Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

โดนแล้ว! ทวิตเตอร์ ‘กรมสรรพากร’ ถูกแฮ็กขโมยบัญชี โดนโยงปมภาษีคริปโต

Posted on January 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629001

โดนแล้ว! ทวิตเตอร์ 'กรมสรรพากร' ถูกแฮ็กขโมยบัญชี โดนโยงปมภาษีคริปโต

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.54 น.

16 ม.ค.65 รายงานแจ้งว่า บัญชีทวิตเตอร์ของ “กรมสรรพากร” ซึ่งเปิดไว้สื่อสารกันประชาชน ถูกแฮกเกอร์ ทำการแฮกบัญชี กลายเป็นบัญชีที่โปรโมตโครงการ NFT (Non-Fungible Token) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่ง

ทั้งนี้บัญชีทวิตเตอร์สรรพากร ปัจจุบันมีผู้ติดตามกว่า 24,000 บัญชี และล่าสุดมีการเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็น Bored Ape Yatch Club หรือ ลิงขี้เบื่อ ผลงานศิลปะ NFT ชื่อดังแห่งวงการ ซึ่งมีราคาซื้อขายระดับบนๆของวงการ

ทั้งนี้ แฮกเกอร์ ได้ทวีตชวนเชิญโปรโมตโครงการ NFT ต่างๆ และการกระทำในครั้งนี้ ไม่แน่ใจว่ามีความเกี่ยวข้องกับที่สรรพากร มีความคิดจะเก็บภาษีกำไรของการเทรดคริปโตฯ หรือไม่. -008

I’m looking to collaborate with NFT projects. DM me if you’re interested in a paid promotion!

+#NFT #NFTCommunity #NFTGIveaway— Revenue | NFT (@RevenueDept) January 16, 2022

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮิตไม่เลิก! นทท.แห่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง โค้งสุดท้ายที่ ‘ภูลมโล’

Posted on January 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628987

ฮิตไม่เลิก! นทท.แห่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง โค้งสุดท้ายที่ 'ภูลมโล'

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.03 น.

นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต่างไปเที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่่ภูลมโล ภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งถือว่าเป็นโค้งสุดท้ายของปีนี้แล้ว ที่ยังเหลือแปลงภูขี้เถ้า ที่ดอกนางพญาเสือโคร่ง ยังบานให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน ขณะที่บ้านใหม่ร่องกล้า ซึ่งมีดอกนางพญาเสือโคร่งบานรอบหมู่บ้าน ทำให้นักท่องเที่ยวยังคงไปถ่ายรูปหมู่บ้านที่สวยงามเหมือนอยู่ในหมู่บ้านญี่ปุ่นทีเดียว

ในช่วงนี้นี้มีนักท่องเที่ยว ต่างเดินทางไปเที่ยวชมทุ่งดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่ภูลมโล อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า กันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมาตรการการป้องกันแพร่ระบาดโควิด และเนื่องจากเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทย ที่จะบานและโรยราลง เนื่องจากปีนี้ดอกนางพญาเสือโคร่ง ได้ทยอยบานกันเกือบทุกแปลงแล้ว และคาดว่าจะร่วงโรยไป ตามธรรมชาติและผลิตเป็นใบอ่อน

โดยในช่วงเป็นแปลงที่ภูขี้เถ้า ซึ่งเป็นแปลงสุดท้ายของภูลมโล ทำให้ในช่วงนี้นักท่องเที่ยวต่างมาใช้บริการรถท่องเที่ยวของชุมชน มาเที่ยวชมกัน เพราะเกรงว่าจะพลาดชมความงาม และอาจทำให้ต้องไปรอชมอีกครั้งในปีหน้า ท่ามกลางอุณหภูมิ 10 องศา บนยอดภูลมโลยามเช้า

ขณะที่บ้านใหม่ร่องกล้า ภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ชาวบ้านได้ปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งรอบหมู่บ้าน ส่งผลให้เมื่อดอกนางพญาเสือโคร่ง ออกดอกสวยงาม ทำให้หมู่บ้านกลายเป็นหมู่บ้านในประเทศญี่ปุ่นทีเดียว เมื่อมองจากจุดชมวิววัดป่าร่องกล้า มีนักท่องเที่ยวต่างไปถ่ายรูปกันจำนวนมาก และมีเจ้าจื้อ สุนัขไซบีเรียน ของวัดป่าร่องกล้า มาคอยดูแลนักท่องเที่ยวทุกเช้า และเป็นขวัญใจของนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วงนี้’มะละกอ’ก็แพงนะ! ร้านส้มตำพัทยา ปรับราคาบางเมนูเล็กน้อย

Posted on January 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628983

ช่วงนี้'มะละกอ'ก็แพงนะ! ร้านส้มตำพัทยา ปรับราคาบางเมนูเล็กน้อย

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.58 น.

16 มกราคม 2565 จากที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงทั้ง เนื้อหมูสด ไก่ ไข่ ผัก รวมไปถึงมะละกอก็ได้มีการขึ้นราคา ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านส้มตำและผู้บริโภคได้รับความเดือนร้อน ส่งผลให้ผู้บริโภคเองก็ต้องซื้อส้มตำหรืออาหาร ในราคาแพงขึ้นตาม   

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังร้านส้มตำ ไหแตก เจ้ไก่ ร้านส้มตำดังในเมืองพัทยา บรรยากาศภายในร้านมีลูกค้ามานั่งรับประทานน้อยกว่าปรกติ ซึ่งก่อนหน้านี้ร้านส้มตำไหแตก เจ้ไก่จะมีลูกค้าเดินทางเข้ามานั่งรับประทานส้มตำและอาหารภายในร้านเป็นจำนวนมาก  

นางสาวไพรินทร์ เจริญสุข หรือเจ้ไก่ เจ้าของร้านส้มตำ ไหแตก เจ้ไก่ กล่าวว่า หลังจากที่วัตถุดิบหลักอย่ามะละกอขึ้นราคา ทางร้านก็ยังไม่ได้มีการปรับราคาส้มตำขึ้นแต่อย่างใด ยังขายในราคาเดิม ส้มตำปูปลาร้า ตำไทย ยังขายที่ 60 บาท ซึ่งสิ่งของเหล่านี้จะมีการปรับขึ้นราคาในทุกปี แต่ในปีนี้อาจจะมีการปรับราคาที่แพงขึ้นมาก เนื่องจากน้ำมันแพง ทำให้การขนส่งก็แพงขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ราคามะละกอ 10 กิโลกรัม ถุงละ 150 บาท แต่ช่วงเทศกาลมีการปรับตัวถือว่าแพงที่สุดในราคาถุงละ 320 บาท แต่ตอนนี้ก็ปรับราคาลงมาเหลือ 200 บาท ซึ่งก็ถือว่ามะละกอยังมีราคาที่แพง  

นางสาวไพรินทร์ กล่าวต่ออีกว่า ตอนนี้ลูกค้าก็เงียบลงกว่าเดิมเยอะมาก ซึ่งปรกติวันเสาร์ลูกค้าจะเต็มร้าน แต่ช่วงนี้ก็จะมีการสั่งผ่าน Grab กับ Line Man ทางร้านยังคงขายในราคาเดิม ส้มตำปูปลาร้า ตำไทย ยังขายที่ 60 บาท ส่วนตำทะเลก็อาจจะมีขึ้นราคาบ้างเล็กน้อย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผวาชายฉกรรจ์พาตร.ข้ามเขต บุกค้นบ้าน-ตรวจฉี่ อ้างถูกร้องมั่วสุม

Posted on January 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628976

ผวาชายฉกรรจ์พาตร.ข้ามเขต บุกค้นบ้าน-ตรวจฉี่ อ้างถูกร้องมั่วสุม

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.13 น.

ผวาชายฉกรรจ์พาตร.ข้ามเขต บุกค้นบ้าน-ตรวจฉี่ อ้างถูกร้องมั่วสุม

น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน หลังมีชายฉกรรจ์ 4 คน พร้อมด้วยตำรวจในเครื่องแบบ 1 นาย บุกเข้าไปตรวจค้นภายในบ้านพักพื้นที่หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แต่ไม่ได้ทำการจับกุมแต่อย่างใด

น.ส.เอ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุอยู่กับครอบครัวรวม 4 คน มีทั้งเด็กและผู้หญิง จังหวะนั้นได้มีชายฉกรรจ์ 4 คนมากับรถยนต์กระบะสีดำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย บุกเข้ามาตรวจค้นภายในบ้านพัก พร้อมกับสั่งให้ทำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกาย อีกทั้งยึดเอาโทรศัพท์ไว้ โดยอ้างว่ามีคนแจ้งว่ามีการมั่วสุม จึงได้นำกำลังมาตรวจสอบ เมื่อสอบถามทั้งหมดอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง ทำให้ทุกคนในบ้านเกิดความหวาดกลัว เนื่องจากเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.หนองปรือ แต่ภายหลังก็ไม่ได้จับอะไร

อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวรู้สึกไม่สบายใจ จึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาโดยไม่มีหมายค้น อีกทั้งยังข้ามเขตพื้นที่เข้ามา จึงอยากฝากถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้เร่งตรวจสอบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อเกิดความโปร่งใส่กับพี่น้องประชาชนด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดตำนาน’หลวงพ่อเศียร’ ฟังเทศนาคลายทุกข์ ‘วัดป่าธรรมรังสี’อำนาจเจริญ

Posted on January 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628971

เปิดตำนาน'หลวงพ่อเศียร' ฟังเทศนาคลายทุกข์ 'วัดป่าธรรมรังสี'อำนาจเจริญ

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.57 น.

วัดป่าธรรมรังสี ตั้งอยู่ตำบลไร่สีสุก อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ เหมาะสำหรับผู้แสวงหาความเงียบสงบสุข ต้องการปลีกวิเวก ปฏิบัติธรรม ถือศีลภาวนาสมาธิ ปกคลุมไปด้วยต้นไม้หลากหลายพันธุ์ยืนต้นขึ้นอยู่ทั่วบริเวณ บนเนื้อที่ จำนวน 47 ไร่ ประกอบด้วย กุฎิ ศาลาการเปรียญ อุโบสถ เป็นต้น 

สำหรับ เจดีย์สิทธิธรรมรังสีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ใกล้กับอุโบสถ ที่ความสูง 15 เมตร ฐานกว้าง 9 เมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2520 เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพุทธศาสนิกชน เดินทางเข้ามากราบไหว้บูชา ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นมงคลชีวิตอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ไม่ไกลทางเข้าวัดมากนัก จะพบเห็นศาลาไม้ทรงไทย ประดิษฐาน หุ่นขี้ผึ้ง หลวงพ่อลี ธรรมสาโร ซึ่งหลวงพ่อลี ธรรมสาโร ได้บูรณะวัดป่าธรรมรังสีแห่งนี้อยู่หลายปี 

ส่วนหลวงพ่อเศียรประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปครึ่งองค์ หรือ พระเศียรจำลอง ว่ากันว่าพระเศียรองค์จริง ขุดขึ้นมาจากใต้ดิน ขณะที่รถแมคโค ปรับพื้นที่บริเวณวัด ขุดพบเศียรพระซึ่งอยู่ใต้ดิน จึงทำพิธีอัญเชิญขึ้นมา 3 วัน จึงสามารถนำขึ้นมาได้ จากนั้นหลวงพ่อลี ธรรมสาโร ได้อัญเชิญเศียรพระไปไว้ที่วัดอโศกการาม จ.สมุทรปราการ และได้ทำเศียรพระจำลอง จากองค์จริง ประดิษฐานภายในอุโบสถ วัดป่าธรรมรังสี อย่างที่เห็นในปัจจุบัน และเป็นที่นิยมของผู้คน เข้ามาอธิฐานขอพรเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงนี้จะมีผู้คนเข้ามาอธิษฐานขอพรหลวงพ่อเศียร ให้ปลอดภัยจากโควิด19 และปัดเป่าโรคร้ายโควิด19 หายไปจากประเทศไทยโดยเร็ว 

พระอธิการ เพลิง ปกสิโร อายุ 72 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมรังสี กล่าวว่า อาตมาเป็นเหลน หลวงพ่อลี ธรรมสาโร วัดอโศกการาม จ.สมุทรปราการ เมื่อสมัยท่านยังมีชีวิตอยู่ พลวงพ่อลี ธรรมสาโร เดินธุดงค์ โปรดสัตว์ไปหลานพื้นที่ในประเทศไทย และข้ามไปประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)อยู่หลายปี จากนั้นกลับมาที่ประเทศไทยทางภาคอีสาน กระทั่งเดินธุดงค์มาถึง บริเวณป่าใกล้กับหมู่บ้านไร่สีสุก เกิดนิมิต เหล่ารุกขเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ป่าแห่งนี้ ต้องการให้สร้างสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ ก็เลยก่อสร้างวัดธรรมรังสีขึ้น ระหว่างที่รถแมกโค ขุดปรับพื้นดิน และขุดพบ เศียรพระ โดยใช้เวลาอัญเชิญขึ้นมา 3 วัน จึงสามารถนำขึ้นมาจากใต้ดินได้ ต่อมาได้อันเชิญไปประดิษฐานที่วัดอโศกการาม จ.สมุทรปราการ กระทั่งปัจจุบัน และได้ทำเศียรเรียกว่า หลวงพ่อเศียร จำลอง ขึ้นมาแทนองค์เดิม โดยประดิษฐานภายในอุโบสถวัดป่าธรรมรังสี ส่วนหลวงพ่อลี ธรรสาโร สร้างหลวงพ่อเศียรจำลองได้ไม่นาน ก็มรณภาพ ขณะมีอายุ 55 ปี 

พระอธิการ เพลิง ปกสิโร อายุ 72 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมรังสี เทศนาให้กำลังใจแก่ญาติโยม ที่เครียดกับโรคโควิด19 ว่าถือว่าเป็นไวรัสอันตรายที่ฆ่าผู้คนไปเป็นจำนวนมาก ก็ขอเป็นกำลังใจ ให้ทุกคนมีสติ ตั้งสติให้ดี และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด19 อย่างเคร่งครัด และให้ยึดปฏิบัติตามคำสอนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรื่องศีล ภาวนา สมาธิ และคิดเสมอว่า การเกิดการแก่ การเจ็บ การตาย ไม่มีใครหนีพ้น ไม่วันไหนวันหนึ่ง จะต้องเกิดขึ้นกับทุกคน ถ้าเข้าถึงแก่นของหลักธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว จะทำให้สบายใจ คลายเครียดลงได้ในระดับหนึ่ง และจะก้าวผ่านวิกฤติ โควิด19 ไปได้ในที่สุด. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมูกรอบชาชู’เจ้าอร่อยเมืองสงขลา จำใจขอขึ้นราคาเพราะหมูแพงมาก

Posted on January 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628958

'หมูกรอบชาชู'เจ้าอร่อยเมืองสงขลา จำใจขอขึ้นราคาเพราะหมูแพงมาก

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.53 น.

16 มกราคม 2565 ร้านหมูกรอบชาชู ขาหมูเยอรมัน เจ้าอร่อยร้านดังเมืองสงขลา ริมถนนกลางเมืองสงขลา บริเวณสี่แยกถนนนครในตัดถนนจะนะ เขตเทศบาลนครสงขลา ของคุณโชคชัยและคุณดารุณี แสงสุวรรณ สองสามีภรรยา ที่สู้ภัย covid-19 มาอย่างต่อเนื่อง ช่วงนี้เจอพิษหมูแพง มีผลกระทบค่อนข้างมากเนื่องจากหมูเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ทำหมูกรอบชาชู-ขาหมูเยอรมัน โดยเฉพาะหมูสามชั้น ซึ่งเป็นส่วนที่แพงที่สุดที่ใช้ทำหมูกรอบชาชู และเป็นหมูที่สั่งมาจากฟาร์มหมูโดยตรง

จากการสอบถามคุณโชคชัยและคุณดารุณีสองสามีภรรยาที่ช่วยกันทำมาหากินสู้ภัยโควิด-19 ตลอดมาอย่างไม่ย่อท้อและในช่วงนี้เจอพิษหมูแพง วิกฤติกว่าเจอโควิด สายพันธุ์โอมิครอนเสียอีก เนื่องจากหมูเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ทำหมูกรอบชาชู ใช้เนื้อหมูสามชั้นซึ่งเป็นส่วนที่แพงที่สุดของหมูและมีกำไรน้อยที่สุดด้วย ที่ร้านเลยได้รับผลกระทบมาก เพราะว่าอาหารทุกอย่างเป็นหมูทั้งหมดเลย และเป็นส่วนของหมูที่แพงทุกส่วนเลย ค่อนข้างจะกระทบมากเป็นหมูที่สั่งมาจากฟาร์มหมูโดยตรง ซึ่งจะเป็นหมูคุณภาพและมีราคาแพงกว่าท้องตลาดเพื่อให้ผู้บริโภค ได้รับความอร่อยจากรสชาติของหมูเกรด A จากฟาร์ม และขณะนี้เมื่อราคาหมูปรับขึ้น หมูฟาร์มซึ่งแพงอยู่แล้วก็ยิ่งแพงขึ้นไปอีก รวมทั้งเครื่องปรุงที่ใช้ทั้งรากผักชีและพริกก็มีการปรับราคาขึ้น 100%

ทางร้านคุณโชคชัยต้องรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีความจำเป็นที่จะต้อง บอกลูกค้าว่าขอปรับราคาขึ้นเพื่อให้สามารถประคับประคองร้านเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ การปรับราคาถ้าซื้อขาหมูยกขาปรับขึ้นขาละ 30 บาท ถ้าเป็นเกี๊ยวขึ้นกล่องละ 5 บาท หมูกรอบชาชูขึ้นขีดละ 20 บาท ในส่วนของลูกค้า ลูกค้าเข้าใจ ว่าหมูแพงมาก ก็ยังมีลูกค้าประจำที่ไม่เกี่ยงเรื่องราคาก็ยังมีอยู่ แต่ลูกค้าหลายๆคน ที่สู้ราคาไม่ไหวก็หายไป ในส่วนของยอดขายลดลงแต่ไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็ยังพอขายได้ แต่ไม่ดีเท่าเมื่อก่อนและลูกค้าลดลงด้วย

คุณโชคชัย แสงสุวรรณ กล่าวว่า ตอนนี้หมูแพงได้รับผลกระทบเยอะ เราก็ปรับขึ้นราคา แต่ว่าขึ้นไม่มาก ก็คือให้ลูกค้ายังพอซื้อได้ ลูกค้าเข้าใจครับ เพราะช่วงนี้หมูแพงมาก สำหรับการปรับถ้าซื้อยกขาปรับขึ้นขาละ 30 บาทถ้าเป็นเกี๊ยวขึ้นกล่องละ 5 บาท หมูกรอบชาชูขึ้นขีดละ 20 บาท ในส่วนของลูกค้าลดลง เพราะเราเข้าใจว่า ช่วงนี้หมูแพงมันไม่ได้แพงเฉพาะหมูแต่มันแพงไปทุกอย่าง คนก็ต้องเซฟเงิน เพราะว่าใกล้จะตรุษจีนแล้ว คนก็ต้องเซฟ แต่ก็ยังพอขายได้แต่ไม่ดีเท่าเมื่อก่อน

สำหรับการปรับแผน อยากจะขายอย่างอื่นเพิ่มขึ้นที่ไม่ใช่หมู แต่เศรษฐกิจหลายๆอย่างมันไม่เอื้อที่จะให้ขาย เพราะถ้าเราไปเพิ่มอย่างโน้น แต่ดูแล้วคนไม่มีกำลังซื้อ ในส่วนของลูกค้า ลูกค้าเข้าใจ ว่าหมูแพงมาก ก็ยังมีลูกค้าประจำที่ไม่เกี่ยงเรื่องราคาก็ยังมีอยู่ แต่ลูกค้าหลายๆคน ที่สู้ราคาไม่ไหวก็หายไป ในส่วนของยอดขายลดลงแต่ไม่มากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ลูกค้าเข้าใจ เราก็ยังอยู่ได้แต่ว่าก็เหนื่อยเหมือนกัน

สำหรับเนื้อหมูที่ใช้เป็นหลักก็คือเนื้อสามชั้นซึ่งเป็นส่วนที่แพงที่สุดของหมูและก็มีกำไรน้อยที่สุดด้วย ที่ร้านเลยได้รับผลกระทบมาก เพราะว่าอาหารทุกอย่างเป็นหมูทั้งหมดเลย และเป็นส่วนของหมูที่แพงทุกส่วนเลย ค่อนข้างจะกระทบมากตอนที่หมูขึ้นราคาใหม่ๆเคยทดลองไม่ขึ้นราคาดู 2 อาทิตย์ว่าเป็นอย่างไร ผลปรากฏว่าเข้าเนื้อขาดทุนเยอะเลยก็ต้องขอลูกค้าขึ้นโดยบอกว่าเราขอปรับขึ้นราคานะ เพราะว่าเราแบกภาระต้นทุนไม่ไหว อั้นไม่อยู่เลยครับ

และในวันนี้ก็มีลูกค้าจากจังหวัดยะลาซึ่งเป็นลูกค้าเจ้าประจำ ที่เคยมาซื้อไปลองลิ้มชิมรสและซื้อกลับไปจังหวัดยะลาเพื่อไปฝากทางบ้านหลายพันบาท ได้เดินทางมาจังหวัดสงขลาเพื่อมาทำธุระและก่อนที่จะกลับจังหวัดยะลาได้แวะมาซื้อหมูกรอบชาชู ขาหมูเยอรมันและเกี๊ยวเซี่ยงไฮ้เพื่อนำไปฝากครอบครัวที่จังหวัดยะลาเป็นจำนวนมาก

คุณมณฑล จันทร์วีรยุทธ ลูกค้าจากจังหวัดยะลา กล่าวว่า มาจากจังหวัดยะลาเคยผ่านมาและซื้อไปทานติดใจในรสชาติ อร่อย กลมกล่อมและจำหน่ายในราคาที่ยุติธรรม เป็นราคากันเอง เรียกว่าขายไปผมก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะมีกำไรหรือเปล่า

ตอนนี้หมูแพงขึ้นคือ มันแพงหลักกิโลแต่เราซื้อไม่ได้กินทั้งกิโลอย่างที่เขาบอกว่าแพงกิโลกรัมละ 50 บาทแต่เราไม่ได้กินคนเดียวกิโลหนึ่ง ซึ่งเรากินนิดเดียวอาจกระทบไม่เยอะ แต่อยากให้กินอาหารที่หลากหลายกินผักบ้าง ไก่บ้าง ปลาบ้าง หมูบ้าง มันจะได้หลากหลาย ไม่ได้กินหมูทุกวัน

ร้านหมูกรอบชาชูขาหมูเยอรมัน จะเปิดขายตั้งแต่เวลา ประมาณ 16.00 น. เป็นต้นไป ในวันพฤหัสบดี วันศุกร์ วันเสาร์และวันอาทิตย์ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะทยอยมา อุดหนุนอย่างต่อเนื่อง สำหรับในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงก็ยังไม่ทราบว่าหมูจะปรับราคาแพงขึ้นไปอีกเท่าไหร่ ซึ่งคงจะต้องติดตามดูราคาหมูกันต่อไปว่ามันจะแพงจนแตะถึง 300 บาทหรือไม่. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไขข้อข้องใจ!เพจ‘กฎหมายแรงงาน’เคลียร์ปมไม่เข้ารับปริญญา ไม่รับเข้าทำงานได้เหรอ?

Posted on January 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628950

ไขข้อข้องใจ!เพจ‘กฎหมายแรงงาน’เคลียร์ปมไม่เข้ารับปริญญา ไม่รับเข้าทำงานได้เหรอ?

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.43 น.

ไขข้อข้องใจ!เพจ‘กฎหมายแรงงาน’เคลียร์ปมไม่เข้ารับปริญญา ไม่รับเข้าทำงานได้เหรอ?

16 มกราคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก “กฎหมายแรงงาน” โพสต์ข้อความมีเนื้อหาดังนี้…

จากการที่แพทย์หญิงท่านหนึ่งออกมาโพสว่า “ไม่เข้ารับปริญญา ระวังเขาจะไม่รับเข้าทำงาน” ส่งผลให้เกิด #ไม่รับปริญญา และยังได้กล่าวไปถึงการดูโทรศัพท์ ซึ่งก็ถือเป็นการล่วงล้ำเข้าไปทำลายความเป็นส่วนตัวโดยเอาเงื่อนไขการรับสมัครงาน

“เขา” ในที่นี้น่าจะรวมทั้งงานภาคเอกชน งานราชการ และรัฐวิสาหกิจ

ซึ่งการไม่เข้ารับปริญญาอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ไม่มีเงิน เพราะการรับปริญญามีค่าใช้จ่ายมากพอสมควร หรือหลายอาจเรียนเพื่อต้องการความรู้แต่ก็ไม่ได้สนใจเข้ารับปริญญา

โดยปกติมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาจะเปิดให้ลงทะเบียนว่าใครจะเข้ารับปริญญาบ้าง และใครจะไม่เข้ารับปริญญา ซึ่งก็เป็นการให้สิทธิหรือเสรีภาพที่จะเข้ารับหรือไม่

ส่วนจะรับปริญญากับใครก็สุดแล้วแต่ อย่างต่างประเทศก็อาจรับกับอธิการบดี ในไทยหากเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐก็อาจรับกับราชวงศ์ มหาวิทยาลัยเอกชนส่วนใหญ่ก็รับกับอธิการบดี หรือผู้ทรงคุณวุฒิ

การวางกติกาว่าหากใครไม่เข้ารับปริญญาจะไม่รับเข้าทำงานนั้นถือว่าผิดธรรมชาติการรับคนเข้าทำงานที่จะต้องพิจารณาจากความรู้ความสามารถ หรือทัศนคติ และการไม่เข้ารับปริญญาก็ไม่ได้หมายความว่าบุคคลเหล่านั้นจะมีทัศนคติที่ไม่ดีเสมอไป

อย่างไรก็ตาม แม้มีการกำหนดกติกาการรับสมัครงานเอาไว้แต่เมื่อตราบใดที่ยังไม่มีสถานะเป็นลูกจ้าง ก็ไม่อาจนำกฎหมายคุ้มครองแรงงานเข้าไปใช้บังคับได้

แต่เมื่อเปิดรัฐธรรมนูญมาดูเราก็จะพบกับหลักการห้ามเลือกปฏิบัติถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ  สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นในทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ  ซึ่งหลักการเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อไม่ให้เกิดการใช้อำนาจตามอำเภอใจ

การเลือกปฏิบัติและทัศนคติที่มองคนเห็นต่างเป็นศัตรูย่อมเป็นอันตรายต่อความก้าวหน้าของสังคม

จริง ๆ แล้วตราบาปที่ถูกบันทึกไว้จากการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย มีหลายกรณี ดังนี้

๑) การเลือกปฏิบัติเพราะความแตกต่างในเรื่องเพศ 

เกิดกรณีบริษัทได้กำหนดให้ลูกจ้างหญิงเกษียณอายุ ๕๕ ลูกจ้างชายเกษียณ ๖๐ ปี ซึ่งเป็นการเลือกปฏิบัติกรณีเกษียณเพราะเหตุความแต่งต่างในเรื่องเพศ  ส่งผลให้การกำหนดอายุการเกษียณของเพศหญิงเป็นโมฆะ (คำพิพากษาที่ ๒๑๒๗/๒๕๕๕)

๒) การเลือกปฏิบัติเพราะความพิการทางร่างกาย

เคสนี้ น่าตกใจมากเพราะเกิดขึ้นจากการกระทำของผู้บังคับใช้กฎหมายเอง เรียกว่า “ความพิการของกฎหมายและผู้บังคับใช้กฎหมาย”  โดยเป็นกรณีการเลือกปฏิบัติต่อผู้พิการในการสอบเป็นผู้ช่วยอัยการ (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. ๑๔๒/๒๕๔๗) และการตัดสิทธิทนายโปลิโอในการเข้าสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา (คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๖/๒๕๔๕) 

๓) การเลือกปฏิบัติเพราะผลการเรียน

เป็นกรณีที่เกิดกับการเลือกรับราชการ โดยรับเฉพาะเกียรตินิยม (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๕๘/๒๕๕๐)

และน่าตกใจที่แนวคิดการเลือกปฏิบัติอันเกิดจากการไม่เข้ารับปริญญา ขอเถอะจงเลือกจากความสามารถและคุณค่าในตัวเขา”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดยอดไทยแลนด์! ‘เกาะสมุย’ได้รับเลือกเป็นเกาะน่าเที่ยว ติดอันดับ7ของโลก

Posted on January 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628935

สุดยอดไทยแลนด์! 'เกาะสมุย'ได้รับเลือกเป็นเกาะน่าเที่ยว ติดอันดับ7ของโลก

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 08.17 น.

16 มกราคม 2565 จากการที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดเผยว่า เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดังระดับโลกเมื่อจากการที่นิตยสารแทรเวล แอนด์ เลเชอร์ (Travel and Leisure) นิตยสารด้านการท่องเที่ยวทั่วโลกชื่อดังของอเมริกา ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวร่วมโหวต โดยใช้หลักเกณฑ์สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ชายหาด อาหาร ความเป็นมิตร และมูลค่าโดยรวม ซึ่งเกาะสมุยของประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เลือกให้เกาะสมุยติดอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 2 ของเอเชีย เป็นเกาะท่องเที่ยวยอดเยี่ยมแห่งปี2564

ทั้งนี้เกาะสมุยได้ถูกประกาศเป็นเกาะที่มีชายฝั่งทะเลที่สวยงาม น้ำทะเลใสเหมือนแก้ว ความสวยงามของชายหาดรอบเกาะสมุยจึงทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต่างหลงใหล และอยากมาเท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสกับเกาะสมุยให้ได้สักครั้ง ตามที่นิตยสารแทรเวล แอนด์ เลเชอร์ ได้ทำการสำรวจความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก สำหรับชายหาดรอบเกาะสมุยที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบเช่น หาดเฉวง หาดบ่อผุด หาดละไม หาดแม่น้ำ หาดบางปอ หาดหน้าทอน และอีกหลายชายหาดที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน ซึ่งแต่ละชายหาดมีความสวยที่แตกต่างกัน

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้ที่อาศัยและประกอบอาชีพบนเกาะสมุยถึงเรื่องดังกล่าว โดยนางสาววรรณา อุราเอี่ยม พนักงานร้านอาหารฮักสมุย ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ติดชายหาดบางปอที่สวยชายหาดหนึ่งของเกาะสมุย ได้กล่าวถึงความรู้สึกว่า รู้ข่าวแล้วรู้สึกดีใจมากที่เกาะสมุยติดอันดับ 7 ของโลก มีความรู้สึกว่าการที่อเกาะสมุยติดอันดับจะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเกาะสมุยมากขึ้น จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้เดินทางมาท่องเที่ยวกันมาก เพื่อเศรษฐกิจไทยให้กลับมาฟื้นอีกครั้ง

ด้านนายวิศาล บรมธนรัตน์ ประธานคณะกรรมการชุมชนหน้าอำเภอ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่หน้ายินดีที่เกาะสมุยมีชื่อเสียงดังยิ่งขึ้น ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวจะเป็นจุดขายหนึ่งให้กับเกาะสมุยและอนาคตความสวยงามของเกาะสมุยจะต้องเพิ่มศักยภาพมากยิ่งขึ้น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ไทยควรกังวลแค่ไหน? เด็กเกิดน้อย-ประชากรลด

Posted on January 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628901

สกู๊ปแนวหน้า :  ไทยควรกังวลแค่ไหน?  เด็กเกิดน้อย-ประชากรลด

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 07.15 น.

“ปี 2506-2526 ช่วง 20 ปีนี้มีเด็กเกิดในประเทศไทยปีละเกินกว่าล้านคน ผมเรียกว่าประชากรรุ่นเกิดล้าน หรือตอนหลังก็มาเรียกกันว่าสึนามิประชากร ใน 50 ปีก่อนพอดีเลยนะ ในปี 2514 มีเด็กเกิดในประเทศไทย 1,200,000 คน เป็นจุดยอดที่สุด สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เกิดได้อย่างไรปีละ 1,200,000 คน ตอนนั้นประเทศไทยมีประชากรอยู่ 34 ล้านคน แต่เกิดตั้ง 1,200,000 คนแต่พอหลังจากปี 2527 เป็นต้นมา จำนวนเกิดจะลดลงเรื่อยๆ มาถึงปี 2562 มาแตะ 6 แสนคนเท่านั้น แล้วพอมาเจอปี 2563 ลงมาถึง 580,000 คน ผมก็ว่ามันลงเร็วเหมือนกัน”

ศ.(เกียรติคุณ) ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในการเสวนา (ออนไลน์) “โควิด-19 ทำให้อัตราเพิ่มประชากรติดลบ เร็วเกินคาด” ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊คแฟนเพจของสถาบันฯ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยในปี 2563 มีประชากรเกิดใหม่ 587,368 คน ในขณะที่ปี 2564 ก็ยิ่งน้อยลงไปอีกโดยมีประชากรเกิดใหม่ 544,570 คน

อาจารย์ปราโมทย์ กล่าวต่อไปถึงความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย “การแต่งงานลดลง” สาเหตุไล่ตั้งแต่ผู้หญิงไทยได้รับการศึกษาสูงขึ้น มีสถานภาพดีขึ้น (จนหลายคนบอกว่าหาคู่ยาก) ตลอดจนความหลากหลายทางเพศได้รับการยอมรับมากขึ้น และเพศสภาพเหล่านั้นไม่อยู่ในสถานะที่จะมีลูกเหมือนกับคู่ชาย-หญิงที่แต่งงานกัน “แต่งงานแล้วก็ไม่อยากมีลูก” ด้วยข้อจำกัดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลา นั่นทำให้อัตราการเกิดลดลง นอกจากนั้น การระบาดของไวรัสโควิด-19ในช่วง 2 ปีล่าสุดก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง เนื่องจากมีข้อจำกัดในการไปโรงพยาบาล

ในทางกลับกัน อัตราการตายกลับสูงขึ้น เช่น ในปี 2563มีผู้เสียชีวิต 501,438 ราย และปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 563,650 ราย ซึ่งสาเหตุไม่ได้มาจากปัญหาสุขภาพแต่เป็นเพราะโครงสร้างประชากรเปลี่ยนไป จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นและแน่นอนว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งก็ต้องจากโลกนี้ไปตามอายุขัย ซึ่งก็เป็นไปได้ที่สถานการณ์โควิด-19 อาจมีผลต่อการตายที่เพิ่มขึ้น ทั้งโดยตรงคือการติดเชื้อ และโดยอ้อมคือตายเพราะอาการเจ็บป่วยอื่นๆ แล้วรักษาไม่ทันเพราะผู้ป่วยโควิด-19 ล้นโรงพยาบาล รวมถึงฆ่าตัวตายเพราะผลกระทบทางเศรษฐกิจจากมาตรการล็อกดาวน์ เช่น ตกงานขาดรายได้

“ทุกอย่างมันเกินคาดไปหมด โควิดนอกจากจะทำให้การเพิ่มของประชากรไทยติดลบเป็นครั้งแรกแล้ว ซึ่งอันนี้มันเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ อย่างตัวเลขของการคาดประมาณประชากรของประเทศไทยโดยสภาพัฒน์ทำไว้ เราจะเริ่มติดลบกันในปี 2571 เหตุการณ์ของการเปลี่ยนแปลงประชากรประเทศไทยติดลบเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 7 ปี คืออย่างเราก็ตามเรารู้ว่าประเทศไทยเกิดลดลง-ตายเพิ่มขึ้นแน่ๆ อย่างไรไม่มีโควิดมันก็จะเป็นอย่างนั้น แต่อย่างนี้ผมก็ต้องโทษโควิดแล้วว่ามันทำให้การเปลี่ยนเปลงนี้มันเร็วขึ้น 7 ปี” อาจารย์ปราโมทย์ ระบุ

จากสถิติการเกิดที่ปรากฏข้างต้นรวมถึงอัตราการเจริญพันธุ์ หมายถึงจำนวนบุตรที่หญิงคนหนึ่งให้กำเนิดตลอดช่วงอายุที่เป็นวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันหญิงไทย
มีบุตรเฉลี่ย 1.2 คน ระดับเดียวกับญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน อาจารย์ปราโมทย์ ย้ำถึงความสำคัญของ “นโยบายส่งเสริมการเกิด” แม้จะเป็นเรื่องยากก็ตาม เพื่อไม่ให้อัตราการเกิดของประชากรลดต่ำลงไปมากกว่านี้

อาทิ สวัสดิการในการเลี้ยงดู ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในการใช้เทคโนโลยีช่วยในการเจริญพันธุ์กรณีผู้มีบุตรยาก อย่างไรก็ตาม “แม้อัตราการเกิดน้อยจะน่าเป็นห่วงว่าแรงงานอาจขาดแคลน” แต่อีกด้านหนึ่ง “คุณภาพของประชากรที่เกิดมาแล้วก็สำคัญ” เพื่อให้เป็นแรงงานที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศได้ทั้งแรงงานไร้ฝีมือและมีฝีมือ รวมถึงนำเทคโนโลยีจักรกลและปัญญาประดิษฐ์ (Robot & AI) เข้ามาทดแทนแรงงานคน

ในช่วงท้ายของการเสวนา อาจารย์ปราโมทย์ ยังได้คำถามจากผู้ชมทางบ้าน เช่น 1.สถานการณ์โควิด-19 คนอยู่บ้านมากขึ้น คู่รักมีโอกาสอยู่ร่วมกันมากขึ้น จะมีผลต่อการเพิ่มประชากรหรือไม่? เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคู่ และเป็นประเด็นที่น่าศึกษาว่ามีผลมาก-น้อยเพียงใด 2.หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ อัตราการเกิดจะกลับมาเพิ่มเท่ากับอัตรการตายหรือไม่? ประเด็นนี้ต้องไม่ลืมว่านอกจากโควิด-19 แล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้คนมีลูกน้อยลง ทั้งการแต่งงาน ความหลากหลายทางเพศ ปัญหาการมีบุตรยาก ผู้หญิงมีเสรีภาพในชีวิตสูงขึ้น ฯลฯ

3.หากนโยบายส่งเสริมการเกิดไม่ทำให้คนมีลูกมากขึ้นเพราะวิถีชีวิตคนยุคใหม่เปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้อัตราการเกิดลดลงไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อประเทศ นอกเหนือจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน? ประเด็นนี้จริงๆ แล้วการพัฒนาประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรแต่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ จะเกิดน้อยไม่ก็เป็นอะไรหากทำให้คนที่เกิดมาเติบโตอย่างมีคุณภาพ

“ที่เราทำการศึกษามา แน่นอนถ้าเป็นไปอย่างนี้ถ้าไม่นับแรงงานหรือคนที่จะเข้ามาอยู่ในประเทศไทย เอาเฉพาะการเกิดและการตาย ในอนาคตอีก 50 ปีข้างหน้าที่เราทำการศึกษาไว้ ประชากรไทยก็จะลดลงเหลือประมาณ 50 ล้านคน แล้วอีก 100 ปีข้างหน้า ถ้าไม่เอาเรื่องการย้ายถิ่นเข้ามา ประเทศไทยจะเหลือประชากรอยู่ไม่ถึง 30 ล้านคน” ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงอนาคตประชากรไทย

4.หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไป การคาดประมาณประชากรที่สภาพัฒน์ (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ทำไว้ต้องคำนวณกันใหม่หรือไม่? การคาดประมาณประชากรใช้สมมุติฐานจากข้อมูลการเกิดและการตาย ทั้งนี้ โดยปกติแล้วประเทศไทยจะสำรวจสำมะโนประชากรทุกๆ 10 ปีเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประชากร บวกกับดูแนวโน้มการเกิด ดังนั้น หากข้อมูลเปลี่ยนไปก็ต้องมาคาดประมาณกันใหม่

ด้าน ณปภัช สัจนวกุล นักวิชาการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะผู้ดำเนินรายการ กล่าวปิดการเสวนาด้วยการยกบทสัมภาษณ์หนึ่งของ ลี กวนยู อดีตผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของสิงคโปร์ ซึ่งครั้งหนึ่งมีคนไปถามท่านว่า “ท่านเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างชาติ สร้างเศรษฐกิจสิงคโปร์ให้เจริญก้าวหน้า แล้วยังมีอะไรอีกบ้างที่ท่านยังไม่ได้ทำหรือทำไม่สำเร็จ?” ซึ่ง ลี กวนยู ก็ตอบสั้นๆ ว่า “การเพิ่มประชากรสิงคโปร์” และยอมรับว่า “การที่ชาวสิงคโปร์มีลูกกันน้อยเพราะนั่นคือทางเลือกหนึ่งของชีวิต” และคำตอบนี้ก็เป็นข้อคิดที่สำคัญ

“เรื่องแบบนี้ท้ายที่สุดมันไม่มีใครสามารถไปบังคับใครได้ รัฐบอกให้คุณมีลูกคุณก็ต้องมี หรือคนในครอบครัวก็ตาม แต่หน้าที่ของรัฐคืออะไร? สำหรับหน้าที่ของรัฐ
ที่มีผลต่อเงื่อนไขของการมีลูกน้อย คือพยายามทำให้สังคมน่าอยู่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือพยายามสร้างแรงจูงใจผ่านสิ่งที่เรียกว่าระบบสวัสดิการต่างๆ ให้เป็นตัวเร่งคนที่เขาอยากจะมีลูกอยู่แล้วในวันนี้ ให้เขาคิดน้อยลงว่ามันไม่น่าจะมีอุปสรรคอะไรที่ทำให้เขาจะเลี้ยงลูกไม่ได้ ผมคิดว่าอันนี้มากกว่า” อาจารย์ณปภัช กล่าวในท้ายที่สุด

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มทม.’สร้างอาคาร‘MIIX’ แหล่งบ่มเพาะนักนวัตกรรม

Posted on January 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628890

‘มทม.’สร้างอาคาร‘MIIX’  แหล่งบ่มเพาะนักนวัตกรรม

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (มทม.) ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาระบบการศึกษาอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้ทันตามยุคสมัยและรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และในปี 2565 นี้ มทม. ยังคงมุ่งเดินหน้าพัฒนาด้านการศึกษา พัฒนาหลักสูตรและรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดแบบ Active Learning และ Real Life Education รวมถึงผลักดันและส่งเสริมงานการวิจัยของนักศึกษาและคณาจารย์ เพื่อให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ผศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม รองอธิการบดี ฝ่ายนโยบายและแผน และคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กล่าวว่า ปี 2565 เป็นปีแห่งความท้าทายของการศึกษาอีกครั้งในการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้ และสถานการณ์ทั่วโลกยังคงมีระบาดอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ยังคงตั้งใจพัฒนาและขับเคลื่อนระบบการศึกษาของประเทศ เพื่อมุ่งเน้นผลิตบัณฑิตรุ่นใหม่ให้เป็น “นวัตกร” ที่มีคุณภาพสู่ภาคอุตสาหกรรมของประเทศ

“ในช่วง 2 ปี ที่เราเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 การปรับตัวและใช้ชีวิตแบบ New Normal กลายเป็นวิถีชีวิตปกติของผู้คนในสังคมในทุกๆ ด้าน ทั้งไลฟ์สไตล์ ธุรกิจ และระบบการศึกษา ฯลฯ ซึ่งหมายความว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตประจำวันของมนุษย์ในปัจจุบัน ดังนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องเข้าใจมิติการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจและระบบเศรษฐกิจไทย เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเป็นเหตุผลให้นักเรียนเลือกสถานศึกษาที่ดีที่สุดและเหมาะกับตัวเองมากที่สุด” ผศ.ดร.ภานวีย์ กล่าว

นอกจากมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อให้สอดคล้องและเกิดประสิทธิผลสูงสุดแก่นักศึกษาแล้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ยังคงเดินหน้าพัฒนาทั้งด้านอาคารเรียนและห้องปฏิบัติการ รวมถึงหลักสูตรการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยทุ่มงบประมาณกว่า 180 ล้านบาท สร้างอาคารเรียนใหม่ให้เป็นสถาบันนวัตกรรมแห่งความเป็นเลิศ ซึ่งในปี 2564 ได้เปิดอาคาร สถาบันนวัตกรรมมหานคร (Mahanakorn Institute of Innovation หรือตึก MIIX) ขึ้น เพื่อพัฒนาหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มุ่งเน้นด้านวิศวกรรมศาสตร์

โดยอาคาร MIIX นี้ ได้รวบรวมห้องทดลองและห้องปฏิบัติการต่างๆ อาทิ ห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ (Robotics LAB) ที่รวบรวมแขนกลโรงงานระดับแบรนด์ชั้นนำ ABB KUKA และ Yaskawa ห้องพิมพ์ขึ้นรูปสามมิติ (3D Printing Room) โรงงานผลิตน้ำดื่ม (Process Control and Automation LAB) ห้องปฏิบัติการ PLC Mitsubishi และ PLC Siemens (Programmable Logic Control) ห้องปฏิบัติการขั้นสูง อาทิ ห้อง Advanced Electronics LABเป็นห้องปฏิบัติการเครื่องมือเฉพาะ สำหรับการตรวจวัดสัญญาณไฟฟ้าระดับพิเศษความถี่สูง

การเกิดสัญญาณรบกวน คลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า สัญญาณการสื่อสารไร้สาย และห้อง Embedded and AI ห้องปฏิบัติการที่ประกอบด้วยเครื่องมือวัด โปรแกรมประยุกต์ สื่อการพัฒนาระบบซึ่งมีใช้งานระดับอุตสาหกรรม เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้ทดสอบและวิเคราะห์ แล้วนำมาซึ่งการสังเคราะห์สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมใหม่ๆออกมาสู่ตลาดและภาคอุตสาหกรรม ด้วยการฝึกใช้เครื่องมือฝึกการคิดวิเคราะห์ และแยกแยะ ฝึกการประยุกต์ใช้และต่อยอดความรู้ในด้านการประดิษฐ์นวัตกรรม

ในปี 2565 มทม. มีการพัฒนาหลักสูตรใหม่เพิ่มเติมในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ทั้งหลักสูตรภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติ อาทิ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมควบคุมอุตสาหกรรมและเครื่องมือวัด วิศวกรรมกระบวนการผลิต วิศวกรรมอุตสาหการและโลจิสติกส์ เป็นต้น

อีกทั้งยังมีแผนการลงทุนและพัฒนาในอีกหลายด้านต่อไปในอนาคต รวมถึงมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมทุนกับองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนอีกหลายแห่ง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด, ทรู คอร์ปอเรชั่น, สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT),

ด้านความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในต่างประเทศ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน การวิจัย การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ และอื่นๆ เช่น การจัดตั้งห้องวิจัย Mahanakorn Laboratory ที่มหาวิทยาลัย อิมพีเรียล คอลเลจ ประเทศอังกฤษเพื่อเป็นห้องวิจัยของอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนอาจารย์ นักศึกษา การวิจัยกับ The University of New South Wale ประเทศออสเตรเลีย และ เดอะ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ เชฟฟิลด์ (The University Of Sheffield) ประเทศอังกฤษ ฯลฯ

ที่ผ่าน มทม. ได้ประสบความสำเร็จในด้านการสำเร็จการศึกษาอย่างมีคุณภาพโดย 95% ของบัณฑิตที่จบจาก มทม. มีงานทำ นักศึกษาและผู้ปกครองจึงมั่นใจได้ว่า มทม. จะสามารถผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ในอนาคตป้อนสู่ภาคอุตสาหกรรม อันเป็นรากฐานสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 ที่จะผลักดันโครงการเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,287,019 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
'บี้ เคพีเอ็น'ต่อมน้ำตาแตกหลักถูกภรรยา'กุ๊บกิ๊บ'เซอร์ไพรส์วันเกิด
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
TMB starts smart service  for portfolio management
ข้าราชการดีเด่น (3)
การศึกษา-ศิลปวัฒนธรรม #SootinClaimon.Com
Pressure is a privilege as Man City look to close out title
S&P, Fitch stay negative on British debt on Brexit questions
‘คริสเทน สจ๊วร์ต’ ในบทบาท ‘เจ้าหญิงไดอาน่า’ #SootinClaimon.Com
'อิ๋งอิ๋ง'ชวนชมภาพงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสิน

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d