Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ชาวบ้าน’ในอำเภอเขาวงสุดงงเสาไฟฟ้าโผล่กลางถนนวอนเร่งแก้ไขหวั่นเกิดอุบัติเหตุ

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619131

'ชาวบ้าน'ในอำเภอเขาวงสุดงงเสาไฟฟ้าโผล่กลางถนนวอนเร่งแก้ไขหวั่นเกิดอุบัติเหตุ

วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 12.04 น.

ชาวบ้านในตำบลกุดสิมคุ้มใหม่ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์สุดงง เสาไฟฟ้าโผล่กลางถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขหวั่นเกิดอุบัติเหตุได้รับอันตราย ด้านนายกเทศมนตรีตำบลกุดสิมคุ้มใหม่ระบุเป็นโครงการปรับปรุงดินถนนลูกรัง ยอมรับมีเสาไฟอยู่จริง แต่อยู่ระหว่างการเร่งประสานงานการไฟฟ้าเคลื่อนย้ายเสาออก

วันที่ 30 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความ “สิไปต่อหรือสิพอส่ำนี้” พร้อมภาพเสาไฟฟ้าที่ตั้งอยู่กลางถนน ซึ่งหลังมีการโพสต์กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันในโลกออนไลน์อย่างมาก รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ก็รู้สึกงงกับเสาไฟฟ้าที่โผล่อยู่กลางถนน และเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ หลายคนตั้งคำถามว่า การสร้างถนนและการปักเสาไฟฟ้า ทำไมไม่มีการประสานงานกันก่อนที่เริ่มกาก่อสร้าง

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในซอยโสกข้าวแฮมบ้านโนนศีวิไล ต.กุดสิมคุ้มใหม่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ พบว่าถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนลูกรัง เชื่อมต่อระหว่างบ้านโนนศีวิไล ต.กุดสิมคุ้มใหม่ไปยังบ้านกุดกอก ต.สระพังทอง อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเหมือนกับเพิ่งก่อสร้างขยายถนนแล้วเสร็จใหม่ๆ และมีเสาไฟฟ้าสูงประมาณ 10 เมตร ปักอยู่กลางถนนจริง โดยพบป้ายชื่อโครงการเป็นของเทศบาลตำบลกุดสิมคุ้มใหม่

จากการสอบถามนายอดุล ใสศรัทธา อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ที่ 5 บ้านกุดกอก ต.สระพังทอง อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ใช้เส้นทางถนนสายนี้ ทราบว่า ถนนสายดังกล่าวเชื่อมต่อระหว่างบ้านโนนศีวิไล ต.กุดสิมคุ้มใหม่ไปยังบ้านกุดกอก ต.สระพังทอง โดยเมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นมีการก่อสร้างขยายถนน เบื้องต้นดูที่ป้ายน่าจะเป็นโครงการของเทศบาลตำบลกุดสิมคุ้มใหม่ ซึ่งหลังจากมีการขยายถนนและปรับผิวถนนเสร็จกลับพบว่ามีเสาไฟฟ้าโผล่อยู่กลางถนน ซึ่งถือว่าอันตรายอย่างมาก โดยเฉพาะในยามค่ำคืน แสงสว่างไม่เพียงพอ ทำให้ชาวบ้านหวั่นเกิดอุบัติเหตุและได้รับอันตรายกับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาได้

นายอดุล กล่าวอีกว่า ตนใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ ส่วนตัวมองว่าเสาไฟฟ้าตั้งอยู่กลางถนน ซึ่งในเวลากลางคืนหากไม่สังเกต หรือคนที่ไม่ชำนาญเส้นทางขับมาเร็วๆ ต้องหักหลบกะทันหัน อาจจะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ เพราะถนนเส้นนี้ก็ยังไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ซึ่งเสาไฟฟ้าต้นนี้ตั้งอยู่มานานแล้ว แต่ต่อมาได้มีการปรับปรุงและมีการขยายหน้าถนนให้กว้างขึ้น ทำให้เสาไฟต้นดังกล่าวมาอยู่กลางถนน มีการตั้งคำถามกันว่าก่อนขยายหน้าถนนทำไมไม่มีการประสานงานกันกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าก่อน เพื่อให้มาทำการย้ายเสาไฟฟ้าต้นดังกล่าวออกไป ทำให้ชาวบ้านต่างพากันงงในเรื่องนี้ และอยากให้หน่วยงานที่้เกี่ยวข้องเข้าเร่งมาแก้ไขโดยด่วน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ

ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามนายคูณสุข ศรีมภูมิ นายกเทศมนตรีตำบลกุดสิมคุ้มใหม่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ทราบว่า สำหรับถนนสายดังกล่าวทางเทศบาลตำบลกุดสิมคุ้มใหม่ได้รับเงินจัดสรรงบประมาณงายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 เงินอุดหนุนเฉพาะกิจดำเนินโครงการปรับปรุงถนนดินลูกรังสายโสกขาวแฮมบ้านโนนศีวิไล ม.11  เชื่อมต่อระหว่างบ้านโนนศีวิไล ต.กุดสิมคุ้มใหม่ไปยังบ้านกุดกอก ซึ่งมีความกว้าง 4 เมตร ยาว 1,150 เมตร หน้าเฉลี่ย 0.20 เมตร งบประมาณ 277,000 บาท เริ่มต้นสัญญา 12 ตุลาคม 2564 สิ้นสุดสัญญา วันที่ 10 มกราคม 2565  

นายคูณสุข กล่าวอีกว่า การก่อสร้างชาวบ้านได้สละที่ดินให้บางส่วนจึงมีการขายถนนให้กว้างขึ้น และแต่ก็มีอุปสรรคเสาไฟฟ้า 1 ต้นที่ขยายถนนออกแล้วปักอยู่บริเวณกลางถนนพอดี ซึ่งระหว่างการก่อสร้างทางเทศบาลได้ทำหนังสือ พร้อมประสานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกุฉินารายณ์ เพื่อดำเนินการย้ายเสาไฟฟ้า 1 ต้นไปตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2564 แล้ว แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ดำเนินการย้าย ซึ่งทางเทศบาลฯจะเร่งประสานงานไปอีกครั้ง เพื่อย้ายเสาไฟฟ้าออกโดยเร็ว และดำเนินการปรับปรุงบริเวณดังกล่าวให้สามารถสัญจรได้ตามปกติ คาดว่าจะสามารถย้ายเสาไฟฟ้าออกได้ภายในสัปดาห์นี้ และผู้รับจ้างก็สามารถดำเนินการได้เลย เนื่องจากก่อสร้างเสร็จแล้วแต่ก็ยังไม่ได้มีการเบิกจ่าย –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มือจับอสรพิษ’นำทีมตรวจสอบจุดพบ‘จงอาง’ริมถนนอ่างฯบางพระ คาดอาจเป็นจุดวางไข่

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619113

‘มือจับอสรพิษ’นำทีมตรวจสอบจุดพบ‘จงอาง’ริมถนนอ่างฯบางพระ คาดอาจเป็นจุดวางไข่

วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 10.24 น.

‘มือจับอสรพิษ’นำทีมตรวจสอบจุดพบ‘จงอาง’ริมถนนอ่างฯบางพระ คาดอาจเป็นจุดวางไข่

30 พฤศจิกายน 2564 จากกรณีที่ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความเตือนลงในกลุ่มบางพระ ว่า พบเห็น “งูจงอาง” ขนาดใหญ่ที่บริเวณริมทางอ่างเก็บน้ำบางพระนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา นายนิรุทธ์ ชมงาม ประธานโครงการอสรพิษวิทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชำนาญการจับอสรพิษ เจ้าหน้าที่ อบต.บางพระ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำบางพระ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกันลงพื้นที่บริเวณจุดพบงูจงอาง เพื่อตรวจสอบเส้นทางที่งูจะขึ้นมา และวางแผนเพื่อจับงูออกจากพื้นที่ ก่อนที่จะทำร้ายและลดความหวาดกลัวของประชาชนในพื้นที่ที่ผ่านไปมาบริเวณดังกล่าว

จากการตรวจสอบพบว่าถนนเส้นนี้ เป็นถนนที่ประชาชนมาปั่นจักรยาน และวิ่งออกกำลังกาย ซึ่งมีผู้พบเห็นงูจงอางขนาดใหญ่ชูคออยู่ริมถนน และสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้

ด้านนายสุวิทย์ เพชรเขียว อยู่หมู่ 11 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า งูจงอางจะออกมาประมาณบ่าย 3 โมง ถึงประมาณ 6 โมงเย็น จะออกมาชูคอ แต่ไม่แผ่แม่เบี้ย สูงประมาณเอว ลำตัวขนาดเท่าขา ยาวประมาณ 4-5 เมตร เห็นมาตั้งแต่ก่อนลอยกระทง คนที่มาปั่นจักรยานหรือเดินออกกำลังกายรู้สึกกลัว จึงอ้อมบริเวณที่ติดป้ายไว้ และมีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งชิดขอบถนน มาเจอเข้ากับงูจงอางที่กำลังชูคออยู่พอดี เห็นแล้วเกือบช็อก ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เพิ่งมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น งูจงอางน่าจะหนีน้ำ อย่างไรก็ตามเมื่อเวลามาวิ่งหรือมาปั่นจักรยาน ก็ระมัดระวังสักนิด เพราะงูจงอางอันตราย ถึงแก่ชีวิตได้

ส่วนนายนิรุทธ์ ชมงาม ประธานโครงการอสรพิษวิทยา กล่าวว่า วันที่ 29 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ยังไม่พบงูจงอางตัวดังกล่าว แต่ยังคงให้เจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังดู หากพบก็จะเข้าดำเนินการจับทันที พร้อมชี้จุดให้แน่ใจ ซึ่งอาจจะเป็นแหล่งวางไข่ของงูจงอาง และภายหลังจากที่พบเจอแล้ว จะจับและนำไปปล่อยให้จุดที่ห่างไกลประชาชนต่อไป -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 30 พฤศจิกายน 2564

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619062

ลึกลับในสนามข่าว : 30 พฤศจิกายน 2564

วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

nn…ภายหลังราชกิจจานุเบกษาประกาศให้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อย โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือ การให้การเลือกตั้งใช้รูปแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ทำให้ขณะนี้ปี่กลองการเมืองก็เริ่มโหมโรงคึกคักดังขึ้นไปทั่วหลายพรรคการเมือง ต่างลงพื้นที่กัน ไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าหรือพรรคใหม่คึกคักกันอย่างมาก ตอนนี้ชาวบ้านคนไหนที่ไม่เคยเห็น สส.ที่เป็นตัวแทนของหมู่บ้านตัวเองก็คงจะได้เห็นกันในตอนนี้แหละรวมถึงว่าที่ผู้สมัคร สส.ที่จะลงสมัยหน้า… วันก่อนมีคนแอบเห็น“อดีตรมต.สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์”อดีตรมต.พลังงาน ไปเยี่ยมเยียนที่รัฐสภา แต่ๆอย่าพึ่งเข้าใจผิดกันว่าไปนัดพบปะพูดคุยกับ สส.หรือ นักการเมืองท่านใดหรือเปล่า เพราะทราบว่า “อดีตรมต.สนธิรัตน์”มีภารกิจไปร่วมประชุมกับ อนุกรรมาธิการศึกษาการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ในฐานะที่เป็น อดีตรมว.พลังงาน เพื่อขอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “โครงสร้างราคาน้ำมัน”เนื่องจากขณะนี้ประชาชนทุกหัวระแหงแทบจะร้องไห้กระอักกันทุกวันกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นๆ ที่มันสวนกับราคาข้าวที่ลดลงๆ จริงๆ..แน่นอนว่าการเดินทางไปรัฐสภาครั้งนี้ ของ “อดีตรมต.สนธิรัตน์” คอการเมืองคงไม่พลาดที่จะวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา ก็เนื่องจากว่า อดีตรมต.สนธิรัตน์ เป็นหนึ่งในแกนนำคนสำคัญของ “กลุ่มสี่กุมาร”และกำลังถูกจับจ้องว่า จะมีการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่หรือไม่ เพราะฉะนั้น ไม่น่าแปลกใจเลย ที่ทุกก้าวย่างของ “อดีตรมต.สนธิรัตน์” ถูกโฟกัส จากทุกสายตาของคอการเมืองตลอด…และครั้งนี้ก็เช่นกัน โดยเฉพาะภาพที่“อดีตรมต.สนธิรัตน์”พูดคุยกับบรรดา สส.หรือนักการเมืองในรัฐสภา ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า พรรคใหม่ของสี่กุมาร คงใกล้คลอดเต็มทีแล้วหรือเปล่า ก็ต้องรอลุ้นกันว่า จะเป็นไปตามที่คอการเมืองได้คาดการณ์กันหรือไม่… แต่ก็แววๆ ออกมาเหมือนกันนะว่า ทุกอย่างเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว แม้กระทั่งสถานที่ตั้งของพรรคการเมือง ที่ปรากฏว่า สปอตไลท์ ได้ฉายแววไปที่แถวๆ ย่านพระราม 9 ข่าวว่าตึกใหญ่โต หรูหราเอาการอยู่ แฟนคลับคงต้องอดใจรอกันอีกนิด แต่เชื่อว่าน่าจะมีข่าวดีให้ได้ลุ้นกันแน่นอนจ้า…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ ‘หนองคายโมเดล’ กับ ‘ความตั้งใจ’ ระยะยาวของผม

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619063

บทความพิเศษ : ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ ‘หนองคายโมเดล’ กับ ‘ความตั้งใจ’ ระยะยาวของผม

วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา (29 ก.ย. 2564) ผมมีเวลาช่วงสั้นๆ ในการเดินทางไปที่จังหวัดหนองคาย เพื่อรับฟังความเคลื่อนไหวของงานในโครงการ “หนองคายโมเดล” เพราะหลังจากนั้น ผมต้องเดินทางกลับมายังกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมตัวนำรายละเอียดของความสำเร็จในโครงการต่างๆ ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ 9 จังหวัด ซึ่งครอบคุลมทุกภาคของประเทศไทย ไปนำเสนอต่อ “สภาพัฒน์” หรือสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในการขยายความครอบคลุมของกระบวนการนำมาตรฐานความแม่นยำ และนวัตกรรมทันสมัย ไปยกระดับการประกอบอาชีพของชาวบ้านในกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ

สำหรับงานของพวกเราที่จังหวัดหนองคายยังคงเป็นรูปแบบของการออกแบบกระบวนการในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ อ.เมือง อ.ท่าบ่อ อ.สระใคร และ อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย แต่ที่ท้าทายก็คือ ทีมงานของหนองคายโมเดลพยายามที่จะบริหารจัดการเส้นทางของสายงานย่อยต่างๆ ให้มีความร้อยเรียงกัน เพื่อเอื้ออำนวยต่อกันในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิก ในการไปถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้คือ การเพิ่มรายได้ 1 หมื่นบาท ต่อครัวเรือน ต่อเดือน ซึ่งมีรายละเอียดโดยสรุป ดังนี้

ในส่วนของต้นน้ำ จะเป็นขั้นตอนของการเลือกผลผลิตที่มีความต้องการของตลาดเป็นสำคัญ โดยอิงจากปัจจัยของราคาขาย และต้นทุน รวมไปถึงการเก็บรักษา ความสุ่มเสี่ยงในการผลิต และความเชื่อมโยงต่อกระบวนของกลางน้ำ และปลายน้ำที่เตรียมไว้รองรับ สำหรับทางหนองคายโมเดล ได้แบ่งส่วนของการยกระดับผลผลิตเป็น 2 ทางคือ หนึ่ง พืชไร่ และแมลงเศรษฐกิจ อาทิ ข้าว ดาวเรือง สับปะรด จิ้งหรีด และสอง สัตว์น้ำที่มีอยู่ในพื้นที่ อาทิ ปลานิล ปลาตะเพียน กบนา ปูนา กุ้งก้ามกราม ทั้ง 2 ระบบของการสร้างคุณภาพให้กับผลผลิตเหล่านี้ จะเน้นไปที่กระบวนการในการลดต้นทุนของการปลูก และเพาะเลี้ยง รวมไปถึงมาตรฐานของการปลูกและเพาะเลี้ยงที่มีคุณภาพ แม่นยำในการได้ผลผลิตที่ดี ตามความต้องการของตลาด และกระบวนการในขั้นตอนอื่นๆ ที่ตามมารับรอง

สำหรับกลางน้ำ ทีมงานให้ความสำคัญต่อการเพิ่มมูลค่าของผลผลิต การเก็บรักษา และตอบโจทย์ทางการตลาดของกลุ่มเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ แน่นอนว่า การแปรรูปจะกลายเป็นระบบหลักของขั้นตอนนี้ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นในด้านของการได้มาซึ่งอาหารตามมาตรฐานที่หน่วยงานอันรับผิดชอบกำหนด (สำนักงานอาหารและยา) และการมุ่งสู่“การสกัดสาร” จากพืชผักเศรษฐกิจ ทั้งสับปะรด และดาวเรือง รวมไปถึงจิ้งหรีด ที่สำคัญ เศษเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต และการปลูกพืชในโครงการ จะได้รับการนำมาสกัดสารเพื่อนำไปสร้างรายได้ ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)ซึ่งทำให้เกิดความคุ้มค่าในทุกทรัพยากรที่นำมาใช้

และปิดท้ายที่ปลายน้ำ ก็แน่นอนว่าเป็นการบริหารจัดการทางการตลาดให้กับสมาชิกของโครงการ เพื่อสร้างความเข้าใจต่อการนำเสนอสินค้า และรูปแบบช่องทางการจำหน่ายในทุกๆ รูปแบบ โดยเฉพาะทางออนไลน์ ที่มีการวางเป้าหมายในการเชื่อมโยงกับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ภายหลังรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อจากประเทศลาวผ่านมาทางประเทศไทยเสร็จสมบูรณ์ รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าท้องถิ่น และต่างประเทศ (ส่งออก) อีกทั้งยังเปิดพื้นที่ในการประชาสัมพันธ์กระบวนการของโครงการหนองคายโมเดล สำหรับเกษตรกร หรือชาวบ้านที่สนใจ แต่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการสามารถทำการศึกษาเพื่อสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตได้ด้วยตัวเอง ภายใต้การให้คำปรึกษาของทีมงาน

สำหรับความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นตลอด 4 เดือนที่ผ่านมานั้น โดยสรุปมีเกษตรกรเข้ามาเป็นสมาชิกทั้งหมด 426 ครัวเรือน ในส่วนของต้นน้ำหรือขั้นของการผลิต มีการทำแปลงและโรงเรือนสาธิต เพื่อให้สมาชิกเข้ามาศึกษา และนำไปปฏิบัติเป็นที่เรียบร้อย โดยเน้นไปที่สมุนไพร และพืชที่ตลาดมีความต้องการก่อน ส่วนจิ้งหรีด และสัตว์น้ำ ได้แจกจ่ายพันธุ์ให้แก่สมาชิก รวมไปถึงเครื่องมือในการดูแล และให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการการเลี้ยงดูที่ถูกต้องตามมาตรฐานควาแม่นยำ ในส่วนของกลางน้ำ และปลายน้ำนั้น ทีมงานเริ่มต้นด้วยการอบรมให้ความรู้แก่สมาชิก ทั้งการแปรรูป สกัดสาร และการตลาด จากนั้นก็เริ่มที่จะ “พาทำ” ให้เกษตรกรได้ทดลองในขั้นตอนของการปฏิบัติ และออกแบบแนวทางแปรรูป บรรจุภัณฑ์ ตราสินค้าเอง ส่วนการสร้างช่องทางการตลาดนั้น ก็มีการจัดทำเว็บไซต์เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์จากโครงการเกิดขึ้น พร้อมการเปิดแพลตฟอร์มต่างๆ ทางสื่อสังคมออนไลน์เพื่อทำการประชาสัมพันธ์โครงการ

นี่เป็นรายละเอียดเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่ผมได้รับทราบจากการเข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทีมงานของหนองคายโมเดล ส่วนรายละเอียดที่มากขึ้นนั้น ผมแนะนำให้เข้าไปรับชมได้ที่ https://www.facebook.com/NongKhaiModel ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้ประโยชน์จากข้อมูลของโครงการดังกล่าวนี้นะครับ

ปิดท้ายก็ต้องขออนุญาตแจ้งให้ทราบนะครับว่า การนำเสนอต่อสภาพัฒน์ที่ได้กล่าวถึงไปในช่วงต้น ตอนนี้สำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว ทุกอย่างมีความราบรื่น และมีความเป็นไปได้ที่กระบวนการอันดำเนินไปใน 9 จังหวัดตามที่ผมพยายามสื่อสารมาตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา มีโอกาสได้รับการเพิ่มโครงการให้มีความครอบคลุมใน 20 จังหวัดในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีต่อพี่น้องเกษตรกรในกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากทุกท่านจริงๆ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฟังแล้วภูมิใจ! เพลง’เราคือคนไทย’ออกมาให้ฟังแล้ว ชาวเน็ตแห่แชร์เนื้อหากินใจมาก

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619073

ฟังแล้วภูมิใจ! เพลง'เราคือคนไทย'ออกมาให้ฟังแล้ว ชาวเน็ตแห่แชร์เนื้อหากินใจมาก

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 21.04 น.

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เพจเฟซบุ๊ก We are Thai – เราคือคนไทย ได้เผยแพร่บทเพลง “เราคือคนไทย” ซึ่งเป็นเพลงที่แสดงถึงความรักซึ่งประกอบไว้ด้วยหลายส่วนที่อยู่ในหัวใจ ของผู้อำนวยการเพลงและร่วมขับร้องเพลงนี้ คือ หม่อมหลวงรจนาธร ณ สงขลา ผ่านการบอกเล่าด้วยคำร้องและทำนองเพลง โดยครูแว่น จักราวุธ แสวงผล โดยในครั้งนี้ได้รวบรวมพี่ๆน้องๆญาติสนิทมิตรสหายส่วนเล็กๆส่วนนึงมาร่วมแสดงออกในเพลงนี้กัน

โดยมีรายนามผู้ขับร้อง เรียงตามลำดับการปรากฏในวิดีโอ ดังนี้
๑. หม่อมหลวงรจนาธร ณ สงขลา
๒. หม่อมหลวงสวรรณศิริ ทองใหญ่
๓. อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา
๔. หม่อมหลวงวันรัชดา วรวุฒิ
๕. ศุภาพิชญ์ ชุมสาย ณ อยุธยา
๖. พิชญะ พิชัยรณรงค์สงคราม
๗. วรสุดา ชุมสาย ณ อยุธยา
๘. จักราวุธ ชุมสาย ณ อยุธยา
๙. ดร.กรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยา
๑๐. สานุพันธ์ ชุมสาย ณ อยุธยา
๑๑. ปนัย อิศรางกูร ณ อยุธยา
๑๒. วรวิทย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
๑๓. หม่อมหลวงพิทยากรณ์ รัชนี และ ผศ.ดร.จารุดา รัชนี ณ อยุธยา
๑๔. หม่อมหลวงอรดิศ ( ดิศกุล ) สนิทวงศ์ และ วัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
๑๕. ดร.นฎาประไพ สุจริตกุล
๑๖. ดร.จารุวรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

—- เนื้อเพลง เราคือคนไทย —-

เรามีสิ่งที่ใครไม่มี ที่สั่งที่สมนานปี ที่ส่งต่อมาถึงเรา
ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม ประวัติศาสตร์นั้นยืนยาว
เงาพระปรางค์ในเจ้าพระยา สะท้อนเรื่องราวล้ำค่า ที่ไม่มีวันลบเลือน
เสียงเห่เรือ เอ่อเออเอ้อเออเออเอ่อ เป็นดั่งเสียงย้ำเตือนว่าเราคือใคร
เรายึดเหนี่ยวกันไว้เเน่นหนา ด้วยสิ่งเคารพบูชา ชาติศาสนาสถาบัน
รักครอบครัวดูแลใกล้ชิด เอื้อเฟื้อเจือจานญาติมิตร เราฝากความรักให้กัน
พวงมาลัยในมือของยาย ลูกหลานต้องเอามาไหว้ มากราบมากอดขอพร
น้ำอบไทย ในขันใบน้อย ลอยมะลิดอกไม้กลิ่นหอมชื่นใจ

 

*ฉันไม่ขออะไรจากแผ่นดินนี้
นอกจากขอทำดีเพื่อแผ่นดินไทย
ฉันจะขออะไรได้มากกว่านี้
เพราะแผ่นดินผืนนี้นั้นมีแต่ให้
ตั้งแต่ลืมตา มาจนเติบโต มีแต่ร่มเย็น ไม่เคยขาดหาย
ตั้งแต่วันวาน มาจนวันนี้ เราไม่เคยลืม เรามาจากไหน
เราคือคนไทย เราคือคนไทย
เรารู้สึกอิ่มเอมหัวใจ ที่ใครก็รักเมืองไทย เขาอยากจะมาหาเรา
เราได้อยู่อาศัยได้กิน ต้องทดแทนคุณแผ่นดิน สำหรับทุกทุกเรื่องราว
เงาพระปรางค์ในเจ้าพระยา สะท้อนเรื่องราวล้ำค่า ที่ไม่มีวันลบเลือน
เสียงเห่เรือ เอ่อเออเอ้อเออเออเอ่อ เป็นดั่งเสียงย้ำเตือนว่าเราคือใคร

 

**ฉันไม่ขออะไรจากแผ่นดินนี้
นอกจากขอทำดีเพื่อแผ่นดินไทย
ฉันจะขออะไรได้มากกว่านี้
เพราะแผ่นดินผืนนี้นั้นมีแต่ให้
ฉันไม่ขออะไรจากแผ่นดินนี้
นอกจากขอทำดีเพื่อแผ่นดินไทย
ฉันจะขออะไรได้มากกว่านี้
เพราะแผ่นดินผืนนี้นั้นมีแต่ให้
ตั้งแต่ลืมตา มาจนเติบโต มีแต่ร่มเย็น ไม่เคยขาดหาย
ตั้งแต่วันวาน มาจนวันนี้ เราไม่เคยลืม เรามาจากไหน
เราคือคนไทย เราคือคนไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากบทเพลงดังกล่าวเผยแพร่ออกไปเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่นชมเป็นจำนวนมาก อาทิ ไพเราะมากๆๆ ขอบคุณทุกๆท่านที่ร่วมกันสร้างสรรค์เพลงนี้ ซาบซึ้งใจที่สุดค่ะแชร์ไปแล้วนะคะ, ขอบคุณทุกๆท่านที่ขับร้องเพลงอันทรงคุณค่าของคนไทย,ภาคภูมิแผ่นดินไทย ภูมิใจที่เกิดบนแผ่นดินไทยค่ะ,เพลงไพเราะงดงามมากๆเลย,เพราะมากๆครับ ขอบคุณทุกๆท่านที่ร่วมกันสร้างสรรค์ และส่งมอบแนวคิดดีๆ เพื่อสังคม เพื่อประเทศของเรา

ไพเราะซาบซึ้งตราตรึงเป็นบทเพลงที่ถ่ายทอดความเป็นไทยออกมาได้ดีที่สุดเลย ภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทยและมีวัฒนธรรมที่ดีงามเช่นนี้ เราคือคนไทย ,ไพเราะทรงคุณค่าของความเป็นไทย,ไพเราะมาก ขออนุญาตเผยแพร่ค่ะ ,เราคือคนไทย สยามเมืองยิ้ม, ไพเราะและกินใจมาก ภูมิใจที่เป็นคนไทยเช่นกัน,เป็นเพลงที่ไพเราะและทรงคุณค่ามาก…ภูมิใจในความเป็นคนไทย..เป็นต้น

ขอบคุณภาพประกอบวิดีโอบางส่วนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
#เราคือคนไทย
#WeAreThai

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก  WeAreThai

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กนก’โพสต์ลอยๆ บอกพระท่านบวชเพื่อพุทธศาสนา ยกเว้นบางคนสึกเพื่อจรรโลง

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619064

'กนก'โพสต์ลอยๆ บอกพระท่านบวชเพื่อพุทธศาสนา ยกเว้นบางคนสึกเพื่อจรรโลง

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 20.38 น.

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 นายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page ว่า พระท่านบวชเพื่อจรรโลง พุทธศาสนา ยกเว้นบางคน สึกเพื่อจรรโลง สาธุชนยกมือไล่ผ้าเหลืองเรืองรองขึ้น สิ้นเสนียด….ไปอีกหนึ่ง

-007

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วิธีหนีนรกสำหรับผู้มีเวลาน้อย’ คำสอน ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619037

'วิธีหนีนรกสำหรับผู้มีเวลาน้อย' คำสอน 'หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.29 น.

“…ท่านสาธุชนที่มีเวลาน้อย เพราะต้องประกอบอาชีพ หาเวลาไปนั่งกรรมฐานก็ทำได้ยาก เพราะเวลาว่างมีน้อย ก็ให้ทำตามนี้จะมีผลสมบูรณ์แน่นอน และไม่เสียเวลาประกอบการงาน ตายแล้วรับรองไม่ลงนรกแน่ 

๑.”เจริญพุทธานุสสติแบบง่ายๆ” ให้จัดของบูชาพระพุทธรูปทุกวัน ที่ท่านเรียกว่า “ถวายข้าวพระพุทธรูป” ของที่ถวายก็เอาอาหารเท่าที่มีอยู่ หรือผลไม้ที่หาได้ง่าย เวลาเช้าหรือตอนสายก็ได้ นำของที่หาได้ถวายพระพุทธรูปที่บ้าน ทำเป็นประจำวัน เวลาถวายคิดในใจหรือว่าออกเสียงก็ได้ ดังนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายข้าวแกง และน้ำแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเป็นการบูชาพระคุณ ขอผลบุญนี้ จงเป็นปัจจัยให้ข้าพระพุทธเจ้าได้เข้าสู่ พระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เถิด” 

เวลาถวายให้ตั้งใจดูภาพพระพุทธรูปด้วยความเคารพ และจดจำรูปของท่านไว้ตั้งใจทำอย่างนี้ทุกวัน อารมณ์ใจจะมีความคิดถึงและห่วงใยในพระพุทธรูป จะคิดเสมอว่าวันนี้เรามีของอย่างนี้ถวายท่าน

วันพรุ่งนี้เราจะหาอะไรถวายท่าน การทำและคิดอย่างนี้เป็นปกติ ไม่จำเป็นต้องคิดทุกวัน เมื่อจิตมีอารมณ์ว่างจากงานอื่นจิตจะคิดขึ้นมาเอง และเราก็ห่วงการถวายของแก่ท่านทุกวัน ทำอย่างนี้จนมีอารมณ์ชิน ถึงเวลาต้องหาของเท่าที่จะพึงหาได้ถวายท่าน อารมณ์ใจอย่างนี้ท่านเรียกว่า “มีฌานในพุทธานุสสติกรรมฐาน” เป็นมหากุศลใหญ่ ตายเมื่อไรไปสวรรค์เมื่อนั้น

๒.”เจริญธัมมานุสสติแบบง่ายๆ” ตั้งใจบูชาพระและสวดมนต์เป็นประจำเวลา จะวันละหนึ่งหรือสองครั้งหรือกี่ครั้งก็ได้ “กำหนดเวลาไว้” ถ้าถึงเวลานั้นต้องบูชาพระและสวดมนต์ การสวดมนต์ก็ไม่ต้องสวดมาก ขอให้สวดตามที่จะพึงทำได้ เช่น “อิติปิโสฯ” เป็นต้น เท่านี้ก็มีบุญเหลือหลายแล้ว เพราะบท “อิติปิโสฯ” พรรณนาความดีของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ครบถ้วน หรือถ้าสวดมนต์ไม่ได้เลย ก็บูชาแบบสั้นๆ แต่มีผลครบถ้วน เช่น ตั้ง “นโมฯ” ๓ จบ แล้วว่า “พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ” แปลเป็นภาษา ไทยว่า “ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง ขอถึงพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง” เพียงเท่านี้ก็ดี มีอานิสงส์มากมาย

เวลาบูชา ตั้งใจจำภาพพระพุทธรูป แล้วตั้งใจว่าตามที่กล่าวมาแล้ว ทำให้ชินจะทำเวลาไหนก็ได้ ถ้าเหนื่อยหรืออ่อนเพลียมาก นั่งบูชาไม่ไหว นอนยกมือไหว้แล้วตั้งใจคิดตามที่กล่าวมาแล้ว 

ถ้าอยู่ในระหว่างการเดินทาง เมื่อถึงเวลาบูชาพระก็คิดในใจตามที่ปฏิบัติมา ถ้าทำอย่างนี้เป็นอารมณ์ชิน ถึงเวลาถ้าไม่ได้ทำไม่สบายใจ หรือถ้ามีเทปบันทึกเสียงธรรม เวลานอนฟังเสียงธรรมที่ชอบใจ หรือบันทึกเสียงพระสวดมนต์ไว้ ตั้งใจฟังก่อนหลับเป็นปกติ อารมณ์ใจขนาดนี้ท่านว่า “มีฌานในธัมมานุสสติกรรมฐาน” บุญใหญ่มาก ตายแล้วลงนรกไม่ได้ เกิดใหม่เป็นคนฉลาดเพราะมีปัญญามาก

๓.”เจริญสังฆานุสสติแบบง่ายๆ” “หลวงพ่อปาน” วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุทธยา ท่านสอนไว้แล้ว พร้อมกับ “จาคานุสสติกรรมฐาน” และ “ทานบารมี” ท่านให้ทำดังนี้ เมื่อถึงเวลากลางคืนท่านให้สวด “คาถาวิระทะโยฯ” ๑ จบ พร้อมกับเอาข้าวสาร หรือข้าวเปลือก ๑ จอก หรือถ้วยเล็กๆ ก็ได้ ใส่อะไรก็ได้เพื่อเก็บไว้ถวายพระเมื่อรวบรวมได้มากพอควร 

“คาถาวิระทะโยฯ นี้เป็นคาถามหาลาภ ทำให้หากินคล่อง กำจัดความยากจน เข็ญใจ” ถ้าทำจนชินกำลังใจทรงตัวที่เรียกว่าเป็น “สมาธิ” จะมีความเป็นอยู่ดีมาก หรือตอนเช้าถ้ามีเวลาพอ มีพระมาบิณฑบาตให้ใส่บาตรพระตามกำลังที่จะใส่ได้เป็นประจำ ก่อนใส่บาตรให้ว่าคาถาวิระทะโยฯ ๑ จบ ที่ท่านให้ทำอย่างนี้ ท่านบอกว่า เพื่อให้มีการหาเลี้ยงชีพคล่องตัว ไม่ยากจนเข็ญใจ แต่เนื้อแท้แล้วผลมีตามนั้นแน่

ผลการแนะนำของท่าน นอกจากจะมีผลในการคล่องตัวในการครองชีพแล้ว ก็เป็น “สังฆานุสสติกรรมฐาน” โดยตรงเพราะจิตคิดถึงพระสงฆ์เป็นปกติ และคิดถึงการถวายของพระ เป็น “จาคานุสสติกรรมฐาน” จะใช้ข้าวหรือไม่มีข้าวใช้เงินแทนก็ได้ จะใส่ด้วยเงินมากน้อยสุดแล้วแต่จะพึงมี ถ้าบังเอิญวันไหนไม่มีเงิน จะใช้เป็นผลไม้หรืออะไรแทนก็ได้ ที่บริโภคได้หรือใช้ประโยชน์ได้ เพื่อเอาไว้ถวายพระแทนเงินหรือข้าว 

เมื่อจัดไว้เพื่อถวายแล้วตอนนี้เป็น “ทานบารมี” ทานบารมีเป็นปัจจัยให้มีลาภมาก หากบางท่านที่มีฐานะไม่สะดวกในการจัดหาข้าวหรือเงินใส่บาตรประจำวันให้ปลูกพริก มะเขือ หรือฟักแฟง แตง น้ำเต้า หรืออะไรที่กินได้ สักต้นหรือสองต้น คิดในใจและตั้งใจแน่วแน่ว่า ถ้ามีผลขึ้นมาเมื่อไร ผลจากการปลูกนี้เราจะเอาไปถวายพระเพื่อทำเป็นอาหาร เราจะไม่บริโภคเอง ทุกวันที่เรารดน้ำพรวนดิน หรือเห็นพืชต้นนั้น เราก็คิดว่าต้นนี้ผลเราจะถวายพระ ความรู้สึกประจำวันอย่างนี้ท่านเรียกว่า “สังฆานุสสติกรรมฐาน” ถ้าคิดทุกวันเมื่อถึงเวลาจะทำ หรือคิดเตรียมจะทำเป็นประจำทุกวัน ท่านถือว่าเป็นฌานในสังฆานุสสติกรรมฐาน

คำว่า “อนุสสติ” ไม่ได้แปลว่า นั่งสมาธิท่านแปลว่า “ตามนึกถึง” จะนึกถึงด้วยจริยาอย่างไรก็ตาม ก็ถือว่านึกถึงเหมือนกันถ้านึกถึงเป็นประจำเมื่อถึงเวลา ก็ถือว่า เป็น “ฌาน” ถ้าทรงกำลังนึกถึงพระไตรสรณคมน์อย่างนี้เป็นประจำ จะหนีนรกได้ในชาตินี้แน่นอน 

แต่ไม่รับรองว่าจะหนีได้ทุกชาติตลอดไป เพราะกำลังใจที่ทรงความดีเพื่อหนีนรกตลอดกาลท่านยังทำไม่ครบ ถ้าจะหนีนรกให้ครบทุกชาติ จะเกิดอีกกี่ชาติก็ไม่ยอมลงนรก บาปเก่าที่ทำมาแล้วก็ไม่มีอำนาจที่จะดึงลงนรกได้อีก ต้องเพิ่มศีล ๕ และกรรมบถ ๑๐ ให้ครบถ้วนในอารมณ์ใจ และปฏิบัติได้ครบสมบูรณ์…”

คัดลอกจากหนังสือพ่อสอนลูก เล่ม ๑ หน้าที่ ๒๓๖-๒๓๙ (พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ททท.ดูไบนำสองบล็อกเกอร์สาวชื่อดังร่วมกระตุ้นท่องเที่ยวไทยลงสัมผัสธรรมชาติเกาะสมุย

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619017

ททท.ดูไบนำสองบล็อกเกอร์สาวชื่อดังร่วมกระตุ้นท่องเที่ยวไทยลงสัมผัสธรรมชาติเกาะสมุย

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.41 น.

วันที่ 29 พ.ย.64 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้นำสองบล็อกเกอร์สาวที่มีชื่อเสียงที่มีผู้ติดตามอินสตาร์แกรมหลักล้านคนในดูไบ และประเทศใกล้เคียงเดินทางมายังเกาะสมุย สำหรับสองบล็อกเกอร์สาวประกอบด้วย ด๊อกเตอร์โมนา เอสเอ ซาเคอร์ นาจวา ซึ่งเป็นบล็อกเกอร์สาวที่มีผู้ติดตามอินสตาร์แกรมถึงหนึ่งล้านคน ส่วนนางลามิตต้า แฟรงค์กี้ อดีตมิสเลบานอน และยังเป็นดาราละครที่มีผู้ติดตามอินสตาร์แกรมกว่าแปดแสนคน

โดยสองบล็อกเกอร์ได้เดินทางไปท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติของเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ซึ่งทุกสถานที่เป็นที่ตื่นตาตื่นใจให้แก่สองสาวอย่างมาก ซึ่งการเดินทางมาท่องเที่ยวในครั้งนี้ของสองบล็อกเกอร์สาวเป็นครั้งแรกที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย จึงเป็นภาพจำที่แสนประทับใจทำให้ ด๊อกเตอร์โมนา เอสเอ ซาเคอร์ นาจวา ได้ทำการไลฟ์สดตลอดเวลาที่ได้ไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ

ที่สำคัญสองบล็อกเกอร์สาวจากดูไบต่างชื่นชอบการเสริมความงามอย่างมาก ซึ่งได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลกรุงเทพสมุย เพื่อใช้บริการการฉีดวิตามินเข้าเส้นเลือดเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายได้ขับเซลผิวที่เสื่อมสภาพ ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันจากภายในร่างกายสู่ภายนอก และการนวดหน้าขับเซลผิวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนทำให้มีใบหน้าที่สดใส การเข้าใช้บริการด้านสุขภาพของโรงพยาบาลกรุงเทพสมุยทำให้สองสาวต่างชื่นชอบ ซึ่งระหว่างที่ใช้บริการก็ได้ไลฟ์สดกลับไปยังดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตลอดเวลา ซึ่งมีผู้ติดตามเข้ามาชมสองสาวบล็อกเกอร์ชื่อดังของดูไบทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานดูไบ หวังให้สองบล็อกเกอร์สาวเปป็นแม่เหล็กในการดึงดูดความสนใจของคนดูไบ และบรรดาสาวๆ ที่รักความสวยความงามจากประเทศตะวันออกกลางเดินทางมายังประเทศไทยซึ่งซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศและผู้ประกอบการ

ด๊อกเตอร์โมนา เอสเอ ซาเคอร์ นาจวา กล่าวว่า การเดินทางมาประเทศไทยครั้งแรกมีความประทับใจหลายอย่าง ความเปป็นมิตรของคนไทย บ้านเมืองที่สะอาด และอาหารที่อร่อย ซึ่งจะแนะนำให้ชาวดูไบ และชาวตะวันออกกลางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย ขอแนะนำให้ผู้ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยจะต้องฉีดวัคซีนเพราะจะง่ายต่อการเดินทางเข้าประเทศไทย การได้เดินทางมาท่องเที่ยวเกาะสมุย และได้ท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ ทุกแห่งมีความประทับใจอย่างมาก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้มาเที่ยวประเทศไทย

ด้านนางจีรณา มะลิทอง ผู้จัดการพยาบาล โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการ ที่สำคัญโรงพยาบาลมีความพร้อมที่จะให้บริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากเทรนการท่องเที่ยวใหม่นักท่องเที่ยวจะให้ความสำคัญกับสุขภาพและความสวยงาม ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับชาวเกาะสมุย  -003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โควิด-19 ‘Disruption’ จุดหักเหไทยสู่โลกเทคโนโลยีเต็มตัว

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619009

โควิด-19 'Disruption' จุดหักเหไทยสู่โลกเทคโนโลยีเต็มตัว

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.32 น.

ในช่วงปี 2558 เป็นต้นมา ข่าวการลดพนักงานในอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วโลกทยอยออกมาให้ได้เห็นกันอย่างไม่ขาดสาย โดยเป็นผลมาจากปรากฎการณ์ “Digital Disruption” ที่กระแสแห่งเทคโนโลยีเป็นตัวชี้นำทิศทางการพัฒนาทุกประเทศทั่วโลก และ “ประเทศไทย” ก็เป็นหนึ่งในประเทศซึ่งต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อรับกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่จุดพลุมาจาก “ซิลิคอน วัลเล่ย์” ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบวกกับสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศ “มหาอำนาจ” ในการใช้ค่าเงินดอลล่าร์เป็นตัวกลาง ทำให้ไทยยิ่งต้องปรับตัวรับการ “Disruption” ครั้งใหญ่จากการขยับตัวสู่โลกดิจิตอลอย่างไม่หยุดยั้งของพญาอินทรีย์ 

เมื่อมาถึงปี 2564 นับเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทุกประเทศทั่วโลก ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 และ 3 ซึ่ง “ประเทศไทย” เป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกโควิด-19  Disruption ตั้งแต่กลางปี 2562 จนเกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า “Disruption Changing” 

@พิษโควิด-19 กระทบการจ้างงานมากสุด !

ข่าวพาดหัวรายวันในทุกมุมของโลก และ ทุกอาชีพในไทย ได้รับผลกระทบจากโควิด-19  แม้แต่ “ช้าง” ก็ยังถูกโควิด-19 ดิสรัปชั่น โดยปางช้างหลายจังหวัดต้องปิดตัวลง หลังจาก “ช้าง” ตกงาน จากพิษโควิด – 19 หลายเชือก เช่นเดียวกับแรงงานคน (ที่อยู่นอกภาคเกษตรกรรม) ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินตั้งแต่ต้นปี 2564 ว่า ลูกจ้างรายวันที่มีอยู่ 5.1 ล้านคน มีแรงงานประมาณ 5 แสนคนอยู่ในภาวะเสมือนว่างงาน และอีก 5 แสนคนมีรายได้ลดลงอย่างรุนแรง ส่วนผู้ประกอบการอาชีพอิสระที่มีจำนวน 8.2 ล้านคน คาดว่าจะมีแรงงาน 6 แสนคนอยู่ในสภาวะว่างงาน และอีก 3 ล้านคน มีรายได้ลดลงอย่างรุนแรง

ภาวะ “โควิด-19” ที่เข้ามาดิสรัปชั่นประเทศไทย ยังเกิดภาวะแรงงานในเมืองผันตัวไปเป็นแรงงานภาคเกษตรกรรมในต่างจังหวัด อันเป็นผลมาจากการว่างงาน โดยข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพบว่า ในเดือนมีนาคม ปี 2564 พบประชากรกลุ่มวัยทำงาน เป็นผู้ว่างงานกว่า 7.6 แสนคน และเป็นผู้เสมือนว่างงาน หรือทำงานในภาคเกษตรกว่า 4.3 ล้านคน และมีผู้ที่มีงานทำแต่ไม่ได้รับค่าจ้างกว่า 7.8 แสนคน

“ดนุชา พิชยนันท์” เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุภาวะเศรษฐกิจสังคมโดยเฉพาะสถานการณ์ด้านแรงงานไทยในช่วงไตรมาส 3 ปี 2564 มีผู้ว่างงานและอัตราการว่างงานสูงที่สุดตั้งแต่มี COVID-19 โดยมีผู้ว่างงาน 8.7 แสนคน และภาพรวมการจ้างงาน มีจำนวนผู้มีงานทำ 37.7 ล้านคน ลดลงร้อยละ 0.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการจ้างงานภาคเกษตรกรรมยังคงขยายตัวได้ ซึ่งมีการจ้างงาน 12.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0 เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มฤดูการเพาะปลูกข้าว และยังพบว่า ผู้ที่มีการศึกษาระดับอุดมศึกษามีอัตราการว่างงานสูงสุดร้อยละ 3.63 รองลงมาเป็น ปวส. ร้อยละ 3.16 ซึ่งผู้ว่างงานส่วนใหญ่จบในสาขาทั่วไป เช่น บริหารธุรกิจ และ การตลาด ซึ่งมีแนวโน้มประสบปัญหาการว่างงานยาวนานเพราะภาวะเศรษฐกิจขยายตัวอย่างจำกัดและคนกลุ่มนี้มีทักษะไม่ต่างกันจึงหางานได้ยากขึ้น

@หนี้ครัวเรือนสูงกับความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่ต้องยอมรับ 

ความจริงอย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับคือตัวเลขการกู้ยืมเงินภาคครัวเรือนของคนไทยยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลของ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย”  การกู้ยืมเงินภาคครัวเรือนในไตรมาส 2/2564 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง มียอดคงค้างหนี้ครัวเรือนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.27 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 89.3% ต่อจีดีพี ขณะที่ “สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี” ชะลอลงในไตรมาส 2/2564 น่าจะเป็น “ภาวะชั่วคราว” และไม่ได้หมายความว่า หนี้สินภาคครัวเรือนมีความน่ากังวลลดลง ในทางกลับกัน ยอดคงค้างหนี้สินของครัวเรือนที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นในระหว่างไตรมาสนั้น เป็นมาตรวัดที่สะท้อนว่า ภาระหนี้ในระดับครัวเรือนยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างมี “นัยสำคัญ” เมื่อเทียบกับในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา
 
ปัจจุบันยังพบว่า เกิดความเหลื่อมล้ำในเศรษฐกิจเมือง และเศรษฐกิจรอบปริมณฑล โดยราคาค่าอาหารในรูปแบบแกงถุงซึ่งวางขายในเขตพื้นที่ปริมณฑล เช่น จังหวัดสมุทรปราการ บางร้านขายราคาเพียงถุงละ 10 บาทเท่านั้น ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจต่อครัวเรือนซึ่งยังมีการใช้จ่ายต่อวันที่สูงขึ้น ซึ่งรายจ่ายในจังหวัดรอบปริมณฑลก็มีค่าใช้จ่ายต่อวันใกล้เคียงกับพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉลี่ยคนเมืองจะต้องมีเงิน 300 บาทต่อวัน จึงจะพอกับค่ารถและค่าอาหารในปัจจุบัน เพราะค่าใช้จ่ายในทุกวันนี้ รถโดยสารสาธารณะแบบปรับอากาศใหม่ (สีฟ้า) ซึ่งได้รับสัมปทานโดยภาคเอกชนมีการปรับราคา คิดค่าโดยสารขั้นต่ำ 4 กิโลเมตรแรก 15 บาท ระยะทาง 4-16 กิโลเมตร 20 บาท และ ระยะทาง 16 กิโลเมตรขึ้นไป คิดราคา 25 บาท และ เน้นให้ผู้โดยสารต่อรถโดยสาร หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส หรือ เอ็มอาร์ที  

ส่วนราคาค่าอาหารในเมืองซึ่งขายร้านอาหารริมถนนนั้น อย่างเมนูธรรมดาที่หารับประทานได้ง่าย เช่น ข้าวราดผัดกระเพรา เริ่มต้นจานละ 40 บาท ส่วนในพื้นที่ศูนย์การค้าบางแห่ง ปรับราคาข้าวราดผัดกระเพราเป็นจานละ 70 บาท โดยร้านอาหารทั้งบนดิน และบนห้างมีป้ายเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” ของรัฐบาลเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ซึ่งทั้งหมดเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นบนความหลากหลายในหลายมิติของโลกยุคปัจจุบัน 

เรื่องปากท้องของคนไทย จึงเป็น “โจทย์” ที่ยากสำหรับทุกรัฐบาล ยิ่งถ้ามีตัวแปรเข้ามาดิสรัปชั่น อย่าง การระบาดของโรคโควิด-19 เข้ามา ทำให้ต้องมองย้อนกลับไปในเชิงนโยบายการบริหารประเทศในมิติเศรษฐกิจ 

@มุมมองสะท้อนหลายด้านที่ควรฟัง 

“ธนิต โสรัตน์” รองประธานสภานายจ้าง ผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เคยสะท้อนมุมมองผ่านคอลัมน์ “เศรษฐกิจรอบทิศ” ในเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ดอทคอมว่า 6 ศตวรรษที่ผ่านมาไทยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมต่อเนื่อง 12 ฉบับใช้เงินไปมหาศาลแต่ทำไมคนจนจึงยังมีมากมาย ตัวเลขทางการระบุว่ามีถึง 13.7 ล้านคนทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำสูงสุดติดลำดับโลกอีกทั้งการคอรัปชั่นซึ่งไม่ได้ลดลงแต่กลับพุ่งสูงสุดช่วง 7 ปีดัชนีคอรัปชั่น (CPI : Corruption Perceptions Index) จากลำดับที่ 85 ของโลกมาอยู่ลำดับ 104 จาก 180 ประเทศ แผน “สศช.” ฉบับใหม่จะต้องถอดบทเรียนความล้มเหลวในการปฏิรูปประเทศที่ยังคงเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเภทก่อสร้างขนาดใหญ่ “Physical Infrastructure” เป็นหลักที่อาจไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยสมาร์ทเทคโนโลยีซึ่งอาจพลิกจากโอกาสกลายเป็นการถอยหลัง กรณีศึกษาเวียดนามที่ส่งออกแซงหน้าไทยมาหลายปีและเศรษฐกิจขยายตัวโตอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพได้อย่างชัดเจน

รองประธานสภานายจ้างฯ ตั้งคำถามว่า อนาคตของประเทศหลังข้ามช็อตการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ต่างๆ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมฉบับใหม่จะต้องตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และต้องสอดคล้องกับเศรษฐกิจของยุคดิจิทัลที่กำลังจะก้าวผ่านสู่ “เศรษฐกิจควอนตัม”  การเมืองในรูปแบบอุปถัมภ์จะต้องลดบทบาทหรือขจัดจากสังคมไทยได้อย่างไร เป็นคำถามที่ไม่เห็นคำตอบในช่วง 10 ปีจากนี้ไป อนาคตที่ปฏิเสธไม่ได้ประเทศไทยต้องเดินทางไปตามบริบทใหม่ของทิศทางของโลกเป็นทางเดินใหม่มีความไม่แน่นอนสูงและไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร? 

การตั้งคำถามของรองประธานสภานายจ้างฯ ในการต่อยอดมุมมองพัฒนาเศรษฐกิจของไทยนั้น ไม่เชื่อว่าการลงทุนในเมกกะโปรเจกต์ ที่เป็นเสมือนระบบบริหารเศรษฐกิจที่สืบทอดอำนาจมากันทุกรัฐบาลจะทำให้พลิกฟื้นรายได้ต่อครัวเรือนของคนไทยให้กลับมาดีขึ้นได้ โดยเฉพาะหลังการระบาดของโควิด-19 

“ปางอุบล อำนวยสิทธิ์” ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือ Data Scientist Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่าเทรนด์การประกาศจ้างงานบนเว็บไซต์ JobsDB.com ที่จำนวนงานในธุรกิจที่เติบโตไปกับกระแสเทคโนโลยีอย่าง E-commerce โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ เติบโตแซงระดับช่วงก่อนโควิดไปแล้ว ขณะที่งานในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมาก และน่าจะฟื้นได้ช้าอย่างภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างชัดเจน

ท่ามกลาง Covid-19 Disruption เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ปากท้องคนไทยกินไม่อิ่มเหมือนเช่นเคย ด้วยการจ้างงานที่ลดลง และ รายได้จากการค้าขายต่อวันที่ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งทุกอย่างต้อง “รอเวลา” ให้เป็นฟ้าหลังฝน หรือ ยุคหลังการระบาดของโควิด-19 หรือ “Post Pandemic Covid-19” เป็นยุคที่ “ประชาชน” จะกลายเป็นศูนย์กลางของทุกอย่างเมื่อวันนั้นมาถึง ซึ่งคำว่า “ประชาชน” เป็นศูนย์กลางของอำนาจ “ไม่ใช่” รูปแบบการประท้วงเพื่อเอาอำนาจมาสู่ตนแบบเวทีล้มอำนาจการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระมหาสมปอง’เผยกำหนดวันสึก ‘พระมหาไพรวัลย์’คาด 4 ธ.ค.นี้

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/618990

'พระมหาสมปอง'เผยกำหนดวันสึก 'พระมหาไพรวัลย์'คาด 4 ธ.ค.นี้

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.52 น.

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 จากกรณีโลกออนไลน์เกิดกระแสภายหลังจากที่ พระมหาไพรวัลย์ วัดสร้อยทอง ได้โพสต์ระบุว่า ใกล้สลัดปลอกคอ พร้อมขอบคุณ 18 ปีที่ผ่านมา และถามหาบริษัทขนย้ายสิ่งของ คล้ายต้องการจะลาสิกขา จนทำให้ญาติโยมและแฟนเพจเข้าไปให้กำลังใจและขอร้องว่าไม่อยากให้พระรูปดังต้องสึก ซึ่งที่ผ่านมา พระมหาไพรวัลย์ แสดงจุดยืนชัดเจนว่าสาเหตุเป็นเพราะการแต่งตั้งเจ้าอาวาสคนใหม่นั้น

ความคืบหน้าล่าสุด  พระมหาสมปอง ตาลปุตโต เปิดเผยถึงกระแสข่าวนี้ว่า  คาดว่าเจ้าตัวคงยังไม่สึกเร็วๆ นี้ เหตุผลหลักๆ ก็คงมาจากเรื่องแต่งตั้งเจ้าอาวาส อาตมาไม่สนใจเรื่องใครจะขึ้นเป็นเจ้าอาวาส แต่พระมหาไพรวัลย์ เคยพูดถึงเรื่องความยุติธรรม และทราบว่าเจ้าตัวคุยกับเจ้าคุณอุทัยบ่อย ที่ลาสิกขาก็เพื่อเจ้าคุณอุทัย เป็นการตัดสินใจของตนเองล้วนๆ ไม่ใช่เรื่องแรงกดดัน ไม่ได้เครียดอะไร

พระมหาสมปอง กล่าวอีกว่า จากนี้เราจะออกงานคู่กันครั้งสุดท้ายที่ จ.เชียงใหม่ แล้วคาดว่าวันที่ 4-5 ธันวาคมนี้ พระมหาไพรวัลย์ก็จะสึก ก่อนจะให้สัมภาษณ์ทีเดียว และจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 6 ธ.ค.2564 

ส่วนในเพจ ไพรวัลย์ วรรณบุตร โพสต์ภาพการ์ตูน เป็นภาพพระสงฆ์ถอนจีวรและใส่ชุดสีขาว พร้อมแคปชั่นว่า ชอบภาพนี้นะ… พร้อมคอมเมนต์ใต้ภาพด้วยว่า ตำแหน่งอยู่ไม่นาน แต่อย่าตำนาน เดี๋ยวมันแหลก นะน้องนะ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,292,254 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สุดอบอุ่น! 'บุ๋ม ปนัดดา'จัดทริปเที่ยวทะเลกับลูกบุญธรรม 8 คน
"แฟชั่น" ผ้าไหมไทยในงานเอเปค ดังไกลทั่วโลก
ส่องเทนรด์บีชแวร์มาแรงของสองนางฟ้าวิคตอเรีย ซีเคร็ท และนักร้องสาว #SootinClaimon.Com
‘คุณน้ำผึ้ง’ ทุลักทุเล โซเซ!! ที่ดอยทูเล ข้ามภูเขา 4 ลูกใหญ่ #SootinClaimon.Com
เอ็มวีใหม่ ‘ข้าวทิพย์ ธิดาดิน’
Tech for Life : 14 ตุลาคม 2561
คุณแหน : 11 ตุลาคม 2559
เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)
เปิดประวัติและผลงาน 'ดร.อภิชัย จันทรเสน'
โบว์ เมลดา ใส่บิกินีสีสันสดใสอวดความแซ่บ ลุคนี้เซ็กซี่ร้อนฉ่าเกินต้าน

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d