Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

บทความพิเศษ : จะสร้างบ่อนถูกกฎหมาย เมื่อปลายสมัย

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704935

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปลายสมัยรัฐสภาปัจจุบัน คณะกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร หยิบยกเรื่องการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร ซึ่งรวมถึงการมีบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทยขึ้นมาศึกษา

มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า เพียงการตั้งชื่ออนุกรรมาธิการก็เห็นได้ชัดว่าเป็นการตั้งเพื่อสนับสนุนให้เปิดบ่อนอย่างถูกกฎหมาย ยิ่งกว่านั้นยังได้นำเสนอผลการศึกษา “กาสิโน” แบบถูกกฎหมาย ซึ่งในรายละเอียดมีการระบุว่าประชาชนกว่า 36.38% เห็นด้วยกับการมี “กาสิโน” แบบถูกกฎหมาย และเห็นด้วยกับการที่ภายใน กาสิโนถูกกฎหมาย ควรมีสถานบันเทิงแบบครบวงจรกว่า 80.67%

อีกครั้งกับความพยายามทำอบายมุขให้ถูกกฎหมาย

1) ตั้งแต่อดีต มักอ้างกันว่า หากเปิดบ่อนการพนันแล้ว จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของชาติอ้างว่า ธุรกิจการพนันมีเงินหมุนเวียนสูงนับแสนล้านบาท แต่ในความเป็นจริงแล้ว เงินหมุนเวียนในการพนันนั้นไม่มีคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจเท่าใดนัก

คนละเรื่องกับเงินหมุนเวียนที่เกิดจากการซื้อสินค้าและบริการในตลาดค้าขายทั่วไป เพราะการเล่นพนันในบ่อน เงินได้เสียระหว่างคนเล่นกับเจ้ามือ เป็นเพียงการโอนเงินจากคนหนึ่งไปให้อีกคนหนึ่ง โดยเงินของคนเล่นเสียก็ตกไปเป็นของคนที่เล่นได้ จำนวนเงินรวมทั้งหมด จึงเท่าเดิม

มิได้ผลิตสินค้าหรือบริการใดเพิ่มขึ้น จึงไม่เพิ่มรายได้ของระบบเศรษฐกิจส่วนรวม หรือไม่เพิ่มรายได้ประชาชาติ ไม่เหมือนกับการซื้อสินค้า ที่จะทำให้เกิดการผลิตสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตวัตถุดิบและแรงงาน ซึ่งเกิดการหมุนเวียนของรายได้และการผลิตอื่นๆ ตามมา

การพนันจึงไม่เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ แก่สังคมส่วนรวมมากอย่างที่เข้าใจ

หากภาครัฐจะได้ รายได้บ้าง ก็คงจะเป็นภาษีที่เก็บได้จากเจ้ามือที่ไปเอาเงินของผู้เล่นมาอีกต่อหนึ่ง หรือถ้ารัฐเป็นเจ้ามือเองก็คงเพียงแต่กินเงินชาวบ้านมาเข้ากระเป๋าตนเท่านั้นเอง

ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับต้นทุนทางสังคม ผลกระทบและความเสียหายที่มีต่อทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งต้องเสียเวลา เสียโอกาสการทำมาหากิน เสียโอกาสการสร้างสรรค์ผลิตผลที่มีคุณค่ามากกว่านี้

ยังไม่นับถึงปัญหาสังคม ปัญหาอาชญากรรม และการทำผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น การฆ่าตัวตาย การจี้ ปล้น ลักทรัพย์ การยักยอกเงินบริษัท การเบี้ยวหนี้ธุรกิจ การทุบตีภรรยา การแย่งชิงมรดก การละทิ้งลูกเมียพ่อแม่ ฯลฯ

ตลอดจนค่านิยมในสังคมที่จะผิดเพี้ยนมากขึ้นไปอีก

2) สังคมไทยในปัจจุบันมีความเหลื่อมล้ำอยู่มาก ผู้ด้อยโอกาสไม่ว่าจะประกอบอาชีพด้วยความขยันขันแข็งอย่างไร โอกาสที่จะเปลี่ยนสถานะและประสบความสำเร็จเป็นเรื่องยากลำบาก

การเล่นการพนัน หวังเสี่ยงโชคเผื่อฟลุกปลอบประโลมใจว่าจะมีบางสิ่งดลบันดาลให้สามารถร่ำรวยได้ในพริบตา สิ่งนี้จึงมีส่วนที่ทำให้คนไทยชอบเล่นการพนัน จึงมีคนจำนวนหนึ่งอ้างว่าสันดานคนไทยก็เป็นเช่นนี้ คือชอบเล่นการพนัน เมื่อเลิกไม่ได้ก็ให้เล่นถูกกฎหมายเสียเลย

ในความเป็นจริงแล้วการพนันทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือบ่อนการพนันยิ่งสร้างความแตกต่างเหลื่อมล้ำของคนในชาติให้มากขึ้นไปอีก

3) อ้างกันอีกว่า มีบ่อนชายแดนไทย ทำให้เงินไหลออกไปเล่นบ่อนชายแดน เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่า เจ้าของบ่อนชายแดนส่วนใหญ่นั้นก็เป็นคนไทย เพราะฉะนั้น ถ้านักพนันไทยเล่นได้เงิน ก็นำเงินกลับเข้าประเทศ ถ้าเจ้าของบ่อนได้ก็นำรายได้กลับเข้าประเทศ

แต่อันที่จริง หากไม่ต้องการให้คนออกไปเล่นการพนันที่บ่อนชายแดน ก็ยังมีหลากหลายวิธีที่ป้องกันและปราบปรามอย่างได้ผล เช่น การเข้มงวดเอาจริงกับการตรวจตราวิธีผ่านด่านชายแดน การควบคุมการนำเงินเข้า-ออก รวมถึงกลวิธีดัดนิสัยนักพนันตามที่ชอบไปเล่นตามชายแดนได้อีกมาก

4) อ้างกันว่า เมื่อมีบ่อนการพนันถูกกฎหมายแล้วก็จะได้แก้ปัญหาบ่อนเถื่อน บ่อนกลางกรุงบ่อนวิ่ง บ่อนลอยฟ้า ฯลฯ ข้อนี้ ก็เป็นข้ออ้างเลื่อนลอยอย่างยิ่ง

ไม่มีหลักประกันใดเลยว่า เมื่อมีบ่อนถูกกฎหมายแล้วจะไม่มีบ่อนเถื่อน

ที่ผ่านมา เมื่อมีสลากกินแบ่งรัฐบาล หวยรัฐบาล ก็ยังปรากฏว่า มีหวยเถื่อนแพร่ระบาด

ปัญหาอยู่ที่ตำรวจและผู้มีอำนาจรัฐ จะเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามบังคับใช้กฎหมายหรือไม่

ถ้าเอาจริง เชื่อแน่ว่าจะปราบสิ่งผิดกฎหมายได้หรืออย่างน้อยที่สุด ก็จะต้องลดน้อยลงกว่านี้มาก (ไม่ว่าจะหวยใต้ดิน บ่อนเถื่อน หรือการออกไปเล่นพนันตามบ่อนชายแดน)

5) มีข้ออ้างว่า หากมีบ่อนถูกกฎหมายเพิ่มขึ้นแข่งขันกับบ่อนที่มีอยู่เดิม คงจะแย่งลูกค้ามาเข้าบ่อนใหม่ที่ถูกกฎหมาย รัฐจะได้เงินภาษีเพื่อนำมาใช้ในการกวดขันปราบปรามการเล่นการพนัน ตลอดจนรณรงค์ให้คนหยุดเล่นการพนัน

น่าสนใจว่า หากงบประมาณเพื่อใช้ในการกวดขันปราบปรามและรณรงค์ดังกล่าวมีประโยชน์ เหตุใดไม่นำเงินงบประมาณทั่วไปมาใช้

การเพิ่มจำนวนบ่อนที่ถูกกฎหมายจะเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดหรือไม่ ว่ารัฐก็ส่งเสริมการพนันและอยากได้เงินจากการพนัน ไม่ต่างอะไรกับเจ้าของบ่อนการพนัน ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของรัฐ ที่ต่างก็อยากได้เงินจากการพนัน การพนันจึงกลายเป็นสินค้าที่ผู้มีอำนาจปรารถนา และอยากได้เงิน

กรณีนี้จึงต่างกับกรณีเก็บภาษีบาปจากเหล้าและบุหรี่มาใช้เพื่อรณรงค์ให้หยุดเหล้าหยุดบุหรี่ เพราะเหล้าและบุหรี่เป็นกิจการที่มีอยู่แล้วโดยรัฐเป็นเจ้าของ สัมปทานโรงเหล้า โรงเบียร์ และเป็นผู้ผลิตบุหรี่เสียเอง

6) บ่อนการพนันถูกกฎหมายยังจะเป็นแหล่งฟอกเงิน เป็นรากฐานขององค์กรอาชญากรรม และการทุจริตทางการเมือง เป็นช่องทางผ่องถ่ายผลประโยชน์จากการคอร์รัปชั่น และธุรกิจอิทธิพลนอกกฎหมาย

คงจำได้ อดีตนักการเมือง รมต.รักเกียรติ สุขธนะ เคยอ้างต่อศาลในคดีทุจริตว่า ตนเองได้เงินมาจากการเล่นการพนัน มิใช่การโกง แต่ยังดีที่กรณีนั้น ป.ป.ช. มีหลักฐานอื่นมาโต้แย้ง ทำให้ต้องจำนนด้วยหลักฐานข้อเท็จจริง

หากเปิดบ่อนการพนันได้จริง บ่อนการพนันในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะเป็นเครื่องมือฟอกเงินหรือปิดบังอำพรางการทุจริตประพฤติมิชอบของพวกตนได้ง่ายขึ้นหรือไม่

7) หากเข้าใจว่าประเทศไทยไม่เคยมีบ่อนการพนันอย่างถูกกฎหมาย ย่อมเป็นความเข้าใจผิดมหันต์

ในความเป็นจริง เราเคยมีบ่อนถูกกฎหมายในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดบ่อนจะได้รับชื่อบรรดาศักดิ์ว่า “ขุนพัฒนสมบัติ” สมัยนั้นทางการสามารถเก็บอากรบ่อนเบี้ยได้ปีละ 260,000 บาท

ถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ยังได้กำหนดภาษีการพนันเพิ่มขึ้นจากอากรบ่อนเบี้ย และสามารถเก็บภาษีได้ปีละ 500,000 บาท กระทั่งในปี พ.ศ. 2413 เฉพาะในแขวงกรุงเทพฯ ก็ยังมีบ่อนใหญ่ประจำอยู่ 126 ตำบล และยังมีบ่อนเบี้ยขนาดเล็กอีกประมาณ 277 ตำบล

แต่ในที่สุด ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯให้เลิกบ่อนการพนัน ด้วยพระองค์ทรงเห็นว่าการมีราษฎรมัวเมาในการพนันย่อมเป็นเหตุนำไปสู่ความวิบัติ ทั้งส่วนตัวและส่วนรวมในความมั่นคงของประเทศชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการปรับปรุงงานพระคลัง เพื่อหารายได้อื่นมาทดแทนรายได้จากอากรบ่อนเบี้ย โดยมีประกาศเริ่มลดจำนวนบ่อนลงเรื่อยๆ จนเหลือบ่อนอยู่เพียง 9 ตำบล ใน พ.ศ. 2453 แต่กว่าจะเลิกบ่อนการพนันในประเทศไทยได้ ก็แสนยากลำบาก กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 6 จึงได้มีประกาศปิดบ่อนทั่วราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2460

อยากแนะนำให้ผู้ที่ต้องการนำการพนันให้ถูกกฎหมาย เพื่อหวังจะเป็นรายได้ให้สังคมและรัฐบาล ลองถามตัวเองง่ายๆ ว่า

“ถ้าภรรยาหรือสามีของเรา ตกเป็นทาสของการพนัน ครอบครัวของเราจะเป็นอย่างไร

ถ้าลูกสาว ลูกชายของเรา ตกเป็นทาสของการพนัน เราจะพอใจ สุขสบายใจได้ไหม…”

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เฉลิมฉลอง’ศาลเจ้าแซ่ซิ้มกรุงเทพ’ครบ 136 ปี ความกตัญญูต่อแผ่นดินไทย ไม่มีวันเลือนหาย

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704975

เฉลิมฉลอง'ศาลเจ้าแซ่ซิ้มกรุงเทพ'ครบ 136 ปี ความกตัญญูต่อแผ่นดินไทย ไม่มีวันเลือนหาย

เฉลิมฉลอง’ศาลเจ้าแซ่ซิ้มกรุงเทพ’ครบ 136 ปี ความกตัญญูต่อแผ่นดินไทย ไม่มีวันเลือนหาย

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.59 น.

มูลนิธิสีมาสงเคราะห์ เฉลิมฉลอง “ศาลเจ้าแซ่ซิ้มกรุงเทพ” ครบ 136 ปี ความกตัญญูต่อแผ่นดินไทย ไม่มีวันเลือนหาย

​จากจุดเริ่มต้นที่บรรพบุรุษตระกูลซิ้ม ได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลาเนิ่นนาน จวบจนในปี พ.ศ. 2429 ได้มี ชาวแซ่ซิ้มที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในย่านวงเวียนใหญ่ กรุงเทพมหานคร มีจำนวนมากขึ้น จึงได้ริเริ่มก่อตั้งศาลเจ้าแซ่ซิ้มขึ้น โดยได้รวบรวมเงินจากลูกหลานแซ่ซิ้ม และก่อสร้างศาลเจ้าแซ่ซิ้มขึ้นมา ทำให้ลูกหลานชาวแซ่ซิ้มได้มีศาลเจ้าสำหรับสักการะบูชาบรรพบุรุษตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และนับเป็นศาลเจ้าประจำตระกูลที่ก่อตั้งขึ้นมาก่อนตระกูลอื่นใดทั้งหมด

เดิมศาลเจ้าแซ่ซิ้ม ตัวอาคารมีเนื้อที่เพียง 20 ตารางวาเท่านั้น และโครงสร้างเป็นแบบง่ายๆ เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไป ตัวอาคารก็เริ่มเก่าแก่และชำรุดลง ประกอบกับพี่น้องร่วมตระกูลซิ้มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ลูกหลานชาวตระกูลซิ้ม รวมถึงบุคคลทั่วไปพากันมากราบไหว้บูชาที่ศาลเจ้ามากขึ้น คณะกรรมการชาวตระกูลซิ้ม จึงได้ทำการซ่อมแซมและขยับขยายพื้นที่ให้กว้างขวางออกไปอยู่เรื่อยมาเป็นระยะๆ

จนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2505  คณะกรรมการ ได้ปรึกษาหารือกันและเห็นสมควรว่าจะก่อสร้างศาลเจ้า แซ่ซิ้มขึ้นใหม่ให้กว้างขวางและงดงามยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะศาลเจ้าหลังเดิมนอกจากจะชำรุดทรุดโทรมแล้ว บริเวณศาลเจ้ายังคับแคบไม่พอเพียงแก่ลูกหลานชาวตระกูลซิ้ม และประชาชนอื่นทั่วไปที่เข้ามาทำพิธีกรรม กราบไหว้บูชา คณะกรรมการในขณะนั้น ต่างมีความเห็นพร้อมและได้ก่อสร้างอาคารศาลเจ้าหลังใหม่ขึ้น

จนถึงปี พ.ศ.2565  ศาลเจ้าแซ่ซิ้มที่สร้างขึ้นใหม่ได้ผ่านกาลเวลามากว่า 57 ปี ได้ทรุดโทรม ไปตามกาลเวลาคณะกรรมการจึงดำเนินการสร้างเสามังกรหินแกรนิตแกะสลัก สูง 18.2 เมตร และศาลทีกง ขึ้นใหม่ แทนที่ของเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม รวมถึงการบูรณะซ่อม-สร้าง ศาลเจ้าแซ่ซิ้ม และซ่อมแซมปรับปรุงอาคารหอประชุม ที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา รวมงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการกว่า 20,000,000 บาท

และด้วยความร่วมแรงร่วมใจ การก่อสร้างจึงได้เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นการซ่อมสร้าง และบูรณะศาลเจ้าแซ่ซิ้ม กรุงเทพ ครั้งใหญ่ที่สุด ตั้งแต่มีการสร้างศาลเจ้าซิ้มขึ้นมา และในโอกาสที่เป็นมงคลนี้ ลูกหลานชาวแซ่ซิ้มจึงได้จัดงาน เฉลิมฉลองศาลเจ้าแซ่ซิ้ม กรุงเทพ (ตากสิน) ในโอกาสครบรอบ 136 ปี ขึ้นมาในคราวเดียวกัน

ถึงแม้ว่าศาลเจ้าแซ่ซิ้ม หรือเรียกชื่อว่า มูลนิธิสีมาสงเคราะห์ (ซิ้มกงจืออี่) ได้รับการสนับสนุน ร่วมมือร่วมใจจากชาวตระกูลซิ้มจนมีความเจริญก้าวหน้า และเป็นที่รู้จักในสังคมขึ้นเป็นลำดับ จากความร่วมมือร่วมใจของชาวตระกูลซิ้ม แต่ด้วยภาระหน้าที่ของชาวตระกูลซิ้ม ยังไม่สิ้นสุดเพียงนี้ ยังคงจะต้องมีการขยายกิจการงานออกไป เพื่ออำนวยประโยชน์สุขให้แก่พี่น้องชาวตระกูลซิ้มตลอดจนพี่น้องประชาชนทั่วไปที่ได้เข้าไปช่วยเหลือ เพื่อให้ศาลเจ้าแซ่ซิ้มหรือมูลนิธีสีมาสงเคราะห์ (ซิ้มกงจืออี่) มีความยั่งยืน เป็นศูนย์กลางของตระกูล และร่วมด้วยช่วยเหลือและตอบแทนคนในสังคมไทยได้อย่างถาวรสืบต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เจ้างูน้อยมีหงอน’อยู่ที่ศาลาปู่ศรีฯคำชะโนดตายแล้ว เอาไปรักษาไม่ทัน

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704970

'เจ้างูน้อยมีหงอน'อยู่ที่ศาลาปู่ศรีฯคำชะโนดตายแล้ว เอาไปรักษาไม่ทัน

‘เจ้างูน้อยมีหงอน’อยู่ที่ศาลาปู่ศรีฯคำชะโนดตายแล้ว เอาไปรักษาไม่ทัน

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.17 น.

เศร้า!!! เจ้างูน้อยมีหงอนเคยอาศัยที่ศาลาปู่ศรีสุทโธ คำชะโนดตายแล้ว เจ้าของเพจบอกเอาไปรักษาไม่ทันนอนแน่นิ่งตายในลังกระดาษหลังรถ เตรียมนำไปฝังที่คำชะโนดที่อยู่เช่นเดิม

17 ม.ค.66 จากกรณีคณะกรรมการคำชะโนด บ้านโนนเมือง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี แจ้งนายวีระพล รักเสมอวงศ์ แอ้ดมินเพจบ้านดุงอัพเดต ไปรับงูเขียวมีหงอนคล้ายพญานาค ที่อาศัยอยู่ในศาลปู่ศรีสุทโธและย่าประทุมมา ลานบวงสราวงทางเข้าเกาะคำชะโนด บ้านโนนเมือง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี  มีอาการป่วยหนักมีสภาพซึม ตัวผอมกว่าปกติ อ้าปากค้างเหมือนกินอาหารไม่ได้ และขดตัวแน่นิ่งไม่ยอมเคลื่อนไปไหน ซึ่งปกติงูมีหงอนคล้ายพญานาคตัวนี้จะมีลักษณะอ้วนและร่าเริง แม้นักท่องเที่ยวจะมาถ่ายรูปก็สู้กล้อง คาดว่าจะเกิดต่อสู้หรือกับสัตว์ชนิดอื่น เช่น ตุ๊กแก หรือกินอาหารเป็นพิษ ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.66 ที่ผ่านมา (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ขดตัวแน่นิ่ง! สงสาร’งูเขียวมีหงอน’คล้ายพญานาคคำชะโนด ป่วยหนักต้องพาไปรักษา)

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากนายวีระพล แอดมินบ้านดุงอัพเดต แจ้งว่า งูเขียวมีหงอนคล้ายพญานาคได้ตายแล้วเมื่อเวลา 16.00 น.ของวันนี้ ขณะที่จะนำไปรักษาที่รพ.สัตว์อุดรธานี โดยบอกว่า จริงๆ แล้วจะพางูเขียวมีหงอนที่ศาลาปู่ศรีสุทโธไปรักษาหลายวันแล้ว แต่เนื่องจากตนเองเป็นไข้นอนซมหนักมา 3 วันจึงไม่สามารถพาไปรักษาได้ แต่วันนี้ได้นัดหมอเอาไว้โดยหมอจะรักษาให้ในวันพุธที่ 18 ม.ค.ขับรถกำลังพางูเขียวมีหงอนไปรักษา แต่มาได้เพียงครึ่งทางคือบ้านหนองเม็ก อ.หรองหาน ปรากฏว่างูเขียวมีหงอนสิ้นลมหายใจแล้ว จากนี้ไปก็นำงูเขียวมีหงอนตัวนี้ไปฝังที่คำชะโนดที่เขาเคยอยู่ต่อไป.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ไม่ยอมรักการรักษาไม่ยอมรับโอสถของพระพุทธเจ้าเขาย่อมเป็นคนน่าสงสารตลอดไป

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704963

ผู้ไม่ยอมรักการรักษาไม่ยอมรับโอสถของพระพุทธเจ้าเขาย่อมเป็นคนน่าสงสารตลอดไป

ผู้ไม่ยอมรักการรักษาไม่ยอมรับโอสถของพระพุทธเจ้าเขาย่อมเป็นคนน่าสงสารตลอดไป

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.02 น.

” คนน่าสงสารในโลกนี้มีมากนัก ทั้งน่าสงสารทางกาย และน่าสงสารทางใจ เราเองแทบทุกคนก็เป็นโรคน่าสงสารเช่นที่กล่าวแต่เมื่อไม่ใช่โรคทางกาย ก็ไม่เห็นกันไม่รู้กันว่า ตนเป็นคนหนึ่ง จำนวนมหาศาลที่น่าสงสาร และน่าสงสารยิ่งกว่าเป็นโรคทางกาย น่ากลัวน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าเป็นโรคทางกาย

โรคน่าสงสารทางใจตัวเอง ต้องรู้ด้วยตัวของตัวเอง ต้องยอมรับด้วยตัวของตัวเอง จึงจะแก้ไขได้ ไม่เช่นนั้นแล้วก็ไม่มีทางจะรักษาโรคทางใจได้เลย แม้พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าจะเป็นโอสถรักษาโรคทางใจของผู้ที่ไม่ยอมรับรู้ว่าใจของตนมีโรค 

นั่นก็คือผู้ไม่ยอมรักการรักษา ไม่ยอมรับโอสถของพระพุทธเจ้า เขาย่อมเป็นคนน่าสงสารตลอดไป พบคนเช่นนี้พึงย้อมดูตนเอง คงจะต้องพบโรคทางใจด้วยกันเพียงแต่ว่าจะมากน้อยหนักเบากว่ากันเพียงไร ตามอำนาจของกรรมที่ได้กระทำมาแล้วเท่านั้น “

โอวาทธรรม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนลุกซู่!! หนุ่มสาวถ่ายรูปหน้าศาลปู่คำชะโนด เท้าซีดเล็บดำเหมือนนางรำ

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704949

ขนลุกซู่!! หนุ่มสาวถ่ายรูปหน้าศาลปู่คำชะโนด เท้าซีดเล็บดำเหมือนนางรำ

ขนลุกซู่!! หนุ่มสาวถ่ายรูปหน้าศาลปู่คำชะโนด เท้าซีดเล็บดำเหมือนนางรำ

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.00 น.

ขนลุกซู่!! หนุ่มสาวไหว้ศาลปู่ศรีสุทโธที่คำชะโนด จ.อุดรธานี ถ่ายภาพหน้าศาลปู่ภาพออกมาออกมาเท้าซีดเล็บดำเหมือนนางรำ เจ้าตัวเปิดใจเตรียมกลับไปคำชะโนดเพื่อขอขมาหลังเมื่อคืนฝันด้วยเจอคนหัวขาด

17 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ บ้านดุงอัพเดต Bandung Update โพสต์มีข้อความว่า “ขนลุกเลยครับถ่ายที่คำชะโนด กล้องปกติแสงปกติ แต่เท้าซีดเหมือนนางรำโบราณทาเล็บดำ หรือซีดคล้ายคนไม่มีชีวิต ทั้งทั้งที่ตัวจริงไม่ได้ทาเล็บไม่ทำอะไรเลย ใช้วิจารณญานในการดูเรื่องบางเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล โดยในภาพเป็นภาพถ่ายของวัยรุ่นหญิงสาวคู่หนึ่งถ่ายรูปหน้าศาลปู่ศรีสุทโธในวัดศิริสุทโธ หน้าเกาะคำชะโนด ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี แต่ที่สังเกตบริเวณเท้าทั้ง 2 ข้างของสาวคนนี้ที่ถ่ายคู่กับแฟน ปรากฎว่าขาวซีดผิดปกติ และทาเล็บดำ

ต่อมาผู้สื่อข่าวติดต่อน้องวิว อายุ 18 ปี และ น้องแต้ม อายุ 21 ปี ชาวจ.บึงกาฬ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันเสาร์ที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันเด็ก พวกตนเดินทางไปแข่งรถวิบากที่จัดขึ้นที่อ.บ้านดุงเนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ จากนั้นวันอาทิตย์ตื่นเช้าพากันเข้าไปที่คำชะโนดเพื่อไปสักการะปู่ศรีสุทโธและย่าประทุมมา แต่เนื่องจากคนเยอะมากไม่ได้เข้าไปในเกาะคำชะโนด จึงพากันไหว้ศาลปู่ฯ ที่ตั้งอยู่ภายในวัดศิริสุทโธ พอไหว้เสร็จก็มาถ่ายรูป โดยถ่ายรูปหมู่ก่อน จากนั้นก็ถ่ายรูปคู่กันสองคน

พี่อิ๋วซึ่งเป็นคนถ่ายรูปให้ พอถ่ายเสร็จ พี่อิ๋วก็ทักทำไมน้องวิวเท้าซีดจัง และเล็บก็เป็นสีดำ และเท้าซีดคนเดียวด้วย ทั้งรูปหมู่และรูปคู่กับแฟน แฟนเท้าไม่ซีด โดยน้องวิวบอกว่าวันนั้นก็ทาเล็บอยู่แต่ไม่ได้สีดำขนาดในภาพ ตกใจมาก จึงสอบถามแฟนคือแต้มว่า ทำไมเท้าซีดจัง วันนั้นเราก็ไม่ได้ไปลบหลู่อะไร ไหว้เสร็จก็ถ่ายรูปพากันออกมา อย่างเมื่อคืนก็ฝันว่าเจอผู้หญิงหัวขาดยิ่งขนลุกไปใหญ่เลย โดยตั้งใจว่า จะกลับไปขอขมาปู่ศรีสุทโธที่คำชะโนดสักวัน น้องวิวและน้องแต้มกล่าวตอนท้าย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มายังไง? แม่ช็อกลูกเข้าไอซียู แพทย์ตรวจพบ‘เบบี้คริสตัล’ทั้งที่เป็น‘สินค้าห้ามจำหน่าย’

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704928

มายังไง? แม่ช็อกลูกเข้าไอซียู แพทย์ตรวจพบ‘เบบี้คริสตัล’ทั้งที่เป็น‘สินค้าห้ามจำหน่าย’

มายังไง? แม่ช็อกลูกเข้าไอซียู แพทย์ตรวจพบ‘เบบี้คริสตัล’ทั้งที่เป็น‘สินค้าห้ามจำหน่าย’

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.52 น.

มายังไง? แม่ช็อกลูกเข้าไอซียู แพทย์ตรวจพบ”เบบี้คริสตัล”ทั้งที่เป็น”สินค้าห้ามจำหน่าย”ตั้งแต่เกือบ 40 ปีก่อน

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2566 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kat Kattaleeya โพสต์ข้อความระบุว่า อัพเดทอาการน้องณคุณนะคะ ตอนนี้น้องยังพักอยู่ที่ICU โดยรวมถือว่าดี เมื่อไหร่ที่อาการคงที่ คุณหมอจะย้ายน้องมาที่ห้องปกติ ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงนะคะ

ขอสรุปสั้นนะคะ

ก่อนหน้านี้น้องณคุณอาเจียนตลอด ทานอะไรไม่ได้ ซึม  คุณหมอCT แสกนเจอลำไส้มีลักษณะอุดตัน คุณหมอเลยให้ผ่าตัดด่วน และวินิจฉัยเพื่อความชัดเจน

บทสรุปทั้งหมอคือ  น้องทานเบบี้คริสตัลเข้าไปค่ะ

ตอนน้องทานเป็นลักษณะที่ยังไม่แช่น้ำ (เม็ดค่อนข้างเล็กมากๆ) มันไปขยายใหญ่ในช่วงลำไส้เล็กพอดี ตอนคุณหมอผ่าออกมา เม็ดมีลักษณะขยายใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาน3ซม.  ทำให้ลำไส้น้องตัน ฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ด้วยนะคะ

บ้านไหนมีน้องช่วงวัยกำลังจับของเข้าปากไม่ควรให้คาดสายตาจริงๆ เป็นเรื่องที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ก็เกิดจนได้ … เป็นเพราะความชะล่าใจ  เป็นบทเรียนที่เจ็บปวดหัวใจที่สุด ขออย่าให้เกิดขึ้นกับเด็กคนไหนอีกเลยค่ะ  บีบหัวใจคนเป็นแม่ แทบขาดใจ ….

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เคยออกคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2527 เรื่อง ห้ามขายสินค้าที่เรียกกันว่า “ของเล่นชนิดพองตัวเมื่อแช่น้ำ” หรือ “ตัวดูดน้ำ” เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2527 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 101 ตอนที่ 136 วันที่ 27 พ.ย. 2527) ลงนามโดย ร.ต.ท.ชาญ มนูธรรม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (ในขณะนั้น)

อ้างอิง
http://non-ed.go.th/public/news_upload/backend/files_131_1.pdf 
http://123.242.159.135/2558/attachments/article/3122/925270001.pdf

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : คิดให้ดีก่อนซื้อให้ลูกหลาน! แพทย์เตือน’10 ของเล่นอันตราย’แนะหลีกเลี่ยง-พึงระวัง

– 006

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fkat.fineart.9%2Fposts%2Fpfbid02DNNm4REAW5wk8fZMcLmxz1yGJvFmKRcddaVYbJM9TaT7ZePTne6YYX1puccymEZSl&width=500&show_text=true&height=793&appId

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลูกค้า’กองสลากพลัส’เฮสนั่น โชคใหญ่หล่นทับรับตรุษจีน รวม54ล้าน

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704919

ลูกค้า'กองสลากพลัส'เฮสนั่น โชคใหญ่หล่นทับรับตรุษจีน รวม54ล้าน

ลูกค้า’กองสลากพลัส’เฮสนั่น โชคใหญ่หล่นทับรับตรุษจีน รวม54ล้าน

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.31 น.

ลูกค้ากองสลากพลัส เฮสนั่น งวดนี้ได้ผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 ถึง 2 คน รวมเป็นเงิน 54 ล้านบาท

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 17 มกราคม 2566 ออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งรางวัลที่ 1 คือ 812519 ล่าสุด กองสลากพลัส เผยว่างวดนี้มีผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 ถึง 2 คน คือ

คุณ หยาดพิรุณ จ.กรุงเทพฯ ถูกเลขชุด 6 ใบ 36 ล้าน

คุณ ต้น จ.ขอนแก่น ถูกเลขชุด 3 ใบ 18 ล้าน

รวมแล้วเป็นเงิน 54 ล้านบาท ถือว่ารับโชคใหญ่เป็นเศรษฐีป้ายแดงต้อนรับตรุษจีนกันเลยทีเดียว

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fkongsalakplus%2Fposts%2Fpfbid02xMXvYMiE6BUkmfbY18ZyV2VSbk4Gy5qdLrji7GEfkPJXNmZVcdL849gra8nAcp7Al&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ดอยอินทนนท์ยะเยือก! เกิด ‘เหมยขาบ’ สุดสวยงามครั้งที่ 17 ของปีกระต่าย

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704857

ดอยอินทนนท์ยะเยือก! เกิด 'เหมยขาบ' สุดสวยงามครั้งที่ 17 ของปีกระต่าย

ดอยอินทนนท์ยะเยือก! เกิด ‘เหมยขาบ’ สุดสวยงามครั้งที่ 17 ของปีกระต่าย

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.19 น.

ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เช้าวันนี้ (17 ม.ค.66) อุณหภูมิบนยอดดอยอินทนนท์ ลดต่ำลงที่บริเวณกิ่วแม่ปานวัดได้ 1 องศาเซลเซียส และที่ยอดดอย 2 องศาเซลเซียส เกิดเหมยขาบหรือน้ำค้างแข็งที่สวยงามขึ้นอีกครั้งนับเป็นครั้งที่ 17 ของปี 2566

ที่มา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ต้อนรับตรุษจีน!! ชาวบ้านแห่จองของไหว้ล่วงหน้า ชุดกี่เพ้าขายดียอดพุ่ง

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704810

ต้อนรับตรุษจีน!! ชาวบ้านแห่จองของไหว้ล่วงหน้า ชุดกี่เพ้าขายดียอดพุ่ง

ต้อนรับตรุษจีน!! ชาวบ้านแห่จองของไหว้ล่วงหน้า ชุดกี่เพ้าขายดียอดพุ่ง

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.25 น.

ต้อนรับตรุษจีน!! ชาวบ้านแห่จอง’หัวหมู-ไก่ต้ม-เป็ดพะโล้’ล่วงหน้า ชุดกี่เพ้าขายดียอดพุ่ง 

17 ม.ค.66 ที่ร้านน้องโบ๊เบ๊ ประตูน้ำ 2 ร้านขายชุดกี่เพ้ารายใหญ่ใจกลางเมืองพิษณุโลก ถนนเอกาทศรถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยบรรยากาศในร้านตกแต่งด้วยโคมไฟกระดาษสีแดง และโคมไฟจีนสีแดงเรียงรายทั่วทั้งร้าน ให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศของวันตรุษจีน ทำให้ดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีโปรโมชั่นพิเศษมากมายให้กับลูกค้าทุกท่านที่ซื้อชุดกี่เพ้าของทางร้าน เพราะว่าช่วงนี้ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีนแล้ว โดยคนไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่ที่เริ่มหลั่งไหลมาซื้อชุดกี่เพ้าไว้รอสวมใส่ในเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 20-22 มกราคา 2566 ที่กำลังจะมาถึงนี้ รวมทั้งเด็กนักเรียน นักศึกษา หรืออาจารย์ ที่ต่างมาซื้อชุดกี่เพ้าเพื่อไปร่วมกิจกรรมวันตรุษจีนของโรงเรียน ซึ่งคนจีนมีความเชื่อว่าเทศกาลตรุษจีนเปรียบเสมือนวันปีใหม่ของคนจีน ถือว่าเป็นหนึ่งในร่องรอยของประเพณีและพิธีกรรมที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าศตวรรษ (100ปี) ที่ผูกสิ่งดี ๆ ไว้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นมงคลในชีวิตตั้งแต่อาหาร ของมงคล สีเสื้อผ้า ไปจนถึงกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดช่วงเทศกาลกว่า 15 วัน

นางสาวภูคณึง สถาวรวณิช อายุ 37 ปี พนักงานขายร้านโบ๊เบ๊ เปิดเผยว่า กระแสยอดขายชุดกี่เพ้าในปีนี้ถือว่าดี เริ่มคึกคักมาตั้งแต่ต้นปี หรือช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา มีลูกค้ามาเลือกซื้อชุดกี่เพ้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่ และลูกค้าที่เป็นเด็กนักเรียน ที่ผู้ปกครองพามาซื้อเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเทศกาลตรุษจีนกับทางโรงเรียน ทำให้ยอดขายในปีนี้คึกคักที่สุดในรอบหลายปีตั้งแต่เกิดการระบาดของสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา

โดยร้านน้องโบ๊เบ๊ เป็นร้านขายชุดกี่เพ้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพิษณุโลกตั้งอยู่ใกล้เคียงตลาดร่วมใจ ปีนี้มีสินค้าให้เลือกหลากหลายแบบ มีทั้งชุดกี่เพ้า ชุดอากง ชุดอาม่า ชุดเด็ก และเสื้อยืดสีแดงต้อนรับตรุษจีน มีทั้งที่เป็นชุดที่ใช้ผ้าฝ้าย ผ้าสปัน ผ้ากำมะหยี่ และผ้าเรยอน มีทั้งแบบเดรสสั้น-ยาว เสื้อเจ้าสัว เสื้ออากง เสื้ออาม่า และเสื้อยืด ที่ปักด้วยด้ายสีทองเป็นลวดลายมงคลต่าง ๆ ให้ความสวยงาม สง่า อย่างเช่น ลายมังกรทอง ลายหงส์ทอง และลายดอกโบตั๋น ดอกเหมย มีตั้งแต่ไซส์เด็กไปจนถึงไซส์ผู้ใหญ่ ใหญ่สุดถึง 6xl ราคาก็ไม่แพงจับต้องได้ อย่างชุดเสื้อกี่เพ้าสั้น ราคาเริ่มต้นที่ 289 เสื้อเจ้าสัว-อาม่า เริ่มต้นที่ 450 กี่เพ้ายาวหรือชุดเดรส ราคาเริ่มต้นที่ 429 หรือถ้าเป็นแบบผ้าสปันแบบสั้นเริ่มต้นที่ 289 ยาวเริ่มต้นที่ 299 สำหรับชุดเด็กเริ่มต้นที่ 249 บาทเป็นต้นไป

นอกจากนี้ในปีนี้ยังมีชุดตกแต่งบ้านอย่างโคมไฟแบบธรรมดาและแบบผ้ากำมะหยี่ หลากหลายขนาด กิ๊ฟช๊อป อย่างโบว์มัดผม กิ๊ฟติดผม และต่างหู ที่เป็นสีแดงเข้ากับเทศกาล ราคาก็ไม่แพงเริ่มต้นที่ 20 บาทเท่านั้น เรียกว่ามาที่ร้านนอกจากได้ชุดสวยๆ ไปสวมใส่แล้ว ยังเลือกซื้อของประดับได้แบบครบ จบที่เดียวอีกด้วย

นางสาวภูคณึง สถาวรวณิช พนักงานขายได้บอกต่ออีกว่าขณะนี้ทางร้านมีโปรโมชั่น ลูกค้า @Line ของร้านเพิ่มเป็นเพื่อนโชว์ให้พนักงานดู ราคาจะลดอีก 10% จากราคาป้ายอีกด้วย และสำหรับลูกค้าขายส่งที่ซื้อไปจำหน่ายต่อทางร้านก็มีราคาพิเศษให้ สำหรับใครสนใจอยากจะมาเลือกซื้อชุดกี่เพ้าตามเทศกาล หรือชุดอื่นก็สามารถมาได้ช่วงนี้ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น.สอบถามได้ทาง 0805130158 ร้านโบ๊เบ๊สาขาแฟชั่น

ขณะที่ร้านโตบริการ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายหัวหมู ไก่ เป็ด รายใหญ่และเก่าแก่ รายใหญ่ในพิษณุโลก ในตลาดสดโคกมะตูม ตลาดเทศบาล 4 อ.เมืองพิษณุโลก ขณะนี้มีประชาชนเริ่มมีการสั่งจองไก่ เป็ด และหัวหมู ในช่วงเทศกาลตรุษจีนวันที่ 20-22 ม.ค. นี้ เนื่องจากประชาชน โดยเฉพาะคนไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดพิษณุโลก หวั่นว่าจะไม่สามารถเลือกซื้อหาได้ เพราะว่าในแต่ละปีนี้ของช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีผู้คนมาเลือกซื้อเยอะมาก ถึงกับต้องจับใบคิวในการซื้อทีเดียว  ส่งผลให้ที่ร้านโต บริการ แห่งนี้ต้องเปิดให้ประชาชนต้องสั่งจองเป็นประจำทุกปี และปีนี้ได้มีประชาชนได้โทรศัพท์มาสั่งจองกันแล้วไม่ต่ำกว่า 200 ราย แล้ว

นางจินตนา อินคุ้ม อายุ 61 ปี  เจ้าของร้านโต บริการ กล่าวว่า  ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ทางร้าน ได้เปิดให้ประชาชนได้สั่งจอง ไก่สด เป็ดพะโล้ และหัวหมู กันแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้นำไปกราบไหว้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งปีนี้มียอดสั่งจองแล้วไม่ต่ำกว่า 200 รายแล้ว และคาดว่ากว่าจะถึงวันจ่าย วันไหว้ น่าจะไม่ต่ำกว่า 500 ราย โดยที่ไก่ไทยสด ได้มียอดสั่งจองแล้วกว่า 2,000 ตัว เป็ดพะโล้ ประมาณ 1,000 ตัว  ส่วนหัวหมู มียอดสั่งจองแล้วประมาณ 200 หัว โดยเฉพาะหัวหมู นั้น ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นห้างร้าน บริษัทเอกชน ที่มักจะนำไปไหว้แล้วเลี้ยงพนักงานมากกว่า และสั่งแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 30-50 หัว ทีเดียว

ขณะที่ราคาในปีนี้ขยับขึ้นเล็กน้อย โดยราคาไก่สด ตัวละ 250-270 บาท   เป็ดพะโล้ ตัวละ 400 บาท หมูช่วง ก.ก.ละ 170-180 บาท ขณะที่หัวหมู ปีนี้อยู่ที่ราคาตั้งแต่ 900-990  บาท.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เอ็นดู!! ฝูงน้องหมาว่ายน้ำข้ามคลองตามเจ้าของ

Posted on January 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704797

เอ็นดู!! ฝูงน้องหมาว่ายน้ำข้ามคลองตามเจ้าของ

เอ็นดู!! ฝูงน้องหมาว่ายน้ำข้ามคลองตามเจ้าของ

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.12 น.

ฝูงสุนัขประมาณ 5-6 ตัว ว่ายน้ำข้ามฝั่งระยะทางประมาณ 200 เมตร ตามเจ้าของ นักท่องเที่ยวชื่นชมในความซื่อสัตย์และความน่ารักของมัน ซึ่งก็ไม่เคยมีเรือลำไหนชนสุนัขเลยสักตัว

วันนี้ 17 ม.ค. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท่าเรือบ้านพร้าว ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ชาวบ้านมักจะพบเห็นฝูงสุนัขพันธุ์ทางประมาณ 5-6 ตัว ว่ายน้ำทะเลข้ามไป-มาจากฝั่งรีสอร์ทของเจ้าของ กับฝั่งท่าเรือบ้านพร้าว ระยะทางประมาณ 200 เมตร โดยมีเรือโดยสารวิ่งผ่านไป-มาตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่เคยมีเรือลำไหนชนสุนัขเลยสักครั้งเดียว และกลายเป็นภาพที่ชาวบ้าน รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเกาะลิบง มักจะพบเห็นบ่อยครั้ง เพราะสุนัขฝูงนี้จะว่ายน้ำข้ามไป-มาวันละหลายเที่ยว บางทีมีตัวเดียวก็ว่ายน้ำข้ามไปข้ามมา เพื่อตามหาเจ้าของ

นายประสิทธิ์ เบ็ญสะอาด หรือบังหยัด อายุ 52 ปีชาวตำบลเกาะลิบง เล่าว่า ถ้าวันไหนสุนัขเห็นเจ้าของนั่งเรือออกจากรีสอร์ท สุนัขก็จะว่ายน้ำมาที่ท่าเรือบ้านพร้าว เพื่อตามหาเจ้าของ แม้บางครั้งเจ้าของสุนัขนั่งเรือไปที่อื่น แต่สุนัขก็คิดว่าจะมาลงเรือที่ท่าเรือ จึงว่ายน้ำตามมา แต่พอไม่เจอ สักพักก็ว่ายน้ำกลับไปรอที่รีสอร์ท แต่หากรอนานเกินไปสัก 2-3 ชั่วโมง สุนัขก็จะว่ายน้ำจากรีสอร์ทกลับไปที่ท่าเรืออีกครั้ง เพื่อรอเจ้าของ และเมื่อเห็นเจ้าของลงเรือกลับ สุนัขก็จะว่ายน้ำกลับ ซึ่งหากวันไหนเจ้าของไม่ออกจากรีสอร์ท สุนัขฝูงนี้ก็จะอยู่เฝ้ารีสอร์ท ไม่ว่ายน้ำข้ามไปมาเช่นกัน

ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่า สุนัขว่ายน้ำตามเจ้าของหรือบางครั้งเป็นเพราะอากาศร้อนจึงนึกสนุกและชวนกันลงเล่นน้ำ แต่ที่แน่ ๆ คือหากเจ้าของออกจากรีสอร์ทเมื่อไหร่ จะเห็นสุนัขว่ายน้ำตามมาทุกครั้ง จนกลายเป็นภาพแห่งความน่ารัก น่าประทับใจและได้รับเสียงชื่นชมจากนักท่องเที่ยวที่พบเห็น พร้อมบันทึกภาพความน่ารักของสุนัขว่ายน้ำข้ามทะเลเป็นจำนวนมาก.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,914,492 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

แนวหน้าวาทะเด็ด
ไมเนอร์ โฮเทลส์ เปิดตัวแพลตฟอร์มข้อมูลและ AI ระดับโลก ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าเจเนอเรชันใหม่
ละมุนทุกมุม! แพนเค้ก เขมนิจ สวมชุดไทยงดงามออร่าจับ
สะกดคนดูทั้งจุฬาฯ! ‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ ปรากฏการณ์ดนตรีพุทธประวัติครั้งประวัติศาสตร์ไทย
อินโดนีเซียรวบ 6 ผู้ต้องหา ลักลอบค้า "มังกรโคโมโด" ส่งขายไทย
อิสราเอล-เลบานอน เจรจาตรงครั้งแรกรอบ 30 ปี หวังยุติสู้รบ
ชายปารีสคว้าภาพวาด "ปิกัสโซ" มูลค่า 32 ล้านบาท หลังซื้อสลากการกุศลใบละ 3,700 บาท
พริกยกสวน 'ธัญญ่า-หนิง'แท็กทีมปล่อยเซ็ตภาพ Wet Look ส่งท้ายสงกรานต์สวยฉ่ำ
AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส
เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์

Recent Posts

  • ผู้ว่าฯ-นายกฯ นิวยอร์ก หนุนเก็บภาษีคนรวยมีบ้านหลังที่ 2 มูลค่าเกิน 160 ล้านบาท
  • รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ
  • ญี่ปุ่นอัดฉีด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยเอเชียรับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง
  • ทรัมป์เผย ผู้นำอิสราเอล-เลบานอน เตรียมหารือครั้งแรกในรอบ 34 ปี
  • ไฟไหม้ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันออสเตรเลีย ซ้ำเติมวิกฤตเชื้อเพลิงจากสงครามอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d