Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สนามบินสมุยคึกคัก! นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ เดินทางเข้าเกาะแบบบลูโซน #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609428

สนามบินสมุยคึกคัก! นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ เดินทางเข้าเกาะแบบบลูโซน

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.26 น.

17 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เริ่มใช้รูปแบบบลูโซน เป็นการลดมาตรการคัดกรองเข้าเกาะสมุย ที่ผ่อนคลายให้กับผู้ที่เดินทางเข้าทางเรือและทางเครื่องบินภายในประเทศ สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดส หรือมีผลตรวจโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR หรือแอนติเจน เทส คิท (ATK) ไม่เกิน 7 วัน สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะสมุยได้โดยที่ไม่ต้องกักตัว ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศในโครงการสมุยพลัส แซนด์บ็อกซ์ ฉีดวัคซีนครบโดสและตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR วันแรกไม่พบเชื้อก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวที่เกาะสมุยได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกักตัวเช่นกัน

โดยบรรยากาศภายในท่าอากาศยานนานาชาติสมุย วันนี้ได้มีเที่ยวบินเข้าเกาะสมุยจำนวน 10 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารทั้งหมด 630 คน ซึ่งเป็นเที่ยวบินจากภูเก็ตที่เป็นผู้โดยสารจากโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เที่ยวบินจากสนามบินสุวรรณภูมิเป็นผู้โดยสารจากโครงการสมุยพลัส แซนด์บ็อกซ์ นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินจากสนามบินสุวรรณภูมิที่เป็นผู้โดยสารภายในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้โดยสารจะเป็นนักท่องเที่ยวคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้บรรยากาศภายในท่าอากาศยานนานาชาติสมุยคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่เคยเงียบเหงามานานจากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

น.ส.อารดา สุวรรณไพรพัฒนะ นักท่องเที่ยวคนไทย กล่าวว่า จากที่เกาะสมุยนำรูปแบบบลูโซนมาใช้ ทำให้การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสะดวกมากขึ้นไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสาร จากเดิมที่ต้องแสดงเอกสารผลการตรวจหาเชื้อโควิดประกอบ แต่ตอนนี้แสดงแค่หลักฐานการฉีดวัคซีนครบโดสในแอพพลิเคชั่นหมอพร้อมเท่านั้นก็เดินทางเข้าได้เลย ส่วนการจองห้องพักก็จะจองเป็นวิลล่าที่พักรวมกันได้ในเฉพาะกลุ่มเดียวกัน การเดินทางไปท่องเที่ยวก็ไม่ไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมากเพราะยังรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย 100 %

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการการเดินทางเข้าเกาะสมุยด้วยรูปแบบบลูโซน ที่นำมาใช้กับผู้ที่เดินทางเข้าเกาะสมุยทางเรือและทางเครื่องบินภายในประเทศที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ผู้ที่เดินทางเข้าต้องมีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งได้แก่ 1.การได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค ซิโนฟาร์ม สปุตนิก วี หรือสูตรไขว้ ครบจำนวน 2 เข็มไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือ แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอนห์สัน จำนวน 1 เข็ม ไ่ม่น้อยกว่า 21 วัน หรือกรณหายป่วยโควิด-19 ไม่เกิน 90 วัน โดยมีเอกสารใบรับรองแพทย์ 2.การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR หรือ แอนติเจน เทส คิท (ATK) ระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ยกเว้นเด็กอายุไม่เกิน 12 ปีที่เดินทางมากับบิดา มารดา ผู้ปกครอง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุณพระ! เจ้าอาวาสถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่หนึ่ง12ล้าน นำเงินซ่อมศาลาวัด #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609423

คุณพระ! เจ้าอาวาสถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่หนึ่ง12ล้าน นำเงินซ่อมศาลาวัด

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.47 น.

เจ้าอาวาสวัดชายแดนเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง 2 ใบ รับเงิน 12 ล้าน เตรียมนำเงินที่ได้ไปซ่อมแซมศาลาที่เก่าทรุดโทรม  

17 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดโพธิ์ธยาราม บ้านนาโพธิ์ ต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นอยู่อยู่แถบชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบพระอธิการพิศ พุทธสาโร (พิศ สีสิงห์) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ธยาราม หลังจากทราบว่าท่านเจ้าอาวาสโชคดีสุดๆ ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2564 หมายเลข 386372 จำนวน 2 ใบ ได้รับเงิน 12 ล้านบาท 

ท่านเจ้าอาวาส เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า หลังจากที่ได้มีการออกรางวัลสลากกินแบ่งแล้ว ก็ได้นำสลากที่ซื้อมาออกมาตรวจ พบว่าถูกรางวัลที่ 1 ตอนแรกเมื่อทราบว่าถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่ก็พยายามควบคุมอารมณ์เพราะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของตัวเอง เกรงว่าจะมีการตื่นตกใจไปมากกว่านี้ และความรู้สึกตอนนี้เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้วแต่ก็รู้สึกดีใจอยู่ไม่หาย

พระอธิการพิศ พุทธสาโร เล่าต่อว่า ก่อนจะซื้อลอตเตอรี่ 2 ใบนี้ ไม่มีสิ่งบอกเหตุหรือเกิดความฝันอะไรเลย โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกสาวซึ่งเป็นคนขายลอตเตอรี่เดินทางเข้ามาที่วัด จึงช่วยซื้อไว้ ซึ่งก็ยังไม่รู้จะซื้อเลขตัวไหน และไม่มีเลขในใจอยู่เลย จึงสุ่มหยิบขึ้นมา 1 ชุด 2 ใบ แล้วก็จ่ายเงินให้กับลูกสาวไป

จนกระทั่งมาทราบข่าวว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 1 จึงได้ให้ชาวบ้านพาเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจบ้านโดนเอาว์ ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน โดยตั้งใจไว้ว่าจะนำเงินจำนวนหนึ่งไปเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและปรับปรุงศาลาวัดที่เก่าแก่ทรุดโทรมอยู่ในขณะนี้ คาดว่าจะใช้เงินจำนวนกว่า 1 ล้านบาท จากนั้นจะฝากเงินไว้กับธนาคาร เพื่อเก็บไว้เป็นเงินค่าใช้จ่ายภายในวัดต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ไพศาล’โพสต์ 3 หลักคิดในหลวง ร.9 แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609392

‘ไพศาล’โพสต์ 3 หลักคิดในหลวง ร.9 แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.08 น.

‘ไพศาล’โพสต์ 3 หลักคิดในหลวง ร.9 แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ

17 ตุลาคม 2564 นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเพฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้

หลักคิด ของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำที่ทรงพระราชทานไว้แล้วนั้น มี 3 หลักใหญ่คือ

1 จัดทางให้น้ำไป

2 จัดที่ให้น้ำอยู่และ

3 จัดทางให้น้ำไหลออกทะเล

ทั้ง 3 กระบวนทัศน์แห่งพระมหาราชเจ้าพระองค์นั้น ต้องทำเสียตั้งแต่ฤดูแล้ง

และต้องทำอย่างต่อเนื่องด้วยความสำนึกในหน้าที่รับผิดชอบ

ก็จะสัมฤทธิ์ผลเป็นอาณาประโยชน์แก่ราษฎร!!!!

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไม่อาจพูดหาเสียงในเทศกาลน้ำท่วมได้!

มีแต่จะสะท้อนให้เห็นว่าเพราะละเลยเพิกเฉยไม่ใยดี จึงเกิดสภาพน้ำท่วมขนาดนี้

ทั้งที่ปริมาณน้ำขณะนี้น้อยกว่าปริมาณน้ำปี 2554 ถึง 1.5 เมตร!!!

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : เปิดเมือง-อยู่กับโควิด(จบ) ‘แรงงานข้ามชาติ’อยู่จุดไหน #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609322

สกู๊ปแนวหน้า : เปิดเมือง-อยู่กับโควิด(จบ)  ‘แรงงานข้ามชาติ’อยู่จุดไหน

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 07.35 น.

ในตอนที่แล้ว (เปิดเมือง-อยู่กับโควิด (1) ถอดบทเรียนดูแลคนฐานราก : สกู๊ปแนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 16 ต.ค. 2564) เรื่องเล่าจากงานเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “คนทุกข์ในเมือง : โรคระบาด ปากท้อง บ้าน และงาน” จัดโดย สมาคมสังคมวิทยาสาธารณะ ได้กล่าวถึงแรงงานหรือคนระดับฐานรากที่มีความสำคัญในการหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของเมืองและประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ไปแล้ว ส่วนในฉบับนี้ จะเป็นเรื่องของ “แรงงานข้ามชาติ” ที่มีความสำคัญเช่นกัน แต่ปัญหานั้นซับซ้อนยิ่งกว่าคนไทย และเมื่อเศรษฐกิจกลับมาเปิดอีกครั้ง หลายอาชีพก็น่าจะมีความต้องการใช้แรงงานกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น

สืบสกุล กิจนุกร หัวหน้าศูนย์วิจัยนวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง บอกเล่าเรื่องราวการทำงานกับแรงงานข้ามชาติและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.เชียงราย อันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ว่า ที่นี่มีการตั้ง“ศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ” ขึ้นมาตั้งแต่เดือนเม.ย.2563 ซึ่งเป็นช่วงโควิด-19 ระบาดระลอกแรก เป็นองค์กรอาสาสมัครที่ทีมงานเกือบทั้งหมดเป็นแรงงานข้ามชาติ ทำงานในลักษณะร่วมกับชุมชนของแรงงานข้ามชาติ และทำงานแบบองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ได้รับทุนสนับสนุนซึ่งต้องมีแผนและเป้าหมายการดำเนินงาน

ศูนย์นี้มีการทำงานเป็น 3 ระยะตั้งแต่ระลอกแรก ได้แก่ 1.บรรเทาความเดือดร้อนและระวังตนเอง เช่น การแจกถุงยังชีพ 2.เข้าถึงการคุ้มครองทางสังคม เช่น สิทธิแรงงาน รวมถึงสร้างความร่วมมือทั้งกับภาครัฐและภาคชุมชนของไทย และ 3.รับมือกับการระบาดในเมือง ซึ่งเป็นภารกิจล่าสุด เริ่มตั้งแตเดือน ก.ย. 2564 เป็นต้นมา
ซึ่ง “สถานการณ์โควิด-19 นำมาซึ่งความเสี่ยง” 3 เรื่องคือ “ปากท้อง” จากการถูกเลิกจ้างหรือลดเวลาทำงานส่งผลกระทบกับค่าใช้จ่ายประจำวัน “สุขภาพ” ขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัย และ “การข้ามแดน”เพราะพรมแดนถูกปิด

“แรงงานข้ามชาติอยู่ในทุกที่” ตั้งแต่แคมป์คนงานก่อสร้างย่านชานเมือง ไปจนถึงร้านค้าหรือหอพักในเมือง หรือแม้แต่ในบ้านของใครหลายคน “แรงงานข้ามชาติมักอาศัยอยู่เป็นชุมชนและครอบครัวใหญ่” แม้จะเป็นห้องเช่าเล็กๆ ก็จะอาศัยอยู่รวมกัน จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำระบบกักตัวและรักษาโรคที่บ้าน (Home Isolation) “บริการที่ชุมชนช่วยเหลือกันเองเข้าถึงได้ง่ายกว่าภาครัฐ” เพราะอาสาสมัครรู้ว่าชุมชนไหนลำบากมาก-น้อยเพียงใด

“เมื่อเราสร้างตัวตนของเราขึ้นมา มันทำให้ผมคิดว่าตอนแรกหน่วยงานภาครัฐช็อก กอ.รมน. เรียกไปคุย ถามว่าอาจารย์ทำอะไรอยู่? คือเขาไม่รู้ว่ามีแรงงานข้ามชาติอยู่ในเมือง เขาไม่รู้ว่าแรงงานข้ามชาติอยู่ในหอพักเป็นจำนวนมากเราก็อธิบายไป แต่สุดท้ายด้านหนึ่งก็คือมันทำให้การควบคุมโรคมันเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น ตรวจโควิดเชิงรุกรอบแรกยังใช้น้ำลายในการตรวจอยู่เลย โรงพยาบาลประจำจังหวัดก็ไม่รู้จะไปตรวจแรงงานข้ามชาติอยู่ไหนที่อยู่ในหอพัก เพราะเขาเข้าไม่ถึง เขารู้จักก็คือรู้จักศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติก็ใช้พวกเราเข้าไปช่วยทำงาน” สืบสกุล กล่าว

หัวหน้าศูนย์วิจัยนวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เล่าต่อไปว่า ในการทำงานด้านการเข้าถึงสิทธิ มีการให้ความรู้เรื่องประกันสังคม การขึ้นทะเบียนแรงงาน ซึ่งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ ทำงานร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด โดยเฉพาะการตั้งจุดรับขึ้นทะเบียนแรงงาน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของแรงงานจากเดิมที่ต้องใช้บริการจากนายหน้า โดยมีอาสาสมัครที่เป็นแรงงานข้ามชาติซึ่งทำงานในไทยมานานมาช่วยด้านงานเอกสารที่ทั้งหมดเป็นภาษาไทย เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะใช้ภาษาไทยได้ค่อนข้างดี

ส่วนการแสวงหาความร่วมมือกับชุมชนไทย มีการทำงานร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จัดอบรม อาสาสมัครสาธารณสุขแรงงานข้ามชาติ (อสรช.) เพื่อทำงานร่วมกับ อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) โดยชวนผู้นำชุมชนแรงงานข้ามชาติ กับ อสม. ไทยในเขตเทศบาล มาอบรมร่วมกัน “เหตุที่ จ.เชียงราย ไม่ใช้คำว่าอาสาสมัครแรงงานต่างด้าว (อสต.) เนื่องจากเป็นคำที่ให้ความรู้สึกดูถูกและกีดกัน” แม้จะอบรมได้เพียงครั้งเดียวจากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ 3 ครั้ง เพราะเกิดโควิด-19 ระบาดใหญ่ในพื้นที่จึงต้องระงับไป แต่ก็ทำให้ทั้ง 2 กลุ่มมีปฏิสัมพันธ์กัน

“เมื่อเกิดการระบาดทำให้มีการส่งต่อข้อมูล เพราะว่าในเมืองมันยังมี อสม. ทำงานอยู่ ก็ส่งต่อข้อมูลมายังเราที่เป็นศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ เราก็มีคนลงไปดูได้ ก็ทำให้การควบคุมการระบาดทำได้ง่ายมากขึ้น ถามว่าเราทำงานกับระยะรับมือการระบาดในเมือง ตอนนี้ทำอะไร มันระบาดมาหลายระลอก แต่ระลอกนี้แรงสุดก็คือตั้งแต่เดือน ก.ย. 2564 เป็นต้นมา มันระบาดจากชานเมืองมาก่อน คือในแคมป์คนงานก่อสร้าง ผู้ติดเชื้อประมาณ 100 คน

แต่สิ่งที่เขาทำคือปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง แล้วบริษัทก็ดูแลอาหารการกิน ก็มี รพ.สต. ลงไป ทางทีมเราก็ลงไปช่วยอธิบายเรื่องสิทธิของคนงาน โดยเฉพาะเมื่อเขาถูกกักตัว 14 วัน เขามีสิทธิได้รับการชดเชยจากการว่างงานจากประกันสังคม เราเข้าไปอธิบายเรื่องนี้พร้อมกับเรื่องอาหารการกิน การรักษาโรค และการเซตระบบระหว่างแรงงานข้ามชาติกับ รพ.สต. เราออกแบบการสื่อสารที่เป็นภาษาเมียนมากับไทย ให้แรงงานกับ รพ.สต. ได้คุยกัน ทำให้ง่ายมากขึ้นในการสื่อสารและติดตามอาการของผู้ป่วย” สืบสกุล ระบุ

สืบสกุล สรุปบทเรียนการทำงานด้านแรงงานข้ามชาติในสถานการณ์โควิด-19 พบว่า 1.ทุกคนรู้ว่าขาดแรงงานข้ามชาติไม่ได้..แต่ไม่มีใครอยากดูแล ทุกคนรู้ว่าแรงงานข้ามชาติมีความสำคัญต่อการสร้างเศรษฐกิจของเมือง แต่ในภาพรวมไม่ค่อยมีใครอยากดูแลคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งสาเหตุมาจากคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ฐานเสียงในการเลือกตั้ง ส่วนนายจ้างนั้นมีทั้งที่ดูแลแรงงานดีและไม่ดี2.ข้อจำกัดจากระเบียบราชการ หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถซื้อสิ่งของจำเป็นไปช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยได้

3.ขาดการทำงานแบบบูรณาการ ในพื้นที่หนึ่งมีหลายหน่วยงานแต่มีลักษณะต่างคนต่างทำ ซึ่งการเกิดขึ้นของศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ เป็นเพราะต้องการ
อุดช่องว่างนี้ 4.ทุกคนรู้ว่ามีแรงงานข้ามชาติ..แต่ไม่มีใครอยากรู้จัก ประเด็นนี้ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐแต่รวมถึงสังคมไทยด้วย เช่น เคยเจอเจ้าของหอพักรายหนึ่ง บอกว่าแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในหอพักใกล้ๆ กันไม่มีบัตร ซึ่งหมายถึงเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทั้งที่จริงๆ แรงงานเหล่านั้นมีบัตรซึ่งหมายถึงเป็นแรงงานถูกกฎหมาย เมื่อถามกลับไปว่ารู้ได้อย่างไรว่าไม่มีบัตร เจ้าของหอพักก็ตอบสั้นๆ ว่าไม่รู้แต่เดาเอาเอง เป็นต้น

“ตอนนี้ทุกร้านทุกบ้านมีแรงงานข้ามชาติทำงานอยู่สถานการณ์โควิดบอกเราว่าเราใช้แรงงานเขา แต่เราไม่ได้ดูแลเขา” หัวหน้าศูนย์วิจัยนวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวในท้ายที่สุด


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : Soft Power สมุนไพรไทย จะเติบโตได้ รัฐต้องสนับสนุนอย่างจริงจัง #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609351

สกู๊ปพิเศษ : Soft Power สมุนไพรไทย  จะเติบโตได้ รัฐต้องสนับสนุนอย่างจริงจัง

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ประเทศไทยที่มีลักษณะเด่นในด้านการใช้ Soft Power ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการนำเสนอจุดเด่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรม อาหารไทย แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติและที่ตั้งของประเทศไทย สิ่งเหล่านี้เองทำให้ไทยได้รับการยอมรับจากสังคมโลก และอีกสิ่งที่ประเทศไทยมีจุดแข็งมากมาย แต่ยังขาดการสนับสนุนอย่างเพียงพอจากรัฐบาลคือยาไทย แพทย์แผนไทย และสมุนไพร จึงทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

พรรคกล้าเป็นพรรคการเมืองที่มีแนวคิดส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้ร่วมเปลี่ยนประเทศ และ Soft Powerก็คือหนึ่งในภารกิจและยุทธศาสตร์หลักของพรรค ซึ่ง กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้าเคยกล่าวไว้ว่า ในยุคศตวรรษที่ 21 ผู้บริโภคเริ่มที่จะแสวงหาสินค้าและบริการที่แตกต่าง เริ่มต้องการเห็นความสร้างสรรค์ มีรสนิยมและจินตนาการเรื่องการใช้ของใหม่ของแปลกที่มีคุณภาพเขามองว่าไทยเราจึงควรจะต้องปรับสู่ระบบเศรษฐกิจที่ต้องเติมปัจจัยใหม่เข้าไป นั่นคือเรื่องความสร้างสรรค์ ลำพังปัจจัยเดิมมันไม่พอ เพราะเรามีคู่แข่งมากขึ้น ซึ่งการเติมความสร้างสรรค์เข้าไป จะเห็นได้ว่ามันทำให้บางประเทศเศรษฐกิจเขาเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ อย่างเกาหลีใต้หรือไต้หวัน เขาเติมเข้าไปผ่านเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ ที่ สร้างความสนใจได้

ประวิทย์ สุวรรณสัญญา เด็กหนุ่มวัย 28 ปี ทายาทคนสุดท้องของบริษัทยาโบราณ “สุวรรณโอสถ ตราเครื่องบินลูกโลก” ถือเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ ที่อาสาเข้ามาทำงานในพรรคกล้า ในฐานะเป็นผู้กล้าอยุธยา ด้วยมองว่าพรรคกล้ามียุทธศาสตร์ทำการเมืองสร้างสรรค์และจะผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และมีนักการตลาดที่เก่งกาจอันดับต้นของประเทศไทยอย่าง พี่หมู-วรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า ในฐานะทีมเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก จึงทำให้มีความหวังว่า สมุนไพรไทย ซึ่งเป็นธุรกิจของต้นตระกูลที่สืบต่อกันมาเกือบ 80 ปี นั้น จะไม่สูญหายไปพร้อมกับรุ่นพ่อแม่ จึงอยากสานต่อ เชื่อมประสานสองยุคได้อย่างลงตัว โดยเขาบอกว่า

“ปัจจุบัน คำว่ายาสมุนไพรไทย คนส่วนใหญ่จะคิดว่า เป็นยาของคนแก่ กินยาก รสขม และรู้สึกว่าไม่อยากกินหรือใช้ซึ่งสมุนไพรไทยนั้น มีประโยชน์และคุณภาพไม่แพ้ยาแผนปัจจุบันเลยโดยส่วนตัว บริษัท สุวรรณโอสถ (โค้วเตียหมง) จำกัด ผลิตยาหอมขายมานานกว่า 70 ปี และตลอดเวลาที่ผ่านมา คำว่ายาแผนไทยได้ลดความนิยมไปมาก คนยุคใหม่ๆ ไม่ค่อยสนใจยาสมุนไพร และหันไปใช้ยานอกเสียมากกว่า จึงทำให้กลุ่มลูกค้าของยาสมุนไพรเป็นผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ แต่ในทางกลับกัน ทางผมและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจฯ หวังเป็นอย่างมากที่จะดึงว่าสมุนไพรไทย ให้อยู่ในใจคนรุ่นใหม่ และลืมคำว่าเป็นยาของคนแก่

โดยทางพรรคมีแนวทางอยากจะสนับสนุนผู้ประกอบการยาสมุนไพรไทยให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก และมองถึงประโยชน์ของสมุนไพรไทย ดึงคนรุ่นใหม่ให้มาใช้ ชูความเป็นมาของสมุนไพรที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน และผลักดันเศรษฐกิจไทย ให้ชาวต่างชาติหันมาสนใจสมุนไพรไทยมากยิ่งขึ้น โดยหวังเป็นอย่างมากว่าสมุนไพรไทยจะมีโอกาสผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าไปด้วยกัน” ประวิทย์ กล่าว

นอกจากนี้ เขายังอยากเชิญชวนให้ทำเป็นเทศกาลสมุนไพรไทย แต่ละภาคเพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาช้อป มาใช้ สมุนไพรของคนไทย ทำเป็นของฝาก เป็นบริการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ และอยากให้รัฐบาลใช้โอกาสในช่วงเปิดประเทศ สนับสนุนอย่างจริงจัง เพราะในช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา สมุนไพรอย่างฟ้าทะลายโจร ได้รับการกล่าวขานถึงอย่างมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ว่ามีสรรพคุณ ยับยั้งเชื้อโควิดได้ ทำให้ลดการแพร่ระบาดได้เป็นจำนวนมาก และในส่วนของสุวรรณโอสถฯเอง ก็ได้พัฒนายาเขียว เพื่อใช้รักษาผู้ป่วย ให้มีอาการดีขึ้นหลายราย มีประจักษ์พยานที่มีคนหลายรายที่ได้ใช้ยานี้ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีการศึกษาและวิจัยเพิ่มเติม หากต้องการขยายตลาด แต่อุปสรรคสำคัญ ในการพัฒนาต่อยอดสินค้ากลุ่มนี้คือ ระบบการขึ้นทะเบียน ที่เป็นไปอย่างล่าช้า ไม่เอื้อต่อการพัฒนา

ด้านวรวุฒิ อุ่นใจ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็กของพรรคกล้า ซึ่งได้บุกไปถึงแหล่งผลิตและจำหน่ายยาสมุนไพรของสุวรรณโอสถฯและยอมรับว่า ด้วยระบบสืบทอดจากบรรพบุรุษ จึงทำให้ยาแผนโบราณ ยังจำกัดวงใช้อยู่เฉพาะผู้สูงอายุ สิ่งที่น่ากลัวคือ ถ้าหมดคนรุ่นนี้ไปแล้วจะขายใคร ตลาดจะเล็กลงเรื่อยๆ เพราะคนรุ่นใหม่ไม่นิยม ดังนั้น สิ่งที่จะต้องทำมากที่สุดคือ รีแบรนด์ ปรับแพ็กเกจจิ้งโดยยกตัวอย่างสบู่นกแก้ว ที่มีการใช้อย่างแพร่หลายมาเป็นเวลากว่า 70 ปี ปัจจุบันก็เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัยขึ้น หรืออย่างสินค้าเกาหลี ก็แทรกไปอยู่ในรายการโทรทัศน์ ในภาพยนตร์ ละคร เกาหลี ทุกเรื่อง ทำให้สินค้าเกาหลี กลายเป็นกระแสหลักที่ได้รับความนิยมทั่วโลกเพราะรัฐบาลเขาสนับสนุนอย่างจริงจัง

“ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมจะให้สินค้าไทยอยู่ใน ภาพยนตร์ ละครไทย ทุกเรื่อง ถ้าผู้ประกอบการรายใดทำก็จะลดภาษีให้ ผมเชื่อว่าใครก็อยากทำ แต่ปัญหาคือรัฐบาลไทยไม่เคยทำ และไม่รู้จะไปกระตุ้นส่งเสริมอย่างไร จึงทำให้ยาไทยยาแผนโบราณดี จำกัดวงอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุแต่ทั้งนี้ ในส่วนของผลิตภัณฑ์ก็จะต้องปรับให้ดูทันสมัย เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม เช่น ยาหอม ซึ่งจริงๆ พ่อแม่ผมก็ให้ผมกินตั้งแต่เด็ก และมันก็ดีจริงๆ ถ้าเราปรับแพ็กเกจจิ้งให้สวยงาม ทำให้มันกินง่ายๆ ชงง่ายๆ อาจเป็นในรูปของแคปซูล และบอกวิธีกินอย่างไรได้บ้าง ช่วยอะไรได้บ้าง ต้องให้ความรู้ผู้บริโภค ถ้าปรับแล้ว ผมเชื่อว่า มันจะขยายตลาดได้ เพราะถึงแม้ว่าเด็กจะไม่กิน เขาก็จะซื้อให้พ่อแม่

ที่สำคัญอยากให้ศึกษากฎหมายให้ดีว่าสามารถที่จะขายออนไลน์ได้ไหม ถ้าได้ผลักสู่การขาย ตลาด KOL (Key Opinion Leader) คือการขาผ่าน Influencer ไม่ใช่เจ้าของผลิตภัณฑ์เพิ่มความน่าเชื่อถือ แล้วประสบความสำเร็จอย่างมากที่ประเทศจีน สามารถเปลี่ยนยอดไลค์ เป็นยอดขายได้อย่างมหาศาล” วรวุฒิ กล่าว

อย่างไรก็ตามทั้ง วรวุฒิ และ ประวิทย์ ต่างยอมรับว่า การเติบโตของยาไทย ปัญหาในขณะนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวยา หรือสรรพคุณ หากแต่อยู่ที่หน่วยงานการขึ้นทะเบียน ที่ยังเป็นระบบราชการที่ล่าช้า ไม่เอื้อต่อการพัฒนายา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจเอสเอ็มอีจะโดนรังแก มีไม่น้อยที่ต้องล้มหายตายจากไปเพราะไม่มีเส้นสาย ทำให้ไปต่อยาก เนื่องจากการพัฒนาไม่ทันกับการแข่งขัน แม้ยาไทยจะมีจุดแข็งอย่างมากมายก็ตาม

ปัญหาอุปสรรคใหญ่หลวงคือระบบราชการ ไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจที่จะไปแข่งขันกับต่างประเทศ และนี่คือเหตุผลที่ตนตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมือง เพราะคิดว่าทำอย่างไรให้คนที่อยากจะแก้ปัญหาเข้าไปมีอำนาจรัฐ อย่ามองว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องสกปรก ถ้าคนที่อยากเห็นประเทศดีขึ้น แต่ไม่ยอมทำงานการเมือง สุดท้ายเราก็จะโดน การเมือง และระบบราชการรังแก เราต้องไปปรับ ไปแก้ระบบราชการ ไม่ให้มารังแกคนตัวเล็กๆ เพื่อให้มันมีประสิทธิภาพในการทำงาน ให้เกิดความเท่าเทียม พวกเราเป็นต้องเข้าไปช่วยทำงานการเมืองก็จะต้องไปร่วมผลักดัน ให้มันถูกแก้ไข มันควรจะมีกติกาเลยว่าภายใน 7 วัน เอสเอ็มอีมายื่นขอขึ้นทะเบียน จะต้องรู้ผล ถ้าทำได้เอสเอ็มอี ก็จะแข็งแรง เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร ก็จะร่ำรวยกันอย่างยั่งยืน มันต้องทั้งระบบ

หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก พรรคกล้า ยอมรับว่าหากต้องการจะทำตลาดยาไทย ต้องทำการตลาด อย่างจริง เพราะสรรพคุณทางยาเราไม่ได้ด้อยกว่าใคร แต่สิ่งที่เราสู้สากลไม่ได้คือการตลาด ที่เขามีโฆษณา รัฐบาลต้องสนับสนุน ให้มีการทำวิจัยและพัฒนา อย่างจริงจัง เพื่อนำผลวิจัยไปตีพิมพ์ทางวารสารทางการแพทย์ เพื่อสามารถส่งออกต่างประเทศไทย นอกจากนี้ยังควรสนับสนุนให้โรงพยาบาลใช้ยาไทย สร้างแรงจูงใจทางด้านภาษี ถ้าจ่ายยาไทยจะได้ลดภาษี เนื่องจากปัจจุบันสั่งจ่ายแต่ยานอก ให้ความรู้แพทย์แผนไทย แผนโบราณ และแผนปัจจุบัน ว่าถ้าเอายาพวกนี้ไปใช้แล้วได้ผลดี โบราณก็ใช้สืบต่อกันมานานเป็นร้อยๆ ปี เขาก็หายกันมา ถ้ารัฐบาลทำได้ จะทำให้สมุนไพรไทยยาไทย เติบโตอีกเยอะ เพราะยารักษาโรคเป็นปัจจัย 4 ของมนุษย์ยาดีก็จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดี ต้นทุนชีวิตก็ถูกลงได้เราไม่ต้องบริโภคยาแพงเหมือนทุกวันนี้ และทำให้เราเสียดุลการค้าให้กับต่างประเทศอย่างน่าเสียดาย

“ผมถามว่า เมื่อ 20 ปี ก่อนให้รู้จักอาหารเกาหลีบ้าง แต่เพราะรัฐบาลเขาส่งเสริมในรูปแบบของ Soft power ทำให้วันนี้อาหารเกาหลีเป็นที่นิยมทั่วโลก หนังละคร บ้านเราก็เคยได้รับความนิยม อย่างละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” คนหันมาใส่ผ้าไทยกันมากขึ้น แต่ก็เป็นแบบไฟไหม้ฟาง พอเวลาผ่านไปคนก็ลืม แต่ไปดูหนังเกาหลี เกือบทุกเรื่องต้องกินไก่ทอดเกาหลีกินเหล้าโซจู กินเบียร์เกาหลี เพราะฉะนั้น กฎบ้านเราต้องปรับ ทำไมต้องห้าม และกีดกัน คนตัวเล็กๆ ผลิตยา อาหาร หรือแม้แต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางชนิด แล้วเราจะเอาตลาดที่ไหนไปสู้กับเขา ยาไทยแม้จะเป็นของดี เช่น ยาเขียว ผมกินมาตั้งแต่เด็กทำให้ไม่เป็นแผลในปาก พอเป็นห่อโบราณ คนรุ่นใหม่ไม่กินก็ต้องปรับแพ็กเกจจิ้ง ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เข้ากับยุคสมัย

ขณะเดียวกัน รัฐก็ต้องสนับสนุนส่งเสริม ซึ่งถ้าปรับทั้งสองทาง ทั้งตัวเราและกฎกติกา เชื่อว่าตลาดจะขยายตัวอย่างมหาศาล โดยเฉพาะตลาด CLMV สินค้าไทยได้รับการยอมรับในเรื่องของคุณภาพ นอกจากนี้เรายังมีเครือข่ายร้านอาหารไทย นวดไทย อยู่ทั่วโลก ก็มาจัดเป็นแพ็กเกจขายไปด้วยกัน สินค้าดีขายได้แน่นอน” วรวุฒิ กล่าว

แต่ทั้งหลายทั้งปวงนั้น ก็อยู่ที่รัฐบาลว่า พร้อมที่จะสนับสนุน Soft Power สมุนไพรไทย ให้แข่งขันได้ ในตลาดสากลหรือไม่

ถ้าคำตอบคือใช่ก็ต้อง “กล้าเปลี่ยน”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันอาหารโลกปี’64‘สสส.’หนุนคนไทย ขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัย-ยั่งยืน #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609341

วันอาหารโลกปี’64‘สสส.’หนุนคนไทย  ขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัย-ยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวเนื่องในโอกาสวันอาหารโลก (World Food Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี ว่า พฤติกรรมการกินของคนไทยเปลี่ยนไปมาก กินผักผลไม้น้อยลง พึ่งพาการกินอาหารในระบบอุตสาหกรรมมากขึ้น ดังนั้นจำเป็นต้องสร้างความตระหนักรู้คุณค่าของระบบอาหารตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรผู้ผลิตที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของผู้บริโภคให้มากขึ้น ลดการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร

“ผู้บริโภคก็ต้องระลึกอยู่เสมอว่ามีพลังอยู่ในตัว สามารถแสวงหาองค์ความรู้ ปรับพฤติกรรมการกินและวิถีชีวิตของตนเอง และกำหนดได้ว่าจะกินอะไรให้มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งพลังนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่มื้ออาหารของตนเอง ชุมชน และเปลี่ยนกลไกทางการตลาด ในการผลิตและกระจายอาหารที่ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”

นพ.ไพโรจน์ กล่าวต่อไปว่า สสส. โดยแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สานพลังภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนสังคมภายใต้แนวคิด “พลเมืองอาหาร (Food Citizenship)” และร่วมพลิกโฉมระบบอาหารที่ดีและยั่งยืนในอนาคต เริ่มจากมื้ออาหารเพื่อสุขภาพของคุณเพื่อระบบอาหารที่ยั่งยืนของโลกเรา (Our action are our future) เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงศักยภาพ สิทธิ หน้าที่ ในการเข้าถึงและบริโภคอาหารที่มีสุขภาวะ โดยสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งต่อตนเองและสังคม เพราะเมื่อทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบอาหารเกิดการตื่นรู้ในวิถีของการบริโภค ตระหนักถึงสิทธิในอาหาร และร่วมปกป้องระบบอาหารที่ยั่งยืน จะทำให้สังคมเราเกิดพลเมืองอาหารที่เข้มแข็งเพิ่มมากขึ้น

โดย สสส. กำหนดจุดเน้นเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ ที่จะมุ่งสร้างความรอบรู้ด้านอาหารเพื่อสุขภาวะแก่ประชาชนทุกช่วงวัย ให้มีความตระหนักในการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ซึ่งส่งผลต่อการผลิต การกระจาย และการบริโภคอาหาร รวมทั้งลดความเหลื่อมล้ำ และความไม่เป็นธรรมของระบบอาหาร พร้อมรับมือกับภาวะวิกฤตต่างๆ ในปัจจุบันและอนาคต

น.ส.เพ็ญ สุขมาก อาจารย์ประจำสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตหาดใหญ่) จ.สงขลา กล่าวว่าการปลุกพลังพลเมืองเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนระบบอาหารให้ยั่งยืนนั้น ต้องชี้ให้เกษตรกรเห็นจุดวิกฤต หรือความทุกข์ที่ชาวบ้านกำลังเผชิญอยู่ว่าเกิดจากอะไร อย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ภาคใต้มาจากราคายางตกต่ำ เกษตรกรก็ประสบความยากลำบากมีรายได้ไม่เพียงพอ บางรายไม่มีเงินที่จะซื้อข้าวกิน

“สาเหตุสำคัญคือการใช้พื้นที่สำหรับปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปลูกยางอย่างเดียวจึงทำให้เสียโอกาสในการปลูกพืชอย่างอื่น โดยเฉพาะพืชที่เป็นอาหาร ดังนั้น การชี้ให้เห็นถึงจุดวิกฤตจึงช่วยให้การชักชวนมาสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยกันนั้น เป็นไปได้ง่าย เพราะเห็นความทุกข์จากปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งทางออกอย่างยั่งยืนของเกษตรกรชาวสวนยางที่เข้าร่วมโครงการ คือการปลูกพืชร่วมยาง เช่น ขิง ข่า ขมิ้น ผักพื้นบ้าน และพืชสมุนไพรบางชนิด รวมถึงผลไม้ เช่น ระกำ สละ ลองกอง ก็สามารถปลูกได้ นับเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารในชุมชนด้วย” น.ส.เพ็ญ ระบุ

นางวัลลภา แวน วิลเลียนส์วาร์ด ผู้ดูแลโครงการสนับสนุนวิชาการและการบูรณาการระบบอาหารสุขภาวะสู่การสร้างสรรค์พลเมืองอาหาร ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. กล่าวว่า ผู้บริโภคยังคงใช้ชีวิตท่ามกลางความเสี่ยงกับระบบอาหารที่ไม่ปลอดภัย โดยเมื่อปี 2560 มูลนิธิการศึกษาไทยได้เก็บตัวอย่างเลือดของนักเรียนในโรงเรียน4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ สกลนคร ปทุมธานี และพังงา พบว่าร้อยละ 63 มีสารเคมีทางการเกษตรปะปนอยู่ในเลือด นอกจากอาหารที่กินจะไม่ปลอดภัยแล้ว ยังไม่มีคุณค่าทางโภชนาการด้วย เพราะกินแป้งและน้ำตาลเป็นหลัก

“วิธีการแก้ปัญหาต้นทางคือ การเลือกกินอาหารที่มีความปลอดภัย กินอย่างหลากหลาย กินอย่างมีคุณภาพ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือไม่กินอาหารที่อยู่ในระบบอุตสาหกรรมมากเกินไปก็จะช่วยดูแลสุขภาพตนเองได้มาก เหตุนี้เราต้องไม่ลืมว่าเราสามารถออกแบบการกินของเราได้ โดยการกินให้มีประโยชน์และกินอย่างรู้คุณค่า” นางวัลลภา กล่าว

สำหรับวันอาหารโลกนั้นตรงกับวันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี เนื่องจาก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 16 ต.ค. 2488 ซึ่งมีการจัดกิจกรรมและเผยแพร่คำขวัญเพื่อรณรงค์สร้างความมั่นคงทางอาหารของประชากรโลกขจัดความอดอยากหิวโหย มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2524 โดยในปีนั้นมีคำขวัญว่า “อาหารต้องมาก่อน (Food comes first)” ส่วนคำขวัญวันอาหารโลกประจำปี 2564 คือ “อาหารปลอดภัยวันนี้เพื่อสุขภาพดีวันหน้า (Safe food now for a healthy tomorrow)”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หัวใจเทวดา’! ชื่นชม’แซ๊ก’บริจาคอวัยวะช่วย7ชีวิต : ลูกของแม่ไปอยู่กับอีกหลายๆคน… #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609378

'หัวใจเทวดา'! ชื่นชม'แซ๊ก'บริจาคอวัยวะช่วย7ชีวิต : ลูกของแม่ไปอยู่กับอีกหลายๆคน...

วันเสาร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 22.15 น.

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2564 เฟชบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก โพสต์เรื่องราวดีๆ โดยชื่นชมแซ๊ก นายศักดิ์ดาเทพ มุ่งหมาย หนุ่มวัย 26 ปี ที่มีอาการเลือดออกในสมอง ไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้ แต่หัวใจยังปกติ ญาติจึงได้ตัดสินใจบริจาคอวัยวะที่สามารถใช้ได้ให้กับสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นๆ ประกอบด้วยลิ้นหัวใจ ไต และดวงตา ของตนที่สามารถนำไปช่วยเหลืออีก 7 ชีวิตที่รออยู่

โดยทีมของโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ได้กล่าวขอบคุณครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นบุญกุศลของ“แซ๊ก”และด้วยบุญกุศลนี้ขอให้ “แซ๊ก ” จงได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี ไปเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์ ด้วยอำนาจแห่งบุญด้วยเทอญ ไม่มีบุญไหนยิ่งใหญ่ไปกว่าบุญครั้งนี้ สุดท้ายคุณแม่ของ“แซ๊ก”บอกกับ“แซ๊ก”ว่า”#ลูกของแม่ไปอยู่กับอีกหลายๆคน…#แม่มีลูกเพิ่มละนะ “……………

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รู้หรือไม่อะไรคือสมบัติของความเป็นมนุษย์ เป็นยักษ์ มาร เดรัจฉาน’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609367

'รู้หรือไม่อะไรคือสมบัติของความเป็นมนุษย์ เป็นยักษ์ มาร เดรัจฉาน' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.14 น.

“… การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็นนักบวช หรือเป็นฆราวาส แต่ขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ว่ารู้หรือไม่ ว่าอะไรคือสมบัติของความเป็นมนุษย์ อะไรคือสมบัติของการเป็นยักษ์ เป็นมาร เป็นเดรัจฉาน ถ้ารู้แล้วและปฏิบัติตามได้ ก็ถือว่าได้เป็นมนุษย์แล้ว อย่างพระโสดาบัน ซึ่งเป็นพระอริยบุคคลเบื้องต้น เป็นผู้ที่เห็นแล้วในเรื่องบาป บุญ คุณ โทษ ในเรื่องนรก เรื่องสวรรค์ เรื่องกรรม ท่านจึงไม่สงสัยในเรื่องของกรรมเลยแม้แต่นิดเดียว ท่านเห็นแล้วว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว 

เมื่อเป็นเช่นนั้นท่านจึงตั้งมั่นอยู่ในศีล ๕ ได้อย่างสมบูรณ์  คือเป็นมนุษย์ตลอดเวลา ไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม จะไม่ละเมิดศีล ๕ โดยเด็ดขาด ด้วยอานิสงส์ของการมีดวงตาเห็นธรรม คือเห็นหลักกรรม เห็นว่าการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว จึงทำให้ท่านรักษาศีล ๕ เป็นนิสัย เป็นธรรมชาติของจิต คือจะสมาทานหรือไม่สมาทานก็ตาม จะมาวัดในวันพระหรือไม่มาวัดในวันพระก็ตาม จะเป็นฆราวาสหรือเป็นบรรพชิตนักบวชก็ตาม จะดำรงอยู่ในศีล ๕ นี้ อย่างแน่วแน่มั่นคง ไม่ละเมิดเลย 

ถึงแม้ชีวิตก็สามารถสละได้เพื่อรักษาธรรม คือศีลทั้ง ๕ ข้อนี้ไว้ ด้วยอานิสงส์แห่งการปฏิบัตินี้ จึงทำให้ท่านไม่ต้องไปเกิดในอบายอีกต่อไป ถึงแม้ในอดีตจะเคยทำบาปทำกรรมมา มากมายก่ายกองนับไม่ถ้วน แต่เมื่อได้บรรลุธรรม มีดวงตาเห็นธรรมแล้ว จะมีปัญญาที่สามารถยับยั้งจิตไม่ให้ไปสู่ที่ต่ำได้ ไม่ให้ไปสู่การไปเกิดในที่ต่ำได้ด้วยอำนาจของปัญญา ด้วยอำนาจของธรรมะที่ได้เห็นนั่นเอง 

ภพชาติของท่านก็จะมีเหลือไม่เกินอีก ๗ ชาติเป็นอย่างมาก คือถ้าชาตินี้ยังไม่ได้บรรลุธรรมที่สูงขึ้นไปกว่านี้ ก็จะกลับมาเกิดไม่เกิน ๗ ชาติ และแต่ละชาตินั้นก็จะเกิดในสุคติ คือไม่กลับไปเกิดในอบายเป็นเด็ดขาด นี่แหละคืออานิสงส์ของผู้ที่เข้าหาพระศาสนา เข้าหาวัดหาวา ศึกษาปฏิบัติธรรม ตามแนวทางที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ดังที่ท่านทั้งหลายได้มาปฏิบัติกัน ตามสมควรแก่กำลังแห่งสติ ปัญญา ศรัทธา…”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๘ สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๔๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพิ่มสีสันลานจอดรถ! ‘ห้างลีวิวัฒน์ สาขา 7’ วาดภาพ Street Art ใหญ่ที่สุดในไทย #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609281

เพิ่มสีสันลานจอดรถ! 'ห้างลีวิวัฒน์ สาขา 7' วาดภาพ Street Art ใหญ่ที่สุดในไทย

วันเสาร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.23 น.

งานวาดภาพ Street Art ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผนังตึก 7 ชั้นความสูง 35 เมตรพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร ห้างลีวิวัฒน์ สาขา 7 บริเวณลานจอดรถ โดยใช้รถเครนนำช่างเขียนขึ้นไปวาดภาพ ขณะนี้ก็แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางความชื่นชอบและชื่นชมของทุกฝ่าย มีประชาชนเข้ามาถ่ายภาพ Street Art ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขณะเดียวกันได้เพิ่มนกนางแอ่นเข้าไปในภาพด้วย เนื่องจากชั้น 7 เป็นที่อาศัยของนกนางแอ่นและมีเสียงนกร้องจริงๆ

สีสัน งานวาดภาพ Street Art ขนาดใหญ่ กว่า 600 ตารางเมตร ด้านหลังอาคารห้างลีวิวัฒน์สาขา 7 เป็นผนังตึก 7 ชั้น ความสูง 35 เมตร โดยใช้รถเครนในการวาดภาพ Street Art ที่ บริเวณลานจอดรถ ด้านหลังห้างลีวิวัฒน์ 7 ถนนพัทลุงเขตเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมืองจังหวัดสงขลา ขณะนี้ได้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ด้วยความสวยงาม ตามที่ตั้งใจไว้ ท่ามกลางความชื่นชมและชื่นชอบ ของทุกฝ่าย ที่ผลงานภาพวาด Street Art ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เสร็จเรียบร้อยแล้ว

และเป็นไปตาม Concept ของนายสมศักดิ์ อรุโณประโยชน์ ประธานกลุ่ม หจก.ลีวิวัฒน์ ที่ต้องการวาดภาพ Street Art ขนาดใหญ่ กว่า 600 ตารางเมตรครั้งนี้ เนื่องจากต้องการบันทึกเรื่องราวที่เป็นภาพลักษณ์ให้กับการท่องเที่ยวเมืองสงขลา ผ่านการทำ Street Art โดยมีภาพ หลักๆ เช่น นางเงือกสงขลา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญ รวมถึงมีโลมามาสร้างสีสัน ขณะเดียวกันได้เพิ่มนกนางแอ่นเข้าไปในภาพด้วย เนื่องจากชั้น 7 เป็นที่อาศัยของนกนางแอ่นทั้งหมด มีหน้าต่างให้นกบินเข้า-ออกอยู่ตลอดเวลาและมีเสียงนกร้องจริงๆอีกด้วยและมีประชาชนเข้ามาถ่ายภาพ Street Art ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกันแล้ว

นายนฤภีม ศรีทองไหม ศิลปินอิสระชาวสงขลา นายไพโรจน์ สมบูรณ์ ศิลปินอิสระ ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่อง Street Art โดยตรง พร้อมทีมงานรวม 4 คน เป็นผู้สร้างชิ้นงานชิ้นนี้ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ในการวาดภาพ Street Art ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นงานท้าทายชองคนชอบศิลปะตรงนี้ด้วย

นายนฤภีม ศรีทองไหม ศิลปินอิสระชาวสงขลา กล่าวว่า พอใจผลงานในครั้งนี้เต็ม 100% เกินความคาดหมาย มีความพอใจมากกับผลงานชิ้นนี้ เนื่องจากมีทีมงานที่ดี พร้อมกับทีมงานทางรถเครนที่มีระบบการเข้าใจระหว่างการสื่อสาร ตรงนี้ด้วย ทำให้ผลงานออกมาดีมาก ซึ่งเป็นจะเป็นความภาคภูมิใจให้กับคนสงขลาด้วย

ทางด้าน นายวิศิษฐ์ อรุโณประโยชน์ ลูกชายเจ้าของห้างลีวิวัฒน์ กล่าวว่า รู้สึกแฮปปี้ รู้สึกว่ามันดีกว่าที่เราคิดไว้อีก ตอนแรกมีการแพลนไว้ว่าเราอยากจะสร้างสีสัน อันนี้ดีกว่าที่เราจะเพ้นท์แบบเรียบๆ เพราะเราจะปรับปรุงตึกอยู่แล้ว อีกทั้งตึกหลังนี้อยู่ใกล้กับเมืองเก่า เป็นตึกที่มีอายุประมาณ 40 กว่าปี เพราะฉะนั้นเวลาเราปรับปรุง แล้วก็อยากจะทำให้เหมือนกับได้อารมณ์อยู่ในเมืองเก่า และก็เป็นอะไรที่เกี่ยวกับสงขลาหน่อยนึง เพราะว่าทางเทศบาลและทางจังหวัดสงขลาเอง มีการโปรโมทเรื่องการท่องเที่ยวอยู่แล้ว มีประชาชนเข้ามาถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ เราจึงใช้โอกาสนี้ส่งเสริมไปด้วยเลย หวังว่าคงถูกใจคนที่มา Shopping และคนที่มาเที่ยวด้วย

ทางด้าน นายสมศักดิ์ อรุโณประโยชน์ ประธานกลุ่มลีวิวัฒน์เจ้าของ Concept Street Art ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการทำ Street Art ว่า เพื่อเป็นการสร้างสีสัน ให้กับบริเวณลานจอดรถของเรา เวลาลูกค้ามาใช้บริการ ก็จะเปลี่ยนบรรยากาศ ประการที่ 2 ก็ทำให้คนในท้องถิ่นได้มาพักผ่อน แทนที่มาช้อปปิ้งอย่างเดียว ประการที่ 3 เพื่อนบ้านที่มาออกกำลังกายตอนเช้าและตอนเย็นมาเดินเล่น ทำให้มีชีวิตชีวามากขึ้น ส่วนแนวคิดที่นำนางเงือก มาทำตรงนี้เนื่องจาก นางเงือกเป็นสัญลักษณ์ของสงขลา และสัญลักษณ์กับปลาโลมาเพื่อให้คนสงขลา และให้ความสำคัญกับท้องถิ่น สำหรับโครงการต่อไปก็จะมีการจัดมุมสวยๆ ให้ลูกค้าได้มานั่งถ่ายรูป บริเวณตรงนี้ เพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์

-(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักท่องเที่ยวแห่ลงเกาะช้าง เผยสัปดาห์หน้าวันหยุดยาวยอดจองทะลุ 90% #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609276

นักท่องเที่ยวแห่ลงเกาะช้าง เผยสัปดาห์หน้าวันหยุดยาวยอดจองทะลุ 90%

วันเสาร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.02 น.

นักท่องเที่ยวแห่ลงเกาะช้างคึกคักช่วงวันหยุดเผยสัปดาห์หน้าวันหยุดยาวยอดจองทะลุ 90% ส่วนเปิดท่องเที่ยว 1 พ.ย.64 พร้อม

วันที่ 16 ต.ค.64 ที่ท่าเทียบเรืออ่าวธรรมชาติ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ตั้งแต่ช่วงสายของวันนี้ นักท่องเที่ยวนำรถยนต์เดินทางมาลงเรือเฟอร์รี่เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวที่อำเภอเกาะช้างจำนวนมาก เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แม้วันนี้ ท้องฟ้าในพื้นที่อำเภอเกาะช้างยังมีเมฆปกคลุมอยู่

นายสัคสิษฎ์ มุ่งการ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด เปิดเผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวของอำเภอเกาะช้างดีขึ้นโดยลำดับหลังจากรัฐบาลและศบค.ได้ลดมาตรการเข้มงวดลง ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในเกาะช้างเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จะเห็นได้จากจำนวนรถยนต์ที่มาลงเรือเฟอร์รี่ทั้งสองแห่งเพื่อข้ามไปเกาะช้างเข้าสู่ปกติแล้ว ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดตราดมาก 

ขณะเดียวกันในสัปดาห์หน้าที่มีวันหยุด3 วัน (22-24 ต.ค.64) นักท่องเที่ยวได้จองห้องพักในโรงแรมระดับ 3 ดาวและ 4 ดาวมากถึงร้อยละ 90 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวของเกาะช้าง และเกาะอื่นๆทั้งเกาะหมากและเกาะกูดก็ดีขึ้นเช่นกัน 

“จากการสำรวจความต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในไทยล่าสุดพบว่า เกาะช้าง ติดท๊อปเท็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยากเดินทางมากที่สุด ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่า เกาะช้างยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันการเปิดรับนักท่องเที่ยวของประเทศในเฟส 2 เกาะช้างก็มีความพร้อมในทุกด้านทั้งในเรื่องการทำมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย หรือ SHA หรือ SHA+ ที่สถานการประกอบของอำเภอเกาะช้าง และเกาะอื่นๆ รวมทั้งจังหวัดตราดได้ผ่านแล้วเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งติดท๊อปเท็นในระดับประเทศเช่นกัน ขณะที่ยอดการฉีดวัคซีนเข็มแรกก็เกิน 70% แล้วส่วนเข็ม 2 กำลังดำเนินการอยู่และคาดว่าจบสิ้นเดือนตุลาคมได้เกิน 70% เช่นกัน โดยเกาะช้างมีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการแล้ว” นายสัคสิษฎ์ กล่าว

ขณะที่อำเภอเกาะกูด นายสุทัศน์ ทศดารา เจ้าของเรือโดยสารเกาะกูด เอกซ์เพรส เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวที่อำเภอเกาะกูด เริ่มมีมาเช่นกัน เพราะเป็นฤดูการท่องเที่ยวโดยช่วงวันธรรมดา มี 100-200 คน แต่ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นักท่องเที่ยวจะเข้ามามากประมาณ 500 คนขึ้นไป และเที่ยวเรือทั้งสองบริษัทก็เพิ่มเป็น 2 เที่ยวต่อวันแล้ว ส่วนในช่วงวันหยุดยาว 3 วันช่วงปลายเดือนตุลาคม 2564 ยอดจองห้องพักเกิน 90% แล้ว  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,300,612 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Huawei 5G tie-up will not disrupt intelligence-sharing, U.S. officials say #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
How app culture turned astrology into a modern obsession
'โม อมีนา-ติช่า'ประชันความแซ่บ สวมลูกไม้ซีทรูสุดเร้าร้อน
แซ่บซี๊ดสนั่นไอจี! 'เจนี่'ปล่อยคลิปหวิวรับสงกรานต์ โชว์เรือนร่างเปลือยเปล่าสุดเซ็กซี่
Attackers gear up for IOT assaults
หมดสภาพการบริหาร.."เพื่อไทย" ทวงถามสำนึก "ประยุทธ์" และ ครม.ต่อการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ3 #SootinClaimon.Com
ลอรีอัลคว้าเกรด AAA ด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืน CDP 5 ปีซ้อน #SootinClaimon.Com
Free entrance to Nong Nooch for residents of 9 provinces, 10 Bangkok districts #SootinClaimon.Com
CP All Laos strikes franchise deal for 7-Eleven stores #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d