Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ชาวมหาสารคามร่วมทอดกฐินกลางน้ำวัดป่าอาศิรวาทหลังน้ำท่วมนานเดือนครึ่ง #SootinClaimon.Com

Posted on November 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615748

ชาวมหาสารคามร่วมทอดกฐินกลางน้ำวัดป่าอาศิรวาทหลังน้ำท่วมนานเดือนครึ่ง

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 11.51 น.

ที่วัดป่าอาศิรวาทเกาะเกิ้ง ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม พุทธศาสนิกชนชาวมหาสารคาม ได้พาครอบครัวหอบลูกจูงหลาน นำข้าวสาร อาหารแห้ง และจตุปัจจัยไทยธรรม นั่งเรือข้ามแม่น้ำชีมาที่เกาะกลางน้ำภายในวัดป่าอาศิรวาสเกาะเกิ้ง ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดและใช้เป็นพื้นที่จัดงานบุญทอดกฐินรวมแบบโบราณ ประจำปี 2564 ขณะที่พุทธศนิกชนบางส่วนเดินบนสะพานไม้ที่สร้างขึ้นมาใหม่ เพราะสะพานเดิมที่เคยใช้งานอยู่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรโดยจะต้องเดินเข้าไประยะทางประมาณ 800 เมตรถึงจะถึงบริเวณงานก่อนที่จะร่วมประกอบพิธีทอดกฐิน

โดยพระอาจารย์กมล อัตตธัมโม เจ้าอาวาสวัดป่าอาศริวาสเกาะเกิ้ง กล่าวว่า น้ำจากแม่น้ำชีได้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่วัดตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมจนถึงตอนนี้ก็นานกว่าหนึ่งเดือนครึ่ง  พระเณรต้องออกมาจำวัดบนแพ และบริเวณช่วงกลางสะพานไม้ โดยมีชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ทหาร ช่วยกันทำสะพานไม้ชั่วคราว เพื่อที่จะได้ข้ามมาที่วัดเพื่อมาทำบุญได้สะดวกขึ้น ซึ่งตอนนี้ก็มีญาติโยมเดินทางมาทำบุญอย่างต่อเนื่อง และบางส่วนก็เดินเข้ามาดูน้ำท่วม เพราะถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ ตื่นตาตื่นใจว่าทำไมน้ำท่วมสูงขนาดนี้

สำหรับงานบุญมหากฐินในปีนี้เป็นการจัดงานกฐินแบบโบราณ โดยใช้พื้นที่ที่น้ำท่วมไม่ถึงเป็นเกาะกลางน้ำในการจัดงาน ญาติโยมที่มาร่วมงานต้องนั่งเรือเข้ามา ซึ่งได้จัดเตรียมเรือไว้จำนวน 3 ลำ โดยพิธีก็เป็นไปอย่างเรียบง่าย และมีการปฏิบัติตามมาตรการโควิด-19 อย่างเคร่งครัดโดยปีนี้ได้เงินทอดกฐินประมาณ 600,000 บาทโดยปัจจัยที่ได้จะนำไปบูรณะวัดหลังจากที่น้ำลด ทั้งสะพานไม้ที่เริ่มผุพัง กุฏิสงฆ์ และศาลาอเนกประสงค์ภายในวัด –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทหารชายแดนเขาพระวิหารวางปืนถอดรองเท้าลุยนาช่วยชาวบ้านเกี่ยวข้าว #SootinClaimon.Com

Posted on November 16, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615739

ทหารชายแดนเขาพระวิหารวางปืนถอดรองเท้าลุยนาช่วยชาวบ้านเกี่ยวข้าว

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 10.54 น.

ทหารชายแดนเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ วางอาวุธปืนถอดรองเท้าลงลุยนาจับเคียวเกี่ยวข้าวช่วยชาวบ้านลดต้นทุนการจ้างรถเกี่ยวข้าว พร้อมสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารกับประชาชน

วันที่ 15 พ.ย.64 ที่บ้านจานเลียว ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พ.ท.กิตติศักดิ์ บังพิมาย ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 11 ฉก.1 กกล.สุรนารี ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้านเขาพระวิหาร มอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาฝ่ายกิจการพลเรือนนำกำลังทหาร 12 นาย ถอดรองเท้าลงลุยน้ำจับเคียวเกี่ยวข้าวช่วยนางบัวลัย พรหมทัต อายุ 61 ปี บ้านเลขที่ 40 หมู่ 4 บ้านจานเลียว ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียวไม่มีคนช่วยเกี่ยวข้าว ซึ่งนางบัวลัย ทำนา 2 ไร่ 

นอกจากนี้ยังได้ช่วยนางจงรักษ์ ดอกสะบา อาสาสมัครกิจการพลเรือน บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 6 บ้านห้วยทิพย์ ต.รุง อ.กันทรลักษ์ เกี่ยวข้าวอีก 9 ไร่เพื่อช่วยเหลือลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจ้างรถเกี่ยวข้าวในช่วงน้ำมันแพง ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมในการลงแขกเกี่ยวข้าวและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานทหารกับประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งชาวบ้านก็ได้ตอบแทนทหารโดยการทำอาหารเลี้ยงมื้อกลางวัน ด้วยเมนูเด็ด ส้มตำ ปลาดุกย่าง 

นางบัวลัย พรหมทัต ได้กล่าวขอบคุณทหารกองทัพบกที่ช่วยเหลือให้ทหารมาช่วยเกี่ยวข้าวเพราะไม่มีใครช่วยเกี่ยวเลย จะจ้างรถมาเกี่ยวก็ไม่มิเงินมาจ้าง มีลูกๆ ทหารมาช่วยเกี่ยวข้าวรู้สึกดีใจและภูมิใจเป็นอย่างมาก ต้องขอขอบคุณเจ้านายทหารที่ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วงสงเคราะห์ช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากจนได้ลดต้นทุน ไม่ต้องไปจ้างรถมาเกี่ยวข้าว  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นายกฯปลื้ม‘เปิดประเทศ’พลิกฟื้น‘ท่องเที่ยว’ คาดปี65โกยรายได้8.8แสนล้าน #SootinClaimon.Com

Posted on November 15, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615713

นายกฯปลื้ม‘เปิดประเทศ’พลิกฟื้น‘ท่องเที่ยว’ คาดปี65โกยรายได้8.8แสนล้าน

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 07.53 น.

“นายกฯ” ปลื้มทิศทางเที่ยวไทยส่งสัญญาณดีหลังเปิดประเทศ ชาวไทย-ต่างชาติคึกคัก พลิกโฉมการท่องเที่ยวแบบ New Normal ด้วยมาตรการสาธารณสุขที่เข้มงวด ผ่านแคมเปญการท่องเที่ยว “Visit Thailand Year 2022” คาดปีนี้รับนักท่องเที่ยวกว่า 1 ล้านคน ด้าน “ททท.” ตั้งเป้าปี 2565 โดยรายได้พลิกฟื้นกลับมากว่า 8.8 แสนล้านบาท

15 พฤศจิกายน 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามผลการเปิดประเทศอย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พบว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวมีการขยับตัวดีขึ้น มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทย ทั้งแบบการยกเว้นการกักตัว (Test and Go) พื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (Sandbox Programme) และการกักตัว ณ สถานกักกัน (Alternative Quarantine) เฉลี่ยวันละ 2,000-3,000 คน ส่งผลดีกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงปลายปี ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศปลายทางอันดับต้นๆของโลกที่นักเดินทางทั่วโลกอยากจะเดินทางมาหลังสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น

ทั้งนี้ ขณะนี้นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกามีจำนวนมากที่สุด รองลงมาเป็นเยอรมนี สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และเกาหลี นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้กลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ เช่น กลุ่มอิสราเอล ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ได้ทำการตลาดและการประชาสัมพันธ์ความพร้อมและมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มงวด ควบคู่กับการส่งเสริมแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยว “Visit Thailand Year 2022” ด้วยแนวคิด “Amazing New Chapters” ทั้ง 29 สำนักงานทั่วโลก คาดว่าปี 2564 นี้ ประเทศไทยจะสามารถรับนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน

สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศนั้น ททท. ยังได้เตรียมแคมเปญท่องเที่ยวที่ตอบสนองพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวไทยทุกกลุ่ม เช่น UNSEEN New Series เที่ยววันธรรมดา เมืองรองต้องลอง ชุมชนท่องเที่ยวสร้างสรรค์ Workation Thailand เที่ยวไปด้วย ทำงานไปด้วย และ Thailand Premium เป็นต้น โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “เที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม”

ในส่วนของโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 และทัวร์เที่ยวไทย ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 มีประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ แล้วจำนวน 859,871 คน ผู้ประกอบการ 5,941 ราย ยอดการจองโรงแรมที่พักสะสม 1,051,705 ห้อง ทำให้ยอดสะสมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส1-3 กว่า 9 ล้านคน มูลค่าสะสมรวมกว่า 4,225.1 ล้านบาท

ส่วนของโครงการทัวร์เที่ยวไทย ที่รัฐบาลจะสนับสนุนค่าแพ็คเกจท่องเที่ยว 40% ไม่เกิน 5,000 บาทต่อสิทธิ จำนวน 1 ล้านสิทธิ ล่าสุดมีบริษัทนำเที่ยวที่เปิดถุงเงินแล้วจำนวน 1,816 ราย บริษัททัวร์สมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 741 ราย ยอดรวมมูลค่าการเดินทางและค่าใช้จ่ายการสะสม 3.3ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2564) โดยประชาชนสามารถจองแพ็คเกจทัวร์ผ่านผู้ประกอบการนำเที่ยวโดยตรง และใช้สิทธิทั้ง 2 โครงการได้ถึง 31 มกราคม 2565

“เชื่อมั่นว่าปลายปีนี้ จนถึงตลอดปีหน้า กำลังการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและนอกประเทศจะกลับมา โดย ททท. ได้ตั้งเป้าหมายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของปี 2565 จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวพลิกฟื้นกลับมากว่า 8.8 แสนล้านบาท มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามากว่า 18 ล้านคน เฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อคนประมาณ 50,000-60,000 หมื่นบาท ขณะเดียวกันจะมีรายได้จากคนไทยเที่ยวในประเทศมาเสริมกว่า 160 ล้านคน-ครั้ง จับจ่ายใช้สอยเฉลี่ย 4,000 บาทต่อคนต่อทริป” นายธนกร กล่าว

นายธนกร ระบุว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยมีทิศทางดีขึ้น จากการประกาศเดินหน้าเปิดประเทศภายใต้การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ ประเทศไทยสามารถดูแลเรื่องของเศรษฐกิจและสาธารณสุขควบคู่กันไปได้ ประชาชนปรับตัวอยู่กับโควิด-19 ใช้ชีวิตในรูปแบบ New Normal นักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นและเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในการพักผ่อนหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย มั่นใจว่าภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงปลายปีจะมีความคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน ขอให้ทุกคนร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดียึดมาตรการป้องกันตัวเองแบบ Universal Prevention รวมทั้งผู้ประกอบการที่พัก/โรงแรม/ ร้านค้า ร้านอาหารปฏิบัติตามข้อกำหนด COVID Free Setting อย่างเข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และร่วมกันเดินหน้าพลิกโฉมประเทศด้านการท่องเที่ยวต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ข่าวปลอม’รู้เท่าทัน-ไม่หลงเชื่อ ‘โควิด’ในวิกฤต(อาจ)ยังมีโอกาส #SootinClaimon.Com

Posted on November 15, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615624

วันจันทร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดงานเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “ยุคโควิด 19 ดูอย่างไร ข่าวไหนจริงข่าวไหนปลอม” โดย ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า เมื่อพูดถึงข่าวปลอม (Fake News) ยังแบ่งได้อีกหลายระดับ ตั้งแต่ข้อมูลที่จริงบ้างไม่จริงบ้าง ข้อมูลที่ถูกบิดเบือน ไปจนถึงข้อมูลที่จงใจใส่ร้ายป้ายสีทำให้เสียหาย อีกทั้งข่าวปลอมยังเชื่อมโยงกับการใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) และการรังแกหรือระรานทางออนไลน์ (Cyber Bullying) ด้วย

“กองทุนฯ ย้ำเสมอว่าเราทำงานนี้หน่วยงานเดียวไม่ได้เลย เป็นความร่วมมือของหลายฝ่ายและต้องทำอย่างต่อเนื่อง ทำซ้ำๆ ทำบ่อยๆ โคแฟคเองก็พยายามย้ำอยู่ตลอดเวลาว่า Fact ที่มันเป็นข้อเท็จจริง ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงสูงสุดของมนุษย์มีหลายมุม ฉะนั้น มองต่างมุมก็เห็นต่างกัน ทำอย่างไรที่เราจะมีความจริงร่วมที่ยอมรับกันได้ทุกฝ่าย ชัวร์ก่อนแชร์เองก็พยายามที่จะมาตรวจสอบ มีคู่มือด้วย ชัวร์ก่อนแชร์ก็ลงทุนไปทำคู่มือตั้งแต่ต้นตอ แหล่งกำเนิดมาอย่างไร แล้วมาเป็นองค์ประกอบคู่มือความรู้” ธนกร กล่าว

พีรพล อนุตรโสตถิ์ ผู้ดำเนินรายการชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทยอสมท. ยกตัวอย่างข่าวปลอม กรณีมีการแชร์ข้อมูลอ้างว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าโควิดเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดหนึ่งและไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน และ ซึ่งนอกจากข้อความแล้วยังมีคลิปวีดีโอ เรื่องนี้หลายคนที่เข้าไปดูก็คงไม่เชื่อว่าเป็นข่าวจริง เพราะเว็บไซต์ต้นทางที่เผยแพร่ข้อมูลนี้ดูแล้วไม่น่าเชื่อถือ แต่อีกหลายคนอาจจะเชื่อเพราะเห็นว่ามีคลิปวีดีโอประกอบกับขั้นตอนการตรวจสอบอาจจะยุ่งยากซับซ้อน
เช่น ต้องไปค้นข่าวว่าองค์การอนามัยโลกเคยประกาศเรื่องนี้จริงหรือไม่ เป็นต้น

สำหรับวิธีระมัดระวังไม่ตกเป็นผู้หลงเชื่อและส่งต่อข่าวปลอม แนะนำให้ตั้ง 5 คำถาม 1.จริงไหม? เพื่อเป็นการเบรกความคิดตนเองไว้ก่อน จะได้ยังไม่ต้องรีบส่งต่อข้อมูลนั้นให้ผู้อื่น 2.เก่าไหม? เพราะบางเรื่องนั้น “เคยจริง” ในช่วงเวลาหนึ่ง ดังจะเห็นข่าวหลายข่าวที่พบว่าเรื่องนั้นเคยเป็นข่าวจริงในอดีต แต่เมื่อนำมาแชร์ต่อในปัจจุบันแล้วไม่ได้ระบุวัน-เวลาไว้ก็กลายเป็นข่าวปลอมได้เช่นกัน 3.เกี่ยวไหม? บางข่าวมีความพยายามเชื่อมโยง เช่น ข่าวมีคนไปฉีดวัคซีนแล้วล้มลง หลายครั้งพบการแชร์แล้วบรรยายว่าเป็นผลมาจากวัคซีน

4.ครบถ้วนไหม? เพราะการนำเสนอข้อมูลนั้นสามารถเลือกนำเสนอเป็นบางแง่มุมได้ เช่น กลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีนย่อมไม่นำเสนอด้านดีของวัคซีนแต่จะมุ่งเน้นนำเสนอเฉพาะด้านลบของวัคซีน ดังนั้น ควรตระหนักว่าสิ่งที่เห็นบนโลกออนไลน์ ข้อมูลจำนวนมากอาจไม่ได้แปลว่าเรื่องนั้นเป็นความจริงเสมอไป และ 5.อคติไหม? เพราะข้อมูลจะมีเรื่องของความคิดเห็นด้วย แต่ข้อนี้อาจจะดูยากพอสมควร

“เทคนิคของคนที่ทำข่าวปลอมเขาจะมี 5 เทคนิค ที่ทำให้เรื่องที่ไม่จริงมันดูจริงในทางวิทยาศาสตร์ 1.สร้างผู้เชี่ยวชาญปลอมๆ ขึ้นมา (Fake Experts) 2.สร้างตรรกะที่ไม่ค่อยจะถูกต้องขึ้นมา (Logical Fallcies) 3.เรียกร้องความคาดหวังที่มันเป็นไปไม่ได้ (Impossible Expectations) เช่น ถ้าบอกว่าวัคซีนไม่มีปัญหาคุณกล้ารับประกันไหม? ก็จะไม่มีคุณหมอที่ได้มาตรฐานคนไหนออกมารับประกันอยู่แล้ว 4.เลือกแต่สิ่งที่ชอบมานำเสนอ (Cherry Picking) และ 5.ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory)” พีรพล ระบุ

สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง (โคแฟค ประเทศไทย) (COFACT Thailand) และอดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึง ลักษณะของแพลตฟอร์มออนไลน์ที่แตกต่างกันซึ่งส่งผลต่อการระงับยับยั้งการส่งต่อข่าวปลอม เช่น ทวิตเตอร์ ใครโพสต์อะไรที่ไม่ถูกต้องแค่ไม่กี่นาทีเดี๋ยวก็มีคนเข้ามาแย้งซึ่งใครจะเชื่ออย่างไรนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต่างจาก ไลน์ ที่ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ แม้จะมีคนรู้ว่าข้อมูลนั้นผิดแน่ๆ แต่อาจไม่แย้งเพราะเกรงใจว่าคนส่งเป็นหัวหน้างานหรือญาติผู้ใหญ่

ดังนั้น วิธีการแก้ไขจึงต้องขึ้นอยู่กับธรรมชาติของแต่ละแพลตฟอร์ม ขณะเดียวกันหน่วยงานภาครัฐก็ต้องสร้างความเชื่อมั่น
ในข้อมูลข่าวสารของรัฐด้วย โดยเฉพาะ “การเข้าถึงข้อมูลเปิด (Open Data)” ในต่างประเทศภาครัฐจะจัดทำเว็บไซต์กลางรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ให้สื่อมวลชนหรือประชาชนเข้าไปค้นหาได้ อาทิ เรื่องโควิดและวัคซีน แต่ในประเทศไทยเชื่อว่าหลายคนจะหาข้อมูลจากแหล่งที่ต่างกัน เช่น ศบค. ชัวร์ก่อนแชร์ ThaiPBS โรงพยาบาลเอกชน ฯลฯ ซึ่งไม่ควรจะเป็นแบบนั้น

“วิกฤตของข้อมูลข่าวสารจริงๆ คือเรื่องความเชื่อมั่น อันนี้ไม่วิจารณ์แต่ภาครัฐ สื่อเองยุคนี้ก็ถูกวิจารณ์เหมือนกัน มีวิกฤตศรัทธาว่าจะเชื่อใครได้บ้าง มันก็ทำให้ทุกกลไกมีวิกฤตศรัทธา แม้แต่คุณหมอ กลุ่ม Expert (ผู้เชี่ยวชาญ) ก็ถูกวิกฤตศรัทธา กลุ่ม NGO (องค์กรพัฒนาเอกชน-ประชาสังคม) ก็ถูกวิกฤตศรัทธา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันเป็นปัญหาเชิงสังคมที่จะต้องฟื้นฟู คือทุกคนต้องกลับมาทำหน้าที่ของตัวเอง” สุภิญญา กล่าว

สุภิญญา ยังกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว “ต้องสร้างบรรยากาศแห่งการถ่วงดุล” เพราะไม่มีใครถูกทั้งหมด แม้แต่เรื่องวัคซีนเพราะยังเป็นเรื่องใหม่ แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังโต้แย้งกันเอง สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรจะมีพื้นที่ที่นำเสนอข้อเท็จจริงที่แตกต่างทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์ ในเชิงผลกระทบ สำหรับให้ประชาชนค่อยๆ ใช้ ฝึกฝน เพราะสุดท้ายประชาชนเป็นคนตัดสินใจเองว่าเขาจะเป็นอย่างไร “ต้องฝึกให้ยอมรับความจริง” หมายถึงความจริงที่เป็นเหตุเป็นผลตามตรรกะ หลักวิทยาศาสตร์ หรือความจริงที่มองเห็นเป็นประจักษ์ นำเสนอออกมาแล้วให้ผู้คนเปรียบเทียบใช้ดุลพินิจ จึงจะเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

นารากร ติยายน ผู้ประกาศข่าวและสื่อมวลชนอาวุโส ให้ความเห็นว่า สื่อมวลชนเวลานำเสนอข่าวสิ่งหนึ่งที่ทำคือ “พาดหัวให้โดนใจ” โดยเฉพาะยุคออนไลน์ที่ต้องทำให้เห็นแล้วอยากกดเข้าไปอ่าน มีการตัดคำและสรุปความให้สั้น ซึ่งมีผลกระทบคือ “คนที่อ่านแต่พาดหัวไม่ได้เข้าไปอ่านเนื้อข่าวอาจสรุปความไปเองเป็นอีกแบบเสียแล้ว” ลักษณะนี้ไม่ใช่ข่าวปลอม (Fake News) แต่เป็นข่าวที่ทำให้คนเข้าใจผิดอย่างไม่ตั้งใจ (False News)

“เรื่องวัคซีนเราสื่อสารกันผิดมันทำให้เกิดผลเสีย ได้คุยกับพี่สาวที่อยู่เชียงใหม่ พี่สาวบอกว่าปัญหาหนึ่งของตลาดเมืองใหม่ กาดเมืองใหม่ หรือปัญหาหนึ่งของคลัสเตอร์เชียงใหม่ ก็คือว่าคนส่วนใหญ่เขายังไม่อยากฉีดวัคซีน มันมีคนที่บอกว่าฉันไม่ไปไหนเพราะฉันไม่อยากฉีดวัคซีน แต่คนในบ้านเขาไปทำงานกัน กลับมาก็ติดเชื้อกันในบ้าน ถามว่าทำไมไม่ฉีดวัคซีน? เพราะการรับข่าวสาร การรับข่าวสารที่มันสะสมมาเกือบปี มันก็เลยทำให้เป็น False News เป็นข่าวที่ผิด เราก็ต้องยอมรับว่าการพาดหัวข่าว การทำให้ข่าวน่าสนใจ การที่ให้มียอดไลค์ยอดแชร์ ต้องยอมรับว่าสื่อก็มีส่วนมากเหมือนกันในเรื่องของการสื่อสารในช่วงโควิด” นารากร ยกตัวอย่าง

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ รองโฆษก ศบค. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาศบค. ต้องชี้แจงโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ข่าวผิดแบบไม่ตั้งใจ (Misinformation) กลุ่มนี้ไม่มีเจตนา เพียงแต่ด้วยความที่ทุกคนสามารถสื่อสารได้เพราะต่างก็มีกล้องโทรศัพท์มือถือในมือ ไปเห็นอะไรมาก็ถ่ายรูป-ถ่ายวีดีโอ แล้วโพสต์ลงสื่อออนไลน์โดยไม่ได้ตรวจสอบก่อนจะมารู้ในภายหลังว่าสิ่งที่โพสต์ไปเป็นความเข้าใจผิด 2.ข่าวผิดแบบตั้งใจ (Disinformation) กลุ่มนี้ประสงค์ให้เกิดข่าวผิดๆ ขึ้น แต่กลุ่มนี้
จะมีไม่มากนัก

และ 3.ข่าวรั่ว (Malinformation) คือเป็นข่าวจริงแต่ยังไม่ถูกแต่งโฉมให้เรียบร้อยก่อนเผยแพร่ เช่น คนคนหนึ่งสุขภาพดีแต่แพทย์ตรวจเจอป่วยเป็นโรคร้าย ซึ่งแพทย์นั้นไม่ได้จะโกหกคนไข้แต่กำลังคิดอยู่ว่าจะบอกคนไข้อย่างไรดี สถานการณ์โควิดก็เช่นกัน อาทิ ศบค. ประชุมกันอยู่เรื่องสถานการณ์เตียงตึงตัว ซึ่งในที่ประชุมกำลังทบทวนกันว่ามีเตียงกี่ประเภท อยู่ที่ใดบ้าง และจะมีแผนรองรับอย่างไร แต่ ศบค.ยังไม่ทันแถลงก็มีสื่อเสนอข่าวไปก่อนแล้ว

“การออกไปโดยที่ไม่ได้มีข้อมูลที่ครบถ้วน ไม่ได้มีข้อเท็จจริงที่รอบด้านให้ประชาชนเข้าใจว่าในสถานการณ์ที่ยากนั้นยังมีทางออก 1-2-3-4 มันกลายเป็นข่าวร้าย แล้วกลายเป็นว่าทำไมหน่วยงานภาครัฐ 2 หน่วยพูดไม่ตรงกัน ทีนี้ถ้าเห็นการทำงานของ ศบค. จะทราบว่าตั้งแต่ ผอ.ศบค. ท่านที่แล้ว พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ท่านจะเป็นคนที่ย้ำในที่ประชุมเสมอเลยว่า ศบค. เป็นหน่วยงานที่ต้องฟังความรอบด้าน

เช่น สมมุติสาธารณสุขรายงานว่าอาทิตย์นี้การติดเชื้อธนาคารเยอะมาก ธนาคารในห้างทั้งนั้น สาธารณสุขจะเสนอมาตรการเลยว่าจำเป็นต้องประกาศปิดธนาคาร สิ่งที่เกิดขึ้น สมมุตินั่นเป็นเวลา 9 โมงเช้า ศบค. จะต้องหารือก่อนว่าถ้าปิด สาธารณสุขเสนอให้ปิดเพราะเอามาตรการป้องกันควบคุมโรคเป็นปัจจัยหลัก ท่านก็จะต้องถามก่อนทางเศรษฐกิจว่าอย่างไร? ทางกระทรวงการต่างประเทศทำได้ไหม?

หรือพอหน่วยงานภาคส่วนกลางเห็นชอบตรงกันแล้วก็ยังต้องถามพื้นที่อีกว่าแล้วถ้าประกาศแบบนี้ เพชรบูรณ์ว่าอย่างไร? สมุทรสงคราม สมุทรสาครทำได้ไหม? อันนี้คือลักษณะการทำงาน แต่พอมีการให้ข้อมูลที่ยังไม่ได้ตกผลึกกันเบ็ดเสร็จ หลายครั้งคนก็เลยจะเห็นว่าทำไม กทม. ประกาศแบบนี้ ขณะที่ ศบค. ออกมาแย้งว่าอันนี้เป็นการที่ กทม. เสนอ แต่ต้องนำเข้าที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ก่อน ตรงนี้ประชาชนสับสนทันที แต่ว่ามันเห็นที่มาที่ไปเหมือนกันว่าไม่ได้เป็นเจตนาที่จะบิดเบือน” รองโฆษก ศบค. ระบุ

พญ.อภิสมัย ยังอธิบายเพิ่มเติมในฐานะมีวิชาชีพเป็นจิตแพทย์ว่า “ภาวะสุขภาพจิตมีผลต่อวิจารณญาณในการตัดสินใจเมื่อได้รับข้อมูลข่าวสาร” ซึ่งองค์การอนามัยโลก รายงานว่า “สถานการณ์โควิด ทำให้คนทั่วโลกเผชิญปัญหาสุขภาพจิต” เริ่มจาก “ช่วงแรกๆ ที่เกิดโรคระบาดผู้คนจะมีแต่ความกลัว” เช่น กลัวติดเชื้อ กลัวว่าติดแล้วจะตาย กลัวเครื่องอุปโภค-บริโภคขาดตลาด “จากนั้นในระยะต่อมาเกิดภาวะที่เรียกว่า ความเหนื่อยล้าจากสถานการณ์โรคระบาด (Pandemic Fatigue)” ระยะนี้ผู้คนจะมีอาการกินไม่ได้-นอนไม่หลับ อารมณ์เกรี้ยวกราดฉุนเฉียว ซึ่งภาวะที่เกิดขึ้นนี้ทำให้วิจารณญาณการตัดสินใจ ความรอบคอบที่คนคนหนึ่งเคยเป็นบกพร่องได้

“เจอข่าวอะไรมา ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่เขายังสบายดีเขาอาจจะเป็นพี่ที่คอยเตือนเราด้วยซ้ำว่าน้องใจเย็นๆ นะอย่าเพิ่งตัดสิน ตอนนี้กลายเป็นเราเห็นอาจารย์ผู้ใหญ่โพสต์ลงเฟซบุ๊คเราเห็น Hate Speech (ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง) ในบุคคลที่เราคาดไม่ถึงว่าท่านเป็นที่เคารพขนาดนี้ จะเรียกว่ามันเป็นภาวะ Stress (ความเครียด) ก็ได้ Term (ศัพท์) ขององค์การอนามัยโลกเข้าเรียกว่า Distress (เป็นทุกข์-กลัดกลุ้ม) คือความจิตมันผิดปกติ ถึงขั้นเรียกว่าเสียสติก็ได้

เราก็ต้องยอมรับกันไม่ต้องอาย ปีนี้เราเสียสภาพไปเยอะ ฉะนั้นการที่บางทีเรารับรู้ข้อมูลมาแล้วเราไม่ได้ระมัดระวัง เรานอนไม่หลับ กินไมได้ กินเยอะขึ้น เราเหวี่ยงวีนมากขึ้น การทำงาน สมาธิ การจดจ่อ การตัดสินใจเราเสีย เราไม่รู้ตัว ตกเป็นกับดักง่ายมากที่เราจะเป็นเหยื่อข่าวพวกนี้ แล้วก็ตกเป็นเครื่องมือที่ถ้าไม่รู้ตัว เราเองก็จะกลายเป็นคนที่นำเสนอข่าวปลอมพวกนี้โดยแชร์ไปเรื่อยๆ” พญ.อภิสมัย กล่าว

สันติภาพ เพิ่มมงคลทรัพย์ รองผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้าน ชข่าวปลอม ประเทศไทย กล่าวว่า การทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ จะเป็นการไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงว่าเรื่องที่แชร์กันบนโลกออนไลน์เป็นจริงหรือเท็จ และหน่วยงานนั้นจะเป็นผู้ชี้แจงกลับมา และหากเป็นบุคคลก็จะต้องเป็นคนที่หน่วยงานนั้นมอบหมายให้เป็นผู้ชี้แจง ซึ่งการที่ข่าวปลอมส่วนใหญ่เป็นเรื่องสุขภาพ การพิสูจน์จึงทำได้ง่ายด้วยผลทางวิทยาศาสตร์

เช่น ความเชื่อที่ว่าเมื่อเกิดอาการท้องร่วง-ท้องเสีย ให้ดื่มน้ำอัดลมบางยี่ห้อผสมกับเกลือ แต่ความเป็นจริงคือทำแล้วจะทำให้ท้องอืดและวิธีที่ถูกต้องควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ เป็นต้น อีกทั้งต้องระบุวันที่ชี้แจงด้วย เพราะข่าวที่เป็นจริงในปัจจุบันข้อมูลในอนาคตอาจไม่จริงแล้วก็ได้ เช่น เชื้อโควิดที่ในเวลาต่อมามีการกลายพันธุ์ทำให้ข้อมูลที่ใช้อยู่ต้องเปลี่ยนไป อนึ่ง การทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ จะมีทั้งเชิงรับคือมีผู้ส่งข้อมูลเข้ามาสอบถาม กับเชิงรุกโดยมีเทคโนโลยีตรวจสอบว่าแต่ละวันมีเรื่องใดถูกแชร์กันมาก หากพบข้อสงสัยก็จะนำไปสอบถามผู้เกี่ยวข้อง

“ต้องเข้าใจก่อนว่าเวลาคนเราหลงเชื่อข่าวปลอมหรือว่าอะไร มันเกิดจากประสบการณ์แล้วก็ทัศนคติด้วย หมายความว่าอย่างไร? สมมุตินะเราไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับโควิดเลย แล้วก็เราก็ได้ยินว่าน่ากลัวนะ ลงปอดถึงแก่ชีวิตนะ เรามีแนวโน้มที่จะเชื่อแล้วระมัดระวังกับโควิดมากกว่า ประสบการณ์เราเรื่องนี้น้อย ในช่วงแรกจะมีข่าวโควิดติดง่ายกระจายเร็ว ก็จะเป็นอะไรประเภทนี้

ส่วนอคติก็คือว่าคนที่เราฟังหรือเชื่อเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือยกตัวอย่างผมทำงานอย่างนี้ ผมเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ เวลาผมพูดก็อาจจะดูน่าเชื่อถือกว่า หรืออาจจะเป็นญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพ เขาอาจจะเป็นการเอามาแชร์ต่อในเฟซบุ๊คของเขา เราก็มีแนวโน้มที่จะเชื่อมากกว่า อันนี้ก็จะทำให้ช่วงแรกๆ หมอก็มีอยู่หลายหมอ หมอแต่ละคนก็เรียนคนละที่กัน อาจจะมีความเชื่อไม่ตรงกันบ้าง แต่ละคนก็จะออกมาพูดนู่นนี่นั่น แล้วก็จะเกิดความเข้าใจผิด” สันติภาพ กล่าว

รอง ผอ.ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ฝากทิ้งท้ายว่า ทั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ชัวร์ก่อนแชร์ โคแฟคฯ เป็นการทำงานปลายทาง คือมีข่าวปลอมเกิดแล้วหน่วยงานเหล่านี้มาตามชี้แจงแก้ไข ซึ่งต้นทางคือการให้ความรู้กับผู้คน สอนให้ใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง ให้พบเห็นข้อมูลข่าวสารต่างๆ แล้วยังไม่เชื่อในทันที เพราะการที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปแต่คนยังไม่มีภูมิต้านทาน ยังไม่สามารถปรับตัวให้ตามเทคโนโลยีได้ทัน ปัญหาย่อมตามมาแน่นอน!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เชิญแวะชิม’กาแฟสด’ ฝีมือเด็กน้อยชาวกะเหรี่ยง บนดอยแม่อูคอ #SootinClaimon.Com

Posted on November 15, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615689

เชิญแวะชิม'กาแฟสด' ฝีมือเด็กน้อยชาวกะเหรี่ยง บนดอยแม่อูคอ

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.25 น.

แม่ฮ่องสอน วิวสวย กาแฟดี ที่…ร้านกาแฟ Posaho Café กาแฟเด็กน้อยทำอร่อย เชิญแวะชิมกาแฟสด ฝีมือของเด็กน้อยชาวกะเหรี่ยง พร้อมชมทิวทัศน์ของทุ่งนาเหลืองทองอร่ามที่ร้านกาแฟ Posaho café ร้านกาแฟเด็กน้อยทำอร่อย  และช่วยกันอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านหัวแม่สุริน

นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวทุ่งบัวตอง บนดอยแม่อูคอ อ.ขุนยวม ชวนเดินทางต่อไปบนเส้นทางทางเดียวกัน อีกประมาณ 8 กิโลเมตร เพื่อไปแวะชิมกาแฟสด ฝีมือของเด็กน้อยชาวกะเหรี่ยง พร้อมชมทิวทัศน์ของทุ่งนาเหลืองทองอร่ามที่ร้านกาแฟ Posaho café ร้านกาแฟเด็กน้อยทำอร่อย  และช่วยกันอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านหัวแม่สุริน 

โพส่าโฮ (Posaho) เป็นภาษาปกาเกอะญอ แปลว่า “เด็กน้อย” เป็นชื่อร้านกาแฟ โรงเรียนบ้านหัวแม่สุริน กาแฟทุกแก้วทำมาจากความตั้งใจของเด็กๆ ที่ฝึกฝนมาแรมปีเพื่อมาเปิดให้ชิมในช่วงหน้าหนาวจึงทำให้กาแฟรสชาติดีเป็นพิเศษ กาแฟของที่นี่ มีกาแฟดริปแบบคั่วอ่อน การเฟรนซ์เพรสแบบคั่วกลาง และมอคค่าพอทแบบคั่วเข้ม คุณครูและเด็กๆของที่นี่ ผ่านการอบรมการชงกาแฟและการคัดเลือกเมล็ดกาแฟมาแล้วด้วย 

ร้านกาแฟ Posaho café จะเปิดให้บริการเพียงเดือนครึ่ง เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงกลางเดือนธันวาคมของทุกปีเท่านั้น โดยจะเปิดพร้อมๆกับเทศกาลดอกบัวตองบาน ที่ดอยแม่อูคอ ซึ่งห่างออกไปไม่ไกลนักจากโรงเรียน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แรมโบ้’ช่วยด้วย!2ผัวเมียร้องทวงคืนที่ดินบรรพบุรุษ หลังถูกล้มต้นปาล์มกลางดึก #SootinClaimon.Com

Posted on November 15, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615648

‘แรมโบ้’ช่วยด้วย!2ผัวเมียร้องทวงคืนที่ดินบรรพบุรุษ หลังถูกล้มต้นปาล์มกลางดึก

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 17.02 น.

‘แรมโบ้’ช่วยด้วย!2ผัวเมียร้องทวงคืนที่ดินบรรพบุรุษ หลังถูกล้มต้นปาล์มกลางดึก

14 พฤศจิกายน 2564 นายภพ และนางสายใจ สกุลสวน สองสามีภรรยา อยู่ ต.แหลมสัก อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมด้วยครอบครัว และตัวแทนสภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกรณีถูกยึดพื้นที่โค่นทำลายต้นปาล์มน้ำมันในที่ดินทำกินที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ นับ 100 ปี รวมเนื้อที่ 17 ไร่เศษ หลังทราบว่านายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเปิดศูนย์ดำรงธรรมส่วนหน้ารับเรื่องร้องเรียน สนับสนุนภารกิจนายกรัฐมนตรี ในการประชุม ครม.สัญจร 15-16 พฤศจิกายน นี้ หลังจากที่เคยยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมไว้แล้ว แต่เรื่องเงียบ

นายภพ และนางสายใจ กล่าวว่า สำหรับที่ดินแปลงนี้ เดิมเป็นที่ดินมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ทำกินมา 3 อายุคน รวมกว่า 100 ปี ก่อนจะตกทอดมาถึงตน 2 คน ครั้งแรกที่จำความได้ที่ดินแปลงนี้มีการทำนา และต่อมาปลูกปาล์มน้ำมันจนหมดอายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 30 ปี และก็ได้โค่นทิ้งและปลูกใหม่มีอายุได้ 13 ปี ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่เข้าไปปักป้าย ยึดที่ดินและนำรถแบกโฮทำลายต้นปาล์ม เมื่อช่วงเดือนพฤศภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองมองว่าผิดวิสัยของเจ้าหน้าที่ที่เข้าทำลายผลอาสินของชาวบ้านในยามวิกาล แล้วยังข่มขู่ห้ามไม่ให้แสดงตัว จึงได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมให้ระงับการดำเนินการและสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมกันนี้เตรียมรวบรวมหลักฐาน ยื่นฟ้องศาลปกครองต่อไป

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลการถือครองที่ดินของนายภพ และนางสายใจ พบว่า เดิมที่ดินเป็นของนายเฟื่อง เนื้ออ่อน เป็นตาของภรรยา ซึ่งนายเฟื่องได้ครอบครองและทำประโยซนในที่ดินดังกล่าวมาก่อนพ.ศ.2485 ซึ่งเป็นการครอบครองและทำประโยชน์มาก่อนที่จะมีประกาศของรัฐ ประกาศให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร ประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ และประกาศให้เป็นเขตป่าขายเลน นายเฟื่อง ได้ทำประโยชน์ในที่ดินทำกินโดยการทำนามาอย่างต่อเนื่อง และประมาณปี 2530 จึงเปลี่ยนลักษณะการทำประโยชน์มาเป็นสวนปาล์มน้ำมัน และได้ปลูกปาล์มน้ำมันเป็นรายแรกๆในจังหวัดกระบี่

ผู้เสียหายได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อจากนายเฟื่อง และได้ชำระภาษีบำรุงท้องที่ รวมถึงได้จดทะเบียนเกษตรกร และทำกินในที่ดินตลอดมา จนถึงปัจจุบัน และไม่มีสภาพเป็นป่า นอกจากนี้ที่ดินติดกันล้อมที่ดินของผู้เสียหายมีที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง มีถนน และไฟฟ้า มีทะเบียนบ้าน เป็นชุมชนมีราษฎรอยู่อาศัยหลายครัวเรือนและทำกินกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เบื้องต้นทางผู้ช่วยรัฐมนตรีมนตรีประจำสำนักนายกฯได้รับเรื่องไว้ และสั่งการให้ทางจังหวัดกระบี่ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับ 2 สามีภรรยา ต่อไป

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่มีขายทั้งจังหวัด! สงขลาผักหลายชนิดขาดตลาด น้ำท่วมถนนรถขนส่งผ่านไม่ได้ #SootinClaimon.Com

Posted on November 15, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615627

ไม่มีขายทั้งจังหวัด! สงขลาผักหลายชนิดขาดตลาด น้ำท่วมถนนรถขนส่งผ่านไม่ได้

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.50 น.

14 พฤศจิกายน 2564 ที่ตลาดทรัพย์สินพลาซ่า เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา จากกรณีน้ำท่วมถนนทางหลวงหมายเลข 41หรือถนนสาย เอเชีย 41 ขาขึ้นกรุงเทพฯและล่องใต้ กม.33 – 34 ช่วงอำเภอสวี โดยมีการปิดเส้นทาง ห้ามรถทุกชนิดผ่าน ส่งผลทำให้รถบรรทุกพืชผักที่เดินทางมาส่งในพื้นที่ จังหวัดสงขลาไม่สามารถนำผักมาส่งได้ ทำให้ตลาดในจังหวัดสงขลา ผักหลายชนิดขาดตลาดไม่มีขายในพื้นที่จังหวัดสงขลา เนื่องจากผักส่วนใหญ่จะต้องเดินทางมาจากจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกใหญ่ในภาคกลางที่แม่ค้าในจังหวัดสงขลาสั่งซื้อผักจากที่นี่เกือบทุกชนิด ประกอบด้วย ต้นหอม ผักชีผัก ผักขึ้นฉ่าย ผักคะน้า ผักสายซิ้ม ผักบุ้งจีน ผักกาดหอม ใบโหระพา มะระ 

เมื่อรถบรรทุกผักที่เดินทางมาจากภาคกลางไม่สามารถผ่านลงมาพื้นที่ภาคใต้ได้ เนื่องจากน้ำท่วมถนนสายเอเชีย 41 ที่จังหวัดชุมพร ทำให้ผักขาดตลาดไม่มีผักขาย ในตลาดทั้งจังหวัดสงขลา 

นางประภา จินดา แม่ค้าผักในตลาดทรัพย์สินพลาซ่าสงขลา กล่าวว่า ช่วงนี้ผักไม่ค่อยมีน้ำท่วมที่สุราษฎร์ ชุมพร รถมาไม่ได้ ผักน้อยแม่ค้าไม่ได้ขายเลย เหมือนกันทั้งหมดทั้งจังหวัดสงขลา ไม่ได้ขายผักกันเลย ตั้งแต่เมื่อวานนี้ วันนี้มีผัก เล็กๆน้อยๆ ผักก็แพง มาไม่ได้น้ำท่วมเยอะ  ที่ขายอยู่ส่วนใหญ่ตอนนี้เป็นผักพื้นบ้าน ที่ซื้อมาจากอำเภอหาดใหญ่ มีแตงกวามีกะหล่ำพวกนี้ และมะเขือเทศที่ได้ขายอยู่ 

สำหรับผักที่มาจากราชบุรี ประกอบด้วย ต้นหอม ผักชีผักขึ้นฉ่าย ผักคะน้า ผักสายซิ้ม ผักบุ้งจีน ผักกาดหอม ใบโหระพา มะระ อันนี้มาจากราชบุรีทั้งนั้นเลย ตอนนี้ไม่มีของขายเลย แม่ค้ามั่วไปหมดแล้ว ไม่มีของเลย 

ล่าสุดในวันนี้ระดับน้ำบนถนนสายเอเชียเริ่มลดลง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ระบายรถที่ติดค้างอยู่บนถนนสายเอเชียประมาณ 20 กิโลเมตร โดยเฉพาะรถขนาดใหญ่ออกจากพื้นที่ถนนได้แล้วบางส่วน แต่เป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากระดับน้ำยังคงสูงอยู่ ทั้งขาขึ้นและขาล่อง และเพื่อความปลอดภัยและลดความเสียหายของสินค้าที่อาจจะเกิดขึ้น .012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลำปางผุดไอเดียจัดงานบุญ‘นั่งรถม้าทอดกฐิน หนึ่งเดียวในโลก’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 15, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615625

ลำปางผุดไอเดียจัดงานบุญ‘นั่งรถม้าทอดกฐิน หนึ่งเดียวในโลก’

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.43 น.

สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดลำปาง ผุดไอเดียจัดงานบุญ “นั่งรถม้าทอดกฐิน หนึ่งเดียวในโลก”

14 พฤศจิกายน 2564 นางสุมาลี จังเกษม นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า เพื่อสืบสานส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมทางศาสนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว ของจังหวัดลำปางโดยเฉพาะ “รถม้า” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเขลางค์นคร หรือจังหวัดลำปาง ดังนั้นทางสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดลำปาง เล็งเห็นความสำคัญเรื่องการท่องเที่ยว รวมถึงประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม จึงกำหนดจัดกิจกรรมงานบุญภายใต้ชื่อ “นั่งรถม้าทอดกฐิน หนึ่งเดียวในโลก” ขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ทอดถวาย ณ วัดศรีรองเมือง ถนนท่าคราวน้อย ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง โดยมีนายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และนางวรรณวิไล  กันเพ็ชร์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดลำปาง ในฐานะประธานจัดงาน เปิดเผยอีกว่า กิจกรรม “นั่งรถม้าทอดกฐิน หนึ่งเดียวในโลก” เป็นการส่งเสริมผลักดันการท่องเที่ยวจังหวัด และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมานาน โดยเฉพาะ “รถม้า” เนื่องจากรถม้าเป็นสัญลักษณ์คู่เมืองลำปาง การจัดกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นการทำบุญที่ไม่เหมือนใครและเป็นหนึ่งของประเทศไทยและหนึ่งเดียวในโลก     

สำหรับกิจกรรม “นั่งรถม้าทอดกฐิน หนึ่งเดียวในโลก” เริ่มตั้งแต่เวลา 15.30 น.วันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 หลังพิธีเปิดแขกผู้มีเกียรตินำต้นกฐินนั่งบนม้าประมาณ 50 คัน จากนั้นขบวนออกจากช่วงนครห้าแยกหอนาฬิกา แห่ไปตามตัวเมืองลำปาง ผ่านถนนสุเรนท์ย่าน ต.สบตุ๋ย อ้อมผ่านแยกน้ำพุหน้าสถานีรถไฟ และเข้าไปในวัดศรีรองเมือง ขบวนรถม้าแห่รอบโบสถ์ 3 รอบ แล้วตั้งขบวนกฐินโดยมีช่างฟ้อนนางรำแห่นำหน้ากฐิน ขบวนแห่เข้าภายในวัดเพื่อทำพิธีทางศาสนาแล้วทอดถวายกฐิน เสร็จพิธี ร่วมรับประทานอาหารขันโตกชมการแสดงและชมความงดงามของวัดศรีรองเมืองที่เก่าแก่งดงาม โดยการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มีการตรวจคัดกรอง ปฏิบัติตามาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของทางจังหวัดลำปางอย่างเคร่งครัด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอเณร’เมืองกาญจน์ เตรียมยื่นหลักฐานให้ศาล ป่วยโควิดกินสมุนไพรแล้วหายจริง #SootinClaimon.Com

Posted on November 15, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615618

'หมอเณร'เมืองกาญจน์ เตรียมยื่นหลักฐานให้ศาล ป่วยโควิดกินสมุนไพรแล้วหายจริง

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.27 น.

14 พฤศจิกายน 2564 นายชัยรัตน์ นนทชัย หรือหมอเณร หมอสุมนไพรชื่อดัง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 เวลาประมาณ 10.30 น.ตนจะเดินทางไปยื่นหนังสือเอกสารเพิ่มเติมคดีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้กรมแพทย์แผนไทยรับรองตำรับยาสมุนไพรสร้างไฟธาตุ และผลการรักษา โรคหัวใจเบาหวานแผลเน่า ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน แต่กรมและกระทรวงสาธารณสุข ได้ไปยื่นอุทธรณ์ต่อ ซึ่งยาสมุนพรสร้างไฟธาตุคือภูมิคุ้มกันตัวจริงมีฤทธิ์ป้องกัน และรักษาเชื้อไวรัส โควิด-19 หายจริงและดีกว่าการฉีดวัคซีน

โดยตนได้ทำหนังสือถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานศูนย์บริหารการระบาด โควิด 19 และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ช่วยส่งเสริมตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2564 เวลาผ่านมา 30 วัน แล้ว แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า

ดังนั้นตนจึงจะนำหลักฐานเดินทางทางไปมอบให้กับศาลเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ย.) เพื่อเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้แก่คดีเดิม แต่ตนก็ไม่ได้หวังเอาผิดใคร จุดประสงค์ที่แท้จริงนั้นคือเพียงแค่ต้องการให้ยาสมุนไพรที่ดีกว่าวัคซีน รวมทั้งมีความปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียงต่อผู้ป่วย เพื่อประชาชนชาวไทยและทั่วโลกที่ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จะได้มีทางเลือกอีกทางหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องไปฉีดวัคซีนตามข้อบังคับของกระทรวงสาธารณสุขอีกต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงประทานผ้าพระกฐินวัดศิริเจริญเนินหม้อ เมืองราชบุรี #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615555

สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงประทานผ้าพระกฐินวัดศิริเจริญเนินหม้อ เมืองราชบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.47 น.

ประธานเครือข่ายธุรกิจบิสคลับประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารเทศบาลตำบลหลักเมือง และประชาชนร่วมพิธีอัญเชิญพร้อมถวายผ้าพระกฐินประทาน สมเด็จพระสังฆราชฯ ณ วัดศิริเจริญเนินหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.64 ที่ผ่านมา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานผ้าพระกฐินให้นายกุณฑล ปุรณวัฒนกุล ประธานเครือข่ายธุรกิจบิสคลับประเทศไทย ไปทอดถวายวัดวัดศิริเจริญเนินหม้อ (วัดโคกหม้อ) อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยได้อันเชิญผ้าพระไตรประทานขึ้นรถสามล้อโบราณของชมรมกีฬาจักรยานโบราณเมืองคนสวย จ.ราชบุรี พร้อมกับจักรยานล้อโต โดยมีนางสาวชูษร โฆษะบดี รองนายกเทศมนตรีตำบลหลักเมือง และว่าที่ร้อยตรีเสรี ศรวัฒนา ประธานชมรมกีฬาจักรยานโบราณเมืองตนสวย จ.ราชบุรี สมาชิกชมรมกีฬาจักรยานโบราณ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี พร้อมด้วยผู้สื่อข่าวจังหวัดราชบุรี ร่วมปั่นจักรยานอัญเชิญผ้าไตรประทานและพุ่มผ้าป่าโดยเริ่มตั้งขบวนปั่นจักรยานบริเวณริมถนนเพชรเกษมสายเก่า มุ่งหน้าไปยังวัดศิริเจริญเนินหม้อ ระยะทางประมาณ 500 เมตร 

เมื่อขบวนจักรยานมาถึงบริเวณหน้าวัด นายทศพล เผื่อนอุดม นายอำเภอเมืองราชบุรี เป็นผู้แทนรับผ้าพระกฐินประทานวางบนพานแว่นฟ้า เบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระสังฆราชฯ  โดยมีนายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย นางเตือนจิต มิ่งคำเลิศ พระขนิษฐาในสมเด็จพระสังฆราชฯ เปิดกรวยดอกไม้ กราบถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป เชิญตาลปัตรถวายแด่พระครูสิริสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดศิริเจริญเนินหม้อ ประธานสงฆ์ให้ศีล และประกอบพิธีทางศาสนา สำหรับการจัดพิธีดังกล่าว มีนางสาวกุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต 1 นายสินาด รุ่งจรูญ นายกเทศมนตรีตำบลหลักเมือง นางสาวชูษร โฆษะบดี นางสาวณฐวิภา โฆษะบดี รองนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาล คณะกรรมการวัด ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชน ร่วมประกอบพิธีทำบุญ

โดยนายกุณฑล ปูรณวัฒนกุล ประธานเครือข่ายธุรกิจบิสคลับประเทศไทย ได้อ่านหนังสือรับสั่ง ตามที่สมเด็จพระสังฆราชฯ โปรดประทานผ้าพระกฐิน ให้ประธานเครือข่ายบิสคลับประเทศไทย ผู้ขอรับประทานผ้าพระกฐิน เชิญไปถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดศิริเจริญเนินหม้อ เพื่อเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และการรักษาประเพณีที่ดีงามของทางวัด ทั้งนี้ การประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐินประทาน มีนางเขียน ยศพรเลิศล้ำ เป็นประธานอุปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์ ร่วมเป็นรองอุปถัมภ์ รวมทั้งมีประชาชนเดินทางมาร่วมทำบุญด้วย โดยมียอดการร่วมทำบุญในครั้งนี้ รวมจำนวน 1,779,572 บาท  

สำหรับวัดศิริเจริญเนินหม้อ เป็นวัดที่สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงประทานผ้าพระกฐิน เนื่องในงานทอดกฐิน เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยปีนี้ได้มีการจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19  โดยช่วงที่ผ่านมาก็ยังเปิดรับเผาศพผู้ติดเชื้อโควิด -19 ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด จนปล่องเมรุเกิดรอยแตกร้าว ทำให้ต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซมจนเปิดรับเผาศพใหม่ได้อีกในปัจจุบันมีการเผาศพไปกว่า 100 ศพแล้ว ส่วนการจัดงานวันนี้ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหลักเมือง พร้อมหน่วยงานด้านสาธารณสุข อสม.ได้มาคอยดูแลตั้งจุดวัดอุณหภูมิ ห้องพ่นสเปรย์แอลกอฮอล์ ก่อนเข้าพื้นที่ด้านใน ซึ่งยังคงมีประชาชนนำอาหาร น้ำดื่ม มาร่วมเลี้ยงให้กับผู้ที่มาร่วมทำบุญ รวมทั้งบางคน ก็ยังนำข้าวสารมามาร่วมแจกให้กับชาวบ้านที่มาร่วมในงานดังกล่าวเพื่อร่วมทำบุญในงานดังกล่าวด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,296,736 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
Graffiti protests against the possibility of a delayed general election in Bangkok
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
'ป้าตือ' ขึ้นแท่น 'มาดามแห่งวงการออนไลน์' คนใหม่ LIVE EP แรก คนดูชน 5 แสน!!! #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
'หนึ่งคำพูด...ล้านกำลังใจ' ส่งถึง 'เหล่านักรบเสื้อขาวและผู้ป่วย' สู้ศึกโควิด-19 #SootinClaimon.Com
แอลกอฮอล์ อาชญากรรม และการปฏิรูปตำรวจ(ไทย)
Waymo to launch fully driverless service to the public - a first just in time for the pandemic #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d