Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แห่ยินดีกับ’พี่ศรี’ปลื้มได้ลูกสาวคนแรก ยังเดินหน้าร้องเรียน แต่อาจจะน้อยลง

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635000

แห่ยินดีกับ'พี่ศรี'ปลื้มได้ลูกสาวคนแรก ยังเดินหน้าร้องเรียน แต่อาจจะน้อยลง

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.38 น.

11 ก.พ.65 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้เวลา 14.30 น. ทีมคุณหมอและพยาบาลจาก รพ.เจตนิน ได้ทำการผ่าคลอดให้กับภรรยาของตนซึ่งได้อุ้มท้องมากว่า 9 เดือน โดยได้คลอดลูกสาวคนแรกในชีวิตแล้ว มีน้ำหนักแรกเกิด 3,030 กรัม มีสุขภาพสมบูรณ์ดีทั้งแม่และลูก และได้ตั้งชื่อเล่นว่า “ลูกจ๋า” และหรือ “น้องจ๋า” ครับ

“หลังจากนี้ ภารกิจส่วนใหญ่คงจะต้องทุ่มเทให้กับการเลี้ยงลูกอ่อน แต่สำหรับงานฟ้องคดีให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนและเสียหายหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการร้องเรียนนักการเมือง และข้าราชการระดับสูงก็ยังคงต้องทำต่อไป แต่อาจจะน้อยลงพอสมควร “นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

ขณะที่ได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจและร่วมแสดงความยินกับนายศรีสุวรรณเป็นจำนวนมาก 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โซเชียลล่า 18 มงกุฎ ‘หลอกซื้อทอง’ อาละวาดภาคอีสานหนัก

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634996

โซเชียลล่า 18 มงกุฎ 'หลอกซื้อทอง' อาละวาดภาคอีสานหนัก

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.31 น.

มิจฉาชีพออกอาละวาด… ใช้เลห์กลสุดแสบโดยการ “หลอกซื้อทอง” ในหลายจังหวัด ซึ่งมิจฉาชีพรายดังกล่าวมาคนเดียวตีเนียนทำเป็นซื้อทอง โดยซื้อทองจำนวนมากแต่ละร้านจำนวน 100-200 บาท รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : แก๊ง 18 มงกุฎโผล่บุรีรัมย์ หลอกซื้อทอง 5.8 ล้าน เจอเจ้าของร้านตลบหลังรีบเผ่นแน่บ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : มันโผล่สุรินทร์! 18 มงกุฏหลอกซื้อทอง เจ้าของร้านรู้ทันโทรเช็กแบงก์ หวิดสูญ 5 ล้าน

ล่าสุด พลังโซเชียลได้แชร์เตือนภัย เพราะมิจฉาชีพได้ก่อเหตุหลายจังหวัด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ก่อเหตุที่ จ.บุรีรัมย์ และมาก่อเหตุที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งเจ้าของร้านรู้ทันให้ลูกน้องเช็กกับทางธนาคาร พบว่ามียอดเงินเข้าจริง แต่ถอนเงินไม่ได้ เพราะถูกดึงกลับ ขณะเดียวกันไปโผล่ที่ร้านทอง จ.หนองคาย และได้ทองไป 100 บาท 

ทั้งนี้ จะเห็นว่ามิจฉาชีพใน จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ และหนองคาย คือคนเดียวกัน เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดเปิดเผยให้เห็นชัดเมื่อนำภาพมาเทียบดู ซึ่งชายคนดังกล่าวใส่วิกผมสั้น สวมใส่แหวนทองที่นิ้วกลางมือขวา เปลี่ยนแค่เสื้อผ้าในการก่อเหตุแต่ละครั้ง จึงทำให้รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน อย่างไรก็ตาม มิจฉาชีพรายดังกล่าวยังแผ่นหนีลอยนวลอยู่. -008  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สนั่นโซเชียล!แห่แชร์ภาพ’น้องบิว’ชนเผ่ามานิในชุดนักเรียนชื่นชมสอบติดคณะพยาบาลศาสตร์

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634993

สนั่นโซเชียล!แห่แชร์ภาพ'น้องบิว'ชนเผ่ามานิในชุดนักเรียนชื่นชมสอบติดคณะพยาบาลศาสตร์

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.22 น.

วันที่ 11 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลได้มีการโพสต์และแชร์ภาพ “น้องบิว” หรือ “น.ส.บิว ศรีธารโต” นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล ชนเผ่ามานิ เขตจังหวัดสตูล ในชุดนักเรียนกันอย่างกว้างขวาง พร้อมกับแสดงความยินดีหลังจากที่ น้องบิว ตกเป็นข่าวโด่งดังที่สามารถสอบติดคณะพยาบาลศาสตร์ และวิทยาการสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยมีผลการเรียนเกรดเฉลี่ย 3.08 ซึ่งได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับครู เพื่อนนักเรียน และครอบครัวเป็นอย่างมาก 

โดยเฉพาะผู้ใช้เฟสบุ๊กในกลุ่ม ทันข่าวภาคใต้ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ขอแสดงความยินด้วยคับที่น้องบิว ชนเผ่ามานิ เขต จ.สตูล สอบติดแพทย์ศาสตร์ อยู่ที่ความขยันมั่นเพียรและอดทน จึงประสบความสำเร็จ นี่คืออีกตัวอย่างหนึ่งที่เป็นต้นแบบให้กับน้องๆ และเยาวชนไทยทั้งประเทศ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองควรดูเอาตัวอย่างนะจ๊ะ” ทั้งนี้ หลังจากมีการโพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวปรากฎได้มีผู้เข้ามาแชร์และแสดงความยินดีกับน้องบิว เป็นจำนวนมาก – 003

ขอบคุณภาพจาก ทันข่าวภาคใต้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตามรอยธุดงค์ ‘หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’ ตัดนิวรณ์มุ่งภาคเหนือ-ติดตามอุปัฏฐากพระอาจารย์มั่น

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634966

ตามรอยธุดงค์ 'หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท' ตัดนิวรณ์มุ่งภาคเหนือ-ติดตามอุปัฏฐากพระอาจารย์มั่น

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.34 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) หลังจากออกพรรษาประมาณเดือนธันวาคม 2482 หลวงปู่เจี๊ยะ ตัดสินใจเข้าไปกราบลาพระอาจารย์กงมา เพื่อเดินทางไปหาท่านพระอาจารย์มั่นที่เชียงใหม่

*ตัดนิวรณ์มุ่งภาคเหนือ

เมื่อแน่ใจในตนเอง จึงไม่ปริปากบอกใคร เพราะถ้าบอก เขาก็จะพากันห้ามปราม กลัวว่าอุปนิสัยของท่านจะอยู่กับท่านหลวงปู่มั่น ไม่ได้ แม้แต่พระอาจารย์กงมา ตนก็ไม่ได้บอกเรื่องภายในจิต เพราะคิดว่า ถ้าบอกเล่าถวายท่าน ท่านก็คงไม่เชื่อ เพราะตนบวชยังไม่นาน

“อีกทั้งสมัยนั้นเราดื้อมาก ดื้อมากขนาดไม่มีใครจะเชื่อว่า เราภาวนาดีได้ จึงตั้งใจไว้ว่า จะมาเล่าให้ท่านพระอาจารย์มั่นฟัง ตั้งแต่วันที่ภาวนาจนจิตรวมครั้งใหญ่แล้ว

การจากบ้านเกิดไปหาพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตครั้งนี้ พระอาจารย์กงมาเป็นห่วงว่า กิริยาตามแบบของท่านจะทำให้อยู่กับพระอาจารย์มั่นไม่ได้

“ครูอาจารย์ที่นั่นก็ดี ผมไม่ได้ประมาณในคุณธรรมแม้นิด แต่ที่นี่มันใกล้บ้าน ใกล้พ่อแม่ญาติพี่น้อง มีอะไรก็เรียกหา เรียกใช้ได้ง่ายๆ มันสะดวกเกี่ยวกับเรื่องทางโลก แต่ไม่สะดวกในทางการประพฤติธรรม แม้แต่โยมแม่ทราบว่าจะไป เหตุเพียงแค่นี้ก็ร้องห่มร้องไห้กันแล้ว ภาระกังวลนี่แหละ มันจึงเป็นเหมือนนิวรณ์คอยกางกั้น การไปไกลๆจากบ้าน ถ้าเกิดความลำบากอย่างน้อยธรรมชาติ มันคงช่วยดัดนิสัยผมได้บ้าง ผมก็คิดอย่างนี้”

เมื่อหลวงปู่เจี๊ยะท่านพูดขึ้นอย่างนั้น พระอาจารย์กงมาจึงพูดขึ้นว่า “ท่านเจี๊ยะ…ถ้าท่านได้อะไรดีๆ ก็นำมาสอนผู้เฒ่าบ้างเน้อ”

หลังจากกราบลาท่านอาจารย์กงมาแล้ว หลวงปู่เจี๊ยะก็ไปบอกลาโยมพ่อโยมแม่และพี่สาวตลอดจนญาติๆ พ่อแม่ร้องไห้โฮกันใหญ่ เพราะหลวงปู่ท่านอยู่บ้านไม่เคยลำบาก พ่อแม่ไม่เคยบังคับให้ทำงาน งานทั้งหมดหลวงปู่ท่านยินดีทำเอง โยมแม่ก็พูดขึ้นว่า “กินก็เป็นคนกินยากจะไปได้ยังไง? ลูก“ โยมแม่พูดขึ้นพร้อมทั้งน้ำตา เพราะในบรรดาลูกๆ พ่อแม่รักหลวงปู่เจี๊ยะที่สุด 

ก่อนวันออกเดินทาง หลวงปู่เจี๊ยะก็เข้าไปกราบลาท่านพ่อลี เมื่อกราบเรียนท่านว่าจะไปหาท่านพระอาจารย์มั่นเท่านั้นแหละ ท่านพ่อลีก็พูดเสียงดังลั่นเลยว่า “มันต้องอย่างนี้สิ… มันต้องอย่างนี้สิ ลูกศิษย์ตถาคต”

แล้วท่านพ่อลีก็ให้โอวาทว่า “การไปหาครูบาอาจารย์ต้องปฏิบัติตัวให้ดี และเอาให้ถึงธรรมให้ได้ ท่านพระอาจารย์มั่นเป็นพระแท้ พระจริง เราต้องทำตัวเราให้ถึงความจริงทั้งที่ท่านสอน ถ้าเราไม่จริง เราจะไปปลอมปนอยู่กับท่านไม่ได้ เพราะของจริงกับของปลอม  มันแยกแยะออกได้ ของสะอาดกับของสกปรก เราจะเอามาปนกันไม่ได้

ความสะอาดก็คือความสะอาด ความสกปรกก็คือความสกปรก เราไปหาท่าน เราต้องเป็นแบบท่าน และพยายามทำให้ถึงธรรมอย่างที่ท่านเห็น แล้วเราก็จะกลมกลืนในสายทางแห่งธรรมอันเดียวกัน การอยู่กับท่านก็จะได้ผลที่สุดเป็นที่หมาย”

*ตามหาบุพพาจารย์

หลวงปู่เจี๊ยะท่านกล่าวว่า การได้ฟังโอวาทท่านพ่อลีเช่นนั้น ก็ยิ่งทำให้ใจมันไขว่คว้าในเป้าหมายคือ “ท่านพระอาจารย์มั่น” ยังไงต้องถึงท่านที่เป็นพระอรหันต์ให้ได้ 

พอถึงวันออกเดินทาง หลวงปู่ท่านก็มาขึ้นเรือที่ท่าแฉลบ พร้อมกับพระอาจารย์เฟือง โชติโกสหธรรมิก และท่านพ่อลี ที่จะเดินธุดงค์ไปอินเดีย ทั้งหมดไปขึ้นที่ท่าราชวงศ์ พักอยู่ที่กรุงเทพฯประมาณ ๒๐ วัน ขึ้นรถไฟเดินทางไปที่เชียงใหม่ ถึงเชียงใหม่แล้วนั่งสามล้อต่อไปที่วัดเจดีย์หลวง พักอยู่ที่วัดเจดีย์หลวงประมาณ 4 วัน

ตอนออกเดินทางมาจากกรุงเทพฯมีปัจจัยอยู่เพียง ๗ บาท จ่ายค่ารถ จ่ายค่าสามล้อหมดพอดี ไปพักอยู่วัดเจดีย์หลวง ได้พบกับพระมหาเสงี่ยม สนทนากันแบบเพื่อนผู้ร่วมประพฤติพรหมจรรย์พูดจาถูกกัน

ท่านเห็นว่าตนไม่มีเงิน ค่ารถ จึงชักชวนให้อยู่ก่อน ท่านนิมนต์ให้อยู่วันพระ เพราะวันพระที่จะถึงท่านจะเป็นองค์แสดงธรรม ญาติโยมคงจะถวายกัณฑ์เทศน์ โดยตามปกติแล้วในวันพระ ทุกวันพระ พระที่เทศน์จะได้ปัจจัยที่โยมถวาย 80 สตางค์ พอท่านได้ปัจจัย ท่านก็นำมาถวายเป็นค่ารถในการเดินทาง

พักที่วัดเจดีย์หลวงพอสมควรแล้ว ก็ออกเดินทางไปเชียงดาว แล้วธุดงค์ต่อไปทางปางแดงเป็นป่าอยู่ในกลางหุบเขา พักที่ป่าแดงพอสมควรแล้วก็ออกเดินทางไปตามหุบผาป่าเขา อันสลับซับซ้อน จนทะลุถึงอำเภอพร้าว พักอยู่ตามป่าที่อำเภอพร้าว เพื่อสอบถามว่าท่านพระอาจารย์มั่นพักอยู่ที่ไหน จนได้เค้าว่าชื่อวัดรร้างป่าแดง

*พบพระอาจารย์ครั้งแรก

ในระหว่างเดินทางไปหาท่านพระอาจารย์มั่นนั้น หลวงปู่เจี๊ยะท่านต้องเดินทางด้วยความยากลำบากด้วยความเหน็ดเหนื่อย เรียกได้ว่า ทุกข์ทรมานที่สุดในชีวิตการเดินทาง เพราะไม่เคยเดินเท้าเปล่าข้ามป่าเขาลำเนาจุดหมายอยู่ที่ใดก็แน่นอน อา เท่านั้น ส่วนร่างกายเต็มที่ พระอาจารย์มั่นเป็นพันๆหมื่นๆครั้ง

เมื่อเดินทางถึงบ้านแม่กอย ถามคนเขาบอกว่า ท่านพักอยู่ที่วัดร้างป่าแดง ก็รีบเร่งเดินทางเข้าไป กระหายใครเห็น ใคร่สนทนา มากกว่าการกระหายน้ำ ลืมความเหน็ดเหนื่อย

มุ่งตรงเข้าไปยังวัดร้างป่าแดง พบกระท่อมน้อยๆ มุ่งหญ้าคา ฝาขัดแตะและใบไม้ พื้นไม้ไผ่ ดูๆ ในสถานที่น่าจะมีพระอยู่กันหลายองค์ เพราะสะอาดสะอ้านเหลือประมาณ

เมื่อเดินเข้าไปตรงกระท่อม หลังที่มองเห็นก่อนหน้านั้น พบพระรูปหนึ่งรูปร่างเล็กๆ ลักษณะองอาจ เป็นเถระรูปร่างสันทัด ผิวดำแดง นั่งห่มจีวรเปิดไหล่ แสดงอาการให้เห็นว่ารอใครบาง คน อย่างเห็นได้ชัด ท่านนั่งอยู่บนแคร่น้อยๆ ใช้ไม้ไผ่ขัดแตะ เอาหญ้าคามุงกั้นฝาเป็นฟาก หันหน้ามาทางที่จะเดินเข้าไป แสดงว่าสนใจในคนที่มา แต่ไม่แสดงออกทางคำพูด แต่เป็นกริยาที่รับกัน

หลวงปู่เจี๊ยะกล่าวว่าใจในขณะนั้น น้อมนึกขึ้นมาทันทีว่า “นี่แหละหลวงปู่มั่น” และนึกต่อไปอีกว่า “ท่านคงรู้วาระจิตของเราเป็นแน่แท้ จึงมานั่งรอ พระเถระรูปที่นั่งอยู่นี้ ต้องเป็นท่าน อาจารย์มั่น จะเป็นองค์อื่นไปไม่ได้” จึงตรงดิ่งเข้าไปกราบท่าน ตามความกระหายใคร่จะกราบนมัสการ

ขณะที่หลวงปู่เจี๊ยะเข้าไปหาท่านหลวงปู่มั่นนั้น ท่านเข้าไปแบบจู่โจม คิดว่าต้องไม่ใช่ใครที่ไหน ที่สามารถรู้เหตุการณ์ในอนาคตได้ว่าใครจะไปจะมา ต้องเป็นท่านพระอาจารย์มั่นอย่างแน่นอน 

เข้าไปถึงก็หมอบเข้าไปกราบ ท่านหลวงปู่มั่นจึงถามขึ้นว่า “มาจากไหน”

“มาจากจันทบุรี อยู่กับท่านอาจารย์กงมาและท่านอาจารย์ลี” หลวงปู่เจี๊ยะกราบเรียนหลวงปู่มั่น

“ท่านลี ท่านกงมา อ้อ! นั่นลูกศิษย์เรา” หลวงปู่มั่นพูดแบบอุทานเหมือนว่า รู้และเข้าใจในวิถีความเป็นมาเป็นไปของท่านหลวงปู่เจี๊ยะ

จากนั้นเมื่อได้โอกาสอันควร หลวงปู่เจี๊ยะจึงกราบเรียนเล่าเรื่องที่ภาวนา ที่จิตเป็นไปให้ท่านหลวงปู่มั่นฟังสั้นๆ เป็นใจความว่า “ครูบาอาจารย์ กระผมพิจารณากาย จนใจนี้มันขาดไปเลย”

หลวงปู่มั่นท่านนิ่งฟังเฉย นิ่งเงียบไม่คัดค้านในสิ่งที่หลวงปู่เจี๊ยะเล่าถวายแม้แต่คำเดียว หลวงปู่เจี๊ยะจึงเรียนถามท่านต่อไปอีกว่า “ครูบาอาจารย์…จะให้ผมทำอย่างไรต่อ” ท่านตอบสั้นๆ แต่เป็นที่พอใจตรงใจ “ให้ทําอย่างเดิมนั่นแหละ ดีแล้ว”

*ศูนย์กลางพระอริยเจ้า

วัดที่ท่านพระอาจารย์มั่นพักจำพรรษาอยู่ขณะนั้น คือวัดร้างป่าแดง เป็นวัดอยู่กลางป่ากลางทุ่ง มีชาวบ้านอยู่ 6 หลังคาเรือน บ้านห่างจากวัด ประมาณ 500 เมตร กุฏิครูบาจารย์ ท่านมุงด้วยใบตองตึง พื้นเป็นฟากไม้ไผ่ รูปลักษณ์เป็นทรงพื้นเมืองทางเหนือ

เรื่องธรรมเรื่องวินัยครูบาอาจารย์มั่นท่านละเอียดเป็นที่สุด แม้แต่ต้นไม้ประดับประดา ปลูกให้มีดอกออกผลสวยงาม ท่านไม่ให้ปลูกภายในวัด ถ้าเป็นพระ ท่านว่าเป็นพระเจ้าชู้ พระขุนนาง ชอบสวยงาม ชอบสะดวกสบาย แต่ภายในหัวใจไม่มีอรรถธรรมแม้แต่น้อย ต้นไม้งามเท่าไหร่ ใจมันก็เสื่อมจากทางจงกรม นั่งสมาธิเท่านั้น

ขณะที่ท่านพระอาจารย์มั่นมาพักพำนักปฏิบัติธรรม ณ วัดร้างป่าแดงแห่งนี้ ได้มีลูกศิษย์ของท่านที่เป็นพระกรรมฐานเดินทางตามมา เพื่อรับการอบรมทางด้านจิตตภาวนาโดยสม่ำเสมอมิได้ขาด เช่น พระอาจารย์เทสก์ เทสรํสี พระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ พระอาจารย์พรหม จิรปุญฺโญ พระอาจารย์แหวน สุจิณฺโณ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอาจารย์สิม พุทฺธาจาโร ฯลฯ

สำหรับหลวงปู่เจี๊ยะ หลังจากเดินทางมาขอฝากตัวเป็นศิษย์ ได้รับฟังโอวาทจากท่านพระอาจารย์มั่นเป็นที่ซาบซึ้งแล้ว ทั้งหลวงปู่เจี๊ยะและท่านพ่อเฟื่องต่างก็เข้าสู่ที่พักด้วยใจที่แข็งแกร่ง แต่ด้วยอากาศที่หนาวเหน็บเข้าไปภายในนั้น ทำให้เนื้อตัวสั่นเทา มีแต่เพียงจีวรบางๆ เป็นที่ห่อหุ้มร่างกาย

เมื่อตกดึกๆ นอนไม่หลับ จึงเดินเข้าไปหาท่านเฟื่อง แล้วกระซิบท่านเบาๆ อันเป็นการหยั่งเชิงดูหมู่เพื่อน ว่าจะเป็นไปอย่างไร คิดอย่างไร ว่า “เฟื่องเว้ย… หนาวเว้ย…กลับบ้านดีกว่า…” หลวงปู่เจี๊ยะเล่าว่า ท่านเฟื่องนิ่งเฉย ไม่ตอบแต่อย่างใด ส่วนภายในใจของตนนั้น ก็ไม่ได้ถอยแต่อย่างใดเช่นเดียวกัน

*ฟ้าผ่าใจรับอรุณ

พอรุ่งเช้าวันใหม่ มองเห็นลายมือพอรู้ มองดูชายหญิงพอออกว่าเป็นชายหรือหญิง มองต้นไม้ออกว่าเป็นต้นไม้อะไร ก็ออกจากที่พัก อันเป็นเพิงเล็กๆ มุงด้วยใบตอง มีหลังคาพอกันน้ำค้าง ที่นอนก็เป็นแคร่ไม้ไผ่โยกเยกๆ เดินมากระท่อมน้อยอันเป็นศาลาหอฉัน

พอท่านพระอาจารย์มั่นเห็นหน้าหลวงปู่เจี๊ยะเท่านั้นแหละ เหมือนดั่งว่าสายฟ้าฟาดลงบนกระหม่อมทันที “คนทะลงทะเลไม่มีความอดทน ไป…ไป ไม่มีใครอาราธนามาที่นี่”

หลวงปู่มั่นท่านพูดเสียงดุดัง นัยน์ตากกราดกร้าวเหมือนพญาเสือโคร่งใหญ่ เป็นกิริยาที่หมู่แมวๆ ต้องหมอบคลาน ก้าวขาก็ไม่ออก หลวงปู่เจี๊ยะกล่าวว่าเรื่องวาระจิตนี่ ท่านรู้ทุกอย่าง จะพูดจะคิดอะไร อยู่กับท่านต้องระวัง ประมาทไม่ได้เป็นบาปใหญ่ เพราะท่านเป็นพระอรหันต์ เมื่อตั้งสติไว้ กำหนดไว้ได้แล้วค่อยก้าวเท้าเดินต่อไปด้วยความนอบน้อม

คำพูดของท่านเพียงเท่านั้นล่ะ มันวนเวียนอยู่ในใจ จะคิด” อะไร จะพูดอะไร เหมือนถูกคนสะกดบังคับให้ต้องเป็นไปตามแบบของท่าน ก็ได้แต่เพียงเตือนตนไว้ในใจว่า “เอาละนะ เจอของจริงแล้ว ระวังตัวให้ดี”

จากนั้นมาท่านหลวงปู่มั่นก็เมตตาใช้ทำนั่นทำนี่ ดูแลอุปัฏฐากใกล้ชิดท่าน จิตใจก็ค่อยคุ้นๆ กับท่าน ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง 

หลวงปู่ท่านกล่าวว่า การที่ได้อยู่กับพระที่สมบูรณ์ทั้งความรู้ ภายใน และความประพฤติ นับว่าเป็นโชคอย่างมหาศาล การอยู่การฉัน ก็นับว่าลำบากมากในสายตาของชาวโลก แต่ถ้าเป็นนักธรรมถือว่าสมบูรณ์พอดีๆ 

จากนั้นไม่นาน ฟันของท่านพระอาจารย์มั่นจึงหลุดขณะที่ใช้ไม้สีฟัน ท่านพระอาจารย์มั่นมอบไว้ให้หลวงปู่เจี๊ยะ เก็บรักษาไว้อย่างดี 

ซึ่งภายหลังหลวงปู่ได้เป็นผู้นำในการสร้างเจดีย์ เพื่อบรรจุพระทันตธาตุของท่านพระอาจารย์มั่น ชื่อว่า ภูริทัตตเจดีย์ ตั้งอยู่ที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่เจี๊ยะอยู่พักจำพรรษาในบั้นปลายชีวิต

*ติดตามอุปัฏฐากพระอาจารย์มั่น

ด้วยท่านพระอาจารย์มั่นรับนิมนต์ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์(อ้วน ติสฺโส) วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ หลังจากที่พักอยู่ที่วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ๖-๗ คืน ก็ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยมีหลวงปู่เจี๊ยะ ติดตามอุปัฏฐากด้วยความยินดียิ่ง

พอรถไฟถึงกรุงเทพฯ ก็เข้าพักที่วัดบรมนิวาส ตามคำสั่งทางโทรเลขของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ หลวงปู่เจี๊ยะก็จัดแจงที่พัก จัดน้ำใช้ น้ำฉัน น้ำปั่น น้ำสรงให้สมควรและถูกตามอัธยาศัยของท่านหลวงปู่ 

ในระยะที่พักที่นั้นปรากฏว่า มีคนมาถามปัญหากับท่าน และมีผู้นิมนต์ให้รับภัตตาหารที่บ้านมาก

หลวงปู่เจี๊ยะเป็นพระติดตามอุปัฏฐากท่านพระอาจารย์มั่นมาโดยตลอด เมื่อท่านเดินทางมาพักอยู่กรุงเทพฯ มีผู้มาอารธนานิมนต์ให้ไปฉันในบ้านเสมอ แต่ท่านขอผ่านเพราะไม่สะดวกต่อการปฏิบัติต่อสรีระกิจประจำวันหลังจากฉันเสร็จแล้ว

พักอยู่กรุงเทพฯ พอสมควรแก่กาลแล้ว ท่านหลวงปู่มั่นก็เริ่มพาออกเดินทางมาพักโคราช ตามคำอาราธนาของคณะศรัทธาชาวนครราชสีมา โดยพักที่วัดป่าสาละวัน ขณะพักอยู่นั้นก็มีท่านผู้สนใจ มาถามปัญหาหลายราย มีผู้คนเลื่อมใสท่านมาก ท่านเป็นผู้มีธรรมะ เป็นวิหารธรรม ช่างสังเกตพินิจพิจารณา อย่างบางทีปลอดผู้คนตอนพลบค่ำ ท่านเข้าไปทำวัตรปฏิบัติ เมื่อเห็นอะไรก็จะแสดงออกมาสอน เราในแง่แห่งธรรมเสมอ เราก็เซ่อซ่าๆ ซุ่มซ่ามอยู่แล้ว จึงถูกท่านดัดอยู่เป็นประจำ

“ทุกวันท่านต้องมีเรื่องดุเรา เพราะท่านเป็นนักปราชญ์ ส่วนเราเป็นผู้ไปศึกษากับท่านผู้เป็นปราชญ์ใหญ่ จึงถูกท่านโขกสับขับไล่อยู่เรื่อยๆ สำหรับปัญหาธรรมนั้นไม่ว่าท่านไปพักที่ไหน คนมาเรียน ถามมิได้ขาด แต่มิได้จดจำได้ทุกบททุกบาท

หลวงปู่มั่นพักนครราชสีมาพอสมควร แล้วก็พาหลวงปู่เจี๊ยะ ออกเดินทางต่อไปจังหวัดอุดรธานี มาถึงขอนแก่น มีพี่น้องชาวขอนแก่นไปรับท่านที่สถานีคับคั่ง และพร้อมกันอาราธนาท่านให้ลงแวะพักที่ขอนแก่นก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อไปอุดรฯ แต่ท่านไม่อาจแวะตามคำนิมนต์ได้ จึงพากันพลาดหวังไปบ้างในโอกาสที่ควรจะได้นั้น

………………………

ตามรอยพระอริยะเจ้า! “หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท” พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” ท่านคือสมณะสงฆ์สายป่าผู้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองของแม่ทัพกรรมฐานแห่งสยาม : ดำรงธรรม เรียบเรียง 

(ติดตามตอนต่อไป)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทิดสมปอง’ โพสต์ ‘ในวันที่มืดมิด เราจะเห็นกัลยาณมิตรชัดขึ้น’

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634960

'ทิดสมปอง' โพสต์ 'ในวันที่มืดมิด เราจะเห็นกัลยาณมิตรชัดขึ้น'

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.18 น.

ถือว่าช่วงนี้ “สมปอง นครไธสง” หรือ “ทิดสมปอง” เจอมรสุมกระหน่ำเข้าอย่างจัง ตั้งแต่มีดราม่า “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์จนกลายเป็นไวรัสชั่วข้ามคืน ยังไม่จบแค่นั้นยังมีการออกมาแฉเรื่องที่ดิน 300 ไร่ ที่กู้นอกระบบซื้อมาส่วนหนึ่งบุกรุกที่ป่าสงวนฯ และ ส.ป.ก.

ล่าสุด “ทิดสมปอง” ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ในวันที่มืดมิด เราจะเห็นกัลยาณมิตรชัดขึ้น”. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เศร้าใจ! ยายนั่งรอเก้อวานให้เด็กกดเงินเบี้ยผู้สูงอายุ สุดท้ายโดนเชิดหนี

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634928

เศร้าใจ! ยายนั่งรอเก้อวานให้เด็กกดเงินเบี้ยผู้สูงอายุ สุดท้ายโดนเชิดหนี

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 16.50 น.

เศร้าใจ! ยายไหว้วานเด็กกดเงินเบี้ยผู้สูงอายุ700บ. สุดท้ายโดนเชิดหนี นั่งรอเก้อ พลังโซเชียลแนะให้แจ้งความดำเนินคดีคนที่ทำผิดทันที 

เรื่องเศร้า… บนโลกออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวของยายรายหนึ่งไหว้วานให้เด็กกดเงินเบี้ยคนชราให้ 700 บาท แต่สุดท้ายก็โดนเด็กรายนั้นเชิดเงินหนีทำคุณยายต้องนั่งรอเก้อ ทำเอาชาวเน็ตเห็นแล้วได้แนะนำให้คุณยายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจับคนทำผิดนี้ทันที

ปัจจุบันการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นแบบขั้นไดตามช่วงอายุ คือ 
อายุ 60 – 63 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดือนละ 600 บาท
อายุ 70 – 79 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดือนละ 700 บาท
อายุ 80 – 89 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดือนละ 800 บาท
อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดือนละ 1,000 บาท 

โดยผู้ใช้ติ๊กต็อก “tawongsawat” ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ของคุณยาย ระบุข้อความว่า “ให้เด็กกดเงินเบี้ยผู้สูงอายุ เด็กเอาไปหมดเลย 700” โดยในคลิปดังกล่าว คุณยายเล่าเหตุการณ์ว่า “ถามเด็กว่าเงินได้ยัง เด็กคนนั้นก็บอกว่ายายเงินไม่เข้า” ซึ่งยายก็โต้กลับว่า “เข้าแล้วลูก คนอื่นเขามากดแล้วยายก็เลยมา” ทำให้ทางด้านคนถ่ายคลิปก็ถามอีกครั้งว่าเอาไปหมด 700 เลยหรอ ทางคุณยายก็ตอบชัดเจนว่า “เอาไปหมดเลย”. -008 

ขอบคุณภาพจาก : “tawongsawat”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปิดตำนาน! ‘เสี่ยปาน30ล้าน’ สั่งเสียครั้งสุดท้าย ขอจัดงานศพที่ร้านก๋วยเตี๋ยว

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634900

ปิดตำนาน! 'เสี่ยปาน30ล้าน' สั่งเสียครั้งสุดท้าย ขอจัดงานศพที่ร้านก๋วยเตี๋ยว

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 15.34 น.

‘เสี่ยปาน’ 30 ล้าน เปิดใจยอมรับป่วยสารพัดโรค ทั้งมะเร็งลำไส้ พ่วงด้วยมะเร็งทวารหนักเหตุทำงานหนักแม้จะถูกหวย ชะล่าใจไม่รักษา พร้อมสั่งลาพี่สาวหากเป็นอะไรไปให้งานศพที่ร้านตรงขายก๋วยเตี๋ยว จากนี้ไปขออนุญาติงดให้ข่าวขอพักผ่อนปิดตำนานเสี่ยปาน 30 ล้านและขออยู่กับพี่สาวจนกว่าวันนั้นจะมาถึง

11 ก.พ.65 นายยงยุทธ แก้วสวนจิก อายุ 45 ปี หรือ “เสี่ยปาน 30 ล้าน” ชาวบ้านบ้านหนองบ่อ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ถูกหวยรางวัลที่ 1 จำนวน 30 ล้าน เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ต่อมาเกิดเจ็บป่วยหนักหลายโรคตัดสินใจขายทิ้งทรัพย์สินทุกอย่างและเตรียมแบ่งทรัพย์สินให้พี่น้องและลูกชายโดยได้เขียนพินัยกรรมไว้แล้ว ขณะที่เสี่ยปานพ้อยังไม่อยากตายเพราะลูกชายยังเล็ก  แต่เนื่องจากป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย หมอบอกอยู่ได้อีกนานจะรีบทำอะไรก็รีบทำ จึงต้องมาอยู่ใกล้ๆ พี่สาวโดยช่วยพี่สาวขายก๋วยเตี๋ยวและคอยให้พี่สาวเช็ดแผลให้ โดยวันนี้เสี่ยปานอยากจะเปิดใจและแจ้งข่าวกรณีป่วยหลายโรคทำให้ร่างกายทรุดหนัก เพื่อให้สังคมรับรู้หลังปิดมานาน โดยพบกับเสี่ยปาน 30 ล้าน กำลังทำความสะอาดร้านก๋วยเตี๋ยวจัดโต๊ะ จัดเก้าอี้เพื่อเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวในตอนเช้า มีอาหารเช้าเป็นเต้าหู้ ขนมปังและโอวัลติน และยังมีถุงยาที่ใช้สำหรับรักษาโรคถุงใหญ่ในจำนวนนั้นมียาที่รักษาแก้เจ็บปวดอย่างรุนแรงคือมอร์ฟีนตามแพทย์สั่งรวมอยู่ด้วย

เสี่ยปาน 30 ล้าน เปิดเผยว่า วันนี้อยากจะแจ้งให้สังคมได้รับรู้หลังปิดมานานเรื่องป่วย ตอนนี้ที่ป่วยมีโรคหัวใจ โรคมะเร็งทวารหนักระยะสุดท้าย สาเหตุที่ต้องบอกหลังปิดมานาน เพราหลังเป็นข่าวออกไปหลายคนเขาก็เป็นห่วงว่าทำไมเป็นโรคหัวใจแล้วไม่ไปรักษา ตนอยากจะบอกว่า นอกจากป่วยเป็นโรคหัวใจแล้วก็ยังมีโรคมะเร็งทวารหนักระยะสุดท้าย โดยหมอบอกว่าอยู่ได้ 1 ปีจะครบในเดือนนี้ แต่หากรอดพ้นเดือนนี้ไปได้ตนเองก็ใจยังอยากมีชีวิตอยู่เห็นหน้าลูกชายจนเขาเติบใหญ่

เสี่ยปาน กล่าวอีกว่า ก่อนที่จะเป็นมะเร็งทวารหนัก ตนเองป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อนนี้ ในช่วงที่ไปบวชเป็นเยอะซึ่งตอนแรกจะบวชตลอดชีวิตแต่เนื่องจากป่วยจึงลาสิกขามารักษาตัวทั้งคีโมผ่าตัดจนหายแล้วพร้อมเปิดโชว์รอยผ่าตัดตรงช่องท้องให้ผู้สื่อข่าวดู และด้วยความที่ตนเองไม่ชอบอยู่เฉยๆ จากนั้นจึงซื้อรถไถ รถเกี่ยวข้าวพาพี่ชายลุยรับจ้างทำให้ทำงานหนักพักผ่อนไม่เพียงพอและที่สำคัญนั่งขับรถนานทำให้เป็นฝีทวารหนัก ไปให้หมอตรวจตอนแรกคิดว่าเป็นฝีคัณฑสูตรแต่ไม่หายสักทีและเมื่อต้นปีที่แล้วไปตรวจอีกครั้งหมอก็บอกว่าไม่ทันแล้วนะมะเร็งลามแล้วและ เป็นมะเร็งทวารหนักระยะสุดท้ายแล้วนะจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี

ส่วนสาเหตุที่ตนเองอยากเปิดเผยให้สังคมรับรู้ใครจะสมน้ำหน้าผมก็ตาม ความจริงก็คือความจริง ผมจึงอยากจะบอกว่าป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายรักษาคงไม่ทันแล้ว แต่ก็มีหลายคนที่ให้กำลังใจ ผมก็ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ ผมก็ขอให้ท่านจงร่ำรวย ส่วนคนที่ด่าผมก็ก็ขออโหสิกรรมให้ และสัมภาษณ์ครั้งนี้ผมขอสัมภาษณ์เป็นครั้งสุดท้าย ผมขอหยุดให้ข่าวปิดตำนานเสี่ยปาน 30 ล้าน ในวันนี้เลยและขอให้ผมได้พักผ่อนใช้ชีวิตตามสภาพหากยังมีชีวิตอยู่ก็จะพาลูกไปเที่ยว และตอนนี้ได้สั่งลาบอกพี่สาวแล้วว่า หากผมเสียชีวิตไปก็ให้จัดงานที่ตรงนี้ ไม่ต้องไปจัดที่บ้านสวน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างผมได้เขียนพินัยกรรมไว้แล้ว แต่ผมก็จะฝืนเต็มที่ฝืนจนวันสุดท้ายของผม ชีวิตผมสั้นอยู่ได้เท่านี้เพราะเขาให้ผมมาอยู่ใช้กรรมได้เท่านี้ ยิ่งทำบุญมากเท่าไรยิ่งตายเร็ว.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวผวา! ถูกแอบถ่ายในห้องน้ำศาลากลางเชียงใหม่ ซ้ำถูกเพื่อนร่วมงานพูดเย้ย

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634889

สาวผวา! ถูกแอบถ่ายในห้องน้ำศาลากลางเชียงใหม่ ซ้ำถูกเพื่อนร่วมงานพูดเย้ย

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.23 น.

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 256 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยและการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นในศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ หลังเกิดเหตุการณ์ที่เพื่อนผู้หญิงที่ทำงานร่วมกันในหน่วยงานราชการหนึ่งเข้าห้องน้ำที่อยู่ชั้น 5 แต่ปรากฏว่าถูกคนแอบถ่ายระหว่างทำธุระส่วนตัวอยู่ในห้องน้ำ

ซึ่งหลังจากท่ารู้ตัวแล้ว ได้รีบติดต่อขอดูภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บนศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ แต่กลับพบว่ากล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ไม่สามาถใช้งานได้ จึงทำให้เกิดความรู้สึกว่าแม้แต่สถานที่ราชการอย่างศาลากลางจังหวัดก็ยังไม่เป็นพื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไป

นอกจากนี้ จากเหตุการณ์ถูกแอบถ่ายที่เกิดขึ้นกลับมีผู้ร่วมงานบางคนพูดเป็นเรื่องขำขันว่า “ของแบบนี้แบ่งๆ กันดู” ทั้งๆ ที่เป็นการคุกคามทางเพศ ซึ่งทำให้ผู้โพสต์รู้สึกผิดหวังอย่างมาก

ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ไม่ใช่พื้นที่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป! เวลา 15.40 น. เพื่อนคนนี้โดนแอบถ่ายในห้องน้ำหญิงชั้น 5 พอรู้เลยไปแจ้งหน่วยงานต่างๆ เพื่อนจะขอดูกล้องวงจรปิด…หน่วยงานเหล่านั้นก็โยนกันไปโยนกันมา สรุป กล้องวงจรปิดมีแค่ชั้นล่าง ส่วนที่มีอยู่ตามอาคารก็คือมีแต่ไม่สามารถบันทึกได้และเป็นแบบนี้มาเป็น 10 กว่าปีแล้ว ส่วนชั้น 5 ไม่ต้องพูดถึงไม่มีเลยจ้า ตำรวจยังช็อกว่าไม่มีกล้องจริงๆ เหรอ… เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ตาสว่างกับทัศนคติคนบางคนในสำนักงาน คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลกเหรอถึงกล้าพูดมาได้ว่า “ของแบบนี้แบ่งๆ กันดู” ถ้าเป็นลูกเป็นเมียคุณคุณจะยังกล้าพูดแบบนี้อยู่ไหม การที่เอาเรื่องการคุกคามทางเพศมา make fun มันแสดงให้เห็นถึงความเป็นคนของคุณคือต่ำมาก ต่อไปกูจะไม่เสียเวลาเอามือกูมาไหว้คนที่มีความเป็นคนต่ำแบบนี้ อุปกรณ์ก็จะใช้แต่ของสำนักงานเอาละกัน ไม่เอาของส่วนตัวมาใช้ ทำงานกูจะไม่ทุ่มแรงกายแรงใจทำขนาดนี้…ขอคืนแรงกายแรงใจที่กูมีให้”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แปลก! ต้นไม้คู่รัก ‘ต้นโพธิ์กอดต้นตาล’ เชื่อมี ‘รุกขเทวดา-นางไม้’ ปกปักรักษา

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634888

แปลก! ต้นไม้คู่รัก ‘ต้นโพธิ์กอดต้นตาล’  เชื่อมี ‘รุกขเทวดา-นางไม้’ ปกปักรักษา

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.14 น.

11 ก.พ.65 ที่บริเวณกลางทุ่งนาบ้านไร่อ้อย ม.5 ต.บ้านเหล่า อ.แม่ใจ จ.พะเยา ได้มีต้นตาลและต้นโพธิ์ยืนต้นโค้งกอดรัดกันตั้งเด่นสง่ายืนต้นอยู่กลางทุ่งนา ลำต้นทั้งคู่สูง กว่า 20 เมตร มีขนาดลำต้น 2คนโอบกอดรัดเคียงคู่อยู่ด้วยกัน 2 ต้น อายุกว่า 40 ปี โดยต้นตาลจะถูกต้นโพธิ์โอบกอดพันรัดรอบต้น ตั้งแต่โคนต้นขึ้นไปจนถึงปลายลำต้นต้นไม้ 2 ชนิดนี้ ชาวบ้านบอกว่าอยู่ด้วยกันมาหลายสิบปี ชาวบ้านเรียกว่าเป็นต้นไม้เจ้าที่ ยังให้โชคลาภกับเจ้าของที่ ด้วยและเป็นต้นไม้ยืนต้นคู่ถือว่าเป็นต้นไม้ที่แปลกและหาดูได้ยาก ไม่พบเห็นที่ไหน และเชื่อว่ามีรุกขเทวดานางไม้ปกปักรักษา สิงสถิตอยู่ ถือว่าเป็นต้นไม้ที่มีเพียงต้นเดียวของจังหวัดด้วย

นายบุญทา อุทาหรณ์  อายุ 66  ปี เล่าว่าสมัยก่อนมีแต่ต้นตาลที่ชาวบ้านปลูกไว้ในที่นาของตนเองหลังจากนั้นไม่นานได้มีต้นโพธิ์คาดว่านกน่าจะคาบมากินบนต้นตาลและทำให้เมล็ดต้นโพธิ์งอกออกมาตรงกลางลำต้นและรากต้นโพธิ์ก็ได้ซอนรากกอดรัดต้นตาลจนถึงโคนต้นโดยแผ่กิ่งก้านรอบต้นตาลเปรียบเหมือนต้นไม้เจ้าที่  แปลกและหาดูได้ยาก และเชื่อว่ามีรุกขเทวดานางไม้ปกปักรักษา สิงสถิตอยู่ มักจะโดนบันดาลให้โชคลาภกับเจ้าของผืนนาแห่งนี้ด้วย. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านขุดหา ‘ตัวอ่อนจักจั่น’ อาหารโอชะหากินยาก 1 ปีมีครั้งเดียว

Posted on February 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634886

ชาวบ้านขุดหา ‘ตัวอ่อนจักจั่น’ อาหารโอชะหากินยาก 1 ปีมีครั้งเดียว

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.13 น.

11 ก.พ.65 ชาวบ้านในพื้นที่ ต.คือเวียง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ต่างนำจอบเสียมออกหาขุดตัวอ่อนจักจั่น หรือทางเหนือเรียกว่า เงาะจักจั่น ซึ่งเป็นอาหารป่าตามฤดูกาลนำมาขายและประกอบอาหาร มีราคาสูงตัวละ 1-2 บาท ทั้งนี้ 1 ปีจะมีเพียงหนึ่งครั้งที่จะได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะนี้

นายชำนาญ อุตมาเครื่อง อายุ 46 ปี ชาว ต.คือเวียง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา กำลังนำอุปกรณ์จอบเสียม ขุดหา เงาะจักจั่น หรือ ตัวอ่อนจักจั่น ตามบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่กลางทุ่งนา ซึ่งตนและเพื่อนๆ จะออกหาขุดหา ตัวอ่อนจักจั่น หรือเงาะจักจั่น ที่อยู่ภายในดินตามใต้ต้นไม้บริเวณกลางทุ่งนา โดยวิธีการขุด จะขุดเพื่อเปิดหน้าดินและหารูของตัวอ่อนจักจั่นจะฝังตัวลึกประมาณ10-15 ซม.และจะทำการขุดด้วยจอบหรือเสียมค่อยๆ ขุดเพื่อนำตัวจักจั่นออกมา โดยจักจั่นที่ได้แต่ละวันสามารถขุดได้กว่า 300-500 ตัวขายตัวละ 1-2 บาท สำหรับตัวอ่อนจักจั่น หรือ เงาะจักจั่น ชาวบ้านจะขุดมาแล้วนำมาล้างให้สะอาด สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู เช่นทำน้ำพริก ทอดสมุนไพร  แกงใส่ผักต่างๆ ซึ่งถือว่า เป็นอาหารที่หาทานยาก 1 ปี มีเพียงหนึ่งครั้งและหายากเนื่องจากจักจั่นจะออกไข่เพียงปีละครั้งเท่านั้น จึงทำให้ราคาสูง. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,278,815 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
ฉลองมงคลสมรส ธารา รัตนาวะดี - ปภาดา ตันติมาสกุล
Trump says that as soon as Election Day ends, 'we're going in with our lawyers' #SootinClaimon.Com
SIA flies first batches of Covid-19 vaccines to Australia and New Zealand #SootinClaimon.Com
'พิชัย' เชื่อ 'ทรัมป์' จะทำ ศก.สหรัฐฯ ดีขึ้น พาประเทศออกจากวังวนเดิม
Thais give alms to monks on Father’s Day
New tack for Trump: Delay final vote count #SootinClaimon.Com
โซไซตี้ : เอสจีเอส ประเทศไทย อาสาทำดีเพื่อน้อง ระดมพลังพนักงานจิตอาสา ลงแรง ด้วยใจ ให้น้องๆ ในจังหวัดสตูล ‘เพื่อชีวิต...ที่ดียิ่งกว่า’
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
star retro : ย้อนวันแห่งความสำเร็จ‘นกแล’ วงดนตรีในตำนาน ที่ยังเดินหน้าสร้างสรรค์งานเพลง

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d