Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ยายชาวจระเข้ร้อง’ ขอกำลังกู้ภัยช่วยเหลือแมว 11 ตัวติดในบ้านถูกน้ำท่วม #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606797

'ยายชาวจระเข้ร้อง' ขอกำลังกู้ภัยช่วยเหลือแมว 11 ตัวติดในบ้านถูกน้ำท่วม

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.59 น.

ยายวัย 65 ปีชาวบ้านตำบลจระเข้ร้อง อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ร้องขอกำลังกู้ภัยเข้าช่วยเหลือย้ายแมวที่ติดอยู่ภายในบ้าน 11 ตัว พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จมน้ำภายในบ้านหลังน้ำท่วมเข้าบ้านถึงหน้าอก

วันที่ 5 ต.ค.64 เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง ได้รับการร้องขอจากยายประไพ ผดุงศิลป์ อายุ 65 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลจระเข้ร้อง อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง หลังจากน้ำเอ่อล้นพนังกั้นน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ซึ่งบ้านของยายประไพ เป็นบ้านชั้นเดียว ที่น้ำเอ่อท่วมสูงประมาณหน้าอก ซึ่งคุณยายไม่สามารถย้ายข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าและสัตว์เลี้ยงออกมาได้แต่ด้วยความเป็นห่วงแมวที่เลี้ยงไว้จึงได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องแรก ส่วนเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ที่หลังก็ได้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ได้เข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็วทันที

ยายประไพ เล่าให้ฟังว่า ได้เลี้ยงแมวด้วยความรักไว้หลายตัวเมื่อน้ำทะลักไหลบ่าเข้าท่วมบ้านของตนเองไม่สามารถที่จะเก็บข้าวของออกมาได้แต่เป็นห่วงแมวจำนวนมากที่เลี้ยงไว้ได้มาขอกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือแมวออกมาก่อนเพื่อความปลอดภัยและตนเองห่วงใยมากกลัวได้รับอันตราย ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าเอาไว้ก่อนก็ได้ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ได้นำเรือท้องแบนล่องไปยังบ้านคุณยาย พบแมวจำนวนมากติดอยู่บนหลังคาบ้านและตากซอกบ้านจึงได้ทำการจับใส่กรงออกมาได้ทั้งหมดจำนวน 11 ตัวพร้อมได้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าพัดลมตู้เย็นที่จมน้ำออกมาให้คุณยายด้วย สร้างความดีใจให้กับทางคุณยาย นำไปไว้บ้านญาติ ที่น้ำไม่ท่วมต่อไป  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลุกฮือ! ลูกจ้างเทศบาลบุรีรัมย์ ถือป้ายประท้วงไว้อาลัย หลังถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606778

ลุกฮือ! ลูกจ้างเทศบาลบุรีรัมย์ ถือป้ายประท้วงไว้อาลัย หลังถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.21 น.

พนักงาน-ลูกจ้างฮือ! ถือประท้วงหน้าเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ พร้อมพวงหรีดไว้อาลัยนายกฯ และคณะผู้บริหารเทศบาล เรียกร้องขอความเป็นธรรม ถูกเลิกจ้างไม่มีเหตุผลทั้งไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้ตกงานเดือดร้อนขาดรายได้แบบไม่ทันตั้งตัว

เวลา 09.00 น. วันที่ 5 ต.ค.64 พนักงานจ้างตามภารกิจ และพนักงานจ้างทั่วไป พร้อมทั้งพนักงานจ้างเหมาบริการจำนวน 14 คน ที่ถูกเทศบาลเลิกจ้างหรือไม่ต่อสัญญาจ้าง รวมทั้งญาติพี่น้อง ได้รวมตัวถือป้ายประท้วงที่มีข้อความว่า “ขอความเป็นธรรมให้คนทำงาน เข้ามาทำงานหรือเข้ามาทำลาย” ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ พร้อมทั้งถือพวงหรีดและเปิดเครื่องขยายเสียงธรณีกรรแสง ไว้อาลัยให้กับนายกเทศมนตรีและคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม 

หลังจากได้รับหนังสือเลิกจ้างหรือแจ้งไม่ต่อสัญญาจ้างแบบกะทันหัน โดยไม่มีเหตุผล และไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ซึ่งทั้ง 14 คน ต่างได้รับหนังสือแจ้งในวันที่ 29 และ 30 กันยายน 2564  ซึ่งเป็นวันที่สิ้นสุดสัญญาจ้าง ทำให้ต้องกลายเป็นคนตกงานแบบไม่ทันตั้งตัว  ขาดรายได้เพราะไม่มีงานอื่นรองรับ  จึงได้พากันมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมที่หน้าเทศบาลเมืองบุรีรัมย์  เพื่อให้นายกฯ และคณะผู้บริหารออกมาชี้แจงถึงเหตุผลที่ไม่ต่อสัญญา และเรียกร้องให้มีการต่อสัญญาจ้างกลับเข้าไปทำงานเหมือนเดิม  เพราะการเลิกจ้างในภาวะวิกฤตแบบนี้ทำให้ได้รับความเดือดร้อนไม่มีรายได้ที่จะใช้จ่ายหรือเลี้ยงครอบครัว

นายนิวัติ ศรีสุข พนักงานขับเครื่องจักรขนาดกลาง กล่าวว่า ตนเองทำงานที่เทศบาลมานานกว่า 20 ปี ผ่านนายกฯ มาหลายสมัยก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรในการทำงานเลย แต่จู่ๆ พอนายกฯและคณะผู้บริหารชุดนี้เข้ามาทำงานได้ไม่กี่เดือน กลับถูกเลิกจ้างแบบไม่มีเหตุผลและไม่มีการแจ้งล่วงหน้าเลย ทำให้ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนมาก จึงได้มาเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากนายกฯ และคณะผู้บริหารด้วย เพราะพวกตนไม่ได้ทำผิดอะไรทำไมถึงถูกเลิกจ้างแบบนี้ ก็อยากให้เห็นใจต่อสัญญาจ้างให้กับพนักงานและลูกจ้างดังกล่าวด้วย

ด้าน น.ส.จุฑาพร ชิณเทศ พนักงานทั่วไป กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้รับหนังสือจากทางเทศบาลแจ้งไม่ต่อสัญญาจ้างโดยไม่มีแจ้งเหตุผลว่าเพราะสาเหตุอะไร  ทั้งไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ก็รู้สึกตกใจและเสียใจมาก  เพราะทำงานที่นี่มา 4 ปี ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายเต็มที่มาโดยตลอดไม่เคยมีปัญหา แต่กลับถูกเลิกจ้างแบบไม่แจ้งเหตุผล ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเพราะตนเองเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลพ่อแม่และยังมีลูกสาว วัย 2 ขวบ ที่ต้องเลี้ยงดู  เมื่อทางเทศบาลไม่ต่อสัญญาจ้างก็ต้องกลายเป็นคนตกงานขาดรายได้ เพราะแจ้งกะทันหันแบบนี้ใครจะไปหางานอื่นรองรับทัน จึงอยากถามนายกฯ และคณะผู้บริหาร ว่า เหตุผลอะไรถึงไม่ต่อสัญญาจ้างตนทำผิดอะไร และขอความเป็นธรรมให้ต่อสัญญาจ้างให้ด้วย  

ขณะที่ น.ส.ธัญญานันท์ ดีประสิทธิ์ ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ ซึ่งทำงานมา 5 ปี ก็บอกตรงกันว่า ตกใจมากเมื่อได้รับหนังสือแจ้งไม่ต่อสัญญาจ้างในวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่สิ้นสุดสัญญาจ้าง ทั้งที่ตนเองก็มาทำงานแต่เช้าไม่เคยมีปัญหาเรื่องการทำงานเลย ก็อยากถามว่าทำไมถึงไม่ต่อสัญญาจ้างให้ และอยากจะเรียกร้องขอความเป็นธรรมด้วย. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลาแล้วเมืองกรุง! หนุ่มช่างภาพกลับบ้านเกิด เพาะเลี้ยง’กระบองเพชร’ขาย #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606742

ลาแล้วเมืองกรุง! หนุ่มช่างภาพกลับบ้านเกิด เพาะเลี้ยง'กระบองเพชร'ขาย

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.27 น.

หนุ่มใหญ่วัย 51 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ หันหลังให้กับวงการถ่ายแบบแฟชั่น และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กรุงเทพฯ กลับบ้านเกิดผันตัวทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ แต่ไม่รุ่ง สุดท้ายมาเพาะเลี้ยงกระบองเพชรพันธุ์พื้นบ้าน ส่งขายรายได้ดี

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพ ของประชาชนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดในรอบเกือบ 2 ปี พบว่ามีอาชีพที่หลากหลายผุดขึ้นมาในช่วงนี้ ล่าสุด พบหนุ่มใหญ่วัย 51 ปี ชาวอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ ทำการเพาะปลูกหน่อหรือเพาะเลี้ยงกระบองเพชรพันธุ์พื้นบ้าน บนที่ดินริมคลองฮีโร่ หรือคลองส่งน้ำชลประทานลำปาว บ้านทุ่งสว่าง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อส่งจำหน่ายทางออนไลน์ให้กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นอาชีพใหม่ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และสามารถสร้างงาน สร้างรายได้เป็นอย่างดี

สอบถามเจ้าของสวนเพาะเลี้ยงกระบองเพชร ทราบชื่อคือนายบัญชา ศิริกุล อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 288/90 ถ.ทุ่งศรีเมือง เขตเทศบาลเมือง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งกำลังนำคนงานในสวน 8 คน ปรับปรุงพื้นที่ภายในสวน และตัดแต่งกิ่งกระบองเพชร บนพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ หลังได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกลงมา และเตรียมความพร้อมรอรับออร์เดอร์จากลูกค้า โดยเฉพาะต่างจังหวัด ซึ่งติดต่อซื้อขายทางออนไลน์

นายบัญชา ศิริกุล เจ้าของสวนเพาะเลี้ยงกระบองเพชร กล่าวว่า ก่อนที่จะมาเพาะเลี้ยงหรือปลูกกระบองเพชร ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นบ้าน เพื่อจำหน่ายกิ่งให้กับลูกค้านั้น เดิมตนเคยทำงานที่กรุงเทพฯหลายลักษณะงาน รวมระยะเวลาประมาณ 1 ปี เริ่มจากการเป็นช่างภาพประจำร้าน ช่างภาพงานแฟชั่น ถ่ายแบบให้กับนิตยสาร และงานอีเว้นท์ต่างๆ ก่อนจะมีเงินทุนตั้งตัว และร่วมกับเพื่อนๆในวงการ คนรู้จัก ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ก่อนที่จะถึงจุดอิ่มตัว อยากกลับบ้านเกิด จึงนำเงินทุนที่ได้จากการทำงานดังกล่าว ซื้อที่ดินประมาณ 40 ไร่ ในเขต อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ เพื่อทำการเกษตร

นายบัญชา กล่าวอีกว่า งานเกษตรที่ทำครั้งแรกคือปลูกมันสำปะหลัง ต่อมาปลูกข้าวโพด ปลูกมันเทศ เลี้ยงแพะ ซึ่งทุกอาชีพที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ สุดท้ายไปเลี้ยงปลานิลในกระชัง ที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ก็ไม่รุ่งอีก คิดว่าคงจะไม่ใช่แนวทางของตน เพียงแต่อยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ หรือลองทำอาชีพที่ชาวบ้านเขาทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนไม่เคยทำมาก่อน จึงเป็นการลองผิดลองถูก เพราะแค่อยากทำ แต่ยังขาดองค์ความรู้ จึงไม่ประสบความสำเร็จดังกล่าว

นายบัญชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนที่ต่อมาจะเกิดไอเดียเพาะเลี้ยงหน่อกระบองเพชรและมาถึงวันนี้ได้นั้น ได้เข้าไปเห็นกลุ่มเพาะเลี้ยงกระบองเพชรในสื่อออนไลน์ ซึ่งมีการโพสต์และแชร์กันอย่างแพร่หลาย ทำให้ได้ความรู้ใหม่ว่ากระบองเพชรถือเป็นประเภทไม้สวน ไม้ประดับ มีหลายสายพันธุ์ ลักษณะสวยงาม แตกต่างกันออกไป ในกลุ่มที่นิยมกระบองเพชรหรือที่เรียกว่าตลาดบน ราคาค่อนข้างแพง จากการศึกษาวงการกระบองเพชรดังกล่าว พบว่ายังมีปัญหาในการเพาะเลี้ยงหน่อพันธุ์ ซึ่งต้นกระบองเพชรจะมีอายุยืนยาว ให้เจ้าของชื่นชมความงามไปนานปีนั้น จะต้องได้หน่อพันธุ์ที่มีคุณภาพ ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ สามารถนำกิ่งหรือหน่อกระบองเพชรสายพันธุ์ต่างๆมาต่อกิ่ง และเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“สำหรับกระบองเพชรพันธุ์พื้นบ้านเรานั้น ได้รับการยอมรับจากวงการกระบองเพชรว่าคุณภาพดี แต่การที่จะเพาะเลี้ยงหน่อพันธุ์ต้องใช้พื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง ขณะที่ตลาดหลักในจังหวัดใหญ่ ที่มีกลุ่มคนนิยมเลี้ยงกระบองเพชร เช่น กรุงเทพฯ นครราชสีมา หรือเชียงใหม่ พื้นที่มีจำกัด กรณีดังกล่าว ตนจึงเกิดไอเดียที่จะเพาะเลี้ยงหน่อกระบองเพชร เริ่มจากนำกิ่งกระบองเพชรที่มีอยู่ในพื้นที่ มาทดลองเพาะที่หน้าบ้าน ทีแรกทำ 3-4 แปลง เกิดการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงติดต่อหาตลาดรองรับ พบมีความต้องการสูง จึงขยายพื้นที่เพาะเลี้ยง ทำการปลูกและรับคนงานเข้ามา ทั้งนี้ เพิ่งจะลงมือดำเนินการได้ประมาณ 1 ปีเท่านั้นเอง ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้า โดยจำหน่ายกิ่งกระบองเพชรเพียงกิ่งละ 5-10 บาทเท่านั้น แต่ก็มีออร์เดอร์เข้ามาเป็นระยะ ถือเป็นอาชีพทางเลือกใหม่ที่น่าจะมีอนาคต” นายบัญชากล่าว

นายบัญชา กล่าวในตอนท้ายว่า อาชีพเพาะเลี้ยงหน่อหรือกิ่งกระบองเพชรพันธุ์พื้นบ้านที่ตนลงมือทำ ถือว่ามาถูกที่ ถูกเวลา สามารถช่วยเหลือญาติพี่น้อง ที่ว่างงานในช่วงนี้ให้มีงานทำ สำหรับตนไม่หวังอะไรมาก ถึงแม้สถานการณ์โควิด-19 จะกระทบ ส่งผลให้ยอดจำหน่ายลดลงบ้าง แต่ก็ไม่ซีเรียส คือขอเพียงให้มีงานทำพอมีรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวให้อยู่รอด ทุกวันมาดูกิจกรรมในสวน ดูแลคนงานบริหารจัดการในสวน ก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ดีอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้คาดหวังว่าหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ยอดจำหน่ายกิ่งกระบองเพชรก็คงจะสูงขึ้น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พระสายป่าภาคอีสานสวดถวายกำลังใจ’พระเทพสารเมธี’ ชี้มติ มส.สั่งปลดไม่ชอบธรรม #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606738

พระสายป่าภาคอีสานสวดถวายกำลังใจ'พระเทพสารเมธี' ชี้มติ มส.สั่งปลดไม่ชอบธรรม

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.20 น.

สุดซาบซึ้งพระสายป่า (ธ) จากหลายจังหวัดภาคอีสานสวดขอขมาคาราวะสามีจิกรรม ถวายกำลังใจ “พระเทพสารเมธี” ขณะที่ยอดรายชื่อถวายฎีกาแตะห้าหมื่น เตรียมถวายฎีกา ขณะที่มูลนิธิพิทักษ์พระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ชี้คำสั่งปลดไม่ชอบธรรม ย้ำมีกระบวนการสอดไส้พร้อมนำเรื่องเสนอ มส.ทบทวนใหม่ ก่อนพุทธศาสนาวิบัติ ขณะที่ “มหานิยม เวชกามา” ชี้ “อนุชา” ตอบชาวพุทธให้ได้ว่า มหาเถรสมาคมดำเนินการถูกต้องอย่างไร

กรณีปัญหาคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่แต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูปปรากฏทางออนไลน์ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี (เจ้าคุณบัวศรี) เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) ทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) เคลื่อนไหว มีมติคัดค้านทันที เพราะมองว่าไม่เป็นธรรม ไม่มีเหตุที่จะปลดและคำสั่งนี้ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อการปกครองในพุทธศาสนา เนื่องจากพระเทพสารเมธี เป็นพระที่มีปฏิปทาที่งดงามจนมีการเคลื่อนไหวล่ารายชื่อหนึ่งแสนเพื่อถวายฎีกาคัดค้าน  เพราะเชื่อว่ามีการสอดไส้หวังทำลายพุทธศาสนาของไทย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันที่ 5 ต.ค.64 ที่วัดประชานิยม เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พระชั้นผู้ใหญ่ในระดับสังฆาธิการจากมหานิกาย และพระป่าจาก 4 จังหวัด (ธ) ประกอบด้วย จ.กาฬสินธุ์ จ.สกลนคร จ.อุดรธานี จ.อำนาจเจริญ จ.หนองบัวลำภู และ จ.ศรีสะเกษ กว่า 100 รูปเดินทางเข้ามาขอกราบถวายกำลังใจต่อเจ้าคุณบัวศรี หรือพระเทพสารเมธี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) และเป็นครั้งแรกที่เจ้าคุณบัวศรี ปรากฏตัว

การเข้ากราบขอขมาเป็นการถวายคาราวะสามีจิกรรมที่จะเกิดขึ้นเพื่อกราบถวายครูบาอาจารย์ในกลุ่มพระสงฆ์สายป่า พระซึ่งเป็นลูกศิษย์เคารพนับถือบูชาครูบาอาจารย์  โดยพิธีเกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในกฎิรับรองของเจ้าคุณบัวศรี มีพระญาณสิทธาจาร รองเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร (ธ) เจ้าอาวาสวัดกุดเรือคำ เป็นผู้ถวายดอกไม้สักการะและนำกล่าวถวายเคารพบูชาครูบาอาจารย์แด่พระเทพสารเมธีว่า “มหาเถเร ปะมาเทนะ” จากนั้นก็เป็นการสวดถวายกำลังใจ โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ซึ่งพระทุกองค์อยู่ในอาการสำรวม ซึ่งเจ้าคุณบัวศรี ได้รับพานและยิ้มอยู่ในอาการสงบ โดยไม่พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้แต่อย่างใด แต่ขณะที่ลูกศิษย์ผู้ติดตามพระป่าหลายคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความเสียใจต่อการกระทำที่ไม่เป็นธรรมของมหาเถรสมาคม ที่มีคำสั่งปลดเช่นนี้

รายงานแจ้งว่าจำนวนพุทธศาสนิกชนลงชื่อเพื่อถวายฎีกายอดเพิ่มขึ้นแตะเกือบห้าหมื่นคนจากจำนวนยอดออนไลน์และในสังคมออนไลน์ทั่วประเทศได้ส่งกำลังใจและพร้อมที่จะเคลื่อนไหวเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรม ที่ต้องการปกป้องพุทธศาสนาเพราะเชื่อว่าหากปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้จะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาในพุทธศาสนาของไทยที่เป็นหนึ่งในเสาหลักของคนไทยทั้งประเทศ

ขณะที่วัดโสภณพัฒนาราม (วัดภูปูนในฝัน) บ้านดงบัง ต.มหาไชย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ศ.ดร.ดุษฎีวัฒน์ แก้วอินทร์ ประธานมูลนิธิพิทักษ์พระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม และประธานชมรมพิทักษ์พระพุทธศาสนา พร้อมด้วยนางสาวภูรดา ศรีชญานันทน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิพิทักษ์พระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ได้เดินลงพื้นที่ติดตามความเคลื่อนไหวและร่วมหาแนวทางการต่อสู้ขอความเป็นธรรมให้กับพระสังฆาธิการ (ธ) กับพระญาณรักขิต (แผน โสภโณ) รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) และเจ้าอาวาสวัดโสภณพัฒนาราม (วัดภูปูนในฝัน)

ทั้งนี้ เป็นการเข้าพบภายหลังพระญาณรักขิต ได้ร่วมกับพระสังฆาธิการ (ธ) จัดประชุมวาระเร่งด่วนพิเศษอีกครั้งหนึ่ง หลังมีการประชุมรอบแรกผ่านไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันหาแนวทางการคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งและถอดถอนของมหาเถรสมาคมให้เป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น หลังคณะสงฆ์ พระสังฆาธิการ (ธ) และชาวพุทธกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันตั้งโต๊ะลงชื่อให้ได้หนึ่งแสนรายชื่อทั้งระบบเปิดและออนไลน์เพื่อถวายฎีกาในลำดับต่อไป

พระครูโสภณธรรมอุดม เจ้าคณะอำเภอห้วยเม็ก (ธ) กล่าวว่า การประชุมพระสังฆาธิการ (ธ) กาฬสินธุ์ครั้งนี้ เพื่อร่วมกันหาแนวทางที่ชัดเจนในการคัดค้านและเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพระเดชพระคุณพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของคณะสงฆ์กาฬสินธุ์ และเป็นที่รักศรัทธายิ่งของญาติธรรม ตลอดจนสาธุชนทั่วไป โดยเดิมทีกำหนดกันว่าจะมีตัวแทนของพระสังฆาธิการ (ธ) ใน จ.กาฬสินธุ์ และญาติธรรมจำนวนหนึ่ง เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านคำสั่งดังกล่าวเมื่อวานนี้ (4 ต.ค.) แต่เนื่องจากได้มีการเปิดช่องทางลงรายชื่อหนึ่งแสนรายชื่อ ทั้งระบบเปิดและระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการ จึงยังรอความพร้อมเสียก่อน ทั้งนี้ คณะสงฆ์ พระสังฆาธิการ (ธ) และชาวพุทธกาฬสินธุ์ ยืนยันจะทางเข้ากรุงเทพฯเข้ายื่นหนังสืออย่างแน่นอน

ขณะที่ ศ.ดร.ดุษฎีวัฒน์ แก้วอินทร์ ประธานมูลนิธิพิทักษ์พระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม และประธานชมรมพิทักษ์พระพุทธศาสนา กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวมหาเถรสมาคม แต่งตั้งและสั่งปลดพระสังฆาธิการ 3 รูป และที่ จ.กาฬสินธุ์ มีการเคลื่อนไหวคัดค้านคำสั่งดังกล่าว ในฐานะที่มูลนิธิฯ จัดตั้งขึ้นมาเพื่อพิทักษ์ปกป้องพระพุทธศาสนาจากภัยภายในและภัยภายนอก, เพื่อส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยให้ยั่งยืน, เพื่อช่วยเหลือวัด/พระที่ถูกดำเนินคดีและถวายความรู้ด้านกฎมายแก่คณะสงฆ์/พุทธศาสนิกชน ดังนั้น เมื่อเกิดกรณี มส.มีคำสั่งแต่งตั้งและถอดถอนดังกล่าว ซึ่งคณะสงฆ์และญาติโยมชาวพุทธมีการเคลื่อนไหวคัดค้านไม่ยอมรับ ถือเป็นพฤติการณ์ที่มูลนิธิฯจะต้องเข้ามาติดตาม ให้ความรู้ช่วยเหลือและร่วมมือ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ศ.ดร.ดุษฎีวัฒน์ ยอมรับว่า จากกรณีดังกล่าวเมื่อดูข้อมูลคำสั่งของ มส.และประมวลเข้ากับกฎระเบียบต่างๆ ของ มส.ที่บัญญัติไว้ ในประเด็นของการแต่งตั้งและถอนถอน พบความผิดปกติที่เกิดขึ้น ตามที่ผู้ที่เข้าไปศึกษาในกฎระเบียบดังกล่าวจะเห็นชัดเจน เช่น กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2551) ว่าด้วยการแต่งตั้งและถอดถอนพระสังฆาธิการ ในส่วนที่ 3 กรณีเจ้าคณะจังหวัด ข้อที่ 14 ต่อการดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดนั้น ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นมีการแต่งตั้งพระครูนอกจังหวัดมาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ขัดกับคุณสมบัติการปกครองสงฆ์ที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่ข้อแรกคือเป็นพระครูที่อยู่ในพื้นที่ จ.หนองคาย ไม่มีสำนักอยู่ในเขต จ.กาฬสินธุ์ ไม่เคยดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ไม่ต่ำกว่า 2 ปี ทั้งไม่เคยมีวัดหรือปฏิปทาที่ จ.กาฬสินธุ์ แต่กลับมีคำสั่งแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะใน จ.กาฬสินธุ์ (ธ) เรื่องที่เกิดขึ้นจึงไม่เป็นธรรมกับพระสังฆาธิการที่ถูกสั่งปลด และ มส.กลืนน้ำลายตัวเอง คือบัญญัติไว้อย่างหนึ่ง แต่กลับปฏิบัติตรงข้ามกับที่บัญญัติไว้

ศ.ดร.ดุษฎีวัฒน์กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่ติดตามเรื่องดังกล่าวในครั้งนี้ หลังได้พูดคุย ทำความเข้าใจและแนวทางของพระสังฆาธิการ (ธ) ใน จ.กาฬสินธุ์แล้ว ก็จะเข้ามาช่วยคณะสงฆ์ และญาติโยมชาวพุทธกาฬสินธุ์ ในส่วนของการทำหนังสือและยื่นหนังสือคัดค้าน ต่อ มส.ตามลำดับต่อไป ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติและที่เคยดำเนินการมาเหตุการณ์ลักษณะนี้ พระหรือวัดที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งใดๆ สามารถคัดค้านส่วนที่เกี่ยวข้องทบทวนใหม่ได้ ขณะที่ในส่วนผู้มีส่วนรับผิดชอบในคำสั่ง ก็สามารถพิจารณายกเลิกคำสั่งได้ ตามความถูกต้องเหมาะสม

ดร.นิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่รัฐมนตรีอนุชากล่าวถึงการปลดเจ้าคณะจังหวัด 3 รูปว่า มส.ดำเนินการออกมติถูกต้องแล้ว ตนขอชี้แจงแทนชาวพุทธว่า มส.ปลดเจ้าคณะจังหวัดโดยไม่ได้ทำตามขั้นตอนของกฎหมายแต่อย่างใด ตามกฎหมายต้องตั้งกรรมการสอบก่อน แต่ไม่ได้มีการตั้งกรรมการสอบแต่อย่างใดทั้งสิ้น  แล้วออกมติปลดมาเลย ชาวพุทธเขาจึงสงสัยกันว่ามีการสอดไส้หรือไม่ รัฐมนตรีไปฟังแต่สำนักพุทธเขียนให้อ่าน แต่ไม่ดูข้อกฎหมาย ซึ่ง มส.ตั้งขึ้นตามกฎหมายสงฆ์มาตรา 12 และให้มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 15 ตรี เมื่อให้อำนาจมาแล้วจะต้องใช้อำนาจนั้นให้ถูกต้อง ทั้งตามกฎหมายและพระธรรมวินัย ที่กำหนดไว้ในมาตรา 15 ตรี

ดร.นิยม กล่าวต่อว่า ขั้นตอนการถอดถอนพระสังฆาธิการ กฎหมายสงฆ์ระบุเอาไว้ชัดเจน ในกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (2541) หมวด 4 ส่วนที่ 1 การละเมิดจริยา ข้อ 55 การถอดถอนจากตำแหน่งหน้าที่นั้น จะทำได้ก็ต่อเมื่อพระสังฆาธิการละเมิดจริยา อย่างร้ายแรงข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1. ทุจริตต่อหน้าที่ 2.ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรเกิดกว่า 30 วัน 3.ขัดคำสั่งอันชอบด้วยการคณะสงฆ์และการขัดคำสั่งเป็นให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่คณะสงฆ์ 4.ประมาทเลินเล่อ อันเป็นเหตุความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่คณะสงฆ์ และ 5.ประชั่วอย่างร้ายแรง ซึ่งในกรณีเช่นนี้ให้ผู้บังคับบัญชาใกล้ชิดรายงานโดยลำดับจนถึงผู้มีอำนาจแต่งตั้ง เมื่อสอบสวนได้ความจริงตามรายงานแล้วให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนจากตำแหน่งหน้าที่ได้ ดังนั้น เจ้าคณะผู้ปกครองจะปลด ต้องตั้งกรรมการสอบให้แจ้งชัดเสียก่อนว่า ท่านผิดร้ายแรงอย่างไร

ดร.นิยม กล่าวอีกว่า เมื่อ มส มีอำนาจในการออกมติแต่มติดังกล่าวนั้นไม่ได้ตั้งกรรมการสอบมาก่อนก็เป็นการออกมติที่ข้ามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ มตินั้นจึงไม่มีผลบังคับใช้ และผู้ออกมติก็อาจมีความผิดได้ ส่วนที่รัฐมนตรีอนุชายืนยันว่า มติ มส.ปลด 3 เจ้าคณะจังหวัดถูกต้องแล้วนั้น ต้องตอบชาวพุทธให้ได้ว่า มหาเถรสมาคมดำเนินการถูกต้องอย่างไร มีการสอบหรือไม่ ถ้ามี ใครเป็นคณะกรรมการสอบบ้าง คำสั่งในการสอบว่าอย่างไร ผลการสอบเป็นอย่างไร มีการรายงานตามลำดับชั้นการปกครองตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่

“ผมขอยกตัวอย่าง หากดูตามลำดับการปกครองคณะสงฆ์หนกลาง การปลดเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีนั้น เจ้าคณะหนกลาง วัดไตรมิตร จะต้องสั่งการให้เจ้าคณะภาคหนึ่ง วัดหงส์ ตั้งกรรมการสอบ ซึ่งคณะกรรมการสอบอาจมีรองเจ้าคณะภาค หรือเจ้าคณะจังหวัดในภาคหนึ่ง เป็นคณะกรรมการ หากได้ดำเนินการตามขั้นตอนนี้ครบถ้วนก็เอาออกมาชี้แจง เชื่อว่าชาวพุทธเรามีเหตุผล จะเข้าใจได้” ดร.นิยม กล่าว

ส่วนกรณีของนครศรีธรรมราช ยิ่งชัดแจ้งมาก ไม่มีการถอดแต่ มส.มีมติตั้งเจ้าคณะจังหวัดรูปใหม่ทับลงไปเลย แสดงว่าไม่มีการตรวจสอบมาก่อน หากมติ มส.ถูกต้องตามที่รัฐมนตรียืนยัน ตอนนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็มีเจ้าคณะจังหวัดสองรูปอย่างนี้จะเรียกว่า มส.ดำเนินการออกมติถูกต้องได้อย่างไร

สำหรับเจ้าคุณบัวศรี หรือพระเทพสารเมธี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) บรรพชา เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑุฒโน) สมเด็จพระสังฆราช เป็นพระอุปัชฌาย์ และอุปสมบท เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2513 ณ วัดบวรนิเวศวิหารกรุงเทพมหานคร โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ของกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระอุปัชฌาย์ จบนักธรรมชั้นเอก เปรียญธรรม 4 ประโยค สังกัดสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหารได้รับถวายปริญญาศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ได้รับถวายรางวัลเสมาธรรมจักร ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา จากกรมการศาสนา ได้รับถวายพุทธคุณูปการจากสภาผู้แทนราษฎร และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) เมื่อ พ.ศ.2530 และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค 8 (ธ) ระหว่าง พ.ศ.2561-2564 จากคำสั่งของมหาเถรสมาคม – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผักราคาแพง! ต้อนรับเทศกาลกินเจ ‘ขึ้นฉ่าย’ ราคาพุ่งกก.ละ 180 บาท #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606727

ผักราคาแพง! ต้อนรับเทศกาลกินเจ 'ขึ้นฉ่าย' ราคาพุ่งกก.ละ 180 บาท

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.00 น.

5 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาผักในตลาดสดทรัพย์สินพลาซ่าสงขลา เริ่มมีการปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากแหล่งปลูกผักในภาคกลาง หลายจังหวัดน้ำท่วม และฝนตกจากสภาพอากาศส่งผลให้ปริมาณผักที่ส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดเริ่มลดน้อยลง และยังมีแนวโน้มที่จะปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเทศกาลกินเจวันที่ 6 ตุลาคม 2564 นี้ เชื่อว่าจะยิ่งทำให้ราคาผักแพงขึ้นอีก

นางประภา จินดา แม่ค้าขายผัก วัย 42 ปี เปิดเผยว่า วันนี้ผักขึ้นราคา ผักชี จาก กก.ละ 200 บาทขึ้นเป็น 220 บาท ผักขึ้นฉ่าย กก.ละ 120 บาท ขึ้นเป็น 180 บาท หัวไชเท้า กก.ละ 30 ขึ้นเป็น 35 ถึง 40 บาท มะระ กก.ละ 50 บาท ขึ้นเป็น 60 บาท ผักคะน้า กก.ละ 50 บาท ขึ้นเป็น 60 บาท  ผักบุ้งจีน จากกก.ละ 40 ขึ้นเป็น 55 บาท ผักกาดหอมจากกก.ละ 80 บาท ขึ้นเป็น 120 บาท ตอนนี้ผักกระโดดขึ้นราคาเป็นรายวัน กระโดดขึ้นมาแต่ละครั้งขึ้น กก.ละ 20 – 30 บาท สำหรับราคาที่ปรับขึ้น เพราะเป็นช่วงเทศกาลกินเจด้วย และน้ำท่วมที่ภาคกลางด้วย ของที่ส่งมา ยาก และก็ยังมีใบโหระพา จาก กก.ละ 60 บาท ขึ้นมาเป็น 100 บาท รวมทั้งมะนาวด้วย พอฝนเริ่มตก มันก็ขึ้นราคาหมดเลย มะนาว จาก กก.ละ 60 บาท วันนี้ วันนี้ขายโล 80 บาท. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วัคซีนดุจเสื้อกันฝน! จับชีพจรคนไทย‘ต้อง’ไปต่อให้ได้ ในวันที่‘พายุโควิด’ยังโหมกระหน่ำ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606724

วัคซีนดุจเสื้อกันฝน! จับชีพจรคนไทย‘ต้อง’ไปต่อให้ได้ ในวันที่‘พายุโควิด’ยังโหมกระหน่ำ

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.44 น.

วัคซีนดุจเสื้อกันฝน! จับชีพจรคนไทย‘ต้อง’ไปต่อให้ได้ ในวันที่‘พายุโควิด’ยังโหมกระหน่ำ

ข้อมูลของกรมควบคุมโรค ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2564 ชี้ว่ามีคนไทยกว่า 32 ล้านรายหรือประมาณ 49% ของประชากรทั้งประเทศ[1] ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สะท้อนสถานการณ์การรับมือมหาวิกฤตโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ความเป็นอยู่และการเอาตัวรอดจากผลกระทบของการระบาดครั้งใหญ่นี้คือสิ่งที่หลายคนอาจกำลังสงสัย

“ประคองตัว ไม่กลัวเปลี่ยนแปลง”

คุณเพียงใจ เพียงสกุล เจ้าของร้านอาหารเพียงใจ ในจังหวัดขอนแก่น เลือกลดจำนวนโต๊ะในร้านและเพิ่มการทำเดลิเวอรี่ สอดคล้องกับร้านอาหารอีกหลายๆ ร้านในพื้นที่ ที่ต้องปรับตัวให้ธุรกิจไปต่อได้ ในวันที่ลูกค้าต่างกังวลที่จะออกมากินอาหารนอกบ้าน

“จากการระบาดรอบเดือนเมษายน ยอดขายเราลดไปครึ่งหนึ่ง จริงๆ เราก็ทำอะไรไม่ได้เลย เคยหยุดร้านไปพักหนึ่งด้วย เพราะเราก็กลัว และยอดก็ตกมาก เลยหยุด ขอทำใจก่อน เราปรับลดจำนวนโต๊ะในร้านลง มีคำแนะนำให้ลูกค้าจองโต๊ะก่อน แต่ก็มีลูกค้าไม่มากที่ทำตามนั้น อย่างไรก็ดีตอนนี้โอกาสที่โต๊ะเต็มก็เกิดขึ้นน้อยมาก ตอนนี้ก็พยายามประคองร้านไม่ให้ขาดทุนไปมากกว่านี้ ถ้าไม่มีระลอกใหม่ปลายปีก็คงดีขึ้น กลุ่มลูกค้าที่ร้านน่าจะมีกำลังซื้อ แต่ปัญหาหลักคือคนกลัว หรือไม่ออกจากบ้านมาทำงานหรือเรียนหนังสือ ต้องยอมรับว่าทุกร้านก็โดนกันหมด ร้านที่ขายดีมากๆ ก็ดูว่าคนยังเยอะ แต่ร้านก็บอกว่าน้อยลงชัดเจน ร้านระดับกลางถึงบนก็รับทำข้าวกล่อง หรือปรับตัวในรูปแบบต่างๆ แบบที่เราไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น มีระดับภัตตาคารมาขายอาหารสำเร็จรูป เน้น delivery (รัฐไม่ได้ห้ามนั่งกินที่ร้าน) หรือรับทำอาหารกล่อง”

เจ้าของธุรกิจร้านอาหารซึ่งเปิดมานานเกือบ 6 ปี เผยว่าเธอเชื่อมั่นว่าทางออกคือวัคซีนที่ต้องได้ฉีดทุกคน

“การฉีดวัคซีนจะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้ ถ้ามีการฉีดทั่วถึงพอ เมื่อลูกค้าได้ฉีดวัคซีน ส่วนหนึ่งก็จะมั่นใจที่จะออกมา แต่อีกส่วนก็ยังคงไม่ออกอยู่ดี ต่างจังหวัดคนไม่แออัดเหมือนกทม. เพราะร้านไม่ได้ถูกปิด พนักงานที่ร้านเป็นนักศึกษาพาร์ทไทม์ ซึ่งเพิ่งได้คิวฉีดเข็มแรก แต่บางคนก็ยังกลัว เราก็พยายามกระตุ้นให้ไปฉีดวัคซีน ถ้ามีช่องทางเราก็พยายามติดต่อให้สำหรับคนที่ยังไม่ได้คิวฉีด วัคซีนคือทางออกเดียวเลย เราก็เฝ้ารอวันที่มีวัคซีนฉีดให้ประชาชนทุกคน”

นอกเหนือไปจากกิจการร้านอาหารที่เฟื่องฟูดังเดิม อีกสิ่งที่เธอคิดถึงไม่แพ้กันคือการได้กลับมาเจอหน้าคนที่รักอีกครั้ง

“ในมุมส่วนตัว พี่มีสามีเป็นคนอิตาเลียน ซึ่งปกติจะเจอกันปีละ 3-4 ครั้ง แต่ตอนนี้ไม่ได้เจอกันมาเกือบจะสองปีแล้วตั้งแต่โควิดระบาด แม้ว่าช่วงนี้จะสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ แต่ก็ต้องมากักตัวอีก 14 วัน ซึ่งเขาไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น เพราะต้องทำงานด้วย เราจึงไม่ได้เจอกันเสียที ส่วนในมุมเจ้าของธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่พี่รักคือการได้พบปะผู้คน ได้จัดงานที่เพื่อนฝูง หุ้นส่วน หรือลูกน้องได้มาพบปะกัน มันคือสีสันของชีวิตที่ทำให้เรารู้ว่าเรามีกันและกันนะ พี่ก็รอวันนั้นอยู่เหมือนกัน มันคิดถึง”

“ปรับตัวรอวันฟื้น ยืนอยู่บนวินัย”

เสียงจากนิคมอุตสาหกรรมหลักของประเทศ คุณชยันต์ กุลวงศ์  เจ้าของบริษัทก่อสร้าง ระยองอินทาเนีย ในจังหวัดระยอง เผยว่าหลายโรงงานในพื้นที่ไม่ต้องหยุดชะงักเพราะมีวัคซีนช่วยเสริมเกราะความมั่นใจ

“วัคซีนช่วยได้เยอะมาก เพราะบางโรงงานมีนโยบายให้ผู้รับเหมาที่จะเข้าไปทำงานในอนาคตได้รับการฉีดวัคซีนก่อนเข้าในพื้นที่ของโรงงาน โดยวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ และเนื่องจากการทำงานรับเหมาก่อนสร้างในเขตนิคมอุตสาหกรรมนั้นเป็นการทำงานของหลายบริษัทในพื้นที่เดียวกัน ดังนั้นฉีดวัคซีนจึงทำให้บุคลากรที่ทำงานในพื้นที่ต่างๆมีความสบายใจและมั่นใจในการทำงานมากขึ้น ไม่ต้องคอยระแวงระหว่างทำงานว่าจะติดโควิดหรือไม่ ถ้าหากติดโควิดก็สามารถลดความรุนแรงได้ และเนื่องจากบริษัทอยู่ในเขตพื้นที่สีแดงเข้มและได้รับสิทธิ์ในการฉีดจากสำนักงานประกันสังคม จึงมีการรณรงค์ให้พนักงานและคนในองค์กรไปรับการฉีดวัคซีนขณะนี้ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วมากกว่า 90% ของบุคลากรทั้งหมด”

อย่างไรก็ดี การระบาดของโควิด-19 กระทบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในเขตนิคมอุตสาหกรรมหลักของประเทศอย่างมาก เพราะต้องรักษาวินัยในการเว้นระยะห่าง ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการดำเนินงาน

“ธุรกิจเราชะลอตัวอย่างมากเนื่องจากการทำงานรับเหมาก่อสร้างในเขตนิคมอุตสาหกรรมเป็นการรวมตัวของคนหมู่มาก บริษัทผู้ว่าจ้างหลายๆ โรงงานจึงได้มีการหยุดการทำงานเป็นระยะทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่อง โดยแผนการรับมือคือแบ่งกลุ่มการทำงานให้เล็กลง หากมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีคนติดเชื้อโควิดก็จะมีการจำกัดวงที่มีคนติดเชื้อโควิดดังกล่าวออกจากส่วนรวม นอกจากนี้ทีมงานความปลอดภัยและชีวอนามัยของบริษัทยังรณรงค์ในบุคลากรในบริษัทอยู่บ้าน และให้ความรู้ในการป้องกันตัวอย่างดีหากต้องมีธุระนอกบ้าน กลุ่มอุตสาหกรรมในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากถึงมากที่สุด ทางบริษัทผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมาที่เข้าทำงานในพื้นที่ได้ตกลงกันให้มีการตรวจเป็นระยะก่อนเข้าทำงานในพื้นที่ และปรับแผนการทำงานให้ไม่เกิดความแออัดในพื้นที่ต่างๆ เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงเน้นให้ความรู้ข่าวสารเกี่ยวกับโรคโควิด-19 กับบุคลากรที่จะเข้าไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการชะลอหรือหยุดการทำงานในอนาคต”

ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ยังคงสร้างผลกระทบอย่างหนัก คุณชยันต์ในฐานะหัวเรือใหญ่ของธุรกิจและหัวหน้าครอบครัว มองว่าต้องห้ามหมดหวัง โดยยังคงมองไปข้างหน้าสู่วันที่มีภูมิคุ้มกันหมู่

“เราได้รับผลกระทบเยอะมาก เพราะกว่า 30% ของรายได้หายไป เนื่องจากมีการเลื่อนและชะลอการทำงานจากบริษัทผู้ว่าจ้างเป็นระยะเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ที่สำคัญไม่แพ้ผลกระทบต่อธุรกิจ คือเรื่องของการเลี้ยงดูครอบครัว เราในฐานะเสาหลักของบ้าน ซึ่งก็ไม่ต่างจากบุคลากรในบริษัทหลายๆ คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนนี้เช่นกัน คือต้องหารายได้แต่ละเดือนให้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ก็อยากมั่นใจ ว่าจะมีเงินเลี้ยงดูครอบครัว และที่สำคัญคือไม่เอาความเสี่ยงเข้าบ้านไปหาคนที่เรารักและห่วงใย ส่วนความหวังที่ธุรกิจจะกลับมาฟื้นตัวได้นั้นน่าจะเป็นช่วงไตรมาสหนึ่งของปี 2565 ผมเชื่อว่าภาครัฐควรเร่งจัดหาและฉีดวัคซีนให้ประชาชนมากและเพียงพอต่อการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ เพื่อให้สามารถทำงานได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมของประเทศที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก”

“สร้างความสบายใจแก่กัน แม้ในวันที่ต้องลุยฝน”

คุณนฤมล ชมดอก Content provider และ Blogger เจ้าของ Go2AskAnne เพจพูดคุยเรื่องอาหารและ Fooducation เพจพื้นที่การเรียนรู้เรื่องอาหาร จากจังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย เชื่อว่าเราต่างมองหาความมั่นใจระหว่างกันและกัน ในวันที่ใครๆ ก็โหยหาการออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน

“วันนี้ยังมีคนที่รอวัคซีน เขายังไม่ได้สักเข็ม ถ้าเขาจะออกไปกินข้าวนอกบ้าน เขาก็จะมองหาร้านที่ฉีดแล้ว เพราะแปลว่าโอกาสติดเชื้อน้อย จากที่พี่สัมผัส คนกลุ่มนี้มีอยู่ประมาณนึงเลย เพราะเรายังอยู่ระหว่างการกระจายวัคซีน หรือบางคนจ่ายเงินไปแล้ว เขาก็เลือกที่จะรอวัคซีนที่เขาจ่ายไปแล้ว ทุกคนมีทางเลือกของเขานะ แต่ที่ทุกคนต้องทำคือไม่อยู่เฉยๆ มีโอกาสได้ฉีด ก็ไปฉีด มันคือการป้องกันตัวเอง ไม่งั้นเราก็ไปไหนกันต่อไม่ได้ ถ้าถามพี่ เจ้าของร้านไหน ถ้าทางรัฐเรียกไปฉีด ก็ควรไปเลย ความปกติสุขมันรออยู่นะ เราต้องช่วยกัน ไม่มีความจำเป็นต้องเกี่ยงงอน” 

สำหรับคุณนฤมล ผู้มักต้องออกไปทำงานนอกสถานที่และพบปะคนมากหน้าหลายตา วัคซีนคือตัวขจัดความกลัว

“พี่ทำงานออนไลน์อยู่แล้ว ดังนั้น WFH ไม่เกิดปัญหาต่อการทำงานในฐานะ Content provider แต่สำหรับกลุ่มการรีวิวก็กระทบบ้าง สำหรับพี่ เราต้องมั่นใจว่าเราไปไหน เราจะไม่ไปติดโรคจากใคร และไม่ไปเอาโรคไปติดใคร วัคซีนคือความสบายใจ ถ้าเราทุกคนได้วัคซีนกันหมด ก็จะเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ ความกลัวหายไป เราต้องไม่กลัววัคซีน เมื่อมีโรคระบาด วัคซีนมันก็มา แล้วมันก็จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เป็นปกติของมันแบบนี้อยู่แล้ว”

หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ทำให้คนยังกลัววัคซีนคือข่าวปลอม ซึ่งคุณนฤมลมีประสบการณ์ตรงและกำลังปวดหัวอยู่ไม่น้อย

“สังคมเราจำเป็นต้องจัดการ Fake news โดยเฉพาะผลกระทบต่อผู้สูงอายุ คนกลุ่มนี้อาจจะแยกแยะไม่ได้นะ ว่าอะไรจริงหรือเท็จ ตัวอย่างที่เราเจอกับตัวคือแม่ ซึ่งอยู่ชุมชนสวนดอก เสี่ยงนะ ควรฉีดวัคซีนที่สุด แต่แม่พี่เดินไปศูนย์ฉีดสองรอบแล้วเดินกลับ เพราะกลัว เขาเชื่อ Fake news ว่าฉีดวัคซีนแล้วอาจจะตาย จนตอนนี้คือต้องรอวัคซีนรอบใหม่ มันเหนื่อยนะ กับคนแบบเราที่อยากให้แม่ของเราแท้ๆ ปลอดภัย แต่ก็จะมีข่าวปลอมออกมาเพื่อ discredit วัคซีนอยู่ตลอด”

ทว่าในวันที่พายุโควิดยังคงโหมกระหน่ำ คุณนฤมลยังคงคิดบวกเพราะเธอมองว่าชีวิตท่ามกลางโรคระบาดคือเรื่องปกติ

“ชีวิตเราคือการเดินทาง ถ้าฝนตกแต่เราอยากออกจากบ้าน ก็ต้องเลือกว่าจะติดอยู่กับบ้านเพราะไม่มีร่มหรือเสื้อกันฝนหรือเปล่า วัคซีนก็เหมือนร่มหรือเสื้อกันฝน เราอาจจะเปียกนะ แต่เราออกจากบ้านได้แน่ๆ”

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและนักวิทยาศาสตร์กว่าร้อยคนใน 23 ประเทศเชื่อว่าโควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นที่จะอยู่คู่ชีวิตเราเรื่อยไป ไม่ต่างไปจากโรคไข้หวัดที่เราแทบจะไม่หวั่นเพราะรู้ดีว่ามีหนทางในการป้องกัน[2] โดยหากสถานการณ์เป็นจริงตามที่ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกคาดการณ์ เราทุกคนคงต้องเริ่มทำตัวให้คุ้นชินกับแนวทางการปกป้องสุขภาพของตนเองจากโควิด-19 ได้แก่ การเว้นระยะห่าง การสวมหน้ากาก การหมั่นล้างมือ รวมถึงการฉีดวัคซีน เพื่อให้ชีวิตของเราก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อแม่พาลูกสาววัย 2 ขวบ ร้อง ‘ปวีณา’ หลังถูกหมากัด แต่เจ้าของไม่รับผิดชอบ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606709

พ่อแม่พาลูกสาววัย 2 ขวบ ร้อง 'ปวีณา' หลังถูกหมากัด แต่เจ้าของไม่รับผิดชอบ

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.30 น.

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 5 ต.ค.64 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นายวีรชัย พันพะมา อายุ 30 ปี และน.ส.นาตยา สติกุล อายุ 31 ปี สองสามีภรรยา ได้พา “น้องเพลง” ลูกสาววัย 2 ขวบ ที่บาดเจ็บจากการถูกสุนัขกัดที่เบ้าตาซ้ายเข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ หลังเจ้าของสุนัขไม่รับผิดชอบ และเกรงว่าสุนัขตัวดังกล่าวจะเป็นอันตรายต่อเด็กคนอื่นๆ เนื่องจากที่ผ่านมามีเด็กหลายคนเคยถูกกัดมาแล้ว

นายวีรชัย กล่าวว่า ตนทำงานอยู่โรงปูนแห่งหนึ่งย่านบางเขน ครอบครัวจึงอาศัยอยู่แคมป์คนงานใกล้โรงปูน เหตุเกิดช่วงเย็นวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา แม่เด็กไปทำงาน ส่วนตนเลิกงานกลับมานั่งเล่นกับลูกอยู่ในห้องพักก่อนจะลุกไปอาบน้ำ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงลูกร้องจึงรีบออกมาดูก็พบว่า ที่บริเวณหน้าห้องพัก “ไอ้ตูบ” สุนัขพันทางกำลังคร่อมร่างและกัดเข้าที่เบ้าตาซ้ายของน้องเพลงอยู่ ตนจึงรีบเข้าไปอุ้มลูกและไล่จนมันวิ่งหนีไป จากนั้นตนได้พาลูกไปโรงพยาบาล แพทย์ระบุอาการว่า ท่อน้ำตาและเปลือกตาด้านซ้ายฉีกขาด ก่อนจะทำการผ่าตัดเย็บเปลือกตาและใส่ท่อน้ำตาซิลิโคลนให้ น้องเพลงต้องนอนอยู่ที่รพ.ถึง 3 คืน ขณะที่ภูมิลำเนาตนอยู่ที่ จ.สุรินทร์ ลูกจึงมีสิทธิบัตรทองอยู่ที่นั่น แต่ตอนนี้ทางโรงพยาบาลช่วยเหลือรักษาโดยใช้สิทธิบัตรทองกรณีฉุกเฉินอยู่ ด้านแพทย์ได้นัดน้องเพลงไปดูอาการอีกครั้งวันที่ 6 ต.ค.นี้ และจะต้องมีการวางยาสลบเพื่อตัดไหมที่เปลือกตา คาดว่าจะต้องนอนรพ.อีกประมาณ 2-3 คืน แพทย์บอกว่าเมื่อรักษาหายแล้วน้องเพลงจะไม่สามารถลืมตาข้างซ้ายได้อีก เพราะกล้ามเนื้อหนังตาที่ควบคุมการปิดเปิดตานั้นฉีกขาดไปแล้ว ในแคมป์คนงานทุกคนรู้ดีว่าเจ้าของไอ้ตูบเป็นคนงานที่โรงปูนบริษัทเดียวกัน แต่เขาอาศัยอยู่แคมป์คนงานย่านรามอินทรา ไอ้ตูบเป็นสุนัขที่ดุร้ายกัดคนเป็นประจำสร้างความเดือดร้อนเจ้าของจึงนำมาปล่อยไว้ที่แคมป์คนงานบางเขน ซึ่งที่ผ่านมามันก็กัดเด็กมาแล้วหลายคนจนคนงานที่นี่ไม่กล้าปล่อยลูกหลานออกมาวิ่งเล่นตามลำพัง 

“หลังเกิดเหตุน้องชายเจ้าของไอ้ตูบ ซึ่งอยู่แคมป์เดียวกันกับตนได้มาเยี่ยมน้องเพลงแล้วให้เงิน 500 บาท เป็นค่าทำขวัญน้องเพลงแต่ก็ไม่ได้พูดเรื่องที่จะรับผิดชอบอะไร กระทั่งเช้าวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าของไอ้ตูบได้มาหาตนที่แคมป์แล้วบอกว่า เขาจะไม่รับผิดชอบอะไร เพราะเขาปล่อยทิ้งไอ้ตูบไปนาน 5-6 ปี แล้ว มันจะไปกัดใครเขาก็ไม่เกี่ยว ซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ”  

ด้านนางปวีณา หงสกุล กล่าวว่าหลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สน.บางเขน และนางสาวพิสมัย  เรืองศิลป์  ผู้อำนวยการเขตบางเขน เพื่อให้ศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดกรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่แคมป์คนงานโรงปูนย่านบางเขน เพื่อรับตัวสุนัขไปอยู่ในที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของคนงานและลูกหลานที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว เป็นห่วงน้องเพลง อายุเพียง 2 ขวบ แพทย์ระบุว่า ท่อน้ำตาและเปลือกตาฉีกขาดต่อจากนี้ตาของน้องจะปิดไม่สามารถลืมตาซ้ายได้อีก ตนจะปรึกษาแพทย์ที่รักษาน้องเพลงหาทางช่วยเหลือให้ได้รับการรักษาเยียวยาให้ดีที่สุด หากโรงพยาบาลใด หรือแพทย์ท่านใดจะให้คำแนะนำหรือช่วยเหลือน้องเพลง กรุณาติดต่อมายังมูลนิธิปวีณาฯ ได้ที่เบอร์โทร 081 814 0244, 098 478 8991 ได้ตลอดเวลา. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขายวันแรกคึกคัก! ร้านอาหารเจพิษณุโลก คนซื้อกินล้างท้อง ปีนี้ผักแพงขึ้นราคา #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606682

ขายวันแรกคึกคัก! ร้านอาหารเจพิษณุโลก คนซื้อกินล้างท้อง ปีนี้ผักแพงขึ้นราคา

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.14 น.

5 ตุลาคม 2564 เทศกาลกินเจ 2564 ปีนี้ ตรงกับตรงกับวันที่ 6 ตุลาคม – 14 ตุลาคม 2564 รวมเป็นเวลา 9 วัน ซึ่งหลายท่านอาจจะล้างท้องก่อนในวันที่ 5 ตุลาคม 2564 และวันนี้ที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมืองพิษณุโลก แม่ค้าหลายร้านได้เริ่มปรุงอาหารเจมาจำหน่ายเป็นวันแรกแล้ว บรรยากาศการซื้อขายอาหารเจเริ่มคึกคัก เพราะในแต่ละปีชาวพิษณุโลกนิยมกินเจกันมากขึ้น

ที่ร้านป้าตี่ อาหารเจ นางตี่ วิโรจน์วานิช อายุ 80 ปี เจ้าของร้านพร้อมลูกหลาน จะประกอบอาหารเจสำเร็จรูปมาจำหน่ายเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลกิจเจ วันนี้เป็นวันแรกที่มาจำหน่าย เป็นวันล้างท้อง บรรยากาศการซื้ออาหารเจเริ่มคึกคัก

ป้าตี่ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มาวางจำหน่ายตั้งแต่ช่วงประมาณ 05.00 น. ถึงเวลาประมาณ 08.00 น. และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี แวะเวียนมาซื้อกันไม่ขาดสาย แต่ปีนี้ได้ขอปรับราคาจำหน่ายอาหารเจเพิ่ม เป็นถุงละ 30 บาท เพิ่มจากปีก่อนที่จำหน่ายถุงละ 20 บาท เนื่องจากราคาวัตถุดิบแทบทุกชนิดปรับราคาสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะผักที่แหล่งผลิตได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ทำให้ราคาผักแพงขึ้น

ในแต่ละวันของเทศกาลกินเจ ร้านป้าตี่จะทำอาหารมาจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 10 ชนิด หมุนเวียนกันไป อาทิ ผัดขิง ผัดหมูกรอบ ต้มปลาร้าหน่อไม้ แกงส้ม ต้มพะโล้ ต้มจับฉ่าย ยำหมูกรอบ เต้าเจี้ยว ขนมปังเป็นต้น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส’ในหุบเขา แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่อำเภอสวนผึ้ง #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606675

'หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส'ในหุบเขา แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่อำเภอสวนผึ้ง

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 10.29 น.

นายก อบจ.ราชบุรี ควง “ส.ส.บุญยิ่ง นิติกาญจนา” พาคณะเยี่ยมชม “หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส” หมู่บ้านในหุบเขา อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่นักท่องเที่ยวเรียกว่า “แม่กำปอง 2”

นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) ราชบุรี พร้อมนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ นายอดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอสวนผึ้ง นายดุสิต จิรภัทรากร เลขานุการนายก อบจ.ราชบุรี นายองอาจ แดงสั้น และนายมนตรี ใช่รุ่งเรือง สมาชิก อบจ.ราชบุรี พร้อมคณะลงพื้นที่เยี่ยมหมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส หมู่ 3 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนชาวมอญ ที่นักท่องเที่ยวจะเรียกที่นี่ว่า “แม่กำปอง 2”

หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ แห่งนี้หลังจากมีนักท่องเที่ยวและกลุ่มนักรีวิวตามเพจต่างๆ มาเที่ยวชมและได้โพสต์ภาพและข้อความจนเป็นที่รู้จักทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเข้ามาเที่ยวชม หมู่บ้านนี้อยู่ในหมู่บ้านเล็กที่มีบ้านเพียงแค่ 70 ครัวเรือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีทั้งป่าไม้สูงใหญ่ ภูเขาโอบล้อมและยังมีลำธารไหลผ่ากลางหมู่บ้าน สร้างบรรยากาศร่มรื่นด้วยเสียงน้ำไหลจากลำธาร เหมาะแก่การมาพักผ่อน ซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติและอากาศที่บริสุทธิ์

นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายก อบจ.ราชบุรี กล่าวว่า วันนี้ ตนพร้อมด้วยนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมคณะได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมหมู่บ้านมอญห้วยน้ำใส หลังจากทราบข่าวว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และวัฒนธรรม จากการได้ตรวจเยี่ยมถือว่าเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่ดีมีทั้งความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ บรรยากาศดีมากและยังมีวัฒนธรรมวิถีของชุมชนชาวมอญ ซึ่งก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม และในวันหยุดจะมีกิจกรรมให้ชมด้วย  

ในส่วนของ อบจ.ราชบุรี ได้แจ้งให้ปลัด อบต.สวนผึ้ง ร่วมปรึกษากับท้องที่ผู้นำชุมชนสำรวจดูว่ามีสิ่งไหนที่จะให้ อบจ.ราชบุรี ส่งเสริมสนับสนุนก็ให้ตั้งเป็นโครงการเข้ามา ซึ่ง อบจ.ราชบุรี พร้อมที่จะนำเข้าแผนพัฒนาส่งเสริมสนับสนุน โดยเฉพาะสนับสนุนเรื่องของการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ได้เน้นย้ำขอให้คงธรรมชาติและรักษาความสะอาด รวมถึงจัดอุปกรณ์จุดคัดกรองตามมาตราการตรวจโควิด 19 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

นางอภิคณา ทองเหลือ ผู้ใหญ่บ้าน เล่าให้ฟังว่า หมู่บ้านมอญห้วยน้ำใสแห่งนี้เป็นชุมชนไทยรามัญ โดยจะเป็นชาวไทยเชื้อสายมอญและใช้ภาษาไทยและภาษาพื้นบ้านชาวมอญ มีประชากรเพียงแค่ 70 ครัวเรือน ซึ่งเราได้มีการประชุมลูกบ้านและเห็นตรงกันว่าเราจะเปิดหมู่บ้านเป็นแหล่งท่องเที่ยว หลังมีนักปั่นจักรยานปั่นเข้ามาในหมู่บ้านและถ่ายภาพไปลงโซเชียลจนเป็นที่รู้จักของกลุ่มนักท่องเที่ยว จึงได้มีการพูดคุยกันและเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งตลอด 2 ข้างทางที่เข้ามาให้หมู่บ้านชาวบ้านจะนำของออกมาขาย อาทิ ข้าวแกง ข้าวต้มมัด ข้าวหลาม และยังมีอาหารไทยมอญ อาหารชาวมอญมาวางจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวภายในหมู่บ้านของเรา

นางอภิคณา เล่าต่อว่า นอกจากนี้สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยคือการตักบาตรของชาวมอญ หรือชาวมอญจะเรียกกันว่า “จู๊ดเปอป๊าด” (ตักบาตร) ซึ่งจะเริ่มกันตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป โดยเราจะมีการปูเสื่อตามแนวทางเดินซึ่งสร้างจากไม้ไผ่เป็นแนวทางยาวประมาณ 500 เมตร นักท่องเที่ยวมี่จะมาร่วมกันใส่บาตรทางเราได้เตรียมของใส่บาตรไว้ โดยจัดเป็นชุดชะลอม 59 บาทเมื่อถึงเวลาก็จะไปนั่งที่เสื่อที่เราปูเตรียมไว้ให้ ถึงเวลาชาวมอญก็จะหามระฆังและตีเพื่อส่งสัญญาณ 

จากนั้น พระสงฆ์จากสำนักสงฆ์ห้วยน้ำใสก็จะเดินเป็นแถวมาเพื่อรับบิณฑบาตรจากญาติโยม นักท่องเที่ยวตามมาด้วยชาวมอญซึ่งเป็นผู้หญิงจะแบกถาดสิ่งของ คนโทน้ำ และข้าวปลาอาหารต่างๆ ที่เพื่อจะนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์และปิดท้ายด้วยนางรำของชาวมอญ จุดนี้เป็นที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวพักตามโฮมสเตย์ หรือรีสอร์ทต่างชื่นชอบและเดินทางเข้ามาใส่บาตรจำนวนมาก

ส่วนอีกหนึ่งจุดที่ชุมชนได้ร่วมกันจัดขึ้นคือถนนเส้นสั้นๆ ที่ล้อมรอบด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และสตรีทฟู้ดตั้งเรียงรายกัน เป็นสิ่งที่ต้องหาทำมากอีกอย่างคือ การเดินเล่นหาของกินตามทางของหมู่บ้าน คือเรื่องสนุกของที่นี่ เป็นตลาดของชาวมอญที่จะมีอาหารพื้นถิ่นมาเปิดร้านวางแผงขายให้บรรดานักท่องเที่ยวได้มาเลือกซื้อก่อนกลับบ้าน อาทิ เมี่ยงคำ กาแฟ และชา ข้าวเหนียว ขนมถ้วย หอมทอด และผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ชุดชาวมอญ เรียกได้ว่าใครที่หิวก็สามารถเข้าไปนั่งสั่งอาหารได้เลย ซึ่งร้านเค้าส่วนมากก็จะตั้งอยู่ริมถนน นอกจากนี้ยังมีการแสดงพื้นบ้านของชุมชนชาวมอญให้นักท่องเที่ยวได้ชมด้วย

แต่ที่เป็นมนต์เสน่ห์ของที่นี่คือกำแพงไม้ไผ่ นอกจากจะเดินเที่ยวเล่นและยังเป็นจุดถ่ายรูปสวยๆ ในหมู่บ้านกำปอง 2 แล้วมีลำธารเล็กๆ ให้เสียงน้ำไหลหน่อยๆ เดินกินกันแบบเพลินๆ ดูคนเดินไปเดินมาในหมู่บ้าน ถือว่าชิลดีไปอีกแบบ หรือถ้าใครที่อยากหาซื้อของฝากร้านดังของแม่กำปอง 2 ให้เราลองเข้าไปใน ร้านครัวตระนาวศรี ที่นี่มีของกระจุ๊กกระจิ๊กน่ารักให้เราเลือกได้แบบเพลินๆ เช่นกัน

ที่สุดท้ายก่อนกลับออกจากบ้านมอญห้วยน้ำใส หรือแม่กำปอง 2 คือการได้เขียนข้อความบนแผ่นไม้ไผ่ที่เจาะรูผูกเชือก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะเขียนข้อความพร้อมกับอธิฐานขอพรต่างๆ หรือคู่รัก นำมาขอพรจากศาลปู่หลวง สิ่งศักดิ์สิทธ์ประจำหมู่บ้าน ชาวบ้านบอกกว่ากันศาลปู่หลวงศักสิทธิ์มาก ขอแล้วบนด้วยน้ำแดง แผ่นทองคำเปลว 100% หรือ ของที่อยากถวาย มักจะสำเร็จกันทุกรายต้องกลับมาแก้หรือไหว้อีกครั้ง เมื่อขอพรเสร็จก็นำแผ่นไว้ที่เขียนขอความไว้ไปผูกไว้ที่ราวไม้ไผ่หน้าศาลก่อนเดินทางกลับ  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แหย่จมูกม้าทรง! ‘ศาลเจ้าบุนเท่าก๋ง’เข้มตรวจโควิดทุกคน ก่อนเริ่มพิธียกเสาโกเต้ง #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606666

แหย่จมูกม้าทรง! 'ศาลเจ้าบุนเท่าก๋ง'เข้มตรวจโควิดทุกคน ก่อนเริ่มพิธียกเสาโกเต้ง

วันอังคาร ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 10.02 น.

5 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ศาลเจ้าบุนเท่าก๋ง หมู่ 3 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา หลังจากที่ทางจังหวัดได้มีการออกคำสั่งป้องกันโควิด-19 ในช่วงเทศกาลถือศีลกินผัก 2564 ให้แต่ละศาลเจ้างดแสดงอภินิหาร ทิ่มแทงร่างกาย ลดพิธีกรรมในงานประจำปี

โดยปีนี้ศาลเจ้าบุนเท่าก๋งได้จัดพิธีถือศีลกินผักขึ้น ระหว่างวันที่  6​ -14 ตุลาคม 2564 นายสิริธร บัวแก้ว รองนายกเทศมนตรีตำบลคึกคัก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคึกคัก เจ้าหน้าที่ อสม. ร่วมกันตรวจตรวจ (Antigen Test Kit) ATK ม้าทรงและพี่เลี้ยง ผู้ที่จะเข้าร่วมประกอบพิธีกรรมและพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารบริเวณศาลเจ้า ก่อนเริ่มประเพณีถือศีลกินผักที่จะเริ่มพิธียกเสาโกเต้งขึ้นในวันนี้ช่วงบ่าย​ โดยมีม้าทรง พี่เลี้ยง พ่อค้าแม่ค้าที่ร่วมตรวจ ATK จำนวน 37 คน ซึ่งทุกคนมีผลเป็นลบ 

สำหรับมาตรการในการจัดกิจกรรม ในปีนี้ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิค 19 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้เน้นกำชับศาลเจ้าทุกแห่งให้เข้มงวดและถือปฎิบัติมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด มาตรการจัดกิจกรรมหรือพิธีการจำกัดหรือลดจำนวนคนผู้เข้าร่วมพิธีฯ โดยอนุญาตเฉพาะม้าทรง คณะกรรมการของศาลเจ้า พี่เลี้ยงและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงในพิธีกรรม ไม่เกิน 40 คน พร้อมเว้นระยะห่าง ลดขั้นตอนการปฏิบัติในพิธีกรรมหรือพิธีการทุกประเภท ให้เหลือเฉพาะที่จำเป็นพิธีกรรมหรือพิธีการที่จำเป็นต้องมีม้าทรง พี่เลี้ยงให้ลดจำนวนตามสถานการณ์ความเหมาะสม

ให้คณะกรรมการศาลเจ้าเสนอแผนการจัดพิธีกรรมพิธีการให้นายอำเภอทราบก่อนการจัดงาน จำกัดจุดบริเวณที่กำหนดให้เป็นที่สำหรับไหว้พระ ได้ตามความจำเป็น พิธีกรรมหรือพิธีการให้กำหนดบริเวณไว้ภายนอกสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก งดพิธีกรรมหรือพิธีการที่แสดงอภินิหารของม้าทรงทุกประเภท  ม้าทรงหรือพี่เลี้ยงหรือคณะกรรมการศาลเจ้าและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงต้องได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มและได้รับการตรวจ ATK ก่อนเริ่มพิธีกรรมหรือพิธีการ 1 วัน และให้ตรวจซ้ำในวันที่ 5 ของงานประเพณี ผู้เข้าร่วมพิธีให้ลงทะเบียนแพลตฟอร์มไทยชนะหรือในสมุดลงทะเบียนที่คณะกรรมการฯ จัดไว้ให้ 

นายวัชรา พันลำ หนึ่งในม้าทรง กล่าวว่า ปีนี้ศาลเจ้าบุนเท่าก๋งมีการจำกัดจำนวนม้าทรงเหลือแค่ 4 องค์ ต้องผ่านการตรวจ ATK ตั้งแต่วันแรก ต้องผ่านการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม หลังจากนั้นอีก 5 วันก็ต้องมีการตรวจ ATK อีกครั้ง สำหรับปีนี้ศาลเจ้าเองได้มีการปฏิบัติตามนโยบายของทางจังหวัดอย่างเคร่งครัด ม้าทรงจะไม่มีการแสดงอภินิหารแต่อย่างใด งดพิธีโก้ยเฉ่งอิ้ว พิธีพระออกแห่ตามบ้านเรือนประชาชน งดพิธีกรรมข้ามสะพานสะเดาะเคราะห์ พิธีลุยไฟ และงดโรงทาน

นายอุดม ตันเก่ง กรรมการดูแลศาลเจ้าบุนเท่าก๋ง กล่าวว่า ทางศาลเจ้าได้มีการตรวจม้าทรงที่จะเข้าร่วมพิธีและพี่เลี้ยง พร้อมจำกัดจำนวนคนที่จะเข้าร่วมพิธีอย่างเคร่งครัด ซึ่งทุกคนจะต้องผ่านการตรวจ ATK พร้อมกับมีป้ายแขวนคอทุกคนที่ผ่านการตรวจว่าปลอดดภัยและเฉพาะเจ้าหน้าที่และม้าทรงเท่านั้นที่จะสามารถเข้าร่วมในพิธีกรรมได้ ปีนี้ทางศาลเจ้าเองจัดให้มีแค่พิธีขึ้นเสาโกเต้งและรับกิ๋วอ๋องไต่เต่ซึ่งการขึ้นเสาโกเต้งจะใช้แค่เจ้าหน้าที่ที่ร่วมในพิธีกรรมเท่านั้น เพื่อเป็นการป้องกันและลดการแออัดของคนที่มาร่วมงานพร้อมกับปิดที่พักของร่างทรง เพื่อป้องกันการรวมตัว

ส่วนผู้ที่จะเข้ามาร่วมงานในพิธี จะมีเจ้าหน้าที่ อสม ชรบ.หมู่บ้าน อปพร.หมู่บ้าน มาคอยดูแล มีการตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมพิธี ลงทะเบียนแพลตฟอร์มไทยชนะหรือในสมุดลงทะเบียนที่คณะกรรมการจัดไว้ให้ พร้อมจัดระเบียบสำหรับประชาชนที่มาร่วมงานจะเข้าไปไหว้ในศาลเจ้าเพื่อเป็นการลดการแออัด ส่วนโรงทานปีนี้มีการงดออกโรงทาน งดปิ่นโต ซึ่งทุกศาลเจ้าในจังหวัดพังงาได้มีแนวทางในการปฏิบัติเหมือนกัน ซึ่งในวันนี้​ ( 5 ตุลาคม​ 2564)​  ช่วงบ่ายจะมีพิธียกเสาโกเต้งขึ้น​ แสดงถึงสัญญา​ลักษณ์​เริ่มประเพณี​ถือศีล​กิน​ผัก​อย่างเป็นทางการ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,302,520 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Huawei 5G tie-up will not disrupt intelligence-sharing, U.S. officials say #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
CP All Laos strikes franchise deal for 7-Eleven stores #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
‘รุจ ศุภรุจ’ ปลื้มมีตติ้งออนไลน์ #แฟนแคมกับรุจ สุดอบอุ่น พร้อมเผยความในใจสุดซึ้ง #SootinClaimon.Com
Free entrance to Nong Nooch for residents of 9 provinces, 10 Bangkok districts #SootinClaimon.Com
'โม อมีนา-ติช่า'ประชันความแซ่บ สวมลูกไม้ซีทรูสุดเร้าร้อน
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
How app culture turned astrology into a modern obsession
'ปชป.'ขนรมต.ปราศรัยใหญ่ ก่อนเลือกตั้งซ่อมนครปฐม
แซ่บซี๊ดสนั่นไอจี! 'เจนี่'ปล่อยคลิปหวิวรับสงกรานต์ โชว์เรือนร่างเปลือยเปล่าสุดเซ็กซี่

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d