Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ลึกลับในสนามข่าว : 15 กุมภาพันธ์ 2565

Posted on February 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635504

ลึกลับในสนามข่าว : 15 กุมภาพันธ์ 2565

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn….หัวหน้าพรรคการเมือง ที่มีความยุติธรรม และไม่อำมหิต ก็ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” นี่ล่ะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ขนาด เจอสมาชิกพรรคลองของเล่นงานมาไม่รู้กี่เรื่อง ก็ยังอดทน อดกลั้น ขยันทำงาน จนกระแสพรรคดีวันดีคืนถึงขั้นชนะเลือกตั้งซ่อมตั้ง 2 เขต…นี่ก็ไม่ธรรมดานะ..นี่ถ้าไม่ติด ความเป็นคนมีมารยาท ส่งเขตหลักสี่ อีกหนึ่ง ก็คงได้ไปแล้ว 3 เขตเลือกตั้งซ่อม…งานนี้ต้องปรบมือรัวๆ ให้ “จุรินทร์-เฉลิมชัย” และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ของพรรคที่มีวิสัยทัศน์ เป็นเลิศ แสดงแสนยานุภาพ ให้เห็นตั้งแต่ไก่โห่ก็ไม่ต้องสงสัยว่า องคาพยพเลือกตั้งครั้งใหญ่ หัวหน้า-เลขาฯพรรคชุดนี้ จะทุ่มเทกันขนาดไหน ทั้งผลงานที่เข้าตา เป็นอันดับหนึ่งของ ครม.ชุดนี้
กับ ทักษะการเป็น “แม่บ้านพรรค” อย่าง“เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ใครๆ ก็รู้ว่าไม่ธรรมดา…เลือกตั้งครั้งหน้ามวลมหาสมาชิกทั้งหลายทั้งออกไปแล้ว ทั้งยังอยู่ ทั้งคนแก่และทั้งคนหนุ่มสาวทั้งคนที่ใส่ใจและคนไม่มีใจทั้งคนที่มีเสบียงและคนไม่มีอะไรเลย ทั้งคนที่เคยช่วยพรรคสนับสนุนพรรค กับคนที่ไม่เคยช่วยอะไรและทั้งที่คนที่มีความสามารถ กับคนที่มองคนอื่นแสดงศักยภาพและความสามารถ..“มันก็เป็นเช่นนี้แล”..นี่ยังไม่นับพวกคนแก่ที่เกษียณไปยังจะอาศัยบารมีตนคนเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องของคนรุ่นต่อไปมาอาศัยเส้นสายล็อบบี้ปาดแข้งปาดขาตัดหน้าคนอื่น เพื่อลงสมัครอีก“ทั้งที่ตอนพรรคตกต่ำ ต้องการสรรพกำลัง ก็ไม่เคยเห็นหัว มันก็เป็นเช่นนี้แลพรรคถึงตกต่ำเมื่อครั้งเลือกตั้งที่ผ่านมาเหลือ สส. 50 คน ถ้าไม่ถอดบทเรียน“จุรินทร์-เฉลิมชัย” ก็ไม่ควรมาเป็นหัวหน้า-เลขาฯพรรค..แต่เชื่อไอ้เรืองเถอะว่าอย่าดูเบา ผู้บริหารยุค “อุดมการณ์ทันสมัย” อย่าง “อู๊ดด้าและเสี่ยต่อ” ของประชาธิปัตย์ก็ภารกิจในรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ สาหัสขนาดไหนยังเอากระทรวงรอดติดโผเป็นโพลล์อันดับหนึ่ง “ผลงานดีเข้าตาประชาชนกันมาได้”..เรื่องอื่นก็เรื่องขี้ผงแล้ว..ถ้าใครไม่รู้ก็ต้องรู้ว่าในยุคสมัยคนที่เอา “บิ๊ก 3 ป.” อยู่ ก็ 2 บิ๊กจากปชป.นี่ล่ะ….

nn…มีเรื่องเดียวที่สมาชิกพรรคทั้งประเทศก็ขัดใจก็คือทั้ง “จุรินทร์กับเฉลิมชัย” นั้น ติดใจอ่อนไปนิดหนึ่งไม่แข็งกร้าว ห้าวเป้ง ไล่ใครออกจากพรรค ทั้งที่ใครหลายคนนั้น พฤติกรรมสุดจะเยียวยา สมาชิกบางประเภท ก็มั่นใจในตัวเอง ไม่คิด จะมีใครเก่งไปกว่าตนก็คนในพรรคนี้ล่ะ…หนักกว่านั้นคือทั้งมีคดีทั้งแหกมติพรรคก็ยังนั่งอยู่อีกตั้งหลายคน…สาหัสกว่านั้นคือ บางคนเป็นที่ปรึกษาพรรคการเมืองอื่นแบบซุ่มเขียนงานให้พรรคอื่นแต่ดันนั่งกินกาแฟฟรีทำงานที่ประชาธิปัตย์มาไม่รู้กี่ปีแบบนี้ก็มีด้วย คือตื่นมาไม่รู้จะไปไหนก็เข้าไปพรรค แต่พอออกไปก็อุตส่าห์ด่าพรรคส่งท้ายอีก..“ไม่เคยตั้งคำถามว่าตนจะให้อะไรกับพรรคแต่มักจะมีข้อสงสัยเสมอว่าพรรคจะให้อะไรกับตน”..อยู่มาจนแก่เฒ่า ไม่มีอาชีพอื่นไม่รู้จักที่ไปที่ไหนก็มั่นใจแค่ว่าตัวเองสร้างประโยชน์มากๆ โดยที่ไม่หลีกเลี่ยงเวทีนี้ให้กับคนรุ่นใหม่บ้าง“นั่งกอดความแก่กับหวงประสบการณ์ หน้าชื่นตาบานเล่าความหลังให้เด็กมันฟังอยู่ร่ำไป”…ลืมไปแล้วกระมังว่าโลกยุคนี้มันยุค “ดิจิทัลเสมือนจริง”..ประสบการณ์บางอย่างมันไม่ใช่เวลาเสียแล้ว ทำพรรคแพ้เลือกตั้งจนเหลือแค่ 50 คนยังไม่รู้จักสำนึกรับผิดชอบกันอีกก็ไม่รู้จะติงเตือนอย่างไรกันแล้ว…

nn ส่วนเรื่องของบางคนที่ว่าลาออกไป ก็ทราบมาว่าเพราะหลังแพ้เลือกตั้ง ตอนนั้นก็ทดท้อห่อเหี่ยวเลยแจ้งพรรคว่าจะไม่ขอลงสมัครแล้ว..อ้าว! ทีนี้พรรคเขาก็ต้องหาผู้สมัครคนใหม่ แล้วคนใหม่ก็ต้องทำพื้นที่น่ะสิจะรออะไร จะรอให้พี่แกเปลี่ยนใจตอนกระแสพรรคกลับมาดีอย่างนี้รึ..งง! แล้วเวลานั้น จะรู้ได้อย่างไรว่า “จุรินทร์จะทำกระแสพรรคประชาธิปัตย์ ดีวันดีคืนมาขนาดนี้”..ก็เสียดายน่ะสิครับแต่จะทำอย่างไรได้…ในโลกนี้ดวงตะวันต้องหมุนรอบตัวท่านไหม แล้วคนอื่นก็ไม่ต่างกัน บางคนเป็นมาทุกอย่างหมดแล้วทั้งสส.ทั้งรมต.ทั้งผู้บริหารพรรค เพราะอำนาจไม่ได้อยู่ในมือ อำนาจเปลี่ยนถ่ายไปสู่มือคนอื่น ก็ทำเป็นน้อยใจตั้งคำถามว่า พรรคไม่ใส่ใจ “ไปดีกว่ากู” อ้าวเพ่! ตอนที่ได้ทุกอย่าง ทำไมไม่พูดแบบนี้ล่ะครับ..นี่ถ้าเป็น กก.บห.พรรคจะไม่ทนนั่งชี้แจงแถลงไขใดๆ เลยแต่ยุทธศาสตร์พรรคมีอย่างไรก็จะเดินหน้าไปอย่างนั้น คนที่ด่าๆ พรรคกระแทกแดกดันสุมหัวกันกับสื่อสายไถ
นั่งรวมใจกันปั่นๆ คอนเทนท์ มันไม่
เห็นจะสนจะแคร์อะไรที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์พรรคเลย ก็แล้วแต่เพราะถ้าแพ้เลือกตั้ง“จุรินทร์-เฉลิมชัย”ก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกอยู่แล้ว ก็เหมือน“ยุคอภิสิทธิ์” นั่นแล เมื่อพาแพ้หมดกระดานก็ต้องมีคนรับผิดชอบ!! แต่ก่อนจะแพ้หรือชนะก็ต้องให้ผู้บริหารชุดนี้โชว์ฝีมือในสนามเลือกตั้งครั้งหน้านี้เสียก่อนครับแต่ถ้าดูจากการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาแล้วผู้บริหารชุดนี้ ไม่ธรรมดานะครับ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ลดช่องว่างระหว่าง ‘เมือง’ กับ ‘ชนบท’ ด้วยการ ‘ปลดล็อก’ สุราพื้นบ้าน

Posted on February 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635502

บทความพิเศษ : ลดช่องว่างระหว่าง ‘เมือง’ กับ ‘ชนบท’  ด้วยการ ‘ปลดล็อก’ สุราพื้นบ้าน

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ตามที่ทราบกันดีว่า สุราเป็นสินค้าควบคุม และผูกขาดของบริษัททุนใหญ่มาเป็นเวลาช้านาน และด้วยกฎหมายที่เอื้อต่อการควบคุม และผูกขาดเช่นนี้ จึงปิดกั้นไม่ให้สุรา เบียร์ หรือ สาโท รวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่างๆ อันมีคุณภาพสูง และรสชาติดี ของชาวบ้าน ของเกษตรกร ของวิสาหกิจชุมชนและของ SME ที่เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ สามารถที่จะกลายเป็นรายได้ อาชีพ และเครื่องมือในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ให้แก่พวกเขาเหล่านั้นได้

คงปฏิเสธได้ยากว่า ประเทศไทยวันนี้กำลังมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท คำถามก็คือว่า เรามีอะไรบ้างที่ชนบทจะแข่งขันกับเมือง และสามารถเอาชนะเมืองได้ สำหรับผมแล้ว มีน้อยมาก ส่วนใหญ่เมืองจะได้เปรียบทุกอย่าง ทั้งกฎหมายก็ได้เปรียบ เทคโนโลยีก็ได้เปรียบ ยิ่งเรื่องทุนยิ่งได้เปรียบมาก เพราะฉะนั้น การที่เราจะทำให้ชนบทสามารถเติบโตขึ้นมาได้ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ผมมองว่า เราต้องพยายามค้นหาสิ่งที่จะทำให้ชนบทสามารถเอาชนะเมืองได้

 สำหรับผมให้ความสำคัญต่อชนบทอยู่ 3 เรื่อง คือ หนึ่ง ธรรมชาติ เรามีภูเขา มีน้ำ มีทะเล มีป่า สิ่งเหล่านี้
เป็นสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้กับเรา เรามีจุลินทรีย์มากมายเกิดขึ้นตามพื้นที่ต่างๆ ตรงนี้เองที่เป็นความได้เปรียบที่ชนบทมีมากกว่าเมือง สอง ชนบทมีของแท้ เพราะจุลินทรีย์ หรือยีสต์คือของแท้ ที่ในเมืองไม่มี และเป็นของเฉพาะในแต่ละพื้นที่ที่มีความโดดเด่นอันแตกต่างอย่างน่าภาคภูมิใจ และสาม ชนบทมีวัฒนธรรม มีวิถีชีวิตของผู้คน อันเป็นอัตลักษณ์ที่สะท้อนถึงรากเหง้า เอกลักษณ์ และบริบทของชีวิตที่ได้รับการสืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน สิ่งเหล่านี้มีคุณค่าจนมิอาจเปลี่ยนเป็นมูลค่าได้

 ความได้เปรียบดังกล่าวเหล่านี้ ได้ปรากฏออกมาเป็นเรื่องราวต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวของอาหาร เครื่องดื่มและการท่องเที่ยว แต่บนพื้นที่ตรงนี้ ต้องขออนุญาตนำเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับเครื่องดื่มมาบอกเล่า เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญ และโอกาสของประเทศไทย ในการใช้ “สุราพื้นเมือง” เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และพลิกชีวิตชาวบ้านในชนบททั่วประเทศของเรา ให้มีรายได้ทัดเทียมกับประชาชนคนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในเมือง

 รู้หรือไม่ครับ เหล้าสาโท หรือเหล้าขาวต่างๆ นั้น เกิดมาจากก้อนแป้งที่แม่จะเป็นคนเก็บรักษาไว้ แล้วส่งต่อให้กับลูกสาวเป็นมรดกที่จะเอาไว้ทำเครื่องดื่มให้กับสามีของเธอในอนาคต เพื่อที่เขาคนนั้นจะได้ดื่มเหล้าที่ดี นี่คือวัฒนธรรม และเรื่องราวที่สืบทอดกันมา จากช่วงอายุหนึ่ง ไปสู่อีกช่วงอายุหนึ่งอย่างงดงาม คุณค่าที่เกินบรรยายตรงนี้ เหล้าดีๆ ที่มาจากความรักของแม่ที่มีต่อลูก ของภรรยาที่มีต่อสามี กลายเป็นสิ่งที่กฎหมายห้าม อาจทำกินได้บ้างตามพระราชบัญญัติชุมชน แต่ไม่สามารถเอามาเลี้ยงชีวิตได้ ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก  

 เมื่อเป็นเช่นนี้ การแก้ไขร่างพระราชบัญญัติสรรพสามิต เพื่อปลดล็อกสุราพื้นเมือง ให้ชาวบ้านตามชนบท หรือ
ผู้ประกอบการในกลุ่มฐานราก จึงไม่ใช่เพื่อให้พวกเขาสามารถนำมาทำกินได้เท่านั้น แต่เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสให้กับคนยากคนจน หรือเกษตรกรในชนบท ให้สามารถมีกำลังในการสร้างโอกาสให้กับตัวเอง ด้วยการผลิตเหล้าที่ดีที่สุดขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรง และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อนำไปแข่งขันกับบริษัทใหญ่ๆ ที่มีโอกาสในการสร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า เหนือกว่าหลายร้อยเท่านัก ให้มาอยู่ในกรอบกติกาที่เป็นธรรมระหว่างกัน และโอกาสของชีวิตที่สามารถจะไขว่คว้าได้ในระยะทางที่ไม่ห่างกันนัก อันเชื่อมโยงถึงช่องว่างของความ
เท่าเทียมที่จะขยับเข้ามาชิดกันมากขึ้น รวมไปถึงประโยชน์ที่จะตกไปอยู่ที่ผู้บริโภค ซึ่งจะได้ชิมรสชาติของสุราพื้นเมืองอันหลากหลาย ที่สำคัญ ถ้าความสำเร็จตรงนี้เกิดขึ้น เราจะสามารถต่อยอดไปยังเรื่องต่างๆ ได้อีกมากมาย อาทิ การท่องเที่ยวการส่งออก รวมไปถึงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชนบทที่จะได้รับการพัฒนาขึ้นตามลำดับอย่างต่อเนื่อง  

 ยกตัวอย่างที่อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร มีสาโทที่อร่อยมาก ที่อำเภอพาน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย มีสาโทที่ดีที่สุด ที่จังหวัดตาก มีเหล้าขาวที่เด่นเหลือเกิน ที่แพร่ ก็มีเหล้าขาวที่มีประสิทธิภาพ และรสชาติอันเป็นเลิศ “คุณเทอดพงษ์ ไชยนันทน์” สส.อาวุโสของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนที่ดื่มเหล้าพื้นเมืองเก่งที่สุด ท่านยืนยันกับผมว่า เหล้าพื้นเมืองเหล่านี้ สู้เหล้าของบริษัทใหญ่ๆ ได้สบายมาก เพราะความสามารถของยีสต์ ที่ทำงานอยู่ในแต่ละพื้นที่ และในแต่ละหมู่บ้านไม่เหมือนกันเลย จึงทำให้รสชาติของเหล้าพื้นเมืองตามพื้นที่ต่างๆ มีความอร่อยอันแตกต่างกันไป

ดังนั้น การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย การท่องเที่ยวของจังหวัดตาก การท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ และการท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนคร ถ้าเอาเหล้าพื้นเมืองมาเป็นตัวดึง เช่น ถ้าจะดื่มเหล้านี้ คุณจะต้องไปที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงรายเท่านั้น คุณไปที่อื่นไม่มี เพราะยีสต์ตัวนี้อยู่ที่อำเภอพานจังหวัดเชียงราย หรือเหล้าสาโทแบบนี้ ต้องไปที่สกลนครเท่านั้น ตรงนี้ก็จะกลายเป็นความสนใจของนักท่องเที่ยวในทันทีทันใด และแน่นอนว่า นักดื่มทั่วโลกก็จะเดินทางมาลิ้มรสชาติที่แตกต่างกันอย่างเนืองแน่น สร้างรายได้เข้าประเทศ ลงสู่ชนบทได้อย่างมากมาย

ร่างกฎหมายฉบับนี้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยของเรา มีความได้เปรียบในเรื่องของเครื่องดื่ม อาหาร และการท่องเที่ยว เหมือนเราไปญี่ปุ่น เราชื่นชมสาเกในหมู่บ้านต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน และเขาก็บอกว่า เพราะน้ำแร่ของเขาไม่เหมือนกัน ยีสต์ของเขาจึงไม่เหมือนกัน สิ่งเหล่านี้ประเทศไทยก็มีเช่นเดียวกัน ส่วนตัวผมนั้นมีรายการยีสต์เป็นร้อยๆ ซึ่งแต่ละรายการก็ไม่เหมือนกันเลย ผมจึงแปลกใจ ว่าทำไมกฎหมายประเทศไทย จึงไม่เปิดโอกาสให้พวกเราเอาความได้เปรียบทางการแข่งขันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศของเรา

ถ้าเป็นเพราะข้อกังวลในเรื่องของความปลอดภัย ก็ต้องบอกว่า ด้วยความที่ผมทำงานกับพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วนของประเทศไทย ก็ขอยืนยันได้เลยว่า วันนี้เทคโนโลยีทางด้านการกลั่นของประเทศไทย เรามีดีเกินพอที่จะรับประกันความปลอดภัยได้อย่างสนิทใจแล้ว ไม่มีอันตรายใดๆ ทั้งนั้น ที่สำคัญ เราสามารถนำไปถ่ายทอดได้อย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ

สำหรับผมจึงไม่มีเหตุผลอันใด ที่จะไม่แก้ไขพระราชบัญญัติสรรพสามิต เพื่อปลดปล่อยสุราพื้นบ้านของประเทศไทย ให้ออกไปสู่มิติทางการแข่งขัน ทั้งตลาดในประเทศ และตลาดโลก เพราะนี่คือกุญแจของการกระตุ้นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่ทรงประสิทธิผล และทำให้คนชนบทกับคนเมืองกลับมาอยู่ใกล้กันมากยิ่งขึ้น ทั้งในมิติของรายได้ และการให้คุณค่าในฐานะประชาชนของประเทศนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชื่นมื่นระยองอินเลิฟ! สมรสหมู่ริมทะเลบ่าวสาว33คู่ จดทะเบียนริมหาดแม่รำพึง

Posted on February 15, 2022 by SoClaimon
Reply

วันจันทร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 21.05 น.

14 กุมภาพันธ์ 2565 เมื่อเวลา 16.00 น. ที่บริเวณลานหินขาว หาดแม่รำพึง ต.เพ อ.เมืองระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดระยอง อบจ.ระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดงาน”ระยอง อินเลิฟ ชวนชิม ริมเล”มีร้านอาหารทะเลริมหาดแม่รำพึงกว่า 40 ร้าน มาออกบูธเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวกินอาหารทะเลฟรี

โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่12-14 ก.พ.นี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง หลังหาดแม่รำพึง หลังมีน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเลพัดเข้าฝั่งได้รับผลกระทบ ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้ว  

สำหรับไฮไลท์ของงานในวันนี้ ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ นายกำธร เวหน นายอำเภอเมืองระยอง ได้นำเจ้าหน้าที่ ได้มาตั้งโต๊ะจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ สำหรับบ่าว-สาวที่มาเที่ยวงาน ซึ่งมีคู่รักจดทะเบียนรวม 33 คู่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความรักและชื่นมื่น ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลยามเย็น และยังมีอาหารทะเลหลากหลายเมนูมาเปิดให้กินฟรี และมีดนตรีให้ฟังอีกด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุณตาถือฤกษ์วาเลนไทน์ จูงมือยายจดทะเบียนสมรส หลังมีบัตรปชช.ครั้งแรก

Posted on February 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635557

คุณตาถือฤกษ์วาเลนไทน์ จูงมือยายจดทะเบียนสมรส หลังมีบัตรปชช.ครั้งแรก

วันจันทร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.43 น.

ตาวัย 78 ปี ถือฤกษ์วาเลนไทน์ จูงมือยาย วัย 66 ปี จดทะเบียนสมรส หลังมีบัตรประชาชนครั้งแรกในชีวิต 

14 กุมภาพันธ์ 2565 นายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภอเมืองกระบี่ จ.กระบี่ ตั้งโต๊ะรับจดทะเบียนสมรส ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองกระบี่ โดยมีคู่รักจูงมือกันเข้ามาเพื่อรอจดทะเบียนสมรสประมาณ 50 คู่ และเป็นที่ฮือฮา เมื่อ 2 ตายายได้จูงมือกันมาร่วมงานบันทึกรัก ณ เมืองกระบี่ ปี 2 Love Note @ เมืองกระบี่ ทราบชื่อนายวิโรจน์ แก้วควรชุม อายุ 78 ปีและนางสุพร ฝีมือสาน อ.66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/3 ม.4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ 

จากการสอบถามตาวิโรจน์ ถึงเหตุผล ที่จูงมือยายสุพร เข้าจดทะเบียนสมรส ในวันแห่งความรัก 14 กุมภาฯวันวาเลนไทน์ ว่าตนกับยาย ได้อยู่กินกันมานาน ประมาณ 52 ปีเศษ มีพยานรักด้วยกัน 5 คน ชาย 2 คน หญิง 3 คน แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถจดทะเบียนสมรสได้ เนื่องจากยายไม่มีบัตรประชาชน แต่ไม่ใช่เป็นคนต่างด้าว เป็นคนไทยแต่หาทะเบียนบ้านไม่เจอและปล่อยเรื่อยมา 

และเมื่อปี 64 ที่ผ่านมา ทาง ร.ต.ต.ระวิ แพรกปาน อดีตข้าราชการตำรวจ ซึ่งรู้จักกัน ได้ประสานไปยังอำเภอเมืองกระบี่ เพื่อขอทำบัตรประชาชนให้ยาย เพื่อจะได้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐ จนในที่สุด ก็ได้บัตรประชาชน และในวันนี้เป็นวันดีจึงได้จูงมือยาย มาจดทะเบียนสมรส แสดงถึงความรักและรู้สึกดีใจมาก 

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า สำหรับคู่รักที่เข้ามาจดทะเบียนสมรสในวันนี้ จะได้รับของขวัญเป็นสเปรย์ แอลกอฮอล์ ตั้งใจออกแบบให้เป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังได้มีการจับรางวัลเป็นห้องพักโรงแรมระดับ 5 ดาว ในพื้นที่หาดอ่าวนาง และหาดทับแขก อ.เมืองกระบี่ รวม 39 กว่ารางวัล สปา ร้านอาหาร มอบให้แก่คู่บ่าวสาว ภายใต้คำขวัญ “บันทึกรัก ณ เมืองกระบี่” ปี 2 

ผู้สื่อข่าวรายวานว่า สำหรับคู่รักของตากับยาย ยังโชคดีได้รับรางวัล ถึง 3 รางวัล  โดย 1 ใน 3 รางวัล เป็นห้องพักโรงแรมหรู.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สวนนงนุช’จัดจดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง วันวาเลนไทน์

Posted on February 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635556

‘สวนนงนุช’จัดจดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง วันวาเลนไทน์

วันจันทร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.33 น.

‘สวนนงนุช’จัดจดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง วันวาเลนไทน์

14 กุมภาพันธ์ 2565 ที่สวนลอยฟ้าสวนสวยแปลกแห่งเดียวในโลก สวนนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่าที่พันตรีชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วย นายยศวัฒน์ ภูวรัตน์เลิศคุณ นายกเทศมนตรีตำบลเกร็ดแก้ว และนางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธ์ ผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา ผู้แทนนายกัมพล  ตันสัจจา  ประธานสวนนงนุช ร่วมเป็นประธานในพิธีจดทะเบียนสมรส บนหลังช้าง 14 กุมภา วันวาเลนไทน์” ประจำปี 2565 ให้กับคู่บ่าวสาวจำนวน 9 คู่ โดยมี นักท่องเที่ยวร่วมเป็นสักขีพยานรักกัน สร้างสันวันแห่งความรักและกระตุ้นการท่องเที่ยว ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 เข้ม

ภายในงานทางสวนนงนุชพัทยา ได้จัดขบวนแห่ขันหมากขึ้น อย่างยิ่งใหญ่ โดยนำคู่สมรส 9 คู่แรก นั่งบนหลังช้าง เพื่อร่วมขบวนแห่ขันหมาก เข้าสู่บริเวณจัดงาน ณ สวนลอยฟ้าสร้างความตื่นตา ตื่นใจให้กับคู่บ่าวสาวที่มาร่วมงาน ซึ่งในปีนี้มีคู่รักมาร่วมจดทะเบียนคู่รักบนหลังชาติ กว่า 50 คู่ ทั้งนี้คู่รักที่ร่วมกิจกรรมจะได้ขึ้นหลังช้าง เพื่อรับทะเบียนสมรสทุกคู่ พร้อมรับของที่ระลึกไม้มงคล  และในวันเดียวกันนี้สวนนงนุชพัทยายังถือโอกาสดีเปิดตัวต้นมะกอกโอลีฟยักษ์อายุมากกว่า 400 ปี จำนวน 5 ต้น เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่มั่นคงและยังยืนในวันแห่งความรัก

สำหรับต้นมะกอกโอลีฟ ถือเป็นพืชที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในเขตเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งมีลักษณภูมิประเทศร้อนและแห้ง ส่วนสำคัญของต้นคือผล ซึ่งนำมาทำน้ำมันมะกอก และลักษณะเด่นอีกอย่างก็คือ มีอายุยืนยาวมาก ซึ่งทางสวนนงนุชพัทยาได้รวมพันธุ์ไม้จากทุกมุมโลกได้มากกว่า 18,000 ชนิด แล้วนำมาจัดเรียงประดับตกแต่งทำให้สวนนงนุชพัทยา ติดหนึ่งใน 10 สวนสวยที่สุดในโลกเพื่อให้เด็ก เยาวชน และบุคคลทั่วไปได้เข้ามาเยี่ยมชม ศึกษาหาความรู้ ต่อไป -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’ ธุดงค์กลับบ้านเกิดออกตามหา ‘หลวงปู่ขาว อนาลโย’

Posted on February 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635544

'หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท' ธุดงค์กลับบ้านเกิดออกตามหา 'หลวงปู่ขาว อนาลโย'

วันจันทร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.44 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) ในระหว่างที่ หลวงปู่เจี๊ยะได้รับคำสั่งจากท่านพระอาจารย์มั่น ให้ไปดูแลอาการอาพาธของหลวงปู่เสาร์ ที่วัดดอนธาตุ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลฯ นั้น ท่านพระอาจารย์มั่น ได้พาหมู่คณะเดินทางออกจากวัดป่าสุทธาวาส มาพักที่บ้านนาสีนวลและบ้านนามนชั่วระยะกาลหนึ่ง แล้วจึงเข้ามาพักที่เสนาสนะป่าบ้านโคกด้วยความผาสุกทั้งกายและจิตใจ ไม่มีการเจ็บไข้ได้ทุกข์

*ธุดงค์กลับ-กราบพระอาจารย์มั่น

หลังจากทราบว่า พระอาจารย์มั่นจะพักอยู่จำพรรษาที่เสนาสนะป่าบ้านโคก ตนจึงรีบเร่งฝีเท้าออกเดินทางจากอำนาจเจริญ จาริกรอนแรมตามหมู่บ้าน ตำบลมาเรื่อยๆ พักตามป่าช้า ท้องทุ่ง ลอมฟาง เขาป่า ภูผาหิน เดินเท้าค่ำที่ไหนก็นอนที่นั่น เพราะอยู่กับท่านพระอาจารย์มั่นมาเกือบสามปี ได้ประสบการณ์ในการอยู่ตามป่ามาบ้างพอสมควรกินก็เริ่มกินง่าย ถึงจะตายก็คิดว่าสะดวก

การเดินธุดงค์ในระยะนี้ จึงนับว่าเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้พิจารณาธรรมเต็มความสามารถ เพราะไม่มีสิ่งใดก่อกวน พระพุทธองค์จึงตรัสธรรมะเกี่ยวกับการอยู่ป่าไว้มาก เพราะพระองค์ ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานในป่า ในอนุศาสน์ที่พระอุปัชฌาย์พร่ำสอนเมื่อ บวช ก็สอนให้ไปอยู่ป่า อยู่ตามรุกขมูลร่มไม้

ย่างเข้าสู่เดือนมีนาคม ฤดูแล้งแล้วอากาศร้อนอบอ้าว หาพัก ตามร่มไม้ชายเขา ร่มยางใหญ่ มีทางลมพัดผ่าน ก็พอไล่อากาศร้อน อบอ้าวหนีไปได้บ้าง การออกมาจากท่าน อาจจะว้าเหว่อยู่บ้าง แต่การออกมาปฏิบัติภารกิจตามคำสั่งของท่าน ก็เป็นความอุ่นใจภายใต้ ร่มบารมี จะเดิน จะทำ จะพูด จะคิดอะไร มีเสียงเตือนของท่านแว่ว มาทางโสตประสาทเสมอ เหมือนเดินวนเวียนอยู่ใต้ร่มไม้ร่มใหญ่ใบดกหนา อีกทั้งใต้พุ่มไม้นั้น ก็มีน้ำให้อาบดื่มกิน นำพาความรำพึงหวัง ให้สดชื่นแก่จิตใจได้ไม่น้อย

หลวงปู่ท่านเล่าว่า ชีวิตพระป่าถ้าทำให้มันพะรุงพะรังนัก มันหนักตนเอง “มันถ่วงหัวทุบหาง” ท่านพระอาจารย์มั่นท่านว่าอย่างนี้ หนักปัจจัยสี่ ไปที่ไหนรกรุงรัง ท่านพระอาจารย์มั่นท่านสอนอย่างนี้เสมอ ลาภสักการะย่อมฆ่าคนโง่ที่หลงงมงายได้ อันนี้จำเอาจนขึ้นใจ

ท่านสอนว่า “ถ่วงหัว ทุบหาง” เหมือนกับเวลาเขาดักสัตว์ในป่า เขาเอาก้อนหินเทินกันไว้แบบหมิ่นเหม่เอาไม้ค้ำไว้ ใส่เหยื่อเข้าไปวางไว้ กระรอก กระแต ลิง ค่าง อะไรพวกนี้เห็นอาหารนั้น ก็รีบวิ่งปรี่เข้าไปเอาเหยื่อด้วยความอยาก เมื่อเข้าไปกินเหยื่อจะวิ่งชนไม้ที่ค้ำก้อนหินที่วางดักนั้น ก้อนหินนั้นก็จะหล่นลงมาทุบหัวตาย ในที่สุดสัตว์เหล่านั้นก็เป็นอาหารของมนุษย์ผู้ซึ่งฉลาดกว่า ภาษาทางภาคอีสานเขาเรียกว่า “ดักอีทุบ” สัตว์ตัวไหนหลงเข้าไปในกลลวงที่เขาหลอก ก็มีแต่ตายอย่างทรมานเท่านั้น

*จิตปราดเปรียวตลอดทาง

สมณะที่ออกเจริญสมณธรรมตามป่าตามเขาก็เช่นเดียวกัน ไปเจอเสียงเยินยอสรรเสริญว่าขลังอย่างนั้น ดีอย่างนี้ มีลาภสักการะ มีคนนับถือมากเข้าแล้วลืมตน ลืมพระธรรมคำสอนของครูบาอาจารย์ จิตใจไพล่ไปยินดีในปัจจัยสี่เหล่านั้น ก็จะถูกสิ่งเหล่านั้นทับหัวใจ ทุบหัวใจ ให้กลายเป็นผู้ไร้ศีลธรรม ไร้ยางอาย พิจารณาอะไร นั่งภาวนาอย่างไรก็ยกจิตไม่ขึ้น จิตนั้นถูกกดทับด้วยกิเลสอย่างหยาบ

เมื่อพิจารณาถึงคำสอนของท่านพระอาจารย์มั่นที่แว่วมาอยู่เรื่อยๆ จึงไม่เกี่ยวยุ่งด้วยผู้คน นำธรรมะที่ท่านสอนมาพิจารณาตีให้แตกด้วยอริยสัจสี่ คลี่คลายไม่ลดละ จิตตอนนั้นปราดเปรียวหมุนโดยอัตโนมัติ 

เมื่อรอนแรมภภาวนาตามป่าทางอุบลฯ นครพนม มุกดาหาร แก่กาลพอสมควร จึงเดินตัดเข้าสกลนคร ในระหว่างทางนั้นผ่านป่าดงทึบ ต้นไม้ใหญ่โอบไม่รอบป่ายังคงเป็นป่า สัตว์เสือยังมีมาก แบกกลดเข้าป่าออกป่า ขึ้นภู ลงเขา เดินไปนานๆ จะพบหมู่บ้านสักหลัง ส่วนมากเป็นชาวไร่ ขุดดินทำไร่ในป่าลึกๆ

เดินเหนื่อยยากลำบากแหลือเกิน บางทีนั่งพักใต้ร่มไม้อากาศ ร้อนๆในตอนกลางวันกระหายน้ำ น้ำหมดก็ อดทนเอา เดินไปสักเดี๋ยวก็เจอชาวบ้านป่า เมื่อเห็นพระก็กุลีกุจอนำน้ำมาถวายด้วยศรัทธา โดยที่เราไม่ต้องบอก บางแห่งก็ผ่านทุ่งกว้างมีแต่ฝูงวัวฝูงควาย พวกเด็กเลี้ยงควายหยอกล้อหัวเราะร่าร้องเพลงกันลั่นตามทุ่งนา

เมื่อพิจารณาไปหลายๆ อย่างด้วยปัญญาสามัญธรรมดานี่แหละ “โอ!…เขาหาอยู่หากินตัวเป็นเกลียว อดอยากลำบากแค้นแสนทุกข์แสนทน… เราก็มาหาธรรมลำบากก็ต้องทนเพื่อลดทุกข์ ปลดเปลื้องใจ เขาหากิน เราหาธรรม เขาแสวงเรื่องโลก เราแสวงธรรม”

ตกพลบค่ำก็นั่งภาวนา ถ้ามีทางพอเดิน ก็เดินจงกรม เผื่อว่าจะได้ไม่เก้อเขินเมื่อท่านพระอาจารย์มั่นทักถามเรื่องธรรมปฏิบัติ คือกลัวท่านดุเอา ว่าออกไปไม่ตั้งใจปฏิบัติ

เมื่อเดินทางมาถึงสกลนคร หลวงปู่ท่านก็ตรงดิ่งเข้าไปที่อำเภอโคกศรีสุพรรณ บ้านโคก ตรงไปยังป่าช้าบ้านโคก เป็นที่ที่ท่านพระอาจารย์มั่นพำนัก เมื่อถึงแล้วก็รีบเข้าไปกราบเรียนความเป็นไป ทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับการมรณภาพของหลวงปู่เสาร์

*สู่เสนาสนะป่าบ้านโคก

ภายหลังจากอยู่จำพรรษาในภาคเหนือเป็นเวลา ๑๒ ปีแล้ว พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าโนนนิเวศน์ จังหวัดอุดรธานี ตามคำอาราธนาของท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) เป็นเวลา ๓ พรรษา แล้วจึงมาพำนักที่เสนาสนะป่าบ้านโคก ตรงที่เป็นบริเวณวัดร้างชายป่า ใกล้บ้านโคก ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ในปัจจุบันคือที่ว่าการอำเภอโคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร

โดยพระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ ได้ทราบข่าวการจำพรรษาของท่านพระอาจารย์มั่น จึงเดินทางจากจันทบุรีเข้ามานมัสการพระอาจารย์มั่น ซึ่งบ้านโคกแห่งนี้คือบ้านเดิมของพระอาจารย์กงมาเอง

พระอาจารย์กงมาได้พยายามแนะนำชาวบ้านให้พากันเสื่อมใสในธรรม จนบรรดาญาติมิตรเดิมของท่านก็ได้พากันเลื่อมใสปฏิบัติธรรมกันมากขึ้นเป็นลำดับ เท่ากับท่านได้มาโปรดญาติโยมของท่านอีกด้วย และในช่วงนี้เอง พระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ซึ่งได้มอบตัวเป็นศิษย์ และอยู่ฝึกหัดกัมมัฏฐานกับหลวงปู่มั่นเป็นครั้งแรก ณ เสนาสนะแห่งนี้

เมื่อมาอยู่ที่ใหม่นี้ชาวบ้านจึงถวายที่ตั้งวัด ได้สร้างศาลาและกุฎิถวายหลวงปู่มั่น ตั้งชื่อสำนักสงฆ์นี้ว่า “วัดป่าวิสุทธิธรรม” เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๔๘๕ เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่หลวงปู่มั่นได้มาจำพรรษา ณ บ้านโคก อันเป็นบ้านเกิดของพระอาจารย์กงมา

ส่วนพระอาจารย์มั่นได้ไปจำพรรษาที่เสนาสนะป่าบ้านนามน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ ๒ กิโลเมตร ในปี พ.ศ. ๒๔๘๖ และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๗ ท่านจึงได้มาจำพรรษาที่วัดป่าวิสุทธิธรรม ตามที่พระอาจารย์กงมาได้อาราธนานิมนต์

ในระหว่างพรรษา ท่านพระอาจารย์มั่นชอบเรียกหลวงปู่เจี๊ยะว่า “เฒ่าขาเป๋” หรือบางทีท่านก็เรียกว่า “ผ้าขี้ริ้วห่อทอง” ตามแต่ท่านจะพูดและสอนเพื่อเป็นคติ ตอนหลังท่านอาจารย์มหาบัว ท่านก็เมตตาเรียกเหมือนกัน

อยู่มาวันหนึ่งท่านพระอาจารย์มั่น ได้พูดถึงหลวงปู่ขาว อนาลโย ว่า “หมู่เอ๊ย!…ให้รู้จักท่านขาวไว้นะ ท่านขาวนี่เธอได้พิจารณาถึงที่สุดแล้ว” หลังจากท่านกล่าวชมหลวงปู่ขาวแล้ว ท่านหันมาพูดเรื่องหลวงปู่เจี๊ยะว่า

“เออหมู่เอ๊ย!…มีหมู่มาเล่าเรื่องการภาวนาให้เราฟังที่เชียงใหม่ เว้ย… เธอปฏิบัติของเธอสามสี่ปีเหมือนเราลงที่นครนายก มันลงเหมือนกันเลย” ท่านย้ำว่าอย่างนั้น

“ท่านองค์นี้ภาวนา ๓ ปี เท่ากับเราภาวนา ๒๒ ปี อันนี้เกี่ยวเนื่องกับนิสัยวาสนาของคนมันต่างกัน

หลวงปู่ท่านกล่าวว่า “การที่ตนนำสิ่งที่ครูบาอาจารย์ชมมาเล่า ไม่ได้หมายยกตนเทียมท่าน แต่การที่ฝึกปฏิบัติเร็วช้านี้ แล้วแต่บุญกรรมและความเพียรของใครของมัน ที่พูดให้ฟังนี้ไม่ได้เทียบกับท่าน แต่นำสิ่งที่ท่านพูดมาพูดให้ฟัง จะได้รู้ว่าเบื้องหลังเราปฏิบัติมายังไง”

*สงฆ์ในนิมิตพระอาจารย์มั่น

ช่วงพรรษาที่ ๗-๑๐ หลังจากได้อยู่ร่วมกับท่านพระอาจารย์มั่นเป็นเวลา ๓ ปี ๔ แล้งแล้ว ผ่านฤดูแล้งปี ๘๖ ท่านพระอาจารย์มั่น ท่านปรารภจะไปจำพรรษาที่เสนาสนะป่าบ้านนามน

หลวงปู่เจี๊ยะท่านเห็นว่า ท่านพระอาจารย์มีลูกศิษย์ลูกหามากขึ้นแล้ว อาจารย์มหาบัว ซึ่งมาฝากตัวเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่นก็เป็นที่ตายใจ ท่านเก่งฉลาด เป็นที่ตายใจในเรื่องเกี่ยวกับท่านพระอาจารย์ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม

เรื่องข้อวัตรปฏิบัติที่ท่านเคยทำมาเป็นเวลานานสมควรกับท่านอาจารย์มหา เพราะท่านมีวิชาความรู้ กล้าสู้หน้าไม่อายใคร และจะเป็นประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่หมูคณะต่อไปในอนาคต เหมือนดั่งนิมิตที่ท่านพระอาจารย์มั่นทำนายไว้ที่ดอยคำ บ้านแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ว่า “ท่านองค์นี้ ลักษณะเหมือนท่านเจี๊ยะ แต่มิใช่ท่านเจี๊ยะ จะทำประโยชน์ให้แก่หมู่คณะ ท่านนิมิตเห็นพระหนุ่ม ๒ รูป นั่งข้าง ๒ เชือก ติดตามท่านซึ่งนั่งสง่างามบนช้างตัวขาวปลอดค่าโขลงเป็นช้างใหญ่ พระหนุ่มสองรูปนี้จะสำเร็จก่อนและหลังท่านนิพพานไม่นานนัก และจะทำประโยชน์ใหญ่ให้พระศาสนา”

เมื่อหลวงปู่ท่านเห็นท่านอาจารย์มหาบัวเข้ามา ก็ตรงตามลักษณะที่ท่านทำนายไว้ก็เบาใจเป็นที่ยิ่ง ถึงได้กับอุทานภายในใจว่า “นี่แหละ องค์นี้แหละต้องเป็นองค์ที่ท่านทำนายไว้อย่างแน่นอน เจอแล้วทีนี้”

เมื่อท่านอาจารย์มหาบัวเข้ามา รู้สึกว่าท่านเมตตาเป็นพิเศษ ข้อวัตรปฏิบัติอะไรท่านตั้งใจปฏิบัติรักษาสุดความสามารถ สุดชีวิต เหมือนดังที่หลวงปู่ท่านเคยทำ ความเพียรท่านก็แรงกล้า มีสติปัญญาไวเป็นเลิศ สมเป็นผู้มีบุญมาเกิด ประเสริฐด้วยความดี

อย่างนี้อีกไม่นานต้องพบพานธรรมอันเลิศ บุญเขตอันประเสริฐจะบังเกิดในวงพุทธศาสน์ เป็นปราชญ์ทางธรรม ค้ำชูพระศาสนาเหมือนอย่างที่ท่านพระอาจารย์มั่นทำนายเอาไว้อย่างแน่นอน เมื่อคิดดังนี้จึงดำริว่า สมควรที่หมู่ผู้ที่ไม่เคยมาจะได้ช่องเข้าศึกษาปฏิบัติ

*ตามหาหลวงปู่ขาว อนาลโย

ในขณะนั้นพระเณรที่ติดตามและลูกศิษย์ของท่านพระอาจารย์มั่นมีมากขึ้นโดยลำดับ ชื่อเสียงเรื่องคุณธรรมของท่านเป็นที่เลื่องลือขจรไปทั่วทุกทิศ หลวงปู่เจี๊ยะจึงเข้าไปกราบลาท่านและปลีกตัวอยู่องค์เดียวเร่งความเพียร โดยพยายามสืบเสาะหาว่าท่านอาจารย์ขาว อนาลโย อยู่ที่ไหน เพราะท่านเป็นพระที่ท่านพระอาจารย์มั่นรับรองว่า เป็นพระถึงที่สุดแห่งธรรมแล้ว ได้ทำไว้ในใจว่า ถ้าทราบข่าวว่า ท่านอาจารย์ขาวอยู่ที่ไหน ก็จะดั้นด้นเข้าไปกราบให้จงได้

เมื่อท่านออกจากท่านพระอาจารย์มั่นแล้วก็เพียรค้นหาพระอาจารย์ขาว อนาลโย จนเจอ แล้วก็มาได้ศึกษาคุยสนทนาธรรมกับท่านในเรื่องการปฏิบัติได้ถามเรื่องต่างๆ นานา เพราะพระอาจารย์ขาวท่านเป็นผู้เฒ่าผู้แก่มีความชำนิชำนาญ หลวงปู่เจี๊ยะท่านว่า สมัยท่านยังเป็นเด็กอยู่ก็ต้องศึกษากับครูบาอาจารย์ สิ่งใดผิด สิ่งใดถูก แล้วก็ได้เป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นการค้นคว้าจึงเป็นหลักสำคัญมาก ค้นลงไป ค้นให้มาก ค้นเข้าไป พิจารณาไปเพื่อให้เห็นความจริง

ทุกครั้งที่ได้พบพระอาจารย์ขาวกี่ครั้งๆ ท่านก็ถามว่า “เจี๊ยะเป็นไงเอ๊ย ค้นบ่ ค้นบ่” ท่านถามบ่อยๆ “ค้นครับ” หลวงปู่ท่านก็ตอบท่านอย่างนั้น

“เออ! เอาอย่างนั้นสิ” ท่านพูดให้กำลังใจว่าที่ทำนั้นถูกต้อง ไม่ผิด

ออกจากที่นั่นแล้วก็เดินทางไปพักอยู่บริเวณป่าช้าบ้านนาสีนวล จำพรรษาที่บ้านนาสีนวล วนเวียนอยู่ในรัศมีของท่านอาจารย์มั่น บ้านนาสีนวลห่างจากบ้านนามน ซึ่งเป็นสถานที่พระอาจารย์มั่นจําพรรษาในระยะนั้นไม่มากนักเดินทางไปมาได้สะดวกจนวันอุโบสถก็เดินทางมาร่วมทำอุโบสถกับท่าน รับโอวาทเทศนาธรรมที่ท่านแสดงไม่ว่าจะไปที่ไหน ประหนึ่งว่าท่านดูเราอยู่ตลอดเวลา

*ธุดงค์กลับบ้านเกิด

เนื่องจากหลวงปู่เจี๊ยะท่านจากบ้านเกิด คือจังหวัดจันทบุรี มานานเป็นเวลา ๙ ปีแล้ว เฝ้ารำลึกถึงพระคุณของบิดามารดาอยู่ไม่ห่าง อยากจะทดแทนคุณท่านด้วยอรรถด้วยธรรม แทนข้าวน้ำปลาอาหารทรัพย์สินเงินทอง อย่างที่ชาวโลกเขาตอบแทนกัน กอปรกับเวลานั้นทราบข่าวว่าโยมแม่ป่วย จึงนับว่าเป็นเหตุสมควรที่จะเดินทางกลับมาถิ่นฐานบ้านเดิม อีกทั้งคิดถึงท่านพระอาจารย์ลี ธมฺมธโร วัดป่าคลองกุ้ง จ.จันทบุรี- วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ เป็นบุพพาจารย์สอนธรรมะมาก่อน

เมื่อคิดเช่นนั้น หลวงปู่เจี๊ยะก็ธุดงค์จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาทางภาคตะวันออกอันเป็นถิ่นฐานบ้านเดิม แวะพักตามชายป่าชายเขา รุกขมูลร่มไม้ การสัญจรไปมาในระยะนั้นถนนหนทางยังไม่สะดวก ไปที่ไหนส่วนมากเดินไปด้วยเท้า ไม่ค่อยมีรถยนต์

ท่านกล่าวว่า กรรมฐานทุกวันนี้แตกต่างกับกรรมฐานสมัยก่อนมาก เป็นกรรมฐานขุนนางเนื้อตัวโดนแดดโดนลมไม่ได้กลัวจะดำ หรูหราฟุ่มเฟือยมากเหลือเกิน ธุดงค์ขึ้นรถไปเลยบางทีนั่งเรือบินไปธุดงค์ เพียงแค่ขณะจิตแรกนี้มันก็ไม่เป็นธรรมเสียแล้ว

“เราอยู่กับท่านพระอาจารย์มั่นลำบากเหลือเกิน อาหารการกินไม่บริบูรณ์เหมือนทุกวันนี้ กินพริกกินเกลือเพียงแค่นี้ก็อยู่ปฏิบัติธรรมได้แล้ว เดี๋ยวนี้อาหารมากมายกองทับหัวพระแล้ว จึงทำให้พากันนิสัยเสียไปหมด อยู่กับท่านเรื่องกินจึงไม่กังวล ภาวนาอย่างเดียว”

นี้แหละจึงบอกให้ทราบว่า กรรมฐานแบบท่านพระอาจารย์มั่นนั้น ท่านสู้ตายเพื่ออรรถธรรมจริงๆ ไม่เห็นแก่ปากแก่ท้อง แต่กรรมฐานขุนนางนี่สิ ลาภเกิดก่อนธรรม มันผูกมัดรัดจิตไว้หมด ปฏิบัติภาวนาจึงไม่ไปไหน วนๆไปอยู่ขอบนรกนั่นแหละ คือวนๆคลุกคลีอยู่กับพวกชาวบ้านแถวบ้านร้านตลาดนั่นแหละ ไม่กล้าที่จะไปไหนไกลๆ เพื่อธุดงค์หรอก

หลวงปู่ท่านเล่าอีกว่า ในระหว่างที่ท่านธุดงค์กลับทางบ้านเกิดนั้น การพิจารณาด้วยปัญญามันรวดเร็วดั่งใจ กำหนดนี้ถึงไหน ถึงนั้นไม่พรั่นพรึง พิจารณากายถอยหน้าถอยหลังเบื้องบนเบื้องล่าง อนุโลมปฏิโลม พิจารณาซะจนจิตนี้ราบเป็นหน้ากลอง ถึงความเป็นสภาพหนึ่งเดียว ประจักษ์ใจในพระธรรมที่ปรากฏสุดที่จะพรรณนา

สิ่งที่ท่านพระอาจารย์มั่นพร่ำสอนว่า “คัมภีร์ธรรมนั้น อยู่ที่กายกับจิต พิจารณาเข้าไปเป็นของดี ไม่ต้องไปหาที่อื่นไกล ก็มาปรากฏเป็นประจักษ์ญาณอันเด่นดวง”

เมื่อเกิดวิตกยกจิตขึ้นมาด้วยสมถะ มากเกินไป จิตมันก็ดับ เมื่อเราวิจารณ์คือ พิจารณามากเกิน ไม่พักจิต จิตมันก็ดับ ดังนั้น ทั้งสมถะและวิปัสสนา เราทิ้งไม่ได้ต้องบำเพ็ญให้ชำนิชำนาญ ถ้าบำเพ็ญอยู่ไม่หยุดไม่ถอยแบบนี้เราก็จะหลุดพ้นจากกิเลสไปได้

หลวงปู่ท่านกล่าวว่าไม่ว่าท่านจะไปอยู่ที่ใด จะสุขหรือทุกข์ คำสอนของท่านพระอาจารย์มั่นจะมากระตุ้นเตือนอยู่เสมอว่า “การปฏิบัติอย่าให้เนิ่นช้า อย่าให้เสียเวลาในชาติปัจจุบัน” เมื่อนึกถึง คำสอนของท่านพระอาจารย์อย่างนี้ก็เร่งความเพียรโดยตลอด

เมื่อเดินทางเข้ามาถึงกรุงเทพฯ ก็เข้าไปขอพักกับสมเด็จพระสังฆราชเจ้า(ชื่น) ที่วัดบวรฯ ทุกๆ ครั้งที่ผ่านทางกรุงเทพฯ จะเข้าไปพักกับท่านเสมอๆ

………………………

ตามรอยพระอริยะเจ้า! “หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท” พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” ท่านคือสมณะสงฆ์สายป่าผู้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองของแม่ทัพกรรมฐานแห่งสยาม : ดำรงธรรม เรียบเรียง

(ติดตามตอนต่อไป)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โอ้โหอยากได้! ช่อธนบัตรสื่อรักวันวาเลนไทน์ ร้านขายดีวันเดียวยอดพุ่งนับล้าน

Posted on February 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635524

โอ้โหอยากได้! ช่อธนบัตรสื่อรักวันวาเลนไทน์ ร้านขายดีวันเดียวยอดพุ่งนับล้าน

วันจันทร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.16 น.

14 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวบรรยากาศเทศกาลวันวาเลนไทน์ ที่ราชบุรีคึกคัก คู่รักต่างพากันไปซื้อดอกกุหลาบ ช่อตุ๊กกระตาหมี โดยเฉพาะช่อธนบัตรที่ร้านจำหน่ายและจัดดอกไม้สด ร้านภัณฑโชค บูทีค ฟลาวเวอร์ (Panthachok Boutique Flowers) ที่ตั้งอยู่อาคารพาณิชย์ริมถนนแม้นรำลึก เขตเทศบาลเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดราชบุรี ซึ่งทางร้านได้มีการตกแต่งหน้าร้านด้วยโทนสีชมพู ให้เข้ากับบรรยากาศแห่งความรักอย่างโดดเด่น ที่จำหน่ายทั้งรูปแบบหน้าร้านและทางออนไลน์ พร้อมจัดส่งถึงมือคนรัก คนพิเศษแบบฟรีๆ 24 ชม. ยาวไปจนถึงวันที่ 15 ก.พ.65

แต่ที่กำลังเป็นกระแสและได้รับความนิยม เอาใจหนุ่มสาวคู่รักสายเปย์ ซึ่งสั่งช่อธนบัตรในรูปแบบพับเป็นช่อกุหลาบและช่อแบบพัด ติดโบว์รักสีชมพูหรือดอกกุหลาบสีแดง โดยใช้ธนบัตร ฉบับละ 20 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1,000 บาท แบ่งไปตามสี และตามรูปแบบในการจับช่อ ที่มียอดสั่งสูง ตั้งแต่ช่อละ 500 บาท 5,000 บาท ช่อละ 10,000 บาท และสูงสุด ช่อละ 100,000 บาท และ 200,000 บาท ทำให้มียอดสั่งรวมกันสูงเป็นประวัติการ จำนวน 1.2 ล้านบาท

นายวีระวัสส์ กิตติภัทรภิญโญ เจ้าของร้านกล่าวว่า เทศกาลวาเลนไทน์ปีนี้ การสั่งซื้อช่อดอกไม้สำหรับคนพิเศษของทางร้านคึกคักเป็นอย่างมาก ซึ่งเกินกว่าที่เราได้คาดคิดเอาไว้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง เราได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยเฉพาะการบริการส่งถึงมือผู้รับหรือคนพิเศษ

สำหรับในปีนี้ของขวัญวันวาเลนไทน์ ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับแรก คือช่อแบบธนบัตรที่คู่รักให้ความสนใจมาสั่งให้ทางร้านจัด ตั้งแต่ราคา 500 บาท ไปจนถึง 5,000 บาท ใช้ธนบัตรฉบับละ 20 บาท 100 บาท และ 500 บาท ส่วนช่อพิเศษเริ่มตั้งแต่ 10,000 บาท 20,000 บาท 100,000 บาท และ 200,000 บาท มีทั้งรูปแบบพับเป็นดอกกุหลาบและแบบไม่พับจับเป็นช่อเป็นพัด

ส่วนดอกกุหลาบได้รับความนิยมรองลงมา แต่ยังคงได้รับความสนใจอันดับต้นๆของทางร้าน ตามลักษณะการจับช่อ ทั้งดอกใหญ่ ช่อดอกเล็ก ส่วนราคาเริ่มตั้งแต่ดอกละ 200 บาท ส่วนถ้าจัดเป็นช่อจะคิดราคาประมาณ 350 – 450 ไปจนถึง 1,500 บาท ซึ่งก็มีหลายราคาให้เลือกและยังมีรูปแบบตามใจลูกค้า

ส่วนช็อกโกแลต ตุ๊กกระตาหมี ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของผู้ซื้อ มีให้เลือกนับ 100 รูปแบบ และราคาถูกกว่าดอกกุหลาบ ราคาเริ่มต้นที่ช่อละ 150 บาท ไปจนถึง 350 – 2,500 บาท ขึ้นอยู่ตามแบบที่ลูกค้าสั่ง ซึ่งจะเป็นกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและนักเรียน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ว่าฯร้อยเอ็ดทำบุญอายุวัฒนมงคล 65 ปีเกจิดัง ‘หลวงพ่อสายทอง’ วัดดอนเกลือ

Posted on February 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635514

ผู้ว่าฯร้อยเอ็ดทำบุญอายุวัฒนมงคล 65 ปีเกจิดัง 'หลวงพ่อสายทอง' วัดดอนเกลือ

วันจันทร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.48 น.

ผวจ.ร้อยเอ็ด นำข้าราชการร่วมพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 65 ปีพระครูสิริธรรมโกวิท หรือ หลวงพ่อสายทอง เกจิดังวัดดอนเกลือ เจ้าคณะอำเภอทุ่งเขาหลวง

วันนี้ (14 ก.พ.65) เมื่อเวลา 09.30 น.นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 65 ปี พระครูสิริธรรมโกวิท หลวงพ่อสายทองวัดดอนเกลือ เจ้าคณะอำเภอทุ่งเขาหลวง ที่วัดดอนเกลือ ตำบลบึงงาม อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยผู้แทนนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วม โดยมีพระพรหมวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 (ธ) เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 

ภายในพิธี นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานในพิธีจุดเทียนส่องธรรม จากนั้นพระพรหมวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 (ธ) เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย ได้แสดงพระธรรมเทศนาให้ศิษยานุศิษย์สาธุชน รวมถึงมีการทั้งถวายเครื่องไทยธรรมกัณฑ์เทศน์ กรวดน้ำรับพร พระสงฆ์ 66 รูป พร้อมอนุโมทนาสาธุชนกรวดน้ำ รับพรถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสามเณร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว อีกทั้งถวายน้ำสรงแด่หลวงพ่อพระครูสิริธรรมโกวิท และพิธีบายศรีสู่ขวัญ เป็นอันเสร็จพิธี

เดิมหลวงพ่อสายทอง มีชื่อว่า สายทอง ร่มศรี เกิดเมื่อ 7 มิถุนายน 2500 บิดาชื่อนายเจริญ เป็นพ่อค้าเส้นไหม มารดาชื่อนางหมุน ทอผ้าไหมขาย มีบ้านเกิดที่ ตำบลบึงงาม อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด ช่วงวัยเด็กเป็นคนขยัน รับจ้างทำทุกอย่าง อีกทั้งชอบไปวัดกับยาย เป็นคนมีความจำดี ได้ฟังธรรมครั้งเดียวจำได้หมด จึงมีผู้ใหญ่มาสอนวิชาเป่างูสวัด เป่าบาดแผลตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก เมื่ออายุครบบวชจึงได้อุปสมบทที่ วัดสุดารังสรรค์ ตำบลบึงงาม อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด และปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนเกลือ เจ้าคณะอำเภอทุ่งเขาหลวง รวมเป็นเวลา 44 พรรษา – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตำรวจอุตรดิตถ์ถอดเครื่องแบบ! ติดปีก’คิวปิด’ แจกรักวันวาเลนไทน์

Posted on February 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635513

ตำรวจอุตรดิตถ์ถอดเครื่องแบบ! ติดปีก'คิวปิด' แจกรักวันวาเลนไทน์

วันจันทร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.48 น.

ตำรวจอุตรดิตถ์ ถอดเครื่องแบบแต่งคิวปิดยุค5G มอบความรักเนื่องในวันวาเลนไทน์ พร้อมเปิดตัวจ่าตุ๊กสุขเกษม สายตรวจสามล้อบริการประชาชนและนักท่องเที่ยว

14 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศในวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ถนนประชานิมิตรเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์บริเวณหน้าโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณีโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป็กทอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วยพ.ต.อ.สมเกษมจารักษ์ ผกก.สภเมืองอุตรดิตถ์ นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ แจกอมยิ้มรูปหัวใจแทนใบสั่งและถอดเครื่องแบบชุดตำรวจมาในชุดคิวปิดสร้างความรักความสามัคคีทแทนความรักและความปรารถนาดีให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนตลอดจนปลุกจิตสำนึกน้องๆนักเรียนเยาวชนสร้างความอบอุ่นประทับใจเนื่องในวันวาเลนไทน์

พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป็กทอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัอุตรดิตถ์ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ได้จัดกิจกรรมส่งมอบความรักความปรารถนาดีให้กับพี่น้องประชาชนชาวอุตรดิตถ์เพื่อสร้างรอยยิ้มพร้อมจัดชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองอุตรดิตถ์ 2 ทีม และจ่าตุ๊กสุขเกษม1คันทะเบียน  ศก 2 กรุงเทพมหานคร  ขับรถตระเวนแจกอมยิ้มลูกหัวใจให้กับเด็กๆนักเรียนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนบนถนนสายหลักเขตชุมชนเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เป็นถนนแห่งความรักมีตัวแทนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ2นายถอดเครื่องแบบมาในชุดคิวปิด“เทพเจ้าแห่งความรัก”เน้นแจกตามจุดที่มีทางม้าลายหน้าสถานศึกษาเพื่อรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนเตือนให้ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนชะลอความเร็วและหยุดรถเมื่อเห็นทางม้าลายมีน้ำใจในการใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎจารจรจะไม่ให้เกิดอุบัติเหตุสะเทือนใจ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองอุตรดิตถ์ได้เปิดตัวสายตรวจรถตุ๊กตุ๊กซึ่งเป็นรถที่ถูกสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อนำมาบริการนักท่องเที่ยวและประชาชนโดยมีชื่อเรียกว่า”จ่าตุ๊กสุขเกษม”พร้อมสแกนคิวอาร์โค้ด

รถตุ๊กตุ๊กคันดังกล่าวถูกการออกแบบให้ง่ายแก่การจดจำด้วยการทาสีรถให้เป็นรถที่ใส่เครื่องแบบชุดตำรวจมีตามีปากใส่หมวกตราโล่และติดโล้โก้ตำรวจจราจรไว้ข้างรถทั้งยังติดตั้งสัญญาณไซเรนท์ไว้ใช้เมื่อมีเหตุฉุกเฉินทำให้สังเกตได้ง่ายเพราะมีความแตกต่างจากรถตุ๊กตุ๊กที่วิ่งให้บริการรับจ้างทั่วไป

“จ่าตุ๊กสุขเกษม”เป็นรถตุ๊กตุ๊กของตำรวจจราจรสภ.เมืองอุตรดิตถ์เพื่อใช้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่โดยนำรถตุ๊กตุ๊กที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมาดัดแปลงให้มีลักษณะเฉพาะจดจำได้ง่ายเหมือน”จ่าเฉย”5G. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กทม.สรุปยอด‘จดทะเบียนสมรส’วาเลนไทน์ 2,264 คู่ ‘บางรัก’สูงสุด-‘หย่า’ 56 คู่

Posted on February 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635501

กทม.สรุปยอด‘จดทะเบียนสมรส’วาเลนไทน์ 2,264 คู่ ‘บางรัก’สูงสุด-‘หย่า’ 56 คู่

วันจันทร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.09 น.

กทม.สรุปยอด‘จดทะเบียนสมรส’วาเลนไทน์ 2,264 คู่ ‘บางรัก’สูงสุด-‘หย่า’ 56 คู่

14 กุมภาพันธ์ 2565 นายเฉลิมพล โชตินุชิต รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยสถิติการจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2565 ว่า ในปี 2565 ทั้ง 50 เขต มีผู้มาจดทะเบียนสมรส จำนวน 2,264 คู่ และจดทะเบียนหย่า ใน 28 เขต จำนวน 56 คู่ โดยเขตที่มีคู่รักมาจดทะเบียนมากที่สุด เป็นอันดับแรก ได้แก่ เขตบางรัก 385 คู่ รองลงมา เขตบางขุนเทียน 162 คู่ เขตบางซื่อ 87 คู่ เขตบางแค 66 คู่ เขตลาดพร้าว 61 คู่ เขตมีนบุรี 59 คู่ เขตบางบอน 56 คู่ เขตสายไหม 55 คู่ เขตคลองสามวา 54 คู่ และเขตทวีวัฒนา 53 คู่

ส่วนเขตที่มีคู่รักมาจดทะเบียนสมรสน้อยที่สุด ได้แก่ เขตธนบุรี 12 คู่ รองลงมา เขตบางคอแหลม 14 คู่ เขตพญาไท 16 คู่ เขตบางพลัด 18 คู่ เขตวัฒนา 19 คู่ เขตบางกอกใหญ่ 20 คู่ เขตปทุมวัน 21 คู่ เขตวังทองหลาง เขตพระนคร 23 คู่  และ เขตบึงกุ่ม 25 คู่  ในส่วนของการจดแจ้ง ของเขตบางขุนเทียน มีจำนวน 270 คู่

ในปี 2565นี้ มีผู้มาจดทะเบียนสมรสน้อยกว่าปี 2563 ที่มี 2,913 คู่ ส่วนการจดทะเบียนสมรส ปี 2564 ตรงกับวันอาทิตย์ เป็นปีแรกที่กรุงเทพมหานครงดให้บริการจดทะเบียนสมรส ทุกสำนักงานเขต เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ก่อนหน้านี้หากตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ กรุงเทพมหานครจะมีการเปิดให้บริการจดทะเบียนสมรสเป็นกรณีพิเศษ และมีการจัดงานตามเขตต่างๆ อย่างคึกคัก โดยเฉพาะเขตบางรัก ที่มีการจัดงานให้บริการจดทะเบียนสมรสนอกสำนักงานเขต แจกทะเบียนสมรสทองคำทุกปี มีคู่รักแห่ไปจดทะเบียนสมรสจำนวนมาก แต่ต้องงดให้บริการจดทะเบียนสมรสเนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,278,412 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
Trump says that as soon as Election Day ends, 'we're going in with our lawyers' #SootinClaimon.Com
ฉลองมงคลสมรส ธารา รัตนาวะดี - ปภาดา ตันติมาสกุล
SIA flies first batches of Covid-19 vaccines to Australia and New Zealand #SootinClaimon.Com
'พิชัย' เชื่อ 'ทรัมป์' จะทำ ศก.สหรัฐฯ ดีขึ้น พาประเทศออกจากวังวนเดิม
Thais give alms to monks on Father’s Day
New tack for Trump: Delay final vote count #SootinClaimon.Com
โซไซตี้ : เอสจีเอส ประเทศไทย อาสาทำดีเพื่อน้อง ระดมพลังพนักงานจิตอาสา ลงแรง ด้วยใจ ให้น้องๆ ในจังหวัดสตูล ‘เพื่อชีวิต...ที่ดียิ่งกว่า’
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
Davies reiterates US concerns over rights

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d