Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เกาะสมุยคึกคัก! พร้อมแล้วรับนักท่องเที่ยวขานรับนโยบายเปิดประเทศรัฐบาล #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608522

เกาะสมุยคึกคัก! พร้อมแล้วรับนักท่องเที่ยวขานรับนโยบายเปิดประเทศรัฐบาล

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.51 น.

วันที่ 13 ต.ค.64 หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป ประเทศไทยจะเริ่มเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสแล้วและเดินทางเข้าประเทศไทยโดยทางอากาศที่มาจากประเทศที่กำหนดและเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

จากการที่นายกรัฐมนตรีแถลงดังกล่าวในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวทำให้บรรยากาศการเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวของเกาะสมุยหลายหน่วยงานได้มีการเตรียมความพร้อม สำหรับเกาะสมุยเป็นสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวมีความสนใจที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งปัจจัยหนึ่งของการเปิดรับนักท่องเที่ยวคือความปลอดภัยด้านทรัพย์สิน และความปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 

สำหรับด้านความปลอดภัยเทศบาลนครเกาะสมุยได้มีการเตรียมความพร้อมระบบความปลอดภัยที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วเกาะสมุยกว่าหนึ่งพันจุด พร้อมห้องปฏิบัติการสมุย สมาร์ท ซิตี้ คอมมาน เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการเตรียมความพร้อมของสถานประกอบการต่างๆ และผู้ที่อาศัยบนเกาะสมุยโรงพยาบาลเกาะสมุยได้ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วถึงร้อยละ 80 ของประชากรที่อาศัยบนเกาะสมุยทั้งหมด โดยคาดว่าสินเดือนตุลาคมนี้จะสามารถฉีดวัคซีนได้ครอบทุกคน

ในการเตรียมความพร้อมครั้งนี้นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่า ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของเกาะสมุยตอนนี้ตั้งแต่ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ บนเกาะสมุยได้มีความพร้อมรับนักท่องเที่ยว เช่นถนนได้มีการปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบมากขึ้นมีแต่บางเส้นทางที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบไอทีที่ดูแลความปลอดภัยก็มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ในส่วนของการรับนักท่องเที่ยวสำหรับเกาะสมุยธรรมชาติมีความสมบูรณ์อย่างมากขณะนี้ ที่สำคัญชาวเกาะสมุยทุกคนพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน

ด้านแพทย์หญิงนิชาภา สวัสดิกานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะสมุย ได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวหากพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในการเปิดประเทศโดยกล่าวว่า โรงพยาบาลเกาะสมุยได้มีการประชุมร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเกาะสมุยในการเตรียมความพร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว โดยโรงพยาบาลเกาะสมุยได้ดำเนินการให้บริการฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่อาศัยบนเกาะสมุยแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าสินเดือนตุลาคมนี้จะสามารถฉีดวัคซีนได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ และได้มีการเตรียมแผนเผชิญเหตุหากมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งโรงพยาบาลสามารถรองรับได้ถึงห้าร้อยคน ขอให้นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมถึงชาวเกาะสมุยเชื่อมั่นว่ามาเกาะสมุยได้ที่สำคัญเกาะสมุยยังมีความสวยเสมอ  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศึกสองยักษ์ (ต้านโกง) #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608452

ศึกสองยักษ์ (ต้านโกง)

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้เกิดข้อโต้แย้งครั้งใหญ่ในวงการวิชาการด้านการต่อต้านคอร์รัปชันขึ้น เมื่อ 2 ยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง ศาสตราจารย์แมทธิว สตีเฟนสัน (Matthew Stepheson) แห่ง Harvard Law School ออกมาเขียนบทความฟาดความคิดของ ศาสตราจารย์ โบ รอสสตีน (Bo Rothstein) แห่งมหาวิทยาลัย Gothenburg อย่างโจ่งแจ้ง บทความนี้จะมาเล่าให้ฟังว่าเขาโต้แย้งอะไรกัน และเราจะเรียนรู้อะไรจากข้อโต้แย้งนี้ได้บ้าง

ยักษ์ใหญ่ฝ่ายยุโรป ศาสตราจารย์โบ รอสสตีน เป็นประธานหลักสูตรรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยโกเตนเบิร์ก (Gothenburg University) ประเทศสวีเดน เป็นอดีตประธานหลักสูตรนโยบายสาธารณะที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร และอาจารย์พิเศษในอีกหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก รอสสตีนได้รับการยอมรับจากวงการวิชาการอย่างมาก จนสภาวิทยาศาสตร์สวีเดนยกย่องให้เขาเป็น “นักวิชาการชั้นนำ” จากงานวิจัยด้านรัฐศาสตร์และคุณภาพของรัฐ โดยเฉพาะเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน

ในอีกฟากหนึ่ง ยักษ์ใหญ่ฝ่ายสหรัฐอเมริกา ศาสตราจารย์แมทธิว สตีเฟนสัน แห่งHarvard Law School ที่เรียนจบมาทั้งรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ทำให้มีมุมมองด้านประสิทธิภาพของกฎหมายที่กว้างมาก สตีเฟนสันเคยเป็นที่ปรึกษาธนาคารโลกและอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยชิคาโกอีกด้วย เขาถือเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของโลกด้านการต่อต้านคอร์รัปชันเลยทีเดียว และเป็นบรรณาธิการ Global Anticorruption Blog (GAB) ที่มี
นักวิชาการด้านต่อต้านคอร์รัปชันจากทั่วโลกติดตามและร่วมเขียนบทความเป็นประจำด้วย

เรื่องทั้งหมดเริ่มที่รอสสตีนได้เขียนบทความใน The Corruption, Justice & Legitimacy Program (CJL) Blog เรื่อง “3 สาเหตุที่ทำให้โครงการต่อต้านคอร์รัปชันล้มเหลว” (Three Reasons Anti-Corruption Programs Fail) โดยสรุปเนื้อหามาจากหนังสือเล่มใหม่ของเขาที่ชื่อ “Controlling Corruption: The Social Contract Approach” ซึ่งสาเหตุ 3 ข้อนี้ ได้แก่

-หนึ่ง แนวคิดและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันมักออกแบบบนพื้นฐานทฤษฎีที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง รอสสตีนอธิบายว่า ทุกวันนี้ทฤษฎีที่หลายประเทศใช้ในการออกแบบมาตรการเหล่านี้ คือ ทฤษฎีตัวการ-ตัวแทน (Principal Agent Theory) ซึ่งเป็นทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้อธิบายพฤติกรรมและความขัดแย้งในองค์กรเอกชน ที่มีเจ้าของบริษัท ในฐานะตัวการ (Principal) ว่าจ้างผู้จัดการในฐานะตัวแทน (Agent) มาทำงานให้ ตัวแทนนั้นมีข้อมูลมากกว่าตัวการในหลายๆ เรื่อง ทำให้สามารถเอาเปรียบหรือโกงตัวการได้ เช่น ผู้จัดการขโมยทรัพย์สินบริษัท หรือ ยักยอกเงินลูกค้าโดยเจ้าของไม่รู้ ซึ่งวิธีแก้ก็ตรงไปตรงมาคือ ตัวการจะต้องเพิ่มต้นทุน (อุปสรรค) ให้การโกง หรือ เพิ่มผลประโยชน์ (ให้รางวัล) แก่คนซื่อสัตย์ เช่น กำหนดระเบียบ ขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน โปร่งใส มีระบบตรวจสอบที่เข้มงวด มีรางวัลพนักงานดีเด่น และมีบทลงโทษที่รุนแรง เป็นต้น

เมื่อนำทฤษฎีตัวการ-ตัวแทนนี้ มาอธิบายสังคมสาธารณะ “ตัวการ” เปรียบได้กับผู้นำหรือนักการเมืองที่ได้รับการคัดเลือกและมอบอำนาจจากประชาชน ส่วน “ตัวแทน” เปรียบเสมือนเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำหน้าที่บริการประชาชน ซึ่งมีทั้งข้อมูลและโอกาสในการแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบจากประชาชน ดังนั้นผู้นำสามารถป้องกันการคอร์รัปชันได้ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กำหนดบทลงโทษที่รุนแรง หรือแม้กระทั่งลดขนาดรัฐเพื่อลดจำนวนตัวแทนลง

รอสสตีน อธิบายต่อว่า ทั้งหมดนี้มันฟังดูง่ายเกินไปหน่อย ถ้าวิธีต่อต้านคอร์รัปชันมันเป็นสูตรตายตัวแบบนี้ คอร์รัปชันคงหมดไปจากโลกแล้ว แต่ปัญหามันอยู่ที่ตัวการนี่แหละ เพราะสมการนี้จะสำเร็จได้หากตัวกลางเป็นคนซื่อสัตย์ ซึ่งในความเป็นจริงมักไม่เป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะในประเทศที่มีระดับการคอร์รัปชันสูง ทั้งรัฐบาลและนักการเมืองกลับโกงเสียเอง จึงแทบไม่มีแรงจูงใจใดๆ ไปเปลี่ยนแปลงระบบเพื่อเพิ่มความโปร่งใสหรือเพิ่มการตรวจสอบเลย ในทางกลับกัน
เราเห็นกันมากมายทั่วโลกที่นักการเมืองเหล่านี้ร่วมกันปิดบังข้อมูลไม่ให้ตรวจสอบ ช่วยเหลือพวกพ้องไม่ให้โดนจับ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่า ทำไมแนวคิดและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันบนพื้นฐานทฤษฎีตัวการ-ตัวแทน จึงมักจะล้มเหลวในโลกความเป็นจริง

-ข้อสอง รอสสตีนอธิบายว่า ที่ผ่านมาแนวคิดและความหมายของการคอร์รัปชันยังไม่ถูกตีความให้ชัดเจนเท่าที่ควร ทำให้เราไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ตรงข้ามกับการคอร์รัปชันมันคืออะไร เมื่อเราไม่รู้สิ่งนี้ เราก็เลยไม่รู้ว่าบรรทัดฐานอะไรที่ถูกละเมิดเวลาเกิดคอร์รัปชันขึ้น เราจึงมักไม่รู้ว่าบรรทัดฐานอะไรกันแน่ที่ควรปลูกฝังและเสริมสร้างให้มีในสังคม

ด้วยเหตุผลนี้ รอสสตีนจึงเสนอให้ตีความบรรทัดฐานของรัฐบาลที่มีคุณภาพว่า เจ้าหน้าที่รัฐจะต้องมีความเป็นกลาง แต่ไม่ใช่เป็นกลางแบบให้บริการประชาชนเหมือนกันหมด เพราะประชาชนต่างมีความต้องการที่หลากหลาย แต่ต้องเป็นความเป็นกลางแบบไม่มีความลำเอียง ไม่เล่นพรรคเล่นพวก รอสสตีนเห็นว่า หากยกเรื่องนี้มาเป็นบรรทัดฐานของเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว จะทำให้การป้องกันการคอร์รัปชันทำได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

-ข้อสาม เรามองปัญหาการคอร์รัปชันผิดมาตลอด โดยรอสสตีนอธิบายว่า คอร์รัปชันนั้นไม่ใช่ปัญหาทางกฎหมายหรือปัญหาทางวัฒนธรรม อย่างที่เรามักเข้าใจกัน ที่บอกว่าไม่ได้เป็นปัญหาทางกฎหมายเพราะแม้ในประเทศที่มีคอร์รัปชันสูง (อย่างประเทศไทย) ก็มีกฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชันอยู่แล้ว และมักจะมีเยอะเสียด้วย ส่วนที่หลายคนบอกว่าคอร์รัปชันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมนั้นก็ไม่ใช่อีก เพราะแม้ในประเทศที่มีคอร์รัปชันรุนแรง (อย่างประเทศไทย อีกแล้ว!) คนจำนวนมากก็ไม่ได้ชื่นชมการคอร์รัปชัน และมีจิตสำนึกว่าคอร์รัปชันเป็นสิ่งผิด ซึ่งสอดคล้องกับผลชี้วัดของดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเลย

รอสสตีนเสนอว่า แท้จริงแล้วคอร์รัปชันเป็นปัญหาของกระบวนการจัดการทางสังคม หมายถึงสิ่งที่คนทั่วไปในสังคมทำกัน ซึ่งอาจขัดแย้งกับหลักจริยธรรมในใจคนก็ได้ เช่น เรายอมจ่ายสินบนเพื่อให้ได้รับบริการสาธารณสุขที่ดี เพราะเป็นสิ่งที่คนในสังคมนั้นทำกันเป็นปกติ แม้จะขัดแย้งกับจิตสำนึกและจริธรรมในใจของคนคนนั้นก็ตาม ดังนั้นการแก้ปัญหาต้องไปแก้ที่กระบวนการจัดการทางสังคม ไม่ใช่ที่การปลูกฝังจิตสำนึกเป็นหลัก

เพียงสัปดาห์เดียวที่บทความนี้ของรอสสตีนถูกเผยแพร่ สตีเฟนสันก็เขียนบทความหัวข้อ Three Reasons Anticorruption Academics Fail: A Commentary on Rothstein ลงใน Global Anticorruption Blog ออกมาโจมตีข้อเสนอของรอสสตีน โดยเขายก 3 เหตุผล มาอธิบายว่า ข้อเสนอของรอสสตีนมีปัญหาอย่างไร

-ข้อแรก การหมกมุ่นอยู่กับการตีความและคำจำกัดความนั้นไม่เป็นประโยชน์ สตีเฟนสันอธิบายว่า คำว่า “คอร์รัปชัน” นั้นยากที่จะตีความให้ชัดเจน เพราะการคอร์รัปชันมันหลากหลายในบริบทที่แตกต่างกัน แต่ในภาพกว้างๆ ทุกคนก็พอจะเข้าใจกันอยู่แล้วว่ามันคือการใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ดังนั้นอย่าไปเสียเวลาตีความหมายเป๊ะๆ เลย เขายกตัวอย่างงานวิจัยหลายชิ้นที่ที่พยายามตีความหมายคำว่าคอร์รัปชันใหม่ว่า สุดท้ายก็ วนกลับมาคล้ายๆ เดิม แถมบางทียิ่งตีความจนคนงงกันไปกว่าเดิมอีก เช่น ที่รอสสตีนบอกว่า การคอร์รัปชันเกิดจากการละเมิดบรรทัดฐานความเป็นกลางแบบไม่ลำเอียง หมายความว่าความลำเอียงคือการคอร์รัปชันหรือ? สตีเฟนสันบอกว่ามันไม่ใช่นะ เพราะความลำเอียงนั้นเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่อาจนำไปสู่การคอร์รัปชันได้ สตีเฟนสันจึงสรุปสั้นๆ ว่า การที่มัวแต่ไปหมกมุ่นกับเรื่องการตีความความหมาย มันแสดงว่านักคิดคนนั้นไม่มีอะไรใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์จะพูดแล้วดังนั้น อย่าไปทำเลย! (โหดไหมล่ะครับ)

-ข้อสอง ความผิดพลาดและเข้าใจผิดในการใช้แนวคิดสังคมศาสตร์มาวิเคราะห์ สตีเฟนสันบอกว่า การที่รอสสตีนไปด้อยค่าทฤษฎีตัวการ-ตัวแทน นั้น เพราะรอสสตีนเข้าใจทฤษฎีนี้เพียงผิวเผิน แน่นอนว่า การใช้กลไกแรงจูงใจมันอาจจะไม่ได้ผลเสมอไปในทุกๆ ที่ แต่ก็ไม่มีใครเคยบอกเลยนะว่ากลไกนี้เป็นวิธีเดียวในการต้านโกง ทฤษฎีนี้มีความลึกซึ้งและยืดหยุ่นมาก สามารถนำไปใช้ประยุกต์ได้อย่างกว้างขวาง ดูได้จากงานวิจัยด้านการต่อต้านคอร์รัปชันจำนวนมากที่ใช้ทฤษฎีนี้ในการวิเคราะห์กระบวนการจัดการปัญหาในสังคม และอธิบายปัญหาเชิงลึกทางโครงสร้างสังคมและสถาบัน นำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่หลากหลายมาก

ที่สำคัญ ที่รอสสตีนบอกว่า หลายประเทศที่คอร์รัปชันสูง มักจะมีผู้นำหรือนักการเมืองขี้โกงที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลงระบบเพิ่มความโปร่งใสและการตรวจสอบนั้น อาจไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะระบบการทำงานของรัฐไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้นำคนเดียว ในหลายประเทศที่มีการคอร์รัปชันสูงก็อาจมีผู้นำหรือนักการเมืองฝ่ายค้านที่ต้องการปฏิรูประบบต่อต้านคอร์รัปชันก็ได้ ดังนั้นแสดงว่า จริงๆแล้วปัญหาคอร์รัปชันมันเป็นปัญหาทางการเมืองมากกว่าปัญหาทางเทคนิคเสียอีก นักวิจัยจึงควรไปศึกษากระบวนการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง มากกว่าเสียเวลาคิดหาทางออกเชิงเทคนิค แบบที่รอสสตีนเสนออยู่นี้

-ข้อสุดท้าย ปัญหาการล้มความคิดและงานวิจัยก่อนหน้าทั้งหมด สตีเฟนสันบอกว่า จริงอยู่ที่ความรู้เกิดจากการถกเถียงและโต้แย้งกับความคิดก่อนหน้า แต่การโต้แย้งสุดโต่งแบบล้มกระดานอย่างที่รอสสตีนทำนั้น กลับจะสร้างปัญหามากกว่าเกิดประโยชน์ เช่น รอสสตีนโต้แย้งเพื่อล้มทฤษฎีตัวการ-ตัวแทน โดยบอกว่า ทฤษฎีนี้นำไปสู่มาตรการลดขนาดรัฐบาล ลดอำนาจดุลยพินิจเจ้าหน้าที่รัฐ และเพิ่มการตรวจตราตรวจสอบข้าราชการเท่านั้น ซึ่งกลไกทั้งหมดที่กล่าวมาจะไม่มีประสิทธิภาพเลยหากตัวการไม่มีความซื่อสัตย์นั้น ก็ไม่ถูกต้อง เพราะทุกประเด็นที่กล่าวมาก็ยังเป็นข้อถกเถียงในเชิงวิชาการบนพื้นฐานของทฤษฎีเพื่อหาจุดสมดุลของข้อเสนอเหล่านี้กันอยู่เลย อย่างที่ได้อธิบายไปแล้วข้างต้น

ส่วนเรื่องที่รอสสตีนบอกว่าคอร์รัปชันไม่ใช่ปัญหาทางกฎหมายก็เช่นกัน รอสสตีนบอกว่า ไม่ต้องไปคิดเรื่องนี้เลย เพราะทุกประเทศก็มีกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันที่เยอะและมักเป็นกฎหมายที่ดีอีก ประเด็นนี้สตีเฟนสันเห็นแย้งอย่างมาก โดยบอกว่า การโต้แย้งแบบล้มประเด็นทางกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันทั้งหมดแบบนี้ไม่ได้ เพราะถึงแม้เกือบทุกประเทศจะมีกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันจริง แต่รูปแบบ ลักษณะ และรายละเอียดของกฎหมายในแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน บางแห่งเน้นการลงโทษ บางประเทศเน้นตรวจสอบ บางที่เน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งผลกระทบของกฎหมายแต่ละลักษณะก็ไม่เหมือนกันเลย และต่อให้แม้บางประเทศจะมีกฎหมายที่คล้ายกัน แต่การบังคับใช้กฎหมายก็มักจะแตกต่างตามบริบทสังคม-การเมืองของแต่ละที่อยู่ดี ทำให้กฎหมายที่แม้จะเขียนไว้ดีแล้ว ก็อาจจะไร้ประสิทธิภาพได้ สรุปคือ การโต้แย้งกับงานและความรู้ก่อนหน้าเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ใช้ล้มกระดานไปเสียหมดบางส่วนคิดวิเคราะห์ไว้ดีแล้ว ก็ควรเอามาพิจารณาศึกษาลงรายละเอียดต่อยอดไป

เป็นอย่างไรบ้างครับ ข้อเสนอตรงไปตรงมาของรอสสตีนและ ข้อโต้แย้งอย่างดุเดือดของสตีเฟนสัน สองยักษ์ใหญ่สายวิชาการด้านการต่อต้านคอร์รัปชันจากสองซีกโลก ผมอ่านไปก็ตื่นเต้นและทึ่งกับความเข้าใจที่ลึกซึ้งในวิชาการต่อต้านคอร์รัปชันรอบโลกที่ล้ำหน้าไปมาก สำหรับประเทศไทยที่การคอร์รัปชันยังคงมีความรุนแรงและกว้างขวางอยู่เช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาความรู้ทั้งเชิงทฤษฎี เชิงเทคนิค และกระบวนการทางการเมือง เพื่อปฏิรูปการต่อต้านคอร์รัปชันให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งนี่เป็นพันธกิจสำคัญหนึ่งของศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ทำต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนานจนถึงวันนี้ครับ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

https://www.corruptionjusticeandlegitimacy.org/post/three-reasons-anti-corruption-programs-fail

https://globalanticorruptionblog.com/2021/09/29/three-reasons-anticorruption-academics-fail-a-co

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อะเมสซิ่ง! นทท.แห่ป้อนอาหารปลาได้ถึงปาก ทางเดินลงโป๊ะ’วัดพนัญเชิงวรวิหาร’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608505

อะเมสซิ่ง! นทท.แห่ป้อนอาหารปลาได้ถึงปาก ทางเดินลงโป๊ะ'วัดพนัญเชิงวรวิหาร'

วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 21.28 น.

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564 พระเมธีวราภรณ์ พระเมธีวราภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองเจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร เปิดเผยว่า หลังจากระดับน้ำในแม่น้ำป่าสัก เพิ่มสูงขึ้น จนทำให้สะพานทางเดินลงไปยังโป๊ะเพื่อให้อาหารปลาจมน้ำ แต่ที่น่าสนใจก็คือ มีปลาขึ้นมาว่ายน้ำในทางเดินจำนวนมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาให้อาหารปลาสามารถลงไปเดินทางเดินพร้อมให้อาหารกับปลาที่ว่ายอยู่บนโป๊ะ ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างมาให้ปลาบริเวณทางลงดังกล่าว โดยนักท่องเที่ยวสามารถป้อนอาหารได้ถึงปาก รวมถึงสามารถให้อาหารปลาโดยรอบได้ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถมาชมและอาหารปลาได้ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร ตั้งแต่เวลา 08.00 น.ถึง 17.00 น.ทุกวัน

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พบหินประหลาดมีประกายคล้ายเพชร งอกได้ กองอยู่หน้ากุฎิพระเชื่อเป็นเหล็กไหล

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608483

พบหินประหลาดมีประกายคล้ายเพชร งอกได้ กองอยู่หน้ากุฎิพระเชื่อเป็นเหล็กไหล

วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.51 น.

พบหินประหลาดงอกได้ มีประกายคล้ายเพชร กองอยู่บริเวณหน้ากุฎิพระลูกวัดวัดโบสถ์ อ่างทอง พระเผยโยมนำมาถวายวัดหลังไปเก็บมาจากถ้ำต่างๆ หลายร้อยก้อนทำให้อยู่ไม่เป็นสุขสูญเงินไปกว่า 20 ล้าน จึงนำมาถวายวัดกองไว้หน้ากุฏิ ขณะที่มีชาวบ้านมาพบเห็นเชื่อเป็นเหล็กไหล

วันที่ 12 ต.ค.64 พบหินประหลาดงอกได้เป็นประกายเงางามคล้ายเพชร วางอยู่บนโต๊ะจำนวนหลายร้อยก้อนที่บริเวณหน้ากุฎิ พระมหาปภาวินท์ พระลูกวัดวัดโบสถ์ ตำบลย่านซื่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง โดยมีก้อนหินเล็กใหญ่จำนวนมากวางอยู่บนโต๊ะ ในขวดโหล และกล่องพลาสติกจำนวนหลายร้อยก้อน มีหลายขนาดต่างกันไปทั้งเล็กใหญ่ มีการงอกออกมาเป็นประกายสวยงามสร้างความฮือฮาแก่ผู้พบเห็น

พระมหาปภาวินท์ เล่าให้ฟังว่า หินทั้งหมดที่เห็นอยู่นี้เป็นของญาติโยมลูกศิษย์ที่อยู่กรุงเทพฯ นำมาถวายไว้ที่วัดทั้งหมดโดยได้ไปเก็บหินมาจากที่ต่างๆ อล่วนำมาไว้ที่บ้านเป็นจำนวนมากและทำให้อยู่ไม่เย็น ไม่เป็นสุข สูญเงินไปกว่า 20 ล้านบาทจึงได้เดินทางมาที่วัดโบสถ์ ทำการอาบน้ำมนต์ เพื่อความสบายใจ แล้วก็นำหินทั้งหมดที่เก็บไว้ที่บ้าน นำมาถวายวัดทั้งหมดโดยวางกองไว้บริเวณด้านหน้ากุฏิ

หลายวันผ่านมามีชาวบ้านจากจังหวัดสุพรรณบุรีมาพบเห็นพบว่าหินที่กองไว้บริเวณด้านหน้ากุฏิหลายก้อนมีการงอกออกมาเป็นประกาย เงางามคล้ายเพชร ซึ่งเขามีความเชื่อว่า หินเหล่านั้นน่าจะเป็นเหล็กไหลที่นำออกมาจากถ้ำในป่าและทำไม่ถูกวิธี จึงต้องนำมาถวายวัดเพื่อตัดปัญหา จึงแนะนำให้นำหินทั้งหมดวางไว้ที่สูงบนโต๊ะ ที่แปลกก็คือ หินหลายก้อนที่เห็นนั้นมีการงอกออกมาเป็นประกาย หลายคนทราบข่าวก็เข้ามากราบไหว้ ขอโชคลาภ ตามความเชื่อต่อไป  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รักษาความเป็นมนุษย์ไปทุกภพทุกชาติ’ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608477

'รักษาความเป็นมนุษย์ไปทุกภพทุกชาติ' พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.28 น.

คำว่าบาปนี้ก็คือการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ทำแท้งบาปไหม ฆ่าหรือเปล่า ฆ่าเด็กทารกในท้อง บาป ทำหมันบาปไหม ไม่บาปเพราะไม่ได้ฆ่า เพียงแต่ป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมา ไม่ได้มีการตั้งครรภ์ ไม่บาป ถ้าได้ทำหน้าที่ศึกษาข้อง่าย ๆ แค่นี้ไม่น่าจะต้องมาถามกัน แสดงว่าไม่ได้เรียนกันเลย ไม่รู้ว่าบาปคืออะไร

“บาป” ก็คือ ๔ ข้อด้วยกัน คือข้อที่ ๑ การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไม่ว่าจะเป็นชีวิตน้อยชีวิตใหญ่ เช่น มด แมลง หรือชีวิตใหญ่ เช่น ช้างหรือมนุษย์หรืออะไรถือว่าเป็นชีวิตเหมือนกัน เป็นสิ่งที่เจ้าของของชีวิตนั้นรักและหวงเหมือนกัน ช้างก็หวงชีวิตของเขา มดแมลงเขาก็หวงชีวิตของเขา ฆ่าเขาแล้วก็ทำให้เขาทุกข์ ชีวิตของเรา ๆ ก็รักเราก็หวง ใครฆ่าชีวิตเรา ๆ ก็ทุกข์

ดังนั้น การทำบาปก็คือการไปสร้างความทุกข์ให้กับผู้อื่นนั่นเอง ดังนั้น ให้เข้าใจว่าบาปคืออะไร คือการไปทำให้เกิดความทุกข์แก่ผู้อื่น ทุกข์มากทุกข์น้อย ทุกข์มากที่สุดก็คือการฆ่าชีวิตการทำร้ายชีวิตของผู้อื่น เพราะชีวิตนี้เป็นของที่มีค่าที่สุดของทุกๆ คน รองลงมาก็คือการลักทรัพย์ การไปเอาทรัพย์ของผู้อื่นโดยที่เขาไม่อนุญาต ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเงินทองชนิดไหนก็เรียกว่า “ทรัพย์” หมด โต๊ะเก้าอี้ กระเป๋ารองเท้า อะไรก็ตามของที่ไม่ใช่เป็นของเราอย่าไปเอามาถ้าไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าของก่อน ถ้าไม่รู้ใครเป็นเจ้าของก็ต้องถามหาดูก่อน ถ้าหาเจ้าของไม่ได้ก็อย่าไปเอาดีกว่า 

นี่คือบาปข้อที่ ๒ ก็คือการลักทรัพย์ ข้อที่ ๓ ก็คือการประพฤติผิดประเวณี ไปเอาลูกสามีภรรยาของผู้อื่นมาเป็นของตน ต้องไปขออนุญาตก่อน ขออนุญาตบิดามารดา มีการสู่ขอกันมีการทำประกาศเป็นทางการว่าบุคคลทั้ง ๒ คนนี้เป็นของกันและกัน ผู้อื่นไม่เกี่ยวข้อง ห้ามไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย นี่คือเรื่องประเพณีการประพฤติถูกประเพณี การประพฤติผิดประเวณีก็จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้ คนที่เขาเป็นของกันและกันถ้าเกิดถูกคนอื่นมาล่วงเกินมาแย่งเอาไป ก็จะทำให้ต้องเกิดความทุกข์ใจนั่นเอง ถ้าภรรยาต้องเสียสามีให้คนอื่นไปหรือสามีเสียภรรยาให้คนอื่นไปก็ต้องเกิดความทุกข์ใจขึ้นมา ไม่ควรที่จะไปทำให้สามีภรรยาของผู้อื่นเขาเกิดความทุกข์ใจขึ้นมา

หรือในกรณีของผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงานก็อย่าไปทำให้พ่อแม่เขาต้องเสียอกเสียใจ ไปสู่ขอขออนุญาตจากบิดามารดาของบุคคลที่เราต้องการที่จะเอามาเป็นคู่ครองก่อน เรียกว่าเป็นการประพฤติถูกประเพณี ทุกคนแฮปปี้ทุกคนมีความสุข เห็นไหมเวลาจัดงานแต่งงานกันทุกคนดีใจยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ถ้าได้ข่าวว่าคนนั้นหนีไปอยู่กับคนนู้น พอได้ยินข่าวแล้วก็ไม่สบายใจ พ่อแม่ก็ทุกข์ใจที่ลูกไม่ได้ทำให้ถูกต้องตามประเพณีของสังคม อันนี้ก็คือข้อที่ ๓ ของการทำบาป ไม่ประพฤติผิดประเวณี ประเวณีก็คือประเพณีนี่เอง 

ข้อที่ ๔ ก็คือการไม่พูดปดต้องพูดความจริง ถ้าพูดความจริงไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ไม่มีใครมาบังคับให้เราพูดได้ถ้าเราไม่พูดถ้าเราปิดปากไว้ เฉย ๆ ใครจะถามอะไรถ้ารู้ว่าพูดไปแล้วไม่เป็นความจริงก็อย่าพูด เพราะพูดไม่เป็นความจริงก็ทำให้ผู้อื่นเขาเสียหายได้ เช่น ไปกล่าวร้ายคนที่เขาไม่ได้ทำผิด แล้วคนที่ถูกกล่าวร้ายก็ต้องไปรับเคราะห์รับกรรมจากการพูดของเรา ความพูดไม่จริงของเรา อันนี้ก็ถือว่าเป็นการทำให้ผู้อื่นเขาทุกข์เดือดร้อน นี่คือบาปมีอยู่ ๔ ข้อ ควรละการกระทำบาปทั้งปวง คำว่า “ทั้งปวง” ก็มีสมุนของบาปด้วย นอกจากบาปแล้วยังมีผู้สนับสนุนในการกระทำบาปก็ถือว่าเป็นส่วนของการทำบาป ผู้สนับสนุนนี้เรียกว่า “อบายมุข”

“อบาย” แปลว่าทุคติ ที่ไปของผู้ทำบาป เช่น ไปเป็นเดรัจฉาน ไปเป็นเปรต ไปเป็นอสูรกาย ไปนรก นี่คืออบาย ๔ ผู้ที่จะไปอบาย ๔ มักจะต้องไปยืนที่ประตูของอบายก่อน ก่อนจะไปอบายต้องเข้าประตูไปก่อน ใครไปยืนอยู่ที่หน้าประตูอบายก็มักจะเข้าไปง่ายกว่าผู้ที่ไม่ได้อยู่ที่หน้าประตู “อบายมุข” ก็แปลว่าประตูของอบาย “มุข” แปลว่าทวารทางเข้าออก “อบายมุข” ก็คือทางเข้าออกของอบาย ใครไปอยู่ที่หน้าประตูเดี๋ยวก็เข้าไปได้ง่ายกว่าผู้ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ประตู ใครไปเสพอบายมุขก็จะไปทำบาป เพราะทำบาปได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ได้เสพอบายมุข พอทำบาปแล้วก็จะมีผลคือจิตใจก็จะกลายไปเป็นอบายทันที เป็นทีละเล็กทีละน้อยตามปริมาณของการกระทำบาปไป 

อบายมุขมีอยู่ ๕ ข้อด้วยกันที่ไม่ควรที่จะไปกระทำกัน คือ ๑. การดื่มสุรายาเมา ๒. การเล่นการพนัน ๓. การเที่ยวเตร่ไม่ว่าจะเที่ยวกลางวันหรือกลางคืน ๔. ความเกียจคร้าน ๕. การที่ชอบคบคนที่ชอบอบายมุขเป็นมิตร นี่คืออบายที่ไม่ควรกระทำเพราะถ้ากระทำแล้วจะทำให้ไปทำบาปได้ง่าย หรืออาจจะถูกบังคับให้ไปทำบาปเพราะอบายมุขนี้ไม่มีรายได้มีแต่รายจ่าย ดื่มสุราก็ไม่มีรายได้ เล่นการพนันถึงแม้จะได้ก็ได้ในระยะสั้น พอได้ก็อยากจะได้มากขึ้น ก็เล่นต่อ พอเล่นต่อเดี๋ยวก็ต้องเสีย พอเสียก็อยากจะได้คืนก็เล่นต่ออีก เดี๋ยวทำไปทำมาก็มีแต่เสีย พอเงินทองไม่มีก็ต้องไปขายทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองเพื่อที่จะมาเล่นต่อเพื่อที่จะเอาคืน 

อบายมุข เพราะว่าการพนันนี้มันโหดร้ายยิ่งกว่าขโมยขึ้นบ้าน โหดร้ายยิ่งกว่าไฟไหม้บ้าน เพราะว่าขโมยขึ้นบ้านก็เอาไปได้แต่ข้าวของที่มีอยู่ในบ้าน ยังเอาบ้านไปไม่ได้เอาที่ดินไปไม่ได้ ไฟไหม้บ้านนี้ก็ไหม้แต่บ้านไหม้แต่ข้าวของแต่ยังมีที่ดินเหลือไว้อยู่ไว้ปลูกบ้านใหม่ได้ แต่ถ้าเล่นการพนันนี้มันเอาไปหมดเลย พอเงินหมดก็ต้องขายของขายทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองในบ้าน พอสมบัติหมดก็ขายบ้านต่อขายบ้านขายทั้งที่ดิน เลยจะไม่มีที่อยู่อาศัย นี่คือโทษของอบายมุข

อันที่ ๓ การเที่ยวก็มีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับ ทุกครั้งออกไปเที่ยวลองดูซิว่าต้องเสียเงินครั้งละกี่บาท ถ้าห้ามใจได้อยู่ในบ้านนี้ก็ประหยัดทรัพย์ไปได้เยอะ ทุกบาทที่เราประหยัดก็เป็นเหมือนรายได้ที่เราได้มาอย่างสบายโดยที่ไม่ต้องทำอะไร ถ้าเราห้ามจิตห้ามใจไม่ให้ไปเที่ยวได้เราก็ไม่สูญเสียเงินทอง ก็เหมือนกับเรามีรายได้โดยที่ไม่ต้องไปหามา เพียงแต่รักษาทรัพย์ที่เรามีอยู่ให้อยู่กับเราได้ก็ถือว่าเรามีรายได้แล้ว ถ้าไปเที่ยวมันจะติดด้วย เที่ยวครั้งเดียวไม่พอเที่ยวแล้วก็อยากจะเที่ยวอีก วันไหนไม่ได้เที่ยวก็จะไม่รู้สึกไม่สบายอกไม่สบายใจกินไม่ได้นอนไม่หลับเหงาว้าเหว่ พอไปเที่ยวแล้วก็ดีอกดีใจ โบราณท่านบอกว่า “เวลาไปเหมือนไก่บิน เวลากลับมาเหมือนห่ากิน” เวลาไปดีอกดีใจเวลากลับบ้านนี้คอพับกลับบ้าน นี่คืออบายมุข 

ข้อที่ ๔ ก็คือความเกียจคร้าน ความเกียจคร้านก็ไม่มีการผลิตเงินทอง ไม่มีรายได้จากความเกียจคร้าน ชีวิตก็ต้องมีรายจ่าย เช่น ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องอยู่ต้องกินต้องอะไร ก็จะมีแต่เสียเงินทองที่มีอยู่ถ้าเป็นคนเกียจคร้านไม่ทำมาหากิน เมื่อไม่มีรายได้ก็จะต้องไปทำบาปเพื่อที่จะมีรายได้ ข้อที่ ๕ ก็คือไม่คบกับคนที่ชอบอบายมุข ถ้ามีมิตรเป็นคนที่ชอบอบายมุขเขาก็ต้องชวนเราไปเสพอบายมุข ถ้าเขาชอบดื่มสุราเขาก็จะชวนเราไปดื่มสุรา ถ้าเขาชอบเล่นการพนันเขาก็จะชวนไปเล่นการพนัน ชอบเที่ยวเขาก็จะชวนเราไปเที่ยว ชอบความเกียจคร้านเขาก็จะชวนให้เราเกียจคร้าน ชวนให้เราอย่าไปทำงานให้ไปเล่นไปทำอะไรกันดีกว่า 

นี่คืออบายมุขที่เป็นสมุนหรือเป็นผู้สนับสนุนการกระทำบาป เพราะเมื่อเสพอบายมุขแล้วเงินทองก็จะไม่พอใช้ แล้วก็จะต้องไปหาเงินทองโดยวิธีกระทำบาป คือตอนต้นก็อาจไปโกหกหลอกลวงคนนั้นคนนี้ขอยืมเงินเขามา ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีปัญญาที่จะไปหาเงินไปใช้เขาได้ พอยืมแล้วไม่คืนเขาครั้งต่อไปจะไปยืมเขา ๆ ไม่ให้ยืม ก็เงินเก่ายังไม่คืนแล้วจะมายืมเงินใหม่ได้อย่างไร พอยืมเงินไม่ได้ขั้นต่อไปก็ไปขโมยแล้ว ไปลักทรัพย์ ไปลักทรัพย์อาจจะรู้สึกได้น้อยก็อาจจะไปคิดปล้นไปคิดจี้ตามร้านทองร้านขายของ เลยต้องหาอาวุธหาปืนหาอะไรมา แล้วถ้ามีการต่อสู้กันก็อาจจะมีการฆ่ากันต่อไป

นี่คืออบายมุข ใครไปเสพอบายมุขแล้วมันจะติด ตอนต้นก็อาจจะคิดว่าไม่เป็นไรเล็กๆ น้อยๆ ดื่มแค่ถ้วยเดียวดื่มแค่ขวดเดียว เบียร์ขวดเดียวมันจะเป็นอะไรไป แต่มันจะไม่ขวดเดียวละซิมันจะต่อไป เดี๋ยวเป็นสองเป็นสามดื่มทุกวัน ทุกอย่างมันจะเริ่มจากนิดหน่อย เหมือนไฟป่านี้บางทีมันเริ่มจากบุหรี่มวนเดียวเท่านั้นเอง โยนเศษบุหรี่ทิ้งไปในป่าเดี๋ยวมันไหม้ใบไม้เดี๋ยวมันก็เริ่มลามไปได้กลายเป็นไฟป่าลุกขึ้นมาได้ เพราะอยู่ในป่าไม่มีใครรู้ใครเห็นว่ามีไฟเกิดขึ้นมา มันก็จะลามปามกลายเป็นไฟป่าไหม้ป่าใหญ่ได้ ฉันใด อบายมุขก็เช่นเดียวกัน อย่าประมาทอย่าไปคิดว่า “เอ๊ย ทำครั้งเดียวไม่เป็นไร” มันไม่เป็นครั้งเดียวละซิพอมันได้ครั้งหนึ่งแล้วมันจะติดใจ มันจะได้ใจเดี๋ยวครั้งต่อไปก็ “เอา เอาอีกครั้งหนึ่ง ไม่เป็นไร” เดี๋ยวก็เพิ่มไปเรื่อยๆ

นี่คืออย่าไปกระทำ อย่าไปเสพอบายมุขเพื่อที่จะได้ไม่ไปถูกกดดันให้ไปทำบาป เมื่อไม่ทำบาป ผลของการทำบาปก็จะไม่เกิดขึ้น คือจะไม่ต้องไปเป็นเดรัจฉาน ไม่ต้องไปเป็นเปรตไม่ต้องไปเป็นอสูรกายไม่ต้องไปนรก ก็จะรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้ มนุษย์เรานี่ถ้ารักษาศีล ๕ ได้ ไม่เสพอบายมุขได้เวลาตายไปนี่ไม่ต้องไปอบาย กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ต่อเพราะไม่มีบาปดึงให้ไปอบาย แต่ก็ไม่มีบุญดึงให้ไปสวรรค์ให้เป็นเทวดา ถ้าเพียงแต่รักษาศีล ๕ ละเว้นอบายมุข ผลก็คือจะรักษาความเป็นมนุษย์ได้ไปทุกภพทุกชาติ ตายไปก็จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ต่อทันที

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๒ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกินไปแล้ว!กาฬสินธุ์ผวามือมืดย่องทิ้ง‘หมู’ตายเกลื่อน ชาวบ้านหวั่นโรคระบาด #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608451

เกินไปแล้ว!กาฬสินธุ์ผวามือมืดย่องทิ้ง‘หมู’ตายเกลื่อน ชาวบ้านหวั่นโรคระบาด

วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 18.19 น.

เกินไปแล้ว!กาฬสินธุ์ผวามือมืดย่องทิ้ง‘หมู’ตายเกลื่อน ชาวบ้านหวั่นโรคระบาด

12 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กาฬสินธุ์ ว่า มีการแชร์ภาพหมูตาย และข้อความในโลกโซเชียล ข้อความว่า “เกินไปแล้วจริงๆ ซากหมูตายโดยไม่ทราบสาเหตุ มีผู้นำมาทิ้ง ถนนสายห้วยเม็ก-หัวนาคำ พื้นที่ ต.คำเหมือดแก้ว แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบ ให้เร่งตรวจสอบและป้องกัน”

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบฝ่ายบริหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลคำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ กำลังลาดตะเวนตามถนนสายคำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก-ต.หัวนาคำ อ.ยางตลาด รวมทั้งเขตรอยต่อกับเทศบาลตำบลห้วยเม็ก ระยะทาง 10 กิโลเมตร (กม.) ซึ่งเป็นป่าชุมชน สลับกับไร่มันสำปะหลังและไร่อ้อย หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านพบซากสุกรตาย 7 ตัว คาดถูกมือมืดนำมาทิ้งโดยไม่ทราบสาเหตุ

ทั้งนี้ ชาวบ้านที่พบเห็นและทราบข่าวต่างวิตกกังวล ว่าอาจจะเป็นสุกรที่เสียชีวิตจากการเกิดโรคบางชนิด และอาจจะเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคระบาดในพื้นที่ เนื่องจากมีการนำซากสุกรที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุมาทิ้ง และไม่ฝังกลบดังกล่าว

นายพิบูรณ์ คำแหงพล นายกเทศมนตรีตำบลคำเหมือดแก้ว กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เมื่อตอนเย็นวานนี้ (11 ตุลาคม 2564) พบซากสุกรถูกนำมาทิ้งริมถนนสายคำเหมือดแก้ว-หัวนาคำ ก่อนที่จะถึงหน้าโรงเรียนวังลิ้นฟ้าวิทยา จำนวน 1 ตัว น้ำหนักประมาณ 100 กก. สภาพเริ่มขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและปศุสัตว์ตรวจสอบ ก่อนทำการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคและขุดหลุมฝังกลบ ตามวิธีของปศุสัตว์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคสุกร

นอกจากนี้ ยังได้รับแจ้งพบซากสุกร ริมถนนสายดังกล่าวอีกหลายจุด รวมพบซากสุกรเมื่อวานนี้ 4 ตัว  ก่อนที่เมื่อตอนเช้าของวันนี้ จะพบเพิ่มอีก 3 ตัว รวมเป็น 7 ตัว ซึ่งมีทั้งสุกรขนาดพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และสุกรรุ่น บางจุดพบ 2-3 ตัว โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการพ่นยาฆ่าเชื้อและฝังกลบ ตามวิธีการของปศุสัตว์แล้วทุกซาก ทั้งนี้ ชาวบ้านยังขอความร่วมมือฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบและไล่ตรวจเช็คกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ  เพื่อหาเบาะแสรถต้องสงสัย หรือบุคคลที่นำซากสุกรมาทิ้ง เพื่อจะได้ทำการตรวจสอบและทำการสอบสวนโรคอย่างละเอียด เพื่อชาวบ้านจะได้สบายใจ

ด้านนายสุเทพ ชัยวัฒน์ นายอำเภอห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากปศุสัตว์ อ.ห้วยเม็ก   และจากการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานว่าซากสุกรที่พบ มีบุคคลนำมาทิ้งดังกล่าว อาจจะนำมาจากพื้นที่ข้างเคียง ต่างจังหวัด เนื่องจากได้สอบถามผู้นำชุมชนในพื้นที่ พบว่า ในช่วงนี้ไม่มีสุกรของเกษตรกรรายใดป่วยหรือเสียชีวิต ขอประชาสัมพันธ์ไปถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร หากพบเห็นสุกรมีอาการป่วย หรือเสียชีวิต ห้ามขนย้าย หรือชำแหละรับประทาน เพราะอาจจะเกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรค ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที เพื่อทำการตรวจสอบและควบคุมโรคตามขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม หากพบสุกรป่วย และมีการบำบัดรักษาทันท่วงที ก็มีโอกาสหาย หรือหากเสียชีวิตและแจ้งปศุสัตว์  ก็จะได้รับค่าชดเชยตามระเบียบของกรมปศุสัตว์  ซึ่งที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ก็ได้ทำความเข้าใจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรับทราบกันดี ในกรณีที่นำซากสุกรมาทิ้งดังกล่าว ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม จึงสันนิษฐานว่าไม่ใช่สุกรในพื้นที่ ทั้งนี้ จะได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ติดตามหาเบาะแสหรือผู้ลงมือนำซากสุกรมาทิ้ง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หมดข้อสงสัย! ‘เจ้าคุณเจือ’ รับพระบัญชา ‘ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608446

หมดข้อสงสัย! 'เจ้าคุณเจือ' รับพระบัญชา 'ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช'

วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.52 น.

“เจ้าคุณเจือ” รับพระบัญชาแต่งตั้งดำรงตอหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช “เจ้าคณะภาค 16” ยืนยันรักเพื่อนจำต้องเบรกยก “เจ้าคุณเจือ” ขึ้นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดฯ เดินหน้าเปิดสำนักเรียนบาลี เผยหลักธรรมพระพุทธศาสนาเต็มรูปแบบ ขณะที่ “เจ้าคณะใหญ่หนใต้” ฝากเจ้าคณะจังหวัดเมืองคอนรูปใหม่ยึดมั่นในหัวใจหลักการบริหารงานพระพุทธศาสนา 5 ข้อ

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 12 ต.ค.64 ที่ศาลาปฏิบัติธรรม วัดประดู่พัฒนาราม ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พระพรหมจริยาจารย์ วัดกะพังสุรินทร์ จ.ตรัง เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เป็นประธานในพิธีรับพระบัญชาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แต่งตั้งที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช และเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชรูปใหม่ (มหานิกาย) โดยพระราชปริยัติเวที (เจือ กิตฺติปญฺโญ ป.ธ.9) วัดมุมป้อม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช และพระสิริคณาจารย์ (รั่น อาริโย ป.ธ.4) วัดประดู่พัฒนาราม ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รองเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชรูปใหม่ 

โดยมีพระธรรมวิมลโมลี (พงศ์สรร อสิญาโณ ป.ธ.9) วัดไตรธรรมาราม จังหวัดสุราษฏร์ธานี เจ้าคณะภาค 16 พระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบลและเจ้าอาวาสในจังหวัดนครศรีธรรมราช 23 อำเภอ และนายธีรเดช จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางมาตรการควบคุมป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งเคร่งครัด

จากนั้นนายธีรเดช จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อัญเชิญพระบัญชาพร้อมอ่านพระบัญชา เรื่อง พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ได้มีพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งให้พระสังฆาธิการในจังหวัดนครศรีธรมราช จำนวน 2 รูป ดำรงตำแหน่งใหม่ ดังนี้ 1.พระราชปริยัติเวที (เจือ) เจ้าคณะจังหวัตนครศรีธรรมราช ให้ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2564 และ 2.พระสิริคณาจารย์ (รั่น) รองเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2564 หลังจากนั้นพระราชปริยัติเวที (เจือ) และพระสิริคณาจารย์ (รั่น) ได้เข้ารับพระบัญชาและเอกสารตราตั้งตามลำดับ

ภายหลังเสร็จสิ้น พิธีรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ กล่าวกับหมู่สงฆ์ว่า “อาตมาและเจ้าคณะภาค 16 ให้การสนับสนุนพระราชปริยัติเวทีหรือ “เจ้าคุณเจือ” ขึ้นมาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในการบริหารคณะสงฆ์ และสามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ มีผลงานในการจัดระเบียบวัดและคณะสงฆ์จังหงวัดนครศรีธรรมราชเป็นเอกภาพได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่มีเหตุผลในด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในจังหวัดนครศรีธรรมราช และภาคใต้ที่จำเป็นต้องมีพระสังฆาธิการที่มีความรู้ความสามารถขึ้นมาดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม”

“ทางคณะสงฆ์จึงมีมติยกให้พระราชปริยัติเวที (เจือ) เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเพื่อจะได้มีเวลาในการดำเนินกิจกรรมด้านการเผยแผ่หลักธรรมคำสั่งสอนอย่างจริงจัง และมีมติให้พระสิริคณาจารย์ (รั่น) รองเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ลำดับที่ 1 ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชรูปใหม่แทน  ขอให้พระสังฆาธิการ รวมทั้งภิกษุ สามเณรน้อยทั้งหลายจงยึดมั่นในหลักพระธรรมวินัยเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกิจการทางพระพุทธศาสนา ในจังหวัดนครศรีธรรมราชให้เจริญรุ่งเรืองยั่งยืนตลอดไป”

“อาตมาอยากจะขอร้องทุกท่านอย่าไปสร้างเรื่องที่ไม่ดี ไม่งามขึ้นมาตกเป็นข่างไม่ดีเหมือนในภาคอื่น ๆ ขอให้ช่วยกันดูแลและขอฝากให้เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชทำการปกครองให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ในกรอบพระวินัยและปฏิบัติตามมติมหาเถรสมาคมและพระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราชอย่างเคร่งครัด ตามหลัก 5 ประการซึ่เป็นหัวใจของนักปกครองตามหลักพระพุทธศาสนานั่นคือเป้าหมายและหัวใจของการปฏิบัติการขับเคลื่อนกิจการพระพุทธศาสนา มีอะไรเกิดขค้นก็ช่วยกันระงับยับยั้งอย่าให้ลุกลามใหญ่โตกว้างขวาง ให้เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชตั้งใจปฏิบัติสนองงานตามพระบัญชาที่สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้ทรงแต่งตั้ง”

“ซึ่งพระภิกษุในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีบทบาทที่สำคัญในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ครั้งโบราณพระอุบาฬี เป็นพระราชาคณะในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ที่โปรดให้เดินทางไปยังประเทศศรีลังกาตามคำร้องของฝ่ายศรีลังกา ในการเป็นพระอุปัชฌาย์อุปสมบทแก่สามเณรชาวสิงหล เพื่อสืบทอดพุทธศาสนาในศรีลังกาก็เป็นพระภิกษุที่มีถิ่นฐานเดิมไปจากนครศรีธรรมราช  จึงเป็นเรื่องที่สูงส่งในการไปเผยแผ่ฟื้นฟูพระพุทธศาสนาที่คณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราชและภาคใต้ได้ร่วมกันภาคภูมิใจเป็นประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่เป็นที่กล่าวขานมาจนถึงทุกวันนี้”

ขณะที่พระธรรมวิมลโมลี เจ้าคณะภาค 16 กล่าวท่ามกลางหมู่สงฆ์ว่า “อาตมาขอยืนยันว่าการดำเนินการแต่งตั้งเป็นไปตามระเบียบขั้นตอนทุกประการ แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่พระภิกษุสงฆ์และประชาชนทั่วไปอย่างกว้างขวางก็ตาม อาตมาเป็นเพื่อนกับพระราชปริยัติเวที รู้ดีว่าเพื่อนของอาตมามีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยคณะสงฆ์แก้ปัญหาหมักหมมในจังหวัดนครศรีธรรมราชจนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่เมื่อเป็นความต้องการทางเบื้องบนที่อยากให้พระราชปริยัติเวทีได้ขึ้นเป็นที่ปรึกษาเพื่อสนองนโยบายด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา อาตมากับเจ้าคณะใหญ่หนใต้ปรึกษาหารือกันหลายรอบในการแต่งตั้งครั้งนี้ จึงเห็นควรว่าสถานการณ์ปัจจุบันให้ยกเจ้าคุณเจือ เพื่อนอาตมาขึ้นเป็นที่ปรึกษาฯ เพื่อให้ได้ตั้งสำนักเรียนบาลีขึ้นเพื่อสอนเปรียญสร้างความรู้ พัฒนาการเปรียญตามที่เจ้าคุณเจือ เองก็มีความตั้งใจที่จะทำในเรื่องดังกล่าว เพราะตั้งแต่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่มีเวลาสนใจในเรื่องการส่งเสริมการเรียนบาลีเลย แม้อาตมามีคำสั่งให้ไปพบท่านก็แจ้งว่าติดภารกิจไปปฏิบัติธรรม”

“การที่ทุกท่านออกมาวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตั้งในครั้งงนี้เป็นพระท่านรักพระราชปริยัติเวที ซึ่งผมก็รักเพื่อนของผมเหมือนกัน แต่ในบางสิ่งบางประการจำเป็นต้องห้าม ต้องเบรก อาตมาไม่ได้มีอำนาจในการแต่งตั้งเอง เมื่อเจ้าคณะใหญ่ผู้บังคับบัญชาของอาตมาและมหาเถรสมาคม ประสานลงมาเราก็รู้แล้วว่าสุดท้ายก็ต้องเป็นเช่นนั้น เราก็ต้องปรับยุทธวิธีเลยต้องยกออกมาเป็นที่ปรึกษาฯ ซึ่งยังมียศ ตำแหน่ง และมีความสำคัญ มีอำนาจในการบริหารคณะสงฆ์เหมือนเดิมทุกประการเพียง แต่ไม่ต้องไปลงนามในการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการในปกครองเท่านั้น”

พระธรรมวิมลโมลี เจ้าคณะภาค 16 กล่าวเพิ่มอีกว่า การแต่งตั้งมีการพูดคุยกันว่าจะเอารองเจ้าคณะจังหวัดรูปที่ 2 ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของพระราชปริยัติเวที ขึ้นเป็นเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะเขามองว่าพระสิริคณาจารย์ (รั่น) รองเจ้าคณะจังหวัดรูปที่ 1 มีความคิดหลายเรื่องไม่ไปในทางเดียวกับอาตมา เกรงจะมีปัญหาในการบริหารคณะสงฆ์ได้ แต่อาตมายืนยันว่าเรื่องส่วนตัวอาตมาไม่ได้ยึดถือมาเป็นอารมณ์การแต่งตั้งจะต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอน รองรูปที่ 1 จะต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงมีมติจนนำมาสู่พระบัญชาแต่งตั้งดังกล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บุกบ้านดีเจสาวเมืองโอ่ง ‘หญิงหน่อง’ สะสมไม้ด่างชื่อเป็นมงคลเชื่อให้โชคตลอด #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608424

บุกบ้านดีเจสาวเมืองโอ่ง 'หญิงหน่อง' สะสมไม้ด่างชื่อเป็นมงคลเชื่อให้โชคตลอด

วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.12 น.

ไปชมบ้านของดีเจสาวเมืองโอ่งมังกร “หญิงหน่อง” ชื่นชอบปลูกไม้ด่าง ชื่อเป็นมงคล เชื่อให้โชคตลอด เผยสะสมปลูกไว้จำนวนมากถึงกับติดกล้องวงจรปิดรอบบ้านป้องกันขโมย  

ไปชมบ้านหลังหนึ่งที่รักและชื่นชอบปลูกไม้ด่างแต่ละตระกูลชื่อเป็นมงคลหลากหลายสีสันสวยงามมากมายหลายชนิด มีทั้งต้นเล็ก ต้นใหญ่ บริเวณหน้าบ้านและข้างบ้าน ดูร่มรื่นเย็นสบาย ที่สำคัญบ้านหลังนี้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งนอกบ้าน ในบ้าน และรอบๆ บ้านเต็มไปหมด เนื่องจากช่วงนี้สถานการณ์ไม้ด่าง หลายสายพันธุ์ที่กำลังได้รับความนิยมมีราคาแพง มีตั้งแต่หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท อีกทั้งยังมีกระแสข่าวมีขโมยจะชอบแอบมาลักเอาตระกูลไม้ด่างสายพันธ์ดี ๆ กันทำให้ตอนนี้หลายคนถึงกับต้องลงทุนติดตั้งกล้องวงจรปิดกันมากยิ่งขึ้นเพื่อรักษาทรัพย์สินกลุ่มไม้ด่างนี้อย่างเข็มงวด  

ที่บ้านหลังนี้เป็นบ้านของ น.ส.อิสญาดา ขุนศาล หรือ ดีเจ หญิงหน่อง ผู้อำนวยการสถานีวิทยุเมืองโอ่งมังกร ดราก้อนเรดิโอ คลื่น FM  90.25  MHz.ราชบุรี และ บรรณาธิการ นสพ.ฮอตนิวส์ ท้องถิ่น จ.ราชบุรี ปัจจุบันอาชีพเป็นดีเจนักจัดรายการวิทยุ อยู่บ้านเลขที่ 145/364 ภายในหมู่บ้านนิรันดร์ฮิลล์ วิลเลจ หมู่ที่ 9 ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี สังเกตที่บริเวณตั้งแต่หน้าบ้านจะมีไม้ใบขนาดใหญ่ปลูกใส่กระถางไว้จนเจริญเติบโตลักษณะใบจะเงางาม มีชื่อเรียกว่าต้นเศรษฐีร้อยล้านถือเป็นไม้มงคลให้โชค  เจ้าของบ้านถูกหวยมาแล้วหลายงวด สังเกตเห็นจะมีผ้าสามสีมาพันผูกรอบต้นเอาไว้ ถัดเข้าไปอีกบริเวณข้างบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้ด่าง จะเป็นต้นเศรษฐีวิลสัน ต้นเสน่ห์จันโกเมน ต้นมอนสเตอร่าไจแอ้นเป็นไม้มงคลที่ให้โชคด้านความร่ำรวยเงินทอง และยังเป็นไม้ฟอกอากาศดีจะนิยมปลูกรับทรัพย์รับโชคไว้ที่บริเวณหน้าบ้าน

น.ส.อิสญาดา ขุนศาล หรือ ดีเจ หญิงหน่อง กล่าวว่า ทีแรกก็ไม่ได้ตั้งใจเลี้ยง เพราะไม่ค่อยมีเวลา แต่พอช่วงโควิดระบาดที่ผ่านมา ไปไหนไม่ค่อยได้เลย ก็รู้สึกเบื่อ ๆ เพราะอยู่คนเดียว จึงไปเดินหาดูต้นไม้เพลิน ๆ พอเห็นเริ่มชอบ แต่ละต้นชื่อก็เป็นมงคลดี เริ่มซื้อสะสมทีละต้นเรื่อยมา รู้สึกดี มีความสุข คลายเครียดได้จนเริ่มเยอะมากขึ้น ไม้บางชนิดเชื่อเป็นมงคล เพราะหลังจากที่เอามาเลี้ยงแล้วเหมือนมีสิ่งดี ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ จากที่ไม่ค่อยมีโชคลาภเลยในสมัยก่อนนั้น 

เช่น ต้นเศรษฐีวิลสัน เศรษฐีร้อยล้าน เศรษฐีมีทรัพย์  เศรษฐีรวยทรัพย์ แก้วสารพัดนึก ออมทรัพย์ ออมเงิน ออมทอง สุขสมใจปอง เป็นชื่อที่ดีเป็นมงคลด้วย จากที่เมื่อก่อนจะซื้อมาเลี้ยงแบบต้นเล็ก ๆ เพราะต้นใหญ่ ๆ มีราคาแพงมาก หลายพันถึงหลักหมื่นบาท จึงซื้อต้นเล็กมาเลี้ยงคิดว่าไม่นานก็กลายเป็นต้นใหญ่ได้ ทำให้มีความสุขเพลิดเพลินกับการเลี้ยงไปเรื่อย เริ่มซื้อมาราคาหลักร้อยถึงหลักพันบาท อยากเน้นการเลี้ยงเพื่อความสุข มากกว่าการจะขาย ยังไม่เยอะมากถึงขนาดขายได้ แต่อนาคตถ้ามีต้นไหนที่แตกกิ่งก้านได้บางสายพันธุ์ก็เริ่มนำมาขยายพันธุ์อาจจะขายได้ ทำให้รู้สึกดีกับการปลูกต้นไม้เลี้ยงมีความสุขดีมาก 

ที่บ้านเป็นสถานีวิทยุจะมีคนมาจัดรายการที่นี่ ปกติจะอยู่กับเสียงเพลงและอยู่กับต้นไม้ทั้งวันจะเดินดูต้นไม้รอบบ้าน ดูแลให้ปุ๋ย ซึ่งการเลี้ยงต้นไม้ก็มีความสุขดีอยู่ที่แต่ละคนจะชอบแบบไหน ส่วนตัวเองชอบมีสีสันน่ารัก สดใส ส่วนคนที่สนใจอยากเลี้ยงก็แนะนำให้ไปซื้อต้นเล็ก ๆ มาหัดเลี้ยงก่อน ราคายังไม่แพงมากนัก เดี๋ยวก็เติบโตเริ่มมีมูลค่าไปเองเรื่อย ๆ แล้วจะทำเป็นอาชีพก็สามารถทำได้ถ้ามีความตั้งใจ แต่อนาคต เช่น ต้นเงินไหลด่าง ซื้อมา 3-4 ใบราคาพันกว่าบาท ตอนนี้แตกกิ่งยาวแล้วต้องหาหลักให้เกาะพัน ถ้าเป็นคนอื่นคงตัดเป็นข้อขายข้อละ 500 บาท อย่างต้นที่เลี้ยงอยู่นี้ยาวประมาณ 7-8 ข้อ ถ้าคนทำอาชีพก็ตัดขายได้แล้ว 

หลังจากที่เดินชมบริเวณหน้าบ้านแล้วก็เดินไปชมบริเวณข้างบ้านซึ่งปลูกต้นไม้พันธุ์ต่าง ๆ เช่น ต้นพญาเสือโคร่ง มีความเชื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาบ้าน ต้นมอนสเตอร่าไจแอ้นเป็นไม้ที่มีราคาค่อนข้างแพงและเป็นไม้ที่ฟอกอากาศได้ดี และยังมีต้นไม้อีกหลายสายพันธุ์ เช่น ต้นยางอินเดีย ส้มจี๊ดด่าง ต้นเงินไหลด่าง ต้นกวักยอดทอง ต้นกวักมรกตดำ ซึ่งราคาต้นกวักมรกตดำลักษณะจะมีสีดำทั้งต้นและใบ ราคาหลักพันบาทเมื่อเลี้ยงได้กอใหญ่ไปเรื่อยๆ เป็นไม้ฟอกอากาศอย่างดี  

นอกจากนี้ยังมีต้นลิ้นมังกร โชค 9 ชั้น ต้นแก้วสารพัดนึก และตระกูลบอนสีอีกหลายชนิด เช่น ต้นมิ่งมงคล ต้นร่อนทอง ต้นฮกหลง ใบออกสีชมพูคล้ายรูปหัวใจ และอีกหลายสายพันธุ์ แต่ละต้นก็จะมีสีสันสวยงามสดใส ใบมีลักษณะเงางาม ปลูกใส่กระถางขนาดเล็กวางไว้ประดับบ้านเรือน ซึ่งสามารถช่วยให้อาการเย็นสบาย ที่สำคัญหญิงหน่องบอกว่า มีความสุขมากเมื่ออยู่กับต้นไม้ และโชคดีมากเช่นกันเมื่อได้เลี้ยงดูไม้มงคลที่ได้รับโชคลาภตลอดมา   –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เจ้าคุณบัวศรี’ ขอคณะสงฆ์หยุดเคลื่อนไหว ศิษย์ยังไม่ยอมเดินหน้าทวงคืนศักดิ์ศรีคนกาฬสินธุ์ #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608408

'เจ้าคุณบัวศรี' ขอคณะสงฆ์หยุดเคลื่อนไหว ศิษย์ยังไม่ยอมเดินหน้าทวงคืนศักดิ์ศรีคนกาฬสินธุ์

วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.44 น.

“เจ้าคุณบัวศรี” อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ส่งไลน์บอกคณะสงฆ์-ศิษย์หยุด “ไม่ออกปีนี้ปีต่อไปก็จะได้ออกอยู่ดี เพราะฉะนั้นเรื่องของผมให้เป็นอันยุติเสีย” ด้านศิษยานุศิษย์ยังไม่ยอมชี้เหมือนฆ่ากันทั้งเป็นและเป็นการทำลายศักดิ์ศรีคนกาฬสินธุ์ ลั่นคณะญาติธรรมจะยังคงติดตามผลทั้งจากคณะกรรมาธิการฯและผลของการถวายฎีกาต่อ ขณะที่มีกระแสข่าวพระสายป่าเตรียมถอดยศ หาก มส.ส่ง”พระเล็ก”มาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ)  

ความคืบหน้ากรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป ล่าสุดวันที่ 12 ต.ค.64 ที่วัดประชานิยม เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ มีรายงานว่ามีคณะสงฆ์และบรรดาญาติธรรมจากจังหวัดสกลนครกว่า 200 คนเดินทางเข้าเพื่อกราบถวายกำลังใจต่อเจ้าคุณบัวศรี หรือพระเทพสารเมธี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) ท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าใจต่อผลกระทบที่สะเทือนใจ ของคำสั่งถอดถอนของ มส.และหลังจากถวายภัตตาหาร พระสงฆ์ได้ร่วมกันเจริญมงคลคาถา เพื่อถวายกำลังใจซึ่งเจ้าคุณบัวศรีได้แสดงธรรมและได้ขอให้คณะสงฆ์-ญาติธรรมยุติการเคลื่อนไหว

คำพูดของเจ้าคุณบัวศรี ตรงกับรายงานเมื่อคืน “วันที่ 11 ตุลาคม 2564 เวลา 21.10 น.” ปรากฏในไลน์ของคณะสงฆ์สายวัดป่ากาฬสินธุ์ เจ้าคุณบัวศรี ได้ส่งไลน์เพื่อขอบใจคณะสงฆ์ โดยมีเนื้อหาขอคณะสงฆ์ ยุติการเคลื่อนไหวที่มีใจความว่า

“#น้ำตาตกใน #คำปรารภ พระเดชพระคุณพระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดประชานิยม ขอขอบใจ ขอบคุณในน้ำใสใจจริงของคณะสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ทุกท่านที่มอบให้และแสดงออกให้ประจักษ์ ผมอยากจะออกจากตำแหน่งนี้นานแล้วแต่ไม่สมหวัง มาบัดนี้ได้พ้นแล้ว ถึงแม้จะไม่สวยแต่ก็ได้ออกตามคำสั่งขององค์กรปกครองสูงสุดจะไม่ขออุธรณ์ใดๆทั้งสิ้น ยินดีรับ ผมจะถูกหรือผิดนั้นขอให้ทุกท่านได้พิจารณา ผมทำงานมานานแล้วเป็นเวลา 35 ปีก็สมควรที่จะออก ไม่ออกปีนี้ปีต่อไปก็จะได้ออกอยู่ดี “เพราะฉะนั้นเรื่องของผมให้เป็นอันยุติเสีย” เวลา 21 นาฬิกา 10 นาที วัดประชานิยม จังหวัดกาฬสินธุ์” 

ข้อความดังกล่าวได้ถูกส่งต่อไปยังศิษยานุศิษย์ของพระสายป่าในภาคอีสานอย่างรวดเร็ว ทำให้ญาติธรรมพากันหลั่งน้ำตาที่ได้เห็นและส่วนใหญ่เห็นว่าแม้ว่าหลวงพ่อจะยุติ แต่ในส่วนของฆราวาสจะยังไม่ยุติ เพราะต้องการคำตอบจากมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ใช้คำสั่งทางปกครองที่ไม่เป็นธรรมและคำชี้แจงก็เสมือนไม่ได้ตั้งใจมาแจ้งแจง แต่เป็นเรื่องที่นักข่าวสอบถามที่ยังไม่ใช่คำตอบที่รับฟังได้ เพราะไม่มีเหตุผลในการปลดใดๆ ทั้งสิ้น

ด้าน ดร.กฤตชญา วิเชียรเพริศ ลูกศิษย์เจ้าคุณบัวศรี กล่าวว่า คำปรารภของเจ้าคุณบัวศรีถือว่าท่านอธิบายได้ความว่าไม่ได้ยินดียินร้ายต่อยศฐาบรรดาศักดิ์ แต่ในอดีตที่ต้องมีตำแหน่งก็เพื่อปกครองพัฒนาให้พระพุทธศาสนามีความรุ่งเรือง ยังชัดเจนว่าเจ้าคุณบัวศรีต้องการจะลงจากตำแหน่งมานานแล้ว แต่ทางปกครองสงฆ์ไม่ยอม แต่เมื่อทางปกครองให้ลงจากตำแหน่งก็ลงไม่สวยเท่านั้นเอง เหมือนมีมลทิน ในด้านของเจ้าคุณบัวศรีท่านมีความสบายใจแล้ว แต่ในด้านคณะศิษยานุศิษย์ยังไม่สบายใจ เพราะยังต้องการทราบเหตุผลว่าปลดท่านเรื่องอะไร

“กรณีนี้ลูกศิษย์เห็นตรงกันว่าเหมือนฆ่ากันทั้งเป็นและเป็นการทำลายศักดิ์ศรีคนกาฬสินธุ์ ที่คณะญาติธรรมจะยังคงติดตามผลทั้งจากคณะกรรมาธิการฯ และผลของการถวายฎีกา ที่ยังคาดหวังคำตอบจากมหาเถรสมาคม (มส.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า เรื่องนี้เท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะเห็นตรงกันว่าในเมื่อคำสั่งปลดเป็นคำสั่งทางปกครอง ก็ต้องมีความเป็นธรรมทางปกครองได้ด้วยเช่นกัน”

สำหรับบรรยากาศของพระสายป่าในจังหวัดกาฬสินธุ์และใกล้เคียงขณะนี้แม้จะไม่มีความเคลื่อนไหว แต่มีรายงานว่าหาก มส.มีคำสั่งให้พระเล็กมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) จริงๆ และมีคำสั่งให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่คณะสังฆาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) คงจะทยอยลาออกตำแหน่งในพระสังฆาธิการเพื่อยุติการดำเนินงานทางปกครองเข้าป่าปฏิบัติธรรม  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผบ.เรือนจำสมุทรปราการยกทีมดูงานปั้น’อ.อุดม’ถึงเมืองโอ่งนำไปสอนให้ผู้ต้องขัง #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608345

ผบ.เรือนจำสมุทรปราการยกทีมดูงานปั้น'อ.อุดม'ถึงเมืองโอ่งนำไปสอนให้ผู้ต้องขัง

วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.38 น.

ผบ.เรือนจำกลางสมุทรปราการ นำทีมเข้าศึกษาดูงานปั้น การทำขนมปัง การวาดรูป ของ “อาจารย์อุดม นิลรัตน์สุวรรณ” อดีตข้าราชการครูที่ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมืองราชบุรี หวังนำความรู้ไปสอนให้ผู้ต้องขังนำไปประกอบอาชีพหลังพ้นโทษ

นายยุทธนา นาคเรืองศรี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการ พร้อมด้วยนายเขมชาติ สถิตย์ตันติเวช ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด ได้เดินทางมาศึกษาดูงานปั้นดินที่บ้านของอาจารย์อุดม นิลรัตน์สุวรรณ อดีตข้าราชการครู อยู่บ้านเลขที่ 19/3 หมู่ 5 โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี หลังจากเกษียณอายุราชการได้กลับมาอยู่บ้านใช้ชีวิตเพลิดเพลินไปกับสิ่งที่ตนเองชื่นชอบกับการปั้นตัวติ๊กิที่ทำจากปูนเป็นใบหน้ารูปคนในอิริยาบถหลากหลายอารมณ์ ทั้งยิ้ม หัวเราะ ฟันเหยิน แยกเขี้ยว ยังมีการปั้นดินเป็นกระถางใบเล็ก ๆ ปลูกต้นแคคตัส และพันธุ์ไม้เล็ก ๆ สำหรับตกแต่งบ้านเรือนแบบเก๋ไก๋น่ารัก ๆ 

โดยอาจารย์อุดม นิลรัตน์สุวรรณ หลังจากที่เกษียณอายุแล้วก็ยังมาเป็นอาจารย์สอนพิเศษให้ความรู้กับเด็กนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ เช่น โรงเรียนวัดบางลี่เจริญธรรม ได้มาฝึกเรียนการปั้นตัวติ๊กิ ลักษณะเป็นท่อนปูนยาว นำเศษขยะที่เหลือใช้ เช่น โฟม พลาสติก นำมาใส่ไว้ด้านใน ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยนำปูนมาปั้นเป็นใบหน้าของตุ๊กตาแบบต่าง ๆ ลงสีตามจินตนาการ ดูสวยงามแปลกตา ขายชิ้นงานละ 500 – 700 บาท แล้วแต่ความยากง่ายของชิ้นงาน

นอกจากนี้ยังนำดินเหนียวมาปั้นเป็นรูปทรงกระถางสไตล์น่ารักๆ ทั้งแบบหน้าตลก หน้ายิ้ม หัวเราะ ใบหน้ารูปสัตว์ บางชิ้นปั้นเป็นตะเกียบวางบนตัวหญิงสาวนอนชันเข่าลักษณะแนวศิลปะ Nude (art) นำมาใช้คีบอาหารรับประทานอาหารได้จริง หรือจะทำเตาปิ้งย่าง อุ่นอาหารเล็ก ๆ ไว้บนโต๊ะอาหารก็ยังได้ ใช้ได้สารพัดประโยชน์ 

นายเขมชาติ สถิตย์ตันติเวช ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด เปิดเผยว่า ถือว่าศิลปะนี้เป็นศิลปะที่ฟรีสไตล์ และใครที่มีจิตใจทำศิลปะนั้นเราไม่ได้ออกแบบดีไซน์ที่ต้องเป็นรูปลักษณ์พิเศษสามารถใส่อะไรก็ได้ตามจินตนาการของตัวเองลงไปได้ ถ้าเป็นเชิงของการพาณิชย์น่าจะมีคนสนใจ เพราะเนื่องจากว่าไม่มีรูปแบบที่ต้องทำให้เป็นหน้ายักษ์จะต้องเป็นแบบนี้ก็คือเกิดการจินตนาการไปเรื่อยๆ สิ่งสำคัญคือ จะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ การฝึกกล้ามเนื้อมือใช้จินตนาการใช้สมองเป็นส่วนที่จินตนาการได้ดี คิดว่าถ้าใช้เวลาว่างช่วงนี้ในยุคโควิด มาทำกิจกรรมนี้ ทำเพื่อขายน่าจะทำให้เสริมรายได้อีกทางหนึ่ง 

ส่วนรูปแบบศิลปะที่นี่จะไม่มีรูปแบบที่ตายตัว เป็นเรื่องของจินตนาการล้วนๆดีไซน์แบบออกมาจากการเกิดความต้องการในอารมณ์ตัวเอง ทำให้งานแต่ละชิ้นออกมาได้ดี สวยงาม นำไปใช้ตกแต่งบ้าน ใช้ประโยชน์เป็นกระถางใส่ต้นไม้ขนาดเล็กได้ ทำเป็นที่ทับกระดาษก็ได้ หากคนที่สูบบุหรี่ก็ยังนำมาทำเป็นที่เขี่ยบุหรี่ได้อีก หรือจะใส่ปากกา ดินสอ ลักษณะเป็นอเนกประสงค์ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างแถมยังมีรูปแบบที่สวยงาม น่ารักด้วย  

สำหรับการมาศึกษาดูงานวันนี้ ซึ่งนอกจากจะได้เรียนรู้การวาดรูปด้านศิลปะและการปั้นดินเหนียวเป็นของประดับตกแต่งบ้านที่น่ารักๆแล้ว ยังสามารถมาเรียนรู้สูตรการทำขนมปังสไตล์ต่างๆรวมถึงการทำอาหารไทย และต่างประเทศ จากนายพรศักดิ์ กลมทุกสิ่ง อดีตเชฟจากโรงแรมดัง ระดับ 5 ดาว ซึ่งได้ลาวงการทำอาหารกลับมาใช้ชีวิตอยู่กับบ้าน ยินดีสอนการเรียนให้ฟรี  หวังให้ผู้ที่สนใจนำวิชาความรู้ที่ได้เหล่านี้กลับไปทำเป็นอาชีพหลัก หรือ จะทำเป็นอาชีพเสริมในยุคช่วงสถานการณ์โควิด -19 ที่หลายคนกำลังมองหาช่องทางทำมาหากินที่ลงทุนน้อย สามารถทำเงินหามีรายเลี้ยงครอบครัวได้ไม่ยากหากเรามีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง  

จากการพูดคุยกับผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการและอดีตผู้บัญชาการเรือนจำกลางราชบุรี ทราบว่า ที่ราชบุรีมีร้านอาหารเปิดใหม่ชื่อ ว่า “ร้านเล่า” หลังกำแพง   อยู่ที่ ต.เกาะพลับพลา อ.เมืองราชบุรี มีอดีตผู้ต้องขังที่พ้นโทษออกจากเรือนจำกลางราชบุรี กลับออกมาสู่สังคมภายนอก ซึ่งคนเหล่านี้เคยเรียนรู้วิชาการทำอาหาร และอาชีพอีกหลายอย่างจากด้านในเรือนจำมาก่อนแล้ว บางคนยังไม่มีงานทำจึงร่วมกับเพื่อน ๆ เปิดร้านอาหาร เพื่อให้น้อง ๆ คนหลังกำแพงที่สนใจเข้ามาได้ลงมือปฏิบัติจริง ทุกคนจะมีรายได้มีที่อาศัย คนไหนไม่มีญาติพี่น้องก็ให้มาทำงานที่ร้านได้  

อีกทั้งจากการได้มาดูการวาดรูปศิลปะ และการปั้น รวมทั้งการทำขนม คิดว่าจะประสานให้อาจารย์อุดม นิลรัตน์สุวรรณ ไปฝึกสอนน้อง ๆ หลังกำแพงที่ร้าน  หรือ อาจจะมาเรียนที่บ้านอาจารย์ เพื่อเพิ่มพูนทักษะให้เกิดความชำนาญมากยิ่งขึ้น อนาคตหากมีโอกาสจะประสานให้เข้าไปสอนผู้ต้องขังในเรือนจำได้มีความรู้ โดยหลังพ้นโทษยังสามารถนำความรู้กลับไปประกอบเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้

สนใจอยากเรียนรู้วิชาศิลปะวาดภาพ การปั้นตุ๊กตาติ๊กิ การปั้นดินเหนียวเป็นของประดับตกแต่งบ้าน หรือ การทำอาหารไทย และต่างประเทศ สามารถติดต่อสอบถามที่ อ.อุดม นิลรัตน์สุวรรณ  097-2507020 ได้  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,301,331 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Huawei 5G tie-up will not disrupt intelligence-sharing, U.S. officials say #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
CP All Laos strikes franchise deal for 7-Eleven stores #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
‘รุจ ศุภรุจ’ ปลื้มมีตติ้งออนไลน์ #แฟนแคมกับรุจ สุดอบอุ่น พร้อมเผยความในใจสุดซึ้ง #SootinClaimon.Com
Free entrance to Nong Nooch for residents of 9 provinces, 10 Bangkok districts #SootinClaimon.Com
'โม อมีนา-ติช่า'ประชันความแซ่บ สวมลูกไม้ซีทรูสุดเร้าร้อน
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
How app culture turned astrology into a modern obsession
'ปชป.'ขนรมต.ปราศรัยใหญ่ ก่อนเลือกตั้งซ่อมนครปฐม
แซ่บซี๊ดสนั่นไอจี! 'เจนี่'ปล่อยคลิปหวิวรับสงกรานต์ โชว์เรือนร่างเปลือยเปล่าสุดเซ็กซี่
Attackers gear up for IOT assaults

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d