ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ด้วยเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานสุดพิเศษ จาก ‘เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/671012

วันที่ 20 ธ.ค. 2564 เวลา 09:35 น.ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ด้วยเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานสุดพิเศษ จาก 'เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์'เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ชวนเติมเต็มความสุขต้อนรับเทศกาล ด้วยเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานสุดพิเศษ พร้อมเปิดตัวเมนูอาหารใหม่น่าลอง

เสิร์ฟความสุขทุกช่วงเวลา เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ชวนทุกคนต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยเมนูอาหาร ขนมหวาน และเครื่องดื่มสุดพิเศษ เติมเต็มความสุขได้ทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวัน หรือมื้อค่ำกับเพื่อนๆ หรือจะส่งมอบความอร่อยเป็นของขวัญสำหรับคนพิเศษก็ได้เช่นกัน

เริ่มด้วยเมนูอาหารใหม่ที่ยกขบวนมาให้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ ได้แก่ “โจ๊กหมูสับไข่เยี่ยวม้า” (150 บาท) “โจ๊กรวมมิตร” (180 บาท) ที่อัดแน่นด้วยหมูสไลซ์ ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นกุ้ง ลูกชิ้นปลาหมึก และไชโป๊ว “สลัดบีทรูท” (180 บาท) ส่วนผสมที่ลงตัวของบีทรูทอบ ส้ม ถั่ววอลนัท เฟต้าชีส ผักสลัดสดใหม่ และน้ำสลัดส้มน้ำผึ้ง “อกไก่งวงอบซอสแครนเบอร์รี่” (380 บาท) “ไข่กระทะ” (150 บาท) เมนูอาหารเช้าสไตล์ไทย อิ่มอร่อยเบาๆ กับไข่ดาว หมูสับ กุนเชียง และไก่ฉีก และ “เซ็ตอาหารญี่ปุ่น” (380 บาท) ที่ประกอบไปด้วยแซลม่อนย่าง ไข่หวาน ข้าวญี่ปุ่น ซุปมิโสะ ผักกาดดอง และผักต้มสุกปรุงรสผสมเห็ด

สำหรับเมนูขนมหวาน พลาดไม่ได้กับ “Christmas Log Cake” (180 บาท) เค้กรูปทรงขอนไม้ที่รังสรรค์มาสำหรับเทศกาลแห่งความสุขโดยเฉพาะ โดยมีให้เลือก 3 รสชาติ คือ มัทฉะ สตรอว์เบอร์รี่ และช็อกโกแลต ด้านเมนูเครื่องดื่ม ขอแนะนำ “Yuzu Long Black” (220 บาท) ที่มีส่วนผสมของช็อตเอสเพรสโซ่จากเฮาส์เบลนด์ ยูซุ และโซดา เพิ่มความหอมสดชื่นด้วยโรสแมรี่และเปลือกส้ม “Citrus Matcha” (220 บาท) เอาใจคอชาเขียวด้วยเครื่องดื่มสีสันสดใสจากมัทฉะ ยูซุ และโซดา ตกแต่งด้วยเชอร์รี่และโรสแมรี่ ต่อด้วยเครื่องดื่มที่สาวกช็อกโกแลตต้องลองกับ “Fancy Chocolate” (220 บาท) การผสมผสานของดาร์คช็อกโกแลต 75% กับไซรัปมินท์ที่หอมเย็นสดชื่น โรยด้วยผงสตรอว์เบอร์รี่ และตกแต่งด้วยใบสะระแหน่ และปิดท้ายกับ “Pink lady” (220 บาท) ความกลมกล่อมลงตัวของช็อตเอสเพรสโซ่จากเฮาส์เบลนด์ น้ำเกรปฟรุ๊ต และโซดา ตกแต่งด้วยเลม่อนและโรสแมรี่

พบกับเมนูพิเศษเหล่านี้ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 มกราคม 2565 ที่ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ทั้ง 5 สาขา ได้แก่ สาขาโครงการเวลา หลังสวน สาขาเกษรวิลเลจ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สาขาโรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์ และใหม่ล่าสุดกับสาขาเมกาบางนา (สำหรับเมนูอาหาร พร้อมให้บริการครบทุกเมนูเฉพาะสาขาโครงการเวลา หลังสวน สาขาเกษรวิลเลจ และสาขาเมกาบางนา)

เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม และให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟทั่วโลกเพื่ออนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมกาแฟ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ คัดเลือกเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก และนำไปคั่วในพื้นที่เพื่อให้คงคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นตามธรรมชาติ ก่อนทดสอบด้วยวิธีการคัปปิ้งอย่างพิถีพิถัน กาแฟทุกหยดที่กลั่นออกมาสะท้อนถึงนิยามของ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ในการชงกาแฟที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีทีมเชฟที่มากด้วยประสบการณ์คอยคิดค้นเมนูอาหารใหม่ๆ ที่รังสรรค์ด้วยวัตถุดิบที่ดีที่สุดเพื่อประสบการณ์การรับประทานอาหารที่โดดเด่นและตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า

ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ พร้อมให้บริการทั้ง 5 สาขาแล้ววันนี้ นอกจากนี้ TCA ยังมอบความพิเศษ ต้อนรับช่วงเวลาแห่งความสุข ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2564 – 1 มกราคม 2565 เมื่อลูกค้าสั่งเครื่องดื่มประเภทร้อน รับฟรี! คุกกี้แสนอร่อย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ไลน์: @TCA_thailand หรือติดตามโปรโมชั่นดีๆได้ที่ Facebook: TheCoffeeAcademicsTH หรือ Instagram: @TheCoffeeAcademicsTH

ชิมขนมหวานแดนซากุระ ที่ ‘โอโตยะ คาเฟ่’ สาขาแรก @สยามพารากอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/670973

วันที่ 19 ธ.ค. 2564 เวลา 14:55 น.ชิมขนมหวานแดนซากุระ ที่ ‘โอโตยะ คาเฟ่’ สาขาแรก @สยามพารากอนถูกใจสายหวาน “โอโตยะ” พลิกโฉมเปิดคาเฟ่ขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น “โอโตยะ คาเฟ่” ท่ามกลางบรรยากาศสดใสใต้ต้นซากุระ ในราคาเซ็ตละ 79 บาททุกเมนู!!

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

โอโตยะ (OOTOYA) ร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมี่ยมสไตล์โฮมเมด เน้นความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ โดยให้ความสำคัญกับการพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบตลอดจนรสชาติที่คงความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เปิดตัวบริการใหม่ล่าสุด กับ “โอโตยะ คาเฟ่” (OOTOYA café) แห่งแรกที่สาขาสยามพารากอน ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ชอบร้านสไตล์คาเฟ่ ชอบการรับประทานขนมหวาน และชื่นชอบการถ่ายรูปไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศร้านหรือเมนูขนมต่างๆ แชร์ลงโซเชียล อีกทั้งยังนับเป็นอีกหนึ่งในการเพิ่มโอกาสใหม่ ๆ (Occasion) เพื่อช่วยดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการในร้านนอกเหนือจากช่วงเวลามื้อเที่ยง และมื้อเย็น ที่เป็นช่วงการรับประทานอาหารมื้อหลักและยังเป็นช่วงเวลาขายดีของร้าน เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาอื่น ๆ นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนักเรียน และนักศึกษา ให้เข้าถึงบริการสุดพรีเมี่ยมของโอโตยะ ที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ในราคาที่เข้าถึงได้

ภายในร้านมีทั้งหมด 2 ชั้น โดยโซนคาเฟ่จะอยู่ที่ชั้น 1 ในบรรยากาศที่น่ารักสดใส ตกแต่งในโทนสีพาสเทล สอดแทรกบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นลงไปในทุกส่วนของร้าน โดยไฮไลท์หลักของ โอโตยะ คาเฟ่ อยู่ที่เมนูของหวาน เป็นขนมสไตล์ญี่ปุ่น มีมาให้เลือกถึง 9 เมนู ในราคาเดียวเซตละ 79 บาทเท่านั้น

เริ่มต้นไปกับเมนู Dango Set with Azuki and Shoyu Sauce เซ็ตดังโงะเสิร์ฟพร้อมถั่วแดงและซอสโชยุรสหวาน หนึ่งในขนมหวานญี่ปุ่นที่หลายคนน่าจะคุ้นตา ฟินกับดังโงะเนื้อนุ่มๆ เสียบไม้ ทานคู่กับถั่วแดงบดญี่ปุ่นและซอสโชยุรสหวาน ที่ให้รสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ จะเลือกจิ้มและราดซอสลงไปบนขนมก็ได้ตามใจชอบ

DIY Tonyu Anmitsu หนึ่งในเมนูแนะนำที่เสิร์ฟมาทั้งขนม Anmitsu ขนมหวานญี่ปุ่นโบราณที่มีมาตั้งแต่ยุคสมัยเมจิโดยมีทั้งแป้งโมจิเนื้อนุ่มหนึบถั่วแดงบดญี่ปุ่นและวุ้นญี่ปุ่นเป็นเมนูที่มีหลายเนื้อสัมผัสในชามเดียวทานคู่กับน้ำเต้าหู้และไอศกรีมที่สามารถเลือกรสชาติได้เพิ่มรสด้วยซอสโชยุหวาน

Azuki Kanten Set วุ้นถั่วแดง Azuki เนื้อนุ่มเด้ง รสหวานละมุน เสิร์ฟมาคู่กับครีมสดและไอศกรีมเย็นๆ ตามด้วย Warabi Mochi Set ขนมวาราบิโมจิเหนียวนุ่มที่มีมาทั้งหมด 4 สี 4 รสชาติเพิ่มความหวานด้วยซอสน้ำเชื่อมดำ

ต่อที่ Japanese Donut Set ขนมโดนัทสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้ความกรอบด้านนอกและนุ่มด้านใน แนะนำให้ทานคู่กับไอศกรีมผสานเข้ากันอย่างลงตัว พร้อมเพิ่มความหวานกลมกล่อมด้วยน้ำเชื่อมดำ ห้ามพลาดกับ Mochi Katsu Set with Ice Cream and Kuromitsu แป้งโมจิทรงกลมเนื้อนุ่มแน่น ทอดจนผิวด้านกรอบเหลือง ทานคู่กับไอศกรีมและน้ำเชื่อมดำ

Nama Chocolate with Whipped Cream เสิร์ฟช็อกโกแลตสด สไตล์ญี่ปุ่น ทานคู่กับวิปครีมเนื้อนุ่ม อร่อยเข้ากันได้อย่างลงตัว ปิดท้ายด้วยพุดดิ้งนม ที่มีให้เลือกถึง 2 รสชาติ ทั้ง รสคินาโกะ (Kinako Milk Pudding) และ รสมัทฉะ (Matcha Milk Pudding) พุดดิ้งนม ให้ความนุ่ม เนียน ครีมมี่ของเนื้อพุดดิ้งนม ทานแล้วละลายในปาก เข้ากันได้ดีกับรสของคินาโกะ (ผงถั่วเหลืองคั่วบด) ที่มีความหวานนิดๆ และมัทฉะที่มีรสเข้มข้น

หรือจะเลือกอร่อยจัดเต็มในราคาสุดพิเศษ เริ่มต้นที่ 2 เซต ราคา 149 บาท , 3 เซต ราคา 219 บาท และ 4 เซต ในราคา 289 บาทโดยในส่วนของโอโตยะคาเฟ่นั้นยังมีบริการเครื่องดื่มชาเขียวรีฟีลไม่อั้น นอกจากนี้ ในบางเมนูที่เสิร์ฟมาพร้อมไอศกรีมรสชาติซิกเนเจอร์ ของโอโตยะ สามารถเลือกรสชาติได้เลย ไม่ว่าจะเป็นรสชาเขียว ได้รสเข้มข้น หอมกลิ่นชาเขียว, รสวานิลลา ไอศกรีมเนื้อเนียน รสหวานละมุน และรสส้มยูซุ ไอศกรีมซอร์เบท รสเปรี้ยวหวานสดชื่น

พร้อมกันนี้ในส่วนของชั้น 2 ยังคงให้บริการในรูปแบบร้านอาหารหลักของโอโตยะ นับว่ามาที่เดียวได้กินครบทั้งคาวและหวาน มาร่วมสัมผัสบรรยากาศใหม่ไปกับโอโตยะ คาเฟ่ ที่เดียวและที่แรกได้แล้ว ที่ร้านโอโตยะ สาขาสยามพารากอน ชั้น G อร่อยครบวงจร ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และในส่วนของเมนูพิเศษโอโตยะ คาเฟ่ ยังมีจำหน่ายอีก 14 สาขา ภายในร้านหลักของโอโตยะ ได้แก่ Central World , Siam Square 1, เซ็นทรัลพระราม 9, เทอมินอล 21, รพ.สมิติเวช สุขุมวิท, วิสดอมซ์  101, เซ็นทรัลพระราม 3, ลาวิลล่า อารีย์, จามจุรีสแควร์, เซ็นทรัลบางนา, เมกาบางนา, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เซ็นจุรี่ สุขุมวิท และ J Avenue ทองหล่อ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Ootoya Japanese Restaurant , Website: www.ootoya.co.th , LINE@: ootoyathai หรือ CRG Call Center โทร. 1312

Happiness Moment 7 ไฮไลท์ห้ามพลาด ฉลองเทศกาลความสุขส่งท้ายปีที่เซ็นทรัลเวิลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/670970

วันที่ 19 ธ.ค. 2564 เวลา 13:50 น.Happiness Moment 7 ไฮไลท์ห้ามพลาด ฉลองเทศกาลความสุขส่งท้ายปีที่เซ็นทรัลเวิลด์ปักหมุด 7 ไฮไลท์ห้ามพลาด ฉลองเทศกาลความสุขส่งท้ายปีที่เซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำ แลนด์มาร์คการฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นแลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางเมือง เนรมิตทั่วทั้งศูนย์การค้าให้กลายเป็นดินแดนแห่งแสงส่องประกายความสุข เพื่อส่งต่อพลังความสุขแทนคำขอบคุณในโอกาสที่เซ็นทรัลพัฒนาอยู่เคียงข้างสังคมไทยมากว่า 40 ปี ภายใต้แคมเปญ “Forwarding Happiness 2022” เตรียมปักหมุด 7 กิจกรรมไฮไลท์ และโปรโมชั่นพิเศษมากมายต่อเนื่องถึงสิ้นปีที่ทุกคนต้องไม่พลาด

ไฮไลท์แรกกับจุดถ่ายรูปที่ดีที่สุด The Best Instagrammable Photo Landmark ตระการตา ต้นคริสต์มาสยักษ์ประดับไฟระยิบระยับ สูงกว่า 40 เมตร สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมจุดถ่ายรูป 8 โซนในดินแดนแห่งแสงส่องประกายความสุข แลนด์มาร์กจุดถ่ายรูปที่ทุกคนต้องเช็คอินทุกปี ได้แก่ Gateway of Light, The Positive Energies, Empowerment Stage, Shining Bubble, Tunnel of Harmony, Gifts of Positivity, Field of Stars และ Tree of Hope ณ ลานสแควร์ A, จุดถ่ายภาพใจกลางศูนย์ฯ Universes of Happiness โซน Central Court  และ The Walk of Wonder  ชั้น 2 โซนทางเข้า Skywalk entrance และเซลฟี่กับคาแรกเตอร์คริสต์มาสสุดน่ารักทั้ง 8 ตัว ได้แก่ Kind, Harmony, Hope, Joy, Wisdom, Wonder, Love และ Bliss ที่จะส่งต่อพลังบวกและมอบรอยยิ้มให้กับทุกคน

ไฮไลท์ต่อมา ตลาดคริสต์มาสมาร์เก็ตที่ดีที่สุด กับ The Christmas carnival outdoor market ช้อปปิ้งและอร่อยฟินไปกับร้านอาหาร trended food ยอดฮิตกว่า 300 เมนู (วันนี้ – 5 ม.ค. 65) และเลือกซื้อของขวัญในงาน The wOrld gift market เทศกาลของขวัญที่ใหญ่ที่สุด รวมของขวัญและร้านค้าชื่อดังกว่า 200 ร้านบนพื้นที่รวมกว่า 1,600 ตร.ม. ครั้งแรกกับ Penfolds : The first pop up flagship in Thailand ร้านไวน์ชื่อดังนำเข้าจากออสเตรเลีย การันตีด้วยรางวัลมากมาย เช่น New World Winery of the year   พิเศษเฉพาะที่ Penfolds Festive Pop-up ทุกขวดที่ซื้อคุณยังจะได้รับบริการแท็กสลักชื่อเฉพาะบุคคลได้ ทำให้ของขวัญพิเศษมากขึ้น พร้อมสนุกกับกิจกรรมของ Swatch ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขให้กับลูกค้าทุกท่านด้วยตู้ SNAP Photo Booth สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก #SwatchPeanuts ในงาน The World Gift Market ชั้น1 โซน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันนี้ – 31 ธ.ค. 64 (โปรดตรวจสอบเงื่อนไขได้ที่ร้าน Swatch) และชวนทุกคนร่วมส่งต่อความสุขผ่านกิจกรรม CSR ร่วมกับนิ่ม เอ็กซ์เพรสด้วยการซื้อของขวัญในงานส่งต่อให้กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด เพื่อส่งต่อความสุข และกำลังใจ

เรื่องกินก็สำคัญกับไฮไลท์ที่สาม รวมที่สุดของความอร่อย New Taste of Happiness กับร้านดังเปิดใหม่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ อาทิ Co-Unlimited, Meat Labo, Santouka Ramen, Tajimaya Shabu, Tonkatsu Wako, Victoria by Cocotte, Phoenix Lava, UNAGI TOKU, BAKE WORKS รวมถึงเมนูของหวานสุดพิเศษจากร้านอาหารที่เซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น อาทิ A Christmas Prince จาก Pacamara, Mashmallow Bomb จาก Peak Chocolate, Citrus Mascarpone จาก Ampersand และอีกหลากหลายเมนูจากร้าน Paul Bakery, Pennii Popcorn, Chubby Dough, Le Tao, Yomies Rice x Yogurt

บรรยากาศเทศกาลแห่งความสุขแบบนี้พบกับ ที่สุดของ Christmas Happening  และ Happiness Celebration Activities  ต่อเนื่องถึงสิ้นปี อาทิ ขบวนพาเหรด Troop of light สุดยิ่งใหญ่ กับเหล่า Mascot, ร่วมถ่ายรูปกับ New Normal Santa Clause Live ShOw, การแสดง “The Christmas Caroling” โดยคณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู (Suanplu Chorus) และการแสดงจากน้องๆ ที่จะมาขับกล่อมผ่านเสียงเพลงจากสถาบันและโรงเรียนชั้นนำ, ชมเทศกาลดนตรี centralwOrld Music Heals 2021 : Youth Collaboration ขนทัพศิลปิน New Gen ที่มียอด Music streaming สูงสุด อาทิ JAYLERR x Ice Paris, PP Krit, Billkin, TRINITY และ ส้ม-มารี ร้องเพลงออร์เคสตราร่วมกับวง Thailand Philharmonic Orchestra โดยวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล, Keep Dreaming โชว์พิเศษปลาวาฬยักษ์แบบ 3 มิติทะลุจอ the panOramix จอ Digital Interactive ที่ใหญ่ที่สุดในโลก, Forwarding Happiness Show ส่องประกายความสุขผ่านจอ the panOramix ในธีม Shine Together ส่งมอบ Positive Energies ผ่าน Character ทั้ง 8 ได้แก่ Kind Harmony Hope Joy Wisdom Wonder Love และ Bliss สุดพิเศษเฉพาะปีนี้เท่านั้น สนุกตื่นตากับการแสดง Digital Art & Multimedia Exhibition ที่ House of illumination ชั้น 8 central @  centralwOrld  พร้อมชม Vertical Art Exhibition จากศิลปิน Sundae kids ในคอนเซปท์ “ LOVE LETTER TO BANGKOK  เรื่องราวแนวคิดการดำเนินชีวิต แบบ positive ผลงานจัดแสดง ที่ชั้น 1-5 โซน I (โซนไอ) ตั้งแต่วันนี้ – มีนาคม 2565

ไฮไลท์นี้ไม่ควรพลาด เตรียมนับถอยหลังกับโซนใหม่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เร็วๆ นี้  โซน “hug thai”  เสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย ที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ที่คอยต้อนรับทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน เดสติเนชั่นใหม่ที่รวมวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยในแบบร่วมสมัย ชวนทุกคนมาสัมผัสเสน่ห์ความเป็นไทยใจกลางเมือง รวมร้านอาหารสตรีทฟู้ดส์ชื่อดัง, จริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต จำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร พืช ผัก ผลไม้ ผลิตผลแปรรูปทางการเกษตรจากทั่วทุกภาค,  Bangkok Farmers’ Market ตลาดสินค้าสุขภาพและสินค้าออร์แกนิก อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สินค้าอุปโภคแบบออร์แกนิก รวมไปถึงโซนจำหน่ายผลิตภัณฑ์สปา และเครื่องหอม

ไฮไลท์สำหรับคนมีสไตล์กับที่สุดของความมีสไตล์ New Stylish Happiness  ชวนสัมผัส H&M HOME คอนเซ็ปต์สโตร์แห่งแรกของประเทศไทย  จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของการตกแต่งภายในและไลฟ์สไตล์, ครั้งแรกใน South East Asia กับ The North Face New Concept Store พบคอลเล็คชั่นสุดพิเศษ The North Face Urban Exploration ที่วางจำหน่ายครั้งแรกในไทย,  สายสปอร์ต ห้ามพลาดกับ Energy Space (เครือ Rev Edition) Sport Multi-brand หลากไอเทมหลายสไตล์ที่สายสปอร์ตต้องมี

และไฮไลท์สำคัญรวมโปรโมชั่นที่ดีที่สุดส่งท้ายปี และสิทธิพิเศษเฉพาะผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ดที่เซ็นทรัลเวิลด์ (และเป็นสมาชิก The 1) เฉพาะ 10 ท่านแรกที่มียอดใช้จ่ายสะสมตลอดแคมเปญสูงสุด ขั้นต่ำ 300,000.- ขึ้นไป รับฟรี iPhone13 128GB มูลค่า 29,900 บาท  และรับฟรีบัตรกำนัลที่พักสุดหรูจากเครือ Sala, Hilton, Intercontinental, So Sofitel มูลค่าสูงสุด 20,000.-* สำหรับ 50 ท่านแรกที่มียอดใช้จ่ายสะสมตลอดแคมเปญสูงสุด ขั้นต่ำ 100,000.- ขึ้นไป ส่งท้ายความสุขปลายปีกับแคมเปญ Happy Everyday Tap &  Go with Mastercard เปย์ความสุข สนุกครบทุกไลฟ์สไตล์ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรมาสเตอร์การ์ดในเซ็นทรัลเวิลด์ รับฟรี! เครื่องดื่ม หรือ Cash Voucher จากร้านค้าแฟชั่นที่ร่วมรายการ 

รวมความสุขไปกับทุก Happiness Moment ส่งท้ายปีมีได้ทุกวัน ภายใต้การคุมเข้มมาตรการความสะอาดปลอดภัยขั้นสูงสุด เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้าตลอดการมาใช้บริการที่ศูนย์การค้า ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Central World สัมผัสประสบการณ์ดีๆกับแคมเปญ Forwarding Happiness 2022 เราเชื่อว่า ความสุข..ขับเคลื่อนให้ทุกชีวิตยังคงก้าวเดินต่อไป มาส่งต่อพลังความสุข ไม่มีวันสิ้นสุด ได้ตั้งแต่วันนี้ – 5 มกราคม 2565 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

Bangkok Illumination 2021 ปรากฏการณ์ความสุขสุดตระการตา ณ โค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/670904

วันที่ 18 ธ.ค. 2564 เวลา 10:55 น.Bangkok Illumination 2021 ปรากฏการณ์ความสุขสุดตระการตา ณ โค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยที่สุดเตรียมกล้องให้พร้อม! พร๊อพให้เพียบ! เก็บภาพความประทับใจกับเทศกาลไฟประดับ “Bangkok Illumination 2021” มหัศจรรย์ความสุขรับปีใหม่ ณ ไอคอนสยาม วันนี้-5 ม.ค. 2565

กลับมาพร้อมความพิเศษอีกครั้งกับเทศกาลมหัศจรรย์แห่งความสุขครั้งยิ่งใหญ่ Bangkok Illumination 2021 At ICONSIAM โดยไอคอนสยาม แลนด์มาร์คระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชวนทุกคนมาร่วมถ่ายภาพบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของ Festive  ช่วงเวลาแห่งความสุขที่เต็มไปด้วยสีสันและแสงสีของไฟประดับ ตระการตากับมหัศจรรย์ประดับประดาแสงไฟและต้นคริสตมาสต์  ซึ่งมีความโดดเด่นในการออกแบบผ่านแรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่เป็นอัตลักษณ์ของไทยจากสถาปัตยกรรมของพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร นำมาผสมผสานลวดลายไทยมาไว้บนต้นคริสต์มาสที่ริมน้ำพระเจ้ายาประดับตกแต่งไฟสวยงาม เฉิดฉายโดดเด่นสูงตระหง่านกว่า 22 เมตร  ณ  ริเวอร์ พาร์ค ภายใต้คอนเซ็ปต์ Endless Celebration

เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุขให้แก่ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ ตอกย้ำความเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกที่รวมจุดหมายปลายทางที่รวมสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและสิ่งที่ดีที่สุดของโลกเข้าไว้ด้วยกันในที่เดียวได้อย่างแท้จริง และยังเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความสุขให้กับชุมชนและสังคมเขตพื้นที่เขตคลองสานและชุมชนใกล้เคียง ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาสายประวัติศาสตร์กลายเป็น Global Destination จุดหมายปลายทางที่ทุกคนทั่วโลกต้องมาเยือน ตั้งแต่วันนี้-วันที่  5 มกราคม 2564 ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร 

พร้อมตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น กับสุดยอดฟิกเกอร์เรืองแสง ‘Fantastic Planet’ 2 หุ่นยักษ์ ที่ตั้งตระหง่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ริเวอร์ พาร์ค ถ่ายภาพกับหุ่นเรืองแสงขนาดยักษ์ สูงกว่า 7 เมตร จำนวน 2 ตัว   ‘Fantastic Planet’ ออกแบบโดยศิลปินทัศนศิลป์จากออสเตรเลีย “Amanda Parer” โดยได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างหุ่นเรืองแสงยักษ์นี้มาจากภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Planet ของเช็ก/ ฝรั่งเศส ในปี 1973 ภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์แนวสต็อปโมชั่นกำกับโดย René Laloux ที่ถ่ายทอดเรื่องราวอนาคตอันไกลโพ้นในโลกแห่งมนุษย์ขนาดมหึมา ซึ่งทุกคนจะได้พบกับ สองหุ่นเรืองแสงยักษ์ขนาดมหึมา อวดโฉมอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

นอกจากนี้  ยังมี World Class Installation Art  สุดยอดประติมากรรมระดับโลกสร้างสรรค์โดย “SOFTlab” ศิลปินระดับโลกชาวนิวยอร์ก กับผลงานชื่อ “Infinity Forest”  (อินฟินิตี้-ฟอเรส)  ประติมากรรมกลุ่มแท่งไฟเรืองแสง interactive ตั้งเด่นบนนภาลัย เทอร์เรซ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ส่องแสงสวยงามยามค่ำคืนให้ได้ถ่ายภาพอีกด้วย    ส่งท้ายความสุขด้วยการรับชม The ICONIC Multimedia Water Feature การแสดงระบำสายน้ำบนน้ำพุที่มีระยะทางยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความยาว 400 เมตร จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง และมัลติมีเดีย เปิดให้ชมได้ฟรี! โดยสามารถเข้าชมการแสดงน้ำพุได้  ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดีแสดงวันละ 1 รอบ เวลา 18.30 น.  และวันศุกร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ แสดงวันละ 2 รอบ เวลา 18.30น. และ 20.00 น.

ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี และมาถ่ายรูปสวยๆกับเทศกาลประดับไฟตกแต่งอิลลูมิเนชั่นริมสายน้ำเจ้าพระยา “Bangkok Illumination 2021 At ICONSIAM”  ได้แล้ว  ตั้งแต่วันนี้-5 มกราคม 2565 ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร

รวม 6 ร้านคว้ารางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ ครั้งแรก ประจำปี 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/670901

วันที่ 18 ธ.ค. 2564 เวลา 10:30 น.รวม 6 ร้านคว้ารางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ ครั้งแรก ประจำปี 2565เปิดตัวคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2565 คัดร้านติดอันดับ ‘1 ดาวมิชลิน’ ครั้งแรก 6 …ทุกร้านอยู่ในกรุงเทพ!!

ในงานเปิดตัวคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา 2565’ (The MICHELIN Guide Bangkok, Phra Nakhon Si Ayutthaya, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2022) ซึ่งเป็นคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับที่ 5 ของประเทศไทย มิชลินได้ประกาศรายชื่อร้านอาหารที่คว้ารางวัล ‘ดาวมิชลิน’ (MICHELIN Star), รางวัล “ดาวมิชลินรักษ์โลก” (MICHELIN Green Star), รางวัล MICHELIN Guide Young Chef Award และรางวัล MICHELIN Guide Service Award  โดยคู่มือฉบับล่าสุดนี้บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 361 แห่ง เป็นร้านที่ได้รับรางวัล ‘2 ดาวมิชลิน’ จำนวน 6 ร้าน (ทุกร้านเป็นร้านที่รักษาสถานะ 2 ดาวมิชลินเอาไว้ได้), รางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ จำนวน 26 ร้าน, รางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน 133 ร้าน และร้านแนะนำอื่น ๆ อีก 196 ร้าน  โดยมีร้านติดอันดับครั้งแรกคว้ารางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ จำนวน 6 ร้าน (ทุกร้านอยู่ในกรุงเทพฯ) และรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน 33 ร้าน ทั้งยังมีร้านติดโผร้านแนะนำในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นครั้งแรกอีกถึง 51 ร้าน

โดยรางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ มีร้านอาหารที่ติดอันดับครั้งแรก 6 ร้าน ซึ่งทุกร้านอยู่ในกรุงเทพฯ ได้แก่ 

อักษร ร้านอาหารไทยที่นำเสนอเมนูอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำราอาหารไทยยุคปี พ.ศ. 2480-2515 ซึ่งรวมถึงเมนูเด่นที่หารับประทานที่อื่นไม่ได้ เช่น ขนมครกหน้าหมูเค็ม และหลนเต้าหู้ยี้เสิร์ฟกับใบมะตูมแขกและใบมะกอก

Côte by Mauro Colagreco ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่นำเสนอตำรับอาหารร่วมสมัยซึ่งได้รับอิทธิพลจากอาหารประจำถิ่นเฟรนช์ริเวียรา ทั้งในเมนูเซ็ตอาหารกลางวัน, เมนูอาหารแบบเลือกสั่ง หรือ “อะลาคาร์ท” (À La Carte) และเมนูมื้อเย็นที่เชฟเป็นผู้เลือกให้กับลูกค้า หรือ “คาร์ท บล็องช์” (Carte Blanche) แบบ 9 คอร์ส

Gaa ร้านอาหารสไตล์นวัตกรรมซึ่งนำเสนอจานเด็ดอินเดียต้นตำรับที่ปรุงด้วยเทคนิคใหม่ ๆ และจัดแต่งอย่างทันสมัย รวมทั้งอาหารชุดแบบ Tasting Menu ที่ยกขบวนสตรีตฟู้ดอินเดียซึ่งปรับโฉมใหม่ให้ลงตัวทั้งกลิ่นรสและเนื้อสัมผัสมาให้ลิ้มรส 

IGNIV ร้านอาหารยุโรปร่วมสมัยที่นำเสนออาหารยุโรปสมัยใหม่ในรูปแบบแชร์ริ่ง (Sharing)  อาหารขึ้นชื่อ คือ นักเก็ตไก่ที่กรอบนอกแต่ด้านในชุ่มฉ่ำ ซึ่งเสิร์ฟมาพร้อมซอสบาร์บีคิวสูตรพิเศษของร้าน

Savelberg [ถือเป็นร้านติดอันดับครั้งแรกเนื่องจากย้ายสถานที่ตั้งใหม่] ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่นำเสนอเมนู “อะลาคาร์ท” (À La Carte) และเซ็ตเมนูที่รังสรรค์ด้วยวัตถุดิบชั้นดีจากหลากหลายประเทศและปรุงด้วยฝีมืออย่างพิถีพิถัน

Yu Ting Yuan ร้านอาหารจีนกวางตุ้งซึ่งนำเสนออาหารที่สะท้อนศิลปะความเชี่ยวชาญในการปรุงเป็นอย่างดี เมนูที่ไม่ควรพลาดคือเป็ดปักกิ่งหนังกรอบ และติ่มซำรสเยี่ยม

นอกจากนี้ ยังมีร้านใหม่ติดโผร้านแนะนำในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นครั้งแรกอีก 51 ร้าน

นอกจากร้านอาหารที่ได้รับรางวัล ‘ดาวมิชลิน’, ‘บิบ กูร์มองด์’ และ ‘ดาวมิชลินรักษ์โลก’ แล้ว คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2565 ยังแนะนำร้านอาหารคุณภาพดีที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่และปรุงอย่างพิถีพิถัน ไว้ในเล่มอีก 196 ร้าน ในจำนวนนี้อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 91 ร้าน, อยุธยา 16 ร้าน, เชียงใหม่ 37 ร้าน, ภูเก็ตและพังงา 52 ร้าน 

โดยมีร้านติดอันดับครั้งแรก 51 ร้าน (กรุงเทพฯ และปริมณฑล 15 ร้าน, อยุธยา 16 ร้าน, เชียงใหม่ 5 ร้าน, ภูเก็ตและพังงา 15 ร้าน) อาทิ บ้านสุริยาศัย [กรุงเทพฯ] ร้านอาหารที่ปรุงอาหารทุกจานอย่างละเมียดละไมตามแบบชาววังและตำรับโบราณที่ส่งต่อกันมาในครอบครัว เช่น ไข่พะโล้ไทยตานี และผัดพริกขิงตามเสด็จฯ แปลง, ก๋วยเตี๋ยวผักหวาน [อยุธยา] ร้านแรกและร้านเดียวในอยุธยาที่เลือกใช้ ‘ผักหวาน’ เป็นวัตถุดิบหลัก เมนูเน้นไปที่อาหารไทยยอดนิยม แต่การมีผักหวานอยู่ในทุกจานทำให้รสชาติและเนื้อสัมผัสแตกต่างไปจากที่คุ้นเคย, แยงซีเกียง [เชียงใหม่] ร้านอาหารจีนราคามิตรภาพในบ้านสไตล์ล้านนาประยุกต์ อาหารจีนที่นี่ใช้วัตถุดิบสดสะอาด เมนูเด่นประจำร้านคือเกี๊ยวหอยเชลล์นึ่งกับเห็ดทรัฟเฟิลรสละมุน, จุมโพ่ [พังงา] ร้านอาหารที่นำเสนออาหารสไตล์เปอรานากันแบบตะกั่วป่าแท้ๆ เช่น “จอแร้ง” หรือแกงกะทิกุ้งสดหอมกลิ่นสมุนไพร, น้ำชุบหยำกุ้งสด และปลาเจี๋ยนรสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม 

ผู้สนใจสามารถคลิกดูรายชื่อและข้อมูลร้านอาหารทั้งหมดที่ได้รับคัดสรรและจัดอันดับอยู่ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา’ ประจำปี 2565 (The MICHELIN Guide Bangkok, Phra Nakhon Si Ayutthaya, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2022) ซึ่งจัดทำเป็น 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้ทางเว็บไซต์ https://guide.michelin.com/th/th สำหรับคู่มือแบบรูปเล่มจะเริ่มวางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ในราคาเล่มละ 650 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์  2565 เป็นต้นไป

คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ได้ทางเว็บไซต์: guide.michelin หรือติดตามข่าวสารล่าสุดของ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา 2565’ ได้ทางเฟซบุ๊ก: MichelinGuideThailand

‘มหานคร อีทเทอรี่’ แหล่งแฮงค์เอาท์ใหม่ใจกลางเมือง Eat. Meet. Joy. สั่งครบ จบ และจ่ายในที่เดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/670850

วันที่ 17 ธ.ค. 2564 เวลา 13:45 น.'มหานคร อีทเทอรี่' แหล่งแฮงค์เอาท์ใหม่ใจกลางเมือง Eat. Meet. Joy. สั่งครบ จบ และจ่ายในที่เดียวเปิดโลกประสบการณ์แห่งอาหารใหม่ล่าสุดกับ ‘มหานคร อีทเทอรี่ (MAHANAKHON EATERY)’ สถานที่แฮงค์เอาท์ใหม่ในคอนเซ็ปต์ Cross-Kitchen Dining กินดื่มตามใจไปกับ 7 ร้าน 7 สไตล์ ครบทั้งร้านอาหารและคาเฟ่พรีเมียม

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์ ปักหมุดแหล่งแฮงค์เอาท์แห่งใหม่ใจกลางเมืองย่านสาทร-สีลม โดยคิง เพาเวอร์ มหานคร แลนด์มาร์คของกรุงเทพฯ ต่อยอดการเป็นจุดหมายปลายทางด้านแรงบันดาลใจและไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลกด้วยการเปิด มหานคร อีทเทอรี่ (MAHANAKHON EATERY) ครั้งแรกของการรวม 7 ร้าน (6 ร้านอาหาร และ 1 คาเฟ่สุดฮิป) ในบรรยากาศอันหลากหลายให้มาอยู่รวมกันได้อย่างลงตัวในสโลแกน Eat. Meet. Joy. เพื่อมอบประสบการณ์กูร์เมต์แบบใหม่ภายใต้แนวคิด Cross-Kitchen Dining เพิ่มความสะดวกสบายในการเลือกอาหารและเครื่องดื่มครอสได้จากทั้ง 7 ร้าน ไม่ว่าจะนั่งอยู่ในโซนใด เรียกได้ว่า “สั่งครบ จบ และจ่ายในที่เดียว” อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางด้านอาหาร (Gastronomic Destination) ที่ห้ามพลาดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิตในเมือง และพบกับเมนูอาหารที่รังสรรค์ขึ้นใหม่เฉพาะสำหรับมหานคร อีทเทอรี่

สำหรับมหานคร อีทเทอรี่ นำเสนอสุนทรียภาพในการรับประทานอาหารไว้อย่างเหนือระดับ ด้วยพื้นที่ร้านกว่า 700 ตารางเมตร กว่า 200 ที่นั่ง จำนวน 2 ชั้น ชั้นล่างและชั้นลอย โดยรวมตกแต่งสไตล์โมเดิร์นชิคที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวตนของมหานคร อีทเทอรี่ และคนเมืองยุคใหม่ได้อย่างมีเสน่ห์ เน้นพื้นที่การใช้ประโยชน์ และแฝงไว้ด้วยเรียบโก้นำสมัย ผสมผสานเทคนิคการจัดวางโซนร้าน และที่นั่งที่ตอบโจทย์การ Gathering ในบรรยากาศสบายๆแต่มีเอกลักษณ์ในแบบฉบับเฉพาะของแต่ละร้าน

Other cafe The Cloud (160 บาท) The CUBE (160 บาท)

เริ่มกันที่ร้านแรก ออเทอร์ คาเฟ่ Café Community สไตล์มินิมอลที่เข้าใจและใส่ใจในรสสัมผัสของกาแฟจากทั่วทุกมุมโลก ประหนึ่งผู้ช่วยที่จะทำให้เรื่องกาแฟที่ซับซ้อนสามารถเข้าใจและเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ด้วยความเป็น Coffee Specialty เราจะได้ค้นพบรสชาติและตัวตนในแบบของตัวเอง  แลด้วยการตระหนักถึงเรื่องความยั่งยืน จึงได้ออกแบบตกแต่งและใช้อุปกรณ์ภายในร้านที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของธรรมชาติ เมนูแนะนำ ได้แก่ The Cloud และ The CUBE

ICI Chilli Crab (450 บาท)

อีซี่ ICI ร้านขนมหวานและเบเกอรี่ โดยเชฟเปเปอร์-อริสรา จงพาณิชกุล เชฟขนมหวานชื่อดังของไทยที่พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสให้ออกมาดูน่ารักและสนุกสนาน สามารถเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน สมกับชื่อร้าน ICI ที่ออกเสียงว่า “อีซี่” ในภาษาอังกฤษ และมีความหมายว่า ‘ที่นี่’ ในภาษาฝรั่งเศส โดยเชฟตั้งใจถ่ายทอดผลงานออกมาด้วยหัวใจ ผ่านความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคพิเศษต่างๆ เพื่อให้ทุกเมนูงดงามทั้งหน้าตา และรสชาติอร่อย เสมือนดั่งงานศิลปะร่วมสมัยที่สามารถรับประทานได้ เมนูแนะนำ ได้แก่ Chilli Crab และ My Cheese

Rib-Eye Khao-jee E-Sarn (1,150 บาท)
Salmon Confit in Snow Ocean (450 บาท)
Meat & Spice Style Pork Balls (250 บาท)

มีทแอนด์สไปซ์ บาย อนาเธอร์ ฮาวด์ คาเฟ่ แบรนด์น้องใหม่ในคอนเซ็ปต์เวสเทิร์นไทยทวิสต์ ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างอาหารตะวันตกเข้ากับความเผ็ดร้อนในแบบไทย จนออกมาเป็นเมนูสุดโมเดิร์นรสชาติจัดจ้านในแบบฉบับของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็น สปาเก็ตตี ช่า ช่า ช่า สปาเก็ตตีพอร์คบอลแบบไทย หรือเมนูชื่อดังของเกรย์ฮาวด์อย่างปีกไก่แดดเดียวชุบน้ำปลาทอด รวมถึงเมนูอื่นๆ อีกมากมายที่จะถูก recreate ในรูปแบบใหม่ที่แตกต่าง และเติมเต็มอรรถรสให้กับมื้ออาหารสุดพิเศษ เมนูแนะนำ ได้แก่ Rib-Eye Khaojee E-Sarn และ Salmon Confit in Snow Ocean

Deluxe Selection of 4 cheeses (695 บาท)
Deluxe Selection of 5 cold cut (695 บาท)

เอวรีล กูร์เมต์ แอนด์ บอร์ดิเยร์ ซีเล็กชั่น ศูนย์รวมวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียมจากแหล่งผลิตชั้นยอดในประเทศฝรั่งเศส และยุโรป มีประสบการณ์ในธุรกิจอาหารมาอย่างยาวนาน และได้รับความไว้วางใจจากร้านอาหาร และโรงแรมชั้นนำในประเทศไทยให้เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบคุณภาพสูงจากแหล่งผลิต อาทิ ไส้กรอก แฮม เนื้อสัตว์ น้ำมันมะกอก แยม และเลอ เบอร์ บอร์ดิเยร์ (Le Beurre Bordier) เนยชื่อดังระดับโลกจากแคว้นบริตตานี ประเทศฝรั่งเศส เมนูยอดฮิต ได้แก่ แซนด์วิช และโคลด์คัตต่างๆ เมนูแนะนำ ได้แก่ Quenelles with Lobster Sauce Nantua & Rice Pilaf และ Pate en croute with foie gras

Fresh oysters (780 บาท)
Fried Oysters หอยนางรมชุบแป้งทอด (520 บาท)

เอล มาร์ ชื่อร้านที่แปลว่า “ทะเล” ในภาษาสเปน นำเสนอซีฟู้ดแอนด์ไพรม์กริลที่มาในคอนเซ็ปต์สบายๆ สไตล์บิสโทรแบบฝรั่งเศส เรียบง่าย ดูสะอาดตา โดยจำลองบรรยากาศของอู่ต่อเรือเก่าในหมู่บ้านชาวประมง นำเสนออาหารทะเลเกรดพรีเมียมสดใหม่จากทั่วโลก อาทิ หอยนางรมสด หอยแมลงภู่ กุ้ง ล็อบสเตอร์ และอาหารทานเล่นขนาดพอดีคำชนิดต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีเมนู Prime Cut Steak เสิร์ฟในสไตล์โมเดิร์น ยูโรเปียน ที่ย่างบนเตาพิเศษ Josper Charcoal ที่กักเก็บความฉ่ำของอาหารได้เป็นอย่างดี เพิ่มลูกเล่นและความสนุกให้ผู้ที่มาเยือนด้วย Open-Kitchen ที่สามารถชมกรรมวิธีการปรุงจากเชฟผ่านครัวเปิดอย่างใกล้ชิด เมนูแนะนำ ได้แก่  Josper Grilled Australian Black Onyx 270 Day Wagyu Hanger Steak Served with Chimmicurri  และ Chilled Seafood Platter

Italian style whole roasted organic chicken / (Half 490 บาท)
Pizza Black Truffle – Pizza Porchetta Romana

อิซาเบลล่า อิตาเลี่ยน โรติสเซอรี บาย อันเดรีย ร้านอาหารอิตาเลียนแห่งใหม่ของเชฟอันเดรีย โบนิฟาโช เจ้าของร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังของเมืองหัวหิน “อันเดรีย อิตาเลียน เรสเตอร์รองท์ แอนด์ กริลล์” ที่ครั้งนี้มาในคอนเซ็ปต์ของ Hot Table หรือ Tavola Calda ในภาษาอิตาเลียนกับอาหารสูตรต้นตำรับขึ้นชื่อทั้งพิซซ่าและโฮมเมดพาสต้าโดยเชฟอันเดรียให้ความสำคัญในการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพในการประกอบอาหารเพื่อให้ลูกค้าได้อิ่มเอมไปกับรสชาติตามแบบฉบับอาหารอิตาเลี่ยนสูตรดั้งเดิม เมนูแนะนำ ได้แก่ Italian Style Whole Roasted Organic Chicken และ Spaghetti Hua Hin Rock Lobster

ปิดท้ายด้วยร้านลับอย่าง เมซอง ดู เเวงน์  ไวน์เลาจน์สาขาใหม่ล่าสุดโดยเดอะ ไวน์ เมอร์ชานส์ ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายและนำเข้าไวน์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชั้นนำมากมาย กับครั้งแรกของการเนรมิต Wine Bar อย่างมีเอกลักษณ์ในสไตล์ของโรงบ่มไวน์ฝรั่งเศส พร้อมด้วยที่นั่งที่แฝงความโก้ แต่ให้ความรู้สึกสบายๆ เพื่อมอบประสบการณ์ในการดื่มไวน์ที่ดีที่สุดให้กับผู้มาเยือน เม ซอง ดู แวงน์ ได้คัดสรรไวน์ชั้นเลิศจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งฝรั่งเศส อิตาลี อเมริกา นิวซีแลนด์ ออสเตรีเลีย เป็นต้น รวมถึงไวน์หายากจากกว่า 100  ไวน์เนอรีชั้นนำโดยภายในร้านโดยมีซอมเมอลิเยร์ที่มีประสบการณ์คอยให้คำแนะนำ

ตามไปสัมผัสสุนทรียภาพในการรับประทานอาหารกันได้แล้ววันนี้ ณ ‘มหานคร อีทเทอรี่ (MAHANAKHON EATERY)’ ชั้น G อาคารมหานคร คิวบ์ เปิดให้บริการทุกวัน ระหว่างเวลา 07:00 – 22:00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 677 8721  อีเมล  contact.cube@kingpower.com ติดตามข่าวสาร กิจกรรม และโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ได้ที่เฟซบุ๊ก King Power Mahanakhon Instagram: kingpowermahanakhon

#MahanakhonEatery #CrossKitchenDining #EatMeetJoy #KingPowerMahanakhon #MahanakhonCUBE

จุดเช็คอินสุดเก๋ พร้อมดินสุดเนอร์หรูในค่ำคืนนับถอยหลังเริ่มต้นปีใหม่ ณ ห้องอาหารเรดสกาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/670745

วันที่ 16 ธ.ค. 2564 เวลา 09:30 น.จุดเช็คอินสุดเก๋ พร้อมดินสุดเนอร์หรูในค่ำคืนนับถอยหลังเริ่มต้นปีใหม่ ณ ห้องอาหารเรดสกายร่วมเฉลิมฉลองเข้าสู่ปี 2565 ในค่ำคืนอันสุดแสนพิเศษ ที่ห้องอาหารเรดสกาย โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมสนุกสุดเหวี่ยงไปกับบรรยากาศแห่งความสุข ความรื่นเริงรับปีเสือ

บรรยากาศแห่งความสุขแวะเวียนมาทักทายคุณอีกครั้ง ร่วมเฉลิมฉลองเข้าสู่ปี 2565 ในค่ำคืนอันสุดแสนพิเศษ ที่ห้องอาหารเรดสกาย โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมนับถอยหลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่ พร้อมสนุกสุดเหวี่ยงไปกับบรรยากาศแห่งความสุข ความรื่นเริงกับช่วงเวลาที่หน้าจดจำ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อย่างเต็มอิ่ม ในค่ำคืนวันศุกร์ ที่ 31 ธันวาคม 2564

ร่วมยกระดับค่ำคืนที่แสนพิเศษ ช่วงเวลาแห่งความสุขในค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ให้คุณพร้อมครอบครัวและคนที่คุณรัก ได้สัมผัสกับมื้อพิเศษ กาล่าดินเนอร์อาหารสุดหรู 8 คอร์ส ท่ามกลางบรรยากาศวิวใจกลางมหานครสุดตระการตาแบบ 360 องศา อันแสนโรแมนติก เชฟเนรมิตเมนูความอร่อย ตั้งแต่คอร์สแรกจนถึงคอร์สสุดท้าย ทั้งการผสมผสานเทคนิคที่แตกต่างกันในแต่ละจาน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารผ่านเมนู โดยใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียม นำเข้าจากทั่วทุกมุมโลกทำให้ออกมาเป็นเมนูสุดหรูในค่ำคืนเฉลิมฉลอง พร้อมเพลิดเพลินบันเทิงมากมาย ตื่นตาตื่นใจชมพลุ การแสดงดอกไม้ไฟอันตระการตา

เริ่มต้นมื้ออาหารสุดหรูทุกจานด้วยแรงบันดาลใจจากการทำงานร่วมกันของเชฟแอนเดรีย และเชฟคริสเตียน ในอดีตกับเชฟมิชลินระดับ 3 ดาว ทั้งที่ผ่านมาและในปัจจุบัน เริ่มต้นที่ อามูส บุช อาหารเรียกน้ำย่อย คาเวียร์ครีมดอกกะหล่ำเสิร์ฟมาบนเยลลี่ล็อบสเตอร์กับเบลูก้าคาเวียร์รัสเซีย ต่อด้วย ฟัวกราส์ทอดเสิร์ฟมากับแอปเปิ้ลเรเนตต้าคาราเมลและน้ำส้มรีดักชั่น และ ล็อบสเตอร์เสิร์ฟมาพร้อมกับขิงราดด้วยซอสไวน์ขาว อีกทั้ง ทรัฟเฟิลพาสต้าฟลากอตเทลลี่เสิร์ฟมาพร้อมกับพาร์เมซานซอสไข่ซาบายอนและทรัฟเฟิลขาวอัลบา ก่อนเข้าสู่ความอร่อยในเมนูจากหลักล้างปากด้วย แชมเปญเชอร์เบท ต่อด้วยความอร่อยอาหารจานหลักด้วย ปลาเทอร์บอทและปลาไหลรมควันในกะหล่ำปลีซาวอยราดด้วยซอสฮอสแรดิช และ เนื้อวากิวโอมิ A5 ราดด้วยซอสหลากสไตล์ ก่อนปิดท้ายความอร่อยขึ้นด้วย ช็อกโกแลตนมราดด้วยซอสราสเบอรี่

กาล่าดินเนอร์ 8 คอร์ส ในราคา 11,999 บาท++ต่อท่าน (สำหรับดินเนอร์เอาท์ดอร์) และราคา 9,999 บาท++ต่อท่าน (สำหรับดินเนอร์อินดอร์) พร้อมรับฟรีแชมเปญ จี เอช มุม แกรนด์ กอร์ดอง 1 ขวด ต่อคู่ ตั้งแต่เวลา 19.00 น.

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ โทร. 0 2100 6255 หรือ อีเมล: diningcgcw@chr.co.th

ติดตามข่าวสารของห้องอาหารเรดสกายได้ที่ เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com/redsky

เฟซบุ๊ก : Red Sky Bangkok อินสตาแกรม: Redskybkk_centara

Soneva Soul เวลเนสใหม่ที่เชื่อมใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณเป็นหนึ่งเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/670743

วันที่ 16 ธ.ค. 2564 เวลา 09:05 น.Soneva Soul เวลเนสใหม่ที่เชื่อมใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณเป็นหนึ่งเดียวโซเนวา เปิดตัว “โซเนวา โซล” (Soneva Soul) เวลเนสใหม่ล่าสุด ที่เชื่อมใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณเป็นหนึ่งเดียว นวัตกรรมล้ำสมัยถูกนำมาผนวกกับภูมิปัญญาการรักษาแผนโบราณที่ถ่ายทอดกันมานับพันปี เพื่อประสบการณ์ด้านสุขภาพที่ดีขึ้นของแต่ละบุคคล

โซเนวา ผู้ดำเนินกิจการรีสอร์ตหรูชั้นนำ ได้ประกาศเปิดตัว “โซเนวา โซล” (Soneva Soul) ซึ่งเป็นแบรนด์สุขภาพแนวใหม่ที่ผสมผสานการรักษาแบบแผนโบราณที่เกิดขึ้นมายาวนานนับพันปี ผนวกเข้ากับวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่เพื่อเชื่อมใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณเป็นหนึ่งเดียวกัน

แนวคิดด้านการเปลี่ยนแปลงสุขภาพที่ไม่เหมือนใครนี้ เกิดขึ้นจากประสบการณ์ของโซเนวาที่อยู่ระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมการบริการที่หรูหราและมีสุขภาวะที่ดีกว่า 26 ปี ที่ผ่านมา ด้วยความรู้และความเชี่ยวชาญที่สะสมไว้ตลอดการเดินทางอันยาวนานนี้ ทำให้ โซเนวา สามารถนำเสนอบริการด้านสุขภาพที่ไม่เหมือนใครในสภาพแวดล้อมอันเป็นเลิศ ด้วยนวัตกรรมการบำบัด การรักษาความสมดุลและดูแลสุขภาพที่ทันสมัยที่สุด

“แนวคิดเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของทุกสิ่งที่เราทำที่โซเนวา: ความยั่งยืน, ปรัชญาเท้าเปล่าที่จะนำผู้เข้าพักของเรากลับมาเชื่อมโยง สัมผัสกับโลกอีกครั้ง, ในสถานที่ธรรมชาติอันสมบูรณ์, อาหารเพื่อสุขภาพแสนอร่อย และประสบการณ์เปลี่ยนชีวิต ที่เรามอบให้กับผู้เข้าพัก” โสนุ ชิฟดาซานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งโซเนวากล่าว  “โซเนวา โซล (Soneva Soul) คือจุดสูงสุดของทุกอย่างที่เราได้เรียนรู้ นับตั้งแต่เราเปิดตัวสปาที่โซเนวา ฟูชิ ในปี พ.ศ. 2538 ซึ่งเป็นสปาในรีสอร์ตแห่งแรกในมัลดีฟส์ เช่นเดียวกันกับโซเนวา ที่โซเนวา โซล เรากำลังบุกเบิกแนวทางที่ผสมผสานสิ่งตรงกันข้ามเข้าด้วยกันเพื่อให้ผู้เข้าพักของเราได้รับการเปลี่ยนแปลงและได้รับประสบการณ์สุขภาวะที่ดีของแต่ละบุคคล”

ในการเสนอแนวทางเพื่อสุขภาพที่ดี, เพื่อความสุข ความสมหวังของผู้เข้าพักแต่ละบุคคล โซเนวา โซล จะรวมสปาทรีทเมนต์ โปรแกรมการเคลื่อนไหวของร่างกาย, การนอนหลับ, โยคะ และการทำสมาธิ รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระดับโลก และนวัตกรรม, การฟื้นฟูและบริการทางการแพทย์เข้าไว้ด้วยกัน และในอนาคตเมื่อแบรนด์เติบโตขึ้นจะมีการปรับแผนดูแลแบบบูรณาการตามหลัก ‘วิวัฒนาการเพื่อการดำเนินชีวิต’ เพื่อช่วยให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสถึงศักยภาพสูงสุดและบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพในระยะยาว

โซเนวา โซล สปาบนเกาะแห่งใหม่ที่ โซเนวา จานี่ ได้ยกระดับประสบการณ์ด้านสุขภาพของผู้เข้าพักให้เหนือกว่าทรีตเมนต์และการนวดผ่อนคลายที่ศูนย์สุขภาพหรือรีสอร์ตสปาทั่วไป ตัวอาคาร 3 ชั้นถูกเชื่อมต่อด้วยทางเดินยกสูงคดเคี้ยวท่ามกลางต้นไม้เขียวขจี ซึ่งได้รับการออกแบบให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่สวยงามทางด้านตะวันออกของเกาะได้อย่างลงตัว นอกจากสปาบนผืนน้ำแห่งเดิมที่ เดอะ แกเทอร์ริ่ง (The Gathering) แล้ว ยังมีห้องทรีตเมนต์แบบเปิดโล่ง, ห้องสวีทหรูสำหรับให้คำปรึกษา, ห้องบำบัดทางชีวภาพ, ห้องออกกำลังกายอันทันสมัย และบาร์น้ำผลไม้ อีกทั้งศาลาโยคะและที่นั่งสมาธิ ที่ตั้งอยู่สูงเหนือแนวต้นไม้ พร้อมวิว 360 องศาของทะเลสาบสีฟ้าครามของรีสอร์ต

ขณะนี้ โซเนวา โซล อยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อจะเปิดให้บริการที่โซเนวา ฟูชิ, ตั้งอยู่ในบา อะทอล ของมัลดีฟส์ ในอีกไม่กี่อาทิตย์ตามมาด้วยที่โซเนวา คีรี เกาะกูด ประเทศไทย ทั้งนี้ในระยะยาวโซเนวา จะทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีแนวคิดเดียวกันเพื่อเปิดตัวจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพที่ไม่เหมือนใครทั่วโลก โดยระหว่างนี้จนถึงต้นปี 2565 โซเนวา โซล จะจัดตั้งทีมประจำแต่ละแห่ง ซึ่งประกอบด้วย แพทย์อายุรเวท, แพทย์แผนจีน, แพทย์ด้านการแพทย์บูรณาการ และนักบำบัดที่ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี ซึ่งทีมงานจะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้านสุขภาพ การบำบัด, ฟิตเนส และจิตวิญญาณอย่างเต็มรูปแบบแวะเวียนมาจากต่างประเทศเพื่อมาสมทบตลอดปี

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของโซเนวา โซล จะพูดคุยกับผู้เข้าพักแต่ละท่านอย่างใกล้ชิดเพื่อวิเคราะห์และให้ได้โปรแกรมเพื่อสุขภาพครอบคลุมทุกด้านในชีวิต ซึ่งรวมไปถึงการพักผ่อน, ฟื้นฟู ซ่อมแซม จนถึงการล้างพิษ, การเคลื่อนไหวของร่างกาย และการเพิ่มประสิทธิภาพ ตามหลักการต่าง ๆ เช่น ความสมดุล, การดำเนินชีวิตอย่างมีสติ และการดูแลตัวเอง

ทรีตเม้นต์ต่าง ๆ ที่โซเนวา โซล ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายและความต้องการของผู้เข้าพัก โดยผสมผสานภูมิปัญญาสุขภาพแบบดั้งเดิม เช่น อายุรเวท, การแพทย์แผนจีน, สมุนไพร และเห็ดสมุนไพร ด้วยการรักษาที่ทันสมัยและการบำบัดทางชีวภาพ ซึ่งรวมถึงการทดสอบความแปรผันของอัตราการเต้นของหัวใจ, การรักษาด้วยพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP), วิตามินบำบัดทางหลอดเลือด, การบำบัดด้วยความเย็นจัด, การบำบัดด้วยโอโซน และการบำบัดด้วยออกซิเจนความกดบรรยากาศสูง โปรแกรมการดูแลสุขภาพของโซเนวา โซล แต่ละแห่งสามารถเข้ารับบริการได้ตามความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีขึ้น, การบำบัดหลังจากการเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ, ฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายหรือจิตใจ หรือเพียงเพื่อการผ่อนคลายและปรนเปรอตัวเอง 

โปรแกรมการเคลื่อนไหวร่างกายของ โซเนวา โซล ดูแลโดยผู้ฝึกสอนฟิตเนสมากประสบการณ์และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นการสร้างความสมดุลระหว่างการออกกำลังกายในยิมด้วยเทคนิคการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระตามธรรมชาติ เช่น จังเกิ้ลยิม และการออกกำลังกายในน้ำ ในส่วนของโปรแกรมการฝึกโยคะ, การควบคุมลมหายใจแบบปราณยามะ และการทำสมาธิ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ ด้วยการเรียนทั้งแบบตัวต่อตัวและแบบกลุ่มกับผู้เชี่ยวชาญโยคะประจำที่พักและผู้เชี่ยวชาญชื่อดังที่จะแวะเวียนมา และโปรแกรมการนอนหลับที่ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยจะถูกสร้างโปรแกรมให้เหมาะสมของแต่ละบุคคลเพื่อให้มีการนอนที่ดีขึ้นในระยะยาว

เยี่ยมชมเว็บไซต์: https://soneva.com/soneva-soul/

สาขาที่ 5 เปิดแล้ว! “SUSHIRO” สาขา Central Plaza WestGate ร้านซูชิแบบสายพานที่แฟนอาหารญี่ปุ่นต้องลอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/670741

วันที่ 16 ธ.ค. 2564 เวลา 08:50 น.สาขาที่ 5 เปิดแล้ว! “SUSHIRO” สาขา Central Plaza WestGate ร้านซูชิแบบสายพานที่แฟนอาหารญี่ปุ่นต้องลองเปิดสาขาใหม่ให้ชาวบางใหญ่ได้ฟิน กับ SUSHIRO ร้านซูชิชื่อดังอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น เสิร์ฟความสดรสอร่อยบนสายพาน พร้อมแคมเปญพิเศษประจำเดือนธันวาคม

ภาพ : เฉลิมภพ มีนอก

SUSHIRO ร้านซูชิชื่อดังอันดับ 1 จากประเทศญี่ปุ่น มีสาขามากถึง 600 กว่าสาขาในประเทศญี่ปุ่นและรวมไปถึงอีกหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี และไทย มีแนวคิดความตั้งใจที่จะให้บริการซูชิแบบต้นตำรับมาตรฐานแบบเดียวกันกับญี่ปุ่น ที่มาในราคาเข้าถึงได้สำหรับลูกค้าคนไทย          

สำหรับ Sushiro เป็นร้านซูชิแบบสายพานที่ลูกค้าสามารถเลือกหยิบซูชิที่อยากทานจากสายพานได้แบบสะดวกสบาย รวดเร็ว และมีความเป็นส่วนตัว โดยราคาเริ่มต้นที่จานละ 40 บาท มีซูชิให้เลือกทานกว่า 100 ชนิด นอกจากนี้ ยังมีเมนูอื่นๆ อาทิ ราเมง อุด้ง ไข่ตุ๋น สลัดกุ้ง ยำแซลมอน มีของทอดมากมายทั้งไก่คาราอาเกะ กุ้งเทมปุระ ไปจนถึของหวานที่พร้อมมาเสิร์ฟให้อิ่มอร่อยกัน และหากเมนูที่ต้องการทานยังไม่มาถึง ลูกค้ายังสามารถเลือกสั่งเมนูที่ต้องการจากทาง Tablet ที่มีประจำทุกโต๊ะได้อีกด้วย เรียกว่า Sushiro ในไทยใช้ระบบที่ทันสมัยเป็นเทคโนโลยีแบบเดียวกับที่ญี่ปุ่น โดยใต้จานซูชิทุกจานจะมี IC Chip ฝังอยู่เพื่อเก็บข้อมูล และหากซูชิจานนั้นอยู่บนสายพานนานเกินกว่า 350 เมตร ก็จะถูกปัดทิ้งอัตโนมัติ เพื่อคงความสดอร่อยของซูชิบนสายพาน

Sushiro สาขา เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต เป็นร้านสาขาที่ 5 ของ Sushiro Thailand โดยร้านตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ ติดกับทางเข้า MRT สาขานี้สามารถรองรับลูกค้าได้สูงสุดถึง 212 ท่าน (ในสถานการณ์ปกติที่ไม่ได้จำกัดจำนวนที่นั่งเนื่องจาก COVID-19) มีทั้งแบบโต๊ะและแบบ counter เพื่อรองรับลูกค้าทั้งแบบที่มาเป็นกลุ่ม และมาท่านเดียว

พิเศษตลอดเดือนธันวาคม 2564 Sushiro ทุกสาขายังมีแคมเปญพิเศษของเดือน เป็นแคมเปญอุนิ หรือไข่หอยเม่น ที่มีเฉพาะเดือนนี้หรือจนกว่าของจะหมดเท่านั้น ในราคาเริ่มต้นเพียงคำละ 60 บาท

ลูกค้าที่สนใจมาทานแต่ไม่อยากรอคิวนาน สามารถจองโต๊ะล่วงหน้าได้ทางแอปพลิเคชันของ Sushiro ง่ายๆ เพียงเข้า App Store หรือ Play Store แล้วเสิร์ช ซูชิโร่ เพียงเท่านี้ก็จะได้อิ่มอร่อยแบบไม่ต้องรอคิวแถมสะดวกสุดๆ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : SUSHIRO THAILAND

MCM Cafe x After You เปิดตัว 3 เมนูใหม่ครั้งแรกของเมืองไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/670637

วันที่ 15 ธ.ค. 2564 เวลา 08:25 น.MCM Cafe x After You เปิดตัว 3 เมนูใหม่ครั้งแรกของเมืองไทยแฟชั่นนิสต้าและคาเฟ่ฮอปเปอร์ ต้องไม่พลาด! ครั้งแรกของเมืองไทย เมื่อ MCM Cafe x After You เปิดตัว 3 เมนูเครื่องดื่ม-ของหวานสุดปัง ฟินได้ที่ MCM Cafe เท่านั้น

ความสนุกครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อเอ็มซีเอ็ม (MCM – Modern Creation München) แบรนด์เครื่องหนังสุดฮิปสไตล์ New School Luxury จากเยอรมนี จับมือกับ อาฟเตอร์ยู (After You) คาเฟ่ขนมหวานอันดับหนึ่งของประเทศไทย เสิร์ฟความสุขให้ได้ฟินกันถ้วนหน้า แปลงโฉมครึ่งหนึ่งของร้าน MCM Boutique สาขาศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ชั้น G ให้เป็น MCM Café คาเฟ่สุดชิคใจกลางเมือง ที่พร้อมเอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าและคาเฟ่ฮอปเปอร์ขั้นสุด ทั้งช็อป-ชิล-แชะ แบบครบจบในที่เดียว เริ่มแล้ววันนี้ – 20 มีนาคม 2565

สลิล สุญาณเศรษฐกร ผู้บริหารบริษัท พีพี แกลม จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง MCM ในประเทศไทย กล่าวว่า “การกลับมาของ MCM Café ถือเป็นครั้งที่ 4 แล้ว หลังจากโปรเจกต์ MCM Café ได้ริเริ่มที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2017 ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดี แต่ด้วยสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยจึงต้องหยุดพักไป 1 ปี (ปี 2020) และกลับมาจัดอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 4 ในประเทศไทย และการกลับมาครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ส่งท้ายปีก็ว่าได้  และเพื่อให้ยิ่งใหญ่สมการรอคอย MCM เลือกจับมือกับ After You คาเฟ่ขนมหวานอันดับหนึ่งของไทย เพื่อเสิร์ฟประสบการณ์สุดชิคให้แฟนๆ ของทั้งสองแบรนด์ได้ฟินกว่าที่เคย”

ด้าน เมย์-กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) เสริมว่า MCM และ After You ได้ร่วมกันคิดค้นเมนูขนมและเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟขึ้นเพื่อเสิร์ฟที่ MCM Café โดยเฉพาะ แต่ละเมนูมาพร้อมจุดเด่น คือ เป็นการนำดีเอ็นเอของ MCM ที่มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น มาผสมผสานกับจุดแข็งของ After You ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เด่นทั้งเรื่องรสชาติ และความคิดสร้างสรรค์ เกิดเป็นเมนูใหม่ที่ใครได้ลองต้องติดใจ

สำหรับ 3 เมนูสุดพิเศษ ประกอบด้วย เอ็มซีเอ็ม บัตเตอร์เบียร์ (MCM Butter Beer) ต้อนรับบรรยากาศของเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง กับซิกเนเจอร์ดริ้งค์ที่ After You คิดค้นมาเป็นพิเศษสำหรับ MCM Café โดยเฉพาะ เพื่อสะท้อนถึงวัฒนธรรมของเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศต้นกำเนิดของ MCM ด้วยเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ (Alcohol Free) หวาน หอมละมุนกับน้ำบัตเตอร์สกอตช์โซดาท็อปด้วยครีมสด เหมาะสำหรับจิบเป็นเครื่องดื่มเย็นๆ ดื่มแล้วชื่นใจ ช่วยคลายร้อน 

ต่อที่ แฮมแอนด์ชีส ครอฟเฟิล (Ham & Cheese Croffle)  อีกหนึ่งเมนูเด็ดที่เกิดจากการนำเมนูยอดฮิตของ After You มารังสรรค์เป็นรสชาติใหม่ ที่นอกจากจะไม่เคยมีวางขายที่ใดมาก่อนเป็นครั้งแรก ยังเป็นครั้งแรกที่อาฟเตอร์ยูรังสรรค์เมนูครอฟเฟิลในเวอร์ชั่นคาว-หวาน ทำออกมาได้อย่างลงตัว ทั้งรสชาติและรสสัมผัสที่ใครได้ลองต้องติดใจในความกรอบนอกนุ่มใน

และ แอมเบอร์ ครอฟเฟิล  (Amber Croffle) ทีเด็ดของเมนูนี้อยู่ที่ตัวไวท์ช็อกโกแลตคาราเมลสูตรพิเศษที่ราดลงบนครอฟเฟิล นอกจากรสชาติจะเข้มข้นแบบถึงใจ ไฮไลท์ยังอยู่ที่สีของไวท์ช็อกโกแลตคาราเมล ซึ่งได้ถูกรังสรรค์ให้เป็นโทนสีน้ำตาลให้มีเอกลักษณ์ที่คุ้นตา เพราะได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีคอนยัค (Cognac) ของแบรนด์ MCM นั่นเอง

นอกเหนือจากความอร่อยที่หาไม่ได้จากที่ไหน MCM Café ยังมาพร้อมอีก 2 ไฮไลท์ที่พลาดแล้วต้องเสียใจ โซน Photo Spot ที่มาพร้อม 2 มุมถ่ายรูปสุดเก๋ อย่างมุม Coffee Trunk ที่นำ Trunk ซึ่งเป็นไอคอนิกของแบรนด์ โดดเด่นด้วยลายวิโซโต้ โมโนแกรม (Visetos Monogram) อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาตกแต่ง พร้อมสะกดทุกสายตาอยู่ในมุมที่เด่นที่สุดของ MCM Café อีกมุมที่พลาดไม่ได้ คือ มุม Train Corner ที่นำดีเอ็นเอของแบรนด์ที่สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางมาดีไซน์เป็น MCM Coffee Express อย่างลงตัว Outdoor Zone สำหรับลูกค้าที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งชิลๆ บริเวณด้านนอก MCM Boutique เก๋กว่าใครด้วยการเลือกใช้ชุดโต๊ะเก้าอี้ ที่ประดับด้วยร่มลายเอ็มซีเอ็ม โลโก้ (MCM Logo) ให้แฟนๆ ได้มาฟินกับเมนูเครื่องดื่มและของหวานแสนอร่อย พร้อมถ่ายรูปเล่น

ดื่มด่ำกับความสนุกครั้งใหม่พร้อมกันได้แล้วที่ MCM Café ณ ร้าน MCM Boutique ศูนย์การค้าเอ็ม  ควอเทียร์ ชั้น G ตึก Helix เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2565 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00–20.00 น.