สบายใจ @สกาล่า บาร์ & บิสโทร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 กรกฎาคม 2558 เวลา 18:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/376882

สบายใจ @สกาล่า บาร์ & บิสโทร

โดย…ลีโอ เคน ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ค่ำนี้หลบร้อน หลบฝนจากเมืองกรุง มุ่งหน้ามาทำอารมณ์ชิลๆ ใกล้ๆ แต่ได้บรรยากาศรื่นรมย์ไม่เบา นั่นคือ จ.นครนายก ที่นอกจากแลเห็นท้องทุ่งที่มองไกลสุดลูกหูลูกตา ที่นี่ยังมีป่าเขาให้ชื่นชม ทำให้แอบหลงรักอย่างเงียบๆ

เหนืออื่นใด ในเวลาพลบค่ำเรายังได้นั่งเอกเขนกที่ผับบาร์ ปล่อยใจอย่างสบายอุรา ละทิ้งความวุ่นวาย คงเหลือไว้แต่ความสุขสบายใจ ณ ที่แห่งนี้เอง สกาล่า ที่ผมเชื่อว่าใครที่มาเยือนต่างก็สบายใจ

ด้วยความที่เจ้าของวัยหนุ่ม ไก่-จักรกฤษ แซ่ลี้ ชื่นชอบของเก่า ออกแนววินเทจ และโรงหนังสกาลาย่านสยามสแควร์เป็นชีวิตจิตใจ จึงได้แรงบันดาลใจมาเปิดร้านนั่งชิลๆ ที่ให้อารมณ์วินเทจนามว่า สกาล่า บาร์ & บิสโทร

บรรยากาศร้านตกแต่งด้วยของเก่าที่เจ้าของร้านสะสมเอาไว้ ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ อารมณ์เรโทร และตุ๊กตาแนวฮีโร่ ช่วยทำให้ร้านสนุกสนานยิ่งขึ้น

 

ร้านมีทั้งโซนด้านใน ที่หยิบเอาของสะสมไว้มาโชว์เด่นจนสัมผัสได้ถึงความสนุกสนาน และให้คุณค่าทางอารมณ์เมื่อนึกย้อนไปถึงที่ที่ไป ที่เจ้าตัวสะสมไว้ด้วยความรัก และยังมีมุมวีไอพีที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำที่เปิดมาเอาใจคนที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว หรือว่ายกกันมาสนุกกันทั้งก๊วน และลานเอาต์ดอร์ขนาดใหญ่ที่เป็นสนามหญ้าและปูนเปลือย สานรับกันอย่างได้อารมณ์ นับเป็นมุมโปรดของลูกค้าที่มักจะมานั่งรับลมห่มฟ้ากันอย่างสบายอุรา

ด้านเมนูของบาร์นี้มาจากเสน่ห์ปลายจวักของญาติเจ้าของร้าน ที่คิดค้นเมนูมาจากก้นครัวที่ทำแล้วทุกคนในบ้านต่างติดใจในรสชาติ แล้วลงเสียงกันมาใส่เป็นเมนูเอกประจำร้าน มีทั้งที่เป็นแบบกินกับข้าว และเป็นกับแกล้ม บางเมนูทำให้นึกไปไกลถึงรสมือแม่เรากันเลยทีเดียว

 

เริ่มต้นกล่อมอารมณ์แบาๆ กับเมนูเด่นของร้าน กุ้งแก้วสกาล่า กุ้งตัวเขื่องนำมาทอดกับพริกจนหอมฟุ้ง เหมาะกับเป็นกับแกล้มอย่างยิ่ง เพราะทั้งได้ความกรอบและความหอมในคราวเดียว

ต่อกันด้วย ส้มตำทอด เมนูที่เกิดจากความบังเอิญ เนื่องจากลูกค้าต้องการจะกินสลัด แล้วทางร้านไม่มี ก็เลยจัดให้ซะเลย เป็นส้มตำไทยรสชาติคุ้นเคยแต่นำไปทอดจนกรอบ เสิร์ฟพร้อมกับไข่เค็ม และกุ้งแห้งโรยมา อร่อยไปอีกแบบ

ที่อร่อยไม่น้อยหน้า มาม่าขี้เมาทะเล รสชาติจัดจ้านตามประสาขี้เมา ที่อุดมไปด้วยของฝากจากทะเล ทั้งกุ้ง หอย ปลา และปลาหมึก มาพร้อมกับเส้นมาม่า ผัดคลุกเคล้าจนเข้ากัน ใครที่โปรดนักกับเมนูจัดจ้านไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

 

ด้านเครื่องดื่มมีทั้งเหล้า เบียร์ หลากดีกรีไว้คอยต้อนรับ พร้อมต้อนรับด้วยดนตรีหลายสไตล์ ทั้งอินดี้ แจ๊ซ บลู แถมเจ้าของร้านยังแอบกระซิบบอกอีกว่า ในอนาคตอันใกล้จะจัดให้มีดนตรีสดขับกล่อมกันอีกทุกค่ำคืน สุขกว่านี้ไม่มีอีกแล้วล่ะครับ

สกาล่า บาร์ & บิสโทร ตั้งอยู่ถนนสุวรรณศร (สี่แยกใจกลางเมือง ตรงข้ามธนาคารไทยพาณิชย์) จ.นครนายก เปิดให้ดื่มด่ำความสุขทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. โทร. 09-0971-0648

 

ดื่มกินในปราสาท @ ริบส์แมน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 กรกฎาคม 2558 เวลา 17:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/374123

ดื่มกินในปราสาท @ ริบส์แมน

โดย…พงศ์ พริบไหว

ครั้งแรกที่ได้เข้ามาสัมผัสกับร้านอาหารแห่งใหม่อย่าง “ริบส์แมน” (Ribs Mannn) ใน อ.ปากช่อง ซึ่งตั้งอยู่บนเขาใหญ่บริเวณปากทางเข้าโครงการบ้านทิวเขา ก็ถึงกับอึ้งไปเลยกับขนาดร้านที่ใหญ่โตเวอร์วังอลังการงานสร้าง  ราวกับปราสาทบนยอดเขาก็ไม่ปาน (มีเสียงกระซิบมาว่า ลงทุนความอลังการกับร้านอาหารแห่งนี้ไปมากกว่า 100 ล้าน)

ร้านอาหารแห่งนี้ต่อยอดมาจากไอเดียดั้งเดิมในการทำร้านที่เคยโด่งดังมากๆ อย่าง เดอะ สโมคเฮ้าส์ (The Smoke House) ซึ่งโดดเด่นด้วยตัวโครงสร้างของร้านที่ให้อารมณ์อบอุ่นและเมนูอาหารรมควันนานาชนิด ที่รังสรรค์ขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน จนได้รับการขนานนามว่าเป็นราชาแห่งอาหารรมควัน

 

แม้จะยึดเอาแนวคิดแบบเก่ามาก่อร่างสร้างชื่อ แต่ร้านริบส์แมนแตกต่างด้วยงานดีไซน์ ที่อวลไปด้วยความทันสมัยของวัสดุ เช่น ไม้และเหล็ก ทว่ายังคงบรรยากาศอบอุ่นเช่นเดิม โดยเฉพาะบรรยากาศยามค่ำคืน บอกเลยว่าโรแมนติกสุดๆ ด้วยการจัดวางแสงไฟและสวนได้อย่างลงตัว สามารถนั่งมองภูเขามองธรรมชาติสีเขียว โดยรอบแล้วทำให้รู้สึกเพลินอย่างบอกไม่ถูก อารมณ์เหมือนกับเราได้นั่งอยู่บนหอคอยสูงแล้วมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ทั่วทิศ ทั้งยังสัมผัสได้ถึงลมเย็นๆ บนเขาใหญ่ตลอดเวลา

 

ร้านริบส์แมนตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 8 ไร่ เป็นร้านเก๋ๆ ที่ตั้งใจสร้างไล่ระดับกันไปถึง 3 ชั้น โดยจะแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ซึ่งมีทั้งแบบเอาต์ดอร์ อินดอร์ และบาร์ รองรับลูกค้าได้กว่า 600 ที่นั่งอย่างสบายๆ  ซึ่งจุดที่โรแมนติกเหมาะกับการนั่งดื่มและฟังเพลงที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นมุมระเบียงที่สามารถมองลงไปเห็นเวทีใหญ่ที่อยู่บริเวณลานสนามหญ้า ซึ่งตั้งใจให้อยู่ห่างจากร้านเพื่อให้เราๆ ได้ซึมซับบรรยากาศของการฟังเพลงในสวน

 

นอกจากเรื่องของบรรยากาศที่ไม่เป็นสองรองใครแล้ว เรื่องของอาหารที่นี่ก็พิเศษไม่เหมือนใครเช่นกัน โดยเจ้าของร้านตั้งใจทำให้ร้านริบส์แมนเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของวัตถุดิบที่สดใหม่ต้องถูกผลิตขึ้น ณ ร้านแห่งนี้เท่านั้น ไล่ตั้งแต่การสร้างโรงงานแปรรูปอาหารรมควัน โรงงานทำเบเกอรี่  แปลงปลูกผักออร์แกนิกที่ได้มาตรฐาน โดยเลือกใช้วัตถุดิบชั้นดีและทำอาหารกันเองทุกขั้นตอน ซึ่งวัตถุดิบที่ทางร้านชูว่าหากใครผ่านมาแวะที่นี่แล้วห้ามพลาด คงหนีไม่พ้นบรรดาเมนูอาหารรมควันนานาชาติอันเป็นเอกลักษณ์อย่างแฮม ไส้กรอก เบคอน และเนื้อส่วนต่างๆ ที่มารมควันแบบธรรมชาติ โดยใช้ไม้นำเข้าจากนิวซีแลนด์อย่างต้นเชอร์รี่ และต้นแอปเปิ้ล

 

อาหารที่นี่เป็นเมนูนานาชาติรสชาติถูกลิ้นคนไทย ไล่ตั้งแต่อาหารไทย จีน ญี่ปุ่น อิตาเลียน และอาหารยุโรป โดยมีวัตถุดิบรมควันเป็นตัวเอกในแต่ละเมนูอย่าง “พอร์คชอพ” สเต๊กพอร์คชอพรมควัน เสิร์ฟพร้อมกับมันบดและสลัดผลไม้

 

ด้านเครื่องดื่ม มีทั้งเบียร์ ค็อกเทล และไวน์ระดับพรีเมียมอีกกว่า 500 ชนิดจากทั่วโลกให้ได้ลิ้มลอง เป็นร้านที่เหมาะสำหรับทุกกิจกรรมสังสรรค์ ไม่ว่าจะมากับกลุ่มเพื่อน มาเป็นครอบครัว หรือพาคู่รักมาสวีท ก็สามารถเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนได้ทุกรูปแบบ

 

ถึงตรงนี้แนะนำเลยว่า หากใครแวะไปเที่ยวเขาใหญ่แล้วไม่ลองไปผ่อนพักอารมณ์ นั่งดื่ม นั่งรับประทานอาหารอร่อยๆ ในบรรยากาศอบอุ่นแสนโรแมนติกของที่นี่ ถือว่าพลาดอย่างแรง ร้านริบส์แมนเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-23.30 น. โทร. 09-9289-3555, 044-365-555 เฟซบุ๊กแฟนเพจ ribsmannn

 

อีท ดริงก์ แมน วูเมน ที่นี่ไม่มีจำกัดเพศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 กรกฎาคม 2558 เวลา 11:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/373790

อีท ดริงก์ แมน วูเมน ที่นี่ไม่มีจำกัดเพศ

โดย…โจนาสเตเชีย ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

ไม่ได้ไปไหนไกลหรอก แถวๆ สีลมนี่แหละ เพราะคืนนี้มีนัดที่สีลมซอย 4 ซอยที่ชาวเราและชาวเขาคุ้นเคยกันดีอยู่ปากซอยเลย ไม่ต้องเดินเข้าไปในซอยให้เมื่อย “อีท ดริงก์ แมน วูเมน” เด่นสง่าท้าทายสายตา มาแล้วก็ต้องแวะสักหน่อย แวะกิน แวะดื่ม มองหนุ่มๆ หรือจะเหล่สาวๆ ก็เชิญตามใจปรารถนา

เก๋ เท่ และชิล ด้วยรูปแบบการตกแต่งร้านที่เน้นโปร่งสบาย พื้นที่ร้านกำลังเหมาะสำหรับการแฮงเอาต์ ไม่ใหญ่มาก แล้วก็ไม่จิ๋วเกิน นั่งแบบไม่ต้องเอาหลัง หรือไหล่เบียดกับใคร

เจอหุ้นส่วน ที่ไม่เพียงดูแลและบริหาร แต่ยังควบตำแหน่งเชฟประจำร้านอีกหนึ่ง เขายิ้มทักและเบรกมานั่งคุยกันเบาๆ เขาว่ามาเจอทำเลนี้โดยบังเอิญ เดิมเป็นร้านเป็ดชื่อดัง ด้วยความอยากทำธุรกิจ จึงตัดสินใจเซ้งร้านต่อ ปรับโฉมใหม่จนได้ร้านดั่งใจฝัน

เป็นร้านเกย์เหรอ เขาว่าไม่ได้เจาะจงขนาดนั้น แต่เมื่อทำเลอยู่ในย่านชาวสีรุ้ง ก็ย่อมจะปฏิเสธไม่ได้ ถึงอย่างนั้น ร้านนี้ก็พร้อมเปิดต้อนรับคนทุกเพศ เช่นชื่อร้านที่ประกาศตัวชัดนั่นไง

เรื่องชื่อร้าน ถามไปถามมา ก็ได้ความว่า แรกเริ่มนั้นตั้งใจจะใช้ “อีท ดริงก์ แมน วูแมน” แต่ความผิดพลาดจากการสะกดคำที่หุ้นส่วนก็ปล่อยเลยตามเลย และกลายมาเป็น “อีท ดริงก์ แมน วูเมน” ในที่สุด

“จริงๆ ก็ไม่คิดถึงอะไร ไม่มีนัยอะไรด้วย ไม่ได้เจาะจงว่าเพศไหน คิดแค่ว่าอยากให้เป็นร้านที่ผู้ชายผู้หญิงสามารถเข้ามากินดื่มได้ แรกๆ ก็มีคนเข้ามาถามนะครับว่าเห็นชื่อร้าน อีท ดริงก์ แมน วูเมน แล้วเกย์เข้าได้หรือเปล่า เราก็บอกไปว่าเข้าได้ครับ เพราะร้านเราต้อนรับทุกคน”

 

3 ปีที่เปิดให้บริการ เสียงตอบรับที่มีร้านนี้ก็ถือว่าไม่เลว มีลูกค้าประจำคนไทยมาสิงสถิตและใช้เป็นแหล่งนัดพบแก๊งเพื่อน ขณะที่มีจำนวนมากคือลูกค้าต่างชาติ กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ล้วนแล้วแต่เคยเข้ามาสัมผัสบรรยากาศ ลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มสูตรพิเศษ

เบียร์ ไวน์ ค็อกเทล เครื่องดื่มที่ดริงเกอร์สามารถเลือกจิบได้ ซิกเนเจอร์ดริงก์ประเภทค็อกเทลที่น่าลอง เช่นว่า “โมจิโต้” สูตรน้ำตาลทรายแดงและเกล็ดน้ำตาลนอนอยู่ก้นแก้ว “เฟลมิ่ง แลมโบร์กินี” เสิร์ฟกันแบบไฟลุกโชน โหมกระหน่ำแบบไม่เกรงใจโต๊ะข้างๆ หน้าตาสวยดี แต่ความร้อนแรงไม่เป็นรอง ชนะเลิศ!!!

อาหารไทยเน้นหนักความเป็นไทย แต่ออกสไตล์ฟิวชั่น “สปาเกตตีต้มยำกุ้งแม่น้ำ” รสจัดครบสูตรแบบต้มยำ หนักเครื่องต้มยำและหอมมันกุ้ง ในตระกูลกุ้งแม่น้ำยังมี “ข้าวผัดต้มยำกุ้งแม่น้ำ” “ต้มยำกุ้งแม่น้ำหม้อไฟ” “ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ” อีกอย่างที่น่าลอง “โรตีแกงเขียวหวาน” แปลกตรงตัวแป้งโรตีเป็นชาม เสิร์ฟแกงเขียวหวานใส่ในชาม จะกินก็ฉีกชาม น้ำแกงจะไหลหลอมรวมกัน อร่อยตื่นตา

“เรายังมั่นใจว่าคุณภาพอาหารและรสชาติอาหารถูกปากทุกคน เราคงไม่เคลมตัวเองอร่อยที่สุดนะครับ แต่เท่าที่ได้รับฟีดแบ็กจากลูกค้าก็บอกว่าอร่อย ซึ่งเราเองคิดว่าแต่ละร้านก็น่าจะมีจุดเด่นต่างกันไป เป็นคนละแบบคนละสไตล์กันครับ”

ถามถึงอนาคตของร้าน หุ้นส่วนยอมรับว่าคงต้องมีการปรับเปลี่ยน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า อาจเพิ่มกลิ่นอายความเป็นบาร์เครื่องดื่มให้จ๋าขึ้น เพิ่มพื้นที่นั่ง รวมทั้งบรรยากาศโอเพ่นแอร์ เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับลูกค้าที่ชอบนั่งชิลๆ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ แกล้มเมนูอร่อย ด้านดนตรีก็มีลูกเล่นเฉพาะตัว จังหวะที่ไมซ้ำใคร แต่ไม่ถึงขั้นเปิดฟลอร์เต้นรำอย่างเอาเป็นเอาตาย

ผ่านไปสีลมซอย 4 ก็อย่าลืมแวะกินดื่มที่ร้านนี้ เริ่มอุ่นเครื่องก่อนไปต่อที่อื่นก็ได้ เปิดตั้งแต่ 16.30 น. นั่งกันยาวๆ จนถึงตี 1 นู่นเลย โทร. 02-632-9966

 

เดอะ พิซซ่า คอนเนกชั่น เมนูโดนใจสไตล์อิตาเลียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มิถุนายน 2558 เวลา 15:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/371629

เดอะ พิซซ่า คอนเนกชั่น เมนูโดนใจสไตล์อิตาเลียน

โดย…อีตติง อาร์ต ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

จากชื่อร้าน “เดอะ พิซซ่า คอนเนกชั่น” หลายคนคงเข้าใจว่าที่นี่ต้องมีดีที่พิซซ่าแน่นอน ใช่…ก็ถูกต้องส่วนหนึ่ง เพราะที่ร้านมีพิซซ่าสไตล์อิตาลีดั้งเดิมซึ่งเป็นพิซซ่าโฮมเมดแป้งบางกรอบที่มีให้เลือกหลากหลายกว่า 10 หน้า แถมลูกค้ายังสามารถเลือกหน้าพิซซ่าในแบบที่ตัวเองต้องการได้อีกด้วย

พิซซ่าทุกถาดผ่านการอบโดยใช้เตาอบหินลาวาและฟืนจากไม้สนและไม้ยูคาลิปตัส เมื่ออบเสร็จจึงได้กลิ่นหอมชวนรับประทานเป็นที่สุด

พิซซ่าที่อยากแนะนำก็คือ “พิซซ่าหน้าแซลมอน” ที่คัดสรรแซลมอนสดใหม่นำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมชีสมอสซาเรลลายืดๆ น่ากิ๊นน่ากิน และหน้าอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งฮาวายเอียน ซีฟู้ด และอีกมากมาย ที่อยากให้คุณมาลิ้มลองด้วยตัวเอง พิซซ่า (ขนาด 14 นิ้ว) ราคาเริ่มที่ถาดละ 290-390 บาท

แต่ที่ เดอะ พิซซ่า คอนเนกชั่น ไม่ได้มีดีแค่พิซซ่าเท่านั้น เพราะยังมีเมนูอิตาเลียนจานอร่อยอีกหลากหลายเมนูให้เลือกเพียบ เริ่มจากเมนูแรก “สลัดร็อกเกต” สลัดจานอร่อยที่ตกแต่งด้วยชีสมัสคาร์โปน องุ่น
เบซิล มะเขือเทศอบแห้ง วอลนัท แล้วราดด้วยอิตาเลียนเดรสซิ่งอีกที รสชาติดีเหมาะเป็นเมนูเรียกน้ำย่อย

ตามด้วย “มะเขือม่วงย่างห่อพาร์มาแฮม” จานนี้เป็นมะเขือม่วงสไลซ์ย่างแล้วห่อด้วยพาร์มาแฮม พร้อมกับชีสมอสซาเรลลาอบซอสเบชาเมลและซอสมะเขือเทศกับเพสโต้ อร่อยล้ำสไตล์อิตาเลียน

ต่อด้วย “พาสต้าซีฟู้ดไวน์ขาว” เส้นพาสต้าเหนียวนุ่ม นำมาผัดลงในซอสมะเขือเทศสไตล์ซีฟู้ดซึ่งตุ๋นเข้าด้วยกันกับเครื่องเทศ ใส่ไวน์ขาวเล็กน้อย เป็นเมนูเด็ดอีกจานที่อยากให้ลอง

 

ปิดท้ายด้วย “นิวซีแลนด์ แลมบ์ช็อป” สันนอกแกะนิวซีแลนด์ติดซี่โครงอบเครื่องเทศ กินคู่กับมินต์ซอส รสชาติอร่อยเข้ากั๊นเข้ากัน นอกจากนี้ยังมีเมนูสเต๊กต่างๆ ทั้งเนื้อวัว หมู และแซลมอนให้เลือกอีกด้วย ราคาอาหารเริ่มที่ 200-980 บาท

อิ่มกับอาหารกันไปแล้ว แต่บรรยากาศเพิ่งจะเริ่มค่ำๆ เท่านั้น ถ้านั่งดื่มม็อกเทลหรือค็อกเทลต่ออีกสักหน่อยก็น่าจะดี เริ่มที่ซิกเนเจอร์ดริงก์แบบไร้แอลกอฮอล์ก่อนเลย

แก้วแรก “เลมอน แพสชั่น ฟรุต” มีส่วนผสมของน้ำเสาวรส น้ำมะนาว น้ำเชื่อม และสไปรท์ รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ เหมาะกับสาวๆ เป็นอย่างยิ่ง

อีกแก้วคือ “วินเซอร์ พันช์” มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมกลิ่นวานิลลา น้ำสับปะรด น้ำมะนาว และน้ำหวานรสทับทิม แก้วนี้เหมาะกับสาวๆ อีกนั่นแหละ แต่หนุ่มๆ จะลองชิมบ้างก็ไม่ว่ากัน

มาถึงค็อกเทลบ้าง เริ่มด้วย “วินเซอร์ ไหมไทย”มีส่วนผสมของลิเคียวร์กลิ่นแอปริคอต เหล้าไทย น้ำสับปะรด น้ำมะนาวผสมน้ำเชื่อม และน้ำหวานรสทับทิม แก้วนี้ดีกรีค่อนข้างแรง

ปิดท้ายด้วย “สุขุมวิท ดีไลท์” มีส่วนผสมของวอดก้า ลิเคอร์กลิ่นพีช น้ำแครนเบอร์รี่ และน้ำมะนาวผสมน้ำเชื่อม นั่งจิบค็อกเทลไป คุยกับเพื่อนๆ ไปก็เพลิดเพลินไปอีกแบบนึง สำหรับคอไวน์ที่นี่ก็มีไวน์จากอิตาลีและจากทั่วโลกให้เลือกด้วย

ใครที่หลงใหลในรสชาติอาหารอิตาเลียนต้นตำรับแบบดั้งเดิม แล้วอยากหาร้านที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นซึ่งมีกลิ่นอายของความเป็นอิตาลีจากภาพวิวสวยๆ ที่ประดับประดาบนฝาผนัง เพดานร้านสูงโปร่ง หายใจโล่ง พร้อมทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ที่ลุกนั่งสบายอยู่ละก็ เราว่าที่นี่ต้องโดนใจคุณอย่างแน่นอน

“เดอะ พิซซ่า คอนเนกชั่น” ตั้งอยู่ด้านหน้าโรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ สุขุมวิท 20 (100 เมตรจากปากซอย) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00-23.00 น. โทร. 02-262-1234 ต่อ 1888

 

โบเตยา ศูนย์รวมอาหารจานเด็ดจากญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มีนาคม 2559 เวลา 17:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/419721

โบเตยา ศูนย์รวมอาหารจานเด็ดจากญี่ปุ่น

โดย…ยู่ยู้ ภาพ ขจรเลิศ ฮกซุ่นเฮง

เดินทางจากญี่ปุ่นมาเสิร์ฟความอร่อยถึงเมืองไทยแล้วสำหรับ โบเตยา (Boteya) ร้านอาหารญี่ปุ่นน้องใหม่ในเครือโบเตจู กรุ๊ป ทีเด็ดของร้านอยู่ที่การรวบรวมเอาอาหารจานเด็ดในจังหวัดต่างๆ ของญี่ปุ่นมาไว้ที่เดียว เรียกว่า อยากลิ้มรสของเด็ดจังหวัดไหนของญี่ปุ่นมาที่นี่ที่เดียวครบ

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ คือ การเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพนำเข้าจากญี่ปุ่น พร้อมกันนี้ยังส่งเชฟไปเทรนกรรมวิธีการปรุงอาหารถึงญี่ปุ่น เพื่อการันตีว่าคุณภาพและรสชาติของอาหารจะไม่หนีจากต้นตำรับแน่นอน

 

สำหรับสไตล์การแต่งร้าน แฟนพันธุ์แท้อาหารญี่ปุ่นมาถึงแล้วอาจแปลกใจ เพราะไม่ได้สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นจ๋า เน้นความเป็นโมเดิร์น ร้านตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลเข้ม แทนที่สีน้ำตาลอ่อนตามสไตล์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่คุ้นตาทั่วไป แต่รับรองว่าเมื่อเข้ามาแล้ว ด้วยบรรยากาศครัวเปิด ลูกค้าจะได้รสสัมผัสครบทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง

ซิกเนเจอร์มาแล้วอย่าพลาด เริ่มจากเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง ซีซาร์สลัดไข่ออนเซนกับเบคอนสไลซ์ และมันฝรั่งทอดมาทิลด้า ซึ่งเป็นมันฝรั่งที่นำเข้าจากฮอกไกโด ทอดจนกรอบเหลืองปรุงรสด้วยสูตรพิเศษ กินเพลินๆ ก็หมดจาน

มาที่จานหนัก แนะนำ ข้าวหน้าหมูย่างคารูบิ เสิร์ฟพร้อมซุปหัวหอม ทีเด็ดอยู่ที่ตัวเนื้อหมูสามชั้นเนื้อนุ่ม ติดมันนิดๆ เพิ่มรสชาติด้วยน้ำซอสสูตรพิเศษก่อนนำมาย่างจนได้ที่ กินกับข้าวและผักสลัดสดๆ ถึงจานใหญ่ก็ไม่ท้อ แต่ถ้าไม่ปลื้มหมูสามชั้น ลองข้าวหน้าหมูย่างไข่ ท็อปด้านบนด้วยไข่ดาว 2 ฟอง ลงตัวกับหมูชาชูและซอสสูตรพิเศษของทางร้าน

 

ถ้าชอบเมนูเส้น แนะนำ โอซากา พรีเมียม มิกซ์ ทสึกิมิ ยากิโซบะ จานนี้รวมพลทั้งเนื้อหมู กุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่ มาผัดรวมกันกับเส้นโซบะ ราดหน้าด้วยไข่ดาวเสิร์ฟบนจานร้อน หรือจะลอง พรีเมียมมิกซ์โอโกะโซบะ ของเด็ดจากโอซากา ไฮไลต์อยู่ที่ตัวแป้งที่รองด้านล่างจานเสิร์ฟพร้อมโซบะที่ผัดจนเข้าเครื่องกับปลาหมึก หอยแมลงภู่ กุ้ง หมู และเนื้อ ท็อปด้านบนด้วยซอสมายองเนสเยิ้มๆ สูตรพิเศษ ให้รสชาติไม่เหมือนใคร

อิ่มจากของคาว ล้างปากด้วยของหวานอย่าง โตเกียว มิลค์ พุดดิ้ง หน้าตาอาจธรรมดา แต่รสชาตินุ่มๆ ของพุดดิ้งนมกับแยมสตรอเบอร์รี่ ก็ช่วยให้มื้อพิเศษวันนี้ฟินเวอร์ ถ้าใครไม่ชอบรสนมจะลองโตเกียว ช็อกโกแลต พุดดิ้งก็น่าสนใจ

 

ร้านโบเตยา ตั้งอยู่ชั้น 3 หน้าห้างอิเซตัน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-22.00 น. โทร. 02-613-1619 เฟซบุ๊ก : Botega Thailand

 

ฝรั่งเศสสวมกิโมโน เมนูใหม่ห้องอาหาร เอเลเมนท์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มีนาคม 2559 เวลา 17:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/419718

ฝรั่งเศสสวมกิโมโน เมนูใหม่ห้องอาหาร เอเลเมนท์

โดย…ปณิฏา สุวรรณปาล ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

ศักราชใหม่ของห้องอาหารเอเลเมนท์ (Elements) โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ไม่เพียงเปลี่ยนหน้าเชฟมาเป็น เชฟแอนโทนี ชอลท์ไมเยอร์ (Antony Scholtmeyer) หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ (Executive Chef) ที่มารับหน้าที่คุมหางเสือของครัวทั้งโรงแรมและปรับโฉมเมนูของห้องอาหารเอเลเมนท์ ให้เข้ากับความเป็นโรงแรมจากญี่ปุ่นมากขึ้น ด้วยการนำเอาวัตถุดิบพรีเมียมจากญี่ปุ่นมาปรุงด้วยเทคนิควิธีแบบฝรั่งเศส

“แต่ไม่ต้องสับสน เพราะเราไม่ได้ทำอาหารฟิวชั่น ห้องอาหารแห่งนี้ยังเสิร์ฟอาหารตำรับฝรั่งเศส ทว่านำเอาวัตถุดิบ กลิ่น รส ของอาหารญี่ปุ่นเข้ามาใช้เท่านั้นเอง” เชฟแอนโทนีบอกให้เรียกว่า เป็นอาหารฝรั่งเศสที่มีกลิ่นอายญี่ปุ่น (French cuisine with Japanese influences) โดยเมนูทั้งหมดได้รับการรังสรรค์ โดย เชฟแอนโทนี ที่ได้นำเอาความเชี่ยวชาญในการปรุงอาหารฝรั่งเศส พร้อมประสบการณ์การทำงานในครัวมายาวนานกว่า 20 ปี จากหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นมาสร้างสรรค์อาหารเมนูต่างๆ มากมาย

“ส่วนหนึ่งก็คือ เราอยากแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในการเป็นโรงแรมจากญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังต้องการสร้างสรรค์อาหารที่แตกต่างออกไปจากอีก 2 ห้องอาหารที่เรามี โดยผมต้องบอกเลยว่า ห้องอาหารนี้เราเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศส 100% โดยมีการนำเอากลิ่นอายและรสชาติจากเครื่องปรุงของญี่ปุ่นมาใช้

 

ยิ่งถ้าพูดถึงการจัดจานอาหารก็ต้องบอกว่าฝรั่งเศสมากๆ ส่วนความเป็นญี่ปุ่นนั้นเราใส่เข้าไปนิดหน่อยเพื่อสร้างความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นมิโซะ ขิง ส้มยูซุ เป็นต้น ยกตัวอย่างจานเป็ด ที่คนฝรั่งเศสนิยมใช้เนื้อส่วนอกมาปรุงอาหาร เราก็นำไปหมักกับซอสถั่วเหลือง มิริน  สาเก ฯลฯ แต่พอนำมาปรุง มาอบ เราก็ยังคงอาศัยเทคนิคแบบฝรั่งเศส ทำให้ได้หนังกรอบ เนื้อข้างในนุ่ม”

เชฟแอนโทนี ไม่วายที่จะตอกย้ำว่า นี่ไม่ใช่อาหารฟิวชั่นอย่างแน่นอน “ผมต้องพูดบ่อยๆ เพราะตัวเองก็เห็นว่า อาหารฟิวชั่นมักจะจบลงด้วยการเป็นคอนฟิวชั่น (สับสน) เราจึงไม่พยายามที่จะเป็นอย่างนั้นแน่ๆ เราเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสที่มีกลิ่นอายญี่ปุ่นเท่านั้นล่ะครับ”

พูดไปก็ไม่เห็นภาพ เชฟแอนโทนีจึงเริ่มเสิร์ฟเมนูแรก White Asparagus and Smoked Tofu มาพร้อม Onsen Egg Sauce, Salmon Roe and Bread Crumbs โดยหน่อไม้ฝรั่งขาวต้นใหญ่เดี๋ยวนี้ปลูกกันที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ไม่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศแล้ว เสิร์ฟกับครีมเต้าหู้รมควัน และไข่ออนเซนนำไปทำเป็นซอสราด แต่งหน้าด้วยไข่ปลาแซลมอนเพิ่มความเค็ม ส่วนสัมผัสความกรุบกรอบปิดท้ายที่ขนมปังกรอบครูตง

 

ซิกเนเจอร์ดิชที่สร้างชื่อเสียงให้เชฟแอนโทนีมาราว 15 ปี อย่าง Tasmanian Ocean Trout Confit เสิร์ฟมาเคียงคู่กับ Pickle vegetables and Orange Miso Coulis ปลาโอเชียนเทราต์จากทัสมาเนีย นำไปปรุงให้สุกอย่างช้าๆ ด้วยวิธีกงฟีต์ เนื้อนุ่มหอม สุกกำลังดี เสิร์ฟคู่กับผักดอง และซอสกูลีส์เนื้อข้นทำจากส้มยูซุและมิโซะ

ตามมาด้วยซุปที่แสดงเอกลักษณ์ความเป็นฝรั่งเศสอย่างสูง Lobster Bisque Scents with Cognac ใส่ความเป็นญี่ปุ่น อย่าง Macha Cappuccino, Lobster and Yuzu ลงไป ส่วนใครที่ต้องการชิมซุปที่เป็น
ซิกเนเจอร์ดิชของเชฟแอนโทนี ต้องลองสั่้ง Scallops Topped with Foie Gras, Shimeji Scented Miso Consomme หรือหอยเชลล์กับตับห่านในซุปใสมิโซะเห็ดชิเมจิ รับรองว่าฟินไม่แพ้กัน

นอกจากอาหารฝรั่งเศสกลิ่นญี่ปุ่นแล้ว เชฟแอนโทนียังได้นำเสนออาหารฝรั่งเศสแท้ๆ จากเมนู “รอสสินี่” (Rossini Menu) ซึ่งเป็นอาหารที่มีตับห่าน (Foie Gras) และเห็ดทรัฟเฟิล (Truffles) เป็นส่วนประกอบสำคัญ เอาไว้ในเมนูใหม่นี้ด้วย อย่างเช่น หอยเชลล์และตับห่านรับประทานคู่กับผักโขมบดราดซอสเห็ดทรัฟเฟิลดำ (Scallops and Foie Gras with Spinach Puree in Black Truffle Sauce) เนื้อวางุและตับห่านย่างแบบยากิโทริราดซอสเห็ดทรัฟเฟิลดำ (Yakitori Rossini of Wagyu Beef with Foie Gras in Black Truffle Sauce)

 

สำหรับวันก่อนได้ชิม ซี่โครงเนื้อลูกวัวกับตับห่านย่าง เสิร์ฟพร้อมมันบดราดซอสเห็ดทรัฟเฟิลดำ (Roast Veal Loin with Pommes Puree and Foie Gras in Black Truffle Sauce) เนื้อลูกวัวจากเนเธอร์แลนด์ที่ว่าเป็นเนื้อลูกวัวที่ดีที่สุด เสิร์ฟพร้อมมันบดราดซอสเห็ดทรัฟเฟิลดำ

ปิดท้ายกันกับของหวาน Macha Green Tea Cremeux, Black Sesame, Shiso Jasmin Rice Ice Cream พุดดิ้งกรีนที เสิร์ฟพร้อมกับซอสงาดำ และไอศกรีมข้าวหอมมะลิ โรยหน้าด้วยใบชิโสะ

อาหารฝรั่งเศสกลิ่นอายญี่ปุ่นยังมีอีกหลายเมนูให้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็น Tuna Tataki, Ponzu Jelly, Avocado, ginger and Baby Shiso หรือ Crispy Skin Soy Marinated Duck Breast and Confit Leg, Smoked Eggplant with Ginger, Pumpkin, Coriander, Yuzu Jus รวมทั้งเมนูที่ย่างจากเตาชาร์โคลกริล อย่าง Dutch Veal Loin, Uni Butter, Sansho Pepper ฯลฯ ซึ่งห้องอาหารเอเลเมนท์มีการจัดเซตเมนูไว้ให้ลิ้มลองกัน อย่าง A Taste of Elements เซตเมนู 5 คอร์ส ราคา 1,900 บาท++ หรือ Element Prestige เซตเมนู 5 คอร์ส ราคา 2,800 บาท++ ด้วย

ห้องอาหารเอเลเมนท์ ตั้งอยู่ที่ชั้น 25 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการวันอังคารถึงวันเสาร์ เฉพาะมื้อค่ำ ตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. โทร. 02-687-9000 หรือ elements@okurabangkok.com

 

ต้มยำแห้งนายง้วน รสเด็ดกลมกล่อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มีนาคม 2559 เวลา 17:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/419716

ต้มยำแห้งนายง้วน รสเด็ดกลมกล่อม

โดย…แมงโก้หวาน

ถนนสาธุประดิษฐ์ เขตยานนาวา เต็มไปด้วยร้านอาหารอร่อยจำนวนมาก แมงโก้หวานได้นำเสนอไปหลายร้านเหมือนกัน แต่ถ้าขาดร้านข้าวต้มนายง้วนไป คนที่เคยไปชิมที่ร้านมาแล้วก็อาจจะท้วงได้ เพราะของเขาก็การันตีความอร่อย สังเกตจากลูกค้าหนาตาทุกวัน โดยเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เต็มทุกโต๊ะ

 

ที่ร้านมีหลายเมนูให้เลือกสั่ง ขึ้นอยู่กับว่าสั่งจะกินกับข้าวสวยหรือข้าวต้ม แต่เมนูที่อยากแนะนำวันนี้เป็นหนึ่งเมนูที่ลูกค้าชอบสั่งเลยนะ “เฮียง้วน” จรุงเกียรติ รุ่งเลิศนิรันดร์ กับ “เฮียไวท์” บรรเจิด วัฒนายิ่งสมสุข สองพี่น้องเจ้าของร้านว่าอย่างนั้น นั่นคือ ต้มยำทะเลแห้ง ที่รสชาติออกเปรี้ยวนิดหวานกลมกล่อม ไม่เผ็ด เด็กกินได้ กินกับข้าวสวยก็อร่อย เป็นกับแกล้มก็ยิ่งดี

วัตถุดิบหลักใช้กุ้งสด ปลาเก๋า ปลาหมึก ส่วนเครื่องปรุงและส่วนผสมอื่นใช้เครื่องต้มยำทั่วไปเลย ประกอบด้วยตะไคร้ซอยบาง ข่าไม่อ่อนและแก่เกินไปหั่นบางเช่นกัน ใบมะกรูดฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ พริกขี้หนูสวนโขลกให้แตกนิดหนึ่ง น้ำพริกเผา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และน้ำมันพืชสำหรับผัด

 

การสร้างสรรค์เมนูเริ่มจากนำปลาหมึก ปลาเก๋า และกุ้งไปทอด ส่วนผสมอย่างข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดก็ทอดด้วยเพื่อให้เกิดความหอมของเครื่องต้มยำก่อนนำทั้งหมดไปผัดรวม เริ่มจากใส่น้ำมันพืชนิดหน่อยเพราะมีน้ำมันจากน้ำพริกเผาอยู่แล้ว จากนั้นใส่ข่า ตะไคร้ ตามด้วยน้ำพริกเผาผัดให้เข้ากับเครื่องต้มยำ ใส่กุ้ง ปลาหมึก ปลาเก๋าลงไป ปรุงด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทรายนิดหน่อย ผัดให้เข้ากันเป็นอันเสร็จ โรยหน้าด้วยมะม่วงหิมพานต์ รสชาติออกเปรี้ยวหวานกลมกล่อมหอมด้วยกลิ่นเครื่องต้มยำชวนรับประทานยิ่ง

สนนราคาจานละ 150 บาท คุ้มค่ากับความอร่อยครับ นอกจากต้มยำทะเลแห้งแล้วผัดกระเพาะปลาของที่นี่ก็แสนอร่อย ใส่ปลาหมึก กุ้งสด ตับหมูแบบจุใจ มะม่วงน้ำปลาหวานและกะปิหวานก็ใช่ย่อย หลายคนมักจะสั่งปิดท้ายเสมอ อยากให้ไปลองชิมครับ ร้านอยู่ปากซอยสาธุประดิษฐ์ 43 โทร.02-284-0101, 08-1487-9464, 08-5923-6120

 

ซิงยอร์ สมชาย อาหารซีฟู้ดด้วยเมนูสุดอร่อยและราคาไม่แพง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มีนาคม 2559 เวลา 16:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/419713

ซิงยอร์ สมชาย อาหารซีฟู้ดด้วยเมนูสุดอร่อยและราคาไม่แพง

โดย…ซิตี้กาย

นอร์ด อเวนิว ใกล้ซอยเอกมัย 28 มีร้านอาหารซีฟู้ดเปิดใหม่ ซิงยอร์ สมชาย (Signor Somchai) กำลังตระเตรียมวัตถุดิบสดใหม่จากทะเลรอต้อนรับลูกค้าที่รักในอาหารซีฟู้ด ท่ามกลางบรรยากาศร้านอาหารริมท่าเรือของต่างประเทศ ตกแต่งในสไตล์ตะวันตกผสมผสานความเป็นโมเดิร์นเข้าไปอย่างลงตัว มีลูกเล่นในการตกแต่งร้านหลายอย่างที่เห็นแล้วคุณจะต้องประทับใจ

ไม่เพียงแต่ตกแต่งร้าน แม้กระทั่งชื่อร้านก็ผ่านการคิดสรรมาอย่างดี พวกเขาเลือกชื่อ สมชาย เพราะเป็นชื่อที่มีคนใช้มากที่สุดในประเทศไทย แต่ถ้าใช้ชื่อสมชายซีฟู้ดคงดูดาษดื่นเกินไป จึงเรียกใช้สรรพนามจากภาษาสเปน ซิงยอร์ (Signor) แปลว่า “คุณ” เป็น ซิงยอร์ สมชาย ร้านอาหารที่จะทำให้คุณหลงรักอาหารซีฟู้ดด้วยเมนูสุดอร่อยและราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับสถานที่การบริการ และคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาใช้

 

เริ่มด้วยไข่ตุ๋นทะเล อาหารเบาๆ ดีต่อสุขภาพด้วยไข่ตุ๋นเนื้อครีมคัสตาร์ด โรยหน้าด้วยกุ้ง ปลาหมึก ปู และเนื้อปลาชิ้นใหญ่ เนื้อแน่นสดใหม่กัดเต็มคำทุกชิ้น รสชาติไข่ตุ๋นอร่อยกลมกล่อม เด็กรับประทานได้ผู้ใหญ่รับประทานดี

 

จากเมนูเบาๆ เริ่มปรับโหมดให้จัดจ้านขึ้นอีกนิด ด้วยเมนูปลากะพงขาวทอดราดน้ำปลา เนื้อปลากะพงขาวทอดออกมาได้กรอบหอมเนื้อในแน่นชุ่ม รับประทานพร้อมกับเครื่องเคียงที่ให้มาพร้อมกันจะได้รสชาติอร่อยสุดแสนจะลงตัวที่สุด ซึ่งเมนูนี้ต้องมีสั่งมารับประทานกันทุกโต๊ะ

 

ตามต่อด้วยกุ้งแชบ๊วยคั่วพริกเกลือ กุ้งแชบ๊วยไซส์ยักษ์คั่วพริกเกลือคลุกเคล้าเครื่องเทศรสชาติเผ็ดร้อนปานกลาง อร่อยสไตล์ร้านซิงยอร์ สมชาย ที่คุณต้องลอง ปิดท้ายด้วยเมนูซิกเนเจอร์ต้มส้มปลากระบอกสูตรเด็ดชาวภูเก็ตที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อได้มาที่ร้านนี้ รสชาติเผ็ดร้อนอร่อยถึงเครื่องทุกคำที่รับประทานในแบบอาหารทะเลชาวปักษ์ใต้ อร่อยแบบนี้มีนำเสนอที่ซิงยอร์ สมชาย อีกเช่นกัน

ถ้าคุณกำลังหาร้านอาหารทะเลอร่อยๆ บรรยากาศดีๆ รับประกันได้เลยว่าร้านนี้ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 08-1969-6800

 

เปรี้ยว ใช้เป็น ประโยชน์เยอะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มีนาคม 2559 เวลา 16:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/419711

เปรี้ยว ใช้เป็น ประโยชน์เยอะ

โดย…สุธน สุขพิศิษฐ์

เมื่อเดือนที่แล้วเป็นเวลาที่ตะลิงปลิงออกลูก เห็นทุกกิ่งแล้วเป็นอันปลื้ม กิ่งนั้นก็สะพรั่งพวงใหญ่ กิ่งนี้ก็พวงมหึมา แถมอยู่เตี้ยๆ เอามือเด็ดก็ได้ สูงหน่อยก็เอาตะกร้อขนาดเล็กสอย แค่เด็ดแค่เขี่ยเบาๆ มันก็หลุดจากกิ่งง่ายดาย จะไม่เอามาก็ไม่ได้ มันจะร่วงลงพื้นเน่า น่าเสียดาย พอเด็ดสักพักก็เต็มตะกร้า จากเป็นปลื้มใจก็กลายเป็นกลุ้มใจแทน กินไม่ทันแน่ๆ ไปให้ใครก็ไม่มีใครเอา เคยเอาไปให้เพื่อนบ้าน บางคนไม่รู้จัก กินไม่เป็น ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรกิน ก็มีบ้างที่บางคนเอาไปทำแยมแจกสนุกสนาน

มันเป็นผลไม้รสเปรี้ยว ที่ต้นมันให้ลูกเป็นระยะๆ ช่วงมันติดลูกก็ติดนานพอสมควร หลังจากนั้นทิ้งช่วงสักพัก เดี๋ยวมันก็ออกลูกอีก แล้วเวลาออกลูกจะเต็มพรื้ม เมื่อมันเยอะและมีความต่อเนื่อง แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก หรือไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง ไม่ต้องใครที่ไหน ผมเองตอนเด็กๆ ก็ไม่เคยกิน มารู้จักมันเมื่อตอนเป็นหนุ่ม ที่ไปงานพิธีหลวง มีการเสิร์ฟอาหารว่าง ซึ่งมีอาหารว่างไทยหลายอย่าง ในจำนวนนั้นมีปั้นสิบไส้ปลานึ่ง มีตะลิงปลิงหั่นซอยวางเป็นเครื่องเคียง อร่อยมาก ทำไมถึงเหมาะเจาะอย่างนั้นก็ไม่รู้ นั่นเป็นการรู้จักครั้งแรก

พอรู้จักก็เหมือนมีบุพเพสันนิวาสกับลูกตะลิงปลิง เจออยู่เรื่อยๆ ไปเจอแกงเผ็ดตะพาบน้ำของชาวบ้านแถวริมคลองอ้อม นนทบุรี แกงใส่มะเขือเปรี้ยว สับปะรด ลูกตะลิงปลิง นั่นก็อร่อยมาก แล้วยังไปเจอร้านทำขนมแบบไทย มีลูกตะลิงปลิงแช่อิ่ม เปรี้ยว หวาน แห้งกำลังดี ยิ่งสำทับความดีล้ำลึกของลูกตะลิงปลิง และรู้ว่าคนไทยเก่าๆ นั้นเขากินเป็นอยู่แล้ว ก็น่าเห็นใจคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยได้กิน ผมว่ามาจากสาเหตุหลายอย่าง

 

 

อย่างแรก อาหารไทยโบราณที่ใส่ลูกตะลิงปลิงนั้นขาดช่วงไปนานเหมือนกัน คนทำเป็นก็น้อยลง เมื่อก่อนคนทำเป็นก็จะปลูกต้นตะลิงปลิงไว้สำหรับทำกินเอง ที่เห็นๆ ก็มักจะเป็นตามสวน เมื่อมันออกมาก็รู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ควรจะทำอะไรกิน มันเป็นวัฒนธรรมการกินของคนไทยโบราณที่กินตามฤดูกาล สมัยนี้อาหารที่ใช้ลูกตะลิงปลิงไม่ค่อยเห็น ก็ลองเดินดูตามร้านขายข้าวแกงระดับชาวบ้าน ไม่ค่อยมีแกง ต้ม ยำ อะไรๆ ที่ใส่ลูกตะลิงปลิง

อย่างที่สอง ในเมื่อคนกินน้อยตามแผงขายผักสดจึงไม่ค่อยมี และไม่ขวนขวายที่จะเอามาขาย เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะขายได้ ขายผักอื่นๆ นั้นยังมีการชะลอหรือยืดอายุผักได้ อย่างผักกาดขาว ขายไม่หมด พรุ่งนี้ก็ตัดเอากลีบใบนอกออก หัวกะหล่ำปลี ผักคะน้าก็เหมือนกัน จากหัวใหญ่ ต้นใหญ่ ก็เล็กลง ตัดขั้วต้นออกหน่อย มันก็ดูน่าซื้อน่ากิน ขายได้วันยังค่ำ แต่ลูกตะลิงปลิง 2 วันก็นิ่มแล้ว ขายไม่ได้ ต้องทิ้ง ขาดทุนลูกเดียว ขาดทุนครั้งเดียว ครั้งที่สองก็ไม่เอาแล้ว

แล้วแผงผักประเภทผักพื้นบ้าน ถ้าเป็นผักพื้นบ้านอีสานไม่มีขาย เพราะคนอีสานไม่กิน จะมีแผงผักพื้นบ้านภาคกลางหรือตามตลาดนัดชาวสวนเอามาขายเองก็จะมีบ้าง ส่วนใหญ่จะวางปนๆ มีมะกรูด มะนาว มะดัน กระเจี๊ยบ มะเขือเปรี้ยว มะขามอ่อน

ที่ผมชอบลูกตะลิงปลิง เพราะว่ามันเปรี้ยวแบบนิ่มนวล ไม่ใช่เปรี้ยวจี๊ดแบบกินแล้วต้องหลับตากลืนน้ำลาย อีกอย่างเพราะว่าเนื้อมันนิ่มและชุ่มน้ำ

 

เวลาเอาลูกตะลิงปลิงมาจากสวน มันจะเป็นภาคบังคับว่าต้องตำน้ำพริกกะปิใส่ลูกตะลิงปลิงกินก่อน โดยฝานเอาแต่เนื้อ แล้วหั่นเป็นชิ้นบางๆ เก็บไว้กองหนึ่ง ตำน้ำพริกตามสูตรปกติที่เคยทำ แต่ที่เคยใช้มะนาว 3 ลูก ก็ใช้แค่ 2 ลูกพอ จะใส่ลูกตะลิงปลิงหั่นตอนสุดท้าย เมื่อชิมดูได้รสเปรี้ยวพอแล้วก็เอาแค่นั้น ตอนเอาลงในครกแค่บุบๆ เท่านั้น บุบแรงไปเดี๋ยวจะแหลกเหลว เวลากินน้ำพริกจะได้รับรสเปรี้ยวจากเนื้อหนังของลูกตะลิงปลิง ดีไปอีกอย่าง

บางทีจะออกไปกินผัดไทย จะฝานหั่นซอยเป็นชิ้นๆ ใส่ถุงพลาสติกหิ้วไปด้วย แล้วโรยหน้าผัดไทย ไม่ต้องใช้มะนาวมาบีบให้เปื้อนนิ้ว ผัดไทยสมัยนี้ไม่ค่อยมีเจ้าไหนที่ใส่ผลไม้เปรี้ยว ผัดไทยเก่าแก่ที่ผมเคยกินนั้นใส่ผลไม้เปรี้ยวทั้งนั้น จะเป็นมะเฟือง มะม่วง หรือแม้กระทั่งมะดัน ผมเห็นผัดไทยที่ใส่ผลไม้เปรี้ยวมีแค่ 2 เจ้าเท่านั้น มีผัดไทยวัดท้องคุ้ง อ่างทอง ที่ใส่มะเฟือง ผัดไทยใต้สะพานปทุมธานี ฝั่งปทุมธานี ใส่มะม่วงสับ

ทำข้าวผัด หรือข้าวคลุกกะปิ ใส่ลูกตะลิงปลิงหั่น วางข้างจานดูมีความประณีตบรรจงเท่จะตายไป ผมว่าพวกร้านขายอาหารตามสั่งหรือร้านทั่วไป ที่ต้องฝานมะนาวซีกใส่มาในจาน พอหน้ามะนาวแพงเล่นเอาจุกเหมือนกัน ใช้ลูกตะลิงปลิงนี่แหละทดแทนได้ ดูดี และถูกด้วย อาหารประเภทยำ ก็ใช้ลูกตะลิงปลิงได้ทั้งนั้น ยำปลาสลิดย่าง ยำเนื้อย่าง แม้กระทั่งปลาสำลีเผาที่ใช้มะม่วงสับก็ใช้ลูกตะลิงปลิงแทน

แกงคั่วที่เป็นแกงเผ็ดแบบหนึ่งที่ต้องมีความเปรี้ยว จะใช้น้ำส้มมะขามหรือใส่ผลไม้เปรี้ยว ยกตัวอย่างแกงคั่วสับปะรดกับไข่แมงดาทะเล หรือหอยแมลงภู่ตากแห้ง แกงคั่วหน่อไม้ดองกับปลาสวายหรือปลาเทโพ แกงคั่วผักบุ้งกับหมูสามชั้น และยังมีแกงเผ็ดเป็ดย่างอีกอย่าง ที่ถือว่าเป็นแกงคั่วเหมือนกัน ผมเคยไปเจอที่ร้านไหนจำไม่ได้ แกงเผ็ดเป็ดย่างใส่มะเขือเปรี้ยว ลูกตะลิงปลิง ใส่สับปะรด

อีกครั้งไปเจอต้มส้มปลากระบอกอีกแบบหนึ่งที่ตราด ซึ่งเครื่องแกงส้มนั้นเหมือนภาคกลาง มีหอมแดง พริกไทย กะปิ แต่เขาไม่ใส่ขิง ไม่ใส่ต้นหอม ใส่ลูกตะลิงปลิงอย่างเดียว อร่อยไปอีกอย่าง

ทั้งหมดนี้คือความดีของลูกตะลิงปลิง การที่ไม่เคยเห็น กินไม่เป็น ไม่ใช่เรื่องยาก ไปเจอที่ไหนก็ซื้อเอามาทำกิน ยิ่งสาวๆ ชอบกินมะม่วงน้ำปลาหวาน ลองเอาตะลิงปลิงแทน คนที่เคยกินไม่เป็น อาจจะจิ้มน้ำปลาหวานไม่เลิกก็ได้

 

ร้านส้มตำรถพ่วงข้าง แซบถูกใจหนุ่มสาวออฟฟิศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มีนาคม 2559 เวลา 12:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/419588

ร้านส้มตำรถพ่วงข้าง แซบถูกใจหนุ่มสาวออฟฟิศ

โดย…เสถียร ท้วมจันทร์

ร้านส้มตำรถพ่วงข้างตั้งอยู่ซอยศิริวัฒน์ ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี กลายเป็นขวัญใจหนุ่มสาวออฟฟิศทั้งลูกค้าประจำทั้งขาจรมาอุดหนุนไม่ขาดสาย โดยมี ธีระวัฒน์ ศรีสุภาลักษณ์ หรือน้อง หรืออ๊อฟ อายุ 23 ปี นักศึกษาของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุพรรณบุรี สาขาสื่อสารการกีฬา ชั้นปีที่ 4 เป็นลูกมือช่วยพ่อแม่และพี่ชายขายส้มตำทุกวัน

 

น้องอ๊อฟ บอกว่า ทุกเช้าและเย็นหลังเลิกเรียนจะช่วยพี่ชายและพ่อแม่ขายส้มตำมาตั้งแต่อายุ 15 ปีจนถึงปัจจุบัน โดยหน้าที่หลักจะช่วยเตรียมไก่ย่างในช่วงเวลากลางคืนของทุกวัน ซึ่งจะต้องเตรียมให้เพียงพอต่อการขายเพราะแบ่งขาย 2 คัน คันแรกของพ่อโดยใช้รถพ่วงข้างเป็นพาหนะตระเวนขายส้มตำช่วงเช้า ส่วนพี่ชายจะขายช่วงเย็นของทุกวันตามถนนสายต่างๆ และจุดที่มีลูกค้าประจำโทรสั่งซื้อล่วงหน้า

 

ขณะที่ช่วงเช้าน้องอ๊อฟจะตื่นมาช่วยปลอกมะละกอ ส่วนช่วงกลางวันก็ไปเรียน และช่วงเย็นหลังเลิกเรียนจะออกไปช่วยพี่ขายส้มตำ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยอายในอาชีพของพ่อแม่และครอบครัวที่ขายส้มตำ แถมยังรู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว เพราะเป็นอาชีพที่สุจริตที่สำคัญเอาใส่ใจลูกค้า บริการลูกค้าดุจญาติพี่น้อง ทำให้ลูกค้ามาใช้บริการต่อเนื่อง

 

“ผมเองตั้งใจจะเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้และคว้าปริญญามาให้พ่อแม่และครอบครัวได้ภาคภูมิใจ เพราะจะเป็นปริญญาตรีใบแรกของครอบครัวอีกด้วย” น้องอ๊อฟ กล่าว

ปัจจุบันครอบครัวของน้องอ๊อฟพยายามร่วมกับกลุ่มผู้ขายไก่ย่าง ส้มตำ ที่รู้จักกันด้วยการรณรงค์ให้ช่วยกันลดการใช้ลวดมัดไก่ย่าง โดยหันไปใช้เชือกกล้วยแดดเดียวในการมัดไก่ย่างแทน นอกจากจะช่วยป้องกันเยาวชนกลืนลวดที่มัดไก่ย่างเข้าไปด้วย เพราะเป็นอันตรายแล้วยังช่วยลดโลกร้อนอีกด้วย สำหรับส้มตำมีหลากหลายเมนูเด็ดบริการลูกค้า อาทิ ส้มตำป่า ส้มตำปูปลาร้า และส้มตำไทย ฯลฯ

 

นอกจากเปิดร้านส้มตำเคลื่อนที่แล้ว ในอนาคตเตรียมเปิดร้านเดลิเวอรี่ให้ลูกค้าโทรสั่งจอง จากนั้นจะส่งถึงบ้าน