Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ปัจฉิมกาล! ‘หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’ พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทองเป็นผู้ป่วยของศิริราช

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637552

ปัจฉิมกาล! 'หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท' พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทองเป็นผู้ป่วยของศิริราช

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.03 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2528 – 2547 หรือในช่วงระยะ 19 ปีที่ผ่านมา ร่างกายหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท ไม่ค่อยแข็งแรง ถูกรุมเร้าด้วยอาพาธเสมอ สาเหตุเนื่องมาจากทำงานหนัก ตั้งแต่เป็นวัยหนุ่มจนกระทั่งเข้าสู่ปัจฉิมวัย

*เป็นผู้ป่วยของศิริราช

หลวงปู่เจี๊ยะมีประวัติการรักษา เป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาลศิริราช ครั้งแรกวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2528 ด้วยอาการเกี่ยวกับหลอดเลือดในสมอง โดยศาสตราจารย์นายแพทย์นิพนธ์ พวงวรินทร์ และศาสตราจารย์นายแพทย์เติมชัย ไชยนุวัติ เป็นแพทย์เจ้าของไข้

วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2528 จักษุแพทย์ผ่าตัดใส่เลนส์เทียมที่ตาข้างขวา วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2529 ผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท 

3 ปีต่อมาท่านเริ่มมีอาการชาที่ผิวหนังรอบทวารหนัก ไม่สามารถนั่งตัวตรงเป็นเวลานานได้ศาสตราจารย์นายแพทย์นิพนธ์ พวงวรินทร์ ได้นิมนต์ท่านเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศิริราช หลายครั้งแต่อาการไม่ดีขึ้น 

ในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 เวลา 18.30 น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉลิมชาติ รัตนเทพ ได้ทำการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทให้แก่ท่านเป็นครั้งที่ 2 แต่อาการยังไม่ดีขึ้น

ในวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2532 เวลา 19.30 น.ศาสตราจารย์นายแพทย์เจริญ โชติกวณิชย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์เฉลิมชาติ รัตนเทพ จึงได้ร่วมกันผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทให้แก่ท่านอีกเป็นครั้งที่ 3 ณ โรงพยาบาลศิริราช หลังผ่าตัดสามารถเดินได้ดีขึ้น และอาการชาบริเวณทวารหนักดีขึ้น 

วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2541 หลวงปู่เจี๊ยะหกล้มมีอาการหลังเท้าซ้ายบวม ต่อมาวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541 ท่านได้ไปโรงพยาบาลศิริราช แพทย์ได้ตรวจพบว่า กระดูกนิ้วนางและนิ้วก้อยเท้าซ้ายหัก พร้อมกันนี้ท่านได้รับการรักษาโรคต้อหินที่ตาทั้งสองข้างด้วย

ท่านได้รับการรักษาโรคตาเป็นต้อหินที่โรงพยาบาลศิริราช เป็นระยะ โดยจักษุแพทย์คือรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงงามแข เรืองวรเวทย์ และได้ไปทำการผ่าตัดรักษาต้อหินที่ตาข้างซ้ายที่โรงพยาบาล ตา หู คอ จมูก โดยนายแพทย์อัทยา เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2543

วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2544 เวลาประมาณ 03.00น.ท่านตื่นจากจำวัดออกกำลังกายด้วยการชกลมตามปกติ เมื่อชกลมเสร็จแล้วท่านจะออกกำลังกายในท่านอนเตะไปด้านซ้ายขวาด้านละ38-39 ครั้ง เกิดอาการชาขากรรไกรแข็งพูดไม่ได้ เนื่องจากเส้นหิตในสมองแตก ทำให้สมองบวม

คณะศิษย์รีบนำส่งโรงพยาบาลศิริราช ท่านมีอาการเส้นโลหิตในสมองซีกขวาแตก มีเลือดคั่งในสมองจำนวนมาก แขนขา ซีกซ้ายอ่อนแรง ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดเอาก้อนเลือดออกโดยรีบด่วน ท่านอาจมรณภาพได้

*ผ่านวิกฤตทางสมอง

วันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2544 ตอนเช้ามืด คณะแพทย์ ผู้ถวายการรักษาจึงได้เรียนเชิญให้ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์นายเเพทย์วรวุฒิ จรรยาวนิชย์ เป็นผู้ทำการผ่าตัดรักษา หมอได้นำท่านเข้าห้องผ่าตัดสมอง

หลังจากผ่าตัดแล้วประมาณ 7 วัน เกิดอาการเลือดคั่งในสมองอย่างแรง หมอได้เปิดบาดแผลที่ผ่าไว้เดิม โดยเลาะด้ายเย็บกะโหลกศีรษะออกเพื่อรักษาอาการเลือดคั่งในสมองอีก รวมทั้งหมด

ท่านได้เข้าพักที่ห้องพิเศษที่โรงพยาบาลศิริราชเป็นเวลาหลายเดือน ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ กล่าวคือ องค์ท่านสามารถพูดได้ ฉันอาหารเองได้เพียงแต่มีอาการแขนและขาข้างซ้ายเป็นอัมพาต เมื่ออาการท่านทรงตัวได้ คณะศิษย์จึงนิมนต์ท่านกลับมาพักที่ห้องพยาบาลพิเศษ วัดป่าภูวิทัตตปฏิปทาราม ที่คณะศิษย์ ร่วมกันถวาย

แต่ต่อมาหลวงปู่เจี๊ยะเริ่มมีปัญหาในการฉันอาหาร ทางคณะลูกศิษย์ทั้งฝ่ายสงฆ์และฆราวาสจึงมีความเห็นร่วมกันว่า ควรจะถวายอาหารทางสายยางผ่านผนังหน้าท้อง เข้าสู่กระเพาะอาหารโดยตรง จึงได้นิมนต์องค์ท่านเข้ารับการผ่าตัดใส่สายยาง ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ

วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2544 หลวงปู่เจี๊ยะเข้ารับการรักษาเรื่องกระจกตาข้างขวาอักเสบ รองศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาติ สิงคาลวณิช เป็นผู้ถวายการรักษาจนกระทั่งหาย

วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 หลวงปู่เจี๊ยะเข้ารับการรักษาเรื่องอาการปวดท้อง โดยรองศาสตราจารย์นายแพทย์สุชาย สุนทราภา และผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ธัญเดช พิมานวุฒิพงษ์ เป็นผู้ถวายการรักษาท่านจนกระทั่งหาย และผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ธัญเดช นิมมานวุฒิพงษ์ เป็นผู้เปลี่ยนสายยางให้อาหารที่หน้าท้องแก่หลวงปู่เป็นระยะๆ

วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2545 หลวงปู่เจี๊ยะ มีอาการน้ำท่วมปอดและหัวใจล้มเหลว ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์รุ่งนิรันดร ประดิษฐ์สุวรรณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์วันชัย เดชสมฤทธิ์ฤทัย และผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์เดโช จักราพานิชกุล เป็นผู้ถวายการรักษาแก่หลวงปู่เจี๊ยะ 

หลังจากนั้นท่านได้ไปเข้าโรงพยาบาลเป็นระยะๆ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯโดยมีศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลเป็นประธานคณะแพทย์ที่ถวายการรักษา เมื่อหลวงปู่เจี๊ยะ อาการดีขึ้นจึงกลับไปรักษาที่วัดตามเดิม

*เทศนาพระอรหันต์ละสังขาร

วันที่หลวงปู่เจี๊ยะ จะเข้าโรงพยาบาลศิริราชเป็นครั้งสุดท้ายนั้น หลวงตามหาบัวท่านได้เดินทางไปเยี่ยมดูอาการป่วยของท่านที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2547 ท่านได้เข้าไปดูภายในภูริทัตตเจดีย์ได้เทศนาถึงความรัก ความเมตตาที่ท่านพระอาจารย์มั่นมีต่อหลวงปู่เจี๊ยะ และกล่าวชมสรรเสริญภูมิจิต ภูมิธรรมของหลวงปู่เจี๊ยะเป็นอเนกปริยาย

หลังจากท่านเข้าชมภูริทัตตเจดีย์แล้วท่านจึงเดินทางมาที่หลวงปู่เจี๊ยะพักอาพาธอยู่ ได้ทักทายพร้อมกับลูบที่มือกล่าวว่า”หลวงตาบัวมาเยี่ยม” 

“เราไม่พูดอะไรมาก เพราะจะเป็นการรบกวนท่าน” แล้วจึงนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง และได้เทศนาธรรมให้ประชาชนญาติโยมที่ติดตามมาเป็นจำนวนมากในเรื่องว่า “พระอรหันต์ละสังขาร”ประหนึ่งจะเป็นเครื่องหมายเตือนสานุศิษย์ให้ได้ทราบล่วงหน้าว่า คราวนี้เป็นคราวสุดท้ายของหลวงปู่เจี๊ยะแล้ว สังขารที่แบกหามมานานถึงกาลที่จะต้องทิ้งกันไปแล้ว

เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหลวงตามหาบัวจะมา หลวงปู่เจี๊ยะ ท่านจะมีอาการไอไม่หยุดเมื่อหลวงตามาถึงเท่านั้นแหละ อาการไอที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงนั้น ประหนึ่งว่าไม่เคยไอเลย หลวงปู่ท่านนอนนิ่งแสดงคารวะธรรมที่หลวงตามาเยี่ยม 

เป็นกิริยาแสดงความเคารพยิ่งแม้ในขณะที่ป่วย แม้หลวงตาจะเทศน์นานเท่าใด ท่านก็ไม่ไอเลยแม้แต่ครั้งเดียว พระบางรูปที่นั่งอยู่บริเวณนั้นถึงกับอุทานว่า “อัศจรรย์! หลวงปู่เข้าฌานสมาบัติ”

แต่เมื่อหลวงตาเดินทางกลับเท่านั้นแหละ หลวงปู่เจี๊ยะกลับมาไออย่างรุนแรงเหมือนเดิม แม้ด้วยสายตาปุถุชนก็เห็นเรื่องนี้แจ่มชัดอย่างนั้น ก็พอจะอนุมานได้ว่า เรื่องที่จะทำอย่างนี้ได้มิใช่วิสัยสามัญชนคนธรรมดาจะทำได้ ต้องเป็นผู้มีความรู้พิเศษมีภูมิธรรมชั้นสูงที่สามารถระงับเวทนาขันธ์ได้

*เรื่องพระสารีบุตรปรินิพพาน

ในวันนั้นหลวงตานั่งข้างเตียงอาพาธได้กล่าวธรรมเทศนาแบบสบายๆ เพื่อให้หลวงปู่เจี๊ยะรื่นเริงในธรรม และเป็นเชิงเล่าเรื่องชาดกให้ลูกหลานฟังความว่า…พระสารีบุตรเถระ ทำวัตรแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วเข้าสู่ที่พักกลางวัน ปัดกวาด ปูแผ่นหนัง ล้างเท้า นั่งขัดสมาธิเข้าผลสมาบัติ ครั้นออกจากสมาบัติแล้วเกิดปริวิตกว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลายปรินิพพานก่อนหรือหลังพระอัครสาวก ก็รู้ว่าอัครสาวกก่อน จึงสำรวจดูอายุของตน ก็รู้ว่าอายุสังขารของตนจักเป็นไปได้เพียง 7 วันเท่านั้นจึงดำริว่าจักปรินิพพานที่ไหนหนอ?

คิดว่า ท่านราหุลปรินิพพานในดาวดึงส์ ท่านพระอัญญา โกญฑัญญะ ปรินิพพานในสระฉัททันต์ เราเล่าจะปรินิพพาน ณ ที่ไหน เกิดจิตปรารภขึ้นว่า มารดาของเราแม้เป็นมารดาพระอรหันต์ 7 รูป ก็ไม่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ 

พิจารณาว่ามารดาจักบรรลุธรรมด้วยเทศนาของเรา หากว่าเราพึงเป็นผู้ขวนขวายน้อยแล้วไซร้ จะเป็นที่ครหาว่ากล่าวได้ว่า “พระสารีบุตรเป็นที่พึ่งของเทวดาและมนุษย์มากมายนับไม่ได้ อนึ่งเล่า ตระกูล 80,000 ตระกูล เลื่อมใสในเรา บังเกิดในสวรรค์ แต่ไม่อาจกำจัดแม้เพียงความเห็นผิดของมารดาได้”

จึงตกลงใจว่า เราจักเปลื้องความเห็นผิดของมารดา แล้วจักปรินิพพานในห้องน้อยที่บ้านเกิด จึงเข้าไปทูลลาพระพุทธเจ้าเพื่อไปปรินิพพานว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ต่อไปนี้อีก 7 วัน ถ้าพระองค์จักทอดเรือนร่างเหมือนวางภาระลง ขอพระพุทธองค์ทรงอนุญาต”

พระเถระรู้ว่า พระพุทธองค์มีพระประสงค์ให้แสดงฤทธิ์ คือ ตามธรรมดา พระพุทธองค์ไม่อนุญาตให้พระสาวกแสดงฤทธา ศักดานุภาพ แต่คราวนี้เป็นคราวสุดท้ายที่พระสารีบุตรมากราบทูลลา เพื่อนิพพาน พระพุทธองค์จึงตรัสแก่พระสารีบุตรว่า “สารีบุตร เธอจะแสดงอะไรให้เป็นที่ระลึกแก่พวกน้องๆ ก็จงแสดงเป็นที่ระลึก เป็นมหามงคลต่อไปอีกนาน”

เมื่อพระพุทธองค์ทรงอนุญาตแล้วพระเถระจึงแสดงปาฏิหาริย์ครั้งใหญ่ โลดสูง 7 ชั่วต้นตาล ยืนอยู่ท่ามกลางอากาศ แล้วจึงลงมา แสดงธรรมกราบทูลพระศาสดาว่า 1 อสงไขย กำไรแสนกัป  นั่นเป็นการเห็นครั้งแรก นี้เป็นการเห็นครั้งสุดท้าย

พระศาสดาตรัสกับเหล่าภิกษุผู้ยืนล้อมอยู่ว่า พวกเธอจงตามไปส่งพี่ชายใหญ่ของพวกเธอเถิด พี่ชายใหญ่ของเธอทั้งหลาย ลาโลก ลาสงสาร วัฏฎวนกองทุกข์ไปในคราวนี้แล้ว 

*อนุเคราะห์สุดท้าย

ตลอดระยะเวลา 7 วันที่พระสารีบุตรเดินทางกลับบ้านนาลกคาม ซึ่งเป็นบ้านเกิด เพื่อโปรดโยมมารดา ได้อนุเคราะห์ผู้คนด้วยธรรมเทศนาตลอด ถึงบ้านนาลกคาม (นาลันทา) ในเวลาเย็น แล้วหยุดพักที่ต้นไทรใกล้ประตูบ้าน นายอุปเวรตะซึ่งเป็นหลานชายจึงมาพบเข้า ท่านจึงพูดว่า “ย่าของเจ้าอยู่ในเรือนหรือ ไปบอกย่าเจ้าด้วยว่าเรากลับมาบ้านให้ช่วยจัดห้องน้อยที่เราเคยเกิดให้เราด้วยตัว และจัดที่พักสำหรับภิกษุ 500 รูปด้วย”

หลานจึงนำเรื่องไปบอกแก่นางพราหมณีผู้เป็นโยมมารดา นางคิดว่า “สารีบุตรบวชเมื่อหนุ่มเป็นคฤหัสถ์ เมื่อแก่สงสัยอยากสึกในเวลาพลบค่ำโรคลงโลหิตกำเริบอย่างหนัก เกิดเวทนาใกล้ตายแก่พระเถระ โยมแม่ท่านยืนอยู่ที่ประตูห้องคิดว่า บุตรของเราบวชแล้วมาตายแบบนี้น่าเสียใจจริงๆ

ท้าวมหาราชทั้ง 4 ตรวจดูทราบว่า พระสารีบุตรจักปรินิพพานในห้องน้อยที่บ้านเกิด จึงรีบลงมาไหว้ ยืนอยู่ไม่นานท้าวสักกะจอมเทพ…ท้าวสุยามะ…ท้าวมหาพรหมก็พากันมาสักการะพระเถระแล้วเหาะจากไป

โยมมารดาเห็นเทวดามากราบไหว้และเหาะจากไป จึงเข้าไปในห้องพระเถระ สนทนาถามตอบกันว่า “ลูกเป็นใหญ่กว่าท้าวมหาราชทั้ง4หรือ??” 

พระสารีบุตรกล่าวตอบว่า “ท้าวมหาราชนั้นก็เหมือนคนวัดนั่นแหละโยมแม่ ทรงถือพระขรรค์อารักขาตั้งแต่พระศาสดาทรงปฏิสนธิ”  โยมมารดาถามอีกว่า “ลูกเป็นใหญ่กว่าท้าวสักกะจอมเทพหรือ??

พระสารีบุตรกล่าวตอบ “โยมแม่เอ๋ย ท้าวสักกะนั้นก็เหมือนสามเณรน้อยๆ ของพระศาสดา” 

โยมแม่ของพระสารีบุตรคิดว่า บุตรของเรายังมีอานุภาพมากถึงเพียงนี้ แล้วพระบรมศาสดาจะมีอานุภาพมากสักเพียงไหน ความอัศจรรย์และปีติจึงเกิดขึ้นอย่างมาก 

พระสารีบุตรจึงกล่าวว่า โยมแม่ สมัยพระศาสดาประสูติ ตรัสรู้ ประกาศธรรมจักร พันโลกธาตุหวั่นไหว แล้วจึงกล่าวพรรณาพุทธคุณอย่างพิสดารจบลง โยมมารดาได้สำเร็จโสดาปัตติผล 

ค่าน้ำนมข้าวป้อน ได้รับการชุดใช้ด้วยธรรมะ จวนใกล้สว่างพระเถระให้พระจุนทะยกท่านลุกขึ้นนั่ง ครั้นแสงอรุณปรากฏ มหาปฐพีเลือนลั่น ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ จากนั้นพระพุทธองค์โปรดให้สร้างพระเจดีย์ 

*พระอรหันต์นิพพานง่าย

เมื่อหลวงตามหาบัวแสดงเรื่องพระสารีบุตรปรินิพพานจบลง ท้ายกัณฑ์เทศท่านได้สรุปเรื่องพระอรหันต์กับธาตุขันธ์ดังนี้ว่า… พระอรหันต์ท่านหมดกิเลสทุกอย่างแล้ว ก็มีแต่ความรับผิดชอบในธาตุขันธ์ ไม่ได้เป็นในหัวใจท่านผู้สิ้นกิเลสแล้ว เรียกว่าท่านรับผิดชอบตั้งแต่ท่านบรรลุธรรมตรัสรู้ธรรมแล้ว จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของลมหายใจขาด ท่านก็ปล่อยเลย

พระอรหันต์กับธาตุขันธ์มีความรับผิดชอบเสมอกันกับโลกทั่วๆไป เป็นแต่เพียงท่านไม่ยึด เช่นเดินไปกำลังจะเหยียบรากไม้ แต่คิดว่านั้นเป็นงู ท่านก็ต้องมีการกระโดดข้ามหรือหลบเป็นธรรมดา 

หรือท่านจะลื่นหกล้ม ท่านก็พยายามช่วยตัวเองไม่ให้ล้ม ต่างกันกับคน ทั่วๆ ไปตรงที่ว่า คนทั่วไปจิตใจร้อนวูบๆ เพราะอุปาทานยึดสั่น ส่วนจิตพระอรหันต์ท่านเพียงแต่แย็บเท่านั้น ต่างกันตรงนั้น 

อย่างที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน บรรดาพระอรหันต์ปลงธรรมสังเวช คือขันธ์ท่านแสดงอาการเช่นน้ำตาร่วง ไม่ใช่จิตใจของท่านเป็น เวลาท่านจะไปจริงๆ ขันธ์ 5 เป็นวาระสุดท้าย ส่วนนอกนั้นก็ปล่อยไปหมดแล้ว รับทราบเป็นธรรมดา ส่วนธาตุขันธ์รับทราบตลอดทั้งๆ ที่ปล่อยแล้ว เจ็บก็บอกว่าเจ็บ ปวดก็บอกว่าปวด หนาวก็บอกว่าหนาว ร้อนก็บอกว่าร้อน แต่เป็นอยู่ภายในขันธ์ล้วนๆ

อันนั้นชอบ อันนี้ไม่ชอบ ล้วนอยู่ภายในวงขันธ์ ไม่ได้เข้าถึงจิต ถ้าว่าอันนี้ดี ก็ดีอยู่ในวงขันธ์ ไม่ได้ยึดมั่น อุปาทานความยึดมั่นถือมั่นในโลก ถ้าหากว่าจะเทียบ แล้ว เหมือนเรานั่งอยู่นี่ มีเด็กหรือผู้คนสัญจรไปมา เราไม่ว่าเขารบกวน แต่เขาเป็นของเขาอย่างนั้น พันธุ์ก็ไม่ได้ว่ารบกวนจิตใจ เป็นเพียงรับทราบกัน

นี่แหละสมมุติมันหดเข้ามา เจ็บท้องปวดศีรษะหมดไป จะหดเข้าไป ความรับผิดชอบในวงขันธ์หดเข้ามา จะเข้ามาจุดที่บริสุทธิ์ตามธาตุขันธ์ที่บริสุทธิ์ พอหดเข้ามาความทุกข์ร้อนในร่างกายจะหมดไปๆ สุดท้ายความทุกข์ทั้งหลายในร่างกายนี้ไม่มีเลย เงียบไปหมด นี้เรียกว่าสมมุติครั้งสุดท้ายของขันธ์จะดับวูบลง ขณะที่ลมหายใจขาด พอลมหายใจขาดปั๊บ ขันธ์ดับวูบลง จิตดวงที่บริสุทธิ์รับทราบจะดีดออกเป็นธรรมชาติ

ในขณะที่ท่านจะดับขันธ์นั้น ท่านไม่มีทุกข์อะไรเลย บรรดาพระอรหันต์ไม่มี คนทั้งหลายมีความทุกข์ความเดือดร้อน ดีไม่ดี ตกเจียงไปก็มี ไม่มีสติสตังเพราะความทุกข์มากนะ แต่พระอรหันต์ท่านไม่เป็นอย่างนั้น  เวลาจะไปจริงๆ ความทุกข์ทั้งหลายหดเข้ามาหมด ตาเหมือนตาไม้ ไผ่ หูก็หูกะทะ อวัยวะต่างๆ เป็นเหมือนซุงทั้งท่อน คือความรู้อันนี้หดเข้าแล้ว ทุกขเวทนาอยู่ในขันธ์ พอความรู้ หดไป ทุกขเวทนาก็หมด ก็เหลือแต่ความรู้ที่ปล่อยความรับผิดชอบออกไป ยุบพอปล่อยปั๊บพร้อมกับลมหายใจออกไป ขาดปั๊บหมด นี่แหละสมมติทั้งมวลหมดในวาระสุดท้ายคือขันธ์ 5 ท่านไปง่ายๆ ท่านไม่ลำบาก ลำบนไม่เหมือนพวกเรา พระอรหันต์ท่านนิพพานง่ายๆ ใต้ร่มไม้ชายเขาที่ไหน 

นี่แหละพระพุทธศาสนาของเราเป็นศาสนาชั้นเอกพิสูจน์ด้วยตนพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่สงสัยประจักษ์ผลเป็นพยาน ตลอดจนบาปบุญ นรกสวรรค์ นิพพานท่านเจิดจ้าอยู่ภายในใจนี้ พวกเราตาบอดว่าไม่มี สิ่งที่ว่าไม่มี มันเผาเรา เวลาตายก็เผาตัวเอง

*เหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์

เมื่อหลวงตามหาบัวท่านเทศนาธรรมจบเวลา 14.00 น. ท่านจึงลุกขึ้นมอง หลวงปู่เจี๊ยะอย่างเพ่งพินิจสุขุม แล้วกล่าวคำบอกลา “ผมกลับก่อนนะ” คำนี้เป็นคำสั่งลากันครั้งสุดท้ายของพระมหาเถระ ทั้งสอง

หลังจากหลวงตามหาบัวกลับไป 2 ชั่วโมง อาการป่วยของหลวงปู่เจี๊ยะก็กำเริบทรุดหนัก มีไข้สูง หอบเหนื่อย พระคิลานุปัฏฐาก ได้ติดต่อพระอาจารย์เขียวเพื่อคิดต่อรถพยาบาลโดยด่วน

เวลาประมาณ 19.00 น.แพทย์ผู้ดูแลได้แก่รองศาสตราจารย์นายแพทย์ชัชวิน ระงับภัย และรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงพิมพ์ประไพ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ได้จัดรถพยาบาลรับท่านไปที่โรงพยาบาลศิริราช 

ระหว่างทางท่านมีอาการเขียว ออกชิเจนในเลือดต่ำ จึงได้นำท่านไปยังโรงพยาบาลกรุงสยามเชนต์คาร์ลอส เพื่อรักษาเบื้องต้นจนปลอดภัย และเดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราชต่อไป รองศาสตราจารย์นายแพทย์สุชาย สุนทราภา และรองศาสตราจารย์นายแพทย์สถาพร มานัสสถิตย์ ได้ช่วยกันดำเนินการรับหลวงปู่ไว้ในหอผู้ป่วยวิกฤต

ผลเอ็กซ์เรย์ปอดพบมีสารน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดข้างขวา แพทย์ที่หอผู้ป่วยวิกฤตระบบทางเดินหายใจได้ทำการใส่ท่อ ช่วยระบายเลือดออกจากช่องเยื่อหุ้มปอดข้างขวา ได้น้ำปนเลือดประมาณ 1,400 ซีซี และได้ตรวจพบเซลล์มะเร็งในน้ำปนเลือดจากช่องเยื่อหุ้มปอด

คณะแพทย์ผู้รักษาได้ตัดสินใจไม่ถวายยาต้านมะเร็งเนื่องจากประเมินแล้วว่า สภาพร่างกายของท่านคงรับกับภาวะแทรกซ้อนของยาไม่ได้ จึงถวายการรักษาตามอาการเพื่อให้ท่านมีทุกขเวทนาทางกายน้อยที่สุด

*พระมหากรุณาธิคุณทรงห่วงใย

บันทึกหลังจากหลวงปู่เจี้ยะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชมีว่า เมื่อเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณวลัยลักษณ์ทรงทราบข่าวอาการอาพาธหนัก ถึงแม้ขณะนั้นพระองค์ทรงงานอยู่ประเทศเนเธอร์ธแลนด์ ยังทรงติดต่อสอบถามถึงอาการหลวงปู่เจี๊ยะทางโทรศัพท์จากคุณหญิงจรัสศรี ทีปรัตน์ ราชเลขาในพระองค์ฯ ด้วยความห่วงใยยิ่ง เป็นระยะๆ โดยกำชับทางคณะแพทย์ผู้ดูแลรักษา ให้ดูแลหลวงปู่เป็นกรณีพิเศษ

วันใดที่อาการอาพาธหนักเข้าห้อง RCU พระองค์มีส่วนช่วยตัดสินพระทัย วินิจฉัยในการออกและเข้าห้อง RCU ทุกครั้ง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นลันพัน อย่างหาที่สุดมิได้

ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2547 หลวงตามหาบัวไปเยี่ยมดูอาการหลวงปู่เจี๊ยะด้วยความเป็นห่วง คณะแพทย์ได้กราบเรียนและถามตอบกับหลวงตาดังนี้

หมอกราบเรียนถามหลวงตาว่า “ปอดข้างขวาติดเชื้อ ต้องเจาะเอาน้ำไปตรวจดูว่าติดเชื้ออะไรบ้าง แล้วแต่ดุลยพินิจ หลวงตาจะว่าอะไรหรือเปล่าคะ… อาหารยังใส่สายยางหน้าท้องเหมือนเดิม”

หลวงตาพูดว่า “หลวงตามาเยี่ยมดูอาการว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าจะแนะอย่างนั้น อย่างนี้ไม่ได้ต้องแล้วแต่หมอ อยู่กับหมอนะ”

หมอกราบเรียนว่า “อย่างนั้นการรักษาหลวงปู่เจี๊ยะก็แล้วแต่ดุลยพินิจของหมอใช่มั้ยเจ้าคะ”

หลวงตากล่าวว่า “มันก็ไม่แน่เหมือนกันล่ะ คำว่าคุณหมออย่างเดียวก็เป็นโลกล้วนๆ มีธรรมอย่างเดียวก็เป็นธรรมล้วนๆ ไปสู่จุดกลางก็มีทั้งธรรมทั้งโลก ผสมกันไปพิจารณากันไป สมควรอย่างไรบ้าง เป็นจุดศูนย์กลางแล้วแต่จะพิจารณากัน หลวงตาก็เพียงแต่แนะได้แค่นี้” 

หมอกราบเรียนว่า “ถ้าคุมอาการไม่อยู่ก็รุนแรงไปเลย ถ้าหายก็กลับไปอยู่ในสภาพเดิมที่ป่วยอยู่”

หลวงตากล่าว “เราก็ไม่กล้าวินิจฉัย เพราะกรรมกับโลกเป็นคู่กัน ถ้าพูดแบบโลกก็ว่าเป็นคู่แข่งขันกัน จะเอาทางไหน ถ้าเป็นนักธรรมะ ก็เอาธรรมเป็นหลักใหญ่กว่าโลก ถ้าเป็นโลกล้วนๆ ก็ถือโลกเป็นใหญ่จะเยียวยารักษาอะไรก็มอบให้ทางโลกทั้งหมด ถ้าธรรมก็เป็นอีกอย่างหนึ่งหลวงตาจึงไม่กล้าตัดสินให้ ได้แต่ฝากข้อคิดไว้เท่านั้น”

หลวงตากล่าวต่อว่า สำหรับอาจารย์เจี๊ยะนี้เรายืนยันได้เลยว่า “ทางด้านจิตใจไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น โลกกับธรรมอยู่ด้วยกันทางธาตุขันธ์ก็เยียวยากันไป มันควรจะได้แค่ไหนก็เยียวยากันไป ถ้าไม่สามารถจะเป็นไปได้แล้วก็มอบลงในกฎแห่งธรรม”

หลวงตาหันมาถามหมอ “เข้าใจหรือ?” แล้วก็เล่าต่อว่า มันมีอยู่ 2 อย่าง 1) มันมีข้อที่มั่นใจแน่ใจก็คือ ทางด้านจิตใจอาจารย์เจี๊ยะไม่มีปัญหาอะไรเลย 2) ก็มีแต่อยู่กับโลก จะอยู่ไปแค่ไหนๆ ถ้าหากมันเป็นไปก็ได้ก็ปล่อยไปเป็นธรรมไปหมด เข้าใจแล้วหรือ?” 

แล้วหลวงตาก็กล่าวเรื่องหลวงปู่เจี๊ยะต่อไปอีกว่า “ทางด้านจิตใจท่านอบรมมาแต่เริ่มแรกบวชนะ อบรมจิตใจล้วนๆ มาตลอด ปัจจุบันนี้ สรุปผลแห่งการปฏิบัติที่ทราบจากการสนทนา หรือทราบด้วยวิธีอื่นใดก็ตาม ก็ลงในจุดว่า “เราเป็นที่แน่ใจ สำหรับทางด้านจิตใจท่านไม่มีปัญหาอะไร แต่เวลานี้ก็อยู่กับขันธ์ล้วนๆ เท่านั้น” 

หลวงตาถามหมอย้ำอีกครั้ง “เข้าใจไม่ใช่หรือ?” เป็นครั้งที่3เหมือนกับที่ท่านพูดย้ำเน้นถึงจิตของหลวงปู่เจี๊ยะว่าไม่มีปัญหาอะไรเลยถึง 3 ครั้งเช่นกัน และหลวงตากล่าวว่า “นี่เราก็จะกลับไม่มีอะไร มีเท่านั้นนะ” แล้วหลวงตาก็ลุกขึ้นเขยิบเข้าใกล้ๆ เตียงหลวงปู่เจี้ยะ ยืนพิจารณาส่วนต่างๆ ของสรีระร่างกายด้วยท่วงท่าอันสุขุมเยือกเย็น

………………………

ตามรอยพระอริยะเจ้า! “หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท” พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” ท่านคือสมณะสงฆ์สายป่าผู้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองของแม่ทัพกรรมฐานแห่งสยาม : ดำรงธรรม เรียบเรียง

(ติดตามตอนต่อไป) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อึ้งเป็นแถว! ชาวบ้านตรวจATKผลบวก100คน จากที่เข้าตรวจ106คน

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637550

อึ้งเป็นแถว! ชาวบ้านตรวจATKผลบวก100คน จากที่เข้าตรวจ106คน

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 17.50 น.

เจ้าหน้าที่อึ้งกันเป็นแถว ตรวจชาวบ้านกลุ่มเสี่ยงใน อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ติดเชื้อ 100 คน 

23 ก.พ.65  จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Tharathip N’nam Tinnasoparat ของคุณ ธาราทิพย์ ติณโสภารัตน์ เจ้าพนักงานเวชสถิติชำนาญงาน รพ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ภาพ ATK ที่ผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากชาวบ้านกลุ่มเสี่ยงจำนวน 106 คน ซึ่งผลตรวจพบเชื้อเป็นบวก 100 คน และ ไม่ติดเชื้อเพียง 6 คนเท่านั้น

สำหรับผู้ที่ติดเชื้อทั้งหมด ได้กักตัวที่บ้าน ( Home Isolation ) โดยทางโรงพยาบาลจะส่งยาให้ผู้ป่วยถึงบ้านเพราะเนื่องจากตอนนี้เตียงเต็ม 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผมมาจีบพี่เนยครับ ป.1แอบชอบพี่ม.3 ร้องเพลงสื่อรัก-ส่งมินิฮาร์ทหน้าชั้นเรียน

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637480

ผมมาจีบพี่เนยครับ ป.1แอบชอบพี่ม.3 ร้องเพลงสื่อรัก-ส่งมินิฮาร์ทหน้าชั้นเรียน

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 15.28 น.

โลกออนไลน์ติ๊กต๊อก บัญชีชื่อว่า krom_ttvzz ได้โพสต์คลิปวีดีโอความน่ารัก เกี่ยวกับวุ่นๆของเด็กนักเรียนชายชั้นป.1 ที่แอบชอบรุ่นพี่สาวชั้นม.3 โดยน้องอะตอม เด็ป.1 เดินมาหน้าห้องเรียน และคุณครูได้ถามว่า ‘อะตอมมาทำอะไร’ น้องก็ตอบอย่างชัดเจนว่า ‘มาจีบพี่เนยครับ’ ทำให้นักเรียนรุ่นพี่ ได้ยินแล้วก็นั่งเขินอายม้วนไปเลย

หลังจากนั้น น้องอะตอม ก็ยืนร้องเพลงสื่อรักให้รุ่นพี่ฟังหน้าห้องเรียน โดยมีเพื่อนๆคอยเชียร์และเต้นประกอบเพลง และก่อนกลับไปห้องเรียนของตัวเอง น้องอตอมก็ยังทำท่าซารางเฮโยและมินิฮาร์ท บอกรักพี่เนยอีกด้วย..แหมไม่ธรรมดา เจ้าชู้แต่เด็กเลยนะเนี้ย.012

https://www.tiktok.com/embed/v2/7065587179191323930?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F637480

, https://www.tiktok.com/@krom_ttvzz/video/7064579316935445786?is_copy_url=1&is_from_webapp=v1&lang=th-TH

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฉวีรกรรม รอง ผอ. แชทคุกคามนักเรียน อาสาแก้เกรด แต่เรียกให้เด็กไปหาที่บ้าน

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637447

แฉวีรกรรม รอง ผอ. แชทคุกคามนักเรียน อาสาแก้เกรด แต่เรียกให้เด็กไปหาที่บ้าน

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.22 น.

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 เฟซบุ๊กแฟนเพจ รับน้องสร้างสรรค์ระดับมหากาฬ และในทวิตเตอร์ ต่างพากันแชร์เรื่องราวของครูชายคนหนึ่ง ที่มีตำแหน่งเป็นถึงรองผู้อำนวยการ โรงเรียนดังในจังหวัดชัยภูมิ ที่มีพฤติกรรมทักข้อความในเชิงจีบและคุกคามนักเรียนหญิง

โดยเพจ รับน้องสร้างสรรค์ระดับมหากาฬ ระบุว่า แชทนี้ มาจากหลายๆ แชทที่น้องๆ หลายๆ คนส่งมาให้ทางหลังไมค์ของเพจ และน้องๆ นักเรียนท่านใดมีเรื่องที่ต้องการแฉถึงพฤติกรรมของคุณครูคนนี้ สามารถส่งมาได้ที่แฟนเพจได้เลย

ขณะที่ในโลกทวิตเตอร์ ก็พบว่ามีการติดแฮซแท็ก #โรงเรียนม่วงเหลืองย่านถนนบรรณาการ ได้มีการเผยแพร่ข้อความที่รองผู้อำนวยการคนดังกล่าวแชทพูดคุยกับนักเรียน รวมถึงคลิปวิดีโอ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดนิทรรศการ ‘บุษบาซ่อนกลิ่น’ ศิลปินสายเลือดเมืองน้ำดำ เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยว

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637443

เปิดนิทรรศการ 'บุษบาซ่อนกลิ่น' ศิลปินสายเลือดเมืองน้ำดำ เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยว

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.17 น.

จังหวัดกาฬสินธุ์เปิดนิทรรศการ “บุษบาซ่อนกลิ่น” พร้อมเปิดตัวศิลปิน “ศิริรัตน์ฎา น้อยวิชัย” ศิลปินสาวชาวกาฬสินธุ์ นำแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมพื้นบ้านและวัฒนธรรมการแต่งกายมาสร้างสรรค์ด้านศิลปะการวาดภาพ โดยจัดเป็นนิทรรศการให้เยี่ยมชมได้ที่พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ (หอศิลป์) เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยว

ที่พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ (หอศิลป์) ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ (หลังเก่า) นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายนายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดนิทรรศการบุษบาซ่อนกลิ่น โดยศิลปินศิริรัตน์ฎา น้อยวิชัย ทั้งนี้มีนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ เลขานุการ นายก อบจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมงาน พร้อมเยี่ยมชมผลงานของศิลปิน ที่จัดแสดงภายในหอศิลป์จำนวนกว่า 50 ภาพ

นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ได้เปิดพื้นที่พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ (หอศิลป์) เป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปะสมัยเก่าและศิลปะร่วมสมัย ให้ศิลปินได้จัดแสดงผลงาน ซึ่งการจัดนิทรรศการครั้งนี้ เป็นการจัดแสดงผลงานโดยศิลปินศิริรัตน์ฎา น้อยวิชัย ศิลปินสาวชาวกาฬสินธุ์ ซึ่งได้นำแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมพื้นบ้านและวัฒนธรรมการแต่งกายอันมีเสน่ห์ของชาวอีสาน มาสร้างสรรค์ด้านศิลปะการวาดภาพ และนำมาจัดเป็นนิทรรศการให้ประชาชน  นักท่องเที่ยว ได้เยี่ยมชมและชื่นชม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ด้านนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ต้องขอชื่นชมศิลปินศิริรัตน์ฎา น้อยวิชัย  ซึ่งเป็นลูกหลานชาวกาฬสินธุ์โดยกำเนิด  รวมทั้งองค์กร หน่วยงานต่างๆ ที่ได้ร่วมกันจัดนิทรรศการขึ้นในครั้งนี้ โดยเฉพาะศิลปินที่ได้สร้างสรรค์ผลงาน ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ ออกสู่สาธารณชน ขอเป็นกำลังใจให้มีการพัฒนาฝีมือและผลงาน ให้เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในระดับที่สูงขึ้น เหมือนศิลปินระดับอาจารย์หลายท่าน ซึ่งจะเป็นความภาคภูมิใจของชาวกาฬสินธุ์ต่อไป 

นอกจากนี้ในการจัดนิทรรศการดังกล่าว ยังจะเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ (หอศิลป์) ซึ่งจะเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวภายใน จ.กาฬสินธุ์ และนำไปสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและระดับประเทศในอนาคต

ขณะที่นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ได้เปิดพื้นที่ให้ศิลปินจัดแสดงผลงาน ตามนโยบายเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ในการขับเคลื่อนพิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ (หอศิลป์) ซึ่งมีความสำคัญควรค่าแก่การอนุรักษ์และเก็บรวบรวม รวมทั้งสนับสนุนให้เป็นแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ ปลูกฝังให้ผู้เข้าชมเกิดความตระหนัก ถึงการดำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะและประวัติศาสตร์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ รวมทั้งเป็นศูนย์รวมแหล่งเรียนรู้ของผู้คน และสร้างแรงบันดาลใจแบ่งปันความรู้ เป็นแหล่งข้อมูลที่บูรณาการความรู้สมัยเก่ากับสมัยใหม่ เพื่อบ่มเพาะแนวคิดที่ทันสมัยผ่านผลงานด้านต่างๆ เช่น ศิลปะภาพวาดสู่ความเป็นสังคมอุดมปัญญาอย่างยั่งยืนต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แอวลั่นปั๊ด! สนั่นรพ.สนาม เมื่อแก๊งลูกสาวติดโควิด ความมันจึงบังเกิด

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637431

แอวลั่นปั๊ด! สนั่นรพ.สนาม เมื่อแก๊งลูกสาวติดโควิด ความมันจึงบังเกิด

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.07 น.

แอวลั่นปั๊ด! สนั่นรพ.สนาม เมื่อแก๊งลูกสาวติดโควิด ความมันจึงบังเกิด

ต้องบอกว่ามีพวกเขาที่ไหน ที่นั่นก็จะมีแต่ความบันเทิง ล่าสุดผู้ใช้ติ๊กต๊อก kaki_nung โพสต์คลิปจากโรงพยาบาลสนามในจังหวัดขอนแก่น ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้ารับการรักษาและกักตัวเป็นจำนวนมาก และที่เรียกเสียงหัวเราะและความสนุกสนานให้ผู้ป่วย คือแก๊งสาวสอง ที่ชอบเต้นเป็นชีวิตจิตใจ จึงถือโอกาสที่คุณหมอให้ออกกำลังกาย มาตั้งวงออกสเต็ปกันอย่างบันเทิง 

สรุปแล้ว คนไข้ไม่ได้เต้นตามคุณหมอ แต่คุณต้องดูคนไข้เต้นแทน ฮ่าๆๆ 

https://www.tiktok.com/embed/v2/7067545517496077595?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F637431

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พบพระพุทธรูปโบราณ สลักอักษรขอมอายุ361ปี บรรจุไหฝังดินใต้มะขาม

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637411

พบพระพุทธรูปโบราณ สลักอักษรขอมอายุ361ปี บรรจุไหฝังดินใต้มะขาม

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 13.49 น.

ชาวบ้านโพนพิสัย หนองคาย จ้างแบคโฮขุดต้นมะขามใหญ่ออกจากแนวบ้าน ตะลึงเจอไห 2 ไหใกล้โคนต้นมะขาม ภายในมีพระพุทธรูปสลักอักษรขอมโบราณ 43 องค์ ระบุปีสร้าง 361 ปีที่แล้ว เตรียมนำเก็บที่วัด

23 กุมภาพันธ์ 25665 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ก.พ. 65 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านทรัพย์มงคล ขุดพบพระพุทธรูปสมัยโบราณ และเก็บไว้ที่บ้านของนางสุพรรณ ถิ่นเสน อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 11 บ้านทรัพย์มงคล ต.ทุ่งหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย จึงได้ไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว ก็พบนางสุพรรณ และชาวบ้านจำนวนหนึ่งอยู่ภายในบ้าน มีการนำพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างจากเงินโลหะ ภายในเป็นเนื้อดินเนื้อว่าน ความสูงประมาณ 6-7 เซนติเมตร หน้าตัก 3 นิ้ว จำนวน 43 องค์ พระพุทธรูปบางองค์มีการสลักอักษรขอมโบราณไว้ที่ฐาน มีพระสงฆ์ที่มีความรู้สามารถอ่านภาษาขอมโบราณได้มาดูและอ่านให้ชาวบ้านฟัง เป็นการสลักอักษร ระบุว่า “สร้างเมื่อจุลศักราช 23 หรือ 2204 หมื่นแก้วพร้อมภรรยาและลูกถวาย”

คาดว่าจะเป็นปีที่ระบุการสร้างพระพุทธรูปเมื่อประมาณ 361 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งพาไปดูจุดที่พบพระพุทธรูปโบราณบริเวณใต้ต้นมะขามใหญ่ ข้างบ้านของนางสุพรรณ ชาวบ้านได้กั้นแนวเชือกไว้แล้ว

นางสุพรรณ เล่าว่า ต้นมะขามใหญ่ต้นนี้ ตนคิดจะโค่นออกเพราะอยู่ใกล้ตัวบ้านมากเกินไป หากฝนตกลมแรงอาจจะหักโค่นใส่บ้าน ประกอบกับอยู่ในที่ดินของเพื่อนบ้านเกรงว่าจะมีข้อพิพาทกัน จึงขอให้นายคำแพง ชาวยศ พี่เขย ว่าจ้างรถแบคโฮมาขุดออกให้ ซึ่งรถแบคโฮได้มาทำการขุดต้นไม้ออกในช่วงเวลาประมาณ 09.40 น. วันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา

ก่อนที่จะถึงวันโค่นต้นไม้ตนฝันเห็นยายแก่คนหนึ่งมาบอกว่า ตนปากดีเกินไปให้ไปขอขมาบอกกล่าวเจ้าที่หรือต้นไม้ใหญ่ ก็มองเห็นพระสงฆ์หลายรูปเต็มไปหมดอยู่ใกล้กับต้นมะขาม ทำให้ตกใจตื่นนอน พอถึงช่วงที่รถแบคโฮขุดรากไม้ล้มตะแคงลง นายคำแพง ได้เห็นไหโบราณ 2 ไห อยู่ใต้ดินใกล้กับโคนต้นมะขาม

โดยไหใบหนึ่งแตก ใบหนึ่งยังสมบูรณ์ ภายในไหมีพระพุทธรูปเปื้อนดินอัดแน่นอยู่เต็ม จึงได้ร้องเรียกให้ตนมาดู ชาวบ้านในหมู่บ้านทราบข่าวต่างพากันมาดู และจากนั้นได้นำพระพุทธรูปมาล้างทำความสะอาด เก็บไว้ในตู้ภายในบ้านของตน ก่อนจะนิมนต์พระสงฆ์มาทำบุญและจะนำพระพุทธรูปทั้งหมดถวายวัดในหมู่บ้าน

ทั้งนี้ชาวบ้าน บอกว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการขุดพบพระพุทธรูปโบราณ หน้าตักประมาณ 7-9 นิ้วมาแล้ว และอยู่ในไหใต้ต้นมะขามเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกรมศิลป์ได้นำไปตรวจสอบแล้ว ชาวบ้านเชื่อว่าตามภูมิประเทศของหมู่บ้านนั้น จะมีต้นมะขามใหญ่รายรอบอยู่หลายแห่ง คล้ายกับแนวเขตแดน สมัยโบราณบริเวณแห่งนี้อาจเป็นวัดเก่าแก่ แล้วทำการปลูกต้นมะขามไว้เป็นอาณาเขต

จากนั้นนำไหบรรจุพระพุทธรูปซุกซ่อนไว้ใต้ต้นไม้ก็เป็นได้ เมื่อกาลเวลาผ่านไป มีการเข้ามาปลูกบ้านอาศัยของชาวบ้านมากขึ้นจึงทำให้พื้นที่วัดหายไป และกลายเป็นหมู่บ้านเช่นทุกวันนี้. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สะพรึง! สาวรีโนเวตบ้านมือ 2 เจอ กกน.เปื้อนเลือดซุกใต้บันได ‘หมอปลา’ แนะนำไปทิ้ง

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637378

สะพรึง! สาวรีโนเวตบ้านมือ 2 เจอ กกน.เปื้อนเลือดซุกใต้บันได 'หมอปลา' แนะนำไปทิ้ง

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 12.32 น.

หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความสอบถามในกลุ่ม “งานบ้านที่รัก” โดยระบุข้อความหลังจากที่เธอซื้อบ้านมือ 2 เพื่อเตรียมจะรีโนเวท 

โดยระบุข้อความว่า “สวัสดีค่ะ ขออนุญาตสอบถาม ซื้อบ้านมือ 2 มาค่ะ กำลังจะรีโนเวทบ้าน ขณะที่ช่างกำลังรื้อบันได ขุดเสาบันไดขึ้นมา เจอกางเกงในเก่าเปื้อนเลือดอยู่ใต้เสาบันได หลุมละ 3 ตัวทั้ง 4 หลุม มี สีขาว 11 ตัว สีดำ 1 ตัวค่ะ

1.อยากทราบว่า เอาฝังไว้ทำไมคะ
2.กรณีเป็นทีมช่างฝัง ฝังเพื่ออะไรบ้างคะ
3.เราผู้เข้าอยู่ใหม่ต้องแก้ไขอย่างไรบ้างคะ บอกตามตรงกลัวค่ะ”

หลังโพสต์ลงไปในกลุ่ม ทำให้มีชาวเน็ตหลายคนตามติดเป็นจำนวนมาก พร้อมแสดงความคิดเห็น อาทิ งานนี้หมอปลาต้องเข้าแล้ว , อัญเชิญท้าวเวสสุวรรณเข้าบ้านเลยค่ะ ให้ท่านช่วยปกปักรักษาคุ้มครองทุกคนที่บ้านค่ะ..อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวที่เคยเจอเหตุการณ์บางอย่างนะคะ ,แนวโดนของแล้วค่ะ ,  ที่เคยได้ยินมานะคะ คนทำของเค้าจะฝังไว้ใต้บันไดค่ะ เผื่อที่ให้คนเดินข้าม และก็ได้ยินมาว่า แหที่เหวี่ยงจับปลา แก้ได้ทุกสิ่งที่อัปมงคลค่ะ เวลาเทพื้นบ้านจะคลุมไว้ แล้วเทปูนทับค่ะ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊กดังกล่าวได้โพสต์อีกว่า “หมอปลา” แนะนำว่าให้นำกางเกงในไปทิ้ง ก็ไม่มีอะไรแล้ว โดยระบุข้อความว่า “มอปลากล่าวว่า เป็นการทำเสน่ห์ทั่วไป ทิ้งของแล้วก็สบายใจได้”.-008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : สิริวรรณ จินดากุล

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นายกท่องเที่ยวเกาะสมุยขอรัฐลดเงื่อนไขนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637364

นายกท่องเที่ยวเกาะสมุยขอรัฐลดเงื่อนไขนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 11.25 น.

วันที่ 23 ก.พ.65 จากการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.เห็นชอบให้วันที่ 1 ก.พ.65 ที่ผ่านมา เปิดรับนักท่องเที่ยวลงทะเบียนไทยแลนด์พาส สำหรับ เทส แอนด์ โก ได้อีกครั้ง ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสนใจลงทะเบียนเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นจำนวนมาก โดยผู้ที่เดินทางจะต้องตรวจโควิดก่อนเดินทางได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์อย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทาง มีหลักฐานจองที่พักในโรงแรม SHA Extra+ / AQ Hotel 1 คืน และมีผลตรวจ RT-PCR อายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง และตรวจ RT-PCR ครั้งที่ 1 ในวันแรกที่เดินทางมาถึง หากผลตรวจเป็นลบสามารถไปท่องเที่ยวได้ในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า และตรวจ RT-PCR ครั้งที่ 2 เมื่ออยู่ครบวันที่ 5 หากผลตรวจเป็นลบจะสามารถเดินทางไปได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย

ขณะที่ทางสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย เผยยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนกุมภาพันธ์ มียอดเดินทางอยู่ที่ 10,100 คน ซึ่งเทียบกับในเดือนธันวาคมที่เป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว อยู่ที่ 8,000 คน และในเดือนมีนาคม มียอดจองการเดินทางเข้ามาแล้วอีกกว่า 5,200 คน ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมและท่องเที่ยวต่างคาดหวังรายได้จากการท่องเที่ยวนี้ พร้อมเสนอภาครัฐปรับลดเงื่อนไขการตรวจโควิด-19 RT-PCR ให้เหลือ 1 ครั้ง ปรับลดวงเงินประกันจาก 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ด้านนายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า สมาคมได้ร่วมกับองค์กรเอกชนอื่นๆ จากพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ ได้ยื่นหนังสือผ่านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ให้พิจารณาปรับลดเงื่อนไขการตรวจโควิด-19 RT-PCR ให้เหลือ 1 ครั้ง ปรับลดวงเงินประกันจาก 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ และปรับลดจำนวนวันกักตัวลงหากนักท่องเที่ยวติดเชื้อโควิด-19 คาดว่าจะทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสนใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เพราะในช่วงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงเทศกาลอีสเตอร์ของต่างชาติและเทศกาลสงกรานต์ของคนไทย หากทาง ศบค.อนุมัติได้ในวันที่ 1 มีนาคมนี้ ก็จะทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวได้

สำหรับการระบาดในพื้นที่เกาะสมุยอาจมีผลกระทบบ้างสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทย แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดว่าจะไม่มีผลกระทบตรงนี้ แต่ว่าประเด็นของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่การปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ หากว่าติดเชื้อแล้วเราจะนำไปอยู่ในโฮเทลไอโซเลชั่นที่อื่นหรือไม่ วิธีปฏิบัติอย่างไร ระยะการกักตัวหรือการรักษาเป็นอย่างไร ซึ่งตอนนี้ในพื้นที่ของเกาะสมุยโรงแรมที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องกันห้องพักไว้สำหรับทำเป็นโฮเทลไอโซเลชั่น 5% สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่ตรวจพบเชื้อสามารถรักษาภายในโรงแรมได้เลยเพื่อลดอัตราเสี่ยงของการแพร่เชื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 279 คน ในพื้นที่ท่องเที่ยว เกาะสมุย 20 คน เกาะพะงัน 30 คน และเกาะเต่า 1 คน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฤดูกาล’มะยงชิด’ ปีนี้ออกผลใหญ่เต็มต้น ชาวสวนปลื้มเก็บขายไร่ละแสน

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637340

ฤดูกาล'มะยงชิด' ปีนี้ออกผลใหญ่เต็มต้น ชาวสวนปลื้มเก็บขายไร่ละแสน

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 09.29 น.

เกษตรกรชาวสวน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เปลี่ยนสวนส้มโอ หันมาปลูกมะยงชิด ใช้เทคนิคติดหลอดไฟให้มะยงชิดผลผลิตดก พร้อมเก็บจำหน่าย ในระบบออนไลน์ กิโลกรัมละ 250 บาท สร้างรายได้ไร่ละ 1 แสนบาท

23 กุมภาพันธ์ 2565 เกษตรกรชาวสวนมะยงชิด บ้านวังสำโรง ตำบลวังสำโรง อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร นำคนงานที่ต้องขึ้นต้น เร่งเก็บผลของมะยงชิด หลังมะยงชิดกว่า 400 ต้น ในสวนพื้นที่ 10 ไร่ ที่ออกผลผลิตลูกใหญ่สีเหลืองอมส้มจนเต็มต้น คนงานจึงต้องเร่งเก็บผลผลิตออกจำหน่ายสู่ท้องตลาด โดยในปี้นี้มะยงชิดจะติดลูกน้อย แต่ผลผลิตลูกใหญ่ 10-12 ลูกต่อ 1 กิโลกรัม จนเป็นที่หน้าพอใจ เกษตรกรเผยเคล็ดลับของการทำให้มะยงชิดออกผลผลิตมาก โดยการใช้หลอดไฟติดไว้ที่ต้น เพื่อเร่งให้ต้นมะยงชิดออกดอกติดผล

นางสาวธารารัตน์ บุญวัตร เกษตรกร กล่าวว่า พื้นที่เดิมดังกล่าว ทำการปลูกส้มโอ แต่หลังจากต้นส้มโอ มีอายุมาก จึงเปลี่ยนจากสวนส้มโอ  หันมาปลูกมะยงชิดไข่ไก่ พันธุ์ทูลเกล้า ที่มีลักษณะ ผลใหญ่ เนื้อเยอะ เมล็ดน้อย หวานอมเปรี้ยว การปลูกจะมีการให้น้ำและบำรุงต้นโดยการใช้ปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์ ส่วนเคล็ดลับพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือการติดหลอดไฟให้กับต้นมะยงชิดในยามค่ำคืน เพื่อกระตุ้นให้ต้นมะยงชิดปรับโครงสร้างในเวลากลางคืนให้ติดดอกติดผล จนได้ผลผลิตที่ดี

ต้นมะยงชิด จะให้ผลผลิตถึงต้นละมากกว่า 40 กิโลกรัม โดยทางสวนจะเก็บผลของมะยงชิด สีเหลืองอมส้ม จำหน่าย ผ่านระบบ ออนไลน์ พร้อมส่งกิโลกรัมละ 250 บาท ซึ่งที่ผ่านมา จากการทำสวนมะยงชิดที่ผ่านมา สามารถทำเงินได้ถึงคราวละไม่ต่ำกว่า 7 แสนบาท ต่อคราว 

ทั้งนี้มะยงชิดจัดเป็นผลไม้ในตระกูลเดียวกับมะปราง หนึ่งปีจะออกให้ผลผลิตเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในช่วงฤดูหนาวต่อกับฤดูร้อน โดยผลมะยงชิดมีทั้งผลขนาดเล็ก ขนาดปานกลางและขนาดใหญ่ ตามลักษณะของสายพันธุ์ที่แตกต่างกันออกไป ส่วนรสชาติของมะยงชิดจะให้รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตา เติมความสดชื่นให้ร่างกาย

สำพหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามหรือสั่งผลของมะยงชิด ได้ที่นางสาวธารารัตน์ บุญวัตร เบอร์โทรศัพท์ 098 905 3588 หรือ สามารถเข้าไปติดต่อสอบถาม ไดที่เพจเฟสบุ๊ค มะยงชิดสวนธารารัตน์ เพื่อเป็นการสนับสนุนและช่วยเหลือเกษตรกรจำหน่ายผลผลิตของสินค้าเกษตร. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,277,625 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Thais give alms to monks on Father’s Day
SIA flies first batches of Covid-19 vaccines to Australia and New Zealand #SootinClaimon.Com
โซไซตี้ : เอสจีเอส ประเทศไทย อาสาทำดีเพื่อน้อง ระดมพลังพนักงานจิตอาสา ลงแรง ด้วยใจ ให้น้องๆ ในจังหวัดสตูล ‘เพื่อชีวิต...ที่ดียิ่งกว่า’
VILLAINS AREN’T BORN. THEY’RE MADE. จากฮีโร่สู่จอมโหดที่ถูกโลกหล่อหลอม
'พิชัย' เชื่อ 'ทรัมป์' จะทำ ศก.สหรัฐฯ ดีขึ้น พาประเทศออกจากวังวนเดิม
New tack for Trump: Delay final vote count #SootinClaimon.Com
Apple accelerates work on car, aims for fully autonomous vehicle #SootinClaimon.Com
"วัชมนฟู้ด" ตั้งเป้าเป็น "ฮับ" ผลไม้นำเข้า
Davies reiterates US concerns over rights
star retro : ย้อนวันแห่งความสำเร็จ‘นกแล’ วงดนตรีในตำนาน ที่ยังเดินหน้าสร้างสรรค์งานเพลง

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d