Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ว่าที่ นศ.วิศกรรม วอนขอโอกาสเรียน หลังถูกตั้งท่าเพิกถอนบัตรประชาชน #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611323

ว่าที่ นศ.วิศกรรม วอนขอโอกาสเรียน หลังถูกตั้งท่าเพิกถอนบัตรประชาชน

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.39 น.

ว่าที่นักศึกษาวิศกรรมวอนขอโอกาสเรียนหลังถูกตั้งท่าเพิกถอนบัตรประชาชน เหตุพ่อแม่ครอบครัว “ปาทาน”ไทยพลัดถิ่นเมืองประจวบถูกเปลี่ยนแปลงลงรายการสัญชาติ ทีมนักกฎหมาย มธ.ทำจดหมายถึงกรมการปกครองแนะ 4 ข้อเสนอ

25 ต.ค.64 นายโชไอซ์ ปาทาน เยาวชนคนไทยพลัดถิ่น อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนและครอบครัวซึ่งประกอบด้วยพ่อ แม่และน้อง 3 คนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก เนื่องจากน้องทั้ง 3 คนอาจถูกเพิกถอนสถานะสัญชาติไทย หลังจากได้รับการรับรองสัญชาติตามมาตรา 7 ทวิวรรค 2 คือให้รับรองสัญชาติกับลูกต่างด้าวที่อยู่มาไม่น้อยกว่า 15 ปี โดยกรมการปกครองได้ส่งหนังสือมาที่จังหวัด และอำเภอได้ส่งมาถึงเทศบาล แล้วเทศบาลจึงส่งต่อมาที่พ่อแม่ของบุตรทั้งสาม เพื่อให้พ่อและแม่ไปอุทธรณ์การเปลี่ยนแปลงรายการลงสัญชาติจากคนถือบัตรเลข 0 ประเภทเกี่ยวข้องกับผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า ไปเป็นคนถือบัตรเลข 0 ประเภทคนต่างด้าว ส่งผลให้น้องทั้ง 3 คนอาจต้องถูกเพิกถอนสถานะคนสัญชาติ เพราะหนังสือกรมการปกครองอ้างว่า การให้สัญชาติตามมาตร 7 ทวิวรรค 2 โดยไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรีนั้น ให้กับลูกคนที่เป็น 1 ใน 19 กลุ่มตามนโยบายของรัฐบาล เท่านั้น  แต่หากเป็นบุตรของคนต่างด้าวจะได้รับการรับรองสัญชาติไทยเมื่อจบปริญญาตรี

“สำหรับตัวผมยังไม่ได้รับรองสัญชาติไทย เพราะตอนที่น้องๆได้ พวกเขาเป็นเด็ก ไม่ต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญกรรม แต่ผมโตแล้ว จึงต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรม  น้องๆ จึงได้รับบัตรประชาชนไปในปี 2563 แต่มาใน 2564 ก็มีการแจ้งว่า เราต้องจบปริญญาตรีก่อน  จึงต้องดำเนินการใหม่ สำหรับผมที่จบปริญญาตรีแล้ว อำเภอก็จะให้ไปยื่นเรื่องใหม่ หลังตรวจสอบปริญญาบัตรแล้วว่าไม่ปลอม ผมรู้สึกเป็นห่วงน้องชายผมมาก เพราะเขาเรียนจบ ม.6 และสอบได้ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร หากเขาถูกถอนสถานะคนสัญชาติก็คงไม่ได้เรียนต่อเพราะครอบครัวไม่มีรายได้เพียงพอ และกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาไม่ได้” นายโชไอซ์ กล่าว และว่า หนังสือแจ้งจากเทศบาลตำบลไร่เก่าบอกว่าพ่อและแม่ตนต้องยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ มิเช่นนั้นก็จะถูกแก้ไขให้ไปอยู่กลุ่มอื่น

นายฮัมดา ปาทาน อายุ 17 ปีน้องชายนายโชไอซ์กล่าวว่าได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครองเพื่อวิงวอนขอไม่ให้เพิกถอนสัญชาติไทย ซึ่งขณะนี้ตนเรียนจบ ม.6 และต้องการศึกษาต่อที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ แต่ต้องจ่ายค่าเทอม 2 หมื่นบาทโดยตั้งใจว่าจะกู้เงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา แต่หากถูกเพิกถอนก็ไม่สามารถกู้ได้ เพราะพ่อแม่มีรายได้รวมกันเดือนละ 18,000 บาทและไม่มีเงินเหลือเก็บเพราะอยู่กัน 6 ชีวิตซึ่งพี่ชายก็เพิ่งเรียนจบและยังไม่มีงานทำ

“ผมรู้สึกเสียใจที่กำลังจะหมดโอกาสทางการศึกษา ผมมีความใผ่ฝันอยากเรียนสูงๆออกมาประกอบอาชีพสุจริตเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ อยากวิงวอนคุณลุงอธิบดีกรมการปกครองอย่าเพิ่งถอนสถานะทางทะเบียนของผมเลย” นายฮัมดา กล่าว

ด้านนายภควินท์ แสงคง ที่ปรึกษาเครือข่ายการเเก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทยพลัดถิ่น 4 จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง  พังงา กล่าวว่า ครอบครัวนายโชว์ไอ เดินทางเข้าประเทศไทยโดยพ่อเข้าเมื่อปี 2529และแม่ปี 2537 ทางจังหวัดระนอง เข้ามาเป็นสมาชิกเครือข่ายแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทยพลัดถิ่น 4 จังหวัด เมื่อปี 2549 โดยก่อนหน้านี้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานต่างด้าว ช่วงปี 2539-2540 จนปี 2552 ได้รับการถอนจากทะเบียนแรงงานต่างด้าว และสำรวจบุคคลตามยุทธศาสตร์ฯเมื่อปี 2554แต่เมื่อปลัดทะเบียนจังหวัดประจวบฯมีหนังสือขอความเห็นไปยังกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ต่อกรณี พ่อและแม่ของโชไอซ์ เพื่อให้แก้ไขรายการประวัติทางทะเบียนกรณีการขึ้นทะเบียนสำรวจภายใต้ ยุทธศาสตร์ 18 มกรา 2548 ซึ่งจะส่งผลต่อตัวของน้องทั้ง 3 คน ที่จะขาดคุณสมบัติในการได้รับรองสัญชาติไทยจนกว่าจะจบปริญญาตรี จึงส่งผลให้ต้องเพิกถอนสถานะสัญชาติ และให้การรับรองอีกครั้งเมื่อจบปริญญาตรี  บุตรทั้งสามคนจึงจะกลับเป็นเด็กไร้สัญชาติอีกครั้ง หากพ่อแม่ถูกบันทึกในสถานะคนต่างด้าวอื่น ซึ่งเด็กที่จะเดือดร้อนมากที่สุด ก็คือนายฮัมดา

นายภควินท์กล่าวว่า เอกสารประกอบการประชุม การพิสูจน์และรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ตาม พ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ 5) พ.ศ.2555 ของคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น ระบุว่านโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสถานะของชนกลุ่มน้อย โดยนโยบายที่มีต่อชนกลุ่มน้อยเป็นรายกลุ่ม คือ1.ประเภทกำหนดสถานภาพให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นการถาวร มี 14 กลุ่มย่อย และ2.ประเภทที่ทางราชการมีนโยบายกำหนดสถานภาพให้อยู่อาศัยในประเทศไทยลักษณะชั่วคราว มี 2 กลุ่มคือมติ ครม.ผ่อนผันให้อาศัยในประเทศไทยชั่วคราวอย่างเป็นทางการ มี 3 กลุ่มและ ผ่อนผันให้อยู่ในประเทศไทยชั่วคราวแต่ไม่เป็นทางการ มี 2 กลุ่ม และยังมีนโยบายการแก้ปัญหาสถานะบุคคลในภาพรวมยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล ทั้งหมดได้กำหนดกรอบไว้หมดแล้ว ทำไมถึงจะเอาครอบครัวปาทานไปไว้ที่ชนกลุ่มน้อยอื่นๆ

“การไม่ทำตามนโยบาย หรือการจะปฏิเสธนโยบายอื่นๆที่เกี่ยวข้องและก้าวหน้า โดยการติดยึดติดอยู่กับกลุ่มคนโดยละเลยข้อเท็จจริงของการอาศัยในประเทศไทยมานาน โดยการให้แก้ไขรายการประวัติทางทะเบียนของ พ่อ-แม่ ครอบครัวปาทาน จึงไม่น่าจะสอดคล้องต่อนโยบายการแก้ปัญหาสถานะบุคคลเพื่อขจัดความไร้รัฐ-ไร้สัญชาติ ของเด็กที่มีพ่อ-แม่เป็นคนต่างด้าว อาศัยในประเทศไทยนานเกิน 15 ปี โดยที่เด็กเกิดในประเทศไทยมีสูติบัตรเรียบร้อย การจะเอาพ่อ-แม่ ครอบครัว ปาทานของโชไอซ์ ไปอยู่ ชนกลุ่มน้อยอื่น จึงน่าจะไม่สอดคล้องกับข้อเท็จริงและรัฐก็จะสูญเสียโอกาสในการมีบุคลากรคุณภาพ” นายภัควินท์ กล่าว

ขณะที่บางกอกคลินิกนิติธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร รองศาตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครอง และเครือข่ายไทยพลัดถิ่น โดยมีข้อเสนอ

1.ขอให้อธิบดีกรมการปกครองดูแลให้บุตรผู้เยาว์ของนายอีรีและนางคันตีซา ปาทาน(พ่อและแม่นายโชว์ไอ) ยังคงมีสถานะคนสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎรไทย ไม่ว่าจะมีการแก้ไขรายการสถานะบุคคลของบุพการีให้แตกต่างไปจากเดิมหรือไม่ โดยการใช้ “คำร้องขอให้พิจารณาความจำเป็นที่จะต้องมีสัญชาติไทย”

2.ขอให้อธิบดีกรมการปกครองดูแลให้บุตรเยาวชน ของนายอีรีและนางคันตีซา กล่าวคือ นายโชว์ไอได้ยื่นคำขอรับรองสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรค 2 ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2559

3.ขออธิบดีกรมการปกครองหารือไปยังสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลไร่เก่า อำเภอสามร้อยยอด เพื่อชะลอการบังคับใช้หรือเพิกถอนคำสั่งนายทะเบียน

4.ขอให้นายภควินท์ แสงคง และสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลไร่เก่า อำเภอสามร้อยยอด ร่วมกันดูแลให้นายอีรีและนางคันตีซาให้ได้รับการตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้รับการบันทึกรายการสถานะบุคคลตามกฎหมายอย่างถูกต้อ

ขณะที่นางสุนี ไชยรส อาจารย์คณะนวตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ความหวังความฝันของพี่น้องคนไทยพลัดถิ่น ที่ติดไปกับแผ่นดินที่เคยเป็นของประเทศไทยในอดีต แต่มีการตกลงในประวัติศาสตร์ให้เป็นของประเทศเมียนมาร์ และได้อพยพกลับมาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลายาวนาน ลูกหลานเกิดในแผ่นดินไทย  ก็คือขอให้ได้มีสถานะคนสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎร เพื่อมีสิทธิมีส่วนร่วมในการเป็นคนไทยที่พวกเขาถือมั่นมาโดยตลอด จนมีการผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.สัญชาติ ฉบับ แก้ไข พ.ศ.2555 เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องสัญชาติคนไทยพลัดถิ่นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

วันนี้ครอบครัวของน้องไอซ์-โชไอซ์ ปาทาน ลูกศิษย์ของเรากำลังประสบปัญหาที่จะร้ายแรงยิ่งสำหรับชีวิตของน้องๆ 3 คน ที่ได้รับสถานะคนสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎร  ทั้ง 4 คนเกิดในแผ่นดินไทยซึ่งย่อมได้รับการรับรองสถานะคนสัญชาติไทยโดยการเกิดตามมาตรา  ทวิ วรรค 2 แต่มีประเด็นที่กรมการปกครองจะปรับปรุงการบันทึกรายการสถานะบุคคลในทะเบียนประวัติในทะเบียนราษฎรของพ่อแม่เด็กทั้ง 4 คน

“น้องไอซ์ เป็นลูกหลานคนไทยพลัดถิ่นที่ได้รับทุนจาก ม.รังสิต   จบวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม  เป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคมที่กระตือรือร้น เป็นอดีตนายกสโมสรนักศึกษานวัตกรรมสังคม และได้รับคัดเลือกจาก ม.รังสิตเป็นคนดีศรีรังสิต เมื่อปี 2562   เขาช่วยงานพี่น้องไทยพลัดถิ่น ที่ม.รังสิต ทำMOU กับกรมการปกครองตั้งแต่ปี 2558  แม้เขาจะยังไม่ได้สถานะสัญชาติไทยก็ตาม และรอความหวังที่จบปริญญาตรีตอนนี้ จะได้สถานะสัญชาติไทยสักที ขอสังคมช่วยกันพิทักษ์สิทธิของครับครัวนี้”นางสุนี กล่าว. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สายหวานห้ามพลาด! หนาวนี้ชมสวนดอกไม้ ‘บ้านห้วยสำราญ’ เมืองอุดรฯ #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611320

สายหวานห้ามพลาด! หนาวนี้ชมสวนดอกไม้ 'บ้านห้วยสำราญ' เมืองอุดรฯ

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.22 น.

หนาวเริ่มมาแล้ว ชวนนักท่องเที่ยวมาชมสวนดอกไม้เมืองหนาวพิกัดบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ อ.เมือง จ.อุดรธานี ดอกไม้เมืองหนาวหลายชนิดบานสะพรั่งพร้อมรับนักท่องเที่ยว ชวนไปเที่ยวกันหนาวปีนี้

25 ต.ค.64 ที่หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ “ห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ” ต.หนองไฮ อ.เมือง กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อชาวอุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียง ทะยอยเดินทางมาชมความสวยงามของสวนดอกไม้ แม้ว่ายังจะยังไม่ถึงฤดูชมความงามของ “ดอกเบญจมาศหลากสี” ในช่วงฤดูหนาวที่จวนใกล้จะมาถึง แต่ตอนนี้อากาศก็เริ่มจะหนาวๆ แล้ว ตอนนี้ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีการนำดอกมาร์กาเร็ต และดอกแชแลน่า ไม้ดอกจากประเทศญี่ปุ่น มาทดลองปลูกและได้ผล ขณะต้นเบญจมาศก็ใกล้จะบานแล้ว

อย่างที่สวน “ DN คาเฟ่ ” ริมถนนบ้านห้วยสำราญ –ห้วยเจริญ ต.หนองไฮ นางพรรัตน์ดา หรือ “เจ้หน่อย” วังขิรี อายุ 44 ปี ผู้ปลูกและจำหน่ายดอกไม้รายใหญ่ ได้ลงทุนเปลี่ยนพื้นที่ปลูกไม้ตัดดอก มาเป็นสวนไม้ดอกเพื่อท่องเที่ยว ช่วงนี้เป็นแปลงดอกมากาเร็ต และดอกแชแลน่า มีสะพานไม้ไผ่ 3 สะพาน ลัดเลาะและผ่าเข้ากลางแปลง จัดตกแต่งมุมถ่ายภาพ ซุ้มพักผ่อน และจุดนั่งชมสวนดอกไม้มุมสูง  มีร้านขายกาแฟตามสมัยนิยม , จุดขายไม้กระถาง , สถานที่จอดรถ และห้องสุขา ในอัตราค่าเข้าชมเพียงคนละ 40 บาท ส่วนเด็กฟรี    

นางพรรัตน์ดา หรือ “เจ้หน่อย” เปิดเผยว่า ปลูกไม้ตัดดอกมาตั้งแต่สมัยแม่ ตอนนี้พื้นที่ปลูกรวมกว่า 100 ไร่ ลูกชายจบจาก ม.แม่โจ้ มาทำสวนแบงค์เบญจมาศ ปลูกเพื่อการท่องเที่ยว มีเสียงตอบรับเข้ามามาก ปีนี้สวนแบงค์เบญจมาศยังไม่เปิด  แต่“สวน DN คาเฟ่” ตั้งอยู่ริมถนนได้เปิดก่อน โดยนำเอาดอกมาการ์เร็ต และแชแลน่า ซึ่งเป็นสายพันธุ์ญี่ปุ่น และปลูกแล้วทางภาคเหนือ ซึ่งทดลองปลูกเมื่อ 3 ปีก่อน และดูแลยาก โดยไม่ตัดดอกขาย และเป็นแปลงดอกไม้เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาชมโดยเฉพาะ   

เปิดสวนมาตั้งแต่ต้นเดือน แจ้งข่าวกันทางโซเชียล มีนักท่องเที่ยวมาทุกวัน ในช่วงวัดหยุดก็มากหน่อย มีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากถึง 400 คน โดยดอกไม้ชุดนี้จะบานอยู่ราว 2 เดือน จากนั้นดอกไม้ชุดต่อไป ก็คือดอกเบญจมาศหลากสีจะบาน เป็นดอกไม้ที่เราตัดดอกขาย มาเป็นเวลานับ 10 กว่าปีแล้ว ก็จะไม่ตัดดอกขายเช่นกัน จะบานกันยาวไปจนถึง เดือนมกราคม ปีหน้า ส่วนที่ตัดดอกขายจะเป็นแปลงอื่น ที่กระจายอยู่หลายพื้นที่รอบๆหมู่บ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ หน้าหนาวปีนี้ก็อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งไกลและใกล้มาชมความงามดอกไม้เมืองหนาว ที่บานสะพรั่งรับลมหนาว ที่สวยสดงดงามเหมือนได้ไปเที่ยวชมดอกไม้ในต่างประเทศก็ว่าได้ ” 

ขณะที่ “กลุ่มไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ” ได้ใช้พื้นที่ของโรงเรียนห้วยสำราญ(เดิม) หน้าอ่างเก็บน้ำลำปลาค้าว พื้นที่กว่า 14 ไร่ ปลูกดอกไม้เพื่อท่องเที่ยวปีที่ 4 โดยในปีนี้ได้รับการสนับสนุน โครงการเกษตรแปลงใหญ่ จัดหาโรงเรือนป้องกันฝน จำนวน 13 โรง เพื่อเตรียมแปลงเบญจมาศ 13 สายพันธุ์ ไม่ให้เสียหายช่วงปลายฤดูฝน โดยต้นเบญจมาศชุดแรกในโรงเรือน กำลังแทงตาดอก คาดว่าจะบานให้ชมความสวยงาม ราวปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ หนาวนี้ชวนมาเที่ยวกันพิกัดบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนาวนี้ห้ามพลาด! เช็คอิน ‘เชียงราย’ ท่องเที่ยวแบบชุมชน นอนโฮมสเตย์ #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611291

หนาวนี้ห้ามพลาด! เช็คอิน 'เชียงราย' ท่องเที่ยวแบบชุมชน นอนโฮมสเตย์

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.20 น.

25 ต.ค.64 ที่ศูนย์ประสานงานกลุ่มโฮมสเตย์ บ้านท่าขันทอง ต.บ้านแซว อ.เชียงแสนจ.เชียงราย ชมรมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว อ.เชียงแสน ร่วมกับโครงการวิจัย “แนวทางการบริหารจัดการองค์กรอาสาสมัครการท่องเที่ยวไทยเพื่อความยั่งยืน” โดยสมาคมไทยท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(TRTA) ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยงานบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กลุ่มเรื่องการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) “จัดกิจกรรมอาสาสมัครการท่องเที่ยวไทยเพื่อความยั่งยืน” โดยมี นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย นายวิสูตร บัวชุมผอ.ททท.สนง.เชียงราย นายกฤศ โพธิสุธน ที่ปรึกษานายก อบจ.เชียงราย นายอเนก ปันทะยม ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอเชียงแสน นายไพโรจน์ อาวัชนานุกุล ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.เชียงแสน ว่าที่ร้อยตรี จิระศักดิ์ นวปฏิภาณ ประธานหอการค้า อ.เชียงแสน เครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยว จ.เชียงราย พร้อมด้วย นายวชิระ รัศมีจันทร์ ประธานชมรมผู้ประกอบการท่องเที่ยวอ.เชียงแสน นำสมาชิกฯเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้  

โดยกิจกรรมในวันนี้มีนายเศรษฐศักดิ์ พรหมมา ประธานเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.เชียงราย เป็นผู้ดำเนินการและเปิดเวทีพูดคุยหารือเพื่อจัดตั้งองค์กรอาสาสมัครการท่องเที่ยวไทยเพื่อความยั่งยืนจ.เชียงราย หลังจากนั้นจึงร่วมกันปลูกต้นหางนกยูงริมฝั่งแม่น้ำโขง เที่ยวชมสวนดอกไม้และชมวิวสวยที่สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามแนวพระราชดำริบ้านธารทอง ซึ่งจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับบ้านท่าขันทอง ต่อด้วยร่วมกันนั่งรถอีต๊อกท่องเที่ยวชุมชนโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง ชมการทอผ้าลายตาหม่อง บ้านราชาวดีโฮมสเตย์ ชิมเสาวรสสดจากสวนเกษตรผสมผสานไร่วูดดี้ ชิมเมี่ยงดาวอินคา ฯลฯ นอกจากนี้ได้ร่วมกันล่องเรือแม่น้ำโขงเพื่อชมทิวทัศน์ทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว และปิดท้ายรายการด้วยเมนูหมูปิ้งตาปัน ที่ขึ้นชื่อที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง

นายวชิระ กล่าวว่า การนำสมาชิกซึ่งเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เชียงแสน มาร่วมงานครั้งนี้ร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ของตนเองรวมทั้งร่วมขับเคลื่อนการจัดตั้งองค์กรเครือข่ายอาสาสมัครการท่องเที่ยวไทยเพื่อความยั่งยืนให้มีความเป็นรูปธรรม ตามมาตรการความปลอดภัยจากโควิด-19 และเตรียมรองรับการเปิดการท่องเที่ยวจ.เชียงราย หลังวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19 และยังเป็นการซักซ้อมเตรียมพร้อมในการรองรับการเปิดประเทศของรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้เป็นต้นไปอีกด้วย. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ถ้าหยุดความคิดได้’ ก็จะหยุดความวิตกกังวล ความเครียด ความฟุ้งซ่านได้ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611314

'ถ้าหยุดความคิดได้' ก็จะหยุดความวิตกกังวล ความเครียด ความฟุ้งซ่านได้ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.00 น.

“…ถ้าอยากจะได้ความสงบ ได้ความสุขที่เกิดจากความสงบ ต้องสละ ถึงแม้เบื้องต้นจะสละชั่วคราวก็ต้องสละ เช่น เรายังปฏิบัติเต็มที่ไม่ได้ ยังไปบวชไม่ได้ แต่เราอย่างน้อยก็ไปปลีกวิเวกได้บ้าง ครั้งละ ๓ วัน ๕ วัน เราก็ไปเวลาไปก็ลืมเรื่องต่างๆ ที่เรามีอยู่ทั้งหมดไป อย่าไปคิดถึงมัน คิดเสียว่าตายจากมันไปชั่วคราว มันจะอยู่หรือมันไม่อยู่ก็เรื่องของมัน 

ถ้าไปวิตกคอยไปกังวลอยู่ มันก็เหมือนไม่ได้ไป ไปแต่ร่างกายแต่ใจมันก็ยังอยู่กับทรัพย์สมบัติข้าวของ อยู่กับสิ่งนั้นสิ่งนี้ อยู่กับคนนั้นคนนี้อยู่ มันก็จะทำใจให้สงบไม่ได้ มันก็จะเจริญกัมมัฏฐานไม่ได้ จะให้มันพุทโธพุทโธมันก็ไม่ยอมพุทโธ มันก็ยังห่วงคนนั้นห่วงคนนี้ ห่วงเรื่องนั้นห่วงเรื่องนี้ ห่วงสิ่งนั้นห่วงสิ่งนี้อยู่ ปฏิบัติไปก็ไม่ได้ผลเพราะไม่มีสติ เพราะไม่สามารถเจริญสติด้วยกัมมัฏฐานได้

นี่คือเรื่องของการปฏิบัติที่จะให้ได้ผล ต้องปฏิบัติแบบพระพุทธเจ้า แบบพระสาวก ต้องปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง ของภายนอกกายนอกใจนี้ ปล่อยไปให้หมด เอาแต่ร่างกายกับจิตใจไป แล้วก็ไปอยู่ที่มันไกลจากเรื่องราวต่างๆ มันจะได้ไม่ดูดเรากลับไปหา แล้วก็เวลาไปอยู่แล้วก็รู้จักหักห้ามใจ ที่ยังพยายามที่จะคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่ทิ้งมาอยู่ได้ ต้องใช้กัมมัฏฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น พุทโธ พยายามท่องพุทโธพุทโธพุทโธไป เอาตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาเลย 

ตื่นขึ้นมาก็พุทโธพุทโธไป ทำอะไรที่ไม่ต้องใช้ความคิดก็พุทโธไป อาบน้ำล้างหน้า แปรงฟัน แต่งเนื้อแต่งตัว รับประทานอาหาร ล้างถ้วยล้างชาม ทำความสะอาดกวาดถูอะไรต่างๆ พอเสร็จแล้วก็เดินจงกรม พุทโธพุทโธไป หรือไม่พุทโธก็คอยดูร่างกายไป ร่างกายกำลังเดินก็เดินไปกับร่างกาย ก้าวเท้าซ้าย ก้าวเท้าขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวาไป ทำอย่างนี้แล้วใจจะนิ่งใจ จะไม่คิดเรื่องราวต่างๆ ได้

แล้วพออยากจะให้ใจสงบก็ต้องมานั่งหลับตา นั่งขัดสมาธิได้ก็ดี เป็นท่าที่นั่งสบายนั่งได้นาน ถ้านั่งท่าอื่นเดี๋ยวมันอาจจะเอนได้ง่าย ล้มได้ง่าย มันไม่มั่นคงเหมือนกับท่านั่งขัดสมาธิ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็นั่งท่าไหนไปก่อนก็ได้ เพราะใหม่ๆ มันก็นั่งไม่ได้นานอยู่ดี เพราะสติมันมีกำลังน้อย นั่งได้แป๊บเดียว เดี๋ยวก็อดคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ได้ พอคิดปุ๊บเดี๋ยวก็เกิดอาการอึดอัดขึ้นมา เกิดอาการปวดตรงนั้นเจ็บตรงนี้ขึ้นมา ก็จะทนนั่งต่อไปไม่ได้ ก็ต้องลุกไปทำนู่นทำนี่ก็ยังไม่ได้ผล

นี่แหละคือขั้นตอนของการปฏิบัติ สิ่งสำคัญที่สุดในการปฏิบัติก็คือสติ เหมือนกับกุญแจรถ คนที่ขับรถทุกคนรู้ว่ากุญแจอยู่ที่ไหน ถ้าไม่มีกุญแจรู้ว่าไปไหนไม่ได้แล้ว รถคันนั้นก็เป็นเหมือนก้อนหินก้อนหนึ่ง จอดอยู่เฉยๆ ขับไปไหนมาไหนไม่ได้ แต่พอมีกุญแจปั๊บ เปิดประตูเข้าไปได้ปั๊บ สตาร์ทรถปั๊บ ทีนี้จะวิ่งไปไหนก็ได้ ไปเชียงใหม่ ไปภูเก็ต ไปที่ไหนก็ไปได้ กลายเป็นพรมวิเศษไป แต่พอไม่มีกุญแจปั๊บ กลายเป็นก้อนหินไป จอดนิ่งอยู่เฉยๆ ไปไหนไม่ได้

จิตก็เหมือนกัน จิตที่ไม่มีสติก็เป็นจิตที่ฟุ้งซ่าน เป็นจิตที่วุ่นวาย จิตที่ไม่มีความสุข จิตที่มีแต่ความวิตกกังวล หวาดกลัว ห่วงใยกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ วิตกกังวลกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ กินไม่ได้นอนไม่หลับกับเรื่องนั้นเรื่องนี้เพราะไม่มีสติ ไม่สามารถหยุดความคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ได้ เท่านั้นเอง เคล็ดลับของการทำจิตให้สงบให้มีความสุข คือต้องหยุดความคิดต่างๆ ให้ได้ จะหยุดความคิดได้ก็ต้องอาศัยกัมมัฏฐานที่จะเป็นตัวที่จะมาสร้างให้มีสติขึ้นมา ให้มีกำลังที่จะหยุดความคิดต่างๆ ให้ได้ ถ้าหยุดความคิดได้ก็จะหยุดความกังวล ความวิตก ความห่วงใย ความเครียด ความฟุ้งซ่าน ความไม่สบายใจต่างๆ ได้ ดังนั้น ผู้ปฏิบัติควรให้ความสำคัญต่อการหาสติ…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผอ.สำนักพุทธยันเจ้าคณะกาฬสินธุ์องค์ใหม่มาแน่เผยกำลังฟอร์มทีมงาน ชาวบ้านต้าน #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611296

ผอ.สำนักพุทธยันเจ้าคณะกาฬสินธุ์องค์ใหม่มาแน่เผยกำลังฟอร์มทีมงาน ชาวบ้านต้าน

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 18.20 น.

ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ ปัดหนังสือลับรายงานสำนักพุทธหลุด 7 นักการเมืองเคลื่อนไหวปมปลด 3 เจ้าคณะจังหวัดไม่เกี่ยวกับการเมือง เป็นการรายงานตามเหตุการณ์ยืนยันเจ้าคณะองค์ใหม่มาแน่ แต่ยังไม่รู้วันและประจำวัดใด คาดอยู่ระหว่างการฟอร์มทีมงาน lส่วนเรื่องพระสังฆาธิการลาออกเกือบทั้งจังหวัดยังตอบไม่ได้ว่าจะมีปัญหาหรือไม่ ชี้เป็นเรื่องของอนาคต ขณะที่ชาวกาฬสินธุ์ปักป้ายไม่ต้อนรับ “พระเล็ก”เจ้าคณะองค์ใหม่ แสดงจุดยื่นค้านคำสั่ง มส.-พศ.ที่มีมติถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดที่ไม่เป็นธรรมอย่างต่อเนื่อง

ความคืบหน้ากรณีมหาเถรสมาคมมีคำสั่งถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) รวมอยู่ด้วย เรื่องดังกล่าวทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) และญาติธรรมออกเคลื่อนไหวคัดค้าน เพราะมองว่าการถอดถอนไม่เป็นธรรมและไม่มีการชี้แจงถึงสาเหตุ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ต.ค.64 นายบัญชายุทธ นาคมุจลินท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า กรณีเรื่องของหนังสือลับสำนักพุทธกาฬสินธุ์ หลุดอ้าง 7 นักการเมืองเคลื่อนไหวปมปลด 3 เจ้าคณะจังหวัดนั้นขอชี้แจงว่าเป็นการรายงานความเคลื่อนไหวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อส่งต่อให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ทราบข้อเท็จจริง ทั้งในกลุ่มประชาชนทั่วไป และนักการเมืองที่มีความศรัทธาในตัวท่านเจ้าคุณบัวศรี

นายบัญชายุทธ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อความที่ระบุในหนังสือลับว่า ทางคณะสงฆ์ยุติความเคลื่อนไหวนั้น สืบเนื่องจากพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี ท่านได้โพสต์ข้อความไว้ และศิษยานุศิษย์ได้มีการแชร์ในโลกโซเชียล ซึ่งหมายถึงท่านขอยุติความเคลื่อนไหวตามที่รับรู้รับทราบกัน  ส่วนที่กล่าวถึงนักการเมืองนั้น ขอชี้แจงว่า ไม่มีเจตนาจะระบุว่ามีนักการเมืองเข้ามาเคลื่อนไหว เพียงแต่เห็นปรากฏในโซเชียล ในวันที่ไปร่วมลงชื่อเท่านั้น ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเป็นการลงรายชื่อเพื่อถวายฎีกา หรือลงชื่ออะไร ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ตามที่ระบุในหนังสือลับที่มีชื่อนักการเมือง ไม่มีเจตนาที่จะเกี่ยวโยงการเมือง เป็นการรายงานชื่อลูกศิษย์ที่เป็นนักการเมืองที่แสดงออกถึงความศรัทธาต่อเจ้าคุณบัวศรี ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ ไม่มีเจตนาทำให้นักการเมืองเสียชื่อเสียง โดยล่าสุดได้โทรศัพท์ทำความเข้าใจกับบางท่านแล้ว

นายบัญชายุทธ กล่าวอีกว่า ในกรณี มส.มีมติถอดถอน แต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัด 3 รูปตามที่มีข่าวและสังคมให้ความสนใจนั้นไม่ขอกล่าวถึง เพราะสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นผู้สนองงานและเป็นผู้ปฏิบัติตามระเบียบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และในส่วนกรณีที่มีพระสังฆาธิการระดับตำบลและระดับอำเภอลาออกหลายรูปนั้นจะเกิดปัญหาหรือมีผลกระทบกับการปกครอง และการปฏิบัติกิจของสงฆ์ใน จ.กาฬสินธุ์หรือไม่นั้น วันนี้ยังไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของอนาคต 

อย่างไรก็ตามสำหรับพระครูสุทธิญาณโสภณ หรือเจ้าคุณเล็ก เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์องค์ใหม่ที่จะเดินทางมารับตำแหน่งวันไหน หรือประจำที่วัดใดนั้นขณะนี้ยังไม่ทราบเพราะยังไม่ได้รับการประสานจากท่าน คาดว่าถึงเวลาท่านจะสั่งการมาเอง แต่ขอยืนยันว่าท่านมาที่ จ.กาฬสินธุ์แน่นอน คาดว่าอยู่ระหว่างการฟอร์มทีมงาน

ขณะที่กระแสการคัดค้านของประชาชนหลายตำบลใน จ.กาฬสินธุ์ ต่อมติการถอดถอนพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม ออกจากเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ และไม่ยอมรับพระครูสุทธิญาณโสภณ หรือพระอาจารย์เล็ก ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง และขยายวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะการลงชื่อและติดตั้งป้ายที่ริมถนนหลวงหลายสายและทางเข้าหมู่บ้านหลายจุด 

ล่าสุดที่บริเวณสามแยกบ้านหนองคู บ้านวังเดือนห้า ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย และบ้านนาเชือก ต.หนองแปน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ชาวบ้านได้ช่วยกันนำแผ่นป้ายไวนิล ข้อความ “รวมพลังสามัคคี ปกป้องคนดี ศรีกาฬสินธุ์ เราไม่ต้อนรับพระเล็ก” มาติดตั้งเป็นสัญลักษณ์ต่อต้านขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยตัวแทนชาวบ้านยังเชิญชวนประชาชน ศิษยานุศิษย์ ติดตั้งป้ายไม่รับพระเล็กทั่วจังหวัด พร้อมแชร์ทางโลกโซเชียลด้วย

นางมะลิ นาธงชัย อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 101 หมู่ 5 บ้านหนองคู ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังทราบข่าวการถอดถอนเจ้าคุณบัวศรี ตนและชาวบ้านเสียใจอยากมากและรับไม่ได้กับคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม เพราะจนถึงปัจจุบันทางมหาเถรสมาคมและสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่สามารถชี้แจงสาเหตุให้ชัดท่านทำผิดอะไร หรือผิดร้ายแรงขนาดไหนถึงได้กับการถอดถอน มีการตรวจสอบตามขั้นตอนหรือยัง ซึ่งชาวบ้านยังรอคำตอบ อีกทั้งในส่วนการแต่งตั้งพระเล็ก เป็นเจ้าคณะรูปใหม่นั้นตนทราบเพียงว่ามาจาก จ.หนองคาย แล้วทำไมต้องเอาจากหนองคาย พระที่ จ.กาฬสินธุ์ก็มีและที่ผ่านมาไม่เคยทราบถึงที่ไปที่มาและไม่ทราบว่าท่านเป็นใคร อีกทั้งนับวันกระแสต่อต้านพระเล็กยิ่งมากขึ้น เพราะไม่ศรัทธา

นางมะลิกล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่าท่านไม่ต้องมา หรือลาออกยิ่งดี เพราะชาวกาฬสินธุ์ไม่ต้อนรับ และหากมาแล้วจะทำให้คณะสงฆ์เกิดความแตกแยก เพราะตอนนี้พระสังฆาธิการก็ลาออกเกือบทั้งจังหวัดแล้ว ดังนั้น ขอให้ประชาชนทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ขึ้นป้ายแสดงจุดยืนร่วมกัน ว่าชาวกาฬสินธุ์ทั้งจังหวัดไม่ต้อนรับพระเล็กเจ้าคณะรูปใหม่ และอยากเรียกร้องให้พระเล็กลาออก เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งทั้งหมด  –  003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วยน้องเหมียวด้วย! น้ำท่วมแมวกว่า50ตัวอดอยาก ขาดแคลนอาหาร #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611220

ช่วยน้องเหมียวด้วย! น้ำท่วมแมวกว่า50ตัวอดอยาก ขาดแคลนอาหาร

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.07 น.

25 ตุลาคม 2564 ที่บริเวณบ้านเลขที่ 128/1หมู่ 5 ตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง โดยเป็นบ้านเก่าสองชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ชั้นล่างน้ำท่วม และมีแมวอยู่ภายในบ้านกว่า 50 ตัว โดยจะพบว่ามีแมวกระจายทั่วใต้ถุนบ้าน ขังไว้ในสุ่มไก่บ้าง ในกรงบ้างและตั้งไว้บนแคร่ 

พบนางวันทา นิ่มละมูล อายุ 50 ปี เจ้าของบ้าน เล่าให้ฟังว่า ตนเองมีอาชีพเล่นละครแก้บนตามงานต่างๆ ตั้งแต่ปัญหาโควิด2ปีไม่มีงานขาดรายได้ หันมาเก็บขวดพลาสติกขายเอาเงินมาซื้ออาหารให้แมว ต่อมาเจอปัญหาน้ำท่วมนานเกือบเดือน ทำให้ขาดรายได้ไม่มีเงินซื้ออาหารให้แมว วอนผู้ใจบุญช่วยบริจาคอาหารแมว ซึ่งแมวกว่า50ตัวที่อยู่ภายในบ้านนั้น ตนเองไปพบแมวที่ถูกทิ้งจึงเก็บมาเลี้ยงไว้ด้วยความสงสาร และยังมีคนที่นำมาปล่อยตนเองก็เลี้ยงไว้ทั้งหมด

ในช่วงที่น้ำท่วมก็ได้ถุงยังชีพ มีข้าวสารและปลากระป๋องเป็นอาหารที่ให้แมวได้กินอิ่ม แต่ตอนนี้ลำบากจริงๆ รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ตนเองก็มาป่วยอีกและก็ยังมีลูกชาย 1 คน พิการทางสมอง แต่ก็ยังเป็นห่วงแมวที่เริ่มขาดแคลนอาหาร จึงวอนขอความช่วยเหลือผู้ใจบุญ ช่วยบริจาคอาหารแมวด้วย โทรสอบถาม 081-290-3971 นางวันทา นิ่มละมูล. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Unseen! มันสุดขีด ‘ปีนเขาหินปูน-ล่องเรือตาหมื่น’ อัญมณีแห่งบ้านมุง ‘พิษณุโลก’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611215

Unseen! มันสุดขีด 'ปีนเขาหินปูน-ล่องเรือตาหมื่น' อัญมณีแห่งบ้านมุง 'พิษณุโลก'

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.57 น.

25 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านมุง ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม โดยมีเทือกเขาหินปูนเรียงรายอย่างงดงาม จนได้รับการขนานนามว่า กุ้ยหลิน เมืองไทย  และมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ กลุ่มชาวบ้านส่งเสริมการท่องเที่ยว เปิดให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัสกับบรรยากาศทั้งธรรมชาติและวิถีชีวิตจนมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก อย่างมาก

โดยมีกลุ่มนายพรานเก่าแก่ของบ้านมุง หมู่ 2 ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง นำโดยนายสุกิจ อยู่เจริญ  ในการบริการนักท่องเที่ยวนำเที่ยวป่าและปีนเขาหินปูน แทนไปหาของป่าล่าสัตว์ โดยขออนุญาตทางอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ขอขึ้นและพานักท่องเที่ยวไปชมธรรมบนยอดเขาหินปูนล่องเรือตาหมื่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และสนับสนุนนายพรานในหมู่บ้านนำนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมธรรมชาติ ดีกว่าไปหาของป่า  เพื่อให้นักท่องเที่ยวแนวผจญภัยแอดเวนเจอร์ ปืนเขาหินปูนไปชมวิวด้านบนของยอดเขาที่สวยงาม 

นายสุกิจ อยู่เจริญ หนึ่งในกลุ่มสมาชิกของผู้พิชิตเขากังหันลมที่บ้านมุง เปิดเผยว่า เดิมที่ผู้ชายในหมู่บ้านจะมีอาชีพเสริมด้วยการเป็นนายพรานหาของป่าบนเขาหินปูนเป็นประจำ ซึ่งเขาที่อยู่หลังหมู่บ้าน และมีความชำนาญในการปีนเขา จึงได้เกิดความคิดรวมกลุ่มกัน เพื่อนำนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบผจญภัยและชอบปีนเขา ขึ้นไปชมทิวทัศน์ด้านบนยอดเขาหินปูน เพื่อเป็นการเสริมรายได้ ไม่ต้องไปหาของป่ามาขาย ทางกลุ่มจึงได้รวบรวมอดีตนายพรานในตำบลบ้านมุง มาจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ล่าสุดมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ติดต่อต้องการมาปีนเขาที่เขาหินปูนร่องเรือตาหมื่น แห่งนี้กันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์ มีนักท่องเที่ยวได้มาปืนเขากันจำนวนมาก ซึ่งในการรับนักท่องเที่ยวแต่ละครั้งไม่เกิน 30 คน ซึ่งมีนายพราน บริการนักท่องเที่ยวในขณะนี้มี 25 คน ซึ่ง สามารถค้างคืนข้างบนยอดภูเขาหินปูนล่องเรือตาหมื่น ได้ ซึ่งทางกลุ่มนายพราน ได้ทำแคร่ไม้ไผ่ ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นอน และพักผ่อน อีกทั้งหากจะนอนแปร ก็จะมีโซนยอดเขาหนอแรดไว้ได้อินกับบรรยากาศ อีกทั้งยังจัดห้องน้ำชั่วคราว ไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งในปีนี้ทางกลุ่มฯ ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวมาขึ้นปีนเขาหินปูนล่องเรือตาหมื่น ตั้งแต่วันที่  1 ต.ค.ที่ผ่านมปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นวันธรรมดาก็ตาม

สำหรับการขึ้นเขาหินปูนนั้น  นักท่องเที่ยวต้องเดินผ่าป่าเขาปีนเขาหินปูน ซึ่งหินแต่ละก้อนมีความแข็งแรง และคมมากมากบางช่วงเป็นช่วงสูงชัน ต้องปีนแบบมีเชือกไตร่ตลอดเส้นทาง  บางช่วงต้องเลาะโขดหิน เรียกได้ว่าครบทุกรสชาติของการเดินป่าปืนเขาหินปูน นักท่องเที่ยวต้องสวมถุงมือยางไว้คอยจับหินปูนตลอดเส้นทาง นายพรานจะนำอาหารพื้นบ้านไปให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปกินบนยอดเขา ได้บรรยากาศอาหารหลักร้อย วิวหลักล้านกันทีเดียว ถือว่าเป็น Unseen ของจังหวัดพิษณุโลกอีกแห่งหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัดเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถปีนเขาหินปูน ขึ้นไปประมาณ 1 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 1 ชม.เท่านั้น

นายสุกิจ อยู่เจริญ  หนึ่งในกลุ่มสมาชิกของผู้พิชิตเขากังหันลมที่บ้านมุง กล่าวอีกว่า ในเรื่องของความปลอดภัย นั้นผู้นำทางทุกคนจะดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด มีเซฟตี้ให้กับนักท่องเที่ยว โดยในการปีนเขาหินปูน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือถุงมือ เนื่องจากหินปูนจะมีความคมไม่เหมือนหินทั่วไป แต่จะแข็งแรงดั่งเหล็กแกร่งเลยทีเดียว ซึ่งในการบริการนักท่องเที่ยวพิชิตยอดเขาล่องเรือตาหมื่น อัญมณีแห่งบ้านมุง ค่าบริการ ท่านละ 1,500 บาท ส่วนผู้ใดต้องการลูกหาบ ในการขนสัมภาระคิดค่าบริการ 1 กิโลกรัมมละ 50 บาท นักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวปีนเขาก็ต้องผ่านการฉีดวัคซีนมาแล้ว 2 เข็ม และปฏิบัติตามมาตาการป้องกันโควิดอีกด้วย

หากผู้ใดสนใจต้องการท่องเที่ยวแบบท้าทายและผจญภัยในการปืนเขาหินปูนที่บ้านมุง อ.เนินมะปราง ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 081-5528595 หรือ ที่หน้าเพจพิชิตยอดเขาล่องเรือตาหมื่น อัญมณีแห่งบ้านมุง  ได้เช่นกัน. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จง…สดับตรับฟัง!ราชบัณฑิตยก 6 ประการ ‘พระเกี้ยว’สัญลักษณ์ความเสมอภาค-เสรีภาพของคนไทย #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611204

จง...สดับตรับฟัง!ราชบัณฑิตยก 6 ประการ ‘พระเกี้ยว’สัญลักษณ์ความเสมอภาค-เสรีภาพของคนไทย

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.28 น.

จง…สดับตรับฟัง!ราชบัณฑิตยก 6 ประการ ‘พระเกี้ยว’สัญลักษณ์ความเสมอภาค-เสรีภาพของคนไทย

25 ตุลาคม 2564 ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์ นายกราชบัณฑิตยสภา ในฐานะศิษย์เก่า รวมถึงเป็นอดีตคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Surapone Virulrak ถึงกรณีองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ผบจ.) ยกเลิกกิจกรรมขบวนอัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ดังนี้…

“ผมสดับตรับฟังเรื่องนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่งยกเลิกขบวนอัญเชิญพระเกี้ยวอันเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาธรรมศาสตร์ปี 2564 นี้ โดยอ้างว่ามันเป็นการสำแดงรูปแบบของอำนาจเก่า ต้องเกณฑ์คนมาแบกหาม แสดงถึงความไม่เท่าเทียมกันของมนุษย์

ผมจึงใคร่ขอให้เราท่านพิจารณาเรื่องนี้ให้สุขุมรอบคอบ

ประการที่ 1..

พระเกี้ยวเป็นสัญลักษณ์แทนพระองค์สมเด็จพระปิยมหาราชรัชกาลที่ 5

ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานให้เป็นตราของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ให้พวกเราชาวจุฬาฯอันเป็นประชาชนคนธรรมดาได้มีโอกาสเล่าเรียนเสมอหน้ากันสนองพระราชปณิธานของพระราชบิดา ซึ่งแต่เดิมจำกัดเฉพาะลูกขุนนาง

ประการที่ 2..

รัชกาลที่ 5 ทรงยกเลิกระบบไพร่คือประชาชนที่ต้องสังกัดมูลนายสักเลขไว้ที่ข้อมือ จะเรียกใช้แรงงานบ้าน งานสงคราม งานสาธารณะใดๆก็ได้ตามใจนายจนตาย จะย้ายนายไม่ได้ เมื่อนายตายก็ตกเป็นไพร่หลวง พวกไพร่ไม่มีสิทธิเสรีภาพใดๆ การยกเลิกระบบไพร่ให้เป็นไทแก่ตัว ก็เท่ากับทรงขัดผลประโยชน์เจ้านายขุนนางทั้งแผ่นดิน แต่เพื่อความเสมอภาคของราษฎร พระองค์ก็ทรงเสี่ยงกับเสถียรภาพของราชบัลลังก์

ประการที่ 3..

รัชกาลที่ 5 ทรงเลิกทาส ในช่วงเวลาเดียวกับการเลิกไพร่ โดยไม่มีผู้ใดเดินขบวนเรียกร้อง แต่พระองค์ทรงเห็นว่าระบบทาสเป็นความป่าเถื่อน กดขี่ข่มเหงเสมือนมนุษย์เป็นสัตว์เดียรฉาน เมื่อต้องขายตัวขายลูกเมียมาเป็นทาส แม้ลูกที่เกิดในขณะเป็นทาสก็เป็นสมบัติของนายคือทาสในเรือนเบี้ยไม่มีปัญญาหาเงินมาไถ่ถอน นายจะเฆี่ยนจะฆ่าจะทำอนาจารก็หาความเป็นธรรมมิได้ พระองค์จึงทรงเลิกระบบทาสที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยานานหลายศตวรรษโดยไม่มีสงครามกลางเมืองอย่างในหลายประเทศ

ทาสและไพร่จึงได้เป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์เท่าเทียมกันทั้งแผ่นดิน

ประการที่ 4..

พระองค์ทรงยกเลิกระบบการบริหารราชการแผ่นดินจากระบบจตุสดมถ์(สี่แท่ง)คือเวียงวังคลังนาที่มีมาแต่ครั้งก่อนพระบรมไตรโลกนาถในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น แล้วทรงสถาปนาระบบราชการเป็นกระทรวงทบวงกรม อันเป็นการกระจายพระราชอำนาจ และเปิดโอกาสให้ไพร่ทาสราษฏรทั้งปวงได้รับราชการ มีรายได้ มีเกียรติยศ อีกทั้งทรงออก พรบ.เกณฑ์ทหาร๒ปีแล้วปลดออกไปทำงานอาชีพมีรายได้ของตน

เขาเหล่านี้สามารถสะสมทรัพย์ให้ร่ำรวยมีความมั่นคงในอนาคตได้เสมอหน้ากัน

ประการที่ 5..

รัชกาลที่ 5 ทรงเอาชีวิตเกียรติยศและพระราชทรัพย์ของพระราชวงศ์เป็นเดิมพัน ทรงตัดพระทัยยอมสละดินแดน ครึ่งหนึ่งของประเทศเพื่อรักษาเอกราชและอธิปไตยของปวงชนชาวไทยเอาไว้เพื่อมิให้อังกฤษและฝรั่งเศสฉีกประเทศไทยออกเป็นสองเสี่ยงตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา

ทรงสั่งลาบ้านเมืองเสด็จรอนแรมทางทะเลที่แสนไกลและอันตรายไปเจรจาหามิตรภาพกับนานาประเทศไกลถึงรัสเซียนอร์เวย์ที่หนาวเหน็บนานถึงแปดเดือนเพื่อเอามิตรไมตรีมาช่วยค้ำจุนบ้านเมืองที่กำลังล่อแหลมต่อการตกเป็นเมืองขึ้น  เอกราชมีราคาแพงกว่าลมปราณของพระองค์ที่ทรงวางเป็นเดิมพันเพื่อศักดิ์ศรีแห่งเสรีภาพและเอกราชของคนไทย ให้เท่าเทียมนานาอารยประเทศ

ประการที่ 6..

พระราชกรณียกิจที่กล่าวมาอาจมองว่าเป็นหน้าที่ของพระราชาที่ต้องทำ แต่ยังมีอีกภาพหนึ่งที่อาจเรียกว่าพระนิสัยที่รักความเท่าเทียมกันของมนุษย์ อาทิทรงให้เลิกหมอบคลาน ทรงนิยมเสด็จประพาสต้นแบบสามัญชนไปเยี่ยมเยียนพบปะพูดจาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับราษฎรใกล้ไกล และทรงนับไว้เป็นพระสหาย แม้เสด็จไปขึ้นรถรางแล้วถูกนายตั๋วไล่ลงเพราะไม่มีเงินค่าโดยสาร ก็เสด็จลงแต่โดยดี มิได้แสดงพระราชอำนาจแม้แต่น้อย พฤติกรรมเหล่านี้คือจิตวิญญาณของมนุษย์ผู้มีความเท่าเทียมอยู่ในพระกมลสันดาน

ดังนั้น “พระเกี้ยว” จึงไม่ใช่สัญลักษณ์แห่งอำนาจเก่า การกดขี่ และความไม่เท่าเทียม แต่พระเกี้ยวเป็นสัญลักษณ์ของความเสมอภาคและเสรีภาพของคนไทย ที่รัชกาลที่๕ พระราชทานไว้เมื่อเมืองไทยยังไม่มีประชาธิปไตย

พระเกี้ยวจึงเป็นสัญลักษณ์ ของอุดมการณ์ แห่งการอุทิศชีวิต ต่อสู้แสวงหา เพื่อให้ได้มาซึ่งความเสมอภาคอันเป็นเอกลักษณ์ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

ดังนั้นการอัญเชิญพระเกี้ยวไม่ใช่เพียงการประกาศเกียรติภูมิจุฬาฯ แต่เป็นการประกาศว่า เราคนไทยจักธำรงความเป็นคนที่มีกตัญญูกตเวที พร้อมใจกันยึดถือพระราชมรดก ความเท่าเทียมกันของมนุษย์

นี้เป็นอุดมคติร่วมแรงร่วมใจกันทำนุบำรุงนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคต

อย่าหวังเลยว่าเราจะหวั่นไหวที่ไม่มีแห่พระเกี้ยว

เพราะพระเกี้ยวสถิตอยู่ในจิตวิญญาณแห่งความเท่าเทียมกันของเราเสมอ

จากเด็กกำพร้ายากจนคนเกิดกลางสงรามโลกครั้งที่สองได้ดีมีอนาคตมาถึงจุดนี้ก็เพราะโอกาสแห่งความเท่าเทียมที่ทรงพระราชทานไว้”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านท้าพิสูจน์’บั้งไฟพญานาค’ ของจริงลอยขึ้นจากน้ำโขง ต่างจากยิงไฟขึ้นฟ้า #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611185

ชาวบ้านท้าพิสูจน์'บั้งไฟพญานาค' ของจริงลอยขึ้นจากน้ำโขง ต่างจากยิงไฟขึ้นฟ้า

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.00 น.

ชาวรัตนวาปี ยันลูกไฟคืนวันออกพรรษา เป็นบั้งไฟพญานาคของจริง เห็นมาตั้งแต่เด็กจนแก่ เสียใจถูกมองว่ายิงปืน หากยิงปืนจริงท้าพิสูจน์ ให้เหลือเป็นตำนานไปเลย

25 ตุลาคม 2564 จากกรณีที่มีเพจหนึ่ง เผยแพร่ภาพลูกไฟที่เกิดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งตรงกับวันที่ 21 ต.ค.64 ที่ผ่านมา ว่าเป็นการยิงปืนจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จนะมีการแฉชื่อหมู่บ้านที่ยิงปืนและเตรียมยื่นหนังสือถึงสถานทูตลาวให้ตรวจสอบนั้น

ข่าวเพิ่มเติม : ร้องทูตลาวสอบ!เพจดังกางชื่อ 10 หมู่บ้าน ยิงกระสุนส่องแสงหลอกเป็น‘บั้งไฟ’

ข่าวเพิ่มเติม : เอาแล้วไง! เพจดังเตรียมแฉชื่อหมู่บ้านยิงแสงไฟ แหกตาคนไทยเชื่อเป็นบั้งไฟพญานาค

ความคืบหน้าล่าสุด ชาวบ้านที่บ้านท่าม่วง ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย จุดที่มีปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค เกิดขึ้นนับร้อยลูกอย่างต่อเนื่องทุกปี ชาวบ้านซึ่งใช้ชีวิตตามปกติ หลังจากงานออกพรรษาเสร็จสิ้นแล้ว ก็ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวถึงบั้งไฟพญานาค ในมิติที่ชาวบ้านพบเป็นประสบการณ์โดยตรงในชีวิต

นางลำดวน เสนานิกร (เสื้อลายสีส้ม) อายุ 50 ปี ชาวบ้านท่าม่วง ชี้ให้ดูจุดที่พบบั้งไฟพญานาคบริเวณแม่น้ำโขง หน้าบ้านของตัวเองว่า ตนเคยเห็นลูกไฟที่พุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขงมาตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้อายุ 50 ปีแล้วก็ยังเห็นทุกปี แม้ว่าจำนวนจะลดน้อยลงไปบ้าง ชาวริมน้ำโขงเชื่อว่า เป็นบั้งไฟพญานาคที่เกิดจากพญานาคในแม่น้ำโขง

เมื่อก่อนไม่ค่อยมีคนมาดู มีเพียงชาวบ้านที่ออกมาดูกันในวันออกพรรษา หลังจากนั้นก็มีคนมาดูมากขึ้น แต่เมื่อมีคนต้องการพิสูจน์และบอกว่าเป็นฝีมือการยิงปืนขึ้นฟ้า ก็อยากให้พิสูจน์จนได้ผลที่แน่ชัด จะได้ไม่มีการกล่าวหาว่าชาวบ้านโกหกหลอกลวงกัน และให้กลายเป็นตำนานกล่าวขานกันไปเลย

ทั้งนี้ฝั่งตรงข้ามกับบ้านท่าม่วงในฝั่งลาวจะเป็นบ้านห้วยสายพาย แขวงบอลิคำไซ ถัดไปเป็นบ้านหนองเขียด และหลังจากเลยคุ้งน้ำไปแล้วจะไม่มีหมู่บ้าน เป็นโขดหินริมน้ำโขง

ด้านนางกุหลาบ อินทะรักษา (เสื้อดำลายใบไม้) อายุ 65 ปี และนางพุด ทองแดง (สวมหมวกสีฟ้า) อายุ 58 ปี ชาวบ้านท่าม่วง ก็กล่าวว่า เห็นข่าวการพิสูจน์บั้งไฟพญานาคแล้ว ลูกไฟที่พบนั้นไม่ใช่บั้งไฟพญานาคที่ชาวบ้านเคยเห็น บั้งไฟพญานาคของจริงจะมีลอยขึ้นมาจากแม่น้ำโขง ตามหนองน้ำหรือแม้กระทั่งปลักควายก็มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้น ตนรู้สึกเสียใจที่ได้ยินว่าเป็นการยิงปืนเกิดขึ้น เชื่อว่าคนที่พูดเช่นนั้นไม่เข้าใจและไม่เคยสัมผัสกับบั้งไฟพญานาคเหมือนเช่นชาวบ้านริมน้ำโขง ที่ได้สัมผัสและพบเห็นมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า เหมือนเป็นการลบหลู่

ขณะที่นางพรม อุทัยบาน (เสื้อยืดคอกลม) อายุ 68 ปี เคยมีสามีเป็นชาวลาวและไปใช้ชีวิตที่บ้านห้วยสายพาย แขวงบอลิคำไซ บอกว่า ชาวลาวเองก็ดูบั้งไฟพญานาคและเชื่อว่าเป็นบั้งไฟพญานาคเช่นกัน แต่การดูจะไม่คึกคักเหมือนฝั่งไทย บั้งไฟพญานาคจะไม่ขึ้นสูงมากนัก แต่ปืนหรือพลุที่ยิงขึ้นฟ้าจะมีความสูงกว่าต้นไม้. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น่ารักน่าเอ็นดู! ‘เจ้าขอด’แมวขาจร ออกมารับศีลพรใส่บาตรพระทุกเช้า #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611142

น่ารักน่าเอ็นดู! 'เจ้าขอด'แมวขาจร ออกมารับศีลพรใส่บาตรพระทุกเช้า

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 12.14 น.

25 ตุลาคม 2564 ริมถนนพระองค์ดำ อ.เมือง จ.พิษณุโลก หน้ารพ.รัตนเวชเด็กแห่งเดิม ชาวพิษณุโลกที่มาใส่บาตรพระสงฆ์บริเวณนี้ จะคุ้นเคยกันดีกับเจ้าขอด แมวเพศผู้ สีขาวน้ำตาล จะมีนั่งๆ นอนๆ คลอเคลียกับพระสงฆ์และคนที่มาใส่บาตรอย่างเป็นกันเอง เป็นภาพที่พบเห็นทุกเช้า ซึ่งหลวงพ่อที่มารับบิณฑบาต ก็บอกว่า แมวตัวนี้มันมารับศีลรับพรจากพระ

ทั้งนี้ ไอ้ขอด หรือเจ้าขอด เป็นแมวจรจัดที่มีคนมาปล่อยไว้บริเวณนี้นานแล้ว แม่ค้าที่ขายกับข้าวใส่บาตร บอกว่า หลังจากมีคนมาปล่อย เจ้าขอดก็ปักหลักอาศัยจะอยู่บริเวณนี้ ทุกเช้าาก็จะให้ข้าวกิน หลังจากกินอิ่มก็จะออกมารับแขก เข้าไปคลอเคลียกับคนคนที่มาใส่บาตร หลายคนที่มาใส่บาตรเป็นประจำก็จะไปทักทายลูบหัวเล่น จนกลายเป็นขวัญใจของคนละแวกนี้ไปเสียแล้ว. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,299,318 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
Graffiti protests against the possibility of a delayed general election in Bangkok
How app culture turned astrology into a modern obsession
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
ไร้เงา หมอสรณ ศาลปกครองสูงสุดงดอ่านคำสั่ง คดีเพิกถอนมติพ้นประธาน กสทช.
นายกฯ เวียดนามสั่งรับมือด่วน "ไต้ฝุ่นรากาซา" จ่อถล่ม รุนแรงสุดนับจากปี 2024
"มาดามเดียร์ วทันยา" โพสต์ เสียใจไร้คำชี้แจงการใช้งบจาก "รมว.สธ." #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d