Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ระหว่างคนที่สวยกายแต่ใจไม่สวยกับคนที่สวยใจแต่กายไม่สวยจะเลือกใคร : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615893

ระหว่างคนที่สวยกายแต่ใจไม่สวยกับคนที่สวยใจแต่กายไม่สวยจะเลือกใคร : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.46 น.

วันนี้ท่านทั้งหลายได้มาประกอบคุณงามความดี เสริมสร้างความสวยงามให้กับตนเอง ด้วยการทำบุญทำทาน รักษาศีล ฟังเทศน์ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม เพราะความสวยงามของคนเราที่แท้จริงต้องสวยด้วยคุณธรรม สวยภายในใจ ไม่ได้สวยที่กาย แต่สวยด้วยความเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว ซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดไม่โกง ไม่โกหกหลอกลวง 

ระหว่างคนที่สวยกายแต่ใจไม่สวย กับคนที่สวยใจแต่กายไม่สวยนั้น จะเลือกใคร คนที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงามแต่เป็นคนใจร้าย ไม่มีความเมตตากรุณา เป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ชอบโกหกหลอกลวง ชอบลักเล็กขโมยน้อย กับคนที่รูปไม่สวยแต่งามทางจิตใจ มีความโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ เสียสละ ซื่อตรง ไม่คดไม่โกง เราจะเลือกใคร ส่วนใหญ่แล้วเราไม่รู้กัน เราจึงเลือกคนที่มีรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม แต่พออยู่ด้วยกันไปสักระยะหนึ่งแล้ว ก็ต้องหย่าร้างกันไปเพราะใจไม่สวยงาม 

กายจะสวยงามขนาดไหนก็ตาม แม้จะเป็นนางงามจักรวาล ก็จะไม่ชนะใจคนได้ ต้องสวยงามทางด้านจิตใจ ที่จะเอาชนะใจผู้อื่นได้ จึงอย่าไปหลงประเด็น อย่าไปเห็นความสวยงามของกายสำคัญกว่าความสวยงามทางจิตใจ เพราะความสวยกายเป็นสิ่งที่ไม่จีรังถาวร จะต้องเสื่อมไปเรื่อยๆ ตามวัย ตามเวลา แต่ความสวยงามทางจิตใจนั้น ไม่เสื่อมไปกับกาลกับเวลา มีแต่เจริญขึ้นไปเรื่อยๆ 

ถ้าได้รักษาเสริมสร้างอยู่เรื่อยๆ ด้วยการทำบุญทำทาน รักษาศีล  ปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ ความสวยงามทางจิตใจ ก็จะพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงความสวยงามขั้นสูงสุด คือความสวยงามของพระพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกทั้งหลาย ที่พวกเรากราบไหว้บูชาเลื่อมใสศรัทธา ทั้งๆ ที่ไม่เคยพบเคยเห็นเลย เพียงแต่ได้ยินกิตติศัพท์คุณงามความดี ความเมตตากรุณาที่มีต่อสัตว์โลก ด้วยพระปัญญาความเฉลียวฉลาด ที่พาสัตว์โลกให้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด โดยไม่คิดเงินคิดทอง ไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทนเลยแม้แต่บาทเดียว 

ความสวยงามของมนุษย์เราอยู่ที่จิตใจ อยู่ที่การเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว อยู่ที่ความโอบอ้อมอารี ไม่โหดร้ายทารุณ จึงควรเสริมความงามทางด้านจิตใจกัน ให้มากกว่าการเสริมความงามทางกาย ร่างกายก็ดูแลพอไม่ให้ดูไม่ได้ หวีเผ้าหวีผม ล้างหน้าล้างตาให้สะอาด แต่ไม่จำเป็นต้องย้อมผม แต่งผม แต่งหน้าทาปาก ใส่น้ำหอม เพื่อกลบความไม่สวยงามของกาย ที่คนไม่ฉลาดจะมองไม่เห็น แต่คนฉลาดจะรู้ว่า..ร่างกายมีแต่สิ่งปฎิกูลไหลออกมาตลอดเวลา มีเหงื่อไคล มีกลิ่นเหม็น มีอวัยวะน้อยใหญ่ ที่ไม่สวยงามซ่อนอยู่ภายใต้ผิวหนัง 

คนไม่ฉลาดจะมองไม่เห็น ก็จะหลงติดอยู่กับความสวยงามของร่างกาย ต้องมาเสียใจภายหลัง เมื่อร่างกายแตกสลายดับลงไป เป็นเพราะไม่รู้จักดูคนนั่นเอง ดูไม่เป็น ถ้าดูเป็นต้องดูที่พฤติกรรม ดูการกระทำของคน ไม่ดูที่รูปร่างหน้าตา เพราะไม่ได้เป็นตัวที่จะสร้างความดีงาม หรือความเสื่อมเสีย อยู่ที่การกระทำทางกายวาจาใจ จึงควรให้ความสำคัญต่อการเสริมสร้างความสวยงามของจิตใจ 

ด้วยการเจริญเมตตาเสมอ มีไมตรีจิตต่อเพื่อนสัตว์เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร ก็มีจิตใจเหมือนกัน มีความปรารถนาความสุขเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือมนุษย์ ก็ต้องการสิ่งเดียวกัน ถ้าให้ความสุขกับผู้อื่น ก็เท่ากับให้ความสุขกับเรา เพราะเมื่อได้ทำความดี ได้ช่วยเหลือผู้อื่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เราก็จะมีความสุข นี่คือการดำเนินชีวิตที่จะนำไปสู่ความสวยงามยิ่งๆ ขึ้นไป นำไปสู่ความสุขทางด้านจิตใจ
     
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของสวนมะม่วงยอมแพ้ประกาศขายสวนหนีนกปากห่างบุกยึดพื้นที่กว่า 100 ไร่ #SootinClaimon.Com

Posted on November 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615891

เจ้าของสวนมะม่วงยอมแพ้ประกาศขายสวนหนีนกปากห่างบุกยึดพื้นที่กว่า 100 ไร่

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.27 น.

เจ้าของสวนมะม่วง ในอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทองกว่า 100 ไร่ประกาศขายสวนหลังนกปากห่างบุกยึดต้นมะม่วงเป็นที่อยู่อาศัยมานานหลายปีจนเก็บผลผลิตไม่ได้แถมต้นมะม่วงตายไปอีกหลายต้น ตัดสินใจประกาศขายหนีไปอยู่ที่อ่ืน

วันที่ 15 พ.ย.64 นายอิทธิ สุประดิษฐ์ อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 199 หมู่ 1 ตำบลจำลอง อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า หลังจากพื้นที่สวนมะม่วงกว่า 100 ไร่ของตนโดนนกปากห่างยึดต้นมะม่วงเป็นที่อยู่อาศัยมานานหลายปี และมีหน่วยราชการเข้ามาช่วยขับไล่นกออกไป แต่สุดท้ายนกปากห่างก็กลับเข้ามายึดพื้นที่สวนมะม่วงของตนอีกจนเต็มพื้นที่สวนไป ทำให้ต้นมะม่วงจำนวนมากเริ่มทยอยตายลง หลังจากโดนนกปากห่างเกาะอยู่บนกิ่งจำนวนมาก ผลผลิตเสียหายทำให้เก็บผลผลิตมะม่วงไม่ได้ ตนจึงเริ่มถอดใจและประกาศขายพื้นที่สวนมะม่วงเพื่อหนีนกปากห่างเป็นทางออกสุดท้าย

นายอิทธิ เล่าให้ฟังอีกว่า ตอนนี้พื้นที่สวนมะม่วงถูกน้ำท่วมขังสูงประมาณ 60-70 เซนติเมตร แต่ไม่น่ากลัวเท่านกปากห่างที่มายึดพื้นที่สวนมะม่วง ตอนนี้ได้รับความเสียหายมากโดยในปี 2564 เก็บผลผลิตมะม่วงภายในสวนไม่ได้เลย จากก่อนหน้านี้เก็บผลผลิตได้เดือนละ 4-5 แสนบาท พอนกปากห่างมายึดพื้นที่สวนมะม่วงก็เก็บผลผลิตไม่ได้ ตอนนี้นกเกาะเต็มต้นมะม่วงไปหมด ทำให้กิ่งมะม่วงฉีกและต้นก็เริ่มตายไปประมาณครึ่งสวนแล้วจากพื้นที่สวนกว่า 100 ไร่

“ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่มาช่วยทำการไล่ฝูงนกปากห่างออกจากสวนโดยการตัดกิ่งต้นมะม่วงออกไม่ให้มีพื้นที่นกเกาะได้ นกปากห่างก็หายออกจากพื้นที่สวนไปหมด และเมื่อมะม่วงแตกกิ่งก้านออกมาจากต้น เจ้านกปากห่างก็กลับมายึดพื้นที่ภายในสวนอยู่อาศัยอีกครั้ง ทำให้ตั้งแต่ต้นปี 2564 เป็นต้นมาไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ รายได้ก็หดหาย ผมจึงประกาศขายพื้นที่สวนมะม่วงกว่า 100 ไร่ในราคาไร่ละ 400,000 บาท เพื่อหนีนกปากห่างแล้วเตรียมไปทำอาชีพอื่นต่อไป ซึ่งผู้ที่สนใจสอบถามที่เบอร์ 064-5124689 ” นายอิทธิ กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เทศบาลเมืองราชบุรีทุ่มงบ 55 ล้านสร้างแลนด์มาร์คมังกรพ่นน้ำริมแม่กลองรับปีใหม่ #SootinClaimon.Com

Posted on November 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615842

เทศบาลเมืองราชบุรีทุ่มงบ 55 ล้านสร้างแลนด์มาร์คมังกรพ่นน้ำริมแม่กลองรับปีใหม่

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.34 น.

เทศบาลเมืองราชบุรีได้งบประมาณจากกรมโยธาธิการและผังเมือง 55 ล้านบาท สร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่เมืองโอ่งมีมังกรพ่นน้ำริมแม่น้ำแม่กลองต้อนรับปีใหม่

ที่บริเวณเขื่อนรัฐประชาพัฒนา หน้าหอนาฬิกาตลาดสนามหญ้า เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ถือเป็นแลนด์มาร์คใหม่กลางใจเมืองที่มีทัศนียภาพจากโค้งน้ำของแม่น้ำแม่กลองที่ไหลมาจากแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี ผ่านตัวเมืองราชบุรี ลงสู่ทะเลปากอ่าว จ.สมุทรสงคราม สายน้ำที่ยังใส่สะดวกแลดูสวยงามยิ่ง โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยว ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ตั้งงบประมาณไว้ 55 ล้านบาทให้ทางเทศบาลเมือง เตรียมสร้างโอ่งมังกรยักษ์พ่นน้ำขนาดใหญ่พ่นน้ำจากพื้นดินลงสู่แม่น้ำแม่กลองเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง 

รวมถึงพื้นทางเดินชั้นล่างเขื่อนบริเวณท่าเทียบเรือ การปรับปรุงทาสีหอนาฬิกา ปรับปรุงวงเวียนน้ำพุบริเวณภายในตลาดสนามหญ้า การปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชั้นบนเขื่อน ซึ่งมีตลาดเก่าโคยกี๊ 200 ปี หน้าหอนาฬิกาประกอบ การปรับปรุงระบบไฟฟ้าแสงสว่าง การติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด การสร้างแพจำนวน 10 หลัง และท่าเทียบเรือจำนวน 2 จุด เพื่อพัฒนาพื้นที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยวมาเยือนช่วงปลายปีนี้หลังโควิดคลี่คลาย

นายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี กล่าวว่า โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยว เริ่มสัญญาตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.2560 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 10 พ.ค.2561 แต่เนื่องจากมีการแก้ไขสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ทำให้ล่าช้ามา โดยได้มีการสอบถามไปยังกรมโยธาฯ ทราบว่าโครงการนี้จะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนธันวาคม 2564 ถือว่าเป็นโครงการที่สำคัญมากของชาวราชบุรี เพราะว่าเป็นการเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเมืองราชบุรีหลายจุด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูป ถือเป็นจุดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใช้งบประมาณกว่า 55 ล้านบาทเศษ โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองกำหนดส่งมอบให้เทศบาลดูแลกลางเดือนธันวาคม ปี 2564 นี้ 

สำหรับจุดเด่นแลนด์มาร์คแห่งใหม่นี้จะดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาเชื่อมต่อกันหลายจุด มีโบราณสถาน หอนาฬิกา พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ มีพิพิธภัณฑ์ของตำรวจ ตอนนี้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดหลังเก่า เชื่อมโยงพื้นที่ตลาดเก่าโคยกี๊ และยังมีวัดเก่าแก่สำคัญหลายแห่งที่สามารถชวนคนมาทำบุญไหว้พระ ท่องเที่ยวอย่างสนุกสบายใจ 

เมื่อมาเที่ยวแล้วยังมีอาหารอร่อย โดยชมรมผู้ประกอบการร้านค้าตลาดสนามหญ้ามีอาหาร ขนมที่หลากหลาย เช่น ที่ร้านซุยฮ้อเป็นข้าวต้มเปิดมาหลายสิบปีแล้ว เปิดช่วงเย็นของทุกวัน หรือชิมก๋วยเตี๋ยวสูตน้ำน้ำแดง และยังมีบะหมี่ที่เลื่องชื่อ นักท่องเที่ยวจะชอบแวะมาชิมที่นี่ด้วยความอร่อยสูตรเฉพาะของทางร้าน ยังมีร้านไอศรีมเด่นไทยที่เก่าแก่ มีน้ำปั่น น้ำผลไม้หลายหลาย ราคาไม่แพง ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวในเมืองราชบุรีก็ขอชวนแวะมาชิมที่ร้านอาหารบริเวณตลาดสนามหญ้าในช่วงเย็นของทุกวัน

ทั้งนี้ เพื่อเปิดพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ให้เข้ามาเยี่ยมเยือนอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 คลี่คลายลง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเน็ตกดรัวๆ! เอาใจช่วย’ครูพรพิมล’ ครูน้อยร้อยตำแหน่ง คนเดียวควบ 4 เก้าอี้ #SootinClaimon.Com

Posted on November 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615831

ชาวเน็ตกดรัวๆ! เอาใจช่วย'ครูพรพิมล' ครูน้อยร้อยตำแหน่ง คนเดียวควบ 4 เก้าอี้

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.11 น.

15 พ.ย.64 บนโลกโซเซียลแแห่แชร์สนั่น หลังปรากฏเอกสารทางราชการเป็นคำสั่งของโรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่งตั้ง”ครูพรพิมล”ในตำแหน่งต่างๆถึง 4 ตำแหน่ง   ได้แก่ หัวหน้ากลุ่มบริหารงานบุคคล, หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ, หัวหน้ากลุ่มบริหารงานงบประมาณ และหัวหน้ากลุ่มบริหารงานทั่วไป แต่ที่สะดุดตามากที่สุดก็คือ คนที่ลงนามแต่งตั้งตำแหน่งดังกล่าวก็คือ “ครูพรพิมล”คนเดิมนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เหมือนจะกลายเป็นประเด็นร้อนๆ กลับตาลปัตรพลิก 360 องศา กลายเป็นชาวเน็ตแห่เข้าไปคอมเม้นต์แสดงความเห็นใจ และให้กำลัง”คุณครูพรพิมล” เป็นจำนวนมาก หลังจากทราบว่า เอกสารทางราชการดังกล่าว เป็น”คุณครูพรพิมล”คนเดิมอีกนั่นแหละที่เป็นคนโพสต์ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปอย่างน่าเห็นใจ ในทำนองว่า โรงเรียนแห่งนี้เหลือ คุณครูพรพิมลเพียงคนเดียว หลังจากครูคนอื่นๆเกษียณไปหมดแล้ว ทำให้ทั้งโรงเรียนมีเพียงเธอกับครูฝ่ายธุรการ 2 คน กับจำนวนนักเรียน 40 คน โดยมีครูเกษียณแวะมาช่วยบ้าง ตอนนี้จึงรอการจัดสรรอัตรากำลังครูมาเพิ่ม ส่วน ผอ.โรงเรียนคนเก่าก็ย้ายกลับภูมิลำเนา ทำให้คุณครูพรพิพลต้องรักษาการตำแหน่งดังกล่าวควบไปด้วยอีกตำแหน่ง

แต่ที่พีคสุดๆ ทำเอาชาวเน็ตอึ้งกันเป็นแถวก็คือ คุณครูพรพิมลเพิ่งจะบรรจุเข้าเป็นข้าราชการครูได้เพียง 1 ปีเท่านั้นเอง!!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘โรงเหล้าแสงจันทร์’โวยศบค.เลื่อนเปิดไปปีหน้า โอดเพ่งเล็งจุดเสี่ยงแต่ไม่ให้แนวทาง #SootinClaimon.Com

Posted on November 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615830

‘โรงเหล้าแสงจันทร์’โวยศบค.เลื่อนเปิดไปปีหน้า โอดเพ่งเล็งจุดเสี่ยงแต่ไม่ให้แนวทาง

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.10 น.

‘โรงเหล้าแสงจันทร์’โวยศบค.เลื่อนเปิดไปปีหน้า โอดเพ่งเล็งจุดเสี่ยงแต่ไม่ให้แนวทาง

15 พฤศจิกายน 2564 นายอนันต์ สุวรรณปาน ประธานกรรมการบริหารโรงเหล้าแสงจันทร์ แถลงข่าวผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “โรงเหล้าแสงจันทร์เอกมัย-รามอินทรา” และอีกหลายเพจในเครือโรงเหล้าแสงจันทร์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กรณีที่ประชุม ศบค. มีมติเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2564 เลื่อนการเปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ จากวันที่ 1 ธ.ค. 2564 ออกไปเป็นวันที่ 15 ม.ค.2565 ว่า ณ วันนี้ ผู้ประกอบการสถานบริการทั่วประเทศเดือดร้อนอย่างมาก การแถลงข่าวครั้งนี้จึงเป็นการระบายปัญหาที่ได้รับ รวมถึงมีข้อเสนอแนะที่จะเดินหน้าต่อไป

สืบเนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มระบาดในเดือน มี.ค. 2563 นำมาสู่มาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมโรค ซึ่งทั้งแพทย์ รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ต่างบอกว่าอาชีพในสถานบริการนั้นเป็นอาชีพเสี่ยงติดเชื้อ ทำให้ต้องสั่งปิดสถานบริการ ซึ่งแสงจันทร์นั้นมีอยู่ทั้งหมด 8 สาขา บวกกับร้านในเครืออีก 1 ร้าน โดยสถานบริการต่างๆ ถูกสั่งปิดครั้งแรกในวันที่ 17 มี.ค. 2563 ในเวลานั้นมีผู้ติดเชื้อหลักสิบถึงหลักร้อยราย แต่ด้วยความที่ไม่รู้จะควบคุมสถานการณ์อย่างไรจึงต้องปิดร้าน ก่อนจะกลับมาเปิดได้ในวันที่ 1 ก.ค. 2563

แต่หลังจากเปิดมาได้ระยะหนึ่ง มีการระบาดระลอก 2 ที่ตลาดกุ้ง จ.สมุทรสาคร และสถานบริการถูกสั่งปิดอีกครั้งในวันที่ 2 ม.ค. 2564 และกลับมาเปิดในวันที่ 1 มี.ค. 2564 แต่แล้วก็ถูกสั่งปิดอีกครั้งประมาณวันที่ 9 เม.ย. 2564 จากการระบาดระลอกที่ 3 อย่างไรก็ตาม ทางร้านแสงจันทร์ได้ปิดไปตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 2564 แล้ว ด้วยความที่ตนเป็นห่วงความปลอดภัยทั้งของพนักงานและลูกค้า

“3 ครั้งที่รัฐบาลให้สถานบริการปิด สิ่งที่ภูมิใจและอยู่ในใจผมถึงทุกวันนี้ คือพนักงานในเครือแสงจันทร์มีอยู่ประมาณหนึ่งพันกว่าคน รวมทั้งนักดนตรีด้วย ไม่มีคนติดเชื้อโควิดเลยแม้แต่คนเดียว มาวันนี้ร้านสั่งปิดมาตั้งแต่เดือน เม.ย. 2564 จนกระทั่งตอนนี้ พ.ย. 2564 ปิดมาแล้วเป็นเวลา 8 เดือน รวมกับอีก 6 เดือนครึ่งที่ปิดมาก่อนหน้านั้น ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 เราโดนปิดไปแล้ว 15 เดือน” นายอนันต์ กล่าว

นายอนันต์ กล่าวต่อไปว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น สถานบริการถูกเพ่งเล็งมาโดยตลอดว่าเป็นแหล่งแพร่เชื้อ โดยรอบล่าสุดที่สถานบริการปิดคือเดือน เม.ย. 2564 จนถึงปัจจุบัน ในเวลาที่เริ่มปิดนั้นมีผู้ติดเชื้อหลักพันคน และหลักจากนั้นได้เพิ่มเป็นหลักหมื่นคน ซึ่งในขณะที่รัฐบาลพูดถึงการฉีดวัคซีน ตนและพนักงานสถานบริการก็รอทุกวันว่าเมื่อไรจะได้ฉีด และเมื่อมีวัคซีนก็ไปฉีดกันทุกคน เพราะรัฐบาลบอกว่าวัคซีนจะช่วยลดอาการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตลง การทำมาหากินก็จะเดินต่อได้

กระทั่งวันที่ 11 ต.ค. 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศแผนเปิดประเทศ แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ผู้คนรู้กันทั้งประเทศ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวว่า ในวันที่ 1 พ.ย. 2564 จะเริ่มรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และวันที่ 1 ธ.ค. 2564 สถานบริการจะกลับมาเปิดทำการได้ ซึ่งคำพูดของนายกฯ นั้นเป็นสิ่งมีค่าและเป็นความหวังของคนทำอาชีพในสถานบริการทุกคน

ทั้งนี้ เมื่อตนได้ยิน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเช่นนั้น ตนเชื่อมั่นนายกฯ จึงเรียกผู้บริหารแสงจันทร์ทุกสาขามาประชุมเพื่อวางแผนเตรียมกลับมาเปิดอีกครั้ง รวมถึงค่าโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต เคเบิลทีวี สาขาไหนค้างอยู่ในช่วงถูกปิดก็ให้ไปจ่ายให้เรียบร้อย เช่นเดียวกับพนักงานของร้านที่แยกย้ายกระจายกันไปในช่วงก่อนหน้า บ้างไปรับจ้างชั่วคราว เช่น เป็นคนงานแพ็คสินค้า บ้างกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดเพราะอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่มีงาน ตนก็พยายามประสานแจ้งข่าวเผื่อใครพร้อมกลับมาทำงาน และย้ำด้วยว่าต้องฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้นจึงจะให้กลับมาทำงานได้ แต่ก็มาเจอเลื่อนอีก

“1.กลัวสถานบริการเป็นที่เสี่ยงในการแพร่เชื้อ! ผมถามต่อไปว่าสถานบริการเป็นที่เสี่ยงในการแพร่เชื้อ เราปิดมา 8 เดือนแล้วการแพร่เชื้อยังเกิดไหม? การแพร่เชื้อยังเกิด วันนี้ตั้งเจ็ดพันกว่าคนอยู่เลย 2.เชื้อที่แพร่ออกไปมันต้องมาจากสถานบริการหรือ? ไม่ใช่! ย้อนหลังกลับไปดูได้เลย วัดก็แพร่ได้ โรงพยาบาลก็เป็นตัวแพร่ที่ดี โรงงานทุกที่เป็นที่แพร่เชื้อหมด ทุกวันนี้อาชีพพวกนี้เปิดบริการ เปิดดำเนินการได้ ทุกคนทำมาหากินได้ภายใต้การฉีดวัคซีน ที่ไหนไม่แพร่เชื้อ? แพร่เชื้อหมด แต่อาชีพของเราทำไมมันถึงทำมาหากินไมได้” นายอนันต์ ระบุ

นายอนันต์ ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลหรือ ศบค. ไม่เคยมีมาตรการใดๆ มาให้สถานบริการปฏิบัติเลย นอกจากสั่งปิดและอนุญาตให้เปิดเท่านั้น เช่น หากกลัวว่าสถานบริการเป็นห้องแอร์ถือเป็นจุดเสี่ยง ถามว่ามีแนวทางออกมาให้สถานบริการปรับปรุงร้านแล้วหรือยัง ซึ่งควรมีมาตรฐานออกมาให้ปฏิบัติ หากที่ใดสามารถทำตามมาตรฐานได้ก็ให้เปิดบริการ

ทั้งนี้ การปิด 1 เดือนยังพอว่า แต่ปิดยาว 8 เดือน ผู้ประกอบการทุกคนต้องกินต้องใช้ พ่อแม่ลูกเมียก็ต้องกินข้าวเหมือนกับคนอื่นๆ ทำไมต้องมองแต่สถานบริการเป็นแหล่งแพร่เชื้อ ไปดูโรงงานติดเชื้อกันเป็นหลักพันคนยังให้เปิดทำการได้ หรือเพราะว่าพวกตนเป็นคนกลางคืน ก็อยากจะบอกว่าถ้ามีงานกลางวันคงไปทำงานกลางวันกันแล้ว เรามาทำมาหากินตอนกลางคืนแต่เราไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย และทุกคนมีชีวิต เฉพาะองค์กรแสงจันทร์มีพนักงานรวมนักดนตรีพันกว่าคน ก็คือพันกว่าครอบครัว ถูกให้ปิดมา 8 เดือน ถามว่าพวกตนเคยไปเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลืออะไรหรือไม่ ก็ไม่เคย มีแต่นั่งรออยู่ทุกวัน รอดูสัดส่วนการฉีดวัคซีน รอภูมิคุ้มกันหมู่ รอว่าจะเปิดได้โดยอยู่กับวัคซีนกันอีกนาน ต้องอยู่ให้ได้เพื่อให้ทุกคนได้ประกอบอาชีพ แต่กลายเป็นอาชีพอื่นทำได้หมดยกเว้นอาชีพสถานบริการห้ามทำ จึงต้องถามว่ายุติธรรมแล้วหรือ

ทั้งที่สถานบริการจะตั้งก็ต้องขออนุญาต มีรายได้ก็ต้องจ่ายภาษี แต่กลับไม่มีมาตรการมาให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาเปิด โดยทั่วประเทศมีคนภาคบริการอยู่ประมาณ 1 ล้านคน ถ้านับครอบครัวก็คูณ 4 เข้าไป ก็เท่ากับมีคนที่เกี่ยวข้อง 4-5 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบ นี่คืออาชีพที่ต้องไปเลี้ยงดูครอบครัวและจ่ายภาษีให้รัฐ ฉะนั้นตนย้ำว่า ศบค. ต้องทบทวน หากคิดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงก็ต้องให้แนวทางแก้ไขปรับปรุงมา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องกิ๊ฟ’ชีวิตเปลี่ยนไป! เตรียมออกซิ้งเกิลแรก ชาวราชบุรีแห่ให้กำลังใจมอบทุน #SootinClaimon.Com

Posted on November 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615824

'น้องกิ๊ฟ'ชีวิตเปลี่ยนไป! เตรียมออกซิ้งเกิลแรก ชาวราชบุรีแห่ให้กำลังใจมอบทุน

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.46 น.

15 พฤศจิกายน 2564  จากกรณี เรื่องราวของน้องกิ๊ฟ นางสาวปวีณา รวมศิลป์ วัย 18 ปี ชาวอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี นักศึกษาสาวที่ถูกคนโทรศัพท์แจ้ง 191 “เปิดเพลงเสียงดัง” ขณะที่กำลังร้องเพลงเปิดหมวกเพื่อหาทุนเรียน เมื่อวันที่ 11 พ.ย.64 เวลา 07.30 น. ที่ผ่านมา ซึ่งเฟสบุ๊ค สภ.เมืองราชบุรี ได้เผยแพร่ภาพการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้าไปแจ้งกับน้องกิ๊ฟ เพื่อขอให้เบาเสียงลง

หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ได้ตำหนิและต่อว่าคนที่แจ้ง และตำหนิเจ้าหน้าที่ตำรวจ บางเสียงเข้าใจถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้ให้กำลังใจนักศึกษาหญิงคนดังกล่าวจนกลายเป็นประเด็นดราม่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้องกิ๊ฟ ได้เดินทางมาที่ตลาดเทศบาลเมืองราชบุรี ซึ่งเป็นจุดที่น้องกิ๊ฟยืนร้องเพลงเปิดหมวกประจำ เมื่อน้องกิ๊ฟได้เดินทางมาถึงบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ที่ทราบข่าวต่างนำดอกกุหลาบมามอบให้กำลังใจกับน้องกิ๊ฟ และขอให้สู้ๆกลับมาร้องเพลงเปิดหมวกเพื่อหาทุนเรียนตามเดิม พร้อมทั้งขอภาพเซลฟี่ โดยที่ต่างคนต่างไม่ทราบมาก่อนเลยว่าน้องกิ๊ฟ เป็นนักร้องระดับแชมป์รายการทีวีหลายสมัย และยังเป็นนักร้องและลูกศิษย์ของครูสลา คุณวุฒิ ครูเพลงชื่อดัง

ขณะที่ น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี พร้อมด้วย นายศักดิ์ชัย พิศาลผล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุรี กลุ่มชุมชนคนตลาดเทศบาลเมืองราชบุรี และกลุ่มสายบันเทิง พร้อม ส.ต.อ.ไกรสร สินธุ์ฉ่ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เขต 1 นำดอกกุหลาบให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินรวม 9,000 บาท ให้กับน้องกิ๊ฟ เพื่อใช้เป็นทุนการศึกษา และกล่าวให้กำลังใจให้น้องกิ๊ฟได้เรียนจนจบชั้นปริญญาตรีตามที่ตั้งใจเอาไว้ และเป็นศิลปินชื่อดังอีกคนหนึ่งของชาวราชบุรี พร้อมให้น้องกิ๊ฟโชว์การร้อง เพื่อแสดงพลังเสียงอันไพรเราะของน้องกิ๊ฟด้วย

น.ส.กุลวลี นพอมรบดี กล่าวว่า เบื้องต้นที่ได้ทราบข่าวจากสื่อโซเชียลหรือทางสื่อโทรทัศน์ จริงๆไม่อยากให้มีเหตุการณ์ที่บานปราย ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด ซึ่งตัวน้องเองมาร้องเพลงทุกๆวันเสาร์ โดยพี่ๆชุมชนคนตลาดต่างก็มีความเอ็นดูและเมตตากับน้องกิ๊ฟอยู่ตลอด พ่อค้าแม่ค้าจะชอบมากไม่เหงา บางครั้งอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่เข้าใจผิดตนเองในฐานะ ส.ส.ที่ดูแลพื้นที่ตรงนี้เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวชุมชนคนตลาด ต้องขอโทษกับน้องกิ๊ฟด้วย และต้องขอบคุณในทุกกำลังใจที่มอบให้น้องมาด้วย บางมุมได้มีการสื่อสารในพื้นที่ของพี่น้องชาวราชบุรีไปแล้วทำให้ท่านมองพวกเราในทางที่ไม่ดี ก็ต้องกราบขออภัยแล้วก็ขอโทษในทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น

ส่วนทางด้าน พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผบก.ภ.จว.ราชบุรี พ.ต.อ.จุมพล สิกเสน ผกก.สภ.เมืองราชบุรี และคณะกรรมการตำรวจจังหวัดราชบุรี ร่วมให้กำลังใจน้องกิ๊ฟ พร้อมทั้งมอบเงินสดรวม 25,000 บาท โดย พล.ต.ท.ธนายุตม์ ผบช.ภ.7 ได้ให้กำลังใจและกล่าวชื่นชมความตั้งใจและความขยันของน้องกิ๊ฟ ที่ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก แม้ครอบครัวจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็มีความฝันที่อยากจะเรียนให้จบปริญญาตรี และเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในด้านการร้องเพลง พร้อมทั้งชื่นชมในการร้องเพลง

ขณะเดียวกันนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้โทรศัพท์พูดคุยกับน้องกิ๊ฟ โดยให้กำลังใจและมอบเงินจำนวน 10,000 บาท เพื่อไว้เป็นทุนการศึกษา และยังกล่าวว่า ถ้าขาดเหลืออะไรก็ให้บอกกับตนได้ ซึ่งขอให้เรียนจนจบปริญญาตรีตามที่ตั้งใจเอาไว้

น้องกิ๊ฟ กล่าวว่า หลังจากที่เป็นข่าววันนี้ตนต้องยอมรับว่า ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างมาก มีพี่ๆมาให้กำลังใจผ่านเฟสบุ๊คและติ๊กต็อกจำนวนมาก ส่วนตอนนี้ทางผู้ใหญ่บอกว่า ครูสลากำลังแต่งเพลงให้ตนเอง ซึ่งจะมีผลงานเพลงชิ้นแรกเป็นของตนเองเร็วๆนี้ หลังจากนี้ตนก็จะตั้งใจเรียนให้จบและทำงาน

ส่วนการร้องเพลงเปิดหมวกตอนนี้ก็ยังมาเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังมีแบรนด์สินค้า ที่กำลังจะส่งสินค้ามาให้รีวิวลงในติ๊กต็อก โดยตอนนี้ยอดติดตามจากเดิม 650,000 ติดตาม ขึ้นเป็น 670,000 ผู้ติดตามแล้ว ตนก็อยากขอบคุณพี่ๆทุกคนที่ให้กำลังใจตนเอง และไม่ต้องว่าพี่ๆตำรวจ เขาไม่ได้ทำอะไรจริงๆ ไม่ได้มาจับหรือมาต่อว่าตนเอง ส่วนเรื่องของทางค่ายเพลงที่ติดต่อมา ตนต้องขอบคุณที่ให้โอกาสในครั้งนี้ด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เลยหนาวมากขึ้น! ภูเรืออุณหภูมิลดวูบนักท่องเที่ยวต้องสวมเสื้อกันหนาว #SootinClaimon.Com

Posted on November 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615801

เลยหนาวมากขึ้น! ภูเรืออุณหภูมิลดวูบนักท่องเที่ยวต้องสวมเสื้อกันหนาว

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.01 น.

สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเลยช่วงเช้าวันนี้ (15 พ.ย.64) หลายพื้นที่อากาศลดลง โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาอย่างอำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย และอำเภอนาแห้ว อากาศหนาวกว่าทุกวันจนนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวต้องสวมเสื้อกันหนาว

นายฑีฆาวุฒิ ศรีบุรินทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย เผยว่า นักท่องเที่ยวเดินทางมาที่อุทยานแห่งชาติภูเรือคึกคักมากขึ้น เนื่องจากอากาศเริ่มหนาวและเย็นสบาย โดยในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสอากาศหนาวที่ยอดภูเรือ 1,000-1,200 คน และมีการพักค้างแรมด้วย ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติภูเรือ ได้มีการเฝ้าระวังและเพิ่มมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด – 19 เต็มรูปแบบ

สำหรับที่ยอดภูเรือ นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปสัมผัสอากาศเนื่องจากยอดภูเรือสามารถมองเห็นพระอากาศขึ้นยามเช้าที่สวยงาม ประกอบกับลมหมอกและอากาศหนาวเย็นกระทบใบหน้า จึงทำให้ยอดภูเรือยังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทุกระดับ หากเดินทางมาจังหวัดเลยรถสามารถเดินทางไปถึงยอดเขาได้ ส่วนอุณภูมิยอดเขาภูเรือเช้าวันนี้วัดได้ 9 องศา  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของดีใจลมแทบจับ! น้องหมาหาย บนท้าวเวสสุวรรณ เจอซุกในป่าร้าง #SootinClaimon.Com

Posted on November 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615782

เจ้าของดีใจลมแทบจับ! น้องหมาหาย บนท้าวเวสสุวรรณ เจอซุกในป่าร้าง

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.43 น.

15 พฤศจิกายน 2564  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนางกิ่งแก้ว แซ่โง้ว อายุ 54 ปี  หรือเจ๊ตุ้ย เจ้าของร้านทองแห่งหนึ่งในอ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี สร้างความฮือฮา ประกาศให้รางวัลทองคำหนัก 1 บาท หรือเงินสด 30,000 บาท แก่ผู้ที่พบเห็นและและนำสุนัขพันธ์ไทย เพศเมีย สีขาวดำ อายุ 3 ปี ชื่อ “หลิงหลิง”  ที่หายออกจากบ้าน ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ตั้งแต่เช้าวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดยเจ้าของบอกรักและผูกพันธุ์หลิงหลิงเหมือนลูก พร้อมกับแจกใบปลิว ไปตามร้านค้าริมถนนในเขตเทศบาลนครอุดรธานี และลงเพจข่าวดังในโซเซียล ล่าสุดเจ้าของเจอสุนัขแล้วหลังจากไปซุกในป่าร้างตรงข้ามร้านก๋วยเตี๋ยวโกติ้ว เมื่อเวลา16.30 น.ของวันที่ 14 พ.ย.64 ที่ผ่าน คนทั้งบ้านดีใจกันแทบลมจับหลังเจอสุนัขหลิงหลิง

นางกิ่งแก้ว แซ่โง้ว อายุ 54 ปี เปิดเผยว่า หลังสุนัขหายออกจากไปและทางครอบครัวทุกคนพร้อมใจกันออกตามหามา 5 วัน วานนี้ทุกคนเริ่มทอแล้วคิดว่าจะไม่เจอ และจากการสอบถามผู้คนบางคนก็บอกว่า รถชนเจ็บหนักมาบางคนก็บอกเจ็บนิดเดียว จึงกลับมาสันนิฐานว่าหากรถชนตายทำไม่มีเจอซาก หากชนเจ็บนิดเดียวตามสัญชาตญาณของสัตว์เจ็บต้องหาที่หลบ จึงออกตามหาอีกครั้งโดยเริ่มจากจุดเดิมบริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวชาวดอย

ก่อนตามหาช่วงเช้าได้ไปสักการะขอพรกับองค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่ศาลหลักเมืองอุดรธานี ขอพรว่าหากสุนัขตายขอให้เจอซาก หากมีชีวิตอยู่ก็ขอให้รู้ว่าอยู่แถวไหน และกลับบ้าน ช่วงเย็นได้ออกไปตามหาอีก โดยจะออกตามหาตามพื้นที่รกร้าง พอจอดรถที่ร้านเสริมสวยภายในถนนแสงฉ่ำอุทิศ คุยไปคุยมาได้ออกเดินไปพ้นที่รกร้างในซอยเพื่อตามหาแล้วร้องเรียก

จากนั้นสังเกตเห็นใบไม้ขยับ คิดว่าน่าจะใช่จึงเดินเข้าไปใช้มือกวาดๆไป แล้วพบว่าเป็นสุนัขที่หาจริง ตอนนั้นดีใจมากจนน้ำตาไหลร้องไห้ฟูมฟาย ส่วนรางวัลสินน้ำใจที่ตั้งไว้เป็นทองคำ 1 บาท หรอเงินสด 30,000 บาท นั้นคงไม่มีใครได้ แต่คิดว่าจะเอาไปทำบุญทำทานต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ข้าวจี่’อำนาจเจริญ ยืนกินผิงไฟคลายหนาว แม่ค้าขายดีกระเป๋าตุง #SootinClaimon.Com

Posted on November 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615765

'ข้าวจี่'อำนาจเจริญ ยืนกินผิงไฟคลายหนาว แม่ค้าขายดีกระเป๋าตุง

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 13.50 น.

15 พฤศจิกายน 2564 เมื่อลมหนาวพัดเข้าสู่พื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ  อากาศหนาวเย็นลง หลายคนต้องนำเสื้อกันหนาวออกมาสวมใส่เพื่อสร้างความอบอุ่น แต่ว่าตามชนบท บ้านเรือนใกล้ภูเขา แม่น้ำ อากาศจะหนาวเย็นเป็นสองเท่า ทำให้ผู้สูงอายุ คนเฒ่า คนแก่ ทนกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นจับขั้วหัวใจไม่ไหว จำต้องก่อไฟผิงที่บ้าน เพื่อคลายหนาวไปตามๆกัน 

จากสภาพอากาศที่หนาวเย็น จึงมีแม่ค้าสร้างวิกฤตหนาวเย็นเป็นโอกาส ด้วยการนำข้าวเหนียวมาปิ้งไฟร้อนๆขาย เรียกว่า ข้าวจี่ ทำขาย ทั้ง 2 อย่าง คือข้าวจี่โบราณและข้าวจี่ประยุกต์ หรือข้าวจี่สมัยใหม่ ราคาไม่แพง ก้อนละ 10 บาท ด้วยรสชาติ อร่อย ถูกปาก ถูกใจ ผู้นิยมทานข้าวจี่ มีให้ทานปีละ 1 ครั้ง ยืนกินพร้อมผิงไฟคลายหนาว 

นางเอมอร เกตุดี อายุ 61 ปี ชาวบ้านเลขที่ 19 หมู่ที 6 ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ แม่ค้าขายข้าวจี่ยอดนิยม เล่าว่า ข้าวจี่จะมีให้รับประทานเฉพาะฤดูหนาว ช่วงอากาศหนาวเย็นเท่านั้น เนื่องจากขนมข้าวจี่ จะต้องย่างหรือปิ้งที่เตาไฟตลอดเวลา จึงมีผู้ขายและผู้ชื้อยืนล้อมวงช่วยกันปิ้งข้าวจี่พลิกไปมา พร้อมพูดคุยกัน บางคนก็จะยืนกินไปด้วยเพื่อบรรเทาความหนาวเย็น

โดยเฉพาะนำข้าวใหม่มาทำเป็นข้าวจี่ จะมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ เป็นที่นิยมมาก ซึ่งข้าวจี่ ที่อำนาจเจริญ มี 2 แบบ คือข้าวจี่โบราณและข้าวจี่สมัยใหม่ ประยุกต์มาจากข้าวจี่โบราณ ซึ่งมีรสชาติไม่แตกต่างกันมากนัก จึงมีผู้คนหาซื้อข้าวจี่ทานแทนข้าวกันมาก ทำให้ร้านขายขนมประเภทต่างๆจะต้องทำข้าวจี่ขายควบคู่กันไปด้วย เพราะช่วงนี้ ข้าวจี่ มาแรงขายดีมาก 

นางเอมอร เล่าถึงที่มาของการทำข้าวจี่โบราณ ว่าสมัยเด็กๆ เมื่อถึงฤดูหนาวอากาศโดยทั่วไปหนาวเย็น พ่อแม่ ก็จะก่อไฟผิงที่ใต้ถุนบ้าน ระหว่างนั่งผิงไฟ ก็จะมีการปั้นข้าวเหนียวลักษณะกลมๆเท่าไข่ไก่ หรือไม่ก็ใหญ่กว่าไข่ไก่ แล้วทาเกลือ นำมาปิ้งที่กองไฟ ปิ้งข้าวจี่พลิกไปมาจนมีสีเหลือง พ่อแม่ก็จะแบ่งให้กิน ด้วยรสชาติหอมมันเค็มนิดๆ กินจนอิ่มท้อง โดยไม่ต้องกินอาหารอะไรเลย จึงเป็นการเรียนรู้การทำข้าวจี่ ปิ้งข้าวจี่ มาตั้งแต่เด็ก  

ต่อมา เมื่อแต่งงานมีครอบครัว จึงได้นำเอาความรู้จากการทำข้าวจี่ ปิ้งข้าวจี่ ทำไปจำหน่ายยังตลอดสดเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ ในช่วงหน้าหนาวทุกปี โดยเฉพาะช่วงนี้ อากาศเริ่มหนาวเย็น ข้าวจี่ 2 อย่าง ทั้งแบบสมัยใหม่และโบราณขายดีมาก จากที่เคยทำขายใช้ข้าวเหนียว วันละ 10 กิโลกรัม เพราะมีผู้บริโภคเพิ่มขึ้น จึงต้องใช้ข้าวเหนียวเพิ่มเป็นวันละ 20 – 30 กิโลกรัม สร้างรายได้เป็นอย่างดี 

สำหรับวิธีทำข้าวจี่โบราณ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เริ่มแรกให้แช่(หม่า)ข้าวเหนียวจนได้ที่ แล้วนำไปนึ่งให้สุก ต่อมานำข้าวเหนียวสุกมาปั้นเท่าฝ่ามือโรยด้วยเกลือ แล้วเอาไปวางที่เหล็กปิ้งบนเตาไฟ พลิกไปมา จนข้าวเหนียวออกสีเหลืองอมส้ม ก็สามารถรับประทานได้ จำหน่ายก้อนละ 10 บาท ซึ่งที่นี่จะแถมแจ่วให้ 1 ถุงเล็ก เพื่อจิ้มกับข้าวเหนียว เรียกว่า ข้าวจี่โบราณ ที่มีรสชาติอร่อยแซ่บถึงใจ นอกจากนี้ยังขายข้าวต้มมัดญวน(เวียดนาม) ควบคู่กันด้วย 

นางเอมอร กล่าวถึงวิธีทำข้าวจี่สมัยใหม่หรือข้าวจี่ประยุกต์ว่า  เริ่มแรกให้เอาข้าวเหนียวที่นึ่งจนสุกแล้ว ไปคลุกเคล้ากับกะทิมะพร้าว เรียกว่า ข้าวเหนียวมูล ต่อมานำไข่ไก่ ตอกใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ ใส่น้ำปลาลงไปตีไข่ให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำข้าวเหนียวมูลปั้นเป็นก้อนเท่าลูกไข่ไก่แล้วชุบกับไข่ไก่ทาให้ทั่ว

ต่อมานำไปปิ้งที่เหล็กปิ้งบนเตาถ่าน พริกไปมาจนข้าวเหนียวมูลมีสีเหลืออมส้ม ก็เป็นอันแล้วเสร็จ ด้วยรสชาติหอมอร่อย ทานแล้วร่างกายอบอุ่นคลายหนาวได้ระดับหนึ่ง ที่สำคัญมีให้ทานปีละ 1 ครั้ง ขายทั้งข้าวจึ่โบราณและข้าวจี่ประยุกต์ ก้อนละ 10 บาทเท่ากัน ด้วยราคาไม่แพง ทานอิ่มท้อง ลูกค้าตรึม โกยเงินเข้ากระเป๋าเป็นอย่างดี. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านร้องน้ำกัดเซาะถนนพังข้ามปีไร้หน่วยงานดูแล วอนผู้ว่าฯเมืองคอนช่วย #SootinClaimon.Com

Posted on November 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615754

ชาวบ้านร้องน้ำกัดเซาะถนนพังข้ามปีไร้หน่วยงานดูแล วอนผู้ว่าฯเมืองคอนช่วย

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 12.55 น.

ชาวบ้านร้องน้ำกัดเซาะถนนพังข้ามปี ไร้หน่วยงานดูแล ด้านนายกเล็กฯครวญงบไม่มี วอนผู้ว่าฯนครศรีธรรมราชช่วยจัดสรรงบประมาณซ่อมแซมด่วน ชี้หากปล่อยไว้เกรงประชาชนที่สัญจรผ่านจะได้รับความไม่สะดวกและอาจเกิดอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นนี้ได้

กรณีที่เมื่อช่วงฝนตกหนักที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำหายพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะบริเวณถนนเลียบคลองสัง หมู่ 2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำในคลองสังเอ่อล้นเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่ที่หนักสุดและประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ตั้งแต่น้ำท่วมปลายปี 2563 จนปัจจุบันปลายปี 2564 ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ปัญหาและซ่อมแซม จนชาวบ้านต้องเลี่ยง ไม่สัญจรผ่านถนนเส้นดังกล่าว เนื่องจากกลัวความไม่ปลอดภัย

สำหรับถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนภายในหมู่บ้าน หมู่ 2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ ถือเป็นเส้นหนึ่งที่ประชาชนในพื้นที่ใช้สัญจรขึ้นภูเขาหลังวัดท่ายาง รวมระยะทาง 1.2 กิโลเมตร ซึ่งถนนมีสภาพผุพังเป็นคลื่นแตกระแหงหลานจุดคล้ายตัวหนอนเดินยั้วเยี้ยอยู่บนถนน นอกจากนี้บางช่วงของผิวถนนถูกน้ำกัดเซาะอย่างหนักจนผิวถนนพังถล่มเหลือไม่ถึง 1 ช่องจราจร รถยนต์ไม่สามารถขับผ่านได้ ส่วนรถจักรยานยนต์ ต้องขับอย่างระมดระวัง   

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายชัยธิศักดิ์ อำลอย นายกเทศบาลตำบลท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ เปิดเผยว่า ถนนเส้นดังกล่าวถูกน้ำป่าเอ่อล้นคลองสังกัดกัดเซาะผิวถนนพังเสียหาย ตั้งแต่ปลายปี 2563 แต่จนปัจจุบันเกิดน้ำท่วมอีกรอบ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ถนนเส้นดังกล่าวก็ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น จนไม่สามารถใช้งานได้ ยอมรับว่าเทศบาลฯ ไม่มีงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมแก้ไขถนนเส้นดังกล่าว 

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทางเทศบาลเคยทำเรื่องของบน้ำท่วมกับทางจังหวัดแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้งบประมาณส่วนนี้ เพื่อนำมาปรับปรุงซอมแซมถนน สุดท้ายประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อน จึงอยากวิงวอนทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้งบประมาณเพื่อซ่อมแซมถนนเส้นดังกล่าว เพราะหากปล่อยไว้เกรงว่าประชาชนที่สัญจรผ่านจะได้รับความไม่สะดวกและอาจเกิดอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นนี้ อย่างไรก็ตาม เทศบาลแก้ปัญหาเบื้องต้นโดยนำแผงกั้น ปิดป้ายเตือนประชาชนห้ามใช้ถนน หรือใช้ด้วยความระมัดระวัง  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,296,628 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
Graffiti protests against the possibility of a delayed general election in Bangkok
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
'ป้าตือ' ขึ้นแท่น 'มาดามแห่งวงการออนไลน์' คนใหม่ LIVE EP แรก คนดูชน 5 แสน!!! #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
แอลกอฮอล์ อาชญากรรม และการปฏิรูปตำรวจ(ไทย)
Waymo to launch fully driverless service to the public - a first just in time for the pandemic #SootinClaimon.Com
ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ร่วมเสวนา ‘River Talk’ #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d