Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

บรรพบุรุษเราต้องรอด เจ้าของร้านตั้งตักเซ้งผุดไอเดียทำกงเต็กวัคซีนเรียกลูกค้า #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596591

บรรพบุรุษเราต้องรอด เจ้าของร้านตั้งตักเซ้งผุดไอเดียทำกงเต็กวัคซีนเรียกลูกค้า

บรรพบุรุษเราต้องรอด เจ้าของร้านตั้งตักเซ้งผุดไอเดียทำกงเต็กวัคซีนเรียกลูกค้า

วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.01 น.

วันที่ 21 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านตั้งตักเซ้งในตลาดสดอาเขตพะเยาเป็นร้านจำหน่ายเครื่องเซ่นไหว้บูชาเทพเจ้า บรรพบุรุษ บุคคลอันเป็นที่รักที่เสียชีวิตไปแล้วของชาวไทยเชื้อสายจีน จึงผุดไอเดียเรียกลูกค้า ทำกงเต๊กวัคซีนโดยใน 1 ชุดประกอบด้วยเข็มขนาดใหญ่ 1 อัน และขวดวัคซีน 3 สีให้เลือกยี่ห้อวัคซีนได้ตามที่ต้องการ ซึ่งสร้างความสนใจให้กับ คนไทยเชื้อสายจีนที่เข้ามาซื้อเครื่องเซ่นไหว้บูชาเทพเจ้า บรรพบุรุษในวันสารทจีนที่จะถึงนี้

เจ้าของตั้งตักเซ้ง กล่าวว่า ได้ทำชุดวัคซีน 1 ชุดที่ทำเลียนแบบจากประเทศมาเลเซีย และทำมาเพียงชุดเดียวเพื่อเรียกลูกค้าโดย 1 ชุดประกอบด้วยเข็มขนาดใหญ่ 1 อัน และขวดวัคซีน 3 สี ให้เลือกยี่ห้อวัคซีนได้ตามที่ต้องการ ซึ่งมีคนไทยเชื้อสายจีนที่เข้ามาชื้อเครื่องเส้นไหว้บูชาเทพเจ้าบรรพบุรุษ ต่างมีความสนใจอยากให้ทำมาขาย โดยเจ้าของร้านตั้งตักเซ้งทิ้งท้ายว่าบรรพบุรุษเราต้องรอด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทีมแพทย์ รพ.สิชลปฏิบัติการกู้ชีพหญิงตั้งท้องติดโควิดทารกในครรภ์ปลอดภัยทั้งแม่ลูก #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596580

ทีมแพทย์ รพ.สิชลปฏิบัติการกู้ชีพหญิงตั้งท้องติดโควิดทารกในครรภ์ปลอดภัยทั้งแม่ลูก

ทีมแพทย์ รพ.สิชลปฏิบัติการกู้ชีพหญิงตั้งท้องติดโควิดทารกในครรภ์ปลอดภัยทั้งแม่ลูก

วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 12.24 น.

“บีบหัวใจหมอ” ทีมแพทย์โรงพยาบาลสิชล นครศรีธรรมราช ปฏิบัติการกู้ชีพหญิงตั้งครรภ์ติดโควิด ทารกในครรภ์อยู่ในภาวะวิกฤติ ปลอดภัยทั้งแม่และลูก

เช้าวันที่ 21 ส.ค.64 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ทั้งข้อความและภาพลงเฟสบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Arak Wongworachat”กรณีการผ่าตัดช่วยเหลือผ่าตัดทำคลอดหญิงตั้งครรภ์34สัปดาห์ จนปลอดภัยทั้งแม่และลูก โดยมีข้อความว่า “…เหตุเกิดเมื่อวานนี้ ได้รับรายงานเบื้องต้นมีผู้ป่วยโควิดตั้งครรภ์ 34 สัปดาห์ อาการไม่ดีทั้งแม่และทารกในครรภ์ จึงไปที่ตึกคลอดทันที เมื่อไปถึงมีทีมแพทย์ พยาบาลชุดใหญ่ รออยู่ประกอบด้วย สูติแพทย์ กุมารแพทย์ อายุรแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และพยาบาลช่วยผ่าตัด พยาบาลวิสัญญี ครบทีม อยู่ในชุดปฏิบัติการเตรียมพร้อมช่วยชีวิตผู้ป่วยโควิดที่ตั้งครรภ์และทารกอยู่ในภาวะวิกฤติ ด้วยมีผู้ป่วยอายุ 27 ปี ติดเชื้อโควิด ตั้งครรภ์ 34 สัปดาห์ มานอนรักษาได้ 2 วัน มีอาการปอดบวม เชื้อลงปอด สัญญาณชีพแย่ลง ความดันต่ำ วัดค่าอ็อกซิเจนในเลือดลดต่ำลงจาก 98 เหลือ 96 , 90 และ86  เปอร์เซนต์ ตามลำดับ 

ในขณะเดียวกัน ได้ติดตามสัญญานชีพ ทารกในครรภ์ด้วยเครื่องตรวจจับการเต้นของหัวใจทารกและการดิ้นของเด็ก พบว่า หัวใจทารกเต้นเร็วมากกว่า 200 ครั้งต่อนาที เด็กดิ้นลดลง เป็นสัญญาณไม่ดี เด็กอาจขาดอ็อกซิเจนจากแม่ไปด้วย หากทิ้งไว้ต่อไปโอกาสเสียชีวิตสูงมาก ในขณะที่ทารกในครรภ์อายุเพียงแค่ 34 สัปดาห์ การเอาทารกออกมาก่อนกำหนด ก็ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง ที่จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทารกที่ยังไม่ครบกำหนด ระบบการหายใจยังไม่ปกติเหมือนทารกที่ตั้งครรภ์ครบกำหนด การดมยาสลบผู้ป่วยที่ติดโควิดแล้วปอดบวมก็มีความเสี่ยงอย่างมาก

ในระหว่างหารือได้สั่งการให้ทีม หมอดมยาสลบและพยาบาลช่วยผ่าตัดที่กักตัวจากการผ่าตัดเคสก่อนหน้านี้ ขึ้นมาเตรียมพร้อมทันที ที่ห้องผ่าตัด ในระหว่างนั้นพยาบาลห้องคลอดเข้ามารายงานว่า การเต้นของหัวใจทารกในครรภ์เริ่มลดลงและเบา ทีมจึงร่วมตัดสินใจทันทีว่าต้องให้เด็กรอด ทางรอดคือการผ่าตัดเอาเด็กออกทันทีโดยไม่ชักช้าและแม่ก็มีโอกาสรอดด้วย ไม่เช่นนั้นจะเสียชีวิตทั้งแม่และลูกในครรภ์ ดังข่าวที่ปรากฏหลายราย ทีมจึงจัดการทันที ย้ายผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัด ที่อยู่ติดกัน เตรียมรับเด็กช่วยฟื้นคืนชีพ หลังจากผู้ป่วยขึ้นเตียงผ่าตัด หมอวิสัญญี เริ่มวางยา ความดันของแม่ก็เริ่มต่ำลง หมอให้โหลดน้ำเกลือเพื่อคุมความดันให้คงที่ ให้ยากระตุ้นความดัน ทีมสูติแพทย์ เดินหน้าผ่าตัดเอาเด็กออกภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที หมอเด็กเตรียมรับเด็ก เด็กออกมาไม่ร้องต้องช่วยชีวิต ให้ออกซิเจน ดูดน้ำคร่ำทางเดินหายใจ บีบแอมบูช่วยหายใจ อยู่ประมาณ 3 นาที จึงเริ่มร้อง “อุแว” เสียงแรกออกมา 

เสียงแรกที่ได้ยิน คือเสียงแห่งความปิติของคนที่อยู่ในห้องผ่าตัดกว่า 15 คนที่บีบคั้นหัวใจมาก่อนหน้านี้ ในระหว่างผ่าตัดต้องปิดเครื่องปรับอากาศชั่วคราว เพราะไม่ต้องการให้อุณภูมิทารกต่ำเกินไป ทุกคนอยู่ในชุด พีพีอี ที่ร้อนอบอ้าว ผ่าตัดแข่งกับเวลา จบปฏิบัติการ เย็บมดลูก ตรวจสอบจุดเลือดออก เช็คอุปกรณ์ผ่าตัดภายในช่องท้องไม่ให้ตกค้าง จนเย็บแผลปิดภายนอก ในเวลาเพียง 15 นาทีถือเป็นวินาทีชีวิต ปฏิบัติการที่รวดเร็วมาก เมื่อช่วยทารกจนอยู่ในระดับพ้นวิกฤติจึงรีบย้ายเข้าห้องอภิบาลทารกแรกคลอดในภาวะวิกฤติ แรงดันลบ ที่ตึกกุมารเวชกรรม ส่วนแม่ แยกย้ายเข้าดูแลผู้ป่วยวิกฤติห้องแรงดันลบตึกโควิด ยังคงใช้เครื่องช่วยหายใจ ปรับระดับสัญญาณชีพ ให้คงที่

เช้าวันนี้ แม่ยังคงใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่วัดค่าอ็อกซิเจนในเลือดได้ 94 เปอร์เซนต์ เนื่องจากเอาทารกออกไปแล้วจึงทำให้ลดภาระการใช้อ็อกซิเจนของแม่ลง สัญญานชีพเริ่มคงที่ เป็นสัญญานที่ดี อยู่ภายใต้การดูแลของอายุรแพทย์ สูติแพทย์และทีมพยาบาลหอผู้ป่วยวิกฤติโควิดอย่างใกล้ชิด ส่วนทารกยังคงต้องดูแลใกล้ชิดให้อ็อกซิเจน ใส่สายสวนทางสายสะดือเพื่อให้สารน้ำ ให้ยาต้านเชื้อ และเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ระวังภาวะการหายใจล้มเหลวเนื่องจากคลอดก่อนกำหนดและติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นอีกหนึ่งปฏิบัติการที่เสี่ยงทั้งผู้ป่วยถึง 2 ชีวิตและทีมแพทย์ พยาบาล ที่ถูกกักตัวอยู่แล้วเรียกมาปฏิบัติการอีกครั้ง การปฏิบัติการครั้งนี้ ต้องระดมทีมถึง 30 คนมาช่วยในปฏิบัติการครั้งนี้เพื่อให้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ได้ดีที่สุด แต่พร้อมที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ ต่อจากนี้ต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อให้ทั้งคู่ปลอดภัย

จากการโพสต์ลงเฟสบุ๊กดังกล่าวในโลกโซเซียลได้เข้าแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจ นพ.อารักษ์ และทีมแพทย์ รพ.สิชลทุกคนที่สามารถช่วยเหลือชีวิตหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิดจนรอดปลอดภัยทั้งแม่และลูกในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

ด้าน นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์นาทีช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์และทารกที่ติดโควิดในครั้งนี้ถือว่าเป็นวินาทีบีบหัวใจทีมแพทย์เป็นอย่างมากแต่เหตุการณ์ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ขอบคุณทุกกำลังใจและขอบคุณทีมแพทย์ทุกคนที่สามารถผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘โรงครัวพี่หลวง’ พระ-กู้ภัยอำเภอทุ่งสง เมืองคอน ร่วมทำข้าวกล่องแจกด่านหน้า #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596572

'โรงครัวพี่หลวง' พระ-กู้ภัยอำเภอทุ่งสง เมืองคอน ร่วมทำข้าวกล่องแจกด่านหน้า

‘โรงครัวพี่หลวง’ พระ-กู้ภัยอำเภอทุ่งสง เมืองคอน ร่วมทำข้าวกล่องแจกด่านหน้า

วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 10.51 น.

วันที่ 21 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดเขาปรีดี ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มีกลุ่มชาวบ้านจิตอาสา ร่วมกับพระสงฆ์วัดเขาปรีดี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมังกรทุ่งสง ช่วยกันปรุงอาหารเมนูข้าวหมกไก่ และข้าวเหนียวทุเรียน พร้อมกับบรรจุกล่องจำนวน 400 ชุด เพื่อนำมอบเป็นอาหารมื้อเที่ยงให้กับเจ้าหน้าที่ด่านหน้า บุคลากรทางการแพทย์ และชาวบ้านที่เดินทางมาฉีดวัคซีนในพื้นที่ อำเภอทุ่งสง อำเภอบางขัน และอำเภอร่อนพิบูลย์ เป็นการให้กำลังใจอีกทางหนึ่งในการร่วมกันต่อสู้วิกฤติการแพร่ระบาดไวรัสโควิด -19   

พระครูโสภิตสุวาที หรือ หลวงบ่าว เจ้าคณะตำบลปากแพรก รองเจ้าอาวาสวัดเขาปรีดี และประธานที่ปรึกษาหน่วยกู้ภัยมังกรทุ่งสง กล่าวว่า วัดเขาปรีดี ร่วมกับญาติโยมที่มีจิตศรัทธา ตั้ง “โรงครัวพี่หลวง” เพื่อปรุงอาหารเมนูต่างๆ รวมทั้งขนมหวาน ผลไม้ และน้ำดื่มจำนวน 400 ชุด เพื่อนำมอบให้เจ้าหน้าที่ด่านหน้า บุคลากรทางการแพทย์ ในพื้นที่ 3 อำเภอ เป็นการให้กำลังใจกันและกันในช่วงภาวะวิกฤติโควิด – 19 ระบาด นอกจากนี้ที่ผ่านมาวัดเขาปรีดียังดำเนินการเพื่อสังคม โดยร่วมกับมูลนิธิกู้ภัยมังกรทุ่งสง ในการออกช่วยเหลือญาติโยมที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องต่างๆ  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘อธิปไตยทางอาหาร’ ยุติวงจรเกษตรกร ‘เจ็บ-จน’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596487

สกู๊ปแนวหน้า : ‘อธิปไตยทางอาหาร’  ยุติวงจรเกษตรกร‘เจ็บ-จน’

สกู๊ปแนวหน้า : ‘อธิปไตยทางอาหาร’ ยุติวงจรเกษตรกร‘เจ็บ-จน’

วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 02.00 น.

“เมื่อครั้งยังหนุ่มแกเคยทํานา มุ่งเอาหลังสู้ฟ้า…ปลูกข้าวให้คนกิน หนี้สินล้นตัวเพราะมัวแต่ทํานา ไม่เคยเรียนรู้วิชา…ที่นาก็หลุดลอย” ท่อนหนึ่งจากเพลง “ลุงขี้เมา” ของวงคาราบาว เป็นหนึ่งในหลายๆ สื่อที่สะท้อนชีวิต “ชาวนา” (หรืออาจรวมถึงอาชีพเกษตรกรในภาพรวม) ว่าเป็นอาชีพที่ทำแล้ว“เจ็บ-จน” หนี้สินพะรุงพะรัง ทั้งที่ไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ส่งออกสินค้าเกษตรมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และแม้ว่ารัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมาจะพยายามออกนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ดูจะไม่ได้ช่วยยุติปัญหานี้ได้เท่าไรนัก

หรือบางทีอาจจะต้องเปลี่ยนกันถึงโครงสร้าง? ดังที่ผศ.ดร.วีระ หวังสัจจะโชค อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรบรรยายหัวข้อ “อธิปไตยทางอาหาร สิทธิชาวนา และประชาธิปไตย” ในงานเสวนา (ออนไลน์) เสวนาใต้ชายคาประชากร จัดโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อเร็วๆ นี้

ผศ.ดร.วีระ เริ่มต้นด้วยการอธิบายคำว่า “อธิปไตยทางอาหาร (Food Sovereignty)” ซึ่งเป็นคำที่อาจไม่ค่อยคุ้นหูคนทั่วไปนักเมื่อเทียบกับอธิปไตยทางการเมือง อันหมายถึงการที่ประเทศมีเอกราชไม่ตกเป็นเมืองขึ้นใคร สามารถปกครองโดยใช้กฎหมายของตนเองและได้รับการยอมรับจากนานาชาติ แต่เชื่อว่าหลายคนน่าจะคุ้นกับคำว่า “ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security)” มากกว่า เพราะใช้กันทุกวงการตั้งแต่ภาครัฐ เอกชนและประชาสังคม

ซึ่งก่อนจะเริ่มทำวิจัยเรื่องนี้ มีคำถามมากมายเกิดขึ้น เช่น “ทำไมประเทศที่ผลิตอาหารถึงมีปัญหาความหิวโหย?” อาทิ อินเดีย หรือหลายประเทศในทวีปแอฟริกา, “ทำไมประเทศที่ผลิตโกโก้-กาแฟ มีกระทั่งปัญหาค้ามนุษย์ในภาคเกษตร?” อาทิ เคนยา ไอวอรีโคสต์ (โกตดิวัวร์) เป็น 2 ประเทศต้นทางที่ปลูกกาแฟและโกโก้ตามลำดับ และคน 2 ประเทศนี้มีกำลังทรัพย์พอจะเข้าไปดื่มกาแฟในร้านแบรนด์ดัง หรือซื้อช็อกโกแลตแบรนด์หรูหรือไม่, “ทำไมข้าวเปลือกถูกแต่ข้าวสารแพง?” เป็นปัญหาที่พบในประเทศไทย และทำให้ชาวนายังยากจน เป็นต้น

“แนวคิดอธิปไตยทางอาหาร เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ผลิตอาหารอย่างเกษตรกร อย่างชาวนา จะสามารถควบคุม Chain (ห่วงโซ่) ขนาดใหญ่
ที่เราเรียกว่าระบบอาหาร ในฐานะที่เขามีอธิปไตยในการควบคุม
ระบบอาหารด้วยตัวเอง เริ่มตั้งแต่เมล็ดพันธุ์เป็นของเขาไหม? กระบวนการผลิตเขาควบคุมดูแลเองได้ไหม? การแปรรูปเขาต้องทำอย่างไร? การตลาดเป็นธรรมหรือไม่?

กระบวนการทั้งหมดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งว่า อธิปไตยทางอาหารพยายามนำเสนอว่า เกษตรกรจะสามารถมีอำนาจในการดูแลระบบอาหาร และเป็นเจ้าของทรัพยากรที่ตัวเองผลิตได้มากขนาดไหน? ไม่ใช่ตัวเองผลิตแต่ไม่สามารถซื้อผลผลิตปลายทางที่ตัวเองเป็นผู้สร้างขึ้นมาเองได้ เพราะฉะนั้นในงานของผมเริ่มมาจากการตั้งคำถามว่ามันจะมีประเทศไหนบ้างที่ใช้อธิปไตยทางอาหารในการต่อสู้ และสามารถทำให้เรื่องของชาวนากลายเป็นประเด็นที่ถูกรับรองไว้ในสถาบันทางการเมือง และใช้ประเด็นอธิปไตยทางอาหารในการเปลี่ยนแปลงประเทศ” ผศ.ดร.วีระ กล่าว

ก่อนจะเล่าต่อ ผศ.ดร.วีระ พาย้อนกลับไปหาคำว่าความมั่นคงทางอาหารอีกครั้ง พร้อมกับตั้งคำถามว่า “เมื่อทุกภาคส่วนใช้คำว่าความมั่นคงทางอาหารกันหมด แล้วความหมายตรงกันหรือไม่?” ทั้งนี้ “ความมั่นคงทางอาหารในบางความหมายอาจไม่ใช่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรหรือแม้แต่ผู้บริโภค” ซึ่งต้องไปเชื่อมโยงกับอีกคำหนึ่งคือ “เศรษฐกิจแบบเสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism)” ที่ส่งเสริมการผลิตเพื่อการส่งออกและการค้าระหว่างประเทศ เน้นเปิดเสรีทางการค้าและเงินทุน

อนึ่ง พื้นฐานที่สุดของประเด็นความมั่นคงทางอาหารคือคำว่า “เพียงพอ” และนั่นเป็นที่มาของการส่งเสริมให้ผลิตอาหารจำนวนมากๆ นำไปสู่การนำวิทยาศาสตร์ (เช่น เครื่องมือและสารเคมีทางการเกษตร) มาใช้ และเน้นการเพาะปลูกหลายรอบต่อปี การผลิตไม่ได้เป็นไปเพื่อบริโภคอีกต่อไป เพราะอาหารเป็นทุน การผลิตมากๆ คือการสะสมทุนด้วยการนำอาหารไปขาย จากนั้นยังมีการส่งเสริมให้ทุกคน “เข้าถึง”อาหารจึงเป็นส่วนหนึ่งของการค้าเสรี

ในยุคนี้อาหารไม่ได้อยู่ในมือเกษตรกรอีกต่อไป แต่ไปอยู่ในมือนายทุน ทั้งทุนสารเคมี ทุนเมล็ดพันธุ์ ทุนเครื่องมือต่างๆ ไปจนถึงเจ้าของที่ดิน มีการร่วมมือกับข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนอาหารซึ่งกันและกัน การผลิตอาหารในยุคนี้จึงไม่ได้ตอบสนองผู้บริโภคในประเทศอีกด้วย หากเป็นเพียงผลิตเพื่อตอบสนองผู้บริโภคในต่างประเทศ องค์กรระดับโลกทั้งธนาคารโลก (World Bank) องค์การการค้าโลก (WTO) ต่างส่งเสริมการค้าเสรีและห้ามรัฐแทรกแซงไปจนถึงการพัฒนาผลผลิตแบบตัดต่อพันธุกรรม (GMO) ตามต้องการ

ผศ.ดร.วีระกล่าวว่า เกษตรกรได้ยินแบบนี้อาจคิดว่าเมื่อมีการแปรรูปผลผลิตแล้วก็จะเพิ่มมูลค่าได้ เกษตรกรจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ในความเป็นจริง กลับมีระบบสิทธิบัตร (TRIPs) เช่น ห้ามเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกเอง “เมื่อมาถึงขั้นนี้เกษตรกรก็ไม่มีอำนาจควบคุมชีวิตตนเองอีกต่อไป” เมล็ดพันธุ์กับสารเคมีก็ต้องซื้อ ที่ดินก็ต้องเช่า ขายเองก็ไม่ได้ต้องไปฝากตลาดกลางเพื่อให้ส่งออก

เมื่อแนวคิดความมั่นคงทางอาหารมีปัญหาแบบข้างต้น แนวคิดอธิปไตยทางอาหารจึงถือกำเนิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของขบวนการชาวนาระดับโลก (La Via Pampesina) บวกกับ
คำถามของนักวิชาการเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เช่น อุตสาหกรรมเกษตร “แนวคิดอธิปไตยทางอาหารต้องการกำหนดความสัมพันธ์ใหม่” เช่น เกษตรกรอยู่ตรงไหนของระบบอาหาร? ทรัพยากรมีการจัดสรรใหม่อย่างไร? มีความเป็นธรรมหรือไม่? นั่นหมายถึงประเด็น “สิทธิ” ทั้งของชนพื้นเมือง เกษตรกร และชุมชนในการดูแลทรัพยากรของตนเอง

“สิทธิดังกล่าวมันกระทบหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการที่ดิน การเก็บ พัฒนาเมล็ดพันธุ์โดยเกษตรกรเอง การลดใช้สารเคมีที่มาจากบริษัทข้ามชาติ และบริษัทข้ามชาติก็Lobby (วิ่งเต้น) ผ่านรัฐบาลให้มีนโยบายสนับสนุนสารเคมี จะทำอย่างไร? อธิปไตยทางอาหารจึงพยายามตีกรอบว่าผลิตสำหรับเกษตรกรได้ไหม? เกษตรกรเป็นเจ้าของเกษตรกรนี้ได้ไหม? ถ้าเกษตรกรไม่สามารถเป็นเจ้าของผลผลิตของตัวเองหรือไม่สามารถดูแลระบบอาหารด้วยตัวเอง สุดท้ายต่อให้อาหารแพง อาหารดีการค้าขายเจริญรุ่งเรืองอย่างไร เกษตรกรจะไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปาก เพราะมันมี Chain ขนาดยาวทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ” ผศ.ดร.วีระ ระบุ

ที่ประเทศโบลิเวีย การต่อสู้ของชาวนานำไปสู่การวางกติกาความสัมพันธ์ระหว่างเกษตรกรกับพรรคการเมืองหลักอธิปไตยทางอาหารกลายเป็นนโยบายทางการเมือง และถูกบัญญัติไว้ใน “รัฐธรรมนูญ” ตั้งแต่“คำปรารภ” ที่มีคำว่า “แผ่นดินแม่ (Mother Earth)” ที่พูดถึงธรรมชาติ ต้นไม้ วัฒนธรรม ความเป็นมนุษย์ ความหลากหลายของคนในประเทศ อธิปไตยของประเทศที่ไม่ลืมชุมชน

และเมื่อไปดูบทบัญญัติเป็นรายมาตรา จะพบหลายมาตราที่สอดคล้องกับคำปรารภข้างต้น ทั้งการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อคุ้มครองชนพื้นเมือง เขตอำนาจของชนพื้นเมืองในการจัดการทรัพยากรของตนเอง ศาลและกระบวนการยุติธรรมว่าด้วยสิ่งแวดล้อมทางการเกษตร มีแม้กระทั่งการบัญญัติว่าห้ามสนับสนุน GMO ซึ่งหากมองแบบทั่วไป ประเด็นย่อยแบบนี้ไม่ควรอยู่ในกฎหมายแม่บทอย่างรัฐธรรมนูญ แต่โบลิเวียนั้นให้ความสำคัญ และแม้ว่าในทางปฏิบัติอาจยังมีปัญหา มีความขัดแย้ง แต่ก็ถือเป็นความพยายามที่จะดำเนินการไปในทิศทางนี้

“มีประเด็นหนึ่งซึ่งสำคัญสำหรับอธิปไตยทางอาหาร คือการส่งเสริมสิ่งที่เรียกว่าเกษตรกรรายย่อย ในที่นี้เขาบอกว่าการทำสิ่งที่เรียกว่า Small Scale Farming (การเกษตรใช้พื้นที่น้อย)ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอธิปไตยทางอาหาร ที่ผู้ผลิตเป็นเจ้าของพื้นที่ของตนเองได้ และผู้ซื้อสามารถมี Choice (ทางเลือก)ในการเลือกผลผลิตที่มีลักษณะเฉพาะประจำถิ่น ไม่ว่าจะเป็นข้าว อาหาร หรือแม้แต่สุรา-เบียร์ ถ้าตั้งหน่วยการผลิตย่อยๆ เราจะมี Choice มากขึ้น” ผศ.ดร.วีระ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังอย่างหนึ่งคือ “เมื่อพูดถึงเกษตรกรรายย่อยไม่ได้หมายถึงเกษตรกรจะต้องอยู่แบบต้มผักต้มเกลือกิน แต่เกษตรกรรายย่อยสามารถบริโภค ใช้เทคโนโลยีและพัฒนาตนเองได้” เพียงแต่ต้องไม่ให้อธิปไตยทางอาหารตกไปอยู่ในมือของทุนใหญ่ทั้งในประเทศและข้ามชาติ ทั้งนี้ สุดท้ายแล้วจะเป็นไปได้หรือไม่ที่แนวคิดเรื่องอธิปไตยทางอาหารจะถูกนำมาพูดคุยกันอย่างจริงจัง

เพื่อเป็นประโยชน์กับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคมากกว่านี้!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แชร์กระหน่ำ! คลิปหนุ่มรุ่นน้อง คุกเข่ากราบคารวะผู้ใต้บังคับบัญชารุ่นพ่อหลังเกษียณ #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596547

แชร์กระหน่ำ! คลิปหนุ่มรุ่นน้อง คุกเข่ากราบคารวะผู้ใต้บังคับบัญชารุ่นพ่อหลังเกษียณ

แชร์กระหน่ำ! คลิปหนุ่มรุ่นน้อง คุกเข่ากราบคารวะผู้ใต้บังคับบัญชารุ่นพ่อหลังเกษียณ

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 22.38 น.

20 สิงหาคม 2564 ในโลกโซเซียลแห่แชร์เรื่องราวดีๆ หลังจากเฟชบุ๊ก ส่งไปได้บุญ ได้โพสต์คลิปหนุ่มรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา ได้คุกเข่าก้มลงกราบคารวะผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นรุ่นพ่อ หลังจากเขาได้เกษียณจากการทำงาน โดยระบุว่า ถึงเราจะเป็นผู้บังคับบัญชาเขา แต่เขานั้นรุ่นพ่อเรา วันนี้เขาได้เกษียณออกจากงานต้องกลับบ้านเขา…….

ทั้งนี้ เพจดังกล่าว โพสต์ชื่ชมว่า ทำถูกต้องแล้วครับ ตำแหน่งมันแค่หัวโขน อยู่กับเราไม่นาน แต่ตำนาน และความดี จะอยู่กับเราไปตลอดครับ

ขณะที่คลิปดังกล่าวถูกแชร์ไปมากกว่า 1.3 หมื่นครั้ง พร้อมกับมีคนเข้าไปคอมเมนต์แสดงความชื่นชมหนุ่มคนดังกล่าวอย่างมาก อาทิ คนแบบนี้อยู่ทีไหนก็ไม่ลําบากมีแต่คนรัก ,นี่แหละตัวอย่างที่ดีรุ่นน้องเคารพรุ่นพี่…เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่บริษัทอื่นๆครับ…สุดยอด ,แต่ละบริษัทหายากครับระดับหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาจะมีแบบนี่ ขอชื่นชมครับ,ขอชื่นชมค่ะ ยศ ตำแหน่ง สักวันก็ต้องส่งคืน สิ่งที่ยั่งยืนคืออ่อนน้อมถ่อนตน เป็นแบบอย่างที่ดีมากค่ะ เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลเฟชบุ๊ก ส่งไปได้บุญ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เทพมนตรี’ วิพากษ์รางวัลศิลปินแห่งชาติ ไม่ได้วัดกันที่เก่งกาจสามารถอย่างเดียว #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596543

'เทพมนตรี'วิพากษ์รางวัลศิลปินแห่งชาติ ไม่ได้วัดกันที่เก่งกาจสามารถอย่างเดียว

‘เทพมนตรี’วิพากษ์รางวัลศิลปินแห่งชาติ ไม่ได้วัดกันที่เก่งกาจสามารถอย่างเดียว

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 21.47 น.

20 สิงหาคม 2564 นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Thepmontri Limpaphayorm แสดงความเห็นถึงกรณีคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ มีมติเอกฉันท์ถอดนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี พ้นศิลปินแห่งชาติ โดยระบุว่า เรื่องสุชาติสวัสดิ์ที่เป็นศิลปินแห่งชาติ ผมเสียใจด้วยจริงๆ แต่ก็เหมือนชะตากรรมที่ต้องได้รับ มันมีขึ้นมีลง อย่าไปคิดอะไรมากแก่แล้ว ส่วนปัญญาชนสยาม ไม่รู้ใครไปตั้งให้หรืออุปโลกน์ขึ้นมาเองจึงไม่มีหน่วยงานไหนรับรอง ไม่ว่ารางวัลอะไรเวลาลงโลงแล้วก็เอาไปไม่ได้สักราย! ( อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: ‘สุชาติ สวัสดิ์ศรี’โดนแล้ว! มติคกก.วัฒนธรรมแห่งชาติถอดพ้น’ศิลปินแห่งชาติ’)

คุณความดีและคุณความชั่วที่อยู่ในใจตน ไม่แสดงออกก็ไม่มีใครเขาตีค่าให้ พอๆกันกับความไม่รับรู้ของสังคม ตัวตนจึงไม่มีใครเขารู้จัก ต่อเมื่อแสดงออกมาเท่านั้นที่ทำให้คนเขาจดจำในสิ่งที่กระทำได้ ถ้ากระทำดีเขาก็ยกน่องสรรเสริญ ถ้าทำเลวเขาก็ก่นด่าสาปส่งให้ลงนรกหุบเหวในนรก 21 ขุม จะดีจะชั่วคนเขาจดจำทั้งนั้น บางคนทำดีมาตลอดพอทำชั่วได้ขนาดคนเขาก็จดจำและเสียดาย แต่ถ้าเป็นคนชั่วช้าเสียแต่กำพืดตัว คนเขาก็ได้แต่เอ๋ยชื่อชั่วๆนั้นกับตัวอย่างที่เขาจำ

คุณความดีเท่านั้นแหละที่ผู้คนในสังคมเขายกย่องเป็นภาพจำชั่วลูกชั่วหลาน คนเขาเอาเป็นเยี่ยงอย่างอุทาหรณ์สอนกรรมดี ตายลงโลงไปแล้วเขาก็ยังระลึกถึงเกียรติคุณในประวัติเป็นหมุดหมายแทนคุณค่าระดับเอกอุอนุสาวรีย์ โลกสรรเสริญยกย่องไม่พอเทวดาก็แซ่ซร้องว่าไหม!

รางวัลศิลปินแห่งชาติไม่ใช่วัดกันที่ความสามารถแต่ต้องวัดกันที่กรรมดีและคุณสมบัติพิเศษอื่นๆด้วยเพราะต้องเป็นแบบอย่าง ไม่ใช่เก่งกาจสามารถเพียงอย่างเดียวก็เป็นได้ประเทศไทยถ้าวัดเอาแค่ความเก่งกาจสามารถไม่คำนึงถึงเรื่องอื่นๆมีหวังศิลปินแห่งชาติเต็มบ้านเต็มเมือง รางวัลก็กลายเป็นเพียงตราประทับไร้ราคา (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ส.ศิวรักษ์’ซัดแรง! มติถอด’สุชาติ’พ้นศิลปินแห่งชาติ เป็นการกระทำที่สิ้นเกียรติ)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องบีม’ วัย 17 ขออาสาเป็นผู้ช่วยสัปเหร่อ ฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตโควิด19 #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596536

'น้องบีม'วัย17ขออาสาเป็นผู้ช่วยสัปเหร่อ ฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตโควิด19

‘น้องบีม’วัย17ขออาสาเป็นผู้ช่วยสัปเหร่อ ฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตโควิด19

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 20.46 น.

‘น้องบีม’ วัย 17 ปี ขออาสาทำด้วยหัวใจ เป็นผู้ช่วยสัปเหร่อ ฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ที่วัดเขาบางพระ จ.ชลบุรี

20 ส.ค.64 ที่วัดเขาบางพระ ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา ผู้สื่อข่าวได้ทราบว่ามีจิตอาสาเป็นหญิงสาววัย 17 ปี นักเรียนชั้น ปวช. โรงเรียนชื่อดังในจังหวัดชลบุรี มาเป็นจิตอาสา เป็นผู้ช่วย “สัปเหร่อ” ในการฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

พบกับ ”น้องบีม” หรือ นางสาวปัณชญา  แก้วสว่าง อายุ 17 ปี กำลังช่วยเหลือในการฉีดยาฆ่าเชื้อบริเวณรอบเมรุ ก่อนศพผู้เสียชีวิตจะมาถึง โดยได้บอกว่า ที่มาเป็นจิตอาสาในการฌาปนกิจศพเพราะว่า รู้สึกว่าการทำสิ่งดีๆทำให้เรารู้สึกดีและสมมุติว่าถ้ามันเกิดกับตัวเราจริงๆ เราก็อยากจะทำแบบนี้เพื่อให้คนทั้งโลกรู้ว่าโควิด ไม่น่ากลัวอย่างที่ทุกคนคิด คนตายที่นอนอยู่ในโลง เปรียบเสมือนคนไร้วิญญาณ ที่ไม่มีอะไรแล้ว และถือว่าการทำจิตอาสาในครั้งนี้ก็ได้บุญด้วย ทุกคนก็ได้บุญ เด็กอย่างหนูก็สามารถทำความดีได้ โดยที่ไม่ต้องกลัวอะไรเลย หนูถึงมาทำเป็นจิตอาสาในครั้งนี้ โดยกำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยอีเทค ระดับชั้น ปวช.3 อายุ 17 ปี เป็นคนบางพระ แต่เกิดจึงอยากทำเพื่อคนตำบลบางพระ ในการเป็นจิตอาสาในครั้งนี้

ด้านนายวิทูร บุญสมภพ ไวยาวัจกร วัดเขาบางพระ กล่าวว่า ได้มีน้องบีมเป็นจิตอาสา ที่เข้ามาช่วย”สัปเหร่อ”ในเรื่องของการเผาศพโควิดของผู้เสียชีวิต ทางวัดเขาบางพระ ก็ได้รับน้องเค้ามาเป็นจิตอาสา ซึ่งมีจิตใจดี พ่นยาฆ่าเชื้อ ช่วยงาน”สัปเหร่อ” ต่างๆในช่วงของโควิดนี้ และทางวัดก็ยินดีที่มีผู้จะเห็นความเดือดร้อนของผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 ถ้าใครอยากสนับสนุนชุดPPE ให้กับทางเจ้าหน้าที่และจิตอาสาทางวัดเขาบางพระ ก็ยินดีรับชุดPPE ช่วยในการเผาศพผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยทางวัดเขาบางพระ เปิดรับเผาศพโควิดฟรีพิธีครบ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดทั้งสิ้น

ทั้งนี้ เตาเผาศพที่สร้างมาก็เป็นเงินบริจาคจากชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านเดือดร้อนทางวัดก็ต้องช่วยเหลือเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ทั้งนี้ เมื่อรถบรรทุกศพจากมูลนิธิ เคลื่อนศพมาถึง จะนำร่างผู้เสียชีวิตซึ่งปิดซิลอย่างดีบรรจุในโลง ยกขึ้นเตาเผาทันที ขณะเดียวกันผู้แทนญาติเพียง 1 คน จะจุดธูปแจ้งดวงวิญญาณผู้วายชน เริ่มการเผาศพ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องมาร์ค’ ปั่นจักรยานเลาะเก็บของเก่า ไม่อายคนหาเงินช่วยพ่อแม่ฐานะยากจน #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596528

'น้องมาร์ค'ปั่นจักรยานเลาะเก็บของเก่า ไม่อายคนหาเงินช่วยพ่อแม่ฐานะยากจน

‘น้องมาร์ค’ปั่นจักรยานเลาะเก็บของเก่า ไม่อายคนหาเงินช่วยพ่อแม่ฐานะยากจน

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.56 น.

“น้องมาร์ค” นักเรียนชั้น ป.5 ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ยอดกตัญญูปั่นจักรยานคู่ใจ ออกตระเวนเก็บของเก่าตามริมถนนไปให้พ่อคัดแยกขาย เพื่อหาเงินมาเลี้ยงแม่ และน้องสาววัยขวบเศษ บอกไม่อายขอแค่ให้แม่และน้องมีกิน ขณะที่หนุ่มเคอรี่น้ำใจงาม ขับรถผ่านไปทำงานเห็นสงสาร แวะเอาลังกระดาษ ขวดและซื้อขนมให้เกือบทุกวัน

20 ส.ค.64 ชาวบ้านและคนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาบนถนนสายนางรอง–หนองกี่ ช่วงระหว่าง ต.ลำไทรโยง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ก็จะเห็นเด็กชายคนหนึ่งปั่นจักรยานคู่ใจ ออกตระเวนเก็บของเก่าตามริมถนนอยู่เป็นประจำ ขณะเดียวกันก็จะมีหนุ่มพนักงานเคอรี่น้ำใจงามคนหนึ่ง ที่ขับรถยนต์ผ่านไปทำงานบนถนนสายนี้ ชอบแวะเอาลังกระดาษ ขวดและซื้อขนมลงไปให้น้องคนดังกล่าวเป็นประจำเช่นกัน กระทั่งล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ขับรถผ่านไปเห็นภาพแห่งความประทับใจของทั้งคู่ ก็ไม่รีรอที่จะลงไปสอบถาม

ทราบว่าเด็กชายที่ปั่นจักรยานตระเวนเก็บของเก่าริมถนน ชื่อ ด.ช.ทิพย์แทนไทย นามปัญญา หรือ น้องมาร์ค อายุ 11 ปี  ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านวังกระโดน อ.นางรอง พอสอบถามถึงเหตุผลที่ต้องปั่นจักรยานตระเวนไปเก็บของเก่าตามสถานที่ต่างๆ ก็ยิ่งทำให้ประทับใจมากขึ้นไปอีก เพราะน้องบอกว่าอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ เพราะครอบครัวยากจน ปกติพ่อแม่มีอาชีพเก็บของเก่าขาย แต่ช่วงโควิดไม่ค่อยมีของเก่าให้เก็บไปขายเหมือนเมื่อก่อน อีกทั้งแม่ก็ต้องเลี้ยงน้อง​วัยขวบเศษ พ่อจึงต้องออกมาเก็บของเก่าคนเดียว จึงอยากจะช่วยพ่อแม่บ้าง จึงได้ปั่นจักรยานคู่ใจที่แม้จะมีสภาพเก่าโซ่หลุดบ้าง ยางรั่วบ้าง ออกไปหาเก็บของเก่าตามริมถนนและสถานที่ต่างๆ เพื่อเอาไปให้พ่อคัดแยกขายจะได้มีเงินเลี้ยงแม่และน้อง

น้องมาร์ค ยังบอกด้วยว่า​ ไม่เคยอายที่มาเก็บของเก่าไปขายเพราะห่วงแม่และน้องจะไม่มีกินมากกว่า ทั้งยังพูดทิ้งท้ายด้วยว่า “ถึงจะจน แต่สักวันก็จะรวยได้” 

จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ขอเดินทางไปที่บ้านของน้องมาร์คด้วย สภาพบ้านของน้อง เป็นลักษณะเพิงหลังเล็กๆ มุงด้วยสังกะสีเก่า รอบตัวบ้านเต็มไปด้วยของเก่าที่เตรียมจะคัดแยกไปขาย และก็ได้พบกับนางวัชราพร กลมวงศ์ อายุ 31 ปี แม่ของน้องมาร์ค กำลังอุ้มลูกสาววัยขวบเศษอยู่

เมื่อสอบถาม นางวัชราพร ผู้เป็นแม่ ก็เล่าให้ฟังว่า น้องมาร์ค เป็นเด็กดี ขยัน ช่วงว่างจะช่วยพ่อแม่คัดแยกของเก่าเพื่อนำไปขาย หลังจากแม่มีน้องก็ไม่ได้ออกไปเก็บของเก่ากับพ่อ เพราะต้องเลี้ยงลูกสาวคนเล็กอยู่บ้าน

น้องมาร์ค จึงปั่นจักรยานออกไปหาเก็บของเก่าแทนแม่ เพื่อนำมาให้พ่อคัดแยกไปขาย แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีของเก่าเยอะเหมือนเมื่อก่อน ก็จะได้วันละ 100 – 200 บาท ก็ภูมิใจในตัวลูกชายที่ขยันและกตัญญูรู้จักช่วยพ่อแม่ แต่ก็เป็นห่วงไม่อยากให้ลูกปั่นจักรยานไปเก็บไกลๆ ก็เคยถามว่าลูกอายมั้ย น้องก็บอกว่าไม่อาย อยากช่วยพ่อแม่เพราะกลัวแม่กับน้องจะไม่ได้กิน

ขณะที่ นายมงคล เสาวกูล อายุ 23 ปี พนักงานเคอรี่น้ำใจงาม ก็บอกว่า ตนจะขับรถไปทำงานผ่านถนนสายนี้เป็นประจำ ก็จะเห็นน้องปั่นจักรยานออกมาเก็บของเก่าตามริมถนนเกือบทุกวันเหมือนกัน พอไปสอบถามน้องจนรู้ว่า ครอบครัวยากจนต้องมาเก็บของเก่าไปขาย ก็สงสารวันไหนขับรถผ่านมาเจอน้องก็จะแวะเอาลังกระดาษ ขวดและซื้อขนมติดรถมาให้น้องเป็นประจำ บางวันก็ให้เงินครั้งละ 100–200 บาท นอกจากจะสงสารน้องแล้วยังชื่นชมในความกตัญญูของน้องมาร์ค ด้วย  ที่รู้จักช่วยเหลือพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ก็อยากฝากถึงสังคมว่าหากพบเห็นใครที่ยากลำบากก็ให้ช่วยเหลือกันไม่มากก็น้อย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ถ้ายังมีลมหายใจเข้าหายใจออกอยู่ ก็นั่นแหละ…เป็นเวลาปฏิบัติภาวนา’ : หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596515

'ถ้ายังมีลมหายใจเข้าหายใจออกอยู่ ก็นั่นแหละ...เป็นเวลาปฏิบัติภาวนา' : หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร

‘ถ้ายังมีลมหายใจเข้าหายใจออกอยู่ ก็นั่นแหละ…เป็นเวลาปฏิบัติภาวนา’ : หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.15 น.

” จงสงบตั้งมั่นอยู่ในจิตในใจ ให้ใจมันแน่วเป็นดวงหนึ่งดวงเดียวอยู่ภายใน “นั่งก็ภาวนา ยินก็ภาวนา เดินไปไหนมาไหนก็ภาวนามีสติระวังกาย ระวังจิตของตนอยู่ทุกเวลา” ไม่ใช่ให้ผู้อื่นบอกตักเตือนจึงทำจึงปฏิบัติ อันนั้นไม่จัดว่า “ภาวนา”

จะได้ยินได้ฟัง ไม่ได้ยินได้ฟังก็ตามเราก็ต้องนึก ก็ต้องเจริญภาวนาอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก เหมือนลมหายใจเข้าออกมันหยุดที่ไหน ถ้าคนไหนลมหายใจหมด ไม่หายใจ คนนั้นก็ตายไปแล้ว “ถ้ายังมีลมหายใจเข้าหายใจออกอยู่ ก็นั่นแหละ…เป็นเวลาปฏิบัติภาวนา”

นั่งที่ไหนก็ภาวนาในตัวในใจของเรา เพียรเพ่งดูว่ามันเกิดขึ้นมาอย่างไร มันแก่อย่างไร มันเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างไร มันแตกมันดับอย่างไร กี่ปี กี่เดือน มันจะต้องแตกต้องดับ เราจะอยู่ได้ไปกี่ร้อยกี่พันปี เกิดมาชาติหนึ่ง…ย่อมมีเวลาตาย”

หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ คัดลอกเนื้อหาจากหนังสือสุข สงบ เยือกเย็น สิงหาคม, ๒๕๕๖. หน้า ๔๓ ขอบคุณลานธรรมจักร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มหายป่วยจากโควิดก้มกราบโรงพยาบาลเกาะสมุยหลังรักษาหายจากอาการโคม่า #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596501

หนุ่มหายป่วยจากโควิดก้มกราบโรงพยาบาลเกาะสมุยหลังรักษาหายจากอาการโคม่า

หนุ่มหายป่วยจากโควิดก้มกราบโรงพยาบาลเกาะสมุยหลังรักษาหายจากอาการโคม่า

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.53 น.

วันที่ 20 ส.ค.64 โลกโซเชียลชื่นชมชายหนุ่มที่เข้ารับการรักษาอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โรงพยาบาลเกาะสมุย หลังได้รับการรักษาอาการปอดติดเชื้อที่มีการโคม่า หรือผู้ป่วยสีแดงที่มีความเสี่ยงสูงที่อาจเสียชีวิตที่กำลังก้มลงกราบพื้นโรงพยาบาลเกาะสมุย ภายหลังจากที่แพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้จากอาการที่หายป่วย ซึ่งเป็นภาพที่ทุกคนที่เข้าดูต่างแสดงความคิดเห็นชื่นชม ซึ่งเป็นเฟสบุ๊กที่ปฐม เป้า พรหมรักษ์ ได้นำโพสต์ของผู้ใช้ชื่อเฟสบุุ๊ก ศรีสวัสดิ์ ทวิชสังข์ มาแชร์

โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่อนชมจำนวนมากหลังจากที่ได้ดูโพสต์ดังกล่าว “อ่านแล้วน้ำตาจะไหล ดีใจด้วยที่ปลอดภัย..ขอบคุณสำหรับการส่งผ่านข้อคิด และประสบการณ์ตรงที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ ช่วยบอกต่อให้คนระมัดระวัง ไม่แพร่กระจายเชื้อ ก็เหมือนได้ตอบแทนหมอ พยาบาล และสังคม แล้วละครับ ” และมีผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นที่ชื่นชมอีกมากมาย

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนายศรีสวัสดิ์ ทวิชสังข์ ที่บ้านเลขที่ 31/33 ม.5 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นผู้ที่โพสต์ประสบการณ์รอดชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยนายศรีสวัสดิ์ กำลังตากผ้าหน้าบ้าน

พร้อมเล่าประสบการณ์ชีวิตว่า “เป็นเวลา 21 วันพอดีที่ผมต้องมารักษาตัวอยู่ที่นี่นับเป็นคนไข้ที่อยู่นานที่สุดเพราะมีเชื้อลงปอดทั้งสองข้าง…สาเหตุเป็นเพราะ ผมไม่ได้ฉีดวัคซีนมาก่อนเลยและเป็นคนที่สูบบุหรี่จัด อาการมันก็เลยหนักกว่าคนปกติเมื่อมีเชื้อลงปอด มีเลือดกำเดาพุ่งออกจมูกเกือบทุกวันตอนอยู่ที่ รพ ต้องฉีดยาวันละ 6 เข็ม (ที่ท้องและแขน) ต้องกินยาต้านไวรัส ยาแก้ไข้ และยาต่างๆอีกนับไม่ถ้วน บอกเลยว่าบางทีมันก็ทรมาน แต่สุดท้ายผมก็ผ่านมันมาจนได้ ที่โพสต์นี้เพื่อต้องการที่จะเตือนเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ว่าให้ดูแลสุขภาพของตัวเอง อย่าประมาทกับการใช้ชีวิตเหมือนอย่างผม ใส่แมสล้างมือบ่อยๆ ใครที่ยังไม่ได้ไปฉีดวัคซีนก็ไปลงทะเบียนรอฉีดกันซะให้เรียบร้อย อย่างน้อยเวลาติดโควิดขึ้นมามันก็จะช่วยให้หนักเป็นเบาขึ้นมาได้”

พร้อมได้กล่าวขอบคุณหมอ และพยาบาลทุกคนที่ได้ดูแลตนเอง ดูแลคนไข้ทุกคนได้เป็นอย่างดี พร้อมขอให้ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนขอให้ไปลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนทุกคนหมดจะได้ไม่เหนื่อย จะได้ร่วมกันช่วยหมออีกทางหนึ่ง ซึ่งระหว่างที่เข้ารับการรักษานั้นทีมแพทย์และพยาบาลรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนของดรงพยาบาลเกาะสมุย ได้ดูแลตนเองและผู้ป่วยทุกคนเหมื่อนญาติ สอบถามอะไรเกี่ยวกับอาการป่วยก็จะได้รับคำตอบที่ได้ พูดจาดี เมื่อหมอบอกให้กลับบ้านได้ตนเองจึงรู้สึกดีใจมาก จึงได้ขอให้ผู้ป่วยด้วยกันช่วยถ่ายรูประหว่างที่ตนเองก้มลงกราบพื้นห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลเกาะสมุย เพื่อเป็นขอบคุณทุกคนที่ช่วยชีวิต

ด้านนายแพทย์ทรงยศ ชญานินปรเมศร์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะสมุย กล่าวว่า ช่วงแรกที่คนไข้รายนี้มาอาการไม่มีอะไรมาก แต่หลังจากสองวันแรกได้ทำการเอ็กซ์เรย์พบว่าปอดทั้งสองข้างติดเชื้อ จนทำให้ปอดอักเสพติดเชื้ออย่างรุนแรงต้องให้ออกซิเจนขนาดสูงถึง 60 ลิตรต่อนาที ใช้เวลาหลายวันจนปอดของผู้ป่วยรายนี้กลับมาหายใจได้ตามปกติ จากการรักษาอาการของผู้ป่วยดีขึ้นโรงพยาบาลเกาะสมุยจึงได้อนุญาตให้กลับบ้านได้ ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ถือว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีอาการหนักเป็นคนไข้สีแดงของกาะสมุย

สำหรับผู้ป่วยรายนี้อายุน้อยโดยปกติไม่ควรมีอาการที่รุนแรง ทางแพทย์จึงได้ตรวจสอบปัจจัยเสี่ยงพบว่ายังได้เข้ารับการฉีดวัคซีนที่สำคัญเป็นผู้ที่สูบบุหรี่จัด ทำให้สภาพของปอดลดลงกว่าปกติ และเชื้อโรคสามารถรุกรามได้อย่างรวดเร็ว จึงขอให้ทุกคนดูแลตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อยๆ เข้ารับการฉีดวัคซีนกันทุกคน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,310,415 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists
นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่ง จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com
State agency promotes growing economic trees to serve as loan collateral

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d