แม่โย ทัศน์วรรณ วัย 75 ยังขับรถเอง ทำงานเอง! เปิดสูตรแก่ยังไงให้ใจไม่แก่ตาม

31 สิงหาคม 2569 เวลา 10:15 น.

ในวัย 75 สำหรับหลายคนอาจหมายถึงการพัก แต่สำหรับ “แม่โย ทัศน์วรรณ” ยังเป็นวัยที่เต็มไปด้วยพลัง ทั้งทำงาน ขับรถ และดูแลตัวเอง เปิดใจในรายการ How are you feeling? มองความแก่ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่คือสิทธิพิเศษของคนที่ได้ใช้ชีวิตมายาวนาน จากชีวิตที่สร้างทุกอย่างด้วยตัวเองเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว และเส้นทางในวงการบันเทิงหลายสิบปี ยึดหลักไม่ปล่อยให้ความทุกข์มีอำนาจเหนือชีวิต สังขารแก่ได้แต่ใจไม่จำเป็นต้องแก่ตาม ใช้ทุกวันให้มีคุณค่าที่สุด

เจาะลึกมุมมองการตื่นมาในวัย 75 ปีแล้วยังมีพลังใช้ชีวิต ?

แม่โย ทัศน์วรรณ : ถ้าตอนยุคสาว ๆ เรียกว่า อึด ถึก ซึ่งเหมาะกับอาชีพที่แม่ทำเป็นนักแสดงต้องอดทน ต้องแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา แม่อยู่ในวงการจะมีชื่อเสียงว่า ขี้เหนียว ไม่ค่อยใช้เงิน ไม่มีใครได้เงินของเขาง่าย ๆ แต่แม่มีเหตุผลที่ต้องขี้เหนียว เราไม่ได้เกิดมาร่ำรวย ไม่ได้เกิดมามีมรดกที่รองรับอยู่ ทุกอย่างหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของหยาดเหงื่อแรงงานและน้ำตา หามาด้วยทุกอย่าง ทุกบาทมีค่าหมด หามาได้ต้องเก็บใช้ให้คุ้มที่สุด แต่สิ่งเดียวที่แม่ไม่ขี้เหนียวคือ อาหารการกิน เพราะถือว่าใช้ร่างกายในการทำงาน ทำทุกอย่างเพื่อให้มีเงินทองมาเลี้ยงดูครอบครัวด้วยความเหนื่อยยาก ถ้าเผื่อร่างกายเราไม่ดูแลก็จะทรุดเร็ว เขาก็จะอยู่กับเราแบบไม่มีคุณภาพซึ่งยอมไม่ได้และที่สำคัญก็คือความคิด แม่จะไม่แบบว่าแย่แล้วทำไมต้องเป็นฉัน

โดนเรียกว่า “ลูกเป็ดขี้เหร่” สู่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวรุ่นแรก รับมือความเครียดยังไง ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: แม่ไม่เครียด เพราะคนเราต้องเจอทุกรูปแบบเป็นประสบการณ์ชีวิตแม่ถือว่า ความเครียดเป็นยาพิษสำหรับร่างกาย แม่รักร่างกาย ความเครียดเป็นยาพิษ ความเครียดนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ แล้วจะต้องสูญเสียอีกเยอะ ถ้าไปให้ความสำคัญกับความเครียดนั้น เราต้องบอก “ทำอะไรฉันไม่ได้”

แม่โยมี Space ของตัวเอง ทำงานศิลปะ วาดรูป ถักผ้าห่ม

แม่โย ทัศน์วรรณ: ทั้งอ่านหนังสือการฝีมือหรือการประดิษฐ์เป็นภาษาญี่ปุ่น ภาษาอะไรก็ได้ไม่ต้องเป็นภาษาไทย ดูรูปดู Pattern ทำได้แล้วมีสมาธิแล้วมีความสุขมากค่ะ

ทำงานอยู่คนเดียวไม่กลัวเสียโอกาสในวงการ ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไม่กลัว โอกาสไหนเสียไป เดี๋ยวมีโอกาสใหม่มา เป็นคนปล่อยวางแทบจะทุกเรื่อง ไม่เคยเข้าวัดไปฟังธรรม ฟังเทศน์ แต่แม่คิดว่าสิ่งไหนที่คิดแล้วทำให้จิตใจขุ่นมัว หมองมัว แม่ไม่อยากเป็นคนจิตใจมัวหมอง อยากเป็นคนคิดแล้วสบาย เบา ๆ ยิ้มให้กันดีกว่าจะมาแค่หางตาตวัดนิดหนึ่งก็บรรยากาศไม่ดีแล้ว ยิ้มกัน จริงใจต่อกัน ช่วยเหลือกันเท่าที่ช่วยเหลือได้ แม่อาจจะเป็นคนที่เรียกว่า จิ้งจกที่เปลี่ยนสีได้ ไหลไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้ไหลหลงระเริงอยู่ในกรอบของความถูกต้อง แต่เป็นคนคิด ไม่ค่อยถือสา แล้วก็ไม่ชอบอะไรที่หนัก ๆ ที่ทำให้เครียด แล้วถ้าปัญหาอะไรที่คิดสะระตะ หมดหนทางแก้ไขทิ้งไป เสียเวลามานั่งอยู่ เสียเวลาทำมาหากิน เอาเวลาไปทำมาหากินอย่างอื่นดีกว่าให้มีผลงอกเงยมาค่ะ

กลัวแก่ไหมและรับมือกับความเสื่อมของร่างกายอย่างไรเมื่อหนีธรรมชาติไม่พ้น ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไม่กลัว เกิด แก่ เจ็บ ตาย หนีไม่พ้น ถ้าไปกลัวหนีพ้นไหม ก็หนีไม่พ้น มีทางเดียวคือ ในเมื่อหนีไม่พ้นก็ต้องทำให้มีคุณค่าที่สุด ตรงไหนทำให้ตัวเราดูดี ทำให้แข็งแรง แต่ธรรมชาติเป็นอย่างนั้น ไปฝืนธรรมชาติไม่ได้ ฝืนได้ก็คือ ทำศัลยกรรม แค่ดูดีขึ้น ชุ่มชื่นหัวใจ สวยขึ้น แต่รู้แก่ใจว่าไปทำศัลยกรรมมาเพื่อให้สวย เวลาคนเรามีความสุขออกมาทางผิวพรรณ หน้าตา ดูสวย เพราะว่าใจสุขมาจากข้างใน แต่ข้างนอกทำให้สวยยังไงแต่ข้างในคิดลบตลอดเวลาหรือว่าตำหนิคน ตำหนิทุกอย่างในโลกนี้ไปหมด ออกมาไม่สวยรวมถึงผิวพรรณออกมาไม่เหมือนกันค่ะ

 มายาคติเรื่องคนแก่กับการเป็นผู้ทรงอิทธิพลรุ่นใหญ่ที่ร่วมสมัย ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ด้วยพื้นฐานอาจจะเป็นคนรักเด็ก มีความสุขกับการอยู่กับเด็ก เวลาคุยกับเด็กไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็คุยกับเขาได้แล้วก็ไปกับเขาได้ ไม่ได้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่พอเดินเข้าไปแล้วเด็กจะต้องเงียบ ไม่ใช่ บางทีอาโยตลกกว่าเขาอีก เด็ก ๆ ก็จะชอบมาถามมาคุย ไม่ใช่ว่าอาโยจะไม่เคยคิดว่า “อุ๊ย เราแก่แล้ว อย่าทำอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องนั่งอยู่เฉย ๆ ให้ลูกหลานทำให้” ไม่ใช่ โยเป็นคนที่ตลอดชีวิต ทำอะไรเองด้วยตัวเองทุกอย่าง ทุกวันนี้ยังขับรถเองอยู่

 ภาพคนแก่เหงา ๆ ที่บ้าน ไม่จริงอีกต่อไป ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไม่จริงค่ะ คือคนเราที่ชอบบ่นว่าเหงา เหงาทำไม เวลาที่มีให้ทำอะไรตั้งเยอะตั้งแยะ อย่างที่บอกว่าแม่เย็บปักถักร้อย, นั่งวาดรูป, ถักผ้าปูที่นอน, มีอะไรทำ ดูโทรทัศน์ไปก็ถักไปก็เป็นชิ้นงานขึ้นมา เป็นของใช้ที่ได้ใช้ ถ้าเผื่อเอาแต่นั่งซึมอยู่เฉย ๆ ดูโทรทัศน์ รอลูกกลับบ้าน รอหลานกลับบ้าน นั่นคือสภาพคนแก่ที่ไม่ควรเป็น

ไม่ยอมเกษียณทำไมถึงยังมีงานต่อเนื่องและไม่เคยกลัวไม่มีงาน ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: รับจนกว่าจะไม่ไหวหรือจนกว่าสังขารจะไม่เอื้ออำนวยแล้วและไม่เคยกลัวการไม่มีงาน เพราะมีงานมาตลอดไม่ใช่ว่าเก่ง เราก็ต้องทำตัวให้คนอยากร่วมงานด้วย งานเราต้องรับผิดชอบในงานที่ได้รับมา ที่เขามาจ้าง ทุกตัวละครที่ต้องไปเป็นจะต้องรับผิดชอบตัวละครตัวนั้น เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุดให้งานละครของเขาที่มาจ้างเราเป็นผลงานที่ดีออกไป ยังไม่เคยไปกองถ่ายสาย ไม่เคยสร้างปัญหาให้กองถ่ายด้วย วินัยในการทำงานของโยเป๊ะ เพราะว่าทุกคนต้องไม่มาเกิดปัญหาเพราะอาโยแล้วงานก็จะเดินไปด้วยดี คนก็อยากร่วมงาน ไม่ใช่ใครบอกว่า “อุ๊ย อย่าไปเอาคนนี้มาเล่น เรื่องมาก ปัญหาเยอะ ช้าก็ช้า มาก็สาย” ไม่แน่นอนค่ะ

วิธีเติมไฟให้ตัวเองและการมองความทุกข์ให้เป็นเพียงก้อนทราย ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไม่ให้ความสำคัญกับคำว่า “แก่” คำที่ว่า แย่ ไม่ดี หยาบคายบางทีแม่โยอาจจะพูดตลกไปว่า “อย่าพูดคำหยาบสิ” บรรยากาศก็เปลี่ยนไป ถ้าเผื่อเขาเรียกแก่ “อุ๊ย! ว่านี่แก่ จะบ้าเหรอ?” ก็อีกบรรยากาศหนึ่ง มุมมองด้วย ถ้ามองเสมือนความทุกข์ก้อนหนึ่ง เราเห็นเป็นก้อนทรายหรือเป็นก้อนหิน ถ้าเห็นเป็นก้อนทรายก็นิดเดียวเดี๋ยวก็ผ่านไป แต่ถ้าเห็นเป็นก้อนหินใหญ่จะต้องดันอีกนานมากจนกว่าจะไป

มองเรื่องความแก่อย่างไร ในวันที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องน่ากังวล แต่สำหรับเราคือ Privilege ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อยู่ถึง 70 ได้มีโอกาสพิเศษแล้ว ฟ้าประทานมา ไม่ใช่ง่ายนะถึง 70 ปี  ประสบการณ์ฉันเยอะมาก คุณมีความรู้มากเท่าฉันไหมล่ะ ฉันมีโอกาสเกิดก่อนแล้วก็อยู่มาได้เห็นอะไรเยอะแยะไปหมด สัจธรรมโลกก็คือ “ความเปลี่ยนแปลง” ความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่แน่นอน ฉะนั้นจะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของโลกเรา ยุคสมัยเปลี่ยนไป ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก ยิ่งปัจจุบันเร็วมากจนแทบจะตามไม่ทัน แต่ถ้ามัวแต่ตื่นตระหนกก็ยิ่งตามไม่ทัน ต้องตามด้วยความสุขและต้องศึกษาให้เข้าใจ

คนแก่มีความฝันไหม และการวางรากฐานการเงินเพื่ออิสรภาพในชีวิต ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ความฝันของคนแก่ไม่เหมือนเด็กหนุ่ม-สาว เด็กหนุ่ม-สาวฝันถึงอนาคต ฝันถึงว่าต่อไปครอบครัวจะเป็นยังไง ฝันถึงคู่ครอง ฝันถึงบ้านเรือนที่ตัวเองจะต้องอยู่ ต้องมี แต่คนแก่มีครบแล้ว ถึงตอนนี้ไม่มีเขาก็เคยมี รู้รสชาติ รู้สัมผัสทุกอย่างอยู่ที่ว่าแต่ละคนจะทำตัวให้ในปัจจุบันมีชีวิตยังไงอยู่ที่การดำเนินชีวิตของคุณตั้งแต่แรก ถ้าคุณเป็นคนฟุ่มเฟือยทำอะไรไม่ยั้งคิด ทำอะไรไม่รอบคอบก็ไม่มีวันที่จะรวยได้ ไม่มีวันที่จะมีครอบครัวที่มั่นคงได้เท่าคนที่รอบคอบและวางรากฐานชีวิตดี

วางรากฐานชีวิตแล้ววางแผนการเงินให้กับตัวเอง ณ วันนี้ ใช้ชีวิตได้สบาย ๆ

แม่โย ทัศน์วรรณ: สบายค่ะ ตั้งแต่โตมาแล้วเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ครอบครัวแม่เช่าบ้านตลอด เช่า-ย้ายบ้านบ่อยมากถึงแม้จะเป็นเด็ก ทำไมแม่คิดเรื่องเงินก็ไม่รู้ “ไม่มีบ้านตัวเองสักที ไม่ได้ชีวิตนี้ฉันต้องมีบ้านตัวเองให้ได้ ถ้าทำได้ฉันต้องเอาบ้าน มีที่ซุกหัวนอนก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันใหม่” พอเข้าวงการมาก็ยังอยู่บ้านเช่า คิดว่าไม่ได้ เงินที่จ้างก้อนแรกต้องไปดาวน์บ้านก่อน 10,000 บาทเมื่อ 50-60 กว่าปี สมัยนั้นเยอะมาก ๆ ไปอยู่กองถ่ายเป็นเด็กก็กินข้าวกองถ่าย ขนม ข้าวต้ม ดาราพี่ ๆ ก็ซื้อมา “หนูกินด้วย” ไม่ใช้เงิน พอดาวน์บ้านเสร็จก็ผ่อนบ้านปีเดียวหมด ได้เงินมา 100 บาทก็เก็บทั้ง 100 บาท ปีเดียวผ่อนบ้านหมด มีบ้านแล้ว รถค่อยตามมา ค่อยมาผ่อนทีหลัง สิ่งที่จำเป็น ช่วงแรกก็ยังขอติดรถไปกับคนนู้นคนนี้

ตลอดชีวิตไม่เคยแตะหุ้นหรือลงทุน เปิดสูตรการเก็บเงินฉบับคุณแม่ บริหารเงินอย่างไรให้มั่นคงถึงวันนี้ ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: เล่นไม่เป็น คือไม่ค่อยใช้เงิน ไม่มีเงินก็ไม่ใช้ ไม่ใช้สินค้า Brand name ภูมิใจในการซื้อของถูกมาหิ้วแล้วคนบอกว่า “สวยจังเลย” บอก “ถูกมากเลยนะ” ไม่รู้สึกว่าด้อยกว่าคนอื่น แม่ไม่ยึดอันนั้น สินค้าแบรนด์เนมแม่รู้สึกว่าแพงเกินเหตุผล แพงเกินไปสำหรับแม่ ซื้อกระเป๋าใบละเป็นแสนเอามาทำอะไร มั่นคงมากถึงจะตายไปก็ไม่เดือดร้อน ไม่ต้องห่วง ทำไปหมดแล้ว ถ้าเผื่อเป็นอะไรไปมีลูกคนเดียวก็สบาย

ลูกไม่รู้สึกว่าต้องเป็นภาระ เขาก็ไปตามฝันเขาได้เลย ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ไปได้เลย แต่เขาก็เป็นลูกที่น่ารักนะคะ เวลาเราเจ็บไข้ได้ป่วยก็รักษาดูแล แต่เขาก็รู้ว่าเวลาใครมาสัมภาษณ์ที่เกี่ยวกับว่าเป็นลูกดูแลแม่ไหม เขาก็ดูแลตามนั้น แต่แม่ไม่เคยไปขอเงิน เพราะเขามีรายได้ของเขาอยู่

จัดการความทุกข์อย่างไรในวันที่ผิดหวังใช้หลักสติและการเปลี่ยนอิริยาบถ ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อย่างที่แม่บอกว่า ไม่ให้มีอำนาจเหนือเรา ความเครียดรู้อยู่ว่าทำให้เป็นพิษกับร่างกาย ถ้าความทุกข์ที่เจอ จัดการไม่ได้ เคลียร์ไม่ได้ มัวแต่ไปจมอยู่กับความทุกข์ไม่ดีแล้ว ต้องรีบใช้สติตั้งรับ คิดให้ดีว่าเหตุการณ์ที่ทุกข์อยู่เกิดจากอะไร วิเคราะห์หาเหตุผลและจะแก้ไขยังไง ซึ่งถ้าแก้ไขไม่ได้ แม่จะทิ้งไปแล้วไปหาทางอื่นทำ ไม่ให้ความสำคัญ อย่าไปมัวเข้าข้างตัวเอง ต้องคิดเผื่อความผิดหวังไว้บ้าง แค่คิดปลอบใจตัวเองว่า คนเราก็เป็นอย่างนี้ มีสุข มีทุกข์ ถ้าคิดแค่คำว่า “ทำไมต้องเป็นฉัน” จะทุกข์หนักขึ้นไปอีก คิดวิเคราะห์หาทางออกดีกว่าที่จะมานั่งถามว่า ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมฉันต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้ ทำไมทำกับฉันอย่างนี้” ก็จะไม่จบสิ้น

วันที่แม่ร้องไห้ หยุดร้องไห้ได้ยังไง ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: แม่ร้อง ๆ อยู่ แล้วมองดูเวลาว่า ถึงเวลานอนแล้ว ไม่ได้ต้องนอน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ไม่ใช่เวลามาร้องไห้ การไม่ฟังความรู้สึกแย่ ๆ บ้างทำให้ไม่จม เปลี่ยนอิริยาบถคือการให้กายนำใจ เพราะว่าใจยากที่จะบังคับ Out ร่างกายแล้วเลื่อนเวลาไป พอมีแรงค่อยมาดูว่าใจรู้สึกอะไร

การรับมือกับเรื่องไม่เป็นธรรม การโดนนินทา และความผิดหวังในความรัก ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: เจอบ่อยค่ะ อย่างโดนนินทา ถ้ามีคนมาเล่าก็จะฟังแล้วก็อาจจะมีความรู้สึกเสียใจนิด ๆ แต่ไม่ไปให้ความสำคัญมาก เพราะว่าไม่ได้ยินกับหูตัวเอง ฟังเขามาเล่า จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ อะไรที่เก็บไว้เป็นขยะแม่ไม่เอา กวาดออกไปหมด เก็บไว้ไม่มีประโยชน์ก็เป็นพิษกับร่างกาย ในวันที่ผิดหวังกับความรักก็คิดว่าเราไม่ดีเอง ไม่ดูตาม้าตาเรือ ถามว่ายังรักมากอยู่ ไม่มีเขาได้ไหม เลิกได้ไหมได้ ต้องปล่อย แล้วก็คิดว่าถ้ายังมีเขาอยู่ความทุกข์กี่เปอร์เซ็นต์ ความสุขกี่เปอร์เซ็นต์ สมมติว่าความทุกข์มากกว่าขาดทุนแล้ว ในขณะที่นั่งร้องไห้ฟูมฟาย เขาทำอะไรอยู่ล่ะก็อาจจะมีความสุขอยู่ก็ได้ ขาดทุนอีกแล้วค่ะ

วันที่รู้ว่ามีลูก การรับมือกับกระแสสังคมและพลังซัพพอร์ตจากแก๊งเพื่อนสนิท ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ตอนนั้นไม่รู้ตัวว่าท้อง พอรู้ก็รู้สึกดีใจมากที่จะมีลูก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าจะมีปัญหาตามมาแน่นอน แต่ตอนนั้นกลัวไม่ได้ ตั้งรับ พร้อมรับทุกอย่างอยู่ที่เรา อะไรจะแรงขึ้นหรือเบาลงอยู่ที่เรา วันนั้นพอข่าวออกไป ณ ตอนนั้นไม่ได้มาร้องไห้ ก็เฉย ทำงานถ่ายหนังไปเรื่อย ๆ ตอนนั้นกระแสที่เข้ามาชนคือเป็นนางเอกท้องก่อนแต่ง ผู้ชายเขามีคนอื่นอยู่แล้ว ซึ่งรู้ว่าจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่ก็พร้อมที่จะรับมือ ถ้าเป็นปัญหาสำหรับคุณไม่ต้องก็ได้ ฉันดูแลลูกของฉันได้ มีความสุขไม่มีความกลัว และแก๊งเพื่อนสำคัญให้กำลังใจบ้าง ด่าบ้าง แล้วแต่บุคลิกของแต่ละคน เช่น คุณอรสาก็จะว่า “เธอนี่นะ” ส่วน คุณดวงใจ จะปลอบเขาจะละมุน คุณมยุรฉัตรเขาเป็นพี่สาวคนโตก็ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจ คุณจิ๋มก็เป็นคนพาไปฝากท้องกับคุณหมอและช่วยพาหลบนักข่าวด้วยค่ะ

เป้าหมายเล็ก ๆ ในแต่ละวันและมิตรภาพที่ยาวนาน ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: บางทีก็คิดว่าพรุ่งนี้จะไปกินอะไรอร่อย ๆ ที่ไหนดี แล้วก็ชวนเพื่อน ชวนลูกไปกิน การได้กินของที่อยากกิน ได้ซื้อของที่อยากซื้อ ได้ไปไหนโดยไม่เดือดร้อนใคร ซึ่งทำได้หมดแล้ว เป็นหนึ่งในความสุขของเราที่มีเพื่อนรู้ใจช่วยเหลือจุนเจือ มีน้ำใจให้กันตลอดและยังล้อเล่นกันเหมือนเดิม เรารู้ว่าบุคลิกแต่ละคนไม่เหมือนกัน คำพูดนี้พูดกับคนนี้ได้ พูดกับคนนี้ไม่ได้

ในวัยนี้เวลาเจอกันพูดคุยเรื่องอะไร ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อยู่ที่ขณะนั้นสุขภาพเป็นยังไง ถ้าโรคเยอะก็คุยเรื่องหมอ แต่ถ้าสุขภาพดี มีความสุขสบายดีก็ชวนกันไปกินของอร่อยหรือนัดเจอกันเป็นกลุ่ม แต่พออายุเยอะมาก ๆ การเจอก็ห่างออกไปอยากอยู่บ้าน อยากดูซีรีส์ หรือทำงานประดิษฐ์เล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่กับบ้านที่หามาได้ด้วยตัวเอง มีความสุขอยู่ในบ้าน ดูแลบ้านค่ะ

สุขภาพใจนำสุขภาพกาย ความผูกพันทางสังคมเล็ก ๆ คือกุญแจสำคัญของการมีอายุยืน ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: ข้างในยังเป็นคนเดิม เพราะยังแข็งแรง สุขภาพดี รักษาความรู้สึกข้างในไว้ว่าฉันยังแข็งแรง พยายามทำจิตใจให้ผ่องใส เบิกบาน และเบาสบายอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สังขารไม่ห่างไกลออกไป ถ้าใจเรามีความสุข ความสุขเป็นยาวิเศษทำให้ร่างกายข้างในมีพลัง ความสุขทำให้ระบบทุกอย่างในร่างกายสบายและกระฉับกระเฉงเหมือนเครื่องจักรที่มีพลังค่ะ

“อย่าใจร้ายกับตัวเอง” ถึงคนทุกวัยที่กลัวความแก่ ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อยากจะบอกทุกคนว่า “อย่าใจร้ายกับตัวเองมากนักเลย” ความแก่มาพร้อมกับเราตั้งแต่ลืมตาดูโลก จะไปวิ่งหนีหรือรังเกียจเขาทำไม ในเมื่อตอนนี้แก่แล้วก็ยอมรับว่าสังขารเราแก่ แต่จิตใจไม่ได้แก่ตาม สามารถทำอะไรได้อีกตั้งเยอะ สามารถช่วยเหลือคนได้ เป็นผู้ให้ได้อีกมากมาย เราไม่ได้หยุดอยู่ที่คำว่าแก่และไม่ใช่แก่กะโหลกกะลา แต่แก่อย่างมีคุณค่า การเป็นผู้ให้โดยไม่เดือดร้อนและไม่คาดหวังจะทำให้คุณมีความสุขมาก เราเกิดมาในยุคที่ไม่มีระบบออนไลน์ พอต้องมาเรียนรู้ใหม่ยากกว่าเด็ก ๆ ที่เกิดมาในยุคที่มีพร้อมทุกอย่าง เดี๋ยวนี้ก็ต้องยอมรับว่าต้องถามลูกหลานค่ะ

เมื่อความต่างของวัยกลายเป็นกำแพง ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงรู้สึกคุยกับผู้ใหญ่ไม่รู้เรื่อง และจะเชื่อมช่องว่างนี้อย่างไร ?

แม่โย ทัศน์วรรณ: อยากจะบอกเด็ก ๆ ว่า ลองเปลี่ยนความคิดใหม่ บางครั้งเรื่องที่สงสัยหรือคิดไม่ออก แค่เดินเข้าไปถามผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ หนูอาจจะได้คำตอบทันทีจากประสบการณ์ชีวิตของท่าน คำตอบนั้นอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็ไม่เป็นไร แต่สามารถนำไปคิดและ Adapt ให้เข้ากับยุคใหม่ได้ค่ะ

ใหม่ ดาวิกา สาดความแซ่บ สลัดผ้าคว้าบิกินีลายเสือ อวดเอวเอสทำโซเชียลไฟลุก

30 สิงหาคม 2569 เวลา 21:28 น.

ทำเอาอินสตาแกรมแทบลุกเป็นไฟ เมื่อนางเอกสาว “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” ขอเปลี่ยนโหมดจากลุคหวานๆ มาเสิร์ฟความแซ่บแบบเต็มพิกัด หลังเดินทางไปพักผ่อนสุดหรูที่รีสอร์ต Amanoi ประเทศเวียดนาม พร้อมปล่อยภาพเซตใหม่ในชุดบิกินี่ทูพีซลายเสือดาว เผยให้เห็นหุ่นสวยและเอวคอดแบบจัดเต็ม ท่ามกลางบรรยากาศริมชายหาดสุดชิล

งานนี้เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ได้ไม่น้อย เพราะเจ้าตัวมาในลุคแม่เสือสาวที่ทั้งสวยและโดดเด่น สาดออร่าท่ามกลางสายลมและแสงแดด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นริมทะเลที่ทำเอาหลายคนต้องหยุดเลื่อนหน้าจอ

ขณะที่เพื่อนๆ ในวงการบันเทิงและแฟนคลับต่างพร้อมใจกันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมความสวยแซ่บกันอย่างต่อเนื่อง หลายคนต่างยกให้ “ใหม่ ดาวิกา” เป็นอีกหนึ่งนางเอกที่ไม่ว่าจะมาในลุคไหนก็เอาอยู่ สมกับฉายาตัวแม่สายแฟชั่นที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง

เต๋อ ฉันทวิชช์, ใหม่ ดาวิกา, ใหม่ ดาวิกา ชุดว่ายน้ำ, ใหม่ ดาวิกา อวดหุ่น

เกิดอะไรขึ้น? กรีน อัษฎาพร ประกาศตัดขาดคนสกุลเดียวกัน ลั่นแอบอ้างชื่อเจอดำเนินคดี

30 สิงหาคม 2569 เวลา 19:54 น.

ทำเอาหลายคนเกิดความสงสัยและตกใจไม่น้อย เมื่อล่าสุดวานนี้ (29 สิงหาคม 2569) นักแสดงสาว กรีน อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ออกประกาศแจ้งเตือนผ่านช่องทางส่วนตัว ระบุว่า ” ประกาศแจ้งเพื่อทราบ — โปรดอ่านให้ครบ

ดิฉัน นางสาวอัฏฐาพร สิริวัฒน์ธนกุล ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) เป็นต้นมา การกระทำ การตัดสินใจ การทำธุรกรรม หรือการดำเนินการใด ๆ ของ นายฉัตรพัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล ทั้งหมด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดิฉันแต่อย่างใดทั้งสิ้น

หากมีบุคคลใดได้รับการติดต่อ การแจ้ง หรือการพาดพิงในลักษณะที่กล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องกับดิฉัน หรือนำชื่อของดิฉันไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ดิฉันขอปฏิเสธความรับผิดชอบในทุกกรณี และจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้แอบอ้างโดยถึงที่สุด

หากท่านได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว กรุณาติดต่อ 082-957-9994 เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง

ประกาศ ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2569

นางสาวอัฏฐาพร สิริวัฒน์ธนกุล”

กรีน อัษฎาพร, กรีน อัษฎาพร ดำเนินคดี, กรีน อัษฎาพร ตัดขาด

วงการบันเทิงเกาหลีเศร้า! อียองจู นักแสดงซีรีส์ Blue Tower เสียชีวิตกะทันหัน

30 สิงหาคม 2569 เวลา 14:52 น.

วงการบันเทิงเกาหลีใต้ต้องพบกับข่าวเศร้าอีกครั้ง เมื่อ อียองจู นายแบบและนักแสดงชาวเกาหลีใต้ เจ้าของผลงานซีรีส์ชื่อดัง Blue Tower ทางช่อง tvN เสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยวัยเพียง 44 ปี ท่ามกลางความตกใจของแฟน ๆ และเพื่อนร่วมวงการที่ต่างออกมาโพสต์ข้อความแสดงความอาลัย

สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า อียองจูเสียชีวิตจาก ภาวะหัวใจวาย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 โดยข่าวการจากไปถูกเปิดเผยผ่านคนใกล้ชิดบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและยากจะทำใจเชื่อ

จากนายแบบสู่พระรองซีรีส์ดัง Blue Tower

อียองจูเริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงจากการเป็นนายแบบ ก่อนจะก้าวเข้าสู่งานแสดงในปี 2547 ด้วยบทบาทเล็ก ๆ ในภาพยนตร์ จากนั้นจึงมีผลงานในซีรีส์และละครโทรทัศน์หลายเรื่อง ทั้งทาง MBC, tvN และ SBS

ผลงานที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างคือซิตคอม Blue Tower ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในเกาหลีใต้ และทำให้ชื่อของอียองจูเป็นที่จดจำในฐานะนักแสดงมากฝีมือ

เตรียมจัดพิธีศพที่เมืองซองนัม

มีรายงานว่า พิธีศพของอียองจูจะจัดขึ้นที่ โรงพยาบาลบุนดังเจเซียง เมืองซองนัม จังหวัดคยองกี ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะมีพิธีเคลื่อนศพในวันที่ 31 สิงหาคม เพื่อนำร่างไปประกอบพิธีฝังตามธรรมเนียม

หลังข่าวการเสียชีวิตถูกเผยแพร่ออกไป เพื่อนนักแสดงและคนในวงการบันเทิงจำนวนมากต่างโพสต์ข้อความร่วมไว้อาลัย พร้อมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียครั้งนี้

เคยเปิดเผยป่วยโรคหัวใจเมื่อหลายปีก่อน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2556 อียองจูเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ (Hypertrophic Cardiomyopathy) ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ได้รับการยกเว้นการเข้ารับราชการทหารในเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการ ที่ยืนยันว่าโรคดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับสาเหตุการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายในครั้งนี้หรือไม่ โดยอยู่ระหว่างการรายงานรายละเอียดเพิ่มเติมจากทางการและครอบครัว

การจากไปของอียองจูในวัยเพียง 44 ปี นับเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียของวงการบันเทิงเกาหลีใต้ และสร้างความอาลัยให้กับแฟน ๆ ที่ติดตามผลงานของเขามาโดยตลอด

Blue Tower, Lee Yong-joo, ข่าวดาราเกาหลี, อียองจู

ไก่ วรายุท กอด ยุ้ย กลางรายการ สงสัยไปสนิทกันตอนไหน? เผยโดนโกง 10 ล้าน จากการทำซีรีย์วาย

29 สิงหาคม 2569 เวลา 21:55 น.

”ไก่ วรายุท“ กอด ”ยุ้ย“ กลางรายการ สงสัยไปสนิทกันตอนไหน? เผยโดนโกง 10 ล้าน จากการทำซีรีย์วาย

ต้องใช้คำนี้ว่าไปสนิทกันตอนไหน? ระหว่าง “ไก่ วรายุท” ที่ควงคู่มากับ “ ยุ้ย จีรนันท์“  มาเผยความในใจกันและกัน ผ่านรายการ คุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 หลายคนคงงงว่า “ผู้จัดช่องสาม” จะมาสนิทสนมกับ “นางเอกตัวท๊อปช่องเจ็ด” ได้ยังไง แถมงานนี้ผู้จัดคนเก่งยังเปิดใจที่นี่ที่แรก ถึงเรื่องราวที่ต้องขายสมบัติอาทิบ้านหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา และออฟฟิศ รวมไปถึงโดนโกงเงินกว่า 10 ล้าน  หลังจากลงทุนทำซีรี่ส์วาย

สนิทกันตอนไหนก่อน?

พี่ไก่ : ตอนแรกเราก็สนิทกับน้องผู้ชายก่อน แล้วค่อยไปสนิทกับภรรยาเขา ธันน์เค้าก็เล่นละครเรื่องแรกของพี่ นายร้อยครับผม ยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย แล้วตอนนั้นช่องสามสมัยโน้น เค้าชอบแบบหน้าลูกครึ่ง ธันน์เขาหน้าไทย เค้าน่าจะเหมาะไปอยู่ช่องเจ็ดมากกว่า เค้าก็มาปรึกษาเรา เราก็บอกว่าไปได้เลย เค้าเป็นเด็กขยัน ตอนนั้นเค้าหล่อมาก สมัยนั้นยังไม่มีศัลยกรรม แต่นิสัยทะโมนเล็กน้อย

ยุ้ย : เค้าก็จะหล่อแบบไทยๆ แต่ยุ้ยมาเจอเขาตอนโตแล้ว เค้าเริ่มมีความคิดความอ่านมากขึ้น 

พี่ไก่เจอธันน์ตอนวัยรุ่น เค้าแสบยังไง?

ไก่ : เล่าเลยวันแรกที่ได้เจอเขา ธันน์พี่ขออนุญาตนะ (หัวเราะ) คุณเคยเจอใครที่ทะเลาะกับผู้กำกับไหม ทะเลาะแบบ กูไม่เล่น ก็คือไม่เล่น สมัยก่อนสามารถเดินชนไหล่ผู้กำกับได้ เราก็ต้องคุยกับเขา เตือนสติเขา เพราะละครมันก็ต้องถ่ายต่อไป แล้วเค้าก็ทำตาม เพราะตอนนั้นเราก็ต้องเลือกพระเอก พระเอกหายาก แต่เราก็สามารถเอาทั้งพระเอกและผู้กำกับรวมกันในเรื่องเดียวกันได้ แต่พอเคลียร์ใจกันแล้ว ก็ไม่ตีกันแล้ว ถามว่าถ้าเป็นเรื่องของประกัน ก็ต้องเคลมกันทุกอาทิตย์(ยิ้ม) พร้อมบวก เรียกได้ว่าเป็นวัยรุ่นใจร้อนมาก และผู้ชายคนนี้ที่เป็นพระเอกเฮี้ยวที่สุดในบรรดาพระเอกของพี่ แต่ตอนนี้เค้าเป็นผู้ชายอบอุ่นแล้ว 

แล้วตอนนั้นหนูรู้สึกยังไงที่เค้ามาจีบยุ้ยจีรนันท์?

พี่ไก่ : ตอนนั้นก็ตกใจ แต่ย้อนกลับไป เค้าเคยจะวิ่งให้รถชน เค้าถามว่า พี่ไก่ไม่รักผมแล้วหรอครับ เราก็ตะโกนกลับไปว่ามึงกลับมาก่อน (หัวเราะ) แล้วพอมารู้ว่ามาจีบยุ้ย น้ำตาไหล ตกกะใจ นี่ก็ยังคิดว่าเค้าจะรักเอ็งหรอ ธันน์ก็บอกว่า เดี๋ยวว่ากัน แล้วพอเค้าจะแต่งงานกัน พี่ดีใจกว่าตัวเองแต่งงานซะอีก ยุ้ยก็เป็นคนเรียบร้อย ก็เลยคิดในใจว่าแล้วเค้าจะมาดูแลน้องกูได้ไหม เค้าจะเอาอยู่ไหม มันเหมือนหยินกับหยาง แล้วประโยคแรก ที่พูดกับยุ้ย ว่าขอบใจมาก ที่เอาน้องพี่อยู่ เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครเอามันอยู่เลย 

ยุ้ย : พี่ไก่เค้าจะพูดตลอดเลยว่า ขอบคุณที่ดูแลธันน์ ตลอดระยะเวลาที่คบกับธันน์ เค้าก็จะเล่าเรื่องพี่ไก่ให้ฟังตลอด เค้าก็เล่าให้ฟังว่า เค้าแสบมาก ตอนอยู่กับพี่ไก่ แต่เค้ารักพี่ไก่มาก เหมือนพ่อแม่อีกคนหนึ่ง แล้วยุ้ยยังไม่เคยเจอพี่ไก่เลยตอนนั้น แต่ยุ้ยรู้สึกรักพี่ไก่มาก และยุ้ยรู้สึกเสมอว่า ธันน์รักพี่ไก่ พี่ไก่คือหนึ่งในครอบครัวของยุ้ย ขนาดบ้านต่างจังหวัด เค้ายังเตรียมสถานที่ให้พี่ไก่ ถ้าพี่ไก่แก่ตัวไป ก็อยากให้มาอยู่กับเรา และเขาก็ฟังพี่ไก่จริงๆ รักและเคารพมาก 

พี่ไก่ : ในยุคนั้นเราจะเป็นคนซัพพอร์ตเขา ไม่ว่าเค้าจะไปตีกับใคร เราจะเป็นที่ปรึกษาให้เขา

และยุ้ยรู้ว่าคนที่มาจีบเราแบคกราวเค้าเป็นแบบนี้? 

ยุ้ย : ไม่เคยรู้เลย แต่ก็รู้มาบ้าง แต่ตอนที่เขามาเจอเรา เค้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว แล้วพอมาเจอพี่ไก่ เค้าก็เล่าให้ฟังแบบที่เล่าไปเมื่อกี้(ยิ้ม) พอมาเล่าต่อมันเป็นเรื่องขำๆ แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นเพราะว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว 

พี่ไก่ : ตอนเค้าคบกับยุ้ย เค้าใจเย็นมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนพูดไป แค่สองประโยคเค้าก็ขึ้นแล้ว พอเค้าก็มีเหตุผลของเขา แต่ตอนที่คบกับยุ้ย ก็เบาลง โทรมาบอกว่ายุ้ยงอนอีกแล้ว ก็บอกไปว่าง้อไปเดี๋ยวก็ดี ยุ้ยเค้าดูไม่ดุ แต่เค้านิ่ง 

ยุ้ย : ตอนนี้มีผู้หญิงอีกคนนึงที่เค้ากลัวมากกว่ายุ้ย ก็คือลูก เค้ากลัวลูกไม่รัก

ตอนที่ยุ้ยกับธันน์ แต่งงาน คนที่ไปขอก็คือเถ้าแก่ไก่? 

พี่ไก่ : เราดีใจมาก น้องกูมีคนเอาแล้ว และคนที่เอาไป เค้าเป็นคนดีด้วย 

และพี่ไก่เห่อหลาน “น้องพราวตะวัน” มากแค่ไหน?

ยุ้ย : ไม่ได้เห่ออะไรมาก แต่เวลากลับมาจากเที่ยวทีไรเสื้อผ้าของลูกยุ้ย เยอะมาก แล้วยังมีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่อีกหลาย 10 ชุด ขนาดเค้าไปต่างประเทศ เค้ายังซื้อน้ำหนัก เพราะว่าของฝากหลานเยอะมาก

พี่ไก่ : ทุกคนเห่อเหมือนกัน แล้วเจ้าเล่ห์เหมือนพ่อมัน แล้วเค้าชอบเอาตัวจระเข้มากัดขา 

ยุ้ย : และพราวตะวันจะเรียกพี่ไก่ว่าพี่ไก่ เค้าก็จะแอบมองเวลาเราทำอะไร 

พี่ไก่ : น้องพราวตะวัน แสบเหมือนพ่อมันเลย ความสวยได้แม่ เค้ารู้เรื่องมาก แล้วล่าสุดพ่อแม่เขา จะสร้างบ้านให้พี่บนภูเขาที่สระบุรี อยู่เป็นหอคอย แต่อยู่ในเขตบ้านเขา

แต่ตอนนี้พี่ไก่ก็ขายสมบัติของตัวเอง?

พี่ไก่ : ขายบ้านสามโคก ที่ออฟฟิศก็ขาย เพราะว่าน้องชายก็ซาโยนาระกันไปหมดแล้ว ขายในราคา 150 ล้าน 2 ไร่กว่า มาคุยแซ่บทั้งทีก็ลดให้ 20% ใครสนใจโทรมาคุยโดยตรงเลย เราก็อยากได้เงินไปทำบุญ เอาเงินมาช่วยเหลือตัวเอง 

เห็นว่าโดนคนใกล้ตัวโกงเงิน?

พี่ไก่ : ก็เป็นเรื่องจริงนะ ก็เป็นเพราะความโง่ของเรา ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเรา เพราะว่าเราใจดี เราเชื่อใจเขาในการทำงาน ในการทำละครด้วยกันเนี่ยแหละ เค้าเอาของที่เราถ่ายละครเสร็จแล้วเอาไปขาย บอกเลยแล้วกันว่าเรื่องอะไรจะได้รู้กันไปเลย พี่พระเอกกับเด็กหมาในกอง เค้าก็เอาของไปขาย แต่เอาไปขายแล้วก็ไม่เอาเงินมาให้เรา ประมาณเกือบ 10 ล้าน พอตอนทำละคร ก็ของบเพิ่ม ด้วยความที่เป็นวรายุทธเสียหน้าไม่ได้ เค้าบอกไม่มีตังค์ แต่ละครมันเปิดไปแล้ว ฉันก็ต้องเอามาทำให้มันจบ แล้วก็บวกค่าที่เราออกไปให้ก่อนหน้านี้ แล้วที่ไปขายของแล้วไม่ได้เงินกลับมาอีก ตอนนี้ก็ฟ้องร้องกันอยู่ (ชี้หน้า) ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่โดน หลายคนก็โดน เพราะคนคนนี้แหละ ใครก็รู้ ทุกคนก็รวมตัวกันเพื่อฟ้องเขา กำลังให้ทนายจัดการให้ ก็อยากจะบอกเขาว่าให้เอามาคืน ไม่ต้องคืนให้หมดก็ได้ มีเท่าไหร่ก็เอามาให้ก่อน แค่เขารู้สึกว่ามันเป็นเงินของเราแล้วมันเป็นสิ่งที่เราควรจะได้ อยากให้เราขาดทุน เราก็ทำให้คุณแล้ว คุณก็ควรมาแบ่งให้เราบ้าง แล้วก็ไม่ใช่มีลูกหนี้แค่คนคนเดียว ก็มีอีกหลายคน แต่เดี๋ยวคนไทยก็รู้กันเอง 

ความประทับใจกันและกัน?

ยุ้ย : พี่ไก่ก็น่าจะรู้ดี (ยกมือขอบคุณ) ขอบคุณ ขอบคุณที่สุด พี่ไก่รู้ดีว่าเราสองคนรักพี่ไก่มาก เมตตาเราสองคนมาก หนูไปถึงเค้าก็รักลูกเรามาก รักพี่ไก่มากๆ

พี่ไก่ : ก็รู้แล้วว่าชีวิตเราจะไม่โดดเดี่ยว เพราะว่าก็มีอีกสองคนที่ช่วยดูแลเรา ในช่วงที่เราอายุเยอะ รักเขามาตั้งนานโดยที่เขาไม่รู้ตัว เพราะว่าเขาช่วยดูแลน้องเราให้เป็นคนที่ดีขึ้น และเป็นพ่อเราที่ดีของลูกด้วย เพราะว่าคนนี้แหละ

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คุยแซ่บโชว์, ซีรีย์วาย, ยุ้ย, ไก่ วรายุท

พีท กันตพร สามี แก้มบุ๋ม ตอบชัด หลังถูกโยงบริจาคเงิน 100 ล้าน ให้ รพ. โดยไม่ประสงค์ออกนาม

29 สิงหาคม 2569 เวลา 20:35 น.

29 สิงหาคม 2569 หลังจากที่มีกระแสฮือฮาสนั่นโซเชียลเมื่อทางเฟซบุ๊กได้ออกมาโพสต์ ผู้ไม่ประสงค์ออกนามบริจาคเงินเป็นจำนวน 100 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารบริการผู้ป่วยนอก-ผู้ป่วยใน (แบบพรีเมี่ยม) ขนาด 6 ชั้น โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ จ.ชลบุรี ซึ่งก็มีดซเชียลแห่คอมเมนต์กันสนั่นว่า ผู้ไม่ประสงค์ออกนามบริจาคเงิน 100 ล้านบาทนั้น อาจเป็น คุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ นักธุรกิจทายาทเครือ รพ. เกษมราษฎร์ สามีของนักแสดงสาวสวย แก้มบุ๋ม ปรียาดา สิทธาไชย

ล่าสุด พีท กันตพร ก็ไม่ปล่อยให้ชาวเน็ตเดานาน ได้ออกมาชี้แจงผ่านทางช่องทางโซเชียลส่วนตัว “Peace.kan” ระบุข้อความว่า “คอมเมนต์เยอะมาก เรื่องบริจาคเงิน 100 ล้าน ที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ขอชี้แจงนะครับ ถึงขั้นต้องชี้แจง ปกติถ้าเป็นโรงพยาบาลทางครอบครัวจะบริจาคที่รพ.มหาราชเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่นะครับ #แก้มพีท #พีทกันตพร #พัทยาปัทมคุณ #บริจาค #แก้มบุ๋ม “

โดยในคลิป พีท กันตพร กล่าวว่า ล่าสุดเห็นข่าวผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้ โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ พัทยา 100 ล้าน ก็เป็นข่าวที่น่ายินดีเนอะ จริงๆ ประจวบเหมาะกับช่วงที่น้อง (แก้มบุ๋ม) ไลฟ์แล้วพูดถึงว่าเรามีการโอนเงินเรื่องโรงพยาบาลอะไรประมาณนี้ แล้วในคอมเมนต์ทุกคนก็เลยเข้าใจไปว่าเราเป็นคนบริจาค เดี๋ยวเอาคอมเมนต์ให้ดูครับ จริงๆ คนอาจจะสับสนนิดนึง คือที่ทางบ้านทำบุญกับโรงพยาบาลสวนดอกที่ จ.เชียงใหม่ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่คุณพ่อจบมา

คุณพ่อก็เลยทำบุญกับโรงพยาบาลของคณะมาตลอด ปีนี้ก็ทำบุญไปแล้วทั้งหมด 141 ล้าน แบบที่ทุกคนอาจจะเคยเห็นบ้าง ซึ่งมันอาจจะเกิดสิ่งที่ทำให้ทุกคนคนเข้าใจผิดว่าอันนี้เป็นโรงพยาบาลที่เราทำ ไม่ครับ ปกติที่บ้านก็ทำบุญกับ รพ.สวนดอก เป็นประจำครับ แต่จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องดีมากนะ ต้องขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ ขอบคุณผู้บริจาคที่มีจิตศรัทธา แล้วก็ไม่ประสงค์ออกนามครับ”

@peace.kanคอมเมนต์เยอะมาก เรื่องบริจาคเงิน 100 ล้าน ที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ขอชี้แจงนะครับ

😂

 ถึงขั้นต้องชี้แจง ปกติถ้าเป็นโรงพยาบาลทางครอบครัวจะบริจาคที่ รพ.มหาราชเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่นะครับ#แก้มพีท#พีทกันตพร#พัทยาปัทมคุณ#บริจาค#แก้มบุ๋ม♬ original sound – Peace.kan

พีท กันตพร, สามีแก้มบุ๋ม

เปิดใจ ‘อนันดา’ ความรักเปลี่ยนชีวิต จาก ไม่แต่ง ไม่มีลูก สู่คุณพ่อเต็มตัว

29 สิงหาคม 2569 เวลา 15:09 น.

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคมนี้ พาไปบุกบ้านของพระเอกหนุ่ม “อนันดา” ให้ชมแบบทุกซอกทุกมุม เพราะเป็นบ้านที่เจ้าตัวลงมือคิด ออกแบบ เลือก และจัดการรายละเอียดด้วยตัวเองแทบทุกขั้นตอน บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนและความชอบด้านการออกแบบของอนันดาแบบเต็มร้อย ตั้งแต่ห้องครัว ยิม ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะกินข้าว เก้าอี้ แจกัน รวมถึง ปลั๊กไฟ ที่เจ้าตัวก็เลือกเองทุกชิ้น เรียกได้ว่าเล็กแค่ไหนก็ไม่ปล่อยผ่าน!

พาไปชมอีกหนึ่งไฮไลท์กับสวนที่ได้ “พี่ดุ๊ก ภาณุเดช” มาช่วยปรับภาพสวนให้ตรงกับสิ่งที่ภรรยาของอนันดาคิดไว้ งานนี้พี่ดุ๊กถึงกับบอกว่า “จัดสวนบ้านนี้ไม่ง่าย” เพราะเจ้าของบ้านเป็นศิลปินตัวจริง รายละเอียดเยอะและมีภาพในหัวชัดเจนทุกมุม

จากเรื่องบ้าน มาคลุกวงในเรื่องหัวใจกันบ้าง เพราะใครจะคิดว่าผู้ชายที่เคยประกาศว่า “จะไม่แต่งงาน และจะไม่มีลูก” จะเปลี่ยนความคิดได้ เมื่อได้เจอกับผู้หญิงคนนี้ ถึงขั้นพูดชัดว่า ถ้าไม่จริงจัง ก็ข้ามเขาไปเลย!

เปิดใจถึงความกังวลเรื่องการมีลูก โดยเฉพาะในมุมของภรรยา “แน๊ต” ที่เตรียมตัวอย่างจริงจังถึงขั้นไปเรียนด้านจิตวิทยาเด็ก เพื่อทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมกับบทบาทความเป็นแม่ รวมถึงวางแนวทางให้คุณแม่และพี่เลี้ยงในบ้านเข้าใจตรงกัน เพราะต่างเจเนอเรชั่น ต่างวิธีคิด แต่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคืออยากให้ลูกเติบโตดีที่สุด

งานนี้ยังเปิดมุมการเลี้ยงลูกแบบละเอียดทุกขั้น ตั้งแต่อาหารที่เน้นความเป็นออร์แกนิก ไปจนถึงแนวทางการใช้ชีวิตและอนาคตที่ทั้งคู่กำลังวางไว้ให้ลูก และสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ “อนันดา” ในวันนี้ ที่ภรรยาพูดเต็มปากว่า เขาคือพ่อที่ดี เป็นหัวหน้าครอบครัวที่หนักแน่น และเป็นคนที่สร้างความมั่นคงให้กับภรรยาและลูก

จากผู้ชายที่เคยไม่คิดจะสร้างครอบครัว วันนี้กลับมีทั้งบ้านที่ตั้งใจสร้างด้วยตัวเอง ภรรยาที่อยู่เคียงข้าง และลูกน้อยที่กลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดของชีวิต

ติดตามอีกหนึ่งบทบาทที่ไม่เคยเห็นของ “อนันดา” พร้อมชมบ้านที่เจ้าตัวทุ่มเททุกดีเทล ในรายการ “ตีท้ายครัว” วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 14.15 น. ทางช่อง 3 กด 33

อนันดา

ไม่หวงลิขสิทธิ์ ศิลปินรุ่นใหญ่ ประกาศอนุญาต นักร้อง-นักดนตรี-คนพิการ ร้องเพลงตัวเองหาเลี้ยงชีพได้ฟรี

29 สิงหาคม 2569 เวลา 13:46 น.

ฤทธิพร อินสว่าง

วันนี้ 29 สิงหาคม 2569 ฤทธิพร อินสว่าง ศิลปินรุ่นใหญ่เจ้าของเพลงดังอาทิ ใบไผ่,นางฟ้า,เธอผู้ห่างไกล,เรือ,ความรัก,ไฟกับน้ำแข็ง และเจ้าของรางวัลสีสันอวอร์ดส์ 3 รางวัล โพสต์ส่งต่อความสุขและเอื้อเฟื้อพี่น้องนักสู้ชีวิต ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อตอบข้อสงสัยของแฟนเพลงและนักดนตรีอิสระ โดยมีข้อความว่า “สอบถามกันมานาน ว่า นำเพลงฤทธิพร ไปร้อง/เล่นเปิดหมวกได้หรือไม่ วันนี้ก็มีถามมาอีก ตอบเหมือนเดิม ทุกครั้ง ว่า อนุญาตให้ใช้เลี้ยงชีพได้เลย ผมมีค่าลิขสิทธิ์จากหลายช่องทางให้เก็บกินแบบพออยู่พอกินทั้งชีวิต ไม่จำเป็นต้องรีดเลือดเอากับคนที่ยังต้องต่อสู้ดิ้นรนใบไผ่ นางฟ้า กำลังใจ เธอผู้ห่างไกล เต็มใจให้ คืนหนาว คำสารภาพ สุดแต่ใจเธอ และทุกเพลงในลิขสิทธิ์ของผม นักดนตรีเปิดหมวก นักร้องนักดนตรีพิการนำไปร้องเปิดหมวกได้เลย ร้องริมทาง ถนนคนเดิน สถานที่ต่างๆ เชิญร้องไป ร้อง/เล่นแบบเปิดหมวกออนไลน์ ให้ลงเครดิตผู้แต่งเพลงและเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงครับ ผลงานเขียนของฤทธิพร https://www.facebook.com/share/p/1EoDb6tUG4”

ฤทธิพร อินสว่าง

หลังจากที่โพสต์ของ ฤทธิพร อินสว่าง เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“ใจผู้ให้ยิ่งใหญ่เสมอ สุดยอดครับ”

“สาธุๆๆ”

“ขอบคุณครับ ผลิตผลงานดีๆไว้มากมาย ใจดีมีเมตตามาก ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง นะครับ 28 สิงหาคม 2569”

“ขอบคุณมากๆเลยครับ ที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ กับผู้คนที่หาเช้ากินค่ำ หรือเลี้ยงชีพไปวันๆ ขอกราบขอบพระคุณท่านมากๆครับ ส่วนตัวผม ไม่ได้เป็นนักร้อง และก็ไม่ใช่นักร้อง เป็นแค่คนทำงาน แต่ผมก็ดีใจครับเพราะผมชอบฟังเพลง”

“ผมเป็นคนนึงที่ชื่นชอบเพลงใบไผ่มากครับ”

“สาธุในจิตใจเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนมนุษย์และยังได้นำวิธีใช้ชีวิตพอเพียงไปเป็นแบบอย่างด้วยค่ะ”

“ขอบพระคุณพี่บ๊อบครับ เล่นไม่เก่งแต่อยากเอาเพลงพี่มาร้องเล่นในช่อง tiktok ของตัวเองบ้าง”

“สุดยอดครับ​น้องจากเพลงจะเพราะแล้วจิตใจยังงามมากๆครับ”

“น่ารักจริงๆ เป็นการทำให้เพลงดีๆแบบนี้ยังคง อยู่ด้วยยนะคะ”

“ขอบคุณครับ ผมใช้ร้องประจำที่โบราณสถานสนามชัยครับ…เพลงกำลังใจของพี่ฤทธิพรดนตรีสุดยอดเลยครับ…ขอบคุณที่เอื้อเฟื้อแบ่งปันครับ…หาเงินให้เด็กๆครับไม่ได้หาเอาเอง…ตอนนี้ถึงโรงเรียนที่ 34 แล้วครับ”

ฤทธิพร อินสว่าง
ฤทธิพร อินสว่าง
ฤทธิพร อินสว่าง
ฤทธิพร อินสว่าง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ฤทธิพร อินสว่าง

คนพิการ, นักดนตรี, ลิขสิทธิ์, ศิลปิน, เพลง

นางฟ้าของพี่! ‘ม้า อรนภา’ โพสต์ซึ้งถึง ‘เจ๊ปอง อัญชะลี’ หลังเดินทางขึ้นศาลครั้งแรกในชีวิต

29 สิงหาคม 2569 เวลา 08:50 น.

อัญชะลี ไพรีรัก

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งมิตรภาพที่แน่นแฟ้นและน่าประทับใจในยามยากสำหรับคนบันเทิงรุ่นใหญ่ชื่อดังอย่าง ม้า อรนภา กฤษฎี ที่ล่าสุดเมื่อวานนี้ 28 สิงหาคม 2569 ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊ก Ornapa Krisadee เผยถึงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตกับการเดินทางไปขึ้นศาลจังหวัดชลบุรีเป็นครั้งแรก โดยมีเพื่อนสนิทคนเก่งอย่าง อัญชะลี ไพรีรัก หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อ เจ๊ปอง สื่อมวลชนอาวุโสคอยเคียงข้าง

โดยในโพสต์ดังกล่าวของ ม้า อรนภา มีข้อความทั้งหมดว่า “เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไปขึ้นศาล ศาลจ.ชลบุรี มีน้องปองไปเป็นเพื่อน มารับจากบ้าน และกลับมาส่งถึงบ้าน ทุกอย่างจบด้วยดี มิตรแท้คือแบบนี้นี่เอง ช่วยเหลือ พึ่งพาได้ อยู่เคียงข้างอย่างอบอุ่นไม่ทิ้งกัน และแบบแยบยล ปองคือนางฟ้าของพี่ และของเพื่อนๆทุกคน ขอบคุณผู้หญิงใจแกร่งคนนี้ ปองอัญชะลี และผู้ใหญ่ใจดีท่านนั้น บุญคุณต้องทดแทนในชาตินี้”

ม้า อรนภา

หลังจากที่โพสต์ของ ม้า อรนภา เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลได้ไม่นาน ทำเอาบรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจและชื่นชมในน้ำใจของทั้งคู่กันอย่างล้นหลาม โดยมีความคิดเห็นจากชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“เห็นด้วยค่ะมิตรแท้จะอยู่กับเราตลอดเวลาทุกข์หรือสุข”

“พี่ปองคือที่สุดค่ะ”

“พี่ปองแกชำนาญเรื่องขึ้นศาลค่ะสามารถปรึกษาได้ค่ะ/เป็นกำลังใจให้พี่ม้าผ่านพ้นไปให้ได้นะคะ”

“รักทั้งสองที่สุดคะ พี่ปอง พี่ม้าที่น่ารัก I Love You Hearts GIF by da sachin”

“สุขภาพแข็งแรงคะพี่พี่ทั้งสอง”

“รักทั้ง 2 ท่านค่ะ ส่งกำลังใจค่ะ”

“รักพี่ปอง พี่ม้าครับ”

“เป็นกำลังใจให้พี่ม้านะคะ”

“น่ารักทั้งสองคนค่ะ”

“เป็นกำลังใจให้พี่ม้าค่ะ…”

“คนดี ที่รักผูกพันกัน”

“รักทั้งคู่ค่ะ”

เจ๊ปอง
เจ๊ปอง
ม้า อรนภา
ม้า อรนภา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Ornapa Krisadee

ข่าวดารา, ม้า อรนภา, อรนภา กฤษฎี, อัญชะลี ไพรีรัก, เจ๊ปอง

แอ๊ด คาราบาว สายเปย์ ควัก 1 ล้านให้รางวัล น้องเนเน่ อัดฉีดล่าฝัน AGT

29 สิงหาคม 2569 เวลา 11:40 น.

น้าแอ๊ดให้เงินรางวัลเนเน่

“แอ๊ด คาราบาว” สายเปย์! คลัก 1 ล้าน ให้รางวัล “น้องเนเน่” ช่วยสร้างแรงบันดาลใจเด็กไทย

ตำนานเพลงเพื่อชีวิต “แอ๊ด คาราบาว” หรือ ยืนยง โอภากุล ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่าน  Add Bao  โพสต์ข้อความตามหาตัวเด็กสาววัย 16 มากความสามารถอย่าง  “เนเน่ รอยัล” (Nene Royal) หรือ แพรว รัตติกานต์ อำลอย  พร้อมประกาศมอบเงินรางวัลอัดฉีดสูงถึง 1,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนในการสู้ศึกรอบชิงชนะเลิศ

ในโพสต์ดังกล่าว แอ๊ด ได้แสดงความชื่นชมในความสามารถของน้องเนเน่ที่กลายเป็นไอดอลและแรงบันดาลใจให้เด็กไทยรุ่นใหม่หันมาเล่นกีตาร์และสนใจเล่นดนตรีกันอย่างคึกคัก  โดยระบุว่า

” เนเน่ ครับตอนนี้หนูอยู่ไหน อยู่เมืองไทยหรือเปล่าครับ ……

ลุงแอ๊ด ปลื้มหนูมากๆ หนูเก่งจริงจ้ะ เเละยังทำให้เด็กๆ คนไทยอยากเป็นแบบหนู เชื่อไหมหลังเวทีคอนเสิร์ตลุงแอ๊ดน่ะ จะมีคุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยๆ พร้อมหอบหิ้วกีต้าร์มาข้อลายเซ็นลุง

นี่เป็นปรากฏการณ์ที่มันหนาตาขึ้นผิดปรกติ เพราะกระเเสจากความนิยมในความสามารถของหนูนี่เเหละ ถ้าเป็นหลังเวทีของหนู ลองนึกดูเอาละกันว่ามันจะถล่มทลายขนาดไหน 55555

ลุงแอ๊ดขอมอบเงินสดส่วนตัว 1 ล้านบาทให้หนูเพื่อจะได้ใช้เป็นค่าเดินทางค่าใช้จ่ายเพื่อไปพิชิตชัยชนะมาฝากชาวไทยและประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา…..

ลุงขอเป็นกำลังใจดวงเล็กๆ อีกดวงให้หนูไปทำภารกิจนี้แทนชาวไทยด้วยเด้อ รอบชิงเอาให้หรอยจังฮู้เลยนะลูกนะ

รักนะ..จุ้ฟๆ

ติดต่อได้ที่คุณ ณิชา โอภากุล Kingsley

085-9313300 ” 

Nene Royal, ข่าวบันเทิงวันนี้, เนเน่, แอ๊ดคาราบาว, ให้เงิน1ล้าน