Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

อาชีพใหม่มาแรงเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ตัวอ้น ราคาแพงเป็นที่ต้องการของตลาด #SootinClaimon.Com

Posted on September 1, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598781

อาชีพใหม่มาแรงเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ตัวอ้น ราคาแพงเป็นที่ต้องการของตลาด

อาชีพใหม่มาแรงเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ตัวอ้น ราคาแพงเป็นที่ต้องการของตลาด

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.45 น.

อาชีพใหม่ที่กำลังมาแรง ราคาแพง เพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ตัวอ้นในบ่อวงซีเมนต์จุดเริ่มต้นจากความชอบส่วนตัวจนมาถึงการเพาะจำหน่ายลูกอ้น ซึ่งเป็นอาชีพใหม่เป็นที่ต้องการของตลาด กลุ่มลูกค้าที่นำไปเป็นสัตว์เลี้ยง 

วงบ่อซีเมนต์ที่วางเป็นแถวอยู่ในบริเวณบ้านเลขที่ 64/2 หมู่ที่ 3 บ้านบ่อแต้ ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ของนายสรายุทธ บุญประคอง หรือ เบิร์ด อายุ 34 ปี เป็นที่ทำการเพาะเลี้ยงของตัวอ้น สัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายหนูขนาดใหญ่ มีลักษณะลำตัวกลม อ้วน ป้อม ขนสีน้ำตาล ตาและหูเล็ก ที่มีอยู่กว่า 30 ตัวสร้างเป็นอาชีพทำการเพาะเลี้ยงผสมพันธุ์ ขยายพันธุ์จำหน่ายลูกอ้นสร้างรายได้

นายสรายุทธ บุญประคอง หรือ เบิร์ด อายุ 34 ปี เจ้าของฟาร์มหนูพุกพิจิตร กล่าวว่า เดิมเริ่มแรกเลี้ยงหนูพุกอยู่แล้วจึงนำหนูพุกจำนวน 20 ตัวไปแลกกับตัวอ้นเพื่อนำมาเลี้ยงไว้ดูเล่นและการให้อาหารจะเป็นไม้ไผ่ ข้าวโพด โดยเฉพาะไม้ไผ่ที่ตัดเป็นท่อน เป็นอาหารที่ชอบของตัวอ้น อย่าให้อากาศร้อนมาก และการเลี้ยงง่าย จึงเริ่มซื้อพ่อแม่พันธุ์มาทำการขยายเพาะพันธุ์เพิ่ม หลังเลี้ยงประมาณ 1 ปีถึงจะเริ่มผสมพันธุ์ โดยปล่อยตัวผู้กับตัวเมีย ลงไปในบ่อใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 45 วันก็จะคลอด การให้ลูกจะให้อยู่ที่ 4-5 ตัวและต้องคอยลุ้น และคอยดูแลตลอด เนื่องจากลูกอ้นที่ออกมาจะรอดน้อย เนื่องจากตัวแม่อ้นที่มีขนาดตัวใหญ่น้ำหนัก 4- 5 กิโลกรัมจะพลิกตัวนอนทับลูกจนตายจะเหลือเพียง 1 -2 ตัวที่รอด จนครบอายุ 45 วันจะขายลูกอ้นในราคาเริ่มต้นคู่ละ 5,000 บาท

โดยนายสรายุทธ บุญประคอง หรือ เบิร์ด ยังกล่าวอีกว่า การเลี้ยงอ้นถือว่าเป็นอาชีพใหม่ที่มาแรง และมีราคาแพงด้วย ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะลูกค้าที่ซื้อนำไปเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน ซึ่งทางฟาร์ม ยินดีให้คำปรึกษาในการเพาะเลี้ยงอ้น ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารัก มีขนาดโตน้ำหนัก 4- 5 กิโลกรัม โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่นายสรายุทธ บุญประดอง หรือ เบิร์ด ที่เบอร์โทรศัพท์ 089-5666745  และ 096-6620800 หรือติดตามได้ที่เพจ เฟสบุ๊คฟาร์มหนูนา หนูพุกใหญ่พิจิตร เพื่อสร้างเป็นแนวทางของอาชีพใหม่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปทานได้ ‘ซูชิทนายตั้ม’ ร้านดังในมหาชัยพร้อมเปิดให้ลูกค้านั่งทานในร้านแล้ว #SootinClaimon.Com

Posted on August 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598758

ไปทานได้ 'ซูชิทนายตั้ม' ร้านดังในมหาชัยพร้อมเปิดให้ลูกค้านั่งทานในร้านแล้ว

ไปทานได้ ‘ซูชิทนายตั้ม’ ร้านดังในมหาชัยพร้อมเปิดให้ลูกค้านั่งทานในร้านแล้ว

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.40 น.

วันที่ 31 ส.ค.64 ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านซูชิชื่อดังในมหาชัย ของทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ทนายตั้ม ได้จัดร้านทำความสะอาดฉีดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโต๊ะเก้าอี้อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องเก็บไว้ในช่วงโควิดระบาดหนักจะได้นำออกใช้อีกครั้ง โดยมีหวานใจและพนักงานในร้านนับ 10 ชีวิตที่เริ่มมีรอยยิ้มกันแล้วที่ร้านจะสามารถเปิดได้แบบนั่งทานในร้านได้ในวันที่ 1 ก.ย.64 นี้

โดยพนักทุกคนผ่านการฉีดวัคซีนกันมาแล้วคนละ 2 เข็มคอยบริการและรอต้อนรับลูกค้าทุกท่านที่จะเข้ามานั่งทานอาหารกันได้ภายในร้าน ด้วยเมนูหลากหลาย ทั้งข้าวหน้าญี่ปุ่น แซลมอน ซาซิมิ ใช้วัตถุดิบสดใหม่อย่างดี พิถีพิถันทุกขั้นตอน ทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ในราคาถูกๆ เริ่มต้นเพียงคำละ 10 บาทเท่านั้น สามารถสั่งผ่านดิลิเวอรรี่ หรือมานั่งทานในร้านได้ร้านตั้งอยู่ตัวเมืองมหาชัย ซอยบ้านเช่า ห้องแอร์เย็นสบาย รองรับลูกค้าได้ 50% ร้านเปิดเวลา 10.00 น.ถึง 20.00 น.ตามมาตรการของรัฐบาล สามารถจอดรถที่หน้าร้านได้เลย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เยาวชนควนโดน’ สำเนียงโดดเด่น! คว้ารางวัลชนะเลิศ เรื่องเล่า ‘หัวข้อประวัติศาสตร์ท้องถิ่น’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598755

'เยาวชนควนโดน'สำเนียงโดดเด่น! คว้ารางวัลชนะเลิศ เรื่องเล่า 'หัวข้อประวัติศาสตร์ท้องถิ่น'

‘เยาวชนควนโดน’สำเนียงโดดเด่น! คว้ารางวัลชนะเลิศ เรื่องเล่า ‘หัวข้อประวัติศาสตร์ท้องถิ่น’

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.23 น.

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้จัดการประกวดเรื่องเล่า “หัวข้อประวัติศาสตร์ท้องถิ่น” เรื่องเล่าตำนานประวัติบุคคลสำคัญ รอบชิงชนะเลิศในรูปแบบออนไลน์รางวัลแบ่งออกตามกลุ่ม โดยภาคใต้กลุ่มที่ 4 รางวัลชนะเลิศทุนการศึกษาพร้อมเกียรติบัตรเป็นของโรงเรียนควนโดนวิทยาจังหวัดสตูล โดยนางสาวนิชากร อัญสุรีย์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนควนโดนวิทยาจังหวัดสตูล เล่าเรื่อง “ทะเลบัน” เป็นภาษาถิ่นใต้ซึ่งมีเสน่ห์และเป็นภาษาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นจนคว้ารางวัลครั้งนี้มาครองได้สำเร็จ

นางสาวนิชากร บอกกับทีมข่าวว่า พื้นที่อุทยานแห่งชาติทะเลบันตามเรื่องเล่าผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านบอกว่า เคยเป็นหมู่บ้านเก่า ผู้นำหมู่บ้านฝันว่ามีคนมาเตือนให้อพยพคนออกจากหมู่บ้านแห่งนี้เพราะจะเกิดเภทภัย ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ก็จะเชื่อผู้นำ จึงพากันอพยพต่อมาไม่นานก็เกิดหลุมยุบกลายเป็นบึงในปัจจุบัน

น้องนิชากร ยังบอกอีกว่า การเล่าเรื่องเป็นภาษาถิ่นใต้ เป็นการใช้ภาษาที่ไม่น่าอายแต่กลับเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมากกว่า ทุกครั้งเวลาพูดคุยกับเพื่อนนอกพื้นมักจะมีคนทักว่าเป็นภาษาใต้ที่แปลกและมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ไม่เหมือนใคร เพราะสำเนียงของที่นี่ผิดจากภาษาใต้ทั่วไป จึงยากจะเชิญชวนเพื่อนๆและทุกคนมาพูดภาษาถิ่น เพราะภาษาถิ่นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าอับอาย และเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นทั้งเอกลักษณ์และสิ่งที่ดีงามของท้องถิ่นเรา

นายกระจาย หนูคงแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนควนโดนวิทยา กล่าวว่า สำหรับพื้นที่อำเภอควนโดน มีวัฒนธรรม วิถีชีวิต โดยเฉพาะภาษามีความแตกต่างและโดดเด่น ควรที่จะอนุรักษ์ รักษาหรือว่าสืบทอด ในส่วนของโรงเรียนซึ่งมีหน้าที่จัดการศึกษา พัฒนาเด็กและเยาวชน ส่งเสริมสนับสนุนในหลายๆส่วนโดยเฉพาะความโดดเด่นของอำเภอควนโดน เหมือนดั่งคำขวัญ สำเนียงโดดเด่น โดยให้นักเรียนได้มีส่วนสืบสานและสืบทอดโดยแผนการจัดการเรียนรู้หลายๆรูปแบบ เรื่องของวรรณกรรมท้องถิ่น เรื่องของการจัดทำโครงงานรวบรวมให้เป็นสารานุกรมภาษาถิ่น เล่นภาษาถิ่นของอำเภอควนโดนซึ่งมีเอกลักษณ์โดยเฉพาะ

นายนัฐดนัย อาดำ ครูผู้ซ้อม/หัวหน้ากลุ่มสาระฯภาษาไทย โรงเรียนควนโดนวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวิชาภาษาไทยจะมีวิชาเพิ่มเติมคือวรรณกรรมท้องถิ่นโดยจะให้นักเรียนศึกษาตำนาน นิทาน โดยจะมีภาษาถิ่นอยู่ด้วยให้นักเรียนได้ศึกษาภาษาของอำเภอควนโดน มีความแตกต่างอย่างไร

สำหรับภาษาถิ่นของคนอำเภอควนโดนจะใช้ลักษณะกระแทกเสียง คำลงท้าย คำสุดท้ายของประโยคจะสูงขึ้น จะมีคำของภาษามลายูมาผสมผสาน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของร้านอาหารอีสานนำรังนกตัวต่อประดับร้าน เชื่อนำโชคลาภเรียกลูกค้า #SootinClaimon.Com

Posted on August 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598739

เจ้าของร้านอาหารอีสานนำรังนกตัวต่อประดับร้าน เชื่อนำโชคลาภเรียกลูกค้า

เจ้าของร้านอาหารอีสานนำรังนกตัวต่อประดับร้าน เชื่อนำโชคลาภเรียกลูกค้า

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 11.09 น.

ผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 กระทบธุรกิจค้าขาย ลูกค้าหดหาย หลายร้านปิดกิจการ ขณะที่มีผู้ประกอบการบางร้าน ต่าง คิดหาวิธีการดึงดูดลูกค้า ล่าสุด พบสองสามีภรรยาชาวตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ขายลาบก้อย ของแซบอีสาน นำรังนกนางฟ้า และมะพร้าวแห้ง มาตัดแปลงเป็นตัวต่อเงินต่อทอง เชื่อนำโชคเรียกลูกค้าเข้าร้าน เผยได้ผลลูกค้าตรึมยอดขายพุ่ง 90%

วันที่ 31 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพค้าขาย ของประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้า ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19  พบว่าหลายร้านมีการปรับตัวด้วยยุทธวิธีต่างๆ เพื่อประคับประคองกิจการและเรียกลูกค้าให้เข้ามาอุดหนุน

ล่าสุดพบ 2 สามีภรรยา ชาวบ้านหนองกาว หมู่ 5 ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ตั้งร้านก้อย อยู่ริมถนนสายปากทาง-เขื่อนลำปาว  ได้นำรังนกนางฟ้าและเก็บมะพร้าวแห้ง มาตกแต่งเป็นรูปตัวต่อแล้วเพ้นท์สี จำนวนกว่า 30 ตัว มาห้อยไว้ในร้าน สร้างความสนใจให้กับชาวบ้านที่พบเห็น โดยเฉพาะสามารถเรียกลูกค้าเข้ามาอุดหนุนได้เป็นอย่างดี โดยเจ้าของร้านระบุว่าสามารถเพิ่มยอดขายจากช่วงที่ผ่านมามากถึง 90 % เลยทีเดียว ทั้งนี้ เชื่อว่ารังนกและตัวต่อ สามารถเรียกลูกค้าได้ จึงเรียกว่าตัวต่อที่ดัดแปลงจากมะพร้าวแห้งเป็นเงินต่อทอง

นายพิทยา ชมดวงทิพย์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 5 ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เจ้าของร้าน กล่าวว่า ตนกับภรรยา เปิดร้านขายอาหารอีสาน เน้นลาบ ก้อย ต้ม เนื้อวัว มาตั้งแต่ปี 2553 โดยยึดเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัว เดิมบรรยากาศการค้าขายคึกคักมาก เพราะเป็นทางผ่านเข้าสู่เขื่อนลำปาวและสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง แต่มามาถึงปี 2563-2564 ที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกอบกับเกิดโรคลัมปี สกิน ระบาดในสัตว์เลี้ยง กระทบกับการค้าขายเป็นอย่างมาก แทบจะไม่มีลูกค้าเข้าร้านเลย

นายพิทยา กล่าวอีกว่า เพื่อที่จะมีรายได้มาเลี้ยงครอบครัว ตนกับภรรยายังยืนหยัดที่จะขายอาหารต่อไป อย่างน้อยก็เพื่อที่จะมีงานทำและดึงลูกค้าขาประจำไว้ ในช่วงที่ไม่ลูกค้าเข้าร้าน เวลาว่างมากขึ้น ก็คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยๆ กระทั่งเกิดไอเดีย ในการที่จะหากลยุทธ์เรียกลูกค้าเข้าร้าน เริ่มจากไปเก็บรังนกนางฟ้า ซึ่งมีลักษณะแปลก หาดูยาก โดยเก็บมาจากต้นไม้ที่หักโค่น และที่ถูกพายุพัด มาแขวนไว้ในร้าน รวมทั้งเก็บลูกมะพร้าวแห้ง ขนาดต่างๆ มาตัดแปลงเป็นตัวต่อ เพ้นท์สีและลวดลายต่างๆ  เช่น สีแดง สีเงิน สีทอง มาแขวนไว้ รวมทั้งรังนกและตัวต่อประมาณ 30 ตัว

นายพิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่นำรังนกนางฟ้าและตัวต่อที่ประดิษฐ์ขึ้นง่ายๆ มาแขวนประดับในร้านแล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อเริ่มมีลูกค้าทั้งขาประจำและขาจร ทยอยเข้าร้านมากขึ้น โดยมากกว่าเดิมถึง 90% ทั้งนี้เป็นผลมาจากรังนกนางฟ้าและตัวต่อ เพราะลูกค้าบอกว่าเห็นแขวนอยู่หน้าร้าน จึงสะดุดตา ขนาดอดใจไม่ไหวต้องแวะเข้ามาสอบถาม และถือโอกาสสั่งอาหารประเภทลาบ ก้อย และต้มเนื้อวัว ตนจึงให้ชื่อรังนกนางฟ้าว่ารังนกนำโชค และตัวต่อว่า ต่อเงินต่อทองเรียกลูกค้า

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอแล็บแพนด้า’ เผยพบโควิดสายพันธุ์ใหม่ กลายพันธุ์มากสุด ต้านวัคซีนได้กว่าทุกสายพันธุ์ #SootinClaimon.Com

Posted on August 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598729

'หมอแล็บแพนด้า'เผยพบโควิดสายพันธุ์ใหม่ กลายพันธุ์มากสุด ต้านวัคซีนได้กว่าทุกสายพันธุ์

‘หมอแล็บแพนด้า’เผยพบโควิดสายพันธุ์ใหม่ กลายพันธุ์มากสุด ต้านวัคซีนได้กว่าทุกสายพันธุ์

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 10.19 น.

วันที่ 31 สิงหาคม 2564 หมอแล็บแพนด้า หรือ ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ หัวหน้างานตรวจโรคติดเชื้อทางโลหิตวิธีอณูชีววิทยาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้โพสต์ภาพข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “พบโควิดสายพันธุ์ใหม่ C.1.2 กลายพันธุ์มากสุด ผู้เชี่ยวชาญระบุแพร่ระบาดได้มากกว่า และอาจต้านทานวัคซีนได้มากกว่าทุกสายพันธุ์”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลูกเดียว 35 บาทอิ่มได้ทั้งวัน! ซาลาเปาลูกใหญ่สูตรโบราณร้านเก่าแก่เมืองสงขลา #SootinClaimon.Com

Posted on August 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598717

ลูกเดียว 35 บาทอิ่มได้ทั้งวัน! ซาลาเปาลูกใหญ่สูตรโบราณร้านเก่าแก่เมืองสงขลา

ลูกเดียว 35 บาทอิ่มได้ทั้งวัน! ซาลาเปาลูกใหญ่สูตรโบราณร้านเก่าแก่เมืองสงขลา

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 08.53 น.

ซาลาเปาลูกใหญ่ร้านดังกลางเมืองสงขลาลูกเดียว 35 บาทอิ่มได้ทั้งวัน ชาวสงขลาแห่ซื้อเนื่องจากเป็นสูตรโบราณร้านเก่าแก่ยาวนานมาจนถึงรุ่นที่ 3 ลูกค้าบางคนกินตั้งแต่เล็กจนโต ก็ยังมาซื้อซาลาเปาลูกใหญ่กินมาตลอดจนถึงปัจจุบัน 

ร้านข้าวสตูเกียดฟั่ง ถนนนางงาม กลางเมืองสงขลา ร้านเก่าแก่ในตำนานเป็นร้านอาหารขึ้นชื่อประจำเมืองสงขลา ไม่ว่าจะอยู่สงขลาหรือมาเที่ยวสงขลาถ้าใครไม่ได้มาที่ร้านข้าวสตูเกียดฟั่ง ถือว่า มาไม่ถึงเมืองสงขลา ซึ่งนอกจากจะมีข้าวสตูชื่อดัง ที่มีความอร่อย มาอย่างยาวนานแล้ว ก็ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่โดดเด่น นั่นก็คือซาลาเปาอร่อยๆลูกใหญ่ๆ กินลูกเดียวอิ่มได้ทั้งวัน ซึ่งเป็น ซาลาเปาที่มี ประชาชนทั้งในเมืองสงขลาและชาวหาดใหญ่มาซื้อไปกิน โดยไม่รู้จักเบื่อ เนื่องจาก มีความอร่อยที่โดดเด่น โดยเฉพาะ ซาลาเปาไส้หมูลูกใหญ่ลูกละ 35 บาทที่ประชาชนนิยมซื้อไปกิน 

สำหรับราคาซาลาเปา ของร้านเกียดฟั่ง ซาลาเปาไส้หมูลูกใหญ่ 35 ลูกกลาง 25 และลูกเล็ก 20 บาท ส่วนซาลาเปาไส้หวานและไส้ถั่วดำ ลูกละ 20 บาท แต่ที่นิยมมาก ที่สุด ก็จะเป็นซาลาเปาไส้หมูลูกใหญ่ ราคาลูกละ 35 บาท 

ในช่วงจังหวัดสงขลาล็อกดาวน์ซาลาเปาของร้านเกียดฟั่ง ทุกขนาดจะขายดีและขายดีที่สุดก็จะเป็นซาลาเปาไส้หมูลูกใหญ่ ราคาลูกละ 35 บาท กินลูกเดียวอิ่มได้ทั้งวัน โดยมีคุณธนธร ศิริคติธรรม หรือคุณหลั่น เจ้าของร้าน จะคอยรับออเดอร์จากลูกค้าทั้งทางโทรศัพท์ ทางเพจทางไลน์ จดรายการสั่งจากลูกค้าอยู่หน้าร้าน ไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ซาลาเปาจะสุกและจะกลับมารับตามเวลาที่นัดหมายกัน 

โดยซาลาเปาลูกใหญ่จะสุกประมาณเวลา 09.45 น.ส่วนลูกเล็กและลูกกลางก็จะสุกประมาณ 9:00 น.และ 9:30 น. ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาซื้อซาลาเปาลูกใหญ่ จะซื้อคนละประมาณ 2-4 ลูกเพื่อนำไปกินในครอบครัว หากมาจาก อ.หาดใหญ่ก็จะซื้อใส่กล่อง 10 ลูก ไปฝากญาติๆ อีกทั้งทางร้านเกียดฟั่งเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งด้วยทำให้การตัดสินใจซื้อของลูกค้าง่ายขึ้นเพราะจ่ายเพียงครึ่งเดียว 

เนื่องจากในช่วงนี้ทางร้าน ห้ามลูกค้าเข้ามาภายในร้านอย่างเด็ดขาด ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลาได้ออกคำสั่ง เพื่อควบคุมและป้องกัน การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด – 19 รอบที่ 3 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในจังหวัดสงขลา อย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้ โดยคุณหลั่น เจ้าของร้านเกียดฟั่ง ได้คอยกำกับดูแลลูกค้าที่จองซาลาเปาก่อนที่เราจะสุก เพื่อไม่ให้ที่บริเวณหน้าร้านมีความแออัดและพยายามบอกให้ลูกค้าเว้นระยะห่าง ขณะที่รอรับซาลาเปาด้วย 

สำหรับผู้ช่วยศาสตราจารย์ บุญชัย หวังศุภดิลก ซึ่งเป็นชาวสงขลาบ้านอยู่ในเขตเทศบาลนครสงขลา แต่ต้องไปทำงานที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์หาดใหญ่จะซื้อซาลาเปาลูกใหญ่และข้าวสตูนำไปฝาก เพื่อนฝูงที่มหาวิทยาลัยทุกครั้งที่เดินทางกลับมาบ้าน ซึ่งเป็นลูกค้าเจ้าประจำ กินซาลาเปามาตั้งแต่เล็กจนโต กล่าวว่า “มาซื้อซาลาเปาที่นี่บ่อย ส่วนใหญ่จะเป็นวันเสาร์และวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นเจ้าประจำและเป็นเจ้าเก่าแก่ กินตั้งแต่เล็กกจนโต สำหรับรสชาติก็ยังคงเหมือนเดิม คนทำยังเป็นคนเดิม เห็นมาตั้งแต่ยังอายุน้อย” 

ในขณะเดียวกันคุณธนธร สิริคติธรรม เจ้าของร้านเกียจฟัง เปิดเผยว่า จะต้องทำการฉีดวัคซีน ให้ลูกน้องในร้านทั้งร้านให้ครบ 2 เข็มก่อน จึงจะเปิดร้านให้ลูกค้าเข้าไปนั่งกินในร้านได้ อย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าน่าจะเป็นต้นเดือนตุลาคม 2564 สำหรับในวันที่ 1 กันยายน 2564 นี้ แม้ว่าจะมีการผ่อนคลายให้ลูกค้าเข้ามานั่งกินในร้านได้ แต่ทางร้านข้าวสตูเกียดฟั่ง ถนนนางงาม จะยังคงขายแบบเดิมไปก่อน ก็คือยังไม่ให้ลูกค้าเข้ามานั่งกินในร้านคงให้ซื้อใส่ถุงกลับไปกินที่บ้านเหมือนเดิม อีกระยะหนึ่ง เพื่อให้มีความมั่นใจและมีความปลอดภัยให้กับลูกค้า รวมทั้งลูกน้องและเจ้าของร้านด้วย โดยจะต้องฉีดวัคซีนให้ครบ 2 เข็มทุกคนทั้งร้านเรียบร้อยแล้ว จะได้สบายใจไม่ต้องกังวลทั้งลูกค้าและทางร้านด้วย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 31 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

Posted on August 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598674

ลึกลับในสนามข่าว : 31 สิงหาคม 2564

ลึกลับในสนามข่าว : 31 สิงหาคม 2564

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รังสิมา รอดรัศมี

nn…ติดพันงานประชุมสภาฯนับเดือน แต่งานพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชนไม่ขาดตกบกพร่องเพราะทีมงานของ “เจ้โอ๋ รังสิมา รอดรัศมี” สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ แน่นปึ้ก ลุยนำข้าวสารอาหารแห้งไปดูแลพ่อแม่พี่น้องถึงหน้าบ้าน ใครมีอะไรร้องเรียนต้องการความช่วยเหลือยังแจ้งได้ตลอด พร้อมชี้แจงว่าระหว่างนั้นที่ไม่เห็นหน้าผู้แทนฯสาวแกร่งคนนี้เลย เพราะติดภารกิจประชุมสภาเกี่ยวกับงบประมาณยาวววววๆๆไป และสิ่งหนึ่งที่เจ้โอ๋ย้ำกับประชาชนคนสมุทรสงครามคือ ความพยายามเร่งรัด ทวงถามถึงการจัดสรรวัคซีนจากผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ว่าเป็นยังไง ได้มามากน้อยขนาดไหน กระจายไปแต่ละจังหวัดยังไง จึงทราบว่า “แผนจัดสรรให้ประชาชนนั้นเป็นไปตามสัดส่วนประชากรแต่ละจังหวัด ซึ่งจะถูกจัดสรรด้วยความเป็นธรรม โดยปราศจากอคติ ในฐานะสส.สมุทรสงคราม ขอวิงวอนให้ชาวสมุทรสงคราม ร่วมกันอดทนอีกนิด เพราะความยากลำบากที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เกิดขึ้นทุกจังหวัดทั้งประเทศ และความทุกข์ยากเช่นนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย สส. ขอให้กำลังใจทุกท่าน และเชื่อมั่นเสมอว่าเราจะจับมือกันร่วมฝ่าฟันอุปสรรคครั้งนี้ไปได้ด้วยดีเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน สู้สู้นะคะ!!!…”

…งานนี้ ถึงตัวไม่อยู่ แต่ก็มีฝากข้อความเล่าแจ้งแถลงไข ชนิดประชาชนได้อ่านแล้ว นึกว่าสส.โอ๋มายืนพูดตรงหน้า อย่างไรก็แล้วแต่ พอมีช่วงวันหยุดที่ภารกิจสภาฯเสร็จสิ้นแล้ว เจ้โอ๋ก็ไม่รอช้า ดิ่งลงพื้นที่ทันที พร้อมนำต้นฟ้าทะลายโจร 5 พันต้น ไปมอบให้ประชาชนผ่านทั่นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามทันที เพื่อส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกร รวมถึงคนทั่วไปช่วยกันปลูกติดบ้าน เพราะมีฤทธิ์สู้โควิด-19 ไวรัสวายร้ายได้ โดยต้องใช้ในปริมาณพอดี…เจ้าตัวยังบอกว่า ใครที่ต้องการนำไปปลูกติดต่อรับกล้าได้ที่เกษตรจังหวัดหรือเกษตรอำเภอในพื้นที่ได้….เรียกว่า ทำงานรวดเร็วฉับพลันทันสถานการณ์ วัคซีนยังไม่ได้ยังไม่พอ ก็ใช้สมุนไพรทางเลือกในปริมาณที่ระมัดระวังไปก่อน พร้อมย้ำประชาชนเสมอให้ตั้งการ์ดสูงตามมาตรการสาธารณสุข ไม่กดไลค์รัวๆ ให้ไม่ได้แล้วพี่น้อง…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ประชาชนอยู่ตรงไหน? ในการจัดทำงบประมาณ #SootinClaimon.Com

Posted on August 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598676

บทความพิเศษ : ประชาชนอยู่ตรงไหน? ในการจัดทำงบประมาณ

บทความพิเศษ : ประชาชนอยู่ตรงไหน? ในการจัดทำงบประมาณ

วันอังคาร ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 02.00 น.

งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 จำนวน3.1 ล้านล้านบาท ถูกตั้งคำถามว่า ตอบโจทย์ปัญหา และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนแค่ไหน ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าหรือไม่ และอย่างไร รวมไปถึงการชี้ให้เห็นถึงปัญหาสำคัญอะไรของประเทศบ้าง

สำหรับผมแล้วมองว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2565 เกิดขึ้นมาด้วยแนวคิดและกระบวนการแบบเดิม คือความเชื่อที่ว่า ข้าราชการประจำ และระบบราชการ เป็นกลไกหลักของการขับเคลื่อนประเทศ ทำให้แนวทางการจัดทำงบประมาณของประเทศยังคงขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนอยู่เช่นเคย เพราะสำนักงบประมาณที่มีหน้าที่ในการดูแลเรื่องนี้ ยังคงเพิกเฉยต่อเสียงของชาวบ้าน หรือความเดือดร้อนของคนในสังคม ทำให้การจัดทำงบประมาณที่ผ่านมา และในปัจจุบัน ไม่สามารถเข้าถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง นี่คือสิ่งที่ต้องรีบดำเนินการแก้ไขในทันที

ในส่วนปัญหาสำคัญที่อยู่เบื้องหลังงบประมาณรายจ่ายปี 2565 คือ รายได้ของรัฐบาลที่คาดว่าจะไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 2.4 ล้านล้านบาท ในขณะที่จำนวนหนี้สาธารณะสูงถึง 8.6 ล้านล้านบาท เท่ากับ 55% ของ GDP ที่สำคัญ งบประมาณในหมวดเงินเดือนค่าตอบแทนตั้งไว้สูงถึง 40% ของงบประมาณดังนั้น เมื่อหักงบประมาณรายจ่ายประจำ และการชำระหนี้แล้ว ประเทศไทยจะเหลืองบประมาณในการลงทุนเพื่อการพัฒนาน้อยมาก ในขณะที่โจทย์ปัญหาที่ต้องแก้ไขมีมากมาย และไม่ง่ายเลย อีกทั้งจำนวนประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลก็มีอัตราเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การกู้เงินเพิ่มเพื่อใช้สมทบงบประมาณที่ขาดแคลนจึงเป็นทางออกสำคัญที่รัฐบาลควรต้องทำ

กระนั้น การแก้ปัญหาด้วยการกู้เงินเพิ่ม ก็เป็นการเพิ่มปัญหาหนี้สินให้พุ่งสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน ถ้าประสิทธิภาพของการแก้ปัญหายังคงเท่าเดิม หรือลดต่ำลง ผลลัพธ์ที่ประเทศจะได้ก็คือ ภาวะทางการคลังหยุดชะงัก เพราะจำนวนหนี้สาธารณะเต็มเพดาน ส่วนความเดือดร้อนและปัญหาของประชาชนจะพอกพูน และรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาวการณ์ดังกล่าวนี้ไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลในอนาคตเป็นแน่ ส่วนความทุกข์ของประชาชนก็คงตกไปอยู่ในจุดที่หนักหนาสาหัสกว่าเดิม

ประเด็นก็คือ ผู้บริหารประเทศในอดีตเป็นห่วงกับภาระหนี้สินของรัฐบาลอย่างมาก เพราะทราบดีว่า ภาระหนี้จะบั่นทอนกำลังของประเทศในอันที่จะก้าวต่อไป จึงร่างกฎระเบียบและหลักเกณฑ์สำหรับควบคุมการก่อหนี้เอาไว้อย่างเข้มงวด เช่น การกำหนดให้หนี้สาธารณะต้องไม่เกินกว่า 60% ของ GDP เป็นกรอบใหญ่ และยังออกหลักเกณฑ์ควบคุมในรายปี คือ ห้ามกู้หนี้เกินกว่า 80% ของเงินชำระคืน แล้วภาระการคืนเงินต้นและดอกเบี้ยต้องไม่เกิน 20% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี เป็นต้น

ดังนั้น ถ้ารัฐบาลยังคงบริหารประเทศด้วยแนวคิดแบบเดิม และจัดทำงบประมาณผ่านการกำกับของสำนักงบประมาณแบบเดิม รัฐบาลก็คงต้องทำการแก้กฎระเบียบ และหลักเกณฑ์การควบคุมหนี้ของรัฐบาลที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น สถานะความน่าเชื่อถือทางการเงินการคลังของรัฐบาล ก็คงปรับลดลง และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความคลี่คลายทางการคลังของประเทศและรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้ งบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องสามารถตอบโจทย์ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้อย่างแม่นยำ นี่คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ความกังวลทุกอย่างหมดไป ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องมาช่วยกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อได้งบประมาณที่ใช้น้อย แต่แก้ปัญหา และพัฒนาได้มาก เสมือนกระสุนปืนขนาดเล็ก ราคาไม่แพง แต่แม่นเป้า และประสิทธิภาพสูง

สำนักงบประมาณต้องหยุดออกแบบงบประมาณที่ฟุ่มเฟือย แต่ประสิทธิผลต่ำไม่ตรงกับความต้องการของประชาชนได้แล้ว ผลิตภาพ (Productivity) ของสำนักงบประมาณต้องได้รับการยกระดับ ด้วยการรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และรู้สึกรู้สาไปกับความเดือดร้อนของพวกเขา

ทั้งหมดนี้ คือ ภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล ที่ท้าทายความสามารถ และสติปัญญา

หวังว่า ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ในเร็ววันครับ

กนก วงษ์ตระหง่าน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รพ.สนามธรรมศาสตร์’ เตรียมพร้อมทุกระบบ รับมือ ‘โควิด’ เวฟ5 คาดมา ต.ค.หรือปลายปี #SootinClaimon.Com

Posted on August 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598699

‘รพ.สนามธรรมศาสตร์’เตรียมพร้อมทุกระบบ รับมือ‘โควิด’เวฟ5 คาดมาต.ค.หรือปลายปี

‘รพ.สนามธรรมศาสตร์’เตรียมพร้อมทุกระบบ รับมือ‘โควิด’เวฟ5 คาดมาต.ค.หรือปลายปี

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 21.47 น.

‘รพ.สนามธรรมศาสตร์’เตรียมพร้อมทุกระบบ รับมือ‘โควิด’เวฟ5 คาดมาต.ค.หรือปลายปี

30 สิงหาคม 2564 เพจเฟซบุ๊ก “โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์” โพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์ “โควิด-19” มีเนื้อหาดังนี้…

วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม วันที่ 142 ของโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ เวฟ3+4  และวันที่ 81 ของศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์รังสิต

ตัวเลข 15,972 คน ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เช้าวันนี้ แม้จะดูเยอะอยู่ แต่ก็ลดลงจากเมื่อวานตามที่คาดว่าจะเป็น ทำให้ความคาดหวังที่จะเห็นตัวเลขผู้ป่วยใหม่ลดต่ำกว่าหมื่นห้าพันคนในเช้าวันแรกของเดือนกันยายนมีโอกาสเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น แม้ว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 256 ราย จะยังคงน่าหนักใจอยู่เช่นเดิมก็ตาม

ตัวเลขผู้ป่วยใหม่ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ก็ลดลงตามนั้นด้วย ผู้ป่วยรวมที่นอนรักษาตัวอยู่ที่นี่คือ 61 รายจากศักยภาพ 100 เตียงที่เรามีเหลืออยู่ แต่ก็ยังคงมีรายงานผู้เสียชีวิตจากโควิดในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนในเช้านี้

ผู้ป่วยที่มีผลตรวจ Swab เป็นบวก ที่รายงานเช้านี้คือ 14 คนเท่านั้น ลดจากสามสิบกว่าคนที่เคยเป็นมาทุก ๆ วันไปเป็นอย่างมากทีเดียว สถานการณ์นี้คงเป็นตัวอย่างหนึ่งที่จะนำไปประมวลเป็นภาพรวมของประเทศได้ด้วยว่า เวฟ4 รอบนี้กำลังอยู่ในขาลงชัดเจนแล้ว

อีกสองวันเราจะเริ่มคลายล็อคตามมาตรการของรัฐบาล ด้วยเหตุผลในทางเศรษฐกิจและสังคมที่คงจะหลีกเลี่ยงลำบาก หลังมาตรการนี้คงจะมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมที่ทำให้มีการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างผู้คนมากขึ้น ซึ่งก็แน่นอนว่าจะทำให้เกิดการติดเชื้อจากผู้ป่วยที่มีอาการและไม่ทราบว่าตนเองป่วย มากขึ้นกว่าเดิม

ประกอบกับการที่เรายังฉีดวัคซีนป้องกันโรคได้ยังไม่มากนัก จนถึงวันนี้ ตัวเลขผู้ที่ได้รับวัคซีนครบสองเข็มทั่วประเทศยังอยู่ที่ประมาณ 7.36 ล้านคนเท่านั้น

ดังนั้น สถานการณ์ของเวฟ5 จากตัวอย่างที่เกิดขึ้นในหลายประเทศที่จะมาหลังจากนี้ คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยแน่ ๆ คงต้องเตรียมตัวกันให้ดีทั้งระบบโรงพยาบาล ระบบบริหารบุคลากร ยาและเวชภัณฑ์ ตลอดจนการบริหารจัดการเรื่องระบบดูแลผู้ป่วย ซึ่งทุกประเทศในโลกจะมีผู้ป่วยเวฟใหม่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าเท่าตัวไปจนถึง 4-5 เท่าของเวฟก่อนหน้านั้น

เรื่องของเราคงอยู่ตรงที่ว่า เวฟ5 จะมาเมื่อไหร่?

ซึ่งเราคาดเดาไม่ได้ชัดเจน อย่างเร็วคงเป็นตุลาคมและอย่างช้าก็คงเป็นปลายปี คงต้องเตรียมตัวกันให้ดีทั้งระบบ รวมทั้งพวกเราที่ธรรมศาสตร์ด้วย เรารับรองว่า เราจะใช้เวลาที่มีอยู่นี้ ช่วยกันเตรียมคน เตรียมยา และเวชภัณฑ์ ตลอดจนเตรียมวอร์ดต่าง ๆ ให้พร้อมมากกว่าที่ทำมาก่อนหน้านี้ เพราะพวกเราที่นี่ เชื่อจริง ๆ ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับเวฟ5 อย่างหนีไม่พ้นแน่นอน

ถ้าเราคลายล็อคในช่วงนี้ และสถานการณ์การระบาดเริ่มลดลงแล้ว การรายงานสถานการณ์รายวันของโควิดจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์และระบบบริการโควิดเสริมของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นที่โรงพยาบาลสนาม ศูนย์รับวัคซีน และโครงการ Home Isolation ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องรายงานต่อเนื่องทุก ๆ วันเช่นเดิมอีกแล้ว เหมือนกับที่ ศบค.ก็มีการแถลงข่าวสรุปสถานการณ์เพียงสัปดาห์ละสองหนเท่านั้น เดี๋ยววันพรุ่งนี้เราไปหารือกันแล้วจะมาแจ้งว่า เราอาจจะไม่ต้องรายงานสถานการณ์โควิดทุก ๆ วันเหมือนที่ทำมาตลอดห้าเดือนเต็มอีกแล้วนะ

วันนี้ที่ศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์ที่ยิม 4 เรามีคิวนัดมารับ Astra ตลอดวันนี้ ทั้งที่เป็นเข็มแรกและเข็มที่สอง รวมทั้งสิ้น 2,590 ราย และมีผู้มารับวัคซีนรวมทั้งสิ้น  2,189 คน คิดเป็น 84.52% ตัวเลขอัตราส่วนผู้มารับวัคซีนเริ่มสูงขึ้น เป็นใกล้ปกติที่เป็นมาก่อนหน้านี้แล้ว และตั้งแต่วันนี้ไป จำนวนคิวที่ลงทะเบียนไว้แต่ละวันก็จะมากกว่า 2,500 คน ในหลายวันจำนวนคิวก็จะไปมากกว่า 3,000 คน แล้วด้วย โดยเฉพาะตั้งแต่ 4 กันยายน – 13 กันยายน ซึ่งเราย้ายคิวรับวัคซีนของวันที่ 23-27 สิงหาคมมาสมทบ

ขอยันยันสำหรับผู้รอคิววัคซีนที่ถูกย้ายมาจาก 23-27 สิงหาคม ว่า ท่านจะได้รับวัคซีน Astra ในวันที่ย้ายมาระหว่าง 4-13 กันยายน อย่างแน่นอน โดยจะไม่ถูกขยับเลื่อนคิวออกไปอีก ขอรับรองกับทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง และกรุณาอดใจรอวันนัดอีกเพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้นนะ

สำหรับที่โรงพยาบาลสนาม วันนี้มีผู้ป่วยเข้ามาใหม่ไม่มากนัก สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศ มีจำนวน 13 ราย และมีผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วกลับบ้านได้ 20 คน ทำให้จำนวนรวมของผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสนามเหลืออยู่ที่ 291 คน

ตัวเลขนี้ทำให้เรามีความหวังได้มากขึ้นว่า สิ้นเดือนกันยายนนี้ แม้เราจะยังหยุดรับผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ (ที่ถึงตอนนั้นอาจจะใกล้ ๆ หกเดือนเต็มสำหรับเวฟ 3+4 ) ยังไม่ได้ แต่อาจจะมีการลดขนาดโรงพยาบาลสนามลงให้เหลือประมาณ 100-200 เตียงก็เป็นได้นะ

เมื่อวันศุกร์  ที่รพ.ธรรมศาสตร์ เราได้ฉีดไฟเซอร์ให้ผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 18 ปีไปได้สองร้อยกว่าคน ทั้งหมดเป็นผู้ป่วยของ รพ.ธรรมศาสตร์เอง เราฉีดได้ค่อนข้างน้อยเพราะเราได้รับวัคซีนไฟเซอร์มาน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอื่น ๆ แต่ก็หวังว่าในลอตสอง และในวัคซีนไฟเซอร์ที่รัฐบาลสั่งซื้อมาเองในเดือนตุลาคม เราคงจะได้รับไฟเซอร์มาฉีดให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีให้มากขึ้นด้วยนะ

#รักเธอประเทศไทย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฝึกหัดวิชาว่ายน้ำไว้ให้ดี…วิชาว่ายน้ำนี้แหละเป็นเหมือนกับว่าบุญบารมี : หลวงปู่สิม #SootinClaimon.Com

Posted on August 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598670

ฝึกหัดวิชาว่ายน้ำไว้ให้ดี...วิชาว่ายน้ำนี้แหละเป็นเหมือนกับว่าบุญบารมี : หลวงปู่สิม

ฝึกหัดวิชาว่ายน้ำไว้ให้ดี…วิชาว่ายน้ำนี้แหละเป็นเหมือนกับว่าบุญบารมี : หลวงปู่สิม

วันจันทร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.49 น.

“การเกิดการตายเป็นธรรมดาของสังขาร บุญบารมีที่เราบำเพ็ญมา บำเพ็ญอยู่ จะบำเพ็ญต่อไป…อันนี้สำคัญกว่าชีวิต ชีวิตนั้นเอาแน่นอนไม่ได้ มันจะแตกดับทำลายตายเมื่อใดเวลาใดเราก็ห้ามไม่ได้ แต่ทาน ศีล ภาวนา ในจิตใจของเรานั้นเราต้องทำเอง ปฏิบัติเอง บำเพ็ญให้ได้ให้ถึงตามสติกำลัง ความพากเพียรพยายาม ความอดความทนของเราอีกทีหนึ่ง เปรียบอุปมาเหมือนอย่างว่า คนเราที่เกิดมาในโลกนี้เมื่อเราเกิดมาเป็นเด็กเป็นคนหนุ่ม “วิชาว่ายน้ำ” เราจะไม่หัดไม่ได้ เวลาตกน้ำเราก็ตายเพราะไม่ได้หัดวิชาว่ายน้ำ

วิชาว่ายน้ำนี้แหละเป็นเหมือนกับว่า “บุญบารมี” ที่เราบำเพ็ญในทาน ในศีล ในภาวนา มารวมอยู่ที่ตัวบุคคลผู้นั้น บุคคลผู้นั้นได้ฝึกหัดฝึกซ้อมวิธีว่ายน้ำ เวลาไปเรือไปแพหรือมีอะไรเกิดขึ้น เกิดเรือล่ม แพจม บุคคลผู้นั้นจะไม่ตาย เพราะเรือล่มแพจม เพราะเขาฝึกวิชาว่ายน้ำไว้ คนนั้นจะลอยน้ำได้ ไม่ตาย ฝั่งที่ไหนเขาลอยข้ามไปได้ เปรียบเหมือนเรามีทาน มีศีล มีภาวนา อยู่ที่กาย วาจา จิตของเราอยู่ทุกลมหายใจ.

โอวาทธรรม พระอาจารย์สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,309,268 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Born to be King
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com
Helping Phuket youngsters establish a career
Chanthaburi on the table
[Weekender] Kimchi season
'น้องน้ำใส'เด็ก-เยาวชนดีเด่นปี59
Somsak’s sons pursue their political future in Bhumjaithai
Harm reduction with safer alternatives new approach to public health

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d