Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

คุณตาวัย76ปี ขับกระบะฝ่าน้ำเชี่ยวท่วมถนน เสียหลักตกคลองรอดหวุดหวิด #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614062

คุณตาวัย76ปี ขับกระบะฝ่าน้ำเชี่ยวท่วมถนน เสียหลักตกคลองรอดหวุดหวิด

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 07.59 น.

7 พฤศจิกายน 2564 เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดฝนตกอย่างหนัก ใน อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองพานแพ ซึ่งเป็นคลองที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่ 7 บ้านพานแพ และหมู่ 14 บ้านลำเนา ต.บ้านลำนาว เอ่อล้นท่วมถนน รวมระยะทางกว่า 200 เมตร ระดับน้ำสูงประมาณ 30 – 50 เซนติเมตร

ระหว่างนั้นมีนายชาติชาย ชดช้อย อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่10/1 หมู่ 15 ต.บ้านลำนาว อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน 6753 นครศรีธรรมราช มาตามถนนริมคลอง โดยขับฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ทันใดนั้นรถกระบะเกิดเสียการทรงตัว ถูกกระแสน้ำพัดตกริมคลอง โชคดีที่นายชาติชาย คนขับยังมีสติ สามารถหนีออกจากตัวรถได้สำเร็จ ส่วนรถกระบะถูกน้ำพัดติดริมคลอง

หลังเกิดเหตุชาวบ้านและกู้ภัย รวมทั้งผู้ใหญ่บ้าน รีบช่วยเหลือนำตัวนายชาติชาย อยู่ในที่ปลอดภัย ก่อนประสานรถยกทำการกู้ชักลากรถกระบะขึ้นจากริมคลองได้สำเร็จ พบว่ารถกระบะจมน้ำเสียหายทั้งคัน

สอบถามนายชาติชาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถกระบะกลับจากทำสวนมุ่งหน้ากลับบ้าน โดยขับมาตามถนนเส้นเกิดเหตุ โดยไม่รู้ว่าน้ำเอ่อล้นคลองท่วมถนน เนื่องจากถนนมืดไม่มีแสงสว่าง สุดท้ายถูกกระแสน้ำพัดรถกระบะจนตกริมคลอง โชคดีที่ตนหนีออกจากตัวรถได้ทัน จึงไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘วังน้ำเขียว’นครปฐม ตัวอย่างท้องถิ่นลดอุบัติเหตุ #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614007

สกู๊ปแนวหน้า : ‘วังน้ำเขียว’นครปฐม  ตัวอย่างท้องถิ่นลดอุบัติเหตุ

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 07.15 น.

ประเทศไทยนั้นได้ชื่อว่ามีถนนที่เป็นอันตรายอันดับต้นๆ ของโลก ตั้งแต่รายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในปี 2558 ที่ระบุว่า ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นอันดับ 2 ของโลก และแม้ในปี 2561 จะลดลงมาอยู่ในอันดับ 9 แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงเพราะติด 1 ใน 10 ประเทศแรก ซึ่งในแต่ละปีนั้นมีผู้สังเวยชีวิตบนถนนในไทยหลักหมื่นคน ยังไม่ต้องนับจำนวนผู้บาดเจ็บและผู้พิการที่มีเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ทั้งนี้ การลดความเสี่ยงเจ็บ-ตาย-พิการบนท้องถนน “ท้องถิ่น” มีบทบาทสำคัญอย่างมากเพราะมีความเข้าใจสภาพภูมิประเทศ และเข้าถึงประชาชนสามารถสร้างความตระหนักได้ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ยกตัวอย่างจากการถอดบทเรียน “ตำบลวังน้ำเขียว” พื้นที่ที่ทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนอย่างจริงจัง

ตำบลวังน้ำเขียว อยู่ในพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบปัญหาอุบัติเหตุทางถนนบ่อยครั้ง และมีชาวบ้านในชุมชนเสียชีวิตทุกปี โดยเฉพาะที่จุดเสี่ยงบริเวณสี่แยกตำบลวังน้ำเขียว ซึ่ง ชรินทร์ ศรีศิริวัฒน์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) นครปฐม อธิบายว่า บริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเนื่องด้วยเป็นแยกหลักของชุมชน ทำให้มีรถสัญจรเป็นจำนวนมาก และมักทำผิดกฎจราจรคือไม่เดินรถไปตามเส้นทางจราจร

“มติที่ประชุมได้ลงความเห็นว่า ควรสร้างวงเวียนเพื่อกำหนดทิศทางการเดินรถให้ถูกต้องตามหลักการ เราได้ปรึกษากับทีม รพ.สต. และกำนันผู้ใหญ่บ้านว่า เราจะทำอย่างไรให้มีความปลอดภัยในชุมชนของเราจึงได้พูดคุยกันและลงความคิดเห็นว่าสร้างวงเวียนหลังจากมีการสร้างขึ้นมา เราก็พบผลลัพธ์คือสามารถลดอุบัติเหตุลงได้ ความปลอดภัยก็ดีขึ้น” สจ.ชรินทร์ กล่าว

ด้าน สุดใจ มอนไข่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) วังน้ำเขียว กล่าวว่า การขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุ เริ่มขึ้นในปี 2559 ซึ่งขณะนั้น อ.กำแพงแสน ได้งบประมาณสนับสนุนจาก สสส. จึงเริ่มจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์ของตำบล นำเรื่องอุบัติเหตุยกมาเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ของกองทุนโดยหลักการทำงาน คือ เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตรวจสอบ ซึ่งเมื่อได้รับการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและงบประมาณจาก สสส. ผ่านสมาคมหมออนามัย ก็ได้ทำการวิเคราะห์จุดเสี่ยง

“มีการเชิญตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เข้าร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อสะท้อนปัญหาในพื้นที่ของตนเองว่ามีจุดเสี่ยงตรงไหนบ้าง แล้วนำมาทำแผนที่จุดเสี่ยงร่วมกัน พร้อมระบุแนวทางแก้ไขเอาไว้ร่วมกัน จากนั้นนำไปเสนอ นายก อบต. ให้ช่างโยธาฯ ลงพื้นที่สำรวจอีกครั้ง เราพบว่ามี 42 จุดที่เสี่ยงอุบัติเหตุ จึงค่อยๆ ดำเนินการดูแล ปรับภูมิทัศน์ เช่น ติดป้ายสัญญาณเตือน ทาสีถนนจุดเสี่ยง จนในปีล่าสุดไม่พบอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่รายเดียว นับเป็นจุดเริ่มต้นของ รพ.สต. ที่เข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องอุบัติเหตุ จากที่ในอดีตเคยมองว่าเป็นงานของตำรวจ” ผอ.รพ.สต.วังน้ำเขียว ระบุ

ขณะที่ รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า ความสำเร็จของตำบลวังน้ำเขียว ถือเป็นต้นแบบ
ความสำเร็จของการทำงานด้านการลดอุบัติเหตุทางถนน ที่ สสส. เข้ามาร่วมสนับสนุนทำให้เกิดเครือข่ายแกนนำหมออนามัยรุ่นใหม่ โดยงานที่สำคัญคือเขาต้องหาต้นเหตุของปัญหาให้เจอ ปัญหาที่กระทบกับสุขภาพ

“ที่ตำบลวังน้ำเขียว พบว่า ก่อนเริ่มโครงการมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 6 ศพ ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ โดยหมออนามัยเชื่อมการทำงานกับเครือข่ายสหสาขาวิชาชีพ เชื่อมโยงกับหน่วยงานท้องถิ่น นำมาสู่แผนการออกแบบจัดการประจำปี และลงมือปฏิบัติจริงจัง” รุ่งอรุณ กล่าว

การร่วมมือร่วมใจกันของคนในชุมชนตำบลวังน้ำเขียว ส่งผลให้เป็น “ต้นแบบตำบลขับขี่ถนนปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ” ที่สำคัญประสบการณ์ต่างๆ ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุของชุมชนแห่งนี้ ได้ถูกถอดรหัสกลายเป็นแรงกระตุ้นสำคัญขับเคลื่อนความปลอดภัยทางท้องถนนให้กับชุมชนอื่นต่อไป!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ทีมวิจัย สวทช.-พันธมิตรทำสำเร็จ สกัดสารพันธุกรรมเชื้อโควิดถูกกว่านำเข้า2เท่า #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614022

สกู๊ปพิเศษ : ทีมวิจัย สวทช.-พันธมิตรทำสำเร็จ  สกัดสารพันธุกรรมเชื้อโควิดถูกกว่านำเข้า2เท่า

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แม้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเป็นภัยคุกคามโลกอย่างหนักแต่ในขณะเดียวกัน มนุษย์ต่างก็คิดค้น สรรหาวิธีมาต่อสู้ ตอบโต้ไวรัสร้ายตัวนี้อย่างเต็มที่เช่นกัน โดยมีทั้งมาตรการป้องกันการติดเชื้อในแบบต่างๆ และวิธีการรักษาโรคให้หายขาด เพื่อที่จะสามารถเอาชนะวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้

โดยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 ที่โถงอาคารสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โยธี ถนนพระรามที่ 6 กทม. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ สวทช. นำโดย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช., ดร.ลดาวัลย์ กระแสร์ชล รองผู้อำนวยการ สวทช., ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง ผู้อำนวยการศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ สวทช. และทีมวิจัย รองศาสตราจารย์ ดร.พรสวรรค์ เหลืองวุฒิวงษ์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล และ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมแถลงข่าวในพิธีมอบ “ชุดสกัดอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019”

โดย ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบชุดสกัดอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้แก่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รวมจำนวน 82,000 ชุด มูลค่า 8.2 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่องพร้อมระบุว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กระทรวง อว. เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ด้วยการระดมสรรพกำลังจากหน่วยงานวิจัยและสถาบันอุดมศึกษาทั้งหมด มาคิดค้น วิจัย และพัฒนานวัตกรรม กระทั่งนำไปสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมแพทย์ด่านหน้าได้เป็นอย่างดี

กระทรวง อว. มีการแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า ตลอดจนการสร้างผลประโยชน์ระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวให้แก่ประเทศ โดยระยะสั้น โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศหรือ U2T เพื่อแก้ปัญหาการว่างงานจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้แรงงานกว่า 60,000 คน มีงานทำกระจายไป 3,000 ตำบลทั่วประเทศ และเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัย 76 แห่งทั่วประเทศ ทำงานร่วมกับชุมชนในระดับตำบล ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในชุมชนหลายร้อยล้านบาท ส่วนระยะที่ 2จะพัฒนาขึ้นและต่อยอดจากระยะที่ 1 ประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบ 1.การฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 2.การดูแลเศรษฐกิจชุมชนแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามบริบทของชุมชน และ 3.การจ้างงานบุคลากรที่มีความรู้ มุ่งเน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG เป็นประเด็นสำคัญจะมีการปฏิบัติงาน 7,435 ตำบลทั่วประเทศ จ้างงาน 150,000 คน

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์

นอกจากนี้ ยังได้ส่งยาสมุนไพรและอุปกรณ์ของใช้ที่จำเป็น ที่เรียกว่า “อว. พารอด” โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจำนวนมากที่ช่วยบริจาคสิ่งของ และยังพัฒนายา วัคซีน และเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรค ขณะเดียวกันก็พัฒนาประเทศตามนโยบายโมเดลเศรษฐกิจบีซีจี (BCG Economy Model) ที่เป็นวาระของชาติ ซึ่งครอบคลุมเรื่องการพัฒนายา วัคซีน และเครื่องมือแพทย์ด้วย เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

“ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง สำหรับความสำเร็จล่าสุดของผลงานวิจัยชุดสกัดอาร์เอ็นเอ ของศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ สวทช. ที่พัฒนาชุดสกัดอาร์เอ็นเอที่ได้มาตรฐาน มีประสิทธิภาพเทียบเท่าชุดสกัดอาร์เอ็นเอที่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่ราคาถูกกว่ามาก และมีการส่งมอบให้แก่ 3 หน่วยงาน คือ กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมราชทัณฑ์ ที่จะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป”ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก กล่าว พร้อมกันนี้ยังได้ขอบคุณทีมวิจัยและผู้อยู่เบื้องหลังทุกคนที่ทำงานด้วยความลำบาก จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่ใช่แค่วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสำเร็จเท่านั้น แต่ยังสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายได้ด้วย

ทางด้าน ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. มีเป้าหมายที่จะใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปต่อยอดและขยายผลไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมทางด้านสุขภาพและการแพทย์ ตามเป้าหมายของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบาย BCG Economy Model ในสาขายุทธศาสตร์ สุขภาพและการแพทย์ ซึ่งที่ผ่านมา สวทช. ได้เร่งพัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรม สำหรับรองรับการระบาดของโรคโควิด-19 มีการส่งมอบผลงานมากกว่า 20 ผลงาน ครอบคลุมทั้งด้านการป้องกัน การลดการแพร่กระจายและฆ่าเชื้อโรค รวมทั้งการตรวจคัดกรองและการตรวจวินิจฉัยโรคเบื้องต้นให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีหลายผลงานที่พร้อมทางด้านเทคโนโลยีการผลิตจนสามารถนำไปต่อยอดและเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการภายในประเทศ

ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ส่งมอบชุดสกัด RNA (Viral RNA Extraction Kit) ของศูนย์โอมิกส์แห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัด สวทช. ที่ได้รับเงินกู้ฉุกเฉินภายใต้“พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563” เพื่อดำเนินการพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยชุดสกัด RNA ให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วเหมาะสมกับการใช้งานจริง รวมถึงการขยายผลในการผลิตเพื่อส่งมอบให้หน่วยงานที่ใช้ประโยชน์โดยตรงได้นำไปใช้สกัดอาร์เอ็นเอ ก่อนส่งตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยใช้ตัวอย่างจากสารคัดหลั่ง หรือ swab ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคนิค Real-time RT-PCR ในราคาที่ถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศอย่างน้อย 2 เท่า (ราคานำเข้าอยู่ที่ 120-200 บาท)

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล

“การวิจัยและพัฒนานี้ถือเป็นจุดแข็งของประเทศที่จะช่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านสุขภาพ ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการนำเข้าชุดสกัด ช่วยให้ประเทศมีความพร้อมในการรับมือต่อการระบาดของโรคอุบัติใหม่ และยังเป็นส่วนสำคัญของการวิจัยพัฒนาเพื่อตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลใช้เป็นนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง ผู้อำนวยการศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ สวทช. กล่าวเสริมว่าการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ระลอกแรกเมื่อปีที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยศูนย์โอมิกส์แห่งชาติร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คิดค้นและพัฒนา “วิธีสกัดอาร์เอ็นเอ (RNA) ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) จากตัวอย่างแบบง่าย” ขึ้น โดยใช้อนุภาคแม่เหล็ก (Magnetic bead) จับกับสารพันธุกรรมอาร์เอ็นเอของไวรัส ซึ่งอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสที่สกัดได้มีความบริสุทธิ์สูง สามารถนำไปตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธี RT-PCR

ทั้งนี้ วิธีในการสกัดสารพันธุกรรม ที่คิดค้นมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1.การทำให้เซลล์แตกตัวแล้วปล่อยสารพันธุกรรมออกมา 2.การเข้าจับสารพันธุกรรมและทำความสะอาดสารพันธุกรรม และ 3.การละลายสารพันธุกรรมบริสุทธิ์นั้นออกมาจากตัวจับ และทำความสะอาดสารพันธุกรรมที่อยู่ในตัวอย่าง ซึ่งสามารถทำการสกัดได้เร็ว ราคาถูก ที่สำคัญยังปรับวิธีให้ใช้ได้กับเครื่องสกัดอัตโนมัติที่มีอยู่ในท้องตลาดได้ค่อนข้างง่าย ทั้งนี้ วิธีสกัดอาร์เอ็นเอดังกล่าว ยังสามารถนำไปใช้ในการสกัดสารพันธุกรรม ในสิ่งมีชีวิตอื่นๆได้ ไม่จำกัดเพียงไวรัสก่อโรคโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังรวมถึงไวรัสก่อโรคในพืช สัตว์และมนุษย์

“วิธีการสกัดที่พัฒนาขึ้น ถือเป็นวิธีที่ง่าย สามารถใช้งานกับสารเคมีและอุปกรณ์ที่มีอยู่ในห้องปฏิบัติการด้านพันธุกรรม ซึ่งทีมนักวิจัยได้มีการนำไปทดสอบใช้งานจริงกับตัวอย่างตรวจของคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว พบว่าให้ผลไม่แตกต่างจากการใช้ชุดสกัดที่นำเข้าจากต่างประเทศ” ดร.สิทธิโชค กล่าว

ปัจจุบันทีมวิจัยได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัท After Labและ Bioentist เป็นผู้รับอนุญาตให้สิทธิใช้ประโยชน์เพื่อเตรียมผลิตและจำหน่ายทางการค้าครั้งแรกในไทย ทั้งนี้ ภายใต้โครงการดังกล่าวทีมวิจัย สวทช. ได้ร่วมกับบริษัท After Lab ในการปรับวิธีให้สามารถใช้ได้กับเครื่องสกัดแบบอัตโนมัติ และมีทีมของ รองศาสตราจารย์ ดร.พรสวรรค์ เหลืองวุฒิวงษ์ จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดลและทีมของ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมในโครงการเพื่อทำการทดสอบการใช้งานในตัวอย่างจริง ซึ่งได้รับการสนับสนุนการใช้เครื่องสกัดสารพันธุกรรมแบบอัตโนมัติ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจากบริษัท After Lab

เป็นอีกหนึ่งในผลงานของคนไทยที่ได้ช่วยกันคิดค้น วิจัย และพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นสำหรับประเทศชาติต่อไป

ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง (คนกลาง) และทีมวิจัย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ผีเสื้อขยับปีก’ถอดบทเรียน คดีรุนแรง-ล่วงละเมิดทางเพศ #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614027

‘ผีเสื้อขยับปีก’ถอดบทเรียน  คดีรุนแรง-ล่วงละเมิดทางเพศ

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดตัวหนังสือ “ผีเสื้อขยับปีก”สะท้อนปัญหาความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัว เมื่อเร็วๆ นี้ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยนายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. และภาคีเครือข่ายได้จัดทำหนังสือที่สะท้อนเรื่องราวของผู้ถูกกระทำที่กล้าลุกขึ้นต่อสู้ ไม่ยอมจำนนกับปัญหาที่เข้ามาในชีวิต

สำหรับเนื้อหาในหนังสือได้บอกเล่าเรื่องราวของผู้ที่ถูกกระทำที่กล้าลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเอง อ้างอิงจากคดีเด็กหญิงอายุ 14 ปี ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศและกระทำความรุนแรงจากคนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงทางภาคใต้มานานนับปี ที่หน่วยงานต้องเข้าไปช่วยเหลือ เรียกร้องความยุติธรรมให้ผู้เสียหายนานกว่า 3 ปี ที่ศาลได้พิพากษาจำคุกจำเลยทั้ง 11 คน ตั้งแต่ 15 ปี ถึงตลอดชีวิต

“ขอส่งแรงใจถึงผู้ที่ถูกกระทำจากปัจจัยเสี่ยงทางสังคมที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อให้พลังใจจาก สสส. ส่งไปถึงทุกคนให้ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรม สู่การเปลี่ยนแปลงตัวเองในประเทศนี้ ให้สามารถยืนหยัดและหนักแน่นในการต่อสู้ โดยขอให้เชื่อว่ามีหน่วยงานภาคีเครือข่ายส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่พร้อมให้ความช่วยเหลือและยืนหยัดเคียงข้างอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้มีใครโดดเดี่ยวหรือต่อสู้ลำพัง” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาในแง่ที่เป็นการคุ้มครองเหยื่อหรือผู้เสียหายในปัจจุบันถือว่าดี เพราะสามารถฟ้องดำเนินคดีได้ด้วยตนเองมีมาตรการคุ้มครองเหยื่อ แต่คดีทางเพศเป็นคดีที่มีความอ่อนไหวจึงต้องอาศัยผู้ที่มีองค์ความรู้เฉพาะทางวางแนวทางแก้ปัญหา เพราะคดีลักษณะนี้เกิดกับคนเปราะบาง กระทบจิตใจและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ บั่นทอนกำลังใจผู้ถูกกระทำระหว่างต่อสู้คดี

นอกจากนี้ จะเห็นว่าหลักฐานต่างๆ จะอยู่ในที่ลับบนเนื้อตัวของผู้เสียหาย การจะได้มาซึ่งหลักฐานพยานจึงยุ่งยาก ซับซ้อน และอาจถูกทำลายได้ง่าย ขณะที่กฎหมายที่มีอยู่ในแง่ของการคุ้มครองผู้เสียหาย ถ้าเป็นผู้หญิงการคุ้มครองมีเพียงให้สอบสวนโดยพนักงานหญิง หากเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็จะมีสหวิชาชีพซึ่งไม่เพียงพอ อีกทั้งยังทำคดีแยกส่วนถือเป็นช่องว่างของการทำคดีทางเพศที่ไม่ได้เอาตัวผู้เสียหายมาร่วมดำเนินคดีเต็มตัว

“จากการอ่านหนังสือผีเสื้อขยับปีกคิดว่ามีอีกหลายคดีที่ไม่ได้ต่อสู้ เพราะผู้ถูกกระทำหรือครอบครัวไม่รู้ข้อกฎหมาย ขณะที่บางส่วนอาจไม่มั่นใจกระบวนการยุติธรรม เพราะไม่รู้ว่าสังคมจะมองอย่างไร ถูกมองมีมลทินหรือไม่ จะเชื่อเขาหรือไม่ โดยเฉพาะถูกกระทำจากคนในครอบครัว คนใกล้ชิด คนที่มีอำนาจเหนือกว่า” ผศ.ดร.ปารีณา กล่าว

น.ส.นริศา อดิเทพวรพันธุ์ ผู้แทนรัฐมนตรีว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า จากคดีเด็กหญิงอายุ 14 ปี ทางภาคใต้ที่ถูกคนในชุมชนและใกล้เคียงล่วงละเมิดทางเพศ ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าคดีจะสิ้นสุดถือเป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ใจของผู้ถูกกระทำและครอบครัว แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือประคับประคองครอบครัวจนก้าวผ่านมาได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีคนอีกจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงกระบวนการช่วยเหลือ

“จากข้อมูลปี 2561 มีเด็กและเยาวชนถูกกระทำความรุนแรงและถูกล่วงละเมิดทางเพศ 14,237 ราย ปี 2562 จำนวน 15,797 ราย ในจำนวนนี้เป็นความรุนแรงทางเพศ 5,191 รายคิดเป็น 32.9% เฉลี่ยวันละ 14 รายส่วนใหญ่ผู้กระทำส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติด หากใครพบเห็นสามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วน 1300 หรือขอคำปรึกษาช่วยเหลือได้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวทั่วประเทศ” น.ส.นริศา กล่าว

นางทิชา ณ นคร ที่ปรึกษามูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า ภาพรวมการข่มขืนสังคมไทยสะท้อนปัญหาสังคม 2 ภาพพร้อมกัน คือ ตัวผู้กระทำที่ขาดสำนึกผิดชอบชั่วดีอย่างรุนแรง ภาพที่ซ้อนใต้ภาพนี้คือ ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำหรือจะเรียกว่าโครงสร้างในเชิงมิติชายเป็นใหญ่ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีเกาะแรด พังงาคือความเป็นชุมชน สังคม เครือญาติที่รู้จักคุ้นเคยใกล้ชิด เมื่อ 3 ภาพนี้หมุนอยู่ในพิกัดเดียวกัน ผู้กระทำกลุ่มที่เป็นข่าว จึงกระทำต่อเด็กหญิงอย่างยาวนาน ข้ามเดือน ข้ามปีด้วยความลืมตัว ฮึกเหิม

ในฐานะผู้ติดตามข่าวจะเห็น 3 ภาพนี้ชัดเจน โดยเฉพาะความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่ากันระหว่างผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ ซึ่งเป็นจุดบอดที่ต้องเข้าไปช่วย เมื่อตัดสินใจว่าต้องทำอะไรมากกว่าแค่การติดตามข่าวเราก็ขยับและเคลื่อนไหวโดยนำประสบการณ์จากคดีค้ามนุษย์น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน มาต่อยอด หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบคดี มีทั้งบ้านพักเด็ก กระทรวง พม. และทีมคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

“งานข้ามศาสตร์ ข้ามองค์กรในคดีเกาะแรด พังงา ชัดเจนว่า ลงตัว ราบรื่นกว่าคดีค้ามนุษย์น้ำเพียงดิน แม่ฮ่องสอนโดยเฉพาะรัฐมีในสิ่งที่ภาคประชาสังคมไม่มี เช่น การบังคับใช้กฎหมายบ้านพัก เซฟเฮ้าส์ แต่ภาคประชาสังคมก็มีในสิ่งที่รัฐไม่มี เช่น การเสริมพลังใจเหยื่อ และเปลี่ยนเหยื่อเป็นพยาน จนนำไปสู่การสืบพยานที่ได้ความจริงเชิงลึกและชัดเจน สามารถลงโทษผู้กระทำได้”นางทิชา กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจหนังสือ “ผีเสื้อขยับปีก”ที่ถ่ายทอดเนื้อหาบทเรียน กรณีคดีละเมิดทางเพศเด็กหญิงบ้านเกาะแรด จังหวัดพังงา จำหน่ายในราคา 250 บาท โดยรายได้จากการจำหน่ายหนังสือ มอบให้เป็นทุนในการดำเนินชีวิตของครอบครัวผู้เสียหายคดีเกาะแรดสามารถสอบถามสั่งซื้อได้ที่เพจ มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว โทร.02-0481950

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถ้าอยากจะมีความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ให้ทำตามที่พระพุทธเจ้าสอน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614036

ถ้าอยากจะมีความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ให้ทำตามที่พระพุทธเจ้าสอน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.32 น.

“…ถ้าอยากจะมีความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ให้ทำตามที่พระพุทธเจ้าสอน มงคลสูตร ๓๘ ข้อ ข้อที่หนึ่งสอนให้ไม่ให้คบคนโง่ ให้คบคนฉลาด คนโง่ก็คือคนที่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นทุกข์อะไรเป็นสุข พวกเราชอบคบคนโง่กัน เพราะชอบชวนเราไปเที่ยวกัน ชอบชวนเราไปกินไปดื่มไปเล่นกัน พวกโง่ทั้งนั้นแหละ พวกฉลาดเขาจะชวนเราไปวัดกัน ไปนั่งสมาธิไปปฎิบัติธรรม แต่เราไม่ชอบคนฉลาด เราชอบคนโง่ มันก็เลยวุ่นวายกัน ทุกข์กันอยู่นั่น เห็นไหม

ไม่ให้คบคนโง่ ให้คบบัณฑิต คนฉลาด บัณฑิตก็คือ เนี่ยคนเข้าวัดเนี่ยเป็นคนบัณฑิต คนที่รู้ว่าความสุขที่แท้จริงอยู่ที่การทำบุญทำทาน อยู่ที่การรักษาศีล อยู่ที่การภาวนา อันนี้ตัวอย่างของมงคลสูตร ท่านจะสอน ๓๘ ข้อ จนถึงขั้นถึงพระนิพพานเลย การทำพระนิพพานให้แจ้งนี่เป็นมงคลอย่างยิ่ง ทำนิพพานให้แจ้งก็คือทำใจให้หลุดจากกิเลสตัณหา ให้กำจัดความโลภ ความโกรธ ความหลง ความอยากต่างๆ ที่มีอยู่ในใจให้หมดสิ้นไป พอใจไม่มีกิเลสไม่มีตัณหาแล้วใจก็จะสงบเต็มที่ เรียกว่าทำนิพพาน นิพพานก็คือใจที่สะอาดบริสุทธิ์ ใจที่ปราศจากกิเลสตัณหานี่เอง…”. -008 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่ใช่หนู! ‘น้องแพน ดาวติ๊กต๊อก’ เปิดใจ ‘ไม่ได้ด่าเหยียดคนอีสาน’ แต่เป็นอีกคนที่ชื่อคล้าย #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614032

ไม่ใช่หนู! 'น้องแพน ดาวติ๊กต๊อก' เปิดใจ 'ไม่ได้ด่าเหยียดคนอีสาน' แต่เป็นอีกคนที่ชื่อคล้าย

วันเสาร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.12 น.

ไม่ใช่หนู! ‘น้องแพน ดาวติ๊กต๊อก’ เปิดใจ ‘ไม่ได้ด่าเหยียดคนอีสาน’ใน ‘ClubHouse’ แต่เป็นอีกคนที่ชื่อคล้ายกัน วอนสังคมอย่าด่าครอบครัว เพราะแม่ป่วยกลัวกระทบจิตใจ

6 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีคนกลุ่มหนึ่ง ที่ตั้งห้องใน “ClubHouse” แล้วพูดคุย เหยียดคนอีสาน จนเกิดประเด็นดราม่าในโลกโซเชียล พร้อมติดแฮชแท็ก #คลับเฮ้าส์toxic และในโลกโซเซียลก็มีการพูดถึงเรื่องนี้เป็นอย่างมาก หลายคนที่เป็นคนอีสานแสดงความไม่พอใจที่โดนดูถูก เป็นการบูลลี่รากเหง้าของคนไทยกลุ่มหนึ่งจะนำมาซึ่งความขัดแย้งในอนาคตก็ได้ โดยหนึ่งในกลุ่มคนคลับเฮ้าส์มีหญิงสาววัย 17 ปีซึ่งเป็นคนอุดรก็ด่าคนอีสานด้วย และก่อนหน้านี้แม่ของเด็กสาววัย 17 ปี ได้ออกมาร่ำไห้ขอโทษสังคม หลังจากที่มีคนกล่าวหาว่าลูกสาวดูถูกเหยียดคนอีสาน
 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : ดราม่าเดือด! #คลับเฮ้าส์toxic ดูถูกเหยียดคนอีสานจนขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ทวิตเตอร์
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : อัดแก๊งปากเสีย! ‘ต๊อด ปิติ’ ทนไม่ได้ #คลับเฮ้าส์toxic ‘ดูถูกเหยียดคนอีสาน’
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : แม่รับกรรมแทนลูกสาวร่ำไห้ยกมือไหว้ขอโทษสังคม ‘ด่าเหยียดคนอีสาน’ ที่แท้เป็นคนอุดรฯ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่อ “น้องแพน” หรือดาวติ๊กต๊อก สาววัย 17 ปี โดยน้องแพน กล่าวเปิดใจกับทีมข่าวฯว่า “ยืนยันไม่ได้พูดด่าคนอีสานแม้แต่คำเดียว แต่คนที่พูดเป็นอีกคนที่ชื่อในคลับเฮ้าส์คล้ายกัน โดนหนูใช้ชื่อว่า “แพน” ส่วนคนที่พูดด่าคนอีสานใช้ “เพนนี่” ซึ่งชื่อคล้ายกันอยู่ในพัทยาเช่นกัน”

“หนูพูดคุยในคลับเฮ้าส์วันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ด่าคนห้องจริง แต่เป็นคนละเรื่อง หนูไปด่ากับเด็กนักเรียน เพราะเขาไปด่ารุ่นพี่หนู คลิบเสียงของหนูที่ว่าไปด่าคนอีสานไม่มีแม้แต่คำเดียว ไปดูในคลิปได้เลยไม่มีหนูแน่นอน แต่พอวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา คนชื่อเพนนี่ก็ไปสร้างห้องด่าคนอีสาน แต่สังคมเข้าใจผิดคิดว่าคนที่ด่าคนอีสานคือหนู อยากให้สังคมเข้าใจ หนูไม่ได้ด่าคนอีสานและไม่อยากให้สังคมไปด่าครอบครัวที่ จ.อุดรธานี โดยเฉพาะแม่หนู เพราะตอนนี้แม่หนูไม่สบายใจและท่านป่วยด้วย อยากให้สังคมเข้าใจด้วย เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะความเข้าใจผิดคนคิดว่าหนูเป็นคนด่า แต่คนด่าคนอีสานชื่อ “เพนนี่” สรุปหนูไม่ได้เกี่ยวไรเลยกับเรื่องด่าคนอีสานแค่พี่ๆ หนูไปด่า หนูก็ไม่ได้ยุ่ง” ดาวติ๊กต๊อก. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิวทุ่งนา! ชวนสายธรรมชาติเช็คอิน กินอาหารรสเด็ด อร่อยสุดฟิน ท่ามกลางนาข้าว #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614031

วิวทุ่งนา! ชวนสายธรรมชาติเช็คอิน กินอาหารรสเด็ด อร่อยสุดฟิน ท่ามกลางนาข้าว

วันเสาร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.07 น.

ร้านอาหาร มานี มีนา ซึ่งตกแต่งแบบธรรมชาติ เรียบง่าย มีการ ปลูกข้าว สะพานไม้ ทำเป็นจุดถ่ายรูปเช็คอินซึ่งเป็นกระแสคนชอบธรรมชาติในช่วงนี้  

นางสาว กัญญา  ลาภไพวงค์  กล่าวว่า ที่ตั้งชื่อร้านอาหารมานี มีนา เพราะว่าเป็นร้านอาหารที่อยู่กลางทุ่งนา ซึ่งมีคอนเซ็ป อร่อยฟิน กินกลางทุ่ง เพื่ออยากให้ลูกค้าที่มา ได้นั่งชมบรรยากาศวิวทุ่งนา เพื่ออยากให้นึกถึงบรรยากาศอยู่ต่างจังหวัด นึกถึงบ้าน  ที่เปิดแนวทุ่งนา ก็เพราะอยากให้ลูกค้าที่มาเที่ยวพัทยาได้ชมบรรยากาศแบบธรรมชาติ ลูกทุ่ง บรรยากาศที่โล่ง อยากให้ลูกค้าได้ถ่ายรูปเล่น อยากให้เป็นอีก 1 จุดเช็คอินของพัทยา 

ซึ่งที่ร้านก็มีหลายซุ้มแต่ละซุ้มก็มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป เช่น ซุ้มขุนแผน ซุ้มขุนช้าง ซุ้มข้าวหอม ซึ่งทางร้านมีการตกแต่งในสไตล์ลูกทุ่ง ภายในร้านมีทั้งอาหาร กาแฟ เค้ก ของหวาน และมีเมนูอาหารมากว่า 100 รายการ เพื่ออยากตอบโจทย์ลูกค้าที่เดินทางมาที่ร้าน ส่วนอาหารที่ลูกค้าชอบสั่งมากที่สุด ก็คือ หมูกรอบทอดน้ำปลา หมูกรอบคั่วพริกเกลือ โดยทางร้านยังมีเมนูที่หาชิมได้ยาก เช่น กุ้งซ่า ยำผักกูด สำหรับช่วงลอยกระทงนั้นลูกค้าที่มากินที่ร้านเราก็จะมีกระทงแจกให้กับลูกค้าอีกด้วย 

สำหรับ ร้านมานีมีนา ตั้งอยู่พัทยากลาง อยู่ติดกับหมูบ้านช้างพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ร้านเปิดบริการตั้งแต่ 09.00-21.00 น. เปิดให้บริการทุกวัน  หรือติดต่อได้ที่เพจเฟซบุ๊ก  https://www.facebook.com/maneemeena.pattaya/ เบอร์โทร 095 851 5224 

-007

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใหญ่มาจากไหน? หนุ่มโชว์กร่างโพสต์ขู่ย้ายทั้งโรงพัก หลังตร.สกัดจับทั้งแก๊ง #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614002

ใหญ่มาจากไหน? หนุ่มโชว์กร่างโพสต์ขู่ย้ายทั้งโรงพัก หลังตร.สกัดจับทั้งแก๊ง

วันเสาร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.22 น.

6 พ.ย.64 เพจเฟซบุ๊ก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว” ได้โพสต์ภาพขณะที่ตำรวจสกัดแก๊งจักยานยนต์กลุ่มหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าสู่ “ภูทับเบิก” และภายหลังมีสมาชิกหนึ่งรายได้โพสต์ภาพเซลฟี่ตัวเอง พร้อมข้อมูลเขียนว่า “ถ้าผมย้ายทั้ง สน. อย่าหาว่าไม่เตือนนะครับ” 

โดยข้อความระบุว่า “ครับ …
เจอจุดสกัด บางรายประกาศ “ถ้าผมย้ายทั้ง สน. อย่าหาว่าไม่เตือนนะครับ”
รับทราบ และรอชมครับ …
วันนี้ 6 พ.ย.64 ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ได้มีรถจักรยานยนต์จำนวนมากเดินทางเข้ามาในพื้นที่เพชรบูรณ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเพชรบูรณ์​ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ​ สภ.ศรีเทพ ออกตั้งจุดสกัด เพื่อป้องกันการกระทำผิดวินัยจราจร
กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์กลุ่มดังกล่าว ได้มุ่งหน้าไป ‘ภูทับเบิก’ แหล่งท่องเที่ยวดังของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยใช้เส้นทาง สระบุรี-หล่มสัก (ทางหลวงหมายเลข 21) โดยเรียกชื่อว่า #ทริปน้ำไม่อาบ
รถจักรยานยนต์ส่วนหนึ่งไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และผู้ขับขี่เป็นเยาวชน ไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่ บางส่วนไม่มีเอกสารคู่มือรถหรือสำเนา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการออกใบสั่งให้ไปเสียค่าปรับตามกฎหมาย
แก๊ง จยย. #ทริปน้ำไม่อาบ ถูก ตร.สกัดจับหลังนัดรวมตัวซิ่งขึ้นภูทับเบิก โพสต์ขู่ “ถ้าผมย้ายทั้ง สน. อย่าหาว่าไม่เตือน”
มีรายงานว่า กลุ่มผู้ขับขี่ จยย. กลุ่มนี้ที่เรียกชื่อว่า “ทริปน้ำไม่อาบ” มีการจัดกิจกรรมเป็นประจำทุกปี มีผู้ร่วมทริปมาจากหลายเส้นทาง ซึ่งเส้นทางหลวงหมายเลข 21 เป็นเพียงเส้นทางหนึ่งเท่านั้น
ทั้งนี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพบริเวณจุดที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบกลุ่มรถ จยย. พร้อมข้อความว่า “ถ้าผมย้ายทั้ง สน. อย่าหาว่าไม่เตือนนะครับ” จากนั้นมีผู้ที่คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเชิงเห็นด้วยและสนับสนุน”
. -008

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เพจเฟซบุ๊ก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เฝ้าระวัง! น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นท่วมถนน-บ้านเรือน ปชช.ย่าน ‘เจริญกรุง-พระราม 3’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613973

เฝ้าระวัง! น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นท่วมถนน-บ้านเรือน ปชช.ย่าน ‘เจริญกรุง-พระราม 3’

วันเสาร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.46 น.

6 พ.ย.64 แฟนเพจเฟซบุ๊ก “กู้ภัยร่วมกตัญญู ฐานโลตัสพระราม 3” ออกมาโพสต์เตือนประชาชนในพื่นที่ย่านถนนเจริญกรุง และถนนพระราม 3 ให้เฝ้าระวัง หลังน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนขึ้นสูงกว่าปกติ ทำให้น้ำเอ่อล้นท่วมถนนและบ้านเรือน ปชช.

โดยระบุข้อความว่า “เช้านี้ น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นสูง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นออกมาบนพื้นผิวถนน ถนนเจริญกรุง ถนนพระราม 3 จึงขอแจ้งให้ผู้ใช้เส้นทาง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และประชาชนที่บ้านอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ระวังสัตว์มีพิษที่จะมากับน้ำด้วย”. -008 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก “กู้ภัยร่วมกตัญญู ฐานโลตัสพระราม 3”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่รับกรรมแทนลูกสาวร่ำไห้ยกมือไหว้ขอโทษสังคม ‘ด่าเหยียดคนอีสาน’ ที่แท้เป็นคนอุดรฯ #SootinClaimon.Com

Posted on November 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613945

แม่รับกรรมแทนลูกสาวร่ำไห้ยกมือไหว้ขอโทษสังคม 'ด่าเหยียดคนอีสาน' ที่แท้เป็นคนอุดรฯ

วันเสาร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.10 น.

แม่รับกรรมแทนลูกสาวร่ำไห้ยกมือไหว้ขอโทษสังคม ‘ด่าถูกเหยียดคนอีสาน’ ที่แท้เป็นคนอุดรฯ คาดรู้เท่าไม่ถึงการณ์

6 พ.ย.64 จากกรณีที่มีคนกลุ่มหนึ่ง ที่ตั้งห้องใน “ClubHouse” แล้วพูดคุย เหยียดคนอีสาน จนเกิดประเด็นดราม่าในโลกโซเชียล พร้อมติดแฮชแท็ก #คลับเฮ้าส์toxic และในโลกโซเซียลก็มีการพูดถึงเรื่องนี้เป็นอย่างมาก หลายคนที่เป็นคนอีสานแสดงความไม่พอใจที่โดนดูถูก เป็นการบูลลี่รากเหง้าของคนไทยกลุ่มหนึ่งจะนำมาซึ่งความขัดแย้งในอนาคตก็ได้ โดยหนึ่งในกลุ่มคนคลับเฮ้าส์มีหญิงสาววัย 17 ปีซึ่งเป็นคนอุดรก็ด่าคนอีสานด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : ดราม่าเดือด! #คลับเฮ้าส์toxic ดูถูกเหยียดคนอีสานจนขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ทวิตเตอร์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : อัดแก๊งปากเสีย! ‘ต๊อด ปิติ’ ทนไม่ได้ #คลับเฮ้าส์toxic ‘ดูถูกเหยียดคนอีสาน’

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับครอบครัวของหญิงสาวรายดังกล่าวที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี พบกับตายาย พี่ชายและแม่ของหญิงสาวคนดังกล่าว โดยยายปิ๊ก อายุ 67 ปี (นามสมมติ) เปิดเผยว่า เพิ่งรู้ว่าเมื่อเช้านี้จากแม่เขาเล่าให้ฟัง เสียใจมาก หลานไม่น่าไปด่าคนอีสานแบบนั้นเลย ทั้งๆ ที่ตัวเขาและพวกเราก็เป็นอีสาน เมื่อเช้าแม่เขาก็ร้องไห้เสียใจหนักและแม่เขาก็เพิ่งผ่าตัดสมอง กลัวเขาไปผูกคอตายคิดสั้น ยายก็ขอโทษแทนหลานด้วยเขาอาจจะทำไปโดยรู้เท่าไม่การณ์

นายป๊อก (นามสมมติ) อายุ 19 ปี พี่ชายน้องแพน เปิดเผยว่า น้องสาวอายุ 17 ปีเดินทางไปเรียนที่พัทยาหลายปีแล้ว หลังจากแม่ตกงานก็กลับมาทำงานโรงเชือดไก่ที่ จ.อุดรธานี แต่น้องสาวยังเรียนที่นั่นอยู่ ตนเองรู้ข่าวว่าน้องด่าคนอีสานในคลับเฮ้าส์แรงมาก จากนั้นตนก็รีบทักไปพูดคุยกับน้องให้ออกมาขอโทษคนอีสานซะ เพราะตัวน้องเองก็เป็นอีสาน เบื้องต้นได้คุยกับน้องก็บอกว่าจะออกมาขอโทษตอนนี้ตกใจอยู่ ส่วนตัวก็อยากจะขอโทษแทนน้องด้วย ส่วนสาเหตุที่น้องด่าคนอีสานในคลับเฮ้าส์ น้องบอกว่า มีคนมาด่าก่อนแต่น้องคิดผิดที่ไปเหมาด่ารวมคนอีสาน สังคมไม่ต้องให้อภัยก็ได้ แต่ไม่อยากให้ลามปามถึงครอบครัวพ่อแม่ เพราะไม่อยากให้ครอบครัวคิดมาก ตอนนี้ครอบครัวเราคือแม่ยายตาเครียดหนัก เมื่อวานแม่ก็ร้องไห้ทั้งวัน ครอบครัวตนเองมีแต่คนป่วย ตาก็ป่วยโรคเส้นเลือดสมองตีบ ยายก็ป่วยเดินลำบาก ตนเองก็พิการตั้งแต่เกิด ส่วนพ่อเสียชีวิตอุบัติเหตุด้วยรถยนต์เมื่อเดือนส.ค.ที่แล้ว ส่วนแม่ก็เพิ่งผ่าตัดสมองมา

ส่วน น.ส.นิค (สมมติ) อายุ 37 ปีแม่ของน้องแพน เปิดเผยว่า รู้ข่าวว่าลูกไปด่าคนอีสาน เวลาประมาณ 19.00น. วันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่าน ลูกสาวคนนี้ลูกสาวคนเล็ก ไปเรียนอยู่พัทยา พอแม่กลับมาที่บ้านเกิดที่ จ.อุดรฯ เขาไม่ได้กลับมาด้วย เขาเป็นคนมีความคิดของตัวเอง หลังรู้ข่าวแม่เสียใจเมื่อคืนนอนไม่หลับทั้งคืน แม่ขอโทษสังคมด้วย ลูกทำอะไรไม่รู้จักคิด แม่เสียใจมากอาจจะเป็นเพราะตนเองลูกมาไม่ดี แต่ไม่เคยสอนให้ลูกแบบนั้น อยากจะวอนสังคมให้อภัย ขอโทษแทนลูกที่พูดไปแบบนั้น

ขณะที่ชาวบ้านหลายคน มองเรื่องกลุ่มคนด่าคนอีสาน โดยบอกว่า รู้สึกไม่พอใจ คนอีสานเป็นคนใจดี จริงใจ มีมิตรที่ดีต่อคนทุกภาค ตัวน้องเขาก็เป็นคนอีสานไม่น่าจะดูถูกกันเลย เห็นใครก็เรียกกินข้าวด้วย เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี แบ่งปันกัน รักกันไม่ใจดำด้วย ก็อยากให้น้องเขาออกมาขอโทษหากทำผิดอะไรไปแล้ว อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ได้คนอีสานเป็นคนให้อภัย. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,297,583 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
Graffiti protests against the possibility of a delayed general election in Bangkok
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
'ป้าตือ' ขึ้นแท่น 'มาดามแห่งวงการออนไลน์' คนใหม่ LIVE EP แรก คนดูชน 5 แสน!!! #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
'หนึ่งคำพูด...ล้านกำลังใจ' ส่งถึง 'เหล่านักรบเสื้อขาวและผู้ป่วย' สู้ศึกโควิด-19 #SootinClaimon.Com
แอลกอฮอล์ อาชญากรรม และการปฏิรูปตำรวจ(ไทย)
Waymo to launch fully driverless service to the public - a first just in time for the pandemic #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d