เส้นทางชีวิต สายัณห์ นิรันดร จากขวัญใจมหาชน สู่บทเรียนชีวิตสู้ไม่ถอยที่บ้านเกิด

เส้นทางชีวิต สายัณห์ นิรันดร จากขวัญใจมหาชน สู่บทเรียนชีวิตสู้ไม่ถอยที่บ้านเกิด

เส้นทางชีวิต สายัณห์ นิรันดร จากขวัญใจมหาชน สู่บทเรียนชีวิตสู้ไม่ถอยที่บ้านเกิด

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 07.51 น.

บนเส้นทางวงการเพลงลูกทุ่งไทย ชื่อของ สายัณห์ นิรันดร คือ หนึ่งในศิลปินระดับตำนานที่ครองใจแฟนเพลงทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน ด้วยน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้เขาได้รับความนิยมอย่างสูงในฐานะนักร้องขวัญใจมหาชน โดยเฉพาะบทเพลง รองเท้าหน้าห้อง ที่สร้างชื่อเสียงให้โด่งดังเป็นพลุแตกในช่วงปี พ.ศ. 2535 จนกลายเป็นผลงานอมตะ แต่ทว่าชีวิตของศิลปินย่อมมีช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับบททดสอบจากจุดสูงสุดของความสำเร็จสู่ช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับโรครุมเร้า ทำให้เขาต้องตัดสินใจก้าวออกจากแสงสีบนเวทีเพื่อกลับไปเผชิญกับความเป็นจริงในชีวิตที่ต้องดิ้นรนและปรับตัวในหลากอาชีพ แม้เส้นทางจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบและต้องผ่านอุปสรรคมากมาย แต่ความมุ่งมั่นที่จะเลี้ยงชีพด้วยลำแข้งก็ไม่เคยจางหายไป

ซึ่งในวันนี้ ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ เราจะย้อนรอยเส้นทางชีวิตของอดีตนักร้องชื่อดังผู้นี้ ตั้งแต่วันที่โด่งดังสุดขีดจนถึงวันที่ต้องพลิกผันไปสู้ชีวิตที่บ้านเกิด เรื่องราวของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ประวัติของนักร้องคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนของการสู้ชีวิตที่น่าสนใจและน่าติดตามอย่างยิ่ง

สายัณห์ นิรันดร

สายัณห์ นิรันดร หรือชื่อจริงคือ นายสมศักดิ์ ภู่มาก เป็นอดีตนักร้องลูกทุ่งขวัญใจมหาชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยแนวเสียงที่คล้ายคลึงกับ สายัณห์ สัญญา นักร้องระดับตำนานผู้ล่วงลับ เขามีพื้นเพเดิมเป็นชาวอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ โดยเริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางสายดนตรีจนเป็นที่รู้จักจากเพลง สุโขทัยระทม ซึ่งเป็นการนำบทเพลงเก่าของ เพชร โพธาราม มาขับร้องใหม่ ทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่แฟนเพลง

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2535 จากบทเพลงสุดฮิตตลอดกาลอย่าง รองเท้าหน้าห้อง ซึ่งประพันธ์โดย ครูสลา คุณวุฒิ ทำให้เขากลายเป็นศิลปินเบอร์ต้น ๆ ของค่าย ท็อปไลน์ มิวสิค และมีผลงานเพลงอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย อาทิ รักแท้แค่พี่ชาย และ อกหักจากคาเฟ่

สายัณห์ นิรันดร

อย่างไรก็ตาม เมื่อกาลเวลาผ่านไป ชีวิตของสายัณห์ นิรันดร ก็ต้องเผชิญกับช่วงขาลงเมื่อเขามีปัญหาสุขภาพและโรครุมเร้าหลายอย่าง ทำให้ไม่สามารถรับงานร้องเพลงได้อย่างต่อเนื่องเหมือนแต่ก่อน จนต้องหายหน้าไปจากวงการเพลง ในปี พ.ศ. 2559 มีกระแสข่าวว่านักร้องชื่อดังรายนี้กำลังเผชิญชีวิตที่ยากลำบาก ต้องผันตัวไปขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างและเปิดเพิงขายก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงชีพในกรุงเทพมหานครร่วมกับครอบครัว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

และหลังจากความพยายามในการตั้งหลักในเมืองหลวงไม่เป็นผล สายัณห์ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดที่อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ โดยได้ตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ บวชเป็นพระภิกษุที่วัดในอำเภอจัตุรัสเพื่อพักใจและรักษาอาการป่วย หลังจากสึกออกมา เขาก็เริ่มดูแลครอบครัวด้วยการทำไร่มันสำปะหลังและทำนาเฉกเช่นวิถีชาวบ้านทั่วไป แม้สภาพร่างกายในช่วงนั้นจะดูหม่นหมองไปบ้างเมื่อเทียบกับสมัยที่เป็นนักร้องชื่อดัง

ชีวิตที่ดูเหมือนจะมืดมนกลับได้รับโอกาสครั้งสำคัญเมื่อเขาได้พบกับผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่ง ซึ่งเล็งเห็นถึงความตั้งใจจริงในการสู้ชีวิตของเขา จึงได้เมตตายกที่ดินให้ใช้ประกอบอาชีพและลงทุนก่อสร้างร้านส้มตำจากเดิมที่มีขนาดเล็กกลายเป็นขนาดใหญ่ให้ในชื่อ ครัวอีสาน โดยไม่คิดค่าเช่าที่ดินและไม่หวังสิ่งตอบแทน 

ขอขอบคุณภาพจาก ภาพจากเฟซบุ๊ก สายัณห์ นิรันดร, เฟซบุ๊ก จิ๋ว พิจิตร

เจ้าชายลูกทุ่ง ไม่ทนแล้ว ก๊อท จักรพันธ์ แจ้งจับเกรียนคีย์บอร์ด แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ

เจ้าชายลูกทุ่ง ไม่ทนแล้ว ก๊อท จักรพันธ์ แจ้งจับเกรียนคีย์บอร์ด แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ

เจ้าชายลูกทุ่ง ไม่ทนแล้ว ก๊อท จักรพันธ์ แจ้งจับเกรียนคีย์บอร์ด แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.44 น.

วันนี้ 26 กรกฎาคม 2569 ก๊อท จักรพันธ์ ศิลปินนักร้องที่ได้รับฉายา เจ้าชายลูกทุ่งของเมืองไทย เดินหน้าเอาจริงแจ้งความเอาผิดเหล่าเกรียนคีย์บอร์ด โพสต์ภาพใบแจ้งความและเอกสารรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี จากสถานีตำรวจนครบาลโคกคราม ลงวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.45 น. ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว โดยมีการมอบอำนาจให้ตัวแทนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่โพสต์ข้อความดูหมิ่นและหมิ่นประมาทตนผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ถึงวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 พร้อมระบุข้อความฟาดกลับสั้น ๆ แต่ทำเอาสะดุ้งว่า “พวกที่ชอบความสะใจ สนุกมือสนุกปาก ไม่สนความจริงถูกผิด ไม่สนต้นเหตุ อยู่บ้านเตรียมรอรับหมายกันด้วยนะคับ #ดูหมิ่นหมิ่นประมาทให้ความเท็จ #อายุความไม่หมดแล้วนะคับ”

ก๊อท จักรพันธ์

หลังจากที่โพสต์ของ ก๊อท จักรพันธ์ ถูกเผยแพร่ออกไป ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นสนับสนุนการตัดสินใจครั้งนี้อย่างล้นหลาม เช่น

“เห็นด้วยอย่างมากเลยคะ”

“จัดไปค่ะพี่ก๊อต”

“หล่อเท่ห์ที่สุดเลยคะ”

“ของจิงต้องผู้ชายคนนี้ อย่ามาดูถูกพี่ก๊อทนะคับ เค้าเป็นอดีตเจ้าชายลูกทุ่งนะ”

“จัดไปคร๊าาพี่ก๊อท ไม่จบไม่หยุดกันสักที แจกให้ครบคร๊าาา”

ก๊อท จักรพันธ์
ก๊อท จักรพันธ์
ก๊อท จักรพันธ์

งานนี้ทางฝั่งของ ก๊อท จักรพันธ์ ยืนยันเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดจนกว่าจะถึงที่สุดและไม่มีการยอมความแต่อย่างใด ส่วนความคืบหน้าของคดีจะเป็นอย่างไร และจะมีใครที่ต้องรอรับหมายศาลบ้าง คงต้องติดตามกันต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม got_jakraphun

แน็ก ชาลี ตัดพ้อ คดีถูกงัดบ้านยกเซฟผ่านไป 1 ปี ไม่คืบหน้า ได้คืนแค่ ปืนของเล่น

แน็ก ชาลี ตัดพ้อ คดีถูกงัดบ้านยกเซฟผ่านไป 1 ปี ไม่คืบหน้า ได้คืนแค่ ปืนของเล่น

แน็ก ชาลี ตัดพ้อ คดีถูกงัดบ้านยกเซฟผ่านไป 1 ปี ไม่คืบหน้า ได้คืนแค่ ปืนของเล่น

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.51 น.

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล เมื่อนักแสดงชื่อดัง แน็ก – ชาลี ปอทเจส ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบายความในใจยาวเหยียดถึงความคืบหน้าของคดีความที่เกิดขึ้นเมื่อ 1 ปีที่แล้ว หลังถูกกลุ่มคนร้ายบุกงัดตู้เซฟขโมยทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านบาท รวมถึงปืนสะสมที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายถึง 62 กระบอก

แน็ก ชาลี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน ทั้งลายนิ้วมือ คำรับสารภาพของผู้ก่อเหตุ และสามารถจับตัวกลุ่มคนร้ายได้ตั้งแต่ 2 วันแรก แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับปล่อยตัวผู้ต้องหา พร้อมบอกให้ตน “ใจเย็นๆ” และกำชับห้ามแตะต้องผู้ต้องหา โดยปล่อยให้โจรทยอยนำปืนมาคืนเองเพียงไม่กี่กระบอกตลอด 1 ปีที่ผ่านมา คนร้ายกลับได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย มีการซื้อรถใหม่และย้ายไปอยู่ในที่ดีขึ้น ขณะที่ตนต้องรอคอยคำตอบโดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทางคดี

เจ้าตัวระบุต่อว่า จนกระทั่งเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมื่อเรื่องราวกลับมาเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง และคนร้ายยอมรับออกสื่อ ทางตำรวจจึงเริ่มตื่นตัวและเร่งจับกุมผู้ต้องหาเข้าเรือนจำทันที อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อตนเดินทางไป สน. เพื่อติดตามเรื่องและรับของคืน กลับพบว่าของที่ได้รับคืนมีเพียง “ปืนของเล่นสำหรับโชว์ติดผนัง” เท่านั้นส่วนปืนสะสมจริงอีก 62 กระบอก (ซึ่งหลายกระบอกเป็นปืนโบราณอายุกว่า 100 ปีที่มีคุณค่าทางจิตใจสูง) พร้อมทรัพย์สิน เงินสด และทองคำมูลค่าหลายสิบล้านบาท ยังคงสูญหายไร้ร่องรอย

“คำตอบที่ผมได้รับในวันนี้คือ ผู้ต้องหาถูกส่งเข้าเรือนจำหมดแล้ว จึงไม่สามารถสืบขยายผลต่อได้ หากจะเบิกตัวมาสอบก็ทำเรื่องยุ่งยาก และถึงเรียกมาสอบพวกนั้นก็คงไม่พูดอะไรแล้ว” แน็ก ชาลี ระบุในโพสต์

นักแสดงหนุ่มได้ตั้งข้อสงสัยถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างหนักว่า เหตุใดตลอดเวลา 1 ปีที่มีโอกาสสืบสวนขยายผล เช่น การเช็กกล้องวงจรปิดตอนคนร้ายนำปืนมาคืน กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ แต่พอเป็นข่าวกลับรีบนำตัวส่งเรือนจำจนทำให้การสืบหาทรัพย์สินที่เหลือต้องหยุดชะงักลง พร้อมทิ้งท้ายว่า หากประชาชนทั่วไปต้องเจอเหตุการณ์แบบเดียวกันก็คงรู้สึกหมดหวังอย่างยิ่ง

ส่งกำลังใจแน่น สุนารี แอดมิตโรงพยาบาล ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ แฟนคลับ คนบันเทิงห่วงไม่ขาดสาย

ส่งกำลังใจแน่น สุนารี แอดมิตโรงพยาบาล ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ แฟนคลับ คนบันเทิงห่วงไม่ขาดสาย

ส่งกำลังใจแน่น สุนารี แอดมิตโรงพยาบาล ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ แฟนคลับ คนบันเทิงห่วงไม่ขาดสาย

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.24 น.

ทำเอาแฟนเพลงลูกทุ่งและคนในวงการบันเทิงเป็นห่วงกันยกใหญ่ เมื่อนักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่ชื่อดัง “สุนารี ราชสีมา” ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ จากอาการปวดท้อง

อัปเดตอาการล่าสุด หลังส่องกล้องเรียบร้อยสุนารี ได้เคลื่อนไหวผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดีย อัปเดตอาการให้แฟนๆ ได้คลายกังวลว่าแพทย์ได้ทำการส่องกล้องและดูดอุจจาระที่ตกค้างในลำไส้ออก รวมถึงตัดชิ้นเนื้อตรงจุดที่ทำให้ลำไส้ใหญ่แคบลง ซึ่งเป็นสาเหตุให้ขับถ่ายลำบากขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจชิ้นเนื้อเพิ่มเติมอีกประมาณ 1 สัปดาห์อาการปวดท้องลดลง สามารถรับประทานอาหารอ่อนๆ และน้ำซุปได้บ้างแล้วตลอดการรักษาตัว ‘สุนารี’ได้รับกำลังใจอย่างอบอุ่นจากครอบครัวและลูกหลานที่เดินทางมาเฝ้าไข้ถึงขอบเตียงรวมถึงรุ่นพี่ในวงการอย่าง “หม่ำ จ๊กมก” ที่ต่อสายตรงวิดีโอคอลมาถามไถ่อาการด้วยความห่วงใยงานนี้เหล่าแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจ อวยพรให้เจ้าตัวหายป่วยไวๆ และกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ในเร็ววัน!

เซ็กซี่ทรงพลัง ปู ไปรยา ปล่อยเซ็ตภาพขาวดำสุดคลาสสิก อ่างอาบน้ำถึงกับลุกเป็นไฟ

เซ็กซี่ทรงพลัง ปู ไปรยา ปล่อยเซ็ตภาพขาวดำสุดคลาสสิก อ่างอาบน้ำถึงกับลุกเป็นไฟ

เซ็กซี่ทรงพลัง ปู ไปรยา ปล่อยเซ็ตภาพขาวดำสุดคลาสสิก อ่างอาบน้ำถึงกับลุกเป็นไฟ

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.34 น.

ทำเอาโซเชียลร้อนฉ่าขึ้นมาทันที เมื่อนักแสดงสาวสวยระดับอินเตอร์ “ปู – ไปรยา ลุนด์เบิร์ก” ออกมาเคลื่อนไหวผ่าน Instagram ส่วนตัว (@prayalundberg) พร้อมโพสต์เซ็ตภาพถ่ายโทนสีขาวดำสุดคลาสสิกที่เผยความแซ่บแบบคลาสซี่และทรงพลัง สวยแพง แซ่บทะลุเฟรมในโพสต์ดังกล่าว สาวปูมาในลุคเรียบหรูแต่แฝงด้วยความเซ็กซี่ระดับสิบ ถ่ายทอดอินเนอร์สุดจึ้งขณะอยู่ในอ่างอาบน้ำ ช็อตเกล้าผมละมุนสายตา อวดให้เห็นโครงหน้าคมเป๊ะและสายตาที่ทรงเสน่ห์ โพสท่าสุดจึ้งอวดเรือนร่างกับ ภาพปล่อยผมยาวสยายพาดขอบอ่าง เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวและออร่าความสวยเป๊ะปังแบบไม่ต้องพยายาม งานนี้แฟนคลับกดไลก์ คอมเมนต์ชมความปังสนั่นทันทีที่เซ็ตภาพนี้ถูกเผยแพร่ออกไป เหล่าเพื่อนพ้องในวงการและแฟนคลับต่างพากันกดไลก์และกระหน่ำคอมเมนต์แซวในความสวยแซ่บกันยกใหญ่ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ออร่าความฮอตและความสวยระดับอินเตอร์ของสาวปูก็ยังคงครองใจแฟนๆ ได้อย่างเหนียวแน่นเหมือนเดิม!

สัปดาห์ที่ 7 BATTLE OF THE AGES สุดเดือด ทีมสีน้ำเงิน คว้าชัยชนะ

สัปดาห์ที่ 7 BATTLE OF THE AGES สุดเดือด ทีมสีน้ำเงิน คว้าชัยชนะ

สัปดาห์ที่ 7 BATTLE OF THE AGES สุดเดือด ทีมสีน้ำเงิน คว้าชัยชนะ

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.56 น.

เล่นกับหัวใจแฟนรายการทั่วประเทศขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับทัวร์นาเมนต์ล่าฝันระดับประเทศ True AF 2026 ซึ่งในสัปดาห์ที่ 7 นี้ มาพร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง BATTLE OF THE AGES สงครามดนตรีที่รวบรวมเพลงฮิตต่างยุคต่างสมัยมาประชันกันบนเวที พร้อมต้อนรับแขกรับเชิญคนสำคัญของสัปดาห์นี้ V12 แจ็คกี้ ที่เพื่อน ๆ นักล่าฝันในบ้านร่วมใจกันโหวตให้กลับเข้ามาได้พิสูจน์ความสามารถให้แฟนๆได้เห็นกันอีกครั้ง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นของพิธีกรประจำซีซัน พี่ดู๋ – สัญญา คุณากร พร้อมการปรากฏตัวนักล่าฝัน

ซึ่งการแข่งขันในสัปดาห์นี้แบ่งนักล่าฝันออกเป็น 2 ทีมอย่างชัดเจนเพื่อแบทเทิลกันอย่างสมศักดิ์ศรี โดยทีมสีน้ำเงินประกอบไปด้วย V5 ยูริ, V3 มิวสิค, V11 นะโม และ V12 แจ็คกี้ ขณะที่ทีมสีแดงนำทัพโดย V1 เจเจ, V6 บีม, V7 โฟกัส และ V10 โอม พร้อมเปิดเวทีแบทเทิลด้วยเพลงธีมของเหล่านักล่าฝัน และการเปิดตัว 3 Judgeปริศนา นักร้องดีว่าของประเทศไทย พี่แอม – เสาวลักษณ์ ลีละบุตร นักร้องนักแสดงมากฝีมือ พี่ปั๋ง – ประกาศิต โบสุวรรณ และนักร้อง นักเพลง โปรดิวเซอร์มากฝีมือ ครูเป็ด – มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ที่มาร่วมสร้างสีสันและกุมชะตาสำคัญในสัปดาห์นี้

เริ่มต้นความสนุกด้วย Stage 1: Song Battle แมตช์ดวลเพลงฮิตประจำยุค เปิดฉากด้วยยุค 1950 -1970 เป็นการพบกันของ V11 นะโม และ V10 โอม ในเพลงร็อกระดับตำนานอย่าง Don’t Stop Me Now ตามมาด้วยยุค 1980 กับการปะทะเสน่ห์สุดเหวี่ยงระหว่าง V5 ยูริ และ V7 โฟกัส ในเพลงป๊อปไอคอนิก Like A Virgin ส่วนในยุค 1990 เป็นการโคจรมาพบกันของ V12 แจ็คกี้ และ V6 บีม ที่สาดความสดใสในเพลงรักละมุนอย่าง Kiss Me ก่อนจะปิดท้ายสเตจแรกกับยุค 2000 ด้วยโชว์พลังพ่นไฟของ V3 มิวสิค และ V1 เจเจ ในเพลงสากลสุดทรงพลังอย่าง Chandelier

จากนั้นลุยต่อกันที่ Stage 2: Strategy Battle แมตช์ดวลบทเพลงกินใจข้ามยุค เริ่มด้วยยุค 1950 – 1970 ดำดิ่งไปกับเพลงลูกกรุงคลาสสิกโชว์เสียงละมุนระหว่าง V7โฟกัส ในเพลงหยาดเพชร และ V5 ยูริ กับเพลงรักข้ามขอบฟ้า ต่อเนื่องด้วยยุค 1980 กับเพลงฮิตประจำสถานีวิทยุ โดย V11 นะโม ในเพลงแอบเจ็บ ประชันกับ V1เจเจ มาในเพลงเจ้าสาวที่กลัวฝน สำหรับยุค 1990 ย้อนวันวานไปกับเพลงอกหักกระแทกใจวัยรุ่นระหว่าง V12 แจ็คกี้ ในเพลง อยากให้รู้ว่าเหงา และ V10 โอม ในเพลงถ่านไฟเก่า ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนด้วยเพลงฮิตร้องตามได้ทั่วเมืองยุค 2000 โดย V6 บีม มาในเพลงร็อกสุดมัน เลี้ยงส่ง ดวลกับ V3 มิวสิค ในเพลงฮิตอมตะ ไม่บอกเธอ

ความระทึกใจมาถึงขีดสุดในช่วงการประกาศผลการตัดสิน ซึ่งกติกาพิเศษในสัปดาห์นี้ระบุว่า หากทีมใดสามารถคว้าชัยชนะในการ Battle จะได้รับสิทธิ์คุ้มครองจากกรรมการปริศนาทันที ส่งผลให้สมาชิกทุกคนในทีมนั้นจะไม่ต้องออกจากการแข่งขัน แม้ว่าจะมีคะแนนโหวตน้อยที่สุดก็ตาม และผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมสีน้ำเงิน สามารถโชว์ผลงานและวางกลยุทธ์ได้ยอดเยี่ยมกว่า คว้าชัยชนะประจำสัปดาห์นี้ไปครองได้สำเร็จ พร้อมรับสิทธิ์คุ้มครองยกทีม

ส่งผลให้การประกาศผลผู้ที่ต้องลากกระเป๋าออกจากบ้านในสัปดาห์นี้ V7 โฟกัส นักล่าฝันจากทีมสีแดงที่มีคะแนนโหวตน้อยที่สุด ต้องยุติเส้นทางความฝันในบ้าน True AF 2026 ไปอย่างน่าเสียดาย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเสียงปรบมือเพื่อให้กำลังใจจากเพื่อน ๆ ร่วมบ้านและแฟนคลับทั่วประเทศ

สามารถร่วมส่งกำลังใจและติดตามการพัฒนาของนักล่าฝันทุกคนได้ในสัปดาห์ต่อไปทางช่องทางหลักของรายการร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้พวกเขาได้ในรายการ TRUE ACADEMY FANTASIA 2026 ได้แบบทุกที่ ทุกเวลา ผ่านทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต สมาร์ททีวี และกล่องทรูไอดี บนแอปพลิเคชันทรูวิชั่นส์ นาว (TrueVisions NOW)

#TrueAF2026 #TrueAFthailand  #TrueVisionsNOW  

พลพล เล็ก รัชเมศฐ์ เบียร์ พร้อมพงษ์ จารุพันธ์ รับรางวัล เพชรในเพลง

พลพล เล็ก รัชเมศฐ์ เบียร์ พร้อมพงษ์  จารุพันธ์ รับรางวัล เพชรในเพลง

พลพล เล็ก รัชเมศฐ์ เบียร์ พร้อมพงษ์ จารุพันธ์ รับรางวัล เพชรในเพลง

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.46 น.

ศิลปิน จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พลพล – ทชภณ พลกองเส็ง, เล็ก – รัชเมศฐ์ สุวโชคพิบูลย์,  เบียร์ – พร้อมพงษ์ วงษ์อินตา และ จารุพันธ์ ศรีม่วงกลาง ผู้ประพันธ์เพลง เข้ารับรางวัล “เพชรในเพลง” เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2569 โดยมี ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในงาน พร้อมร่วมแสดงความยินดีแก่ศิลปินที่มีบทบาทสำคัญในการสื่อสารคุณค่าของภาษาไทยผ่านบทเพลง ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยภายในงาน จัดให้มีการแสดงส่งเสริมการใช้ภาษาไทย เพื่อสะท้อนความสำคัญของวันภาษาไทยแห่งชาติ พร้อมทั้งการแสดงจากศิลปินผู้ได้รับรางวัล เพชรในเพลง ซึ่งร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของภาษาไทยผ่านบทเพลง

สำหรับรางวัล “เพชรในเพลง” เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2569 เป็นรางวัลเพื่อยกย่องบุคคลในวงการเพลงที่มีผลงานดีเด่นด้านภาษาไทย ได้แก่ นักประพันธ์เพลงที่มีความสามารถผสมผสานความรู้ทางภาษา วรรณศิลป์ คีตศิลป์และจินตนาการได้อย่างเหมาะสม นักร้องที่ออกเสียง    ขับร้องเพลงได้อย่างชัดเจนและถูกต้องตามหลักการใช้ภาษาไทย มีศิลปะการใช้เสียงกลมกลืนกับดนตรี จังหวะและอารมณ์ในการขับร้อง รวมทั้งบุคคลองค์กรหรือโครงการที่มีผลงานดีเด่นด้านส่งเสริมการใช้ภาษาไทย ซึ่งในปีนี้ ศิลปินแกรมมี่ ได้รับรางวัลเพชรในเพลง 4 รางวัล ได้แก่ พลพล – ทชภณ   พลกองเส็ง ชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย จากเพลงไร้น้ำหนัก, เล็ก – รัชเมศฐ์ สุวโชคพิบูลย์  รองชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย จากเพลงอบอวล, เบียร์ – พร้อมพงษ์ วงษ์อินตา รองชนะเลิศ ผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย จากเพลงเจ้านางเอย และ จารุพันธ์ ศรีม่วงกลาง รองชนะเลิศ ผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง จากเพลงฟ้ายามแลง

พลพล เปิดเผยว่า

“รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากครับ ที่ได้รับรางวัลเพชรในเพลง รางวัลนี้เป็นกำลังใจของนักเขียนเพลง นักร้อง และทีมงานเบื้องหลังทุกคนที่ร่วมกันสร้างสรรค์บทเพลงขึ้นมา ซึ่งที่ผ่านมา ผมให้ความสำคัญ   กับการถ่ายทอดบทเพลงผ่านการใช้ภาษาไทย โดยสอดแทรกบริบทของความเป็นไทยไว้ในเพลงนั้นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สวยงามและมีคุณค่ามากครับ”

เบียร์ พร้อมพงษ์  เปิดเผยว่า

“ขอขอบคุณสำหรับรางวัล เพชรในเพลง ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ครับ บทเพลงไทยไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งพลังที่ช่วยส่งต่อความงดงามของภาษาไทยไปสู่ผู้ฟัง ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีเสน่ห์ มีความไพเราะ ผมจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานคุณค่าภาษาไทยผ่านเสียงเพลงครับ”

จารุพันธ์ ศรีม่วงกลาง เปิดเผยว่า

“พวกเราขอเป็นตัวแทนในการขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสนับสนุนและเห็นถึงความสำคัญของบทเพลงไทย รางวัลนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ผมตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานที่ดี และรักษาเสน่ห์ของภาษาไทย ให้คงอยู่ในบทเพลง เพื่อส่งต่อไปยังผู้ฟังในทุกๆ รุ่นต่อไปครับ”

Thailand Y Content Awards 2025 เชิดชูเกียรติคนหน้าจอ-หลังจอ หนุนอุตสาหกรรมซีรีส์วายไทยสู่สากล

Thailand Y Content Awards 2025 เชิดชูเกียรติคนหน้าจอ-หลังจอ หนุนอุตสาหกรรมซีรีส์วายไทยสู่สากล

Thailand Y Content Awards 2025 เชิดชูเกียรติคนหน้าจอ-หลังจอ หนุนอุตสาหกรรมซีรีส์วายไทยสู่สากล

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.42 น.

สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย (TBLC) ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานประกาศรางวัลแห่งความสำเร็จ “Thailand Y Content Awards 2025” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 – 21.00 น. ณ MCC Hall, The Mall Lifestore บางกะปิ เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ และผลักดันบุคลากรทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์วายของประเทศไทยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่น จากทัพนักแสดงชื่อดัง  ผู้จัดซีรีส์วายจากค่ายต่างๆ ร่วมเดินพรมแดงและสื่อมวลชนร่วมเก็บภาพประทับใจกันอย่างหนาแน่น

นอกจากการลุ้นผลรางวัลแล้ว ไฮไลต์สำคัญที่เรียกรอยยิ้มและเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ คือ โชว์การแสดงสุดพิเศษจากเหล่าศิลปินและนักแสดงซีรีส์วายชั้นนำ ที่แท็กทีมมาร่วมสร้างปรากฏการณ์บนเวที Opening Show เปิดม่านการแสดงสุดสะกดสายตาด้วยโชว์พิเศษจากศิลปินสาวมากความสามารถ “โบกี้ไลอ้อน” (BOWKYLION) ที่มาสะกดผู้ฟังด้วยพลังเสียงคุณภาพ ถ่ายทอดอารมณ์สุดลึกซึ้งเปิดฉากงานอย่างยิ่งใหญ่ ต่อด้วย Special Show เพิ่มระดับความสนุกและความคึกคักภายในงานด้วยโชว์สุดพิเศษจาก วง “FAVIQ” ที่ขนเสน่ห์และความสดใสมาตกหัวใจแฟนๆ พร้อมสร้างสีสันให้บรรยากาศภายในฮอลล์

และโชว์สุดพิเศษ Highlight Special สุดอลังการกับการประชันความงดงามจากเหล่านักแสดง BL – GL ค่ายต่างๆกว่า 20 คู่ ที่แท็กทีมกันมาร่วมเดินแฟชั่นโชว์นำเสนอความงดงามของ “ผ้าไทยในแบบโมเดิร์นสไตล์” พร้อมสวมใส่ ชุดเครื่องเพชรจาก Beauty Gems (บิวตี้ เจมส์) มูลค่ากว่า 180 ล้านบาท ตอกย้ำการผลักดันผ้าไทยและ Creative Econom สู่สายตานานาชาติอย่างสมเกียรติ

โดยสรุปผลรางวัลรวมทั้งสิ้น 18 สาขารางวัลในงาน “Thailand Y Content Awards 2025” ดังนี้

– รางวัลองค์ประกอบศิลป์ยอดเยี่ยม : ข้ามฟ้าเคียงเธอ (The Next Prince) จาก DoMundi

– รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม :  รินไม่มีวันรัก (Denied Love) จาก COPY A BANGKOK

– รางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม : เขมจิราต้องรอด (Khemjira The Series) จาก DoMundi

– รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยมมี 2 รางวัล : ฤดูหลงป่า(Lost in the Woods) ผลิตจากค่าย Halo Productions จับมือ Viu Thailand ร่วมด้วย Hollywood (Thailand)  และ สิงสาลาตาย (Goddess Bless You From Death) ผลิตโดย CHANGE2561

– รางวัลเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม : ข้ามฟ้าเคียงเธอ (The Next Prince)

– รางวัลนักแสดงดาวรุ่งแห่งปี : เฟิร์สวัน – วรรณกร เรืองรัตน์ จากสังกัด DoMundi

– รางวัลเพลงประกอบซีรีส์ยอดเยี่ยม : เพลง Am I in Love – SLOT MACHINE จากซีรีส์ Shine โดย Be On Cloud

– รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม : กบ – พิมลรัตน์ พิศลยบุตร จากซีรีส์ Shine โดย Be On Cloud

– รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม : สน – ยุกต์ ส่งไพศาล จากซีรีส์ Shine โดย Be On Cloud

– รางวัลการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยยอดเยี่ยม : เขมจิราต้องรอด (Khemjira The Series) จาก DoMundi

– รางวัลส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยยอดเยี่ยม : ด้วงกับเธอ (Duang With You Series) จาก DoMundi

– รางวัลขวัญใจมหาชน : พูห์ – กฤติน กิจจารุวรรณกุล จากสังกัด CHANGE2561

– รางวัลบทซีรีส์ยอดเยี่ยม : มีสติหน่อยคุณธีร์ (Me And Thee) จาก GMMTV

– รางวัลผู้กำกับซีรีส์ยอดเยี่ยม : ปอนด์ กฤษดา / หนิง พันพัสสา / จีน คำขวัญ จากซีรีส์ Shine โดย Be On Cloud

– รางวัลคู่จิ้นแห่งปี : ซี – พฤกษ์ พานิช & นุนิว – ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ จากสังกัด DoMundi

– รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม : เจนเย่ – เมธิกา จีรนรภัทร จากซีรีส์ รับ(รัก)ออกแบบ Love Design โดย VelCurve Studio

– รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม : เก่ง – หฤษฎ์ บัวย้อย จากซีรีส์เขมจิราต้องรอด (Khemjira The Series) โดย DoMundi

– รางวัลซีรีส์ยอดเยี่ยม : เขมจิราต้องรอด (Khemjira The Series) จาก DoMundi

สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย (TBLC) ขอขอบคุณทุกการสนับสนุนจากภาครัฐ พันธมิตรทางธุรกิจ เหล่าศิลปิน ทีมงาน และแฟนคลับทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมชวนทุกคนตั้งตารอคอยความเคลื่อนไหวและปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ครั้งใหม่ในงาน Thailand Y Content Awards ในปีถัดไป โดยสามารถติดตามข่าวสาร อัปเดตกิจกรรม และรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติมได้ทาง Official Social Media ของสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย (TBLC) ทุกช่องทาง

Social Media “สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย”

Facebook : https://www.facebook.com/share/1Bak9CU4HF/?mibextid=wwXIfr

Instagram : https://www.instagram.com/tblc_thailand?igsh=MXduanBmbWFoMzcwcg==

TikTok : https://www.tiktok.com/@tblc_thailand

X : https://x.com/TBLC_Thailand

YouTube : www.youtube.com/@TBLC_Thailand

#ThailandYContentAwards2025 #YAwards2025 #TBLC

เดือดทะลุสตู ลูกเกด เมทินี ปรี๊ดแตกกลางรายการ สาดน้ำไล่ Celeb Master คู่แข่ง

เดือดทะลุสตู  ลูกเกด เมทินี ปรี๊ดแตกกลางรายการ สาดน้ำไล่ Celeb Master คู่แข่ง

เดือดทะลุสตู ลูกเกด เมทินี ปรี๊ดแตกกลางรายการ สาดน้ำไล่ Celeb Master คู่แข่ง

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.30 น.

ยิ่งแข่งขัน ยิ่งร้อนแรงขึ้นทุกสัปดาห์ สำหรับรายการเรียลลิตี้แข่งขันด้านศัลยกรรมและความงาม “Surgery Wars สงครามแห่งความงาม” ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 ผลิตโดย บริษัท วิน วิน พีอาร์พลัส จำกัด ดำเนินรายการโดย “ดีเจนุ้ย” ที่พาเหล่าโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำมาประชันศักยภาพด้านความงามแบบไม่มีใครยอมใคร งานนี้ อีพี 4 ยกระดับความดุเดือด เมื่อ Celeb Master ตัวมารดา ตัวคลอดบุตรของวงการ ทั้ง ลูกเกด เมทินี, หนิง ปณิตา, ไอซ์ อภิษฎา และนนท์ อินทนนท์ ต้องนำทีมฝ่าภารกิจสุดกดดัน ร่วมลุ้นไปกับ 4 โรงพยาบาลชั้นนำ ได้แก่ MEKO International Hospital, Apex Surgery Hospital, IDL Hospital และโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์

ไฮไลท์สำคัญของสัปดาห์นี้ เข้มข้นทุกลมหายใจเพราะทุกทีมต้องเผชิญ Mission Photo Shoot ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Luxury” ที่ต้องเนรมิตผลงานให้หรูหรา สะกดทุกสายตา ภายในเวลาเพียง 10 นาที ตั้งแต่การวางคอนเซ็ปต์ การจัดองค์ประกอบภาพ ไปจนถึงการคัดเลือกรูปเพียงภาพเดียวเพื่อส่งเข้าประกวด ทุกวินาทีจึงมีความหมาย และทุกการตัดสินใจอาจเป็นตัวชี้ชะตาของทีม แต่ความกดดันกลับพุ่งถึงขีดสุด เมื่อเหล่า Celeb Master เปิดเกมจิตวิทยาใส่กันแบบไม่มีพัก จนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อ ลูกเกด เมทินี ถึงกับปรี๊ดแตก หลังถูก Celeb Master คนอื่นเข้ามาปั่นเกมและก่อกวนระหว่างการแข่งขัน ก่อนอารมณ์เดือดทะลุขีด ถึงขั้นสาดน้ำไล่กลางกองถ่าย ทำเอาทั้งผู้เข้าแข่งขันและทีมงานอึ้งไปตาม ๆ กัน บรรยากาศการแข่งขันจากที่ตึงเครียดอยู่แล้ว ยิ่งลุกเป็นไฟกว่าเดิมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเกมการแข่งขัน หรือความเดือดครั้งนี้จะส่งผลต่อการตัดสินของแต่ละทีม และสุดท้ายผู้เข้าแข่งขันจะพลิกโฉมได้มากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามรับชม “Surgery Wars สงครามแห่งความงาม” EP.4 ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.15 น. ทาง ช่องเวิร์คพอยท์ 23 รับชมย้อนหลังได้ทาง WorkpointOfficial และรับชม Version UNCUT ได้ทาง YouTube Win Win PRPlus Official ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Line : @surgerywars / Facebook และ TikTok : SurgeryWars / Instagram : surgerywars2026 #SurgeryWars #สงครามแห่งความงาม

อ.เบียร์ เคลียร์ดรามา เงินเยียวยาเหตุไฟไหม้ ควง แทค ภรัณยู เปิดใจสนิทกันเพราะหิวแสง?

อ.เบียร์ เคลียร์ดรามา เงินเยียวยาเหตุไฟไหม้ ควง แทค ภรัณยู เปิดใจสนิทกันเพราะหิวแสง?

อ.เบียร์ เคลียร์ดรามา เงินเยียวยาเหตุไฟไหม้ ควง แทค ภรัณยู เปิดใจสนิทกันเพราะหิวแสง?

วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.36 น.

“อ.เบียร์” ควง “แทค ภรัณยู” เปิดที่มาความสนิท โต้คนหมดศรัทธาดราม่าเงินเยียวยาไฟไหม้ ลั่นไม่ห้ามใครฟ้อง แต่ฟ้องกลับต้องรับให้ได้ 

“อ.เบียร์ คนตื่นธรรม” วันนี้เปิดใจเคลียร์ดราม่าเงินเยียวยาเหตุไฟไหม้หน้าที่ใครกันแน่ พร้อมโต้ชาวเน็ตหมดศรัทธา ควง “แทค ภรัณยู” เปิดใจครั้งแรก จุดเริ่มต้นความซี้ และพูดชัดๆ ที่สนิทกับอาจารย์เบียร์ เพราะหิวแสง? ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ชมพู่ ก่อนบ่าย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ดราม่าแรงมาก กรณีรัฐบาลให้เงินเยียวยาไฟไหม้ จุดเริ่มต้นพูดออกไปวันนั้นคืออะไร?

อ.เบียร์ : จริงๆ ไม่ได้มีอะไรเลย ถ้าคนฟังคลิปเต็ม โดยมากคนส่วนใหญ่ดูพาดหัวว่าไม่ให้เยียวยา จริงๆ อาจารย์บอกในคลิปว่าต้องไปเรียกร้องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคนที่รับผิดชอบที่สุดคือร้านค้า ไม่ใช่ว่าห้ามเยียวยา แต่วันนั้นเขาตั้งคำถามอาจารย์ฟีลเหมือนรัฐบาลจะไปเยียวยาเพิ่มเติม นอกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็บอกว่าไม่เห็นด้วยเลยที่จะเอาภาพรวมเหล่านั้นไปเยียวยา ไม่ใช่ว่าห้ามเยียวยา ต้องเยียวยาตามกฎหมายอยู่แล้วตามปกติ ทีนี้เวลาคนไปสื่อสารกันก็เข้าใจว่าเราไปห้าม แล้วบอกว่าอาจารย์ขาดความเมตตา ไปกันเรื่องใหญ่คนละเรื่องสองเรื่อง ทั้งที่เราพยายามบอกว่าการที่เราตั้งอยู่บนความประมาท เราต้องรับผลการกระทำของเราเอง ก็บอกย้ำไปแล้วเพราะเช้าวันรุ่งขึ้นมีอีกรายการมาสัมภาษณ์ ก็บอกไปว่ามันต้องแยกเป็นสองก้อนนะ หนึ่งคนไปทำงาน สองพาตัวเองไปสู่ความประมาท คนไปทำงานคือพนักงาน นักดนตรี เราต้องแยกออกไป ซึ่งเราไม่ได้พูดเหมารวมทั้งหมด เราพูดถึงคนที่ดื่มสุรา ฉะนั้นใครที่ดื่มสุราตั้งอยู่บนความประมาท วันนั้นเราพูดถึงหลักธรรม การไปสัมภาษณ์เขาพูดเราตามหลักธรรม ไม่ได้พูดตามกฎหมาย เราจึงต้องให้ความรู้เรื่องหลักธรรม พูดเรื่องสถานที่อโคจรไปกันเละเทะไปหมด เราต้องพูดตามหลักธรรม แม้คนในโลกจะไม่เห็นด้วยว่าคนกินสุราไม่เห็นเป็นอะไรเลย สถานที่แบบนี้ไม่เห็นจะอโคจรตรงไหน แต่เราพูดตามหลักธรรม เราก็ยืนยันตามหลักธรรม จะมาเอนเอียงตามโลกไม่ได้ ต่อให้ทัวร์ลงขนานดไหน อาจารย์ก็ต้องรับไว้ ในเมื่ออาจารย์เลือกที่จะพูด ก็ต้องรับผลจากการกระทำของตัวเอง เช่นเดียวกับเขาที่ต้องรับผลจากการกระทำตัวเอง 

ก่อนหน้านี้แทคเป็นกระแส ใครถ่ายรูปหรือทำคอนเทนต์ส่วนใหญ่มีอันเป็นไปทุกคน?

แทค : ช่วงจังหวะเฉยๆ ครับ

แต่จังหวะนรกหมดเลยนะ?

แทค :   ใช่ เดี๋ยวขอถ่ายกับพี่เป็กกี้ (หัวเราะ)

มีคนเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์พูดก็มี คนไม่เข้าใจก็เยอะ เวลาไลฟ์จิตตกมั้ย ทัวร์ลงเยอะ?

อ.เบียร์ : ไม่ๆ เป็นปกติ อาจารย์บอกแล้วสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ใครกระทำอะไรไว้ก็ย่อมได้รับผลจากการกระทำนั้น อาจารย์ห้ามความรู้สึก-ความคิดคนไม่ได้ แต่อาจารย์ห้ามความรู้สึกตัวเองได้ ไม่ให้รู้สึกลงไปเล่นกับความรู้สึกที่เป็นดราม่าอะไร อาจารย์เลยไม่ได้รู้สึกเศร้าหมองอะไร ออกบรรยายธรรมทุกวัน มีคนเสนออาจารย์ให้เงียบๆ ไปก่อน คนไทยลืมง่าย ไม่ต้องไลฟ์สด อาจารย์บอกทำไมกูต้องทำ ในเมื่อเราพูดทุกอย่างถูกต้อง เราพูดตามหลักธรรม เราออกมาบรรยายธรรมปกติ จะลืมไม่ลืมเป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา ใครลืมเร็วเป็นเรื่องที่ดี เขาจะได้ไม่ทุกข์ร้อน ใครลืมช้าก็เป็นความทุกข์ร้อนของเขาต่อไป 

มีญาติเหยื่อโดนไฟไหม้บอกว่าจะฟ้องอาจารย์?

อ.เบียร์ : ก็ฟ้องได้ ทุกคนมีสิทธิ์พูด มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น เขาก็มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น จะฟ้องร้องก็ทำได้หมด แต่อย่างที่บอกว่ารับผลการกระทำของตัวเองด้วย ถ้าไม่มีมูลสุดท้ายแล้วจะฟ้องร้องกลับ  ก็ต้องรับผลให้ได้เช่นเดียวกัน อาจารย์ไม่ได้ท้าทาย ไม่ได้อะไร อาจารย์พูดตามสิทธิเสรีภาพที่ทุกคนมีสิทธิ์ ฉะนั้นทุกคนถ้าบอกว่าอยู่ในประเทศไทยมีสิทธิ์ จ่ายภาษีเหมือนกันหมด แต่พอถึงเวลาอาจารย์กลับไม่มีสิทธิแสดงความคิดเห็น แต่พวกคุณมีสิทธิ์แสดงความเห็นกันหมด มันไม่แฟร์หรือเปล่า ดังนั้นเราทุกคนมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะแสดงความเห็นได้

อาจารย์เคยโดนฟ้องมาบ้างหรือยัง?

อ.เบียร์ : โดน ทุกวันนี้ก็มีคดีอยู่

แทคล่ะ รู้สึกยังไงที่อ.เบียร์โดนดราม่า?

แทค : เราเข้าใจเอนเอียงไปตามธรรม แต่เราก็เข้าใจมนุษย์โลกของเรา เราก็ต้องมีกินบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ควรอยู่ในความระมัดระวัง ไม่ประมาท ทุกร้านแน่นอนต้องมีการป้องกัน มีการซ้อมอะไรตลอดเวลา ตอนนี้หลายๆ ร้านเริ่มซ้อม เริ่มป้องกันแล้ว เราเข้าใจอาจารย์และเข้าใจมุมมองครอบครัวผู้เสียชีวิต เราเห็นทุกอย่างในนั้นหมดแล้ว สมัยก่อนก็เที่ยว สมัยนี้ไม่เที่ยวออกกำลังกาย รักครอบครัว 

คนมองเวลามีกระแสดังๆ อาจารย์เกาะหาแสงอย่างเดียวเลย?

แทค : ที่จริงเขาแสดงความคิดเห็นในช่องของเขา ในโซเชียลของเขา แค่มีนักข่าวไปตีความเฉยๆ

อ.เบียร์ : ไม่ใช่ พูดผิด จริงๆ ที่เกิดดราม่า ไม่ใช่อาจารย์แสดงความคิดเห็น นักข่าวมาสัมภาษณ์ ความเป็นจริงอาจารย์ไม่ได้พูดเรื่องนี้เลย อาจารย์แสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันแรกที่รู้ข่าวเลย แล้วรู้ข่าวจากไลฟ์สด เขามาบอกว่าเกิดเหตุไฟไหม้ก็แสดงความเสียใจ จบไปแล้ว ต่อมามีรายการข่าวมาสัมภาษณ์ อาจารย์ก็แสดงความเห็นเรื่องนี้ไป ไม่ใช่อยู่ๆ อาจารย์แสดงความเห็น เพราะปกติอาจารย์จะไม่แสดงความเห็นเรื่องอะไรถ้าไม่มีใครจ่อไมค์ถาม จะไม่พูดเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ใครถามมาก็ตอบ ด่าไปตามปกติ อย่างที่มีคนมาป่วน เกรียนคีย์บอร์ด ไม่ใช่มีดราม่าหรือไม่มีดราม่านะคนไลฟ์สดจะรู้พวกเกรียนมีเป็นเรื่องปกติ คนไลฟ์สดจะเจอ แพงจังเลย เน่าหรือเปล่า เอาของที่ไม่ดีมาขาย อาจารย์ก็จะด่าในไลฟ์สดเป็นปกติ เขาก็จะหัวเราะคิกคัก คนอยู่กับเราจะรู้ว่าเราด่าเอาสนุก ไม่มีอะไร แต่คนข้างนอกตีความกันว่าทำไมพูดจารุนแรง มึงไม่เคยมาดูไลฟ์สดด้วยซ้ำแล้วเอาไปตีความเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ตอนนั้นกูไม่ได้สอนธรรมะจ้ะ กูด่า แต่ด่าเสร็จกูก็สอนไง ต้องแยกบริบท เวลา คนเรามีหลายบทบาท

คอมเมนต์บอกหมดศรัทธาในตัวอาจารย์เลยกับเรื่องนี้?

อ.เบียร์ : ใช่ แต่ในไลฟ์สดเราพูดปกติธรรมดา แต่ปรากฏว่ารายการทีวีเอาไปลงกัน ปั่นกระแส เคยเหรอที่จะมากราบเท้าเรา เขาใช้คำว่าหมดศรัทธา เปรียบเทียบให้ฟัง ปรากฏว่าคนก็นั่งขำกัน ถามว่าด่าใครก็ไม่ได้ด่าใคร ในไลฟ์สดขอยืมคำถามทุกคนเพื่อตอบทุกคนที่ฟังอยู่ 4-5 พันคน แต่คนไม่เข้าใจ อาจารย์พูดเสมอว่าถ้ารับคำตอบไม่ได้กรุณาอย่างถาม แจ้งให้ทราบแล้ว แต่ก็สรรหามาพูดกัน 

แทคให้กำลังใจอาจารย์ยังไง?

แทค : สมน้ำหน้า (หัวเราะ) เบียร์โดนอีกแล้วนะ เอาอีกแล้วนะเบียร์ คือเราเข้าใจอาจารย์พูดแบบนี้ยังไงก็เรียกรถทัวร์อยู่แล้ว แต่จะเป็นบริษัทไหนก็แล้วแต่มาจอด เราก็อาจารย์โดนอีกแล้วนะ ไม่เป็นไรอาจารย์ รับรถทัวร์ดีๆ แล้วกัน เดี๋ยวนี้เขาเก่ง เขามีโต้ตอบ 

เรียนรู้จากคุณหรือเปล่า?

แทค : เด็กปั้น สอนมากับมือ (หัวเราะ) อยู่หนองจอก เก็บรากบัวอยู่ ผมไม่ห้ามเพราะผมไปเก็บด้วย (หัวเราะ)

จุดเริ่มต้นเจอกันที่ไหน?

แทค : s2o รุ่นหนึ่ง เมื่อก่อนอาจารย์เบียร์เคยเที่ยว s2o รุ่นหนึ่ง สมัยพื้นดินแดง จริงๆ (หัวเราะ) 

ก่อนมาสายธรรมะก็สุดมาก่อน?

อ.เบียร์ : สุด เราก็เคยเที่ยวแบบนี้มาหมดแหละ แต่ตอนหลังเราเห็นโทษไง เราเลยไม่อยากตั้งอยู่บนความประมาท ก็เลยเดินออก แค่นั้นเอง 

แทค : เมื่อก่อนอกหักร้องไห้ 

สนิทกันได้ยังไง?

แทค : ปีสองปีที่แล้ว อาจารย์ไปออกรายการ เราก็อยากเชิญเขามาออกรายการด้วย  เราอยากรู้ว่าอาจารย์เบียร์ที่มีกระโถน เขานิสัยยังไง การสอนธรรมะเขาดูสนุก เข้าถึงง่าย เมื่อก่อนมีแพรรี่ สมปอง เราก็อยากลองสิว่าเขาเป็นยังไง ผมชอบคนพูดตรงๆ ปากจัดแบบนี้ มีกระโถนอะไรผมก็เล่นของผมไป ครั้งแรกสนุก คนนี้มีของ เราควรปั้น 

อ.เบียร์ : ถามกูมั้ย กูไปนั่งอยู่ตรงนั้นทำไม จริงๆ กูรู้สึกสลดหดหู่สังเวชตัวเองมากที่ไปนั่งอยู่ตรงนั้น พลาดแล้วไม่น่ามาเลย วันนั้นไร้สาระทุกประเด็น ไม่มีอะไรเป็นสาระเลย วันนั้นไปแล้วอะไรวะ มาทำอะไรที่นี่ วันหลังมามันพยายามเชิญเราอีกนะ ก็บอกว่ามึงปัดๆ ไปหน่อยดิวะ อย่าให้มันลงคิวได้ แต่ด้วยความสงสาร มีเมตตา

แทค : เขาใช้คำว่าเวทนา 

อ.เบียร์ : เวทนา สงสาร ก็เลยไป แล้วไปเรื่อยๆ ตอนหลังมันก็มาหาเราที่บ้าน

แทคเป็นยังไงในสายตาอ.เบียร์?

อ.เบียร์ : โอ้โห (หัวเราะ) จริงๆ แทคเป็นคนดีคนนึงที่ดูแล้วไว้ใจได้บ้าง (หัวเราะ) ไว้ใจได้ระดับนึง ไม่รู้ว่าวันนึงมันจะซ้ำเราตอนไหน เพราะมันชอบเอารูปไปโพสต์หลังคนนั้นเป็นดราม่า มันจะเอาคนนั้นไปแขวน กูจะเป็นคนนั้นวันไหนที่มันทำกับเรา ล่าสุดมันก็ทำนะ ที่เขาถามว่าช่วงเจอดราม่าให้กำลังใจยังไง มันเปลี่ยนจากอาจารย์เป็นอาเจน แล้วก็เอาอาจารย์ไปโพสต์ บอกว่าคิวต่อไปไปตรวจมูลนิธิอาจารย์หน่อยนะ มันเริ่มปั่นแบบนี้ แต่มันเป็นคนดูแลอาจารย์ตลอด ถึงเวลาก็ดูแลดี ให้กำลังใจ ไปก็ต้อนรับขับสู้ ไปตรงไหนจะวิ่งมาต้อนรับ ดูแล เมื่อกี้แทบก้มลงไปกราบ แต่จะมีท่าทางของตัวเอง ดีๆ 

ก้มลงไปย่อเลย อาการแสร้งเคารพเป็นยังไง?

แทค : เคารพด้วยแล้วอยากกวนประสาทด้วย สนุก เวลาแกโดนดราม่าอยากให้แกสนุก ยิ้มได้บ้าง อยากไปป่วนแกในไลฟ์ คอยให้ด่านิดนึง แกสู้มือ

เวลาแทคกวน ทำยังไง?

อ.เบียร์ : ด่าอย่างเดียว จริงๆ สไตล์เราก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้วไม่ว่าเป็นใคร อย่างล่าสุดลิลลี่ เหงียนก็มา อาจารย์ก็ด่า คนดูเป็นหมื่นกว่าคน อย่างป้ารัตนามา อาจารย์ก็ด่า  คนดู 3 หมื่นกว่าคน แค่ด่ากันแล้วสนุก คนได้รีแลกซ์ผ่อนคลาย แต่คนไปมองว่าเราด่าหยาบคาย จริงๆ เราไม่ได้มีเจตนาร้ายกับใครเลย เราแค่อยากปั่นกระแสเล่นเพื่อให้เกิดความสนุกสนาน เพราะทุกคนเดี๋ยวนี้ซีเรียสจะแย่อยู่แล้ว ฉะนั้นต้องฟังอะไรที่ไม่ซีเรียส เช่นเนื้อหาหลักธรรมควรซีเรียส แต่เนื้อหาตลกโปกฮาอย่าไปซีเรียสเหมือนเวลาแทคมา อาจารย์ก็ด่า อาจารย์เรียกทุกคนว่าคุณ ยกเว้นมัน เรียกไอ้อยู่คนเดียว เพราะสันดานมันไม่ควรเรียก

บูลลี่กระชับมิตร?

อ.เบียร์ : เราบูลลี่ในกลุ่มเพื่อนได้ เราไม่มีเจตนาทำลายมัน เราสร้างสีสันให้เกิดขึ้นในสังคมเรา ไม่ใช่สังคมเราก็ออกไปแค่นั้นเอง ก็เลื่อนผ่าน ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย 

สังคมต้องจิตแข็งพอสมควร?

อ.เบียร์ : ใช่ เราคัดกรองคนที่จะอยู่กับเรา 

แต่แทคเป็นคนแรกๆ แนะนำให้ไลฟ์แล้วปักตะกร้า?

อ.เบียร์ : ไม่ใช่ จริงๆ ไม่เกี่ยวกับมัน อาจารย์ขายของแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตั้งแต่มันยังไม่รู้จักอาจารย์ด้วยซ้ำ แต่อาจารย์ได้แบบอย่างจากมัน มันพาไปดูงานที่สตูฯ แล้วแทคขายของ อาจารย์ไปดูงาน เอาตรงๆ นะว่ารับรีวิวได้แรงบันดาลใจจากมัน โปรดักชั่นต่างๆ ก็ได้จากมัน แต่มาปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบเรา

ใช้คำว่าผู้มีพระคุณได้มั้ย?

อ.เบียร์ : ใช้ไม่ได้หรอก เพราะเราตัดของมันออกหมดเลย เราไปยืนดูของมัน ไม่ได้เรื่องเลย ทีมงานโปรดักชั่นมันใหญ่จริง แต่ไม่เหมาะกับเรา เราก็มาปรับเป็นบ้านๆ คำแนะนำมันแพงไปหมด เราไม่ได้มีเงินเหมือนมัน มันเป็นคนรวย มันไม่ได้เป็นคนสอนเรา เราคิดได้เอง 

แทค : หน้ากล้องนี่แอคใหญ่เลย  ชูคอใหญ่เลย เชื่อมั้ยน้ำพริกได้กำไร 2 บาทต่อกระปุก ทุกวันชักหน้าไม่ถึงหลังนะ 

อ.เบียร์ : อาจารย์ตั้งราคาตั้งแต่สมัยที่จีพีแค่ 20 เปอร์เซ็นต์  ทุกวันนี้อาจารย์ไม่ได้ปรับราคาเลย แต่ทุกวันนี้จีพีมันดีดไปถึง 38 เปอร์เซ็นต์ แล้วจะเหลือกำไรมั้ย ก็ขาดทุนไง เราจะทำยังไงดี ตอนหลังคนมาบูลลี่เรา มึงบอกขาดทุนๆ แต่มึงซื้อรถเอย แต่งบ้านรีโนเวตบ้าน ซื้อทอง มีทุกวันนี้เพราะรับรีวิวสินค้าและเป็นพรีเซ็นเตอร์แล้วจ้ะ ถ้าไม่รีบรีวิวเป็นพรีเซ็นเตอร์ อาจารย์ไม่เหลือเงินแล้วนะ มีอยู่ช่วงนึงเงินกรรมการไม่ได้จ่ายเลย เพราะมันขาดทุนมาก ขายน้ำพริกนะ รอดตายเพราะรับรีวิวสินค้านี่แหละ  เป็นคนแรกแรกๆ ที่เราไปเห็นว่าเขาขายของแล้วคนมาเต็ม ข้างล่างนี่คนรอเต็มไปหมด ตอนแรกแทคก็พาอาจารย์ไปช่วยขาย หลังๆ มาเราก็เริ่มมาขายเอง

แทค : ใช่ แล้วก็แย่งลูกค้าไปหมดเลย 

อ.เบียร์ : ใช่ ลูกค้ามันก็เริ่มมาอยู่กับอาจารย์ 

แทค : ของเราตอนนี้เงียบเหงา ไปโน่นหมดเลย เดี๋ยวนี้ขายเก่ง ภูมิใจ

คุณก็โดนเหมือนกันนะ แทค ภรัณยู ใครดังไม่ได้ เกาะกระแส หาแสง?

แทค : ยอดเอนเกจขึ้น ได้เงินด้วย เราพูดจริงๆ 

เสียความรู้สึกมั้ย คนบอกชอบเกาะ?

แทค : ไม่ มาเลย เกาะแล้วปักตะกร้าขายได้ด้วย ลูกค้ามาด้วย เราต้องมองด้านดีของเรา 

ไม่ได้มองคอมเมนต์ที่ว่าเลย?

อ.เบียร์ : อาจารย์สอนธรรมะมาเยอะ วางใจได้เลย (หัวเราะ)

แทค : โอ้โห อิคคิวซัง 

อ.เบียร์ : ได้ดีเพราะอาจารย์เลย

แทค : เริ่มเป็นเรือจ้างแล้วนะ เริ่มทวงบุญคุณ 

อ.เบียร์ : เราไม่มีเจตนาคิดว่าให้เกิดดราม่าแล้วจะขายของดี ไม่ได้คิด ช่วงดราม่าอาจารย์แทบไม่ได้ขายของเลยนะ แล้วคิดว่าจะเก่งถึงขั้นสร้างดราม่าให้เป็นไวรัล ถ้าเป็นแบบนั้นเราสร้างกันทุกวันดีกว่ามั้ย เราไม่รู้หรอกเราก็สร้างเหตุไปตามปกติของเรา คนอาจคิดไปเองว่าเราสร้างดราม่าเพื่อให้ได้ขายของ คนบอกว่ามาสร้างกระแสแล้วก็ไปขายของกัน เอารายได้เข้าตัว ความเป็นจริงถ้าเราทำให้ประสบความสำเร็จได้แบบนั้น เราไปเปิดคอร์สสอน น่าจะรวยกว่าขายของ 

แทคมาเกาะแสงเรา คิดยังไง?

อ.เบียร์ : ไม่เป็นไร ให้ค่าให้แสงมันไป มันไม่ค่อยมีแสงเท่าไหร่ ช่วงนี้ กระจายแสงให้มันเล็กน้อย เพราะริบหรี่เหลือเกิน จากแสงตะวันเป็นหิ่งห้อยไง (หัวเราะ) ริบหรี่แว็บๆ ถ้าอาจารย์พูดแบบนี้ในไลฟ์สด คนก็จะตัดไปด่าว่าหยิ่ง ผยอง แต่ความเป็นจริงเราคุยเล่นกันเป็นปกติ

แต่ก่อนแทคมีละคร มีรายการฟู่ฟ่า เดี๋ยวนี้ไลฟ์สดเป็นทางรอดของคนบันเทิง?

แทค : มันก็จริง ใครๆ ก็ไลฟ์ขายของ ได้เงินด้วย ได้เอนเกจฯ ได้คนรู้จัก ลูกค้าสนใจก็มาเข้า ไม่มีอะไรทำด้วย ละคร-รายการเริ่มน้อย เริ่มลด เราก็หาทางรอดของเรา 

เปรียบเทียบให้ฟังหน่อย งานในวงการลดไปขนาดไหน?

แทค : เยอะมาก เอาตรงๆ นะเมื่อก่อน 10 ปีที่แล้ว 7-8 เรื่องต้องมีแต่เดี๋ยวนี้ปีนึงเรื่องสองเรื่องก็สุดยอดแล้ว ก็มาทำออนไลน์ ขายของในติ๊กต๊อก ในช้อปปี้ เราก็ทำไป 

คนชอบเห็นอะไรเรียลๆ ?

แทค : ใช่ คนชอบคุยอย่างนี้ จริงจัง ตรงๆ จะได้รู้ว่าชีวิตเราเป็นแบบไหน อย่างพี่เป็กขายของกินข้าวไปด้วย เอาแฟนมานั่งไปด้วย 

รู้ว่ารักกัน มีอะไรจะบอกเขามั้ย?

แทค : ใส่หน้ากาก (หัวเราะ) ไม่ต้องบอกหรอก ให้เขาใช้ชีวิตของเขาไป เราเข้าใจในอาจารย์อาจเป็นคนแบบนี้ อาจพูดไม่ตรงจริตใครก็มีบ้าง แต่เป็นอาจารย์เบียร์แบบนี้ดีแล้ว ไม่ห่วงอะไร  คนแบบนี้ห่วงยาก สู้มือแบบนี้ปล่อยไปตามสไตล์เลย เราค่อยลงรูปโพสต์แล้วบอกสมน้ำหน้า (หัวเราะ) 

อ.เบียร์ : จริงๆ ไม่มีอะไร ใช้ชีวิตเป็นมันดีแล้ว หน้าที่เราคือต่างคนต่างใช้ชีวิตกันและกัน ต่างรับผลการกระทำ อาจารย์ศรัทธาและเชื่อมั่นใจกรรม ถ้ามันทำกรรมมันก็ต้องรับผล ลักลอบซ่อนเร้นอะไรไว้ก็ต้องรับผล

แทค : เนี่ย จะโยงให้ได้ 

อ.เบียร์ : (หัวเราะ) สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมอยู่แล้ว เราเป็นห่วงกันอยู่แล้วตามเหตุตามปัจจัย ทุกวันมันต้องมาเข้าไลฟ์สดกับอาจารย์ให้อาจารย์ด่าเพื่อเอฟซีฟังอยู่จะได้มีความสุขในแต่ละวัน เราก็เป็นแบบนี้ต่อไป ให้คาดหวังที่ตัวเองดีที่สุด คาดหวังที่ตัวเองก็พอแล้ว 

รักกันมั้ย?

แทค : รัก แต่ไม่หอมนะ ให้ผมจุ่มแก้มอาจารย์เบียร์เหรอ 

อ.เบียร์ : ไม่ควรๆ (หัวเราะ)

แทค : ป้าดโธ่ ไปจุ๊บแก้มไซตามะ น้ำท่วมกรุงเทพฯ จ้ะ ปกติด่ากันมากกว่า 

อ.เบียร์ : เขาจะมาบีบนวด นั่งใกล้ๆ แล้วบอกว่าคิดถึงอาจารย์นะ 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama