในเดนมาร์กที่ได้จาก “Our World in data” นั้นเป็นข้อมูลรวมการตายสองกลุ่มเข้าด้วยกันคือ (1) ผู้เสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่นๆแต่มีผล PCR ต่อเชื้อโควิด-19 เป็นบวก (deaths with) เพราะช่วงนี้มีการระบาดของโควิด-19 อย่างกว้างขวาง และ (2) ผู้เสียชีวิตเนื่องจากโควิด-19 (deaths by COVID) (ภาพ 4)

หากดูเฉพาะผู้เสียชีวิตเนื่องจากโอไมครอนจะพบว่ามีจำนวนลดลงและน้อยกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเนื่องจากเดลตา (ภาพ 4)

10. รู้ได้อย่างไรว่าผู้เสียชีวิตคนใด “เสียชีวิต” จากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

หน่วยงานสาธารณสุขของเดนมาร์กมีการตรวจสอบว่าผู้ตายได้รับยาต้านไวรัส Remdesivir และ/หรือและ Dexamethasone ซึ่งเป็นการรักษามาตรฐานสำหรับ COVID-19 ในเดนมาร์ก (ภาพ 5)

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของสวนธุรกิจเฮง! ขนส้มโอทับทิมสยาม2,222ลูก แก้บนไอ้ไข่ วัดเจดีย์

Posted on February 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637328

เจ้าของสวนธุรกิจเฮง! ขนส้มโอทับทิมสยาม2,222ลูก แก้บนไอ้ไข่ วัดเจดีย์

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 08.13 น.

23 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่วัดเจดีย์ ไอ้ไข่ ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช มีนางกมลทิพย์ กุลคง หรือพี่มล อายุ 48 ปี อยู่เลขที่ 65 หมู่ 15 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของกิจการสวนส้มโอทับทิมสยาม “ป้าแดง-ลุงแอ๊ด” พร้อมด้วยนายสำเร็จ กุลคง หรือ “ลุงแอ๊ด” อายุ 84 ปี บิดา ซึ่งเป็นปราชญ์ชาวบ้านต้นตำรับส้มโอทับทิมสยามแห่งลุ่มน้ำปากพนัง รวมทั้งญาติๆ ขนส้มโอทับทิมสยาม 3 คันรถกระบะรั้ว รวม 2,222 ลูก เพื่อแก้บนไอ้ไข่เด็ก วัดเจดีย์ หลังบนบานขอให้เก็บเกี่ยวผลผลิตส่งออกจำหน่ายต่างประเทศ ทั้งจีน ฮ่องกง เกิน 30 ตัน ซึ่งผลผลิตส้มโอทับทิมสยาม เก็บเกี่ยวได้เกินเป้าหมาย สร้างรายได้นับ 10 ล้านบาท

หลังจากแก้บนส้มโอทับทิมสยามกับ ไอ้ไข่ เด็กวัด เจดีย์ เสร็จ จึงช่วยกันแจกส้มโอทับทิมสยามจำนวน 2,222 ลูก ให้กับประชาชนทุกคนที่เดินทางมากราบไหว้ ไอ้ไข่ เด็กวัด ภายในวัดเจดีย์ นอกจากนี้ยังว่าจ้างคณะกลองยาวจาก ต.บางจาก อ.เมืองนครศรีธรรมราช บรรเลงแก้บน สร้างสีสันบรรยากาศให้ครึกครื้นอีกด้วย ก่อนจะใช้เวลาแจกส้มโอทับทิมสยามประมาณ 1 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ

นางกมลทิพย์ กุลคง หรือพี่มล เผยว่า ปกติชอบทำบุญช่วยเหลือผู้อื่น ที่ผ่านมาสวนส้มโอทับทิมสยาม “ป้าแดง-ลุงแอ๊ด” มีผลผลิตส่งออกต่างประเทศ เกินเป้าหมายทุกปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้ตนบนบานไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ ว่าหากผลผลิตส้มโอทับทิมสยามสวนป้าแดง-ลุงแอ๊ด ส่งออกต่างประเทศที่ตั้งไว้ 30 ตัน จะแก้บนส้มโอทับทิมสยาม กระทั้งผลผลิตสามารถส่งออกเกิน 30 ตันตามที่บนบาน และยังมีผลผลิตส้มโอทับทิมสยามเหลือจำหน่ายในประเทศอีกหลายตัน วันนี้จึงนำส้มโอทับทิมสยามจำนวน 2,222 ลูก มาแก้บนไอ้ไข่ เด็กวัด หลังแก้บนเสร็จแจกจ่ายฟรีให้ประชาชน

นางกมลทิพย์ เผยอีกว่า สำหรับตัวเลขส้มโอทับทิมสยามจำนวน 2,222 ลูกนั้น เดิมที่ตนบนบานไว้ 2,000 ลูก แต่วันนี้เป็นวันที่ 22 เดือน 2 ปี 2022 จึงเพิ่มส้มโอทับทิมสยามอีก 222 ลูก รวม 2,222 ลูก เพื่อความมงคล สำหรับมูลค่าส้มโอทับทิมสยามที่นำมาแจกรนั้น หากราคาขายปลีกอยู่ที่ลูกละ 120 – 150 บาท รวม 2,222  ลูก ราคาประมาณ 260,000 บาท. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หัวใจแกร่ง! หนูน้อยอยู่กับตายาย รับจ้างตัดอ้อย สู้แดดสุด

Posted on February 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637305

หัวใจแกร่ง! หนูน้อยอยู่กับตายาย รับจ้างตัดอ้อย สู้แดดสุด

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.14 น.

หัวใจแกร่งมาก! หนูน้อยอยู่กับตายาย รับจ้างตัดอ้อย ไม่กลัวแดด

22 ก.พ.65 ต้องบอกว่าเห็นคลิปนี้แล้ว กลายเป็นแรงผลักดันใครอีกหลายคน เมื่อผู้ใช้ติ๊กต๊อก duangtajampaprom88 โพสต์คลิป หนูน้อยกำลังตัดอ้อยอย่างขะมักเขม้น สวมถุงมือ เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ อย่างไม่กลัวแดด 

เจ้าของคลิปเล่าว่า ครอบครัวน้อง พ่อแม่แยกทางกัน น้องอยู่กับตาและยาย ตากับยายไปรับจ้างตัดอ้อย น้องก็จะไปช่วย น้องขยันมากๆค่ะ ขอขอบคุณทุกๆกำลังใจแทนน้องด้วยนะคะ จนทำให้โลกโซเชียลแห่ชื่นชมและพากันส่งกำลังใจล้นหลาม

บักหล่าคือเก่งแท้ลูก , สู้ตั้งเเต่เด็ก อนาคตเป็นมหาเศรษฐีเเน่ลูก สู้น้าคนเก่ง , น้องเก่งมาก โตขึ้นสบายแน่นอนค่ะ สู้ๆค่ะ , เห็นตัวเองเมื่อตอนเด็กๆ ตัดอ้อยหาเงินไปโรงเรียน น้องเก่งหลายจ้า , เก่งมากเลยลูกอดทนนะคนเก่ง อนาคตไม่อดแน่นอน มีความขยันความอดทนอยู่กับตัว เป็นกำลังใจให้นะคะคนเก่ง , วันนี้เจ้าลำบาก วันข้างหน้าเจ้าจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดหล่าเอ้ย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่มั่น’ล้างหน้าแล้ว’ฟัน’หลุดมอบให้ ‘หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’ กลายเป็น ‘ทันตธาตุ’

Posted on February 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637293

'หลวงปู่มั่น'ล้างหน้าแล้ว'ฟัน'หลุดมอบให้ 'หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท' กลายเป็น 'ทันตธาตุ'

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.27 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท ท่านมีความรักเคารพต่อท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ผู้เป็นอาจารย์ของท่านอย่างมาก สมัยที่อยู่เชียงใหม่กับหลวงปู่มั่น ขณะที่หลวงปู่มั่น กำลังล้างหน้าแล้วฟันท่านหลุดออกมา ท่านได้มอบฟันนั้นให้กับหลวงปู่เจี๊ยะ

*ทันตธาตุพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

หลวงปู่เจี๊ยะได้เก็บฟันนั้นไว้ และต่อมาฟันของหลวงปู่มั่นก็ได้แปรสภาพกลายเป็นพระธาตุ หลวงปู่เจี๊ยะจึงได้สร้างเจดีย์เพื่อบรรจุทันตธาตุของท่านพระอาจารย์มั่นขึ้น ที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ได้นิมนต์ครูบาอาจารย์สายกรรมฐานมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

มีหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน มาเป็นประธาน ลักษณะขององค์พระเจดีย์นั้นสร้างเป็นรูปทรงพุ่มข้าวบิณฑ์สมัยสุโขทัยตามที่หลวงปู่นิมิตเห็น องค์พระเจดีย์สร้างด้วยหินอ่อน ความสูง 37 เมตร สิ้นงบประมาณการสร้าง 50 ล้านบาท

หนังสือประวัติ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง ตอนหนึ่งกล่าวว่า เมื่อหลวงปู่เจี๊ยะ เข้ามาอยู่ที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ก็เริ่มมีลูกศิษย์มากขึ้นเรื่อยๆ จะทำอะไรท่านสะดวกมากขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ท่านยังเก็บหอมรอมริบมัธยัสถ์ เสมอมา ตั้งแต่เริ่มแรกที่คนเข้ามาทำบุญทีละเล็กละน้อย ถวายส่วนตัวท่านบ้าง ถวายเนื่องในงานผ้าป่า กฐินบ้าง ท่านจะเก็บเข้าบัญชีธนาคารมาตลอด

เรื่องพระคุณของท่านพระอาจารย์มั่น ปรากฎเป็นปัจจุบันธรรมภายในใจของท่านโดยตลอด ท่านทำไว้ในใจเสมอว่า ถ้ามีโอกาสมีบุญจะสร้างเจดีย์ใหญ่ถวายให้ท่านพระอาจารย์ผู้ส่องประทีปธรรม ตามโอกาสและวาสนาอำนวย ไม่รีบเร่ง ท่านปรารภว่า “ถ้าเรายังไม่พร้อมเราจะยังไม่สร้าง”

เมื่อได้โอกาสอันสมควร วันหนึ่งท่านจึงถามพระเขียว ซึ่งเป็นพระอุปัฏฐากและดูแลการเงินให้ท่านว่า “เขียว…เงินในธนาคารทั้งหมดมีเท่าไหร่ ไปเอามานับรวมกันดูชิ” 

เมื่อพระอุปัฏฐากนำเงินทั้งหมดที่ท่านเก็บไว้มานับรวมกันทั้งหมดได้ 50 ล้านบาท ท่านจึงปรารภที่จะสร้างเจดีย์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นมา ตอนแรกท่านริเริ่มจะสร้างบริเวณหลังวัด แต่พิจารณาเห็นว่าการสัญจรไปมาคงไม่สะดวก เสียงรถเข้าออกจะเป็นการรบกวนพระเณรภาวนา ท่านจึงชี้ให้สร้างด้านหน้าศาลาเป็นที่ตั้ง “ภูริทัตตเจดีย์”

*ธรรมปริศนาของเจดีย์ฯ

ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2539 หลวงปู่เจี๊ยะได้วางศิลาฤกษ์ สร้างภูริทัตตเจดีย์ สำหรับบรรจุพระทันตธาตุของท่านพระอาจารย์มั่น ลักษณะรูปร่างทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ของเจดีย์สมัยสุโขทัย แปดเหลี่ยม ความหมายคืออริยมรรคมีองค์แปด มีความกว้าง 22 เมตร หมายถึง ปัจจยาการ โดยอนุโลมและปฏิโลม รวมเป็น 22 ประการ 

ความสูง 37 เมตร หมายถึงโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ตกแต่งด้วยหินอ่อน หินแกรนิต ไม้สักทอง ยอดทำด้วยทองคำแท้ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงประทานมา

ภูวิทัตตเจดีย์ เจดีย์แปดเหลี่ยม บรรจุพระธาตุ อัฏฐิธาตุของบุคคลที่ควรสร้างพระเจดีย์ไว้ให้ทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลายได้สักการการบูชา ดังพุทธพจน์ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแก่ พระอานนท์ไว้ว่า “อานนท์! เจดีย์บรรจุพระธาตุ อัฏฐิธาตุของถูปาหรบุคคล เพียงชนเป็นอันมากยังจิตให้เลื่อมใสว่า เจดีย์นี้เป็นเจดีย์บรจุพระธาตุ อัฏฐิธาตุของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก พระราชาผู้ทรงธรรม เมื่อชนมีจิตเลื่อมใสในพระเจดีย์นั้นแล้ว วันข้างหน้าถ้าเมื่อเขาตายกายแตกดับไป เขาย่อมเข้าถึงสุคติโลก สวรรค์ เป็นแน่แท้”

นอกจากจะเป็นเจดีย์ที่ควรไปสักการะอย่างยิ่งแล้ว ยังเป็นเครื่องบ่งชี้จารึกถึงความรัก ความเคารพ ความกตัญญูที่หลวงปู่เจี๊ยะ มีต่อท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ว่ายิ่งใหญ่เพียงใด

หลวงตามหาบัวกล่าวถึงภูริทัตตเจดีย์ที่หลวงปู่เจี๊ยะสร้างว่า “เราบอกให้คนไปดูเจดีย์บรรจุทันตธาตุของท่านพระอาจารย์มั่น ที่อาจารย์เจี๊ยะสร้าง ท่านกิริยาภายนอก นี่โกโรโกโสนะ บ๊งเบ๊งๆนะ แล้วให้ไปดูพยานโน้นกำลังสร้างเจดีย์ ให้ไปดูพยาน วัตถุเครื่องก่อสร้างต่างๆให้ดูให้ดีนะ”

“นี่แหละฝีมือนิสัยอาจารย์เจี๊ยะ อันเครื่องบ่งถึงธรรมะ ภายในแหละเราเข้าไปดู โอ๊ย? ไม่มีอะไรละเอียดยิ่งกว่าภูวิทัตตเจดีย์นี้ เนี่ยะ!ดูให้ดี ความละเอียดนี้เก่งมาก โอ้ย! มีแต่ของดิบๆดีๆทั้งนั้นเลย เรายอมรับท่านถึงเรื่องความละเอียดในการกระทำ 

“โอ้โฮ! ใครจะไปหาไหนมาได้ แต่อาจารย์เจี๊ยะหามาจนได้ สิ่งเหล่านี้ใครจะหาได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ อาจารย์เจี๊ยะหามาจนได้ๆหมดเลยนะ

*ธรรมรสของศิษย์วัดป่าฯ

ดังที่กล่าวมา ที่อยู่ที่พักของหลวงปู่เจี๊ยะที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทารามนั้น แรกเริ่มทีเดียวมีกระต๊อบหลังเล็กๆ มุงด้วยหญ้าคา มีจีวรผืนเก่ากั้นเป็นห้อง เป็นที่หลบแดด หลบฝน เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลาน มีเตียงทำด้วยไม้ไผ่ทำเป็นที่ฉันและที่นอนใต้ร่มไม้สน ด้านหลังมีคลองน้ำเป็นเขตแดน ท่านอยู่แต่เพียงเดียวดายไม่ค่อยมีลูกศิษย์ แม้แต่คนถิ่นแถวนั้นก็ไม่ค่อยรู้จักท่าน

การก่อสร้างวัดของท่าน เมื่อเห็นสิ่งของเช่นเศษไม้เศษ สังกะสีเก่าๆ เป็นต้นที่คนเขาทิ้ง ท่านก็จะขอบิณฑบาตมาสร้างกุฏิที่พัก ท่านมัธยัสถ์มากเห็นคุณค่าแห่งของทุกสิ่ง เก็บหอมรอมริบสม่ำเสมอ ทำงานทั้งวันตีเหล็กตีขวาน ทุบหินจนบางครั้งพระลูกศิษย์บางรูปไม่เข้าใจต้องเข้ามากราบเรียนถามท่านว่า

“หลวงปู่ ผมไม่เข้าใจหลวงปู่เลย ทำไมหลวงปู่ต้องทำอย่างนี้ ต้องทำขนาดนี้ ต้องเป็นอย่างนี้”  หลวงปู่เจี๊ยะกล่าวตอบแบบห้วนๆตามภาษาของท่านว่า เฮ้ย!..มันเข้าใจง่ายๆ ซะที่ไหน ผมอยู่กับปู่มั่น บางทีผมก็ยังไม่เข้าใจเลย ต้องพยายามเข้าใจ เดี๋ยวจะเข้าใจเอง” แล้วจึงตีขวานต่อเสียงดังเพ้ง!เพ้ง!เพ้ง!…

และสอนลูกศิษย์ต่อว่า “ในสมัยที่ผมอยู่กับหลวงปู่มั่น ผมต้องอดทนมาก ผมเป็นคนกินยาก แสลงเรื่องอาหาร ผมอยู่กับท่านสามปี สี่แล้ง กินแต่ข้าวเหนียวกับกล้วย อาหารอย่างอื่นมี แต่ผมกินไม่ได้ ถ้าไม่มีกล้วยผมต้องกินแต่ข้าวเปล่าๆ ทำให้ท้องอืด ไม่ถ่าย อากาศก็หนาวเหน็บถึงกระดูก ตามแขนตามขาผิวแห้งไปหมด ไปขอยากับหลวงปู่มั่นก็ไม่มี เมื่อไม่มียาท้องอึดจะตาย ผมใช้นิ้วล้วงลงไปลำคอลึกๆ เพื่อให้อาเจียนออกมา จะได้สบายท้อง นิ้วมือนี้แหละยา ผมยังไม่เคยบ่น เรื่องนี้มีแต่ท่านอาจารย์มหาบัวรู้ คนอื่นไม่รู้ผมยังไม่เห็นตายเลย”

พระลูกศิษย์ที่ติดตามท่านมานานๆ บางองค์ก็น้อยใจในวาสนาอาจารย์ของตน ถึงกับกล่าวว่า “อาจารย์ของเรานี่ เป็นถึงลูกศิษย์ท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่น แต่เวลาเดินทางไปไหนก็ไปสิบล้อ โบกสิบล้อไป หลวงปู่สิม หลวงปู่ หลวงปู่สาม หรือพระกรรมฐานรุ่นหลังๆ ไปไหนมีรถเก๋งมารับ อาจารย์ของเราช่างด้อยวาสนาเสียจริงๆ โบกขึ้นแต่รถสิบล้อ อาจารย์องค์อื่นถูกนิมนต์ไปฉันบ้านนายพล บ้านคุณนาย อาจารย์ของเราพาฉันแต่น้ำพริกกุ้งแท้ง แถมยังยกเว้นกะปิอีก น้ำพริกปลาทูก็ไม่ให้ใส่กะปิ บางทีเพื่อนพระที่เป็นลูกศิษย์อาจารย์อื่นๆ เขาก็ล้อว่า “พวกท่านมีอาจารย์กับเขาทั้งที มักไม่เหมือนคนอื่นเขาน้อ! 

ก็ได้แต่ทำไว้ในใจว่า “เอาละวะ ถึงท่านจะเป็นอย่างไรก็ตามเราก็มั่นใจในคุณธรรมของท่าน แม้หลวงตาบัวยังชมท่านไม่ขาดปากว่า เป็นผ้าขี้ริ้วท่อทอง’ คิดเพียงเท่านี้ก็เป็นที่ปลงใจสำหรับลูกศิษย์พระกรรมฐาน

หลวงปู่เจี๊ยะเมื่อเห็นศิษย์คิดอย่างนั้น ท่านก็สอนเป็นธรรมะไพเราะเคาะสนิมใจให้ศิษย์รื่นเริงในธรรมบ้างว่า “ท่าน… ธรรมดาว่าชาวนาไม่มีข้าวกิน ย่อมไม่มี…คนดีย่อมไม่มีสิ่งชั่ว…คนใบ้ ย่อมไมไปทะเลาะกับคนอื่น…คนตื่น ย่อมไม่มีภัย…คนที่ใจฝึกมาดีย่อมไม่มีไหวหวั่น อยู่ได้ทุกที่ ขี้ได้ทุกทาง”

เมื่อท่านพูดเสร็จมีพระเดินคู่กันมาสองรูป ท่านจึงตะโกนด่าเสียงดัง “เฮ้ย!.. ไอ้ฉิบ… ใครสอนให้ท่านทำอย่างนี้ การเดินเคียงคู่กันแบบนี้ เดินแบบหนุ่มสาวชาวโลก กิริยาแสวงหากิเลสไม่ใช่กิริยาแสวงหาธรรม หลวงปู่มั่นท่านตำหนิอย่างหนัก อย่าทำเด็ดขาด”

*สงฆ์ยอดกตัญญู

หลวงปู่เจี๊ยะท่านมีปกติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ตามฐานะ ดังเช่นที่ท่านแสดงความอ่อนน้อมต่อหลวงตามหาบัว หรือครูบาอาจารย์อื่นที่มีพรรษามากกว่า ท่านทำตัวเป็นเหมือนสามเณรตัวน้อยๆ ยามนั่งสนทนาจะพนมมือตลอด ท่านเคยสอนไว้ว่า

“คนที่มีความอ่อนน้อมย่อมส่อถึงความเป็นคนดีภายใน ตรงกันข้าม ถ้าเป็นคนแข็งกระด้างไม่อ่อนน้อมต่อผู้ที่ควรอ่อนน้อม ย่อมประสบความหายนะ

“ท่านสอนให้เราไปดูตัวอย่างรวงข้าวในนา ตามธรรมดารวงข้าวมีเมล็ดเต็มอ้วนภายใน มักอ่อนรวงลงเสมอ ส่วนรวงใดลีบไม่มีเนื้อภายใน มักชูรวงแข็งกระด้างไม่อ่อน เปรียบเหมือนคนอ่อนน้อม แสดงว่ามีความดีภายใน ส่วนคนแข็งกระด้างแสดงว่าภายในลีบ ไม่มีน้ำหนักแห่งความดีเลย มนุษย์จึงควรสำนึกในข้อนี้ และประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ จะถึงความเจริญไม่หยุดยั้ง”

หลวงปู่เจี๊ยะนั้นนับว่าเป็นสุดยอดพระกตัญญู ด้วยความรักและเคารพที่หลวงปู่เจี๊ยะมีต่อท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ยิ่งกว่าชีวิต การจะพูด จะทำ จะคิดอะไร ถ้าเกี่ยวข้องกับท่านพระอาจารย์มั่น ท่านจะคิดนิ่งและนาน ใช้วิจารณญาณไตร่ตรองเป็นอย่างดี

ถึงแม้กาลเวลาผ่านมานานแล้ว ความรักเคารพที่มีต่อท่านพระอาจารย์มั่นยิ่งเด่นดวงขึ้นเสมอ ไม่มีวันเสื่อมถอย ถ้าเป็นภาษาที่โลกนิยมก็คือ “สุดยอดพระกตัญญู” การอันใดก็ตามที่เป็นไปเพีอสนองคุณและตอบแทนคุณ ท่านจะทำอยู่สม่ำเสมอ

ในเรื่องเกี่ยวกับผู้คนสภาพแวดล้อม มุมมองทุกด้านล้วนเพื่อท่านพระอาจารย์มั่นทั้งนั้น ดังคำที่หลวงตามหาบัวกล่าวถึงความผูกพันว่า “หลวงปู่มั่นกับอาจารย์เจี้ยะ ท่านเป็นเหมือนพ่อลูกกัน หรือคำที่ท่านพระอาจารย์วัน อุตฺตโม กล่าวกับสานุศิษย์ว่า”หลวงปู่เจี้ยะกับหลวงปูมั่น ท่านเป็นพ่อลูกกันมานานหลายชาติ

หลวงปู่เจี๊ยะท่านรักเคารพครูบาอาจารย์ของท่านแบบละเอียดลออ คิดลึกซึ้งถึงก้นบึ้งแห่งเหตุ อย่างเช่น ท่านไปทำคุณประโยชน์ในด้านต่างๆ ทางจังหวัดตากหรือที่อื่นใดก็ตาม ก็ล้วนแต่เพื่อสนองคุณ ท่านพระอาจารย์มั่น และครูบาอาจารย์ทั้งหลาย

……………………….

ตามรอยพระอริยะเจ้า! “หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท” พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” ท่านคือสมณะสงฆ์สายป่าผู้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองของแม่ทัพกรรมฐานแห่งสยาม : ดำรงธรรม เรียบเรียง

(ติดตามตอนต่อไป) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ขนมดอกดิน’ ชาวบ้านบึงกอกรวมกลุ่มผลิตสร้างรายได้ดีให้กับชุมชน

Posted on February 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637292

'ขนมดอกดิน' ชาวบ้านบึงกอกรวมกลุ่มผลิตสร้างรายได้ดีให้กับชุมชน

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.14 น.

ชาวบ้านหมู่ 10 ต.บึงกอก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รวมกลุ่มกับเรียนรู้และผลิตขนมไทยโบราณ เน้นวัตถุดิบมีในท้องถิ่น กระตุ้นให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น หลังจากว่างเว้นจากการทำอาชีพเกษตร เป็นการสร้างความรักสามัคคีในชุมชน พร้อมต่อยอดให้สามารถผลิตได้ตลอดปี

22 ก.พ.65 ที่อาคารอเนกประสงค์บึงกอกพัฒนา หมู่ 10  ต.บึงกอก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กลุ่มแม่บ้านบึงกอกพัฒนา หมู่ที่ 10 ต.บึงกอก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กว่า 20 คน ได้รวมกลุ่มเพื่อเรียนรู้และร่วมกันผลิตขนมไทยโบราณขึ้น  โดยวันนี้ได้ร่วมกันผลิต“ขนมดอกดิน” ขนมโบราณตามวิถีชาวบ้าน ซึ่งขนมดอกดิน เป็นขนมโบราณที่นิยมทำเพื่อรับประทานเป็นขนมหวานกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ โดยใช้ดอกดิน ซึ่งเป็นดอกไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมาเป็นส่วนผสมในการทำขนมชนิดนี้ และส่วนใหญ่ดอกดินจะออกในช่วงฤดูฝน

นางสำฤทธิ์ หน่อแก้ว อายุ 53 ปี  ประธานกลุ่มแม่บ้านบึงกอกพัฒนา หมู่ 10 กล่าวว่า ชมรมแม่บ้านบึงกอกพัฒนา หมู่ที่ 10 เป็นกลุ่มที่ชาวบ้านร่วมกันจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนด้วยการทำขนมโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น ทั้งนี้นอกจากจะมีขนมดอกดินจำหน่ายแล้ว ยังมีขนมบ้าบิ่น ขนมตาล ขนมกล้วย ขนมแตง และข้าวต้มมัด  สำหรับตนเดิมทีทำขนมจำหน่ายเองที่บ้าน จากนั้นจึงได้รวมกลุ่มประชาชนในหมู่บ้านจัดตั้งขึ้น โดยมีสมาชิกทั้งหมด 20 คน ซึ่งได้รับความสนับสนุนจาก กศน. ตำบลบึงกอก ในการสนับสนุนให้หมู่บ้านมีรายได้เสริม สมาชิกจึงลงมติกันว่าจะทำขนมเป็นอาชีพเสริม

สำหรับวันนี้ทางชมรมกำลังทำขนมดอกดินเพื่อจำหน่าย ซึ่งดอกดินเป็นดอกไม้ที่เกิดตามภูเขาในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ชาวบ้านจะขึ้นไปเก็บดอกดินบนภูเขามาจำหน่ายให้กับทางชมรมฯ จากนั้นจะนำดอกดินที่ได้มาล้างน้ำเพื่อทำความสะอาด  หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำใส่ถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม แล้วนำไปแช่ในช่องฟรีซ เพื่อใช้ความเย็นเก็บรักษาคุณภาพไว้สำหรับทำขนม ทำให้สามารถที่จะนำมาทำขนมได้ตลอดปี เนื่องจากดอกดินเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมและเมื่อเก็บรักษาไว้นานความหอมก็ยังอยู่ ชาวบ้านจึงนิยมนำมาทำเป็นขนม สำหรับวิธีการทำ ได้ปรับสูตรจากสูตรดั้งเดิมของบรรพบุรุษ คือ เดิมทีจะไม่ใส่กะทิ แต่สูตรของตนจะใส่กะทิเพื่อให้ขนมมีความหอม ความนุ่มและความมัน 

วิธีการทำขนมดอกดินนั้น เริ่มจากนำดอกดินที่แช่ช่องฟรีซมาแช่น้ำละลายน้ำแข็ง จากนั้นนำดอกดิน 500 กรัม ไปปั่นเข้ากับกะทิ  1 กล่องใหญ่ ซึ่งหากเป็นกะทิสดจะยิ่งทำให้ขนมมีรสชาติดี เมื่อปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว นำมาเทใส่ภาชนะขนาดกว้าง จากนั้นใส่เกลือครึ่งช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ 1 กิโลกรัม จากนั้นใช้ตะกร้อคนจนส่วนผสมทั้งหมดรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเทแป้งข้าวเหนียวจำนวน 1 กิโลกรัม ลงไปและใช้ตะกร้อคนจนเป็นเนื้อเดียวกัน  แล้วหมักทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง เมื่อครบเวลาแล้ว นำกระทงใบตองที่เตรียมไว้ วางเรียงในชั้นซึ้ง หยอดน้ำมันพืชใส่กระทงใบตอง  แล้วจึงหยอดแป้งที่เตรียมไว้ลงไปในกระทง โรยหน้าขนมด้วยมะพร้าวทึนทึก จากนั้นนำไปนึ่งบนเตาโดยใช้ไฟแรง ซึ่งใช้เวลาในการนึ่งประมาณ 25 นาที เมื่อขนมสุกจะมีกลิ่นหอมของขนมดอกดินจะลอยขึ้นมากับไอน้ำ ชวนให้น่ารับประทาน และเนื้อขนมในขณะนึ่งสุกใหม่ ๆ จะมีความเหนียวนุ่ม ให้รสชาติหวานมัน เป็นขนมโบราณอีกหนึ่งชนิดที่นับว่ารสเลิศ 

นางสำฤทธิ์ หน่อแก้ว ยังบอกอีกว่า ในหนึ่งครั้งสามารถทำขนมได้มากถึง 100-200 กระทง เพราะขนมดอกดินได้รับผลตอบรับดีมาก ลูกค้าชื่นชอบ จึงทำให้มีพื้นที่ในการขายเพิ่มมากขึ้น จากที่ขายตามตลาดนัดทั่วไป ก็มีลูกค้าโทรเข้ามาสั่งซื้อ อีกทั้งบางรายยังสั่งเป็นขนมจัดเบรก สำหรับงานประชุม สัมมนาต่าง ๆ อีกด้วย โดย ขนมดอกดินจำหน่ายที่ 4 กระทงราคา 10 บาท  และจัดเป็นกล่อง 10 กระทง ราคา 25 บาท  สามารถสั่งซื้อได้ที่ Facebook : สำฤทธิ์ หน่อแก้ว และ Facebook : ปราณี มากอยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์ 094-946-8226

.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เก่งมากๆ! คุณหมอชม ‘พลายโค้ก’ ให้ความร่วมมือทำแผลเป็นอย่างดี (คลิป)

Posted on February 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637257

เก่งมากๆ! คุณหมอชม 'พลายโค้ก' ให้ความร่วมมือทำแผลเป็นอย่างดี (คลิป)

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 16.33 น.

22 ก.พ.65 เพจเฟซบุ๊ก “The Echo” ได้อัพเดทอาการของ “พลายโค๊ก” หลังจากได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับช้างป่าด้วยกัน โดยข้อความระบุว่า “คูมหมอชม “โค้ก” อย่างนี้ ”โค้ก” เขิลฮับ คุณหมอเอิ๊บ-สัตวแพทยหญิงมัชฌมณ แก้วพฤหัสชัย หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) เล่าถึงการทำแผลให้ #พลายโค้ก เมื่อวานว่า #พลายโค้ก ให้ความร่วมมือดีมาก โดยช่วงเช้าล้างเศษดินและสิ่งสกปรกบริเวณปากแผลให้สะอาดก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ระบายหนองร่วมกับการขูดหนองออก แล้วล้างแผลด้วยน้ำเกลือผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และน้ำเกลือผสมเบตาดีน จากนั้นปิดด้วยครีมฆ่าเชื้อสำหรับใส่ในแผล ซึ่งบาดแผลเฉียงขึ้นด้านบนยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ตามแผนจะค่อยๆ ระบายหนอง ขูดหนองออก และล้างแผลที่ขาหน้าขวาด้วยความระมัดระวังทุกวันต่อไป

ต่อมาช่วงหัวค่ำให้ยารักษาแบบฉีดอย่างต่อเนื่องได้แก่ ยารักษาการติดเชื้อ (เป็นวันที่ 11) และยาลดปวดลดอักเสบ โดยการยิงจากระยะไกล คุณหมอเอิ๊บบอกอีกว่า กำชับให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าสีระมัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนเฝ้าระวังความปลอดภัยและสังเกตพฤติกรรมของพลายโค้กอย่างใกล้ชิดเพื่อจะได้พยากรณ์โรคและรักษาจนกว่าจะหายค่ะ

แหม่!!!ฟังวิธีทำแผล ##พลายโค้ก แล้ว พี่ทึ่งกับช้างป่าตัวนี้ที่ให้ความร่วมมือกับทึมหมอดีจริงๆ (เปรียบเทียบกับตัวเองที่เมื่อวานถูกมีดบาด ตอนล้างแผลและใส่ยายังรูัสึกแสบมาก)…

…จึงนึกถึงที่คุณหมอล็อต-นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่เมื่อวานนี้กล่าวว่า “ช้างป่าบาดเจ็บตัวนี้รับรู้ได้ถึงความเมตตาจากทุกคน” ก็ทุกคนอยากให้ “โค้ก” หายเร็วๆ อะเนอะ…รักนะเจ้าโค้ก”. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทึ่ง!! ‘วัดควนเจดีย์’ อุโบสถ-หอระฆัง-เจดีย์ สร้างบนก้อนหิน อายุกว่า 100 ปี

Posted on February 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637119

ทึ่ง!! 'วัดควนเจดีย์' อุโบสถ-หอระฆัง-เจดีย์ สร้างบนก้อนหิน อายุกว่า 100 ปี

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 10.23 น.

“วัดควนเจดีย์” หมู่ 7 ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่เกือบ 100 ปี ที่มีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ที่ราบสูง เป็นวัดที่ไม่เหมือนกับวัดทั่วๆไป สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ทั้งเจดีย์ หอระฆัง กุฏิพระสงฆ์สร้างบนก้อนหินทั้งหมด โดยเฉพาะ อุโบสถขนาดใหญ่ก็ทำการก่อสร้างประดิษฐานอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่บนเนินเขา ซี่งเป็นจุดที่สูงที่สุดภายในวัดควนเจดีย์แห่งนี้

นายประเสริฐ หนูทอง ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเกาะแต้ว และนายจรัญ หนูรักษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.เกาะแต้ว ได้นำไปดูความแปลกของ “วัดควนเจดีย์” ที่อยู่บนเนินเขาเต็มไปด้วยก้อนหินขนาดเล็กและขนาดใหญ่โดยเริ่มจากเจดีย์ที่สร้างบนก้อนหินขนาดใหญ่มีความโดดเด่นน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของชื่อวัดควนเจดีย์ มีบันไดทางขึ้นให้นักท่องเที่ยวได้เดินขึ้นไปสัมผัสองค์เจดีย์ได้และสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของวัดและบริเวณใกล้เคียง และที่บริเวณใกล้เคียงกันก็จะมีหอระฆังที่สร้างอยู่บนก้อนหินเช่นเดียวกัน แต่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักโดยสร้างเป็นหอระฆังขึ้นไปบนก้อนหิน โดยไม่ต้องมีการตอกเสาเข็มแต่อย่างใดรวมทั้งกุฏิพระและศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างบริเวณเนินหินทั้งหมด

หลังจากนั้น ประธานสภาฯและผู้ใหญ่บ้านฯได้นำผู้สื่อข่าวเดินขึ้นบันไดขึ้นไปที่อุโบสถบนเนินหินที่สูงที่สุดของวัดควนเจดีย์แห่งนี้โดยมีบันไดทางขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านข้างที่ลัดเลาะมาตามซอกหินโดยอุโบสถของวัดควนเจดีย์ได้ทำการก่อสร้างบนก้อนหินขนาดใหญ่โดยไม่ต้องมีการตอกเสาเข็มแต่อย่างใดผู้ใหญ่บ้านเล่าให้ฟังว่า สำหรับพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านเกาะวา ตำบลเกาะแต้ว จะมีประชาชนทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม จากปากคำที่เล่าขานกันมาทำให้ทราบว่าที่ดินวัดควนเจดีย์จำนวน 26 ไร่เป็นการบริจาคของชาวเกาะแต้ว 2 ศาสนาทั้งพี่น้องชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมเพื่อนำมาสร้างวัดแห่งนี้ ในส่วนของการก่อสร้างมีพี่น้องทั้งสองศาสนามาร่วมด้วยช่วยกันขนปูนหินดินทรายขึ้นมาก่อสร้างเนื่องจากบริเวณนี้มีความสูงและต้องใช้แรงงานคนทั้งหมดเนื่องจากสมัยก่อนไม่มีเครื่องจักรที่ทันสมัย

ชุมชนตำบลเกาะแต้ว จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตของชุมชน และความโดดเด่นของธรรมชาติที่สวยงาม โดยกำหนดจุดท่องเที่ยวเส้นทางแรก 4 จุด คือ 1.วัดควนเจดีย์ 2.ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง3.ทุ่งนาบัวคลองควายและ 4.ชายหาดบ่ออิฐ ชายหาดแห่งเดียวของตำบลเกาะแต้ว

นายประเสริฐ กล่าวว่า วัดควนเจดีย์ที่นี่มีพิเศษก็คือทุกสิ่งที่เป็นวัตถุตั้งแต่อุโบสถสร้างอยู่บนก้อนหินโดยไม่มีเสาเข็มเป็นการสร้างแบบการร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านทั้งหมด ขนอิฐหินปูนทรายขึ้นมาข้างบนก้อนหินเพื่อมาสร้างอุโบสถ ในเรื่องของเจดีย์สร้างอยู่บนก้อนหินเช่นเดียวกันและมีหอระฆังก็ยังสร้างอยู่บนก้อนหิน อันนี้เป็นวิธีการบริหารจัดการพื้นที่ของคนสมัยก่อน ที่คิดว่าน่าจะใช้พื้นที่บนก้อนหินเป็นที่สร้างสิ่งปลูกสร้างและที่โล่งๆก็จะเป็นที่ใช้สอยอย่างอื่น

นายจรัญ หนูรักษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.เกาะแต้ว กล่าวว่า ส่วนของอุโบสถและหอระฆังรวมทั้งเจดีย์ไม่มีการตอกเสาเข็มอยู่บนก้อนหินซึ่งเป็นพื้นฐานที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากคิดว่าเป็นกุศโลบายของคนสมัยก่อน ผมยังซึ้งเลย เราเกิดมาก็เห็นเป็นรูปร่างแบบนี้แล้ว ทำให้หินมีประโยชน์กับเอามาใช้สร้างหอระฆังสร้างเจดีย์สร้างอุโบสถซึ่งเป็นปฏิมากรรมที่คงจะไม่มีในวัดแถวๆนี้ วัดนี้สร้างมานานประมาณ 85-86 ปีแล้ว

ท่านที่สนใจท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมพร้อมธรรมชาติที่สวยงามตามวิถีชุมชนคนเกาะแต้ว สนใจติดต่อ นายประเสริฐ หนูทอง ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเกาะแต้ว โทร 08 4993 8458 ,นายจรัญ   หนูรักษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 โทร 09 9278 5814

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมากร่าง! crv ป้ายแดงชักปืนขู่ ตร.ตั้งข้อหาพกอาวุธ แต่ไม่ดำเนินคดีเมาแล้วขับ

Posted on February 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637108

เมากร่าง! crv ป้ายแดงชักปืนขู่ ตร.ตั้งข้อหาพกอาวุธ แต่ไม่ดำเนินคดีเมาแล้วขับ

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 09.38 น.

22 ก.พ.65 เพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 2” โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความเกี่ยวกับชายรายหนึ่ง ขณะขับรถแล้วเจอรถอีกหนึ่งคันขับปาดหน้าพร้อมโชว์อาวุธปืนข่มขู่

โดยข้อความระบุว่า “ปืนพกในรถกันง่ายจัง ความผิดมันขนาดไหน?? อยากขอความช่วยเหลือ”ถูกข่มขู่ด้วยอาวุธปืนกลางถนน 2 ครั้ง” คดีเงียบ..ตำรวจแจ้งข้อหาน้อยกว่าความเป็นจริง ร้องเรียนผกก.ก็นิ่งเฉย 

วันที่ 7 ก.พ. 2565 เวลา 19.40 บนถนนกาญจนาภิเษก ตรงข้ามห้างเซ็นทรัลเวสเกต โดนรถฮอนด้า CRV ป้ายแดง ปาดหน้า จึงแซงไปจอดด้านหน้าลงไปสอบถามผมทำอะไรให้?

คู่กรณีเมาพูดว่า “เมา” พร้อมหยิบกระเป๋าคาดอก นำปืนออกมาข่มขู่ (ครั้งที่ 1) จึงรีบขึ้นรถพร้อมหลบรถด้านซ้ายให้คู่กรณีแซงไป เมื่อพ้นจึงออกเลนขวา แต่รถคู่กรณีชะลอ นำปืนออกมาขึ้นลำจ่อ(ครั้งที่2) จนต้องเบรคอีกครั้ง

ผมขับตามคู่กรณีแบบห่างๆ จนทราบพิกัดจึงแจ้ง 191 เพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พอเจ้าหน้าที่มาถึงคู่กรณีหลบหนี เจ้าหน้าที่ปิดล้อมอยู่กว่า 30 นาที จึงจับกุมตัวได้

ตำรวจแจ้งให้ไปโรงพัก จึงเดินทางไปพบร้อยเวร ร้อยเวรแจ้งว่าข่มขู่เป็นคดีลหุโทษ ผมพยายามแจ้งว่าทั้งเมา ทั้งเอาปืนขึ้นลำหันมาหาผม 2 ครั้ง ร้อยเวรบอกให้รอบันทึกจับกุม ผมรออยู่ที่สถานี 3 ชั่วโมง เดินไปตามห้องสายตรวจก็โดนไล่ออกมา เจ้าหน้าที่บอกให้ไปรอด้านบน

ปรากฎตำรวจตั้งข้อหาเพียง “พกพาอาวุธปืน” อย่างเดียว ไม่มีการตรวจเมา, ไม่ใส่ข้อหาข่มขู่เข้าไปในสำนวน ร้อยเวรให้กลับ บอกจะนัดสอบปากคำ
ผ่านไปครึ่งเดือน จึงโทรไปร้องเรียนผกก. พร้อมส่งรายละเอียดให้ผกก.ทางไลน์ ตอบเพียง”ทราบครับ”แล้วก็เงียบหายไป

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…. ถ้าโดนข่มขู่ด้วยอาวุธปืน ตั้งสติ ถ่ายคลิปหลักฐานให้ได้มากที่สุด ตามผู้ก่อเหตุห่างๆ ได้พิกัดโทรแจ้ง 191 จับกุมครับ”. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,277,701 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

SIA flies first batches of Covid-19 vaccines to Australia and New Zealand #SootinClaimon.Com
Thais give alms to monks on Father’s Day
โซไซตี้ : เอสจีเอส ประเทศไทย อาสาทำดีเพื่อน้อง ระดมพลังพนักงานจิตอาสา ลงแรง ด้วยใจ ให้น้องๆ ในจังหวัดสตูล ‘เพื่อชีวิต...ที่ดียิ่งกว่า’
VILLAINS AREN’T BORN. THEY’RE MADE. จากฮีโร่สู่จอมโหดที่ถูกโลกหล่อหลอม
'พิชัย' เชื่อ 'ทรัมป์' จะทำ ศก.สหรัฐฯ ดีขึ้น พาประเทศออกจากวังวนเดิม
New tack for Trump: Delay final vote count #SootinClaimon.Com
Apple accelerates work on car, aims for fully autonomous vehicle #SootinClaimon.Com
"วัชมนฟู้ด" ตั้งเป้าเป็น "ฮับ" ผลไม้นำเข้า
Davies reiterates US concerns over rights
star retro : ย้อนวันแห่งความสำเร็จ‘นกแล’ วงดนตรีในตำนาน ที่ยังเดินหน้าสร้างสรรค์งานเพลง

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d