Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ฮั่นแน่! ตร.ท่องเที่ยวยุคใหม่พกหนังสติ๊กบุกวังน้ำเขียวยิงลูกมะค่าโมงปลูกป่า

Posted on February 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636598

ฮั่นแน่! ตร.ท่องเที่ยวยุคใหม่พกหนังสติ๊กบุกวังน้ำเขียวยิงลูกมะค่าโมงปลูกป่า

วันเสาร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 13.47 น.

ฮั่นแน่! ตำรวจท่องเที่ยวยุคใหม่หัวใจประชาชน ไลท์สไตล์ลงพื้นที่ทำ CSR ที่วังน้ำเขียว เมืองย่าโม พกหนังสติ๊กยิงลูกมะค่าโมงปลูกป่ากลางอากาศ สร้างเครือข่ายกับแหล่งท่องเที่ยวโอโซนอันดับ 7 ของโลก

วันนี้ (19 ก.พ.65) ที่องค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี และผาเก็บตะวัน อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัย สงวนสิน ผู้กำกับการฝ่ายเทคโนโลยีวารสนเทศและการสื่อสาร กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และนายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ รองประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียวฯ ร่วมกันตรวจเยี่ยม และชมแหล่งท่องเที่ยววังน้ำเขียว-เขาใหญ่-ปากช่อง ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโอโซนอันดับ 7 ของโลก และยังเข้าชมสวนเบญจมาศ ภายในงานเบญจมาศบานในม่านหมอก พบปะพูดคุยกับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกันเอง และยังได้อุดหนุนสินค้าชุมชน หลังจากนั้นก็ไปตรวจเยี่ยมแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่ ผาเก็บตะวัน พร้อมร่วมกันทำกิจกรรมยิงลูกมะค่าโมงปลูกป่ากลางอากาศ

พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า ตนลงพื้นที่ได้มาตรวจราชการที่อำเภอวังน้ำเขียวและเขาใหญ่ รับฟังข้อมูลชุมชนและพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนกับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวงานเบญจมาศบานในม่านหมอก ขอชื่นชมการจัดงานเบญจมาศที่ทำให้ชุมชนมีรายได้ มีนักท่องเที่ยวมาจากหลายแห่งที่มากเที่ยวชมสร้างความคึกคักให้กับการท่องเที่ยวที่อำเภอวังน้ำเขียวอย่างดี และตนได้อุดหนุนสินค้าชุมชน เช่น ผักสด แหนมเห็ด ข้าวเกรียบ ผลไม้ ด้วยและกิจกรรมยิงลูกมะค่าโมงที่ผาเก็บตะวันก็เป็นกิจกรรมที่ดี ปลูกจิตสำนึกในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวต้องการสอบถามข้อมูลหรือไม่ได้รับความสะดวกจากการท่องเที่ยวสามารถสอบถามหรือแจ้งได้ที่สายด่วน 1155 ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านนายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ รองประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาและประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว เปิดเผยว่า การจัดงานเบญจมาศในช่วงการระบาดโควิด – 19 ทางผู้จัดงานก็มีมาตรการทางสาธารณสุขเข้มงวด นักท่องเที่ยวก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สร้างรายได้ให้กับชุมชนเป็นจำนวนมาก และวันนี้ทางรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ก็ได้ลงมาตรวจราชการยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างมาก ซึ่งจากนี้ไปทางจังหวัดนครราชสีมาและตำรวจท่องเที่ยว เราจะมีกิจกรรมดีๆ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวสงขลาแห่เที่ยวงานแสดงสินค้าอาหารดี 4 ภาคหน้าพิพิธภัณฑ์เมืองเก่าตึกคัก

Posted on February 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636587

ชาวสงขลาแห่เที่ยวงานแสดงสินค้าอาหารดี 4 ภาคหน้าพิพิธภัณฑ์เมืองเก่าตึกคัก

วันเสาร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 11.44 น.

งานแสดงสินค้าอาหารดี 4 ภาค ณ บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์เมืองเก่าสงขลา เขตเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมืองจังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 18 – 27 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย ส่งเสริมพื้นที่ตลาดใหม่ ขยายพื้นที่ตลาดเดิมให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ผู้ประกอบการ SME จากจังหวัดสงขลาและต่างจังหวัดทั่วประเทศที่สมัครใจตามนโยบายรัฐบาล ในการส่งเสริมตลาดประชารัฐประเภทตลาดประชารัฐของดีจังหวัด รวมถึงการกระตุ้นกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี พร้อมส่งเสริมการจัดการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาการเรียนรู้ การสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP กลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา  ในการส่งเสริมช่องทางการตลาด สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน 

กิจกรรมภายในงานมีสินค้า OTOP ทั่วทุกภาค สินค้าผลิตภัณฑ์ sme อาหารดี 4 ภาค จากจังหวัดสงขลาและทั่วประเทศจำนวน 120 บูท ขนมพื้นบ้านเมืองสงขลา การแสดงดนตรีและวัฒนธรรม 4 ภาคจัดการภายใต้มาตรการคุมเข้ม covid 19 

งานแสดงสินค้าอาหารดี 4 ภาค จัดโดยผู้ประกอบการสินค้า OTOP ของจังหวัดสงขลาที่จับมือกัน จัดงานนี้ขึ้นมาระหว่างวันที่ 18 – 27 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาให้ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง 

สำหรับบรรยากาศภายในงานแสดงสินค้าอาหารดี 4 ภาคในวันแรกมีชาวสงขลาเดินทางมาเที่ยวงานเป็นจำนวนมากพร้อมกับเลือกซื้ออาหารที่แต่ละภาคนำมาขายโดยมีโต๊ะและเก้าอี้นั่งรับประทานได้ในช่องกลางของทางเดินระหว่างร้านทั้ง 2 ด้าน โดยเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกัน covid-19 อย่างเคร่งครัด ในขณะ เดียวกันแต่ละบูธจะมีพลาสติกใสกั้นระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ผู้ที่เข้างานทุกคนจะต้องผ่านการคัดกรองที่ประตูทางเข้าและจะต้องสวมหน้ากากอนามัยเข้ามาในงานทุกคนอีกด้วย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เบตงสืบสานประเพณีชาวไทยเชื้อสายจีนแห่พระวัดกวนอิมฯขอพรให้เกิดสันติสุข

Posted on February 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636581

เบตงสืบสานประเพณีชาวไทยเชื้อสายจีนแห่พระวัดกวนอิมฯขอพรให้เกิดสันติสุข

วันเสาร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 10.29 น.

สืบสานประเพณีชาวไทยเชื้อสายจีน แห่พระวัดกวนอิมเบตง ประชาชนนักท่องเที่ยวให้ความสนใจถ่ายรูป เซลฟี่ ขบวนพาเหรด ขณะที่เจ้าหน้าที่คุมเข้มมาตรการสาธารณสุข

วันที่ 19 ก.พ.65 ที่วัดโพธิสัตโตเจ้าแม่กวนอิมเบตง อ.เบตง จ.ยะลา นายสกุล เล็งลัคน์กุล ประธานศาลเจ้าวัดกวนอิม ได้เป็นประธานในพิธีปล่อยองค์พระแห่รอบเมืองเบตง ในงานสมโภชวัดกวนอิม ประจำปี 2565 โดยมีสมาชิกจากชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นจีน สมาคมต่างๆ หน่วยงานภาคเอกชน พ่อค้า ประชาชน นักเรียนเข้าร่วม โดยมีชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ต่างพาลูกหลาน ญาติพี่น้อง เดินทางเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กันอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเบตงคุมเข้มตามมาตรการสาธารณสุขเพื่อป้องการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

โดยได้มีการแห่เกี้ยวองค์พระจำลองเจ้าแม่กวนอิม เจ้าพ่อกวนอู แป๊ะกง และองค์พระจำลองอื่นๆ รวม 9 องค์ แห่มังกร และขบวนพาเหรดของสมาคมต่างๆ นักเรียนในพื้นที่อำเภอเบตง ไปตามเส้นทางต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองเบตง เพื่อให้ชาวไทยเชื้อสายจีนรวมถึงนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชา ซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่อำเภอเบตงส่วนใหญ่ก็จะตั้งโต๊ะบูชาบริเวณหน้าบ้านเพื่อคอยรับองค์พระแล้วกราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว 

ขณะที่ขบวนองค์พระ ขบวนพาเหรดผ่านตามถนนสายต่างๆ เสียงปะทัดดังสนั่นหวั่นไหว ได้รับความสนใจจากประชาชนและในปีนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ทุกปีที่ผ่านมาจะมาเข้าร่วมฉลองสมโภชเจ้าแม่กวมอิมทุกปี แต่ปีนี้ยังคงปิดประเทศทำให้บรรยากาศไม่คึกคักเท่าที่ปีที่ผ่านมา ขณะที่ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่าง  ยืนดู ถ่ายรูป เซลฟี่ องค์พระ ขบวนพาเหรดอยู่บริเวณสองข้างทางทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักกว่าทุกวันที่อยู่ในห้วงเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการรักษาความปลอดภัยของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อส. กองกำลังภาคประชาชน

นายสกุล เล็งลัคน์กุล  ประธานศาลเจ้าวัดกวนอิม กล่าวว่า วัดกวนอิมเบตง ได้จัดงานสมโภชวัดกวนอิม ขึ้นเป็นประจำทุกปี  ซึ่งเป็นงานประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พี่น้องชาวอำเภอเบตง และเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่กับชาวอำเภอเบตงสืบไป  ภายในงานมีพิธีไหว้เจ้า กินเจ การออกแห่พระรอบเมืองเบตง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวอำเภอเบตง และขอพรให้เกิดสันติสุขและขอให้โควิด 19 หมดไป – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : มจธ.-ภาคีปศุสัตว์และสัตว์น้ำ ร่วมลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

Posted on February 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636466

สกู๊ปแนวหน้า : มจธ.-ภาคีปศุสัตว์และสัตว์น้ำ  ร่วมลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

วันเสาร์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปัจจุบันการค้าโลกมีการเปลี่ยนแปลงไป หลายประเทศมีนโยบายที่มุ่งเน้นเรื่องการผลิตสินค้าที่ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลักในการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทย ได้ออกมาตรการเกี่ยวกับสินค้ายั่งยืน อาทิ แผนการปฏิรูปสีเขียวของยุโรป (EU Green Deal) และ ESG: Environmental Social and Governance หรือหลักการทำธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านหลัก คือ สิ่งแวดล้อมสังคม การกำกับดูแล ซึ่งเป็นเงื่อนไขการแข่งขันทางการค้า

อีกทั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Greenhouse Gases Emission) ภายในประมาณปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ.2608) และการเข้าสู่
ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ.2593) ตามนโยบายของภาครัฐ ขณะที่อุตสาหกรรมในภาคปศุสัตว์ถูกระบุว่าเป็นผู้ปล่อยก๊าซมีเทน (ก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งที่มีความร้ายแรงในการก่อให้เกิดโลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ 25 เท่า) ในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง จึงจำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องเร่งปรับตัวรองรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีพิธีลงนามความร่วมมือโครงการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย (Thai Livestock Technical Consortium for Climate Neutrality, LCCN) ขึ้นระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กับกลุ่มภาคีปศุสัตว์และสัตว์น้ำไทย ทั้ง 9 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย, สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย, สมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย, สมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสัตว์ปีก, สมาคมสัตวแพทย์สัตว์น้ำไทย,

สมาคมสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มสัตว์เคี้ยวเอื้อง, สมาคมธุรกิจเวชภัณฑ์สัตว์, สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย และสมาคมผู้เลี้ยงโคนมไทยโฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ งานวิจัย และการพัฒนาบุคลากรร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีการจัดสัมมนาเรื่อง “การลดก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุตสาหกรรมปศุสัตว์” ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ และเพื่อสร้างความตระหนักถึงผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต และร่วมหาแนวทางในการลดก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ของไทย

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าประเด็นการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกัน ทั้งนี้
อุตสาหกรรมเลี้ยงปศุสัตว์ และอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ตลอดจนสมาคมชั้นนำที่เกี่ยวข้อง ได้มีความริเริ่มและให้คำมั่นสัญญาที่จะลดก๊าซเรือนกระจกภายในห่วงโซ่ให้เหลือการปล่อยสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2040 (พ.ศ.2583)

“มหาวิทยาลัยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทางสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์และเครือข่ายได้เลือกที่จะทำความร่วมมือกันในการบรรลุดังกล่าว เชื่อว่าด้วยความร่วมมือกันของบุคคลในหลายๆ ส่วน และศักยภาพทางวิชาการของมหาวิทยาลัย จะช่วยกันใช้ศักยภาพที่มีอยู่ ทำให้การดำเนินงานตามบันทึกความร่วมมือนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี” อธิการบดี มจธ. กล่าว

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ตัวแทนภาคีปศุสัตว์และสัตว์น้ำไทยกล่าวว่า เนื่องจาก มจธ. เป็นมหาวิทยาลัยแรกที่มีนโยบายชัดเจนด้านความยั่งยืนเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และสร้างการมีส่วนร่วม โดยมหาวิทยาลัยได้ประกาศเจตนารมณ์การปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2040 (พ.ศ.2583) เมื่อเดือน พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา

“สอดคล้องกับเป้าหมายของภาคีปศุสัตว์และสัตว์น้ำไทย ที่มีจุดมุ่งหมายร่วมกันในการนำพาธุรกิจปศุสัตว์ไทยไปสู่ปศุสัตว์สีเขียว โดยตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero emissions) ในปี ค.ศ. 2040 (พ.ศ.2583) เช่นกัน ดังนั้น การลงนามความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เกิดความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคเอกชนซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจปศุสัตว์ของไทยเดินหน้าเข้าสู่ปศุสัตว์สีเขียวได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น” นายพรศิลป์ กล่าว

สำหรับเวทีการสัมมนาในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก น.สพ.ดร.ธนวรรษ เทียนสิน อัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) และผู้แทนถาวรไทยประจำ FAO/IFAD/WFP ณ กรุงโรม
ประเทศอิตาลี มาบรรยายพิเศษ ถึง “แนวโน้มความต้องการสินค้าปศุสัตว์ในอนาคตและมาตรการการค้าในสหภาพยุโรป” ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่ภาคปศุสัตว์โดยเฉพาะสินค้าส่งออกจำเป็นต้องรับทราบ นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ “ความสำคัญของการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคธุรกิจปศุสัตว์ไทย” โดย ดร.พฤฒิภา โรจน์กิตติคุณ ผู้อำนวยการสำนักประเมินและรับรองโครงการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

“บทบาทและแนวทางของกรมปศุสัตว์ในการส่งเสริมปศุสัตว์สีเขียว” โดย นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ ผู้อำนวยการกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ และ “ศักยภาพของ มจธ. ในการสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิตอาหารสัตว์และปศุสัตว์” โดย ศ.ดร.นวดลเหล่าศิริพจน์ และ รศ.ดร.ธภัทร ศิลาเลิศรักษา โดยหลังจากนี้จะมีกิจกรรมสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องและเปิดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันไปตลอดทั้งปีอีกด้วย

ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ ผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม หรือ JGSEE กล่าวว่า อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยเป็นภาคส่วนที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะมีเทนในอัตราที่สูงมาก ทั้งจากกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ และระหว่างการผลิตปศุสัตว์ ซึ่งส่งผลต่อภาวะโลกร้อนอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดีปัญหาในปัจจุบันคือ ผู้ประกอบการปศุสัตว์หรือกลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์ในไทยไม่มีข้อมูลว่าในแต่ละกระบวนการมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาในปริมาณเท่าไหร่อย่างชัดเจน จะมีเพียงรายงานผลการศึกษาในต่างประเทศเท่านั้น

ดังนั้นประเด็นที่ มจธ. สามารถช่วยกลุ่มภาคีปศุสัตว์ฯ ได้ประกอบด้วยการศึกษาหาข้อมูลพื้นฐาน ณ ปัจจุบันBaseline ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภทต่างๆ จากห่วงโซ่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย โดยการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ และการประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ในแต่ละกระบวนการของห่วงโซ่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย การพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก(มุ่งเน้นก๊าซมีเทน)

เช่น การพัฒนาสูตรอาหารสัตว์โดยการเติมจุลินทรีย์ลงไปอาจทำให้ระบบการย่อยของสัตว์ดีขึ้น การวิเคราะห์จุลชีพในระบบทางเดินอาหารของสัตว์เพื่อออกแบบวิธีการให้อาหารสัตว์ที่เหมาะสม การพัฒนาอาหารเสริมสำหรับสัตว์ การพัฒนาปุ๋ยชีวภาพเพื่อใช้ปลูกพืชที่นำมาใช้ผลิตอาหารสัตว์ให้สามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างเพาะปลูก การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพที่มีประสิทธิภาพสูงจากมูลสัตว์

การเพิ่มประสิทธิภาพและนำเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์และการผลิตปศุสัตว์ การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์และการขนส่ง การนำกลไกการซื้อขายคาร์บอนมาประยุกต์ใช้ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย เป็นต้น และการพัฒนาทักษะให้กับบุคลากรในห่วงโซ่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย เพื่อให้มีความเข้าใจเรื่องแนวทางการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

“ความร่วมมือกันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ให้ทราบถึงปัญหาเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มี
อยู่ในปัจจุบันและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหากมิได้มีการดำเนินการใดๆ เพื่อแก้ไข รวมถึงร่วมกันหาแนวทางเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ลงเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero emissions) ในปี ค.ศ. 2040”ศ.ดร.นวดล กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลูกหลานสร้างหุ่นขี้ผึ้งคุณย่า ให้คุณปู่พูดคุยทุกวันให้คลายคิดถึง

Posted on February 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636562

ลูกหลานสร้างหุ่นขี้ผึ้งคุณย่า ให้คุณปู่พูดคุยทุกวันให้คลายคิดถึง

วันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 21.46 น.

รักนิรันดร์! ปู่ยังเรียกหา แม้ย่าจะจากไปแล้ว ลูกหลานตัดสินใจสร้างหุ่นขี้ผึ้งให้ ไว้พูดคุยให้คลายคิดถึง

18 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านหาดทนง บ้านเลขที่ 8 หมู่ 6 ต.หาดทนง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ได้พบกับเจ้าของบ้านชื่อ นางจันทร์แรม คำมูล อายุ 52 ปี พร้อมลูกชายชื่อ นายธีรพันธ์ คำมูล อายุ 20 ปี และปู่ตี๋ คำมูล อายุ 85 ปี พร้อมรูปปั้นขี้ผึ้ง คุณย่านางกลม คำมูล อายุ 85 ปี เสียชีวิต 13 ก.พ.64 ได้ 1 ปี ด้วยเส้นเลือดในสมองแตก

สอบถาม นายธีรพันธ์ คำมูล อายุ 20 ปี ผู้ที่นำคลิปลงติ๊กตอกจนเป็นที่โด่งดัง โดยระบุว่า ” รักนิรันดร์! ปู่ยังเรียกหา แม้ย่าจะจากไป ตัดสินใจสร้างหุ่นขี้ผึ้ง ให้ปู่พูดคุย-คลายคิดถึงป็นอีกหนึ่ง” เผยว่า ตนเองรักย่ามาก ช่วงเวลาอยู่ด้วยกัน ตั้งแต่ย่าจากไปสงสารปู่และครอบครัวมาก จึงได้คิดกับครอบครัวตัดสินใจสร้างหุ่นขี้ผึ้งขึ้นมา เพื่อเป็นอนุสรณ์ไว้กับครอบครัว หุ่นขี้ผึ้งได้สร้างเสร็จมาอยู่ที่บ้านตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.65 ประมาณ 5-6 วัน ทุกวันนี้ก็ได้พาคุณปู่เข้ามาหาคุณย่าที่ห้อง พร้อมกับเห็นรอยยิ้มของคุณปู่และทำให้คุณปู่ไม่เครียด

เรื่องราวที่ทำเอาหลายคนถึงกับเสียน้ำตา กับเรื่องความรักอันเป็นนิรันดร์ ของคุณปู่ท่านหนึ่งที่แม้ว่าคนรักของตนจะจากไปแล้ว แต่คุณปู่ก็ยังคงรักและคิดถึงคุณย่าแบบไม่เสื่อมคลาย เรื่องราวดังกล่าวเป็นเรื่องราวที่ถูกนำมาบอกเล่า โดยผู้ใช้ติ๊กต๊อกบัญชี 2545_art_ ที่นำคลิปคุณปู่ของตนมาลง ขณะกำลังนั่งมองหน้าหุ่นขี้ผึ้งของคุณย่าพร้อมกับจับมือด้วยความห่วงหาและคิดถึง ทั้งยังสัมผัสตัวและพูดคุยกับหุ่นขี้ผึ้งของคุณย่า คนรักของตนที่แม้ว่าจะจากไปนานแต่ความรักที่คุณปู่มีให้ก็ยังคงไม่เสื่อมคลาย

โดยผู้ใช้ติ๊กต็อกได้ระบุข้อความว่า “ถึงจากไปก็ยังอยู่ในใจปู่ตลอดไป ปู่ผมหลงเรียกหาแต่ย่า เลยต้องปั้นหุ่นขึ้นมาไว้ให้ท่านเห็น” โดยผู้ใช้ติ๊กต๊อกรายนี้ได้ให้ข้อมูลว่า หุ่นขี้ผึ้งของคุณย่านั้นถูกสร้างขึ้นมาใน จ.อุทัยธานี ในราคา 25,000 บาท โดยลูกหลานก็มักจะทำบุญและคอยเปลี่ยนชุดให้กับหุ่นคุณย่าอยู่เสมอ

ทั้งนี้ ในอดีตนั้น คุณย่าของเขาเป็นเพียงชาวนาธรรมดาทั่วไปเท่านั้น ก่อนที่จะจากไปและที่ทางครอบครัวตัดสินใจสร้างหุ่นขี้ผึ้ง คุณย่าขึ้นมาก็เพราะว่า ปู่ของตนนั้นเริ่มมีอาการหลงลืมและมักเรียกหาแต่คุณย่า ทำให้ลูกหลานตัดสินใจสร้างหุ่นนี้ขึ้นมานั่นเอง หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตก็เข้ามาดูคลิปดังกล่าวแล้วกว่าหลายล้านครั้ง ทั้งยังเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม ส่วนใหญ่ต่างซาบซึ้งกับความรักของคุณปู่ที่ยังคงมีให้คุณย่าแบบไม่เสื่อมคลาย และหวังว่าสักวันจะเจอรักอันเป็นนิรันดร์เหมือนกับคุณปู่คุณย่าคู่นี้ด้วย

บ้างก็เข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าของติ๊กต็อกถึงเรื่องวิธีการดูแลรักษา ไปจนถึงชื่อช่างที่สร้างหุ่นขี้ผึ้งของคุณย่าท่านนี้ หลังจากที่เห็นคลิปแล้วมีความสนใจที่อยากจะสร้างหุ่นขี้ผึ้งของคนในครอบครัวเอาไว้ เพื่อระลึกบ้าง – 009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โลมาอิรวดีตัวสุดท้ายตายแล้ว ปิดฉาก’ปลาข่า’แห่งแม่น้ำโขง สูญพันธุ์จากลาวเป็นทางการ

Posted on February 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636558

โลมาอิรวดีตัวสุดท้ายตายแล้ว ปิดฉาก'ปลาข่า'แห่งแม่น้ำโขง สูญพันธุ์จากลาวเป็นทางการ

วันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 21.12 น.

18 ก.พ.65 เพจเฟซบุ๊ก IGreen ได้รายงานข่าวเศร้าว่า โลมาอิรวดีน้ำจืดตัวสุดท้ายที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงบริเวณพรมแดน สปป.ลาวและกัมพูชาด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังจากติดอวนจับปลาของชาวประมงในพื้นที่ ซึ่งเท่ากับโลมาน้ำจืดได้สูญพันธุ์จากลาวอย่างเป็นทางการแล้ว

ที่ผ่านมามีโลมาน้ำจืดอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงบริเวณลาว-กัมพูชาประมาณ 92 ตัว และกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ประกาศว่าประชากรโลมาอิรวดีน้ำจืดในพื้นที่ของลาวได้สูญพันธุ์ไปแล้วในทางเทคนิค (functionally extinct) ตั้งแต่ปี 2016 หลังจากพบว่ามีคู่ผสมพันธุ์ที่มีศักยภาพน้อยเกินไปที่จะรับประกันความอยู่รอดของประชากร

วิกฤตการสูญพันธุ์ของโลมาในภูมิภาคนี้เกิดจากการใช้ระเบิดในการจับปลาซึ่งได้กลายเป็นที่นิยมอย่างมาก ทำให้จำนวนปลาลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาโลมาที่ว่ายอาศัยในเขตกัมพูชา แม้ว่าชาวลาวจะไม่ใช้วัตถุระเบิด แต่พวกเขาก็ใช้อวนไนลอนซึ่งเป็นภัยคุกคามใหญ่อีกประการต่อการอยู่รอดของโลมาอิรวดี และเป็นเหตุให้โลมาตัวสุดท้ายของลาวต้องปิดฉากลงในที่สุด

ขอบคุณข้อมูล เฟซบุ๊ก IGreen

#อ่านฉบับเต็ม https://www.igreenstory.co/irrawaddydolphin/

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุณป้าเห็นกับตาตอนรถชน ชายร่างใหญ่สิงสถิตที่จอมปลวก

Posted on February 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636524

คุณป้าเห็นกับตาตอนรถชน ชายร่างใหญ่สิงสถิตที่จอมปลวก

วันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.54 น.

เรื่องเล่า คุณป้าวัย 67 ปี เห็นสิ่งลี้ลับ ขณะเกิดอุบัติรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกลางถนน พบเห็นคนตัวดำสูงใหญ่ หัวโล้น ไม่สวมเสื้อ ยืนกลางถนน รีบเข้าบ้านตั้งสติ เชื่อสิงสถิตย์อยู่ที่จอมปลวกหน้าร้านค้า

18 ก.พ.65 ที่บริเวณริมถนนวิเศษ–โพธิ์ทอง ทางเข้า ซอย 2 หมู่ 1 ตำบลบ่อแร่ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง พบว่ามีจอมปลวกขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ริมถนนทั้ง 2 ฝั่ง มีพวงมาลัยดอกไม้และเครื่องเซ่นสังเวยวางอยู่บริเวณดังกล่าวและอยู่ใกล้กับร้านค้าขายของชำริมถนน จากการสอบถาม คุณยายกัญญา เอี่ยมดี อายุ 67 ปี เจ้าของร้านค้าเล่าให้ฟังว่า เคยเห็นสิ่งลี้ลับมากับตาตนเองเอง เมื่อหลายเดือนก่อน ตอนที่เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ห่างจากร้านตนเองไปประมาณ 100 เมตร ซึ่งตนเองกำลังขายของอยู่ในช่วงเย็นพอดี เมื่อพบว่ามีอุบัติเหตุแล้วมีคนออกไปดูกันจำนวนมาก

ตนเองก็หันไปมองที่กลางถนนพบว่า ชายตัวดำหัวโล้นตัวใหญ่มาก ไม่สวมเสื้อ นุ่งผ้าผืนเดียว ยืนหันหน้ามองมายังตัวเอง แล้วยกมือทั้งสองขึ้นระดับอก แล้วทำท่าผลักมาหลายครั้ง เมื่อตนเองเห็น ก็ตกใจกลัว รีบปิดร้านแล้วเดินกลับเข้าบ้านไปอาบน้ำทันทีโดยไม่ได้ออกไปดูอุบัติเหตุครั้งนั้น และต่อมาทราบว่ามีคนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งตนเองมีความเชื่อว่า สิ่งลี้ลับที่เห็นเป็นผู้ชายตัวดำสูงใหญ่ออกมาจากจอมปลวก ที่อยู่หน้าร้านตนเองและจอมปลวก ฝั่งตรงข้ามร้านตนเอง คาดว่าเป็นสองพี่น้องสิงสถิตอยู่ในจอมปลวก และที่ผ่านมา ก็เคยมีคนขับรถยนต์ผ่านบริเวณดังกล่าวพบชายตัวดำยืนอยู่กลางถนน เมื่อตั้งสติได้ก็รีบกลับบ้านไป จนในตอนเช้ามาเล่าให้ตนเองฟัง พร้อมนำเครื่องเซ่นสังเวยมาทำการกราบไหว้ติดต่อกัน 3 วันติด

ที่ผ่านมา ตนเองก็เคยเห็นในฝันว่ามีชายตัวดำ 2 คน มาอยู่ภายในร้านตนเองและเช้าก็ทำบุญตักบาตรไปให้ ครั้งล่าสุด ก็เห็นกับตาแบบชัดๆเลย ในช่วงเย็น เชื่อว่า คนตัวดำที่เห็นนั้น เป็นสิ่งลี้ลับที่สิงสถิตอยู่ในจอมปลวกฝั่งละคน และหากว่ามีการก่อสร้างขยายถนน ตนเองก็จะให้รถแม็กโครช่วยขุดจอมปลวกดังกล่าว ไปไว้ในที่ดินของตนเอง เพื่อกราบไหว้ เชื่อความเป็นสิริมงคลปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปทำมาค้าขึ้นต่อไป – 009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนองคายเปิดทุ่งทานตะวันแหล่งท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

Posted on February 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636520

หนองคายเปิดทุ่งทานตะวันแหล่งท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

วันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.50 น.

เทศบาลตำบลหาดคำ หนองคาย เปิดให้เที่ยวชมทุ่งทานตะวัน ชมทานตะวันดอกใหญ่เหลืองอร่ามสวยงาม ติดริมถนนเดินทางสะดวก พร้อมหนุนสร้างรายได้ให้ชุมชน

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 18 ก.พ.65 ที่บริเวณด้านข้างสำนักงานเทศบาลตำบลหาดคำ อ.เมืองหนองคาย ถนนริมโขงหนองคาย-โพนพิสัย นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานเปิดทุ่งทานตะวันหาดคำเมืองน่าอยู่ ประตูสู่อาเซียน ให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างเป็นทางการ โดยขณะนี้ดอกทานตะวันกำลังออกดอกเหลืองอร่าม ดอกใหญ่ สวยงาม อวดความงามให้นักท่องเที่ยวได้ชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

เทศบาลตำบลหาดคำ ได้ปลูกทานตะวัน บนพื้นที่ 6 ไร่ ต้นทานตะวันพันธุ์แปซิฟิกประมาณ 12,000 ต้น โดยปลูกมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยการร่วมแรงร่วมใจของประชาชนในชุมชนช่วยกันปลูก จนขณะนี้ทานตะวันออกดอกสวยงามแล้ว จึงได้เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างเป็นทางการ และให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเทศบาลได้สร้างจุดถ่ายรูป จุดเช็คอิน ให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพเป็นที่ระลึก เป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรชุมชน พร้อมกันนี้ยังได้เปิดให้ประชาชนในชุมชนนำสินค้าในชุมชน สินค้าเกษตร สินค้าแปรรูป มาจำหน่าย เป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชนอีกทางหนึ่ง

สำหรับทุ่งทานตะวันตำบลหาดคำ จะออกดอกอวดความสวยงามไปจนถึงประมาณเดือนเมษายน นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมทุ่งทานตะวันได้ตลอดทั้งวัน การเดินทางสะดวก ใช้ถนนริมโขง ห่างจากตัวเมืองหนองคายเพียง 8 กิโลเมตรเท่านั้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’ เคารพ ‘พระอาจารย์บัว ญาณสัมปันโน’ อย่างยิ่งอีกองค์

Posted on February 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636502

'หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท' เคารพ 'พระอาจารย์บัว ญาณสัมปันโน' อย่างยิ่งอีกองค์

วันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.58 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) หลังจากหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท กลับมาจำพรรษาที่จังหวัดจันทบุรี ได้บูรณะวัดเขาแก้วจนเป็นรมณียสถานและอยู่เป็นเวลานานพอควร ช่วง พ.ศ. ๒๕๐๔-๒๕๐๖ หลวงปู่เจี๊ยะท่านก็ได้เดินทางไปจำพรรษาร่วมกับ พระอาจารย์บัว ญาณสัมปันโน ที่วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี

เรื่องราวชีวิตของหลวงปู่เจี๊ยะท่านในช่วงนี้ พระอาจารย์บัว ญาณสัมปันโน ได้เมตตาเล่าให้ญาติโยมฟังไว้ เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๓๕ ที่สวนแสงธรรม ความดังนี้

ท่านเป็นพระดีนะอาจารย์เจี๊ยะพูดเรื่องภายในเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง คือ…กิริยาภายนอกท่านไม่น่าดูนะ กิริยาท่านข้างนอก บ๊งเบ๊งๆ อะไรรู้สึกว่ามันไปอีกแบบหนึ่ง ยิ่งกว่าหลวงตาบัวเข้าไปอีก (หัวเราะ) แม้แต่หลวงปู่มั่นก็ยังเถียงกันตาดำตาแดง

ตอนปี ๒๕๐๕ ท่าน (พระอาจารย์เจี๊ยะ) ไปจำพรรษากับเราที่ วัดป่าบ้านตาด นั่นล่ะ เราจะเริ่มปลูกกุฏิหลังนั้นล่ะนะ พวกโยมเขาก็ไปขุดดิน เกลี่ยดินที่จะปลูกฐาน ทีนี้ท่านก็ไปทำอะไร เขาเรียก “คราด” อะไรสำหรับกวาดดินนั่นแหละ ทีนี้ท่านทำไม่รู้จักเวลาล่ะสิ กำลังจะมืดแล้วนี่นา เราเดินจงกรมอยู่ ก็เงียบ เป็นเวลาที่พระท่านเดินจงกรม เสียงปังๆ ขึ้นเลยกลางวัดนี่

เอ๊ะ! มันเสียงใครมาทำอย่างนี้นะ เราก็เดินไปเลยแหละ เดินไปท่านอาจารย์เจี๊ยะ ท่านทำคราดนั้นนะ สำหรับกวาดดินกุฏิเรา ท่านไปทำเอาเวลาไม่ควรล่ะสิ เสียงดังเปรี้ยงๆ ขึ้น ท่ามกลางวัดเงียบๆ นะ เราก็เดินจากทางจงกรมแล้วไปเลย ไปก็ไปเห็นท่านกำลังทำอยู่ เราก็ยืนเลย เอากันทีเดียว

“ท่านอาจารย์เจี๊ยะ” ว่าอย่างนี้เลยนะ “ถ้าหากว่าท่านอาจารย์ไม่เคยอยู่กับพ่อแม่ครูอาจารย์มาแล้ว ผมก็จะว่าให้ท่านนะ นี่ท่านเคยอยู่กับพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นมาแล้ว ท่านสอนยังไง กิริยายังไร ทำไมท่านถึงมาทำอย่างนี้” พอว่าแล้วก็เดินกลับเลย

พอตื่นเช้าขึ้นมาท่านอาจารย์เจี๊ยะไปรออยู่ที่บนศาลา ท่านไปนั่งรอตรงที่เรานั่ง พอเรานั่งกราบไหว้พระเสร็จแล้ว เราก็มานั่งพัก ท่านปั๊บเข้ามาเลย มาจับขาเราดึงออกไปนะเราก็พูดว่า “ดึงออกไปทำไมขาวะ”

อาจารย์เจี๊ยะท่านก็ว่า “โอ๊ย! ผมขอกราบซักหน่อยเถอะ” พอกราบแล้วน้ำตาร่วงต่อหน้าเรานะ “แหม! ท่านอาจารย์พูดทำไมถึงถูกต้อง ศัพท์เสียงอะไร ลักษณะเหมือนกับท่านอาจารย์มั่น” ขึ้นถึงศัพท์ถึงเสียงเลยนะ “ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกันหมดเลย อู้ย! ผมกราบไหว้เลย เมื่อคืนนี้ผม (ท่านอาจารย์เจี๊ยะ) สลดสังเวช ผมนี้ผิดจริงๆ”

นั่นเห็นมั้ย ท่านว่าอย่างนั้นนะ เพราะเราก็อ้างว่า “ถ้าท่านไม่อยู่กับท่านอาจารย์มั่นมา ผมก็จะว่าจะสอนท่าน นี่ท่านอยู่มาแล้วนี่ จะให้ผมสอนท่านว่ายังไง” นี่ล่ะท่านทิ้งปั๊วะเลยนะ 

เพราะฉะนั้นตอนเช้าถึงมารอกราบ แล้วลากเท้าเราไปเลยนะ ไปกราบกับฝ่าเท้าเลย “ผมขอกราบท่านสนิทใจเลยๆ” ทั้งกราบทั้งน้ำตาร่วงเลย ท่านว่า “ผมยอมท่านอาจารย์ ดูลักษณะท่าทางไม่ผิดท่านอาจารย์มั่น ผมจับได้หมดเลย ผมเคารพสุดยอด” ฉะนั้นจึงกราบแล้วก็น้ำตาร่วง

ท่านถึงได้บอกว่า “พระนี่ผมกลัวอยู่สององค์เท่านั้น ท่านอาจารย์ใหญ่กับท่านอาจารย์มั่น นอกนั้นผมไม่กลัวใคร” ว่าอย่างนี้วะ พูดตรงๆ อย่างนี้

ท่านมีนิสัยทำอะไรละเอียดลออมากเราถึงได้บอกว่า “ผ้าขี้ริ้วห่อทอง” ภายนอกท่านกิริยาโผงผางๆ แต่ภายในท่านละเอียดลออ ทุกสิ่งทุกอย่างละเอียดหมดนะหลักธรรม หลักวินัยไม่เคลื่อนคลาดเลย เนี่ย ที่เราชมท่านนะ หลักธรรมหลักวินัยไม่เคลื่อนคลาดสะอาดมากทีเดียว อยู่กันมานาน

*จําพรรษาอโศการาม

หลวงปู่เจี๊ยะท่านจำพรรษาที่วัดเขาแก้วอยู่หลายปี เพราะเป็นคนไปก่อสร้างบูรณะและต่างถาวรวัตถุไว้มากมาย ประกอบกับมีความคุ้นเคยในสถานที่นั้น พระเป็นแถบถิ่นฐานบ้านเดิมของท่านและที่สำคัญพระป่าสายท่านอาจารย์มั่นที่อยู่ทางจันท์ก็มีน้อย

เมื่อออกพรรษา ปี ๒๕๑๘ พระเณรที่วัดเขาแก้วมีน้อย ท่านเดินทางออกจากวัดเขาแก้ว ไปวัดอโศการาม เพื่อชักชวนพระเณรที่วัดอโศการามมาร่วมจำพรรษาด้วย มีพระติดตามท่านไป ๔-๕ รูป พระเหล่านั้นเป็นพระที่หลวงปู่เจี๊ยะชักชวนมา มิได้มาเองด้วยสมัครใจ

ขณะนั้นที่วัดอโศการาม บรรดาพระทั้งหลายกำลังมีความ สงสัย เรื่องธรรมภายในของท่านเป็นอย่างยิ่ง นอกจากสงสัยเรื่อง ธรรมภายในแล้ว ปฏิปทาของท่านก็ยังเป็นที่กังขาสงสัยยิ่งนัก เพราะ พระโดยส่วนมาก เป็นพระบวชใหม่ๆ กัน หรือแม้แต่พระเก่าๆ บาง รูปก็ยังตำหนิในข้อปฏิบัติของท่านอยู่

“ผู้ไม่มีคุณธรรมภายในประเสริฐจะไม่มีทางรู้เรื่องคุณธรรม อันประเสริฐของท่านได้ เพราะกิริยาท่าทางของท่านไม่สวยงาม ซึ่งปิดบังคุณธรรมลึกๆ ของท่านที่อยู่ภายในแบบมิดเมน ซ่อนเร้น การ พูดท่านก็พูดง่ายๆ ถ้าเราไม่จับใจความ ไม่ตั้งใจขบคิดก็จะไม่สามารถเข้าใจได้”

พวกพระที่ท่านชักชวนส่วนมากปฏิเสธ คิดๆ อีกทีน่าสงสาร – แต่คิดให้ลึกๆ น่าสงสารเราพวกพระทั้งหลายนั่นแหละ ที่พระ ประเสริฐอย่างนี้มาชวนไม่ยอมพากันมา แถมแสดงท่าทางรังเกียจ ติดตาม เพราะอะไร ก็เพราะพวกเรามองอะไรๆ แต่ภายนอก ไม่เคยมองดูว่าพระพุทธเจ้า นั้นท่านบรรลุธรรมด้วยกาย หรือด้วยใจ จริงอยู่กายวาจา เป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ใจสำคัญกว่า ทั้งสองนั้นอีก เหมือนที่พระพุทธองค์ตรัสว่า “ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นหัวหน้า สำเร็จลงด้วย ถ้าใจดี ก็ดี ถ้าใจชั่ว ก็ชั่ว จะทำจะพูดอะไรถ้าใจมันดี การกระทำ การพูดก็ดี เหมือนเกวียนติดตามรอยเท้าโคฉะนั้น”

การมองแต่ภายนอกนั้น เป็นนิสัยของชาวโลกที่ติดกันมาเป็น ตลาช้านาน แต่หลวงปู่เจี๊ยะท่านก็มีธรรมของท่าน ท่านจึงไม่มีมายา จะแสดงอะไรหลอกๆ เหมือนโลกทั้งหลายที่เขาทำกัน ความจริง เป็นอย่างไร จึงเป็นธรรมชาติที่จริงอย่างนั้นออกมา ไม่มีการเสแสร้ง แกล้งทำ คิดๆ ไปก็น่าปวดหัว เพราะว่าการทำอย่างท่านนั้น ยากกว่า ทำอย่างอื่นเสียอีก เพราะท่านก็รู้ว่าคนทั้งหลายไม่ชอบแบบนั้น ท่านก็ไม่มีเปลี่ยนแปลง เพื่อให้คนมานับถือตน เพราะเพียงแต่ ท่านอยู่เฉยๆ พูดแต่เพียงว่าเป็นลูกศิษย์ท่านพระอาจารย์มั่น 

คำพูดเพียงเท่านี้ก็หาอยู่หากินกันไปจนตาย เพราะวิธีการ แบบนี้มีพระนำไปใช้กันเยอะ แต่ท่านไม่ใช่พระแบบเอาครูบาอาจารย์ มาขายเลหลัง เพราะคุณธรรมที่มีอยู่ภายในท่านนั้น ไม่มีสูงต่ำกับ อะไร ท่านจึงสบายๆ ของท่าน

*เปลือกนอกอาจารย์เจี๊ยะ

ก่อนที่พวกพระ0ะไปกับหลวงปู่เจี๊ยะนั้น พระวัดเขาผู้ใหญ่ๆ และพระอื่นๆ ก็มากระซิบบอกพวกพระว่า “ตายนะ ตายแน่ๆ นะ พวกคุณรู้หรือยัง ว่า การไปอยู่กับครูอาจารย์แบบ นี้จะเป็นเช่นไร เดี๋ยวพวกท่าน จะโดนไล่หนีหมดหรอก” ท่าน เป็นพระที่ไม่มีใครใกล้ชิด พวกพระที่นั่งคิดปรึกษากัน “ตายแน่ๆ คราวนี้แล้วพวกเรา ทำอย่างไรล่ะ?” ตอนนั้นมีแต่พระใหม่ๆ บวชได้คนละ ๓-๔ พรรษ เมื่อเป็นเช่นนี้ พระที่จะอยู่กับท่าน ต่างองค์ก็ต่างกลัวเพราะคน เข้า พวกพระปอดแหกแล้ว

“พระอาจารย์เจี๊ยะมากนะ” นี้เป็นภาษาที่โลกตั้งให้ท่าน ถ้าเป็นภาษาทางธรรมท่านเรียกว่า “ตรงเผง” คือท่านไห อ้อมค้อมอาจหาญในคำพูด ไม่เกรงกลัวใคร อันนี้แหละที่บุคคลอื่น ทำไม่ได้ 

วันที่พวกพระติดตามไปวัดเขาแก้วกับท่าน พระอุปัชฌาย์ของ ทั้งหลายเหล่านั้น ถึงกับต้องเขียนจดหมายฝากไปให้หลวงปู่เจี๊ยะ ความในหนังสือนั้นเขียนว่า “ถ้าหากว่า พระอาจารย์เจี๊ยะดุด่าว่ากล่าวสัทธิวิหาริกของผม ไม่สามารถทนได้ ผมจะเรียกพระผมคืน” นี่ท่านเขียนถึงขนาดนั้น – ที่สุดพวกพระ ๔-๕ รูป ก็เหลือที่กล้าไปจำพรรษากับหลวงปู่เจี๊ยะ วัดเขาแก้วจันทบุรีเพียง ๓ รูป จวนใกล้จะอธิษฐานเข้าพรรษาแล้ว วันหนึ่งมีโยมมาบอกท่าน “หลวงปู่ขาว อนาลโย” ป่วยหนัก
 
ท่านจึงมาบอกกับพวกพระว่า “ผมอยู่กับพวกท่านไม่ได้แล้ว ผมจะขึ้นไปอยู่กับปู่ขาวที่ถ้ำกลองเพล เพราะปู่ขาวป่วยหนัก ท่านพูดสั้นๆ แบบไม่ไยดีพวกพระที่ติดตามมาเลย
พระองค์หนึ่งในจำนวนพระหลายรูปนั้นพูดขึ้น “ตายแล้วทีนี้ แล้วที่มาด้วยกันหลายๆ รูปก็แสดงความเห็นด้วย “แล้วพวกเราจะ อยู่ยังไง จะเข้าพรรษาแล้วไม่กี่วัน” ต่างองค์ต่างก็ปรึกษากันด้วย

“พวกผมตั้งใจมาอบรมกับท่านอาจารย์ มากับท่านอาจารย์ก็ อุปสรรคมากอยู่แล้ว แล้วจะมาให้พวกผมอยู่กันตามลำพัง แล้วจะให้ จากผมปฏิบัติยังไง”

ท่านตอบแบบที่เราได้ยินและร่ำลือทันทีว่า “เฮ้ย! ไม่เกี่ยว – หลวงปู่ขาวป่วยหนักพวกท่านอยู่วัดกันเลย” ท่านพูดห้วนๆ ตรงๆ ฟังแล้วเข้าใจแต่ไม่สบายใจ เหมือนมีอะไรมากอยู่ที่อกเพราะ ไม่รู้จะทำอย่างไร เอาซะแล้วสิ กรรม…กรรมแท้ๆ พระองค์หนึ่งรำพึง เป็นเพราะเราไม่เชื่อพระผู้ใหญ่แท้ๆ ที่ติดสอยห้อยตามท่านมา เอาพวก เรามาแล้วท่านก็มาทิ้ง

เพราะตอนนั้นพวกพระไม่ทราบว่า ท่านเคารพรักหลวงปู่ขาว ขนาดไหน ท่านรักและเคารพหลวงปู่ขาวมาก เพราะหลวงปู่ขาวสอบ ให้ท่านพิจารณาคิดค้นทางด้านร่างกายด้วยปัญญา และหลวงปู่ขาว นี่เอง เป็นพระที่ท่านให้ใจแบบหมอบราบ ถึงกับพูดว่า ท่านพระ อาจารย์มั่นบอกว่า “หลวงปู่ขาวนี่แหละเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่ง”

พอถึงวันเข้าพรรษาพวกพระก็อยู่กันแบบว้าเหว่ มีพระ พรรษา ๓ องค์ หลวงพ่อแก่ๆ อีกองค์หนึ่งซึ่งอยู่เดิม และสามเณร เป็นหลานหลวงปู่เจี๊ยะ รวมแล้วเป็น ๕ องค์ จำพรรษาที่วัดเขาแก้ว

ส่วนหลวงปู่เจี๊ยะ ท่านไปจำพรรษาที่วัดถ้ำกลองเพล เพื่ออุปัฏฐากหลวงปู่ขาว อนาลโย แต่ก่อนไปหลวงปู่เจี๊ยะก็ได้บอก สาเหตุ ที่ท่านต้องไปให้พระเหล่านั้นใจชื้นขึ้นมาบ้างว่า… หมู่เอ๋ย…สาเหตุที่ผมเคารพรักหลวงปู่ขาวมาก ก็เพราะ พระอาจารย์มั่นเองเป็นผู้รับรอง จึงขอเล่าย้อนอดีตให้พวกท่าน เรื่องที่ท่านอาจารย์มั่นชมเชยหลวงปู่ขาวมากนั้น ผมได้ฟังมากับ “ท่านขาวเป็นพระสำคัญมากนะ หมดกิเลสแล้วนะเจี๊ยะ ให้จับตา ให้ดีจะเป็นที่พึ่งได้”
 
เมื่อตนได้ยินท่านพระอาจารย์มั่นพูดดังนั้น ตนก็อึดฮัดขึ้นมา อยากเจออยากพบอยากเห็น เพราะปกติแล้วท่านพระอาจารย์ ท่านไม่ขึ้นชมใครง่ายๆ แสดงว่าพระรูปนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน ต้อง อะไรที่เราจะสามารถค้นคว้าเอาจากท่านได้ และสิ่งนั้นคือธรรม

*ในบารมีพระอาจารย์มั่น

ที่วัดถ้ำกลองเพล นี้ มีถ้ำเรียกว่า “ถ้ำกลองเพล” ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัดมีตำนานเล่ากันว่า ในถ้ำนั้นมีกลองเพลใหญ่ประจำถ้ำหนึ่งลูก มีขนาดใหญ่โตมาก ส่วนจะมีมาแต่สมัยใดนั้น ไม่มีใครทราบ คงจะมีมานานนับร้อยปีขึ้นไป จนกลองเพลนั้นมีความคร่ำคร่า ผุพัง แตกกระจัดกระจายเป็นชิ้นใหญ่ ชิ้นน้อย โดยไม่มีผู้ใดทำลาย พวกนายพรานเที่ยวล่าเนื้อเวลามาพักนอนในถ้ำ ยังได้อาศัยเศษไม้ที่แตกกระจัดกระจายจากกลองเพลมาหุงต้มรับประทานกัน ชาวบ้านใกล้เคียงบริเวณนั้นจึงได้พากันให้ชื่อนามถ้ำนั้นว่า ถ้ำกลองเพล

ครั้นต่อมามีพระธุดงค์กรรมฐานไปเที่ยวบำเพ็ญธรรมและพักในถ้ำนั้นบ่อย ๆ จนถ้ำนั้นกลายเป็นวัดคือที่อยู่ของพระขึ้นมา จึงพากันให้นามว่า “วัดถ้ำกลองเพล” จวบจนทุกวันนี้ 

บริเวณถ้ำกลองเพลในปัจจุบันนี้ ประกอบด้วยป่าไม้ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ เพิงหิน เพิงผา ที่รูปร่างประหลาดและสวยงามมีอาณาเขตกว้างขวางนับร้อยไร่ ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน จึงมีทัศนียภาพที่งดงามมาก

ในอดีตจังหวัดหนองบัวลำภู เคยเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดอุดรธานี ในเอกสารเก่าจึงอ้างอิงว่า เป็นจังหวัดอุดรธานี แต่ในปัจจุบันได้ยกฐานะเป็นจังหวัดหนองบัวลำภู แล้ว เป็นหนึ่งในสามจังหวัดที่แยกตัวออกมาจาก จ.อุดรธานี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖ พร้อมกับจังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดสระแก้ว

หลวงปู่เจี๊ยะท่านเคารพรักองค์ พระอาจารย์ขาว อนาลโย อย่างสูงยิ่งอีกองค์ เนื่องจากพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เคยกล่าวชมพระอาจารย์ขาวไว้ว่า “เออ!…หมู่เอ๊ย! ให้รู้จักท่านขาวไว้ด้วยเน้อ เธอได้พิจารณาของเธอแล้วมาเล่าให้เราฟัง ท่านขาวเป็นพระสำคัญให้จับตาดูให้ดี” ดังนั้น ท่านหลวงปู่เจี๊ยะจึงเชื่อแน่ว่า พระอาจารย์ขาวเป็นองค์สำคัญอีกองค์ 

อีกทั้งพระอาจารย์มั่นได้ฝากฝังท่านไว้กับพระอาจารย์ขาวเพราะกลัวว่ากิริยาแบบหลวงปู่เจี๊ยะไปอยู่กับใคร ใครจะไม่เข้าใจท่าน พระอาจารย์มั่นจึงฝากท่านให้หลวงปู่ขาว

ในขณะที่ท่านได้จำพรรษากับหลวงปู่ขาวที่ถ้ำกลองเพล มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนนั้นได้ไปอาสาหลวงปู่ขาวทำอ่างเก็บน้ำ คนอื่นทำงานกลางวันงานไม่เสร็จ หลวงปู่เจี๊ยะจึงลงมาทำในตอนกลางคืนซึ่งเป็นเวลาภาวนาของพระส่งเสียงรบกวนไปทั่ววัด ท่านใช้ฆ้อนปอนด์สะกัดหิน ทุบหิน เสียงดัง เพ้ง…เพ้ง…เพ้ง…

หลวงปู่ขาวท่านได้ยินก็ถามพระว่า “นั่นเสียงใครทำอะไร เสียงดังลั่น” “เสียงท่านอาจารย์เจี๊ยะสกัดหิน” พระท่านกราบเรียน “ไปเรียกมาซิ ทำงานอะไรไม่รู้จักเวล่ำเวลา” องค์หลวงปู่ท่านบ่นๆ

เมื่อหลวงปู่เจี๊ยะเข้ามาถึงหลวงปู่ขาวท่านจึงพูดขึ้นว่า“ท่านเจี้ยะ ถ้าท่านอาจารย์ใหญ่มั่นไม่ฝากท่านไว้กับผม ผมไล่ท่านหนีแล้วนะ”ด้วยคำพูดเพียงเท่านี้ ก็ทำให้เราตื้นตันใจถึงท่านพระอาจารย์มั่นยิ่งนัก

สาเหตุที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำทั้งกลางวันทั้งกลางคืนนั้นเพราะต้องการให้งานเสร็จโดยเร็วเพราะว่ายิ่งยืดเยื้อยิ่งจะก่อความรำคาญแก่พระเณรไปนานรีบๆ ทำรีบเสร็จน่าจะดีกว่าปล่อยให้คาราคาซังแต่เมื่อหลวงปู่ขาวท่านเตือนอย่างนั้นหลวงปู่เจี๊ยะท่านก็นั่งนิ่งรับโทษ ไม่ได้โต้ตอบแต่ประการใด
………………………

ตามรอยพระอริยะเจ้า! “หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท” พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” ท่านคือสมณะสงฆ์สายป่าผู้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองของแม่ทัพกรรมฐานแห่งสยาม : ดำรงธรรม เรียบเรียง

(ติดตามตอนต่อไป) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อาจารย์วิทย์เกษตร ม.มหิดล’ พบสาเหตุการขยายพันธุ์กล้วยด่างอินโดฯ ‘ไม่แดง..??’

Posted on February 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636473

'อาจารย์วิทย์เกษตร ม.มหิดล' พบสาเหตุการขยายพันธุ์กล้วยด่างอินโดฯ 'ไม่แดง..??'

วันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 17.39 น.

วันที่ 18 ก.พ.65 อาจารย์ ดร.เนติยา การะเกตุ อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์ สาขาวิชา วิทยาศาสตร์การเกษตร มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ได้เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวในปัจจุบันเรื่อง  Musa “Siam Ruby”? หรือต้นกล้วยแดงอินโด ที่มีต้นแม่พันธุ์ลายเทพตีนตุ๊กแก พายุ วากิว แหล่งรวมลายเทพ ไว้ในต้นเดียวมีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาทต่อต้นเลยทีเดียว ผู้คนในวงการไม้ดอกไม้ประดับรวมถึงไม้ใบต่างพากันค้นหา “กล้วยแดงอินโด” กันมากมาย 

ในยุคโควิดผู้คนต่างหาทางเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ต้นกล้วยแดงอินโด อีกหนึ่งธุรกิจที่ยังเจริญเติบโตและเป็นที่ต้องการของตลาด โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชซึ่งในวงการไม้ทำกันมานานมาแล้วโดยส่วนใหญ่จะใช้เทคนิคนี้กับพืชเศรษฐกิจ เช่น กล้วยไม้ กล้วยหอมทอง เป็นต้น และ “กล้วยแดงอินโด” ที่ราคาหลักล้านก็ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนี้คือการเลี้ยงพืชในสภาวะปลอดเชื้อ คือไม่มีเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียเลย ดังนั้น เราจะต้องฆ่าเชื้อในพืชเราให้หมดไปก่อนถึงจะประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งการทำก็ไม่ยาก และก็ไม่ง่าย 

เมื่อได้ขยายจำนวนเนื้อเยื่อในสภาพปลอดเชื้อได้จำนวนที่ต้องการแล้วจากนั้นก็ทำให้พืชมีรากที่สมบูรณ์และแข็งแรง จึงนำต้นกล้วยมาอนุบาล เมื่อต้นกล้วยมีใบใหม่แสดงให้เห็นว่ากล้วยแดงอินโดพร้อมออกไปอาบแดด จะสังเกตเห็นว่าในตอนเริ่มแรกเนื้อเยื่อกล้วยแดงอินโดไม่แดงสักนิด

แต่เมื่อต้นไม้โดนแสงแดดตอนเช้าไม่เกิน 10 โมง ภายใน 1 อาทิตย์ต้นกล้วยจะแดงโดยไล่จากขอบใบแดง > หลังใบแดง > หน้าใบแดง การนำต้นกล้วย ไปอาบแดดใบกล้วยจะแดงขึ้น เริ่มมีการพัฒนาเม็ดสีทำให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น 

แต่การแดงหรือไม่แดงนี่เกี่ยวกับพันธุกรรมของกล้วย เกิดจากการขยายปริมาณเนื้อเยื่อมาก ทำให้บริเวณที่มีเนื้อเยื่อเขียวเจริญเติบโตมาเป็นต้นจึงทำให้เนื้อเยื่อกล้วยแดงอินโด มีทั้งแดง ทั้งเขียว และอีกประเด็นที่สำคัญ 

สำหรับผู้ที่ขยายพันธุ์พืชให้ความสนใจอย่างมากคือสาเหตุที่ขยายพันธุ์กล้วยด่างอินโดไม่แดง เพราะอะไร…

อาจารย์ ดร.เนติยา การะเกตุ อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์ สาขาวิชา วิทยาศาสตร์การเกษตร มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า  “เนื่องจากตอนขยายพันธุ์ ทำให้มีการแตกกอเยอะ จนพืชที่มีบริเวณสีเขียวแตกกอด้วย นั่นคือคือเหตุผล ที่ทำให้บางส่วนแดง บางส่วนไม่แดง สรุปคือถ้าเนื้อเยื่อพืชมีส่วนที่เป็นสีแดงมากก็จะแดงมาก ถ้าได้แต่ส่วนที่เป็นสีเขียวก็จะเขียวล้วน แต่ถ้าได้ทั้งสองส่วนมาอยู่ด้วยกันก็จะได้ครึ่งต้นเขียวครึ่งต้นแดง ซึ่งความเป็นไปได้มีหลากหลายมาก จึงได้ใบที่มีลวดลายต่างๆ ไม่เหมือนกันค่ะ เพราะความคลาสิก Unique แปลกใหม่ให้ลุ้นตลอด นี่แหละเสน่ห์ไม้ด่างนั่นเอง”     

ขอบคุณภาพจาก : ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และ ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ บริษัท ก่อบุญณัฐ จำกัด, Koai Garden และ Prangchan Plant 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,278,073 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
Trump says that as soon as Election Day ends, 'we're going in with our lawyers' #SootinClaimon.Com
ฉลองมงคลสมรส ธารา รัตนาวะดี - ปภาดา ตันติมาสกุล
'พิชัย' เชื่อ 'ทรัมป์' จะทำ ศก.สหรัฐฯ ดีขึ้น พาประเทศออกจากวังวนเดิม
Thais give alms to monks on Father’s Day
New tack for Trump: Delay final vote count #SootinClaimon.Com
โซไซตี้ : เอสจีเอส ประเทศไทย อาสาทำดีเพื่อน้อง ระดมพลังพนักงานจิตอาสา ลงแรง ด้วยใจ ให้น้องๆ ในจังหวัดสตูล ‘เพื่อชีวิต...ที่ดียิ่งกว่า’
SIA flies first batches of Covid-19 vaccines to Australia and New Zealand #SootinClaimon.Com
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
Apple accelerates work on car, aims for fully autonomous vehicle #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d