เดอะ เทอเรส รสชาติติดตรึงความทรงจำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 สิงหาคม 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/507114

เดอะ เทอเรส รสชาติติดตรึงความทรงจำ

โดย…ปอย ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

ขาประจำมาร้านนี้หลับตาสั่งไม่เปิดเมนูให้เสียเวลา ร้าน เดอะ เทอเรส (The Terrace) ก็รู้ซึ้งกันอยู่แล้วอะไรอร่อย ซิกเนเจอร์ของร้านก็ต้องสั่งจานในตำนาน ซี่โครงหมูอบเดอะ เทอเรส หรือจานนี้พอร์คช็อป อีกจานรสดีแสนคุ้นเคยซุปหางวัว ต้องจัดว่าเด็ดติดตรึงอยู่ในความทรงจำจนวันตาย

ตบท้ายความอร่อยด้วยของหวานกล้วยไข่เชื่อม คัดกล้วยขนาดเลือกลูกพอห่ามๆ กำลังดีเลย ไม่สุกเกินไป เชื่อมพอเหนียวรสหวานกำลังดี ฟินทุกที

การสร้างคอนเซ็ปต์ร้านให้ความรู้สึกผ่อนคลาย Feel the Greenery หลบจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ นั่งชิลชิมอาหารในบรรยากาศเขียวสบายตา ฉัตรฤดี ศุขตระกูลผู้อำนวยการอาวุโส แบรนด์ เดอะ เทอเรส เล่าว่าร้านพัฒนาดูทันสมัยสะอาดตาและน่านั่ง

ร้านเริ่มต้นเมื่อปี 2518 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเริ่มธุรกิจร้านอาหารเพื่อรองรับนักช็อปปิ้ง เน้นบริการเปี่ยมด้วยคุณภาพด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทีมงาน ร้านแรกเริ่มขึ้นที่สาขาเซ็นทรัล ชิดลม ใช้ชื่อร้านว่าห้องอาหารเซ็นทรัล มีแฟนประจำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาประมาณปี 2535 ได้ใช้ชื่อทางการค้าในนามแบรนด์ เดอะ เทอเรส (The Terrace) เป็นร้านอาหารไทย เปิดให้บริการในห้างสรรพสินค้ามายาวนาน 4 ทศวรรษแล้ว

“จุดเด่นของร้านอาหาร เดอะ เทอเรส เน้นคุณภาพอาหารและความสะดวกสบายด้วยค่ะ เมนูอาหารส่วนใหญ่จึงเน้นอาหารจานเดียว สั่งกันง่ายๆ สบายๆ เน้นคุณภาพอาหารปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่ เอกลักษณ์สร้างความประทับใจคือถึงรสไทยแท้ค่ะ แกงเลียง แกงส้ม รสจัดจริง เมื่อ 40 ปีก่อนร้านอาหารไทยในห้างสรรพสินค้ามีน้อยค่ะ

การเปิดเป็นร้านแรกๆ คนก็ถูกใจว่าหาอาหารไทยอร่อยๆ ได้ไม่ยากเย็นอะไรเลยนะคะ ลูกค้ามานั่งกินอาหารมีตั้งแต่วัยรุ่นวันนี้ก็กลับมารียูเนียนพบปะกับเพื่อนๆ คุ้นเคยกับรสเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง ทีมเชฟก็อยู่กับเรายาวนาน 30 กว่าปีแล้วค่ะ” ฉัตรฤดี เล่ารายละเอียดร้านดั้งเดิมในห้างเซ็นทรัล

ความหลากหลายของคนเดินห้างสรรพสินค้า คืออีกโจทย์ของการพัฒนาของร้านสุดคลาสสิกของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล คือการนำเสนออาหารหลายรูปแบบ การรังสรรค์เมนูใหม่เอี่ยมอ่องฟิวชั่นญี่ปุ่นมีให้ลิ้มลองกัน

“ข้าวผัดซีอิ๊วญี่ปุ่นห่อไข่หน้าเป็ดล่อนทอด ใช้ข้าวหอมมะลิผัดใส่ซอสเทอริยากิ แล้วทอดไข่ให้เป็นแผ่นใส่ข้าวห่อไข่ เป็ดพะโล้นำมาชุบแป้งและไข่มาทอดพอเหลือง แล้วหั่นเป็นชิ้นวางราดด้วยซอสเทอริยากิ แนมผักปลอดสาร ขิงดอง หรือคอรสแซ่บ ก็มีเมนูแนะนำอยากให้ลองพอร์คช็อปซอสจิ้มแจ่วย่างแบบสุกนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วเส้นหมี่ และผักผัดเนย เป็นสเต๊กหมูอร่อยจี๊ดจ๊าดแบบไทย

อีกเมนูแนะนำช่วงนี้ ร้านร่วมกับมูลนิธิ เตียง จิราธิวัฒน์ ในโครงการ “เซ็นทรัลอาสาพัฒนาชุมชน” มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวสังข์หยด จ.พัทลุง เพื่อร่วมสร้างความยั่งยืนและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยการนำข้าวสังข์หยดมารังสรรค์เมนูทั้งคาว-หวาน เช่น ลาบวุ้นเส้น-แครอตกรอบ, ข้าวสังข์หยดผัดแจ่ว-ไก่ย่าง, เส้นหมี่ข้าวสังข์หยด-แกงเขียวหวานปลากะพงทอด, สเต๊กปลากะพงเพสโต้ไรซ์-ข้าวสังข์หยดผัดกระเทียม ส่วนของหวานกล้วยไข่สาคูครีมข้าวสังข์หยด เครื่องดื่มสมูทตี้สังข์หยดไรซ์ ลองสั่งกันนะคะ”

15 สาขา ร้านอาหารเดอะ เทอเรส กระจายตามห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แล้วยังมีที่เทอร์มินอล 21 ชั้น 4 โฮมเวิร์ค ราชพฤกษ์ ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช ตึกสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราช (ริมน้ำ)

รสชาติคุ้นในความทรงจำรออยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

 

รสสัมผัสพื้นถิ่น สตรีทฟู้ดอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 สิงหาคม 2560 เวลา 11:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/507044

รสสัมผัสพื้นถิ่น สตรีทฟู้ดอาเซียน

เรื่อง สาโรจน์ มีวงษ์สมภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ในยุคที่เออีซีไร้พรมแดน การเข้าถึงประเทศเพื่อนบ้านเห็นจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร ยิ่งถ้าได้สัมผัสถึงรสชาติของอาหารพื้นถิ่น หรือว่าสตรีทฟู้ดของประเทศนั้นๆ ก็ยิ่งทำให้ได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตและตัวตนของประเทศเหล่านั้นได้ไม่ยาก

เชฟเฟอร์นันโด โรมาน หัวหน้าฝ่ายบริหารครัว โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ ผู้มีประสบการณ์ด้านการทำอาหารและงานสายโรงแรมมากว่า 18 ปี ทั้งครัวยุโรปและครัวเอเชียน เคยทำงานที่เวียดนาม กัมพูชา ก่อนจะมาสัมผัสกับ ครัวไทย บอกเล่าถึงอาหารสตรีทฟู้ดในภูมิภาคอาเซียนให้เราฟัง

“เราจะสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของแต่ละประเทศผ่านอาหาร เราเลยหยิบเอาสตรีทฟู้ดข้างทางของแต่ละชาติมาไว้ในโรงแรม เพื่อความสุขของลูกค้า ได้นั่งแอร์เย็นๆ พร้อมกับกินอาหารสตรีทฟู้ดข้างทาง ซึ่งสตรีทฟู้ดแต่ละประเทศก็มีเอกลักษณ์ของตนเอง อย่างมาเลเซียจะชอบอาหารจำพวกทอด กินกับน้ำจิ้มรสจัด เน้นกะทิและ เครื่องเทศคล้ายบ้านเรา ส่วนบรูไนจะเป็นส่วนผสมกันระหว่างเวียดนามกับมาเลเซีย แต่จะเน้นอาหารทะเลที่มีน้ำจิ้มมาตัดความเลี่ยนมากกว่า ขณะที่สิงคโปร์จะเน้นแค่นึ่งกับต้ม ไม่ปรุงรสจัดใช้เครื่องเทศน้อย จะใช้แค่เกลือและพริกไทย ส่วนเวียดนามจะเน้นจานผัก คล้ายอาหารจีน หมักด้วยตะไคร้และผักนานาเพื่อสุขภาพ”

 

ด้าน เชฟประสิทธิ์ เข็มภูเขียว หัวหน้าเชฟอาหารจีน แห่งอมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ บอก เล่าถึงสตรีทฟู้ดอาเซียนให้เห็นภาพชัดมาก ยิ่งขึ้น

“ในยุคเออีซีมันไร้ขอบเขต แหล่งอาหารของแต่ละประเทศเพื่อนบ้านนั้นก็หากินได้ ง่ายขึ้น จากเมนูริมถนนเราหยิบขึ้นมาเอาใจกันในโรงแรม กินแล้วรู้สึกสบายใจ นอกจากสตรีทฟู้ดของไทย เรายังเอาเมนูเด่นๆ ของประเทศเพื่อนบ้านที่กินแล้วจะสัมผัสถึงตัวตนของพวกเขาได้ไม่ยากเลยครับ”

สตรีทฟู้ดไทยดังไกลทั่วโลก

นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) จัดอันดับให้กรุงเทพมหานคร เป็น “สวรรค์แห่งอาหารริมทาง” หรือเมืองที่มีอาหารริมทาง (Street Food) ดีที่สุดในโลกต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ขณะที่สภาอาหารริมทางโลก (World Street Food Congress) ยกให้ “หอยทอด” เป็น 1 ใน 3 ของอาหารที่ ขึ้นชื่อมากที่สุด หารับประทานได้ริมทางในกรุงเทพฯ และนี่ล่ะเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดไทย

 

เมนูวันนี้ คือ ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ กุ้งแม่น้ำตัวเขื่องผัดกับเส้นเล็กผัดไทยปรุงรสด้วย ซอสมะขามเปียก น้ำตาลปึก หรือน้ำตาลโตนด ให้ความหอมและความหวานที่กลมกล่อม ห่อด้วยไข่ ปรุงรสด้วยถั่วป่น พริกป่น และน้ำมะนาว พร้อมเสิร์ฟกับ ผักเคียง ขอบอกว่าให้ชิมก่อนปรุง อร่อยมาก

สตรีทฟู้ดบรูไนน่ากินสุดๆ

อาหารประจำชาติบรูไน หรือว่าสตรีทฟู้ดมีลักษณะคล้ายกับอาหารของประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย แถมยังได้รับอิทธิพลกรรมวิธีการปรุงเพิ่มเติมจากอินเดีย จีน ไทย และญี่ปุ่น และเนื่องจากอิทธิพลของศาสนาอิสลาม อาหารที่รับประทานจึงเป็นอาหารฮาลาลเสียส่วนหญ่ จึงไม่นิยมรับประทานอาหารจากเนื้อหมูสักเท่าไร

 

เมนูวันนี้ สไปร์ซี่สลัดซอสถั่ว สลัดจานสตาร์ทเตอร์ยอดนิยมของชาวบรูไน ผักพื้นบ้านผัดด้วยน้ำมัน งาขาว โรยงาดำ หัวหอมซอย ปรุงรส ด้วยซอสถั่วที่เพิ่มความมัน เพิ่มความน่าสนใจด้วยเต้าหู้คีนุทอดโปะอีกที เป็นจานเบาๆ เพื่อสุขภาพล้วนๆ

สตรีทฟู้ดมาเลเซียหลอมรวมวัฒนธรรมทั่วโลก

สตรีทฟู้ดมาเลเซียเป็นอาหาร ที่ได้รับอิทธิพลจากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก อิทธิพลหลักมาจากชาวมลายู ชาวจีน และชาวอินเดีย นอกจากนั้นยังได้รับอิทธิพลจากชาวเปอรานากัน และยูเรเซีย ชาวโอรังอัสลี และ ชนเผ่าต่างๆ ในซาราวะก์และซาบะฮ์ ทำให้อาหารมาเลเซียมีความหลากหลายทั้งรสชาติ และวิธีการปรุงที่ซับซ้อนมาก

 

เมนูวันนี้ นาซีกอละ อาหารจานง่ายที่หากินได้ทุกมุมของมาเลเซีย คือ มีเพียงข้าวสวย แตงกวา ปลากรอบ ถั่วลิสงทอด ไข่ต้ม แล้วก็น้ำพริกเผาของมาเลเซีย ออกรสสไปซี่ คล้ายกับข้าวหมูแดงในบ้านเรา แต่รสชาติจัดจ้านกว่า

อร่อยง่ายๆ สตรีทฟู้ดเวียดนาม

วัฒนธรรมการกินอาหารของคนเวียดนามก็คล้ายๆ กับบ้านเรา คือมีข้าวเจ้าเป็นอาหารหลัก แล้วในมื้ออาหารก็จะมีผักเคียง และแต่ละภูมิภาคของเขาก็มีอาหารที่โดดเด่นต่างกัน อย่างเวียดนามเหนืออาหารรสชาติจะมีรสจืด เน้นผักสักหน่อย มีแกงจืด และการผัดแบบจีนแพร่หลายมากกว่าภาคอื่นๆ

สำหรับเวียดนามกลางนั้น จะได้รับอิทธิพลจากราชสำนักโบราณ จึงมีการจัดอาหารอย่างสวยงามในแต่ละมื้อมีอาหารหลายอย่าง มีรสชาติที่เผ็ดและเค็มกว่าภาคเหนือเสียอีก

ในขณะที่อาหารเวียดนามใต้จะได้รับอิทธิพลทางอาหารมาจากอินเดียและกัมพูชา จะมีการกินแกล้มกับผักและผลไม้ รวมไปถึงเนื้อสัตว์ที่หลากหลายกว่าโดยเฉพาะปลา เพราะอยู่ติดกับทะเล

เมนูวันนี้ บันหมี่ อาหารกินเล่นของเวียดนาม เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเวียดนาม ถึงวันนี้ก็ยังคงเป็นเมนูยอดฮิตของผู้คนเวียดนาม นิยมกินกันตอนเช้าถึงเที่ยง ส่วนผสมก็จะมีหมูยอ แครอตเส้น หมูบด หอมใหญ่ซอย และผักชี นำไปผัดจนหอม นำมายัดไส้ขนมปังบาแก็ต ถ้าไม่กินหมูก็เปลี่ยนเป็นไก่ได้ แต่คนเวียดนามจะ ไม่นิยมกินเนื้อเนื่องจากมีราคาสูง

สิงคโปร์เมนูที่คุ้นเคย

เมื่อพูดถึงอาหารสิงคโปร์ หลายคนจะนึกถึงข้าวมันไก่ เมนูยอดฮิตของชาวจีนไหหลำ ที่มีน้ำจิ้มพริกตำสีส้มสด ไม่มีเต้าเจี้ยว กลิ่นหอมอ่อนๆ รสเผ็ดเล็กน้อย มีต้นหอมสับ ขิงสับละเอียดผสมกระเทียมกับน้ำมันงาให้ราดเนื้อไก่ รสชาติอร่อยไปอีกแบบ

จริงๆ แล้วอาหารสิงคโปร์เป็นตัวบ่งชี้ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในสิงคโปร์ ซึ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซีย อาหารจึง ได้รับอิทธิพลจากชาวพื้นเมืองมลายู ชาวจีน อินโดนีเซีย เปอรานากัน และวัฒนธรรมตะวันตก ซึ่งมาจากอังกฤษ อาหารสิงคโปร์จึงถูกส่งเสริมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

เมนูวันนี้ บักกุ๊ดเต๋ ของที่นี่จะทำออกมาเป็นน้ำซุปใส มาพร้อมซี่โครงหมูต้มกับเครื่องยาจีน และมาเลเซียจนเปื่อย เมื่อได้ลองซดน้ำซุปร้อนๆ หอมหวานกระดูก กินคู่กันกับข้าวสวยยิ่งอร่อย บางครั้งก็นิยมกินกับเส้นหมี่ ตอนเช้าบำรุงเลือด พอตอนเย็นก็จะบำรุงกำลัง เป็นเมนูที่เรียกความสดชื่นได้ดีไม่หยอก

สัมผัสรสชาติอาเซียนสตรีทฟู้ดได้ที่ อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ โทร. 02-653-9000 ต่อ 355 หรือ 356

 

อะโลฮา … พาคาโลโล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 สิงหาคม 2560 เวลา 10:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/507043

อะโลฮา … พาคาโลโล

เรื่อง คีตะ pk_st@yahoo.com ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

เพราะอากาศร้อนทั้งปี ทำให้คนกรุงเทพฯ โหยหาทะเล ชายหาด เกาะ ฯลฯ กันตลอดแต่ถ้าเวลาหรือภารกิจไม่ลงตัว ไปไหนไกลไม่ได้ เย็นนี้สวมเสื้อฮาวายแล้วมุ่งหน้าซอยอารีย์ แล้วจะพบว่า … สวรรค์ฮาวายอยู่ที่นี่เอง

“พาคาโลโล ติกิบาร์ แอนด์ ไดนิง” เป็นค็อกเทลบาร์และร้านอาหารซึ่งกรุ่นด้วยกลิ่นอายหาดทราย สายลม และ แสงแดด ด้วยรายละเอียดในการตกแต่งร้าน ซึ่งมีไม้ หวาย สีเขียว ลวดลายใบไม้ งานแกะสลักไม้ เป็นองค์ประกอบ เห็นแล้วชวนให้นึกถึงฮาวายหรือเกาะโพลีนีเซียนที่ไหน สักแห่ง อีกทั้งพนักงานในเสื้อลวดลายสีสันเสริมบรรยากาศของร้านให้ “ติกิ” มากขึ้น บรรยากาศโดยรวมทำให้นึกถึงช่วงเวลาของการผ่อนคลายและแฮงเอาต์

ร้านเพิ่งเปิดมาได้ราว 7 เดือน และ มีกระแสตอบรับดีไม่น้อย โดยเฉพาะคน หนุ่มสาววัยเริ่มต้นทำงานที่ต้องการความแปลกใหม่ เพราะติกิบาร์ในกรุงเทพฯ นั้นก็ ไม่ได้มีมากนัก

บาร์หินอ่อนสีเขียวสวยของ พาคาโลโล พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มค็อกเทลซึ่งมีรัมเป็นส่วนผสมหลัก หลายเมนูมาในแก้วสไตล์ติกิ อย่างเช่น AK47 ผสมจากบาร์คาดี พีชชแนปส์ สับปะรด เสาวรส น้ำผึ้ง ไลม์ และไซเดอร์ นอกจากค็อกเทลแล้วยังมีเบียร์ รวมทั้งเครื่องดื่มม็อกเทล สมูทตี้ให้เลือก เครื่องดื่มใช้ผลไม้ และน้ำผลไม้สดเป็นส่วนผสม รวมทั้งส่วนโฮมไซเดอร์ที่ทางร้านทำเองก็ไม่เหมือนใคร

ในส่วนของอาหาร ร้านนี้เสิร์ฟความ อร่อยแบบญี่ปุ่นฟิวชั่นกับฮาวาย/อเมริกัน ทั้งยังมีไทยๆ เข้ามาผสมผสานในบางเมนู เป็นตะวันออกที่ควงคู่กระหนุงกระหนิงกับตะวันตกได้ดีงาม ไม่ว่าคุณจะมาเพื่อรับประทาน มื้อค่ำ หรือสั่งอาหารมาคู่เครื่องดื่มเพื่ออรรถรส มีเมนูที่เหมาะสมให้เลือกสั่ง

ไม่ว่าจะ พาสต้าไข่กุ้ง เส้นแองเจิ้ลแฮร์สุกแบบกรุบๆ สาวๆ ที่ต้องการอาหารเบาๆ เพื่อสุขภาพก็น่าลอง สลัดปลาดิบ อีกหนึ่งเมนูเป็นอาหารสไตล์ฮาวายที่เรียกว่า โปเก เนื้อทูน่าสดๆ นำมาทำยำ รับประทานกับข้าวญี่ปุ่นอร่อยดี นอกจากอาหารทะเลแล้ว ที่นี่ ยังมีเมนูเนื้อให้สั่งด้วย อย่างเช่น เมนูบีฟ ปีเตอร์สัน ซึ่งหน้าตาละม้ายคล้ายเนื้อเบอร์เกอร์ นี่ก็ไม่ควรพลาด

สุดสัปดาห์ที่ พาคาโลโล มีดนตรีแสดงสด ซึ่งแนะนำว่าควรจองโต๊ะ เพราะร้านกะทัดรัดขนาด 40 ที่นั่งนี้จะอบอุ่นมากเป็นพิเศษ ใครอยู่ย่านนี้จะแวะมารับประทานมื้อกลางวันในวันหยุดก็ได้ เพื่อความแน่ใจมั่นใจว่าจะมีที่สำหรับคุณ กรุณาโทร. 02-075-0939 และ 08-0258-8361 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ pakalolobkk.com และ facebook.com/pakalolobkk

พาคาโลโล ติกิบาร์ แอนด์ ไดนิง ตั้งอยู่ ที่ซอยอารีย์ 4 (ฝั่งเหนือ) การเดินทางนั้น ไม่ยากเลย จากสถานีรถไฟฟ้าอารีย์ เข้าซอย อารีย์ตรงมาเรื่อยๆ ทางขวามือจะเห็นป้ายชื่อซอย ตรงเข้าไปอีกนิดเดียว ร้านอยู่ฝั่งขวามือ ระยะทางจากปากซอยอารีย์ก็น่าจะประมาณ 500 เมตร ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 17.00-24.00 น.

จะว่าไปแล้ว ที่นี่ … พาคาโลโล ติกิบาร์ แอนด์ ไดนิง ก็ไม่ต่างกับฮาวาย (หรือเกาะไหนๆ) ด้วยเป็นสถานที่ซึ่งมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่น่าหลงใหล ทำให้อยากแวะไปทักทาย “อะโลฮา” บ่อยๆ

 

หอยสเตชั่นภูเก็ต สด สะอาด น้ำจิ้มรสแซ่บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 สิงหาคม 2560 เวลา 12:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/507317

หอยสเตชั่นภูเก็ต สด สะอาด น้ำจิ้มรสแซ่บ

โดย…อชัถยา ชื่นนิรันดร์

เมนู “หอย” อาหารทะเลที่หลายท่านโปรดปราน นำมาปรุงเมนูฮิตได้หลากหลายประเภทให้เลือกรับประทาน แต่หากนักท่องเที่ยวล่องใต้มาเยือนเมืองภูเก็ต ขอแนะนำให้ไปรับประทานอาหารทะเลที่ร้านอาหาร หอยสเตชั่น ตั้งอยู่ถนนภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ร้านแห่งนี้บริหารงานโดย สุรชัย สิงห์พุทธา และศณิศา ศรีนุ่น ภรรยา

สุรชัย บอกว่า สาเหตุที่ตั้งชื่อ “ร้านหอยสเตชั่น” เพราะเป็นคนชอบรับประทานอาหารทะเลอยู่แล้วมีวัตถุดิบจากเพื่อนๆ ที่สามารถสนับสนุนได้ตลอดเวลา อีกทั้งเคยเป็นเชฟของโรงแรมจึงอยากทำธุรกิจส่วนตัวจึงลาออกจากเชฟ เปิดร้านขึ้นมาเมื่อเดือน ต.ค. 2559 โดยมีเมนูหอย เป็นหลัก หอยนางรม หอยชักตีน หอยตลับ หอยแครง หอยแมลงภู่ ที่ขายดีเป็นพิเศษคือ หอยนางรม สินค้า ทางร้านสะอาด สดใหม่ หมดทุกวัน ไม่มีค้างสต๊อก เน้นความสด จริงๆ ที่สำคัญ ต้องสะอาด ดีต่อสุขภาพ

เมนูหอยทำได้หลายประเภท โดยเฉพาะยำตะไคร้กรอบหอยนางรมขายดีเป็นพิเศษ ที่สำคัญมีที่เดียวที่ร้านหอยสเตชั่น นอกจากนี้ยังมียำสาหร่ายหอยนางรม ยำสาหร่ายกุ้ง ยำสาหร่ายหมึก ต้องการแบบลวก เผา ยำ เมี่ยง ทำได้หมด

นอกจากเมนูหอยแล้ว ทางร้านยังมีประเภทปู ปลา หมึก กุ้ง รวมทั้งปลาเผา ปลานึ่ง ปูผัดผงกะหรี่ ต้มยำโป๊ะแตก ปลาเผา เมี่ยงปลาเผา ปลากะพงนึ่งมะนาว ปลากะพงทอดกระเทียม กุ้งเผา กุ้งทอดกระเทียม หอยนิวซีแลนด์ย่างชีส เครื่องดื่ม น้ำผลไม้ ชามะนาว นมเย็น กาแฟเย็น ราคาอาหารตั้งแต่ 50-190 บาท

สำหรับเคล็ดลับความอร่อย ศณิศา บอกว่า ต้องปรุงอาหารด้วยใจในแต่ละจาน เสมือนกับทำให้ตัวเองรับประทาน จึงออกมาจานใหญ่ทุกเมนูอาหาร ลูกค้ามีคนไทยและคนต่างชาตินิยมมารับประทานหอย

ที่สำคัญ นำหอยมาร่วมในผัดไทย ใช้น้ำซอสเคี่ยวเองนานถึง 2 ชั่วโมง จึงจะได้ซอสมะขามเพื่อผัดไทยอย่างดี ไม่มีปรุงแต่งรสชาติ มีผัดไทยหอยนางรม ผัดไทยหมึก ผัดไทยหอยนิวซีแลนด์ ผัดไทยหอยลาย ผัดไทยปูม้า ผัดไทยซีฟู้ดรวม เมนูผัดไทยที่นำหอยมาร่วมด้วยทุกประเภทจะขายดีมาก

ส่วนซอสมะขามที่ได้มาจากสูตรในวัง นำมาปรับเปลี่ยนเป็นสูตรของตัวเอง ให้รสชาติถูกปากลูกค้ามากที่สุด ทางร้านมีการตกแต่งร้านแบบเรียบง่าย สบาย นั่งได้ประมาณ 50 คน จัดปาร์ตี้ซีฟู้ดเล็กๆ ได้ด้วย มีพนักงานบริษัทต่างๆ มาจัดปาร์ตี้กันบ่อย

นักท่องเที่ยวมาเยือนเมืองภูเก็ตอยากรับประทานเมนูหอยนานาชนิดก็ขอเชิญแวะไปที่ร้านหอยสเตชั่น โดยช่วงเช้าเปิดบริการเวลา 12.00-15.00 น. และช่วงเย็นเปิดบริการเวลา 16.30-23.00 น. หยุดทุกวันจันทร์

 

ก๋วยเตี๋ยวเตาถ่านออนเซ็น แซ่บถึงใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 สิงหาคม 2560 เวลา 11:05 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/507040

ก๋วยเตี๋ยวเตาถ่านออนเซ็น แซ่บถึงใจ

เรื่อง แมงโก้หวาน

แค่เห็นหน้าตาก็บ่งบอกถึงความแซ่บเลยทีเดียว กับก๋วยเตี๋ยวเตาถ่านออนเซ็นแห่งร้านเรือนไม้ พระราม 2ซอย 33 เลยอดบอกต่อความแซ่บไม่ได้ อยากให้คอก๋วยเตี๋ยวได้ไปลองชิมกัน เดิมเปิดเป็นร้านอาหารจานเดียวมา 10 กว่าปี เพิ่งจะเพิ่มเมนูก๋วยเตี๋ยวเตาถ่านออนเซ็นได้ 3 ปี พร้อมกับลูกค้าที่มากขึ้นๆ

คุณภาพวัตถุดิบและความแซ่บคือสิ่งที่ดึงดูดลูกค้า เริ่มที่เส้นก๋วยเตี๋ยว พิณณ์นิภา ธนาเอกเสฏฐ์กุล เจ้าของร้าน บอกว่า ใช้เส้นสดใหม่และปลอดสารพิษ เหนียวนุ่ม ทั้งเส้นเล็ก บะหมี่ เส้นหมี่ และวุ้นเส้น (ไม่มีเส้นใหญ่) เนื้อหมูคุณภาพดี สะอาด ปลอดสารเร่งเนื้อแดง ขณะถั่วที่ใส่ในก๋วยเตี๋ยวต้มยำคั่วเองทุกวัน น้ำส้มก็ใช้น้ำส้มหมักธรรมชาติผสมกับน้ำส้มสายชู 5% ส่วน น้ำพริกเผาผัดด้วยน้ำมันรำข้าวไม่ใช้น้ำมันปาล์ม

“ร้านเราตั้งอยู่ในสวนบางมดแต่ลูกค้าอุดหนุนเยอะทุกวัน เราจึงตอบแทนลูกค้าด้วยการใช้วัตถุดิบที่ดีและใส่ใจความสะอาดเป็นพิเศษ เช่น ถึงแม้จะใช้ผักตลาดแต่ก่อน นำมาปรุงเราล้างด้วยน้ำยาล้างสารพิษอย่างดี แช่ 5 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ภาชนะ เช่น จาน ชาม ช้อน ตะเกียบ ล้างสองครั้ง ครั้งแรกล้างปกติทั่วไปแต่ครั้งที่สองเข้าเครื่องล้างจาน ลูกค้าประจำทราบดีในความ ใส่ใจของเราค่ะ”

หันมาที่ความอร่อยมั่นใจได้ทุกจานชามเพราะถูกปรุงด้วยความใส่ใจ โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวต้มยำทั้งน้ำข้น น้ำใสแซ่บถึงใจเคล็ดลับความแซ่บอยู่ที่น้ำซุปต้มกระดูกหมู ที่ต้มด้วยเตาถ่านนานกว่า 5 ชั่วโมง ซึ่งจะ ได้น้ำซุปที่กลมกล่อมหอมกรุ่น และพอปรุงด้วยเครื่องต้มยำยิ่งแซ่บอย่าบอกใคร ที่สำคัญอร่อยโดยไม่ต้องใส่ชูรส ซึ่งเป็นคุณลักษณ์เด่นของร้าน ชามใหญ่สมราคา ก๋วยเตี๋ยวน้ำธรรมดา 59 บาท ต้มยำ 65 บาท ถ้าใส่ ไข่ออนเซ็นเพิ่มอีก 10 บาท

“ไข่ออนเซ็นเราดูจากสารคดีของญี่ปุ่น ที่เขาเอาไข่ใส่ลงในบ่อออนเซ็นแล้วมันสุก เราก็เลยเอามาลองทำในแบบวิธีของเราปรากฏว่ามันโอเคมากและสร้างความแปลกใหม่ให้กับก๋วยเตี๋ยวและลูกค้าชอบสั่ง แต่นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้วก็มีเมนูอาหารที่ขึ้นชื่อของทางร้าน เช่น หอยจ๊อปู แกงปู ข้าวผัดกะปิคั่ว ข้าวน้ำพริกลงเรือ ข้าวผัดปลาสลิด เป็นต้น อยากให้มาชิมกันค่ะ”

เชิญไปพิสูจน์ความแซ่บได้ที่ ถนนพระราม 2 ซอย 33 (ซอยวัดยายร่ม) เข้าซอยมา 3.5 กม. โทร. 08-1959-4245

 

สวนกระแสข้าวยาก…หมากแพง ร้านข้าวแกงป้าคิน ชามละ 25 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 สิงหาคม 2560 เวลา 11:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/507087

สวนกระแสข้าวยาก...หมากแพง ร้านข้าวแกงป้าคิน ชามละ 25 บาท

เรื่อง/ภาพ อัสวิน ภักฆวรรณ

ในยุคข้าวยาก หมากแพง ค่าครองชีพสูง เศรษฐกิจตกต่ำ แต่ “ร้านข้าวแกงป้าคิน” หาดใหญ่ กลับขายเพียงชามละ 25 บาทเท่านั้น อร่อยทุกเมนูอิ่มท้อง จึงกลายเป็นชนวนชวนให้ผู้พบเห็นป้ายราคาเช่นนี้ต่างสงสัย ว่าขายได้อย่างไร..? และอยู่ได้จริงหรือ..? ทั้งที่วัตถุดิบปรุงอาหารราคาแพงลิ่ว

ประคิน เพ็ชรมณี อายุ 66 ปี เจ้าของร้านป้าคิน ตั้งอยู่กลางซอย 11 ถนนราษฎร์อุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา บอกว่า ขายข้าวแกงราคาชามละ 25 บาทมานาน ตั้งแต่ปี 2543 ไม่ว่าเศรษฐกิจเฟื่องฟู หรือตกต่ำแค่ไหน ก็ไม่ได้ผลกระทบ เพราะน้อมนำพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพตามปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ค้ากำไรเกินควร หรือเบียดเบียนผู้อื่น

ขณะเดียวกันยังได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้ได้รับประทานอาหารอร่อย อิ่มท้อง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จึงขายข้าวแกงราคาพอเพียง ทำให้ดำรงชีวิตพออยู่ได้มาตลอด แม้กำไรจะไม่มากแต่ก็สบายใจ ซึ่งจะยังคงขายข้าวแกงแบบนี้ต่อไป ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนมาใช้บริการจำนวนมาก ทั้งสั่งรับประทานที่ร้าน และซื้อใส่ถุงกลับไปรับประทานที่บ้าน

ป้าคิน บอกอีกว่า ราคาข้าวแกงที่ร้านมีหลากหลายเมนูซึ่งจะถูกกว่าที่อื่นมาก โดยข้าวราดแกงเพียงชามละ 25 บาท จะตักข้าวมากแค่ไหน หรือตักแกงกี่อย่างก็ได้ ส่วนแกงถุงราคาถุงละ 15 บาท และขนมหวานถุงละ 5 บาท

นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูง แต่ “ร้านข้างแกงป้าคิน” ยังคงยึดมั่นขายในราคาจานละ 25 บาทเท่านั้น

 

ร้านหอมสุวรรณ พีน่าพีน่า เมนูสับปะรดที่ต้องลิ้มลอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 กรกฎาคม 2560 เวลา 08:29 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/505901

ร้านหอมสุวรรณ พีน่าพีน่า เมนูสับปะรดที่ต้องลิ้มลอง

โดย…จะเรียม สำรวจ

ใครที่เป็นแฟนพันธ์ุแท้สับปะรด
อยากแนะนำให้แวะมาชิมเมนูเครื่องดื่มและของหวานที่ร้านหอมสุวรรณ พีน่าพีน่า ชั้น G
ศูนย์การค้าสยามพารากอน
เนื่องจากร้านนี้มีเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากสับปะรดมาให้เลือกอย่างหลากหลายกว่า
40 เมนู แบ่งเป็นเมนูเครื่องดื่ม 10 เมนู และเมนูขนมหวานอีกประมาณ 30 เมนู

ด้วยความที่เป็นร้านสับปะรด
แน่นอนบรรยากาศภายในร้านก็จะต้องมีสับปะรดเป็นศิลปะในการตกแต่งร้านไม่ว่าจะเป็นสับปะรดผลสด
สับปะรดผลปลอม นอกจากนี้ยังมีหมอนอิงก็ยังมีการเพนต์ภาพเป็นรูปสับปะรด
เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของร้านอีกด้วย

นลัท วุฒิจริยากุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ร้านหอมสุวรรณ พีน่าพีน่า เล่าว่า
หลังจากเปิดร้านหอมสุวรรณ พีน่าพีน่า
มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาได้ผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบรับประทานสับปะรด
เนื่องจากภายในร้านมีเมนูที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นขนมหรือเครื่องดื่ม

สำหรับเมนูที่ดูเหมือนจะถูกใจลูกค้าเป็นพิเศษใครมาต้องสั่งลิ้มลอง คือ
บิงซูสับปะรด ซึ่งถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน
จุดเด่นของบิงซูสับปะรดที่ร้านหอมสุวรรณ พีน่าพีน่า นำมาเสนอแบบไม่เหมือนใครนี้ คือ
วัตถุดิบที่นำมาทำบิงซูเกือบ 100% มาจากสับปะรดทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็งที่ทำจากน้ำสับปะรด หรือไอศกรีมที่ทำจากสับปะรด
นอกจากนี้ยังมีท็อปปิ้งที่เป็นสับปะรดหั่นลูกเต๋าวางเรียงสวยงามอยู่ในถ้วย
พร้อมด้วยวิปครีมมะพร้าวที่ราดไว้ด้านบน เพื่อความกลมกล่อมและสวยงาม

อีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างดี คือ
สับปะรดสดหั่นเต๋าจิ้มพริกเกลือ ที่ดูเหมือนจะเป็นเมนูธรรมดา แต่ร้านหอมสุวรรณ
พีน่าพีน่า สร้างความไม่ธรรมดา
ด้วยการทำพริกเกลือจิ้มสับปะรดมาให้ลูกค้าได้เลือกแซ่บแบบกลมกล่อมถึง 3 แบบ คือ
พริกเกลือพริกป่น พริกเกลือสตรอเบอร์รี่ และพริกเกลือเลมอน

ส่วนเมนูเครื่องดื่มที่ขายดี นลัท บอกว่า ต้องเป็นเมนูนี้เลย คือ
น้ำสับปะรดคั้นสด จุดเด่นของเมนูนี้คือการคั้นน้ำสับปะรดแบบสดๆ
พร้อมเสิร์ฟให้กับลูกค้าโดยไม่ใส่น้ำตาล หรือไซรัป
ด้วยสับปะรดที่นำมาคั้นเป็นพันธ์ุหอมสุวรรณที่พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่
มีจุดเด่นในด้านของรสชาติที่หวานอมเปรี้ยวนิดๆ เนื้อกรอบฉ่ำ แถมไม่กัดลิ้น
จึงทำให้เครื่องดื่มนี้ได้รับความนิยมไม่แพ้เมนูหอมสุวรรณสปาร์กิ้ง

แม้ว่าปัจจุบันร้านหอมสุวรรณ พีน่าพีน่า
จะมีเมนูอาหารและเครื่องดื่มให้ลูกค้าได้เลือกมากกว่า 40 เมนู
แต่ทางร้านก็มีแผนที่จะเตรียมเปิดตัวเมนูใหม่
ทั้งในส่วนของขนมและเครื่องดื่มมานำเสนอลูกค้าอีกไม่ต่ำกว่า 10 เมนู
แบ่งเป็นเมนูเครื่องดื่ม 8 เมนู และเมนูขนมหวานอีก 2 เมนู
เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มลองเมนูใหม่ๆ ที่ทำจากสับปะรดหอมสุวรรณ

นอกจากจะมีเมนูขนมหวานและเครื่องดื่มที่ทำจากสับปะรดหอมสุวรรณแล้ว ร้านหอมสุวรรณ
พีน่าพีน่า
ก็ยังมีเมนูทางเลือกให้กับลูกค้าที่ยังไม่กล้าลิ้มลองเมนูที่ทำจากสับปะรด
ด้วยเมนูชาร้อนและน้ำผลไม้อื่นๆ เพื่อเป็นทางเลือก
ส่วนใครที่ชอบความเป็นสับปะรดอยู่แล้ว ก็เลือกเมนูสับปะรดได้ตามใจชอบได้เลย
ซึ่งนลัทบอกว่าใครที่ได้ลิ้มลองแล้วล้วนติดใจ

 

กินไหนดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 กรกฎาคม 2560 เวลา 09:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/505751

กินไหนดี

– ห้องอาหาร สมูท เคอร์รี่ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน (โทร. 02-650-8800 ต่อ 4333 อีเมล : fb.bangkok@lemeridien.com) เปิดประสบการณ์ความอร่อยไปกับ “ฟาร์ม ทู เทเบิ้ล ”วัตถุดิบสดจากไร่ สู่เมนูอาหารไทยอร่อยล้ำ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่สะอาด และปลอดสารพิษ จากเกษตรกรเจ้าของแปลงเพาะปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมในการปรุงอาหารทุกจานอย่างพิถีพิถัน วันนี้-31 ก.ค.นี้ กับเมนูอย่างค้างคาวเผือกม่วง กุ้งแม่น้ำเผาเสิร์ฟคู่กับยำใบบัวบก ต้มข่าปลาสลิดใบมะขามอ่อนฯลฯ เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิออร์แกนิกแบบเติมได้ไม่อั้น

โดย…แบมบี bambi5789@gmail.com

 

– ห้องอาหารแฮมิลตันส์ สเต๊กเฮ้าส์ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (โทร. 02-200-9000 ต่อ 2345 อีเมล : dtbkdining@dusit.com) เอาใจคนรักล็อบสเตอร์เทอร์มิดอร์ ตลอดเดือน ก.ค.-ก.ย. ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ กับเมนูซิกเนเจอร์ต่างๆ ของห้องอาหาร ราคาเริ่มต้น 990 บาท++

 

– ร้านเปปเปอร์ ลันช์ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาดอนเมือง และศูนย์อาหาร) วันนี้-9 ส.ค. พบ 4 เมนูแซลมอน กับ Amazingly Moist Salmon แซลมอนนำเข้าจากนอร์เวย์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 199 บาท (ทุกชุดเสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่ม และซุปมิโซะ) ตั้งแต่ ชุดข้าวแซลมอนและไก่ (Salmon& Chicken Pepper Rice) ชุดข้าวเปปเปอร์แซลมอนและกุ้ง (Salmon &Shrimp Pepper Rice) ชุดสเต๊กแซลมอนซอสพริกไทยดำ (Salmon Steak with Black Pepper Sauce) และชุดสเต๊กแซลมอนซอสเทริยากิ (Salmon Steak with Teriyaki Sauce)

 

-ทุกห้องอาหาร โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน (โทร. 02-266-9214 อีเมล : events.rosh@sheraton.com) กุ้งมังกรสดตัวโตนำเข้าจากทะเลบอสตัน สหรัฐ พร้อมรังสรรค์เป็นเมนูสุดพิเศษ เช่น เมนูผัดฉ่ากุ้งมังกร แสร้งว่ากุ้งมังกรกับมูสแกงแดง ราวิโอลีไส้กุ้งมังกร เฟตตูชินีกุ้งมังกร กุ้งมังกรภูเขาไฟ และกุ้งมังกรย่าง ฯลฯ ราคาเริ่มต้น 290 บาท++ ระหว่างเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้

 

– ห้องอาหารเดอะเวิลด์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ (โทร. 02-100-6255 อีเมล : diningcgcw@chr.co.th) เมนู “เซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟ”แบบไม่อั้น เพลิดเพลินกับหลากหลายเมนูเนื้อเลิศรส และซีฟู้ดสดๆ หลากชนิดไม่ว่าจะเป็นเนื้อสไลซ์กับมายองเนสผสมกระเทียมและเนื้อล็อบสเตอร์ เนื้อวัวไพรม์ริบอบกับซอสเกรวี่ แซลมอนม้วนยัดไส้ปูและซอสล็อบสเตอร์ ฯลฯ พร้อมบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ทุกค่ำคืนวันอังคาร เวลา 18.00-22.30 น. ในราคา 1,490 บาท++ ต่อท่าน

 

– ห้องอาหารมิสสยาม โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพฯ (โทร. 02-217-0777) สำรับอาหารไทยชุด “จำปา” ที่คงความอร่อยแบบไทยแท้ต้นตำรับ ครบเครื่อง เริ่มต้นด้วยของว่างไทยตำรับโบราณ ข้าวเกรียบปากหม้อ เปาะเปี๊ยะปู และข้าวตังหน้าตั้ง ตามด้วยซุปร้อนๆ ต้มข่าไก่ พล่ากุ้งตะไคร้สด หลนเนื้อปูกับปลาฟู แกงเขียวหวานไก่ หมูทอดกระเทียมพริกไทย และผัดผักบุ้งไฟแดง เสิร์ฟพร้อมกับข้าวหอมมะลิร้อนๆ ปิดท้ายด้วยผลไม้ตามฤดูกาล บริการทุกวัน มื้อกลางวันและมื้อค่ำ ในราคาชุดละ 700 บาท++ตั้งแต่เวลา 11.00-23.00 น.

 

– ร้านการ์เร็ต ป๊อปคอร์น ทุกสาขา (www.garrettpopcorn.com/thailand) มัทฉะ คาราเมล กลับมาให้คุณได้เพลิดเพลินกับรสชาติอร่อยกลมกล่อม จนถึงวันที่14 ส.ค.นี้ คัดสรรผงมัทฉะเป็นอย่างดี ปรุงปริมาณที่พอเหมาะในถุงป๊อปคอร์นด้วยมือสดใหม่ทุกวัน

 

– เอเชีย เบเกอรี่ โรงแรมเอเชีย(โทร. 02-217-0808 ต่อ 5358, 5268)ตลอดเดือน ก.ค. เชิญชิมมอคค่าชีสเค้ก รสเข้มข้น กลิ่นหอม เย้ายวนใจ พิเศษหลังเวลา 17.00 น. เป็นต้นไป รับทันทีส่วนลด 30% สำหรับเค้ก และขนมปัง (ยกเว้นคุกกี้)

 

‘ชา’ กับ ‘อาหารไทย’ คู่อร่อยที่ลงตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 กรกฎาคม 2560 เวลา 09:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/505748

‘ชา’ กับ ‘อาหารไทย’ คู่อร่อยที่ลงตัว

เวลาเดินเข้าทีเฮาส์ นอกจากชาร้อนชาเย็นจากท้องถิ่นต่างๆ ที่มาดหวังแล้ว อาหารซึ่งจะเลือกสั่งมาคู่ชานั้นตามมาตรฐานร้านชาก็มักจะมีขนมหวาน ขนมปัง อาจจะมีของคาวสไตล์ตะวันตกบ้างบางเมนู แต่ ทีดับเบิ้ลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูติก สาขา ดิ เอ็มโพเรียม มีแม้กระทั่งอาหารไทยให้รับประทานกันจริงจัง ส่วนรสชาตินั้นก็จัดจ้านกลมกล่อมไม่แพ้ฝีมือร้านอาหารไทยไหนๆ เลย นี่จึงนับว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่พร้อมเสิร์ฟ เมื่อ “ชา” ถูกจับมาคู่กับ “อาหารไทย”

โดย… เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

ทีดับเบิ้ลยูจีที (TWG TEA) เป็นแบรนด์ชาระดับโลกจากสิงคโปร์ ซึ่งเพิ่งจะฉลองครบรอบ5 ปีในประเทศไทยไปหมาดๆ เนื่องในวาระพิเศษและสำคัญนี้ จึงได้ปรับโฉมใหม่ของทีดับเบิ้ลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูติก สาขา ดิ เอ็มโพเรียม ทั้งยังได้คัดสรรเมนูอาหารใหม่ให้ลูกค้าได้อิ่มเอมในรสชาติแบบไทยๆ โดยการดูแลของเชฟอาหารไทยผู้เปี่ยมประสบการณ์

อาหาร “ไทย อินสไปร์ ดิช” ที่ ทีดับเบิ้ลยูจี ที ซาลอนฯ แตกต่างตรงที่แต่ละเมนูได้นำชาเข้ามาเสริมรสชาติและกลิ่น ความยากก็อยู่ที่การคงเอกลักษณ์ของอาหารไทยจานนั้นไว้และเพิ่มเติมลักษณะพิเศษเข้าไป เพื่อให้ลูกค้าซึ่งก็รวมถึงคนไทยที่คุ้นเคยกับเมนูดั้งเดิมเหล่านั้นอยู่แล้วรู้สึก “ว้าว” ขณะที่ลูกค้าต่างชาติได้รู้จักและเข้าใจใน “ไทยฟู้ด”

หลังจากการตีโจทย์ให้แตกและเลือกอย่างดีที่สุดแล้ว เมนูอาหารไทยที่พร้อมเสิร์ฟในร้านชาแห่งนี้ต้องมีอาหารซึ่งเชิดหน้าชูตาของชาตินั่นก็คือ ผัดไทย ที่นี่เลือกเป็น “ผัดไทยปูนิ่ม” ปรุงจากก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ผัดใส่เต้าหู้ กุ้งแห้งทอดกรอบหอมแดงและต้นหอม ส่วนซอสผัดไทยนั้นผสมชาคาราเมล (Caramel Tea) ซึ่งเป็นชาดำเบลนด์กับชาคาราเมล มาพร้อมกับปูนิ่มทอดกรอบเคี้ยวกรุบ อร่อยลงตัวแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มแต่ถ้าใครชอบจัดจ้านจะเติมพริก น้ำปลา ฯลฯก็ได้

ในบรรดาอาหารไทยยอดนิยมที่วันไหนนึกอะไรไม่ออก ชื่อและภาพของผัดกะเพราก็จะโดดเด้งขึ้นมาในหัวทันที ที่นี่ก็มีเหมือนกัน “ผัดกะเพราล็อบสเตอร์” เมื่อเนื้อล็อบสเตอร์ถูกนำมาผัดกับใบกะเพรา ผสมชาแบล็กเนคทาร์(Black Nectar Tea) ซึ่งเป็นชาดำเบลนด์กับมะม่วงและสับปะรดมีกลิ่นเครื่องเทศอยู่ด้วยใส่ลงไป เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยข้าวหอมมะลินั้นหุงกับชาเรดจัสมิน (Red Jasmine Tea) โดยชาแดงจากแอฟริกาใต้นี้ไม่มีกาเฟอีน เป็นชากลิ่นดอกไม้ผสมผสานกับมะลิ มีกะเพราแล้วก็ต้องมีไข่ดาวทอดกรอบมาด้วย จานนี้ปรุงรสจัดจ้าน ลิ้นแบบไทยๆ อย่างเรานี่ต้องยกนิ้วให้เลย

แกงไทยรสเข้มรสเค็มหวานอย่าง “ฉู่ฉี่ปลาหิมะและแซลมอน” เพิ่มเติมชาโคโคนัท(Coconut Tea) ซึ่งเป็นชาที่ให้กลิ่นอายแคริบเบียน ผสมผสานระหว่างชาดำและมะพร้าว น้ำแกงขลุกขลิกรับประทานกับข้าวหอมมะลิหุงกับชาเรดจัสมินและข้าวไรซ์เบอร์รี่ร้อนๆ เท่านี้ก็ฟิน นอกจากนั้นยังมี “ปลาหิมะราดพริก” ก่อนจะนำมาปรุงปลาหิมะจะหมักกับชาสไปซ์รูท (Spice Route Tea) ชาเขียวที่มีกลิ่นรสของขิง แล้วจึงนำไปทอดกรอบ

ใครที่ชอบเส้นและเนื้อก็ต้องเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับ “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวางุ” จะเลือกเส้นเล็กหรือเส้นหมี่ก็ได้ ส่วนเนื้อนั้นเป็นวางุแล่บางๆ ทำให้สุกแบบมีเดียมแรร์ด้วยน้ำซุปร้อนๆ ที่เทราดลงไป โดยน้ำซุปนี้มีน้ำชาทาลิสแมน (Talisman Tea) ซึ่งเป็นชาดำเบลนด์กับผลไม้ป่ามีรสกลิ่นถั่ว เครื่องเทศ และดอกไม้ใส่ลงไปด้วย เห็นน้ำซุปใสๆแต่รสนั้นข้นเข้มดีทีเดียว
น้ำซุปร้อนๆ ยังมีในอีกหนึ่งเมนู คือ “เกี๊ยวน้ำทะเลครัสเตเชียน” ซีฟู้ดที่นำมาทำไส้เกี๊ยวมีทั้งล็อบสเตอร์ ปูและกุ้ง เคียงคู่มากับผักกวางตุ้ง ส่วนซุปนั้นปรุงด้วยชาอิมพีเรียลอู่หลง (Imperial Oolong Tea) แต่งรสด้วยน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล

รสแซ่บซี้ดนั้นยังมีใน “ยำส้มโอทับทิม” ใช้ส้มโอแดง ทับทิม และกุ้งมาคลุกเคล้ากับน้ำยำซึ่งมีมิสที (Miss Tea) ชาเขียวผสมทับทิมและสตรอเบอร์รี่ใส่ลงไปด้วย อีกหนึ่งเมนู คือ “พล่าปลาแซลมอนรมควัน” เป็นยำสมุนไพร ห่อด้วยแซลมอนซึ่งรมควันกับชาเอิร์ลเกรย์เจนเทิลแมน (Earl Grey Gentleman Tea) เป็นชาดำซีลอนผสมกับชามะกรูด รองจานด้วยแตงกวาสไลด์บางๆ

ใครมาแล้วอยากลองหลากหลายเมนูไทยให้สั่ง “ทีดับเบิ้ลยูจี ที ไทย แพลตเตอร์” (TWG TEA Thai Platters) ที่อาหารจะมาเป็นเซตประกอบด้วย 6 เมนู คือ ยำส้มโอกับทับทิม ยำแซลมอนรมควัน เนื้อแดดเดียวโรยใบชาเซนฉะ ยำไก่สับผสมชาแบล็กเนคทาร์ เปาะเปี๊ยะไส้เนื้อปูผัดกับวุ้นเส้นและผักราดซอสมะขามผสมชาคาราเมล  สะเต๊ะ 3 อย่าง คือ เนื้อวางุ ไก่ และกุ้ง จิ้มน้ำจิ้มสะเต๊ะผสมชาโคโคนัท มีอาจาดมาด้วย ในส่วนของเนื้อแดดเดียวนั้นนับว่าเด็ด
นอกจากอาหารไทยแล้ว ทีดับเบิ้ลยูจี ที ซาลอนฯ ยังมีขนมหวานใหม่ๆ เตรียมมาเสิร์ฟ โดยเป็นขนมจากแนวคิด Tea Gastronomy คือการผสมชาลงไปเสริมรสชาติและกลิ่นอาย ยังมีเมนูเครื่องดื่มสำหรับการเฉลิมฉลองวาระพิเศษเรียกว่า “แอนนิเวอร์ซารี ที” เป็นม็อกเทลซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากผลไม้ไทย และชาซึ่งคัดสรรมาเป็นพิเศษเพื่อให้เข้าคู่กับอาหารไทยด้วย แนะนำว่าเป็นชาดำอู่หลง ชาเขียวสำหรับอาหารทะเล หรือจะเป็นชาที่มีรสสไปซ์แต่หากตัดสินใจไม่ได้ว่าชาแบบไหนที่เหมาะกับอาหารไทยที่คุณจะสั่งก็สอบถามพนักงานได้เลย
เมนูไทยรับประทานคู่ชาเหล่านี้มีให้อร่อยได้ที่ ทีดับเบิ้ลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูติก สาขาดิ เอ็มโพเรียม โทร. 02-259-9510

ที่นี่อาจจะทำให้คุณได้พบว่า…  “ชา” กับ “อาหารไทย” ก็เป็นอีกหนึ่งคู่อร่อยที่ลงตัว

 

ร้านริมสวน อร่อยเรียบง่ายท้ายซอย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 กรกฎาคม 2560 เวลา 09:20 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/505747

ร้านริมสวน อร่อยเรียบง่ายท้ายซอย

โดย…พี่เวส ภาพ พี่ป๊อป

จากจุดเริ่มต้นที่เปิดร้านขายอาหารตามสั่งเล็กๆ ที่มีไม่ถึง 10 โต๊ะ ภายใต้ชื่อร้านป้าหมอน เปิดขายมากว่า 30 ปี ในโลเกชั่น ท้ายซอยของทางเข้าหมู่บ้าน มาถึงวันนี้ปรับโฉมใหม่ในชื่อ ร้านริมสวน ที่ให้บรรยากาศผ่อนคลายกว่าเดิม

ทีเด็ดของร้านนี้คือขึ้นชื่อเรื่องอาหารจานเดียว เมนูโปรดที่ทุกคนคุ้นเคย ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ ผ่านเคล็ดลับการปรุงที่พิถีพิถันจานต่อจานในราคาเริ่มต้นเพียง 35 บาทเท่านั้น

เมนูแนะนำอย่างสุกี้ มีทั้งแบบน้ำและผัดแห้ง เคล็ดลับอยู่ที่น้ำจิ้มสไตล์โฮมเมด รสชาติเปรี้ยว หวาน เผ็ดกำลังดี ต่อด้วย ก๋วยเตี๋ยวมีทั้งหมูและเนื้อ หัวใจสำคัญอยู่ที่น้ำซุปเข้มข้นกลมกล่อม อย่าง ก๋วยเตี๋ยวหมู แนะนำ ต้มยำริมสวนทรงเครื่อง แซบครบรสแบบไม่ง้อเครื่องปรุง เพิ่มความหอมด้วยถั่วลิสงคั่วเอง กากหมูและกระเทียมเจียวทำเองวันต่อวัน

ด้าน ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัว ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กันด้วยน้ำซุปพะโล้สูตรเฉพาะหอมกรุ่น เลือกสรรเนื้อวัวชั้นดีเจ้าประจำ มีให้เลือกทั้งเนื้อสด เนื้อเปื่อย และลูกชิ้นเนื้อ

ไม่ถนัดก๋วยเตี๋ยว ก็นี่เลยอาหารจานเดียวตามสั่งอย่างผัดกะเพรา เคล็ดลับอยู่ที่การผัดพริกและกระเทียมให้เหลืองหอมตามด้วยเนื้อสัตว์ ผัดไฟแรงจนสุกได้ที่จึงป

รุงรส ปิดท้ายด้วยใบกะเพราเพิ่มความหอม พร้อมเสิร์ฟคู่กับข้าวหอมมะลิร้อนๆ และน้ำซุปกลมกล่อม และเมนูพิเศษตามคำเรียกร้อง มาม่าต้มยำรวมมิตรน้ำข้น แซบครบรสถึงใจกับเครื่องต้มยำจริงๆ

ร้านริมสวน ถนนพุทธมณฑลสาย 5 ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม สุดซอยบางกระทึก 9 (ตรงข้ามซอยทางไปตลาดน้ำดอนหวาย) เปิดบริการทุกวัน (หยุดวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. โทร. 02-889-5155 และ 08-6540-3540