Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

วาเลนไทน์นี้! สตูลจัด’เทศกาลความรัก…ข้ามกาลเวลา’ 12-14 ก.พ.นี้

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634819

วาเลนไทน์นี้! สตูลจัด'เทศกาลความรัก...ข้ามกาลเวลา' 12-14 ก.พ.นี้

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 09.52 น.

ททท.สำนักงานสตูล จัด“เทศกาลความรัก…ข้ามกาลเวลา”  12-14 ก.พ.นี้  กระตุ้นการจับจ่ายสินค้าชุมชน พร้อมส่งเสริมท่องเที่ยว ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด19

11 กุมภาพันธ์ 2565 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสตูล  ร่วมกับจังหวัดสตูลองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลและเทศมนตรีตำบลกำแพงจัดงานเทศกาล  “ความรัก ข้ามกาลเวลา” ระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2565  เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐ์กิจภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 (COVID-19) สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว และยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล 

โดยชูความสวยงามของธรรมชาติที่สรรค์สร้างได้อย่างลงตัว ของอุทยานแห่งชาติเภตรา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอุทยานฯที่มีความเก่าแก่ของชั้น ”หินข้ามกาลเวลายุคโบราณ 450 ล้านปี”  และสถานที่แห่งนี้ ได้ถูกยกระดับเป็นหนึ่งในอุทยานธรณีโลกสตูลด้วย  โดยเฉพาะการมาเก็บความงดงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ยืนยันในความสวยงามของธรรมชาติที่นี่ และความมหัศจรรย์ของชั้นหินในแต่ละยุค ที่เหมาะกับการเดินทางมาท่องเที่ยวและสัมผัสในเทศกาลแห่งความรักนี้ ไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัว คู่รัก หรือคนโสด ก็มาท่องเที่ยวชื่นชมความสวยงามได้   

นอกจากนี้ภายในงาน  เทศกาล  “ความรัก ข้ามกาลเวลา” ระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2565 ยังได้พบกับการแสดงจากวงกอและแฟมิลี่ , กัวลาบารา , บ้านนายหัว , TG Band , ทองแดงบันเทิง  และอื่นๆอีกมากมาย อิ่มอร่อยกับร้านอาหารกว่า 40 ร้าน สินค้าจากชุมชนท่องเที่ยวจังหวัดสตูล 10 แห่ง จุดเช็คอินมากมาย ณ ที่ทำการเทศบาลตำบลกำแพง ซุ้มอุโมงค์ไฟประดับแอลอีดี , ต้นไม้ประดับไฟ , จุดถ่ายภาพจำลองเขตข้ามกาลเวลา รวมถึงจุดเช็คอิน ณ อุทยานแห่งชาติหมูเกาะเภตรา

นายภาณุ  วรมิตร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสตูล สถานการณ์ท่องเที่ยวสตูลอยู่ในเกรณฑ์ที่ดี จะพบว่ามีนักท่องเที่ยวใกล้เคียง เดินทางกันมาต่อเนื่อง  แม้ในช่วงนี้การจับจ่ายจะน้อยทาง ททท.สำนักงานสตูล เห็นว่ามีความจำเป็นต้องช่วยชุมนุมในการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการจับจ่าย จะขายอาหารการกินของถิ่นและประชาสัมพันธ์ควบคู่กับแหล่งท่องเที่ยว. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องราวดีๆจาก‘ลุงเก๋า’! เดินทาง700กม.ฟื้นความหลัง สะท้อนมิตรภาพยาวไกลกว่าระยะทาง

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634816

เรื่องราวดีๆจาก‘ลุงเก๋า’! เดินทาง700กม.ฟื้นความหลัง สะท้อนมิตรภาพยาวไกลกว่าระยะทาง

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 08.44 น.

ระยะทางไม่ใช่ปัญหา ‘ลุงเก๋า’วัย 53 ปีชาวกรุงเทพฯ รับเงินอั่งเปาช่วงตรุษจีนนั่งรถไฟกว่า 700 กม.ตามหาเพื่อนเก่าฟื้นความทรงจำที่ดีที่อุดรฯ เผยชีวิตต้องสู้ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดสมองตีบ ถูกโกงค่าแท็กซี่ โดนไล่ออกจากงานเมื่อ 4 เดือนก่อน

ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งจากนายวีระพล รักเสมอวงษ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 ว่า ชาวบ้านได้แจ้งให้เข้าไปช่วยเหลือชายคนหนึ่งเดินกะโผลกกะเผลก เหมือนไม่ใช่คนในพื้นที่ คาดว่าจะตามหาใครสักคน จึงได้ไปสอบถามเบื้องต้นขณะที่ชายคนดังกล่าวกำลังนั่งทานข้าวที่ร้านข้ามต้ม

จากการสอบถามทราบชื่อเบื้องต้นว่า “นายเก๋า” ได้เดินทางจากกรุงเทพฯ มาถึง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร (กม.) เพื่อตามหาเพื่อนบ้านที่ใจดีพักอยู่ในซอยเดียวกันย่านลาดพร้าว ชื่อเล่นว่า “ตุ๋ม” แต่ยังหาไม่พบ และเดินรอบ รพ.บ้านดุง อยู่นานจนพลบค่ำ

ต่อมานายวีระพลได้ไปพบกับ นายเก๋า นั่งทานข้าวอยู่ร้านข้าวต้ม สอบถามเบื้องต้นทราบว่าชื่อ นายสมบูรณ์ แซ่ลิ้ม อายุ 53 ปี หรือ “เก๋า” เป็นอดีตอาสาสมัครบรรเทาสาธรณภัยแห่งประเทศไทย และป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ได้นั่งรถไฟมาไกลเพื่อมาหาเพื่อนที่พักอยู่ในซอยเดียวกัน อยากมาเล่นกับเพื่อน แต่ยังหาไม่เจอ

นายเก๋า บอกว่า ตนทำงานเป็นอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย 22 ปี เคยรู้จักกับแม่ของ “นางตุ๋ม” สมัยไปทำงานขายปาท่องโก๋ที่กรุงเทพฯ และอยู่บ้านพักในซอยเดียวกัน ทำให้สนิทกันเป็นพี่น้องกัน แต่เมื่อ 1 ปีที่แล้ว ตนป่วยเป็นโรคสมองตีบ ทำงานไม่ได้เต็มที่ จึงออกมาทำงานรับจ้าง แต่สุดท้ายก็ถูกไล่ออกจากงานเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว และเมื่อตรุษจีนที่ผ่านมาได้รับเงินอั่งเปาจากผู้ใหญ่ใจดีกว่า 2,000 บาท จึงอยากมาหาเพื่อนบ้านที่รักใคร่สนิทกันเป็นพี่เป็นน้อง โดยตนนั่งรถไฟมาลงที่บ้านดุงทันที แต่โดนแท็กซี่โกงเงินไป 400 บาท พอมาถึงสถานีรถไฟอุดรธานีก็นั่งรถโดยสารต่อมาที่  อ.บ้านดุง เพื่อตามหาเพื่อนบ้านที่สนิทกัน แต่ยังจำเส้นทางไม่ได้แน่ชัด เพราะตอนนี้ป่วยและต้องเดินตามหาทั้งวัน

ต่อมานายวีระพลจึงอาสาพาไปหาป้าตุ๋มที่บ้านหลังหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองบ้านดุง เมื่อทั้ง 2 คนเจอะเจอหน้ากันต่างพากันดีใจ โดย ป้าตุ๋ม บอกว่ามาได้อย่างไร ไกลขนาดนี้ และบอกว่ารู้จักและสนิทกันกับ “พี่เก๋า” เพราะบ้านพักอยู่ในซอยเดียวกันสมัยไปขายปาท่องโก๋ที่กรุงเทพฯ จากนั้นตนเองย้ายมาอยู่ที่บ้านเกิด

“พี่เก๋าจะสนิทกับแม่ มีอะไรเราจะช่วยเหลือแบ่งปันกันตลอด และเคยพาพี่เก๋ามามาทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีที่บ้านดุงเมื่อหลายปี ไม่คิดว่าเขาจะเดินทางมาหา”

ด้าน พี่เก๋า” บอกว่า ไม่ได้เจอเพื่อนบ้านคนอุดรที่ใจดี จึงอยากมาหาเพราะคนอุดรใจดี

พอพูดคุยกันเสร็จทางจิตอาสาได้พาไปพัก จากนั้นเวลา 17.00 น.วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ได้ขับรถอาสาพาไปที่สถานีรถไฟ จ.อุดรธานี เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์ 1 คัน และชำระค่ารถไฟให้ด้วย โดย “พี่เก๋า” เดินทางขึ้นรถไฟเที่ยว 19.30 น.

ก่อนขึ้นรถไฟบอกว่าไกลแค่ไหนก็มา แม้ป่วย ที่มาหาเพื่อนบ้านเพราะคนอุดรใจดี มีน้ำใจ นับเป็นเรื่องราวดีๆของ “พี่เก๋า” หรือ “ลุงเก๋า” ที่เดินมาไกลกว่า 700 กม. เพื่อตามหาเพื่อนบ้านที่ดีถึงอุดรธานี -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลพบุรีชวนแต่งชุดไทย! ‘นุ่งโจงห่มสไบ’เดินเที่ยวงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634814

ลพบุรีชวนแต่งชุดไทย! 'นุ่งโจงห่มสไบ'เดินเที่ยวงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 08.13 น.

11 กุมภาพันธ์ 2565 จังหวัดลพบุรีขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ร่วมนุ่งโจง ห่มสไบ แต่งชุดไทยเที่ยวงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ พระเป็นการร่วมเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน ที่สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับจังหวัดลพบุรี โดยทางจังหวัดงดจัดการแสดง แต่ยังมีการประดับไฟโบราณสถานกว่า10 จุดให้ได้เก็บบรรยากาศที่สวยงาม 

เริ่มแล้วงานแผ่นดินสมเด็จพระนารานณ์มหาราชประจำปี2565 ระหว่างวันที่11-20 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งในปีนี้ยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของควิด 19 ทางจังหวัดจึงงดจัดกรแสดงต่างๆในงานแผ่นดินสมเด็จพระนาราณ์เพื่อเป็นการป้องกันโควิด 19 แต่ยังคงมีการจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ตามเดิม ซึ่งได้เปลี่ยนรูปแบบเป็นการประดับไฟตามโบราณสถานต่างๆทั่วตัวเมืองลพบุรีกว่า 10 แห่ง พร้อมเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมแต่ชุดไทยเที่ยวงานได้เหมือนเดิม เพื่อร่วมกันเทิดพระเกียรติองค์สมเด็จพระนารายณ์ที่ทรงสร้างเมืองลพบุรี และสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับจงหวัดลพบุรีตลอดมา 

สำหรับจุดไฮไลที่ได้มีการตบแต่งพื้นที่ให้สวยงามเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้แต่งชุดไทยมาเก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามในปีนี้ประกอบด้วย พระราชวังนารายณ์ ปรางค์แขก บ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ วัดปืน วัดพระศรีมหาธาตุ พระบรมราชานาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์ ศาลากลางจังหวัด และอื่นๆ

ซึ่งนักท่องเที่ยวที่แต่งชุดไทยเข้ามาเที่ยวงานจะไม่ผิดหวังกับบรรยากาศที่สวยงานของแต่ละพื้นที่ ที่ประดับไฟอย่างสวยงาม ทั้งอุโมงค์ไฟ และสวนดอกไม้ที่สวยงามราวสวนสวรรค์ ทางจังหวัดจึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมสู่บรรยากาศย้อนอดีตที่สวยงาม แต่การเข้ามาเที่ยวก็ยังมีมาตราการคุมเข้มโควิด19 อย่างเข้มงวด. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 11 กุมภาพันธ์ 2565

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634752

ลึกลับในสนามข่าว : 11 กุมภาพันธ์ 2565

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…เก็บตกเลือกตั้งซ่อมสส.เขต 9 หลักสี่-จตุจักร เมื่อสิ้นเดือนมกราคม แว่วว่า ก่อนมีการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่กกต.ประจำเขตทำงานกันอย่างหนักมาก โดยเฉพาะ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร(ผอ.กกต.กทม.) “สำราญ ตันพานิช”ที่ลงพื้นที่สำนักงานเขตหลักสี่ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.กทม.ทั้งสถานที่ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์แบบละเอียดยิบและซักซ้อมกระบวนการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด…พอผอ.สำราญเจอะหน้านักข่าวที่ไปเกาะติดการทำงาน ก็ทักทายพูดคุยกันว่า ต้องลงพื้นที่บ่อย เวลาไปไหนจะเห็นมีทีมงานไปด้วย …“กกต.กทม.บุคลากรเราทำงานกันเป็นทีมไปไหนเราไปกันทั้งโขยง ใกล้ชิดกันแทบยิ่งกว่าสามี-ภรรยา….” ได้ยินอย่างนั้น นักข่าวก็เลยถามไปว่า “ปกติหลายหน่วยงานมักบ่นเรื่องบุคลากรน้อย แต่กกต. กทม.ไปไหนยกโขยงลงพื้นที่ยกโขยงนี่คือกี่คนคะ?.. “ผอ.สำราญ ก็เฉลยว่า” 3-6 คนครับ”พร้อมกับหัวเราะร่า แล้วก็บอกต่อไปว่า“ที่ผมบอกว่าไปไหนเป็นโขยง เพราะกองฯผม ทั้งกองมีไม่ถึง 30 คน ฉะนั้นไป3-6 คน ผมก็เรียกว่ายกโขยงกันไป”..เลือกตั้งหลักสี่คราวนี้ต้องปรบมือรัวๆให้ผอ.สำราญที่เคลียร์ปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วงไปได้แบบรวดเร็ว เพราะเป็นการเลือกตั้งที่มีการแข่งขันดุเดือด มีปัญหาเรื่องร้องเรียนเยอะ กระจอกข่าวที่ไปสังเกตการณ์หน่วยลงคะแนนเดียว ก็ยังเห็นมีปัญหาจุกจิกให้ผอ.ต้องเคลียร์หลายชั่วโมง เดินเข้าหน่วยนั้นออกหน่วยนี้ เห็นแล้วเหนื่อยแทนแต่ก็ผ่านไปด้วยดี…งานนี้ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า นี่เลือกตั้งแค่เขตเดียว ถ้ามีเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.จะยุ่งขนาดไหน ยังไงก็ให้ผอ.สำราญฟิตร่างกายไว้ให้พร้อม น้องๆ นักข่าวเป็นกำลังใจให้ล่วงหน้าก็แล้วกัน…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิจารณ์สนั่น! กิน ‘หมึกช็อต’ ดิ้นกระแด้วๆในแก้ว คือการทรมานสัตว์หรือไม่?

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634773

วิจารณ์สนั่น! กิน 'หมึกช็อต' ดิ้นกระแด้วๆในแก้ว คือการทรมานสัตว์หรือไม่?

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.40 น.

กลายเป็นเรื่องราวที่ที่มีการวิจารณ์กันเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับการกินที่ไม่ธรรมดา เพราะกินหมึกทั้งตัวดิ้นกระแด้วๆ อยู่ในแก้วช็อต กลายเป็นเรื่องที่ถูกถกเถียงกันและวิจารณ์กันดุเดือดว่าเป็นการทรมานสัตว์หรือไม่?

ล่าสุดแฟนเพจเฟซบุ๊ก “ซวยชิบหายเสือกเกิดมาอร่อย” เปิดขั้นตอนวิธีกิน ที่สุดพิสดารนี้ ระบุว่า “ตอนนี้มีเมนูใหม่ที่กลายเป็นไวรัล “ปลาหมึกช็อต” คือปลาหมึกเด็กหมึกเล็กเป็นๆ ตัวใสๆ เสิร์ฟในถ้วยช็อตที่มีน้ำจิ้มซีฟู้ดโดยการเอาหัวปลาหมึกปักลงไปในน้ำจิ้ม เป้าประสงค์เพื่อให้ปลาหมึกแสบร้อน และพยายามสูดน้ำเพื่อพ่นหนีตามสัญชาตญาณ แต่แทนที่จะได้สูดน้ำเข้าไป กลับเป็นสูดน้ำจิ้มซีฟู้ดแสนเผ็ดร้อนเข้าไปในตัวมันแทน ซึ่งคนกินก็จะรอจนน้ำจิ้มเข้าไปอยู่ในตัวหมึกแล้วก็หยิบกิน บ้างกัดหัวแล้วกิน หรือบางคนจะกินทั้งตัวเพื่อให้น้ำจิ้มในตัวมันระเบิดคาปากออกมา ความหวานของหมึกสด ๆ เข้ากันได้ดีกับน้ำจิ้มซีฟู้ด ทั้งยังมีหนวดที่ขยับหนุบหนับในปากสร้างความบันเทิงให้คนกินได้เป็นอย่างดี ในบางครั้งหมึกจะพ่นน้ำหมึกออกมาด้วย สิ่งนี้ก็ถือเป็นเครื่องชูรสเพิ่มความอุมามิให้มื้ออาหารแสนโหดร้ายนี้ ปล.เศษพริกนิดเดียวกระเด็นเข้าตาเราก็ว่าแย่แล้ว เจ้าหมึกโดนขนาดนี้คงทรมานน่าดู ลุงดีเลือกกินตัวที่ตายแล้วดีกว่ากินเป็น ๆ คงทำใจไม่ไหว ฮือๆ”. -008

ขอบคุณภาพจากติ๊กต็อก : alisasukplang , เพจเฟซบุ๊ก : ซวยชิบหายเสือกเกิดมาอร่อย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อพท. ยกระดับ 6 ชุมชน ‘บางกะเจ้า’ สู่แหล่งท่องเที่ยวมาตรฐาน

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634755

อพท. ยกระดับ 6 ชุมชน ‘บางกะเจ้า’ สู่แหล่งท่องเที่ยวมาตรฐาน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.02 น.

อพท. ลุยยกระดับ “บางกะเจ้า” สู่แหล่งท่องเที่ยวมาตรฐาน  6 ชุมชนการันตีพร้อมเปิดให้บริการท่องเที่ยวตามมาตรฐานSHA

นาวาอากาศเอกอธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ อพท. ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ได้เข้าร่วมรายงานผลการดำเนินงาน ต่อคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน โครงการ OUR Khung BangKachao ครั้ง ที่ 1/2565 ณ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาและการประชุมรูปแบบออนไลน์ โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ประธานคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน เป็นประธาน

นาวาอากาศเอกอธิคุณ กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ ตามที่ อพท. นำเสนอการดำเนินงานตามบทบาท ภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนา ยกระดับชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวตามเป้าหมายขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือช่วยกระจายรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน 

โดยในที่ประชุม อพท. ได้รายงานผลการดำเนินงานปี 2564 ถึงการใช้องค์ความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน ยกระดับมาตรฐานให้กับ 6 ชุมชนในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า ได้แก่ ตำบลทรงคนอง ตำบลบางยอ ตำบลบางน้ำผึ้ง ตำบลบางกอบัว ตำบลบางกระสอบ และตำบลบางกะเจ้า จนได้รับมาตรฐานและรางวัลจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ มาตรฐาน SHA  รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (กินรี) รางวัลมาตรฐาน Home Lodge  รางวัล THAI MICE CONNECT  และมาตรฐาน CBT Thailand   

และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้บริการนักท่องเที่ยว อพท. ยังได้พัฒนานักสื่อความหมายของชุมชน พัฒนาเมนูอาหารจากวัตถุดิบในท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Gastronomy Tourism  ยกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเตรียมพร้อมประกาศบางกะเจ้าเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษคุ้งบางกะเจ้าและจัดตั้งชมรมเครือข่ายส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนและชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน 6 ตำบล  

ผลงานด้านการตลาด สนับสนุนส่งเสริมการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมาย จัดทำคลิปวิดีโอเส้นทางท่องเที่ยวของชมรมท่องเที่ยวฯ ในตำบลทรงคนอง และตำบลบางกอบัว จัดกิจกรรมสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวในพื้นที่ ด้วยการนำบล็อกเกอร์เพจลงพื้นที่เที่ยวชมและทดลองทำกิจกรรม เกิดการเผยแพร่และส่งผลให้เกิดการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ชุมชนท่องเที่ยว รวมเป็นเงินกว่า 237,178 บาท (เปิดรับนักท่องเที่ยวเฉพาะช่วงที่โควิดคลี่คลายเป็นไปตามประกาศ ศบค.) เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ มั่นใจว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

-(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กลุ่มคนบันเทิงสุดทนบุกร้อง ‘ศรีสุวรรณ’ แฉ พส.คนดังเบี้ยวงานไม่ให้เกียรตินักแสดงรุ่นเก่า

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634749

กลุ่มคนบันเทิงสุดทนบุกร้อง 'ศรีสุวรรณ' แฉ พส.คนดังเบี้ยวงานไม่ให้เกียรตินักแสดงรุ่นเก่า

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.38 น.

วันที่ 10 ก.พ.65 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ภาพและข้อความของกลุ่มคนบันเทิงที่เข้าร้องเรียนเกี่ยวกับพฤตคิกรรมของ พส.คนดัง ลงในเฟสบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาดังนี้ “กลุ่มคนบันเทิงบุกร้อง “ศรีสุวรรณ” ซัด พส.คนดัง เหตุเบี้ยวงานลบไลฟ์กล่องสุ่มบุญ

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 ก.พ.65 ที่หมู่บ้านพฤกษา 17 นายวิริยะ พงษ์อาจหาญ หรือ อุ๊บ วิริยะ เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กรณีมีอดีต พส.ชื่อดังคนหนึ่งมีพฤติกรรมไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน และผิดสัญญาข้อตกลงในงานที่รับ

โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนกลุ่มคนบันเทิงและตัวแทนผู้ประกอบการสินค้า โดยภายหลังจากที่ พส.ชื่อดังได้ลาสิกขาแล้วออกมารับงานพบพฤติกรรมหลายอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าส่อไปทางไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่การงานจนส่งผลกระทบต่อผู้จัดงานและผู้ประกอบการสินค้า รวมทั้งยังมีกรณีผิดสัญญาข้อตกลงในงานที่รับ ซึ่งการกระทำดังกล่าวของ…. ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายอย่างมาก

ด้านอุ๊บ วิริยะ ได้กล่าวถึง พส.คนดังว่า ”เบื้องหลังการทำงานร่วมกัน ไม่เคยให้เกียรตินักแสดงรุ่นเก่า หรือนักแสดงรุ่นใหญ่ และมักใช้ถ้อยคำที่หยาบคาย วิจารณ์นักแสดงรุ่นใหญ่ลับหลังอยู่บ่อยครั้ง”

อย่างไรก็ตาม จะสามารถเอาผิดทางกฎหมายได้หรือไม่นั้น นายศรีสุวรรณ ระบุว่าคงเป็นเรื่องยาก เพราะงานนี้ถือเป็นงานการกุศล แต่การรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว พร้อมกับจัดแถลงข่าวในครั้งนี้เพื่อที่จะบอกกล่าวและสะท้อนให้สังคมได้เห็นอีกมุมหนึ่ง ของอดีต พส.คนดังดังกล่าวว่ามิได้มีด้านเดียว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตามรอยพระอริยะเจ้า! ‘หลวงปู่เจี๊ยะ’ตอนกำเนิด ‘จุนโทภิกขุ’ แปลว่า ‘ผู้หมดกิเลสเครื่องร้อยรัด’

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634748

ตามรอยพระอริยะเจ้า! 'หลวงปู่เจี๊ยะ'ตอนกำเนิด 'จุนโทภิกขุ' แปลว่า 'ผู้หมดกิเลสเครื่องร้อยรัด'

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.33 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) ตามรอยพระอริยะเจ้า! ‘หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’ พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง ตอนกำเนิด ‘จุนโทภิกขุ’ แปลว่า “ผู้หมดกิเลสเครื่องร้อยรัด”… คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” ท่านคือสมณะสงฆ์สายป่าผู้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองของแม่ทัพกรรมฐานแห่งสยาม : ดำรงธรรม เรียบเรียง

*กำเนิด “จุนฺโทภิกขุ”

หลวงปู่เจี๊ยะ บวชเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๑๖.๑๙ น. ณ พัทธสีมาวัดจันทนาราม อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยมีพระครูครุนารถสมาจาร (เศียร) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูพิพัฒน์พิหารการ (เชย) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ท่าน พ่อลี ธัมมธโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า “จุนฺโท” แปลว่า “ผู้หมดกิเลสเครื่องร้อยรัด” หลวงปู่เจี๊ยะ ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า ในขณะนั้นเรามีอายุได้ ๒๑ ปี 9 เดือน กับ ๕ วัน จึงเป็นพระรูปแรกที่ ท่านพ่อลี เป็นคู่สวดบวชให้

เมื่อบวชที่วัดจันทนารามเสร็จแล้ว ก็กลับมาจำพรรษาที่ ทรายงามเป็นเวลา ๓ พรรษา ท่านพ่อลี กับ พระอาจารย์กงมา เป็นอาจารย์องค์แรกของเรา

ขณะเริ่มพักจำพรรษาอยู่ที่วัดทรายงาม บ้านหนอง ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ในพรรษาแรกมีพระร่วมจำพรรษา ๕ รูป สามเณร 9 รูป ๑. พระอาจารย์กงมา จิรปุญโญ ท่านเป็นชาวจังหวัดสกลนคร ๒พระสังข์ เตมิโย ท่านเป็นชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ๓. พระทองปาน มหาอุตสาโร ท่านเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี ๔. พระเจี๊ยะ จุนโท (องค์หลวงปู่เอง) เป็นชาวจังหวัดจันทบุรี ๕. พระอ๊อด โอภาโส เป็น ค ชาวจังหวัดจันทบุรี 5. สามเณรวิริยังค์ บุญทรีย์กุล เป็นชาวจังหวัด นครราชสีมา

อย่างที่ว่าพรรษาแรกๆ ก็ขี้เกียจ เอะอะก็จะหลบไปหลับนอน พอมาถึงกลางๆ พรรษา ก็มานึกตำหนิตนเอง เมื่อตำหนิกาย วาจา ใจ ของคนที่ไม่เอาไหนได้อย่างนั้น แล้วเกิดความอึดฮัดที่จะต่อสู้ นั่งภาวนาพุทโธ อย่างเอาจริงเอาจัง

ให้รู้เช่นเห็นชาติตนว่า ก่อนบวชที่ว่าตัวเองแน่ๆ ไม่ยอมถอย ให้ใครๆ มาบัดนี้จะมาถอยให้กับกิเลสแบบง่ายๆ หมดทางต่อสู้ แบบ นี้ถ้าเรียกนักเลง ก็เรียกได้ว่านักเลงกระจอกงอกง่อย เหยียบขี้ไก่ ไม่ฝ่อ

หลวงปู่เจี๊ยะ กล่าวว่า เมื่อเราเข้ามาบวชแล้ว ก็เราเป็นคน หนุ่มนะ อย่างที่ว่าพรรษาแรกๆ ก็ขี้เกียจ เอะอะก็จะหลบไปหลับนอน พอมาถึงกลางๆ พรรษาหรือยังไงก็ไม่ค่อยได้ ก็มานึกตำหนิตนเอง

เอ๊ะ!….เรากินข้าวชาวบ้านแล้ว ทำไมเราถึงมาขี้เกียจ อย่างนี้นะ มันเหมาะสมแล้วหรือสำหรับเพศนักบวชที่เสียสละ บ้านเรือนออกมาบวช แต่ก่อนเราเคยทำงานหนักๆ ทำการแจวเรือ ทั้งวันทั้งคืน เราแจวได้ ทำได้ แล้วเวลานี้ล่ะ เรามาเป็นพระเป็น นักบวช แล้วทำไม ทำไมมาขี้เกียจอย่างนี้ สิ้นท่าอย่างนี้

พระแบบเรานี้จะต่างอะไรกับฆราวาสหัวดำๆ ที่ขี้เกียจ คร้านทำมาหาเลี้ยงชีพ เราทำแบบนี้มันสมควรแล้วหรือที่ ญาติโยมเขากราบไหว้บูชา ว่าเป็นพระผู้ทรงเพศอันประเสริฐ ใครๆ เห็น เขาก็หลีกทางให้ มีอะไรเขาก็หามาให้กิน ในที่สุดมันก็ด่าตัวเอง ในใจ คือด่าตัวเองในใจดังๆ

*ตามรอยบาทพระศาสดา

“ไอ้ห่า!…มึงเป็นพระให้เขากราบไหว้ แล้วมึงภาวนานั่ง ญาติโยมแก่ๆไม่ได้ แล้วมึงจะมาบวชทำไม สมควรแล้วละหรือที่เราจะมาภูมิใจกับการเป็นคนจริงแบบปลอมๆ ที่แท้ก็เก่งแต่การโอ้อวดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงมิได้เป็นเช่นนั้นเลย

เมื่อคิดขึ้นมาภายใน “เป็นไงเป็นกัน ตายเป็นตาย อยู่เป็นอยู่ พุทธเจ้าทำอย่างไร เราจะทำอย่างนั้น พระสาวกท่านปฏิบัติ เคร่งครัดอย่างไร เราจะเคร่งครัดอย่างนั้น” ใจมันเริ่มสอนใจตนเองขึ้นมา

นอกจากจะนั่งภาวนาอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่ลดละความพากเพียรพยายามแล้วยังมีเดินจงกรม พยายามเดินจงกรมอย่างที่ท่านอาจารย์กงมา ท่านสอน เดินเข้า เดินเข้า ทุกๆ วัน ทุกๆ คืน ใจมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ใจมันก็สงบลง บางทีเดิน ๓-๔ ชั่วโมง ทางจงกรมแหลก แดดเปรี้ยงๆ ไม่มีถอย ไม่เลือกกาลเวลา ทางจงกรมที่หลวงปู่ เดินยาวเส้นหนึ่ง (๒๐ วา) นี่คือพรรษาที่หนึ่งทำอยู่อย่างนี้อยู่ตลอด

ฉะนั้น การสร้างความดี ใครว่าไม่ต้องลงทุนลงแรง คนนั้นแหละพูดแบบโง่ๆ เพราะมันไม่เคยสร้างคุณงามความดี การสละชีวิตเพื่อความดี อันเป็นเลิศอย่างนี้ เรียกว่าไม่ลงทุนลงแรงหรือ อย่างนี้ต่างหาก เรียกว่าลงทั้งทุนลงทั้งแรงแบบไม่ออมมือ แบบทุ่มไม่ให้กำลังเหลือ

หลวงปู่เจี๊ยะ ท่านเล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อตั้งสัจจะแล้ว ก็พยายามสอนตัวเองด้วยอุบายต่างๆ นานาว่า “สมบัติพัสถานข้าวของเงินทองเยอะแยะไปหมด แล้วเวลาตายได้อะไรไปบ้าง” เพราะฉะนั้น พระที่ไปซักผ้าบังสุกุล ไม่ใช่ไปซักเอาสตางค์ อนิจฺจา วตสงฺขารา สังขารเป็นอย่างนี้ไม่เที่ยง ตายเหมือนกัน.. จงพิจารณา เพราะเป็นอย่างนั้น 

หลวงปู่ท่านกล่าวว่า “แต่เราไม่เป็นอย่างนั้น มันเพลินอย่างอื่นนะ มันไม่คิดย้อนกลับมา มันก็ไม่เป็น อนิจฺจา วตสงฺขารา เพราะฉะนั้น จึงว่าถ้าเราทำจิตใจให้อยู่กับพุทโธ นานๆ เข้า หลายๆ วัน หลายเดือน เป็นปีขึ้นไป ทีหลังก็จะติด ไปไหนใจก็พุทโธๆ อยู่เรื่อย ใจ ก็ติด แน่ะ…เราก็ลุยใหญ่”

“ว่าพุทโธแล้ว ถ้าใจยังไม่สงบ ก็เดินว่ามันอย่างนั้นเป็นชั่วโมงๆ จนมันสงบ บางคราวมันจะลอย เคยอยู่ครั้งมันจะลอยให้ได้ ลอย… ลอย…ลอย ลอย ลอย เอาลอยสิ… ก็ขย่มขึ้นไปอีก มันไม่ลอยขึ้นซักที มันเพลินเดินสนุก เดินกันเป็นชั่วโมงๆ เหงื่อแตกซิกไปหมด เป็นหลายชั่วโมง แน่ะ…

เดินจงกรมสงบ โอ๊ย…มันดีจัง… เพราะฉะนั้น พอมันเป็นอย่างนี้ พอใจได้รับความสุข มันก็ติดใจๆ มาเรื่อยๆ”

*ถือเนสัชชิคือการไม่นอน

ในพรรษาที่ ๒ แห่งการบวช หลวงปู่เจี๊ยะ ท่านถือธุดงค์ ปฏิบัติว่าด้วยการไม่นอนในกาลเข้าพรรษา คือไม่นอนตลอดพรรษาในเวลากลางคืน จะเดินจงกรมก่อน แล้วค่อยมานั่งสมาธิ วันละ ๓ เวลา เพื่อถวายพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ และเพื่อเป็นอุบายในการภาวนา หลวงปู่เจี๊ยะได้ตั้งสัจจะว่า ตนจะถือเนสัชชิตลอดทั้งพรรษา ในเวลาค่ำคืนไม่นอน ด้วยพุทธานุภาพ ธัมมานุภาพ สังฆานุภาพ ถ้าแม้นว่าตนไม่ทำตามสัจจะอันนั้น ก็ขอให้ฟ้าผ่าตาย ขอให้แผ่นดินสูบตาย ขอให้ไฟไหม้ตาย และขอให้น้ำท่วมตาย

ตัวสัจจะนี้ถือเป็นตัวสำคัญ ผ่านก็ผ่าน ถ้าไม่ผ่านก็แสดงว่า วาสนาเรามีเพียงแค่นั้น ก็เป็นเครื่องแสดงเครื่องวัดจิตใจของคนนั้นๆ ได้เหมือนกันว่า แค่ไหนประมาณใด ถ้าตั้งสัจจะแล้วประพฤติได้ตามนั้นก็ถือว่าเยี่ยม เพราะสัจจะแบบนี้มิใช่ทำกันได้ง่ายๆ โดยส่วนมากแล้วจะล้มเหลวแบบไม่เป็นท่ากันทั้งนั้น เท่าที่สังเกตเวลาตั้งสัจจะก็สวยหรูอยู่หรอก แต่เวลาเอาเข้าจริงล้มแบบไม่เป็นท่า

7 วันแรกที่เริ่มปฏิบัติด้วยการไม่นอน หลวงปู่บอกว่ามันก็แย่เหมือนกัน เพราะตั้งแต่เกิดมานอนตลอดจนเป็นนิสัย แต่อยู่มาหนึ่งมาหยุดนอนเอาดื้อๆ ร่างกายก็แย่ ทำท่าหงุดหงิด จนถึงอุทานในใจว่า “ว้า! ไม่ไหว…ไม่ไหว… ไม่ไหวแล้วโว๊ย” แต่ก็ยังดีที่ก่อนจะทำสมาธิก็ได้เข้าไปตั้งสัจจะบังคับเอาไว้ เพราะความเป็นผู้ที่รักษาสัจจะ สัจจะนั้นจึงเป็นเหมือนโซ่ตรวนคอยรึงรัดกายจิตของเราเอาไว้

หลวงปู่ท่านกล่าวว่า “ตายเป็นตาย แต่จะให้สัจจะที่ตั้งไว้ขาดไม่ได้ ไม่ยอม ในร่างกายนี้อะไรจะเสียผุพังไปก็ตาม แต่จะให้สัจจะเสียไปไม่ได้ เพราะแม้สัจจะที่เราให้ไว้กับตัวเรา เรายังรักษามันไม่ได้ แล้วเราจะหวังพบธรรมะอันประเสริฐซึ่งอยู่เหนือสัจจะ แล้วเราจะพบพานธรรมนั้นได้อย่างไรกัน”

เมื่อคิดอย่างนี้ ใจมันก็ท้าทาย ทั้งกิเลสและธรรมที่มีอยู่ในกายและใจนั้น สัตยาธิษฐานนี้จึงเป็นทางเดินไปสู่มรรคผลแบบท้าทายได้อย่างดียิ่ง

“เราเป็นยังหนุ่ม… ซนที่สุดนะ ดื้อด้วย แล้วฐานะทางบ้านก็มีอันจะกินด้วย แก่นที่สุด ออกบวช ใครๆ เขาว่า แหกพรรษาแน่นอน แต่ว่าปฏิบัติแล้วมันเอาเต็มที่ ไม่ค่อยได้นอน ในพรรษา 3 เดือนไม่ได้นอนเลย กลางวันนิดหน่อย คือ หมายความว่า กลางคืนไม่นอน สู้เต็มที่เลย ๔-๕ วัน เวลารับบาตรง่วง วันไหนง่วงเต็มที่ก็ไปพิงเสานิดนึง พอรู้สึกตัว เอาแล้ว เพราะสัญญาอธิษฐานไว้ว่าไม่นอน สู้เต็มที่เลย ไม่งั้นไม่ได้หรอก ต้องออกมาเป็นขี้ข้าโลกเขาแล้ว”

หลวงปู่ท่านกล่าวว่า บางทีถ้าเราตั้งสัจจะแล้ว มันก็ไม่ออกเหมือนกัน ยอมให้ยุงกัด บางทีขณะนั่งสมาธิ ถ้าเราเข้าถูกจังหวะ อากาศเหมือนไม่มี มีอยู่แต่ใจเพียงเท่านั้น ไม่เกี่ยวเกาะกับสิ่งใด ดับสนิทเต็มที่ กายนี้ไม่รู้เลย รู้แต่ใจตัวนั้นมันหมดความรู้สึก แต่รู้ในตัวมีอะไรบ้าง แต่ว่าถ้าถึงเต็มที่ก็ขนาดนั้นแล้วไม่รู้ ยุงไม่มี ไม่มีความรู้สึก หมดความรู้สึก 

“…บางทีเราตอนเป็นหนุ่มๆ บวชใหม่ๆ ก็คิดอยากจะสึก พวกบวชเป็นชีสาวๆ ก็อยากจะสึก หรือพวกแก่ๆ ก็อยากจะสึก เพราะกิเลสมันเป็นอย่างนั้น 

แต่ลึกไปก็เหมือนเท่ากับลงไปในน้ำทะเล อันมหาสมุทรกว้างขวางใหญ่นัก ชีวิตไม่มีความหมาย ตัวลงไปอยู่ในทะเล เป็นเหยื่อเต่า เหยื่อปลาเท่านั้นเอง ตายไปอย่างนั้น ไม่ได้อันใดเลย เหมือนเราตกลงไปในทะเล ถ้าไม่มีเรือมารับแล้วก็ต้องตาย 

ชีวิตจมอยู่กับลูกกับเมีย กับข้าวของเงินทอง เพื่อหามาเลี้ยงกันทั้งวันทั้งคืนอยู่อย่างนั้น ไม่มีเวลาหยุดหย่อน ไม่มีเวลาได้พักผ่อน กำลังจิตใจของเราเลย นี่ …. แสนที่จะทุกข์ทน

*ปลดโซ่ตรวนทางโลก

หลวงปู่เจี๊ยะ ท่านกล่าวอีกว่า…พระพุทธองค์ทรงตรัสแล้วถูกต้องหมดทุกอย่าง

พระองค์ตรัสว่า “โซ่ตรวนใดๆ ก็ไม่สามารถรึงรัดมัดผูกจิตใจ เราได้ยิ่งกว่า บ่วงคือ บุตร ภรรยาสามี ทรัพย์สมบัติ โซ่อันนี้แก้ได้ยาก ถอดถอนได้ยาก มันชักนำพาเราให้จมอยู่และกองอยู่ใต้ทะเล คือกิเลสและตัณหา จนหาทางออกไม่ได้ พระองค์จึงตรัสว่า เราเป็นเหยื่อของโลก ถูกกระแสโลกพัดผันไปต่างๆ นานา ในที่สุดก็ไม่ได้อะไรในทางที่ดี แต่มันกลับได้อะไรในทางที่ชั่วเสียหาย”

“นี่…พวกเราชำนาญแต่ตำราทางโลก แต่ตำราทางธรรมมันไม่ชำนาญ ใจมันไม่ยอมกระทำ ใจมันขี้เกียจ ใจมันดื้อด้าน ใจมันไม่อยากทํา อยากคุย อยากสนุก อยากร่าเริง เข้าวัดวายังเอาวิทยุมาเปิด สนุกสนานเฮฮาอยู่ตลอดเวลา ให้ระวังกันหน่อย”

“เราเข้ามาเพื่อจะปลดเปลื้องสิ่งที่ร่าเริง สิ่งที่เพลิดเพลินใจของเรา ไม่ให้สิ่งใดเข้ามาเกาะมากวน ต้องขจัดไปทุกเวลา ว่าอย่างนั้นเถอะ นี่ความรู้เช่นนี้ต้องกำจัดให้หมด จนให้ใจนั้นไม่มีอันใด…นั่น… จึงเรียกว่า  พระ… ก็เป็นพระแท้ โยม…ก็เป็นโยมแท้”

หลวงปู่ท่านกล่าวว่า  เพราะฉะนั้นการทำใจ เมื่อมีความจริงที่ใด จะโง่เซ่อขนาดไหน ขอให้ใจจริงๆ สู้จริงๆ แล้วนั่งให้จริง ยืน เดิน นั่ง นอน ๔ อิริยาบถทำได้อยู่ตลอดเวลา ต้องสำเร็จ บุคคลผู้นั้น ไม่พ้น แต่ใครจะไปรู้เรื่องของบุคคลนั้นๆ ว่าสำเร็จ หรือไม่สำเร็จ อยู่ที่หัวใจของเขาเอง เมื่อเราพยายามมากเข้าๆ พระพุทธเจ้าทรง กล่าวว่า “พาวิโต พหุลีกโต” เพียรมากๆ ทำมากๆ ทำบ่อยๆทำอยู่อย่างนั้น  ก็เป็นไปเพื่อความดับสนิท เป็นไปเพื่อความรู้แจ้ง นี่เป็นอย่างนั้น ไม่มีอย่างอื่นแล้ว ถ้าลงว่าทำอย่างนั้นจนสุดความสามารถ แล้วไม่สำเร็จ ก็ไม่รู้ว่าจะยังไง”

*สอนตัวเอง “บวชมาทำไม”

ด้วยอุปนิสัยของ หลวงปู่เจี๊ยะ ท่านเป็นคนห้าวหาญ เอา จริง ทำจริง เวลาท่านสอน คำสอนของท่านจึงดุเด็ด ท่านสอนให้ ผู้ที่มาบวชได้คอยตรวจตรองตัวเอง เราบวชมาเพื่ออะไร เพื่อหวัง ลาภหรือ เพื่อล่อลวงคนหรือ เมื่อรู้ว่าเรานั้นบวชเพื่อการขัดเกล จิตใจ ลดทิฏฐิมานะ เพื่อความสิ้นไปของกิเลส ดังนั้น จึงต้องปฏิบัติ ซึ่งการปฏิบัตินั้น หัวใจก็ต้องมีความเข้มแข็ง ความอุตสาหะ ความพยายาม ความพากเพียรอย่างยิ่ง เหมือนไฟที่ไหม้ติดอยู่กับ ศีรษะของเรา แต่หัวใจไม่เห็นภัย ไม่เห็นสิ่งที่เป็นทุกข์เดือดร้อน คนก็ทนอยู่อย่างนั้น ไม่รู้จักวิธีแก้ไขดับไฟ ปล่อยให้มันไหม้อยู่บน ก็มีแต่วันที่จะตายจมลงไปตลอดเวลา

การบวช การปฏิบัติ เรามุ่งมาประพฤติปฏิบัติธรรมะ หรือมุ่ง ๆ มาเพื่อประโยชน์อันใด คิดอย่างนี้ ในชีวิตนักบวชทุกๆคน ไม่ว่าบวชชี แม่ขาว หรือบวชพราหมณ์ บวชพระก็ดี บวชมาเพื่ออะไร?

ที่ต้องถามตนเองอย่างนี้ ก็เพื่อให้เราระลึกรู้สึกตัวเรา ต้องคิดอย่างนี้ว่า เราบวชมาเพื่ออะไร? “ชีวิตนี้บวชมาเพื่อกินข้าวชาวบ้านหรือ หรือบวชมาเพื่อขอเขากิน บวชมาเพื่อหวังร่ำรวยหรือ”

หลวงปู่ท่านกล่าวว่า พระพุทธเจ้าท่านสอนศีล สมาธิ ปัญญา สอนไว้เพื่ออะไร?เพื่อใคร?สอนไว้เพื่อเราผู้เป็นนักบวช ให้ได้นำมาประพฤติ เพื่อขัดเกลากิเลสตัวทิฏฐิมานะของหัวใจ ที่แสนจะหมกมุ่น เพื่อการชำระกิเลสเป็นต้นนี้ให้หมดสิ้นไป

เราต้องถามเราว่า เป็นพระ เป็นเณร เป็นซี เป็นแม่ขาว บวชมาเพื่ออะไร? เราต้องคิดฝึกดูตัวเรา ที่เรียกว่าฝึกตน เราต้องสำรวจตัวเราอยู่เสมอว่า เราบวชเข้ามาเพื่ออะไร? หรือจะบวชเข้ามาเพื่อสบาย เพราะอยู่ในโลกก็สบายเหมือนกัน มีลูกมีเมียมีผัวอยู่อย่างอิสระเสรี ไม่อยู่ในอำนาจผู้ใด แต่ถ้าเรามาเป็นนักบวชแล้ว เราต้องมีขอบเขตเหตุผล 

เมื่อบวชเข้ามาแล้วไม่มีใครมาตามบังคับใคร พระพุทธองค์เองก็ไม่ทรงบังคับใคร เธอจะปฏิบัติก็ได้ ไม่ปฏิบัติก็ได้ อยู่อย่างสบายก็ได้ แต่เมื่อเราย้อนเอาธรรมอันลึกซึ้งมาขบคิด ทำให้เกิดสลดจิตว่า “ชีวิตเราไม่ตายหรือ?” สิ่งนี้เราก็ต้องค้นหาเหตุผล มรรคผลมันอยู่ที่ไหน ทำไมพระพุทธเจ้าถึงทรงแสดง อย่างในอนัตตลักขณสูตร แสดงถึงรูปไม่เที่ยง รูปเป็นทุกข์ รูปในที่ใกล้ที่ไกล รูปในอดีต อนาคต ล้วนแต่แปรปรวนยักย้ายต่างๆ นานา ประการต่างๆ เหล่านี้  เป็นต้น ทรงแสดงเพื่อใคร?

อย่างพระสวดมนต์ทุกๆ วันนี้ สวดเพื่อศพหรือ? เพื่อหวังเงินหรือ? การแสดงธรรมก็เพื่อต้องการให้คนเป็นฟัง ต้องเข้าใจอย่างนั้น ขอ ต้องมีโอปนยิโก น้อมเข้ามาสู่ตัวเรา นี่ล่ะธรรมะ สำหรับผู้มีใจอันเป็นปกติแล้ว ได้ยินสิ่งใดมากระทบอย่างนี้ มันก็มีโอปนยิโก น้อมเข้ามาสอนตัวเรา ตำหนิตัวเรา 

ใจเจ้าเอย เจ้าอย่าเพลิดเพลิน อย่าสนุกสนานร่าเริง เจ้าจงมาพิจารณาหาเหตุผลในสิ่งอันที่เกิดขึ้นมาอย่างนี้

*พบทางกำจัดภัยแก่จิต

หลวงปู่เจี๊ยะ ท่านกล่าวว่า นี่แหละเป็นทางจะกำจัดภัยของใจ ที่มันเดือดร้อนวุ่นวายเบาบางลงไป ยิ่งถ้ามองให้ลึกซึ้ง ลงไปในสิ่งที่ร่าเริงสนุกสนาน ที่โลกทั้งหลายเขากันเข้าใจว่าเป็นสุข เป็นสิ่งที่สนุกสนานร่าเริง ถ้าเรามาพูดถึงความลึกซึ้งแห่งพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ที่ทรงยกขึ้นมาเป็นหลักธรรม ยิ่งแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า สิ่งเหล่านั้นเต็มไปด้วยไฟ คือจิตอันประกอบด้วยความเพลิดเพลินอันเจือด้วยอำนาจราคะ นั่นแหละคือไฟกองใหญ่เผาใจเรา ให้เกิดความร้อนรุ่มกระวนกระวาย ทำให้ใจไม่เกิด ความสงบ

การฟังเทศน์ฟังธรรม สวดมนต์ทำวัตรนี้ เพื่อต้องการเอาธรรมะนั้น มาใคร่ครวญพินิจพิจารณาให้ใจที่มันดิ้นรนกระวนกระวายสร่างซาลงไป อย่างเราศึกษา นักธรรมตรี โท เอก ศึกษามหาเปรียญ ๙ประโยค ๑๐ ประโยค ตั้งร้อยแปดพันประการ ก็เพื่อต้องการที่จะรู้จุดที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ที่ทรงแสดงว่าชำระใจของตนให้บริสุทธิ์หมดจด นั่นเป็นยอดศาสนา เป็นยอดคำสอนของพระพุทธเจ้า

หลวงปู่ท่านกล่าวว่า แต่วิธีที่จะชำระใจให้บริสุทธิ์ เมื่อไม่บริสุทธิ์เราก็ต้องคิดหาวิธี ที่พูดอย่างนี้อย่าหาว่าขู่เข็ญ ฟังไม่ได้ออกไปเลย หลวงตาเจี๊ยะอยากเอาอย่างนี้หน่อย 

การเทศน์ต้องการให้เป็นคติ บุคคลผู้ฟังนั้นจะได้นำไปพินิจพิจารณา เมื่อเห็นว่าสิ่งนี้เป็นประโยชน์กับตน ก็จะได้เอาไปปฏิบัติ จะให้เทศน์เพื่อโก้ๆ เพื่อหวังลาภ เพื่อหวังสรรเสริญอย่างนั้น จะเทศน์กันไปทำไม? เพราะฉะนั้นเวลาเทศน์ใจมันจึงไม่ดึงดูดให้อยากเทศน์ เพราะใจคนฟังมันไม่ใส่ใจในธรรมะ

ถ้าเราเห็นว่าการใส่ใจในการปฏิบัติเป็นสิ่งสำคัญ เราไม่หักไม่ฟาดมันลงไปแล้ว มีแต่มันจะหมักหมม เผาหัวตัวเองอยู่ตลอดกาล จนกระทั่งตายเปล่า แบบนี้ใครทนได้ก็ทนไป เราไม่ทน เราจะเผากิเลส ไม่ให้กิเลสมันมาเผาเรา เปรียบเหมือนขวากหนามที่ตั้งอยู่ตีนเรา เข็มมีเต็มไปหมด แต่ไม่รู้จักหยิบเอาเข็มนั้นมาใช้ เข็มนั้นก็ไม่เกิดประโยชน์ ตีนนั้นก็ไม่สามารถจะเอาหนามนั้นออกได้

หลวงปู่เจี๊ยะสอนไว้ว่า ธรรมะมีอยู่ทั่วไป แต่เมื่อบุคคลใด มีปัญญา มีสติมาระลึกบทใดบทหนึ่ง มากำกับอยู่ในหัวใจเราแล้ว ตั้งอกตั้งใจบำเพ็ญอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งใจนั้นเกิดความสงบแล้ว

ก็เหมือนหนามที่ทิ่มแทงออกไปจากตีน รู้จักหยิบเข็ม จะตื้นลึกขนาดไหนก็เอาเข็มมาบ่งเข้า ไอ้หนามนั้นมันก็ออกไปจากเท้าของเรา เราก็ได้รับความสบาย ไม่เสียว ไม่เจ็บ ไม่ปวดอีกเหมือนเดิม ใจที่ถูกธรรมะของพระพุทธเจ้าเข้าไปข่ม ใจนั้นก็จะสงบเยือกเย็นลง

*อุบายบริกรรม

เพราะฉะนั้นต้องอุตส่าห์ อันธรรมของพระพุทธเจ้า ยกองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นตัวอย่าง บำเพ็ญจนได้เป็นสัพพัญญู ก็ต้องเอาอยู่ 6 ปีอย่างนี้เป็นต้น ต้องใช้ความพยายาม อดข้าวอดปลา ทำสารพัดสาระเพทุกอย่าง ทำจนเกือบล้มเกือบตายก็ยังไม่ได้สำเร็จมรรคผลธรรมวิเศษ

เป็นอย่างนั้น จนกระทั่งมาได้ปีที่ 6 ก็มาเห็นปฏิปทาทางเดินถึงอานาปานสติ เมื่อใช้ปัญญาพินิจพิจารณา จึงได้รู้ความจริงเกิดขึ้นเป็นอย่างนั้น

ในการปฏิบัติของเราก็เหมือนกัน อันใดที่จะแก้ใจให้มันขาดจากนิวรณ์แล้ว ใจนั้นจะได้เป็นสมาธิ นั่นแหละเป็นอุบายสำคัญที่มันจะแก้ใจเราได้ ใจอย่างนั้นจึงเรียกว่าใจอาตาปี คือใจที่สามารถแผดเผากิเลสลงได้

หลวงปู่เจี๊ยะ ท่านยังกล่าวอีกว่า ใจคนเรานั้นมันเร็วมาก ต้องอาศัยการใคร่ครวญ การพินิจพิจารณา การบริกรรม จะหลับหู หลับตาทําไปโดยขาดการใคร่ครวญนั้นไม่ได้ เมื่อตั้งจิตต้องการความสงบก็ใช้การบริกรรมมากำกับหัวใจ ไม่ให้ใจของเราส่ายไปหาอารมณ์ ให้อยู่กับพุทโธ มีสติกำกับ แต่ใจก็ยังแส่ออกไปข้างนอกตลอดเวลา เหมือนวัวควายที่ดื้อดึง เมื่อเป็นอย่างนั้นต้องเน้นการบริกรรมให้เร็วขึ้น ต้องคิดถึง อุบายเพื่อไม่ให้ใจส่ายไปหาอดีต อนาคต

ฉะนั้น พวกเราอย่าไปเสียดายบริกรรม ว่าจนให้มันเหนื่อยที่สุด ให้มันนานเท่าไรได้ยิ่งดี สักประเดี๋ยวจิตมันก็สงบ มันหายจากการไม่นึกคิดแล้ว ถ้าเราไม่บริกรรมมันกำลังแข็งตัว มันก็ต้องออกไป สู้กับเราอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นต้องบริกรรม พุทโธๆ โธๆ ๆ ๆ ว่าให้เร็ว พอมันหมดลมก็เอาอีก โธๆ ๆ ๆ ๆ แต่อย่าให้ดัง เดี๋ยวเขาว่าบ้า ให้เบาๆในใจ ว่าอยู่อย่างนั้นให้เร็วๆๆ โธๆ ๆ หยุด โธๆ หยุด”

*ค่ำคืนบรรลุธรรม

วันหนึ่งในพรรษาที่ ๓ ขณะหลวงปู่เจี๊ยะนั่งภาวนาอยู่ที่ใต้ต้นกระบกที่วัดทรายงาม หลวงปู่ท่านกล่าวว่า ด้วยการพิจารณากายอย่างละเอียดถึงที่สุด ปรากฏประหนึ่งว่า แผ่นดิน แผ่นฟ้า ละลายหมด กายกับใจนี้มันขาดออกจากกัน เหมือนว่าโลกนี้ขาดพรึบลงไป ไม่มีอะไรเหลือเลย แม้แต่ร่างกายก็สูญหายไปหมด เหลือแต่ความบริสุทธิ์ของใจอันเที่ยงแท้ทีเดียว

เมื่อจิตถอนออกจากสมาธิแล้ว จิตนั้นแปลกประหลาด อัศจรรย์และพิสดารอย่างลึกล้ำ ถึงกับได้อุทานภายในใจว่า “นี่แหละชีวิตอันประเสริฐ เราได้พานพบแล้ว” คืนนั้นจึงเป็นคืนที่น่าจดจำ อย่างไม่มีวันลืม ธรรมชาติของจิตนั้นมันแปลกกว่าที่คาดมาก มาก ขนาดว่าก่อนจิตรวมกับหลังจิตรวมนั้นมันเหมือนคนละคน ทั้งๆที่เป็นคนเดียวกัน

“พอจิตรวมถึงที่สุดแล้ว ถอนจิตออกจากสมาธิแล้ว จิตนี้มันอาจหาญ ไม่กลัวใคร คำไม่กลัว ไม่ได้หมายว่าเราเป็นนักเลง คือไม่กลัวต่อความจริง อันไหนเป็นความจริงเราอาจหาญที่จะต่อสู้และพิจารณา เรียกว่า ธรรมทำให้กล้าหาญ”

หลวงปู่ท่านกล่าวว่า เมื่อภาวนาจิตลงได้อย่างนั้นแล้ว สมบัติใดๆ ในโลกที่เขานิยมว่ามีค่ามาก จะเอามากองให้เท่าภูเขาเลากา ไม่ได้มีความหมายเลย ธรรมสมบัติที่ปรากฏเมื่อคืนนี้ เป็นธรรมสมบัติเหนือรัตนะเงินทองโดยประการทั้งปวง อัศจรรย์ในธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นที่ยิ่ง 

จิตไม่เกี่ยวเกาะด้วยกามคุณเลย ทั้งๆที่เคยสัญญากับคนรักไว้ก่อนบวชว่า “บวชเพียงหนึ่งพรรษา ก็จะสึกออกมาแต่งงานกัน” เมื่อจิตมิได้เยื่อใยในโลกเช่นนั้นอยู่มาวันหนึ่งเดินออกบิณฑบาต เจอคนที่เราเคยรักมาใส่บาตร เราจึงบอกสาวคนที่เรารักนั้นไปว่า “ เอ๊ย…ต่อแต่นี้ไปเราจะไม่สึกแล้วนะ”

เมื่อเป็นสันทิฏฐิกธรรม คือรู้เองเห็นเองเฉพาะตนแล้วจึงไม่นำไปพูดกับใครและปิดไว้ไม่ให้ใครรู้ จึงนึกถึงแต่กิตติศัพท์และกิตติคุณของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตอยู่แค่นั้น

(ติดตามอ่านตอนต่อไป) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แตกฮือ! แตนกว่า 100 รัง ยึดโรงเรียน หวั่นอันตราย

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634727

แตกฮือ! แตนกว่า 100 รัง ยึดโรงเรียน หวั่นอันตราย

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 17.41 น.

เจ้าหน้าที่ อบต.บ้านอิฐ นำทีมงานฉีดพ่นยาฆ่าแมลงในอาคารโรงเรียนวัดรุ้ง หลังหยุดเรียนจากโควิด-19 พบแตนฝักบัวบกยึดอาคารเรียนกว่า 100 รัง หวั่นอันตรายนักเรียน 

10 ก.พ.65 ที่บริเวณโรงเรียนวัดรุ้ง ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง พบนายกิติพันธ์ ศรีมะโน เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอิฐ นำทีมงานเข้าฉีดพ่นยาฆ่าแมลง ทำลายรังแตนกว่า 100 รัง ภายในอาคารเรียนและต้นไม้บริเวณโดยรอบโรงเรียน หลังบรรยากาศเงียบสงบจาการหยุดเรียนไปนาน แตนฝักบัวได้มาทำรังกันโดยรอบอาคารเรียน เพื่อป้องกันอันตรายแก่ครูและนักเรียนในช่วงเปิดเรียน จึงได้ทำการฉีดพ่นยาเพื่อทำลายแตน

นายนพกฤษฏิ์ ขำวงษ์ นักการภารโรงโรงเรียนวัดรุ้ง เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่โควิด-19 แพร่กระจาย โรงเรียนต้องสอนออนไลน์ มานานหลายเดือน พบว่าภายในอาคารเรียนมีแตนฝักบัวบุกมาทำรังเป็นจำนวนมาก กว่า 100 รัง รวมทั้งต้นไม้ภายในบริเวณอาคารเรียนอีกเป็นจำนวนมากที่ผ่านมา ก็มีคุณครู โดยแตนต่อยกันหลายคน  และยังพบว่าแตนทำรังในที่สูง จึงต้องใช้รถกระเช้ายกสูงในการเข้าฉีดพ่นยาและก็มีเจ้าหน้าที่โดนแตนต่อยเหมือนกัน แต่ไม่เป็นอันตรายเพียงเจ็บเล็กน้อย ทำงานต่อไปได้

และในช่วงนี้ใกล้เปิดเรียน ให้นักเรียนที่โรงเรียน หวั่นแตนทำอันตรายแก่นักเรียน ทางโรงเรียนจึงประสานไปยังทางองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอิฐมาทำการฉีดพ่นยาฆ่าแมลง เพื่อทำลายรังแตน พร้อมการสุมไฟให้เกิดควันขับไล่แตนที่ยังไม่ตายให้หนีออกนอกพื้นที่  และยังพบว่ามีแตนตกลงมาตายจำนวนมาก โดยครั้งนี้ใช้เวลาในการทำลายรังแตน กว่า 100 รัง ในอาคารเรียน และโดยรอบ นานกว่า 3 ชั่วโมง เป็นไปอย่างปลอดภัย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อช.เขาแหลมหญ้า’ แจงป้ายห้าม ‘ทาครีมกันแดด’ ลงเล่นน้ำทะเลไม่เกี่ยวคราบน้ำมัน

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634684

'อช.เขาแหลมหญ้า' แจงป้ายห้าม 'ทาครีมกันแดด' ลงเล่นน้ำทะเลไม่เกี่ยวคราบน้ำมัน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 16.17 น.

‘อช.เขาแหลมหญ้า’ แจงป้ายห้าม ‘ทาครีมกันแดด’ ลงเล่นน้ำทะเลไม่เกี่ยวคราบน้ำมัน

10 ก.พ.65 จากกรณีที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง ได้ปักป้ายห้ามทาครีมกันแดดลงเล่นน้ำทะเล บริเวณชายหาดแม่รำพึง ลานหินขาว จนทำให้มีสื่อบางแขนงเข้าใจผิดคิดว่า การขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับกรณีเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลนั้น จนทำให้ผู้คนเกิดการสับสนและเข้าใจผิดตามไปด้วย

นายธวัช เจนการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง กล่าวว่า ป้ายประชาสัมพันธ์ดังกล่าว ทางอุทยานฯ ได้ตั้งปักป้ายมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564เพราะเป็นมาตรการและระเบียบเฝ้าระวังของกรมอุทยานฯ เพื่อต้องการประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยวและกรุ๊ปทัวร์ที่มาเที่ยวทะเลได้รับทราบ เนื่องจากครีมกันแดดมีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการัง ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบต่อปะการังและสิ่งแวดล้อมในท้องทะเล ทางอุทยานฯ จึงได้ติดตั้งประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือกับกลุ่มนักท่องเที่ยวทุกคนที่มีครีมกันแดดที่มีส่วนประกอบสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังได้ปฏิบัติเคร่งครัด เพื่อร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมในทะเล 

นายธวัช เจนการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ดยืนยันว่า ป้ายดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวโยงกับกรณีเหตุคราบน้ำมันดิบรั่วลงทะเลระยอง แน่นอน เพราะติดตั้งมาก่อนเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วจะเกิดขึ้น และอยากฝากขอความร่วมมือสื่อทั้งหลายหากไม่รู้หรือทราบข้อเท็จจริง ควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อป้องกันความคาดเคลื่อนและป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากข่าวสารที่นำเสนอเผยแผ่ออกไป. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,278,903 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
ฉลองมงคลสมรส ธารา รัตนาวะดี - ปภาดา ตันติมาสกุล
Trump says that as soon as Election Day ends, 'we're going in with our lawyers' #SootinClaimon.Com
'พิชัย' เชื่อ 'ทรัมป์' จะทำ ศก.สหรัฐฯ ดีขึ้น พาประเทศออกจากวังวนเดิม
Thais give alms to monks on Father’s Day
New tack for Trump: Delay final vote count #SootinClaimon.Com
โซไซตี้ : เอสจีเอส ประเทศไทย อาสาทำดีเพื่อน้อง ระดมพลังพนักงานจิตอาสา ลงแรง ด้วยใจ ให้น้องๆ ในจังหวัดสตูล ‘เพื่อชีวิต...ที่ดียิ่งกว่า’
SIA flies first batches of Covid-19 vaccines to Australia and New Zealand #SootinClaimon.Com
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
Apple accelerates work on car, aims for fully autonomous vehicle #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d