Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สหัสขันธ์ลุยประเมินมาตรฐาน SHA รับเปิดเมืองท่องเที่ยว นศ.กาฬสินธุ์ร่วมเก็บข้อมูล #SootinClaimon.Com

Posted on October 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610596

สหัสขันธ์ลุยประเมินมาตรฐาน SHA รับเปิดเมืองท่องเที่ยว นศ.กาฬสินธุ์ร่วมเก็บข้อมูล

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.37 น.

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวร้านอาหาร โรงแรมที่พักอำเภอสหัสขันธ์และนักศึกษาสาขาวิชาการท่องเที่ยว คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ร่วมบูรณาการเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อเข้ารับการประเมินมาตรฐาน SHA รองรับการเปิดเมืองเพื่อการท่องเที่ยว

ที่อำเภอสหัสขันธ์ นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ ได้มอบแนวทางในการลงพื้นที่เก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอสหัสขันธ์ ให้กับคณะนักศึกษาสาขาวิชาการท่องเที่ยว  คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่ลงเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว 2 แห่ง เพื่อเสนอเข้ารับการประเมินมาตรฐาน SHA หรือ Amazing Thailand Safty and health Administration ที่ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จ.กาฬสินธุ์ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวร้านอาหารโรงแรมที่พัก อ.สหัสขันธ์ เพื่อตอบโจทย์ด้านการท่องเที่ยวในมาตรการควบคุมโรคและเตรียมเปิดเมืองท่องเที่ยวจุดแรกนำร่องของจังหวัดกาฬสินธุ์

นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์สิรินธร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวนำร่องของอำเภอสหัสขันธ์ที่ได้รับมาตรฐาน SHA อีกทั้งในพื้นที่พิพิธภัณฑ์และโดยรอบ ทั้งเจ้าหน้าที่ ชาวบ้าน ผู้ประกอบการร้านค้า ได้รับกรฉีดวัคซีนแล้ว 80%  ทั้งนี้ในส่วนสถานที่ท่องเที่ยวหลักมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก อีก 2 แห่ง คือ วัดพุทธาวาสภูสิงห์ และวัดพุทธนิมิต (ภูค่าว)  จากความร่วมมือที่เกิดขึ้นในการบูรณาการเข้าเก็บข้อมูลเพื่อส่งเข้ารับการประเมินมาตรฐาน SHA จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับภาคการท่องเที่ยวของอำเภอสหัสขันธ์ และจังหวัดกาฬสินธุ์  รวมถึงในด้านความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่จะคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด

“ทั้งนี้จากรายงานสถานที่ท่องเที่ยวหลักของ อ.สหัสขันธ์ ยังพบว่านักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางมาเที่ยวที่อำเภอสหัสขันธ์มาขึ้นโดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดยาว โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 700-1,200 คน ส่วนพิพิธภัณฑ์สิรินธร ยังไม่เปิดให้บริการโดยวัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) และวัดพุทธาวาสภูสิงห์ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมมากที่สุด รองลงมาคือสวนไดโนเสาร์ และแหลมโนนวิเศษ สะพานเทพสุดา อย่างไรก็ตามในภาคส่วนของการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19  ทางอำเภอยังเน้นมาตรการสวมแมส ล้างมือ เว้นระยะห่าง และควบคุมงดและเลี่ยงการจัดกิจกรรมและชุมชนคนจำนวนมาก โดยเน้นบังคับตามมาตรการของทางจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างเคร่งครัด” นายอำเภอสหัสขันธ์ กล่าว

อาจารย์ภูมิ หมั่นพลศรี อาจารย์สาขาวิชาการท่องเที่ยว คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า อำเภอสหัสขันธ์เป็นพื้นที่นำร่องด้านของท่องเที่ยวของจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปี สำหรับการลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพื่อเสนอเข้ารับการประเมิน SHA วัดพุทธาวาสภูสิงห์ และวัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) จะช่วยเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ซึ่งมาตรฐาน SHA นี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวกีฬา และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้นำมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุข มาให้บริการแบบมีคุณภาพ มุ่งเน้นลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สืบสานประเพณี ‘แห่ต้นผึ้ง’ วันออกพรรษาที่ ‘บ้านน้อยซุ้มขี้เหล็กง เนินมะปราง #SootinClaimon.Com

Posted on October 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610591

สืบสานประเพณี 'แห่ต้นผึ้ง' วันออกพรรษาที่ 'บ้านน้อยซุ้มขี้เหล็กง เนินมะปราง

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.20 น.

ชาวบ้านบ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อำเภอเนินมะปราง พร้อมใจสืบสานสืบประเพณีแห่ต้นผึ้งในวันออกพรรษาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ที่ล่วงลับไปแล้วตามความเชื่อที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 100 ปี

ที่หมู่ 4 บ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 21 ต.ค.64 ที่ผ่านมา ชาวบ้านในหมู่บ้านกว่า 300 คนร่วมกันสืบสานประเพณีแห่ต้นผึ้งในวันออกพรรษาขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ตามความเชื่อที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 100 ปี

ประเพณีแห่ต้นผึ้งที่บ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อ.เนินมะปราง ได้จัดขึ้นทุกปีในช่วงเทศกาลออกพรรษาโดยนำไม้ไผ่ 2 ลำมาตัดทำเป็นฐานสำหรับยึดโครง จากนั้นนำไม้ไผ่มาเหลาเป็นเส้น สำหรับทำโครงต้นผึ้ง เมื่อทำโครงปราสาทผึ้งด้วยไม้ไผ่เสร็จ นำใบตองมาหุ้มล้อมและนำกาบกล้วยมาผ่าเป็นเส้นแล้วนำมาสานให้รอบต้นผึ้ง จากนั้นก็ทำดอกผึ้ง ด้วยการต้มน้ำในกระทะจนร้อนนำเทียนขี้ผึ้งใส่ในขันน้ำอลูมิเนียมในกระทะที่มีน้ำร้อนรอจนเทียนละลายเป็นของเหลว นำมะละกอขนาดเล็กพอเหมาะมาปอกเปลือกเอาส่วนท้ายของลูกมะละกอแล้วจุ่มลงในเทียนขี้ผึ้ง แล้วนำไปจุ่มลงในน้ำเย็น ซึ่งจะได้เป็นดอกผึ้ง นำดอกผึ้งที่ได้ไปประดับตกแต่งเสียบด้วยเกสรที่ทำจากดอกบานไม่รู้โรยไปประดับตกแต่งปราสาทผึ้ง

จากนั้นก็มีการตั้งขบวนโดยมีนางรำ มาร่ายรำรอบต้นผึ้งเพื่อเป็นการบูชาก่อนที่จะตั้งขบวนแห่จากกลางหมู่บ้าน มุ่งหน้าไปยังวัดสว่างศรีบุญเรือน โดยตลอดระยะการแห่จะมีขบวนที่มีการร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน จนถึงวัดก็ทำพิธีถวายให้กับทางวัดเป็นอันเสร็จพิธีและเป็นการบอกว่าสิ้นสุดวันออกพรรษาอย่างแท้จริง

สำหรับประเพณีการแห่ต้นผึ้งนิยมทำกันมาแต่โบราณ ด้วยเหตุผล เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อตั้งความปรารถนาไว้หากเกิดในภพมนุษย์ขอให้มีปราสาทราชมณเฑียรอาศัยอยู่ด้วยความมั่งมีศรีสุข ถ้าเกิดในสวรรค์ขอ ให้มีปราสาทอันสวยงาม มีนางฟ้าแวดล้อมเป็นบริวารจำนวนมาก เพื่อรวมพลังสามัคคีทำบุญทำกุศลร่วมกัน พบปะ สนทนากันฉันท์พี่น้องและเพื่อเป็นการประกาศหลักศีลธรรม ทางบุญทาง กุศลให้ปรากฏโดยชาวจะร่วมกันบริจาคเงินตามศรัทธาพร้อมกัน ทำต้นผึ้ง โดยกำหนดเอาวันเทศกาลออกพรรษาเป็นวันจัดงาน  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บั้งไฟพญานาค’ ออกพรรษาปีนี้ขึ้นน้อยกว่าปีที่แล้ว ประมาณ 629 ลูก #SootinClaimon.Com

Posted on October 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610584

'บั้งไฟพญานาค' ออกพรรษาปีนี้ขึ้นน้อยกว่าปีที่แล้ว ประมาณ 629 ลูก

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 08.45 น.

‘บั้งไฟพญานาค’ ออกพรรษาปีนี้ขึ้นน้อยกว่าปีที่แล้ว ยอดรวมไม่เป็นทางการ 629 ลูก นักท่องเที่ยวเต็มอิ่มได้ดูบั้งไฟจุใจ

22 ตุลาคม 2564 หลังจากที่ได้เกิดบั้งไฟพญานาคลูกแรกของปี 2564 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม เวลา 18.19 น. ที่บ้านตาลชุม ต.โพนแพง อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย เป็นลูกแรก สร้างเสียงเฮฮือฮาให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน ที่นั่งรอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคในวันออกพรรษาของปีนี้ และต่อจากนั้นก็มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นในแม่น้ำโขงหลายจุด ในพื้นที่ อ.โพนพิสัย และ อ.รัตนวาปี 

จนถึงเวลาประมาณ 21.30 น. มียอดรวมบั้งไฟพญานาคอย่างไม่เป็นทางการ 629 ลูก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนบั้งไฟพญานาค เมื่อปี 2563 มีจำนวน 1,066 ลูก และมีนักท่องเที่ยวประมาณ 179,250 คน 

สำหรับในปีนี้ ยอดบั้งไฟพญานาคน้อยกว่าปีที่ผ่านมา และจำนวนนักท่องเที่ยวก็ลดน้อยลงเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 และความเข้มงวดของจังหวัดหนองคาย และตามอำเภอที่มีปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคเกิดขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นจนเบียดเสียดเหมือนเช่นทุกปี. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ‘ปิยมหาราช’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610545

บทความพิเศษ : ‘ปิยมหาราช’

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ก่อน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 4 สิ้นพระชนม์จาก “ไข้ป่า” (Malaria) พระองค์ตรัส “ฝากฝัง” กับเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ว่า… “อะไรซึ่งขัดเคืองว่ากล่าวแก่ท่านทั้งหลาย ทั้งปวงมาแต่ก่อนนั้น ขออโหสิกรรมกันเสียเถิด อย่าให้เป็นเวรกันต่อไป

ขอฝากแต่พระเจ้าลูกยาเธอและพระเจ้าลูกเธอด้วย ถ้าจะมีความผิดสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นข้อใหญ่ขอแต่ชีวิตไว้ให้เป็นแต่โทษเนรเทศ…”

เวลานั้น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ซึ่งได้ตามเสด็จไป “ทอดพระเนตรสุริยุปราคา” ด้วย ก็ประชวรหนักด้วยพระโรคอย่างเดียวกัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ไม่ทรงเลือกเจ้านายพระองค์ใดให้สืบราชสมบัติแทน

ขณะนั้นสมเด็จฯเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ พระชนมายุ15 พรรษากว่าๆ มีข้อสันนิษฐานว่า ในหลวงฯ รัชกาลที่ 4ทรงเกรงว่า “เจ้าฟ้า” ยังทรงพระเยาว์เกินไปประการหนึ่งอีกประการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4ทรงทำเช่นเดียวกับรัชกาลที่ 2 และที่ 3 คือ“ไม่ทรงเลือกเจ้านายพระองค์ใดให้สืบราชสมบัติแทน”

ในที่ประชุมของพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชาคณะและข้าราชการผู้ใหญ่ ที่เริ่มประชุมเที่ยงคืนวันที่ในหลวงรัชกาลที่ 4 เสด็จสวรรคต เห็นควรถวายราชสมบัติแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ฯกรมขุนพินิตประชานาถ โดยให้เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ว่าราชการแผ่นดินไปจนกว่าพระเจ้าแผ่นดินจะทรงมีพระชนมายุพอที่จะผนวชได้ (คือ 20 พรรษา)

สมเด็จฯเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ในพระราชวงศ์จักรีเมื่อพระชนมายุ 15 พรรษากับอีกเกือบ 1 เดือน

สมเด็จฯเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ทรงได้ศึกษาวิชา “การปกครองและนโยบายของชาติ” (ภาคค่ำ) จากพระราชบิดา ผู้สอนจากการ “เล่าให้ฟัง” เมื่อสมเด็จพระชนกนาถ ทรงตรวจหนังสือราชการและทรงถ่ายทอดเรื่องสำคัญๆ ให้ทรงทราบ และยังทรงโปรดให้ “พระราชโอรส” ผู้ใกล้ชิดไปบอกเรื่องราชการแก่เสนาบดีผู้ใหญ่ เช้าวันรุ่งขึ้น

เมื่อเริ่มรัชกาลของ “ยุวกษัตริย์” และมีผู้สำเร็จราชการ คนในสมัยนั้นก็อดระแวงไม่ได้ ผู้สำเร็จราชการซึ่งเป็นผู้ใหญ่และมีประสบการณ์มากมาย จะสร้างปัญหาให้กับในหลวงองค์น้อย หากแต่เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เป็นขุนนางผู้ใหญ่ซึ่ง “ซื่อสัตย์จงรักภักดีและรักษาความยุติธรรม” ดัง เซอร์จอห์น เบาริ่ง ทูตอังกฤษบันทึกไว้ว่า

“เป็นคนมีความรู้ สุขุม ดีกว่าผู้ใดที่เราได้พบ มีกิริยามารยาทละมุนละม่อม เป็นผู้ดี พูดจาก็เหมาะสม…ถ้อยคำของเขาสมกับเป็นผู้รักชาติอย่างยิ่ง…”

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น “กษัตริย์” ที่ทันสมัย เรื่องสำคัญที่ทรงพัฒนาคือ “การศึกษา” ซึ่งเป็น “หัวใจ” ของความเจริญรุ่งเรืองของสยามประเทศ ทรงตั้งพระทัยว่า “ยุวชนรุ่นใหม่ ทั้งพระราชวงศ์และบุตรขุนนาง จะต้องได้รับการศึกษาอย่างดีกว่ารุ่นพระองค์เอง”

เมื่อทรงตั้งโรงเรียนราชกุมารในพระบรมมหาราชวัง สำหรับพระราชวงศ์และบุตรขุนนางผู้ใหญ่ ถือเป็นโรงเรียนทดลอง เมื่อประสบความสำเร็จทรงตั้งโรงเรียนขึ้นอีกคือ โรงเรียนสวนกุหลาบ สำหรับบุตรข้าราชการชั้นผู้น้อยและพ่อค้า เป็นแบบอย่างโรงเรียนประถมและมัธยมของรัฐบาลต่อมา

พระราชดำรัสวันเปิดโรงเรียนแสดงถึงน้ำพระทัยกว้างขวางของพระองค์

“บรรดายุวชนนับตั้งแต่พระราชโอรสจนถึงบุตรของประชาชนสามัญทั่วไป ควรจะได้รับการศึกษาเท่าเทียบกันหมด”

ทรงดำเนินตามรอยพระบาทสมเด็จพระชนกนาถที่ตั้งพระราชปณิธานแน่วแน่ในรัชสมัยของพระองค์ “เมืองไทยจะต้องไม่เป็นเมืองขึ้นฝรั่ง” วิธีป้องกันคือ… “เราจะต้องเดินทางเข้าหาความก้าวหน้าโดยลำแข้งของเราเอง”

งานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปรับปรุงพัฒนาเพื่อ “ความอยู่ดีกินดีของทวยราษฎร คือ การสาธารณสุข” ซึ่งส่งผลมาถึงทุกวันนี้

ทรงตั้งกรรมาธิการสาธารณสุข ประกอบด้วยสมาชิก 9 คน ได้แก่ เจ้านายในพระราชวงศ์ ข้าราชการชั้นขุนนาง และแพทย์ฝรั่งประจำพระองค์ (Dr.Peter Cowan)

ทรงริเริ่มการจัดโรงพยาบาลโรงแรก ถือเป็นโรงพยาบาลทดลองที่ธนบุรี

ขณะนั้นแพทย์แผนไทยโบราณยังเป็นที่นิยม แต่ “พระเจ้าอยู่หัว” ก็ทรงเห็นคุณประโยชน์ของ “การแพทย์และยาแผนยุโรป”

การตั้งโรงพยาบาลต้องใช้ “ทุนทรัพย์” เป็นอันมาก พระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลด้วยการพระราชทานทุนเพิ่มเติมทุนของโรงพยาบาลให้มากขึ้นๆ โรงพยาบาลศิริราช เกิดขึ้นจากพระราชกุศลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ “เจ้านาย” ผู้ทรงเห็นความทุกข์ยากของผู้ป่วยไข้ ฯลฯ

23 ตุลาคม ของทุกปีเป็น “วันปิยมหาราช” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

“พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน” โดยแท้

(เครดิต: “เจ้าชีวิต” : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์)

กฤษณ์ ศิรประภาศิริ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด จัดกวนข้าวทิพย์ ครึ่งร้อย ถวายเป็นพุทธบูชาวันออกพรรษา #SootinClaimon.Com

Posted on October 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610567

วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด จัดกวนข้าวทิพย์ ครึ่งร้อย ถวายเป็นพุทธบูชาวันออกพรรษา

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 22.41 น.

วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด จัดกวนข้าวทิพย์ครึ่งร้อยถวายเป็นพุทธบูชาวันออกพรรษา ปชช.ที่มาร่วมงานต้องวัดไข้ สวมหน้ากากอนามัยก่อนเข้าวัด

วันนี้(21 ต.ค.64)ตั้งแต่เวลา 14.00 น.ที่วัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด พุทธศาสนิกชนเดินทางมาร่วมในพิธีกวนข้าวทิพย์ กันอย่างบางตาภายใต้สถานการณ์ที่ต้องระวังป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้นประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมก่อนเข้าบริเวณวัดต้องได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และสวมหน้ากากอนามัยทุกคนเพื่อเป็นการระวังป้องกันเต็มที่การ์ดไม่ตก 

บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยภาพที่เห็นคือพี่น้องประชาชนสายบุญที่มาร่วมงานต่างช่วยกันจับถือไม้พายและพลั้วซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กวนข้าวทิพย์ เดินวนรอบเตากวนข้าวทิพย์จำนวนกว่า50 กระทะตลอดทั้งวันและทั้งค่ำคืนนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่ข้าวทิพย์ที่ถูกเคี่ยวจนสุกและหนืด ก็ยิ่งคงต้องออกแรงมาก ขณะเดียวกันก็ได้มีการเปิดเพลงหมอลำจังหวะโจ๊ะๆสนุกนานเพื่อเป็นการผ่อนคลายให้ฟังอีกด้วย หลายคนก็เต้นรำไปตามจังหวะเพลงเห็นแล้วมีความสุข เป็นภาพบรรยากาศที่อบอุ่นอย่างยิ่งเฉกเช่นในเมื่อ10ปีที่แล้ววัดสันติวิหารร้อยเอ็ดนำโดยหลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์ (พระมหาชำนิ) เจ้าคณะตำบลธงธานี เจ้าอาวาสวัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ดแห่งนี้เคยนำชาวบ้านธวัชดินแดงและใกล้เคียงจัดงานกวนข้าวทิพย์114กระทะมาแล้ว

นายศักดิ์ดา ว่องสัธนพงษ์ อดีตประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเมืองร้อยเอ็ด ทายาททางการเมืองของนายสานิต ว่องสัธนพงษ์ อดีตส.ส.จังหวัดร้อยเอ็ด ลูกศิษย์หลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์(พระมหาชำนิ)  กล่าวว่า การจัดงานกวนข้าวทิพย์ของวัดสันติวิหารร้อยเอ็ดในปีนี้ผู้คนข่อนข้างจะบางตาเพราะอยู่ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด(ไวรัสโควิด-19)หลายคนหลายสถานที่ หลายจังหวัดที่ทราบข่าวว่าทางวัดสันติวิหารฯจะจัดกิจกรรมกวนข้าวทิพย์108 กระทะในวันนี้ต่างก็เตรียมตัวที่จะมาร่วมงานร่วมบุญกับวัดสันติวิหารฯเพราะในรอบ10วัดสันติวิหารฯจะจัดกิจกรรมกวนข้าวทิพย์ที่ยิ่งใหญ่108 กระทะครั้งหนึ่งแต่ทะว่าในปีนี้ติดห้วงสถานการณ์โรคระบาดพอดีจึงทำให้หลายอย่างไม่ลงตัวโดยธรรมชาติ นายศักดิ์ดากล่าว

สำหรับพิธีกวนข้าวทิพย์วันออกพรรษาในปีนี้2564 ข้าวทิพย์กวนจะมีส่วนผสมของธัญญาพืชทั้ง 108 ชนิด อาทิ น้ำนมข้าว ถั่วลิสง ,งา,นม,น้ำตาล,น้ำผึ้ง,น้ำอ้อย,เนย และน้ำนมที่คั้นจากรวงข้าว เป็นต้น ลงในกระทะขนาดใหญ่ที่ตั้งไฟบนเตา เพื่อให้เด็กๆพรหมจรรย์ทำพิธีกวนข้าวทิพย์เป็นลำดับแรก ก่อนที่จะมอบให้พุทธศาสนิกชนร่วมกันสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันกวนข้าวทิพย์  บนเตาไฟทั้ง 50 เตา(50กระทะ)ต่อ

หลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์ (พระมหาชำนิ) กล่าวว่า พิธีกวนข้าวทิพย์ได้ยึดถือปฏิบัติเป็นประเพณีสืบต่อกันมาเพื่อระลึกถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเหตุการณ์ที่นางสุชาดาได้กวนข้าว ทิพย์ในวันขึ้น 14 ค่ำ แล้วนำไปถวายพระพุทธเจ้าก่อนที่จะตรัสรู้ 1 วัน โดยถือว่ามีผลานิสงฆ์มาก ด้วยเหตุนี้ชาวพุทธจึงพร้อมใจกันกวนข้าวทิพย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เทิดทูนพระเกียรติคุณ ด้วยความกตัญญูกตเวทิตาธรรม ข้าวทิพย์มธุปายาสนี้เชื่อกันว่า เมื่อทำครบถ้วนตามพิธีแล้ว จะเป็นสิริมงคลแด่ผู้ทำและผู้บริโภค สมควรจะเซ่นสรวงเทพารักษ์ ผู้ที่ได้บริโภคข้าวทิพย์แล้ว จะประสบโชคลาภต่างๆ นานา ปราศจากโรคาพยาธิ ภัยพิบัติ ประสบสิ่งที่เป็นมงคลอีกด้วย

นายชัยวัฒน์ เงิมสันเที๊ยะ ชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้เผยว่า ตนได้มีโอกาสและวาสนามาร่วมงานกับทางวัดสันติวิหารฯ อยู่บ่อยครั้งและทราบว่าวัดสันติวิหารฯ แห่งนี้ ได้จัดให้มีพิธีกวนข้าวทิพย์ ซึ่งเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และถือเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญ ที่จะกระทำกันแทบทุกวัด ในช่วงวันออกพรรษา แต่ในปัจจุบันคงมีเพียงไม่กี่วัดในจังหวัดร้อยเอ็ดที่ยังคงมีการสืบสาน เนื่องจากเป็นงานใหญ่ต้องใช้คนและการเตรียมธัญยาพืชอาหารต่างๆมาก แต่ทางวัดสันติวิหารฯยังคงจัดประเพณีกวนข้าวทิพย์เป็นประจำทุกปีอาจจะมีบางปีที่มีเว้นวรรคบ้างตามสถานการณ์และธรรมชาติ 

อนึ่งทางวัดยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิม เพื่อไม่ให้ประเพณีอันดีงามสูญหายไป โดยการเตรียมส่วนผสมที่ต้องมีถึง 108 ชนิดซึ่งส่วนผสมจะเป็นธัญญาพืชทั้งสิ้น โดยพระในวัดจะร่วมกับพุทธศาสนิกชน ช่วยกันเตรียมส่วนผสมถึง 15 วัน ซึ่งมีการทำพิธีสำคัญก่อนการกวนข้าวทิพย์ คือการใช้ชาย-หญิงพรหมจรรย์ เป็นผู้กวนเป็นกลุ่มแรก หลังจากนั้นประชาชนทั่วไป จึงจะได้รับสิทธิ์ร่วมกวนข้าวทิพย์ 

ซึ่งโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้นอกจากจะมีกิจกรรมกวนข้าวทิพย์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแล้วยังมีพิธีอฐิษฐานจิตวัตถุมงคล ตำนานพระสังกัจจายน์-ตะกรุดปลากระป๋องห้อยคอสุนัข พระมหาศิลาสิริจันโท วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด ในวาระที่ 7 อีกด้วย นับเป็นมงคลยิ่งอีกวาระหนึ่ง  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มะพร้าวผลไม้มหัศจรรย์ของดีสมุทรสาคร ใครชอบไปชิมได้ตั้งแต่ 21-30 ต.ค.นี้ #SootinClaimon.Com

Posted on October 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610540

มะพร้าวผลไม้มหัศจรรย์ของดีสมุทรสาคร ใครชอบไปชิมได้ตั้งแต่ 21-30 ต.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.53 น.

เมื่อเวลา 17.45 น.วันที่ 21 ตุลาคม 2564 นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Mahachai coconut festival มะพร้าวผลไม้มหัศจรรย์ของดีสมุทรสาคร ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 เซนทรัลพลาซ่ามหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เเละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาคเอกชนประชาชนมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก

สำหรับการจัดงานครั้งนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ให้มีรายได้ ซึ่งมะพร้าวนั้นถิอเป็นผลไม้มห้ศจรรย์มีประโยชน์มากมายมหาศาล มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดติดอันดับ 1 ของประเทศไทย อีกทั้งน้ำตาลสด และ น้ำมะพร้าว เป็นสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของชาวสวนมะพร้าวจังหวัดสมุทรสาครอีกด้วย 

สำหรับการจัดงานมะพร้าวมหาชัยในครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้วมีเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว นำผลิตผลจากมะพร้าวมาออกร้านกันเป็นจำนวนมาก โดยงานจะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคมไปจนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 นี้ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงให้มาเที่ยวเลือกซื้อผลิตผลและผลืตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำมาจากมะพร้าวจากสวนมะพร้าวโดยตรงในราคาที่เป็นกันเอง  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำบุญ’ตักบาตรเทโว’ วันที่’พระพุทธเจ้า’เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ #SootinClaimon.Com

Posted on October 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610524

ทำบุญ'ตักบาตรเทโว' วันที่'พระพุทธเจ้า'เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.16 น.

ในช่วงหลังวันออกพรรษาของทุกปีในประเทศไทยเราซึ่งเป็นเมืองพุทธ แต่ละวัดแต่ละท้องถิ่นจะมีประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนานคือ ประเพณีตักบาตรเทโว หรือ ตักบาตรเทโวโรหณะ ซึ่งแต่ละจังหวัด แต่ละวัดจะมีการจัดงานทำบุญตักบาตรเทโวโรหนะขึ้น โดยจะมีขบวนแถวของพระสงฆ์ออกบิณฑบาต ประชาชนและพุทธศาสนิกชนก็จะตั้งแถวยาวนำอาหารมาตักบาตร ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 22 ตุลาคม 2564 

สำหรับประเพณี การตักบาตรเทโว ถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ตักบาตรเทโว หรือเรียกว่า การตักบาตรเทโวโรหณะ ซึ่งคำว่า “เทโว” ย่อมาจาก “เทโวโรหณะ” แปลว่า การเสด็จจากเทวโลก การตักบาตรเทโวจึงเป็นการระลึกถึงวันที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรดพระพุทธมารดาในเทวโลก ประเพณีการทำบุญกุศลเนื่องในวันออกพรรษานี้ ทุกวัดในประเทศไทย ก็จะมีการจดพิธีการตักบาตรเทโวนี้

ตักบาตรเทโว หรือตักบาตรเทโวโรหณะ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ในเวลาเช้าวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หลังจากที่พระองค์ทรงจำพรรษาที่นั้นเป็นเวลา 3 เดือน ความสำคัญของวันเทโวโรหณะ เป็นวันที่มีการทำบุญตักบาตรที่พิเศษวันหนึ่ง กล่าวคือในพรรษาหนึ่งพระพุทธเจ้าได้เสด็จไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แสดงพระอภิธรรมโปรดพระมารดา และทรงจำพรรษาที่นั้น พอออกพรรษาก็เสด็จลงจากเทวโลกนั้นมายังโลกมนุษย์ โดยเสด็จลงที่เมืองสังกัสส์ใกล้เมืองพาราณสี ชาวบ้านชาวเมืองทราบข่าวก็พากันไปทำบุญตักบาตรพระพุทธองค์ที่นั้นและเป็นการรับเสด็จพระพุทธองค์ด้วย กล่าวกันว่า ในวันนี้ได้เกิดเหตุอัศจรรย์ คือ เทวดา มนุษย์ และสัตว์นรก ต่างมองเห็นซึ่งกันและกัน จึงเรียกวันนี้อีกชื่อหนึ่งว่า “วันพระเจ้าเปิดโลก” คือ เปิดให้เห็น กันทั้ง 3 โลกนั้นเอง

การตักบาตรรับเสด็จพระพุทธเจ้าได้ปฏิบัติสืบเนื่อง ต่อกันมาเป็นประเพณี จนถึงเมืองไทย จึงเรียกประเพณีนี้ว่า การตักบาตรเทโวโรหณะ เพื่อให้สะดวกในการสื่อความหมายนิยมสั้นๆ ว่า การตักบาตรเทโว ด้วยเหตุนี้ วันเทโวโรหณะจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วันตักบาตรเทโว และเมื่อถึงวันตักบาตรเทโว พุทธศาสนิกชนนิยมไปทำบุญตักบาตรกันที่วัด โดยแต่ละที่จะเตรียมของไปทำบุญ ในแบบที่อาจตะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับที่สัดในแต่ละที่ เช่น เตรียมอาหารในตอนเช้า อาหารที่เตรียมเพื่อตักบาตรเป็นพิเศษในวันนี้ คือ ข้าวต้มมัด และข้าวต้มลูกโยน วัดบางวัดอาจจะจำลองสถานการณ์วันที่ พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลกชั้นดาวดึงส์ คือ ประชาชนจะนั่งหรือยืนสองฝั่งทางลงจากอุโบสถ หรือศาลาให้พระสงฆ์เดินเข้าแถวเรียงลำดับรับบาตรตรงกลาง โดยมีมัคนายก เดินอัญเชิญพระพุทธรูปนำหน้าแถวพระสงฆ์ 

หลังจากตักบาตรแล้ว มีการอาราธนาศีล สมาทานศีล และรักษาศีล ฟังธรรมและทำสมาธิตามโอกาส เพื่อทำให้จิตใจบริสุทธิ์ผ่องใส แผ่เมตตา และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติ ผู้ล่วงลับ และสรรพสัตว์

เหตุการณ์ในพุทธประวัติ

พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนาแก่ประชาชนอยู่เป็นประจำ ณ นครสาวัตถี จนมีประชาชนจำนวนมากหันมาเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงเป็นเหตุทำให้เหล่าเดียรถีย์เสื่อมลง (เดียรถีย์ หมายถึง นักบวชประเภทหนึ่งมีมาก่อนพระพุทธศาสนาและเป็นปฏิปักษ์ต่อพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง มีพุทธบัญญัติว่า หากเดียรถีย์จะมาขอบวชในพระพุทธศาสนาต้องมารับการฝึก เพื่อตรวจสอบว่ามีความเลื่อมใสแน่นอนเสียก่อน เรียกว่า ติตถิยปริวาส) พวกเดียรถีย์เดือดร้อนจึงคิดหาวิธีที่จะทำลายพระพุทธศาสนาโดยการกล่าวร้ายพระพุทธเจ้า สาวก แต่ประชาชนก็ยังเลื่อมใสศรัทธาเหมือนเคย ในที่สุดเดียรถีย์จึงใช้อุบายทำลายพระพุทธศาสนาโดยการใช้พุทธบัญญัติที่ว่า “พระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกสิ้นท่าหมดอิทธิฤทธิ์ แล้วงดการแสดง ตรงข้ามกับเหล่าคณาจารย์เดียรถีย์ ซึ่งมีปาฏิหาริย์อบรมมั่นคงเต็มที่และมีความพร้อมที่จะแสดงให้เห็นได้ทุกเมื่อ ถ้าไม่เชื่อก็เชิญพระพุทธเจ้ามาแสดงปาฏิหาริย์แข่งกันก็ย่อมได้ เพื่อพิสูจน์ว่าใครจะเก่งกว่าใคร”

ฝ่ายพระพุทธเจ้าและสาวกก็เงียบเฉย เดียรถีย์จึงกล่าวร้ายหนักอีกว่า “พระพุทธเจ้าไม่มีความสามารถในการแสดงอิทธิฤทธิ์” เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงคิดใคร่ครวญและตัดสินใจที่จะแสดงปาฏิหาริย์ให้พวกเดียรถีย์ได้ประจักษ์เพื่อไม่ให้พระพุทธศาสนาโดนย่ำยี โดยพระองค์ได้ประกาศว่าจะแสดงยมกปาฏิหาริย์ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ณ ใต้ต้นมะม่วง เมื่อฝ่ายเดียรถีย์รู้ ความดังนั้นจึงแบ่งพวกให้ไปทำลายต้นมะม่วงทุกต้นในเมืองสาวัตถี อีกพวกก็ช่วยกันสร้างมณฑปเพื่อแสดงปาฏิหาริย์ของตน และประกาศให้ประชาชนมาชมความล้มเหลวของพระพุทธองค์ เมื่อถึงกำหนดก็เกิดพายุใหญ่ทำให้มณฑปของเดียรถีย์พังหมดสิ้นส่วนพระพุทธเจ้ายังมิได้แสดงปาฏิหาริย์แต่อย่างใด

ในวันนั้นเอง คนเฝ้าพระราชอุทยานของพระเจ้าปเสนทิโกศล ชื่อว่า นายคัณฑะ ได้ถวายมะม่วงผลหนึ่งแก่พระพุทธเจ้าเนื่องจากมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธองค์ พระพุทธองค์จึงสั่งให้พระอานนท์นำมะม่วงไปทำน้ำปานะ (ปานะ หมายถึง น้ำ ของสำหรับดื่ม) มาถวายและเอาเมล็ดมะม่วงวางบนดิน เมื่อทรงฉันน้ำปานะเสร็จ ก็ทรงล้างพระหัตถ์โดยให้น้ำรดลงบนเมล็ดมะม่วง ทันใดนั้นเอง ก็กลายเป็นต้นมะม่วงที่งอกเงยขึ้นมาและต้นใหญ่ หลังจากนั้นพระพุทธเจ้าก็แสดงปาฏิหาริย์เนรมิตช่อไฟ ช่อน้ำเนรมิต บุคคลที่เหมือนพระองค์ทุกประการ ทรงแสดงธรรม จงกรม พระพุทธนิมิตให้ประชาชนได้ประจักษ์แก่สายตาจึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาโดยทั่วกัน

วันรุ่งขึ้นเป็นวันเข้าพรรษา พระองค์ประกาศว่าจะไปจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อเทศนาโปรดเทพบุตร อดีตพระนางสิริมหามายา พระพุทธมารดา เพื่อเป็นการสนองพระคุณ ดังนั้นพระองค์จึงได้เทศนาพระอภิธรรมปิฎกโปรดพระพุทธมารดาในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน เมื่อถึงวันออกพรรษาพระพุทธองค์จึงเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ทางประตูเมืองสังกัสสนคร เป็นการลงจากเทวโลก (เทโวโรหณะ) เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 แล้ว ในวันรุ่งขึ้น (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11) ประชาชนต่างพร้อมใจกันมารับเสด็จและนำอาหารมาเพื่อทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก ประชาชนบางพวกอยู่ห่างไม่สามารถที่จะถวายอาหารใส่ลงบาตรได้ จึงนำข้าวสาลีมาปั้นเป็นก้อนแล้วโยนใส่ลงในบาตร จนกลายมาเป็นประเพณีนิยมที่ว่าจะต้องทำข้าวต้มลูกโยน ซึ่งเป็นข้าวเหนียวห่อด้วยใบมะพร้าวไว้หางยาวเพื่อไว้ใส่บาตรในวันเทโวโรหณะ  –  003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฟ้าผ่าน้าหลานล้มทั้งยืนขณะช่วยกันทำแปลงปลูกต้นกระท่อมรอดปาฏิหาริย์ทั้ง 2 คน #SootinClaimon.Com

Posted on October 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610496

ฟ้าผ่าน้าหลานล้มทั้งยืนขณะช่วยกันทำแปลงปลูกต้นกระท่อมรอดปาฏิหาริย์ทั้ง 2 คน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 18.30 น.

ฟ้าผ่าน้าชายหลานสาวระหว่างช่วยกันทำแปลงปลูกต้นกระท่อม รอดตายปาฏิหาริย์ทั้ง 2 คน ที่ไม่โดนสายฟ้าอย่างจัง กู้ภัยเร่งนำตัวหลานสาวส่ง โรงพยาบาลรักษาตัว ยายเผยนาทีระทึก! ฟ้าผ่าโดนหลานสาวล้มทั้ง

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 21 ต.ค.64 ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชาว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากฟ้าผ่า 2 รายบริเวณแยกบ่อทอง ม.1 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงนำกำลังอาสากู้ภัยสว่างประทีปศรีราชารุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพบเป็นพื้นที่โล่งที่กำลังทำแปลงปลูกต้นกระท่อมและมีร่องรอยฟ้าผ่าที่ต้นกล้วย จากการตรวจสอบทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำคนเจ็บที่ถูกฟ้าผ่า 1 รายเป็นหญิงส่งโรงพยาบาลแหลมฉบังทราบชื่อต่อมาคือนางสาวสุพรรษา พิศงาม อายุ 18 ปีอาการสาหัส และนายณัฐพล มะลิซ้อน อายุ 24 ปี หมู่ 1 ต.บึง อ.ศรีราชา ได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นขาเป็นรอยไหม้เกรียมเล็กน้อย 

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คนได้มาร่วมกันทำแปลงปลูกต้นกระท่อมกันและมีฟ้าคะนองฝนยังไม่ตก อยู่ดีๆ ได้มีฟ้าผ่าลงมาตรงต้นกล้วยใกล้กับน้าชายหลานสาวที่กำลังปลูกต้นกระท่อมอยู่จึงทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายดังกล่าว

นายณัฐพล มะลิซ้อน อายุ 24 ปีผู้ได้รับบาดเจ็บจากฟ้าผ่าเปิดเผยว่า ตนและหลานสาวกำลังทำแปลงเพื่อปลูกต้นกะท่อมกัน อยู่ดีๆ มีฟ้าผ่าลงมาที่ต้นกล้วยข้างๆ ตนและหลานสาว ซึ่งหลานสาวอย่ใกล้จุดที่ฟ้าผ่ามากกว่าจึงเจ็บหนัก ส่วนตนได้รับบาดเจ็บเป็นรอยไหม้ที่ขานิดหน่อยเท่านั้นไม่ต้องไปโรงพยาบาล

ทางด้านนางเกย มะลิซ้อน อายุ 65 ปีผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ตนนั่งทำงานอยู่หน้าบ้านมองเห็นหลานสาวโดนฟ้าผ่าล้มหงายหลังทันทีเลย ส่วนหลานผู้ชายเป็นแผลไหม้นิดหน่อย หลานสาวอยู่ใกล้จุดที่ฟ้าผ่ามากจึงได้รับบาดเจ็บหนักหน่อย กู้ภัยจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลแหลมฉบัง –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เศร้า ‘มดดำ’ โพสต์อาลัย ‘หมอเส็ง’ ไตวายเฉียบพลัน เสียชีวิตด้วยวัย 83 ปี #SootinClaimon.Com

Posted on October 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610491

เศร้า ‘มดดำ’ โพสต์อาลัย ‘หมอเส็ง’ ไตวายเฉียบพลัน เสียชีวิตด้วยวัย 83 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 18.06 น.

เมื่อเวลา 17.28 น. วันที่ 21 ต.ค.64  มดดำ คชาภา ตันเจริญ ได้โพสต์รูปภาพและข้อความ อาลัยต่อการจากไปของ “หมอเส็ง” ฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร ผ่านทางอินสตาแกรม “moddamkachapa” โดยระบุว่า

“ถึงเวลาบอกลา ลุงหมอ @morsengthailandofficial ลุงหมอหลับ ให้สบายนะ จะขอจดจำคำสั่งสอน ทุกคำ จะจดจำทุกกำลังใจจากลุงหมอเวลาที่ลุงหมอให้กำลังใจ ตอนหนูร้องไห้ ลุงหมอพักผ่อนให้สบาย ไปไหว้พระทำบุญต่อบนสวรรค์นะ R.I.P หมอเส็ง

สำหรับลุงหมอเส็ง ได้เสียชีวิตแล้ว (โรคปัจจุบัน ไตวายเฉียบพลัน) ด้วยวัย 83 ปี เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (21 ต.ค.64) ที่ รพ.บำรุงราษฎร์ กทม. โดยจะมีพิธีรดน้ำศพ และบำเพ็ญบุญกุศล ในวันเสาร์ ที่ 23 ต.ค.64 ที่วัดเสมียนนารี ถ.วิภาวดี กรุงเทพฯ (ตั้งบำเพ็ญกุศล 5 วัน /23-27 ต.ค.64) หลังจากนั้น จะเก็บศพไว้ 100 วัน รายละเอียดเพิ่มเติมจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป ขอบคุณครับ”. -008

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : อินสตาแกรม “moddamkachapa” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมจัดกิจกรรมหนาวนี้ที่ศรีสะเกษ เปิดเมืองฉลอง 239 ปีการก่อตั้งเมือง #SootinClaimon.Com

Posted on October 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610486

เตรียมจัดกิจกรรมหนาวนี้ที่ศรีสะเกษ เปิดเมืองฉลอง 239 ปีการก่อตั้งเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.58 น.

วันที่ 21 ต.ค.64 นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษได้จับมือภาคีเครือข่ายภาคเอกชนเตรียมพร้อมจัดงานเฉลิมฉลอง 239 ปี จังหวัดศรีสะเกษ ด้วยการร่วมบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การปฏิบัติธรรม และทำบุญตักบาตร ภายใต้ชื่องาน “หนาวนี้ที่ศรีสะเกษ พร้อมสู่ขวัญบ้าน บายศรีเมือง รุ่งเรือง 239 ปี” ระหว่างวันที่ 18 – 21 พ.ย.64  เพื่อสืบสานรักษาและต่อยอดมรดกภูมิปัญญาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก พร้อมสร้างรายได้กระจายสู่ชุมชนคน 4 เผ่าทั้ง 22 อำเภอ

ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวอีกว่า โดยโปรแกรมสำคัญ “หนาวนี้ที่ศรีสะเกษ พร้อมสู่ขวัญบ้าน บายศรีเมือง รุ่งเรือง 239 ปี” จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.64 จะมีการนุ่งผ้าไทยร่วมใส่บาตรเพื่อความสิริมงคล วันที่ 5 พ.ย.64 จะมีการแข่งขันกีฬาพายเรือแบบยืนกลางน้ำ หรือ กีฬา Sup Board, วันที่ 1 ธ.ค.64 เปิดผามออีแดงสัมผัสทะเลหมอกยามเช้า และ วันที่ 19 ธ.ค. 64 เปิดมหกรรมวิ่งกะบาลกะไบ Sisaket Rum 

“ขณะที่บรรยากาศการจัดงานของค่ำคืนวันที่ 19 ธ.ค. 64 และเป็นวันลอยกระทงด้วยนั้น จังหวัดศรีสะเกษและภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ต่างจะพร้อมใจปฏิบัติธรรมในคืนวันเดือนเพ็ญ 15 ค่ำเดือน 12  กับบรรยากาศอาบด้วยแสงจันทร์ อิ่มด้วยแสงธรรม” นายวัฒนา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,299,885 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
Graffiti protests against the possibility of a delayed general election in Bangkok
How app culture turned astrology into a modern obsession
"มาดามเดียร์ วทันยา" โพสต์ เสียใจไร้คำชี้แจงการใช้งบจาก "รมว.สธ." #SootinClaimon.Com
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
ไร้เงา หมอสรณ ศาลปกครองสูงสุดงดอ่านคำสั่ง คดีเพิกถอนมติพ้นประธาน กสทช.
บุคคลในข่าว
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d