Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

พิษโควิดกทม.หนัก! แม่ค้าปิดร้านอาหารกลับบ้านเกิด หนีตายเอาดาบหน้า #SootinClaimon.Com

Posted on August 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/593629

พิษโควิดกทม.หนัก! แม่ค้าปิดร้านอาหารกลับบ้านเกิด หนีตายเอาดาบหน้า

พิษโควิดกทม.หนัก! แม่ค้าปิดร้านอาหารกลับบ้านเกิด หนีตายเอาดาบหน้า

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 08.30 น.

8 สิงหาคม 2564 นางน้อย หมื่นเกี๋ยง วัย 70 ปี เช่าห้องค้าขายอาหารตามสั่งอยู่ย่านห้วยขวาง กทม. ทำรายได้ดีนับแสนบาทต่อเดือน ต้องปิดฉากอนาคตธุรกิจในครอบครัวลงหลังโควิด19 ระบาดหนักใน กทม. ต้องคืนห้องเช่าเนื่องจากไม่มีลูกค้ามาอุดหนุนตลอดกว่า 6 เดือนแล้ว หากอยู่ต่อไปไม่คุ้มค่าใช้จ่ายทำให้ต้องคิดหนัก ตัดสินใจพา ด.ช.เกียรติภูมิ วงค์แสนศรี อายุ 11 ปี หลานชายที่เรียนอยู่ใน กทม.กลับเมืองแพร่บ้านเกิด หาทางสร้างชีวิตใหม่ด้วยน้ำพักน้ำแรงของแม่ค้าวัย 70 ปี เรียกว่าไปตายดาบหน้าดีกว่าอยู่เป็นหนี้เป็นสินอยู่ในเมืองกรุง

โดยการเดินทางกลับบ้านได้รับการปฏิเสธจากผู้นำหมู่บ้าน ห้ามคนต่างถิ่นเข้าพื้นที่และยืนยันว่า ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ ที่กักตัวเต็ม ทำให้ลูกหลานในบ้านทุ่งน้ำใส ต.เหมืองหม้อ ต้องไปหาเช่าบ้านเพื่อให้นางน้อยและหลานชายได้กักตัว 14 วัน ตามระเบียบป้องกันโควิด19ของจังหวัดแพร่ ยังมีผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยงอีกหลายรายถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ ต้องหาบ้านเช่าเอาและกักตัวตามยถากรรมไม่ได้รับการช่วยเหลือการยังชีพ ซึ่งกรณีแบบนี้คือปัจัยสำคัญที่อาจทำให้โรคแพร่กระจายไม่หยุดถ้าผู้กักตัวขาดวินัย

นางศิริพร เป็กทอง ผอ.รพ.สต.เหมืองหม้อ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเป็นความกลัวหรือเข้าใจผิดของกรรมการควบคุมโรคติดต่อระดับตำบล ซึ่งกรณีแบบนี้กำลังเริ่มมีมากขึ้นในชุมชน กรณีของนางน้อยถือเป็นกรณีตัวอย่าง เมื่อจะเดินทางจากจังหวัดเสี่ยงมีการรายงานให้กรรมการระดับตำบลทราบ เพื่อจัดที่พัดกักตัว 14 วันดูอาการ เมื่อมาถึงพื้นที่ อสม. ผู้ใหญ่บ้านเข้าไปทำความเข้าใจระเบียบการควบคุมโรค วัดอุณภูมิขณะมาถึง วัดต่อเนื่องทุกวัน ทำประวัติ เมื่ออยู่ถึงงวันที่ 12 รพ.สต.เหมืองหม้อส่งตัวไปตรวจที่ รพ.แพร่ เพื่อรับรองการปลอดเชื้อเมื่อครบ 14 วัน ก็สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติได้

นางน้อย กล่าวว่า ไม่คิดว่าอายุ 70 ปี แล้วต้องมาหาอาชีพใหม่ เสียดายงานเก่าร้านอาหารตามสั่งที่ลาดพร้าว ถ้าจะมาตั้งร้านใหม่ไม่รู้ว่าจะมีลูกค้าเหมือนเก่าหรือไม่ แต่ก็จำเป็นถ้ายังอยู่ที่เดิมก็คงอดตายหนี้ท่วมหัวแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเช่นเดียวกับนางน้อยจะปรากฏให้เห็นมากขึ้น คนแห่คืนถิ่นอย่างต่อเนื่องถ้ากรรมการควบคุมการระบาดโควิด19 ในพื้นที่ไม่ให้ความสำคัญคนกลุ่มนี้อาจกลายเป็นคัดเตอร์ใหม่ก็ได้และถ้าไม่มีมาตรการรองรับ เน้นผลักดันออกจากพื้นที่คนเหล่านี้จะขาดที่พึ่งทันที

สถิติล่าสุดของจังหวัดแพร่ ณ วันที่ 8 สิงหาคม วันเดียวพบผู้ติดเชื้อ 48 ราย มาจากคนแพร่ไม่ทิ้งกัน 24 ราย จากผู้ที่พักในสถานที่ที่รัฐจัดให้19 รายในพื้นที่จังหวัดพบติดเชื้อรายใหม่ 5 คนรวมผู้ติดเชื้อสะสม882 รายในจำนวนนี้รักษาหายแล้ว 559 ราย โรงพยาบาลสนามของจังหวัดแพร่ยังมีเพียงพอรับผู้ป่วยภูมิลำเนาจังหวัดแพร่ที่ไปติดเชื้อในจังหวัดเสี่ยงสูงแล้วขาดเตียง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จะไม่ทิ้งกันไปไหน! ‘เรื่องเล่าหมอชายแดน’ ถึงตรงนี้..เหนื่อยมากนะ แต่ยังไม่ท้อ #SootinClaimon.Com

Posted on August 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/593623

จะไม่ทิ้งกันไปไหน! 'เรื่องเล่าหมอชายแดน' ถึงตรงนี้..เหนื่อยมากนะ แต่ยังไม่ท้อ

จะไม่ทิ้งกันไปไหน! ‘เรื่องเล่าหมอชายแดน’ ถึงตรงนี้..เหนื่อยมากนะ แต่ยังไม่ท้อ

วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 07.36 น.

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 เพจเฟซบุ๊ก “เรื่องเล่าหมอชายแดน” โพสต์ข้อความระบุว่า วันนี้เป็นวันแรกในรอบเดือนที่ได้ลงวอร์ดก่อนอาทิตย์ตกดิน .. เห็นตึก 298 ตั้งอยู่โดดเด่น เป็นตึกใหม่ของโรงพยาบาลที่ยังไม่ได้ทำพิธีเปิดด้วยซ้ำ ตอนนี้เราก็ใช้เป็นที่รักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 ตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 7

เขาดีไซน์มารองรับผู้ป่วย 298 เตียง ตอนนี้ทะลุไปถึง 500 เตียงไปแล้ว นี่คือคนไข้ที่ต้องราวน์ทุกวันรวมคนไข้ใน รพ สนามอีก 260 คนราวๆ 760++ ราวน์จนเมื่อยหัวไหล่ขวากันเลยล่ะค่ะ

ฉันมีน้อง intern จาก รพ ชุมชนช่วยผลัดละ 4 คนจาก รพ อุ้มผาง แม่ระมาด ท่าสองยาง บ้านตาก วังเจ้า สามเงา 3 คนวนตึก cohort อีก 1 คนวนโรงพยาบาลสนามโดยมีฉันคอยดูอยู่ด้วยตลอด ICU มีหมอทัชช่วยดูอีก 10 เตียง อยู่ด้วยกันตั้งแต่เช้า 8.00 ถึงสามทุ่มเกือบทุกวันไม่เว้นวันหยุด ดีนะ..ไม่เหงาเลย มีเพื่อนเล่นตลอด 555 คุยกันแต่เรื่องโควิด-19

ดวงตะวันยังมีขึ้นและตกไป

เหมือนร่างกายมนุษย์ ทำงานไป มีเวลาพักก็พักให้เต็มที่ เพื่อตื่นเช้าขึ้นมาจะมีพลังงานมาทำหน้าที่ของตนเอง

ถึงตรงนี้..เหนื่อยมากนะ แต่ยังไม่ท้อ สองสามวันนี้ร้องไห้บ้างเพราะคนไข้ตายจากไปหลายคน ปาดน้ำตาแล้วสู้กันต่อค่ะ ..ประชาชนต้องสัญญานะคะ ว่าจะไม่ทิ้งกันไปไหน

พวกเราทุกคนที่ รพ ก็จะอยู่เป็นเพื่อนคุณ เหมือนแสงไฟของตึก 298 ที่ไม่เคยดับลง ยังคงสว่างไสวท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืนของเมืองแม่สอดเสมอ…

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส่งกำลังใจให้ จนท.เป็นลมคาชุด PPE หลังตรวจกลุ่มเสี่ยงโควิด #SootinClaimon.Com

Posted on August 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/593615

ส่งกำลังใจให้ จนท.เป็นลมคาชุด PPE หลังตรวจกลุ่มเสี่ยงโควิด

ส่งกำลังใจให้ จนท.เป็นลมคาชุด PPE หลังตรวจกลุ่มเสี่ยงโควิด

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 21.07 น.

8 ส.ค.64 สาธารณสุขอำเภอสัตหีบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านโค้งวันเพ็ญ อสม.บ้านโค้งวันเพ็ญ และนายยศวัฒน์ ภูวรัตน์เลิศคุณ นายกเทศมนตรีตำบลเกล็ดแก้ว และคณะทำงานปฏิบัติการเชิงรุก รวมถึงกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกล ได้ดำเนินการตรวจค้นหาเชิงรุกในการค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด 19 ในพื้นที่ตำบลบางเสร่ ณ ลานตรวจโควิดชั่วคราวเทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว สนามฟุตบอลหมู่บ้านมิรันดา ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ด้วยการ Swab Test ทราบผลภายใน 15 นาที หากพบผู้ติดเชื้อจะเข้าดูแลและส่งต่อเข้ารักษาพยาบาล ตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งในวันนี้ได้ตรวจเชื้อในเชิงรุก จำนวน 227 ราย พบผู้ติดเชื้อ 4 ราย  

ในขณะที่พยาบาลได้ร่วมกันตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด ในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลเกล็ดแก้วนั้นปรากฏว่า มีพยาบาล และเจ้าหน้าที่งานสาธารณสุข หลายคนเกิดอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด จากการสรวมชุด PPE ที่ต้องทนสภาพของอากาศที่ร้อน อบอ้าวอยู่ตลอดเวลา แต่ทุกคนก็ต้องทำหน้าที่ด้วยความอดทนอย่างเข้มแข็ง   

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เมื่อมีเจ้าพนักงานสาธารณสุข คนหนึ่ง เป็นลมล้มลงกับพื้นจนเพื่อนๆ พยาบาลด้วยกันต้องหามออกมา พร้อมถอดชุด PPE ออก และช่วยกันปฐมพยาบาล ใช้เวลานานกว่า 20 นาที จนอาการดีขึ้น ทราบชื่อต่อมาคือ นางสาวอรัชญา คำดีบุญ อายุ 28 ปี เจ้าพนักงานสาธารณสุข (แพทย์แผนไทย) ประจำอยู่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโค้งวันเพ็ญ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบุคคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องประสบเหตุเป็นลมในขณะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความอดทนและทำงานเสี่ยงชีวิต สละแรงกาย แรงใจ โดยไม่รู้ว่าสถานการณ์ โควิด 19 จะสิ้นสุดลงเมื่อใด เมื่อมีผู้ทราบข่าวว่าประสบกับเหตุการณ์ดังกล่าว ต่างส่งกำลังใจให้อย่างมากมาย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านโวยซ่อมถนนสายเอเชียไม่มีสัญญาณเตือน หวั่นเกิดอุบัติเหตุ #SootinClaimon.Com

Posted on August 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/593573

ชาวบ้านโวยซ่อมถนนสายเอเชียไม่มีสัญญาณเตือน หวั่นเกิดอุบัติเหตุ

ชาวบ้านโวยซ่อมถนนสายเอเชียไม่มีสัญญาณเตือน หวั่นเกิดอุบัติเหตุ

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.52 น.

ชาวบ้านโวยซ่อมถนนสายเอเชียไม่มีสัญญาณเตือน หวั่นเกิดอุบัติเหตุ ด้านกู้ภัยเผยเกิดอุบัติเหตุทุกวันเพราะผู้ใช้ทางไม่รู้ หนุ่ม 28 ปี อาการโคม่าวอนช่วยรับผิดชอบดูแล

8 ส.ค.64 ชาวบ้านวอนหน่วยงานและผู้รับเหมาที่รับผิดชอบโครงการปรับปรุงผิวถนน  และสร้างทางลอดกลับรถใต้สะพาน  บริเวณถนนสายเอเชีย  ขาขึ้นนครสวรรค์  กิโลเมตรที่ 65 – 67  ระยะทาง 2 กิโลเมตร  ตั้งแต่ตำบลไชโย  จังหวัดอ่างทอง  รอยต่ออำเภอพรหมบุรี  จังหวัดสิงห์บุรี  ช่วยมาดูแลและรับผิดชอบค่าเสียหาย  หลังจากทำการขุดลอกผิวการจราจรมีความลึกลงไปจากผิวถนนประมาณ 5 – 7 เซนติเมตร  เพื่อทำการปรับปรุงผิวทางจราจร  แต่ทางบริษัทผู้รับเหมาไม่ทำการติดตั้งสัญญาณเตือนหรือวางกรวยยางให้กับผู้ใช้เส้นทางรู้  ส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งทุกวัน  บางรายมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย  ส่วนบางรายได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส  ต้องนอนรักษาตัวในห้องไอซียู  เนื่องจากไม่รู้ว่าข้างหน้าเป็นทางต่างระดับ

จากการสอบถาม นางสาวนัท  (นามสมมุติ)  อายุ 24 ปี  ภรรยาของผู้ได้รับบาดเจ็บ  เล่าให้ฟังว่า  เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.30 น. ของวันนี้  หลังจาก นาย คมกฤษณ์  ผลอินทร์ อายุ 28 ปี  ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทำธุระที่บ้านญาติ  เมื่อถึงที่เกิดเหตุไม่ทราบว่าเป็นทางต่างระดับ  และเป็นคนต่างพื้นที่ไม่ชินทาง  ประกอบกับไม่มีกรวยยางหรือการติดตั้งสัญญาณเตือน  จึงทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลังพลิกคว่ำตกข้างทาง  จนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสที่บริเวณใบหน้าและร่างกาย  ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลไชโย  และถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลอ่างทองเวชการ 2  จากการเกิดอุบัติเหตุของสามี  ทางครอบครัวต้องรับภาระในเรื่องการรักษาพยาบาล  ซึ่งทางแพทย์แจ้งว่าจะต้องนอนห้องไอซียู  ตนเองและสามียึดอาชีพเป็นแม่ค้าหาเช้ากินค่ำ  ประกอบกับได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19  จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการและผู้รับเหมา  ลงมาช่วยดูแลรับผิดชอบในการกระทำที่ประมาท  และนำสัญญาณเตือนและอุปกรณ์มาติดตั้งบอกผู้ใช้ทาง  ซึ่งตนเองทราบมาว่าจุดที่ทำการก่อสร้างปรับปรุง  เกิดอุบัติเหตุกับผู้ใช้เส้นทางทุกวัน

ทางด้าน นาย มานพ  บุตรจินดา  เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง  (กู้ภัย 252)  เปิดเผยว่า  หลังจากที่มีการก่อสร้างปรับปรุงผิวทาง  บนถนนสายเอเชีย  ขาขึ้นนครสวรรค์  กิโลเมตรที่ 65 – 67  ทางสมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง  ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติหตุบริเวณจุดดังกล่าวทุกวัน  วันละไม่ต่ำกว่า 3 ราย  ซึ่งบริเวณดังกล่าวไม่มีสัญญาณไฟเตือนติดตั้งเพื่อแจ้งผู้ขับขี่  พื้นผิวถนนที่ทำการขูดลอกด้านหน้าออกไป  ทำให้ถนนเป็นทางต่างระดับ  และบริเวณไหล่ทางก็มีเศษหิน  เศษผิวถนนที่ขุดลอกรวมตัวเป็นก้อนสูงต่ำ  จึงทำให้ผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์ผ่านทางที่ไม่รู้เบรกไม่ทัน  หรือตกทางต่างระดับ  จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นทุกวัน  ตนเองจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้รับเหมา  ช่วยมาดำเนินการให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้เส้นทาง  ไม่ให้เกิดอุบติเหตุซ้ำรอยจนถึงขั้นสูญเสียชีวิตกันต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สตูลประกาศปิดเกาะ ‘หลีเป๊ะ’ 28 วัน ล็อกชุมชน ‘ชาวเล’ หลังโควิดลาม #SootinClaimon.Com

Posted on August 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/593553

สตูลประกาศปิดเกาะ‘หลีเป๊ะ’ 28 วัน ล็อกชุมชน‘ชาวเล’หลังโควิดลาม

สตูลประกาศปิดเกาะ‘หลีเป๊ะ’ 28 วัน ล็อกชุมชน‘ชาวเล’หลังโควิดลาม

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.10 น.

สตูลประกาศปิดเกาะ‘หลีเป๊ะ’ 28 วัน ล็อกชุมชน‘ชาวเล’หลังโควิดลาม

8 สิงหาคม 2564 ที่ท่าเทียบเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล นักท่องเที่ยวและแรงงานบนเกาะหลีเป๊ะ 92 คน ลงเรือ 3 ลำ เพื่อขึ้นฝั่ง หลังทางจังหวัดสตูลกำหนดให้วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเดินทางขึ้นฝั่ง หลังมีการประกาศคำสั่งจังหวัดให้งดเดินทางลงเกาะหลีเป๊ะ เป็นเวลา 28 วัน มีผลทันทีตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (9 สิงหาคม 2564) ไปจนถึงวันที่ 5 กันยายน 2664 เพื่อควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 หลังพบผู้ป่วยแล้ว 14 รายล่าสุด และกลุ่มเสี่ยงสูงกว่า 100 รายในกลุ่มหมู่บ้านชาวเล อุเส็น และตูโป๊ะ

สำหรับมาตรการดังกล่าวมีขึ้นหลังทางจังหวัดสตูลออกมาควบคุมการแพร่ระบาด โดยนายเอกรัฐ  หลีเส็น  ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมนาวาตรีโนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาด นายแพทย์สาธารณสุข นายอำเภอละงู ร่วมกันรับนักท่องเที่ยวและดูความเรียบร้อยขณะนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่ง วันสุดท้ายก่อนประกาศปิดเกาะหลีเป๊ะ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ระบุว่า คำสั่งล็อกชุมชนชาวเล ที่มีการแพร่ระบาด รวมไปถึงงดการท่องเที่ยวและเดินทางบนเกาะหลีเปะ 28 วันนั้น เป็นหนึ่งในการควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดเพิ่ม อีกทั้งควบคุมโรค โดยขณะนี้ทีมแพทย์พยาบาลกำลังเร่งกันทำงานในการช่วยเหลือดูแลชาวเกาะหลีเป๊ะ โดยคำสั่งจังหวัดขอให้อยู่กับบ้านห้ามออกจากบ้านในช่วงเวลาที่กำหนด และงดการเดินทางข้ามกันระหว่างเกาะ จนกว่าจะได้รับอนุญาต นอกจากนี้ทางจังหวัดได้เร่งจัดส่ง ข้าวสารอาหารแห้ง ยาฟ้าทลายโจร และสิ่งของจำเป็นต่อสุขอนามัยช่วยเหลือชาวเกาะในยามที่กักตัวด้วย

ส่วนวัคซีนก่อนหน้านี้ได้ฉีดให้บนเกาะแล้ว พบว่าชาวเลฉีดกันน้อยมาก ส่วนใหญ่ปฏิเสธการฉีดวัคซีน  ซึ่งหลังจากนี้ทางจังหวัดช่วยลงมารณรงค์ให้ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นกันอีกครั้ง โดยขณะนี้มีการใช้โรงเรียนบนเกาะหลีเป๊ะเป็นจุดกักตัวและรักษาอาการของผู้ป่วย โดยในเร็ววันนี้จะส่งทีมแพทย์และพยาบาลลงไปสมทบเพื่อช่วยเหลือชาวเกาะเพิ่มเติมด้วย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เร่งเดินหน้าผลักดัน กม.ปกป้องคุ้มครองชนเผ่า เผยเหตุรัฐไทยปฎิเสธการมีตัวตน #SootinClaimon.Com

Posted on August 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/593523

เร่งเดินหน้าผลักดัน กม.ปกป้องคุ้มครองชนเผ่า เผยเหตุรัฐไทยปฎิเสธการมีตัวตน

เร่งเดินหน้าผลักดัน กม.ปกป้องคุ้มครองชนเผ่า เผยเหตุรัฐไทยปฎิเสธการมีตัวตน

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.47 น.

ชนพื้นเมืองหลายประเทศทั่วโลกให้กำลังใจชาวบ้านบางกลอยเนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมือง-เร่งเดินหน้าผลักดันกฎหมายปกป้องคุ้มครองชนเผ่า เผยเหตุรัฐไทยปฎิเสธการมีตัวตน

8 ส.ค.64  นายศักดิ์ดา แสนมี่ เลขาธิการสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการจัดงานวันชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไยประจำปี 2564 ในวันที่ 9 สิงหาคม ว่าเป้าหมายที่สำคัญคือต้องการตกอย้ำเจตนารมณ์ให้มีกฎหมายรองรับชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด จึงต้องจัดกิจกรรมออนไลน์ โดยจัดกิจกรรมกระจายไปทั้ง 4 ภาค เพื่อเอื้อการมีส่วนร่วม และจะถ่ายทอดสดผ่านทางเพจเครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งนำเสนอประเด็นต่างๆร่วมกัน รวมถึงการส่งสารและกำลังใจให้พี่น้องชาวบ้านบางกลอยด้วยเพราะเป็นกรณีที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนชัดเจนและการไม่ยอมรับความมีตัวตนของชาวบ้าน

นายศักดิ์ดากล่าวว่า ปีนี้ประเด็นที่อยากให้เห็นภาพคือความสำคัญที่ต้องมีกฎหมายปกป้องคุ้มครองชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งขณะนี้มีกฎหมายที่พยายามเสนอกันอย่างน้อย 5 ฉบับ ทั้งของสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่ง สาระสำคัญคือให้รัฐยอมรับการมีตัวตนและส่งเสริมสนับสนุนกลไกการขับเคลื่อนงานของเราเอง ไม่ได้ยึดโยงหน่วยงานรัฐ คล้ายองค์กรวิชาชีพ ทำหน้าที่คู่ขนานกับกลไกของรัฐ โดยเสนอในนามภาคประชาชน ซึ่งมีการสนับสนุนลงชื่อกว่า 1 หมื่นชื่อ นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ร่างที่ยื่นให้ประธานรัฐสภาคือของพรรคก้าวไกล และคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การใช้คำว่าชนเผ่าพื้นเมืองจะมีปัญหาหรือไม่ เพราะแม้แต่รัฐมนตรีบางรายก็ยังไม่ยอมรับคำนี้เลย นายศักดิ์ดากล่าวว่า ในร่างกฎหมายของแต่ละฉบับใช้คำแตกต่างกันไป โดยมีเฉพาะของเราที่ใช้คำว่าร่าง พรบ.สภาชนเผ่าพื้นเมือง แต่ฉบับอื่นอาจใช้คำว่า ร่างคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตชนเผ่าพื้นเมือง บางร่างก็ใช้คำว่ากลุ่มชาติพันธุ์

“รัฐไทยเคยปฎิเสธการมีชนเผ่าพื้นเมืองในเวทีโลก เขาบอกว่ามีแต่ผู้อพยพ กลายเป็นกำแพงหรือมายาคติ นำไปสู่การไม่ยอมรับอย่างเป็นทางการ  ดังนั้นเราจึงพยายามผลักดันกฎหมายเพื่อให้ได้รับการยอมรับ ในมุมของเราชนเผ่าพื้นเมืองเป็นคำที่เราเรียกตัวเอง ชนเผ่ากับชนพื้นเมือง ชนเผ่านั้นเรียกในเวลาหนึ่ง แต่ชนพื้นเมือง มักจะพูดในลักษณะอยู่ก่อนเป็นประเทศไทย แต่จริงๆเรามีลักษณะเป็นคนพื้นถิ่นเหมือนกัน ก่อนเป็นรัฐชาติ เรานิยามตัวเองถึงการมีประวัติศาสตร์และไม่ได้เป็นกลุ่มถูกครอบงำทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ กลุ่มที่มีความพยายามอนุรักษ์วิถีของตัวเองจนชั่วลูกชั่วหลาน มีกระบวนการสืบทอด และสุดท้ายต้องเป็นกลุ่มที่อยู่ร่วมกัน รักสันติ เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นการจัดการตัวเองแบบแบ่งแยกตัวเอง” นายศักดิ์ดา กล่าว

นายศักดิ์ดา กล่าวว่า เราเป็นตัวกำหนดตัวเอง ไม่ใช่ให้รัฐมาชี้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขตามหลักการทางสากล ปัจจุบันมี 43 กลุ่มในประเทศไทยที่ยอมรับกันว่าเป็นชนเผ่าพื้นเมือง โดยมีเวทีปรึกษากันมาตลอด แม้บางกลุ่มจะเข้ามาภายหลัง แต่เขาก็เป็นกลุ่มมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีวัฒนธรรมและอยู่สืบต่อไปชั่วลูกหลาน รวมถึงได้รับการยอมรับจากกลุ่มอื่นด้วย

ด้าน ผศ.ดร.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ หรือ “ชิ สุวิชาน” นักวิชาการและศิลปินปกาเกอะญอ กล่าวว่าช่วงหนึ่งของกิจกรรมจัดงานวันชนเผ่าพื้นเมืองในปีนี้ จะมีรายการให้กำลังใจพี่น้องบางกลอยจากชนเผ่าพื้นเมืองทั่วโลก ทั้งจากชนเผ่าในประเทศฟิลิปปินส์ กัมพูชา อินเดียแดง (อเมริกา) และฮาวาย รวมถึงชาวเพชรบุรี ซึ่งแต่ละพื้นที่ได้อัดคลิปและนำมาถ่ายทอดสดผ่านออนไลน์

ผศ.ดร.สุวิชาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ได้ออกแถลงการณ์ย้ำให้เห็นว่าประเทศไทยมีชนเผ่าพื้นเมือง โดยในส่วนของชาวกะเหรี่ยงนั้นมีประวัติศาสตร์อันยาวนานโดยกำเนิดบนผืนดินของบรรพบุรุษ ร่วมกับการสร้างรัฐสยามและชาติไทย ที่ผ่านมาพวกเราใช้ชีวิตอยู่ในผืนดินของเรา ทำมาหากินโดยคำนึงถึงความสมดุลและยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ  โดยมีระบบการเกษตรธรรมชาติแบบไร่หมุนเวียนของพวกเราคือเส้นเลือดใหญ่แห่งวิถีชีวิต ช่วยผลิตความมั่นคงทางอาหาร และเราได้พิสูจน์ตัวเองให้ประจักษ์แก่สังคมมาอย่างยาวนานว่า พวกเราเป็นชนเผ่าหนึ่งที่มีวิถีอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน  การทำไร่หมุนเวียนตามวิถีดั้งเดิมเป็นสิทธิทางวัฒนธรรมของพวกเราชนเผ่าพื้นเมืองชาวกะเหรี่ยง

ผศ.ดร.สุวิชาน กล่าวว่า เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ได้ออกแถลงการณ์เนื่องในโอกาสครบครบรอบ 11 ปี มติ คณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 โดยเรียกร้องให้มีการส่งเสริม ปกป้อง คุ้มครองและสร้างความสันติสุขที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นแก่เผาพันธุ์และวิถีวัฒนธรรมของเราต่อผู้ที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้  

1. ขอให้พี่น้องชาวกะเหรี่ยงในประเทศไทยได้รวมพลังกันยืนหยัดในสิทธิอันชอบธรรมที่ได้ตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลและหลักสิทธิมนุษยชนที่ระบุตามรัฐธรรมนูญไทย ในการสืบทอด ต่อยอดคุณค่าวิถีวัฒนธรรมของบรรพชนให้ดำรงอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนขบวนชนเผ่ากะเหรี่ยงที่เป็นเอกภาพผ่านการสมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับบุคคลและองค์กรเครือข่าย

2. ขอให้รัฐบาลไทยมีกลไกที่เป็นรูปธรรมและทำหน้าที่ในการสนับสนุนการขับเคลื่อนประเด็น “เขตคุ้มครองวัฒนธรรมพิเศษ” รวมทั้งการศึกษาและทำความเข้าใจร่วมกันว่าการทำไร่หมุนเวียนตามวิถีดั้งเดิมเป็นสิทธิทางวัฒนธรรมของพวกเราชาวกะเหรี่ยงที่ต้องได้รับการเคารพ ปกป้องและฟื้นฟู ตามเจตนารมณ์ของ มติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 อย่างจริงจัง 

3. ขอให้รัฐบาลไทยปฏิบัติตามข้อเสนอของคณะกรรมการมรดกโลกในการคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองกะเหรี่ยงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอย่างเคร่งครัดและรับรองว่าชุมชนพื้นเมืองในเขตผืนป่าแก่งกระจานจะได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจตามหลักการสากลว่าด้วยการยินยอม (FPIC- Free, Prior and Informed Consent) ในทุกขั้นตอน 4. ขอสนับสนุน การผลักดัน พรบ. ส่งเสริมคุ้มครองวิถีชีวิตชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ให้ผ่านการเห็นชอบของรัฐสภาไทย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ได้ฉีดแล้วดีใจด้วย! บุคลากรทางการแพทย์จังหวัดเลย ลงทะเบียนรับวัคซีนไฟเซอร์คึกคัก #SootinClaimon.Com

Posted on August 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/593512

ได้ฉีดแล้วดีใจด้วย! บุคลากรทางการแพทย์จังหวัดเลย ลงทะเบียนรับวัคซีนไฟเซอร์คึกคัก

ได้ฉีดแล้วดีใจด้วย! บุคลากรทางการแพทย์จังหวัดเลย ลงทะเบียนรับวัคซีนไฟเซอร์คึกคัก

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.04 น.

8 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลเลย บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ จังหวัดเลย ได้ลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีนไฟเซอร์ จำนวนทั้งหมด 2,586 คน ซึ่งกระจายไปตามโรงพยาบาลประจำอำเภอ โดยที่โรงพยาบาลเลย ซึ่งเป็นจุดเดียวที่มีการฉีดวัคซีน ในวันนี้มีบุคลากรทั้งหมดที่เดินทางมาฉีด ทั้งโรงพยาบาลเอกชน ทั้งหมด 990 คน ซึ่งเป็นไปด้วยความคึกคัก หลังรัฐบาลจัดสรรวัคซีนมาให้ 

โดยจังหวัดเลย เป็นอีก 1 จังหวัด ที่อยู่ในเขตสุขภาพที่ 8 โดยมีจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู เลย สกลนคร และจังหวัดนครพนม โดยได้รับมาทั้งหมด 24,240 โดส ฉีดพร้อมกันวันนี้ทั้งหมด

จังหวัดเลย มีบุคลากรทั้งหมด 3,883 คน มีความประสงค์รับวัคซีน AstraZeneca ทั้งหมด 1,157 คน มีความประสงค์รับ วัคซีน pfizer เข็ม1 ทั้งหมด 337 คน มีความประสงค์รับ วัคซีน Pfizer เข็ม 2 จำนวน 169 คน และมีความประสงค์รับ วัคซีน Pfizer ทั้ง 2 เข็ม 2,220 คนมีความประสงค์ แต่ไม่ครบกำหนดฉีด 140 คน กลุ่มเป้าหมายที่เข้าเกณฑ์ 2,586 คน

ทั้งนี้ จากการฉีดวัคซีน แล้วเฝ้าสังเกตดูอาการ 30 นาที ยังไม่มีรายงานผู้ที่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คลิป-ภาพว่อนตอกหน้า ‘ทอน’ ไหนบอกม็อบ 2 มือเปล่า ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นอาวุธ #SootinClaimon.Com

Posted on August 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/593511

คลิป-ภาพว่อนตอกหน้า'ทอน'ไหนบอกม็อบ 2 มือเปล่า ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นอาวุธ

คลิป-ภาพว่อนตอกหน้า’ทอน’ไหนบอกม็อบ 2 มือเปล่า ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นอาวุธ

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 15.01 น.

เพจตำรวจไทย 4.0 ประมวลทั้งคลิป-ภาพอีกมุมหนึ่งระหว่างการชุมนุมของม็อบ 7 สิงหา ขณะก่อเหตุรุนแรงมีทั้งปาระเบิดเพลิง ยิงหนังสติ๊ก อุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งโพสต์ภาพเหตุการณ์เผารถผู้ต้องขัง พร้อมตั้งคำถามไหนบอกม็อบมา 2 มือเปล่า ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นอาวุธ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไร?

จากกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์เมื่อวานนี้ (7 สิงหา) โดยมีเนื้อหาสนับสนุนการชุมนุม โดยอ้างว่า ประชาชนไปด้วยสองมือเปล่า มีเพียงความคิดสร้างสรรค์เป็นอาวุธ แต่ตำรวจทหารกลับเตรียมใช้กำลังเข้าห้ำหั่น ใช้กฎหมายปราบปรามอย่างเกินเหตุ วันนี้จะไม่มีความรุนแรงหากเจ้าหน้าที่รัฐตระหนักว่าคนที่คุณประจันหน้าอยู่ไม่ใช่อริราชศัตรู แต่คือประชาชนเจ้าของประเทศ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ทอน’โผล่ปั่นหัวม็อบ 7 สิงหาอ้างชุมนุม 2 มือเปล่า ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นอาวุธ)

8 สิงหาคม 2564 เฟชบุ๊ก ตำรวจไทย 4.0 โพสต์ภาพและคลิปที่รวบรวมพฤติกรรมของผู้ชุมนุมบางส่วนขณะปะทะกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีทั้งการปาระเบิดเพลิง การยิงหนังสติ๊ก รวมถึงภาพอุปกรณ์บางส่วนระหว่างการชุมนุม พร้อมระบุว่า ความจริง #ม็อบ7สิงหา ความรุนแรง ทำลายทรัพย์สิน ม็อบมีแค่สองมือเปล่า 55555 มีเพียงความคิดสร้างสรรค์เป็นอาวุธ 55555 ส่วนใครที่เผา ปาระเบิดเพลิง ยิงหนังสติ๊ก #ไม่ใช่พวกเรา

นอกจากนี้ยังมีการโพสตฺภาพเหตุการณ์ขณะเผารถผู้ต้องขัง พร้อมระบุว่า เริ่มเผาแล้ว….รถควบคุมผู้ต้องหา ม็อบจราจล #ม็อบ7สิงหา ความวุ่นวาย ความรุนแรง ฮ่องกงโมเดล

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พยาบาลด่านหน้าขอระบาย วอนรับทราบปัญหา ‘ห้องฉุกเฉินไม่สามารถช่วยคนป่วยได้ 100%’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/593507

พยาบาลด่านหน้าขอระบาย วอนรับทราบปัญหา 'ห้องฉุกเฉินไม่สามารถช่วยคนป่วยได้ 100%'

พยาบาลด่านหน้าขอระบาย วอนรับทราบปัญหา ‘ห้องฉุกเฉินไม่สามารถช่วยคนป่วยได้ 100%’

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.51 น.

8 ส.ค.64 เฟซบุ๊ก “Nutty Nattaporn” ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบายสิ่งที่อัดอั้นในใจเกี่ยวกับการทำหน้า ซึ่งเธอทำหน้าที่เป็นพยาบาลห้องฉุกเฉิน 

โดยข้อความระบุว่า “Covid diary พยาบาลขอระบาย วันนี้ขอมาเล่าสู่ฟังในฐานะพยาบาลห้องฉุกเฉิน ในฐานะที่ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยโควิดและไม่ใช่โควิด ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ยอดคนไข้โควิดที่รอ Admit 20-30 กว่าเคสว่าเยอะแล้ว

ล่าสุดเดือน ส.ค.ยอดที่รอ Admit ปาเข้าไป 40 กว่าเคสแล้ว อีกหน่อยคงถึง 100 แน่ๆ เยอะกว่า ward ผู้ป่วยในแต่ล่ะแผนกด้วยซ้ำคำนิยามของ ER ( Emergency Room ) คือ ดูแลคนไข้ให้พ้นภาวะวิกฤติ ภาวะคุกคามถึงชีวิตแล้วส่งต่อให้แผนกเฉพาะทางดูต่อ แต่ไม่ใช่ที่นี่ เพราะที่นี่ให้ ER รับผิดชอบคนไข้โควิดที่รอ Admit ทั้งที่ควรจะเป็นหน้าที่ของ Ward Covid 

Ward covid ของ รพ มีรับยอดชัดเจน 10-20 เคสก็แล้วแต่ ward นั้นๆ ยอดเต็มคือเต็ม ถ้าเตียงว่าง อาจจะมีรับย้ายหรือรับใหม่ แต่ ER ไม่มีคำว่าเต็ม ยกตัวอย่าง เช่น มีเคส walk-in เข้ามา ด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดท้อง ปวด…บลาๆๆ เดินมา รู้ตัวรู้เรื่องดี คำแนะนำแรกที่ผู้รับบริการจะได้คือ รอนานนะ รอหลายชั่วโมงนะ บอกไม่ได้นานแต่ไหน ขณะคุยๆอยู่นั้น อ้าว มีเข็นรถนอนเข้ามา คนไข้เหนื่อยมาก ซึม เรียกไม่ตอบสนอง ออกซิเจนต่ำมากๆ หมอและพยาบาลต้องรีบให้การช่วยเหลือ ซึ่งตอนนี้จะใส่ท่อช่วยหายใจก็ทำไม่ได้ เครื่องช่วยหายใจไม่พอ ห้องแรงดันลบไม่ว่างมีเคสโควิดรอ Admit นอนค้างอยู่ แล้วจะทำอย่างไรดี

มาถึงจุดๆนี้ ญาติต้องทำใจเพราะมันเกินศักยภาพมากๆ พอญาติเข้าใจจุดนี้หมอจะทำการรักษาแบบประคับประคอง ให้ออกซิเจน ให้ยาให้สงบ และทรมานน้อยที่สุด ทุกๆวันเหตุการณ์จะวนไปแบบนี้จนหมดวัน พอให้การพยาบาลคนไข้วิกฤตเสร็จก็ต้องกลับมาดูคนไข้ที่ไม่ฉุกเฉินต่อ 

อ้าว นี่คนไข้รอหมอตรวจหรือรอพยาบาลมาหลายชั่วโมงแล้วนี่ บางคนนานเกิน 3-4 ชม. บางคนรอได้เพราะเข้าใจ บางคนรอไม่ได้เพราะไม่เข้าใจก็มี บางคนรอจนดีขึ้นเองกลับบ้าน หรือแม้กระทั่งรอจนอาการแย่ จนถึงขั้นไม่ไหวก็เกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งมันเป็นเหตุการณ์ที่เศร้ามากๆ ในชีวิตการเป็นพยาบาล ในแต่ล่ะเวรจะมีพยาบาลขึ้นเวร 6-9 คน พอถึงเวลาที่ต้องให้การพยาบาลผู้ป่วยโควิด ไม่ว่าจะเป็นวัดไข้ วัดความดัน ฉีดยา ป้อนข้าว ป้อนยา เปลี่ยนแพมเพิร์ส จะต้องมีพยาบาลไปดูคนไข้โควิด 3-6 คน/คนไข้ 30-40 กว่าคน ใช้เวลาดูนานแค่ไหน => รอบล่ะ ประมาณ 2-3 ชม/ครั้ง ในชุด PPE ที่ร้อนมากๆ แต่ก็ต้องอดทน เพราะไม่ทำก็ไม่ได้

อ้าว แล้วถ้าพยาบาลไปดูคนไข้โควิดเกือบหมด คนไข้ที่ไม่ใช่โควิดใครจะดูแล ก็คงเป็นพยาบาล อีก 3 คน ที่เหลือ ซึ่ง 3 คนนี้มีหน้าที่ต่างกัน คร่าวๆ ดังนี้ 

1.พยาบาลหัวหน้าเวร ที่ทำหน้าที่ติดต่อประสานงาน รับเคสเข้า ส่งเคสออก รับเวร ส่งเวร รายงานข้อมูลต่างๆของคนไข้แก่หมอ

2.พยาบาลคัดกรอง ที่ทำหน้าที่แยกประเภทความเร่งด่วน เช่น คนไข้ด่วนมากต้องช่วยเหลือทันทีไม่เช่นนั้นอาจเสียชีวิต , คนไข้ด่วนที่รอได้แค่ 10 นาทีไม่เช่นนั้นอาจเสียชีวิต , คนไข้รอได้ 1 ชม.และรอได้ไม่จำกัดเวลา

และเมื่อคัดกรองเสร็จก็ทำหน้าที่รายงานหมอให้รีบดูคนที่ด่วนที่สุดก่อน

3.พยาบาลรับคำสั่งหมอ เช่น เจาะเลือด ฉีดยา ให้น้ำเกลือ ใส่สายให้อาหาร ใส่สายสวนปัสสาวะ ทำแผล เย็บแผล ส่งคนไข้ไปเอ็กซเรย์ บลาๆๆๆ คนไข้ 1 คนต้องมีหัตถการหลายอย่าง กว่าจะเสร็จคนไข้ 1 คนปาไป เกือบ ชม. คนไข้คนอื่นๆก็รอต่อไปตามความเร่งด่วน ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ควรเป็นแบบนั้นเพราะ ที่นี่คือแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ไม่ใช่หอผู้ป่วยเฉพาะทางโควิด พยาบาลที่ขึ้นเวร 6-9 คน ควรได้มาช่วยเหลือคนไข้ที่ Emergency จริงๆ เพื่อช่วยให้คนไข้มีชีวิตรอดมากขึ้น และกลับไปใช้ชีวิตในครอบครัวได้ปกติมากที่สุด

วอนผู้ที่เกี่ยวข้อง รับทราบปัญหา และเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ทีค่ะ ตอนนี้ห้องฉุกเฉินไม่สามารถช่วยชีวิตคนไข้ฉุกเฉินได้เท่าที่ควรทำได้ 100% แล้ว เพราะยอดรอ Admit โควิดมันเยอะกว่า ward อื่นๆ มากๆ

-ภาระงานเยอะขึ้น

-แลคนไข้ไม่ตรงบริบทห้องฉุกเฉิน

-คนไข้แย่ลง เพราะรอนาน ดูแลไม่ทั่วถึง

ทำให้เกิดการสูญเสียขึ้นในครอบครัวนั้นๆ ซึ่งคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแน่นอน #saveERtaksin” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สลดใจแม่ติดโควิดดับ! ทิ้งลูกสาวพิการทางสมองสายตา อยู่เพียงลำพัง #SootinClaimon.Com

Posted on August 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/593504

สลดใจแม่ติดโควิดดับ! ทิ้งลูกสาวพิการทางสมองสายตา อยู่เพียงลำพัง

สลดใจแม่ติดโควิดดับ! ทิ้งลูกสาวพิการทางสมองสายตา อยู่เพียงลำพัง

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.42 น.

8 สิงหาคม 2564 เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบภายในชุมชน เรวดีซอย3 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งจากนางพรพรรณ ภานิชสรรพ์ อายุ 64 ปี เพื่อนบ้านว่านางอี๊ด อายุ 67 ปี ได้เสียชีวิตจากโรคโควิด 19 เมื่อคืนที่ผ่านมาที่รพ.พระนั่งเกล้า เหลือลูกสาว อายุ 41 ปี ที่พิการทางสมองและสายตา ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และคาดว่าน่าจะติดเชื้อโควิด อยู่ที่ห้องพักเพียงลำพัง อยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะตั้งแต่เมื่อคืนที่แม่เขาเสียจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครกล้าเอาข้าวเข้าไปให้กิน ทำได้แค่เพียงนำน้ำเปล่าไปวางไว้ที่หน้าห้องให้เท่านั้น

นางพรพรรณ เล่าว่า บ้านตนกับบ้านของผู้ตายอยู่ติดกัน โดยผู้ตายจะพักอาศัยอยู่กับลูกสาวที่พิการมาตั้งแต่เกิดเพียง 2 คน กระทั่งเมื่อวานนี้ช่วงเย็นผู้ตายได้ออกมาจากห้องและบอกว่าเหนื่อยหายใจไม่ออก ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ชุมชนได้มีเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข เข้ามาตรวจหาเชื้อโควิดให้กับคนในชุมชนก็พบว่าผู้ตายติดเชื้อ ตนจึงโทรศัพท์บอกญาติของผู้ตายให้เข้ามาพาตัวส่งไปรักษาตัวที่ รพ.พระนั่งเกล้า

กระทั่งเวลา 23.00 น.ทางญาติได้โทรศัพท์มาบอกว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้ว พร้อมกำชับว่า หมอห้ามเข้าไปในห้องของผู้ตายที่มีลูกสาวพักอยู่เพียงลำพังเพราะเชื้อกำลังแพร่กระจาย อาจติดเชื้อโควิดได้ ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะลูกสาวของผู้ตายก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เอาข้าวไปวางไว้ให้น้องก็กินเองไม่ได้จึงทำได้แค่เอาน้ำเปล่าไปเติมใส่กระติกไว้ให้ที่หน้าห้องเท่านั้น จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือน้องอย่างเร่งด่วน

ด้านนางรัชนี เหมือนนึก อายุ 42 ปี เพื่อนบ้านที่คอยดูแล กล่าวทั้งน้ำตาว่า อยากขอร้องให้เจ้าหน้าที่เข้ามาให้การช่วยเหลือให้ไว้ที่สุด เพราะน้องเขายังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เมือคืนนี้ ปกติตนจะคอยเอาข้าวเอาน้ำเข้าไปป้อนเวลาช่วงที่แม่เขาไม่อยู่ แต่ตอนนี้ไม่สามารถเข้าไปได้เพราะหมอได้สั่งห้ามเอาไว้เพราะตอนนี้เชื้อกำลังแพร่กระจาย ตนไม่รู้จะทำอย่างไรสงสารน้องเขามาก อยากขอวอนทุกหน่วยงานเข้ามาดูแลอย่างเร่งด่วน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,311,613 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่ง จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d