Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

(คลิป) วงการหมอลำเริ่มครึกครื้น! เหล่าแม่ยกกระดิกหาง ยืนชมติดขอบเวที #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596704

(คลิป) วงการหมอลำเริ่มครึกครื้น! เหล่าแม่ยกกระดิกหาง ยืนชมติดขอบเวที

(คลิป) วงการหมอลำเริ่มครึกครื้น! เหล่าแม่ยกกระดิกหาง ยืนชมติดขอบเวที

วันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 11.12 น.

วงการหมอลำต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปของผู้ใช้แอปพลิเคชันTikTok ชื่อว่า ikkkk75 ชายหนุ่มแต่งกายเป็นตลกหมอลำเต้นลิปซิงค์ หยอกล้อกับน้องหมาที่บ้าน

โดยเพจเจ้านายของบ่าว ได้แชร์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า ‘วงการหมอลำ เริ่มกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง ผู้ชมแห่ให้ความสนใจเต็มหน้าเวที’ ซึ่งเจ้าหมาทั้ง3ตัวนั้นก็ช่างน่าเอ็นดู ยืนกระดิกหางมองชายหนุ่มเต้นไม่ไปไหนเลย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วงโควิดก็ยังขายดี! ‘หมูกรอบชาชู-ขาหมูเยอรมัน’ เจ้าดังสงขลา 2 ชม. ขายหมดเกลี้ยง #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596699

ช่วงโควิดก็ยังขายดี! 'หมูกรอบชาชู-ขาหมูเยอรมัน'เจ้าดังสงขลา 2ชม.ขายหมดเกลี้ยง

ช่วงโควิดก็ยังขายดี! ‘หมูกรอบชาชู-ขาหมูเยอรมัน’เจ้าดังสงขลา 2ชม.ขายหมดเกลี้ยง

วันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 10.25 น.

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สวนกระแสโควิด-19 หมูกรอบชาชู – ขาหมูเยอรมัน เจ้าดังถนนคนเดินเมืองสงขลา แม้ถนนคนเดินปิด ก็เปิดขายริมถนนได้รับการตอบรับดี ลูกค้าติดตามความอร่อยมาอุดหนุนกัน จนต้องใช้บัตรคิว และใช้เวลาขายเพียง 2 ชั่วโมงก็หมด แม้ช่วงนี้จะล็อกดาวน์จังหวัดสงขลา หลังขายเสร็จจะต้องรีบขับรถกลับ อ.หาดใหญ่ ก่อนเคอร์ฟิว 21.00 น.ในทุกๆวัน

คุณโชคชัย และคุณดารุณี แสงสุวรรณ สองสามีภรรยา เจ้าของร้านหมูกรอบชาชู ขาหมูเยอรมัน เจ้าอร่อยร้านดังถนนคนเดิน เทศบาลนครสงขลา พลิกวิกฤติ ให้เป็นโอกาส สวนกระแสโควิด-19 หลังเปิดร้านขายริมถนนกลางเมืองสงขลา บริเวณสี่แยก ถนนนครในตัดถนนจะนะ เขตเทศบาลนครสงขลา (ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสงขลา) สู้ภัยโควิด-19 ขณะนี้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ลูกค้าติดตามความอร่อยมาอุดหนุนกันจนต้องใช้บัตรคิว เพื่อความสะดวกของลูกค้าที่จะต้องมาตามคิวและความสบายใจของลูกค้า ซึ่งเป็นการสวนกระแสโควิด-19

สำหรับ ร้านหมูกรอบชาชู- ขาหมูเยอรมัน ของคุณโชคชัยและคุณดารณี เจ้าอร่อยร้านดังถนนคนเดิน บ้านอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่มาเปิดขายให้ชาวเมืองสงขลาได้กินของอร่อยตามคำเรียกร้องของลูกค้า แม้ว่าจะเป็นช่วงการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัส covid-19 ก็ยังยืนหยัดขายสู้กับภัยโควิด-19 เพื่อความอยู่รอดในการดำรงชีวิต เนื่องจากยังมีพ่อแม่และลูกอีก 1 คน ที่จะต้องคอยดูแล

ร้านขายหมูกรอบชาชู-ขาหมูเยอรมัน ที่บริเวณสี่แยก ถนนนครในตัดถนนจะนะ เขตเทศบาลนครสงขลา (ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสงขลา) จะขายในช่วงเย็นทุกวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.30 – 19.00 น.ช่วงนี้ขายดีจะหมดเร็วภายใน 2 ชั่วโมง และจะขับรถกลับ อ.หาดใหญ่ ให้ทันเคอร์ฟิว เวลา 21.00 น.

โดยในช่วงเย็นทุกวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ จะมีลูกค้าทั้งลูกค้าขาประจำและลูกค้าขาจรเดินทางติดตามความอร่อยมาอุดหนุนซื้อกลับไปกินที่บ้าน ทั้งเกี๊ยวหมูเซี่ยงไฮ้ หมูกรอบชาชู ขาหมูเยอรมัน เนื่องจากสินค้าของสองสามีภรรยา ติดตลาดถนนคนเดินเทศบาลนครสงขลา มานานเป็นเวลาถึง 3 ปี แม้ว่าถนนคนเดินจะปิด แต่ลูกค้าก็ติดตามมาอุดหนุนจนต้องใช้บัตรคิว มีการสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งทางโทรศัพท์ ทางเฟซและทางไลน์ ก่อนที่จะเดินทางมารับกลับไปกินที่บ้าน ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19

คุณโชคชัย แสงสุวรรณ กล่าวว่า ในช่วงโควิดผลกระทบก็มีบ้าง แต่พอได้ออกรายการข่าวทางโทรทัศน์และลง youtube ก็มีการตอบรับเป็นอย่างดี ลูกค้ามาอุดหนุนเยอะ จนขณะนี้ต้องใช้บัตรคิว 50 คิว ก็เต็มตลอด ในส่วนของการเดินทางกลับหาดใหญ่ก็ยังทันอยู่ แต่ในช่วงนี้จะขายหมดเร็ว เปิดขายแป๊บเดียวก็หมดแล้วไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็หมด

ในขณะเดียวกันบริเวณใกล้เคียงกับร้านหมูกรอบชาชู-ขาหมูเยอรมันของคุณโชคชัย ก็ยังมีร้านเพื่อนๆที่เดินทางมาจากหาดใหญ่เช่นเดียวกัน มาเปิดร้านขายน้ำปั่นหลากหลายเมนูให้ได้ชิม มีน้ำมะนาว นาวปั่น ผึ้งนาว ผึ้งนาวปั่น กระชายผึ้งนาว และร้านพิซซ่าทอดน้องแนซลี่ อร่อยๆให้ได้ชิมกันอีกด้วย

ทั้งนี้ฝากถึงลูกค้าหมูกรอบชาชู-ขาหมูเยอรมัน มาแวะชิมได้ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์สงขลา ใกล้ๆกับโรงรับจำนำเทศบาลนครสงขลา โทร.ติดต่อได้ที่ 063-812-1018

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

2021 ‘ตาลิบัน’ ครองเมือง ผลกระทบที่เลี่ยงไม่ได้กับ ‘กีฬา’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596633

2021‘ตาลิบัน’ครองเมือง ผลกระทบที่เลี่ยงไม่ได้กับ‘กีฬา’

2021‘ตาลิบัน’ครองเมือง ผลกระทบที่เลี่ยงไม่ได้กับ‘กีฬา’

วันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 07.30 น.

เป็นเรื่องราวที่ “โลกต้องจับตา”

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจาก ตาลิบันกลับมาใหญ่อีกครั้งในประเทศอัฟกานิสถาน

การหวนคืนสู่อำนาจของตาลิบัน ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใด ย่อมหมายถึงการกลับมาของกลุ่มก่อการร้าย

นั่นหมายถึงขาใหญ่อย่าง อัล-เคดา หรือ อัลกอร์อิดะ ในทุกกรณี

กองกำลัง 7 หมื่น ทำให้ 3 แสนที่เตรียมไว้ของเจ้าถิ่นหงายไม่เป็นท่า สงครามที่ยาวนานที่สุดในโลกกินเวลาเกือบๆ20 ปีรอมร่อจบลงด้วยบทเดิม

เรื่องนี้กับ “วงการกีฬา” ถือว่าสำคัญมาก

เพราะจากเหตุการณ์โลกระทม “9/11” เมื่อปี 2001 ได้เปลี่ยนโลกใบนี้ไปตลอดกาล

โศกนาฏกรรมคราครั้งนั้น ไม่ใช่แค่ผู้ก่อการร้ายจากไล่ถลุงสหรัฐอเมริกา เท่านั้น แต่ยังสร้างความหวาดผวาไปทั่วโลก ผู้คนอยู่ในความหวาดระแวง การเดินทางไปไหนต่อไหน ลำบากมากขึ้นกว่าเดิมไม่รู้กี่เท่าพันทวี

ประสบการณ์เมื่อปี 2001 ตอนนั้นตรงกับการแข่งขัน ซีเกมส์ ครั้งที่ 21 ประเทศมาเลเซีย เป็นเจ้าภาพ ผมได้เดินทางไปทำข่าวยังต่างประเทศครั้งแรกพอดิบพอดี

“เสือเหลือง” ได้สั่งให้มีการปิดตึกแฝดทันทีครับ เพราะที่กัวลาลัมเปอร์ มีทวินทาวเวอร์ เหมือนกับที่นิวยอร์ก

การเป็นอยู่และการทำงานยากขึ้นมาในทันที

การตรวจการค้น การเข้าสถานที่ต่างๆเข้มงวดกว่าเดิม และเรารับรู้เลยว่าจะไม่มีทางเป็นปกติอีกนานแสนนาน

ในปีรุ่งขึ้น 2002 ฟุตบอลโลก กับ เอเชี่ยนเกมส์ ยังไม่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่สาหัสหนักหน่วง เกิดขึ้นในปี 2004 นั่นคือ โอลิมปิกเกมส์ ที่ประเทศกรีซ เนื่องจากมีเป็นมหกรรมใหญ่ที่สุดต่อจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

กรุงเอเธนส์ ได้รับการพร้อมใจมอบให้เป็นเจ้าภาพ เนื่องจากโอลิมปิกเกมส์ ครั้งนั้นครบ 100 ปีในยุคใหม่ ก็เลยอยากให้ไปที่จุดกำเนิด แม้ว่า กรีซ จะไม่ค่อยพร้อมก็ตาม

โดยเฉพาะเรื่องการเงิน ที่ต้องนำงบประมาณเอาไปใช้กับการรับมือการก่อการร้ายที่มหาศาลมาก

ยุคนั้น โลกเพิ่งหัวร่องอหาย และเบาใจจากคำว่า “Y2K” แต่ต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ

ในเวลานั้น “ยูโรโซน” เปิดขึ้นมา ซึ่ง กรีซ ก็ถูกอ้าแขนต้อนรับด้วย เพียงแต่ว่าใครๆ ก็รู้ถึงศักยภาพของประเทศแห่งอารยธรรมนี้ว่า ไม่ได้ร่ำรวยอะไรเลย อัตราค่าครองชีพก็ไม่ได้สูงมาก แต่ก็ต้องมาใช้สกุลเงินยูโร

ปัญหาคือต้องซื้อของแพงกว่าทุนเดิมเกือบ 1 เท่าตัว

ซื้อกะเพราราดข้าว 25 เป็น 40 เพราะเคยจ่ายเงินตัวเอง 1 ต้องจ่ายในราคายูโร เป็น 2ประมาณนี้

สำหรับ โอลิมปิกเกมส์ แรกเริ่มเดิมที รัฐบาลกรีซ จะกู้มาใช้การในงานนี้อยู่ที่ 5,500 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่มันบานปลายหลายเท่า

ตัวเลขกลมๆ จบลงที่ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ!!!!!

จากตัวเลขดังกล่าว ยังผลให้ กรีซ เจอปัญหาขาดดุลงบประมาณที่สูงกว่าเกณฑ์ที่สหภาพยุโรปกำหนดกับสมาชิกไว้ไม่ให้เกินร้อยละ 3 ของ GDP อย่างช่วยไม่ได้

กรีซ เทพเจ้าผู้โชคร้ายมาเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก แบบขาดทุนยับ หนึ่งในนั้นก็คือ กรีซ ต้องใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาทในการป้องกันการก่อการร้ายจากพวก
อัล-เคดา

ผลพวงจากตรงนั้น กรีซ จึงสาหัสต่อเนื่องและแทบจะไม่ฟื้นเลย เมื่อปัญหาหลายๆ ทางมาปนชนกัน เนื่องจาก “กู้ง่าย” มาสนองนโยบายคิดสบายอย่าง “ประชานิยม” เมื่อถึงเวลาใช้หนี้ก็หน้าแห้ง

ว่ากันว่าตัวเลขจบเฉพาะการป้องกันการก่อการร้ายสูงกว่า 50,000 ล้านบาท!!!!

เป็นการพ่นพิษต่อวงการกีฬาโดยตรง หลังจากเหตุการณ์นั้น

กระทั่งการไล่ล่าปลิดชีพ อุซามะห์บิน ลาดิน และเหล่าแกนนำต่างๆ หลายต่อหลายคน มาถึงเวลาที่สหรัฐที่ทุ่มเทตรงนี้ไปมหาศาลโดยเฉพาะงบทางทหารผ่านยุค 4 ประธานาธิบดี เหมือนกับว่าทุกอย่างตลอด 2 ทศวรรษ ตั้งแต่ จอร์จ ดับเบิ้ลยู.บุชจนถึง โจ ไบเด้น มันได้สูญเปล่าไปแล้ว…หรืออย่างไร

ณ เวลานี้ สัญญาณแรกๆ มาแล้วการเข้ายึดครองอัฟกัน ส่งผลกระทบเกือบจะทุกฝ่าย

ปฐมบทจากภาพที่คนวิ่งหนีตายไปสนามบิน หรือคนวิ่งตามเครื่องบิน กระทั่งตกลงมาเสียชีวิตจากความพยายามเกาะเครื่อง USAF Boeing C-17 ของทางการสหรัฐ

เป็นภาพที่เราย้อนนึกได้ไปถึง“เรือโนอาห์” ที่พาคนหนีตายจากเหตุการณ์ในภาพยนตร์ “2012”

ไม่คิดฝันว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ

เราได้รับรู้ข่าวมากมายจากวันนั้นมีคนเห็นเหมือนวัตถุหล่นจากฟ้า นั่นก็คือ คน ตกจากเครื่องบิน

มีการสูญเสียนักกีฬา หนึ่งในคนที่ตรวจสอบได้ก็คือ ซากี้ อันวารี่ นักบอลเยาวชนทีมชาติ วัยแค่ 19 ปี ที่พยายามเกาะเครื่องบินเพื่อหนีตาย

ที่สำคัญก็คือ เรื่องสิทธิสตรีถือว่าสำคัญอย่างมาก เมื่อผู้หญิงในอัฟกานิสถาน ได้ถูกปิดกั้นแทบจะทุกสิ่งอย่างในยุคของตาลิบันก่อนหน้านี้ อาทิ ไม่ให้เรียน, ไม่ให้ทำงาน, คลุมผ้าแบบหน้าตาไม่ต้องเห็น และที่หนักสุดก็คือถ้าไม่มีผู้ชายมาด้วย ก็ห้ามรักษาโดยแพทย์ผู้ชาย

หากฝ่าฝืนนั่นหมายว่าจะต้องเจ็บตัว จากการลงโทษด้วยการเฆี่ยนตี, ส่งไปจองจำ และเลวร้ายที่สุดก็คือฆ่าทิ้ง

คาห์ลิดา โพพาล หนึ่งในผู้บุกเบิกวงการฟุตบอล จนตั้งทีมบอลหญิงอัฟกานิสถาน ได้สำเร็จเมื่อปี 2007 ที่ปัจจุบันเธอต้องลี้ภัยอยู่ ณ ประเทศเดนมาร์ก ตั้งแต่ 5 ปีก่อน ยืนยันว่าได้รับการขอความช่วยเหลือจากทั้งโทรศัพท์และข้อความเสียงจากนักบอลหญิงในบ้านเกิด

ขณะที่ ชับนัม โมบาเรซ กัปตันทีมฟุตบอลที่ลี้ภัยมาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ร้องขอความช่วยเหลือจาก สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ให้เข้ามาช่วยเพื่อนร่วมทีมของเธอ

ใกล้ตัวที่สุดตอนนี้คงไม่พ้นการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ที่จะเปิดฉากขึ้นในวันอังคารนี้ก็โดนผลกระทบ “โดยตรง”ไปแล้ว เมื่ออัฟกานิสถาน จะไม่สามารถเข้าร่วมแข่งครั้งนี้ได้ จากการเปิดเผยของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ซึ่ง โตชิโร่ มูโตะผู้อำนวยการทั่วไปของโตเกียว 2020

ซาเกีย คูดาดาดี้ ที่กำลังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาคนแรกของอัฟกานิสถาน ที่ลงแข่งขันกีฬาเทควันโด ต้องพลาดการเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ไปอย่างน่าเสียดาย…

ทั้งหมดนี้คือ “ปฐมบท” เท่านั้น

สงคราม, การลุอำนาจ, การเลือกปฏิบัติแต่พวกพ้องและการบ้าอำนาจ ไม่เคยทำให้ใครดีเลยจริงๆ

แม้ว่าท่าทีของตาลิบันจะแสดงท่าทีที่เปลี่ยนไปในการเข้ามายึดอัฟกันครั้งนี้ด้วยคำพูดหรือจะอะไรก็แล้วแต่

ที่แน่ๆ ชับนัม ดาว์ราน ผู้ประกาศหญิงคนดังของที่นั่นในช่อง RTA Pushto ที่ทำงานให้รัฐ ได้ถูกสั่งพักงาน และได้รับคำสั่งให้อยู่ที่บ้านเฉยๆ…

…คิดแล้วสะท้อนหัวอก วันก่อนด้วยการที่ต้องกักตัวอยู่มวกเหล็ก หลังจากเดินทางไปโอลิมปิกเกมส์มา ก็ได้ดูบทสัมภาษณ์ของ “เสือมเหศวร” ระบุว่า คำที่แท้จริงคือ “เป็นโจรต้องมีสัจจะ” ไม่ใช่คำที่พูดกันเล่นๆจนชินปากว่า “ไม่มีสัจจะในหมู่โจร”

จากคำบอกเล่าและคำกล่าว พร้อมกับบันทึก ผมมีความเชื่อใน “เสือมเหศวร” จากการกระทำต่างๆ และไม่เคยทำร้ายหรือละลานสตรีเพศ ผู้เป็นเพศแม่

แต่สำหรับเคสนี้ ไม่อยากคิดเชื่อกับคำจากลมปากของตาลิบัน ที่สามารถลงมือฆ่าคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ล้มตายมากมายจากเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ได้เลย

น่าหวั่นใจที่สุดก็คือ กลุ่มก่อการร้ายจะได้สยายปีกอีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัย

สายสัมพันธ์มันแนบชิดจนเกินกว่าอะไรจะมาทานทนหรือทดได้

โลกต้องตกอยู่ในไวรัสก็ว่าแย่แล้วยังต้องตกอยู่ภายใต้พวกแนวคิด “สุดโต่ง”แบบนี้อีก

จากคำบอกเล่าว่า เอาเข้าจริง“โลกไม่มีวันแตก” โดยเฉพาะการเขียนเชิงโปรโมตตอนวันที่ 12 เดือน 12 ปี 12

แต่ให้จับตามอง วิธีและวิถีมนุษย์หลังจากนั้น

DoomsDay ที่ไม่ใช่ภาพยนตร์ เมื่อปี 2008 แต่เป็น “หนังสือ” ที่ผมได้อ่านหลังจากจบเหตุการณ์ 12-12-12

หลายเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นจริงไปแล้ว

หวังว่าจากนี้คงจะไม่มีโชคร้ายกันอีก เพราะแค่ไวรัสก็สกัดโลกจนพินาศพ่ายกันทุกวงการมาเกือบสองปีแล้ว…

บี แหลมสิงห์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แรงงานอาหารทะเล โควิดและผลกระทบ #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596632

แรงงานอาหารทะเล โควิดและผลกระทบ

แรงงานอาหารทะเล โควิดและผลกระทบ

วันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่ออาหารทะเลที่เป็นธรรมและยั่งยืนซึ่งเป็นการรวมตัวกันขององค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านสิทธิแรงงานและความยั่งยืนทางทะเล 14 องค์กร เปิดเผยผลการศึกษาเรื่อง “ชีวิตไม่มั่นคงและโรคระบาด : บทสำรวจปัญหาค่าจ้างและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย” สำรวจแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย 4 กลุ่ม ได้แก่ ประมง ประมงต่อเนื่องโรงงานแปรรูปอาหารทะเล และฟาร์มกุ้งในพื้นที่ 8 จังหวัดของประเทศไทย

พบข้อสังเกต 1.การคิดค่าจ้างแบบรายวัน อาจทำไม่มีเงินพอใช้ตลอดครบเดือน ค่าแรงขั้นต่ำคิดเป็นรายเดือนในพื้นที่ที่งานวิจัยนี้ทำการศึกษาต่ำสุดอยู่ที่ 9,390 บาทต่อเดือนที่ จ.ปัตตานี และสูงสุด 10,050 บาทต่อเดือนที่ จ.ระยอง แต่ผลการสำรวจพบว่าแรงงานมากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือร้อยละ 58 มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว โดยเฉพาะในกลุ่มประมงต่อเนื่องและแปรรูปอาหารทะเล ซึ่งมีรายได้เฉลี่ย 7,839 และ 8,423 บาทต่อเดือน

จักรชัย โฉมทองดี ผู้จัดการด้านนโยบายและรณรงค์ องค์การอ็อกแฟม กล่าวว่า การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำแบบรายวันไม่ได้ประกันรายได้ขั้นต่ำต่อเดือน ส่งผลให้เกิดช่องว่าง ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงต่อตัวแรงงาน เนื่องจากค่าแรงขั้นต่ำเพียงพอสำหรับการดำรงชีพตนเองในหนึ่งวันเท่านั้น เมื่อเดือนๆ หนึ่งค่าจ้างที่ได้กลับเพียงพอที่จะมีชีวิตแค่ยี่สิบกว่าวัน ความเสี่ยงทั้งต่อตัวแรงงานและสังคมรอบข้างจึงตามมา ทั้งการลดทอนทางสุขภาพ การอยู่อย่างแออัด ฯลฯ

“เมื่อเกิดโควิด-19 สถานการณ์จึงวิกฤตและยากที่จะควบคุม ทั้งนี้แรงงานไม่ว่าสัญชาติใดก็มีความเสี่ยงทั้งนั้น แต่ในทางปฏิบัติ โดยทั่วไปแล้วแรงงานข้ามชาติจะสามารถมีในจ้างได้คนเดียว เมื่อรายได้ไม่พอจึงไม่สามารถไปหางานเสริมจากนายจ้างอื่นเช่นแรงงานไทยได้ จึงถือเป็นความรับผิดชอบสำคัญของทั้งนายจ้างและภาครัฐที่จะประกันรายได้ขั้นต่ำเป็นรายเดือนให้กับแรงงาน”จักรชัย กล่าว

2.เป็นแรงงานในระบบแต่เข้าไม่ถึงมาตรการเยียวยา แม้กฎหมายไทยจะคุ้มครองสิทธิแรงงานทุกคนโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ แต่ในสถานการณ์โควิด-19 พบว่า
นโยบายเยียวยาแรงงานผ่านระบบประกันสังคม กลับไม่รวมถึงแรงงานข้ามชาติด้วยโดย ปภพ เสียมหาญ ผู้อำนวยการโครงการจากมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา แสดงความเป็นห่วงว่า การที่แรงงานและนายจ้างสมทบเงินเข้าระบบทุกเดือน แต่กลับไม่ได้รับการเยียวยา หลายคนจึงหันหลังให้ระบบ นำไปสู่ช่องว่างในการคุ้มครองแรงงาน ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้มาจากกฎหมายแต่เป็นนโยบายที่กำหนดขึ้น

3.รูปแบบการทำงานมีความเสี่ยงโดยสภาพ แต่หากติดเชื้อซ้ำก็อาจไม่มีสิทธิ์วันลา แรงงานจำนวนมากติดเชื้อหลายครั้ง เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่และสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่เอื้ออำนวยให้เว้นระยะห่างระหว่างกันได้ เช่น ในสายพานการผลิตในโรงงานไม่สามารถทิ้งระยะห่างได้ทำให้บางคนรักษาตัวกลับมาทำงานแล้วก็ติดเชื้ออีก ซึ่ง สุธาสินี แก้วเหล็กไหลผู้ประสานงานเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ กล่าวว่า เมื่อติดเชื้อโควิด-19 จะถือว่าเป็นคนป่วย และแรงงานก็ต้องลาป่วย

“กฎหมายกำหนดให้วันลาป่วยแบบได้ค่าจ้าง 30 วัน การกักตัวหรือรักษารอบหนึ่งก็จะใช้เวลาประมาณ 14 วัน หมายความว่าใครที่ติดเชื้อมากกว่า 2 รอบ ก็อาจจะไม่มีวันลาป่วยแบบได้ค่าจ้างเหลือพอแล้ว ต้องลาแบบไม่ได้ค่าจ้างแล้วไปขอชดเชย 50% จากประกันสังคมแทน ซึ่งก็เป็นจำนวนเงินที่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในครอบครัวอีก” สุธาสินี ระบุ

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาอื่นๆ เช่น การใช้สัญญาปากเปล่า ไม่มีสัญญาจ้างงานเป็นลายลักษณ์อักษร การให้ทำงานไม่เป็นเวลา ไปจนถึงการจ้างทำของ ซึ่งนายจ้างจะจ่ายตามน้ำหนักหรือปริมาณที่แรงงานผลิตหรือแปรรูป รวมถึงงานแบบเดียวกันแบบแรงงานชายกับแรงงานหญิงได้ค่าจ้างไม่เท่ากัน โดยแรงงานหญิงมีรายได้น้อยกว่าแรงงานชายประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน หรือราวร้อยละ 30

บทสรุปจากผลการศึกษานี้เสนอแนะให้รัฐเปลี่ยนนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำจากรายวันเป็นรายเดือน ซึ่งไม่เฉพาะแต่แรงงานในอุตสาหกรรมอาหารทะเลแต่หมายถึงแรงงานทุกคน เพื่อให้มีหลักประกันเบื้องต้น สามารถรองรับความเสี่ยงในภาวะวิกฤตได้มากขึ้น ขณะที่ภาคเอกชนที่มีศักยภาพ ควรปรับปรุงธุรกิจเพื่อให้แรงงานทุกคนได้รับค่าจ้างอย่างน้อยที่สุดไม่น้อยไปกว่าค่าแรงขั้นต่ำคิดเป็นรายเดือน นอกจากนี้ ทั้งรัฐและเอกชนควรอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวกับโควิด-19 ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง การกักตัวและรักษา ไปจนถึงการเยียวยากับแรงงาน

การปรับเปลี่ยนนโยบายดังกล่าวนอกเหนือจากเหตุผลด้านมนุษยธรรมแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อด้านเศรษฐกิจด้วย เพราะไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ของโลก สร้างรายได้เข้าประเทศกว่าปีละ 200,000 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันผู้บริโภคและผู้นำเข้าอาหารทะเลในต่างประเทศให้ความสำคัญกับสิทธิแรงงานในประเทศต้นทางมากขึ้นหากอุตสาหกรรมไทยไม่สามารถทำตามมาตรฐานเหล่านี้ได้ ข้อจำกัดทางการค้าก็จะมีมากขึ้นในอนาคต!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ดึงดูด ‘ต่างชาติทักษะสูง’ อีกปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596649

สกู๊ปแนวหน้า : ดึงดูด‘ต่างชาติทักษะสูง’  อีกปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สกู๊ปแนวหน้า : ดึงดูด‘ต่างชาติทักษะสูง’ อีกปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

วันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“การนำเข้าแรงงานที่มีทักษะ ซึ่งบางคนอาจเรียกว่า Skill Migrant หรือ Knowledge Migrant จึงเป็นเครื่องมือสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศต่อไปได้โดยไม่ติดขัด แต่ที่ผ่านมาเราเน้นการนำเข้าแรงงานไร้ฝีมือหรือกึ่งฝีมือเข้ามาเป็นหลัก เรายังไม่มีเป้าหมายดึงดูดแรงงานที่มีทักษะอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องเตรียมการและพัฒนานโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้น”

คำกล่าวของ ผศ.ดร.สักกรินทร์ นิยมศิลป์ นักวิชาการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในการบรรยาย (ออนไลน์) หัวข้อ “การดึงดูดแรงงานที่มีทักษะ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในชุดงานการบรรยาย “นโยบายนำเข้าแรงงานข้ามชาติในยุค Global Citizen” เมื่อเร็วๆนี้ โดย ผศ.ดร.สักกรินทร์เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึง “แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2561-2580)” ตั้งเป้ายกระดับสู่ประเทศรายได้สูงมุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่เพิ่มมูลค่า

นั้นทำให้มีความต้องการแรงงานที่มีทักษะถึง 2.3 ล้านคนในอีก 20 ปีข้างหน้า และ 2.5 แสนคนในปี 2570 อย่างไรก็ตาม ไทยนั้นขาดแคลนแรงงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือบางส่วนแม้จะมีแต่ก็ยังจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมเพิ่มขึ้น อีกทั้งต้องเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เข้มข้นขึ้น บวกกับการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ดังนั้นการขาดแคลนแรงงานทักษะจะเป็นปัญหาสำคัญในอนาคต

ผศ.ดร.สักกรินทร์ เล่าถึงประสบการณ์ที่เคยพูดคุยกับชาวต่างชาติซึ่งอยู่ในประเทศไทย ทั้งที่เป็นแรงงานทักษะและผู้เกษียณอายุแล้ว พบปัญหาที่ทำให้นโยบายดึงดูดแรงงานข้ามชาติที่มีทักษะเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ยาก อาทิ 1.กฎหมายคนเข้าเมืองล้าสมัย เน้นใช้บังคับเกี่ยวกับการควบคุมคนเดินทางเข้า-ออกประเทศโดยยังไม่มีการปรับปรุงให้ยืดหยุ่นตามแนวคิดการพัฒนาประเทศ

เช่น ยังบังคับให้ชาวต่างชาติทุกคนต้องรายงานตัวทุกๆ 3 เดือน โดยไม่แยกแยะว่าเป็นแรงงานไร้ฝีมือหรือแรงงานฝีมือ อีกทั้งยังใช้วิธีกรอกเอกสารมากมายแทนที่จะนำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มเข้ามาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้จากช่วงที่ไวรัสโควิด-19 เริ่มระบาดในช่วงแรกๆ ชาวต่างชาติต้องไปต่อคิวยาวเหยียดที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อต่อวีซ่า และแม้จะมีระบบลงทะเบียนออนไลน์ แต่ก็พบว่าระบบล่มหลายครั้ง

2.เน้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าระยะยาว ซึ่งควรมีข้อมูลว่าแต่ละอาชีพขาดแคลนเท่าไร มีความต้องการเท่าไร 3.ขาดการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงแรงงาน ออกใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) มีอายุ 2 ปีขณะที่ ตม. จะต่อวีซ่าให้ครั้งละ 1 ปี โดยในหลายประเทศ 2 อย่างนี้จะเชื่อมโยงเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน แรงงานยื่นขอเพียงจุดเดียวหากผ่านก็จะได้ทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน

4.วิธีการออกใบอนุญาตทำงานยังไม่ปรับเปลี่ยนให้ตอบสนองโลกยุคดิจิทัล แรงงานยุคใหม่หลายคนทำงานผ่านระบบออนไลน์ ไม่ได้อยู่ประจำสำนักงาน หรือแม้แต่เป็นอาชีพอิสระ (Freelance) ไม่ได้ทำงานกับนายจ้างเพียงคนเดียว ซึ่งเมื่อไม่มีสัญญาจ้างระยะยาวก็ไม่สามารถขอใบอนุญาตทำงานได้ แต่เมื่อไม่มีใบอนุญาตทำงานแล้วมาทำงานมีรายได้ในประเทศไทยก็จะถูกจับกุมดำเนินคดี

5.การดึงดูดแรงงานทักษะยังไม่มีนโยบายแบบเชิงรุก เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ มีการตั้งหน่วยงานขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อดึงดูดคนที่สิงคโปร์ต้องการเข้ามา มีการสร้างแรงจูงใจ อาทิ การให้สัญชาติหรือให้สถานะผู้พำนักถาวรขณะที่ จีน ให้ทุนวิจัย อุดหนุนค่าที่พักและทุนการศึกษาบุตร เพื่อดึงดูดให้ชาวต่างชาติตลอดจนชาวจีนที่ไปอยู่ต่างแดนให้เข้าไปหรือกลับไปทำงานในประเทศจีนมากขึ้น

“แม้ว่าเราจะมี Smart VISA โดย BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) ใช้เป็นเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกให้กับคนที่มีทักษะให้มาทำงานในพื้นที่ EEC (โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก) แต่ว่ายังมีปัญหาข้อจำกัดเยอะ Paperwork (ขั้นตอนงานเอกสาร) เยอะ มีอนุกรรมการหลายคณะเข้ามาพิจารณากลั่นกรองมากมาย มีการกำหนดคุณสมบัติขั้นสูงเยอะมาก เงินเดือนหลายแสนถึงจะขอ Smart VISA ได้ ซึ่งคนหนุ่ม-สาวรุ่นใหม่ บางคนเขามีทักษะแต่เงินเดือนอาจจะไม่ถึง หรือบางคนอยู่เมืองไทยอยู่แล้วแต่ไม่ได้มีวีซ่าทำงาน เพราะฉะนั้นเราก็ควรจะครอบคลุมคนกลุ่มนี้มากขึ้นด้วย ลดคุณสมบัติลงมาโดยเฉพาะเงินเดือนขั้นสูง” ผศ.ดร.สักกรินทร์ ระบุ

ผศ.ดร.สักกรินทร์ เสนอแนะว่า ควรทำแนวคิด “พลเมืองโลก (Global Citizenship)” มาปรับใช้เพื่อเปิดมุมมองให้กว้างขึ้น อาทิ 1.มีนโยบายเชิงรุก เช่น ทำให้วีซ่ามีหลากหลายประเภทเพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่ม Freelance รวมถึงบูรณาการฐานข้อมูลวีซ่าและใบอนุญาตทำงานเพื่อความสะดวกของแรงงานในการยื่นขอ 2.ปรับปรุง Smart VISA ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และนำดิจิทัลแพลตฟอร์มมาใช้ กำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติที่ต้องการให้ชัดเจน อีกทั้งควรมีคะแนนสำหรับชาวต่างชาติที่ทำงานในไทยอยู่แล้วมาเป็นเวลานานด้วย เพราะคนเหล่านี้อยู่มาจนเข้าใจประเทศไทยเป็นอย่างดี

3.อนุญาตให้ชาวต่างชาติกลุ่มเกษียณอายุแล้วเข้ามาพักอาศัยในประเทศไทยทำงานได้ หลายคนเป็นผู้เชี่ยวชาญและยังสามารถทำงานได้ การไม่อนุญาต
ให้ทำงานเท่ากับประเทศไทยเสียโอกาส 4.ขยายข้อตกลงร่วมรับมาตรฐานวิชาชีพกับต่างประเทศซึ่งปัจจุบันไทยก็มีอยู่แล้วกับกลุ่มประชาคมอาเซียนใน 8 อาชีพ แต่ยังมีข้อจำกัดซึ่งต้องแก้ไข รวมถึงขยายออกไปให้กว้างมากขึ้น

5.ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาของไทยร่วมมือกับต่างประเทศมากขึ้น เช่น การก่อตั้งวิทยาเขตของสถาบันการศึกษาชั้นนำ เห็นได้จากเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ มีมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติหลายแห่งมาเปิดสาขาในประเทศดังกล่าว ทำงานทั้งด้านการสอนและการวิจัย อันดับมหาวิทยาลัยของสิงคโปร์และมาเลเซียจึงสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยในอันดับโลก เพราะมีการเชื่อมโยงและถ่ายทอดความรู้ และ 6.จูงใจคนไทยในต่างแดน นอกจากผู้เชี่ยวชาญต่างชาติแล้ว ยังมีคนไทยอีกไม่น้อยเป็นแรงงานทักษะสูงทำงานอยู่ในต่างประเทศ เช่น แพทย์ สถาปนิก ซึ่งประเทศอย่างจีน สิงคโปร์ อิสราเอล มีนโยบายทั้งการให้ทุนวิจัย เชิญมาเป็นอาจารย์

ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการพัฒนาทักษะในประเทศเกิดขึ้นได้รวดเร็ว!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ทางเลือก-ทางรอด ‘ผู้ใช้แรงงาน’ ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596661

สกู๊ปพิเศษ : ทางเลือก-ทางรอด‘ผู้ใช้แรงงาน’  ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19

สกู๊ปพิเศษ : ทางเลือก-ทางรอด‘ผู้ใช้แรงงาน’ ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตลอดระยะเวลาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ระลอกแรกตั้งแต่ต้นปี 2563 มาถึงระลอกที่ 2 เมื่อปลายปี 2563 มาระลอกที่ 3 เมื่อเดือนเมษายน 2564 และระลอกที่ 4 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อประชาชนคนทำงานทุกอาชีพในประเทศไทย แรงงานจำนวนมากต้องสูญเสียงานประจำ ต้องไปทำงานใหม่ที่มีความมั่นคงน้อยกว่า เพื่อพยุงปากท้องต่อ

บางคนต้องตกงาน บางคนต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างที่มีคำประกาศปิดกิจการชั่วคราว โดยไม่ได้รับค่าชดเชย และอีกหลายคนจำต้องตัดสินใจปลิดชีวิตตนเอง แทนคำประกาศยอมแพ้ต่อวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำที่เกิดขึ้น  

สำหรับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันพบว่า แรงงานมีการติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก บางบริษัทไม่มีมาตรการตรวจเชิงรุกหรือตรวจเจอเชื้อก็ไม่มีเตียงในการรักษา โดยเฉพาะกลุ่มคนงานเปราะบาง เช่น คนงานหญิงตั้งครรภ์ เป็นต้น รวมถึงการที่ไม่มีการดูแลเรื่องโรงพยาบาลสนาม ทำให้มีการแพร่กระจายโรคสู่ครอบครัวและชุมชน

ย้อนไปก่อนหน้านี้ ได้มีความพยายามของเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 พื้นที่สมุทรปราการ สระบุรี รังสิต และปทุมธานี ส่งตัวแทนมาที่กระทรวงแรงงานกว่า 20 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทวงแรงงาน เพื่อหาทางออกจากวิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่เดินทางเข้ายื่นหนังสือดังกล่าว ยังได้แต่งกายด้วยชุดคลุมท้อง และชูป้ายข้อเรียกร้องบริเวณด้านหน้ากระทรวง จากนั้นได้เข้าหารือกับทางกระทรวงแรงงาน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมหารือด้วย

นายสุทัศน์  เอี่ยมแสง  ตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง ระบุว่า จากการสำรวจสถานการณ์กลุ่มแรงงานที่ติดเชื้อโควิด-19 ย่านรังสิตและพื้นที่ใกล้เคียง พบว่า มีจำนวนมากที่ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการรักษาการเอกซเรย์ปอด การรับยา

บางบริษัทมีคำสั่งให้กักตัวที่บ้านแค่ 7 วัน แล้วกลับไปทำงาน ยกตัวอย่างเช่น บริษัทแห่งหนึ่งมีคนงาน 4,000 คนตรวจคัดกรองเชิงรุก 1,000 คน ติดเชื้อ 200 คน คิดเป็นร้อยละ 20 บริษัทให้กักตัว และปิดเพียง 7 วันแล้วเปิดให้ทำงาน โดยเข้า-ออกประตูด้านหลัง ซึ่งไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีตัวอย่างบริษัทที่ใส่ใจดูแลพนักงาน เช่น เมื่อทราบว่ามีผู้ติดเชื้อ 20 คน ก็ประกาศปิดทันที 14 วัน เพื่อทำความสะอาด และตรวจเชิงรุกทุกคน ก่อนที่จะเปิดทำการ หรือ ตรวจเชิงรุกทุกสัปดาห์ ถ้าติดเชื้อจะใช้หอพักในโรงงานเป็นสถานที่แยกกักตัว และเช่าหอพักข้างนอกให้กับคนงานที่ไม่ติดเชื้อ ที่สำคัญคือ ฉีดวัคซีนให้คนงานครบ 2 เข็มแล้วด้วย

“แรงงานต้องสังเวยอีกกี่ชีวิต เพราะนโยบายกระทรวงแรงงานที่ออกมายังไม่ตอบโจทย์  แรงงานจำนวนไม่น้อยยังหลุดจากระบบการดูแลรักษา หลายคนทนทุกข์เข้าไม่ถึงการรักษา ต้องตกงาน อดมื้อกินมื้อ ไร้ความมั่นคง กู้หนี้ยืมสินเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างที่มีประกาศปิดกิจการชั่วคราว ไม่ได้รับค่าชดเชย บางบริษัทไม่มีมาตรการตรวจเชิงรุก หรือตรวจเจอเชื้อแต่ไม่แยกกักตัวรักษา” นายสุทัศน์ กล่าวทิ้งท้าย

ทางด้าน นางสาวอัณธิกา โคตะมะ รองเลขาธิการกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง  กล่าวว่า คนงานกลุ่มเปราะบางที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ ขณะนี้ติดโควิด-19 เสียชีวิตรายวัน เพราะถูกลอยแพ ปฏิเสธการทำคลอด ไร้การรักษา ไม่มีการตรวจคัดกรองเชิงรุก และแยกคนงานที่ป่วยออกจากโรงงานทันที เช่น หลายบริษัทยังให้ทำงานตามปกติ เสี่ยงติดเชื้อ เพราะใช้พื้นที่ปะปนกัน เสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากสรีระของหญิงตั้งครรภ์จะมีภาวะอึดอัดหายใจลำบาก เหนื่อยง่าย

นางสาวอัณธิกา ได้ตัวอย่างกรณีหญิงท้อง 8 เดือน ติดเชื้อโควิด-19 ต้องไปเข้ารับการผ่าคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายทั้งหมดสูงถึง 150,000 บาท และขณะผ่าคลอดคนงานหญิงรายนี้ได้เสียชีวิตลง                                                                         

นางสาวอัณธิกากล่าวอีกว่า จากวิกฤติที่เกิดขึ้นทางเครือข่ายฯ มีข้อเสนอต่อกระทรวงแรงงาน เพื่อนำไปพิจารณา ดังนี้ 1.สนับสนุนให้ทุกบริษัทตรวจคัดกรองเชิงรุกให้กับคนงาน เพื่อคัดกรองผู้ที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ 2.จัดหาสถานที่สำหรับคนงานที่ต้องแยกกักตัวรักษา ทั้งในส่วนพื้นที่ของบริษัทหรือการประสานชุมชนในการจัดหาสถานที่ เช่น โรงเรียน วัด เป็นต้น รวมถึงการมีโรงพยาบาลสนามที่มีมาตรฐาน มีบุคลากร แพทย์ พยาบาลในการดูแลผู้ติดเชื้อ ตลอดจนมีระบบการประสานส่งต่อคนงานที่มีอาการรุนแรง  

3.ต้องมีมาตรการในการดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มคนงานหญิงตั้งครรภ์ เป็นต้น โดยจัดสถานที่ทำงานให้เหมาะสมกับหญิงตั้งครรภ์ให้มีความปลอดภัย และมีการ
ช่วยเหลือด้านสวัสดิการในการคลอดบุตรในกรณีที่ติดเชื้อ และคนงานหญิงที่ตั้งครรภ์ติดโควิดต้องไม่ถูกปฏิเสธการทำคลอดหรือการรักษาโควิด

4.เร่งจัดหาวัคซีน เพื่อคนงานอย่างเร่งด่วน  และ 5.มีมาตรการเยียวยาชัดเจนตามสิทธิของลูกจ้าง และสิทธิในการเยียวยาเพิ่มเติมตามมาตรการภาครัฐ ทั้งกลุ่ม
เปราะบาง กลุ่มคนงานหญิงตั้งครรภ์ กลุ่มครอบครัวคนงานที่เสียชีวิตจากโควิค-19

ขณะที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังหารือร่วมกับกลุ่มเครือข่ายแรงงาน ว่า สำหรับข้อเรียกร้องดังกล่าวนั้น ปัจจุบันกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการ ทั้งการตรวจคัดกรองโควิด-19 เชิงรุกในสถานประกอบการ การส่งเสริมให้สถานประกอบการดำเนินการตามโครงการ Factory Sandbox การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่ ผู้ประกันตน และการเยียวยาแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

ส่วนมาตรการดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มคนงานหญิงตั้งครรภ์ โดยกำหนดให้มีการจัดสถานที่ทำงานใหม่ให้เหมาะสมกับหญิงตั้งครรภ์ให้มีความปลอดภัย พร้อมให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเร่งออกร่างประกาศกระทรวงโดยเร็วที่สุด และเร่งประชาสัมพันธ์ออกไป เพื่อขอความร่วมมือไปยังสถานประกอบการให้สตรีที่มีผลตรวจว่าตั้งครรภ์ ควรกำหนดให้มีการทำงานที่บ้าน (Work from Home) โดยให้จ่ายค่าแรงเต็มจำนวน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19

ล่าสุด จากความพยายามของพี่น้องแรงงาน มีความคืบหน้า เนื่องจากกระทรวงแรงงาน  ออกประกาศ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564 โดยรับปากจะช่วยเหลือแรงงาน รวมถึงให้นายจ้างดูแลสุขภาพลูกจ้างหญิงที่ตั้งครรภ์ ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยให้ทำงานที่บ้านหรือทำงานที่ลดการสัมผัสหรือพบปะคนจำนวนมาก หรือหยุดงานโดยได้รับค่าจ้าง และวันที่นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์หยุดงานไม่ถือเป็นวันหยุด หรือวันลา และให้นับอายุงานต่อเนื่อง

ถือเป็นการตอบรับเสียงสะท้อนของพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดอย่างหนักของไวรัสร้ายในขณะนี้ ซึ่งก็จะช่วยแก้ปัญหา และบรรเทาความเดือดร้อนไปได้ในระดับหนึ่ง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่างขยับเข้าไปเล็งใกล้ๆ ผู้ว่าปูหน่อยก็ได้น่ะ… ‘ตัดทรงไหนดีค่ะท่าน!’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596678

ช่างขยับเข้าไปเล็งใกล้ๆผู้ว่าปูหน่อยก็ได้น่ะ... 'ตัดทรงไหนดีค่ะท่าน!'

ช่างขยับเข้าไปเล็งใกล้ๆผู้ว่าปูหน่อยก็ได้น่ะ… ‘ตัดทรงไหนดีค่ะท่าน!’

วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.53 น.

วันนี้ (21 ส.ค.64) ในเพจ “วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี” ซึ่งเป็นเพจส่วนตัวของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้โพสต์ภาพน่ารักภาพหนึ่งเป็นภาพที่ “ผู้ว่าปู”  กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้คลุมผ้าให้หญิงคนหนึ่งกำลังตัดผมให้ แต่ท่าทางของช่างตัดผมระดับ VIP รู้สึกจะยืนเล็งห่างผู้ว่าปูไกลไปนิด พร้อมกับโพสต์ข้อความสั้นๆ ว่า “ถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 1,000 รายต่อวัน จะขอให้เปิดร้านตัดผมก่อนเป็นอันดับแรก #พลิกฟื้นสมุทรสาคร” ทั้งนี้ หลังจากมีการโพสต์ได้มีผู้เข้ามาแชร์และคอมเม้นต์หยอกล้อกันจำนวนมาก

ขอบคุณภาพจากเพจ “วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พุทโธ’ กับ ‘ลมหายใจเข้าออก’ เป็นเครื่องมัดจิต : หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596675

'พุทโธ'กับ'ลมหายใจเข้าออก'เป็นเครื่องมัดจิต  : หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร

‘พุทโธ’กับ’ลมหายใจเข้าออก’เป็นเครื่องมัดจิต : หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร

วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.24 น.

พุทโธนั้นเป็นเครื่องมัดจิต หรือว่าลมหายใจเข้าออกนี่ก็เป็นเครื่องมัดจิต จึงมีวิธีจำให้นึกพุทโธทุกลมหายใจเข้าออก เมื่อพระพุทธเจ้าของเรายังไม่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านั้น พระองค์ก็เลือกว่าจะเอาอุบายใดมาภาวนา คือว่า ธาตุลมมันเข้ามันออกอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก แต่ว่า ลมมันเข้ามันออกเป็นบทภาวนา

คือว่า ธาตุลมมันเข้ามันออกอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก แต่ว่าลมกับจิตมันคนละอย่าง แต่เมื่ออาศัยอยู่ด้วยกันแล้วก็เป็นตัวคนเรา ถ้ามีลมหายใจอยู่ก็ยังแสดงว่า ยังไม่ตาย คนเราถ้าหมดลมหายใจเมื่อใดก็เรียกว่า “ตาย” หรือการพูดจาปราศรัยของคนเราก็อาศัยธาตุลมธาตุลมที่สูดเข้าไปแนี้แหละ เวลาแสดงคำพูดออกมามันก็กระทบอักขระ อักษรในปาก มันก็ดังออกมาตามจิตเจตนาของจิตใจภายในนั้น เมื่อจิตใจภายในมันพูดอย่างไร ก็จะเป็นไปตามนั้น

แต่เสียงที่พูดนี้ มันมาจากจิต จิตที่รู้อยู่ เห็นอยู่ จิตอันนั้นก็มิใช่ว่าจะบริสุทธิ์ผ่องใสจริงๆ จิตนั้นมันก็ยังมีกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง เต็มอยู่ในกายในจิต เต็มอยู่หมดทั่วร่างกาย อะไรก็เป็นจิตทั้งนั้น ไม่ว่าจะไปแตะต้องปลายเท้า ปลายมือ บนศีรษะ ปลายผม ก็มีความรู้สึกไปทั่วกันหมดไปถึงจิต ทีนี้จิตใจนี้แหละจะหาเป็นก้อน เป็นหน่วย เป็นเพศหญิง เพศชายก็ไม่ได้

ใจนี้ท่านว่าเป็นธาตุรู้ มโนธาตุ เป็นธาตุรู้อาการของใจ มันมีอยู่ ๔ อย่าง เวทนา หมายถึง เสวยรับความสุข ความทุกข์ สบายใจ ไม่สบายใจ ทุกข์กาย ทุกข์ใจ สุขกาย สุขใจ มันก็จิตทั้งนั้นแหละเวลาภาวนาท่านให้ตามเข้ามา รวมเข้ามา สงบเข้ามา เรื่องราวภายนอกไม่ต้องไปคิดนึก มันมีอยู่ภายในทั้งหมด

คำว่า ภาวนานั้นเป็นการทำในจิตใจ ไม่ต้องแส่ส่ายไปตามที่อื่น อย่างว่าเราได้ยินเสียงนี่ เสียงมันลอยไปในอากาศ คนหูดี คนหูไม่ดี คนหูไม่ตึงไม่หนวก มันก็ได้ยิน คือ หูนี่มันรับเอาเสียง รับเอาเสียงแล้วมันก็ส่งเอาไปถึงจิต จิตดวงผู้รู้อยู่ภายในมันก็รับรู้ไปตามเสียงนั้น ความจริงมันก็ไม่ลึก ไม่ตื้น มันมีอยู่เท่าเก่านั้นแหล่ะ ต้องตั้งสติอยู่ในจิตใจ ระลึกอยู่ในพุทโธ ระลึกอยู่ที่ลมหายใจ จะระลึกอยู่ที่ไหนก็ต้องมีความรู้สึกอยู่ภายใน หรืออะไรกระทบตา กระเทือนหูเข้ามา จิตก็อย่าได้หวั่นไหว

สิ่งไม่ดีกระทบมาก็ทำใจปรกติ ไม่ให้มันหลงลืม ชื่อว่า ภาวนาอยู่ ที่น่ายินดีพอใจ มันก็ไม่คงทน มันก็เป็นเรื่องอารมณ์อย่างหนึ่ง เกิดขึ้นแล้วมันก็เปลี่ยนแปลงไป 

ที่ว่าให้รวมเข้ามาน่ะ ถ้าหมายถึงผู้ปฏิบัติน่ะมันไม่ได้รวมมาหรอก มันมีอยู่แล้ว มีอยู่ในตัวนี้แหละ อันนี้เพื่อแก้ความหมายที่มีอยู่ข้างนอกนั้น ไม่ต้องไปหมายข้างนอก ให้รวมสงบเข้ามา มาสู่จิตใจดวงผู้รู้อยู่ 

……………………………

ธรรมโอวาทพระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร) วัดถ้ำผาปล่อง ต.บ้านถ้ำ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ คัดลอกเนื้อหาจากหนังสือสุข สงบ เยือกเย็น สิงหาคม, ๒๕๕๖. หน้า ๑๙-๒๐ ขอบคุณลานธรรมจักร 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมืองน้ำดำ! สืบสานผ้าพื้นถิ่นประมูลผ้าลายขอ แพรวา อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596643

เมืองน้ำดำ!สืบสานผ้าพื้นถิ่นประมูลผ้าลายขอ แพรวา อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม

เมืองน้ำดำ!สืบสานผ้าพื้นถิ่นประมูลผ้าลายขอ แพรวา อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม

วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.10 น.

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดประมูลผ้าทอลายขอ ผ้าไหมแพรวา อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ส่งเสริมกิจกรรมผ้าไทยใส่ให้สนุก เดือนมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

21 ส.ค.64 ที่ห้องเจ้าเมืองกาฬสินธุ์ ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.กาฬสินธุ์ จัดกิจกรรมโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ในเดือนมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2564 เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมการแต่งกายอันล้ำค่าภูมิปัญญาของชาวกาฬสินธุ์ ส่งเสริมผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ด้านการผลิต การตลาด และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงาน และมีนายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เข้าร่วม

ทั้งนี้ ยังมีผู้ประกอบการภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ ประชาชน ได้ร่วมประมูลผ้าลายพระราชทานลายขอเจ้าฟ้า ผ้าไหมแพรวา ผ้าทอพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์ของ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีผู้ประมูลผ้าไหมแพรวาลายน้ำหยาด ราคาสูงสุด ที่ 68,000 บาท ผ้าซิ่นแพรวาลายขอเจ้าฟ้า ลำดับที่ 2 ประมูลได้ที่ 20,000 บาท ผ้าซิ่นแพรวาลายขอเจ้าฟ้าฯ ลำดับที่ 3 ประมูลได้ที่ 15,000 บาท ซึ่งมีผู้ประมูลผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ ผ้าลายขอเจ้าฟ้า และ ผ้าพื้นถิ่นในครั้งนี้ จำนวน 20 ผืน รวมมูลค่า จำนวน 167,500 บาท

นอกจากนี้ จ.กาฬสินธุ์ยังได้สร้างแรงจูงใจผู้แต่งกายผ้าไทยที่โดดเด่นประกวดในเพจ จังหวัดกาฬสินธุ์โอทอปเซ็นเตอร์ เพื่อให้ประชาชนร่วมโหวต ซุปเปอร์โมเดล ผู้ที่แต่งชุดผ้าไทยรับรางวัลในระดับจังหวัด และมีกิจกรรมเดินแบบ “ผ้าไทยใส่ให้สนุกในเดือนมหามงคล”

อย่างไรก็ตาม จ.กาฬสินธุ์ มีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายจำนวน 1,148 กลุ่ม/ราย มีผลิตภัณฑ์จำนวน 1,524 ผลิตภัณฑ์ ผลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้า ในภาพรวมสามารถจำหน่ายได้ 109,692,676 บาท ผลการจำหน่ายผ้าลายขอเจ้าฟ้าจำนวน 6,375,000 บาท

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หันหัวนอนไปทางหน้าต่าง ส่งผลอย่างไรต่อหลัก ฮวงจุ้ย #SootinClaimon.Com

Posted on August 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/596627

หันหัวนอนไปทางหน้าต่าง ส่งผลอย่างไรต่อหลัก ฮวงจุ้ย

หันหัวนอนไปทางหน้าต่าง ส่งผลอย่างไรต่อหลัก ฮวงจุ้ย

วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.31 น.

ทิศทางการนอน ในศาสตร์ ฮวงจุ้ยปัญจธาตุ ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่าท่านจะต้องหันศีรษะไปในทิศนั้น ๆ ประมาณวันละ 6-8 ชั่วโมง

ถ้าหากทิศนั้นมีพลังงานที่ดี ก็จะส่งผลที่ดีต่อตัวท่าน ซึ่งผมได้เคยทำคลิปอธิบายเกี่ยวกับ วิธีหาทิศมงคลในการหันหัวนอน มาก่อนหน้านี้ ครับ

แต่ได้มีหลาย ๆ ท่านที่มีความสงสัยว่า ถ้าหากทิศทางนั้น เป็นตำแหน่งหน้าต่าง เราสามารถนอนหันไปในทิศนั้น ได้ หรือ ไม่ ผมจึงได้ทำคลิป อธิบาย มาให้รับชม ครับ

ปรึกษาฮวงจุ้ย ช่วยส่งรูปอาคาร และแชร์โลเคชั่น ส่งข้อความมาใน inbox เพจ ฮวงจุ้ยปัญจธาตุ อ.ศาสตรา พีระมาน หรือ แอดไลน์ @upr7669n ครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,310,310 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Born to be King
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
Helping Phuket youngsters establish a career
Chanthaburi on the table
[Weekender] Kimchi season
'น้องน้ำใส'เด็ก-เยาวชนดีเด่นปี59
Somsak’s sons pursue their political future in Bhumjaithai

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d