Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘กสม.’ร่วมคลายปม ‘ระเบียบvsเสรีภาพศาสนา’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606171

‘กสม.’ร่วมคลายปม ‘ระเบียบvsเสรีภาพศาสนา’

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“มาตรา 31 บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนาและย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตน แต่ต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ไม่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน”

บทบัญญัติใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งให้การรับรองสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาไว้ ขณะเดียวกัน ยังมีมาตราอื่นที่บัญญัติไว้สอดรับกัน เช่น “มาตรา 27 (วรรคสาม) การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการสภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม

ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือเหตุอื่นใด จะกระทํามิได้” และรวมถึง “มาตรา 5 (วรรคหนึ่ง) รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ หรือการกระทําใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทํานั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้” เป็นต้น

ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีหนึ่งที่มีการร้องเรียนเข้ามายัง กสม. โดยผู้ร้องเป็น “นักศึกษาชายซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม” ที่กำลังศึกษาอยู่ในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 4 ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสงขลาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ “ถูกห้ามไว้หนวด-เครา”อันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตแบบมุสลิม

กรณีนี้ผู้ร้องได้ยื่นเรื่องร้องเรียนในเดือน พ.ค.2563 โดยอ้างว่าตนเองได้รับผลกระทบจากกฎดังกล่าวเมื่อปี 2558ซึ่งนอกจากกฎห้ามนักศึกษาแพทย์ไว้หนวด-เคราแล้ว ยังมีกฎที่นักศึกษาแพทย์ทุกคนต้องเข้าร่วมพิธีกรรมที่ไม่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามในทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ซึ่งตรงกับช่วงเวลาละหมาดด้วย ซึ่ง กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และได้เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข

“การไว้เคราแม้จะไม่ใช่ข้อบังคับหลักของศาสนาอิสลาม แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามความเชื่อทางศาสนา ซึ่งย่อมเป็นเสรีภาพที่ได้รับคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 การที่ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกนำระเบียบดังกล่าวมาบังคับใช้ จึงถือเป็นการละเมิดเสรีภาพในการปฏิบัติตามความเชื่อทางศาสนาของผู้ร้อง

กสม.ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2564 จึงมีข้อเสนอแนะให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ในฐานะหน่วยงานหลักที่เป็นผู้กำหนดระเบียบข้อบังคับต่างๆ แก้ไขระเบียบเกี่ยวกับการแต่งกายและบุคลิกภาพของนักศึกษาแพทย์ให้สอดคล้องกับหลักศาสนา” วสันต์ กล่าวถึงข้อวินิจฉัยของ กสม.

วสันต์ ยังกล่าวอีกว่า ล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา กสม. ได้รับแจ้งจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ว่า ได้ประชุมแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ว่าด้วยเครื่องแต่งกายและหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานของนักศึกษาแพทย์ระดับชั้นคลินิก พ.ศ.2561 ข้อ 9 ตามข้อเสนอแนะของ กสม. แล้ว โดยระบุว่า

“นักศึกษาแพทย์ชาย ทรงผมสุภาพ ห้ามทาสีผม ตัดสั้นไม่ปิดหน้า ใบหูและห้ามไว้หนวดและเครา ให้ตัดเล็บสั้นห้ามทาสีเล็บ หรืออื่นๆ ตามที่สถานปฏิบัติการกำหนด สำหรับการห้ามไว้เครานั้น ให้พิจารณาตามเหตุผลความจำเป็นในการปฏิบัติตามหลักศาสนาของตน แต่ไม่ขัดต่อหลักความปลอดภัยหรือสุขอนามัยของตนเองและผู้อื่น” โดยระเบียบแก้ไขดังกล่าวคือระเบียบมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ว่าด้วยเครื่องแต่งกายและหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานของนักศึกษาแพทย์ระดับชั้นคลินิก พ.ศ.2561 (แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับที่ 2 พ.ศ.2564 ได้ประกาฬใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2564 เป็นต้นมา

“อันนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามา และคณะกรรมการ กสม. ก็ได้พิจารณาและมีความเห็นและมีการดำเนินการแล้วเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชน” นายวสันต์ กล่าวในท้ายที่สุด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ศิลปาชีพ’64ชู‘OTOP’ออนไลน์ ฝ่าวิกฤตโควิด-กระตุ้นเศรษฐกิจชาติ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606190

สกู๊ปพิเศษ : ศิลปาชีพ’64ชู‘OTOP’ออนไลน์  ฝ่าวิกฤตโควิด-กระตุ้นเศรษฐกิจชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ One Tambon One Product (OTOP) เป็นโครงการที่มุ่งหวังให้คนในชุมชนได้นำภูมิปัญญาที่มีอยู่มาพัฒนาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ จำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเอง ครอบครัวและชุมชน ผลการดำเนินที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนและประชาชนในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง โดยหน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนช่วยเหลือด้านความรู้ เทคโนโลยี ทุน การบริหารจัดการ เชื่อมโยงสินค้าจากชุมชนไปสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 จนถึงปัจจุบัน รวมเวลาก็เกือบ 20 ปีแล้วที่ได้สร้างงาน สร้างเงินให้ประชาชนในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศได้เป็นจำนวนมหาศาลมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

แต่การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลก ได้ส่งผลกระทบถึงการค้าขายผลิตภัณฑ์ OTOP ของไทยอย่างมากด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานและบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยที่จะดูแลในเรื่องนี้ โดยล่าสุด กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย จัดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี ปี 2564” ครั้งที่ 10 ในรูปแบบ Virtual Event สื่อถึงการนำพาผู้ประกอบการ OTOP ก้าวผ่านการฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปสู่โลกออนไลน์ โดยปีนี้เป็นการจัดแบบผสมผสานทั้ง Online และ Onsite ตั้งแต่วันที่30 กันยายน ถึง 9 ตุลาคม 2564 รวม 10 วัน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี ปี 2564” ในรูปแบบ Virtual Event บนเวที
เสมือนจริง โดยจำลองบรรยากาศงาน OTOP มาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ขานรับนโยบายรัฐเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 และมอบความสุขให้กับผู้เข้าร่วมงานที่ต้องอยู่กับบ้าน

ซึ่งพิธีเปิดงานได้เนรมิตโชว์การแสดงอย่างยิ่งใหญ่สุดประทับใจ ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของพิธีเปิดงานแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้า OTOP ที่เหมือนได้นั่งรับชมอยู่ภายในงานจริงๆ

ทั้งนี้ ในพิธีเปิดแบบ Virtual ยังได้รับเกียรติจาก ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน และ นางลักขณา นะวิโรจน์ ประธานโครงการสุขสยาม ไอคอนสยาม เข้าร่วมงานด้วย

สำหรับการจัดงานรูปแบบ Online หรือรูปแบบเสมือนจริงจะเป็นการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ และผลิตภัณฑ์ OTOP ผ่านทางเว็บไซต์ www.otop-shopping.com โดยผู้เข้าชมสามารถเข้าร่วมงานได้อย่างต่อเนื่องทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งครอบคลุม 5 กิจกรรมหลัก ดังนี้

1. นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเป็นที่มาของศิลปาชีพ

2.การจัดแสดงและจำหน่ายผลงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯพบกับผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์อันทรงคุณค่า ฝีมือสุดประณีต กว่า 500 รายการ

3.การจัดแสดงและจำหน่ายผลงานของศิลปิน OTOP และสินค้า OTOP ระดับ 3-5 ดาว ทั้ง 5 ประเภท และ OTOP ชวนชิมจำนวน 1,800 ร้านค้า

4.การจับคู่เจรจาธุรกิจ (BusinessMatching)โดยเชิญผู้ประกอบธุรกิจและผู้จัดจำหน่ายที่สนใจนำผลิตภัณฑ์OTOP ไปต่อยอดช่องทางการตลาด เข้าร่วมเจรจาธุรกิจ ผ่านช่องทางออนไลน์

5.เวทีกิจกรรม หรือ เวทีกลางสำหรับจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ พลพลพลกองเส็ง, อาภาพร นครสวรรค์, ทัชณ ตะกั่วทุ่ง ฯลฯ รวมทั้งกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ เช่น Live สด จากดาราชื่อดัง อาทิ พิงค์กี้-สาวิกา ไชยเดช, ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม ฯลฯ สินค้าดีนาทีทองการจับสลากชิงรางวัล เป็นประจำทุกวัน

ส่วนการจัดงานรูปแบบ Onsite เป็นการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 3-5 ดาว และ OTOP ชวนชิม รวมจำนวน 200 ร้านค้ากระจายอยู่ในพื้นที่ของห้างสรรพสินค้า รอบกรุงเทพมหานคร รวม 3 แห่ง ได้แก่ โซนแบงก์กิ้ง ชั้น 1 ศูนย์การค้าเมกา บางนา, เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม และ ลานโปรโมชั่นชั้น 1 ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ โดยการจัดงานทั้ง 3 แห่ง จะดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นสำคัญ

นายสุทธิพงษ์ ได้เชิญชวนคนไทยมา ชม ชิม ช้อป และร่วมภาคภูมิใจกับผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างโอกาส และสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ช้อปง่ายๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา แค่คลิก www.otop-shopping.com

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ในการแถลงข่าวการจัดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทยOTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี ปี 2564” นายสุทธิพงษ์ได้กล่าวว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน จัดงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOPก้าวไกลด้วยพระบารมี” ปี 2564 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย ภายใต้โครงการส่งเสริมศิลปาชีพและมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รวมทั้งเพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP

โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า ในปี 2564 นี้ ธุรกิจและการดำเนินงานต่างๆ ทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่กรมการพัฒนาชุมชนยังคงส่งเสริมสินค้า OTOP ในทุกมิติมาโดยตลอด ทั้งกระบวนการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ การเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว รวมถึงการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ด้วย

“หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง กรมการพัฒนาชุมชนจึงมีแผนการดำเนินงานเพื่อเยียวยาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่ได้รับผลกระทบเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีโอกาสด้านการตลาดและยังเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีศักยภาพและพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้สามารถแข่งขันได้ผ่านตลาดออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

และหลังจากที่รัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนคลาย ในส่วนของตลาดออฟไลน์ กรมการพัฒนาชุมชนก็ได้ให้ความสำคัญกับจัดงานด้วย เพื่อให้ผู้ซื้อได้มีโอกาสพบปะและสนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP อย่างต่อเนื่อง ภายใต้มาตรการการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยคาดหวังว่าการจัดงานทั้งOnline คือในรูปแบบเสมือนจริงและ Onsite ในห้างสรรพสินค้าครั้งนี้ จะช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ ตลอดจนสมาชิกกลุ่มต่างๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

สำหรับงาน “ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี ปี 2564” ในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ให้เลือกสรร ตั้งแต่ราคาย่อมเยา ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูง อาทิ กระเป๋าถือของสุภาพสตรีที่มีสนนราคาเรือนแสน บ่งบอกถึงคุณภาพมาตรฐานของสินค้าฝีมือคนไทยได้เป็นอย่างดี

การจัดงานในครั้งนี้ เป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในการที่จะผลักดันให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในช่วงที่วิกฤตโควิด-19 กำลังทุเลาลง อีกทั้งยังจะเป็นช่องทางหนึ่งในการประกาศศักยภาพของสินค้าชุมชนที่มาจากภูมิปัญญาและฝีมือของไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในเวทีโลกอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ความสงบ’…ที่เกิดจากการปล่อยวางด้วยปัญญาเป็นสมบัติของเรา : ‘พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606191

'ความสงบ'...ที่เกิดจากการปล่อยวางด้วยปัญญาเป็นสมบัติของเรา : 'พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต'

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.16 น.

“…ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ที่มีทั้งทางด้านบวกและลบ คือกรรมและบุญ ที่จะช่วยเสริมให้เจริญหรือเสื่อม อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่มีเจริญมีเสื่อมเป็นธรรมดา ที่เราทำอะไรไม่ได้ บุญหรือกรรมเป็นสิ่งที่เราทำมาแล้วในอดีต การเจริญหรือเสื่อมของธรรมชาติก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ สิ่งที่เราทำได้ก็คือทำใจให้เป็นอุเบกขาปล่อยวาง จะปล่อยวางได้ก็ต้องเห็นอนิจจังทุกขังอนัตตา เห็นว่าเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่อยากจะเจอก็อย่ามาเกิด อย่าอยากได้สิ่งที่เป็นอนิจจังทุกขังอนัตตา เวลาอยากได้ไม่คิดกันเลยว่าได้แล้วต้องเสียไป พอเสียแล้วก็ถามว่าทำไมต้องเสีย ทุกอย่างที่เราได้มาเราต้องเสียไปหมด ได้ร่างกายนี้มาเดี๋ยวก็ต้องเสียมันไป ได้ลาภยศสรรเสริญสุขมา เราก็ต้องเสียมันไปหมด สิ่งที่เราไม่เสียเรากลับไม่เอากัน คือความสงบ

ความสงบสุขเป็นของเรา อยู่กับเราไปตลอด อกาลิโก ความสงบที่เกิดจากการภาวนาทำใจให้สงบ ที่เกิดจากการปล่อยวางด้วยปัญญา เป็นสมบัติของเรา ที่จะไม่มีวันจากเราไป อยู่กับเราไปตลอด ไม่มีร่างกาย เราก็ไม่เดือดร้อน เราก็ยังมีความสุขนี้อยู่ ความสุขที่พระพุทธเจ้า พระสาวก ครูบาอาจารย์ทั้งหลายมีกันอยู่ ถึงแม้เวลาจะผ่านมาแล้วตั้งสองพันห้าร้อยกว่าปี ความสุขในพระทัยของพระพุทธเจ้า ที่เป็นปรมังสุขังนี้ก็ยังอยู่ ความสุขของครูบาอาจารย์ที่ท่านจากพวกเราไปแล้ว ก็ยังอยู่ในใจของท่าน ไม่มีวันเสื่อม ไม่มีวันหาย ไม่มีวันหมดไป เพราะไม่ได้เป็นอนิจจังทุกขังอนัตตา ความสุขนี้แหละเป็นสมบัติที่แท้จริง ที่เราสามารถครอบครองได้ ถ้าปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน คือทำทาน รักษาศีล เจริญสติสมาธิและปัญญา เป็นวิธีที่จะทำให้ได้สมบัติอันวิเศษนี้

อยู่แค่เอื้อมมือนี้เองนะ อยู่ที่วิริยะคือความเพียร หลุดพ้นจากความทุกข์ได้ด้วยความเพียร ต้องมีความเพียรถึงจะเกิดสติ ถึงจะเกิดสมาธิและเกิดปัญญา ต้องเพียรเจริญสติ ครูบาอาจารย์ภาวนาในตอนต้น ท่านก็พุทโธทั้งวัน จนพุทโธกับใจแนบติดกันเลย ตอนนั้นก็จะเกิดสัมปชัญญะขึ้นมา มีความรู้สึกตัวตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่เผลอ ไม่ลอยไปที่นั่นที่นี่ อยู่ในปัจจุบัน พออยู่ในปัจจุบันแล้ว เวลานั่งสมาธิก็จะรวมลงเข้าสู่ความสงบ จะพบกับปรมังสุขังชั่วคราว พอออกจากสมาธิมา ถ้าต้องการรักษาปรมังสุขังนี้ ก็ต้องใช้ปัญญาหยุดตัณหาความอยาก ที่ไม่ตายจากความสงบของสมาธิ จะตายได้ก็ต้องตายด้วยการเห็นอนิจจังทุกขังอนัตตา ความสงบนี้แหละเป็นสมบัติของเรา ไม่มีใครจะแย่งจากเราไปได้ ไม่ว่าเป็นหรือตาย จะอยู่กับเราไปตลอด…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ (จากเพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แรง!’อดีตพระมหานิยม’ร่วมค้านมติ มส.ชี้ถือเป็นเหตุสังฆเภทในคณะสงฆ์ #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606167

แรง!'อดีตพระมหานิยม'ร่วมค้านมติ มส.ชี้ถือเป็นเหตุสังฆเภทในคณะสงฆ์

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.56 น.

อดีตพระมหานิยม “ดร.นิยม เวชกามา” ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมค้านมติ มส.สั่งปลด “พระเทพสารเมธี” พ้นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) ชี้มติ มส.ถือเป็นเหตุสังฆเภทในคณะสงฆ์ ตายไปตกนรกอเวจี เผยที่ประชุมคณะสงฆ์ธรรมยุตจังหวัดกาฬสินธุ์มีมติไม่รับมติ มส.พร้อมลงชื่อเป็นบัญชีหางว่าวทำหนังสือยื่นต่อสมเด็จมหาวีระวงศ์ เลขาสมเด็จสังฆราชให้ทบทวนมติที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ วันจันทร์นี้

จากกรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป  โดยปรากฏทางสื่อโซเชียล เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) รวมอยู่ด้วยผลดังกล่าวทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) และญาติธรรมเคลื่อนไหวมีมติคัดค้านทันทีเพราะมองว่าไม่เป็นธรรม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 2 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จาก ดร.นิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอดีตพระมหาที่เคยบวชเรียนได้เปรียญธรรม 5 ประโยค กล่าวกรณีมติมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป ซึ่ง 1 ในนั้นมีพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) รวมอยู่ด้วยว่า กรณีดังกล่าวได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะตนเชื่อว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นต่อพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) ไม่เป็นธรรม

นอกจากนี้ ทราบว่าพระป่าสายธรรมยุต ประมาณ 200 รูปได้ประชุมที่วัดโสภณพัฒนาราม อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีพระญาณรักขิต รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งคณะสงฆ์ธรรมยุตจังหวัดกาฬสินธุ์ มีมติไม่รับมติมหาเถรสมาคม และมีการลงชื่อเป็นบัญชีหางว่าว ทำเป็นหนังสือยื่นต่อสมเด็จมหาวีระวงศ์ เลขาสมเด็จสังฆราชให้ทบทวนมติดังกล่าว โดยท่านเจ้าคุณพระญาณรักขิต จะนำพระสงฆ์จำนวนหนึ่ง ไปยื่นที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ ในวันจันทร์นี้

ดร.นิยม เวชกามา กล่าวอีกว่า ตนขอฝากถึงกรรมการมหาเถรสมาคม ให้ทบทวนการปลดพระสังฆาธิการ ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ที่มีคนเคารพนับถือทั้งจังหวัด จะต้องมีเหตุผล ไม่ใช่ไปฟังคำสั่งของฆราวาส ผู้มีอำนาจบางคน แล้วไปอ้างพระดำริ จึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่เสี่ยงและกระทบจิตใจของพุทธศาสนิกชน เป็นการทำลายขวัญกำลังใจของชาวพุทธและจะถึงเข้าข่ายทำสังฆเภทในหมู่สงฆ์ หมายถึงเป็นการทำให้คณะสงฆ์แตกแยกกัน ถือเป็นกรรมหนักไม่เกี่ยวกับคฤหัสถ์ เมื่อตายไปจะตกนรกอเวจี เช่น พระเทวทัต

“โดยเฉพาะที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มส.ได้แต่งตั้งพระครู เจ้าคณะอำเภอ จากอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย มาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ถือได้ว่ามีอาวุโสก็น้อยกว่ารองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รูปปัจจุบันด้วยซ้ำ การปกครองสงฆ์ ฝ่ายธรรมยุต ท่านถือเรื่องอายุพรรษามาก ไม่ใช่ผู้ว่า นายอำเภอ เหมือนฝ่ายโลก” ดร.นิยม กล่าว

พร้อมกล่าวต่อว่า ตนทราบว่าพรุ่งนี้ (3 ต.ค.64) พุทธศาสนิกชนชาวกาฬสินธุ์จะมาชุมนุมรวมตัวกันที่วัดประชานิยมธรรม อ.เมืองกาฬสินธุ์ จำนวนนับพันคนต่อต้านคำสั่ง ตนได้สอบถามไปยังรองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ฝ่ายธรรมยุต รูปปัจจุบันว่า ท่านไม่ได้นัดพระภิกษุสงฆ์มาชุมนุม แต่พระเหล่านั้นไม่มีที่พึ่ง จึงมาหาตนและตนก็ทำตามมติสงฆ์ธรรมยุตกาฬสินธุ์ หากยื่นหนังสือไปแล้ว มส.ไม่ทบทวน พระภิกษุสงฆ์ ทั้งจังหวัดก็จะลาออกจากทุกตำแหน่งจะขออยู่เป็นพระทั่วไป ถือศีลและวินัย สงฆ์ 227 ข้อต่อไปให้สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาเถรสมาคม ดำเนินการปกครองกันเองต่อไป พระภิกษุสงฆ์เราจะอยู่ปฏิบัติธรรมต่อไปตามปกติ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พบน้องหมาลอยมากับกอสวะ คาดเป็นตัวที่หายจากเหตุเรือล่มกรุงเก่า #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606158

พบน้องหมาลอยมากับกอสวะ คาดเป็นตัวที่หายจากเหตุเรือล่มกรุงเก่า

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.09 น.

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 2 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังได้รับแจ้งจากนายประวิทย์ บานแย้ม อายุ 28 ปีว่าได้ช่วยเหลือน้องหมาพันธุ์ชิสุ เพศเมีย สีน้ำตาลปนขาวลอยมากับกอสวะมาติดอยู่ข้างริมเขื่อนป้องกันน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา เบื้องต้นอยากให้สื่อช่วยประกาศตามหาเจ้าของเพราะสงสารน้องหมาไม่ยอมกินข้าว เอาแต่นั่งเหม่อลอยมองไปที่แม่น้ำเจ้าพระยา

จากการสอบถามนายประวิทย์ เล่าว่า เจอน้องอยู่ในกอสวะริมข้างเขื่อนกั้นน้ำ ลักษณะตะเกียกตะกายพยายามว่ายขึ้นกอสวะ ตอนแรกคิดว่าเป็นหมาของตนที่บ้าน เมื่อเดินไปดูที่บ้านก็เห็นหมาอยู่กันครบก็เลยกลับมาดูพอยื่นมือไปอุ้มมันก็ทำท่าจะกัดเหมือนมันระแวง ก็เลยอุ้มใส่ถังแล้วยกไปในบ้านให้อะไรมันกินมันก็ไม่ยอมกินเหมือนกับมันตรอมใจ พอได้ยินเสียงมอเตอร์ไซด์มันก็หันไปมอง พอเห็นเรือโยงมามันก็มองจ้องอยู่นาน แล้วมันเห็นเรือที่จอดอยู่ที่บ้านมันก็กระโดดลงไป แต่มันกระโดดไม่พ้นตกลงไปในน้ำ ก็เลยจับมันขึ้นมาเช็ดตัวแล้วนำอาหารมาให้มันกินมันก็ไม่ยอมกินอีก

“ก็อยากจะฝากบอกว่าถ้าเป็นน้องหมาที่หายไปจากเหตุการณ์เรือล่มที่อยุธยาก็ให้ญาติเขามารับคืน หรือว่าเป็นน้องหมาของใครที่พลัดหลงมาก็ให้ติดต่อมารับกลับไปได้เลย เพราะสงสารมันยิ่งเวลาได้ยินเสียงเรือมันจะมองแล้วจะเดินลงน้ำไปหา” 

นายประวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตอนนี้ตนได้ตั้งชื่อน้องหมาตัวนี้ว่า “เจ้ารอด” น้องหมาตัวนี้ตนมีความรู้สึกว่าทางเจ้าของเขาน่าจะเป็นคนรักหมาและเลี้ยงอย่างดี เพราะมีการตัดขนไม่ปล่อยให้ยาวรกรุงรัง อีกทั่งยังตัดขนเป็นจุกที่บนหัวและที่สังเกตเห็นอีกอย่างคือน้องหมาตัวนี้ที่ตาของมันจะมีลักษณะคล้ายว่าเป็นต้อทั้ง 2 ข้าง – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมืองสามหมอก เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ‘ชาวไต’ สัมผัสวิถีชีวิตชาวไทใหญ่ #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606127

เมืองสามหมอก เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 'ชาวไต' สัมผัสวิถีชีวิตชาวไทใหญ่

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.42 น.

เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชุมชนชาวไทใหญ่ หรือชาวไต บ้านหมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน หนุนเสริมการท่องเที่ยวในอนาคต หวังสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นให้ยั่งยืน

2 ตุลาคม 2564 นายภานุเดช ไชยสกุล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำสื่อมวลชนเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หนุนเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายใต้โครงการ “พัฒนากลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา และกลุ่มชาติพันธ์ภาคเหนือ”จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในอนาคตหากสถานการณ์โควิด 19 คลี่คลายแล้ว พร้อมรับนักท่องเที่ยวสัมผัสกับธรรมชาติอันสวยงามในทุกฤดูที่สะพานไม้ไผ่ซูตองเป้ ( สะพานอธิษฐานสำเร็จ ) บ้านกุงไม้สัก แวะพอกหน้าด้วยโคลนจากพื้นใต้พิภพ แช่น้ำแร่เพื่อสุขภาพ ที่ภูโคลนคันทรีคลับ

จากนั้นเดินทางไปเที่ยวชมวัดหมอกจำแป่ ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ชมวิหารไม้สักทองที่สวยที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สัมผัสวิถีชีวิตชาวไทใหญ่ ที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของบรรพบุรุษเอาไว้ ให้อยู่คู่กับชุมชน

ที่ชุมชนบ้านหมอกจำแป่ ยังคงมีการรักษาประเพณีที่ดีงามเอาไว้ เช่น ประเพณีต่างซอมต่อหลวง หรือถวายข้าวมธุปายาส ซึ่งเป็นประเพณีที่สำคัญของชาติพันธุ์ไทใหญ่ ที่มีอัตลักษณ์อันทรงคุณค่า และเสน่ห์ที่โดดเด่น เอื้อต่อการพัฒนาและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ได้ นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาสัมผัสขนบธรรมเนียม ประเพณี ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ และผลิตภัณฑ์ของชุมชน

นายญาณทัธ สิริวัฒน์ วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กล่าวว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับชุมชนหมอกจำแป่ ได้ร่วมคิดร่วมทำ ที่จะสร้างสรรค์ให้ชุมชนเป็นดินแดนแห่ง “ดอกลั่นทม” (ดอกลีลาวดี) ตั้งชื่อตามชื่อของหมู่บ้าน “หมอกจำแป่” ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เพื่อสนับสนุนส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง อันจะเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเพิ่มมากขึ้น -(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การฟื้นฟูการท่องเที่ยวช่วงวันชาติสะท้อนการป้องกันโควิด-19 ของจีน #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606120

การฟื้นฟูการท่องเที่ยวช่วงวันชาติสะท้อนการป้องกันโควิด-19 ของจีน

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.13 น.

เวลานี้ชาวจีนกำลังฉลองหยุดยาววันชาติจีน นับเป็นหยุดยาว 7 วันแรกหลังจากพื้นที่ต่าง ๆ เริ่มฉลองตรุษจีนโดยไม่กลับภูมิลำเนาในช่วงต้นปีนี้ บนพื้นฐานการป้องกันโควิด-19 ตามปกติ การออกไปท่องเที่ยวภายในประเทศของชาวจีนกำลังฟื้นตัวอย่างเป็นระเบียบ

ในงานแถลงข่าวของจีนที่จัดขึ้นก่อนหน้านี้ ผู้รับผิดชอบด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว กล่าวว่า วันชาติจีนปีนี้เผชิญ 3 ปัจจัยทับซ้อนกัน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ปัจจัยแรก คือ ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่ผ่านมา ไม่ได้สนองความต้องการด้านการท่องเที่ยวของประชาชนจำนวนมาก พวกเขาจึงปรารถนาที่จะท่องเที่ยวชดเชยเป็นอย่างยิ่ง ปัจจัยที่สอง คือ บางพื้นที่และสถานที่ท่องเที่ยวได้ออกมาตรการประชาสัมพันธ์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวออกจากบ้าน ปัจจัยที่สาม คือ อากาศในวันชาติจีนค่อนข้างดี ฟ้าใส เหมาะแก่การออกไปท่องเที่ยว

ตามการคาดการณ์ระบุว่า ช่วงวันชาติจีนนักท่องเที่ยวในประเทศจะมีจำนวน 650 ล้านคน ฟื้นตัวถึงระดับร้อยละ 80 ของช่วงเดียวกันในปี 2019 เมื่อเทียบกับวันหยุดไหว้พระจันทร์เมื่อ 10 วันก่อน เนื่องจากสัปดาห์ทองวันชาติจีนมีเวลายาวนาน การท่องเที่ยวโดยรอบ การท่องเที่ยวระยะกลางและยาว และการเยี่ยมญาติมีความคึกคัก ในด้านขาไปขากลับนั้น นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเลือกออกเดินทางก่อนวันแรกของช่วงหยุดยาวและส่วนใหญ่กลับบ้านวันสุดท้ายของสัปดาห์ทองวันชาติ

ขณะนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ของจีนเป็นเขตเสี่ยงต่อโควิด-19 ระดับต่ำ เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ผู้คนออกไปท่องเที่ยววันหยุด แต่สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกยังรุนแรงอยู่ ตราบใดที่สถานการณ์โควิด-19 ยังคงไม่สิ้นสุด การป้องกันและควบคุมโรคจะผ่อนคลายลงไม่ได้ กิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมีเอกลักษณ์ที่ผู้คนชุมนุมกันและเคลื่อนย้ายเป็นการใหญ่ สร้างแรงกดดันให้กับงานป้องกันและควบคุมโควิด-19 ในธุรกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวขนานใหญ่เช่นนี้จีนทำงานป้องกันและควบคุมโควิด-19 อย่างไร?

สองวันมานี้ผู้เขียนกับสมาชิกครอบครัวไปเที่ยวสวนสาธารณะ ร้านค้า และซุปเปอร์มาเก็ต ผมเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวและลูกค้าล้วนสวมหน้ากาก ได้รับการวัดอุณหภูมิ สแกน Health Kit และเว้นระยะห่างจากผู้อื่นตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ผู้คนมีจิตสำนึกป้องกันและควบคุมโควิด-19 มาโดยตลอด ทำให้มีความปลอดภัยและสุขใจ

กล่าวได้ว่าในด้านการป้องกันและควบคุมโควิด-19 จีนมีความปลอดภัยในภาพรวม เครือข่ายป้องกันและควบคุมโควิด-19 ตามปกติที่เป็นระบบและมีประสิทธิผลได้รับการพิสูจน์ในภาคปฏิบัติมาหลายครั้ง เมื่อเผชิญช่วงหยุดยาววันชาติจีน สถานที่ที่ได้รับความนิยมในเมืองต่าง ๆ ล้วนทำแผนป้องกันและควบคุมโควิด-19 ล่วงหน้า อาศัยบทเรียนจากอดีต ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้อนรับข้อกำหนดจากหน่วยงานควบคุมโรค ยืนหยัดไม่ออกนอกประเทศหากไม่จำเป็น ไม่ไปท่องเที่ยวในเขตเสี่ยงต่อโควิด-19 ระดับกลางและสูง รวมถึงพื้นที่ที่มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งยังทำตามข้อกำหนดของพื้นที่ต่าง ๆ

ตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมาการป้องกันและควบคุมโควิด-19 ตามปกติได้เปลี่ยนแปลงนิสัยการท่องเที่ยวของชาวจีนไปอย่างลึกซึ้ง ทำให้นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับคุณภาพของการท่องเที่ยวทุกครั้ง พักผ่อนในตำบลโบราณ หมู่บ้าน และโฮมสเตย์โดยรอบ เพื่อนหลายคนขับรถออกไป สัมผัสความสวยงามทางธรรมชาติบนภูเขาและริมทะเลสาบ หรือ พาลูกออกไปสูดอากาศสดใสนอกเมือง ได้บรรยากาศแตกต่างของทิวทัศน์และขนบธรรมเนียมประเพณี กลายเป็นวิถีชีวิตในอุดมคติของผู้คนจำนวนมาก

ภายใต้การป้องกันและควบคุมโควิด-19 ตามปกติ จีนไม่ได้ถูกผูกมัด ไม่เหมือนบางประเทศที่ทอดทิ้งการรักษาโรค จีนยืนหยัดนโยบายป้องกันและควบคุมโควิด-19 ตามหลักวิทยาศาสตร์อย่างตรงจุด เมืองและชนบทดำเนินงานอย่างมั่นคงและเป็นระเบียบ ในวันชาติจีนปีนี้ชาวจีนกว่า 600 ล้านคนเลือกท่องเที่ยวในประเทศซึ่งพิสูจน์ว่า ประชาชนมีความมั่นใจและชื่นชมมาตรการของรัฐบาลด้านการป้องกันและควบคุมโควิด-19 ตลอดจนสะท้อนถึงความปรารถนาของผู้คนในการแสวงหาชีวิตที่ดีงาม

เขียนโดย ชุย อี๋เหมิง ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)

ภาพโดย สำนักข่าวซินหัว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา!เมืองคอนพบบอนสีต้นยักษ์สูงเกือบ 2 เมตร เจ้าของเผยให้โชคตลอด #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606109

ฮือฮา!เมืองคอนพบบอนสีต้นยักษ์สูงเกือบ 2 เมตร เจ้าของเผยให้โชคตลอด

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.16 น.

วันที่ 2 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 171 ตำบลขุนทะเล อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ของนายดนัย รำพึงนิตย์ อายุ 53 ปี มีต้นบอนสียักษ์หายากจำนวน 2 ต้น จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อถึงบ้านพบว่าที่หน้าบ้าน “รำพึงนิตย์” มีต้นบอนสีสายพันธ์ราชินีใบไม้จำนวน 2 ต้น ปลูกอยู่ในกระถางเซรามิกหน้าบ้าน โดยลักษณะต้นบอนสีทั้ง 2 ต้น มีความสูงใหญ่ประมาณ 171 เซนติเมตร เท่ากันทั้ง 2 ต้น ส่วนของใบต้นบอนสียักษ์มีเพียง 1 ใบ แต่มีขนาดใหญ่ยาวกว่า 1 ฟุต ขณะที่ลักษณะมีความสวยงามขอบใบมีสีเขียวสด ส่วนตรงกลางใบมีสีชมพูแดง ที่สำคัญมองเห็นส่วนของก้านในใบอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ต้นบอนสียักษ์ดังกล่าวถือว่าเป็นต้นบอนสีที่หายากเนื่องจากมีความแปลกตรงลักษณะลำต้นสูงเกือบ 2 เมตร และมีเพียงใบเดียว

นายดนัย เจ้าของบอนสียักษ์ เล่าว่า เมื่อกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ตนพบต้นบอนสีดังกล่าวบริเวณใต้ต้นเฟื่องฟ้าที่ปลูกอยู่หน้าบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนซื้อดินเปล่าจำนวนหลายคันรถ เพื่อถมปรับยกระดับพื้นที่บริเวณลานบ้าน กระทั้งเวลาผ่านไป พบว่ามีต้นบอนสี จำนวน 3 ต้น ขึ้นอยู่ใต้ต้นเฟื้องฟ้า ตนจึงขุดต้นบอดสีทั้ง 3 ต้น ปลูกในกระถางรถน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยขี้วัวตามธรรมชาติจำนวน 2 ต้น ส่วนอีก 1 ต้นให้กับญาติ กระทั่งเวลาผ่านไปพบว่าต้นบอนสีดังกล่าวเริ่มเจริญงองอกงามอย่างสวยงาม ที่สำคัญลำต้นมีความสูงเกือบ 2 เมตร ซึ่งไม่เหมือนต้นบอนสีทั่วไป    

นายดนัย เล่าอีกว่า ตนยอมรับว่าต้นบอนสีดังกล่าวมีความแปลกมาก ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน ที่สำคัญต้นบอนสีทั้ง 2 ต้น มีความสวยงามมาก นอกจากนี้ที่ผ่านมาตั้งแต่ปลูกต้นบอนสีทั้ง 2 ต้น หน้าบ้าน ยอมรับว่ามีเรื่องดี เรื่องมงคลเกิดขึ้นกับตนและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวานนี้ (1 ต.ค.64) ตนโชคดีอีกครั้ง เพราะเลขท้ายรางวัลที่ 1 ออก 171 ซึ่งตรงกับเลขที่บ้าน และตรงกับความสูงของต้นบอนสี จึงเชื่อว่าต้นบอนสีให้โชคอย่างแน่นอน ยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีคนสนใจจะซื้อต้นบอนสีของตน และให้ราคาเลข 6 หลัก แต่ตนไม่ขาย เพราะเชื่อว่าต้นบอนสีดังกล่าวเป็นสิ่งสิริมงคลประจำบ้าน อย่างไรก็ตามในอนาคตอาจจะเพาะเลี้ยงต้นบอนสีดังกล่าว เพื่อจำหน่ายหน่อก็เป็นได้ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พระต่างชาติมรณภาพหน้ากุฏิ​ พบเขียนพินัยกรรมสั่งเสียไว้ล่วงหน้าก่อน 3 เดือน #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606101

พระต่างชาติมรณภาพหน้ากุฏิ​ พบเขียนพินัยกรรมสั่งเสียไว้ล่วงหน้าก่อน 3 เดือน

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 12.08 น.

พระชาวต่างชาติวัย 67 ปีนอนมรณภาพหน้ากุฏิในวัดดังบุรีรัมย์ในสภาพมือกำสายไฟเครื่องสูบน้ำแน่น แพทย์ตรวจไม่พบร่องรอยไฟดูด คาดหัวใจวายเฉียบพลัน ด้านพระเลขาเจ้าคณะอำเภอที่ออกบิณฑบาตด้วยกันประจำเผยช่วงฝนตกหนักเห็นโหมบรรจุทรายนำไปวางกั้นไม่ให้น้ำท่วมกุฏิทั้งวันอาจทำให้วูบดับ พบ 3 เดือนก่อนทำพินัยกรรมสั่งเสียไว้หากมรณภาพให้ตั้งสวด 3 วันแล้วเผา

วันที่ 2 ต.ค.64 ร.ต.อ.เฉลิมชัย เณรธรณี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีพระสงฆ์ชาวต่างชาตินอนมรณภาพหน้ากุฏิ ภายในวัดป่าบ้านจาน ต.หนองยายพิมพ์ อ.นางรอง จึงได้ประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลนางรอง และหน่วยกู้ภัยฯ ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบร่างพระอาจารย์สันตาจิตโต เถระ (จอม พอล เอ เซ็นเนอร์) อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นชาวลักเซมเบิร์ก นอนหงายมรณภาพอยู่ด้านหน้ากุฏิในสภาพมือข้างขวากำสายไฟเครื่องไดร์โว้สำหรับดูดน้ำเอาไว้แน่น แต่จากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นไม่พบร่องรอยของการถูกไฟดูดและไม่มีบาดแผลจากการทำร้ายร่างกาย ข้าวของและทรัพย์สินต่างก็ยังอยู่ครบไม่มีอะไรผิดปกติ จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดหัวใจวายเฉียบพลัน หรืออาจจะมีโรคประจำตัว   

สอบถามพระสุจิจดา สุธัมโม เลขานุการเจ้าคณะอำเภอนางรอง (ฝ่ายธรรมยุติ) เล่าว่า ปกติจะออกไปบิณฑบาตด้วยกันประจำช่วงเวลา 06.00 น.แต่วันนี้ไม่เห็นพระอาจารย์สันตาจิตโต ออกมาจากกุฏิ จึงเดินไปเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ จึงส่องดูตรงช่องประตูก็พบพระอาจารย์สันตาจิตโต นอนหงายแน่นิ่งอยู่หน้ากุฏิ จึงเปิดประตูเข้าไปจับตัวดูก็พบว่านอนตัวแข็งและแล้วมรณภาพแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ

พระอาจารย์สันตาจิตโต ท่านมาจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าบ้านจานแห่งนี้ใด้ 3 พรรษาแล้ว ก่อนหน้านี้อยู่ที่วัดหนองทะยิงกว่า 10 พรรษา รวมๆแล้วท่านบวชพระ 16 พรรษา เป็นพระที่เรียบง่ายออกบิณฑบาตไม่ขาด ที่ผ่านมาท่านไม่เคยบอกว่ามีโรคประจำตัวอะไรหรือไม่ แต่ก่อนที่จะพบนอนมรณภาพช่วงที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน เห็นท่านบรรจุทรายและขนกระสอบทรายไปวางกั้นรอบกุฏิด้วยตัวเอง และใช้เครื่องไดร์โวสูบน้ำออกด้วย เพื่อไม่ให้น้ำเอ่อท่วมกุฏิ จากนั้นก็ได้ยินท่านบ่นว่าเหนื่อย แน่นหน้าอก และจะมักพูดว่า “ไอ โล แบตเตอรี่”  กระทั่งมาพบท่านนอนมรณภาพก็คาดว่าน่าจะเกิดจากการโหมร่างกายหนักช่วงที่บรรจุทรายขนทรายกั้นไม่ให้น้ำท่วมกุฏิ จนเกิดวูบแต่ไม่มีใครเห็น

ด้านนายเดช สวัสดิ์พูน กำนันตำบลหนองยายพิมพ์ ซึ่งทราบข่าวว่าพระอาจารย์สันตาจิตโตมรณภาพก็ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมนำพินัยกรรมที่พระอาจารย์สันตาจิตโตทำไว้ที่ที่ทำการกำนัน เมื่อ 3 เดือนก่อน มาให้ทางวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจดู โดยในพินัยกรรมได้เขียนเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษข้อความว่า “โปรดกรุณาทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ หลังจากมรณภาพได้ 3 วันให้เผาศพทันทีที่วัดบ้านจาน ให้จัดพิธีสวดเหมือนกับญาติโยมทั่วไป หลังจากนั้นให้เก็บกระดูกบรรจุไว้ที่กำแพงวัดเหมือนกับทั่วไป หลังจากเสร็จพิธีเรียบร้อยแล้ว ให้ติดต่อไปยังสถานทูติลักเซมเบิร์ก และติดต่อครอบครัวให้ทราบตามอีเมล ที่ให้ไว้ทันที” ซึ่งทางวัดก็จะได้ทำตามคำสั่งเสีย ที่ระบุไว้ในพินัยกรรมดังกล่าวตามเจตนารมณ์ของพระอาจารย์สันตาจิตโต  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศิษย์ฮึ่ม! ไม่รับมติ มส.ปลด ‘พระเทพสารเมธี’เชื่อเป็นขบวนการทำลายสงฆ์กาฬสินธุ์ #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/606098

ศิษย์ฮึ่ม! ไม่รับมติ มส.ปลด 'พระเทพสารเมธี'เชื่อเป็นขบวนการทำลายสงฆ์กาฬสินธุ์

วันเสาร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.26 น.

คำสั่งปลด”พระเทพสารเมธี” พ้นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) ส่อเดือด คณะศิษยานุศิษย์นัดเคลื่อนไหวใหญ่ไม่รับมติมหาเถรสมาคม เชื่อถูกกลั่นแกล้ง ชี้เป็นขบวนการทำลายวงการสงฆ์ในกาฬสินธุ์ ทำให้ ปชช.เสียขวัญ ระบุการตั้งพระนอกพื้นที่ถือเป็นการสร้างความแตกแยกทางสังคมอย่างรุนแรง เปรียบเสมือนตั้งนายอำเภอนอกจังหวัดมาเป็นผู้ว่าที่กาฬสินธุ์ 

จากกรณีมหาเถรสมาคม มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป  โดยปรากฏทางสื่อโชเชียล เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) รวมอยู่ด้วย ผลดังกล่าวทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) เคลื่อนไหวมีมติคัดค้านทันทีเพราะมองว่าไม่เป็นธรรม ไม่มีเหตุที่จะปลดและคำสั่งนี้ทำให้ประชาชนเสียขวัญเนื่องจากพระเทพสารเมธีเป็นพระที่มีปฏิปทาที่งดงาม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 2 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น.ที่ศาลาการเปรียญวัดประชานิยม เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ บรรดาญาติโยน ยังคงพากันมาถวายภัตตาหารเช้าพร้อมปฏิบัติธรรมสวดมนต์กันตามปกติ แต่ทุกคนมีอาการที่เคร่งเครียดหลายคนหลั่งน้ำตาด้วยความเสียใจจากคำสั่งนี้และมองว่าเป็นขบวนการทำลายสงฆ์กาฬสินธุ์ที่เป็นความแค้นสวนตัวที่เชื่อว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง

นายสมพงษ์ สร้อยเสนาะ อายุ 70 ปี บ้านเลขที่ 13 ถนนเลี่ยงเมืองทุ่งมน เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ทายกวัดประชานิยม กล่าวว่า หลังจากทราบคำสั่งปลดได้เข้ามาสอบถาม พระเดชพระคุณพระเทพสารเมธี ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งหลวงพ่อก็ตอบว่าไม่รู้ว่ามีสาเหตุอะไรทำให้ประชาชนไม่รู้เลย แต่ที่แน่ๆ ท่านเจ้าคุณก็มีปฏิปทาที่งดงามไม่เคยขัดนโยบายของทางจังหวัดที่ขอมา อีกทั้งเมื่อมีการแต่งตั้งขึ้นมาแทนก็เป็นการตั้งพระนอกจังหวัดที่เปรียบเสมือนเป็นแค่นายอำเภอแต่กลับตั้งมาเป็นผู้ว่ากาฬสินธุ์ แล้วจะปกครองกันอย่างไร คณะสงฆ์จะมีความสงบได้อย่างไร เหตุนี้ทำให้ประชาชนในจังหวัดเสียใจมากและพร้อมที่จะทวงถามหาคำตอบว่าปลดท่านเรื่องอะไร เพราะถือเป็นการทำลายวงการสงฆ์กาฬสินธุ์ ทำลายชื่อเสียงคนกาฬสินธุ์ และเชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้ง แก้แค้นกระทำการเป็นขบวนการไม่มีการกลั่นกรองและไม่เป็นธรรม

ขณะที่ นางมะลิ ระบาเลิศ อายุ 76 ปี เลขที่ 671/3 ถนนอนรรฆนาค เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ทายิกาวัดประชานิยม กล่าวว่า คำสั่งปลดนี้มหาเถรสมาคม ต้องมีคำชี้แจงที่ชัดแจ้งว่าปลดท่านเรื่องอะไร การกระทำแบบนี้ของมหาเถรสมาคมเหมือนกับเอาค้อนทุบท่านและทุบทำลายจิตใจของพุทธศาสนิกชน หากเปรียบเสมือนที่ตนเป็นข้าราชการยังต้องมีการตรวจสอบสอบสวนชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนที่จะออกคำสั่ง การทำแบบนี้ญาติโยมรับไม่ได้ ทุกคนร้องไห้เสียใจตั้งแต่วันแรก และคนที่ทำเรื่องขึ้นไปก็เหมือนทำขึ้นไปเองตามใจ และเป็นคนที่ใหญ่โตมาก เป็นเครือข่ายขบวนการตั้งใจทำลายหลวงพ่อ จึงต้องการความกระจ่างและขอถามว่าที่ทำแบบนี้มีความเจ็บแค้นอะไรกับท่านเจ้าคุณ

ด้านนายประยุทธ์ ครูนาเอก อายุ 65 ปี เลชที่ 529/1 ถนนอนรรฆนาค เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ อดีตข้าราชการครู กล่าวว่า คำสั่งนี้หากทางปกครองเสมือนเป็นคำสั่งไล่ออกข้าราชการ ที่จำเป็นต้องมีการสอบสวนก่อน ในกรณีพระชั้นผู้ใหญ่ยิ่งต้องมีการสอบสวนเพราะเป็นการทำลานศรัทธาของประชาชน และจำเป็นที่มหาเถรสมาคม ต้องทบทวนเพื่อความเป็นธรรม เพราะที่แน่ๆ การตั้งพระที่มีตำแหน่งเพียงเจ้าคณะอำเภอและอยู่ที่อื่น ไม่เคยมีปฏิปทา ต่อคนกาฬสินธุ์ ใครจะมากราบไหว้ ใครจะเคารพศรัทธา หากมหาเถรสมาคมไม่มีการทบทวนอะไรแล้วส่งพระองค์นี้มาและมีปฏิปทาที่ไม่ตรงกับคนกาฬสินธุ์ ก็อาจจะมีปัญหาถึงกับคว่ำบาตรกันไปเลย

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านับจากวันนี้จะมีการเคลื่อนไหวภายในจังหวัดของกลุ่มญาติธรรมเพื่อหาคำตอบและความกระจ่างเพราะเชื่อว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ผ่านกระบวนการกลั่นกลอง และไม่เป็นธรรมและมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ที่สิ่งที่รู้ดีที่สุดนั้นก็คือ พระที่จะเดินทางมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ในส่วนของญาติธรรมก็จะมีการไปสอบถามและทำหนังสือคัดค้านโดยการล่ารายชื่อเพื่อส่งให้มหาเถรสมาคมและหากไม่มีความชัดเจนก็จะมีการถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อไป – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,305,249 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Supreme Patriarch spared asset rule
HKEX offers to buy LSE for $36.6b
“โจอี้”ครูฝึกสอนพันธุ์ร็อกจากแดนอีสาน ลูกทีม“โค้ชป๊อป”
ยื่นกกต.ยุบพรรคเสรีรวมไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Diesel price expected to drop to THB28 per litre next month #SootinClaimon.Com
โดนบูลี่จนหนีกลับไทย'บิ๊ก-ธิติวุฒิ'กว่าจะเป็น 'ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์' ไม่ฟินอย่างที่คิด
เปิดรายชื่อพรรค ส.ส. หนีลงมติร่างพ.ร.บ.กัญา กัญชง จนเกิดเหตุ "สภาล่ม"
เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)
เลื่อนเผยแพร่ร่างกม.พรรคการเมือง เหตุมีประเด็นต้องปรับปรุง
CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และมหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดช่วงที่ 2'เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568'

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d