Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

นทท.เฮ! เปิด ‘สิมิลัน’ 15 ตุลาฯนี้ สัมผัสความสวยงามของทะเลอันดามัน #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608700

นทท.เฮ! เปิด 'สิมิลัน' 15 ตุลาฯนี้ สัมผัสความสวยงามของทะเลอันดามัน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 08.39 น.

14 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พร้อมเปิดให้บริการ วันที่ 15 ตุลาคมนี้ หลังจากที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติได้มีคำสั่งให้ปิดเกาะสิมิลัน จ.พังงา งดการท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วง COVID-19 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้นักท่องเที่ยวต่างเฝ้ารอคอยเพื่อจะได้กลับไปเยี่ยมชมความสวยงามทะเลอันดามันที่กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังที่ปิดเกาะยาวมานาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปชมความสวยงามของเกาะสิมัน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่ติดอัน 1 ใน 10 ของโลก

นายทัศเนศวร์ เพชรคง หัวหน้าอุทยานหมู่เกาะสิมิลัน​ กล่าวว่า​ ในส่วนของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเรามีความพร้อมเต็มร้อยเนื่องจากราถือปฏิบัติตามกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เราจะเริ่มเปิดการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2564 ถึง 15 พฤษภาคม 2565 รวมเวลาประมาณ 7 เดือน โดยแบ่งเป็นการท่องเที่ยวแบบไปเช้า – เย็นกลับ (One Day Trip)และกิจกรรมดำน้ำลึก 525 คนต่อวัน ได้กำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวน 3,850 คนต่อวัน ในหลักของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเราได้ดำเนินการในรูปแบบ New Normal ในส่วนของนักท่องเที่ยวที่มาเราแยกออกมาเป็น 2 องค์ประกอบ เนื่องจากต้องเที่ยวผ่านผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการเองต้องจัดทำระบบซึ่งเราแยกรูปแบบของการเข้ามาซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อน 1 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน สามารถซื้อตั๋วได้ตั้งแต่ 14 ตุลาคม จนถึง 14 พฤษภาคม ตามประกาศเปิดอุทยานและประกาศซื้อตั๋วที่ทางอุทยานได้ประกาศไว้เรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของผู้ประกอบการเอง ก็แบ่งออกเป็น 2 ส่วน เนื่องจากว่าเป็นพื้นที่ขยาย Sandbox มาจากภูเก็ต ก็เลยมีการทำระบบ SHA PLUS ที่รองรับมาตรฐาน ผู้ประกอบการเองแยกออกมาเป็น 2 ส่วน ส่วนไหนที่ผ่าน SHA PLUS ถือว่าผ่านมาตรฐานการรับรองการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยแล้ว ก็สามารถดำเนินการเข้ามาซื้อตั๋วได้ ประกอบด้วย คนขับเรือ ไกด์ แต่ในส่วนเรือที่ยังไม่ผ่าน SHA PLUS จะต้องนำใบตรวจวัคซีน ใบฉีดยาวัคซีน นำมาประกอบในการซื้อตั๋วทุกคน ส่วนนักท่องเที่ยวเองต้องผ่านการรับรองของผู้ประกอบการที่มีบัญชีรายชื่อตามแบบที่ต้องลงรายชื่อก่อนล่วงหน้าจะต้องผ่านการฉีดวัคซีนของจังหวัด

หลังจากที่เรือลงไปแล้วก่อนขึ้นเกาะก็จะมีระบบ New Normal ที่ผ่านมาตรฐานของ ปี 2564 ส่วนเรือ Diving เราจะเรือชุดปฏิบัติการออกตรวจเรือ Diving ทั่วทั้งอุทยานที่มีจุดดำน้ำ 21 จุด เราจะตรวจทุกลำ นักท่องเที่ยวเองต้องมีสำเนาใบฉีดวัคซีนติดตัวอยู่ด้วย ส่วนเจ้าหน้าที่ของอุทยานเกาะสิมิลัน 85 คน ได้ฉีดวัคซีน 3 เข็มแล้วกันทุกคน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันของเรามีมาตรฐาน 100% ขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจได้ ซึ่งเราจะเริ่มขายตั๋ววันแรกคือวันที่ 14 ตุลาคมนี้เป็นวันแรก สามารถจองตั๋วการเดินทางได้ 2 วิธี คือ นักท่องเที่ยวซื้อตั๋วการเดินทางลงหมู่เกาะสิมิลัน ต่อเจ้าหน้าที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หรือ จองผ่านบริษัทนำเที่ยว ในแต่ละแห่งที่ทำธุรกิจนำเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งสามารถติดต่อ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน 93 หมู่ที่ 5 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา หรือ โทร.076-453272

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ที่ี่ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี ที่ทำการอุทยาน ตั้งอยู่ที่ ตำบล ลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง หมู่เกาะสิมิลัน เป็นหมู่เกาะเล็กๆ ในทะเลอันดามันมี 9 เกาะ เรียงจากเหนือ มา ใต้ คือ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยันเกาะเมี่ยง เกาะปายู เกาะหัวกะโหลกเกาะสิมิลัน และเกาะบางู หมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงามทั้งบนบกและใต้น้ำ มีปะการังที่สวยงามหลายชนิด สามารถดำน้ำ ได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก สามารถพบปลาที่หายาก เช่น วาฬ โลมา ปลาไหลมอเร่ (moray) แนวปะการังที่พบในเขต อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสิมิลัน เป็นแนวปะการังน้ำลึกมีความหลากหลายของชนิดปะการังมาก เช่น ปะการังเขากวาง แปรงล้างขวด และปะการัง Seriatopora histrix พบเป็นชนิดเด่นในขณะที่หมู่เกาะอื่น ไม่พบปะการังในกลุ่มนี้เลย ช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกลางเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่สามารถเดินทางไปดำน้ำดูปะการังที่เหมาะที่สุดหลังจากนั้นทางอุทยานจะทำการประกาศปิดเกาะเนื่องจากเข้าสู่ฤดูมรสุมและเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : คนไทยกับการย้ายถิ่น (จบ) ‘ต่างแดน’แห่ออกหวั่นสมองไหล #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608658

สกู๊ปแนวหน้า : คนไทยกับการย้ายถิ่น (จบ)  ‘ต่างแดน’แห่ออกหวั่นสมองไหล

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 07.15 น.

ในตอนที่แล้ว (สกู๊ปแนวหน้า ฉบับวันอาทิตย์ที่ 10 ต.ค. 2564หน้า 5 : คนไทยกับการย้ายถิ่น(1) “ชนบทสู่เมือง” 4ยุคอพยพ) ได้กล่าวถึง “การย้ายถิ่นภายในประเทศ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบรรยาย (ออนไลน์) ชุด “วิวัฒนาการการย้ายถิ่นของประเทศไทยร่วมสมัย”โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ส่วนในฉบับนี้ จะกล่าวถึง“การย้ายถิ่นระหว่างประเทศ” โดยมีนักวิชาการของสถาบันฯ ภัทราภรณ์ จึงเลิศศิริ เป็นผู้บรรยาย

สำหรับการย้ายถิ่นไปต่างประเทศของคนไทย จะเป็นเรื่องของ “แรงงาน” เสียเป็นส่วนใหญ่ ด้วยมองเห็นโอกาสที่จะได้ค่าจ้างสูงกว่าในบ้านเกิดและลู่ทางในการเดินทางไป ประเทศที่คนไทยนิยมไปขายแรงงาน เช่น ประเทศแถบภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ตลอดจนประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง สิงคโปร์

ส่วนการเดินทางไปยังประเทศในโลกตะวันตก ก็ยังพบความแตกต่าง กล่าวคือ คนไทยที่เดินทางไป สหรัฐอเมริกา มักไปด้วยช่องทางการทำงานและตั้งถิ่นฐาน ในขณะที่คนไทยที่เดินทางไปประเทศในทวีปยุโรป มักไปด้วยช่องทางการแต่งงานข้ามชาติ“ข้อค้นพบที่น่าสนใจ..คนไทยที่ย้ายไปอยู่ยุโรปมักเป็นเพศหญิง”ทั้งนี้ ข้อมูลจาก กรมการกงสุล ระบุว่า ณ ปี 2563 มีคนไทยอาศัยอยู่ในต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย 1,276,546 คน

ซึ่ง 10 อันดับประเทศที่มีคนไทยอาศัยอยู่มากที่สุด ประกอบด้วย อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา 488,000 คน อันดับ 2 ออสเตรเลีย 100,856 คน อันดับ 3 ญี่ปุ่น 86,666 คน อันดับ 4ไต้หวัน 82,608 คน อันดับ 5 สวีเดน 74,101 คน อันดับ 6 เยอรมนี 59,130 คน อันดับ 7 สหราชอาณาจักร 45,884 คน อันดับ 8 นอร์เวย์ 31,387 คน อันดับ 9 เกาหลีใต้ 32,861 คน และอันดับ 10 อิสราเอล 26,641 คน

“เราพบว่าคนไทยมีการย้ายถิ่นทั้งแบบชั่วคราว หมุนเวียนและถาวร แบบชั่วคราวคือเราไปทำงานแล้วพอหมดสัญญาหรือได้ค่าแรงที่พอใจ เราก็กลับประเทศไทย แบบหมุนเวียนคือไปต่างประเทศซ้ำหลายๆ ครั้ง อย่างเช่นกลุ่มที่ไปเก็บเบอร์รีที่แถวสแกนดิเนเวีย และแบบถาวรก็คือผู้ที่ย้ายไปตั้งถิ่นฐานรกรากในประเทศปลายทางอย่างถาวร” ภัทราภรณ์ กล่าว

ข้อมูลจาก กองบริหารแรงงานไทยในต่างประเทศ กรมการจัดหางาน ชี้ว่า “คนไทยส่งเงินกลับประเทศจำนวนมาก” เห็นได้จาก 5 ปีล่าสุด ปี 2559 ประมาณ 1.14 แสนล้านบาท ปี 2560 ประมาณ 1.26 แสนล้านบาท ปี 2561 ประมาณ 1.44 แสนล้านบาท ปี 2562 ประมาณ 1.92 แสนล้านบาท และปี 2563 ประมาณ 1.94 แสนล้านบาท แม้กระทั่งคนที่ไปตั้งถิ่นฐานถาวร ณ ประเทศปลายทางแล้วแต่ก็ยังมีการส่งเงินกลับมายังประเทศไทย

อนึ่ง นอกจากส่งเงินแล้ว ยังส่งผ่านความรู้และทักษะต่างๆ ที่ได้รับจากต่างแดนกลับมาด้วย โดยเฉพาะ “ชาวเอเชียแม้จะย้ายถิ่นไปแล้วแต่ยังค่อนข้างรักษาสายสัมพันธ์กับประเทศบ้านเกิด” ไม่ว่าจะเป็นการส่งเงินหรือความรู้จากต่างแดนกลับไปก็ตาม ซึ่งผิดคาดจากที่เชื่อกันว่าคนที่ย้ายไปแล้วจะไม่ผูกพันกับถิ่นเดิม อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาบางชิ้น พบว่าการส่งเงินกลับบ้านเกิดมีจำนวนลดลง

เช่น การศึกษาคนไทยที่ไปสร้างครอบครัวอยู่ในอังกฤษ โดยเหตุผลอาจจะมาจาก 2 ด้าน ด้านหนึ่งคือคนที่อยู่อังกฤษก็ต้องสนใจครอบครัวที่อังกฤษมากขึ้น กับอีกด้านคือภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในประเทศไทยเริ่มลดลง เช่น ลูกหลานเรียนจบ มีงานทำฐานะดีขึ้น หรือญาติที่ป่วยอาการทุเลาลงจนหาย แต่ถึงกระนั้น หากญาติที่เมืองไทยเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ ผู้ที่ย้ายถิ่นไปต่างประเทศแล้วก็ยังพร้อมจะช่วย โดยเปลี่ยนจากการส่งเงินกลับบ้านเกิดเป็นประจำ เป็นการช่วยเหลือแบบครั้งคราวตามเหตุปัจจัยต่างๆ

“คนไทยในต่างประเทศยังมีการสร้างเครือข่ายช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างเครือข่ายในประเทศที่ตัวเองไปอยู่ก่อน จนในปัจจุบันเราเห็นว่าเครือข่ายเหล่านี้มีขนาดใหญ่ขึ้นแล้วก็เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่นเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป ซึ่งมีจุดประสงค์ในการที่จะช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ นอกจากนั้นยังให้ความรู้กับคนไทยในต่างประเทศอีกด้วย มีการทำงานร่วมกับภาครัฐในการส่งเสริมศักยภาพคนไทย และให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆไปพร้อมกัน” ภัทราภรณ์ ระบุ

เมื่อศึกษาเกี่ยวกับผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ แม้สาเหตุหลักของการแต่งงานมาจากเรื่องเศรษฐกิจ แต่ในความเป็นจริงก็พบคนอีกมากที่แต่งงานเพราะต้องการมีวิถีชีวิตใหม่ๆ หรือแม้แต่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของครอบครัว ทำให้ผู้หญิงไทยหลายคนแม้จะมีการศึกษาสูงแต่ก็เลือกแต่งงานกับชาวต่างชาติ
เพราะต้องการย้ายออกไปจากกรอบวิถีเดิมๆ ในประเทศไทย

สำหรับประเด็น “การศึกษาการย้ายถิ่นระหว่างประเทศที่น่าสนใจในอนาคต” จะมีทั้งการเปลี่ยนแปลงทางประชากรในประเทศไทย สังคมของคนไทยในต่างประเทศ ลูกครึ่ง กิจกรรมต่างๆ ที่มีลักษณะข้ามชาติ รวมถึง “บทบาทของสื่อออนไลน์และค่านิยมการย้ายประเทศของคนรุ่นใหม่” ดังที่เห็นการรวมกลุ่มทางเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์เมื่อเร็วๆ นี้ ที่พบคนวัยทำงานจำนวนมากสนใจอยากออกไปหางานทำหรือไปตั้งรกรากในต่างประเทศ และมีคนรุ่นก่อนหน้าที่ได้ไปแล้วมาแชร์ข้อมูลจุดประกายความหวังว่าจะสามารถไปแล้วประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

“คนกลุ่มนี้จะมีความแตกต่างจากแรงงานย้ายถิ่นในอดีต เพราะว่ามีความเป็นชนชั้นกลางมากขึ้น มีการจบการศึกษาในระดับปริญญาและเป็นแรงงานทักษะสูง โดยเขาก็มองว่าประเทศไทยไม่ตอบโจทย์เรื่องรายได้ วัฒนธรรมการทำงานหรือสภาพเศรษฐกิจและสังคมต่างๆ ก็เลยมองหาโอกาสภายนอกที่จะไปสร้างชีวิต และได้ค่าตอบแทนที่ดีมากขึ้น”ภัทราภรณ์ กล่าว

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ภัทราภรณ์ มองว่า อาจต้องหันกลับมามองดูประเทศไทย “จะดึงดูดแรงงานทักษะสูงให้อยู่ในประเทศได้อย่างไร” เพราะหากคนเหล่านี้ย้ายออกจากประเทศไทยไปจริงๆ แล้ว เราจะประสบปัญหา “สมองไหล” ที่ค่อนข้างรุนแรง เมื่อประกอบกับการที่ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะ “สังคมสูงวัย” สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น นโยบายด้านการย้ายถิ่นจึงต้องถูกให้ความสำคัญ

เพราะประเทศต้องการคนวัยทำงานเพื่อให้ระบบสวัสดิการยังดำเนินต่อไปได้!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เวลาเรามาเราก็มาตัวเปล่าๆ เดี๋ยวถึงเวลาเราไป เราก็ไปตัวเปล่าๆ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608667

เวลาเรามาเราก็มาตัวเปล่าๆ เดี๋ยวถึงเวลาเราไป เราก็ไปตัวเปล่าๆ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.16 น.

“…เวลาเรามาเราก็มาตัวเปล่าๆ เดี๋ยวถึงเวลาเราไป เราก็ไปตัวเปล่าๆ เราไม่ได้เอาอะไรไปเลย ร่างกายนี้เราก็เอาไปไม่ได้ ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองของเรา เราก็เอาไปไม่ได้ ญาติพี่น้อง สามีภรรยา บุตรธิดา ก็เอาไปไม่ได้ แล้วไปถือว่าเป็นของเราทำไมกัน ถือไปให้ทุกข์ไปเปล่าๆ ทำไมไม่มาลองถือว่าไม่ได้เป็นของเราดูบ้าง ว่าจะรู้สึกยังไง จะรู้สึกเบา จะรู้สึกสบาย แต่ทำไม่ได้เพราะอะไร เพราะต้องมีสิ่งเหล่านี้ มาให้ความสุขกับเรานั่นเอง ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้แล้ว เราจะเหมือนขาดลมหายใจ” 

ร่างกายเราไม่มีลมหายใจดูสัก ๓ นาทีดู ตายไหม ลองลงไปดำน้ำดูสักพักหนึ่ง ดำได้ไม่นานเดี๋ยวก็ต้องโผล่ขึ้นมา ต้องมามีลมหายใจ เราก็เหมือนกัน เราต้องมีร่างกายเพราะเราใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือ หาสิ่งต่างๆ มาให้ความสุขกับเรานั่นเอง เราเลยจำเป็นที่จะต้องมีร่างกาย พอมีร่างกายแล้ว เราก็จะได้ไปมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่อไป มีคนนั้นมีคนนี้ต่อไป มาให้ความสุขกับเรา แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่เราไปหามาให้ความสุขกับเรา มันก็มีความทุกข์ติดมาด้วย เป็นเหมือนปลาที่มีก้างติดมาด้วย เวลากินปลาแบบไม่ระมัดระวัง เดี๋ยวก็ถูกก้างทิ่มปากเอา นี่ก็เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เราได้มาแล้วเดี๋ยวมันจะต้องให้ความทุกข์กับเรา เราจะต้องไม่สบายใจไปกับมัน

นี่แหละคือความทุกข์ของพวกเรา เกิดจากความหลงของพวกเรา ความหลงก็คือการไม่มีปัญญาความรู้ทางธรรมนี่เอง ทำให้เราหลงเห็นผิดเป็นชอบไป เห็นของที่ไม่ใช่เป็นของเราว่าเป็นของเรา เห็นของที่จะให้ความทุกข์กับเรา ว่าให้ความสุขกับเรา เห็นของชั่วคราวเป็นของถาวรไป นี่แหละคือการขาดความรู้ทางธรรม เราจึงต้องมาหาความรู้ทางธรรม จากพระพุทธเจ้า หรือจากพระธรรมคำสั่งคำสอน ที่มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก หรือจากพระอริยสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีปัญญามีความรู้ทางธรรม ที่จะสอนที่จะบอกให้พวกเราไม่ให้ไปถือสิ่งต่างๆ ว่าเป็นของเรา และการที่จะไม่ถือว่าเป็นของเราก็คือ เราต้องไม่มีมัน ไม่ต้องใช้มันไม่ต้องไปอาศัยมัน

ถ้าเราไปมีมัน ไปอาศัยมันนี่แสดงว่าเราไปถือว่ามันเป็นของเราแล้ว แล้วเราจะทำอย่างไรเราถึงจะทำให้เราไม่ต้องไปมีสิ่งต่างๆ ไปถือสิ่งต่างๆ มาเป็นของเรา เราก็ต้องมีวิธีหาความสุขแบบใหม่ วิธีการหาความสุขของเราในตอนนี้ เราต้องมีความสุขผ่านการมีสิ่งต่างๆ ต้องมีลาภมีเงินมีทอง ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองเรียกว่าลาภ มีลาภแล้วก็อยากจะมียศ อยากจะมีตำแหน่ง อยากจะมีเกียรติยศ มียศแล้วมีอำนาจ สามารถใช้อำนาจของตนกว้านเอาสิ่งต่างๆ ที่อยากได้ มาเป็นของตน ถ้าไม่มียศมีตำแหน่งก็กว้านไม่ได้ ลำบากต้องหาเอง

คนจึงมุ่งไปหายศกันก่อน มุ่งไปหาตำแหน่งกันก่อน ตอนต้นก็เอาแค่ระดับใกล้ตัว ถ้าอยู่หมู่บ้านก็ขอเป็นผู้ใหญ่บ้านก่อน พอได้ผู้ใหญ่บ้านก็เอากำนันต่อ จากกำนันก็ไปเป็น อ.บ.จ. สมาชิก อ.บ.จ. อ.บ.ต. ว่าไป เลื่อนขั้นไปเรื่อยๆ จนขั้นต่อไปก็ไปเป็น ส.ส. พอได้ ส.ส. ก็ไปเป็นรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีแล้ว ทีนี้ก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ทีนี้มียศมีตำแหน่งแล้ว ทีนี้ก็กว้านเอาได้แล้วอยากจะได้อะไร เซ็นชื่อแก็กเดียวเท่านั้นเอง กี่ล้านล่ะ ต้องการกี่ล้าน ขอลายเซ็นหน่อย ลายเซ็นกำลังหอมตอนนี้ ใครเป็นนายกนี่ลายเซ็นหอม เซ็นแก๊กเดียวผ่านหมดเลย ต้องการทำอะไรไฟเขียวตลอดทุกด่าน แต่ถ้าไม่มีลายเซ็นก็ติดไฟแดงไปทุกด่าน

นี่คือทำไมถึงต้องมียศกัน มีตำแหน่งกัน มีอำนาจกัน เพราะจะได้กว้านเอาความสุขต่างๆ เข้าใส่ตัวเองกับครอบครัวของตนเอง ให้ภรรยาให้สามี ให้ลูกให้หลาน ให้พี่ให้น้อง ให้บริษัทบริวาร อันนี้เป็นเรื่องของการไปหาสิ่งต่างๆ มาให้ความสุขกับตน พอมีตำแหน่งมียศ ทรัพย์ก็หาง่าย ลาภก็หาง่ายขึ้น เซ็นชื่อปั๊บหนึ่งเงินก็เข้ามาแล้ว แล้วก็รางวัลก็มาเยอะแยะเลย เดี๋ยวคนนั้นก็มอบรางวัลให้นายก คนนี้ก็มอบรางวัลให้นายก เห็นไม๊ สร้างสะพานยังจะตั้งชื่อให้นายก เป็นสะพานของนายก สรรเสริญ เขาเรียกว่าสรรเสริญ

ใครได้ยินสรรเสริญก็ชอบ ใครชมเรานี่มีความสุขขึ้นมาทันที จะสวยไม่สวยไม่สำคัญ ใครลองบอกว่าคุณสวยนี่ ยิ้มแป้นขึ้นมาก่อนแล้ว ถ้าใครด่านี้หน้าบึ้ง บอกหน้าเหมือนควาย แค่นี้ก็หน้าบึ้งขึ้นมา ชอบสรรเสริญ ใครยกย่องว่าสวยว่างาม ว่าหล่อน่ารักน่าดูน่าชมนี้ ก็เกิดความสุขขึ้นมา แต่สิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่มีลูกระเบิดอยู่ในตัวของมันเอง ที่มันจะระเบิดตูมขึ้นมาได้ทุกเวลา ระเบิดแบบไหน ก็ระเบิดแบบหายไปหมดไปนั่นเอง

มีลาภได้ก็เสื่อมลาภ มียศก็เสื่อมยศ มีสรรเสริญก็มีนินทา มีสุขก็กลายเป็นทุกข์ไปได้ แต่ถ้าไม่มีธรรมะ ไม่มีปัญญาคอยสอนใจก็จะลืมกัน รู้ว่าทุกอย่างมีวันเสื่อมมีวันหมด แต่พอไม่คิดถึงมัน ไปคิดว่ามันไม่เสื่อมมันไม่หมด มันก็เลยลืมไปว่าความจริงเป็นอะไรเสียแล้ว กลับไปคิดตรงกันข้ามกับความเป็นจริง คิดว่าได้อะไรมาแล้วจะต้องอยู่กับเราไปนานๆ เป็นของเราไปนานๆ ไม่จากเราไป พอเกิดเหตุการณ์ระเบิดตูมขึ้นมา มันเสื่อมมันจากเราไป ทีนี้ทุกข์ก็กรูกันเข้ามาแล้วสิ ความทุกข์ใจ ความวุ่นวายใจ ความเสียอกเสียใจ เศร้าโศกเสียใจอะไรต่างๆ ไหลเข้ามาแบบน้ำฝนนี่ ฝนตก 

ตอนนี้ฝนไม่ตกก็คิดว่าฝนจะไม่มีวันตก นี่ปีนี้ฝนทิ้งช่วงตั้งหลายเดือนแล้ว คนอาจจะลืมไปว่าเรามีฤดูฝนก็ได้ เดี๋ยววันดีคืนดีฝนก็ตกลงมา คนที่ได้ลาภยศสรรเสริญสุขอยู่เรื่อยๆ ก็คิดว่าจะมีแต่ได้อย่างเดียว ตอนนี้เศรษฐกิจของบางประเทศกำลังขึ้น หุ้นขึ้นเอาขึ้นเอา คนก็ซื้อหุ้นกัน คิดว่ามันจะขึ้นไปเรื่อยๆ เดี๋ยวรอดูเวลามันร่วงดู ดูเวลาหุ้นมันตกดู เดี๋ยวจะมีคนฆ่าตัวตายกันเยอะแยะ นี่แหละเพราะลืมกัน ลืมว่ามีขึ้นก็จะต้องมีลง ไม่ช้าก็เร็วก็จะต้องมีขึ้นมีลง มีเจริญก็ต้องมีเสื่อม มีมาก็ต้องมีไป และมาตัวปล่าๆ ก็ต้องไปตัวเปล่าๆ นี่ไม่คิดตรงนี้ 

นี่พวกมหาเศรษฐีอันดับ ๑ ของโลกนี้ ไม่เคยคิดว่าตัวเองมามาตัวเปล่าๆ เดี๋ยวเวลาไปก็ไปตัวเปล่าๆ ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองหามาได้ กลายเป็นของคนอื่นไปหมด เอาไปไม่ได้แม้แต่บาทเดียว นี่คือความหลงความลืม ความจริงทุกคนก็รู้ว่าเกิดมาแล้วต้องตายกัน แต่ลืมกัน ลืมกันเพราะไม่คิดกันนั่นเอง มัวแต่ไปคิดเรื่องอื่น คิดเรื่องหานู่นหานี่ แล้วพอได้ก็คิดว่าจะหาไปได้เรื่อยๆ แล้วพอมีก็คิดว่ามันจะมีอยู่ไปกับเราเรื่อยๆ มันก็เลยลืมคิดว่า เดี๋ยวมันจะต้องมีวันที่มันจะไม่มี วันที่เราจะต้องจากโลกนี้ไป นี่คือการไม่มีความรู้ทางธรรม

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กว่าจะมาเป็น ‘โคก หนอง นา โมเดล’ เกษตรพอเพียงในปี 2564 #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608651

กว่าจะมาเป็น 'โคก หนอง นา โมเดล' เกษตรพอเพียงในปี 2564

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 18.22 น.

ใครจะรู้ว่า “โคก หนอง นา โมเดล” ที่ถูกพูดถึงกันอยู่ทุกวันนี้มาจากเส้นทางโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินอ่างเก็บน้ำดอกกราย อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ตั้งแต่ 41 ปีที่แล้ว

“โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง” เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลฯ ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรบริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ที่มีพื้นที่ถึง 1,300 ไร่ ตั้งแต่ พ.ศ.2523 และ ทรงพระราชทานพระราชดำริว่า อ่างเก็บน้ำดอกรายสามารถส่งน้ำมายังพื้นที่เกษตรกรรมบริเวณโดยรอบได้ และ ทรงแนะนำให้จัดพื้นที่ใกล้เคียงอ่างเก็บน้ำดอกกราย เป็นศูนย์กลางอาชีพการเกษตรและศิลปาชีพพิเศษแก่ราษฎร ส่งผลให้คณะทำงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ ดำเนินงานพัฒนาพื้นที่โดยเน้นการจัดระบบส่งน้ำมายังพื้นที่เกษตรกรรมรอบอ่างเก็บน้ำดอกกราย โดยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชฯ ทรงพระราชทานเงินทุนหมุนเวียน 3  ล้านบาท และ มีผู้ขอพระราชทานน้อมเกล้าฯ ถวายคอกม้า และ คอกแกะ ในศูนย์กลางการพัฒนาแห่งนี้ด้วย 

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2523 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชฯ ทรงพระราชทานแนวทางการพัฒนาโครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริไว้ 4 ประการ คือ 

1. ให้พัฒนาด้านการเกษตร โดยเฉพาะด้านปศุสัตว์และการประมงเพื่อการบริโภคสำรองอาหารไว้ในยามวิกฤติ มูลสัตว์ทำเป็นเชื้อเพลิงและปุ๋ยปรับปรุงดิน

2. ให้มีศูนย์ปฏิบัติการด้านการประกอบอาชีพ โดยมีแปลงสาธิตของราษฎรตัวอย่าง และ ปลูกพืช รวมทั้งเลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไป 

3. ให้จัดเป็นศูนย์กลางส่งเสริมการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยให้ราษฎรยืมพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ดีไปผสม หรือ เลี้ยงแล้วส่งลูกคืน หรือ ขายให้ราษฎรนำไปเลี้ยง 

4. ให้มีศูนย์พัฒนาการเกษตร จะได้ศึกษาและเยี่ยมชมเพื่อนำเอาแบบอย่างการดำเนินงานและการจัดการไร่นา ทั้งที่เป็นของศูนย์พัฒนาและครอบครัวเกษตรตัวอย่าง ให้พิจารณาในการตัดสินใจในการปรับปรุงไร่นาของตนเอง 

ในปี 2523 นั้น กองทัพภาคที่ 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ได้นำแนวทางพระราชดำรินี้ไปดำเนินโครงการ ด้วยการจัดตั้งคณะทำงานบริหารศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริจังหวัดระยอง-ชลบุรี โดยมีพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ (ขณะนั้นดำรงพระยศหม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริจักรพันธ์) องคมนตรีเป็นองค์ที่ปรึกษา พลเอกปิ่น ธรรมศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานคณะทำงาน มีหน้าที่กำหนดนโยบายและเป้าหมายควบคุมการวางแผนปฏิบัติงาน ติดต่อประสานงาน กำกับดูแลการปฏิบัติงานให้สนับสนุนซึ่งกันและกัน รวมทั้งติดตามการวางแผนปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมายตามพระราชดำริ และ ให้ประธานคณะทำงานมีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการ เพื่อรับผิดชอบและดำเนินการเป็นเรื่องๆไป และ ใช้ชื่อว่า “ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริจังหวัดระยอง-ชลบุรี” นับแต่นั้นมา นอกจากนี้ ในเวลานั้น ยังมีหน่วยงาน ร.21 รอ.ค่ายนวมินทราชินี จ.ชลบุรี เป็นผู้ประสานงานหลัก

ปัจจุบันโครงการนี้ ผลักดันเกษตรกรให้เดินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการทำเกษตรพอเพียง โดยมีวิสัยทัศน์เป็น “ศูนย์กลางบริการการฝึกอาชีพแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และ แหล่งท่องเที่ยวด้านการเกษตรในพระราชดำริ จ.ระยอง ขยายผลสู่ความยั่งยืน” ประกอบด้วยเกษตรกรในพื้นที่อำเภอปลวกแดง จ.ระยอง 5 ตำบล  27 หมู่บ้าน พื้นที่ทำการเกษตร 121,029 ไร่ , เกษตรกรในพื้นที่อำเภอนิคมพัฒนา จ.ระยอง จำนวน 4 ตำบล 31 หมู่บ้าน พื้นที่ทำการเกษตร 114,435 ไร่ และ เกษตรกรในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย จ.ระยอง จำนวน 2  ตำบล 23 หมู่บ้าน พื้นที่ทำการเกษตร 102,798 ไร่ 

กระแสการทำ “เกษตรพอเพียง” ใน จ.ระยอง นั้นก่อตัว สั่งสมมาตลอดนับตั้งแต่ปี 2523 ผ่านการจุดประกายของโครงการพระราชดำริ ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมและประสบความสำเร็จ คือ “ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง” ของผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ ที่ตั้งเป็น “ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในตำบลสองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 บนเนื้อที่ 50 ไร่ จนได้รับการยกย่องให้เป็น “ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน” สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ในปี 2558 และ ยังได้รับรางวัลและประกาศนียบัตรเกียรติคุณด้านการเกษตรอย่างมาก และ ต่อมาผู้ใหญ่สมศักดิ์ได้สวมหมวกสำคัญอีกหนึ่งใบ คือ การเป็น “กรรมการมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ” 

แม้ว่าวันนี้ผู้ใหญ่สมศักดิ์จะละจากโลกนี้ไปแล้ว ด้วยวัย  69 ปี ด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากระยะสุดท้าย เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2562 แต่ผลงานของผู้ใหญ่สมศักดิ์ ซึ่งได้เดินตามหลักปรัชญาเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง สร้างผลงานด้านเกษตรกรรมที่เป็นเสมือน “เพชรน้ำหนึ่ง” ฝากไว้ให้กับแผ่นดิน โดยผู้ใหญ่สมศักดิ์ยึดหลัก  “หัวใจ” ของแศรษฐกิจพอเพียง ไว้เพียง 2 ข้อ คือ 1.ขั้นพื้นฐาน และ 2.ขั้นก้าวหน้า และ เน้นให้เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง 

ที่สำคัญ วันนี้ ในปี 2564 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งก่อตัวมาตั้งแต่เมื่อ 41 ปีที่แล้ว ใน จ.ระยอง ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นโมเดลที่เข้ากับประชาชนยุคโซเชียลมีเดีย ภายใต้ชื่อ “โคก หนอง นา โมเดล” โดยเว็บไซต์ของ “สำนักงานพัฒนาชุมชน อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง” ระบุที่มาของโครงการนี้ว่า เป็นโมเดลต้นแบบที่สถาบันเศรษฐกิจพอเพียงและมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ได้น้อมนำพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้บริหารจัดการน้ำและพื้นที่ทำการเกษตร โดยมุ่งหวังสร้างจุดเปลี่ยนให้กับชุมชน ซึ่งแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน 30 : 30 : 30 : 10 กล่าวคือ 30%  แรกสำหรับแหล่งน้ำ ทั้งการขุดบ่อทำหนองและการขุดคลองไส้ไก่ ที่ช่วยระบายน้ำรอบพื้นที่อีก 30 % สำหรับปลูกข้าว และ อีก 30% สำหรับไว้ทำโคกหรือป่า โดยปลูกผักไว้เป็นอาหาร ปลูกไม้ใช้สอย ปลูกยาสมุนไพร ส่วน 10%  ที่เหลือ สำหรับเป็นที่อยู่อาศัย และ เลี้ยงสัตว์ 

ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรง “สืบสาน รักษา ต่อยอด” โครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” ให้นำมาใช้ได้จริงกับพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อให้ประชาชนได้นำ “โคก หนอง นา โมเดล” ไปใช้แก้ปัญหาปากท้อง ในปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่เกิดวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านแห่บริจาคองค์พ่อจตุคามรามเทพ นำบรรจุลงกรุใต้โบสถ์สร้างใหม่วัดดังเมืองคอน #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608634

ชาวบ้านแห่บริจาคองค์พ่อจตุคามรามเทพ นำบรรจุลงกรุใต้โบสถ์สร้างใหม่วัดดังเมืองคอน

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.36 น.

วันที่ 13 ต.ค.64 พระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พร้อมศิษยานุศิษย์ และเจ้าหน้าที่วัด เดินทางมารับองค์พ่อจตุคามรามเทพ ที่บ้านเลขที่ 22 ซอยศรีราชา ต.ในเมือง อ.เมือง ของนายพิชญา วรรณทอง อายุ 50 ปี ที่ถวายบริจาคองค์พ่อจตุคามรามเทพรุ่นต่าง ๆ จำนวน 1 แสนองค์เพื่อให้วัดนำมาทำประติมากรรมจตุคามรามเทพเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์จตุคามรามเทพและบรรจุองค์พ่อองค์พ่อจตุคามรามเทพลงกรุใต้โบสถ์สร้างใหม่ของวัดเขาพระทองเพื่อความสิริมงคล

โดยก่อนเริ่มขนย้ายองค์พ่อจตุคามรามเทพขึ้นรถกระบะจำนวน 2 คัน ที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ ทาง พระมหาอารยนันต์ ทำพิธีสวดเพื่อความสิริมงคล ก่อนให้เจ้าหน้าที่วัด และศิษยานุศิษย์ ช่วยกันยกขนย้ายองค์พ่อจตุคาม รามเทพ ที่บรรจุในกล่องกระดาษ และกล่องโฟม ใส่ท้ายรถกระบะ 2 คันจนเต็มคัน ก่อนนำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดเขาพระทอง เพื่อนำมาทำประติมากรรมองค์พ่อจตุคามรามเทพ เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์จตุคามรามเทพ และบรรจุองค์พ่อจตุคามรามเทพ รวมทั้งบรรจุลงกรุใต้โบสถ์สร้างใหม่ของวัดเขาพระทอง ตามความเชื่อ

ทั้งนี้วัดเขาพระทองกำลังดำเนินการก่อสร้างโบสถ์หลังใหม่ เพื่อใช้ประกอบกิจของสงฆ์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างส่วนของรากฐานโบสถ์ สำหรับการบรรจุวัตถุมงคลองค์จตุคามรามเทพ และหลวงปู่ทวด รวมทั้งวัตถุมงคลอื่นของวัด รวมแล้วไม่น้อยกว่า 10 ล้านองค์ เปรียบเหมือน “คลังสมบัติของวัด” และเป็นที่กราบไว้บูชาของญาติโยมที่เลื่อมใส่ศรัทธาวัตถุมงคลของวัดเขาพระทอง รวมทั้งองค์พ่อจตุคามรามเทพ วัตถุมงคลชื่อดังของจังหวัดนครศรีธรรมราช

สำหรับชาวพุทธที่ต้องการร่วมบริจาคองค์พ่อจตุคามรามเทพ สามารถติดต่อที่พระมหาอารยนันต์ หมายเลขโทรศัพท์ 094-795-2998อ หรือผู้ที่ต้องการร่วมบุญสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง สามารบริจาคปัจจัยเข้าบัญชี “กองทุนเสบียงบุญสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง” ”เลขบัญชี 822 – 0 – 63803 – 6

สำหรับองค์พ่อจตุคามรามเทพ เป็นวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากช่วงปี พ.ศ.2550 เป็นที่ต้องการของนักสะสมพระเครื่อง ของขลัง ที่สำคัญองค์พ่อจตุคามรามเทพ รุ่นต่างๆ ที่จัดสร้างในจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นที่ต้องการอย่างมากโดยเฉพาะองค์พ่อจตุรามรามเทพ รุ่นแรก พ.ศ.2530 ที่มีการเช่าบูชากันสูงถึงเลข 7 หลัก   

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังชาวบ้านทราบข่าวว่า ทางพระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง เดินทางมารับองค์พ่อจตุคามรามเทพ เพื่อนำไปทำประติมากรรมจตุคามรามเทพเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์จตุคามรามเทพ และบรรจุองค์พ่อองค์พ่อจตุคามรามเทพ ลงกรุใต้โบสถ์สร้างใหม่ของวัดเขาพระทอง จึงแห่มาดูพร้อมไม่พลาดที่จะจดเลขทะเบียนรถและเลขที่บ้านเพื่อนำไปเสี่ยงโชคแทงหวยงวดวันที่ 16 ต.ค.นี้  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ม.กรุงเทพธนบุรี น้อมรำลึก ‘ในหลวง ร.9’ ร่วมทำจิตอาสาถวายเป็นพระราชกุศลฯ #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608625

ม.กรุงเทพธนบุรี น้อมรำลึก 'ในหลวง ร.9' ร่วมทำจิตอาสาถวายเป็นพระราชกุศลฯ

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.12 น.

ม.กรุงเทพธนบุรี จัดพิธีน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต “ในหลวงรัชการที่ 9” พร้อมจัดกิจกรรม BTU จิตอาสาร่วมใจ Clean&Clear บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลฯ

13 ต.ค.64 รศ.ดร.บังอร  เบ็ญจาธิกุล  อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  เป็นประธานพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  โดย อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร  คณาจารย์ร่วมวางพวงมาลา  และยืนสงบนิ่ง 89 วินาที  เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร Sport Complex ชั้น 4  มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี 

ทั้งนี้ ผู้บริหาร  คณาจารย์  เจ้าหน้าที่  และนักศึกษามหาวิยาลัยกรุงเทพธนบุรี  พร้อมด้วยประชาชนได้ร่วมกันจัดกิจกรรม BTU จิตอาสาร่วมใจ Clean&Clear ในเขตพื้นที่ชุมชนวัดปุรณาวาส  เขตทวีวัฒนา  เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลฯ ในโอกาสดังกล่าวด้วย  เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2564. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศิษย์เจ้าคุณบัวศรีฮึ่ม พศ.ตอบปมปลดเจ้าคณะฯไม่ชัดลั่นเดินหน้าขอความเป็นธรรม #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

https://www.naewna.com/likesara/608605

ศิษย์เจ้าคุณบัวศรีฮึ่ม พศ.ตอบปมปลดเจ้าคณะฯไม่ชัดลั่นเดินหน้าขอความเป็นธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.55 น.

ศิษยานุศิษย์ “เจ้าคุณบัวศรี” ยังไม่หยุดเคลื่อนไหว ชี้ พศ.แถลงตอบสาเหตุปลดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) ไม่ชัดเจน ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัย ยืนยันไม่จบพร้อมเดินหน้าขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าคุณบัวศรี ขณะที่ “มหานิยม” ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย สวนกลับนายกฯปัดความรับผิดชอบไล่ให้ไปตามหาไอ้โม่งแอบสอดไส้มติ มส.พร้อมจองกฐินนายกฯเปิดสภาเมื่อไรเจอกัน

ความคืบหน้ากรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป ซึ่ง 1 ในนั้นมีพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) รวมอยู่ด้วยทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) และญาติธรรมได้ออกมาเคลื่อนไหวพร้อมกับมีมติคัดค้าน เพราะมองว่าไม่เป็นธรรม 

ล่าสุดวันที่ 13 ต.ค.64 บรรยากาศที่วัดประชานิยม เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ มีพุทธศาสนิกชนชาว จ.กาฬสินธุ์ และจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาทำบุญและร่วมปฏิบัติธรรมกันตามปกติ โดยวันนี้ช่วงเช้ามีรายงานว่า “เจ้าคุณบัวศรี” ได้ลงหอฉันปฏิบัติกิจตามปกติ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ดังคำปรารภที่ปรากฏในไลน์ของคณะสงฆ์สายวัดป่ากาฬสินธุ์และศิษยานุศิษย์ เมื่อวันที่ 11 ต.ค.64 ที่ผ่านมา ระบุว่าเจ้าคุณบัวศรี ได้ปรารภและส่งไลน์เพื่อขอบใจคณะสงฆ์ โดยมีเนื้อหาใจความว่า “ขอขอบใจ ขอบคุณในน้ำใสใจจริงของคณะสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ทุกท่านที่มอบให้ และแสดงออกให้ประจักษ์ ผมอยากจะออกจากตำแหน่งนี้นานแล้วแต่ไม่สมหวัง มาบัดนี้ได้พ้นแล้ว ถึงแม้จะไม่สวยแต่ก็ได้ออกตามคำสั่งขององค์กรปกครองสูงสุด จะไม่ขออุทธรณ์ใดๆทั้งสิ้น ยินดีรับ ผมจะถูกหรือผิดนั้น ขอให้ทุกท่านได้พิจารณา ผมทำงานมานานแล้วเป็นเวลา 35 ปี ก็สมควรที่จะออก ไม่ออกปีนี้ปีต่อไปก็จะได้ออกอยู่ดี “เพราะฉะนั้นเรื่องของผมให้เป็นอันยุติเสีย”

อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าคุณบัวศรีจะมีคำปรารภออกมา แต่บรรดาศิษยานุศิษย์และประชาชนยังคงไม่หยุดเคลื่อนไหว เนื่องจากคำชี้แจงของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เมื่อวันที่ 11 ต.ค.64 กรณีถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) นั้นเป็นคำตอบที่ไม่ชัดเจนสร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับประชาชนอย่างมากว่าสาเหตุของการถอดถอนเกิดจากอะไร โดยประชาชนยังคงรอคำตอบที่ชัดเจนจาก พศ.และยังคงร่วมลงชื่อในระบบออนไลน์ต่อเนื่องเพื่อคัดค้านมติของ มส.

ล่าสุดมีรายงานว่ายอดผู้ลงชื่อมากกว่า 2 แสนคนแล้วและพร้อมที่จะเดินหน้าขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าคุณบัวศรีถึงที่สุด ทั้งการทำหนังสือถึงคณะกรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร, คณะกรรมาธิการกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร และการยื่นถวายฎีกา

ขณะที่ ดร.นิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้โทรศัพท์มาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากการที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ว่า มส.เป็นผู้ออกมติปลดเจ้าคณะจังหวัดทั้ง 3 รูปนั้นไม่จริงเพราะ มส.บอกว่า ไม่รู้เรื่อง เป็นเรื่องที่สำนักพุทธฯพิมพ์ไปให้เลขาพระสังฆราชอ่าน ซึ่งสมเด็จชินก็ยืนยันเอง แม้แต่สมเด็จพระพุฒาจารย์ ก็พูดตรงกัน นายกฯ ไม่ได้สนใจปัญหาพระศาสนา มัวแต่ไปเดินสายหาเสียงเตรียมเลือกตั้ง จึงไม่รู้เรื่อง ทั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน แทนที่นายกฯ จะไปตามหาไอ้โม่งที่แอบเอาเอกสารให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ใส่วาระการประชุมกลับปัดความรับผิดชอบโยนปัญหาไปให้ มส.

ดร.นิยมกล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนเคยผ่านการบวชเรียนมา เห็นนายกฯ ของประเทศไทยพูดเช่นนี้ ยิ่งเศร้าใจ ห่วงใยพระเณรรุ่นหลังจะอยู่กันอย่างไร ขนาดคนเป็นนายกฯ ยังไม่เข้าใจกฎหมายพระสงฆ์พยายามบิดเบือนกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2563) ข้อ 5/1 (2) ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้างบรรทัดฐานขึ้นมาใหม่ให้ข้าราชการยืมมือ มส.ปลดพระสังฆาธิการได้ โดยไม่ต้องมีการสอบสวน หากเป็นเช่นนั้นก็จะเป็นการตีความกฎหมายให้พระเณรอยู่ลำบาก จนถึงพระเณรร้างไปจากประเทศ

ดร.นิยมกล่าวอีกว่า ตนยืนยันว่า การจะปลดพระจากตำแหน่งหน้าที่นั้นมันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นเรื่องไปทำให้พระผู้ใหญ่ที่บวชมานานจนแก่เฒ่า มีมลทิน ต้องสอบสวนให้ได้ความจริงชัดเสียก่อน นายกฯ ต้องรู้ว่าการปลดพระสังฆาธิการออกจากตำแหน่งจะต้องมีการร้องเรียนความผิด ซึ่งระบุไว้เป็นข้อๆ อยู่แล้วในกฎมหาเถรสมาคม ถ้ามีการร้องเรียนว่า เจ้าคณะจังหวัดทั้ง 3 รูปท่านหย่อนยานเรื่องใด หรือมีพฤติการณ์ช่วยเหลือพระในปกครองให้พ้นผิดอย่างไรจะปลดเอาเฉยๆ โดยไม่สอบสวนไม่ได้ มันมีขั้นมีตอนตามกฎหมายระบุเอาไว้

“นายกฯ คงไปฟังข้อมูลผิดๆ จากการรายงานของสำนักพุทธฯว่ากฎมหาเถรสมาคมที่แก้ไขใหม่ สามารถปลดพระได้โดยไม่ต้องสอบสวน ผมขออธิบายข้อมูลที่ถูกต้องให้นายกฯ ได้เข้าใจว่า เป็นเพียงการเพิ่มขั้นตอนสุดท้ายเข้ามาเท่านั้น แต่ไม่ได้ยกเลิกขั้นตอนการสอบสวน ถ้าจะไม่ให้มีการสอบสวนก่อน นายกฯ ก็ต้องสั่งให้เลิกกฎมหาเถรสมาคมฉบับ 24 เสีย เมื่อกฎหมายยังไม่ยกเลิกก็ยังต้องมีการสอบสวนตามขั้นตอน แต่เมื่อผู้ปกครองสงฆ์ไม่สอบสวน ถือเอาตามอำนาจที่ไม่ชอบที่ข้าราชการเขียนมาให้ และมีมติสั่งปลดเฉยๆ ผู้ปลดก็ถือว่าเป็นการละเมิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรง เมื่อเจ้าคณะภาค เจ้าคณะหน และกรรมการมหาเถรสมาคมละเมิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรงเสียเอง แล้วพระเณรจะไปพึ่งใคร จะไปขอความเป็นธรรมจากใคร แถมถือเป็นความปิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา ม.157” ดร.นิยม กล่าว

ดร.นิยม กล่าวอีกว่า ตอนนี้มีข่าวออกมาว่า ที่ชาวบ้านลูกศิษย์ลูกหาออกมาเคลื่อนไหว เพราะพระยึดติดตำแหน่ง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่การยึดติดตำแหน่ง แต่ตำแหน่งทำให้พระท่านมีมลทิน เป็นเรื่องความไม่เป็นธรรมกับพระ เพราะมีกระบวนการนำมลทินไปแปดเปื้อนพระ ดังนั้น เราชาวพุทธต้องมาช่วยกันล้างให้สะอาด ตนมั่นใจว่า ในกรณีปลดโดยไม่มีการสอบนี้ หากลูกศิษย์ลูกหาของพระที่ถูกปลดลุกขึ้นสู้ตามกฎหมาย อย่างไรก็ชนะ เพราะไม่ได้มีการสอบขึ้นมาก่อน

“ผมจึงถามย้ำแล้วย้ำอีกว่า เจ้าคณะภาค เจ้าคณะหน อย่าให้ข้าราชหลอกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายพระกันเอง ท่านได้สอบมาตามขั้นตอนของกฎมหาเถรสมาคมหรือไม่ มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบไหม มีใครบ้างเป็นคณะกรรมการ ผลการสอบเป็นอย่างไร ถ้ามีการสอบมาก่อน ก็ตอบว่าสอบสวน ถ้าไม่สอบสวนก็ตอบว่าไม่สอบสวน แต่ทุกฝ่ายก็อ้ำอึ้ง จนชาวบ้านเขาสงสัยในพฤติกรรมของมหาเถรสมาคมและสำนักพุทธฯ ตอนนี้ลามมาถึงนายกฯแล้ว เอาให้ชัด เมื่อไม่สอบสวน ก็ผิดขั้นตอนของกฎหมาย เรื่องนี้ผมได้ตั้งกระทู้ถามนายกฯไปแล้ว เปิดสภาเมื่อไหร่ เจอกัน” ดร.นิยม กล่าว  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เนรมิตป่าคอนกรีตลานจอดรถเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับกว่า 100 ชนิด #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608571

เนรมิตป่าคอนกรีตลานจอดรถเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับกว่า 100 ชนิด

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.29 น.

เนรมิตป่าคอนกรีตลานจอดรถเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับที่มีพันธุ์ไม้กว่า 100 ชนิดเพื่อให้ลานจอดรถมีความร่มรื่น สวยงามจากดอกไม้นานาพันธุ์ รวมทั้งดัดแปลงคูระบายน้ำโดยรอบเป็นบ่อเลี้ยงปลาได้อย่างลงตัว มีการใช้ไม้ดอกไม้ประดับคลุมคูน้ำบ่อปลาได้อย่างกลมกลืนภายในสวนดอกไม้

ภาพที่เห็นอยู่นี้เป็นลานจอดรถ ของห้างลีวิวัฒน์สาขา 7 ที่มีการวาดภาพ Street Artตึก 7 ชั้น 35 เมตร โดยคุณสมศักดิ์ อรุโณประโยชน์  ประธานกลุ่ม หจก.ลีวิวัฒน์ มีแนวคิด ในการพัฒนาลานจอดรถซึ่งมีป่าคอนกรีตโดยรอบให้มาเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับ ตั้งแต่ปากทางเข้าลานจอดรถถนนไทรบุรี จะมีซุ้มไม้ดอกไม้ประดับ สองข้างทาง รวมทั้งกลุ่มตรงกลางที่เป็นทางแยก เข้า-ออกของรถก็จะทำเป็นศาลาทรงไทยประดับประดาด้วยไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์นานาชนิดและมีเก้าอี้ม้าหินสำหรับนั่งพักผ่อนในศาลาด้วย เนื่องจากตนเองมีความชอบในเรื่องไม้ดอกไม้ประดับอยู่แล้วจึงต้องการที่จะนำไม้ดอกไม้ประดับ มาทำเป็นสวนดอกไม้ บริเวณลานจอดรถให้เป็นสีเขียว

อีกทั้งงาน Street Art ตึก 7 ชั้น สูง 35 เมตรก็จะแล้วเสร็จในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ซึ่งจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่จะมาชื่นชมกับภาพ Street Art และนำรถมาจอดที่ลานจอดรถ ก็ยังจะได้ชื่นชมกับความสวยงามของสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด หลากหลายสายพันธุ์ ที่สร้างความร่มรื่นสวยงามเขียวชะอุ่มบริเวณลานจอดรถ เพื่อให้ลูกค้าที่มาจับจ่ายใช้สอยภายในห้างสามารถเข้ามาชื่นชมกับสวนไม้ดอกไม้ประดับบริเวณลานจอดรถตรงนี้ได้ โดยทางห้างเปิดสวนไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ตลอดเวลา

ในขณะเดียวกันคุณสมศักดิ์ฯ ก็ได้มีไอเดียในการพัฒนาดัดแปลงคูระบายน้ำโดยรอบบริเวณลานจอดรถให้กลายมาเป็นบ่อเลี้ยงปลา ที่มีทั้งปลาดุกปลานิล และปลาทับทิม โดยใช้ระบบน้ำหมุนเวียนตลอดเวลาตามหลักวิชาการ รวมทั้งให้อาหารเม็ดแทนอาหารสด มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำทุก 7 วันและมีพนักงานของห้างคอยดูแลทำความสะอาดภายในสวนไม้ดอกไม้ประดับแห่งนี้

สำหรับคูน้ำบ่อเลี้ยงปลาก็มีฝาปิด เป็นช่วงๆและใช้ไม้ดอกไม้ประดับ มาประดับบริเวณฝาปิดให้กลมกลืน ภายในสวนดอกไม้อย่างลงตัว จะเห็นได้ว่า ภายในสวนแห่งนี้จะมีไม้ดอกไม้ประดับกว่า 100 ชนิด ที่นำมาประดับอย่างลงตัว และมีทางเดินให้กับประชาชนที่สนใจเข้ามาเที่ยวชมได้ตลอดเวลาเข้าชมฟรีและจะเข้าไปถ่ายเซลฟี่กับไม้ดอกไม้ประดับก็ได้

นายวิบูลย์ อรุโณประโยชน์ บุตรชายของคุณสมศักดิ์ฯ กล่าวว่า แรกเริ่มเดิมทีวัตถุประสงค์และการสร้างสวนดอกไม้มาจาก คุณพ่อผมท่านชอบต้นไม้ ก็เลยอยากจะให้สร้างบรรยากาศบริเวณลานจอดรถที่เป็นป่าคอนกรีตเฉยๆ ต้องการจะสร้างความร่มรื่น บรรยากาศสำหรับคนที่มาจอดรถแล้วได้เห็น แทนที่จะได้เห็นคอนกรีตเห็นตึกโดยรอบก็จะได้เห็นความร่มรื่นขึ้นมา แล้วก็ตัวท่านเองก็อยากจะให้ต้นไม้ทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกที่ดีๆร่มรื่นเมื่อจอดรถจะได้เห็นต้นไม้ ระหว่างรอการจับจ่ายใช้สอย ก็จะมีการนั่งนกชมไม้ไปก่อน อันนี้เป็นความคิดของคุณพ่อ

ในส่วนที่จะมีประชาชนเข้าชม ตรงนี้เราไม่ได้กั้น ทุกท่านสามารถเข้ามาชมและดูได้ตามอัธยาศัยไม่มีปัญหา  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วัดไก่เตี้ยปทุมธานีอ่วม! น้ำท่วมวัดพระต้องย้ายควายไปนอนหน้าโบสถ์ #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608556

วัดไก่เตี้ยปทุมธานีอ่วม! น้ำท่วมวัดพระต้องย้ายควายไปนอนหน้าโบสถ์

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 12.58 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่วัดไก่เตี้ย ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยภายในบริเวณวัดมีน้ำท่วมสูงโดยรอบ 50 ซม.ถึง 1 เมตรนานกว่า 2 สัปดาห์เนื่องจากวัดตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้น้ำในแม่น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมวัด พระสงฆ์ต้องใช้เรือและสะพานที่ญาติโยมช่วยสร้างเพื่อเดินทางเข้าออกภายในวัดและปฏิบัติศาสนกิจ ส่วนสัตว์ภายในวัดได้แก่สุนัข ควาย วัว และหมูที่ญาติโยมได้ไถ่ชีวิตแล้วนำมาถวายที่วัด ซึ่งทางวัดได้รับดูไว้ คอกและที่อยู่ถูกน้ำถ่วมจึงต้องนำสัตว์เลี้ยงย้ายขึ้นที่สูง โดยได้นำควายไปเลี้ยงบริเวณพระอุโบสถที่ยังไม่ถูกน้ำท่วมด้านบน วัดได้นำไปไว้ยังเจดีย์ใกล้พระอุโบสถ ส่วนหมูได้นำไปไว้ยังศาลาการเปรียญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าส่วนสถานการณ์น้ำที่วัดนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาถือว่าหนักพอสมควร ส่วนพระและเณรยังคงทำกิจวัตรเป็นปกติ โดยใช้สะพานที่ญาติช่วยสร้างให้และมีบริษัท ฉัตรหลวง และ อบต.ช่วยสร้าง โดยที่วัดมีสัตว์เลี้ยงจำนวนมากเนื่องจากมีชาวบ้านไถ่ชีวิตมาถวายที่วัด โดยมีพระสงฆ์ช่วยกันดูแล โดยมีควายทั้งหมด 9 ตัว วัว 1 ตัว หมู 2 ตัว ซึ่งตอนนี้ได้ย้ายควายทั้งหมดไปอยู่ที่โบสถ์เพราะพื้นที่โรงเรือนที่เลี้ยงถูกน้ำท่วมและโบสถ์เป็นพื้นที่สูง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจ’หนุ่มชุดหมี’ชอบภูกระดึง ศรัทธาพระพุทธเมตตาช่วยให้หายจากมะเร็งระยะสุดท้าย #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608544

เปิดใจ'หนุ่มชุดหมี'ชอบภูกระดึง ศรัทธาพระพุทธเมตตาช่วยให้หายจากมะเร็งระยะสุดท้าย

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 12.10 น.

เปิดใจ “หนุ่มชุดหมี” บนยอดภูกระดึง เผยได้ขอพรอันประเสริฐองค์พระพุทธเมตตาให้หายจากมะเร็งระยะสุดท้าย ยันไม่ได้เป็นหน้าม้าให้กรมอุทยานแห่งชาติ แต่เป็นคนชอบภูกระดึงมาก เนื่องจากอากาศดี

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์ที่น่าทึ่งไปทั่วประเทศ หลังต้นฤดูกาลท่องเที่ยวภูกระดึง 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นมามีคนพบเจอหมีจากทางเดินขึ้นและพบไปโผล่ที่ผานกแอ่น บนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง โดยมีภาพน่ารักๆ ที่มีคนแต่งชุดหมีเต็มชุด เดินเท้าขึ้นไปยังภูกระดึง และเดินไปเที่ยวที่บนยอดภูกระดึงเกือบทุกจุดตามผาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผานกแอ่น ผาหมากดูก ผาเหยียบเมฆ ผาหล่มสัก จนทำให้นักท่องเที่ยวตะลึง ทึ่ง กับเหตุการณ์เหล่านั้น และมีการตั้งคำถามว่ามาภูกระดึงมาทำไม ได้อะไรกับการแต่งชุดหมี
 
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางขึ้นไปบนยอดเขาภูกระดึง พบกับนายเอิร์น (ไม่เปิดเผยนามสกุล) ซึ่งเป็นชายที่อยู่ในชุดหมี งานนี้นายเอิร์น ได้ถอดชุดหมีให้สัมภาษณ์ที่ผาหล่มสัก โดยกล่าวว่า ตนเป็นนักท่องเที่ยว  ตอนนี้ยังไม่กลับบ้าน ยังอยู่บนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ไม่ได้เป็นหน้าม้าของกรมอุทยานแห่งชาติ ตอนแรกกะจะมาเที่ยวแค่ 2 คืน 3 วัน แต่มีการต่อขออนุญาตอุทยานแห่งชาติภูกระดึงอยู่ต่อจนถึงวันนี้ 

นายเอิร์น บอกต่อว่า ตนเป็นคนจังหวัดสมุทรสาคร สาเหตุที่มาภูกระดึงก็คือรักภูกระดึงมากต้องการมารักษาตัว ป่วยเป็นมะเร็งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว มาครั้งแรกในปี 2019 หรือปี 2562 ป่วยเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้ายได้ข่าวว่าภูกระดึงอากาศดีมาก ตอนนั้นรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันและมียาสมุนไพรรักษาไปด้วยกัน แต่ปรากฏว่าไม่หายสักทีจนในที่สุดคุณหมอบอกว่าจะไม่รอดเดือนเมษายนในปีนั้นแล้ว

จากนั้นพี่หมีก็จัดกระเป๋าแพ็กของมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาษพันธ์ อยู่จนถึง 28 กุมภาษพันธ์ ในปี 2562 และก็เดินขึ้นลงด้วยชุดพี่หมีเพราะอยากสร้างสีสันและรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวเป็นครั้งสุดท้ายของขีวิต แต่ปรากฎว่าเมื่อมาถึงอากาศที่ภูกระดึงดีมากและไปเจอกับพระพุทธเมตตาก็เลยไปขอพรกับท่านว่าขอให้หายป่วยและจะกลับมาที่นี่ทุกๆ ปีและเมื่อเดินทางกลับไปอาการค่อยๆ ดีขึ้นดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังรักษาแผนปัจจุบันอยู่ก็ไม่ได้ทิ้งอะไรแต่ก็เป็นกำลังใจจนทำให้หายและอาการดีขึ้นเกือบจะปกติ และปีนี้นี้ก็มาขึ้นภูกระดึงอีกครั้ง 

“ชอบภูกระดึงที่เป็นภูเขารูปหัวใจและมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอน และพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก แม่ค้าที่นี่ใจดีทักทายพี่หมีทุกคน มีคนขอภ่ายรูปมาตลอด โดยขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 1 จองที่ app qq ก็ทำการฉีดวัคซีนมาแล้วและเดินทางตรงมาที่ภูกระดึงเลยและจะอยู่ถึง 14 ตุลาคม 2564 จากนั้นจะไปภูหินร่องกล้าต่อ เจ้าหน้าที่ แม่ค้าร้านอาหารบนภูกระดึง น่ารักทุกคน ขอเป็นกำลังใจทุกคน ไม่ให้ท้อ สู้ๆ”  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,301,249 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

CP All Laos strikes franchise deal for 7-Eleven stores #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
‘รุจ ศุภรุจ’ ปลื้มมีตติ้งออนไลน์ #แฟนแคมกับรุจ สุดอบอุ่น พร้อมเผยความในใจสุดซึ้ง #SootinClaimon.Com
Huawei 5G tie-up will not disrupt intelligence-sharing, U.S. officials say #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Free entrance to Nong Nooch for residents of 9 provinces, 10 Bangkok districts #SootinClaimon.Com
Attackers gear up for IOT assaults
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
'โม อมีนา-ติช่า'ประชันความแซ่บ สวมลูกไม้ซีทรูสุดเร้าร้อน
How app culture turned astrology into a modern obsession
'ปชป.'ขนรมต.ปราศรัยใหญ่ ก่อนเลือกตั้งซ่อมนครปฐม
แซ่บซี๊ดสนั่นไอจี! 'เจนี่'ปล่อยคลิปหวิวรับสงกรานต์ โชว์เรือนร่างเปลือยเปล่าสุดเซ็กซี่

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d