Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปพิเศษ : สทน.จับมือสถาบันพลาสมาฟิสิกส์ประเทศจีน สร้าง‘ดวงอาทิตย์จำลอง’พัฒนาพลังงานสะอาด

Posted on January 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628889

สกู๊ปพิเศษ : สทน.จับมือสถาบันพลาสมาฟิสิกส์ประเทศจีน  สร้าง‘ดวงอาทิตย์จำลอง’พัฒนาพลังงานสะอาด

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“พลังงาน” เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสรรพสิ่งในโลก การใช้ชีวิตประจำวันของมวลมนุษยชาติล้วนมีความเกี่ยวพันกับพลังงานทั้งสิ้น มนุษย์รู้จักการใช้พลังงานมานานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานจากน้ำ พลังงานจากลม ถ่านหิน น้ำมันและก๊าซ ฯลฯ

พลังงานเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากของมนุษย์ และเมื่อโลกยิ่งพัฒนามากขึ้น ความต้องการใช้พลังงานก็มีมากขึ้นตามลำดับ รวมทั้งพลังงานเป็นสิ่งจำเป็นในการขับเคลื่อนกลไกต่างๆ ในการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละประเทศ ดังนั้น พลังงานจึงถูกนำมาใช้อย่างมากมายมหาศาล ผลกระทบที่ตามมาคือ วิกฤตด้านพลังงาน เนื่องจากแหล่งพลังงานหลักที่ใช้กำลังจะหมดไป และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเผาผลาญเชื้อเพลิง ทั่วโลกจึงได้หันมาให้ความสำคัญกับการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตพลังงานสะอาด ในขณะเดียวกันก็มีความยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย

ในปัจจุบันทั่วโลกมีอัตราการใช้พลังงานจากฟอสซิลกว่าร้อยละ 86 และร้อยละ 6 จากพลังงานนิวเคลียร์ ส่วนที่เหลืออีกเล็กน้อยเป็นพลังงานหมุนเวียน อาทิ น้ำ ลม แสงอาทิตย์ พลังงานความร้อนจากใต้พิภพ ฯลฯ

ล่าสุด ประเทศจีน โดย สถาบันพลาสมาฟิสิกส์ (Institute of Plasma Physics of Chinese Academy of sciences : ASIPP) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเหอเฟ่ย์ มณฑลอานฮุยประสบผลสำเร็จในการทดลองเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันหรือเครื่องโทคาแมคซึ่งเป็นการจำลองปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันซึ่งเกิดตามธรรมชาติบนดวงอาทิตย์ให้เกิดขึ้นบนโลก

ผลการทดลองเดินเครื่องโทคาแมคครั้งนี้สร้างให้เกิดพลาสมาที่ความร้อนสูงถึง 70 ล้านองศาเซียลเซียส เป็นระยะเวลา 1,056 วินาที หรือราว 17 นาที ซึ่งถือเป็นสถิติโลกใหม่ที่สามารถเดินเครื่องได้นานที่สุดตั้งแต่มีการทดลองขึ้น ซึ่งเมื่อปีที่แล้วทาง ASIPP ได้ทำทดลองเดินเครื่องโทคาแมคได้พลาสมาที่พลังงานความร้อนสูงสุด 120 ล้านองศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 101 วินาที การทดลองดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นของนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาและทดลองด้านปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันทั่วโลก

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เปิดเผยว่า สทน.มีแผนการวิจัยและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยชั้นนำในไทยอีก 15 แห่ง และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้การสนับสนุนงบประมาณ และสทน.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับสถาบันพลาสมาฟิสิกส์ ประเทศจีนหรือ ASIPP มาตั้งแต่ปี 2560 โดยมีขอบข่ายความร่วมมือในการพัฒนาห้องปฏิบัติการเพื่อการทำวิจัยด้านพลาสมา และการพัฒนาห้องปฏิบัติการด้านนิวเคลียร์ฟิวชัน

จากความร่วมมือดังกล่าว ASIPP ได้มอบเครื่องโทคาแมค HT-6M ให้ สทน. อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2561 หลังรับมอบเครื่องโทคาแมค สทน.ได้วางแผน
การทำงานเป็น 3 ระยะได้แก่ ระยะแรก เป็นการถอดแบบและศึกษาองค์ประกอบของเครื่องโทคาแมคและอุปกรณ์ประกอบต่างๆ รวมถึงการก่อสร้างอาคาร เพื่อเตรียมการติดตั้งเครื่องโทคาแมค ในระยะที่ 2 สทน.จะส่งเจ้าหน้าที่เข้ารับการถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมร่วมออกแบบและพัฒนาระบบต่างๆ ของเครื่องโทคาแมคและประกอบเครื่องจนสามารถเดินเครื่องได้ และระยะที่ 3 เป็นการย้ายเครื่องกลับมาประเทศไทยซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566

และเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา สทน. ได้ลงนามกับ ASIPP เพื่อที่จะพัฒนาระบบสนับสนุนต่างๆ ที่ประเทศจีน จนเมื่อเครื่องทำงานได้ก็จะทำการถอดประกอบและขนส่งมาติดตั้ง ณ สทน. องครักษ์ ปัจจุบันการดำเนินการอยู่ในระยะที่ 2 ในส่วนการก่อสร้างอาคารสำหรับติดตั้งเครื่องโทคาแมคนั้น ความคืบหน้าของการก่อสร้าง และอุปกรณ์สำหรับอาคารห้องปฏิบัติการ คืบหน้าไปแล้วร้อยละ 70และคาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางปี 2565 นี้

สำหรับชื่อของเครื่องโทคาแมคที่ไทยพัฒนาร่วมกับ ASIPP คือ Thai Tokamak-1 หรือTT-1 คือ ซึ่งเมื่อเดินเครื่อง คาดว่าอุณหภูมิของพลาสมาในระยะแรกจะอยู่ที่ประมาณ 1 แสนองศาเซลเซียส และ สทน. มีแผนพัฒนาระบบให้ความร้อนเสริมแก่พลาสมาด้วยวิธีการให้ความร้อนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อยกระดับอุณหภูมิของพลาสมาไปสู่ระดับ 1 ล้านองศาเซลเซียส

และในอนาคตจะมีการออกแบบและสร้างเครื่องโทคาแมคเครื่องใหม่ขึ้นมาเองโดยจะใช้เทคโนโลยี Superconducting magnet เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงขึ้นสำหรับกักพลาสมาและการให้ความร้อนเสริมด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างพลาสมาที่มีอุณหภูมิสูงในระดับ 10 ล้านองศาเซลเซียส ได้เครื่องโทคาแมคที่ติดตั้งที่ สทน. จะใช้สำหรับการศึกษาปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน เพื่อใช้เป็นพลังงานสะอาดในการผลิตกระแสไฟฟ้าในอนาคต และการนำพลาสมาไปใช้ในด้านอุตสาหกรรม การเกษตร และด้านการแพทย์

สำหรับเครื่องโทคาแมค เป็นอุปกรณ์กักเก็บพลาสมาพลังงานสูงโดยใช้สนามแม่เหล็ก และเป็นเครื่องมือหลักอย่างหนึ่งที่ใช้ควบคุมปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน มีการใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975ในสหภาพโซเวียต โดยเครื่องที่มีชื่อว่า T-10สำหรับในปัจจุบันนั้น เครื่อง JET ในอังกฤษเป็นเครื่องโทคาแมคที่สร้างพลังงานจากฟิวชันได้สูงสุด (ที่ 30 MW)

นอกจากนี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส โปรตุเกสเกาหลีใต้ และจีน ก็เป็นตัวอย่างของกลุ่มประเทศที่มีการศึกษาทดลองเกี่ยวกับโทคาแมค อย่างจริงจัง

สสารในสภาวะปกติจะอยู่ในลักษณะของโมเลกุลซึ่งประกอบไปด้วยอะตอม อะตอมเหล่านี้มีประจุไฟฟ้าเป็นศูนย์เนื่องจากมีประจุบวกของโปรตอนและประจุลบของอิเล็กตรอนอยู่ด้วยกันในจำนวนที่เท่ากัน พลาสมาเป็นสถานะของสสารที่มีไอออนบวกกับอิเล็กตรอนที่แยกกันอยู่ส่วนหนึ่ง จึงมีประจุอยู่ทั่วพลาสมาโทคาแมคมีลักษณะรูปทรงคล้ายโดนัท พลาสมาจะวิ่งเป็นทางไขว้แบบ helix (นึกภาพเส้นลวดของสปริง นั่นคือรูปร่างของ helix) หลักการในการควบคุมพลาสมานี้คือการใช้แรงแม่เหล็ก โดยมีการควบคุมในสองแนว คือวงรอบยาวที่มีทรงคล้ายห่วงยาง(toroidal) และรอบขวาง (poloidal) แสดงให้เห็นถึงแรงทางแม่เหล็ก และสนามแม่เหล็ก

การจะสร้างฟิวชันให้เกิดในพลาสมาได้นั้น ต้องให้พลังงานที่สูง โดยมีวิธีการหลัก ๆ ในปัจจุบันคือ ใช้กระแสวิ่งผ่าน (ohmic heating) โดยใช้สมบัติการเป็นตัวนำไฟฟ้าของพลาสมา คล้ายกับการที่อิเล็กตรอนสร้างความร้อนในสายไฟ ใช้ลำอนุภาคไร้ประจุ (neutral beam injection) วิ่งเข้าชนกับพลาสมาและให้ถ่ายเทพลังงานให้กับพลาสมา ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (radio frequency heating) โดยคลื่นนี้มีพลังงานในช่วงคลื่นวิทยุ โดยอนุภาคมีประจุในพลาสมา จะถูกเร่งและเข้าชนกับอนุภาคตัวอื่นๆ

การควบคุมพลาสมาพลังงานสูงไม่ใช่สิ่งง่าย เนื่องจากมีความแปรปรวนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่นการเสียอนุภาคหรือพลังงานออกไปจากแกนกลาง (core) ของพลาสมา ซึ่งทำให้ความหนาแน่นของพลังงานของพลาสมาตกลง ทำให้การเกิดฟิวชันเกิดได้ไม่ต่อเนื่องหรือไม่เกิดเลย ซึ่งการศึกษาปรากฏการณ์ crash เช่นนี้ รวมถึงตำแหน่งซึ่งการส่งถ่ายพลังงานออกไปยังขอบพลาสมา (boundary)ยังเป็นเรื่องที่ยังอยู่ในช่วงการวิจัยอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ ผลที่ได้มาจะช่วยให้เราเข้าใจพลาสมามากขึ้น ทำให้เราทราบว่าจะต้องทำเช่นไรให้พลาสมามีความเสถียรสูงสุด เพื่อทำให้โทคาแมคควบคุมพลาสมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เครื่องโทคาแมคเป็นความหวังของการสร้างฟิวชันให้เกิดขึ้นบนโลก เพื่อสร้างพลังงานสำหรับอนาคต เมื่อเชื้อเพลิงชนิดอื่นมีราคาแพงมากขึ้น หรือกระทั่งหมดไป โดยเครื่องโทคาแมคขนาดใหญ่ อย่างเช่น เครื่อง ITER ที่กำลังก่อสร้างในประเทศฝรั่งเศส โดยใช้ความรู้และเทคโนโลยีจากเครื่องโทคาแมครุ่นก่อนหน้านี้ เช่น JT-60 ของญี่ปุ่น JET ของสหราชอาณาจักรเครื่อง TFTR ของสหรัฐอเมริกา และเครื่อง EAST ของจีน สามารถสร้างพลาสมาที่มีความร้อนที่สูงมาก จากการนำดิวเทอเรียมและทริเทียม (ไฮโดรเจนที่มีนิวตรอน 1 และ 2 อนุภาค ตามลำดับ) มารวมกัน และมีพลังงานจากฟิวชันประมาณ 10 เท่าของพลังงานที่ป้อนเข้าไป โดยตามการคำนวณของ ITER พลังงานที่คนคนหนึ่งใช้ทั้งชีวิตนั้น สามารถนำมาจากเชื้อเพลิงดิวเทอเรียมเพียง 10 กรัมและทริเทียมเพียง 15 กรัม เท่านั้น

ดังนั้น ฟิวชัน จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดทางหนึ่งสำหรับพลังงานแห่งอนาคต และโทคาแมคก็น่าจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการนำพลังงานจากฟิวชันมาใช้ได้จริง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดภาพจำลอง! สวนสัตว์เขาดินวนาแห่งใหม่ที่คลอง 6 บนที่ดินพระราชทาน 300 ไร่

Posted on January 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628866

เปิดภาพจำลอง! สวนสัตว์เขาดินวนาแห่งใหม่ที่คลอง 6 บนที่ดินพระราชทาน 300 ไร่

วันเสาร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.23 น.

วันที่ 15 มกราคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก “โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน” โพสต์ภาพแบบจำลองสวนสัตว์แห่งใหม่ คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี พร้อมข้อความระบุว่า “สวนสัตว์แห่งใหม่” แบบจำลองสวนสัตว์เขาดินวนาแห่งใหม่ที่คลอง 6 บนที่ดินพระราชทานโดยในหลวงรัชกาลที่ 10 ซึ่งกว้างกว่าเดิมเกือบสามเท่า (ที่เดิม 118 ไร่ กลายเป็น 300 ไร่) จากภาพจะเห็นว่ามีการแบ่งโซนเป็นทวีป และด้วยพื้นที่ตั้งอยู่นอกเมือง ซึ่งสงบและอากาศดีกว่าที่เดิม สัตว์จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย #นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ 

#ดวงใจของแผ่นดิน

#ร้อยดวงใจไทยภักดี

#ทรงพระเจริญ

#เรารักสถาบันพระมหากษัตริย์

#สวนสัตว์เขาดิน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แลนมาร์คสายมู ระยองเตรียมสร้าง’ท้าวเวสสุวรรณ’องค์ใหญที่สุดในโลก

Posted on January 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628819

แลนมาร์คสายมู ระยองเตรียมสร้าง'ท้าวเวสสุวรรณ'องค์ใหญที่สุดในโลก

วันเสาร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2565, 08.31 น.

15 มกราคม 2564 ที่หน้าสมาคมสายธารสะพานบุญ ส่งศพฟรีทั่วประเทศ  บ้านเนินกระปรอก  ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง ระยอง มีท้าวเวสสุวรรณตั้งอยู่ที่หน้าสำนักงานสมาคมสูง3 เมตร มีผู้ศรัทธากราบไหว้มากรวมทั้งถูกหวย มีผู้ใช้บริการให้ส่งศพกันมากรวมทั้งใช้เป็นที่วางโลงศพเพิ่มได้อีก  

นายจักรกฤษณ์    แต่งตั้ง นายกสมาคมสายธารสะพานบุญ กล่าวว่า ตลอด3 ปี สมาคมสายธารสะพานบุญ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เราเห็นใจผู้ยากไร้การรับศพส่งศพไปยังวัดบ้านเกิดเป็นปัญหาอย่างมากจึงเริ่มต้นที่ อ.บ้านฉาง ระยอง ตั้งเป็นสมาคมส่งศพฟรีให้โลงฟรี ขับรถไปส่งถึงที่ไม่มีข้อแม้ไม่เสียเงิน เราขยายสาขาทั่วประเทศจึงมีคนค้นหาทางกูเกิ้ลจึงขยายจาก เดิมซื้อเดือนละ 200 โลง เป็น 300 โลง เพิ่มเรื่อยๆจนที่เก่าคับแคบรวมทั้งผู้มากราบไหว้ บัดนี้จึงได้คิดสร้างท้าวเวสสุวรรณ ที่ใหม่อยู่ที่ริมถนนบูรพาพัฒน์ ม.4 ตำบลห้วยโป่ง อ.เมือง ระยองติดกับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ขนาดองค์จะสร้างสูง25 เมตรสูงใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและโลก 

เราได้ให้ช่างผู้ชำนาญการสร้างจากภาคใต้ เป็นหน้าเทพมิใช่หน้ายักษ์ ใต้ขาท้าวเวสสุวรรณเป็นราหูที่ตั้งของสำนักงานสมาคมบนเนื้อที่ 1 ไร่ ซื้อใช้เงินส่วนตัว 7 ล้านบาท  รวมทั้งการสร้างกับค่าที่ดินประมาณ 10 ล้านบาท  สร้างไปแล้ว40 เปอร์เซนต์เชื่อว่าจะเป็นสถานที่ประชาชนที่เคารพศรัทธาจึงมาเยี่ยมเยียนดูระหว่างการสร้างยังไม่เสร็จท้าวเวสสุววรณจะเป็นศูนย์มากราบไหว้สถานที่รองรับเพียงพอในระดับหนึ่ง   ที่บริเวณนี้ติดกับการนิคมอุตสาหกรรมมีผู้ใช้แรงงานมากตนก็จะสร้างโรงทานในอนาคต อีกด้วยและสถานที่นี้จะเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดระยองในอนาคต 

ท้าวเวสสุวรรณ  ตามความเชื่อและความศรัทธา เป็นหนึ่งในท้าวทั้งสี่ หรือ ท้าวจตุโลกบาล  เป็นเทพผู้เป็นใหญ่ ปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย และเชื่อว่าเป็นเทพแห่งความมั่งคั่ง    จากความเชื่อในการบูชาท้าวเวสสุวรรณดังกล่าว ทำให้วัดต่างๆ ที่มีองค์ท้าวเวสสุวรรณอยู่ มีผู้คนหลั่งไหลเข้าไปบูชากราบไว้กันอย่างเนืองแน่น  ให้โชคลาภและป้องกันภูตผีปีศาจ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘หลายปี-กี่เทศกาล’ไม่ต่าง ‘เจ็บ-ตายบนถนน’ฉากวนซ้ำ

Posted on January 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628724

สกู๊ปแนวหน้า : ‘หลายปี-กี่เทศกาล’ไม่ต่าง  ‘เจ็บ-ตายบนถนน’ฉากวนซ้ำ

วันเสาร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“เริ่มต้นกันที่ Topic (หัวข้อ) พอกระจายข่าวไป พรรคพวกที่รู้จักกันก็หัวเราะ บอกคุณหมอรู้ไหมว่าที่ได้ไปต่อคือกุญแจรถ อันนี้เป็นคำพูดที่คนเขาพูดแล้วมันตกใจ เพราะมอเตอร์ไซค์ซื้อมาใช้แล้วก็ถูกชนเรียกว่ารถยับเยิน คนก็เสียชีวิตไปเลย เหลือแต่กุญแจรถ อันนี้ได้ไปต่อ ดาวน์รถก็ยังไม่หมดเลย เหลือแต่กุญแจรถส่งคืนไป ผมสะอึกเลยนะ เป็นตลกร้าย ก็น่าสนใจว่าวิธีการคิดที่มันสะท้อนจากเพียงคุยกับคนทั่วๆ ไป เขาก็บอกว่ามอเตอร์ไซค์ไงที่มันไม่ได้ไปต่อกันเยอะเลย”

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร รองประธานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) และอดีตเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวในวงเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “จบเทศกาลปีใหม่…ใครได้ไปต่อ” จัดโดย แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) เมื่อช่วงต้นเดือนม.ค. 2565 สะท้อนภาพความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะกับผู้ใช้ “มอเตอร์ไซค์” หรือจักรยานยนต์ ซึ่งไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปี “สถิติผู้บาดเจ็บล้มตายบนถนนเมืองไทย” ในกลุ่มผู้ใช้พาหนะ2 ล้อเครื่องนี้ “ยืนหนี่ง” มาทุกยุคสมัย

สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วง “7 วันอันตรายปีใหม่ 2565” ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2564-4 ม.ค. 2565 เกิดอุบัติเหตุรวม 2,707 ครั้ง เสียชีวิต 333 รายบาดเจ็บ 2,672 คน แม้ในภาพรวมจะดูลดลง แต่สัดส่วนความสูญเสียกลับเทไปที่ผู้ใช้มอเตอร์ไซค์อย่างมีนัยสำคัญ จากปีก่อนๆ ที่ผ่านมา ความสูญเสียที่เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์จะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 70 แต่ในครั้งนี้ทะลุเกินร้อยละ 80 โดยตั้งข้อสังเกตว่า “ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ผู้คนหันมาเดินทางด้วยพาหนะส่วนบุคคลกันมากขึ้น และมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะราคาถูกที่สุด” ที่สามารถซื้อหามาใช้ได้

นพ.อนุชา กล่าวต่อไปว่า ด้วยระบบข้อมูลสารสนเทศที่พัฒนามากขึ้นทำให้มองเห็นภาพชัดขึ้น แต่ก็เป็นภาพเก่าๆ ที่ไม่ต่างจากเดิม ดังนั้นหากจะให้ประเทศเดินหน้าต่อก็ต้องล้างภาพเหล่านี้ให้ได้ เห็นได้จาก “ขับเร็ว-เมา-ตัดหน้ากระชั้นชิด” เป็นสาเหตุ3 อันดับแรกของความสูญเสียบนท้องถนนที่ปรากฏในข่าวทุกปี สื่อมวลชนเพียงคอยดูว่าเทศกาลใดปีไหนสาเหตุอะไรจะอยู่อันดับ 1-2-3 เท่านั้น

ในความพยายามแก้ปัญหา หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ “บังคับตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย” หากเป่าลมหายใจไม่ได้ก็ใช้วิธีเจาะเลือด เรื่องนี้ กระทรวงสาธารณสุข มีแนวปฏิบัติว่าหากทางตำรวจส่งมาก็ตรวจให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งทำให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเบาใจได้ว่าไม่ต้องมีภาระในส่วนนี้ ทำให้ข้อมูลการดื่มแล้วขับมีความชัดเจนขึ้น แต่ขั้นต่อไปคือจะทำอย่างไรให้โทษหนักขึ้นด้วย โดยเฉพาะประเภท “ผิดซ้ำซาก” เคยถูกจับดื่มแล้วขับแล้วก็กลับไปทำแบบเดิมอีก

แต่นอกจากการดื่มแล้วขับ “ความเร็ว” ก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความสูญเสีย โดยเฉพาะเมื่อไปบวกกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนเมาแล้วยังขับขี่ด้วยความเร็วสูง ง่วงนอนแล้วยังขับขี่ด้วยความเร็วสูง หรือแม้จะไม่ได้ดื่มหรือง่วง แต่เมื่อใช้ความเร็วสูงแล้วไปเจอพาหนะคันอื่นตัดหน้า โอกาสเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนก็สูงขึ้น อีกด้านหนึ่ง “การที่สามารถตกลงกันเงียบๆ ระหว่างผู้ก่อเหตุกับผู้เสียหายหลังเกิดเหตุ เป็นอีกปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน” ไม่ว่าสาเหตุมาจากดื่มแล้วขับหรือขับรถเร็ว

“เราจะต้องมีปรากฏการณ์ของการทำให้เห็นเลยว่า การขับรถไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็วสูงหรือเรื่องการเมา กฎหมายต้องพยายามพูดดังๆ สื่อต้องพูดดังๆ ว่า 3-4 อย่างมันเป็นต้นเหตุที่เป็นฐานของทุกอย่าง แล้วสัญญาณที่ออกไปให้ชัดเจน ก็เหมือนที่เราสงสัยว่าลูกบิ๊กบางคนที่ขับรถเร็วมาก ไปวุ่นวายกับเรื่องวัดความเร็วอยู่นั่น เหตุผลก็เพราะว่าถ้าสามารถยืนยันได้ว่าเร็วมากในการที่ไม่ควรจะเร็ว ก็จะเป็นตัวสะท้อนกลับไปให้ระบบความยุติธรรม หรืออะไรต่อมีอะไรเล่นงานให้เห็นชัดที่สุด” นพ.อนุชา ระบุ

รองประธานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด ยังกล่าวอีกว่า “คนไทยยังไม่ถูกสอนให้ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยเท่าที่ควร” เช่น วันนี้จะไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ จะวางแผนการเดินทางอย่างไรโดยไม่ต้องขับรถเอง หรือการใช้อุปกรณ์ป้องกันยามขับขี่อย่างหมวกกันน็อกหรือเข็มขัดนิรภัย ดังที่เห็นว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ไม่ใช้เครื่องป้องกันดังกล่าว

ขณะที่ รศ.ดร.กัณวีร์ กนิษฐพงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงส่งท้ายปีเก่า 2564-ต้อนรับปีใหม่ 2565 เท่าที่ติดตามสถานการณ์อยู่ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) พบว่า “ผู้เสียชีวิตจากการใช้มอเตอร์ไซค์ เกือบทุกรายไม่สวมหมวกกันน็อก” ซึ่งก็ไม่ต่างจากรถยนต์ที่ผู้เสียชีวิตมักไม่คาดเข็มขัดนิรภัย บวกกับ “ปัจจัยเดิมๆ” ที่พบตลอดมาอย่าง “เมา” การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะ และ “ซิ่ง” ใช้ความเร็วสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

“ปีนี้เคสส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นแล้วเรารู้สึกหดหู่ คือส่วนใหญ่ตายเพราะถูกรถที่เมามาชน มอเตอร์ไซค์ที่ตาย หลายๆ เคสพบว่าถูกรถยนต์ที่เมาแล้วขับมาชน คนที่เมาเราก็แปลกใจว่าทำไมคนที่เมาส่วนใหญ่ไม่ตาย คนที่โดนชนจากคนเมามักจะตาย คือเราขับมาอยู่ดีๆ แล้วโดนคนเมาขับมาชนน่ากลัวมากเรื่องเมาแล้วขับ” ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย กล่าว

รศ.ดร.กัณวีร์ อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นการตัดหน้ากระชั้นชิดว่าน่าจะหมายถึงเหตุเกิดบริเวณทางแยกหรือจุดกลับรถ โดยเฉพาะ “เกาะสี” หรือพื้นถนนที่มีการทาสีตรงกลางแบ่งช่องจราจรขาเข้า-ขาออกไว้ ซึ่งหลายครั้งผู้ขับขี่ฝ่ายหนึ่งจะเลี้ยวขวาเข้าซอยโดยขับขี่ลัดเกาะสี ในขณะที่ผู้ขับขี่อีกฝ่ายก็ขับรถสวนมาด้วยความเร็วในทางตรงฝั่งตรงข้ามทำให้เกิดการชนกันได้

นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรม “ขับช้าแซงขวา” หมายถึงโดยปกติแล้วช่องจราจรขวาสุดมีไว้เพื่อใช้ความเร็วแซงรถคันหน้าแล้วกลับเข้าไปอยู่ในช่องจราจรทางซ้าย แต่ก็มีผู้ขับขี่ในช่องจราจรขวาสุดแล้วก็ไม่ได้ขับเร็ว ส่งผลให้รถคันอื่นที่ตามหลังมาไม่สามารถใช้ช่องขวาสุดเพื่อเร่งแซงได้ ก็ต้องไปแซงทางซ้ายที่รถในช่องนั้นใช้ความเร็วช้ากว่าแล้วก็เกิดอุบัติเหตุ แต่อีกด้านหนึ่ง “ขวาเร็วแล้วก็ยังมีพวกเร็วกว่าขับจี้ท้าย” อีกทั้งเปิดไฟสูงใส่ แบบนี้เรียกพฤติกรรมขับขี่แบบก้าวร้าวก็เป็นความเสี่ยงอีกเช่นกัน

รศ.ดร.กัณวีร์ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อดูสถิติการเกิดอุบัติเหตุตามช่วงเวลาเป็นรายชั่วโมง พบว่า “กลางคืน=เสี่ยงสูง” เนื่องจากมีการบังคับใช้กฎหมายน้อยกว่าช่วงกลางวัน ทำให้อุบัติเหตุบนท้องถนนที่มีสาเหตุจากความเร็วเกิดในช่วงกลางคืนสูงกว่ากลางวัน โดยเฉพาะเมื่อประกอบกับผู้ขับขี่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนเมาก็มักจะขับขี่ด้วยความเร็วสูง โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็ยิ่งมากขึ้น

“การบังคับใช้กฎหมายเรื่องการขับรถเร็วมาก-น้อยแค่ไหน ก็ปรากฏว่ามันยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเรายังดูจำนวนผู้ที่ถูกดำเนินคดีเรื่องของการขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็ค่อนข้างน้อยมาก อย่างดื่มแล้วขับการบังคับใช้กฎหมายค่อนข้างเข้มข้น มีการตรวจเลือดตรวจลมหายใจ แต่เรื่องเร็ว เรื่องของการตรวจจับความเร็วต้องบอกได้เลยว่ายังน้อยอยู่มากๆ ถ้าเทียบกับประเทศที่มีระบบการจัดการความเร็วที่ดี” รศ.ดร.กัณวีร์ ระบุ

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของฟาร์มไก่ไข่ ยืนยันไม่ฉวยโอกาสยังขายราคาเดิม

Posted on January 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628783

เจ้าของฟาร์มไก่ไข่ ยืนยันไม่ฉวยโอกาสยังขายราคาเดิม

วันศุกร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.36 น.

เจ้าของฟาร์มไก่ไข่ ในพื้นที่ หนองคาย ยืนยันยังขายราคาเดิม ยอมแบกรับภาระต้นทุน ช่วยผู้บริโภค วอดภาครัฐช่วย ดูแลเรื่องค่าหัวอาหาร

14 ม.ค.65 นางตรีสุดา ราษฎร์โสภา อายุ 50 ปีเจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ ในพื้นที่ ต.บ้านว่าน  อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เล่าให้ฟังว่า ตนเลี้ยงไก่ไข่ มานานกว่า 9 ปี เลี้ยง ประมาณ 1,600 ตัว ได้ผลผลิตไข่วันละประมาณ 1,200-1,400 ฟอง ขายได้วันละ ประมาณ 3,500 บาท และมีต้นทุน ค่าอาหารเฉลี่ย วันละประมาณ 2,500 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง  แต่ตนพอรับได้ และยอมแบ่งเบาภาระ ต้นทุน โดยตนขายราคาเดิมไม่ขึ้นราคา แม้ สมาคมจะประกาศขึ้นราคาไปแล้วก็ตาม และในอนาคต หากยังมีประกาศขึ้นราคา ของสมาคม ทางตนก็คงจะต้องขึ้นราคา เพราะที่ผ่านมายอมรับภาระ ต้นทุน เพื่อรักษาลูกค้าไว้ แม้จะมีลูกค้าประจำ ซึ่งตั้งแต่เกิดโรคระบาดโควิด -19 มา ฟาร์มของตนก็ยังอยู่ได้ ไม่กระทบ และลูกค้าก็ยังซื้อประจำ อยู่แล้ว

ด้วยเหตุผลมาจากความสดของไข่ไก่ ไม่เสีย ไม่เน่า เก็บไว้ทานได้ นานๆ ตรงนี้คือจุดขาย ของฟาร์มนี้ อย่างไรก็ตาม อยากจะฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลและควบคุมราคาค่าอาหารสัตว์ เพื่อเป็นการลดต้นทุนและช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่อีกด้วย. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ป้าฟัก’ สู้ราคาหมูแพงไม่ปรับราคาขึ้น ขอขายก๋วยเตี๋ยวชามละ10บาทเท่าเดิม

Posted on January 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628781

'ป้าฟัก' สู้ราคาหมูแพงไม่ปรับราคาขึ้น ขอขายก๋วยเตี๋ยวชามละ10บาทเท่าเดิม

วันศุกร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.11 น.

14 ม.ค.65 ที่ร้านป้าฟัก ริมถนนบ้านคลองไชโย หมู่ 3 ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง ป้าฟังยังคงขายก๋วยเตี๋ยวหมู ต้มยำ ต้มจืด ราคาแค่ 10 บาท สู้ราคาหมูแพง ไม่ขึ้นราคา คนกินตรึม ต่างยกนิ้วการันตี ทั้งราคาถูก หมูเต็มชาม อร่อยเยี่ยมยอด รสชาติถูกปาก ถูกใจลูกค้าที่เป็นขาประจำ กินกันมากว่าสิบปี และยังมีอาหารตามสั่งให้เป็นทางเลือกอีก ราคายังคง 30บาท เหมือนเดิม

นางนิภา เหมือนพงษ์ อายุ 70 ปี หรือป้าฟัก เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว 10 บาท  กล่าวว่า ได้เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่งมานานกว่า 25 ปี โดยก๋วยเตี๋ยวนั้นเริ่มต้นที่ราคา 5 บาท ตอนนั้นราคาหมูกิโลกรัมละ80บาท  และต่อมา ขึ้นราคาเป็นชามละ 10 บาท จนถึงปัจจุบัน แม้ราคาหมู และราคาข้าวของแพงขึ้นทุกอย่าง ป้าฟักก็ยังคงขาย ก๋วยเตี๋ยวหมูราคาเพียงชามละ 10บาท ส่วนอาหารตาสั่งก็คงอยู่ที่ราคา 30บาท เหมือนเดิมไม่ขึ้นราคา  

ซึ่งที่ร้านใช้เตาฟืนและให้คนในครอบครัวมาช่วยกันขาย ลูกค้าประจำและขาจรที่รู้ข่าวพากันมาชิม ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อร่อยยอดเยี่ยม ทั้งปริมาณและราคา ถูกใจจริงๆแถมปริมาณยังเกินราคา และมีอาหารตามสั่งอีกหลายอย่าง หากใครอยากชิมฝีมือก๋วยเตี๋ยว 10 บาทของป้าฟัก ว่าอร่อยขนาดไหน ก็แวะมาลองชิมได้ โดยร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-15.00 น. ที่บริเวณริมถนนบ้านคลองไชโย หมู่ 3 ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่อนุญาต! หวาดเสียว นทท.ปีนยอดเขาอ่าวต้นไทร กระโดดร่มท้าความตาย

Posted on January 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628764

ไม่อนุญาต! หวาดเสียว นทท.ปีนยอดเขาอ่าวต้นไทร กระโดดร่มท้าความตาย

วันศุกร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.51 น.

หวาดเสียว! นทท.ปีนยอดเขาอ่าวต้นไทร กระโดดร่มท้าความตาย จนท.เตรียมนำป้ายห้ามมาเป็นกิจกรรมที่ทางอุทยานฯ ไม่อนุญาต 

ภายหลังที่มีภาพนักท่องเที่ยว 2 คน ปีนขึ้นไปบนยอดเขาสูง ของอ่าวต้นไทร ม.2 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ แล้วกระโดดร่มลงมา สู่ชายหาด สร้างความหวาดเสียวแก่ผู้ที่พบเห็น เกรงว่าจะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตขึ้นได้ เนื่องจากไม่มีความชำนาญ และที่สำคัญทางอุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ไม่ได้มีได้มีการอนุญาตให้ทำกิจกรรมลักษณะดังกล่าวในเขตพื้นที่อุทยานฯ

ล่าสุด นายปราโมทย์ แก้วนาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตธารา-หมู่กาะพีพี ได้มอบหมายให้นาย สมาน วะจิดี เจ้าหน้าที่หัวหน้าศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร อ่าวไรเล และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพตามคลิป พบว่าภูเขาลูกดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณอ่าวต้นไทร สูงจากพื้นกว่า 30 เมตร อยู่ติดชายหาด จากการสอบถามผู้ประกอบการในพื้นที่ ทราบว่านักท่องเที่ยวที่ปีนยอดเขาอ่าวต้นไทร แล้วกระโดดร่มลงมาเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้นำอุปกรณ์มาเอง ตอนนี้ได้เดินทาง ออกจากพื้นที่ไปแล้ว 

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ พบเชือกยาวประมาณ 10 เมตร ผูกติดกับภูเขา คาดว่าเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวปีนใช้ปีนขึ้นไปบนยอดเขา ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตัดเชือกออกเพื่อป้องกันนักท่องเที่ยวคนอื่นปีนขึ้นไปอีก และหลังจากนี้จะนำป้ายห้ามมาติดไว้ เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ทางอุทยานฯไม่ได้มีการอนุญาติให้ทำกิจกรรมในพื้นที่

ด้านผู้ประกอบการ อ่าวต้นไทร กล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ปีนขึ้นไปกระโดดร่มลงมาจากยอดเขา เชื่อว่าคงจะไม่รู้ว่าเป็นข้อห้ามที่ทางอุทยานฯห้ามทำกิจกรรมกระโดดร่ม เนื่องจากไม่มีป้ายเตือน หากว่ามีป้าย คงจะไม่มีนักท่องเที่ยวกล้าปีนขึ้นไปกระโดดลงมาอย่างแน่นอน. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตำรวจหนุ่มวิ่งกุมขมับ เมื่อเจอความจริง หลังวิ่งไล่จับป้าวงไพ่?

Posted on January 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628754

ตำรวจหนุ่มวิ่งกุมขมับ เมื่อเจอความจริง หลังวิ่งไล่จับป้าวงไพ่?

วันศุกร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.07 น.

วันที่ 14 มกราคม 2565 โลกออไลน์ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอผู้ใช้ Tiktok ชื่อ  suferguide ซึ่งเป็นภาพชายรายหนึ่งที่ใส่เสื้อเจ้าหน้าที่ตำรวจ  กำลังวิ่งไล่จับวงไพ่แห่งหนึ่ง ทว่าที่เป็นเรื่องพีคสุด ก็เป็นเพราะวงไพ่ดังกล่าว ดันเป็นแม่ตัวเอง

โดยระบุว่า “ท้อมาก เครียดมาก เมื่อวิ่งไล่จับป้าวงไพ่ แต่มารู้ความจริงว่าคือแม่” และว่า“ระหว่างหน้าที่ กับ ค่าน้ำนม ผมควรเลือกอะไรดีครับทุกคน” และ “ปลอดภัยแล้วครับ ต้นมะยมหน้าบ้านเพิ่งโค่นไป ผมรอดแล้วครับ”

หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเป็นจำนวนมาก บางรายบอกว่า “วิ่งต่อไปอีกนิดเจอพ่อ” , “ทำเป็นวิ่งไปก่อน” หรือ แม่ถือไม้วิ่งสวนมา

ชมคลิปคลิก@suferguide

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มิติใหม่! สาวอกหักถึงขั้นจ้าง‘แกร็บ’ เล่นน้ำทะเลเป็นเพื่อนปลอบใจ (คลิป)

Posted on January 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628720

มิติใหม่! สาวอกหักถึงขั้นจ้าง‘แกร็บ’ เล่นน้ำทะเลเป็นเพื่อนปลอบใจ (คลิป)

วันศุกร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2565, 16.13 น.

วันที่ 14 มกราคม 2565 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอของผู้ใช้สมาชิกผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า @am_miss ซึ่งเป็นคลิปเพื่อนสาวที่กำลังอกหักได้ทำการเรียกแกร็บมาส่งของ และได้ทำการจ้างแกร็บด้วยเงินจำนวน 500 บาท เพื่อให้แกร็บรายดังกล่าวนั้นมานั่งเล่นน้ำทะเลเป็นเพื่อน  พร้อมระบุแคปชั่นว่า “#อกหัก #จ้างแกร็บเล่นน้ำ ได้ยินมาว่า.. ร้องไห้ในน้ำไม่มีใครเห็น”

หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก 

ชมคลิปคลิก

ขอบคุณคลิป : @am_miss@am_miss#อกหัก#จ้างแกร็ปเล่นน้ำ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มาได้ไง? อวสานขนมเข่ง สาวงงซื้อมาจากตลาดกัดคำแรกเจอเลย

Posted on January 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628718

มาได้ไง? อวสานขนมเข่ง สาวงงซื้อมาจากตลาดกัดคำแรกเจอเลย

วันศุกร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2565, 16.11 น.

บอกได้เลยว่าเห็นแล้วสยองมาก เมื่อเฟซบุ๊ก “Nattamon Sittiprom” ได้โพสต์ภาพขนมเข่งที่ด้านในขนมมีพลาสเตอร์ปิดแผลอยู่ โดยโพสต์ลงในกลุ่ม “กลุ่มข่าวจาวเจียงฮาย New.V3” ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็น อาทิ หมด อารมณ์ที่จะกิน , จะอ้วกแทน , ขยะแขยง , อวสานขนมเข่งตรุษจีน , สยอง , สกปรกมาก เป็นต้น 

โดยข้อความระบุว่า “ขออนุญาติแอดมินในกลุ่มจ้าว #ขนมเข่งนี้ซื้อมาจากตลาดสดเทศบาล1 พอกัดไปคำแรกเจอเลยจ้าวแบบนี้ก็ได้หรอ? #พลาสเตอร์ปิดแผลในขนมเลยจ้าว ตี่ลงนี้ไม่ได้ต้องการประจารเพียงแต่ต้องการให้ทำให้สะอาดกว่านี้จ้าวให้นึกถึงผู้บริโภคบ้างจ้า”. -008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : เฟซบุ๊ก “Nattamon Sittiprom”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,287,120 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
ข้าราชการดีเด่น (3)
'บี้ เคพีเอ็น'ต่อมน้ำตาแตกหลักถูกภรรยา'กุ๊บกิ๊บ'เซอร์ไพรส์วันเกิด
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
TMB starts smart service  for portfolio management
ทรัมป์ถล่มมูลนิธิคลินตัน ใช้เส้นหาเงินเข้ากระเป๋า
‘คริสเทน สจ๊วร์ต’ ในบทบาท ‘เจ้าหญิงไดอาน่า’ #SootinClaimon.Com
S&P, Fitch stay negative on British debt on Brexit questions
Pressure is a privilege as Man City look to close out title
'อิ๋งอิ๋ง'ชวนชมภาพงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสิน

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d