ระวัง !! ยกของหนัก-ก้มตัวบ่อย นิสัยเสี่ยง ‘โรคกระดูกสันหลังเสื่อม’

ระวัง !! ยกของหนัก-ก้มตัวบ่อย นิสัยเสี่ยง ‘โรคกระดูกสันหลังเสื่อม’

ระวัง !! ยกของหนัก-ก้มตัวบ่อย นิสัยเสี่ยง ‘โรคกระดูกสันหลังเสื่อม’

วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายคนอาจคิดว่าปัญหากระดูกเสื่อม เป็นเรื่องของคนที่อายุเยอะเท่านั้น แต่ความจริงแล้วใคร ๆ ก็มีโอกาสเป็นได้ โดยเฉพาะคนที่ชอบยกของหนัก ก้มตัวบ่อย ขยับคอมาก ก็อาจเร่งให้เกิด “โรคกระดูกสันหลังเสื่อม” ที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา หนักที่สุดเส้นประสาทอาจถูกกดทับจนมีอาการอ่อนแรงหรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้

ที่น่ากังวลกว่านั้น นายแพทย์ วรายุทธ แสงสุวรรณ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ แพทย์ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลวิมุต  เตือนว่าเมื่อกระดูกสันหลังเสื่อมกดทับเส้นประสาทจนมีอาการอ่อนแรงเป็นเวลานาน แม้จะผ่าตัดรักษาก็ไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ดีเหมือนเดิม

“โรคกระดูกสันหลังเสื่อม” ไม่ใช่แค่การเสื่อมตามวัย

โรคกระดูกสันหลังเสื่อม คือภาวะความเสื่อมตามอายุที่มากขึ้น หรือการใช้งานหนักสะสมเป็นเวลานาน ซึ่งความเสื่อมของโรคนี้หมายถึงความเสื่อมของบริเวณตัวกระดูกสันหลังเอง หมอนรองกระดูก ข้อต่อ และเนื้อเยื่อเส้นเอ็นรอบกระดูกสันหลัง คล้ายกับความเสื่อมในข้อเข่าหรือกระดูกบริเวณอื่น

มัดรวมสาเหตุเร่ง “โรคกระดูกสันหลังเสื่อม”

โรคกระดูกสันหลัง เสื่อมพบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุเริ่มตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการเสื่อมตามวัย แต่คนที่อายุน้อยก็เป็นโรคนี้ได้จากพฤติกรรมการใช้งานที่ไม่เหมาะสม เช่น ยกของหนักเป็นประจำ  การขยับก้มเงยคอมาก ๆ หรือคนที่ชอบสะบัดคอบ่อย ๆ นอกจากนี้ ผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุรุนแรงจนกระดูกหักและต้องใส่เหล็กดาม ทำให้ตัวกระดูกข้างเคียงต้องรับน้ำหนักแทน ก็จะมีความเสี่ยงมากกว่าปกติ บางรายอาจมีการติดเชื้อที่กระดูกสันหลัง แม้พบไม่บ่อย แต่ก็อาจนำไปสู่การเสื่อมได้เช่นกัน โดยการเสื่อมอาจใช้เวลา 5-10 ปี หลังเกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บก่อนจะเริ่มมีอาการ

ปวดหลัง ปวดร้าวที่แขนหรือลงขา อาการชา สัญญาณเตือน

อาการของโรคกระดูกสันหลังเสื่อมนั้นแตกต่างกันขึ้นกับตำแหน่งของตัวโรค ในคนไข้ที่มีกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อมอาจจะมีอาการปวดบริเวณคอ ปวดร้าวไปที่แขน อาจจะมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย ในบางคนจะมีการใช้งานมือลำบากมากขึ้นเช่น เขียนหนังสือลำบากขึ้นลายมือเปลี่ยนไป ติดกระดุมเสื้อลำบาก เป็นต้น หากเป็นมากจะมีอาการเดินลำบาก เดินไม่ถนัดเหมือนเดิม และอาจจะกลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้ “ส่วนคนไข้ที่มีกระดูกสันหลังช่วงเอวเสื่อม นั้นอาจจะมีอาการปวดบริเวณเอว และมีอาการปวดร้าวลงขา ในบางรายอาจจะมีอาการชาหรืออ่อนแรงขา และกลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งใครที่พบอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาก่อนอาการจะรุนแรงขึ้น” นพ.วรายุทธ แสงสุวรรณ อธิบาย

การรักษาโรคกระดูกสันหลังเสื่อม

ขั้นตอนแรกของการวินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังเสื่อมคือการตรวจร่างกายเพื่อดูลักษณะการทำงานของกล้ามเนื้อ กระดูกสันหลัง และระบบเส้นประสาท ซึ่งหากใครที่พบว่ามีปัญหากระดูกเสื่อมร่วมกับปัญหาทางเส้นประสาทอาจต้องใช้การเอกซเรย์ หรือ MRI เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด การรักษากระดูกสันหลังเสื่อมมีหลายวิธี ถ้าคนไข้อาการไม่หนักมากจะรักษาด้วยการรักษาแบบประคับประคองโดยใช้ยาและการทำกายภาพ รวมถึงมีการฉีดยาเข้าโพรงประสาทเพื่อบรรเทาอาการปวด ส่วนคนที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น อาการปวดเป็นมากรักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น และในเคสที่มีอาการทางระบบประสาทแล้ว เช่น อ่อนแรง หรือกลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่อยู่ อาจจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

ส่วนการผ่าตัดนั้น อาจจะเพียงผ่าตัดเพื่อนำส่วนที่กดเส้นประสาทออก หรืออาจจำเป็นต้องผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง ขึ้นอยู่กับลักษณะของตัวโรคว่าเป็นลักษณะแบบใด ซึ่งในปัจจุบันมีการผ่าตัดแบบแผลเล็กโดยทำการผ่าตัดผ่านกล้องไมโครสโคป (Microscope) หรือ การผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscope) ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น นพ.วรายุทธ แสงสุวรรณ อธิบายต่อ “ถ้าไม่อยากให้กระดูกสันหลังเสื่อมไว ควรหลีกเลี่ยงการสะบัดคอหรือดัดคอแรง ๆ ระวังการเล่นกีฬาหรือกิจกรรมที่มีแรงกระแทกที่ศีรษะ และที่สำคัญคือไม่ควรยกของหนักเกินไป เพราะแรงทั้งหมดจะไปลงที่กระดูกสันหลัง รวมถึงพยายามลดการก้มตัวมาก ๆ  เพราะจะเป็นการใช้งานกระดูกสันหลังที่เกินจำเป็น นอกจากนี้ก็ควรออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนลำตัวที่ช่วยพยุงกระดูกสันหลังของเรา”

“แม้ว่าโรคกระดูกสันหลังเสื่อมจะทำให้ใช้ชีวิตยากขึ้น แต่ก็ไม่อยากให้ทุกคนกังวลเกินไปจนไม่กล้าทำอะไร จริง ๆ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ด้วยความเข้าใจว่าร่างกายย่อมมีการเสื่อมตามอายุที่มากขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักดูแลตัวเอง ระมัดระวังพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อกระดูกสันหลัง และคอยสังเกตร่างกายของตัวเองให้ดี ถ้ามีอาการผิดปกติที่เข้าข่ายโรคนี้ ก็ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาแต่เนิ่น ๆ” นายแพทย์ วรายุทธ กล่าวทิ้งท้าย

ข้อมูลเพิ่มของโรคกระดูกสันหลังเสื่อม สามารถขอรับคำปรึกษาจาก “หมอออนไลน์”  ของโรงพยาบาล โดยดาวน์โหลด ViMUT Application  

กูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดเต็มสุดยอดผลไม้สด-แปรรูปแปลกใหม่ ในงาน ‘Gourmet Fruit First เทศกาลคัดเฟรชอิ่มฟรุต 2025’

กูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดเต็มสุดยอดผลไม้สด-แปรรูปแปลกใหม่   ในงาน ‘Gourmet Fruit First เทศกาลคัดเฟรชอิ่มฟรุต 2025’

กูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดเต็มสุดยอดผลไม้สด-แปรรูปแปลกใหม่ ในงาน ‘Gourmet Fruit First เทศกาลคัดเฟรชอิ่มฟรุต 2025’

วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กูร์เมต์ มาร์เก็ต  ภายใต้การบริหารโดยกลุ่มเดอะ มอลล์ แท็กทีม กูร์เมต์ อีทส์ จัดงาน “Gourmet Fruit First (กูร์เมต์ ฟรุต เฟิร์ตส์) เทศกาลคัดเฟรชอิ่มฟรุต 2025” สนับสนุนเกษตรกรไทย ยกทัพผลไม้บุกย่านสุขุมวิท ชวนชาวไทยและต่างชาติลิ้มรสทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ ผลไม้เกรดพรีเมียม สด ฉ่ำ ดีสุดในฤดูกาล และผลไม้แปลกหายากจากสวนคุณภาพทั่วประเทศ พร้อมเต็มอิ่มไปกับเมนูแปรรูปจากผลไม้รสสัมผัสแปลกใหม่น่าลิ้มลอง รวมกว่า 50 ร้านค้า ที่ เอ็ม มาร์เก็ต ชั้น G เอ็มสเฟียร์ ตั้งแต่วันนี้ – 25 มิถุนายน 2568

ภายในงานพบกับราชาผลไม้อย่างทุเรียนและผลไม้ตามฤดูกาลเกรดพรีเมียมจากสวนผลไม้ชั้นนำ รวมกว่า 20 ชนิด ยกทัพมาให้ลิ้มลองเติมความสดชื่นอย่างจุใจ อาทิ ทุเรียนคัดเกรดหลากหลายสายพันธุ์ จากบ้านไร่ธนิสร อาทิ ทุเรียนภูเขาไฟ, ทุเรียนป่าละอู, ทุเรียนพวงมณี, ทุเรียนก้านยาว เป็นต้น ซึ่งในงานจะยกมาให้ลิ้มลองในรูปแบบ “ชิม – ชั่ง – นั่งทาน” ให้ทุเรียนเลิฟเวอร์ฟินไปกับการเลือกชิมทุเรียนจนกว่าจะเจอที่ใช่ ไม่ว่าจะกรอบนอกนุ่มใน หรือสุกนิ่มกำลังดี พิเศษเมื่อซื้อทุเรียนครบ 999 บาทขึ้นไป รับฟรีเซ็ตผลไม้ตามฤดูกาลสำหรับนั่งรับประทานภายในงาน

ลิ้นจี่พันธุ์ป้าชิดจัมโบ้ หรือ Super Premium จากไร่บี.เอ็น. จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเจ้าของสวนนำลิ้นจี่จีนหลายสายพันธุ์มาปรับปรุงและพัฒนาต่อเนื่องนานกว่า 40 ปีจนได้ลิ้นจี่มีผลขนาดใหญ่ ทรงหัวใจ เนื้อแห้ง หนา กรอบ มีเมล็ดเล็กลีบ รสชาติหวานหอม ไม่อมเปรี้ยว เป็นลิ้นจี่ระดับเวิลด์คลาสที่มีมาให้ลิ้มลองแบบจำนวนจำกัดเฉพาะในงานเท่านั้น

สับปะรดห้วยมุ่น จ.อุตรดิตถ์ เป็นสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียที่ถูกปลูกในตำบลห้วยมุ่นและน้ำไผ่ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์จนเกิดเป็นพันธุ์ท้องถิ่น มีลักษณะเด่นคือมีเนื้อหนานุ่ม สีเหลืองน้ำผึ้ง รสชาติหวานหอม ฉ่ำน้ำ ไม่ระคายลิ้น โดยสับปะรดห้วยมุ่นเป็นผลไม้ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในไทย และเป็นผลไม้ไทยรายการแรกที่ได้รับ GI ในญี่ปุ่น เมื่อปี 2567 อีกด้วย

อินทผลัมพันธุ์บาฮี และโคไนซี่ ต้นฤดูกาล จาก 1000 พฤกษาฟาร์ม เป็นฟาร์มปลูกอินทผลัมทานผลสด เจ้าแรก ๆ ในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยทดลองปลูก พัฒนาต่อยอด จนได้สายพันธุ์ที่เหมาะสมกับอากาศแบบประเทศไทย โดย พันธุ์บาฮี เป็นพันธุ์ทานสด มีแหล่งกำเนิดในอิรัก เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง เนื้อนิ่ม เมื่อผลสุกงอมเนื้อจะนิ่มคล้ายลูกพลับ รสชาติหวานอร่อย ส่วน พันธุ์โคไนซี่ เป็นพันธุ์ที่มีปริมาณเทนนินน้อยมาก รสชาติหวานมัน เมื่อแห้งจะมีเนื้อสัมผัสเฉพาะตัวของอินทผลัม สามารถรับประทานได้ตั้งแต่เริ่มแก่จัดและแห้ง, ลูกอะบิว จาก Sooksomdul Life and Farm ผลไม้แปลกชื่อที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ผลกลมขนาดใหญ่ เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เนื้อข้างในใส นุ่มคล้ายเยลลี่ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ รสชาติหวานสดชื่น อุดมด้วยแคลเซียมและวิตามินเอ

นอกจากนี้ ยังร่วมกับร้านอร่อยชื่อดังทั่วไทย ร้านฮิตติดเทรนด์ในโลกออนไลน์ พาเหรดเมนูแปรรูปจากผลไม้ทั้งอาหารคาว-หวาน และเครื่องดื่ม มาให้ฟรุ้ตเลิฟเวอร์เต็มอิ่มไปกับการลิ้มลองผลไม้หลากหลายรูปแบบ อาทิ ทุเรียนชีสเค้ก จากร้าน Nie & Ivan (เนียร์ แอนด์ อีวาน) ร้านขนมหวานที่ เนเน่-พรนับพัน ร่วมกันทำกับร้าน Ivan Factory ไฮไลท์สินค้าเป็นทุเรียนชีสเค้ก ที่คัดสรรทุเรียนคัดเกรดมาผสานเข้ากับชีสเค้กพรีเมี่ยมอย่างลงตัว, น้ำผัก-ผลไม้สกัดเย็น ร้าน Oriley (โอไรลี่) ร้านดังในติ๊กตอก โดดเด่นด้วยการคัดสรรผลไม้เกรดพรีเมียมมาคั้นโดยวิธีสกัดเย็นแบบวันต่อวัน, โยเกิร์ตมะพร้าว ร้าน Praow (พร้าว) มีจุลินทรีย์สดที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพในระบบทางเดินอาหาร และระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและระบบขับถ่าย แครอลลี่น้อย ไม่เติมน้ำตาล เป็นเมนูที่ได้ทั้งความอร่อยและประโยชน์เต็มคำ

ยำผลไม้ ร้านโกดังนัวส์ ร้านกุ้งแช่น้ำปลาเจ้าดังใน TikTok ย่านพระราม 2 สด สะอาด อร่อยแซ่บนัวส์ มาพร้อมเมนูพิเศษยำผลไม้ ที่ผสานความสดชื่นของผลไม้และน้ำยำรสเด็ดไว้อย่างลงตัว, ชิโอะปัง สตรอว์เบอร์รี่ เฟรชครีม จากร้าน Butter Bakery ร้านคาเฟ่และเบเกอรี่ชื่อดังในไอจี มีหน้าร้าน 2 สาขา ได้แก่ สาทร และลาดพร้าว 18 ครั้งนี้นำเมนูยอดฮิตอย่างชิโอะปัง หรือขนมปังเกลือฉ่ำเนยข้างในตัดกับเกลือข้างนอก มารังสรรค์เป็นเมนูพิเศษให้ลิ้มลองเฉพาะในงานนี้, เจลลี่ชีสเค้กหน้าผลไม้ จากร้าน Co-co-Kup “เค้กแม่ชม” ที่โด่งดังในโลกออนไลน์ เมนูซิกเนเจอร์ของร้านนี้คือชีสเค้กวุ้นผลไม้ต่างๆ จัดเต็มทั้งความอร่อย และสีสันสดใสน่ารับประทาน

ฟองดูผลไม้ จาก City Fresh ผู้นำเข้าผลไม้จากแหล่งที่ดีที่สุดทั่วโลก เอาใจสายหวาน ยกทัพผลไม้ทั้งองุ่นไชน์มัสคัท, สตรอว์เบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, กี่วี่ ฯลฯ มาให้ลิ้มลองความสด ฉ่ำ ในรูปแบบฟองดู 2 รสชาติ ช็อกโกแลต และชาเขียว นอกจากนี้ ยังมีน้ำผลไม้สกัดเย็น และผลไม้ปอก หั่น พร้อมทานมาเสิร์ฟ, น้ำมะพร้าวออแกนิกอินฟิวส์ จาก AHH Coco คัดสรรมะพร้าวจากสวนวิสาหกิจชุมชน อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ปลูกโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ไม่ใช้สารเร่งลูกโต ได้รับการรับรองจาก USDA Organic เพิ่มเติมความพิเศษอีกระดับด้วยการอินฟิวส์น้ำมะพร้าวเข้ากับผลไม้ GI อื่น ๆ เช่น มะม่วง ส้มโอ และฝรั่ง รสชาติมิกซ์กับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่าง ๆ ได้ดี เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ เลือกอร่อยได้ไม่จำเจ, ชาสดชื่น TEAMO อีกหนึ่งร้านเด็ดร้านดังพัทยา กับเมนูชาผลไม้ที่ทำจากผลไม้คัด ใส่เนื้อผลไม้มาแบบฉ่ำๆ แน่น ๆ หวานน้อย กลิ่นหอมสุดๆ นอกจากนี้ ยังมีน้ำลำไยสด ใช้ลำไยพวงทองคัดไซส์ใส่มาแบบเต็มกระป๋อง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Gourmet Market Thailand และ IG : gourmetmarket

ครบรอบ 44 ปี โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง สถานที่แห่งโอกาสทางการศึกษาของวัยอนุบาล

ครบรอบ 44 ปี โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง  สถานที่แห่งโอกาสทางการศึกษาของวัยอนุบาล

ครบรอบ 44 ปี โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง สถานที่แห่งโอกาสทางการศึกษาของวัยอนุบาล

วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 44 ปี แห่งการสถานาโรงเรียน พร้อมจัดพิธีทอดผ้าป่าการศึกษา ประจำปี 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน บำรุงสถานศึกษา ในการนี้ได้รับความเมตตาจาก พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และพิจารณาองค์ผ้าป่า โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ณ ศาลาอเนกประสงค์โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง

พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง

ในการนี้มีคณะกรรมการมูลนิธิโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง อดีตผู้บริหารสถานศึกษา ผู้มีอุปการคุณ นำโดย ผาณิต พูนศิริวงศ์, อุไร คุณานันทกุล, อ.นพคุณ ทรงชาติ อดีต ผอ.โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง, สุวัฒน์ วัชโรทัย, พัชรพิมล ยังประภากร, อ.เจษฎา ศรีนวล ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง ร่วมพิธี โดยมี  ธนาลัย ลิมปรัตนคีรี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง พร้อมคณะครู เจ้าหน้าที่โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง ให้การต้อนรับ

อ.ธนาลัย ลิมปรัตนคีรี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง กล่าวว่า โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง เป็นโรงเรียนประเภทศึกษาสงเคราะห์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จัดการศึกษาปฐมวัยให้กับเด็กด้อยโอกาสในเขตวัฒนา พระโขนง และคลองเตย โดยไม่เก็บค่าเล่าเรียน ในวันที่ 9 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันครบรอบการสถาปนาโรงเรียน จึงได้จัดให้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล และมีการจัดทอดผ้าป่าการศึกษาเป็นประจำทุกปีเพื่อนำปัจจัยที่ได้ไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ อาทิ จัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอน ทำนุบำรุงโรงเรียน เป็นต้น

อ.นพคุณ ทรงชาติ อดีต ผอ.โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง เป็นประธานจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย

โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2524 ตามดำริของ พระธรรมปาโมกข์ (นพ องฺกุรปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทองในขณะนั้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระการเลี้ยงดูบุตรของพ่อแม่ที่มีรายได้น้อย

และฐานะยากจน ให้เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสได้รับการศึกษา อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรมให้กับเด็กและเยาวชนเป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ของท่านเจ้าคุณพระธรรมปาโมกข์เสมอมาในการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ผ่านการเล่น มุ่งมั่นพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ สังคมตลอดจนสติปัญญาของเด็ก ให้มีกิริยามารยาทเรียบร้อยและสามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และมีทักษะการช่วยเหลือตนเองขั้นพื้นฐานอย่างเหมาะสมตามวัย

ผาณิต พูนศิริวงศ์, อ.ธนาลัย ลิมปรัตนคีรี, วรุฒม์ชาติ  ปวโรดม และ พัชรพิมล ยังประภากร

ในวันที่ 9 มิถุนายน ของทุกปี โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทองจึงได้มีการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงความเมตตากรุณาของท่านเจ้าคุณพระธรรมปาโมกข์ ผู้ให้ก่อให้เกิดโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง รวมถึงจัดการทอดผ้าป่าการกุศลเพื่อนำปัจจัยมาสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียนโดยมุ่งเน้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาของนักเรียนเป็นสำคัญ

อ.เจษฎา ศรีนวล, ทอรุ้ง จรุงกิจอนันต์, อ.นพคุณ ทรงชาติ, อ.อ.ธนาลัย ลิมปรัตนคีรี, สงวนศรี สุทธิพงษ์ชัย และ ดร.จีรนันท์ ปิยะพงษ์กุล

อุไร คุณานันทกุล กรรมการมูลนิธิโรงเรียนวัดธาตุทอง

 อ.เจษฎา ศรีนวล ผอ.โรงเรียนมัยธยมวัดธาตุทอง ร่วมทำบุญครบรอบ 44 ปี โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง

ดร.อุษา กรทับทิม และ เชื้อชาย ขันธ์นะภา

คณะครูและนักเรียนร่วมพิธีทำบุญและทอดผ้าป่า

การแสดงน่ารักๆ จากเด็กๆ แทนคำขอบคุณ

สนามเด็กเล่นที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้น้องๆ ได้เล่นสนุกและเสริมสร้างพัฒนาการ

‘Macao Wonder’ ชวน ‘อิงฟ้า วราหะ’ เล่าความประทับใจตะลุยเที่ยวมาเก๊า

‘Macao Wonder’  ชวน ‘อิงฟ้า วราหะ’ เล่าความประทับใจตะลุยเที่ยวมาเก๊า

‘Macao Wonder’ ชวน ‘อิงฟ้า วราหะ’ เล่าความประทับใจตะลุยเที่ยวมาเก๊า

วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานการท่องเที่ยวมาเก๊า (MGTO) เดินหน้าตอกย้ำความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจกับประเทศไทย ผ่านการจัดโรดโชว์ “Macao Wonder” ขึ้นอีกครั้ง โดยเนรมิตพื้นที่บริเวณ ลานแฟชั่นฮอลล์ สยามพารากอน จัดแสดงนิทรรศการที่เป็นเอกลักษณ์ของมาเก๊า พร้อมกลยุทธ์ Tourism+ ที่ผสานมรดกทางวัฒนธรรม ความบันเทิง อาหาร กีฬา และศักยภาพทางธุรกิจอย่างลงตัว  เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ กับโชว์สุดพิเศษจาก “อิงฟ้า วราหะ” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ พร้อมเล่าความประทับใจจากทริปเที่ยวมาเก๊า

มร. เฉิง ไว ตง (Mr. Cheng Wai Tong) รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวมาเก๊า เป็นประธานในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมผู้นำคณะผู้แทนจาก 6 กลุ่มโรงแรมรีสอร์ทครบวงจร (Intergrated Resort) ได้แก่ Melco Resorts & Entertainment, MGM, Sands China Ltd., SJM Resorts, S.A., Galaxy Macau, และ Wynn Resorts รวมถึงบริษัทนำเที่ยว และสายการบินพันธมิตรสำคัญ อาทิ Air Macau, AirAsia และ Thai Lion Air ที่ร่วมตอกย้ำภาพลักษณ์ของมาเก๊าในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกในครั้งนี้

มร. เฉิง ไว ตง กล่าวว่า จากความสำเร็จเมื่อปีที่ผ่านมาในการสร้างประสบการณ์อันน่าจดจำให้จุดหมายปลายทางอย่างมาเก๊า ในปีนี้มาเก๊าจึงได้ปรับแนวทางการสื่อสารใหม่เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของมาเก๊าในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่สำหรับชาวไทยโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น สายมู สายอาหาร สายเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และสายท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โรดโชว์ “Macao Wonder” ในปีนี้จึงออกแบบให้ตอบโจทย์เทรนด์ของนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยประสบการณ์ที่ผสานวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกอย่างกลมกลืน เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสทุกเอกลักษณ์ของมาเก๊า ไม่ว่าจะเป็นแสง สี เสียง เรื่องราว อาหารรสเลิศ ตลอดจนวัฒนธรรมที่น่าหลงใหล 

หนึ่งในไฮไลต์ของงาร คือการปรากฏตัวของสาวสวยสุดฮอต “อิงฟ้า วราหะ” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ ที่มาร่วมงานในฐานะแขกรับเชิญพิเศษ โดยอิงฟ้าไม่เพียงแค่ร่วมพูดคุยบนเวทีเกี่ยวกับประสบการณ์สุดประทับใจจากการไปเยือนมาเก๊าเท่านั้น แต่ยังเซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการโชว์ร้องเพลงสดในบรรยากาศสุดเอ็กคลูซีฟกลางงาน เรียกเสียงกรี๊ดและสร้างความฟินให้กับผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่น

อิงฟ้า เล่าถึงประสบการณ์ที่เคยมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่มาเก๊าว่า “ประทับใจกับเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน โดยเฉพาะอาหารที่หลากหลาย แหล่งช้อปปิ้งสุดคึกคัก สถานที่ถ่ายรูปสุดเก๋ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างวัดอาม่า ที่ฟ้าได้มีโอกาสไปไหว้ขอพร ซึ่งที่วัดนี้เราสามารถขอพรได้ทุกเรื่อง ทั้งครอบครัว การงาน และการเงิน มูแล้วปังต้องไปไหว้ที่นี่เลยค่ะ”

“Macao Wonder” จึงไม่ใช่แค่งานโรดโชว์ธรรมดา แต่เป็นประสบการณ์มหัศจรรย์ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเมืองมาเก๊าผ่านทุกประสาทสัมผัส พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของมาเก๊าในฐานะจุดหมายปลายทางที่ครบครันในแบบที่สายกิน สายมู สายแฟ และสายเที่ยวห้ามพลาด ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและกิจกรรมสนุกๆ ของการท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย ได้ที่ Website : http://www.macautourism.gov.mo   และ Facebook : https://www.facebook.com/th.macaotourism

WWF ร่วมมือกับ Agoda สร้างโมเดล Eco Deals 1 ดอลล่าร์ของทุกการจองที่พัก ช่วยชีวิตช้างป่าและสร้างทางรอดให้ชุมชน

WWF ร่วมมือกับ Agoda สร้างโมเดล Eco Deals  1 ดอลล่าร์ของทุกการจองที่พัก ช่วยชีวิตช้างป่าและสร้างทางรอดให้ชุมชน

WWF ร่วมมือกับ Agoda สร้างโมเดล Eco Deals 1 ดอลล่าร์ของทุกการจองที่พัก ช่วยชีวิตช้างป่าและสร้างทางรอดให้ชุมชน

วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ช้างป่าบุกสวนสับปะรดหรือเข้าไปทำลายพืชไร่ในชุมชนเป็นปัญหาใหญ่สำหรับชาวกุยบุรี ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่เงิน 1 ดอลล่าร์จากทุกการจองที่พักผ่านโครงการ Eco Deals ของอโกด้าได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของทางออกให้ปัญหานี้ ผ่านระบบ SMART Patrol และ Early Warning System ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF ประเทศไทย)

SMART Patrol และ Early Warning System เป็นระบบที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เจ้าหน้าที่ WWF ประเทศไทย และชุมชน ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการเฝ้าระวัง และช่วยผลักดันช้างป่าให้กลับเข้าป่า ก่อนจะออกนอกพื้นที่หรือบุกรุกเข้ามาทำความเสียหายในชุมชน ระบบนี้ได้รับการสนับสนุนจาก WWF ในการสร้าง ดำเนินการ และดูแล โดยประกอบด้วยหลายส่วน เช่น ห้องคอนโทรลที่มีกล้องและเซ็นเซอร์ซึ่งจะส่งสัญญาณภาพแบบเรียลไทม์เมื่อตรวจพบช้างป่าหรือสัตว์ต่างๆ ที่กำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่จะเป็นชุมชนหรือเรือกสวนไร่นาของชาวบ้าน  ห้องประชุมสำหรับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ประชุมวางแผน สรุปงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน   รวมทั้งการเก็บข้อมูลต่างๆ จากการลงพื้นที่จริง เพื่อสนับสนุนการทำงานด้านอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติกุยบุรีครอบคลุมพื้นที่ 650,000 ไร่ ใน 4 อำเภอของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับว่าเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 39 สายพันธุ์ เช่น ช้าง กระทิง และสัตว์อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีนก 201 สายพันธุ์ และผีเสื้อกว่า 200 สายพันธุ์​ การดูแลชุมชน และสัตว์ป่าในบริเวณนี้ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่น จึงมีความสำคัญมาก

Boratay Uysal ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายความยั่งยืนของอโกด้า กล่าวว่า โปรแกรม Eco Deals เกิดจากความต้องการที่จะเชื่อมโยงและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นนักเดินทาง โรงแรมที่เป็นพันธมิตรและให้ความสำคัญกับความยั่งยืน หรือองค์กรที่ทำงานด้านอนุรักษ์ ได้เกิดความตระหนัก มีความรู้ และมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืน โปรแกรมนี้ จึงออกแบบมาให้เข้าถึงได้และไม่เป็นภาระทางการเงิน  นักเดินทางได้รับส่วนลดพิเศษพร้อมกับมีโอกาสได้สนับสนุนสถานที่ที่จะไปเยือนด้วย

“เราเห็นความจำเป็นของโปรแกรมที่ช่วยให้ทั้งพันธมิตรโรงแรมและลูกค้าของเรามีส่วนร่วมในการสนับสนุนความยั่งยืน  และเราเชื่อว่าความยั่งยืนไม่ควรมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม   เพราะเป้าหมายของเราคือการสร้างผลกระทบที่ยั่งยืนผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่เหล่านี้” Boratay Uysal กล่าว

ในโครงการ Eco Deals ทางอโกด้าให้ส่วนลดสูงสุด 15% สำหรับการจองที่พักในโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน  เพราะจากการสำรวจการเดินทางอย่างยั่งยืนของอโกด้าในปี 2025 (2025 Sustainable Travel Survey) จากนักเดินทางกว่า 6,000 คนใน 11 ตลาดทั่วเอเชียพบว่า 76.97% ของนักเดินทางชาวไทยให้ความสำคัญกับความยั่งยืนซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักเดินทางชาวเอเชีย (68%)  ส่วนประเทศที่มีความตระหนักสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ อินเดีย (82%) ไต้หวัน (80%) มาเลเซีย (80%) และเวียดนาม (77%)​

การสนับสนุนดังกล่าว ช่วยให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และเจ้าหน้าที่ของ WWF ประเทศไทย ทำงานได้ง่ายขึ้น ทั้งในด้านการดูแลปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่า นอกเหนือจากการอนุรักษ์แล้วอโกด้ายังได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนแก่ SME ในธุรกิจท่องเที่ยว เช่น เจ้าของบ้านพัก ผู้ที่ทำธุรกิจนำเที่ยว บริษัททัวร์ ฯลฯ โดยอโกด้าสนับสนุนด้านการเงินอย่างการให้กู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ และเงื่อนไขการชำระคืนที่ยืดหยุ่น  การให้ความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการตลาด และอื่นๆ  ขณะที่ WWF ประเทศไทย ให้ความรู้เกี่ยวกับความยั่งยืน การอนุรักษ์สัตว์ป่า เพื่อให้ชุมชนและธรรมชาติ สัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

Top of FormBottom of Form                นอกจากนี้  ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรียังมีชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี ที่คนในชุมชนร่วมกันจัดกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว อาทิ เวิร์คช็อปทำกระดาษจากใบสับปะรดและมูลช้าง  การทำผ้ามัดย้อม ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจแล้ว ยังได้เห็นถึงพลังของชุมชนที่มีต่องานด้านการอนุรักษ์ด้วย

Vivek Kumar  ซีอีโอ WWF สิงคโปร์  ย้ำว่า การที่ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ถือเป็นหัวใจของการสร้างความยั่งยืน  ในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นั้น ชุมชนต้องได้รับประโยชน์ ขณะเดียวกัน ธรรมชาติ ต้องได้รับการปกป้อง เมื่อป่าไม้ สัตว์ป่าอยู่ได้อย่างยั่งยืน ชุมชนเองก็จะมีความสุขเช่นกัน

“หากเราไม่ใส่ใจในธรรมชาติ จะเกิดผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของเรา  และหวังว่าความร่วมมือของ WWF กับอโกด้านี้จะจุดประกายให้หน่วยงานอื่นๆ หันมาทำโครงการที่ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนกันมากขึ้น”  Vivek กล่าว

วัน แบงค็อก ชวนร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ เปิดฉากงาน ‘One Bangkok, One Pride’ ยิ่งใหญ่

วัน แบงค็อก ชวนร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ  เปิดฉากงาน ‘One Bangkok, One Pride’ ยิ่งใหญ่

วัน แบงค็อก ชวนร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ เปิดฉากงาน ‘One Bangkok, One Pride’ ยิ่งใหญ่

วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วัน แบงค็อก เนรมิตพื้นที่ใจกลางเมืองให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์ ต้อนรับเดือนแห่งความภาคภูมิใจ (Pride Month) อย่างยิ่งใหญ่กับงาน “One Bangkok, One Pride: Uniting Hearts, Celebrating Diversity” ตลอดเดือนมิถุนายน 2568 ภายใต้ความร่วมมือกับ Thailand Pride Organization และพันธมิตร พร้อมเนรมิตพื้นที่ภายในโครงการให้เต็มไปด้วยสีสัน และความสุขพร้อมกิจกรรมมากมาย สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าที่จะเป็นตัวเองอย่างมั่นใจ

ทุกความแตกต่างมาผสานรวมกันเป็นหนึ่งพร้อมส่งพลังอันยิ่งใหญ่ในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ กับพาเหรด One Pride Celebration ในวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา เริ่มต้นด้วยการแสดงสะกดสายตาจากนักแสดงมากความสามารถ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ณ บริเวณ One Bangkok Boulevard ต่อด้วยการแสดงสุดพิเศษ นำโดย หวาย ปัญญริสา ที่มาพร้อมพลังเสียงอันน่าทึ่งในบทเพลง “Born This Way” ประกาศก้องถึงการเป็นตัวของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ และส่งเสริมให้เกิดการยอมรับในความแตกต่างและความหลากหลาย จากนั้นทั้งสองได้นำขบวนพาเหรด LGBTQIAN+ สุดยิ่งใหญ่จากกลุ่ม Thailand Pride ร่วมเดินขบวนกับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น หมอเจี๊ยบ ลลนา, นัท นิสามณี, เขื่อน ภัทรดนัย, ภูเขา พิชฌ์พสุภัทร และบุญรอด อารีย์วงษ์ เข้าสู่พื้นที่ The Storeys Square เพื่อพบกับดีว่าเสียงทรงพลังอย่าง แก้ม วิชญาณี  ที่มาร่วมขับขานบทเพลง “This is Me” อันสะท้อนถึงการยอมรับในสิ่งที่ตนเองเป็น และตระหนักถึงคุณค่าและความงดงามที่ซ่อนอยู่ภายในตัวของทุกคน โดยในงานมีพิธีกรนางเอกสาวมาดเท่ เชียร์ ฑิฆัมพร ร่วมสร้างสีสันและความสนุกสนานตลอดทั้งงาน

ปิดท้ายการเฉลิมฉลองด้วยมินิคอนเสิร์ตจากนักแสดงชื่อดัง แอลม่อน ภูมิสุวรรณ และ โปรเกรส ภาสวิชญ์ ที่มามอบความสุขผ่านเสียงเพลง พร้อมด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดมันส์จาก DJ ที่สร้างความสนุกสนานและเป็นกันเองให้กับผู้ร่วมงานที่ให้การตอบรับอย่างคับคั่ง

เตรียมพบกับกิจกรรมสุดพิเศษหลากหลายกิจกรรมจากงาน “One Bangkok, One Pride” ที่จัดขึ้นให้ประชาชนได้ร่วมเฉลิมฉลองตลอดทั้งเดือนมิถุนายน อาทิ The Boulevard of Pride (วันนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568): ก้าวเข้าสู่ One Bangkok Boulevard ที่ได้รับการเนรมิตให้เป็นถนนแห่งความภาคภูมิใจ สวรรค์แห่งสีสันที่ประดับตกแต่งด้วยสีรุ้งสดใส สัญลักษณ์แห่งความหลากหลายและความเท่าเทียม พร้อมแวะถ่ายภาพตามจุดต่าง ๆ เพื่อบันทึกความทรงจำอันน่าประทับใจ

One Pride Event ที่ The Storeys Square (วันนี้ ถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2568): เพลิดเพลินกับหลากหลายกิจกรรมและความบันเทิงตลอดทั้งแคมเปญ ไม่ว่าจะเป็น Live Music: ดี่มด่ำกับดนตรีหลากหลายแนวได้ทุกวัน ทั้งดนตรีสดจากศิลปิน และดีเจชื่อดัง อาทิ Daddy & Bear และ Honney Band /  Pride Talk: ร่วมฟังเสวนาสร้างแรงบันดาลใจในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQIAN+ อาทิ ความสัมพันธ์ คุณภาพชีวิต และ จิตใจ ธุรกิจ วงการบันเทิง รวมถึงสัตว์เลี้ยง ในทุก ๆ วันศุกร์ และเสาร์ / Special Show: ตื่นตากับการแสดงสุดประทับใจจาก UNDER DUCK GROUP (Beatbox Mime), Siam Men opera และศิลปินมีชื่อเสียงอีกมากมายม /  Movie Night: ร่วมแบ่งปันโมเมนต์ดี ๆ กับการชมภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวหลากหลายแง่มุมของ LGBTQIAN+ ในบรรยากาศสุดชิลล์ ในวันเสาร์ ที่ 14 และ วันอาทิตย์ 15 มิถุนายน

กิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก ONE BANGKOK  อาทิ “Celebrate the Spectrum” Photo Booth: ร่วมบันทึกภาพตัวตนที่ไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าจะลุคไหน ๆ ก็สามารถดีไซน์ได้ในแบบของคุณ  และ MUTELU: สร้างพลังงานบวกต้อนรับเดือน Pride Month ด้วยการเปิดไพ่ออราเคิล (Oracle)  ปิดท้ายกับ One Pride, One Run ในวันที่ 28 มิถุนายน 2568 กิจกรรมวิ่งที่เปิดกว้างสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย ที่ผู้เข้าร่วมสามารถแต่งตัวแสดงออกถึงตัวตนของตัวเองได้อย่างเต็มที่ รวมระยะทางทั้งสิ้น 3.5 กิโลเมตร เข้าร่วมกิจกรรมได้ง่าย ๆ เพียงสมัครผ่านทาง One Bangkok Retail Application   

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ www.onebangkok.com หรือติดตาม Facebook: One Bangkok Retail, Instagram: parade.onebangkok / thestoreys.onebangkok, TikTok: onebangkok.retail หรือแอด LINE: @onebangkokretail เพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหว

คุณแหน : 11 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 11 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 11 มิถุนายน 2568

วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

..ll ประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกิจกรรม Kick Off โครงการนมโรงเรียน ปีการศึกษา 2568 พร้อมแจกนมให้กับเด็กนักเรียน รร.วัดบึงลาดสวายโดยมี อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม ร่วมกิจกรรม..

..ll พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง,ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล,หยู่สิน จินตภากร, ดร.ฉวีรัตน์  เกษตรสุนทร,พล.อ.ธงชัย รอดย้อย,อโรชา นันทมนตรี,ชุติพร เสชัง,อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต,ภุชพงค์ โนดไธสง,ดร.ปิยนุช วุฒิสอน,เพลินพิศ ศรีภพ,เกศรา มัญชุศรี,ผศ.ดร.จิระเสกข์ ตรีเมธสุนทร,ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ,ณฐอร อินทร์ดีศรี, ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์,ดร.นภนวลพรรณ ภวสันต์, เฉลิมพล โชตินุชิต,พญ.ลลิตยา กองคำ, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน,กษาปณ์ เงินรวง, ปฐมภพ สุวรรณศิริ,ดร.กรรณิการ์ เฉิน,ภัทรา สุวรรณเดช,ชมนาถ พรสมผล,จักร โกศัลยวัตร, ดร.ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์,รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม, ละเอียด โควาวิสารัช,ดร.ปิยะนุช สัมฤทธิ์,กำพล โชคสุนทสุทธิ์,ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ร่วมเป็นผู้ทรงคุณวุฒิร่วมวิพากษ์ในงานการนำเสนอผลงานวิชาการหลักสูตร Digital CEO#8 ณ รร.เอส 31 สุขุมวิท 14 มิ.ย. 09.30-12.00 น.

..ll อรอุทัย ณ เชียงใหม่ ซีอีโอ บจ.เชลล์แห่งประเทศไทย มอบเงินสนับสนุนแก่มูลนิธิรามาธิบดี เพื่อสมทบทุนซ่อมแซมอาคารหลักของ รพ.รามาธิบดี ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ โดยมี ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ และ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง รับมอบ

..ll ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ให้บริการสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการพัฒนาระบบจองตั๋วออนไลน์อัจฉริยะแบบครบวงจรครั้งแรก ร่วมกับ Welovebooking ภายใต้ บมจ.แอดวานซ์ เว็บ เซอร์วิส เพื่อให้แก่ผู้เข้าชม ทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับความสะดวกสบายในการจองตั๋วเข้าชมท้องฟ้าจำลอง และไม่พลาดชมการบรรยายดาว ที่เป็นไฮไลท์การเข้าชมห้องฉายท้องฟ้าจำลองกรุงเทพที่ทันสมัยแบบเสมือนจริง สามารถจองบัตรได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ www.sciplanet.org

..ll อนุโมทนาบุญกับ ดร.จรวยพรภัทร ลีสมสิริ ที่บริจาคเงินให้ รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย เพื่อปรับปรุงห้องผู้ป่วย โดยมี นพ.นพปฎล พรรณราย ผอ.รพ. รับมอบ

..ll ยามนี้ อานนท์ เลาหะเกษตร ควงมาดาม กุลฤดี ขับรถปอร์เช่ร่วมกิจกรรมของ Porsche club of America Zone 6 ในทริป Washington state-Idaho state-British Columbia Canada 6 วัน

..ll คณะแพทยศาสตร์ มช. ขอแสดงความเสียใจและอาลัยต่อการจากไปของ รศ.นพ.เกรียงศักดิ์ ลิ้มพัสถาน อดีตอาจารย์ประจำหน่วยประสาทศัลยศาสตร์ และอดีตประธานราชวิทยาลัยประสาทศัลยแพทย์ฯ

..ll รร.กรุงเทพคริสเตียน ประกาศรับสมัครนักเรียนชั้น ป.1 ปีการศึกษา 2569 โดยเปิดการซื้อใบสมัครออนไลน์ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.00 น. ถึง 27 มิ.ย. 2568 เวลา 15.00 น. รายละเอียด https://www.bccent.net/

..ll ดร.ภาสกร ประถมบุตร แจ้งเปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะรุ่นที่ 5 สานต่อพัฒนาผู้บริหารภาครัฐ-เอกชน ต่อยอดสร้างเมืองอัจฉริยะ ครอบคลุมแนวทางการสร้างโครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติทั้งบริบทภาครัฐและเอกชน รวมการขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่ผู้นำเมืองควรรู้ โดยวิทยากรกว่า 30 คน พร้อมถอดแบบการเรียนรู้จากองค์กรในประเทศ เปิดรับสมัครแล้วถึง 15 ก.ค.
รายละเอียดโทร.083-1166581 หรือ www.depa.or.th/th/article-view/smart-city-leadership-program-5-scl-5

น้องใหม่

‘ARTIFACTS FROM THE FUTURE’ ดีไซน์แห่งปี 2075 ที่พร้อมให้สัมผัสในปีนี้

‘ARTIFACTS FROM THE FUTURE’ ดีไซน์แห่งปี 2075 ที่พร้อมให้สัมผัสในปีนี้

‘ARTIFACTS FROM THE FUTURE’ ดีไซน์แห่งปี 2075 ที่พร้อมให้สัมผัสในปีนี้

วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 17.31 น.

กว่า 50 ปีที่ Oakley® สร้างตำนานโดยการพลิกโฉมนวัตกรรมให้เป็นไอคอนแห่งวัฒนธรรม และยังคงไม่หยุดสร้างตำนานบทใหม่ ขอต้อนรับสู่ Artifacts from the Future ยุคใหม่ของสิ่งประดิษฐ์ปัจจุบันในดีไซน์แห่งอนาคตที่ถือกำเนิดจากอิทธิพลอันเหนือกาลเวลา สะท้อนวัฒนธรรม และมุ่งสู่วันข้างหน้า

การออกแบบของ Oakley ตั้งแต่ Sub Zero ไปจนถึง Eye Jacket และจาก Mars ตลอดจน Medusa ได้เปลี่ยนโฉมโลกใบนี้ตั้งแต่บนแท่นผู้ชนะไปจนถึงรันเวย์ เวที และอีกนับไม่ถ้วน Artifacts from the Future เป็นการออกแบบที่ยกปี 2075 มาไว้ในปี 2025 ด้วยเอกลักษณ์ทั้งหมดที่แสดงถึงความเป็น Oakley มาตลอด 5 ทศวรรษ ผ่านผู้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่งอย่าง Jaylen Brown, Trinity Rodman และ Kylian Mbappé นักกีฬา Team Oakley ผู้ทรงอิทธิพลในด้านกีฬาและวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นผู้ทลายกำแพงใหม่ๆ ในวงการของตนเองอีกด้วย รายการผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนั้นรวมไปถึงแว่นกรอบโค้งทรงสูงและคอลเลกชัน SS25 Reserve

“Artifacts from the Future คือการที่เราออกแบบโดยมองไปข้างหน้าพร้อมทั้งยังระลึกถึงวันก่อนๆ Oakley นั้นโดดเด่นมาโดยตลอด ตอนที่เราเปิดตัว Eye Jacket ในช่วงยุค 90 เราไม่ได้นำเสนอแค่รูปทรงใหม่ๆ แต่ยังนำเสนอแนวคิดใหม่เกี่ยวกับแว่นตาด้วย” Brian Takumi รองประธานฝ่าย Creative & Soul ของ Oakley กล่าว “แว่นเลนส์คู่ในกรอบโค้งทรงสูงนั้นเป็นดีไซน์ที่พลิกประวัติศาสตร์และได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนอันสร้างสรรค์ของเรา ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์การออกแบบเดียวกันนี้อันแสดงออกถึงความกล้าและมั่นใจที่สืบทอดมาจนถึงไอคอนแห่งวัฒนธรรมรุ่นใหม่ๆ อย่าง Plantaris ในปัจจุบัน”

Plantaris ได้อวดโฉมผ่านผู้ทรงอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่สุดแห่งยุคมามากมาย กรอบโค้งทรงสูงสุดล้ำสมัยนี้สร้างมาเพื่อเป็นสมบัติเลอค่าในอนาคต กระบวนการสร้างแว่นตารุ่นนี้ไม่ต่างจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ด้วยแรงบันดาลใจจากความงดงามของสรรพสิ่งที่รวมกันเป็นรูปลักษณ์อันสะท้อนความเป็น Oakley ความยืดหยุ่นของซิลิโคนส่วนปลายขาแว่นสื่อถึงพลังกระโดดของกบ โดยเป็นการดีไซน์เลียนแบบกล้ามเนื้อที่ขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวนั้น เพิ่มความหลากหลายให้คอลเลกชันด้วยแว่นตากรอบโค้งทรงสูงรุ่นอื่นๆ รวมถึง Lateralis แว่นรูปทรงล้ำสมัยแต่ให้กลิ่นอายย้อนยุค และ Masseter แว่นดีไซน์มินิมอลทันสมัยที่ได้แรงบันดาลใจจากผลงานของ Oakley® ในยุค 90 และช่วงต้นยุคปี 2000 ทั้ง Lateralis และ Masseter จะพร้อมจำหน่ายแบบสั่งทำในเร็วๆ นี้ที่ Oakley.com โดยเป็นส่วนหนึ่งของ 2025 Oakley Custom Program เพื่อสร้างสรรค์แว่นตาแบบปรับแต่งเองให้เข้าได้กับทุกโอกาส

คอลเลกชันเครื่องแต่งกาย SS25 Reserve ออกแบบมาเพื่อเหล่านักผจญภัยรุ่นใหม่ เครื่องแต่งกายรุ่นไลฟ์สไตล์ที่นำเสนอโดย Jaylen Brown สื่อถึงจิตวิญญาณการสำรวจและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลผ่านดีไซน์หลายกระเป๋าและความสวยงามอันโดดเด่น เนื้อผ้าเทคโนโลยีขั้นสูงผสานกราฟิกสะดุดตาสไตล์เมืองร่วมสมัย เพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและแฟชั่นสุดโมเดิร์น คอลเลกชัน Reserve ผสมผสานประสิทธิภาพและการแสดงตัวตนเข้าด้วยกันอย่างลงตัวเพื่อทุกคนที่ชอบออกนอกกรอบของอะไรเดิมๆ เครื่องแต่งกายแต่ละชิ้นบอกเล่าตัวตนและเป้าหมายที่แตกต่างกัน มาพร้อมองค์ประกอบของดีไซน์ที่โดดเด่น โลโก้ใหม่ และคุณสมบัติเพื่อการใช้งานต่างๆ ที่จะเป็นนิยามของฤดูกาลนี้

“Artifacts from the Future” จะพัฒนาต่อไปควบคู่กับงานสร้างสรรค์ระดับตำนานของ Oakley พร้อมทั้งการร่วมงานครั้งใหม่ในอนาคต รวมถึง Signature Series จาก Alexia Putellas และ Kylian Mbappé

Oakley เดินหน้าขยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมไปทั่วโลก แบรนด์ภูมิใจนำเสนอแคมเปญ Artifacts From The Future สู่ประเทศอินเดียอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศเปิดตัวตัวแทนคนใหม่ที่จะถ่ายทอดวิสัยทัศน์อันกล้าหาญของแบรนด์ในภูมิภาคนี้ โดย Oakley ได้ต้อนรับ Shubman Gill หนึ่งในนักคริกเก็ตดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของอินเดีย ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด ร่วมเป็นหนึ่งในกลุ่มนักกีฬาระดับโลกที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ Oakley

Shubman Gill ได้สร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในฐานะหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในวงการคริกเก็ตระดับโลก ด้วยความสม่ำเสมอในการเล่น การตีลูกอย่างสง่างาม และความนิ่งเฉียบภายใต้ความกดดัน Gill ได้ครองใจแฟน ๆ ทั่วโลก และยืนหยัดในฐานะดาวรุ่งพุ่งแรงที่โดดเด่นในทุกรูปแบบของเกม ความสำเร็จและเส้นทางที่ไม่ธรรมดาของเขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนอินเดีย สะท้อนพลังแห่งความมุ่งมั่นและความเป็นเลิศ

Gill แสดงความตื่นเต้นต่อการร่วมงานครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Oakley ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ยึดถือเรื่องประสิทธิภาพ ความก้าวหน้า และความหลงใหล—ซึ่งทั้งหมดนี้ตรงกับค่านิยมของผม Oakley เป็นส่วนหนึ่งในทุกย่างก้าวของการเดินทางในสนามของผม เทคโนโลยีเลนส์และเฟรมที่ล้ำสมัยของ Oakley ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของผม และผมชอบดีไซน์ที่มั่นใจและไม่ขอโทษใครของแบรนด์นี้จริง ๆ”

Shubman Gill คือนักกีฬาที่สร้างการเปลี่ยนแปลง นิยามความเป็นเลิศในทุกมิติ ด้วยภาพลักษณ์ของผู้นำและอิทธิพลต่อวงการคริกเก็ตอินเดีย สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของเขาสอดคล้องอย่างลงตัวกับจิตวิญญาณที่กล้าท้าทายและเปี่ยมนวัตกรรมของ Oakley ทั้งสองจึงผสานกีฬาและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง และก้าวข้ามขีดจำกัดที่มีอยู่

ทางด้าน Sahil Jandial ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายธุรกิจแบรนด์ Oakley กล่าวถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า “Oakley ยึดโยงกับรากฐานของกีฬา และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและชุมชนนักกีฬาที่ไม่หยุดพัฒนาขีดความสามารถ Shubman คือภาพแทนที่ชัดเจนของจิตวิญญาณ Oakley ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและสมบูรณ์แบบอย่างไม่หยุดยั้ง ผมมั่นใจว่าการร่วมงานครั้งนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คนกล้าที่จะพัฒนาตนเองจนกลายเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง… และก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง!”

ในฐานะสมาชิกของ Team Oakley Shubman จะเข้าร่วมกับกลุ่มนักกีฬาระดับโลกภายใน Oakley-verse ไม่ว่าจะเป็น Kylian Mbappe, Damian Lillard, Patrick Mahomes II—ผู้ทรงอิทธิพลทั้งในโลกกีฬาและวัฒนธรรม ซึ่งล้วนกำลังสร้างเส้นทางใหม่ในแบบฉบับของตนเอง

การร่วมงานครั้งนี้ถือเป็นบทใหม่ที่ก้าวไปข้างหน้า Gill และ Oakley มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในเรื่องของนวัตกรรม พร้อมหลอมรวมประสิทธิภาพเข้ากับสไตล์ได้อย่างลงตัว

ค้นพบคอลเลกชันใหม่ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Oakley และร้านพาร์ตเนอร์ผู้จัดจำหน่ายแว่นตาชั้นนำ:

Oakley เมกา บางนา

  • โซนกีฬา/แฟชั่น เมกา บางนา 39 หมู่ 6 ถนนบางนา-ตราด ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โทร. 081-247-1411

Oakley สปอร์ตมอลล์ เอ็มโพเรียม

  • ชั้น 2 โซนกีฬา ห้างสรรพสินค้า The Emporium 662 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 โทร. 082-527-4002

Oakley เซ็นทรัลเวิลด์

  • ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โทร. 02-000-9968

Oakley ไอคอนสยาม

  • ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600 โทร. 02-003-5457

Oakley เดอะมอลล์ บางแค

  • สาขาเดอะมอลล์ บางแค ชั้น M, 518 ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10600 โทร. 065-892-3278

Oakley เทอร์มินอล 21 พัทยา

  • ศูนย์การค้า Terminal 21 พัทยา, 777, 777/1 หมู่ 6 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20150 โทร. 065-892-3278

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์ Oakley สามารถติดตามได้ที่: http://www.facebook.com/oakleyasia/

JASPAL GROUP ฉลอง Pride Month ส่งคอลเลกชั่นสีรุ้ง สะท้อนสไตล์และอิสระในความเป็นตัวเอง

JASPAL GROUP ฉลอง Pride Month ส่งคอลเลกชั่นสีรุ้ง สะท้อนสไตล์และอิสระในความเป็นตัวเอง

JASPAL GROUP ฉลอง Pride Month ส่งคอลเลกชั่นสีรุ้ง สะท้อนสไตล์และอิสระในความเป็นตัวเอง

วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.26 น.

ยัสปาล กรุ๊ป ร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month เดือนแห่งความหลากหลายทางเพศและการแสดงออกถึงตัวตนอย่างภาคภูมิใจ ด้วยคอลเลกชั่น พิเศษจาก 4 แบรนด์แฟชั่นในเครือ ได้แก่ JASPAL, CC DOUBLE O, Jelly Bunny และ melissa ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “สีรุ้ง” อันเป็นสัญ ลักษณ์แห่งความเท่าเทียม เสรีภาพ และการยอมรับในทุกอัตลักษณ์ของ LGBTQ+ ทั่วโลก โดยสีรุ้งได้ถูกตีความใหม่ผ่านดีไซน์ สีสัน และสไตล์ของแต่ละแบรนด์ ภายใต้แนวคิด “Find Your Greatness” ที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับทุกความเป็นไปได้ของการแสดงออก ผ่านแฟชั่นที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ค้นพบและเฉลิมฉลองในความเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะในลุคที่สดใส เท่ เก๋ หรือโรแมนติกก็สามารถเลือกสรรได้อย่างไร้ขีดจำกัด

JASPAL กับ “Thread of Pride” คอลเลกชั่นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองเดือนแห่ง Pride ถ่ายทอดพลังการเป็นตัวเอง ผ่านไอเทมที่มิกซ์แอนด์แมตช์ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อทีเชิ๊ต เสื้อเชิ้ต กางเกง หรือกระโปรงยีนส์ ที่แต่งแต้มด้วยดีเทลสีรุ้งอันเป็นสัญลักษณ์ของ Pride โดยได้พนักงานของแบรนด์ Jaspal มาถ่ายแบบคอลเลกชั่นนี้เพื่อถ่ายทอดความเป็น Pride อย่างแท้จริง

CC DOUBLE O ส่งคอลเลกชั่นพิเศษ “LOVE IS LOVE” ที่ออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองคุณค่าของการเป็นตัวของตัวเองอย่างมั่นใจ ด้วยเสื้อยืดทรง Unisex ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่สื่อพลังใจ กับข้อความ “LOVE IS LOVE” และ “OWN THE CONFIDENCE TO SHINE IN YOUR OWN WAY” ที่พิมพ์ด้วยสีรุ้งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง ความหลากหลายและอิสรภาพในการใช้ชีวิตอย่างเป็นตัวเอง พร้อมจุดเด่นที่ “Rainbow Bird” สัญลักษณ์แห่งอิสระ เสรีภาพ และการโบยบินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจในเส้นทางของตนเอง แมตช์ง่าย ใส่ได้ทุกวัน

Jelly Bunny กับคอลเลกชั่น “Prism of Me” ที่เชื่อว่าทุกคนมีมากกว่าหนึ่งมิติ จะหวาน เท่ อ่อนโยน หรือซนซ่า ทุกด้านล้วนเป็นตัวคุณ คอลเลกชั่นนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อส่งเสียงให้ทุกคนกล้ารับทุกมุมของตัวเอง ด้วยแรงบันดาลใจจากสามเหลี่ยมสีชมพู กลายเป็น ‘ปริซึม’ ที่สะท้อนตัวตนในหลากหลายเฉดสีสู่ไอเทมสุดคิ้วท์ ทั้งเสื้อพูลโอเวอร์ ชุดเอี๊ยมเดนิม เสื้อคาร์ดิแกน เสื้อกั๊ก และเสื้อเชิ้ต เพื่อให้ทุกคนได้เลือกสรรในแบบที่เป็นตัวเองที่สุด 

เติมเต็มลุคให้คอมพลีตด้วย melissa (เมลิสซ่า) ไอคอนแห่งวงการแฟชั่นรองเท้าเจลลี่ ชวนให้ทุกคนควรได้เปล่งประกายในแบบของตัวเองไปกับ melissa Possession Glitter ดีไซน์คลาสสิกที่มาพร้อมกลิตเตอร์สุดปัง, melissa Harmonic M Lover ดีไซน์หวานซ่อนความมั่นใจ พร้อมโบว์และโลโก้สีสันสดใส เหมาะกับทุกลุคในทุกวัน ที่มีให้เลือกทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ เพราะความรักไม่มีขนาด ไม่มีกรอบ มีแต่ “ความเป็นคุณ และ melissa Stripes M Lover ด้วยดีไซน์สายคาดที่เคลื่อนไหวไปกับทุกจังหวะของใจ พร้อมอยู่ในทุกช่วงเวลาที่เป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่

พบกับความอิสระและสไตล์ที่หลากหลายสะท้อนความเป็นตัวคุณ พร้อมชวนมาแมตช์ลุคแฟชั่นจากแบรนด์ดัง JASPAL, CC DOUBLE O, Jelly Bunny และ melissa กับคอลเลกชั่นพิเศษ Pride Month ได้ที่ร้านทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทางช้อปปิ้งออนไลน์ของแต่ละแบรนด์

‘ชีส พีรกร – เอ พศิน’ ร่วมปลุกเสกน้ำหอม พี.เอส.ดิวาลี ดึงพลังบวกสู่ชีวิต

‘ชีส พีรกร - เอ พศิน’ ร่วมปลุกเสกน้ำหอม พี.เอส.ดิวาลี ดึงพลังบวกสู่ชีวิต

‘ชีส พีรกร – เอ พศิน’ ร่วมปลุกเสกน้ำหอม พี.เอส.ดิวาลี ดึงพลังบวกสู่ชีวิต

วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.52 น.

ชีส-พีรกร บุญญโชติจินดา เจ้าของผลิตภัณฑ์ น้ำหอม แบรนด์ P.S.Sersthi ร่วมกับ เอ-พศิน เรืองวุฒิ และ  ป้อง-ภักดิ์ภูมิ ไชยเดช ได้เข้าร่วมในการทำพิธีลักษมีคเณศ บูชาน้ำหอมแบรนด์ P.S.Sersthi รุ่น P.S.Diwali ครั้งที่ 25 โดยมี ครูพราหมณ์ 5 คน จากเนปาล เป็นผู้ทำพิธีให้  ที่เทวสถาน สมาคมตรีนาถไทย-เนปาล  ซอยสุขุมวิท 81

ในการทำพิธีครั้งนี้ เป็นการทำพิธีอย่างยิ่งใหญ่ เป็นพิธีบูชาพระแม่ลักษมีและพระพิฆเนศ เนื่องจากพระแม่ลักษมีเป็นเทพีแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย และพระพิฆเนศเป็นเทพแห่งความสำเร็จ มีทั้ง พิธีบูชาไฟและ พิธีอารตีไฟ เพื่อขอพรเรื่องความมั่งคั่ง ความร่ำรวย ความอุดมสมบูรณ์ และความสำเร็จในชีวิต เสริมความเป็นมงคล ดึงดูดพลังงานด้านบวก

ชีส-พีรกร บุญญโชติจินดา เปิดเผยว่า สำหรับ การนำน้ำหอมแบรนด์ P.S.Sersthi   รุ่น P.S.Diwali   เข้าทำพิธีลักษมีคเณศ นั้นเพราะผมเชื่อว่า ‘กลิ่นหอม’ ไม่ควรเป็นแค่ความสวยงามภายนอก แต่ควรเป็นพลังที่ ดึงพลังงานดีๆ ดึงดูดสิ่งดีๆ และคนดีๆ เข้าสู่ชีวิตในทุกเวลา ซึ่งน้ำหอมรุ่นนี้ ผ่านการทำพิธีปลุกเสกจากวัดดังๆ มาแล้วครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 25 โดยถือฤกษ์มหามงคลเพื่อขอพร จากพระแม่ลักษมี และพระพิฆเนศ

ส่วนกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนที่อยาก ‘หอมอย่างมีพลัง’ ไม่ว่าจะเป็นสายมู สายแฟ สายธุรกิจ หรือใครก็ตามที่อยากเริ่มต้นสิ่งใหม่ น้ำหอมแบรนด์ P.S.Sersthi รุ่น P.S.Diwali เหมาะกับคนที่เชื่อว่า ความหอมสามารถนำพาพลังดีๆ โอกาส และความสำเร็จมาสู่ชีวิตได้จริง

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : P.S.Serthi และ ไลน์ @pssersthi