Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : ‘บูรณาการ-ตรงจุดรายกลุ่ม’ ทางออกแก้ปัญหา‘คนไร้บ้าน’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615528

สกู๊ปแนวหน้า : ‘บูรณาการ-ตรงจุดรายกลุ่ม’  ทางออกแก้ปัญหา‘คนไร้บ้าน’

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“คนไร้บ้าน” หรือ “คนเร่ร่อน” หมายถึงผู้ที่ใช้ชีวิตกินอยู่หลับนอนในพื้นที่สาธารณะ เช่น บนทางเท้าริมถนน บริเวณป้ายรถเมล์ คนไร้บ้านเป็นปรากฏการณ์คู่เมืองใหญ่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย มีสาเหตุจากทั้งด้านเศรษฐกิจ เห็นได้จากวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 และวิกฤตโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน ทำให้คนตกงานขาดรายได้จนบางส่วนไม่สามารถเช่าที่อยู่อาศัยได้อีก หรือด้านปัญหาส่วนตัว อาทิ รู้สึกว่าบ้านไม่น่าอยู่ จึงออกมาใช้ชีวิตข้างถนน เป็นต้น

คนไร้บ้านเป็นปัญหาสังคมที่ถูกพูดถึงเป็นระยะๆ ล่าสุดกับหลายข่าวที่กล่าวถึงคนไร้บ้านบางส่วนมีพฤติกรรมก่อความเดือดร้อนรำคาญกับคนทั่วไป เช่น เมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค. 2564 มีข่าวชายท่าทางเมาสุรา พูดจาลวนลามและทำร้ายร่างกายหญิงสาวบริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพฯ ซึ่งคดีนี้ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ในวันที่ 9 พ.ย. 2564 หรือกรณีชายคล้ายคนเมาสารระเหย เดินเตร็ดเตร่บริเวณ ถ.สุขุมวิท ใกล้สำนักงานขนส่ง จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีรายงานข่าวช่วงต้นเดือน พ.ย. 2564 ว่าก่อเหตุทั้งลวนลามหญิงสาวและทำร้ายร่างกายเด็ก

ข่าวข้างต้นนำมาซึ่งเสียงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามา “จัดระเบียบ” เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม “คำว่าจัดระเบียบนั้นสามารถมองได้หลายมุม” ดังความเห็นของ สิทธิพล ชูประจง หัวหน้าโครงการผู้ป่วยข้างถนน มูลนิธิกระจกเงา ที่มองว่า “คนไร้บ้านไม่สามารถทำให้หายไปได้ แต่จะทำอย่างไรให้การใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะของคนกลุ่มนี้ไม่ก่อความเดือดร้อนกับคนทั่วไป” นั่นคือประเด็นที่ต้องช่วยกันคิด

สิทธิพล ยกตัวอย่างคนไร้บ้านที่อาศัยอยู่บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง หากไปขับไล่ไม่ให้อยู่สุดท้ายคนกลุ่มนี้ก็จะย้ายไปอยู่ในจุดอื่นอยู่ดี ไม่ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เมื่อมีการจัดระเบียบท้องสนามหลวง ทำให้คนไร้บ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวย้ายมารวมกันที่หัวลำโพง แต่ผู้เกี่ยวข้องสามารถจัดระบบบริการต่างๆ ที่จำเป็นกับคนกลุ่มนี้เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้ อาทิ การตั้งจุดแจกอาหาร หากทำเป็นจุดเฉพาะแล้วกำหนดให้คนไร้บ้านมารับในจุดนั้น ความเป็นระเบียบก็จะเกิดขึ้น และยังลดปัญหากลุ่มที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ด้วย

“ผมเรียกคล้ายๆ มาเฟีย เป็นพวกคนมีบ้าน คนในชุมชน เขามาสร้างกลุ่มแก๊ง รวบรวมสมัครพรรคพวก เอาคนไร้บ้านไปเป็นพวก แล้วมาทำเรื่องของการจัดระเบียบนู่นนี่นั่น หมายถึงจัดแถวคนไร้บ้านที่มารับข้าวที่มาแจก แต่จะมีการเรียกรับผลประโยชน์บ้าง เอาของไปแจกอะไรอย่างนี้ บางทีก็มีทำร้ายร่างกาย กลุ่มมาเฟียนี้ก็จะมีปัญหา เขาก็จะกร่างๆ กินเหล้า อะไรแบบนี้” สิทธิพล ระบุ

สำหรับคนไร้บ้านที่มีพฤติกรรมก่อความเดือดร้อนรำคาญกับคนทั่วไป เช่น ตั้งวงดื่มสุราส่งเสียงดัง สิทธิพล กล่าวว่า คนกลุ่มนี้ถือเป็นส่วนน้อย และตำรวจสามารถดำเนินการภายใต้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายได้ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กดดันมากๆ พฤติกรรมย่อมลดลง และเมื่อนำคนเหล่านี้ออกไปก็จะเหลือแต่คนที่มีความยากลำบากในการใช้ชีวิตจริงๆ โดยจากข้อมูลที่ปรากฏในงานวิจัย พบว่าคนไร้บ้านส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งคนวัยนี้มีศักยภาพในการก่ออาชญากรรมลักวิ่งชิงปล้นหรือทำร้ายร่างกายมีน้อย

ส่วนประเด็นคนไร้บ้านที่มีอาการทางจิต หรืออาการที่เกิดจากการใช้สารเสพติด เช่น สารระเหย ที่มีรายงานข่าวว่าก่อความเดือดร้อนแล้วตำรวจไม่รู้จะจัดการอย่างไรสุดท้ายทำได้เพียงจับๆ ปล่อยๆ ประเด็นนี้จริงๆ แล้วมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องครอบคลุมอย่างครบวงจร เช่น พ.ร.บ.สุขภาพจิต ที่ผู้พบเห็นคนไร้บ้านที่น่าจะมีอาการทางจิต สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมานำตัวไปเข้ากระบวนการรักษาได้โดยไม่ต้องมีญาติพาไป รวมถึงกระบวนการบังคับบำบัดผู้ติดยาเสพติดก็เช่นกัน สามารถทำได้หากเห็นว่าปล่อยไว้จะเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น

นอกจากนี้ หลังผ่านกระบวนการบำบัดรักษาแล้วเมื่อออกมาสู่สังคมแล้วไม่มีผู้ดูแลและอาการก็ยังไม่ได้ดีขึ้นในระดับที่สามารถดูแลตนเองได้ สิ่งที่ทำได้คือการส่งต่อไปอยู่ในการดูแลของสถานสงเคราะห์ เพียงแต่ที่ผ่านมาการปฏิบัติตามกฎหมายยังมีปัญหา เช่น ตำรวจควบคุมตัวไปส่งโรงพยาบาลแต่โรงพยาบาลไม่รับไว้เพราะเข้าใจว่าต้องมีญาติพามาด้วย ทั้งที่กฎหมายกำหนดว่าไม่ต้องมีญาติก็ได้ หรือสถานสงเคราะห์ที่ต้องรับผู้ป่วยต่อจากโรงพยาบาลไปฟื้นฟู ยังไม่สามารถดูแลเพื่อการฟื้นฟูได้ เป็นต้น

สอดคล้องกับความเห็นของ สมพร หารพรม ผู้ประสานงานมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่กล่าวว่า “การแก้ปัญหาที่ตรงจุดนั้นไม่อาจมองแบบเหมารวม เพราะคนไร้บ้านมีหลายกลุ่ม และต้องทำงานแบบบูรณาการ” เช่น เมื่อตำรวจไปจับกุมแล้วพบว่าติดสารเสพติด เบื้องต้นตำรวจจะมีอำนาจควบคุมตัวไว้ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น หากพ้นไปแล้วก็ต้องปล่อยตัว ดังนั้นต้องมีหน่วยงานอื่นมารับช่วงต่อ อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)นำตัวไปบำบัดฟื้นฟู เช่นเดียวกับผู้มีอาการทางจิต ก็ต้องส่งต่อให้กระทรวงสาธารณสุข หรือโรงพยาบาลที่ดูแลด้านนี้

“กรณีที่ป่วยทางจิตเขาจะมีขั้นตอนในการดูแล ถ้ารักษาหาย หายในความหมายของโรงพยาบาลคือได้รับยา ถ้าไม่ถูกกระตุ้นเขาจะไม่เครียด ไม่กลับมาป่วย อะไรอย่างนี้ แต่มันต้องมีครอบครัว มีที่หรือศูนย์อะไรก็แล้วแต่ ทำให้เขาไม่มีความเครียดและได้กินยาต่อเนื่อง เขาถึงจะหลุดไม่มีกลับมาป่วยอีก หรือยังป่วยแต่อาจจะน้อยลง แต่ปัจจุบันมันไม่มีเรื่องนี้” สมพร ระบุ

ขณะที่หากเป็นคนไร้บ้านในวัยสามารถทำงานได้ สมพร เล่าว่า เท่าที่เคยสำรวจจะพบคนกลุ่มนี้เมื่อมีรายได้ก็จะเจียดเงินส่วนหนึ่งไปเช่าห้องพักรายวัน ราคา 30-60 บาทต่อคืน เพราะมีห้องน้ำและสามารถนอนหลับได้เต็มอิ่มกว่าการอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ดังนั้น กระทรวงแรงงาน น่าจะมีบทบาทในการหางานให้คนเหล่านี้ทำเพื่อให้มีเงินไปจ่ายค่าที่พัก ส่วนสาเหตุที่ไม่ยอมไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ เพราะคนที่อยู่ในนั้นส่วนใหญ่ ร้อยละ 60-70 เป็นผู้มีอาการทางจิต อีกทั้งกฎระเบียบที่ไม่ตอบโจทย์คนไร้บ้านกลุ่มนี้ที่ต้องการอิสระและสามารถจัดการตนเองได้

ยังมีคนไร้บ้านกลุ่มอื่นๆ อีกที่เป็นประเด็นท้าทาย เช่น กลุ่มวัยทำงานตอนปลาย อายุ 40 หรือ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งคนทั่วไปหากตกงานในวัยนี้ก็มักจะหางานใหม่ได้ยาก และคนไร้บ้านวัยเดียวกันนี้จะยิ่งหางานยากกว่าเพราะมีข้อจำกัดด้านวุฒิการศึกษา หรือกลุ่มสูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย และสถานดูแลผู้สูงอายุนั้นไม่ได้เข้าไปอยู่ได้ง่าย หลายแห่งก็เต็มแล้ว รวมถึงกลุ่มผู้ต้องขังพ้นโทษ ออกจากเรือนจำมาไม่สามารถหางานทำได้เพราะมีประวัติอาชญากรรมจึงถูกตีตรา ครั้นจะกลับบ้านก็ไม่ได้เพราะครอบครัวและชุมชนก็ไม่ยอมรับ เป็นต้น

“พยายามเสนอเรื่องกลไกการทำงานแบบบูรณาการว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องตรงไหน เช่น ถ้าเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายตำรวจก็ต้องเข้ามา อย่างหน่วยงานรัฐเขาก็อาจจะไม่สามารถทำได้ก็ต้องเป็นทางตำรวจเข้ามาร่วมมือ ป่วยทางจิตก็กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องมาร่วมมือ ผู้สูงอายุแน่นอนว่าตรงกับทาง พม. ต้องมีกรมกิจการผู้สูงอายุเข้ามาดูแลมาช่วยกันในการที่จะแก้ปัญหาผู้สูงอายุที่อยู่ในที่สาธารณะได้อย่างไร” สมพร กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘อัมพวาโมเดล’พลิกโฉม‘โรงพัก’ เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ ปั้น‘วัยรุ่นเชิงบวก’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615514

สกู๊ปพิเศษ : ‘อัมพวาโมเดล’พลิกโฉม‘โรงพัก’  เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ ปั้น‘วัยรุ่นเชิงบวก’

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ขึ้นชื่อว่าโรงพัก ไม่มีความจำเป็นจริงๆ คงไม่มีใครอยากจะไปเยือนเท่าไหร่นัก เนื่องจากความจำเป็นที่ว่านั้นส่วนใหญ่มักเป็น “เรื่องร้ายๆ” เสียมากกว่า

แต่ทว่าล่าสุด “เครือข่ายอัมพวาโมเดล” นำโดย พ.ต.อ.เผด็จ ภู่บุบผากาณจน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอัมพวา ร่วมกับมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่าย
พัฒนาคุณภาพชีวิต ชมรมศิลปะและวัฒนธรรมอัมพวา  เทศบาลตำบลอัมพวา สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการแปลงโฉมหน้าพื้นที่ “สถานีตำรวจภูธรอัมพวา” ให้เป็นพื้นที่ดีๆ ที่ใครก็อยากมา ในโครงการ “อัมพวามีดี  พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อเด็กและเยาวชน”

พ.ต.อ.เผด็จ เล่าให้ฟังว่า การแปลงโฉมครั้งนี้ เราจะใช้พื้นที่หน้าสถานีตำรวจภูธรอัมพวา เป็นเวทีแสดงศิลปะและวัฒนธรรมของเด็กและเยาวชน ในช่วงเย็นถึงค่ำของวันเสาร์และอาทิตย์  โดยภายในงานมีการแสดงต่างๆ เช่น วีลแชร์แดนซ์ จากศูนย์การศึกษาพิเศษอัมพวา นาฏมวยไทย หุ่นกระบอก คละเคล้าการแสดงดนตรีตำรวจ และการถ่ายทอดประสบการณ์ของเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาด แต่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้  พร้อมกันนี้ภายในงานยังมีการแจกจ่ายยาสมุนไพรเคอร่า ของบริษัทเวชกรรมโอสถ ให้กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่อีกด้วย

ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอัมพวา กล่าวว่า กิจกรรมที่เราจัดขึ้นนั้น จะพาทุกคนให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนไปวัยเด็ก ที่มีความสุขกับการเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ แต่ที่นี่เราไม่ต้องรอจนถึงวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม แต่ทุกวันเสาร์ แถมด้วยวันอาทิตย์ เปิดเวทีให้เด็กๆ ลูกๆ หลานๆ ของเราได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ฝึกฝนศิลปวัฒนธรรมได้ตามความสนใจ ซึ่งมีทั้ง โขนรำไทย กิจกรรมจิตอาสา กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ ล้วนแต่ช่วยเสริมทักษะการเข้าสังคมที่ดี 

ส่วนเรื่องการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 นั้น ทางเครือข่ายอัมพวาโมเดล ให้ความสำคัญอย่างมาก จึงมีการเตรียมพื้นที่ให้มีความเหมาะสม มีมาตรการควบคุมป้องกันโรคตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข และเมื่อผู้เข้าร่วมงานทุกคนร่วมมือกันในการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคสูงสุด ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมือบ่อยๆ ทั้งเครือข่ายที่เราเตรียมความพร้อมไว้ และความร่วมมือจากประชาชนที่มาเยี่ยมชมกิจกรรมเชื่อว่าทุกคนจะมีความสุขกับกิจกรรมอย่างปลอดภัย 

“เด็กและเยาวชนเป็นช่วงวัยที่มีพลัง มีแรงขับในตัวเองซึ่งสามารถแสดงออกได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งในทางบวกและทางลบ หน้าที่สำคัญข้อหนึ่งของผู้ใหญ่คือการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่ในการแสดงออกให้ลูกหลานได้แสดงศักยภาพในทางสร้างสรรค์ในทางบวกจะเป็นเกราะป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนทั้งความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุ  แข่งรถซิ่ง ยาเสพติด  ท้องก่อนวัยอันควร การทะเลาะวิวาท ติดเหล้า-พนัน-ยาเสพติด

กิจกรรมที่เราจัดขึ้นถือเป็นอีกจิ๊กซอว์หนึ่งที่สำคัญในการทำงานเชิงป้องกัน และรวมถึงการแก้ไขในกรณีที่เด็กและเยาวชนเคยก้าวพลาด จะได้เปลี่ยนพลังทางลบ เป็นพลังที่สร้างสรรค์ เป็นพลังทางบวก สร้างแรงบันดาลใจให้ปรับเปลี่ยนตัวเอง แต่เพื่อให้เกิดการป้องกันแก้ไขอย่างยั่งยืน ก็ขอให้ถือเป็นธุระของทุกคนในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง” ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอัมพวา กล่าว

ทั้งนี้ ด้วยบรรยากาศ และอากาศที่เริ่มเย็นลงทำให้เหมาะแก่การท่องเที่ยว อีกทั้งเมื่อรัฐบาลเปิดให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นแล้วนั้น เชื่อว่ากิจกรรม อัมพวามีดี  พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อเด็กและเยาวชน จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่สามารถดึงดูดให้คนอยากมาผ่อนคลายไปกับศิลปะ แถมได้รับความรู้ที่เราตั้งใจนำมาฝากด้วย

และเพื่อเป็นการโหมโรงก่อนไปเยี่ยมชมกิจกรรม เรามาฟัง 2 เยาวชนที่เคยก้าวพลาด บอกเล่าประสบการณ์ให้ฟังกันก่อน

เริ่มที่ นายมณฑล พวงเงิน อดีตเยาวชนที่ติดบุหรี่จนต้องเป็นมะเร็งในช่วงวัยรุ่น เล่าว่า ตัวเองเริ่มสูบบุหรี่มาตั้งแต่ช่วงมัธยม ด้วยเห็นว่าพระเอกในหนัง สูบแล้วดูเท่ดี 
จุดเริ่มต้นมาจากตรงนั้น และสูบเรื่อยมาจนถึงเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ที่ต้องออกมาอยู่หอไกลหูไกลตาพ่อ แม่ ยิ่งสูบได้อย่างเสรีมากขึ้น สูบหนักมากจนกระทั่งเริ่มมีอาการบวมที่ลำคอ แต่ยังไม่คิดอะไรมากและไม่เคยคิดว่าจะเกี่ยวอะไรกับบุหรี่ เพราะคิดว่าคนจะเป็นโรคจากบุหรี่มักจะเป็นคนที่อายุเยอะ คงไม่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นอย่างเรา

“แต่สุดท้ายอาการมันเริ่มมากขึ้น เจ็บคอหนักขึ้น จนต้องไปหาหมอ จึงรู้ว่าเป็นมะเร็งที่คอ ต้องผ่าตัดเจาะคอ และรักษาตัวอยู่นานนับปี ทุกวันนี้ก็ยังต้องกินยาตลอด
หมดค่ารักษาไปนับล้านบาท แต่กระนั้นก็ไม่สามารถหายเป็นปกติได้ ไม่สามารพกลับมาพูดได้แบบคนปกติ การขยับตัวลำบาก ต้องฝึกพูดใหม่และทำกายภาพ ทำงานหนักมากๆไม่ได้ และยิ่งช่วงโควิดยิ่งต้องระวังมาก เพราะปอดเราไม่ดีอยู่แล้ว” นายมณฑล กล่าว

ขณะที่ นายชนายุทธ เลาะและ อีกหนึ่งเยาวชนก้าวพลาด จากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย)บ้านกาญจนาภิเษก เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ยังเล็กๆ ตนก็ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ อาศัยอยู่กับญาติ ช่วงมัธยมต้นต้องลาออกจากโรงเรียน เพราะติดเที่ยว จับกลุ่มกับเพื่อน แข่งรถประลองความเร็ว แต่ในวันที่ต้องขับรถไปรับแฟนแล้วรถเกิดเสียหลักชนเสาไฟ ได้รับบาดเจ็บรุนแรง ต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทรานานกว่า 8 เดือน ใครที่เห็นต่างก็คิดว่า “ไม่รอด”แต่แฟนก็ยังดูแลตนตลอดจนสามารถฟื้นคืนกลับมาแบบปาฏิหาริย์ แต่สภาพร่างกายซูบผอม เรียกว่าเหลือแต่กระดูกก็ว่าได้ 

ชนาเล่าต่อไปว่า ในเวลาต่อมา ร่างกายของตนค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาได้ แต่พอฟื้นตัวกลับมาแล้วยังคิดไม่ได้ หลงกลับเข้าไปอยู่ในวังวนเดิมๆ มีเรื่องยาเสพติด และถูกจับกุมก่อนถูกมาอยู่ที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย)บ้านกาญจนาภิเษก และได้เรียนรู้หลายต่อหลายเรื่องในนั้น ได้เข้าใจชีวิตและเห็นคุณค่าในตัวเอง ได้ฝึกฝนการมองสังคมเชื่อมโยงตัวเองกับคนอื่น เคารพกติกาสังคม ก็นับว่ายังโชคดีที่ได้เรียนรู้จากตรงนี้จนสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ จึงอยากนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง

“และวันนี้ก็ขอแสดงความยินดีกับเด็กอัมพวาที่โรงพักที่นี่เปิดพื้นที่ให้ได้แสดงออกกันอย่างสร้างสรรค์  เพราะผมเชื่อว่าการห้าม การไล่จับอย่างเดียวแก้ปัญหาเยาวชนไม่ได้  พื้นที่แบบนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ” ชนายุทธ กล่าวทิ้งท้าย

ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมดีๆ ที่จะช่วยส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เติบโตขึ้นเป็นคนดีในสังคมต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘LE Financing’นวัตกรรม เช็คสุขภาพการเงินธุรกิจชุมชน #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615519

‘LE Financing’นวัตกรรม เช็คสุขภาพการเงินธุรกิจชุมชน

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายบัณฑิต อินณวงศ์ หัวหน้าแผนงานการพัฒนาธุรกิจชุมชน หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก บพท.กับคณาจารย์และคณะนักวิจัยจาก 20 มหาวิทยาลัย ได้เข้าสำรวจข้อมูลธุรกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 630 แห่ง ระหว่างวันที่ 1-15 ก.พ. 2564 และพบว่าธุรกิจกว่าร้อยละ 61.6 มีรายได้ลดลง

ขณะที่ธุรกิจ ร้อยละ 42.3 ต้องลดรายจ่าย และธุรกิจ ร้อยละ 46.6 เผชิญปัญหาต้นทุนในการดำเนินกิจการ ส่วนธุรกิจ ร้อยละ 36.5 เผชิญกับความเสี่ยงในการดำเนินกิจการเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า มีธุรกิจเอสเอ็มอีในชุมชนจำนวนไม่น้อยที่เสี่ยงจะต้องปิดกิจการเพราะปัญหาสภาพคล่องไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่คาดว่าจะประคองธุรกิจให้อยู่รอดได้ในช่วงเวลา 6-7.5 เดือนเท่านั้นซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างแรงต่อการจ้างงานงานในท้องถิ่น

ซึ่งในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ปัญหาอุปสรรคสำคัญที่สุดของธุรกิจชุมชน คือการขาดสภาพคล่องทางการเงิน และขาดความรู้ในการจัดการทางการเงิน เพื่อดำเนินธุรกิจ ดังนั้นทีมวิจัยจึงสร้างเครื่องมือประเมินสุขภาพทางการเงินของธุรกิจ ในรูปแบบแอปพลิเคชั่น “LE Financing” สำหรับใช้เป็นเครื่องมือประเมินสุขภาพทางการเงินของธุรกิจชุมชนได้ทั่วประเทศ โดยให้ผู้ประกอบการ กรอกข้อมูลผ่านระบบและตอบคำถามที่มีการออกแบบไว้

“มีการประเมินสัดส่วนทางการเงินใน 4 ส่วนที่เกี่ยวข้อง 4 ด้าน ได้แก่ รายได้ กำไร สภาพคล่อง และภาระหนี้ของธุรกิจซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญที่ช่วยให้มองเห็นปัญหาในการดำเนินธุรกิจของตัวเอง กระตุ้นความต้องการแก้ไข จากนั้นนักวิจัยจะเข้าไปให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจชุมชนทำให้เห็นความสำคัญของการเริ่มจากส่วนที่ชุมชนสามารถแก้ไขได้ก่อนในลำดับแรกคือเรื่องของรายได้และสภาพคล่อง โดยให้มีการบันทึกแผนการเงินของธุรกิจผ่านแอปพลิเคชั่น LE Financing” นายบัณฑิต กล่าว

นายบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า จากการประเมินสุขภาพทางการเงินของธุรกิจ ในระยะเวลาประมาณ 10 วัน พบว่าสภาพคล่องของภาคธุรกิจปรับตัวดีขึ้น จำนวนของธุรกิจที่สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ขยับเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 47 มาอยู่ที่ร้อยละ 65 และจำนวนธุรกิจชุมชนที่ประสบปัญหาในระดับวิกฤตลดลงจากร้อยละ 39มาอยู่ที่ร้อยละ 17 และเมื่อทำโครงการต่อเนื่องพบว่าสัดส่วนของธุรกิจที่สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นเพิ่มเป็นร้อยละ 89 ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อดำเนินงานต่อเนื่องจนถึงวันที่ 45 พบว่าธุรกิจชุมชนที่อยู่ในระดับวิกฤตลดลงเหลือเพียงร้อยละ 6 เท่านั้น

สำหรับปัจจัยที่เป็นกุญแจสำคัญ (Key Success Factors) ในความสำเร็จของผู้ประกอบการในท้องถิ่น มี 3 ข้อที่สำคัญ ได้แก่ 1.การมีสุขภาพการเงินที่ดี คือมีสภาพคล่องสูงพอที่จะดำเนินธุรกิจได้มีหนี้สินในการดำเนินงานไม่มากจนกระทบต่อเงินหมุนเวียน2.มีความสามารถในการประกอบการอย่างต่อเนื่อง และ 3.มีความสามารถในการเลือกทำกำไรที่ดี

โดยการดำเนินการกิจการในชุมชนอาจมีสินค้าที่มีความหลากหลาย ชุมชนต้องสามารถเลือกจำหน่ายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด การวิจัยนี้เกิดผลสำเร็จที่สำคัญคือการปรับเปลี่ยนกระบวนความคิดผ่านการวิจัยแบบมีส่วนร่วมระหว่างนักวิชาการ กับผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนในท้องถิ่น ที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดและกระบวนการทำงานเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ด้าน นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 นับตั้งแต่ปี 2563 ต่อเนื่องถึงปี 2564 บพท.ได้ประสานความร่วมมือกับ 20 มหาวิทยาลัยในการใช้องค์ความรู้ตลอดจนทักษะด้านการวิจัย เข้าไปผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นครอบคลุม 73 จังหวัดทั่วประเทศ

โดยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนระเบิดปัญหาอุปสรรค และความต้องการของตัวเองออกมา เพื่อร่วมกันแสวงหาทางแก้ไข ด้วยการสร้างนวัตกรรมความรู้ใหม่ ที่ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์ปัญหา และสามารถหาทางเลือกที่เหมาะสมให้กับธุรกิจของตัวเอง สำหรับเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่ธุรกิจชุมชนในท้องถิ่นอย่างได้ผล โดยผ่านแพลตฟอร์มแผนงานการพัฒนาธุรกิจชุมชน (Local Enterprise-LE)

สำหรับ 20 มหาวิทยาลัย ที่ร่วมมือกับ บพท.ในการสร้างภูมิคุ้มกันและเสริมความเข้มแข็งแก่ธุรกิจชุมชน เพื่อก้าวข้ามวิกฤตโควิด-19 ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง มหาวิทยาลัยหัวเฉียว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณมงคล มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หาความสุขกันแทบตายแล้วก็ต้องไปเจอความทุกข์อยู่ดี : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615521

หาความสุขกันแทบตายแล้วก็ต้องไปเจอความทุกข์อยู่ดี : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.13 น.

ถ้าเราไม่อยากจะเจอความทุกข์ อย่าไปหาความสุขจากสิ่งเหล่านี้ อย่าไปหาความสุขจากลาภยศสรรเสริญ อย่าไปหาความสุขจากรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ เพราะไม่ช้าก็เร็ว จะต้องเจอความทุกข์อย่างแน่นอน เพราะว่าร่างกายที่เป็นเครื่องมือหาความสุขเหล่านี้มันจะต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องพิกลพิการ จะไม่สามารถหาความสุขตามที่เคยหาได้ ถึงแม้จะมีเงินกองเท่าภูเขาก็หาไม่ได้ 

เงินนี้ไม่สามารถมาแก้ความเจ็บ ความพิการได้ ถ้าถึงเวลามันจะเจ็บแบบรักษาไม่ได้ มันก็รักษาไม่ได้ มีเงินทองมากน้อยก็รักษาไม่ได้ ถ้ามันพิการรักษาไม่ได้ มีเงินทองมากน้อยเท่าไหร่ ก็รักษาไม่ได้ นี่แหละคือทำไมเราจึงเจอความทุกข์กันอยู่เรื่อยๆ พยายามหนีมันแทบเป็นแทบตาย พยายามหาความสุขกันแทบเป็นแทบตาย แล้วก็ต้องไปเจอความทุกข์อยู่ดี ก็เพราะว่าความสุขที่เราหากัน มันมีความทุกข์ตามมา มีความทุกข์ติดมา เป็นเงาตามตัว ไม่ช้าก็เร็วก็จะต้องเจอความทุกข์จากลาภยศสรรเสริญ จากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ เวลาที่มันเสื่อมนั่นเอง 

ลาภยศสรรเสริญ รูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะนี้ มันมีเจริญ แล้วมันก็มีเสื่อม มันไม่เจริญอย่างเดียว ถ้ามันเจริญอย่างเดียวก็ดี พวกเราจะได้มีแต่ความสุขกัน หาเงินมามีแต่ได้อย่างเดียว ใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีหมด อย่างนี้ดีไหม แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นละซิ ใช้ไปแล้วเดี๋ยวก็หมด ไม่พอใช้ ไม่ว่าจะมีมากมีน้อย รู้สึกว่าจะไม่พอใช้กันทั้งนั้น คนมีเงินเดือนหมื่นก็ไม่พอใช้ มีเงินเดือนแสนก็ไม่พอใช้ ก็เพราะว่าพอมีมากมันก็ใช้มากนั่นเอง 

ใช้ตามอารมณ์ ใช้ตามความอยาก ถ้าใช้ตามเหตุตามผลนี้ เงินจะมีเหลือใช้ แต่ไม่รู้จักใช้ตามเหตุตามผล ใช้ตามอารมณ์ เวลาไม่สบายใจก็ใช้เงินเพื่อดับความไม่สบายใจ ไปเที่ยวกัน ไปดูหนัง ฟังเพลงกัน ความไม่สบายใจก็ถูกกลบไปชั่วคราว เดี๋ยวกลับมาบ้านก็มาเจอความไม่สบายใจเหมือนเดิม นี่คือการหาความสุขจากลาภยศสรรเสริญ จากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะนี้ จะต้องทำให้กลับมาเจอความทุกข์อยู่เรื่อยๆ เพราะมันเป็นความสุขที่มีความทุกข์ติดมานั่นเอง

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ (พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หลอน! ‘ไรเดอร์’แชร์ประสบการณ์ขนหัวลุก ส่ง’ออเดอร์ผี’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615488

หลอน! 'ไรเดอร์'แชร์ประสบการณ์ขนหัวลุก ส่ง'ออเดอร์ผี'

วันเสาร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 17.21 น.

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์  จากพนักงานส่งอาหารรายหนึ่ง  ได้โพสต์แชร์ประสบการณ์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความ ว่า คุณเชื่อสิ่งลี้ลับไหม? วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์ “ออเดอร์ผี” แบบผีของจริง 100% อาจจะยาวหน่อยแต่รับประกันหลอนจริง เพราะเจอมาสดๆ เลย

วันนี้ผมทำงานถึงกะดึกเลิกงานประมาณ 22.30 น. ระหว่างที่ใกล้กำลังจะเลิกงานก็รู้สึกหิวขึ้นมา ก็เลยแวะไปแถวๆ ซอยคุณพระ (คลองหลวง 27) เพื่อหาอะไรกิน ปรากฏว่ากำลังจะเลี้ยวเข้าซอย เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมา “มี้บๆ” เลยเหลือบสายตามองไปที่โทรศัพท์ก็คือมีออเดอร์เข้านั่นเอง และหลังจากที่กดรับ “บุคคลปริศนา” ก็ได้ส่งข้อความมาหาผมทันทีที่กดรับออเดอร์ ตามในรูปด้านล่างพร้อมเบอร์โทรเสร็จสรรพ หลังจากที่ได้ข้อมูลมาเรียบร้อยก็ไปรอออเดอร์จนเสร็จ แล้วขับรถมาจนถึงหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ (คนขับโซนนี้น่าจะรู้ดี) พอมาถึงหน้าหมู่บ้านก็จะเจอ รปภ. ก็เริ่มบทสนทนา

รปภ.1 : บ้านเลขที่เท่าไหร่ครับ
ผม : 74/23 ครับ
รปภ.1 : (พี่ๆ รปภ.มองหน้ากันเลิ่กลั่ก) บ้านเลขที่ผิดรึเปล่า เลขที่เท่าไหร่นะครับ?
ผม : (ย้ำอีกรอบพร้อมเสียงที่ดังขึ้น) 74/23 ครับ
รปภ.1 : น่าจะผิดบ้าน บ้านนี้มันเป็นบ้านร้าง จะมีคนสั่งของได้ยังไง? ลองโทรหาเขาดูซิ
ผม : (ก็เลยโทรไปที่เบอร์ที่ลูกค้าให้มา) ตื๊ดๆๆๆ
ผม : เขาตัดสายอะพี่ (ตัดสาย 3 ครั้ง)
รปภ.1 : (เริ่มเล่าประวัติบ้านนี้) น้องรู้ไหมว่าบ้านหลังนี้อะ เจ้าของติดหนี้สินจนธนาคารมายึดบ้าน เจ้าของก็เลยคิดสั้นฆ่าตัวตาย แล้วก็ยิงคนสวนเป็นคนลาวที่อยู่ในบ้านอีกคนไปด้วย
ผม : (ใจเริ่มเสียแล้วคิดว่าจะเอายังไงดีวะ สักพักได้ยินเสียงพี่ รปภ.อีกคนพูดขึ้นมา)
รปภ.2 : อาจจะเป็นบ้านใกล้ๆ ลองไปดูไหม เห็นเขากินเหล้ากันอยู่เขาอาจจะสั่ง (ในใจผมคิดว่า เขาระบุเลขที่บ้านขนาดนี้จะผิดได้ไง แต่เอาวะไหนๆ ก็มาแล้ว ไปดูสักหน่อยแล้วกัน)
….ก็ขับรถตามพี่ รปภ.2 ไปบ้านใกล้ๆ ก่อน ปรากฏว่า ไม่มีใครกินเหล้าแล้ว เพราะมันดึกแล้ว และคงไม่ใช่บ้านนี้สั่งแน่นอน เพราะถ้าสั่งก็คงต้องนั่งกินเหล้ารอกับแกล้มอยู่แน่นอน จังหวะนี้ก็เลยบอกพี่ รปภ.2 ว่า…

ผม : ไหนๆ ก็มาถึงตรงนี้ พี่พาผมไปดูบ้านเลขที่ 23 หน่อยได้ไหม ผมจะได้ถ่ายรูปส่งบริษัทด้วย (พี่ รปภ.2 ก็พาไปแต่โดยดี)
ตอนกำลังจะไปถึงหน้าบ้านคือลมแรงมากแบบคิดว่าพายุกำลังจะเข้า พอไปถึงหน้าบ้านก็เป็นสภาพแบบที่เห็นเลยครับ บ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ผุพัง เก่า (บรรยากาศจริงจะมืดกว่านี้มาก แต่เพราะโทรศัพท์มันปรับแสงเองเลยได้ภาพที่สว่าง) ผมเลยรีบถ่ายรูป รีบออกจากตรงนี้ด่วนๆ คือไม่ไหวเลย ขนลุกตลอดเวลา พี่ รปภ.ก็ขนลุกเหมือนกับผมไม่แพ้กัน

สรุปสุดท้ายก็ได้ทำการยกเลิกไปแล้วให้อาหารกับพี่ๆ รปภ.ได้กิน ซึ่งมาถึงตรงนี้แล้ว ไม่รู้ว่าเป็นการแกล้งสั่งรึเปล่า แต่ถ้าเป็นการแกล้ง คงเป็นการแกล้งที่ว่างมากกกกกก (แล้วผมก็ขอให้มันเป็นแค่การแกล้งจริงๆ ไม่งั้นมันจะเป็นภาพความทรงจำของผมไปอีกนาน)

ปล.สิ่งที่น่ากลัวเพิ่มเติมจากในสิ่งที่ผมไม่ได้บอก เพราะด้วยความที่ง่วงแล้วมีงานเช้าต่อ แล้วก็เริ่มขี้เกียจพิมพ์ ก็คือประมาณว่า หลังจากที่ได้ถ่ายรูปเสร็จผมก็รีบขับออกจากตรงนั้นแล้วมาลองโทรหาเบอร์ปริศนาตรงหน้าหมู่บ้าน แล้วผมก็ได้ทำการโทรหาเบอร์นี้อีกครั้งเพื่อจะยืนยันยกเลิกออเดอร์ ปรากฏว่าครั้งนี้รับสาย โดยบทสนทนามีดังนี้

ผม : สวัสดีครับ มาส่งอาหารอยู่บ้านเลขที่เท่าไหร่นะครับ ? (เปิดลำโพงเงี่ยหูฟังกับพี่ รปภ.)
ปลายสาย : (เงียบประมาณ 10 วิ ระหว่างนี้ผมฮาโหลตลอด)
ผม : ย้ำอีกครั้ง พูดเหมือนเดิม
ปลายสาย : (เป็นผู้หญิงเสียงแข็งมาก พูดกึ่งตะโกน) เอาไปทำไม! (ผมกับพี่ รปภ.มองหน้ากัน ในใจกูคิด เอาอะไรไปวะ หรือจะหมายถึงเลขที่บ้าน)
ผม : ผมต้องการเลขที่บ้านครับ เพราะผมเข้าไปส่งไม่ถูก
ปลายสาย : เงียบไม่พูดอีกเลย (ผมก็ฮาโหลไปประมาณ 10 วิก็ไม่ตอบ ผมรู้สึกใจไม่ดีเลยกดตัดสายไป)

ล่าสุด รปภ.หมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บ้านเลขที่ 74/23 ที่ถูกพูดถึงเจ้าของบ้านยังจ่ายค่าส่วนกลางกับทางนิติบุคคลทุกเดือน แต่ไม่ได้เข้ามาอยู่นานแล้ว เชื่อว่าเหตุการณ์ที่ไรเดอร์ส่งอาหารเจอนั้น น่าจะเป็นการกลั่นแกล้งกันเล่นมากกว่า เพราะตนอยูที่นี่มา 10 ปีแล้ว ก็ไม่เคยเจอเหตุลี้ลับอะไร

-007

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ชาวต่างชาติเริ่มมานั่งเรือ #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615464

ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ชาวต่างชาติเริ่มมานั่งเรือ

วันเสาร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.22 น.

ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และชาวไทยนั่งเรือชมคลองดำเนินสะดวก ขณะที่จังหวัดราชบุรีร่วมกับการท่องเที่ยว และสาธารณะสุขมอบธงและเครื่องหมายสัญญาลักษณ์ฉีดวัคซีนแล้ว 100% เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว

วันนี้บรรยากาศการท่องเที่ยวของตลาดน้ำดำเนินสะดวกเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และ นักท่องเที่ยวชาวไทยกลับมาใช้บริการนั่งเรือชมความสวยงามของคลองดำเนินสะดวกอีกครั้ง หลังจังหวัดราชบุรี ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด และสาธารณะสุขจังหวัดราชบุรี ได้สร้างความเชื่อมั่นด้วยการจัดกิจกรรมมอบธงสัญญาลักษณ์ผู้ประกอบการฉีดวัคซีนแล้ว 100% และเครื่องหมาย SHA PUS+ กับสถานประกอบการที่มีมาตรฐานด้านการป้องกันโควิด-19 อย่างดีเยี่ยม ส่งเสริมมาตรการรองรับนักท่องเที่ยว เพื่อเตรียมการเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรี ซึ่งอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวมีทรัพยากรท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีตลาดน้ำดำเนินสะดวกที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

โดยมีนายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ รองนายก อบจ.ราชบุรี ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี ได้ร่วมกันมอบธงสัญญาลักษณ์ และ ป้ายรับรองให้กับผู้ประกอบการชาวตลาดน้ำดำเนินสะดวกจำนวน 25 ราย ซึ่งได้รับการตรวจสอบและประเมินความพร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีมาตรฐานและความปลอดภัย 100%

นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ภายหลังจากที่ประเทศไทยพร้อมเปิดเมือง รับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากประเทศเสี่ยงต่ำ 63 ประเทศ โดยไม่กักตัว แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรีเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในจังหวัดราชบุรี ซึ่งต้องอาศัยการ ท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรีที่เราได้นำร่อง คือ อำเภอสวนผึ้ง อำเภอเมือง และ อำเภอดำเนินสะดวก ซึ่งเป็นสถานเมืองที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดราชบุรีจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกนี้เป็นตลาดน้ำที่ขึ้นชื่อและมีชื่อเสี่ยงระดับโลก เราต้องมีมาตรการที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาอย่าง 100% จึงได้จัดกิจกรรมพิธีมอบเข็มกลัดและธงสัญลักษณ์ ให้แก่สถานประกอบการที่ผ่านการฉีดวัคซีนป้องการติดเชื้อโควิด-19 ครบ 100 เปอร์เซ็นต์

ด้านคุณภานุพงศ์ ศรีวิกรัยกร เจ้าของท่าเรือหญิงกอล์ฟ กล่าวว่า ผู้ประกอบการชาวตลาดน้ำดำเนินสะดวกวันนี้เรามีความพร้อม เรามีการฉีดวัคซีนครบโดสอย่าง 100% หลังจากที่เราได้รับผลกระทบจากการที่ไม่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้หลายท่าเรือและร้านจำหน่ายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวต้องปิดตัวลง หลังจากที่ทางจังหวัดราชบุรี ได้เตรียมความพร้อมที่จะเปิดจังหวัดต้อนรับนักท่องเที่ยวพวกเราดีใจและให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐอย่างเต็มที่ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวที่ตลาดน้ำดำเนินอย่างปลอดภัย นอกจากทางผู้ประกอบการจะฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว เรายังมีการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ด้วย ซึ่งตอนนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยเริ่มเดินทางมาเที่ยวที่ตลาดนำดำเนินสะดวกกันบ้างแล้วมีทั้งมาเดินเที่ยว และมานั่งเรือชมวิถีชีวิตคลองดำเนินสะดวกซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชื่นชอบเป็นอย่างมาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชมทุ่งดอกแองเจโลเนียสีม่วงขาว บานรับลมหนาวที่แคนาคาเฟ่ กลางเมืองสองแคว #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615459

ชมทุ่งดอกแองเจโลเนียสีม่วงขาว บานรับลมหนาวที่แคนาคาเฟ่ กลางเมืองสองแคว

วันเสาร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.42 น.

ชมทุ่งดอกไม้ ดอกแองเจโลเนียที่กำลังออกสีม่วงและขาวใน Care Na Cafe’ Phitsanulok แคนา คาเฟ่ พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวเดินชมดอกไม้นานาชนิด หลากหลายสีสันรับหน้าหนาวกลางเมืองพิษณุโลก

ในช่วงเริ่มต้นฤดูหนาว ที่ จ.พิษณุโลก มีดอกไม้หลากหลายนานาชนิดกำลังเบ่งบานสวยงาม โดยเฉเฉพาะทุ่งดอกไม้ที่จัดขึ้นภายใน Care Na Cafe’ Phitsanulok : แคนา คาเฟ่ จ.พิษณุโลก ที่ได้เริ่มเปิดให้เดินชมดอกไม้นานาชนิด หลากหลายสีสันที่ออกดอกเบ่งบานรับหน้าหนาวในพื้นที่กว่า 2 ไร่ โดยเฉพาะดอกแองเจโลเนีย, เบญจมาศ, บิโกเนีย, ดอกเข็มอินเดีย, ดาวเรือง, แพงพวย หรือ ดอกกระดุมทอง  ให้ชาวพิษณุโลก และนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาถ่ายรูปสวย ๆ โพสต์อวดกันทางสื่อโซเชียล

ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร รองประธานกรรมการบริหาร บริษัทรักษ์เกษตรสมดุลจำกัด เปิดเผยว่า จังหวัดพิษณุโลกต้องยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางการคมนาคมศูนย์กลางเศรษฐกิจศูนย์กลางการศึกษา และส่วนราชการ ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว มีคนเดินทางมาเยอะมาก การทำแปลงดอกไม้ ของฟาร์มเกษตรสมดุลย์ เป็นการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก อีกทางหนึ่ง เรารู้อยู่แล้วว่าหลายจังหวัด ทำพุ่มดอกไม้เพื่อเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวซึ่งมีมากมายหลายจังหวัดแต่สำหรับจังหวัดพิษณุโลกทุ่งดอกไม้ แปลงใกล้ๆเมืองหมีที่ แคนาคาเฟ่ เพื่อให้ชาวจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้า ของแคนาคาเฟ่ที่แวะมาอยู่แล้วเป็นประจำ ได้มีจุด แตกต่างเพื่อดึงดูด และสร้างสีสันให้กับผู้ที่แวะมาท่องเที่ยว โดยเพิ่มทุ่งดอกไม้ หลากหลายสีสัน 

อาทิ ดอกแองเจโลเนีย ซึ่งมีทั้งสีม่วง สีขาว ดอกเข็มอินเดีย ดอกดาวเรือง ดอกแพงพวย ดอกกระดุมทอง และอีกไม่นานหรอก คอสมอส แปลงใหญ่ก็จะเบ่งบานในช่วง กลางเดือนธันวาคม การได้ชมทุ่งดอกไม้โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศหนาวๆ กับทุ่งดอกไม้สวยๆ เป็นอิ่มบรรยากาศที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด แวะมาชม และถ่ายภาพอวดโฉมกันทางโซเชียล ที่สำคัญเป็นการท่องเที่ยวที่ประหยัด สะดวก 

โดยทุ่งดอกไม้พิษณุโลก เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9:00 น – 20:00 น นักท่องเที่ยวสามารถ เลือกเวลาในการชม ได้ตามความพอใจ โดยเฉพาะ ผู้ที่ไม่ชอบ แสงแดดจัด ก็สามารถแวะมาชมในช่วงยามเย็น ที่พระอาทิตย์ ใกล้ตกดิน ก็ได้แสนสวยไม่แพ้กันหรือหากเป็นช่วงกลางคืน ทางไปดอกไม้ก็มีแสงไฟสาดส่องได้อีกบรรยากาศที่น่าประทับใจในการชมทุ่งดอกไม้เช่นกัน

สวนทุ่งดอกไม้ ที่กำลังเบ่งบานในช่วงฤดูหนาวนี้ทางฟาร์มได้ปลูกดอกแองเจโลเนีย ปลูกไว้กว่า 9,000 ต้น ทั้ง สีม่วงและสีขาว ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพสวยๆ โดยเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมแล้ว   ยาวไปจนถึงเดือนมีนาคม 2565 เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีการปลูกดอกดาวกระจาย ดอกแพงพวย  ส่วนทุ่งดอกคอสมอส ได้ปลูกไว้เพื่อรอรับนักท่องเที่ยวในช่วงคริสต์มาสและต้อนรับปีใหม่ อีกด้วย

แต่สำหรับในช่วงนี้นักท่องเที่ยวที่แวะ มาชมทุ่งดอกไม้ เมืองพิษณุโลก ก็จะพบดอกไม้หลากสีสันมากมาย เป็นจุดให้นักท่องเที่ยว ได้ถ่ายภาพ นับเป็นทุ่งดอกไม้ใกล้ตัวเมืองพิษณุโลก ใช้เวลาในการเดินทางเพียง 10 ถึง 15 นาทีเท่านั้น นับเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ของเมืองพิษณุโลก ซึ่งการเที่ยวชมทุ่งดอกไม้แปลงใหญ่แห่งนี้ คิดค่าบริการ ผู้ใหญ่ 40 บาทเด็ก 20 บาท สามารถเดินชมและเที่ยวได้ตลอดทั้งวันหากเหนื่อยก็สามารถแวะซื้อเครื่องดื่ม ทั้งกาแฟแคนา กาแฟมะนาว และเครื่องดื่ม และอาหารรับประทานภายในร้านแคนาคาเฟ่ได้มีอาหารหลากหลายให้ลูกค้าเลือกมากมาย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักท่องเที่ยวร่วมตักบาตรทางน้ำ ‘ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก’ คึกคัก #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615454

นักท่องเที่ยวร่วมตักบาตรทางน้ำ 'ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก' คึกคัก

วันเสาร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.12 น.

นักท่องเที่ยวพร้อมด้วยชาวบ้านร่วมตักบาตรทางน้ำวิถีชีวิตชาวบ้านคลองดำเนินดำเนินสะดวก มนต์เสน่ห์ของตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักที่สืบทอดกันมานับร้อยปี

วันนี้ (13 พ.ย.64) บรรยากาศการทำบุญตักบาตรที่คลองดำเนินสะดวก ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดราชบุรี มีมติผ่อนคลาย คลองดำเนินสะดวกเปิดพื้นที่ตามเงื่อนไขต้องมีการฉีดวัคซีนแล้วกว่า 75% เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยชาวบ้านคลองดำเนินสะดวก ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักได้ร่วมกันฟื้นประเพณีการทำบุญตักบาตรทางน้ำที่สืบทอดกันมายาวนาน แต่กลับเรือนหายไป 

แต่หลังจากที่เกิดสถานการณ์โควิดทำให้ตลาดกลับเงียบซบเทราไป วันนี้จึงเริ่มเปิดตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักเป็นวันแรก ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันฟื้นประเพณีการตักบาตรทางน้ำกลับขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จะต้อนรับบรรดานักท่องเที่ยวชาวไทย และ ชาวต่างชาติได้มาร่วมทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ทางน้ำ

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้มีการเตรียมข้าวสารอาหารแห้งคนละ 9 ชุด ตักบาตรพระภิกษุสงฆ์จากวัดโชติทายการาม ดำเนินสะดวก ที่ล่องเรือมาตามลำคลองและมารับบิณฑบาตจากชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่นั่งรอทำบุญอยู่ที่ริมคลองทั้ง 2 ฝั่งคลอง

ส่วนบรรยากาศโดยทั่วไปของชุมชนตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักชาวชุมชนได้เปิดบ้านนำสิ่งของทั้งของฝากของที่ระลึก ขนมโบราณ และ ของพื้นถิ่นชาวดำเนินสะดวกมาวางจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ นอกจากนี้ยังมีร้านก๋วยเรือโบราณของขึ้นชื่อตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก และร้านกาแฟโบราณ เปิดจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มชิมรสด้วย

นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า การกลับมาเปิดตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักวันนี้ ทางชุมชนได้มีแนวคิดที่จะฟื้นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ต้องหยุดไปเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่มี ทำให้ได้รับผลกระทบ โดยไฮไลท์เราจะอยู่ที่การทำบุญตักบาตรทางเรือซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวคลองดำเนินสะดวกที่จะให้บรรดานักท่องเที่ยวชาวไทยได้มาร่วมทำบุญกัน โดยจะจัดขึ้นทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 08.30 น. 

นอกจากนี้ยังมีของฝากของที่ระลึก และอาหารการกิน และ มุมถ่ายภาพสวยๆ ไว้บริการด้วย ทั้งนี้เราได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวด้วยการให้พ่อค้าแม่ค้าและชาวชุมชนตลอดน้ำเหล่าตั๊กลักได้ฉีดวัคซีน 100% ครบทุกคน และมีมาตรการการป้องกันโควิด-19 อย่างเข็มงวดด้วย พร้อมกับมีการตรวจหาเชื้อด้วยชุด ATK ในทุกสัปดาห์  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กล้วยทอด’ป้าอร’หน้าสวนสัตว์สงขลากลับมาขายดีอีกครั้งจนต้องแจกบัตรคิว #SootinClaimon.Com

Posted on November 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615444

กล้วยทอด'ป้าอร'หน้าสวนสัตว์สงขลากลับมาขายดีอีกครั้งจนต้องแจกบัตรคิว

วันเสาร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 13.12 น.

กล้วยทอด “ป้าอร” หน้าสวนสัตว์สงขลา ช่วงหน้าฝน ขายดิบขายดี จนต้องนำบัตรคิวมาใช้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ผ่านมาเจอวิกฤติโควิด-19 รายได้ลดลงกว่า 30% วันนี้ “ป้าอร” ยิ้มออกและได้เฮอีกครั้ง ลูกค้ายังเพียบเหมือนเดิม จนกล้วยทอดขายไม่ทัน 

ที่บริเวณปากทางเข้าสวนสัตว์สงขลา ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา รถเข็นขายกล้วยทอดของนางอรชุลี ถาวรกิจ หรือป้าอร อายุ 57 ปี และนายศุภวิทย์ ถาวรกิจ อายุ 59 ปี สองสามีภรรยาที่มาจอดขายกล้วยแขกทุกวัน และจะมีลูกค้าทั้งขาประจำ และขาจรมายืนรอคิวเพื่อซื้อกล้วยทอด และมันทอดตลอด ตั้งแต่เริ่มเปิดขายประมาณ 10 โมง จนถึงบ่าย 2 โมง จนต้องใช้บัตรคิวเพื่อไม่ให้สับสนว่าใครมาก่อนมาหลัง และทอดขายกันแบบหม้อต่อหม้อไม่มีของเหลือตกค้าง

ที่ผ่านมาเจอวิกฤติโควิด-19 รายได้ลดลงกว่า 30% แต่ก็ยังคงขายตามปรกติทุกวัน เนื่องจากขายกล้วยทอดมานานกว่า 20 ปี จนลูกค้าติดใจมีทั้งขาประจำ และขาจร โดยเทคนิคการทอดจะไม่ใช้กระทะเหมือนที่ทอดขายกันทั่วๆ ไปแต่จะใช้หม้ออะลูมิเนียมทอด เพราะจากประสบการณ์ทอดด้วยหม้อจะดีกว่าทอดด้วยกระทะ เนื่องจากเวลาทอดความร้อนจะสม่ำเสมอ และสุกพร้อมกันทั้งหมด และน้ำมันก็ร้อนเร็วกว่ากระทะ ส่วนกล้วยที่ใช้ทอดมีทั้งกล้วยน้ำว้า กล้วยนางยาทอด และยังมีมันม่วงทอด ซึ่งนำมาผสมแป้งสูตรเฉพาะ เมื่อสุกแล้วจะมีความหอมกรอบอร่อยชวนกิน และการทอดด้วยหม้อก็เป็นจุดขายที่แตกต่างจากร้านอื่นๆ

โดยเฉพาะช่วงนี้ซึ่งเข้าหน้าฝนจะขายดิบขายดีกว่าปกติกว่าเท่าตัว แต่ละวันจะใช้กล้วยน้ำว้า 45 หวี กล้วยนางยา 12 หวี และมันม่วง 10 กิโลกรัม และขายหมดก่อนเวลาบ่าย 2 โมง เพราะมีลูกค้าทั้งขาประจำ และขาจรที่ขับรถผ่านเข้าออกเมืองสงขลา และเส่นทางลัดผ่านสวนสัตว์จะแวะซื้อ ซึ่งเมื่อก่อนจะมาสั่ง และยืนรอแต่ช่วงหลังลูกค้ามากขึ้นจำไม่ได้ว่าใครมาก่อนมาหลังจึงต้องใช้บัตรคิวเพื่อไม่ให้สับสน 

ทำให้ในวันนี้ กล้วยทอดของ “ป้าอร” ยุคโควิด-19 ได้กลับมาฟื้นตัวและต้องนำบัตรคิวกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากช่วงวิกฤติโควิค-19 ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจนรายได้ลดลงกว่า 30% และหน้าฝนปีนี้ ลูกค้าแห่กันมาซื้อกล้วยทอดป้าอรจนขายดิบขายดีจนทอดขายไม่ทันชนิดล้อมรถเข็น วันนี้มีทั้งกล้วยทอดมันทอดและฟักทองทอด ป้าอรได้ซื้อวัตถุดิบทั้งกล้วยทั้งหัวมันและฟักทองสำรองไว้เป็นจำนวนมากเพื่อไม่ให้ของขาดในช่วงหน้าฝนรองรับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ทุกวัน 

นางอรชุลี ถาวรกิจ หรือ “ป้าอร” กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ช่วงหน้าฝน กล้วยทอดขายดีมาก ลูกค้าเยอะตามคิวเลย หน้าฝนไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด อีกทั้งของก็ได้สั่งแม่ค้าเจ้าประจำแล้ว ของจะไม่ขาด -003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยอดภูกระดึงคึกคักนักท่องเที่ยวแห่จองที่พักขึ้นโต้ลมหนาวจนเต็ม #SootinClaimon.Com

Posted on November 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/615421

ยอดภูกระดึงคึกคักนักท่องเที่ยวแห่จองที่พักขึ้นโต้ลมหนาวจนเต็ม

วันเสาร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 09.48 น.

วันนี้ (13 พ.ย.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนยอดภูกระดึง จ.เลย มีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นมาเที่ยวประมาณ 1,000 คน โดยนักท่องเที่ยวทุกคนผ่านการคัดกรองโควิดมาอย่างละเอียด เพื่อมาท่องเที่ยวได้อย่างสบายใข โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยหนุ่มสาวหรือกลุ่มเจน x หลังมาพักแรมเช้าตื่นนอนตั้งแต่เช้ามืดพากันเดินเท้าไกลกว่า 2 กิโลเมตรจากจุดพักแรม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง อุทยานแห่งชาติภูกระดึงเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่บริเวณผานกแอ่น ที่เป็นผาที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด เพื่อมารอชมแสงแรกของวัน ที่อาทิตย์ขึ้น ทำให้ลานนกแอ่น ท่ามกลางทะเลหมอกสวยงามอากาศหนาวเย็น

นายสำเร็จ ภูแสนศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เปิดเผยว่า ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ช่วงนี้ไปอุทยานแห่งชาติภูกระดึงจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นถึงเต็มพิกัดแต่อยู่ภายได้มาตราการควบคุมโควิดอย่างเข้มข้น เรามีการระมัดระวังมากที่สุดเพื่อให้นักท่องเที่ยวปลอดภัยจะได้เที่ยวอย่างสบายใจ วันนี้ มีการจองขึ้นผ่าน QueQ เต็ม 700 คนและวอร์กอิน อีก 300 คน ไปสมทบประมาณ 1,000-1,200 คน 

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่าง ๆ เมื่อเช้าวันนี้ (หน่วยวัดเป็นองศาเซลเซียส)  ดังนี้.-
อ.เมืองเลย 19.2, อ.วังสะพุง 20.4, อ.ด่านซ้าย 19.0 , อ.เชียงคาน 19.0 , อ.ท่าลี่  21.0 , อ.ภูกระดึง 18.0 , อ.ภูเรือ 18.0 , อ.นาแห้ว 15.5 , อ.ปากชม  19.0 , อ.นาด้วง  19.0 , อ.ภูหลวง 18.0 , อ.ผาขาว 19.5 , อ.เอราวัณ  20.0 , อ.หนองหิน 21.0  ซํ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง  12.0,  อุทยานแห่งชาติภูเรือ  12.0 , เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ)  12.0 ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ)  12.5 ,   อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว)  16.5  ซํ.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,296,769 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
Graffiti protests against the possibility of a delayed general election in Bangkok
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
'ป้าตือ' ขึ้นแท่น 'มาดามแห่งวงการออนไลน์' คนใหม่ LIVE EP แรก คนดูชน 5 แสน!!! #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
'หนึ่งคำพูด...ล้านกำลังใจ' ส่งถึง 'เหล่านักรบเสื้อขาวและผู้ป่วย' สู้ศึกโควิด-19 #SootinClaimon.Com
แอลกอฮอล์ อาชญากรรม และการปฏิรูปตำรวจ(ไทย)
Waymo to launch fully driverless service to the public - a first just in time for the pandemic #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d