DMT รับรางวัลภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุนภารกิจด้านป่าชุมชน

DMT รับรางวัลภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุนภารกิจด้านป่าชุมชน

DMT รับรางวัลภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุนภารกิจด้านป่าชุมชน

วันเสาร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กก.ผจก.บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง หรือ DMT เข้ารับรางวัลภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุนภารกิจด้านป่าชุมชน จาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเชิดชูเกียรติที่บริษัทฯสนับสนุนการอนุรักษ์และการบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมา DMT ได้สนับสนุนการปลูกป่าในพื้นที่เงาฝนให้กับ ชุมชนหนองปลิง จ.กาญจนบุรี ไปแล้วจำนวน 30 ไร่ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน ณ รร.ปัตตาเวีย รีสอร์ท แอนด์ สปา อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ไทยเบฟร่วมยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในงาน ‘OTOP Midyear 2025’ ต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ OTOP สู่สากล สร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ไทยเบฟร่วมยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในงาน ‘OTOP Midyear 2025’ ต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ OTOP สู่สากล สร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ไทยเบฟร่วมยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในงาน ‘OTOP Midyear 2025’ ต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ OTOP สู่สากล สร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท รู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ต่อยอดภูมิปัญญาผลิตภัณฑ์ OTOP สู่สากล สร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ในงาน “OTOP Midyear 2025” ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2568

กรมการพัฒนาชุมชน โดย กระทรวงมหาดไทย จัดงาน “OTOP Midyear 2025” ภายใต้แนวคิด “OTOP ทันโลก ทันสมัย เศรษฐกิจไทยยั่งยืน” โดยการสนับสนุนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ สนับสนุนให้ชุมชนมีโอกาสเข้าถึงองค์กรความรู้สมัยใหม่ แหล่งเงินทุน รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการ จากชุมชนสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP มีรายได้เพิ่มขึ้น ประกอบกับกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การผลิต การตลาด และการจำหน่าย มุ่งเน้นการลดรายจ่าย สร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนตามลักษณ์ที่โดดเด่น การสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ส่งออกสินค้าเชิงวัฒนธรรม คาดว่าจะสามารถขยายตลาดและสร้างการรับรู้ให้กับงานศิลปหัตกรรมจากภูมิปัญญาของคนไทยให้สามารถแพร่หลายและตรงกับความต้องการของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น จัดขึ้นระหว่างวันนี้ ถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย  นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะฯ เยี่ยมชมนิทรรศการการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ของ บริษัท รู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ในงาน “OTOP Midyear 2025”  โดยมี  นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นางภาวินี ไชยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด และชุมชน  ต้อนรับ ณ ศูนย์การแสดงสินค้า และการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ประกอบด้วย โซนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โซนนิทรรศการกิจกรรมและการจำหน่ายสินค้าของหน่วยงานภาคี โซนแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP 3–5 ดาว กว่า 2,000 บูธ โซนโอทอป ชวนชิม กว่า 160 ร้านค้าทั่วประเทศ โซน OTOP Trader ประเทศไทย และ OTOP Trader จังหวัด ซึ่งเป็นการจัดแสดงผลงานการจัดหาช่องทางการตลาดสินค้า OTOP ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ในส่วน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท รู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนทั่วประเทศ และมุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน โดยการจัดบูธนิทรรศการสำหรับจำหน่ายสินค้าชุมชน โดยแบ่งเป็น โซนจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน พบกับการรวบรวมสินค้าจากเครือข่ายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากต่างๆ โดยไฮไลท์เด่นครั้งนี้ อาทิ พลอยชมพู ผงกล้วยดิบจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรน้ำตกกะทู้ร่วมใจพัฒนา  ชุมชนปลากกะตักพัฒนาผลิตภัณฑ์   ปลากัดตักทอด ชุมชนบางหวานผลิตภัณฑ์ Scrub สินค้าเด่นของประชารัฐรักสามัคคีจังหวัดภูเก็ต, งานปักผ้าซิ่นเส้นใยกัญชง ย้อมด้วยสีธรรมชาติ เกิดจากมือคน ลมหายใจของแผ่นดิน สินค้าเด่นของประชารัฐรักสามัคคีจังหวัดลำพูน, เครื่องจักรสานจากไม้ไผ่ จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไผ่วิจักษณ์ X มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก} Fashion and Lifestyle จาก ชุมชนบ้านโนนชาด X คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เครือข่าย CYD / ชุมชนดีมีรอยยิ้มบ้านโนนชาด กลุ่มผ้าทอมือ เชี่ยวหลาน X คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ กลุ่มทอผ้าบ้านไทรงาม X คณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เครือข่าย CYD / โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย เป็นต้น และงานจักสานไม้ไผ่ ผลิตภัณฑ์ผ้าซาโอริ ผ้ามัดย้อมทำจากสีของกาบมะพร้าว เครือข่าย WWW OTOP Junior

โซนสารพัดสรรพศิลป์ พบกับสินค้าจากเพจสารพัดสรรพศิลป์ อาทิ เครื่องเงินแบรนด์ Smile Silver ดีไซเนอร์ คนรุ่นใหม่ทำงานร่วมกับชุมชนที่ทำเครื่องเงินจากกะเหรี่ยงลำพูน Siam Victoria งานเครื่องประดับย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ 5-7 ที่ยังคงลวดลายและเทคนิคโบราณดั้งเดิมเสมือนงานย้อนทะลุเวลาจากอดีตมาสู่ยุคปัจจุบัน เสื้อผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ Mindhom Aroma Massage Oil วัตถุดิบจากสวนออร์แกนิก ที่ได้มาตรฐาน เสื้อผ้าชาวเขางานปักมือ ตะกร้าหวายสานโดยชนเผ่าบนดอย กระเป๋างานปักมือ​ไหมราฟเฟียผสมผสานไหมแฟนซี​ เทคนิค 3 มิติ  กระเป๋าผ้าอินเดียปักด้นมือ งานศิลปะการเย็บต่อผ้าฝีมือประณีต ปักดิ้นทองและไหม ลายอินเดียโบราณสวย ๆ  ปักแน่น ๆ ทั้งใบ ทั้งสองด้านลายไม่เหมือนกัน มีพู่ห้อย จากชุมชนในเครือข่ายสารพัดสรรพศิลป์ เป็นต้น

โซนร้านกาแฟ ประกอบด้วย กาแฟผาฮี้ จ.เชียงราย และน้ำอ้อยอินทรีย์ (ไร่อิ่มบุญ) จ.สุโขทัย ร่วมมือกันสรรสร้างเมนูพิเศษ “กาแฟน้ำอ้อย” รวมทั้งมีเมนูพิเศษ AFFOGATO “กาแฟน่าน ผสมไอศครีมนมแพะ จ.สตูล” ที่มีสำหรับงานนี้เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าจากชุมชนต่างๆ ภายใต้โครงการ “ผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย” จำนวน 10 บูธ และอีก 1 บูธจากโครงการ “ชุมชนดีมีรอยยิ้ม” และยังมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ งานจักสานไม้ไผ่ ผลิตภัณฑ์ผ้าซาโอริ ผ้ามัดย้อมทำจากสีของกาบมะพร้าว ผลิตภัณฑ์จากเด็กๆ ในโครงการ  “Win Win WAR OTOP Junior”  รายการส่งเสริมเยาวชนดีเด่น ต่อยอดการเรียนรู้นอกห้องเรียนทักษะชีวิตไม่ติดกรอบ อีกด้วย

แฟนพันธุ์แท้ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์จากชุมชน มาชม ชิม ช้อป และภาคภูมิใจกับผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

EGCO Group ผสานพลัง NSM จัดนิทรรศการ ‘Automata Wonder เคลื่อนกล ดลใจ’

EGCO Group ผสานพลัง NSM  จัดนิทรรศการ ‘Automata Wonder เคลื่อนกล ดลใจ’

EGCO Group ผสานพลัง NSM จัดนิทรรศการ ‘Automata Wonder เคลื่อนกล ดลใจ’

วันเสาร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group โดย ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม จับมือ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ต่อยอดความร่วมมือเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และการเรียนรู้ด้านพลังงานวิทยา ศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนและประชาชนอย่างรอบด้าน ตลอดปี 2568 พร้อมทั้งผลักดันให้ อ.ขนอม เป็นหมุดหมายใหม่ของการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่ยั่งยืนในภาคใต้ ประเดิมด้วยการจัดนิทรรศการ “Automata Wonder  เคลื่อนกล ดลใจ” มุ่งนำเสนอหลักการทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่ซับซ้อนผ่านของเล่นกลไก (Automata Toys) ที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย พร้อมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปะ และคณิตศาสตร์ (STEAM)

ณเรศ ชูเกิด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด กล่าวว่า “EGCO Group โรงไฟฟ้าขนอมในกลุ่มเอ็กโก และศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม มุ่งมั่นดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยความเชื่อที่ว่า “ต้นทางดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี” จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในเยาวชนมาโดยตลอด ทั้งนี้ ในปี 2567 EGCO Group และ NSM ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้และการเรียนรู้ด้านพลังงาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม แก่เยาวชนและประชาชนอย่างรอบด้าน โดยความร่วมมือดังกล่าวนำมาสู่การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2567 และต่อเนื่องตลอดปี 2568 สำหรับกิจกรรมแรกในปีนี้ เริ่มด้วยการจัดนิทรรศการฯ ซึ่งส่งตรงจาก NSM และเป็นการเดินทางสัญจรครั้งแรกของนิทรรศการชุดนี้ นอกจากนี้ ยังได้จัด

การอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “Automata Toys ของเล่นภูมิปัญญาท้องถิ่น” ให้แก่ครูในพื้นที่ อ.ขนอม และเจ้าหน้าที่ของศูนย์เรียนรู้ฯ เพื่อเป็นตัวแทนในการเผยแพร่และส่งต่อความรู้และทักษะวิทยาศาสตร์สู่นักเรียนและประชาชนทั่วไปที่มาเยี่ยมชมอีกด้วย”

“นิทรรศการและการอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการในสาขาวิชา STEAM ผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่น (STEAM + 1) ซึ่งจะช่วยพัฒนาเยาวชนและครูผู้สอนให้มีทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การคิดเชิงระบบ การทำงานเป็นทีม และการประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตประจำวัน ผมเชื่อมั่นว่า กิจกรรมนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนให้พื้นที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ก้าวขึ้นมาเป็นหมุดหมายใหม่ของการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างยั่งยืนสำหรับโรงเรียนและประชาชนทั่วไป และในอนาคตอาจต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านพลังงาน วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของภาคใต้” ณเรศ กล่าวเสริม

ดร.พีรนุช กัณหดิลก ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์แห่งชาติ NSM กล่าวว่า “NSM มีภารกิจในการสร้างความตระหนักให้สังคมไทยเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการพัฒนาประเทศ พร้อมปลูกฝังและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เยาวชนและประชาชนให้มีทัศนคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ต่างๆ ผ่านแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ การนำนิทรรศการฯมาจัดแสดงนับเป็นโอกาสอันดีที่เยาวชนภาคใต้และผู้ที่มาเข้าชมจากภาคอื่นๆ จะได้สัมผัสประสบการณ์ “เล่น เรียน รู้” กลไกการทำงานของเครื่องกลและหลักการทางวิศวกรรมอย่างง่าย ผ่านรูปแบบของเล่นกลไก (Automata Toys) ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และสร้างแรงบันดาลใจในสาขาวิชา STEAM ต่อไป”

ประชาชนที่สนใจ โรงเรียนและเยาวชนเข้าชมนิทรรศการฯได้ฟรี ตั้งแต่วันนี้–เดือนสิงหาคม 2568 ณ ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช  ทุกวันอังคาร-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. (หยุดวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ลงทะเบียนเพื่อเข้าชมล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ http://www.egco.com/th/khanom-learningcenterโทร. 075 466 062 หรือ 098 014 2249 หรือติดตามข้อมูลและข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับศูนย์เรียนรู้ฯ ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก www.facebook.com/khanomlearningcenter

ISANCF 2025 เปิดโปรแกรมพันธมิตร “โชว์พ(ร)าว” เติมพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ปลุกอีสานสู่ภูมิภาคแห่งโอกาส

ISANCF 2025 เปิดโปรแกรมพันธมิตร “โชว์พ(ร)าว” เติมพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ปลุกอีสานสู่ภูมิภาคแห่งโอกาส

ISANCF 2025 เปิดโปรแกรมพันธมิตร “โชว์พ(ร)าว” เติมพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ปลุกอีสานสู่ภูมิภาคแห่งโอกาส

วันเสาร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“อีสาน” กำลังก้าวขึ้นมาเป็น ‘ภูมิภาคแห่งโอกาส’ ที่อัดแน่นด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรม ทักษะฝีมือ และพลังความคิดสร้างสรรค์ที่รอวันเฉิดฉาย ในปีนี้ เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568 หรือ Isan Creative Festival 2025 (ISANCF 2025) เตรียมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม “อีสานโชว์พ(ร)าว – ISAN SOUL PROUD” ตลอด 9 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2568 ทั่วเมืองขอนแก่นเพื่อปลุกพลังซอฟต์พาวเวอร์ของอีสานในทุกมิติ ตั้งแต่ดนตรี ภาพยนตร์ อาหาร งานคราฟต์ ไปจนถึงนวัตกรรมและการพัฒนาเมือง ผ่านกิจกรรมกว่า 200 โปรแกรม ที่จะเปลี่ยนเมืองให้กลายเป็นหนึ่งใน ‘แพลตฟอร์มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับภูมิภาค’ ที่ทรงพลังที่สุดของประเทศ

ISANCF 2025 ไม่ใช่เพียงเทศกาลที่โชว์ความคิดสร้างสรรค์ แต่คือการเปิด ‘สนามแห่งโอกาสใหม่’ ที่แสดงศักยภาพของภาคอีสานในฐานะภูมิภาคที่พร้อมเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ โดยชวนให้ธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการได้เข้ามามีส่วนร่วมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีทิศทางเดียวกัน ผ่านการเชื่อมโยง ธุรกิจ – คน – เมือง อย่างเป็นระบบ ด้วยพลังของ 5 พันธมิตรหลักระดับประเทศ ได้แก่ AIS 3BB Fibre3 (เอไอเอส สามบีบี ไฟเบอร์ ทรี), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB, The Secret Sauce Business Weekend 2025 อีสาน, Copilot by Microsoft, และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ร่วมกันพลิกโฉมเมือง สร้างคนรุ่นใหม่ และยกระดับเศรษฐกิจอีสานให้เปล่งประกายอย่างเป็นรูปธรรม

เปิด  “สนามแห่งโอกาสใหม่” เสริมทัพให้ “ธุรกิจสร้างสรรค์”

เมื่ออีสานไม่ใช่แค่แหล่งวัตถุดิบทางวัฒนธรรมอีกต่อไปแต่กำลังก้าวสู่การเป็นสนามจริงของธุรกิจสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ โดย ISANCF ได้ผนึกกำลังกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB จัดงาน ISAN MICE EXPO 2025 เพื่อผลักดันขอนแก่นสู่การเป็น MICE City แห่งใหม่ของไทยอย่างเต็มรูปแบบงานนี้ไม่ใช่แค่เวทีเสวนาแต่เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจครบวงจรที่เชื่อมโยงนักออกแบบ ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ผ่าน B2B Platform, Idea Forum และ Showcase ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจสร้างสรรค์กับตลาดจริงพร้อมตอกย้ำศักยภาพของอีสานในฐานะภูมิภาคที่ไม่ได้รอโอกาส แต่สามารถวางระบบเศรษฐกิจของตัวเองได้อย่างมั่นคง โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 28-29 มิถุนายนนี้ ณ Creative Talk Zone, ชั้น 2 TCDC ขอนแก่น

เสริมทัพให้ “ธุรกิจสร้างสรรค์” ไม่หยุดอยู่แค่ภายในประเทศ ISANCF ร่วมมือกับ The Secret Sauce Business Weekend 2025 อีสาน ปั้นเวทีสร้างแรงบันดาลใจและโอกาสทางการค้าสำหรับผู้ประกอบการในภูมิภาค จัดงาน “Business Weekend: Global Isan ส่งออกอีสาน บุกตลาดโลก” ที่จะเปลี่ยนขอนแก่นให้กลายเป็น Sandbox ทางเศรษฐกิจ ที่ปลดล็อกศักยภาพของผู้ประกอบการในพื้นที่คนรุ่นใหม่ได้ทดลองไอเดีย เชื่อมต่อเครือข่าย และขยายสู่ตลาดสากล ภายใต้แนวคิด “Global Isan” โดยงานนี้ครบเครื่องทั้งเสวนา นิทรรศการ และยังมาพร้อม Business Matching Party ที่จะเปิดประตูใหม่ให้ธุรกิจอีสานได้พบกับนักลงทุนและเครือข่ายระดับนานาชาติ โดยจัดขึ้นในวันที่ 4 กรกฎาคม ณ TCDC ขอนแก่น และ 5 กรกฎาคม ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น (KICE)

เปิดตัวโมเดลการออกแบบบริการ “ลอง Stay” ขอนแก่น

เมืองขอนแก่น กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะสำหรับผู้อยู่อาศัยที่มีเป้าหมายพักอาศัยระยะยาว (Long Stay) ด้วยความร่วมมือระหว่าง ISANCF ร่วมกับ The Contex Tual เปิดตัวโมเดลการออกแบบบริการ “ลอง Stay” Khon Kaen New Destination ที่จะเปิดมุมมองใหม่ของการพักผ่อน พักอาศัย และทำงานในพื้นที่ภาคอีสาน ผ่านงานวิจัยและโมเดลการออกแบบบริการ (Service Design) ที่เน้นการตอบโจทย์ความต้องการจริงของผู้ใช้บริการ โดยจัดแสดงโมเดลในพื้นที่จริงของโรงแรมทุกขนาด ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และโครงการบ้านจัดสรรหรือที่อยู่อาศัยในจังหวัดขอนแก่น โมเดลนี้ถือเป็นตัวอย่างสำคัญที่ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวสามารถนำไปปรับใช้เพื่อขยายตลาดและพัฒนาบริการในภาคอีสาน พร้อมสร้างระบบนิเวศใหม่ที่น่าสนใจด้วยต้นทุนและค่าครองชีพที่คุ้มค่า โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม และระดับความปลอดภัยจากภัยพิบัติ รองรับกลุ่ม Long Stay ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ทำงานจากที่ใดก็ได้ (Digital Nomad), กลุ่มสุขภาพและความงาม (Medical Aesthetics) และกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) โดยการจัดแสดงจะจัดขึ้นตลอดช่วงเทศกาล ณ โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น, The Charm Hotel, มีกินฟาร์ม และโรงแรมอื่น ๆ ในจังหวัดขอนแก่น ฯลฯ

เสริมพลัง AI ให้กับคนรุ่นใหม่-พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อโลกอนาคต

ในมิติของ “คน” ISANCF 2025 เดินหน้าเสริมพลังให้กับคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อโลกอนาคต ผ่านความร่วมมือกับ Copilot by Microsoft ในโครงการ Digital Skills for Local Future มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ด้าน AI จาก Windows 11 และ Microsoft 365 Copilot ผู้ช่วยอัจฉริยะที่จะเข้ามายกระดับการสร้างสรรค์ ผู้ช่วยคิด และให้ทุกคนได้เข้าถึง ใช้งานได้จริงในระดับชุมชน เชื่อมโยงศิลปะ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าด้วยกันผ่านประสบการณ์ปฏิสัมพันธ์กับ AI และเครื่องมือดิจิทัลรูปแบบใหม่ โปรแกรมนี้ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่น นักศึกษา และเยาวชนในภาคอีสาน โดยมีจุดแข็งไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีล้ำสมัย แต่คือความเข้าใจลึกซึ้งใน ‘บริบทท้องถิ่น’ และศักยภาพของคนในพื้นที่ที่พร้อมจะเติบโตจากภายในอย่างมั่นคง ณ ชั้น 1 TCDC ขอนแก่น

โครงการ SAWATHI GOODS โดยความร่วมมือระหว่าง AIS 3BB Fibre3 (เอไอเอส สามบีบี ไฟเบอร์ ทรี) ผู้ให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต ISANCF 2025 และชุมชนบ้านสาวะถี จังหวัดขอนแก่น ร่วมกันขับเคลื่อนพลังความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยการนำวัสดุเหลือใช้จาก E-Waste เช่น สายไฟเบอร์ออพติกมาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ใหม่ร่วมกับนักออกแบบรุ่นใหม่และบริษัท ก-ฮ จำกัด สตูดิโอออกแบบร่วมสมัยจากขอนแก่น เพื่อเสริมทักษะ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน โครงการนี้สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า AIS 3BB Fibre3 เชื่อมั่นในพลังของการออกแบบเพื่อขับเคลื่อนท้องถิ่น เชื่อมต่ออนาคตที่ยั่งยืน ผ่านเครือข่ายความคิดสร้างสรรค์ทั่วภูมิภาคอีสาน โดยโครงการจะจัดขึ้นตลอดช่วงเทศกาล เวลา 11.00 – 19.00 น. ณ ชุมชนบ้านสาวะถี – วัดไชยศรี และ TCDC ขอนแก่น

ขอเชิญทุกคน “มองอีสานใหม่” ด้วยสายตาแห่งโอกาสอย่างยั่งยืนในเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568 หรือ Isan Creative Festival 2025 (ISANCF 2025) ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2568 นี้ บน 4 พื้นที่หลักในจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ TCDC ขอนแก่น ย่านกังสดาล, ย่านชุมชนสร้างสรรค์โคลัมโบ, โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น, ชุมชนสาวะถี และพื้นที่อื่นๆ ในภาคอีสาน   ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Website: www.isancreativefestival.comFacebook/Instagram: @IsanCreativeFestival

เดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill เปิดตัวโครงการ ‘CW Eco Bloom: ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ’

เดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill เปิดตัวโครงการ ‘CW Eco Bloom: ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ’

เดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill เปิดตัวโครงการ ‘CW Eco Bloom: ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ’

วันเสาร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ ร่วมกับ สำนักงานเขตห้วยขวาง เดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เปิดตัวโครงการ “CW Eco Bloom: ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ” เชิญชวนประชาชนในเขตห้วยขวาง ร่วมแยกขยะอินทรีย์และนำส่งที่อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เพื่อนำมาแปรรูปเป็นวิตามินบำรุงพืช ซึ่งสามารถนำกลับไปใช้ในครัวเรือนหรือพื้นที่สีเขียวของชุมชนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมตั้งเป้าให้เขตห้วยขวางเป็นพื้นที่ต้นแบบ “ลดขยะอาหารให้เป็นศูนย์”

นักรบ กุลพนิชย์ ผู้จัดการทั่วไป อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เปิดเผยว่า “อาคารฯ มุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการใส่ใจพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ด้วยการมีส่วนร่วมในการช่วยรักษาสภาพแวดล้อม ทั้งลดปริมาณขยะฝังกลบ ลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหาโลกร้อน ที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทางอาคารฯ เล็งเห็นศักยภาพของชุมชนและองค์กรภาคีในการร่วมกันสร้างเมืองสีเขียวอย่างยั่งยืน การเปิดตัวโครงการ “CW Eco Bloom : ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ” ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนเป้าหมาย Zero Waste to Landfill เพื่ออนาคตของเมืองที่สะอาด ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง และยังสอดคล้องกับแนวคิดของโครงการ ‘ไม่เทรวม’ ที่กรุงเทพมหานครกำลังผลักดันอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้ประชาชนแยกขยะก่อนทิ้งอย่างถูกวิธี และเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นคุณค่าที่กลับคืนสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน”

โครงการ CW Eco Bloom : ขยะอินทรีย์สู่พืชพรรณ คือการคัดแยกขยะเศษอาหารมาเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นวิตามินบำรุงพืชที่จะช่วยลดปริมาณขยะชุมชนและยังเป็นการคัดแยกประเภทขยะตามโครงการไม่เทรวม เพื่อนำขยะที่แยกแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ ตามแนวทาง 3R: Reduce-Reuse-Recycle อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ และสำนักงานเขตห้วยขวางยังได้ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี “ฮาวทูทิ้ง” ซึ่งเป็นวิธีการแยกขยะในกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนนำเศษผักเปลือกผลไม้หรือเศษอาหารที่แยกออกมาแล้วมาส่งที่จุดรับขยะเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นวิตามินบำรุงพืช ที่สามารถนำกลับไปใช้ที่ครัวเรือนของตนเอง หรือนำไปใช้กับพื้นที่สาธารณะในเขตห้วยขวาง

สมบัติ เครือกีรติธรรม ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง กล่าวว่า “กทม.มีนโยบายรณรงค์ให้มีการคัดแยกขยะเพื่อช่วยลดปริมาณขยะในพื้นที่ กทม.และลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บขยะ ซึ่งเป็นการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะทั้งระบบ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ และยังเป็นการลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกให้ลดน้อยลงตามปริมาณขยะนั้น สำนักงานเขตห้วยขวางได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะขยะอินทรีย์ที่สามารถนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง นอกจากการสนับสนุนเชิงนโยบายและการประสานงานกับชุมชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชน โครงการ CW Eco Bloom จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการช่วยส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชนในรูปแบบของวิตามินบำรุงพืช เราหวังว่าโครงการนี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับครัวเรือน และสามารถขยายผลได้ในระยะยาว”

การเปิดตัวโครงการฯ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ ในการสานต่อพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดจากโครงการ Perks from Trash ที่มุ่งเน้นการจัดการขยะภายในอาคารอย่างมีระบบ พร้อมทั้งขยายความร่วมมือกับพันธมิตรจากภาคสังคมและภาคธุรกิจในหลากหลายโครงการ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกันในการสร้างเมืองที่สะอาด น่าอยู่ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

คุณแหน : 14 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 14 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 14 มิถุนายน 2568

วันเสาร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll MEA ร่วมกับปันสุข # 3 ฉลองก้าวสู่ปีที่ 67 ของ การไฟฟ้านครหลวง(MEA)เชิญชวนร่วมทำบุญเพียงสมัครรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ MEA e-Bill ทุกๆการสมัคร 1 เครื่องวัดฯ MEA มอบเงิน 50 บาท เพื่อ “มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี สมทบทุนก่อสร้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน”ตั้งแต่วันนี้ – 31 ส.ค.หรือจนกว่าจะครบตามจำนวนที่ MEA กำหนด สมัครที่ https://measervice.mea.or.th …

ll มีความสุขมากๆหลังเกษียณ มนฤดี เกตุพันธ์ุ ไปทัวร์ยุโรปหลายประเทศเป็นเวลาหลายวัน ด้วยสุขภาพร่างกายแข็งแรง และจิตใจที่สดชื่น…พร้อมส่งรูปแสนสดใสมาทางไลน์ให้เพื่อนๆวัยเดียวกันได้พลอยตื่นตาตื่นใจไปด้วย…

ll ยินดีกับ ลานทิพย์ ทวาทศิน นายกสมาคมYWCA ได้รับรางวัล นักสังคมสงเคราะห์ ประเภทอาสาสมัครดีเด่น จาก มูลนิธิศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์ ประจำปีพ.ศ.2567 …

ll มูจิ ประเทศไทย คว้ารางวัล “Brand Store of The Year – Thailand” จากเวที Retail Asia Awards…สะท้อนความสำเร็จด้านการบริการและประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ทั้งการขยายสาขาเร็วทั่วประเทศ การเชื่อมโยงกับชุมชน และการพัฒนาสินค้าให้เข้ากับวิถีไทย ภายใต้แนวคิดความเรียบง่าย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน…

ll อยู่ที่แอลเอมานาน หลายสิบปี พอมีเหตุการณ์ยุ่งๆ ธนารัตน์ ปีเตอร์สัน บอกเพื่อนๆว่า อยู่ที่บ้านดูทีวี ปลอดภัยที่สุด…

ll ภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาฯ เป็นคนชอบกินเส้นเป็นชีวิตจิตใจ ยามออกเยี่ยมชาวบ้านที่อ่างทองครั้งใด ท่านรองประธานฯต้องมีก๋วยเตี๋ยวบ้านๆเป็นอาหารจานหลักเสมอ…

ll ขอแสดงความเสียใจต่อ วิลาวัลย์ ธรรมชาติ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่สูญเสีย บิดา ว่าที่ ร.ต. วิจิตร ธรรมชาติ ไปเมื่อวันก่อน บุตร-ธิดา ไม่ได้บอกกล่าวใครๆ เพราะเกรงใจเนื่องจากจัดสวดอภิธรรม ไกลถึง นครพนม…

ll ฝนตกซ้ำซาก เสื้อผ้าซักตากไว้ ยากจะแห้ง…แต่ที่ต้องระวังอย่างหนักคือ 4 โรคอันตรายที่มาพร้อมกับฝน ได้แก่ 1)โรคอาหารเป็นพิษรุนแรงเฉียบพลัน : เกิดจากกินอาหารที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรค วิธีป้องกัน กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ , 2) โรคไข้ฉี่หนู : สัมผัสน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค วิธีป้องกันคือ ไม่ลุยน้ำขัง / ใส่รองเท้าบู๊ท ,3)โรคไข้หวัดใหญ่ : รับเชื้อไวรัสและแบคทีเรียในอากาศ วิธีป้องกันคือ กินร้อน ล้างมือ , 4) โรคไข้เลือดออก : ติดต่อโดยการถูกยุงกัด…วิธีป้องกัน กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ุยุง ฉีดยากันยุง และอยู่ห่างจากที่ยุงชุม…

ll 13-16 มิ.ย. 68 พายุดีเปรสชันกระทบไทย ทำมรสุมแรง ฝนตกหนัก…
ll เรื่องของดินฟ้าอากาศ …ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “หวู่ติบ” แล้ว พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่า ในช่วงวันที่ 13-16 มิ.ย. 68 จะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำเข้าประเทศจีนตอนใต้ หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ…

ll ญาติสนิทมิตรสหายแสดงความยินดีปรีดากับ คู่รักนักแสดง เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี กับ ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ที่ฝ่ายชายนำแหวนเพชรเม็ดโตกว่าไข่นกกระทามาบรรจงสวมให้ที่นิ้วนางข้างซ้ายของฝ่ายหญิง…น่าดีใจด้วย ที่รักนี้ลงเอยแบบแฮปปี้เอนดิ้ง !!…

บารอนเนส

‘Sip into the Sunset’ อีเวนต์สุดฮิปแห่งใหม่ของภูเก็ต แหล่งรวมคนคูลๆ อาหารและเครื่องดื่มแน่น! รังสรรค์โดยคนดังมากมาย

‘Sip into the Sunset’ อีเวนต์สุดฮิปแห่งใหม่ของภูเก็ต แหล่งรวมคนคูลๆ อาหารและเครื่องดื่มแน่น! รังสรรค์โดยคนดังมากมาย

‘Sip into the Sunset’ อีเวนต์สุดฮิปแห่งใหม่ของภูเก็ต แหล่งรวมคนคูลๆ อาหารและเครื่องดื่มแน่น! รังสรรค์โดยคนดังมากมาย

วันศุกร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.42 น.

สร้างปรากฏการณ์ใหม่บนเกาะภูเก็ต กับงานอีเวนต์สุดคูล “Sip into the Sunset” โดย บัมบู รัม (Bumbu Rum) รัมสุดพรีเมียมจากประเทศในกลุ่มหมู่เกาะแถบแคริบเบียน และเดอะ ดีคอน (The Deacon) พรีเมียมสก็อตช์วิสกี้ จากบริษัท เพอร์นอต ริคาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด แท็กทีมเสิร์ฟค่ำคืนสุดพิเศษ จัดเต็มทั้งเมนูอาหารและเครื่องดื่ม ที่มาสร้างความประทับใจให้กับแขกผู้มีเกียรติได้ดื่มด่ำกับกองทัพเมนูเครื่องดื่มสุดสร้างสรรค์หลากหลายเมนูเฉพาะเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ท่ามกลางเสียงดนตรีสุดชิลพร้อมชมวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ณ The Society โซเชียล สเปซ สุดชิกแห่งใหม่ของภูเก็ต

สำหรับงาน Sip into the Sunset ถือเป็นอีกหนึ่งในอีเวนต์สุดคูลที่หลายคนตั้งตารอ โดยทางเพอร์นอต ริคาร์ด จัดขึ้นเพื่อถือโอกาสโปรโมตสองแบรนด์ดังอย่าง Bumbu Rum และ The Deacon โดยจะออนทัวร์ไปใน 4 หัวเมืองใหญ่ หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดงานครั้งแรกที่กรุงเทพฯ เมื่อปีที่แล้ว ครั้งนี้ถึงคิวของภูเก็ต ก่อนจะตามไปเสิร์ฟประสบการณ์สุดชิลที่หัวหินและพัทยาเป็นลำดับต่อไป โดยความพิเศษของงาน “Sip into the Sunset” ในครั้งนี้ คือการเชิญชวนทุกคนมาผ่อนคลาย ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นแสนโรแมนติก ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พร้อมดื่มด่ำกับเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยมิกซ์โซโลจิสต์ชื่อดัง คุณวิน – พงศธร เชาว์กิติวุฒิ จากบาร์ Shhh. แห่งภูเก็ต ที่มาร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์รสชาติสุดประทับใจเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

ทั้งนี้ ทุกคนยังจะได้เพลิดเพลินไปกับหลากหลายเมนูอาหารสุดพิเศษ พร้อมไฮไลต์จากโซน Live Station ที่เชฟจากร้านอาหารสเปน VAMOS จะมาสาธิตการทำข้าวผัดสเปนสูตรต้นตำรับแบบสด ๆ ให้ได้ทั้งชมและชิมอย่างใกล้ชิด เติมเต็มค่ำคืนอันแสนพิเศษไปกับเสียงดนตรีเพราะ ๆ จากนักร้องและนักแซกโซโฟน ที่จะมอบความบันเทิงและสร้างบรรยากาศสุดประทับใจตลอดทั้งงาน​

สำหรับบัมบู รัม เป็นเหล้ารัมที่มีรสชาติพิเศษและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผลิตขึ้นจากเหล้ารัมที่มีคุณภาพสูงและส่วนผสมของเครื่องเทศธรรมชาติหลากหลายชนิด เช่น วานิลลา และคาราเมล ทำให้มีรสชาติที่นุ่มนวลและกลมกล่อม โดยบัมบู รัม ที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่ Bumbu Original : Exquisite All Natural รัมชื่อดังระดับโลกจากประเทศบาเบดอส ผลิตจากอ้อยคุณภาพสูงที่ปลูกบนหมู่เกาะแคริบเบียน บ่มในถังไม้โอ๊คนานถึง 15 ปี จนได้รัมที่นุ่มละมุน กลิ่นหอมของวานิลลา คาราเมล กล้วย และสัมผัสอ่อนๆ จากไม้โอ๊ค ทำให้ บัมบู ออริจินัล เป็นรัมที่ดื่มง่าย และมีความลึกซึ้งของรสชาติในทุกสัมผัส

ตามมาด้วย Bumbu XO : An Authentic Caribbean Legend รัมพรีเมียมจากประเทศปานามา ผลิตจากอ้อยคัดพิเศษจากอเมริกาใต้ ผ่านการหมักในถังเบอร์เบิน และบ่มต่อในถังเชอร์รี่เป็นเวลาถึง 18 ปี ให้กลิ่นหอมซับซ้อนของทอฟฟี่ เปลือกส้ม และกาแฟ ผสมผสานกับรสชาติเข้มข้นจากไม้โอ๊ค นอกจากนี้ บัมบู เอ็กซ์โอ ยังคงความบริสุทธิ์โดยปราศจากการปรุงแต่งกลิ่น สี หรือรสใด ๆ สะท้อนถึงศิลปะการกลั่นแบบดั้งเดิมอย่างแท้จริง​

ขณะที่ เดอะ ดีคอน เป็นพรีเมียมสก็อตช์วิสกี้ที่เกิดจากการผสมผสานอย่างประณีตระหว่างวิสกี้จากสองแหล่งผลิตชื่อดังของสก็อตแลนด์ ได้แก่ เขตไอล่า (Islay) ที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นควันและพีทอันเข้มข้น กับเขตสเปย์ไซด์ (Speyside) ที่โดดเด่นด้วยรสชาติหรูหราซับซ้อน มีกลิ่นของผลไม้ ดอกไม้ และถั่วอย่างลงตัว เมื่อทั้งสองสไตล์ถูกรวมเข้าด้วยกัน เดอะ ดีคอนจึงมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยกลิ่นควันอันเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนตั้งแต่แรกสัมผัส ตามด้วยรสชาติที่หวานละมุน กลมกล่อม และฟินนิชที่ยาวนานแต่นุ่มนวล

มอบประสบการณ์แห่งรสชาติที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและความลุ่มลึกไม่ว่าจะดื่มแบบนีท ใส่น้ำแข็ง หรือใช้เป็นเบสในค็อกเทลแก้วโปรด เดอะ ดีคอนก็ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ดื่ม พร้อมทั้งสะดุดตาด้วยดีไซน์ของขวดที่หรูหรา เคลือบสีทองแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของหม้อกลั่นแบบดั้งเดิม และฉลากดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร สื่อถึงความคลาสสิกผสมความร่วมสมัยอย่างมีสไตล์​กิจกรรม “Sip into the Sunset” ที่ภูเก็ตในครั้งนี้ ปิดฉากลงอย่างสวยงาม ท่ามกลางความประทับใจของแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมสัมผัสค่ำคืนสุดพิเศษนี้ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถหาซื้อบัมบู รัม และเดอะ ดีคอน ได้แล้วที่ วิลล่า มาร์เก็ต ทุกสาขาทั่วประเทศ

‘มาณวิกา เดอะ มิวสิเคิล’ เปิดม่านการแสดงรอบปฐมทัศน์ ท้าทายกระแสแห่งศรัทธา

‘มาณวิกา เดอะ มิวสิเคิล’ เปิดม่านการแสดงรอบปฐมทัศน์ ท้าทายกระแสแห่งศรัทธา

‘มาณวิกา เดอะ มิวสิเคิล’ เปิดม่านการแสดงรอบปฐมทัศน์ ท้าทายกระแสแห่งศรัทธา

วันศุกร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.37 น.

      เปิดม่านการแสดงแล้ว กับ “มาณวิกา เดอะ มิวสิเคิล” เรื่องราวที่ท้าทายกระแสแห่งศรัทธาในยุคโลกาภิวัตน์ นำเสนอโดย  กลุ่มศิลปการแสดงภิวัฒน์ ร่วมกับ กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย  สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย  กระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้การนำของ นายนภาดล   กำปั่นทอง หัวเรือใหญ่โครงการฯ รวมศิลปินดาราประชันบทบาท พร้อมนักแสดงสมทบที่ผ่านการคัดเลือกออดิชั่นร่วมแสดงอีกหลายชีวิต  นำท่านสู่ดินแดนชมพูทวีปยิ่งใหญ่  ตระการตา  สมการรอคอยของคนรักละครเวที  เปิดการแสดง รอบปฐมทัศน์ เมื่อค่ำคืนวันที่ 12 มิถุนายน 2568  ณ โรงละคร เอ็ม เธียเตอร์

      ภายในงานพบเหล่าคนบันเทิง  ป้าแจ๋ว ยุทธนา, ป๊อบ ธัชทร, หน่อง อรุโณชา ,ดาว พอฤทัย, เหมี่ยว ปวันรัตน์ , ซูโม่กิ๊ก , ชุดาภา จันทเขตต์ , ปู ปริศนา, ต้อ มารุต, แม่โย ทัศน์วรรณ, แม่อี๊ด ดวงใจ, แม่ดาว ดวงดาว  ฯลฯ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมชมการแสดงอย่างคับคั่ง ตื่นตาไปกับโปรดักชั่น แสง สี เสียง ตระการ และการแสดงของนักแสดงมากฝีมือประชันบทบาท ทุกฉาก  ทุกองก์ ต้องมนต์สะกดนำทุกท่านเข้าสู่ดินแดนชมพูทวีป

“มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล” ถ่ายทอดออกมาในแนว MVT หรือละครเพลงผสานเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง สะท้อนสังคมยุคดิจิทัล  โดย  “มาณวิกา” เป็นเรื่องราวการกลับมาของอมิตตดา และวัฏจักรแห่งมิจฉาจิต โดยได้แรงบันดาลใจจากสภาพสังคมในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกหน่วยย่อยของสังคมมนุษย์ เป็นเครื่องมือที่มีอิทธิพล และส่งผลกระทบสูงกับผู้คน โดยเฉพาะการนำมาใช้ในการเผยแพร่ความเชื่อ   เป็นเครื่องมือในการปลุกกระแสให้ผู้คนคล้อยตามและหลงเชื่อ    เกิดเป็นปรากฎการณ์ที่สร้างความเสียหายในวงกว้าง อาทิ การถูกหลอกให้เชื่อถือในลัทธิต่าง ๆ ที่แปลกประหลาด    ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ จนเกิดความศรัทธาและบริจาคกับกลุ่มคนที่สร้างภาพลวงตา   จากความเชื่อผิด ๆ ที่ปรากฏในสังคมปัจจุบัน ทำให้ผู้เสนอโครงการทำการค้นคว้าข้อมูล เรื่องราวที่เกี่ยวกับความเชื่อ จนได้พบกับพระสูตรบทหนึ่งในพระไตรปิฎก ชื่อว่า   มหานิบาตชาดก และขุททกนิกาย (อรรถกถา)    ที่กล่าวถึงเรื่องราวของนางอมิตตดาภรรยาชูชก ที่ใช้ชูชกไปทูลขอพระราชโอรสธิดาจากพระเวสสันดรเพื่อมาเป็นบ่าวรับใช้ในเรือน  แต่สุดท้ายพระเจ้ากรุงสญชัย พระบิดาของพระเวสสันดรได้ช่วยเหลือหลานของตน ด้วยการแลกตัวกัณหาชาลีกับแก้วแหวนเงินทอง ส่วนชูชกได้บริโภคอาหารจนท้องแตกตาย แต่ด้วยโมหะจิตของนางอมิตตดาได้กล่าวโทษว่า  พระเวสสันดรคือเหตุอันทำให้ชูชกต้องตาย   เมื่อพ้นจากอัตภาพนั้น     นางอมิตตดามาเกิดเป็นนาง ‘จิญจมาณวิกา’ ผู้เป็นหนึ่งในพญามารสำคัญที่ตามจองเวรจองกรรมกับพระพุทธเจ้าข้ามภพข้ามชาติ นางมาณวิกาหลอกลวงให้ผู้อื่นเชื่อว่า ตนเองได้ตั้งครรภ์กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรื่องของนางมาณวิกานี้ ได้แสดงให้เห็นว่า มิจฉาจิต คือความคิดไม่เป็นกุศล ประกอบด้วยโทสะ โมหะ โลภะ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจคนได้เสมอ แม้ในสังคมปัจจุบันก็ไม่ต่างจากสมัยพุทธกาล  ที่ผู้คนพากันหลงเชื่อ  ศรัทธา โดยไม่ใช้สติปัญญาพิจารณาไตร่ตรอง จนนำมาซึ่งความเดือนร้อนและความเสียหายกับตนเองและคนรอบข้าง รวมถึงสังคมและประเทศชาติ ซึ่งเป็นการตีความที่สะท้อนความเป็นจริงในโลกดิจิทัล ในทุกวันนี้ได้เป็นอย่างดี

     “มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล ” เป็นการรวมตัวของเหล่านักแสดง  อาทิ มาริลิน เคท การ์ดเนอร์ (มาณวิกา), โบ๊ท ธารา ทิพา (มันตรา), เอ๋ นรินทร ณ บางช้าง  (วาสนา), นุ่น ดารัณ  ฐิตะกวิน (มายา), หมอก้อง พันตรีนายแพทย์ สรวิชญ์ สุบุญ (สุขะ),  ตี๋ วิวิศน์ บวรกีรติขจร(มหิทธิ), ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ (โฆษิต),  ท็อป ดารณีนุช ปสุตนาวิน(จันทรา ), ผัดไท ดีใจ ดีดีดี (เทวี ),  ธงธง นที  ธีระเสรีวงศ์ (กมลา ), อิ๋งอิ๋ง ธุรดี  อารีรอบ  (อุบาสิกา ) และทีมนักแสดงประกอบเลือดใหม่ที่เข้าร่วมแสดงอย่างคับคั่ง  ท่ามกลางโปรดักชั่น ฉาก แสง สี เสียง เสื้อผ้า หน้าผม จัดเต็ม เสมือนอยู่ในดินแดนภารตะแคว้นชมพูทวีป  พร้อมท้าทายกระแสแห่งศรัทธาและความดีในยุคโลกาภิวัตน์ 

คอละครเพลงห้ามพลาด!! เปิดให้จองบัตรแล้วราคา  500 / 1,000 / 1,500 บาท ได้ที่  @thaiticketmajor  

รายละเอียดรอบการแสดง  ณ  โรงละคร เอ็ม เธียเตอร์

–  วันเสาร์ที่ 14 มิย. 2568 รอบแสดงเวลา 14.00 น. และ รอบแสดง เวลา 19.00 น.

– วันอาทิตย์ที่ 15 มิย. 2568  รอบ แสดงเวลา 14.00 น.

-(016)

Level 50 by SEE FAH เสิร์ฟเมนูในตำนานร้านสีฟ้าบนรูฟท้อปวิวเส้นขอบฟ้า

Level 50 by SEE FAH เสิร์ฟเมนูในตำนานร้านสีฟ้าบนรูฟท้อปวิวเส้นขอบฟ้า

Level 50 by SEE FAH เสิร์ฟเมนูในตำนานร้านสีฟ้าบนรูฟท้อปวิวเส้นขอบฟ้า

วันศุกร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.35 น.

ห้องอาหาร Level 50 by SEE FAH  อีกหนึ่งร้านในเครือ SEE FAH ชวนมาสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารจากเมนูอาหารไทยในตำนานของร้านสีฟ้า และเมนูนานาชาติ  ในบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาพร้อมกับเส้นขอบฟ้ากรุงเทพมหานคร ดื่มด่ำกับวิวพาโนรามาที่งดงามตลอดทั้งกลางวันและยามค่ำคืน บนชั้น 50 Rooftop ของโรงเเรมเเกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี

ที่ Level 50 by SEE FAH ลิ้มรสเมนูอาหารหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยต้นตำรับที่คุ้นเคยจากร้านอาหารสีฟ้า เเละอาหารนานาชาติทั้งเมนูคลาสสิกและเมนูที่แปลกใหม่  รังสรรค์สมดุลแห่งรสชาติด้วยการผสมผสานเทคนิคสมัยใหม่และดั้งเดิมเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมวัตถุดิบสดใหม่ระดับพรีเมียมและฝีมือจากเชฟมืออาชีพ

เพลิดเพลินไปกับเมนูเรียกน้ำย่อยแบบนานาชาติ อาทิ เมนูทูน่าย่างเสิร์ฟคู่กับยำมะม่วงซัลซ่า และเมนูปอเปี๊ยะทอดที่พร้อมเสิร์ฟให้ทุกคนได้แชร์ความอร่อยร่วมกัน  พลาดไม่ได้กับเมนูไฮไลท์อย่าง Homemade Pasta พาสต้าเส้นสด สูตรเฉพาะที่ให้เนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบกำลังดี มีให้เลือกทั้งเส้นปัปปาร์เดลเล่และเฟตตูชินี ผสมผสานกับซอสโฮมเมด ซอสอัลเฟรโดทรัฟเฟิล, ซอสรากู และซอสเพสโต้ ที่ปรุงอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบสดใหม่  เพื่อให้พาสต้ากลายเป็นเมนูโปรดที่คุณจะกลับมาทานซ้ำอย่างไม่รู้เบื่อ

นอกจากนี้ ยังมีเมนูอาหารเช้าสไตล์ยุโรปที่พร้อมเสิร์ฟตลอดวัน อย่างเมนูที่ถูกปากทุกคน เช่น เบอร์เกอร์และแซนด์วิช หรือเลือกเมนูสุขภาพดีมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างสลัดผักเคลและสลัดถั่วลูกไก่ เมนูพิซซ่าและพาสต้าโฮมเมด เช่น พิซซ่าหน้าสโมค แซลม่อนและพาสต้าเฟตตูชินีพร้อมซอสอัลเฟรโด ไปจนถึงเมนูเนื้อย่างจานหลักรสเลิศอย่างเนื้อสันในวากิวไทยและซี่โครงแกะย่าง นอกจากนี้ ห้องอาหาร Level 50 By See fah ยังมีเมนูอาหารไทยแบบดั้งเดิมที่เลื่องชื่อของร้านสีฟ้า ทั้งผัดไทยกุ้งสด ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ บะหมี่เป็ดย่าง กุ้งผัดพริกขี้หนู และเมนูเครื่องแกงที่หอมรัญจวนใจอย่าง แกงเผ็ดเป็ดย่าง  พร้อมเสิร์ฟให้ได้เลือกลิ้มลองกันอีกด้วย

อีกทั้งยังมีเมนูเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์เพื่อเรียกความสดชื่นก่อนเริ่มต้นมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็น Strawberry Virgin Mojito, Shirley Temple, น้ำมะม่วงสมุย ฯลฯ รวมทั้งขนมหวานยอดนิยมอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง, อโวคาโดน้ำกะทิ, บานอฟฟี่  ฯลฯ

ห้องอาหาร Level 50 by SEE FAH  เหมาะสำหรับทุกโอกาส ทั้งเพื่อการพักผ่อนของครอบครัว เพื่อนฝูง การพูดคุยเรื่องธุรกิจ และการเดทกับคนรักหรือคนรู้ใจ ในบรรยายที่ผ่อนคลายบนชั้น 50 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี (Grande Centre Point Lumphini)  เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-24.00 น. สำรองที่นั่งได้ที่ โทร.088 621 5426

กินเที่ยวมูกับ “Taiwan Day” กระทบไหล่อาเล็ก-ธีรเดช พร้อมลุ้นรับตั๋วเครื่องบินฟรี!

กินเที่ยวมูกับ “Taiwan Day” กระทบไหล่อาเล็ก-ธีรเดช  พร้อมลุ้นรับตั๋วเครื่องบินฟรี!

กินเที่ยวมูกับ “Taiwan Day” กระทบไหล่อาเล็ก-ธีรเดช พร้อมลุ้นรับตั๋วเครื่องบินฟรี!

วันศุกร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.35 น.

“Taiwan Day เทศกาลอาหารและการท่องเที่ยวไต้หวัน” งานประจำปีสุดยิ่งใหญ่จัดโดย สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-15 มิถุนายน ณ central cOurt ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยภายในงานทุกท่านจะได้ลิ้มรสอาหารไต้หวันขนานแท้อย่าง บะหมี่เย็น บะหมี่เนื้อ ไก่ทอด เต้าหู้เหม็น ชานมไข่มุก บิงซูเฉาก๊วยสไตล์ไต้หวัน  รวมทั้งสัมผัสประสบการณ์สุดแปลกใหม่ในโซน Interactive อย่างการเสี่ยงเซียมซีผ่านการเชื่อมต่อแบบออนไลน์ไปยังวัดเจินไห่ เมืองตงกั่ง มณฑลผิงตง ถูกใจเหล่านักท่องเที่ยวชาวไทยสายมู  นอกจากนี้ ภายในงานยังมีแพ็คเกจท่องเที่ยวไต้หวันที่รวมการเข้าร่วม “Meet & Greet อาเล็กที่ไต้หวัน” วันที่ 25 ตุลาคม จัดจำหน่าย โดยขอกระซิบว่าอาเล็กได้เตรียมการแสดงสุดเซอร์ไพรส์ที่ไม่เคยทำที่ไหนมาก่อน! และทุกท่านยังจะได้ร่วมกิจกรรมสะสมแสตมป์ลุ้นรับรางวัลมากมาย ซึ่งรางวัลใหญ่ก็คือ ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ไทเป ฟรี!

ร่วมกระทบไหล่ “อาเล็ก-ธีรเดช” อย่างใกล้ชิด ในวันเปิดงาน 

“Taiwan Day เทศกาลอาหารและการท่องเที่ยวไต้หวัน” เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีคุณต่งซือฉี รองผู้แทนประจำสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ร่วมกับคุณซินดี้ เฉิน ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพ ฯ พร้อมผู้แทนจากบริษัทนำเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย และ 3 สายการบินรายใหญ่ของไต้หวันเข้าร่วมพิธีเปิดงาน นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก “อาเล็ก-ธีรเดช” แบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำปี 2025 มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์สุดแสนประทับใจจากการไปท่องเที่ยวไต้หวันหลายครั้ง รวมถึงการเดินทางไปเกาะหมาจู่ หนึ่งในสถานที่สุด unseen ของไต้หวัน และทางอาเล็ก-ธีรเดชได้เตรียมตัวอย่างหนักสำหรับงาน Meet & Greet ที่จะถูกจัดขึ้นที่ไต้หวันในวันที่ 25 ตุลาคม 2025 โดยงานนี้บอกเลยว่าเขาได้เตรียมเซอร์ไพรส์ที่ไม่เคยทำที่ไหนมาก่อนด้วย!

ต่งซือฉี รองผู้แทนประจำสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยกล่าวว่า “การโปรโมทเอกลักษณ์การท่องเที่ยวไต้หวัน ในคราวนี้เป็นการผสมผสานระหว่างเสน่ห์และทรัพยากรการท่องเที่ยวที่หลากหลายของไต้หวันเข้ากับกิจกรรมสนุก ๆ จากนักแสดงที่เหล่าแฟนๆ ชาวไทยชื่นชอบได้อย่างลงตัว ถือเป็นการมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวไต้หวันที่สดใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างมาก” โดยคุณต่งซือฉีและคุณอาเล็ก ธีรเดชได้ร่วมมอบเกียรติบัตรให้แก่บริษัทนำเที่ยวชั้นนำของประเทศไทยทั้งหมด 7 แห่ง ซึ่งเป็นพันธมิตรในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไต้หวัน 

Taiwan Day รวบรวมอาหาร ท่องเที่ยว และประสบการณ์ Interactive สุดเซอร์ไพรส์!

“Taiwan Day เทศกาลอาหารและการท่องเที่ยวไต้หวัน” ประจำปี 2025 นี้จะมอบประสบการณ์ที่หลากหลายให้แก่ทุกท่าน นอกจากจะได้อร่อยกับอาหารไต้หวันยอดฮิตอย่างบะหมี่เย็น บะหมี่เนื้อ ไก่ทอด เต้าหู้เหม็น ชานมไข่มุก บิงซูเฉาก๊วยสไตล์ไต้หวันแล้ว ยังมีจัดจำหน่ายแพ็กเกจทัวร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Meet & Greet อาเล็กที่ไต้หวัน” จากบริษัททัวร์ชั้นนำในราคาพิเศษ โซนกิจกรรมก็ไม่ธรรมดา มีทั้ง DIY ทำเกี๊ยวไต้หวัน, เสี่ยงเซียมซีออนไลน์จากวัดเจินไห่ เมืองตงกั่ง มณฑลผิงตง ไม่เพียงแต่เท่านี้ บนเวทียังมีกิจกรรมสนุก ๆ พร้อมแจกของรางวัลมากมาย ทั้งจากการตอบคำถามเกี่ยวกับอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวของไต้หวันอีกด้วย

ของรางวัลจัดเต็ม! ลุ้นตั๋วเครื่องบินไป-กลับไทเป

สำหรับทุกท่านที่ซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวไต้หวัน”Meet & Greet อาเล็กที่ไต้หวัน” ภายในงาน ท่านจะได้รับของที่ระลึกสุดพิเศษ เช่น เซ็ทกระเป๋าจัดระเบียบรุ่น Limited ชุดช้อนส้อมพกพา รวมถึงบัตร Easy Card มูลค่า 599 NTD และรับสิทธิพิเศษในการนั่งแถวหน้าติดขอบเวทีในงาน “Meet & Greet อาเล็กที่ไต้หวัน” นอกจากนี้ หากซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวไต้หวันแบบทั่วไปแพ็กเกจใดก็ตาม ท่านจะได้รับกระเป๋าสะพายข้างลาย OH Bear สุดน่ารักไปแบบฟรี ๆ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสะสมแสตมป์ให้ทุกท่านได้ร่วมลุ้นชิงรางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ไทเป ฟรีด้วย!

ห้ามพลาด! “Taiwan Day เทศกาลอาหารและการท่องเที่ยวไต้หวัน” จะจัดขึ้นวันที่ 13-15 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 10:00-21:00 ณ central cOurt ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ขอย้ำว่าบัตรเข้าร่วมงาน “Meet & Greet อาเล็กที่ไต้หวัน” มีจำนวนจำกัด ช้าหมดอดนะ!