Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ล่องแพแม่น้ำปาย สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว’น้ำตกซู่ซ่า’ ชมป่าสักผืนใหญ่สุดในไทย #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611138

ล่องแพแม่น้ำปาย สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว'น้ำตกซู่ซ่า' ชมป่าสักผืนใหญ่สุดในไทย

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.43 น.

25 ตุลาคม 2564 นายศิริวัฒน์  บุปผาเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และ นายชนก  มากพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน , ว่าที่ร้อยเอกสันติพงศ์  บุลยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ,ว่าที่ร้อยตรี ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานแม่ฮ่องสอน , นายนิกร  แก้วโมรา หัวเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย , สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน , สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวปาย และชมรมธุรกิจท่องเที่ยวอำเภอปางมะผ้า จำนวน 65 คน

ร่วมกันสำรวจเส้นทาง ล่องแก่งแม่น้ำปายเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อชมป่าสักผืนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กว่า 165,860 ไร่ อยู่ในเขตอนุรักษ์แหล่งป่าสัก 497.2 ตารางกิโลเมตร เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า 344 ตารางกิโลเมตร เขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ปายฝั่งขวา 2.2 ตารางกิโลเมตร เขตป่าสงวนแม่ปายฝั่งซ้าย 151 ตารางกิโลเมตร รวมเป็นพื้นที่ 1,199.4 ตารางกิโลเมตร 

การล่องแก่งในครั้งนี้ เริ่มจากแม่น้ำของซึ่งเป็นแม่น้ำสายย่อย จากอำเภอปางมะผ้า ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำปาย ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมระยะทางการล่องแพ กว่า 45 กิโลเมตร ใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างทางมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น ผ่านน้ำตก ซู่ซ่า ซึ่งเป็นน้ำตกที่ไหลลงสู่แม่น้ำของเป็นระทางยาวกว่า 100 เมตร ที่สวยงาม แหล่งน้ำอุ่นที่ผุดขึ้นมา ข้างลำน้ำปายและแก่งน้อยใหญ่ที่หลากหลายสร้างความตื่นเต้น ให้กับทีมงานและคณะที่สำรวจเป็นอย่างยิ่ง  

ว่าที่ร้อยตรี ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผอ.ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน น้ำ เปิดเผยว่า ตกซู่ซ่า หรือ ถ้ำน้ำตกซู่ซ่า เป็นที่เที่ยวสำหรับคนชอบเดินทาง การผจญภัย แอดเวนเจอร์ มีกำลังวังชา สามารถเดินเท้าได้ดีสุขภาพดี ถ้าเป็นผู้สูงอายุหรือมีปัญหาสุขภาพอาจไม่เหมาะนัก จะไปเที่ยวที่นี่นักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางก่อนออกเดินทาง โดยน้ำตกซู่ซ่าจะตั้งอยู่ที่ บ้านน้ำกัด ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน-อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน การเดินทางไปชมถ้ำ ต้องเดินทางด้วยการเดินเท้า ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง หรือโดยใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อก็จะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง หรือจะเดินทางมาด้วยการล่องแพยางจากบ้านน้ำของ

ซึ่งก็จะผ่านน้ำตกซู่ซ่าแห่งนี้ได้เช่นกัน โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ถ้ำแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 43 กิโลเมตร และใช้เส้นทางบ้านน้ำกัด-บ้านแม่สุยะ ระยะทางจากบ้านน้ำกัดถึงตัวถ้ำประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณปากถ้ำมีน้ำตกซู่ซ่า ไหลลดหลั่นลงตามชั้นหิน เกิดเป็นภาพที่สวยงามอย่างยิ่ง น้ำตกนี้ไหลลงสู่แม่น้ำ ด้านหลังซึ่งเป็นหน้าผาสูง เดินเข้าไปภายในถ้ำประมาณ 800 เมตร ก็จะพบน้ำตกใต้ดินสูงถึง 6 เมตร น้ำตกนี้ไหลมาจากปากถ้ำที่เชิงผานั่นเอง

นายภานุเดช ไชยสกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การสำรวจเส้นทางในครั่งนี้ เพื่อเปิดเส้นทางการที่องเที่ยวทางน้ำ ซึ่ง ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เริ่มเข้าสู่ ฤดูกาลล่องแก่งแม่น้ำปาย ชมป่าสัก นวมินทรราชินี เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยว ในรูปแบบแอดเวนเจ้อร์ ทางน้ำในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งสร้างความตื่นเต้น และ ตื่นตาตื่นใจ ให้กับ คณะ ที่มาสำรวจด้วยกัน ซึ่งสามารถที่จะเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของการท่องเที่ยว ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนในช่วงนี้ จนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2565 นี้ เป็นระยะเวลา 3 เดือนด้วยกัน โดยนักท่องเที่ยวหรือ บริษัทนำเที่ยวที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่ เขตรักษาพันธ์ป่าลุมน้ำปาย  ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน หรือ บริษัททัวร์ในพื้นที่ แม่ฮ่องสอน ที.เอ็น.แอนด์ แฟมิลี่ทัวร์ คุณ อร 081-9512085 ได้ตลอดเวลา. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ร้องทูตลาวสอบ!เพจดังกางชื่อ 10 หมู่บ้าน ยิงกระสุนส่องแสงหลอกเป็น‘บั้งไฟ’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611135

ร้องทูตลาวสอบ!เพจดังกางชื่อ 10 หมู่บ้าน ยิงกระสุนส่องแสงหลอกเป็น‘บั้งไฟ’

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.23 น.

ร้องทูตลาวสอบ!เพจดังกางชื่อ 10 หมู่บ้าน ยิงกระสุนส่องแสงหลอกเป็น‘บั้งไฟ’

25 ตุลาคม 2564 ความคืบหน้ากรณีเพจ “พิสูจน์บั้งไฟพญานาค” ออกมาแฉถึงปรากฏการณ์ “บั้งไฟพญานาค” ที่ผุดขึ้นจากริมแม่น้ำโขงทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในวันออกพรรษา และทำการเก็บข้อมูลจากฝั่งประเทศลาว เพื่อสืบหาการยิงกระสุนส่องแสง ในช่วงเดียวกับที่คนไทยไปรอชมแสงไฟพุ่งจากฝั่งลาว โดยเชื่อว่าเป็นบั้งไฟพญานาคนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เอาแล้วไง! เพจดังเตรียมแฉชื่อหมู่บ้านยิงแสงไฟ แหกตาคนไทยเชื่อเป็นบั้งไฟพญานาค) ล่าสุดเพจดังกล่าวได้เปิดเผยรายชื่อหมู่บ้านทางฝั่งลาว ที่คาดว่าจะเชื่อมโยงกับการยิงลูกปืนส่องแสง ออกมาแล้ว

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : เพจเฟซบุ๊ก “พิสูจน์บั้งไฟพญานาค”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพื่อนเอะใจไม่เจอ3วัน! แจ้งกู้ภัยงัดบ้าน พบชายวัย57ปีนอนหายใจรวยริน #SootinClaimon.Com

Posted on October 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611125

เพื่อนเอะใจไม่เจอ3วัน! แจ้งกู้ภัยงัดบ้าน พบชายวัย57ปีนอนหายใจรวยริน

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 10.11 น.

25 ตุลาคม 2564 เมื่อกลางดึกวันที่ 24 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเร่งเข้าตรวจสอบ หลังจากมีเพื่อนบ้านว่าคนที่อาศัยอยู่บ้านติดกันไม่ออกจากบ้านมาหลายวันแล้ว เกรงว่าจะเกิดอันตราย เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 67/310 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด ในซอยขจรเนติยุทธ 7 จึงรุดเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นปิดไฟมืดประตูรั้วบ้านด้านนอกถูกล็อกกุญแจไว้ เพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่าเจ้าของบ้านคือนายนรินทร์ชัย คณาพานิชกุล หรือ ตี๋ อายุ 57 ปี ไม่ออกจากบ้านมาหลายวัน หลังจากนั้นทางกู้ภัยต้องใส่ชุดPPE เพื่อป้องกันการติดเชื้อปีนเข้าไปในตัวบ้านเพื่อพยายามเรียกหานายตี๋ ที่อยู่ในบ้าน จนกระทั่งพบเห็นนายตี๋ ไม่สวมใส่เสื้อ ใส่เพียงกางเกงขาสั้น นอนหายใจรวยรินช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อยู่บริเวณชั้นล่าง โดยในบ้านมีกลิ่นปัสสาวะเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ 

จากนั้นทางกู้ภัยต้องเร่งใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างตัดกุญแจบ้านที่ล็อกไว้ ก่อนที่จะเร่งนำตัวนายตี๋ ออกมาด้านนอกและทำการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK ซึ่งผลตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 จึงเร่งประสานรถกู้ชีพจากโรงพยาบาลกรมชลประทานปากเกร็ดมารับตัวและส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลปากเกร็ด 2 

นายเบญจา ปันยารชุน เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน กล่าวว่า บ้านหลังนี้นายตี๋อยู่เพียงคนเดียว ตนเองไม่พบเห็นนายตี๋ มา 3 วันแล้ว ปกติจะเห็นเดินเข้าออกบ้านประจำ วันนี้เริ่มผิดสังเกตพยายามตะโกนเรียกอยู่หลายครั้งแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อนุโมทนาบุญ! ‘บิ๊กโจ๊ก’ร่วมบุญเป็นเจ้าภาพงานกฐิน วัดท่องเที่ยวชื่อดังของอีสาน #SootinClaimon.Com

Posted on October 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611117

อนุโมทนาบุญ! 'บิ๊กโจ๊ก'ร่วมบุญเป็นเจ้าภาพงานกฐิน วัดท่องเที่ยวชื่อดังของอีสาน

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.18 น.

25 ตุลาคม 2564 ที่วัดพุทธาวาสภูสิงห์ บนยอดเขาภูสิงห์ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.จตุพร อรุณฤกษ์ถวิล ผอ.ทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง จ.ระยอง พ.อ.อุทัย นิลเนตร ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21 พร้อมเพื่อนสนิทญาติพี่น้องและญาติธรรมชาวอำเภอสหัสขันธ์และพื้นที่ใกล้เคียง 

ร่วมเป็นเจ้าภาพงานบุญกฐินประจำปี 2564 ของวัดพุทธาวาสภูสิงห์ โดยมีพระครูสิริพัฒนนิเทศก์ ดร.เป็นประธานคณะสงฆ์รับผ้ากฐินวัดพุทธาวาสภูสิงห์ ประจำปี 2564 ซึ่งบรรยากาศรวบรัด เรียบง่าย และเป็นไปตามข้อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด19 อย่างเคร่งครัด

โดยได้ตั้งขบวนกฐิน ที่บริเวณลานธรรมมรรคแปด ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยังศาลาธรรมจักร นำขบวนโดยคณะฟ้อนรำของแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลสหัสขันธ์ และคณะนางรำชุมชนคุ้มวัดไตรภูมิ  จากนั้นได้ได้ร่วมกันถวายผ้ากฐินและเงินทำบุญซึ่งปีนี้มีญาติธรรมร่วมต่อยอดทำบุญกับ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็นเงินกว่า 1.8 ล้านบาท ซึ่งบรรยากาศในพิธีทอดกฐิน มีเฉพาะบุคคลใกล้ชิดและญาติธรรมที่มาร่วมทำบุญไม่เกิน 50 คน

พระครูสิริพัฒนนิเทศก์ ดร. กล่าวว่า วัดพุทธาวาสภูสิงห์ ตั้งอยู่บนยอดเขาภูสิงห์ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นสถานที่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมากขณะที่เขตวัด ยังต้องมีการปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้เป็นศาสนสถานให้พุทธศาสนิกชนได้มีสถานที่ปฏิบัติธรรม เจริญศีลภาวนา ประกอบพิธีทางศาสนาสำคัญๆตามประเพณีวิถี 

โดยเฉพาะศาลาปฏิบัติธรรมที่มีอายุมากกว่า 50 ปี สภาพทรุดโทรม จึงได้ริเริ่มจะบูรณะใหม่เพื่อให้เป็นสถานที่ที่จะสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนให้มากขึ้น ขณะที่การบริการนักท่องเที่ยวจะเน้นปฏิบัติตามมาตรการการแพร่ระบาดไวรัสโควิด19 โดยนักท่องเที่ยวเองก็เข้าใจและรับรู้สถานการณ์ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวหมุนเวียนชมความสวยงามบนยอดเขาและกราบไหว้ขอพรพระพรหมภูมิปาโล เฉลี่ยวันละ 1,000 คน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อัษฎางค์’เล่า‘5 เรื่องราวของรัชกาลที่ 5’-ที่มา‘พระเกี้ยว’สัญลักษณ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย #SootinClaimon.Com

Posted on October 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611113

‘อัษฎางค์’เล่า‘5 เรื่องราวของรัชกาลที่ 5’-ที่มา‘พระเกี้ยว’สัญลักษณ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 08.55 น.

‘อัษฎางค์’เล่า‘5 เรื่องราวของรัชกาลที่ 5’-ที่มา‘พระเกี้ยว’สัญลักษณ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

25 ตุลาคม 2564 นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค” อธิบายและเล่าความเป็นมาของ “พระเกี้ยว” มีเนื้อหาดังนี้…

พระเกี้ยว (ตอนที่ 1)

“5 เรื่องราวของรัชกาลที่ 5”

ผู้เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียเทียบเคียงยุโรป

•1 พระเกี้ยว คือสัญลักษณ์แทนพระองค์ของรัชกาลที่ 5

•2 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความทันสมัย”

•3 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”วิวัฒนาการสู่ความประชาธิปไตย”

•4 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”การพัฒนา”

•5 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความเท่าเทียมกัน”

…………………………………….……………………………….

•1 พระเกี้ยว คือสัญลักษณ์แทนพระองค์ของรัชกาลที่ 5

“พระเกี้ยว” เป็นศิราภรณ์ประดับพระเกศาหรือพระเศียรของพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์

คำว่า เกี้ยว ถ้าเป็นคำนามแปลว่าเครื่องประดับศีรษะหรือเครื่องสวมจุก ถ้าเป็นคำกริยาแปลว่าผูกรัดหรือพัน

“จุฬาลงกรณ์” แปลว่า เครื่องประดับศีรษะหรือจุลมงกุฎ

“จุลมงกุฎ” หมายถึง พระราชโอรสของสมเด็จฯเจ้าฟ้ามงกุฎฯ หรือ พระจอมเกล้าน้อย อันเกี่ยวโยงถึงพระปรมาภิไธยในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนามาภิไธยเดิม คือสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฎฯ

ดังนั้น “พระเกี้ยว” คือตัวแทนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้พระราชทานพระนามของรัชกาลที่ 5 เป็นชื่อของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ให้สำนึกใตพระคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานกำเนิดมหาวิทยาลัยนี้

รัชกาลที่ 5 เป็นผู้ให้กำเนิดโรงเรียนมหาดเล็ก จึงได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้พระเกี้ยวเป็นเครื่องหมายของโรงเรียน

ต่อมา โรงเรียนมหาดเล็กพัฒนามาเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในที่สุด พระเกี้ยว จึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยด้วย

*****************

พระเกี้ยว (ตอนที่ 2)

“5 เรื่องของรัชกาลที่ 5 ผู้เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียเทียบเคียงยุโรป”

•1 พระเกี้ยว คือสัญลักษณ์แทนพระองค์ของรัชกาลที่ 5

อ่านรายละเอียดที่นี่: https://www.facebook.com/100566188950275/posts/165712192435674/?d=n

•2 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความทันสมัย”

•3 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”วิวัฒนาการสู่ความประชาธิปไตย”

•4 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”การพัฒนา”

•5 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความเท่าเทียมกัน”

…………………………………….……………………………….

•2 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความทันสมัย”

ช่วงร้อยกว่าปีที่ผ่านมาในสมัยรัชกาลที่ 4- รัชกาลที่ 5 หลังจากประเทศมหาอำนาจตะวันตกผ่านการปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้ประเทศก้าวล้ำนำโลก แล้วได้ขยายอิทธิพลทางการเมืองการทหารมาสู่เอเชีย

ข้ออ้างสำคัญของชาติตะวันตกที่ใช้อ้างความชอบธรรมในการเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน เพื่อจะเข้ามาปกครองประเทศในเอเชียรวมทั้งไทย คือประเทศในเอเชียและไทย ล้าสมัย

รัชกาลที่ 5 ทรงทราบถึงภัยพิบัตินี้ จึงได้ยกเครื่องปฏิรูปการปกครอง ปฏิรูปสังคม(เช่น การเลิกไพร่ เลิกทาส) พัฒนาระบบคมนาคม สาธารณสุขและการศึกษา ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ให้ทันสมัยตามอย่างชาติตะวันตก

รัชกาลที่ 5 เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกๆ ในเอเชียที่ ฟังพูดอ่านเขียน ภาษาอังกฤษ ได้ ทำให้ทรงรับรู้ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของการเมืองโลก และสามารถสื่อสารกับชาติมหาอำนาจได้

รัชกาลที่ 5 เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกในเอเชีย ที่เสด็จไปถึงยุโรป เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีและใช้การทูตในการรับมือกับการขยายอำนาจของชาติตะวันตก จนทำให้ไทยเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่ไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตก

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยเป็นชาติแรกๆ ในเอเชียที่มีรถไฟ ไฟฟ้า มหาวิทยาลัย เลิกทาส ประชาชนมีสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคและเริ่มต้นประชาธิปไตย

…………………………………….……………………………….

•3 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”วิวัฒนาการสู่ความประชาธิปไตย”

หลังจากมีข้าราชการรวมตัวกันเสนอให้เปลี่ยนแปลงการปกครองให้ทันสมัยตามอย่างชาติตะวันตก

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสนอว่าก่อนจะทำการสิ่งใดอันเป็นการปรับปรุงบ้านเมืองไปสู่การมี “คอนสติติวชัน” (Constitution-รัฐธรรมนูญ) นั้น จำเป็นจะต้องทำ “คอเวอนเมนต์รีฟอม” (Government reform-ปฏิรูประบบราชการ) เสียก่อน

“ถ้าการเรื่องนี้ยังไม่เป็นการเรียบร้อยได้แล้ว การอื่น ๆ ยากนักที่จะตลอดไปได้”

และนั่นคือที่มาของการปฏิรูปการปกครองบ้านเมืองขนานใหญ่ดังที่ในเวลาต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเรียกว่า “Revolution”

เส้นทางพัฒนาสู่ความเป็นประชาธิปไตยในเมืองไทย เริ่มต้นจากจุดเริ่มต้น คือทรงปฏิรูปการปกครองแบบเทศาภิบาล ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประชาชนมีสิทธิที่จะเลือก “ผู้ใหญ่บ้าน” และผู้ใหญ่บ้าน 10 หมู่มีสิทธิเลือกตั้ง “กำนันของตำบล”

…………………………………….……………………………….

•4 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”การพัฒนา”

ทรงปฏิรูปการปกครองและการบริหารราชการแผ่นดินชนิดที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่ายกเครื่องใหม่ทั้งหมด

กล่าวคือ ยกเลิกระบบจตุสดมภ์ ที่ประกอบด้วย 4 กรม ซึ่งใช้กันมาตั้งแต่ต้นกรุงศรีอยุธยา แล้วเปลี่ยนเป็น กระทรวง 12 กระทรวง ตามแบบชาติตะวันตกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2435

ปรับปรุงการปกครองส่วนภูมิภาค โดยแบ่งเป็น หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เมืองและมณฑล

******************

พระเกี้ยว (ตอนที่ 3)

“5 เรื่องราวของรัชกาลที่ 5”

ผู้เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียเทียบเคียงยุโรป”

•1 พระเกี้ยว คือสัญลักษณ์แทนพระองค์ของรัชกาลที่ 5

อ่านรายละเอียดที่นี่: https://www.facebook.com/100566188950275/posts/165712192435674/?d=n

•2 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความทันสมัย”

•3 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”วิวัฒนาการสู่ความประชาธิปไตย”

•4 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”การพัฒนา”

อ่านรายละเอียดที่นี่: https://www.facebook.com/100566188950275/posts/165720072434886/?d=n

…………………………………….……………………………….

•5 รัชกาลที่ 5 คือสัญลักษณ์แห่ง”ความเท่าเทียมกัน”

การเลิกไพร่และเลิกทาสเป็นพระราชกรณียกิจอันสำคัญยิ่งของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในเรื่อง”สิทธิมนุษยชน ที่ทำให้ประชาชนได้รับความเสมอภาคและความเท่าเทียมกัน”

ในสมัยโบราณ ประชาชนทุกคนถ้าไม่เป็นทาส ก็ต้องเป็นไพร่ที่มีสังกัดเจ้านายไปตลอดชีวิต และไพร่รับราชการโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน

ส่วนทาสนั้นยิ่งหนักหนากว่าไพร่ เพราะทาสสามารถซื้อขายกันได้

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 นั้น ประมาณว่าไทยมีทาสเป็นจำนวนกว่าหนึ่งในสามของพลเมืองของประเทศ

ถ้านึกภาพไม่ไพร่และทาสไม่ออก ให้นึกภาพพนักงานที่ทำงานราชการหรือเอกชนทุกคนในปัจจุบัน ในอดีตถ้าไม่เป็นไพร่ก็เป็นทาส ที่ทำงานโดยไม่ได้รับผลตอบแทน โดยเฉพาะทาสที่ไม่มีอิสระภาพ

แล้วลองจินตนาการดูว่า การที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 จะประกาศให้เลิกไพร่และเลิกทาส เป็นความเสียสละอย่างใหญ่หลวง เพราะคือความเสี่ยงต่อความมั่นคงและปลอดภัยของราชบัลลังก์และพระชนม์ชีพของพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์  ที่จะเกิดจากการผู้ที่สูญเสียผลประโยชน์ ซึ่งก็คือเจ้าขุนมูลนายทั้งหลาย อาจจะก่อจลาจลหรือสงครามกลางเมืองเหมือนสหรัฐอเมริกาที่ประชาชนในประเทศรบราฆ่าฟันกันเอง

แต่พระองค์คำนึง เรื่องสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมกันของประชาชนของพระองค์เป็นหลัก มากกว่าราชบัลลังก์และพระชนม์ชีพ

และด้วยพระปรีชาสามารถทำให้การเลิกไพร่และเลิกทาสในเมืองไทยที่ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป สำเร็จลงด้วยเรียบร้อยไร้สงครามกลางเมืองที่คนในชาติเข่นฆ่าฟันกันเหมือนในต่างประเทศ

…………………………………….……………………………….

การที่องค์การนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บิดเบือนข้อเท็จจริงและใส่ร้ายว่า พระเกี้ยว อันเป็นเครื่องหมายแทนในหลวงรัชกาลที่ 5 ซึ่งเท่ากับหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วยการใส่ร้าย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ ว่า เป็นความล้าหลัง การกดขี่ของชนชั้นปกครอง และความไม่เสมอภาคของความเป็นมนุษย์

เป็นการใส่ร้ายและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่างเหิมเกริมและจงใจ

ผู้บริหาร คณาจารย์ นิสิตปัจจุบันและศิษย์เก่า นิ่งเฉยหรือยอมรับการกระทำดังกล่าวอยู่ได้อย่างไร

มีผู้หลักผู้ใหญ่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่เบื้องหลังหรือให้ท้ายนิสิตในองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทำการดังกล่าว หรือไม่

…………………………………….……………………………….

อัษฎางค์ ยมนาค

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวนาลพบุรีลอยคอ’เกี่ยวข้าว’ แม่โพสพจมน้ำตายหลายร้อยไร่ #SootinClaimon.Com

Posted on October 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611110

ชาวนาลพบุรีลอยคอ'เกี่ยวข้าว' แม่โพสพจมน้ำตายหลายร้อยไร่

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 08.28 น.

25 ตุลาคม 2564 ชาวนาอำเภอท่าวุ้งจังหวัดลพบุรี ระดมชาวบ้านเกี่ยวข้าวนำพระแม่โพสพขึ้นจากน้ำ หลังจากถูกน้ำท่วมทำนาข้าวเสียหายไปแล้วกว่า 300 ไร่ เหลืออีก 5 ไร่ ที่กำลังจะจมน้ำ จึงต้องเกี่ยวขึ้นมาแม้จะไม่คุ้มกลับค่าแรงแต่ก็สุขใจที่ได้นำพระแม่โพสพพ้นน้ำ 

นายสถิตย์ ชูชาติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลโพธตลาดแก้ว อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ได้ระดมช่วบ้าน จำนวน 17 คน โดยจ้างคนละ 500 บาท เร่งลงลุยน้ำเกี่ยวข้่วจำนวน5ไร่ในพื้นที่แก้มลิงที่กำลังจะจมน้ำเสียหาย โดยในทุ่งดังกล่าวอยู่บริเวณริมถนนเลี่ยงเมืองลพบุรี-สระบุรี หมู่ที่ 6 ตำบลโพธตลาดแก้ว มีพื้นที่หลายร้อยไร่แต่ถูกน้ำท่วมเสียหายไปแล้ว 300 ไร่ เหลือที่เห็นชาวบ้านกำลังเกี่ยวอยู่นี้จำนวน 5 ไร่ ที่ต้องเกี่ยวขึ้นมาแม้จะไม่คุ้มกับค่าแรงที่ลงไป แต่ที่ต้องเกี่ยวเพราะชาวนาทนเห็นพระแม่โพสพจมน้ำไม่ได้ ต้องเกี่ยวขึ้นมาจากน้ำเพราะเป็นความเชื่อของชาวนาทุกคน 

โดยปกติทุกปีทำนาในพื้นที่แก้มลิงท่าวุ้งจะเก็บเกี่ยวข้าวทันกว่าน้ำจะมา แต่ปีนี้ในช่วงต้นปีประสบปัญหาภัยแล้งไม่มีน้ำทำนาจึงต้องทำนาล่าช้า และพอมาถึงช่วงปลายปีเกิดฝนตกหนัก จนมีปริมาณน้ำมากทำให้เกี่ยวไม่ทันแต่ชาวนาเองก็ไม่ได้โทษใคร แต่เมื่อน้ำจำท่วมต้นข้าวชาวนาก็ต้องเกี่ยวนำพระแม่โพสพขึ้นเพื่อความสุขใจ ไม่สามารถปล่อยแม่โพสพให้จมน้ำตายได้. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักท่องเที่ยวแห่เข้าชมความน่ารักสัตว์ ที่ ‘ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์ป่าราชบุรี’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611092

นักท่องเที่ยวแห่เข้าชมความน่ารักสัตว์ ที่ 'ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์ป่าราชบุรี'

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 21.45 น.

นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้าชมสัตว์ที่ศูนย์แสดงพันธุ์ชนิดสัตว์ป่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 เขาประทับช้าง หลังกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ตามการผ่อนปรน โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าฟรี ท่ามกลางลมพัดโชยอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งวันในช่วงวันหยุดพักผ่อนสุดสัปดาห์

24 ต.ค.64 บรรยากาศภายในสวนสัตว์เปิด ศูนย์แสดงพันธุ์ชนิดสัตว์ป่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 เขาประทับช้าง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ได้พาบุตรหลาน มาเข้าเยี่ยมชม และ ให้อาหารสัตว์พร้อมทั้งถ่ายรูปเพื่อเก็บภาพความประทับใจ กับบรรดาสัตว์นานาชนิด โดยบรรยากาศในช่วงเช้ามีลมพัดโชยประกอบกับสภาพอากาศที่เย็นสบายท่ามกลางต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์ที่ขึ้นปกคลุมรายล้อมไปทั่วบริเวณ โดยมีการคัดกรองอุณหภูมิ ลงทะเบียนและดูแลตามมาตรการด้านสาธารณะสุข ในการเปิดให้บริการ ตามการผ่อนปรน หลังปิดให้บริการมานาน โดยในการเยี่ยมชมสัตว์ในส่วนจัดแสดง นักท่องเที่ยวต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่เตรียมไว้บริเวณทางเข้า ซึ่งที่ศูนย์แสดงพันธุ์ชนิดสัตว์ป่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 เขาประทับช้าง มีสัตว์หลากหลายชนิด อาทิ เลียงผา และมีสัตว์ป่าสงวนที่ใกล้สูญพันธุ์มาแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชม อาทิ เม่น กวาง อูฐ เสือ นกเงือก อีแร้ง และสัตว์ป่าหายากที่ใกล้สูญพันธุ์อีกหลายชนิด โดยที่เด็กๆ สามารถสัมผัสโดยการให้อาหาร เช่น ผัก ผลไม้ หญ้าให้กินได้อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ที่ศูนย์แสดงพันธุ์ชนิดสัตว์ป่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 เขาประทับช้าง เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 น. – 16.00 น. ตั้งอยู่เชิงเขาประทับช้าง เขตติดต่อกับสวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคกลาง เป็นศูนย์เพาะเลี้ยง และขยายพันธ์สัตว์ป่าที่กำลังจะสูญพันธ์ ส่วนหนึ่งจัดเป็นสวนสัตว์เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ชมสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด มีพื้นที่โดยรอบทั้งหมด 30 ไร่ เป็นพื้นที่เฉพาะให้นักท่องเที่ยวเดินชมสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์ได้ประมาณ 10 ไร่ ซึ่งสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์เปิด สถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง เป็นสัตว์ที่ชาวบ้าน หรือประชาชนบริจาคเข้ามาทั้งหมด ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของศูนย์เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าเขาประทับช้าง กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นสวนป่าร่มรื่น รวบรวมพรรณไม้ในวรรณคดีหายากหลายชนิด และ เป็นสถานีเดียวที่มีการเพาะเลี้ยงและแพร่พันธุ์เสือ นอกจากนี้ยังมีสัตว์อื่นๆ เช่น เลียงผา ไก่ต๊อก กวาง เสือ นกกระจอกเทศ ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่ได้รับการบริจาคหรือถูกจับยึดมาได้ นำมาอภิบาลและขยายพันธุ์ ให้อาศัยอยู่ในบริเวณสวนสัตว์เปิดเขาประทับช้าง เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ยินดีรับการบริจาค เพื่อใช้เป็นค่าอาหารสัตว์และค่าบำรุงสวนสัตว์

ศูนย์แสดงพันธุ์ชนิดสัตว์ป่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 เขาประทับช้าง ตั้งอยู่ที่ตำบลปากช่อง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี โทรสอบถามรายละเอียดเส้นทาง 085-2310339  หรือ 032-211025 ต่อ 807 บริการเข้าชมฟรี และสามารถบริจาคเพื่อซื้ออาหารไปเลี้ยงสัตว์ป่าได้. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คอนเฟิร์ม! ‘ลิซ่า-แอนเดรีย’ มาเคาต์ดาวน์ภูเก็ตแน่นอน 100 % ดึงกระตุ้นท่องเที่ยว #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611069

คอนเฟิร์ม! ‘ลิซ่า-แอนเดรีย’ มาเคาต์ดาวน์ภูเก็ตแน่นอน 100 % ดึงกระตุ้นท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.37 น.

24 ต.ค.64 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้างานเคาต์ดาวน์ภูเก็ตว่า ลิซ่า BLACKPINK หรือ ลลิษา มโนบาล ศิลปินสาวชาวไทยชื่อดังระดับโลก ยืนยันว่า จะมาร่วมงานเคาต์ดาวน์ 2022 ที่ จ.ภูเก็ต รวมไปถึง แอนเดรีย โบเชลลี นักร้องโอเปร่าชื่อดังของโลกชาวอิตาลีที่จะมาร่วมการแสดงบนเวทีด้วย

“คอนเฟิร์มว่า มาได้แน่นอนทั้งคู่ 100% เพราะคุยกับเอเจนซี่และต้นสังกัดแล้ว แต่อยากให้รอสัปดาห์หน้าชัดๆ อีกรอบ” นายพิพัฒน์กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า หลังเซ็นสัญญาได้ จะทำแผนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติรูปแบบงานและงบประมาณ เบื้องต้นงบประมาณที่เป็นค่าตัวทั้งคู่ประมาณ 100 ล้านบาท ส่วนงบที่ใช้จัดงานเบื้องต้นประมาณ 200 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะมีเอกชนเป็นสปอนเซอร์ให้จำนวนกี่ราย รวมไปถึงจำนวนงบประมาณสนับสนุนด้วย. -008

ขอบคุณภาพจาก : อินสตาแกรม “lalalalisa_m” และ เฟซบุ๊ก “Andrea Bocelli”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นิต้า’ นศ.การท่องเที่ยวฯ DPU แนะเทคนิคการพูดในที่สาธารณะให้สุดปัง-น่าเชื่อถือ #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611041

'นิต้า' นศ.การท่องเที่ยวฯ DPU แนะเทคนิคการพูดในที่สาธารณะให้สุดปัง-น่าเชื่อถือ

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 18.16 น.

ถ้าพูดถึงประสบการณ์ชีวิตแล้ว ทุกๆ คนย่อมมีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ดิฉัน “น.ส.อานิต้า แสงโรจน์” หรือเรียกสั้นๆว่า “นิต้า” ต้องบอกก่อนว่านิต้าเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ จากการรับทุนตัวแทนจังหวัดจันทบุรี เพื่อมาศึกษาต่อระดับปริญญาตรี หลักสูตรการโรงแรม คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งการมาใช้ชีวิตในเมืองกรุงนั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การใช้ชีวิตเต็มไปด้วยความกลัวและความกังวลกับหลายสิ่งหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม ถ้ามองอีกด้าน ก็ถือเป็นการเปิดโลกใบใหม่ให้กับตัวเอง 

ในรั้วมหาวิทยาลัยกับชีวิตนักศึกษาปริญญาตรี ตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นิต้าได้รับมอบโอกาสและประสบการณ์ต่างๆ มากมายจากการทำกิจกรรมของคณะและมหาวิทยาลัย ซึ่ง ก่อนหน้าสมัยเรียนระดับมัธยมศึกษานั้น นิต้าไม่เคยนึกถึงหรือรับรู้มาก่อนเลยว่า ตัวเองชอบหรือถนัดเรื่องอะไร การได้มาเป็นนักศึกษาทุนในครั้งนี้ คณะฯ และ มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้นิต้าได้เข้าร่วมกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การประกวดดาว-เดือน การเต้นสันทนาการ การแข่งขันทางด้านวิชาการ การประกวดนางสงกรานต์ การเป็นพิธีกร และการพูดแนะแนวหลักสูตรแก่น้องๆ ตามโรงเรียนระดับสามัญศึกษา สิ่งเหล่านี้ที่ได้มีโอกาสทำไปเรื่อยๆ นิต้าไม่ทันรู้ตัวว่า นิต้าได้หลงรักงานด้านการพูดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ จากวันนั้นจนวันนี้การพูดในที่สาธารณะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจิตใจนิต้าเสียแล้ว

ประโยชน์ของการพูดในที่สาธารณะ งานด้านการพูดช่วยเปิดโอกาสให้นิต้าได้สร้างมิตรภาพดีๆ ให้เราได้โดยไม่รู้ตัว การพูดที่น่าฟังบวกกับบุคลิกภาพที่ดีของผู้พูด ยังสามารถสร้างโอกาสดีๆ ต่ออาชีพการทำงานในอนาคต สำหรับ นิต้า จากเด็กคนหนึ่งที่ขี้อายและไม่กล้าแสดงออกในอดีต เด็กที่ไม่มีความกล้าแม้แต่จะพูดบอกเล่าความคิดของตัวเองออกมาให้คนใกล้ชิดฟัง แต่ปัจจุบัน เด็กคนนั้นสามารถทลายกำแพงแห่งความกลัวนั้นลงได้ โดยนิต้าค้นพบว่า เราเพียงต้องกล้าเปิดใจและยอมรับสิ่งใหม่ๆ เปิดโอกาสให้กับตัวเองเท่านั้น จากวันนั้นจนวันนี้ นิต้าจึงเลือกที่จะเปิดรับทุกๆ โอกาสที่เข้ามา เพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง เพราะโอกาสเป็นเหมือนสายน้ำที่ไหลมาแล้วต้องรีบตักขึ้นมาไม่ให้ไหลผ่านไป

ในฐานะที่มีโอกาสในการพูดในที่สาธารณะอยู่เนืองๆ นิต้าจึงอยากแชร์เทคนิคการพูดสุดปังผ่านประสบการณ์ที่นิต้าเคยได้รับ แบ่งออกมาเป็น 10 ข้อที่ควรเน้น ดังนี้
1. การเตรียมเนื้อหา เราต้องเข้าใจประเด็นที่จะพูดอย่างถ่องแท้ มีการท่องจำเนื้อหา และเรียงลำดับของเนื้อเรื่องให้ดี เพื่อให้การพูดดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
2.มีการฝึกฝนออกเสียงสระ พยัญชนะ และตัวควบกล้ำให้ชัดเจน 
3.การใช้น้ำเสียงและจังหวะการพูด การพูดจะน่าฟังก็ต่อเมื่อ เราพูดเสียงดังฟังชัด ไม่พูดช้าหรือเร็วจนเกินไปและไม่ควรพูดเหมือนท่องจำ
4.การหายใจ เวลาที่จะออกเสียง เราต้องมีการหายใจก่อน แล้วพูดออกมาด้วยการผ่อนลม แล้วค่อยหายใจเข้า การพูดห้ามกลั้นลมหายใจ เพราะจะทำให้เสียงเรานั้นฟังดูอู้อี้
5.ท่าทางการพูด การยืนและการใช้สายตา ถือเป็นสิ่งที่เรียกร้องความสนใจของผู้ฟัง เราควรยืนพูดอย่างเป็นธรรมชาติและระหว่างที่เราพูดให้ใช้สายตามองไปรอบๆ ผู้ฟัง เพื่อให้ผู้ฟังรับรู้ได้ว่า เราตั้งใจที่จะพูดให้เขาฟัง


6.การใช้มือ ระหว่างที่เราพูด เราสามารถนำมือมาใช้ประกอบกับการพูดได้ เพื่อให้การพูดของเราดูน่าสนใจ แต่เราก็ไม่ควรใช้มือประกอบกับการพูดมากจนเกินไป เพราะจะทำให้การพูดของเราเกิดความน่ารำคาญกับผู้ฟัง แถมยังเสียบุคลิกภาพอีกด้วย
7.มีปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหาหรือเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี
8.เป็นตัวของตัวเอง การพูดที่ดีเราต้องเป็นตัวของตัวเอง จะทำให้การพูดของเราดูเป็นธรรมชาติ และช่วยให้การพูดของเราดูน่าจดจำยิ่งขึ้น เพราะเรามีคาแรคเตอร์ที่แสงออกอย่างชัดเจน
9.มีความมั่นใจในตนเอง ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง เราต้องมีความเชื่อมั่นและมั่นใจ ถ้าเราคิดว่าเราทำได้เราก็จะทำได้ แต่ถ้าเราคิดว่าเราทำไม่ได้เราก็จะทำไม่ได้
10.ยิ้มไประหว่างการพูด จะให้ทำสิ่งที่เราพูดออกมา เป็นสิ่งที่มีความสุขระหว่างการพูด และเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งในการดึงดูดผู้ฟัง

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด การพูดจะให้ความรู้สึกสื่อไปถึงผู้รับฟังได้ดีถ้าผู้พูดพูดด้วยความสุข เพราะอารมณ์ของผู้พูดจะแสดงออกมาหลากหลายทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ เช่น การยิ้มระหว่างการพูด ความคิดที่เป็นบวกและคำพูดที่ถูกถ่ายทอดออกมา คนที่ได้ฟังเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของผู้พูดที่เปี่ยมไปด้วยความสุข และได้เห็นถึงบุคลิกและรับรู้ถึงทัศนคติความคิดที่ดี ก็จะฟังเรื่องที่พูดนั้นด้วยความสุขเช่นกัน ท้ายนี้ เทคนิคการพูดเปรียบเสมือนหนึ่งหัวใจหลักของความสำเร็จ ไม่มีความสำเร็จใดที่ไม่ใช้เทคนิคการพูด นิต้าหวังว่า 10 ข้อข้างต้นจะเป็นประโยชน์และสร้างโอกาสทางการพูดให้นำไปปรับใช้กันได้บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ และสำหรับเพื่อนๆ ที่ยังค้นหาความชอบหรือความถนัดของตัวเองยังไม่เจอ อย่าลืมเปิดโอกาสให้กับตัวเองเพื่อได้เจออะไรใหม่ๆ กันสักครั้งนะคะ

ตอนนี้สาขาการโรงแรมและธุรกิจอาหารของนิต้า กำลังเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลและร่วมสมัครเรียนเพื่อมาเป็นรุ่นน้องกับนิต้าได้ที่ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม้แต่’นักเขียนซีไรต์’ยังอึดอัดข่าวจุฬาฯ ถาม’ตีวัวกระทบคราด’ใช่หรือไม่? #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611009

แม้แต่'นักเขียนซีไรต์'ยังอึดอัดข่าวจุฬาฯ ถาม'ตีวัวกระทบคราด'ใช่หรือไม่?

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.28 น.

24 ตุลาคม 2564 วินทร์ เลียววาริณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ นักเขียนชื่อดังเจ้าของรางวัลซีไรต์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ  วินทร์ เลียววาริณ ได้โพสต์บทความลงในเฟชบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

จอร์จ ออร์เวลล์ (ผู้เขียน 1984, Animal Farm) เขียนว่า “The most effective way to destroy people is to deny and obliterate their own understanding of their history.”
แปลว่า ทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำลายประชาชน คือปฏิเสธและกวาดทิ้งความเข้าใจของพวกเขาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพวกเขาเอง

ช่วงหลังนี้ผมได้ยินข่าวเกี่ยวกับจุฬาฯหลายเรื่องซึ่งชวนอึดอัด ทั้งหมดฟังดูดี มีหลักการ ใช้คำพูดสวยหรู แต่อ่านระหว่างบรรทัดแล้ว ก็อดไม่ได้ต้องคิดว่ามันเป็นการ ‘ตีวัวกระทบคราด’ และ ‘โยนหินถามทาง’ และ ‘กวาดทิ้งความเข้าใจ’ ตามคำของ จอร์จ ออร์เวลล์ ข้างต้นหรือไม่

ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด เข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพฯในชั้น ม.ศ. 4 ที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เช่นเดียวกับโรงเรียนทั่วไป เครื่องแบบนักเรียนปักอักษรย่อ บ.ด. บนหน้าอก แต่ต่างจากโรงเรียนส่วนใหญ่ เรากลัดตราสีทองชิ้นหนึ่งเหนืออักษรย่อ

เข็มกลัดนั้นเรียกว่า พระเกี้ยว

หลังจากเรียนจบ ม.ศ. 5 ผมมีโอกาสเข้าเรียนในสถาบันที่ใช้ตราพระเกี้ยวอีกครั้ง คือจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย (ในสมัยผมเข้าเรียน ไม่มีการันต์เหนือ ณ) คราวนี้พบว่าเน็กไทที่เด็กปี 1 ใส่ปักตราพระเกี้ยว ชุดนิสิตหญิงก็มีตรานี้เช่นกัน ทั้งที่กลัดบนเสื้อและหัวเข็มขัด

พระเกี้ยวคืออะไรกันแน่?

พระเกี้ยวหรือจุลมงกุฎเป็นสัญลักษณ์และพิจิตรเลขาประจำรัชกาลในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มันมีความเชื่อมต่อกับรัชกาลที่ 4 ด้วย

เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยทั่วโลกซึ่งล้วนใช้ตราที่มีความหมาย จุฬาฯก็เช่นกัน ในเมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงริเริ่มโครงการสร้างมหาวิทยาลัยแห่งนี้ พระนามของพระองค์ก็เป็นที่มาของนามมหาวิทยาลัย และใช้สัญลักษณ์พระเกี้ยวประจำมหาวิทยาลัย

ย้ำ – สัญลักษณ์พระเกี้ยว ไม่ใช่ว่าวจุฬาฯ

สถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มีรากฐานเดียวกันนี้ ล้วนใช้ตราพระเกี้ยว ไม่ว่าจะเป็นจุฬาฯ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา บดินทรเดชาฯ หอวัง และอีกหลายๆ โรงเรียน

พระเกี้ยวก็คือที่ระลึกชิ้นเล็กๆ ที่เชื่อมนักเรียนและนิสิตกับพระองค์

มันเป็นรากของเรา

เมื่อเข้าใจประวัติศาสตร์ที่มา ก็จะรู้ว่าพระเกี้ยวไม่ใช่และไม่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความไม่เสมอภาค มันเป็นสัญลักษณ์ของผู้ริเริ่มสร้างมหาวิทยาลัย มันเป็นสัญลักษณ์ของความรู้ และมันเป็นสัญลักษณ์ของความกตัญญู

ชาวจุฬาฯไม่ว่ารุ่นไหน อย่าลืมเป็นอันขาดว่าปราศจากเจ้าของตราพระเกี้ยวนี้ ก็ไม่มีเรา ไม่มีเรา ก็ไม่มีอนาคตของเรา

ใครก็ตามที่ชอบอ้างถึงอนาคตที่ดีกว่าโดยละทิ้งอดีต พึงสำนึกเสมอว่าอนาคตที่ไร้รากแห่งอดีตก็เหมือนคนที่ไร้เงา “ปฏิเสธและกวาดทิ้งความเข้าใจของพวกเขาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพวกเขาเอง”

คุณค่าของมนุษย์เราอยู่ที่ความกตัญญูกตเวทิตา มีคุณให้ทดแทน และหากไม่ทดแทน อย่างน้อยก็ไม่เนรคุณ

ขอบคุณข้อมูลเฟชบุ๊ก วินทร์ เลียววาริณ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,299,400 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
Graffiti protests against the possibility of a delayed general election in Bangkok
How app culture turned astrology into a modern obsession
"มาดามเดียร์ วทันยา" โพสต์ เสียใจไร้คำชี้แจงการใช้งบจาก "รมว.สธ." #SootinClaimon.Com
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
ไร้เงา หมอสรณ ศาลปกครองสูงสุดงดอ่านคำสั่ง คดีเพิกถอนมติพ้นประธาน กสทช.
บุคคลในข่าว
นายกฯ เวียดนามสั่งรับมือด่วน "ไต้ฝุ่นรากาซา" จ่อถล่ม รุนแรงสุดนับจากปี 2024

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d