เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ผนึก Amazing Thailand เปิดแคมเปญ ไทยไทย เที่ยวตามหนัง

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ผนึก Amazing Thailand เปิดแคมเปญ ไทยไทย เที่ยวตามหนัง

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ผนึก Amazing Thailand เปิดแคมเปญ ไทยไทย เที่ยวตามหนัง

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.38 น.

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมมือครั้งสำคัญกับ Amazing Thailand โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศปักหมุดขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลักดัน Soft Power ด้านภาพยนตร์ไทยสู่สายตาชาวโลก เปิดตัวแคมเปญ “ไทยไทย เที่ยวตามหนัง” ชวนคนรักหนังและนักท่องเที่ยวร่วมออกเดินทางตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไทยทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง พร้อมร่วมสนุกถ่ายทอดความประทับใจผ่านภาพถ่าย ลุ้นรับรางวัลใหญ่ที่พักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 3 รางวัล 3 จังหวัด และบัตรชมภาพยนตร์ฟรี 300 รางวัล รวม 600 ที่นั่ง ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม – 20 กันยายน 2569 

นรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโตและเป็น Soft Power ที่แข็งแกร่งในการนำรายได้เข้าสู่ประเทศ 

ภาพยนตร์เป็นสื่อบันเทิงที่เข้าถึงง่ายและทรงพลังที่สุด สามารถสอดแทรกศิลปวัฒนธรรม อาหาร ประเพณี และความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว ผ่านเนื้อเรื่องได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จึงอยากเชิญชวนคนรักหนังและสายท่องเที่ยว มาร่วมเป็น “กระบอกเสียง” ถ่ายทอดความงดงามของเมืองไทย ผ่านมุมมองและการท่องเที่ยวตามรอยหนังไทย เพื่ออวดโฉมโลเคชั่นสุดมหัศจรรย์นี้ให้คนทั่วโลกได้เห็น และสร้างแรงบันดาลใจให้ออกเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์จริงในประเทศไทยมากขึ้น

ด้าน นิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าความร่วมมือกับ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในครั้งนี้ เป็นการทำการตลาดเชิงรุกเพื่อเจาะกลุ่มคนรักหนัง โดย ททท. มุ่งหวังให้แคมเปญนี้ช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะการกระจายรายได้สู่พื้นที่ “เมืองน่าเที่ยว” (เมืองรอง) ที่เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไทย ซึ่งมีศักยภาพและมีทัศนียภาพที่สวยงาม เราอยากชวนให้ทุกคนไปเช็คอิน ถ่ายภาพ และแชร์ต่อบนโลกโซเชียล เพื่อสร้างการรับรู้และส่งต่อแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวผ่านพลังของคอนเทนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะทุก ๆ ภาพถ่ายและการเล่าเรื่องจากนักท่องเที่ยว คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะเปลี่ยนจากกระแสบนหน้าจอ ให้กลายเป็นการออกเดินทางจริง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในภาพรวมได้อย่างยั่งยืน 

กิจกรรม “ไทยไทย เที่ยวตามหนัง” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2569 ชวนผู้ร่วมสนุกส่งภาพตัวเองพร้อมโลเคชั่นจากภาพยนตร์ไทยเรื่องใดก็ได้ ถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจ ลุ้นรับรางวัลที่พักโรงแรม 1 คืน รวม  3 รางวัล 3 จังหวัด และรางวัลบัตรชมภาพยนตร์ไทยรวม 300 รางวัล ๆ ละ 2 ที่นั่ง รวม 600 ที่นั่ง***

***สุ่มจับรางวัลจากผู้โชคดีที่เข้าร่วมกิจกรรม

กติกาง่าย ๆ ในการร่วมสนุก 

สแกน QR Code บน Strip Ads ในหน้าเพจเฟสบุ๊ค MAJOR GROUP โพสต์ภาพคุณกับสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไทย เรื่องใดก็ได้ ในจังหวัดต่างๆ ทั่วไทย อาทิ ภาพยนตร์เรื่อง “อัศจรรย์ วันทอง” ถ่ายทำที่จังหวัดสุพรรณบุรี, ภาพยนตร์เรื่อง “ธี่หยด สมิงเขาขวาง” ถ่ายทำที่จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมบอกเล่าความรู้สึกประทับใจ ติดแฮชแท็ก #ไทยไทยเที่ยวตามหนัง #Amazingไทยแลนด์ #MajorCineplex 

ร่วมสนุกกับกิจกรรมและการประกาศรางวัล ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2569 

รอบที่ 1 เดือนกรกฎาคม ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2569 ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ลุ้นรับรางวัลที่พักโรงแรม 1 คืน 1 รางวัล และบัตรชมภาพยนตร์ 100 รางวัล ๆ ละ 2 ที่นั่ง รวม 200 รางวัล รอบที่ 2 เดือนสิงหาคม ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม – 26 สิงหาคม 2569 ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ลุ้นรับรางวัลที่พักโรงแรม 1 คืน 1 รางวัล และบัตรชมภาพยนตร์ 100 รางวัล ๆ ละ 2 ที่นั่ง รวม 200 รางวัล 

รอบที่ 3 เดือนกันยายน ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน – 20 กันยายน 2569 ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 25 กันยายน 2569 ลุ้นรับรางวัลที่พักโรงแรม 1 คืน 1 รางวัล และบัตรชมภาพยนตร์ 100 รางวัล ๆ ละ 2 ที่นั่ง รวม 200 รางวัล 

นอกจากการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคแล้ว เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป และ ททท. ยังมุ่งหวังให้แคมเปญนี้เป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมภาพยนตร์กับการท่องเที่ยว ผ่านพลังของคอนเทนต์และประสบการณ์จริง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย และการยกระดับ Soft Power ไทยสู่เวทีโลก

 คอหนังและสายเที่ยวห้ามพลาด! ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Soft Power ไทย และลุ้นรางวัลใหญ่ไปพร้อมกัน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟสบุ๊ค MAJOR GROUP และ AMAZING ไทยแลนด์

ปรบมือรัวๆ!! ศิลปิน GMMTV คว้าบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศไทย

ปรบมือรัวๆ!! ศิลปิน GMMTV คว้าบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศไทย

ปรบมือรัวๆ!! ศิลปิน GMMTV คว้าบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.38 น.

ขอปรบมือรัวๆ ให้กับศิลปินกระแสปังจาก “GMMTV” คอนเทนต์โพรไวเดอร์ชั้นนำของเมืองไทย ในเครือบริษัท “เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)” ที่มีผลงานโดดเด่นและกระแสมาแรง จนได้รับเลือกเป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศไทย ในแคมเปญ #legend100 ประจำปี 2026 กับงาน #100List Social Club 2026 จากนิตยสาร Hashtag Legend Thailand คัดเลือกโดยทีมบรรณาธิการ เพื่อยกย่องวิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำ และผลงานอันโดดเด่นของผู้ร่วมขับเคลื่อนอนาคตในหลากหลายแวดวง ตั้งแต่แฟชั่น ความงาม ไลฟ์สไตล์ อาหาร การท่องเที่ยว ธุรกิจ ไปจนถึงวงการ บันเทิง ศิลปะ และวัฒนธรรม ซึ่งไม่เพียงได้รับการยอมรับในประเทศ แต่ยังสร้างอิทธิพลและผลกระทบในระดับนานาชาติอีกด้วย โดยศิลปิน GMMTV ได้รับเลือกใน Category ต่างๆ ดังนี้

(1) #legend100 category : Super Star

ได้แก่ “วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร” และ “เต ตะวัน วิหครัตน์” 2 นักแสดงหนุ่มฮอตมากความสามารถ ที่ได้รับเลือกให้เป็นนักแสดงผู้เป็นหมุดหมายสำคัญของวงการบันเทิงไทย ที่สร้างความประทับใจผ่านความสามารถอันโดดเด่น วิสัยทัศน์ในการทำงาน และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ จนร่วมกำหนดมาตรฐานใหม่ของวงการ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน และก้าวขึ้นเป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลทางวัฒนธรรมของยุคสมัย

(2) #legend100 category : Lifestyle & Sport

ได้แก่ “เอส ศุภ สง่าวรวงศ์” หนุ่มฮอตที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ร่วมนิยามวิถีชีวิตร่วมสมัยผ่านความเชี่ยวชาญ วิสัยทัศน์ และความคิดสร้างสรรค์ ตั้งแต่กีฬา แฟชั่น ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ไม่เพียงสร้างเทรนด์ แต่ยังสร้างประสบการณ์ จุดประกายแรงบันดาลใจ และเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและมีความหมาย

 (3) #legend100 category : New Faces

ได้แก่ “จุง อาเชน ไอย์ดึน, มิ้ลค์ พรรษา วอสเบียน, เลิฟ ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร, เอมี่ ทสร กลิ่นเนียม, บอนนี่ ภัทราภัสร์ โบรัชตะสุวรรณ์” 5 นักแสดงที่ได้รับเลือกให้เป็นคนรุ่นใหม่ผู้กำลังก้าวขึ้นมาเป็นพลังสำคัญของวงการด้วยความสามารถ วิสัยทัศน์ และความคิดสร้างสรรค์อันโดดเด่น ไม่ว่าจะผ่านผลงานสร้างสรรค์ การแสดง ธุรกิจ หรือแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ จุดประกายแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองใหม่ให้กับอนาคตของอุตสาหกรรมและสังคม

(4) #legend100 category : KOLS & Influencers

ได้แก่ “น้ำตาล ทิพนารี วีรวัฒโนดม” นักแสดงสาวสวยที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ทรงอิทธิพลแห่งโลกดิจิทัล สร้างมาตรฐานใหม่ผ่านความคิดสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ และตัวตนอันโดดเด่น ที่ไม่เพียงขับเคลื่อนเทรนด์ด้านไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ยังมีบทบาทในการกำหนดบทสนทนาทางสังคม หล่อหลอมทัศนคติและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนผ่านคอนเทนต์ที่จริงใจและทรงพลัง

 (5) #legend100 category : THE RISING FORCE AWARD

ได้แก่ “จุง อาเชน ไอย์ดึน” นักแสดงหนุ่มสุดปังที่ได้ถึง 2 Category เหตุจากเป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง ที่มีความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์ สร้างสรรค์ผลงานโดดเด่น และขับเคลื่อนเทรนด์ด้านไลฟ์สไตล์และแฟชั่นอย่างทรงพลัง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในสังคม

ซึ่งสร้างความดีใจให้กับศิลปินทุกคนเป็นอย่างมาก และขอขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีมาตลอด ถือเป็นพลังใจสำคัญในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

เอก สุระเชษฐ เสิร์ฟความสุข 5 ชั่วโมงเต็มแฟนมีทสุดอบอุ่น แขกรับเชิญแน่น เซอร์ไพรส์ไม่ขาดสาย

เอก สุระเชษฐ เสิร์ฟความสุข 5 ชั่วโมงเต็มแฟนมีทสุดอบอุ่น แขกรับเชิญแน่น เซอร์ไพรส์ไม่ขาดสาย

เอก สุระเชษฐ เสิร์ฟความสุข 5 ชั่วโมงเต็มแฟนมีทสุดอบอุ่น แขกรับเชิญแน่น เซอร์ไพรส์ไม่ขาดสาย

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.34 น.

เรียกได้ว่าอิ่มเอมทั้งศิลปินและแฟนคลับ สำหรับงานแฟนมีตติ้ง “I am Ake Surachet” ของนักร้องเสียงนุ่ม เอก สุระเชษฐ ที่จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ณ The Crown ลาดพร้าว 130 โดยมีแฟนคลับกว่า 200 คน เดินทางมาร่วมให้กำลังใจจนบรรยากาศอบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นตลอดเวลากว่า 5 ชั่วโมงเต็ม ไม่มีใครยอมลุกจากที่นั่ง เพราะเอกขนทั้งเพลงฮิตที่ทุกคนร้องตามได้ และเพลง B-Side ที่ไม่ค่อยได้ฟังบนเวทีมาฝากแฟน ๆ แบบเต็มอิ่ม พร้อมพูดคุยย้อนความทรงจำและแบ่งปันเรื่องราวตลอดเส้นทางในวงการเพลงอย่างเป็นกันเอง

อีกหนึ่งช่วงที่ทำเอาทั้งฮอลล์ยิ้มไม่หุบ คือการเชิญ “รษา” ภรรยาคู่ชีวิตขึ้นเวที ร่วมแบ่งปันโมเมนต์สุดหวาน ถ่ายทอดความรักและความผูกพันที่เดินเคียงข้างกันมายาวนาน จนแฟน ๆ พร้อมใจกันปรบมือให้กับความน่ารักของทั้งคู่ด้านแขกรับเชิญคนสำคัญ แอน ธิติมา ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อขึ้นเวทีมาร่วมร้องเพลง “ฝันไปหรือเปล่า” กับเอกในเวอร์ชันสุดละมุน ก่อนจะต่อเนื่องด้วยเพลงฮิตของตัวเองที่เรียกเสียงร้องตามได้ทั้งฮอลล์ความสนุกยังเดินหน้าต่อแบบไม่มีแผ่ว เมื่อเหล่าเพื่อนศิลปินอย่าง ปราโมทย์ วิเลปะนะ, เต็น ธีรภัค, เเซก I-ZAX และ กัปตัน One One ทยอยขึ้นเวทีสร้างสีสัน ก่อนจะมีเซอร์ไพรส์ด้วยการเชิญศิลปินที่มาร่วมชมงานอย่าง จั๊ม Color Pitch และ บีม จารุวรรณ ขึ้นมาแจมสด ๆ สร้างโมเมนต์สุดพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในงานนี้ปิดท้ายค่ำคืนแห่งความสุขด้วยเมดเลย์เพลงแดนซ์ยุคทองจากค่าย RS ที่ได้ เอก สุระเชษฐ์, ซีแนม AF และ แซม ซามูแอล ชวนแฟน ๆ ลุกขึ้นร้อง เต้น และสนุกไปพร้อมกัน ส่งท้ายแฟนมีตติ้งด้วยรอยยิ้มและเสียงปรบมือดังกึกก้องนับเป็นอีกหนึ่งแฟนมีตติ้งที่เต็มไปด้วยเสียงเพลง ความทรงจำ และความผูกพันระหว่างศิลปินกับแฟนคลับอย่างแท้จริง พร้อมตอกย้ำว่า ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี “เอก สุระเชษฐ” ก็ยังคงเป็นศิลปินที่อยู่ในหัวใจของแฟนเพลงเสมอ

ช่อง 3 จับมือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยกระดับสินค้าชุมชน เปิดบูธ GI ไทย งาน แจ๋วแซ่บเฟ่อร์

ช่อง 3 จับมือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยกระดับสินค้าชุมชน  เปิดบูธ GI ไทย งาน แจ๋วแซ่บเฟ่อร์

ช่อง 3 จับมือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยกระดับสินค้าชุมชน เปิดบูธ GI ไทย งาน แจ๋วแซ่บเฟ่อร์

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.32 น.

สานต่อความร่วมมือต่อเนื่อง สำหรับ ช่อง 3 ที่ได้จับมือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าขยายช่องทางการตลาดสินค้า GI ร่วมเปิดบูธในงาน “แจ๋วแซ่บเฟ่อร์” ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 ณ ALIVE PARK HALL ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค โดยสินค้า GI นับเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่น มีเรื่องราวประวัติความเป็นมาซึ่งส่งผลให้สินค้ามีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ปัจจุบันสินค้า GI ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญามีมากกว่า 200 สินค้าทั่วประเทศไทย ซึ่งงานนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้นำ 6 สินค้าตัวเด็ดตัวดังจากจังหวัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลำปาง, น่าน, ปัตตานี, สกลนคร, มหาสารคาม และ เพชรบูรณ์ มาชวนแฟน ๆ ช่อง 3 ทุกท่านร่วมช้อปชิมฟินกับความภาคภูมิใจในสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของไทย

เริ่มต้นด้วย เนื้อโคขุนโพนยางคำ จ.สกลนคร ที่บูธ E1 ซึ่งเป็นเนื้อโคขุนคุณภาพสูง ผลิตจากโคเนื้อลูกผสมระหว่างโคสายพันธุ์ยุโรปกับโคสายพันธุ์พื้นเมือง เนื้อมีสีแดงสดใส มีไขมันแทรกในเนื้อ เนื้อนุ่ม ไม่มีกลิ่นสาบ และมีรสชาติดี มีคะแนนไขมันแทรกที่ 3.5 ขึ้นไปตามมาตรฐานเนื้อโค หอมกรุ่นชวนลิ้มลอง! ต่อกันที่ บูธ E2 มะขามหวาน จ.เพชรบูรณ์ เป็นมะขามที่มีเปลือกสีน้ำตาลเนียน มีเนื้อสวยสม่ำเสมอ หนา นุ่มเหนียว ไม่แข็งกระด้าง สาแหรกน้อย รสชาติหวานหอม ปลูกในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ใครที่ชอบทานมะขามห้ามพลาด!

ขณะที่ บูธ E3 พบกับ ลูกหยียะรัง จ.ปัตตานี คือลูกหยีพันธุ์หยีทวย หรือ ทวยงาช้าง และพันธุ์หยีธรรมดา หรือ หยีบ้าน เป็น ลูกหยีผลสุกไม่กะเทาะเปลือก และลูกหยี ผลสุกกะเทาะเปลือก มีผลใหญ่ ผิวเปลือกบาง สีดำ เมื่อกะเทาะเปลือกจะมีเนื้อหนายุ่ยสีแดง หรือ แสด รสชาติเปรี้ยว หรือ เปรี้ยวอมหวาน หรือ เปรี้ยวอมฝาด และรวมถึงลูกหยีผลสุกกะเทาะเปลือก ที่ผ่านการแปรรูปเป็นลูกหยีทรงเครื่อง ลูกหยีฉาบ ลูกหยีกวน ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวปนเค็ม หรือ หวานอมเปรี้ยว ปนเค็มและเผ็ด ที่ปลูกและแปรรูป ในเขตพื้นที่จังหวัดปัตตานี ผลไม้ชนิดต่อไป คือ มันแกวบรบือ จ.มหาสารคาม อยู่ที่บูธ D3 มันแกวพันธุ์เบามีลักษณะหัวกลม แป้น อวบใหญ่ เปลือกบางสีน้ำตาลอ่อน ลอกออกจากเนื้อได้ง่าย เนื้อมีสีขาว เส้นใยในเนื้อมาก ปริมาณของน้ำในเนื้อมาก รสสัมผัสกรอบ รสชาติหวานและมัน สำหรับใครที่เป็นสายข้าวแต๋นต้องมาที่ บูธ D2 ข้าวแต๋นลำปาง ข้าวเหนียวทอดกรอบราดด้วยน้ำอ้อยที่ผลิตขึ้นในพื้นที่จังหวัดลำปาง มีเทคนิคการทำจากภูมิปัญญาของคนในชุมชนและเป็นขนมโบราณของคนภาคเหนือทำเพื่อเลี้ยงแขกในงานมงคลต่างๆ ต่อมาจึงจำหน่ายเป็นของฝากจังหวัดลำปาง จนข้าวแต๋น เป็นที่แพร่หลายและได้กลายเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของชาวลำปาง เนื่องจากรสชาติข้าวแต๋นที่หอม กรอบ หวานอร่อย ส่งท้ายด้วยบูธ D1 กาแฟดอยสวนยาหลวงน่าน ที่สายกาแฟห้ามพลาด เพราะนี่คือหนึ่งในสินค้าที่โดดเด่นของจังหวัดน่าน สร้างเศรษฐกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นที่ราบสูง อากาศที่เหมาะสมกับการปลูกกาแฟ จึงทำให้กาแฟของจังหวัดน่าน ได้รับการยอมรับในวงการกาแฟ เป็นกาแฟสายพันธุ์อาราบิกาที่ผ่านกระบวนการบ่มและคั่วในระยะเวลาที่เหมาะสม เป็นกาแฟสาร กาแฟคั่ว กาแฟคั่วบด ที่มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นช็อกโกแลต กลิ่นถั่ว และกลิ่นผลไม้ รสชาติเข้มกลมกล่อม มีความเป็นสมุนไพร รสเผ็ดซ่าซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เหมือนใคร

ของดีประจำจังหวัดได้ถูกยกมาร่วมจัดจำหน่ายอยู่ที่งาน “แจ๋วแซ่บเฟ่อร์” พร้อมให้ทุกท่านได้ร่วมช้อปสินค้า GI กันแล้ว! งานนี้ส่งตรงจากสวน เกษตรกรมาเอง เป็นของแท้แน่นอน! ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ตลอด 10 วันเต็ม! ณ ALIVE PARK HALL ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ห้ามพลาดเด็ดขาด!

10 ปีที่ไม่เคยจริงใจ ใหม่ รัชดา ตอกหน้า เจนี่ หวังซีนเคลียร์ใจกลางงานแต่ง ย้ำชัด เสียเวลา

10 ปีที่ไม่เคยจริงใจ ใหม่ รัชดา ตอกหน้า เจนี่ หวังซีนเคลียร์ใจกลางงานแต่ง ย้ำชัด เสียเวลา

10 ปีที่ไม่เคยจริงใจ ใหม่ รัชดา ตอกหน้า เจนี่ หวังซีนเคลียร์ใจกลางงานแต่ง ย้ำชัด เสียเวลา

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.10 น.

ทำเอาชาวเน็ตและคนในวงการบันเทิงให้ความสนใจอย่างล้นหลาม สำหรับกรณีดราม่ากลางงานวิวาห์ของคู่รักซุปตาร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา ที่มีข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับเหตุการณ์ปะทุอารมณ์ระหว่างนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และอดีตช่างผม-ผู้จัดการส่วนตัวคนสนิท ใหม่ รัชดา ล่าสุด ทางด้าน ใหม่ รัชดา ได้ออกมาเคลื่อนไหวชี้แจงและเปิดใจถึงเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านสื่อ (APOP Today) โดยระบุถึงเหตุผลที่ปฏิเสธการพูดคุยเคลียร์ใจกับดาราสาวอย่างชัดเจนว่า

อีกฝ่ายพยายามจะเข้ามาขอโทษในสิ่งที่เคยทำไว้ไม่ดีกับตนเมื่อหลายปีก่อน แต่ตนไม่อนุญาตให้เคลียร์ เพราะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เรื่องราวผ่านมาร่วม 10 ปีแล้ว ต่างคนต่างโตกันหมดแล้ว ควรจะ Move on และไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องที่เคยทำไม่ดีในอดีตอีก และที่สำคัญต้องให้เกียรติเจ้าของงานแต่งของน้องรัก ‘ณเดชน์’ และ ‘ญาญ่า’ จึงควรรู้จักกาลเทศะ ไม่ใช่เวลามาเคลียร์เรื่องส่วนตัว”

สำหรับชนวนเหตุความขัดแย้งของทั้งคู่นั้น ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 จากปัญหาเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้จัดการและการดูแลผลประโยชน์ ซึ่งทำให้ทั้งสองฝ่ายตัดขาดความสัมพันธ์และไม่ได้พูดคุยกันอีกเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งในงานวิวาห์ของ ณเดชน์-ญาญ่า ได้มีผู้ใหญ่พาตัว เจนี่ เดินเข้ามาหา ใหม่ รัชดา โดยหวังดีอยากให้ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน นำไปสู่เหตุการณ์เผชิญหน้าและกระแสข่าวลือเรื่องการสาดน้ำใส่กันกลางงานปาร์ตี้ ซึ่งทางด้าน ใหม่ รัชดา ได้ย้ำชัดเจนว่างานแต่งของน้องรักไม่ใช่สถานที่หรือเวลาที่จะมาขุดเรื่องราวในอดีตมาพูดคุยกันอีกต่อไป

CGM48 สลัดลุคสดใส เปิดโหมดเพลงรักอกหักแบบสับ พร้อมส่งกำลังใจถึงผู้ประสบภัยเพลิงไหม้สถานบันเทิง

CGM48 สลัดลุคสดใส เปิดโหมดเพลงรักอกหักแบบสับ พร้อมส่งกำลังใจถึงผู้ประสบภัยเพลิงไหม้สถานบันเทิง

CGM48 สลัดลุคสดใส เปิดโหมดเพลงรักอกหักแบบสับ พร้อมส่งกำลังใจถึงผู้ประสบภัยเพลิงไหม้สถานบันเทิง

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.43 น.

เรียกว่ากลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้งสำหรับวงไอดอลสุดฮอต CGM48 จากค่าย iAM ที่ล่าสุดยกทัพเดินทางมาเยือน บันเทิงแนวหน้า เพื่อโปรโมทซิงเกิลใหม่ในเพลง “Koi Tsunjatta – Let me know!” เพลงรักสไตล์อกหักเจ็บสับๆ ที่สลัดภาพความสดใสแบบเดิมๆ ออกมาถ่ายทอดมุมมองความรักที่เติบโตขึ้นอย่างน่าสนใจ นำทีมโปรโมทโดย “จิงจิง” อรัญญา แก้วมาลัย ผู้รับหน้าที่เซ็นเตอร์ในเพลงนี้ พร้อมด้วยเหล่าสมาชิกเซ็มบัตสึ ได้แก่ เอลฟ์-อนัญญา กุศลครอง,  หลิงหลิง-ศิรตรีทิพย์ พนาชนาภัทร์, , เอมม่า-ศศิชา วงศ์วัฒนอนันต์, หงษ์หยก-หงษ์หยก ควรประดิษฐ์ ,แพร ณัฐภรณ์ ภิญโญยิ่งและ ชีเน่-ปวริศา สิงห์เพ็ช

นอกเหนือจากการพูดคุยถึงผลงานเพลงใหม่แล้ว สาวๆ CGM48 ยังได้ร่วมพูดคุยถึงประเด็นสำคัญเรื่องความปลอดภัย และวิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ โดยย้อนเล่าถึงประสบการณ์ตรงที่สมาชิกในวงเคยประสบมาเมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและเป็นบทเรียนสำคัญให้พวกเธอตระหนักถึงการมีสติ การสังเกตทางหนีไฟ และการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่เสมอ

“พวกเราขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์เพลิงไหม้สถานบันเทิงล่าสุดขอให้ทุกคนเข้มแข็งและผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดีค่ะ”

แฟนๆ สามารถติดตามฟังและรับชมมิวสิกวิดีโอเพลง “Koi Tsunjatta – Let me know!” ของสาวๆ CGM48 ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube Official และทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำ พร้อมร่วมเป็นกำลังใจให้พวกเธอในทุกๆ ผลงานต่อจากนี้

สรุปดราม่าสนั่นเมือง ตำนานไวน์ขาว 1 แก้ว ใหม่ รัชดา ตอบแชตสุดแซ่บ ปมสาดใส่หน้า เจนี่

สรุปดราม่าสนั่นเมือง ตำนานไวน์ขาว 1 แก้ว ใหม่ รัชดา ตอบแชตสุดแซ่บ ปมสาดใส่หน้า เจนี่

สรุปดราม่าสนั่นเมือง ตำนานไวน์ขาว 1 แก้ว ใหม่ รัชดา ตอบแชตสุดแซ่บ ปมสาดใส่หน้า เจนี่

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.01 น.

เดือดสะเทือนวงการบันเทิงที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีดราม่าในงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้งานวิวาห์ของคู่รักซุปตาร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา เมื่อมีข่าวลือหนาหูว่าเกิดเหตุการณ์ “สาดไวน์ขาว” ใส่หน้าดาราสาวชื่อดัง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ จากอดีตคนเคยรักช่างผมและผู้จัดการส่วนตัว ใหม่ รัชดา

ซึ่งหลังจากเกิดกระแสข่าว พิธีกรชื่อดัง มดดำ คชาภา ก็ได้ออกมาเปิดเผยใน‘รายการแฉ’ถึงเหตุการณ์ดราม่าที่เกิดขึ้นกับดาราสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณโดย ‘มดดำ’ เล่าว่า เรื่องนี้เริ่มต้นจากที่ตนได้พูดใน ‘รายการข่าวใส่ไข่’ หลังมีคนโทรมาเม้าท์ให้ฟังซึ่งคนคนนั้นก็คือ เอ ศุภชัย โดย ‘พี่เอ’ได้โทรมาหาด้วยความหวังดีและเป็นห่วงความรู้สึกของ ‘สาวเจนี่’อย่างมากพร้อมกับฝาก ‘มดดำ’ว่าให้ช่วยโทรไปหา ‘น้องเจนี่’หน่อยเพื่อถามไถ่ว่าเป็นอย่างไรบ้างทางด้าน วุ้นเส้น วิริฒิพา เพื่อนสนิทของเจนี่ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านรายการของ มดดำ คชาภา โดยยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เจนี่ ตั้งใจเดินเข้าไปเพื่อจะขอโทษ แต่กลับโดนสาดน้ำใส่จริง ซึ่งตนเองยังไม่ได้มีโอกาสคุยรายละเอียดลึกๆ กับเจนี่เนื่องจากยังไม่มีเวลา

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ทั้งสองได้มาเผชิญหน้ากัน ‘มดดำ’ได้เผยรายละเอียดว่า ‘พี่เซ้ง’ เห็น ‘เจนี่’นั่งอยู่ จึงเดินเข้ามาหาและพา ‘เจนี่’ไปหา ‘ใหม่ รัชดา’โดยที่ ‘พี่เซ้ง’ไม่รู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางในอดีต และคิดว่าทั้งคู่ยังรู้จักคุยกันได้ตามปกติ เพราะอดีตที่เคยดูแลกัน ความจริงแล้ว ‘ใหม่ รัชดา’เคยเป็นผู้จัดการดูแล ‘เจนี่’มาก่อน แล้วจู่ๆ ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไป เมื่อ ‘เจนี่’ถูกพาเดินไปหา คุยไปคุยมา ‘ใหม่ รัชดา’ กลับนำน้ำมาสาดใส่ ‘เจนี่’ จนเปียกไปทั้งชุด

งานนี้ ‘มดดำ’ กล่าวเสริมว่า ชุดของ ‘เจนี่’เดิมทีก็มีดราม่าเรื่องความโป๊อยู่แล้ว พอโดนน้ำสาดเข้าไปอีกก็ยิ่งทำให้เปียกไปทั้งตัว ด้าน ‘แจ็ค แฟนฉัน’ ซึ่งไปร่วมงานแต่ง ณเดชน์-ญาญ่า ได้เล่าว่า เห็นพี่เจนี่ตอนกำลังจะกลับ ภาพที่เห็นคือเจนี่เดินถือชายกระโปรงชุด (เหมือนอุ้มผ้าบางอย่าง) แต่โดยรวมดูปกติดี ยังน่ารักและยิ้มแย้มทักทายสวัสดีตอนไหว้ตามปกติเหตุการณ์ดังกล่าวกำลังเป็นที่ถกเถียงและจับตามองอย่างมากในสังคมว่าเรื่องราวความขัดแย้งที่แท้จริงเกิดจากอะไร

นอกจากนี้ยังได้มีข้อความจากบุคคลที่อ้างว่าเป็นเด็กเสิร์ฟในงาน เล่าเหตุการณ์ว่า ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ได้เห็นคุณ “จ.น.” (เจนี่) เดินเข้ามาพูดคุยกับแขกตามปกติ แต่เมื่อเดินมาถึงโต๊ะเกิดเหตุและกำลังจะนั่งลง ฝั่งตรงข้ามกลับนำ “แก้วไวน์ขาวสาดใส่ทันที” หลังจากเกิดเหตุ บุคคลดังกล่าวระบุว่าคุณ จ.น. มีอาการยิ้มและบอกไม่เป็นไร ขณะที่ผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการคล้ายคนเมาก่อนจะถูกเชิญตัวออกจากโต๊ะไปโดยมีครูก้อยและบุคคลอื่นช่วยดูแล ส่วนเจ้าภาพอย่าง ณเดชน์ และ ญาญ่า ก็ได้รีบวิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์ ก่อนที่คุณ จ.น. จะไม่ได้กลับเข้ามาในงานอีกจนจบ

ด้าน ใหม่ รัชดา อดีตผู้จัดการส่วนตัว เจนี่ ก็ถูกชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์ถามถึงประเด็นดังกล่าวในไอจีอย่างหนัก ได้ออกมาเคลื่อนไหวตอบกลับคอมเมนต์ของชาวเน็ต ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวลือดังกล่าว เพื่อสยบกระแสดราม่าที่กำลังบานปลายก่อนล็อกโปรไฟล์เป็นส่วนตัว โดยระบุว่า“ไม่มีอะไรค่ะ ไม่ควรเขียนว่าเมานะคะ จริงๆ แล้วอ่ะ น้องเค้าจะมาขอโทษในสิ่งที่ทำไม่ดีกับพี่เมื่อก่อนแค่นั้นเองค่ะ”

ก่อนจะมีคนเข้ามาคอมเมนต์ทักว่า “ตอนนี้คนเขียนข่าวมั่วมาก คุณพี่คุณพี่ต้องแถลงข่าวแล้ว” ซึ่งทางด้าน ใหม่ รัชดา ก็ได้ตอบกลับสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า ‘ไม่เป็นไรเสียเวลาค่ะ’ และ เจ้าตัวได้เข้ามาตอบกลับด้วยข้อความสุดเดือดว่า “ฉันอยู่ของฉันเฉยๆ ไม่ต้องสาระแนจะขอโทษที่ทำฉันไว้เมื่อก่อนทำไม ไปถามมันดูได้”หลังจากตอบกลับคอมเมนต์ดุเดือด ใหม่ รัชดา ได้ทำการปิดบัญชี Instagram เป็นส่วนตัว แต่ ล่าสุดได้กลับ เปิดบัญชี Instagram เป็นสาธารณะตามปกติแล้ว

ด้าน นักข่าวบันเทิงชื่อดัง บอย เอ็นเตอร์เทน ก็ได้ออกมาเผยว่า ได้ทำการโทรศัพท์สายตรงไปพูดคุยกับ ใหม่ รัชดา ซึ่งทางอดีตผู้จัดการยอมรับว่าเป็นคน “สาดน้ำ” ใส่ สาวเจนี่ ในงานแต่งงานจริง โดยให้เหตุผลว่าก่อนหน้านี้ได้เคยเตือนแล้วว่าให้ต่างคนต่างอยู่ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา รู้สึกว่าไม่เคยได้รับความจริงใจในการขอโทษเลย“โทรหา “ใหม่ รัชดา” ยอมรับสาดน้ำ “เจนี่” ในงานแต่ง หลังเตือนไปแล้วให้ต่างคนต่างอยู่ 10 ปีที่ไม่เคยได้รับความจริงใจในการขอโทษ”

สำหรับชนวนเหตุความขัดแย้ง ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2561 ใหม่ รัชดา ซึ่งเคยเป็นทั้งช่างทำผมและผู้จัดการส่วนตัวที่ดูแลเจนี่มานานได้ตัดสินใจแยกทางกันจากปัญหาเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้จัดการและการดูแลผลประโยชน์ ในช่วงที่เจนี่กำลังแต่งงานกับ มิกกี้ นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร ซึ่งหลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ตัดขาดความสัมพันธ์ ลบรูป และไม่พูดคุยกันอีกเลยยาวนานหลายปี จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ปะทุขึ้นอีกครั้งในงานแต่งครั้งนี้

จากตัวเต็งสู่เจ้าของมง ดร.ปิ๊งปิ๊ง รภัทร กวาด 3 รางวัลใหญ่ ผงาด Miss Universe ฉะเชิงเทรา 2026

จากตัวเต็งสู่เจ้าของมง ดร.ปิ๊งปิ๊ง รภัทร กวาด 3 รางวัลใหญ่ ผงาด Miss Universe ฉะเชิงเทรา 2026

จากตัวเต็งสู่เจ้าของมง ดร.ปิ๊งปิ๊ง รภัทร กวาด 3 รางวัลใหญ่ ผงาด Miss Universe ฉะเชิงเทรา 2026

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.18 น.

สะเทือนเวทีนางงาม! “ดร.ปิ๊งปิ๊ง-รภัทร เอกนิธิเศรษฐ์” โชว์ฟอร์มสมศักดิ์ศรีตัวเต็ง กวาด 3 รางวัลใหญ่ ได้แก่ Best Seller, Popular Vote และตำแหน่ง Miss Universe ฉะเชิงเทรา 2026 ตอกย้ำทั้งความสามารถ เสน่ห์ และกระแสความนิยมที่แรงเกินต้าน ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องจากแฟนนางงามทั่วทั้งฮอลล์

หลังการประกาศผล บรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ โดยมีคนบันเทิงและบุคคลชื่อดังร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง อาทิ ชายแฮ็คส์ ดร.วโรดม, คุณอั้ม แอบแซ่บ, อาจารย์ไอซ์-กรณ์รักษ์ จิรัชภาบริรักษ์, อาจารย์วันชัย สุพรรณ เจ้าของรายการ “คุยเฟื่องเรื่องพระ”, จอย บียอนด์, เฟอร์รี่ ณัฏฐณิชา, เอ๋ เอลีชา, นนท์ ภูวริช รวมถึงศิลปินจาก Time Lives Music ขณะที่แฟนคลับและลูกศิษย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ต่างเดินทางมาร่วมเชียร์ พร้อมป้ายไฟและช่อดอกไม้ ส่งกำลังใจให้เจ้าของมงกุฎคนใหม่อย่างอบอุ่นความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนถึงมาตรฐานการจัดประกวดของ แม่โอชิน-ฐิตาภัทร์ ขุยรักขิต ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Universe 5 Provinces 2026 ทั้ง 5 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก มุกดาหาร ชัยภูมิ พัทลุง และฉะเชิงเทรา ที่ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนนางงามอย่างล้นหลาม พร้อมส่งตัวแทนจังหวัดฉะเชิงเทราอย่าง ดร.ปิ๊งปิ๊ง รภัทร เดินหน้าสู่เส้นทาง Miss Universe Thailand 2026 อย่างสง่างาม ท่ามกลางความคาดหวังจากแฟนนางงามทั่วประเทศ

ไฟลุกทั้งงาน ส่องภาพอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดแซ่บ ญาญ่า ณเดชน์ หวานฉ่ำ

ไฟลุกทั้งงาน ส่องภาพอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดแซ่บ ญาญ่า ณเดชน์ หวานฉ่ำ

ไฟลุกทั้งงาน ส่องภาพอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดแซ่บ ญาญ่า ณเดชน์ หวานฉ่ำ

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.06 น.

เรียกได้ว่าหวานจนมดขึ้นแถมยังเผ็ดพริกยกสวน! เมื่อนางเอกสาว ญาญ่า อุรัสยา โพสต์ภาพบรรยากาศช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ (After Party) ลงบน อินสตาแกรมส่วนตัว (@urassayas) คู่กับหวานใจ ณเดชน์ คูกิมิยะ จัดเต็มทั้งความคลั่งรักและความแซ่บแบบพรีเมียม ทำเอาแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงเข้ามากดไลก์ช็อตเด็ดกันรัวๆ

งานนี้ ‘สาวญาญ่า’ มาในชุดเดรสสีขาวพู่ระบายสุดพริ้วแหวกอกแหวกเอวอวดหุ่นเป๊ะปัง สมแคปชัน “Liquid silk “ พลิ้วไหวลื่นไหลทุกจังหวะการเต้น ด้าน ‘ณเดชน์’ ก็ไม่ยอมแพ้ มาในชุดสูทสีดำสุดเท่ แต่เพิ่มความแซ่บด้วยการปลดกระดุมโชว์แผงอกและซิกส์แพกเน้นๆ พร้อมใส่แว่นกันแดดสุดคูล ช็อตโชว์หวานจูบฟอดใหญ่ มีทั้งภาพจุ๊บแก้มสุดหวาน ช็อตโอบกอดกันในลิฟต์ และภาพชนแก้วฉลองรอยยิ้มสดใส เป็นอาฟเตอร์ปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยพลังงานความสุขและความสนุกสนานจัดเต็ม

ป๋าเต็ด เปิดใจ บิ๊กเมาน์เท่น ถึงจุดเปลี่ยน พร้อมแก้ไขทุกปัญหาอย่างจริงจัง

ป๋าเต็ด เปิดใจ บิ๊กเมาน์เท่น ถึงจุดเปลี่ยน พร้อมแก้ไขทุกปัญหาอย่างจริงจัง

ป๋าเต็ด เปิดใจ บิ๊กเมาน์เท่น ถึงจุดเปลี่ยน พร้อมแก้ไขทุกปัญหาอย่างจริงจัง

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.54 น.

กลายเป็นกระแสร้อนข้ามสัปดาห์ เมื่อ ป๋าเต็ด – ยุทธนา บุญอ้อม ออกมาโพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว “ยอมรับผิด” ที่ทำให้งานเทศกาลดนตรีที่สร้างมากับมืออย่าง “บิ๊กเมาน์เท่น” มีจำนวนผู้ชมหายไปกว่าครึ่ง ทำเอาชาวเน็ตและแฟนๆ ของงานนี้สงสัยกันเป็นแถวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับงานในปีนี้หรือไม่ ล่าสุดเมื่อวานนี้ (20 ก.ค. 69) ป๋าเต็ดออกมาโพสต์ถึงเรื่องนี้อีกครั้งว่า “จากโพสต์ที่ผ่านมา ผมอ่านทุกคอมเม้น ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นจะถูกแก้ไข เพื่อให้ big mountain เดินทางสู่การเป็นเทศกาลดนตรีที่ดีที่สุด ปีนี้เราจะไม่มีคนสูบกัญชา รถต้องไม่ติด คนต้องไม่บ่นเรื่องฝุ่น ห้องน้ำจะทั่วถึง #ผมสัญญา #ต้องดีที่สุด #bigmountainเปลี่ยนร้อยเปอร์เซ็นต์”

ล่าสุด ป๋าเต็ด ยุทธนา ได้เปิดใจกับนักข่าวว่า ที่มาของการโพสต์สเตตัสเฟซบุ๊คทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา เป็นความรู้สึกจากในมุมมองของคนที่ทำงานบิ๊กเมาน์เท่น มิวสิค เฟสติวัล มาตั้งแต่วันแรก “ผมได้ยินในสิ่งที่คุณพูด ผมยอมรับว่ามีปัญหาจริง และเราไม่ได้นิ่งเฉย ตั้งใจแก้ไขมันจริงๆ เป็นความรู้สึกของการสะท้อนความจริงเพื่อให้งานได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุด เนื่องจากได้รับฟีดแบ็คจากผู้ชมทั้งจากต่อหน้าและในโซเชียลมีเดีย ผมควรออกมาแสดงความรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นปัญหา ห้องน้ำไม่เพียงพอ รถติด ฝุ่นเยอะ เรื่องการลักลอบนำกัญชาเข้าพื้นที่งาน

“โพสต์เมื่อเช้าคือการรับปากกับตัวเอง และรับปากกับผู้ชมว่า การแก้ไขปัญหาครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม ทำให้ผมและทีมงานต้องกลับมาคิดทบทวนว่า ต้องทำทุกอย่าง อย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกว่าเดิม นั่นคือการเอาผู้ชมเป็นที่ตั้ง แล้วรีเซ็ตทุกอย่างใหม่ทั้งหมด เพื่อให้บิ๊กเมาน์เท่นเปลี่ยนไป 100% กลายเป็น “เทศกาลดนตรีที่ดีที่สุด” เหมือนกับจิตวิญญาณและความตั้งใจแรกเริ่มของการจัดงาน โดยเริ่มจากการเปลี่ยนที่ตัวเราก่อน คือออกมา “ยอมรับ” ไม่ใช่แค่รับฟัง และไม่ใช่แก้ไขแบบเงียบๆ แต่มันคือสัญญาถึงการเปลี่ยนแนวคิด และเปลี่ยนวิธีแก้ไขปัญหา”