Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เกษตรกรเลี้ยงกุ้งพร้อมแล้ว! เตรียมออเดอร์ออกตลาด ขานรับปลดล็อกร้านอาหาร #SootinClaimon.Com

Posted on August 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598327

เกษตรกรเลี้ยงกุ้งพร้อมแล้ว! เตรียมออเดอร์ออกตลาด ขานรับปลดล็อกร้านอาหาร

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.36 น.

29 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก ศบค.เตรียมประกาศมาตรการปลดล็อก พื้นที่สีแดงเข้ม หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวมทั้งพื้นที่สีแดง พื้นที่ควบคุมสูงสุด โดยเฉพาะมาตรการผ่อนคลายให้กับร้านอาหารในหลายจังหวัด โดยอนุญาตให้ร้านอาหารไม่มีแอร์นั่งทานได้ 75 เปอร์เซ็นต์ ส่วนร้านที่มีแอร์นั่งทานได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 กันยายน 2564 นี้

ทำให้กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งถือเป็นอาหารขึ้นชื่อและสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ ต่างพากันตื่นตัวระดมญาติพี่น้องลงบ่อสำรวจผลผลิตของตนเอง และนำตาข่ายมาช้อนกุ้งก้ามกรามที่เลี้ยงไว้ในบ่อ เพื่อเตรียมรับออเดอร์ส่งให้กับลูกค้า โดยเฉพาะตลาดสดและร้านอาหารต่างๆ ทั่วภาคอีสาน ที่คาดว่าจะเริ่มเปิดบริการตามมาตรการผ่อนคลายในวันที่ 1 กันยายนนี้

นายอาทิตย์ ภูบุญเติม อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 4 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ หนึ่งในเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม และพ่อค้าคนกลางจำหน่ายกุ้งก้ามกราม กล่าวว่า หลังทราบข่าวว่าทางศบค.จะมีการปลดล็อกมาตรการต่างๆในหลายพื้นที่และหลายจังหวัด โดยเฉพาะการผ่อนคลายให้กับร้านอาหาร รวมทั้งตลาดสด ซึ่งเป็นแหล่งรับซื้อกุ้งก้ามกราม ทำให้ทุกคนดีใจอย่างมาก หลังก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาตั้งแต่ปี 2563 ต่อเนื่องมาถึงปี 2564 

กระทั่งปัจจุบัน ทำให้กุ้งก้ามกราม ซึ่งถือว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อ และสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ภาพรวมปีละกว่า 1 พันล้านบาท ส่งผลิตออกขายลำบาก และซบเซาเงียบเหงามานาน ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้รับความเดือดร้อนทั่วหน้า ทั้งสิ้นเปลืองค่าอาหารเพิ่ม เพราะต้องขยายระยะเวลาเลี้ยงนานขึ้น นอกจากนี้กุ้งก็เริ่มตายลงทุกวัน เนื่องจากเกิดความแออัดในบ่อ เพราะไม่ได้จับจำหน่ายตามห้วงอายุ

นายอาทิตย์ กล่าวว่าอีกว่า ก่อนหน้านี้ในภาวะปกตินั้นจะมีพ่อค้าเร่ รวมทั้งเจ้าของร้านอาหารจากจังหวัดต่างๆ เข้ามารับซื้อกุ้งสดทุกที่ปากบ่อทุกวัน แต่ละคนจะมาซื้อเที่ยวละไม่น้อยกว่า 100-200  กก.พอเกิดสถานการณ์โควิด-19 ร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสด และแหล่งรับซื้อกุ้งปิดตัวลง ส่งผลกระทบให้กุ้งในบ่อตกค้างเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่มีตลาดส่ง ตนและผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งจึงต้องนำกุ้งไปส่งขายเอง วันละ 40-50 กก. บางคนก็เร่ขายตามหมู่บ้าน และลดราคาลงจาก ปกติที่ปากบ่อ กก.ละ 250 บาท เหลือ กก.ละ 200-230 บาทตามขนาดของกุ้ง ซึ่งถือว่าจำเป็นต้องลดราคาและยอมขาดทุน ดีกว่าที่จะปล่อยให้ค้างบ่อและน็อคตาย เหมือนที่เคยเกิดเหตุกรณีดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง

นายอาทิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่มีข่าวออกมาว่า ศบค.จะปลอดล็อกให้ร้านค้า ร้านอาหาร ซึ่งเป็นแหล่งที่เกษตรกรส่งกุ้งก้ามกรามไปขาย และจะเริ่มในวันที่ 1 กันยายน 2564 นั้น ต้องขอขอบคุณรัฐบาลและศบค.เป็นอย่างยิ่ง ที่ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจะได้มีตลาดจำหน่าย และผู้ประกอบการขนส่งกุ้ง ร้านค้า ร้านอาหาร ก็จะมีงานทำ มีรายได้

อย่างไรก็ตามในวันนี้ พอทราบข่าวซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีให้กับวงการค้าขายกุ้งก้ามกราม ตนและเกษตรกรหลายรายจึงได้สำรวจปริมาณกุ้งในบ่อของตนเอง ขณะเดียวกันก็เริ่มมีพ่อค้าจากต่างจังหวัดเข้ามาติดต่อรับซื้อกุ้งบางแล้ว เพื่อนำไปเตรียมสำรองไว้ในร้านและเตรียมเปิดบริการ ก่อนที่ราคาจะขยับขึ้น จาก กก.ละ 200-230 บาท เป็น กก.ละ 250-300 บาท เหมือนภาวะปกติที่ผ่านมา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พาชิม ‘ข้าวห่อใบบัว’ อร่อยรสเด็ด เมนูเพื่อสุขภาพ ที่ ‘บ้านวังส้มซ่า’ พิษณุโลก #SootinClaimon.Com

Posted on August 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598319

พาชิม’ข้าวห่อใบบัว’อร่อยรสเด็ด เมนูเพื่อสุขภาพ ที่’บ้านวังส้มซ่า’พิษณุโลก

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 12.46 น.

29 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านวังส้มซ่า บ้านวังส้มซ่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก นางเผอิญ พงษ์สีชมพู อายุ 75 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า พร้อมด้วยสมาชิก ได้โชว์ในการทำเมนูข้าวห่อใบบัว ซึ่งเป็นเมนูเด็ดให้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมชมบ้านวังส้มซ่า จะสามารถรับประทานได้ และขณะนี้กำลังเปิดเป็นพรีออเดอร์ให้กับผู้ที่สนใจ

นางเผอิญ พงษ์สีชมพู ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า กล่าวว่า ชุมชนบ้านวังส้มซ่า เป็นชุมชนเก่าแก่ และมีต้นส้มซ่า เป็นต้นไม้ประจำถิ่นในหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงได้นำประโยชน์ของส้มซ่า มาผลิตเป็นอาหารและแปรรูปต่างๆมากมาย ซึ่งข้าวห่อใบบัว ก็ถือว่าเป็นเมนูที่ที่บ้านวังส้มซ่า ถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาสูง จึงได้จัดเตรียมไว้หากประชาชนที่มาเที่ยวชมบ้านวังส้มซ่า ได้รับประทานกันอีกเมนู 

ข้าวห่อใบบัว รับประทานแล้วมีประโยชน์แก่ร่างกาย ทั้งนี้ในเรื่องของ รสชาติก็ไม่ได้จัดจ้านอะไรมากนักไม่ต่างจากข้าวผัดทั่วไปแต่ที่ต่างก็คือ ดีต่อสุขภาพ เพราะว่า สรรพคุณ ของใบบัวที่ใช้ห่อนั้น เมื่อนำมานึ่งสารที่อยู่ในใบบัว ดีต่อระบบของ หัวใจ ช่วยบำรุงได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงที่รับประทานแล้วจะไม่ให้ข้าวห่อใบบัวแก้เลี่ยน ได้ ที่ทางศูนย์การเรียนรู้บ้านวังส้มซ่า จัดไว้นั้นจะต้องคำนึงถึงแคลอรี่ที่เรารับประทาน

นอกจากนี้ศูนย์เรียนรู้บ้านวังส้มซ่า ยังมีอาหารว่าง เมนูเปิดปากเป็นม้าฮ้อ และเครื่องดื่มที่ใช้น้ำส้มซ่าเป็นส่วนผสมด้วย อาทิ กาแฟส้มซ่าสีสันสดใส จะประกอบไปด้วยน้ำมะม่วงห้าวมะนาวโห่ที่ผสมกับน้ำเชื่อมไว้ ลงเป็นชั้นล่างในแก้วอีกด้วย เมนูเหล่านี้เป็นเอกลักษณ์ของชาวชุมชนที่ช่วยกันรักษาเอาไว้ไม่ให้เลื่อนหายไป นอกจากนี้ผลส้มซ่า และใบส้มซ่า ยังถูกต่อยอดไปทำผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง ที่สบู่ ครีมทาผิว สมุนไพร และอีกมากมาย

ในช่วงนี้สถานการณ์โควิด นักท่องเที่ยวยังไม่สะดวกที่จะมาเที่ยวชมได้ นอกจากคนในจังหวัดที่มาเยี่ยมชม ก็จะมีการคัดกรองละปฏิบัติตามของสาธารณะสุข แต่หากผู้ใดต้องการชิมข้าวห่อใบบัว ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านวังส้มซ่า แห่งนี้ ก็สามารถสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 086 929 1745 ซึ่งทางศูนย์การเรียนรู้บ้านวังส้มซ่า ก็จะเปิดรับเป็นพรีออเดอร์ เพื่อให้ประชาชนได้รับประทานได้เช่นกัน ส่วนราคานั้นทางศูนย์การเรียนรู้บ้านวังส้มซ่า ได้กำหนดไว้ เซตละ 120 บาทเท่านั้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฝนถล่มทั้งคืน! สมุทรปราการจมบาดาล ‘นิคมฯบางปู’ อ่วมหนักน้ำยังไม่ลด #SootinClaimon.Com

Posted on August 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598311

ฝนถล่มทั้งคืน! สมุทรปราการจมบาดาล ‘นิคมฯบางปู’อ่วมหนักน้ำยังไม่ลด

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 11.09 น.

29 สิงหาคม 2564 จากกรณีฝนตกหนักทั้งคืนในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ส่งผลให้หมู่บ้านและถนนหลายสายมีน้ำท่วมขังสูง โดยขณะนี้ถนนแพรกษา บางช่วงมีน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่ควรสัญจรผ่าน

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพจเฟสบุ๊ค ที่นี่สมุทรปราการ รายงานสถานการณ์ล่าสุด ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ทั้งด้านนอกและเขตส่งออก น้ำยังท่วมสูงประมาณ 1 เมตร รถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากถูกน้ำท่วมเกือบมิดคัน 

ทั้งนี้ เพจเฟสบุ๊ค JS100 Radio รายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 08.35 น. สถานการณ์น้ำท่วม ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู สมุทรปราการ รถยนต์ถูกน้ำท่วมสูงเกือบมืดหลังคารถเช่นกัน

ที่มา : ที่นี่สมุทรปราการ / JS100 Radio 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฝนทิ้งช่วง! แย่งสูบน้ำคลองใส่นาข้าว วอน ชป. ปล่อยน้ำทั่วถึง ก่อนข้าวแห้งตาย #SootinClaimon.Com

Posted on August 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598307

ฝนทิ้งช่วง! แย่งสูบน้ำคลองใส่นาข้าว วอน ชป. ปล่อยน้ำทั่วถึง ก่อนข้าวแห้งตาย

ฝนทิ้งช่วง! แย่งสูบน้ำคลองใส่นาข้าว วอน ชป. ปล่อยน้ำทั่วถึง ก่อนข้าวแห้งตาย

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 10.29 น.

29 สิงหาคม2564 ชาวนาในตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังได้รับความเดือดร้อนไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงนาข้าว เนื่องจากฝนทิ้งช่วงส่วนน้ำที่ชลประทานปล่อยมาให้ก็ไม่ทั่วถึง เพราะถูกชาวนาซึ่งอยู่ด้านบนหรือช่วงต้นน้ำไหลผ่านกักน้ำเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยลงมาด้านล่าง ทำให้ชาวนาที่อยู่ด้านล่างต้องแย่งกันสูบน้ำในคลองดินที่มีสภาพตื้นเขินใกล้เหือดแห้ง เพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวไม่ให้ยืนต้นตายแต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะมีชาวนามากกว่า 100 ครัวเรือน เนื้อที่เพาะปลูกข้าวกว่า 2,000 ไร่ ที่ยังเดือดร้อนต้องการน้ำ   

จึงอยากให้ทางชลประทานเข้ามาสำรวจตรวจสอบ และดูแลบริหารจัดการปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยยาง ให้เกษตรกรทำนาได้อย่างทั่วถึง  เพราะตอนนี้น้ำที่ปล่อยมาถูกเกษตรกรที่อยู่ด้านบนหรือต้นคลองน้ำดักสูบเอาจนหมด ไม่ยอมปล่อยน้ำไปให้เกษตรกรด่านล่างเลย ทั้งอยากฝากถึงเกษตรกรที่อยู่ด้านบนเห็นใจแบ่งน้ำให้เกษตรกรที่กำลังเดือดร้อนด้วย

นายพชร สีจันทึก อายุ 68 ปี ชาวนาบ้านกลาง ต.ทุ่งกระตาดพัฒนา อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ตอนนี้ชาวนาเดือดร้อนมาก เพราะช่วงนี้จะต้องใส่ปุ๋ยต้นข้าวแล้วแต่ยังไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงก็ยังใส่ปุ๋ยไม่ได้ เนื่องจากฝนทิ้งช่วง ส่วนที่ชลประทานได้เข้ามาประชุมกับชาวบ้านแล้วมีมติปล่อยมาให้ฝั่งละ7 วัน แต่น้ำก็ไหลมาไม่ถึงชาวนาที่มีที่นาอยู่ด้านล่าง เพราะถูกด้านบนดักน้ำไว้จนทำให้ต้นข้าวที่เพาะปลูกไว้เริ่มมีสภาพเหี่ยวเฉา จากกรณีจึงอยากให้ทางชลประทานเข้ามาดูแลแก้ไขและช่วยเหลือชาวนาให้มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวอย่างทั่วถึงด้วย อย่าปล่อยให้ชาวนาต้องถึงต้องฆ่าแกงกันเพื่อแย่งน้ำเลย  

ด้านนายทองดี ศรีบุตรสี อายุ 67 ปี ชาวนาบ้านไทยเจริญ ต.ทุ่งกระตาดพัฒนา ก็บอกว่า ปกติกรมชลฯ จะส่งน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำห้วยยาง อ.หนองกี่ เพื่อให้เกษตรกรได้สูบไปหล่อเลี้ยงต้นข้าว แต่ปัญหาคือน้ำที่ปล่อยมาถูกชาวนาด้านบนดักเอาจนหมด ทำให้ไม่มีน้ำไหลไปถึงชาวนาด้านล่าง จนชาวนาด้านล่างต้องแย่งกันสูบน้ำในคลองดินที่มีสภาพตื้นเขินไปหล่อเลี้ยงต้นข้าว  แต่ก็ไม่เพียงพอ จึงอยากร้องขอให้ทางชลประทานเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวนาที่กำลังเดือดร้อนด้วย ก่อนที่ข้าวจะยืนต้นตายเสียหาย   

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เล่น’ สำหรับเด็กไม่แค่สนุก โควิดทำหยุดกระทบพัฒนาการ #SootinClaimon.Com

Posted on August 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598244

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เล่น’สำหรับเด็กไม่แค่สนุก  โควิดทำหยุดกระทบพัฒนาการ

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เล่น’สำหรับเด็กไม่แค่สนุก โควิดทำหยุดกระทบพัฒนาการ

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 07.30 น.

“การเล่น” สำหรับ “เด็ก” แล้วเป็นมากกว่าความสนุกสนาน เพราะเป็นกลไกพัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจและสถิติปัญญา ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีความพยายามรณรงค์ให้เด็กได้เล่นตามวัยทดแทนการเรียนหนังสือแบบอัดวิชาการเร่งให้อ่านออกเขียนได้คิดเลขเร็วตั้งแต่อายุน้อยๆ และผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยงการให้บุตรหลานใช้เวลากับหน้าจอ ไม่ว่าโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน

แต่แล้วโลกก็ต้องเผชิญสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบไปไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ เศรษฐกิจ แม้แต่พัฒนาการของเด็กด้วย เพราะทั้งการเรียนและการเล่นไม่สามารถทำได้ตามปกติจากมาตรการล็อกดาวน์ เด็กต้องอยู่กับบ้านและต้องเรียนออนไลน์ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ที่ต้องอยู่บ้านทำงานแบบเวิร์ก ฟรอม โฮม ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ มีการเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “เล่นกลางโรค”เพื่อสะท้อนปัญหาดังกล่าว

ผศ.ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา หัวหน้าศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายในประเทศไทย กล่าวว่า การเล่นของเด็กๆ นั้นเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงน้อยมาก แต่สถานการณ์ของการเล่นในปัจจุบันเริ่มเป็นปัญหาที่ลุกลามมากขึ้น ซึ่งมีงานวิจัยโดยพบว่าสถานการณ์การเล่นและการเรียนรู้ของเด็กทั่วโลกจำนวน 1.5 พันล้านคน ได้รับผลกระทบจากการที่โรงเรียนปิดเทอม แต่ผลกระทบที่ถูกพูดถึงส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่จะเรียนหนังสือไม่ทัน แต่ไม่ได้พูดถึงการเรียนรู้ที่ล่าช้าลง ซึ่งจะช้าลงประมาณ 1.5 ปี เช่น เด็กมีอายุ 9 ปี แต่ระดับการเรียนรู้จะอยู่ประมาณ 7.5 ปี เป็นต้น

ซึ่งผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อเด็กคือ 1.วิถีชีวิตบิดเบี้ยวไปจากเดิม ผิดเพี้ยนตั้งแต่ตื่นนอนจนไปถึงเข้านอน ทำให้ขาดวินัยเชิงบวก 2.การรับประทานอาหารเช้า ซึ่งมีความสำคัญต่อสมองเป็นอย่างมาก แต่พอไม่มีกรอบระเบียบจากการเรียนออนไลน์ จึงทำให้เด็กไม่รับประทานอาหารเช้า และ 3.ปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้น การนั่งเรียนออนไลน์เป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการปวดตาและปวดหลัง คล้ายกับอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” ในผู้ใหญ่วัยทำงาน ซึ่งเด็กร้อยละ 79 เกิดอาหารเหล่านี้ขึ้น อีกทั้งปัญหาสุขภาพจิต เนื่องจากความเครียดและวิตกกังวล

“เมื่อพูดถึงเรื่องการเล่น ให้นึกถึงตอนที่ผู้ปกครองยังเป็นเด็ก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของเด็กที่ต้องทำ เด็กๆ มีกิจกรรมที่ทำไม่กี่เรื่อง ได้แก่ 1.เรื่องกิน เพื่อให้พลังในการเล่นและทำให้ร่างกายแข็งแรง 2.เรื่องนอน เด็กต้องนอนให้เพียงพอ หากนอนไม่พอทำให้ไม่โต สมองไม่พัฒนา และ 3.เรื่องเล่น เด็กจะเรียนรู้จากการเล่น แต่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้การเล่นเปลี่ยนแปลงไป จากวิถีชีวิตที่บิดเบี้ยวของเด็ก สิ่งที่จะเข้ามาช่วยได้คือการเล่น จากการวิจัยของสหรัฐอเมริกา พบว่า เมื่อพาเด็กออกไปเดินเล่นประมาณ 20 นาที ทำให้สมองของเด็กเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน มีความพร้อมในการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ ฉะนั้นผู้ปกครองควรให้ความสำคัญกับเล่นของเด็ก” ผศ.ดร.ปิยวัฒน์ กล่าว

ขณะที่ พงศ์ปณต ดีคง ผู้ก่อตั้ง เพจ leeway การเรียนรู้ผ่านการเล่น เปิดเผยว่า จากการทำงานในช่วงโควิด-19 พบว่า “ผู้ปกครองซึ่งอยู่กับลูกที่บ้านยังไม่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับการเล่นที่เพียงพอ” โดยปกติโรงเรียนจะเป็นผู้ดูแลเด็กมากกว่าผู้ปกครอง อย่างไรก็ตาม การเล่นของเด็กที่น้อยลงไม่ได้เกิดแค่ช่วงโควิด-19 แต่เป็นมานานแล้ว เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทั้งนี้ ในระยะยาวผู้ปกครองควรสนับสนุนการเล่นกับลูก ไม่ใช่เฉพาะช่วงโควิด-19 เท่านั้น แต่ควรทำทุกวัน อีกทั้งครูและผู้ปกครองควรพูดคุยกันบ่อยๆ เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็กมีประสิทธิภาพดีขึ้น

ด้าน สืบศักดิ์ น้อยดัด โครงการครูหัวใจใหม่ สถาบันอาศรมศิลป์ เสนอแนะว่า จากการที่เด็กเรียนออนไลน์ในปัจจุบัน ผู้ปกครองควรสร้างตารางกิจวัตรประจำวันของตนเองให้กับเด็กว่าในแต่ละเวลาควรจะทำอะไรบ้าง ซึ่งเป็นการฝึกให้เด็กมีวินัย “การเล่นต้องควบคู่กับการเรียนรู้ที่บ้าน” ซึ่งจะทำให้เกิดการสะสมความมีวินัย โดยเป็นวินัยที่ผู้ปกครองร่วมสร้างกับเด็ก

“เรื่องของการเรียนรู้ถ้าโฟกัสแค่เรื่องเรียน อาจจะทำให้ศักยภาพบางอย่างของเด็กลดลง ซึ่งบ้านและโรงเรียนเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กยังคงเบิกบานพร้อมที่จะเรียนรู้
ผู้ปกครองควรหนุนเสริมเชิงบวก แต่เรื่องที่เด็กทำผิดต้องเตือน เรื่องที่ไม่ถูกต้องสร้างข้อตกลงให้กัน ซึ่งเป็นการเลี้ยงดูเด็กสมัยใหม่ที่ควบคู่กับสถานการณ์โควิด-19
โดยสภาวะเด็กจะไม่เกิดการกดดันจากการจากการเรียนรู้เพราะการเรียนมากๆ ถึงจะได้องค์ความรู้ แต่คุณภาพจิตใจของเด็กไม่ค่อยดี” สืบศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัญญา ชูเลิศ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยและพัฒนา ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) ฝากเตือนว่าการฟื้นเรื่องกิจกรรมทางกายของเด็กนั้น จะต้องนึกถึงความปลอดภัยของเด็กในสถานการณ์โควิด-19 ด้วย โดยจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทำให้ “Active learning online” เป็นเครื่องมือในการเพิ่มกิจกรรมทางกาย ซึ่งครูสามารถประยุกต์นำกิจกรรมทางกาย หรือกิจกรรมการเล่น เข้าไปสอดแทรกในการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะก่อนเรียนที่สำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้สมองของเด็กมีความพร้อมในการเรียนรู้

ในขณะเดียวกัน ผู้ปกครองมีบทบาทในการให้เด็กได้พักจากการเรียนออนไลน์เช่นกัน ซึ่งการให้เด็กเล่นในขณะเรียนนั้น จากงานวิจัยพบว่าการส่งเสริมการเล่น ทำให้เด็กมีสมาธิในการเรียนมากยิ่งขึ้น แต่เรื่องของระดับหนักเบาของการเล่นก็สำคัญเช่นกัน เมื่อครูนำกิจกรรมการเล่นเข้ามาใช้ในการเรียน เด็กจะรู้สึกว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่สนุกสนาน จึงทำให้อยากไปเรียน อยู่กับการเรียนมากยิ่งขึ้น และมีความสุขกับการเรียนการสอน ซึ่งจำเป็นต่อสถานการณ์ที่เด็กต้องเรียนออนไลน์ขณะนี้

ยังมีตัวแทนของคนทำงานกับ “เด็กกลุ่มเปราะบาง”รวมให้มุมมอง โดย ปุณยนุช พัธโนทัย ผู้อำนวยการประจำประเทศ มูลนิธิไร้ท์ ทู เพลย์ ประเทศไทย กล่าวว่าเด็กกลุ่มเปราะบางไม่มีพื้นที่เล่น ฉะนั้นผลกระทบจากโควิด-19 จะหนักมาก ซึ่งเมื่อผู้ปกครองหลายครอบครัวตกงาน จึงทำให้ส่วนใหญ่ไม่ได้คิดถึงการเล่นของเด็ก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่มีอินเตอร์เนต ทำให้การช่วยเหลือของมูลนิธิฯ นอกจากให้ถุงยังชีพแล้ว ยังมี“ถุงยังเล่น” เพื่อลดความเครียดของเด็ก โดยข้างในถุงยังเล่นจะมีกิจกรรมระบายสี เป็นต้น

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพิ่มมูลค่าสมุนไพร ‘กระบก’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598236

เพิ่มมูลค่าสมุนไพร‘กระบก’

เพิ่มมูลค่าสมุนไพร‘กระบก’

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เพราะของทุกอย่างมีคุณค่าในตัวเอง บางอย่างไม่มีคุณค่าที่นี่ แต่มีค่าในที่อื่น เพียงแค่ต้องหาของนั้นและตลาดนั้นให้เจอ ทำให้วันนี้ “กระบก” สมุนไพรท้องถิ่นธรรมดาๆที่หลายคนมองผ่านไม่เห็นคุณค่า ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น สร้างรายได้ให้กับชุมชน ด้วยการสร้างเรื่องราวและพัฒนาสินค้าของ “ปิ๋ม” ฟ้าเสรี ประพันธาแห่งไร่นาฟ้าเอ็นดู เกษตรกรจากน้ำยืนจ.อุบลราชธานี

หนึ่งในชุมชนที่อบรมในโครงการ “พลังชุมชน” เสริมความรู้คู่คุณธรรม สนับสนุนโดยเอสซีจี ที่เคยเผชิญวิกฤติแบกหนี้สินก้อนโตจากนาข้าวล่ม แต่ไม่ยอมแพ้ลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนจากการทำนาข้าวเพียงอย่างเดียว หันมาทำการเกษตรแบบผสมผสานเดินตามรอยศาสตร์พระราชา พร้อมทั้งมุ่งมั่นเพิ่มคุณค่าต่อยอดพัฒนาสินค้าชุมชนจนมีแบรนด์เป็นของตัวเอง ซึ่งแม้ในปี 2559จะต้องเผชิญวิกฤติจากผลกระทบของพายุที่พัดกระหน่ำ จ.อุบลราชธานี ทำให้นาข้าวล่มเสียหายหมดหนทางสร้างรายได้ เหลือไว้เพียงหนี้สินก้อนโต

แต่คุณปิ๋มกลับมองว่า “ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ” เมื่อเจออุปสรรคล้มได้แต่อย่านาน ต้องรีบลุกขึ้นมาแก้ปัญหา พร้อมหนึ่งประโยคที่ท่องอยู่ในใจคือ “ต้องแปรวิกฤติให้เป็นโอกาส” และโชคดีที่มีโอกาสเข้าอบรมเป็นการเปิดโอกาสในการพัฒนาตัวเอง รู้จักนำสิ่งที่มีอยู่แล้วในชุมชนมาพัฒนาเพิ่มมูลค่า ต่อยอดให้แต่ละคนยืนได้ด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า รู้จักมองหาตลาดรองรับ ก้าวสู่ช่องทางการขายออนไลน์ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายสินค้าชุมชนข้ามจังหวัด เพื่อเปิดโอกาสขายของนอกพื้นที่

“การเปิดโอกาสเรียนรู้และทดลองทำสิ่งใหม่ๆ นอกจากจะสร้างรายได้ปลดหนี้ให้ตัวเองแล้วยังสามารถช่วยสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน อย่างเช่นการต่อยอดพัฒนาเพิ่มคุณค่าให้กับกระบกที่เป็นสมุนไพรในท้องถิ่น ซึ่งมาจากคุณยายคนหนึ่งนำเมล็ดกระบกมาให้พิจารณาดูว่าขายได้หรือไม่ เราเลยลองนำมาทำเป็นเมล็ดกระบกเคลือบคาราเมลปรากฏว่าได้รับความนิยมจากลูกค้า จนกลายเป็นสินค้าของดีของเด็ดจากไร่นาฟ้าเอ็นดู และไม่เพียงสร้างได้ให้กับเราคนเดียว หรือครอบครัวเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายเครือข่ายสร้างอาชีพออกไปได้อีก 7 หมู่บ้าน เรียกว่ากระบกสร้างรายได้ให้ชุมชนเยอะมาก”

เมล็ดกระบก หรือ เม็ดกระบกสมุนไพรท้องถิ่นที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักแพร่หลายมีเปลือกแข็งรูปร่างเหมือนเมล็ดอัลมอนด์ จึงเรียกกันว่าเป็นอัลมอนด์เมืองไทย เนื้อในเมล็ดมีสีขาวอัดแน่นอยู่ (ลักษณะเป็นเนื้อแป้ง) และมีน้ำมัน โดยเนื้อในเมล็ดมีรสหวานมัน นิยมนำมาคั่วรับประทานเป็นของว่าง มีรสคล้ายกับถั่วลิสง ปัจจุบันหากินค่อนข้างยาก ซึ่งนอกจากนำมาจะขบเคี้ยวกินเล่นเพลินๆ แล้ว ยังนำไปผสมกับอย่างอื่น รวมทั้งกินกับไอศกรีมก็อร่อยไม่แพ้กัน

ที่สำคัญเมล็ดกระบกยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ทางโภชนาการมากมาย เพราะมีไขมันดีช่วยรักษาไขข้อกระดูกให้แข็งแรง ช่วยบำรุงสมอง ระบบประสาท บำรุงหัวใจ ป้องกันความจำเสื่อม เป็นต้น เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ทำให้หลายคนอยากกลับมาทานกระบกอีกครั้ง การอุดหนุนผลิตภัณฑ์กระบกจากไร่นาฟ้าเอ็นดู ยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนให้เข้มแข็งอย่างแท้จริงด้วยทุกเมล็ดกระบกจะถูกกะเทาะเปลือกด้วยฝีมือชาวบ้านในชุมชนแบบแฮนด์เมดไม่ต้องนั่งแกะเอง คัดสรรมาอย่างดีเม็ดต่อเม็ดเพื่อนำมาปรุงรสให้ทานง่าย

กลายร่างเป็นกระบกเคลือบคาราเมลกรอบมัน หวานพอดี พอใส่เกลือหิมาลัยสีชมพู กลายเป็นรสเกลือหิมาลัย รสชาติอร่อยลงตัวทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่ง “สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทางช่องทางออนไลน์เท่านั้น เพราะไร่นาฟ้าเอ็นดูวางแผนการตลาดไว้ชัดเจนว่าจะอยู่ในพื้นที่ขายออนไลน์ ไม่วิ่งตระเวนส่ง และไม่ออกบูธตามงานต่างๆ แต่ต้องมีรายได้เข้ามาทุกวันไม่มีวันหยุด” โดยในวันนี้กระบกกำลังเป็นที่นิยมและพร้อมที่จะโกอินเตอร์แล้ว

ไร่นาฟ้าเอ็นดู เป็นแหล่งพัฒนาสินค้าคุณภาพที่หลากหลาย ด้วยมีอุดมการณ์ในการพัฒนาศักยภาพชุมชนและแบ่งปัน จึงนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาพัฒนาเพื่อส่งต่อถึงคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์ผักหวานป่า ทั้งเมล็ดงอกและต้นพันธุ์ สำหรับกลุ่มคนชอบปลูกต้นไม้ แปรรูปข้าวไรซ์เบอรี่เป็นเส้นก๋วยจั๊บ ทำน้ำพริกย้อนวัยอุดมด้วยสมุนไพร เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ เปลี่ยนว่านงาช้าง ว่านหางจระเข้เป็นสบู่ เพื่อคนชอบใช้สมุนไพร รับโคมเกลือหิมาลัยมาขายต่อในกลุ่มคนรักสุขภาพ คนเป็นโรคภูมิแพ้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ให้สำหรับทั้งคนในชุมชนและคนภายนอกเข้ามาเยี่ยมชมอีกด้วย หากท่านใดสนใจชวน “ช้อปช่วยชุมชน” กันได้ที่เฟซบุ๊ค “ไร่นาฟ้าเอ็นดู” หรือ LineID: peem1688 ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลากหลายรอให้ช้อปเพิ่มเติม พร้อมกันนี้ สามารถเข้าไปดูผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากพลังชุมชนได้ทาง https://my.eboox.cc/shop/ SCG ชวนช้อปช่วยชุมชน เฟ้นหาของดีของเด็ดประจำถิ่น ส่งตรงจากชุมชนถึงบ้านคุณ

“การก้าวมาถึงจุดนี้เข้าใจเลยว่าความสำเร็จคือ การทำตามขั้นตอนที่ได้เรียนรู้มาควบคู่กับการมองหาโจทย์ใหม่ๆ เสมอ เรียนรู้ที่จะแก้ปัญหา ที่สำคัญคือการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง” ข้อคิดจากคุณปิ๋ม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : โรงพยาบาล HA-โรงพยาบาลคุณภาพ ในสถานการณ์ COVID-19 #SootinClaimon.Com

Posted on August 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598255

สกู๊ปพิเศษ : โรงพยาบาล HA-โรงพยาบาลคุณภาพ  ในสถานการณ์ COVID-19

สกู๊ปพิเศษ : โรงพยาบาล HA-โรงพยาบาลคุณภาพ ในสถานการณ์ COVID-19

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มาตรฐานของสถานพยาบาล HA หรือ Hospital accreditation ซึ่งหมายถึง การรับรองคุณภาพสถานพยาบาลโดยเฉพาะ จะต้องผ่านการประเมินหลายด้าน โดยคณะกรรมการพัฒนาสถานพยาบาล  ในสถานการณ์การของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19  สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ. ให้ความสำคัญและอยากให้สังคมได้เห็นโรงพยาบาลคุณภาพนั้นเป็นอย่างไร มีการบริหารจัดการรูปแบบใด จากการเสวนาออนไลน์ “โรงพยาบาล HA- โรงพยาบาลคุณภาพในสถานการณ์ COVID -19”

พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ รองผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) กล่าวถึงความเข้มแข็งระบบบริการสุขภาพในประเทศไทยว่า เป็นความเชื่อมโยงที่ดีระหว่างโรงพยาบาล บ้าน และชุมชน ที่สำคัญมีการปรับตัวตามสถานการณ์ตลอดเวลา สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เราเห็นว่าทุกระบบมีความสำคัญไม่ว่าจะส่วนไหนก็ตาม และระบบบริการสาธารณสุขในประเทศไทยมีการพัฒนาระบบการบริการมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน กระทรวงสาธารณสุขยังได้ปฏิรูปและให้ความสำคัญในการบริการระบบสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ มีการพัฒนากลไกที่หลากหลาย หนึ่งในกลไกที่ สรพ. ได้เกี่ยวข้องก็คือกลไกการรับรองคุณภาพในสถานพยาบาล ระหว่างที่สถานการณ์ปกติ เราให้โรงพยาบาลสร้างคุณภาพในทำงาน ตามมาตรฐานระบบบริการว่าควรจะเป็นอย่างไรอยู่แล้ว พอมีเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ  ทุกโรงพยาบาลก็ไม่ได้เปิดมาตรฐาน HA แต่ทุกอย่างอยู่ในจิตวิญญาณของการทำงาน

โรงพยาบาลในประเทศไทยประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ผ่านการรับรองคุณภาพ HA เป็นการการันตีว่า มีการบริการที่มีคุณภาพ มุ่งเน้นให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง สามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเห็นว่าในสถานการณ์โควิดหลายๆ ที่อุปกรณ์บางอย่างไม่เคยมี แต่โรงพยาบาลบริการจัดการจนนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันโรงพยาบาลคุณภาพ HA มีการขยายคุณภาพออกไปนอกโรงพยาบาล สร้างเครือข่ายและพร้อมที่จะสร้างคุณภาพตามพื้นที่ด้วย กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าเอาไว้ว่าอยากจะให้ผู้ป่วยปลอดภัยในการดูแลรักษา แต่ผู้ป่วยจะปลอดภัย บุคลากรต้องปลอดภัย ดังนั้นในสถานการณ์โควิด จะเป็นตัวทดสอบระบบ และเป็นตัวที่ทำให้ระบบของเราเข้มแข็งและแข็งแรงขึ้น และเราก็อยากให้ความสำคัญกับปัจจัย 3P Safety นั่นก็คือ Patient  Personnel  และ Peple    

“ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ วิธีการดูแลคนอาจจะแตกต่างกัน แต่โดยหลักการที่เหมือนกัน โดยเฉพาะในโรงพยาบาลคุณภาพ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 จะทำทุกวิถีทางให้ลดการแพร่เชื้อป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง และค้นหาผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด เพราะเชื่อว่า วัคซีนที่สำคัญที่สุด คือวัคซีนที่สร้างมายเซ็ต  เพื่อเกิดการเซฟตี้โดยธรรมชาติ เราจะได้ล้างมือ สวมแมสเว้นระยะห่าง เป็นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างมีคุณภาพเช่นกัน” พญ.ปิยวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

นพ.สมบูรณ์ มะลิขาว จากโรงพยาบาลระยอง เล่าถึงการดูแลและรับมือกับคนไข้ในสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาว่า ในฐานะที่เราเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลมาตรฐานคุณภาพ มีทักษะในการจัดการในเรื่องต่างๆ  แต่โควิด-19 เป็นเรื่องใหม่ ที่ทำให้เราตั้งตัวแทบไม่ทัน เราขาดแคลนความสะดวกมากมายในการรับกับสถานการณ์  ต้องดัดแปลงหอผู้ป่วยหนักเป็นหอผู้ป่วยโควิด และคาดไม่ถึงว่าจะหนักขนาดนี้ โชคดีที่เราไม่เคยหยุดนิ่ง เราก็พยายามสร้างหอผู้ป่วยหนัก หอผู้ป่วยโควิด หอผู้ป่วยสามัญแรงดันลบ เพื่อดึงเอาอากาศที่มีเชื้อโรคเข้าสู่ระบบการกรอง เพื่อให้ปลอดภัยกันทั้งหมด แล้วก็มีแล็บพัฒนาเรื่องการตรวจเชื้อโควิด-19

นพ.สมบูรณ์กล่าวว่า แต่เดิมเรามี 604 เตียง บุคลากร 1,800 คน พอสถานการณ์โควิดเข้ามา ปรากฏว่ามีผู้ป่วยโควิดต้องใช้เตียงถึง 1,084 เตียงในระบบของการดูแลทั้งหมด และเราก็ยังต้องรับผู้ป่วยปกติอีก 300-400 คน หมายความว่าปริมาณงานเราเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เราก็เพิ่มความเข้มแข็งขึ้น โดยทบทวนจากการที่มีโควิดติดเชื้อ ดังนั้นบริหารข้อมูลรวมจึงมีความจำเป็น จากตอนแรกที่เราไปไม่เป็น จนเราก็มีการปรับจากกระบวนการความคิดของการทำงานคุณภาพมาสร้างมาตรฐาน เน้นการสื่อสารที่ไม่ให้เกิดการผิดพลาด มีการปรับพื้นที่และปรับระบบการทำงานโดยรวม เพื่อให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยกับคนไข้ มีกระบวนพัฒนาคุณภาพที่สอดคล้องกับคนไข้ที่เข้ามาในทุกๆ วัน

นพ.มานพ ฉลาดธัญกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม เล่าว่า สำหรับจังหวัดนครพนมจำนวนผู้ป่วยโควิดที่ยืนยันการติดเชื้อหลังน็อกดาวน์ ช่วงพีคที่สุดต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ตัวเลขก็ลดลงและดีขึ้นเรื่อยๆ คอนเซ็ปต์ของนครพนมสำหรับการบริหารจัดการโควิด-19 ว่าด้วย 3T คือ TEST TRACING และ TAKE VACCINE ตามหลักการ 3 ข้อคือ ป่วยกลับมาพร้อมดูแล ป้องกันการแพร่ระบาดในชุมชน และทุกคนมีภูมิคุ้มกันโควิดเป็นเรื่องที่ใหม่มาก ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีแบบแผนในการจัดการ แต่เราจะเรียนรู้กับมัน แต่จะใช้เวลานานในการเรียนรู้ไม่ได้ อย่างการคัดกรองก็ต้องให้เร็วที่สุด ใครกลับมาหรือเข้ามาที่นครพนมต้องตรวจให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้ไปถึงบ้าน ถ้าเข้าบ้านจะมีการแพร่ระบาดแน่ๆ ทุกคนที่มาจะต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลชุมชน จะมาถึงนครพนมเวลาไหน ก็ยังเข้าบ้านไม่ได้ แต่ตรวจแล้วไม่พบเชื้อก็เข้าบ้านด้วยความสบายใจ

ส่วนการเฝ้าระระวัง เราใช้กลไกของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และผู้นำชุมชนก็ช่วยกันสแกน ตรวจตราตามบ้าน เรื่องการรักษา การที่ป่วยแล้วกว่าจะเข้ามารักษา ทันทีที่มาถึงนครพนม  ก็จะให้ยาทันที ให้ยาให้เร็ว เอกซเรย์ปอดให้ไว มีการแยกผู้ป่วยที่สงสัยเพื่อแยกออกมา บุคลากรที่ช่วยกันทำงาน ก็จะมีการเชื่อมโยงและสื่อสารกันตลอดเวลา มีระบบเครือข่ายที่ดีในการดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจรโดยการร่วมมือจากทุกเครือข่าย ด้วยแนวคิดแนวปฏิบัติ นครพนมจะปลอดภัย ทุกคนต้องอยู่ในกฎ

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท  ที่ได้รวบรวมทีมแพทย์ชนบท จากหลายจังหวัดทั่วประเทศมาร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือพี่น้องเมืองกรุง ให้เข้าถึงการตรวจหาเชื้อ ยับยั้งการแพร่ระบาดไม่ให้ลุกลาม เล่าว่า ความยากของเราก็คือ เราจะออกแบบชีวิตของเรายังไง บวกกับเราจะออกแบบระบบยังไง
ในฐานะที่เราเป็นหมอบ้านนอก เราจะไปชุมชนในกรุงเทพฯยังไง แต่ละเขตไม่รู้จัก นึกไม่ออก การเตรียมการหลังบ้านมีความสำคัญมาก เราจึงประสานงานกับทีมชุมชนใน กทม. ซึ่งเป็นทีมที่ดูแลในชุมชนอยู่แล้ว ให้ช่วยประสานงานให้เรา เช่น การจัดการตรวจหาเชื้อวันละ 30 จุด โดยทีมเราจะมี 10 คน บ้าง 15  คน นอกจากนี้ เขาจะช่วยเราเรื่องการเตรียมสถานที่ การลงทะเบียน การจัดคิวของผู้เข้ามาตรวจ คนที่เข้ามาตรวจ ไม่หมดก็ไม่เลิก เสร็จจากจุดนี้ ก็ไปต่อ อีกจุดหนึ่ง ถ้ายังมีคนรอตรวจ

เราได้นำเสนอแนวทางเป็นตัวย่อว่า 6R ไว้คือ Rapid Testing แม้เตียงเต็ม จะล้น เรายิ่งต้อง rapid testing โดย ATK-antigentest kit ให้มาก เพื่อแยกผู้ป่วยออกมา, Rapid tracing  นำผู้สัมผัสร่วมบ้านร่วมงาน มาตรวจให้มากที่สุดในวันเดียวกัน, Rapid treatment  ด้วย early home favipiravir หรือจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ทันทีที่พบผู้ติดเชื้อที่มีอาการหรือมีโรคประจำตัวหรือสูงอายุ ส่วนคนติดเชื้อที่ไม่ป่วยให้ฟ้าทะลายโจร และรับเข้า HI-home isolation ในวันเดียวกัน, Rapid Target vaccination ฉีดวัคซีนให้เร็วและให้ครอบคลุมในชุมชนแออัด โดยเน้นที่ผู้สูงอายุก่อน และหากมีวัคซีนมากพอก็ฉีดทุกคนที่อายุมากกว่า 18 ปี, Rapid Target lockdown ในชุมชนที่ระบาด เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดออกนอกชุมชน

“การไปของเราก็คือ ตรวจ คัดกรอง รักษา จ่ายยา ฉีดวัคซีนเราอยากเห็นการตื่นตัวของคนกรุงเทพฯ เพราะเราเชื่อว่าความตื่นตัวจะช่วยป้องกันภัยจากโควิดได้ มาตรฐานคุณภาพ HA หรือระบบคุณภาพในโรงพยาบาลจะสอนให้เรารู้ว่า เราทำงานต้องวางยุทธศาสตร์ HA จะให้ความสำคัญในการวางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพในโรงพยาบาล แล้วก็เดินตามทิศทางที่เรากำหนด เราเองก็ต้องกลับมาทบทวนในการทำงาน ว่าเราเอาการพัฒนาคุณภาพในโรงพยาบาลมาใช้อะไรบ้าง” นพ.สุภัทร กล่าว

นพ.สมศักดิ์ อุทัยพิบูลย์ จากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เล่าถึงการรับมือกับสถานการณ์เมื่อบุคลากรด่านหน้าติดเชื้อโควิด-19 ว่า พนักงานบุคลากรของเราทุกคน ถูกอบรมเรื่องการใส่ชุด PPE แบบถูกต้องเพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อแต่บทเรียนที่เราพบ การถอดชุดมีการปนเปื้อน จึงทำให้เกิดการติดเชื้อ ฉะนั้นจะต้องมีบัดดี้อยู่ตรงหน้าหรืออยู่ตรงข้าม เพื่อมองดูการถอดชุด PPE ว่าถูกต้องหรือไม่ และเราต้องเรียนรู้ว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนควรต้องฉีดวัคซีนเป็นภูมิคุ้มกัน ขณะที่อีกเคส บุคลากรติดจากผู้ป่วย เนื่องจากทำงานต่อเนื่อง ไม่ได้พัก ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรมาเปลี่ยน และไม่มีใครอยากมาทำตรงนี้นอกจากการเรียนรู้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น เราต้องแก้ปัญหาเพื่อสู้กับกระแสอีกข่าวแบบวันต่อวัน จนความเชื่อมั่นของโรงพยาบาลกลับมาเหมือนเดิม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โรงแรมดังเขาหลัก เปิด ‘ตลาดเช้าโรงแรม’ จัดกิ๊ฟเซ็ทเมนูราคาเริ่มต้น 5 บาท โดย ‘เชฟตั๊ก’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598268

โรงแรมดังเขาหลัก เปิด 'ตลาดเช้าโรงแรม' จัดกิ๊ฟเซ็ทเมนูราคาเริ่มต้น 5 บาท โดย 'เชฟตั๊ก'

โรงแรมดังเขาหลัก เปิด ‘ตลาดเช้าโรงแรม’ จัดกิ๊ฟเซ็ทเมนูราคาเริ่มต้น 5 บาท โดย ‘เชฟตั๊ก’

วันเสาร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.23 น.

28 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานที่ บริเวณ โรงแรม เดอะลีฟ ออน เดอะ แซนด์ ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ซึ่งทางโรงแรมได้เปิดด้านหน้าโรงแรม ฝั่งติดกับถนนเพชรเกษม สาย เขาหลัก-คึกคัก เป็นร้านอาหารเช้า และ ร้านอาหารอีสาน โดยใช้ชื่อว่า ตลาดเช้าโรงแรม อาหารเช้า จำหน่ายอาหารเช้าราคาตั้งแต่ 5 – 45 บาท เริ่มเปิดตั้งแต่ 06.30 น. – 09.30 น.มีจำหน่าย ชา กาแฟ เค้ก ขนมครก และอาหารเช้าสำหรับโรงแรมในราคายุคโควิด

จากนั้นยังมีการเปิดร้านอาหารอีสานผสมอาหารฝรั่ง ใช้ชื่อร้าน ไรซ์บาร์น อีสานแซ่บเวอร์ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 20.30 น. เน้นหนักอาหารอีสาน ไก่อบโอ่ง ส้มตำ ยำสารพัด ตำผัก ตำทะเล อาหารตามสั่ง ตลอดถึงอาหารแนวยุโรป เช่น สเต๊ก พาสต้า สลัดผัก สปาเก็ตตี้ โรตี แซนวิช เรียกว่า ร้านเดียวจบครบทุกชาติ โดยมีเชฟฝีมือดีของโรงแรมผ่านการเข้าแข่งขันวัดฝีมือเชฟจากเวทีประเทศไทย คือ นายสิทธิโชค หนูผัน หรือ เชฟตั๊ก เชฟประจำโรงแรมในเครือ เดอะแซน เขาหลัก ซึ่งฝ่ายบริหารโรงแรมมีนโยบายช่วยเหลือ พนักงาน ลูกจ้าง ให้สร้างงานสร้างรายได้ โดยมอบที่ดินด้านข้างของโรงแรม เปิดโอกาสให้พนักงาน ลูกจ้าง ได้ปลูกผัก ผลไม้ และทำการเกษตร เพื่อป้อนวัตถุดิบ เช่น มะละกอ พริกสด โหระพา ตะไคร้ มะกรูด ผักชีฝรั่ง แทบทุกชนิดเพื่อลดต้นทุนในการเปิดร้านอาหาร ส่วนกำไรให้มีการจัดสรรปันส่วนให้กับพนักงาน ลูกจ้าง ของโรงแรม เพื่อสร้างรายได้ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจยุคโควิดนี้

โดย นายสิทธิโชค หนูผัน หรือ เชฟตั๊ก เชฟประจำโรงแรมในเครือ เดอะแซน เขาหลัก กล่าวว่า สำหรับไอเดียที่ทางโรงแรมได้เปิดร้านอาหารสไตล์ ฟู๊ดส์คอร์ท เกิดจากปัญหาไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักและใช้บริการในโรงแรม จึงเริ่มจากการปลูกผักภายในที่ดินของโรงแรม และทำการปรับเปลี่ยนจากการขายให้นักท่องเที่ยวชาวยุโรป หรือ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มีราคาสูง มาจำหน่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ หรือ ผู้ที่สัญจรไปมาระหว่างพื้นที่ จึงได้ทำข้าวแกง อาหารปักษ์ใต้ ข้าวมันไก่อบโอ่ง ขนมจีน-น้ำยา-แกงพุงปลา เกาเหลาใบตำลึง โรตี-น้ำแกง ชุดอาหารเช้า ยังมี อาหารอีสานราคาตั้งแต่ 40-200 บาท

นอกจากนี้มีพาสต้า ชุดสเต๊ก ราคา 79-200 บาท เปิดให้ชาวบ้านและชุมชน เข้ามาลิ้มรสชาติอาหารโรงแรมระดับห้าดาว ในราคาชาวบ้าน ที่สามารถรับประทานได้ง่ายและสะดวก ซึ่งสามารถโทรสั่งให้บริการถึงบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงได้โดยตรง จากการเปิดให้บริการมาพบว่ามีการตอบรับจากชุมชนและประชาชนอย่างดียิ่งเพิ่มรายได้รับแก่ทางร้านเดือนละกว่าหมื่นบาท

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อีกไม่นานความตายนั้นก็จะเข้ามาถึงตัวเราทุกคน : หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร #SootinClaimon.Com

Posted on August 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598261

อีกไม่นานความตายนั้นก็จะเข้ามาถึงตัวเราทุกคน : หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร

อีกไม่นานความตายนั้นก็จะเข้ามาถึงตัวเราทุกคน : หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร

วันเสาร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.07 น.

ท่านว่าคนเราเกิดมาบนโลกนี้ ความแก่ความชรา มันก็ไล่ติดตามอยู่เสมอ ความเจ็บไข้ได้ป่วยก็ไล่ติดตามอยู่เสมอ มรณภัยคือความตาย ขยับใกล้เข้ามาทุกวันคืน ท่านเปรียบอุปมาเหมือนหมาไล่เนื้อในป่า สมัยโบราณเขาเอาหมาไปไล่เนื้อ ไล่สัตว์ป่ามากินเป็นอาหาร เมื่อสุนัขมันเห็นสัตว์ป่ามันก็ไล่ ไป เมื่อสุนัขไล่ไปไล่อยู่ไม่หยุด ไม่หย่อนก็ย่อมมีเวลาทัน ทันเนื้อสัตว์ป่านั้น เมื่อทันที่ไหนมันก็กัดเอาจนเนื้อตัวนั้นตายไป

ที่เราเกิดมาแล้วนี้มันได้ชื่อว่า เหมือนหมาไล่เนื้อมาโดยลำดับ มันใกล้เข้ามาเป็นลำดับๆ ฉะนั้นพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงเตือนว่า ให้ภาวนามรณกรรมฐานไว้ มรณํ เม ภวิสสติ ให้พากันภาวนา ให้นึกถึงว่าความตายมันใกล้เข้ามา ไล่เข้ามาโดยลำดับ

อีกไม่นานความตายนั้นก็จะเข้ามาถึงตัวเราทุกคน แต่ทุกวันนี้มันก็ใกล้เข้ามา เดี๋ยวก็ได้ข่าวว่าคนนั้น คนนี้ตาย พระเณร พระท่านผู้เฒ่าผู้แก่ตายไป นี่คือว่ามันเหมือนหมาไล่เนื้อ เมื่อมาทันเวลาใด หมามันไม่ได้ยกเว้น มันกัดเอาจนเนื้อตัวนั้นตายไป ชราความแก่ พยาธิความเจ็บไข้ มรณภัยคือความตายอันมันไล่ติดตามตัวเรา อันมันไล่ติดตามเราท่าน ทั้งหลายอยู่นี้ ถ้าเราไม่รีบเร่งภาวนา ไม่ตั้งอกตั้งใจปฏิบัติให้ดีแล้ว เมื่อมรณภัยคือความตายมาถึงเข้าบุคคลผู้นั้น ย่อมมีความพลั้งเผลอ ลุ่มหลงเพราะไม่ได้ประกอบกระทำในภาวนาไว้ให้เพียงพอ ยิ่งเมื่อความแก่ชรา แก่ตัวมาเท่าไร พยาธิ โรคา มันก็มากขึ้น สติสตัง ก็ต้องตั้งขึ้นมา ให้มีสติ ความระลึกได้ จิตใจจึงจะตั้งมั่นในสมาธิภาวนาได้ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วจิตใจก็จะฟุ้งไปซ่านมา แส่ส่ายหาอารมณ์ต่างๆ ไม่มีที่จบที่สิ้น

โอวาทธรรม พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร) คัดมาจาก หนังสือพุทธาจารานุสรณ์ ขอบคุณลานธรรมจักร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ระทึก! เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.กระบี่เร่งช่วยพะยูนบาดเจ็บ #SootinClaimon.Com

Posted on August 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/598246

ระทึก! เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.กระบี่เร่งช่วยพะยูนบาดเจ็บ

ระทึก! เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.กระบี่เร่งช่วยพะยูนบาดเจ็บ

วันเสาร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.22 น.

ระทึก! เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.กระบี่ เข้าช่วยเหลือพะยูนขนาดใหญ่ ยาว 2 เมตร ถูกเรือชนเจ็บหนักกลางทะเล เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวไปรักษา

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 28 ส.ค.64 นายชัยศักดิ์ แสวงผล ผู้อำนวยการกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กระบี่ ได้รับแจ้งจากชาวประมง ทางสายด่วน 1131 ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.กระบี่ ว่า พบซากพะยูนลอยตายอยู่กลางทะเล ที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับเกาะนก ม.7 ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯจำนวน 4 นาย นำเรือตรวจการออกไปตรวจสอบ 

เมื่อไปถึงจุดที่ได้รับแจ้งพบพะยูนขนาดใหญ่ ไม่ทราบเพศยาวประมาณ 2 เมตร ยังไม่เสียชีวิตกำลังลอยตัวอยู่บนผิวน้ำ สภาพที่อ่อนล้า บริเวณกลางหลัง มีบาดแผลเป็นรอยถลอกเป็นวงกว้างขนาดใหญ่เต็มแผ่นหลัง เห็นแล้วน่าสงสาร จึงได้นำเรือไปเทียบลอยอยู่ใกล้ๆ เพื่อไม่ให้พะยูนลอยว่ายน้ำหนีไปที่อื่น พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก และ จนท.อุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เข้ามารับตัวไปรักษา

ต่อมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากจังหวัดตรังได้เดินทางมากับเรือสปีดโบ๊ทของอุทยานฯ รับพะยูนตัวดังกล่าวไปรักษาและหาสาเหตุที่ทำให้เกิดบาดแผลต่อไป เบื้องต้นคาดว่าถูกเรือชน หรือไม่ก็ติดอวนจนทำให้เกิดบาดแผลฉกรรจน์ 

นายจิรพรรณ์ ทองชุม เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.กระบี่ เล่าว่า หลังจากรับแจ้งจากชาวประมงได้ประสานผู้บังคับบัญชาแล้วนำเรือตรวจการออกตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงจุดรับแจ้งพบว่าพะยูน ยังไม่ตายจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่เกี่ยวเข้ามารับตัวไปรักษา จากการสังเกตพบว่ามีบาดแผลขนาดใหญ่ บริเวณหลังและโคนหาง ไม่ทราบสาเหตุเห็นแล้วน่าสงสารมาก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,309,462 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Born to be King
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com
Chanthaburi on the table
[Weekender] Kimchi season
Helping Phuket youngsters establish a career
'น้องน้ำใส'เด็ก-เยาวชนดีเด่นปี59
ใครเอ่ย? นางร้ายอันฟอลสามี เหตุมือที่สามทำขาเตียงสั่น
Somsak’s sons pursue their political future in Bhumjaithai

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d