ชมผลงานศิลปินแถวหน้าจังหวัดภูเก็ต @Central Phuket Art Exhibition #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/658316

วันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 17:10 น.

ชมผลงานศิลปินแถวหน้าจังหวัดภูเก็ต @Central Phuket Art Exhibitionเซ็นทรัลพัฒนา สะท้อนความภาคภูมิใจศิลปินท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต ดึงศิลปินชาวภูเก็ตที่มีชื่อเสียงระดับโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว ผ่านนิทรรศการศิลปะ Central Phuket Art Exhibition

เพื่อสะท้อนความภาคภูมิใจของจังหวัดภูเก็ต บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต จับมือศิลปินชาวภูเก็ตที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ส่งเสริมการท่องเที่ยว นำเสนอนิทรรศการ “Central Phuket Art Exhibition” งานศิลปะที่รวมศิลปินท้องถิ่นภูเก็ตผ่านภาพวาดสีน้ำมัน สีอะคริลิค และภาพถ่าย เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการท่องเที่ยว นำเสนอผลงานของศิลปินแถวหน้าของจังหวัด อาทิ กาญจนา ขำครุฑ ศิลปินแนว Pop Surrealism,ฤทธิพงศ์ หนูพันธ์ ศิลปินที่นำเสนอผ่านการตีความสวยงามของเพศหญิงด้วยมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ และ พรสิริ จินาภิรมย์  ศิลปินที่หลงไหลภาพถ่าย เล่าเรื่องราวของภูเก็ตด้วยสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปิน จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2564 ที่ The Atrium A ชั้น 1 ฝั่งฟลอเรสต้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต พร้อมคุมเข้มดูแลผู้เข้าชมด้วยมาตรฐานด้านความสะอาดและปลอดภัยสูงสุด

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัล?พัฒนา จำกัด (มหาชน) เผยว่า “เซ็นทรัลพัฒนา เราให้ความสำคัญกับท้องถิ่นและชุมชน หรือ Local Essence และ Local Pride เป็นอย่างมาก เราออกแบบศูนย์การค้าของเราให้มีกลิ่นอายของศิลปะและเรื่องราวของท้องถิ่น ส่งเสริมให้มีการจัดงาน Signature Event หลากหลายรูปแบบ ที่ช่วยโปรโมทสินค้าท้องถิ่นและวัฒนธรรมของแต่ละจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในระดับประเทศและในระดับโลก นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนพื้นที่จัดงานศิลปะและ Exhibition รูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้คนในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ เราได้จัดนิทรรศการ “Central Phuket Art Exhibition” เพื่อช่วยเติมเต็มประสบการณ์ท่องเที่ยวด้านศิลปะให้ครบครันยิ่งขึ้นสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย ให้มีกิจกรรมที่ได้ทำครบครันและหลากหลาย นอกจากการช้อปปิ้ง ทานอาหารท้องถิ่น ท่องเที่ยวธรรมชาติแล้ว ยังได้มาแวะชมนิทรรศการศิลปะซึ่งคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวมักชื่นชอบการท่องเที่ยวที่ผสานการไปชมงานศิลปะเป็นหนึ่งในเช็คลิสท์”

คุณกาญจนา ขำครุฑ ศิลปินแนว Pop Surrealism กล่าวว่า “เรื่องราวต่างๆที่ดิฉันคิด มักจะเกินจริงเสมอในสายตาคนทั่วไป ดิฉันเชื่อว่าทุกอย่างมันเป็นไปได้ หากเราเอาความสุขจากอดีตมาใช้กับชีวิตประจำ ดิฉันมุ่งมั่นที่จะผลิตผลงานที่เป็นรูปเป็นร่างในแบบของตัวเอง ตัวละครต้นฉบับที่มีชีวิต และผสมผสานความทรงจำในอดีตที่มีความสุข ด้วยการหยิบเสียงเพลง เรื่องราวและแฟชั่นจากยุค 70-80s สมัยที่ยังเป็นเด็กมารวมกับเหตุการณ์ในโลกปัจจุบัน และจินตนาการของตัวเอง เด็กสาวในความคิดของดิฉัน มักไม่ค่อยแสดงอารมณ์ ความรู้สึกที่ชัดเจน หากแต่เธอต้องการให้ผู้ชม มองลึกเข้าไปที่ดวงตานิ่งนาน ผู้ชมแต่ละคนจะได้คำตอบที่แตกต่างกันออกไป เพราะส่วนตัวเชื่อว่า ตาไม่สามารถปกปิดความจริงจากใครบางคนได้ และคำตอบที่ได้จากภาพ คือเสียงสะท้านในใจของผู้ชมแต่ละคน” 

คุณฤทธิพงศ์ หนูพันธ์ อีกหนึ่งศิลปิน เผยว่า “สำหรับผม ผู้หญิงคือแม่ของสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ เธอคือผู้สร้าง เธอคือดอกไม้ ที่เปล่งแสงแห่งกำลังใจ ผมหมายรวมถึงผู้หญิงโดยทั่วไปมากกว่า มุ่งเน้นไปที่ผู้หญิงคนใดคนหนึ่ง ผมมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของผมเอง แรงปะทะทางอารมณ์ที่พวกเธอส่งต่อมาให้ผมแตกต่างกันไป มันเป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยม ที่ทำให้ผมสร้างผลงานแต่ละชิ้นขึ้นมา Style ของผมเกิดจากความชอบ ซึ่งมักเชื่อมโยงผูกพันกันไปต่างกรรมต่างวาระ การทำงานของผมจะถ่ายทอดออกมาด้วยวิธีการ ท่วงที ที่แตกต่าง ขึ้นอยู่กับแรงปะทะของอารมณ์ขณะนั้นๆเป็นธรรมชาติ ที่สวยงามด้วยตัวของมันเองอยู่แล้วในมุมมองของผม ทุกข์ สุข ล้วนแล้วแต่เป็นปกติของโลก โลกสอนเราให้มีปกติในเรียนรู้ที่จะอยู่ต่อไปอย่างไร ให้ห่างไกลจากทุกข์ เมื่อพิจารณาดีๆ ทุกภาพมีความหวังซ่อนอยู่อย่างชัดเจน ภาพของผมมีทั้งความขัดแย้งกันนิดหน่อยในนั้น พอให้มีนัยยะให้คิด”

คุณพรสิริ จินาภิรมย์ ศิลปินที่หลงไหลในศิลปะการถ่ายภาพ กล่าวว่า ส่วนตัวแล้ว การถ่ายภาพคือความหลงไหล ดิฉันมักจะพกกล้องติดตัวไปด้วยทุกๆที่  เพื่อบันทึกความรู้สึกและความทรงจำเอาไว้ ถนัดการถ่ายภาพแนวไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และ ภาพบุคคลต่างๆ ชื่นชอบงานถ่ายภาพแบบสีขาวดำ ซึ่งเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่คลาสสิกและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ซ่อนอยู่

ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวเสริมว่า “ยิ่งศูนย์การค้าเซ็นทรัลมีความใกล้ชิดชุมชนและเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คนในทุกจังหวัดมากเท่าไหร่ เราก็ต้องหยิบเอามนต์เสน่ห์และเรื่องราวในจังหวัดมาสื่อสารต่อออกไปให้ได้มากที่สุดเท่านั้น และยังต้องตีความให้มีความทันสมัย นำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่อยู่เสมอ เพื่อสร้างคอมมูนิตี้และเป็นเดสติเนชั่นที่อยู่ในใจสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม และเป็นการตอกย้ำว่าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพร้อมเสมอที่จะช่วยต่อยอดความภาคภูมิใจของท้องถิ่นและจังหวัดให้เป็นที่ประจักษ์สู่สายตาชาวโลกได้อย่างแท้จริง”

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต ในฐานะภาคเอกชน ได้ร่วมขับเคลื่อนพลิกฟื้นประเทศไทยด้วยการดูแลสังคม ชุมชนและเศรษฐกิจให้เดินหน้าควบคู่ไปด้วยกันอย่างดีที่สุดมาโดยตลอด โดยเป็นศูนย์การค้าแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน SHA Plus+ จาก ททท. สร้างความมั่นใจด้วยการมีพนักงานฉีดวัคซีนครบแล้ว 97% พร้อมผนึกธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล นำร่อง “ภูเก็ต โมเดล ต้นแบบเมืองท่องเที่ยวปลอดภัย” ชูความพร้อมของสถานที่ให้ความมั่นใจนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศ ด้วยแคมเปญใหญ่ HUG THAIS HUG PHUKET, CENTRAL PHUKET HOTEL FAIR

นิทรรศการ “Central Phuket Art Exhibition” จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2564 ที่ The Atrium A ชั้น 1 ฝั่งฟลอเรสต้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต พร้อมคุมเข้มดูแลผู้เข้าชมด้วยมาตรฐานด้านความสะอาดและปลอดภัยสูงสุด

บุฟเฟต์มื้อสายวันอาทิตย์ @มีเลีย เกาะสมุย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/658278

วันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 10:30 น.

บุฟเฟต์มื้อสายวันอาทิตย์ @มีเลีย เกาะสมุยกลับมาอีกครั้งบุฟเฟต์มื้อสายวันอาทิตย์ ประจำเดือนสิงหาคม ที่ มีเลีย เกาะสมุย (Melia Koh Samui) มื้ออาหารยอดนิยมสำหรับครอบครัวที่มีอาหารนานาชาติหลากหลายเมนูให้ได้เลือกรับประทานอย่างไม่จำกัด ให้บริการที่ห้องอาหาร เดอะ บรีซ่า บีช เรสเตอรอง แอนด์ บาร์ (The Breeza Beach Restaurant & Bar) ริมหาดเชิงมนบรรยากาศสบาย ๆ เคล้าเสียงคลื่น

ครั้งนี้เชฟได้คัดสรรอาหารทะเลสด ๆ ที่ทุกคนชื่นชอบมาให้บริการ ได้แก่ หอยนางรมสดนำเข้าจากฝรั่งเศส อาหารทะเลท้องถิ่นสด ๆ อาทิ หอยขาว ปู และกุ้งจากทะเลเกาะสมุย หอยแมลงภู่ยัดไส้ข้าวอบเสิร์ฟกับมะนาวเหลืองสไตล์ตุรกี เมนูอาหารที่พลาดไม่ได้ อาทิ ซุปมะเขือเทศเย็นแบบสเปนโรยแฮมซาราโน่และไข่ต้มขูด ทาโก้ปลาทอดสไตล์แมกซิกัน ปาเอญ่าหรือข้าวผัดทะเลแบบสเปนรสชาตต้นตำรับที่ทุกคนติดใจ เนื้อออสเตรเลียชั้นดี ซูชิ ราวิโอลีเห็ดทรัฟเฟิลดำ และอาหารนานาชาติอื่น ๆ อีกหลายชนิดที่จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้บริการตามฤดูกาล

นอกจากนั้น ยังมีมุมอาหารเพื่อสุขภาพ ได้แก่ ปลาแซลมอนสดหมักให้บริการกับอะโวคาโดบดและไข่ลวก ส่วนมุมชีสเชฟได้คัดสรรชีสหลายชนิดมาให้บริการกับเครื่องเคียงต่าง ๆ รวมไปถึงผลิตภัณท์จากหมูนำเข้า ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขนมหวานหลายชนิดที่จะสลับสับเปลี่ยนกันมาให้บริการอย่างไม่จำกัด

บุฟเฟต์มื้อสายวันอาทิตย์ประจำเดือนสิงหาคม กำหนดให้บริการในวันที่ 8 สิงหาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 16.00 น. ที่ ห้องอาหาร เดอะ บรีซ่า บีช เรสเตอรอง แอนด์ บาร์ ราคาท่านละ 1,790++ บาท หรือราคาท่านละ 3,890++ บาท เมื่อเลือกรับประทานอาหารกับเครื่องดื่มนานาชนิดให้บริการแบบไม่จำกัดได้แก่ไวน์ เบียร์ ค็อกเทล น้ำผลไม้ และน้ำอัดลม ส่วนเด็กอายุ ระหว่าง 5 ถึง 12 ปี ราคาท่านละ 895++ บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง ได้ที่โทร. 077 938 899 หรือที่อีเมล breeza.kohsamui@melia.com

เที่ยวอุ่นใจ ‘เซ็นทรัล สมุย’ พร้อมลุยสมุย พลัส โมเดล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/658097

วันที่ 15 ก.ค. 2564 เวลา 16:25 น.

เที่ยวอุ่นใจ 'เซ็นทรัล สมุย' พร้อมลุยสมุย พลัส โมเดล“เซ็นทรัล สมุย” ได้รับมาตรฐาน SHA Plus+ ศูนย์การค้าสะอาดปลอดภัย พนักงานฉีดวัคซีนครบแล้ว 93% ดัน “ไทยช่วยไทย” ส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่นและการท่องเที่ยวจังหวัด

นับเป็นอีกต้นแบบสถานที่สะอาดปลอดภัย ศูนย์การค้าที่ได้รับมาตรฐาน SHA Plus+ จาก ททท. และพนักงานฉีดวัคซีนครบแล้ว 93% สำหรับ เซ็นทรัล สมุย โดย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล สมุย ร่วมสร้างความมั่นใจในมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยและความพร้อมของสถานที่ เป็นศูนย์การค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน SHA Plus+ จาก ททท. มีพนักงานฉีดวัคซีนครบแล้ว 93% ร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสมุย พร้อมกันนี้ยังร่วมผลักดันเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย” เปิดพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการท้องถิ่น ชูไฮไลท์ของดีสมุย และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ภายใต้การจัดงานด้วยมาตรฐานคุมเข้ม “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ”

ดร.กิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สมุย เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสถานที่สะอาดปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยพนักงานฉีดวัคซีนครบแล้วมากถึง 93% จึงได้รับมาตรฐาน SHA Plus+ จาก ททท. นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์กลางในการร่วมกระจายวัคซีน เป็น 1 ใน 4 หน่วยฉีดวัคซีนให้ชาวสมุย ทั้งนี้ไม่เพียงเราดูแลศูนย์การค้าของเราให้สะอาด และมีความพร้อมอยู่เสมอ เรายังเล็งเห็นความสำคัญของการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กันไปด้วย จึงได้จัดแคมเปญช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านค้าผู้เช่า รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ค้าขายฟรีให้ผู้ประกอบ SMEs และธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะสมุย เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ ภายใต้มาตรการคุมเข้มสูงสุดตามแนวทาง เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ”

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สมุย ร่วมสร้างต้นแบบสถานที่สะอาดปลดภัย พร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการท้องถิ่นและการท่องเที่ยว ด้วยแนวคิด “ไทยช่วยไทย” ดังนี้

1. สร้างพื้นที่สาธารณะที่สะอาดปลอดภัย ‘No.1 Hygiene & Safety Standard’: สร้างความพร้อมเป็น Place of Confidence ของสถานที่ให้ความมั่นใจนักท่องเที่ยวชาวไทยและเทศ พร้อมสนับสนุน สมุยพลัส โมเดล เมืองท่องเที่ยวสะอาดปลอดภัย ชูความเป็นต้นแบบของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย ที่ได้รับสัญลักษณ์ SHA PLUS+ จาก ททท. จากการคุมเข้มแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” มีพนักงานฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว 93% พร้อมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า โดยพนักงานติดสัญลักษณ์ I’M VACCINATED

2. ส่งเสริม “ไทยช่วยไทย” เปิดพื้นที่ฟรีให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะสมุย ได้แก่

  • จัดงานรวมสินค้าเด่นของสมุย โดยมีรูปแบบการจัดงานที่เหมาะสมตามสถานการณ์ ภายใต้มาตรการคุมเข้มสูงสุด “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” อาทิ งาน Samui Seafood Market, Samui Coconut Fest และ Five Star OTOP
  • เปิดตลาด Night Market ตั้งแต่ 16.00 – 21.00 น. ทุกวัน ให้ผู้ประกอบการบนเกาะ สมุย มาจำหน่ายสินค้า อาหาร และเครื่องดื่ม ทั้งสตรีทฟู้ด ทะเลปิ้งย่าง ยำไทยรสเด็ด ผลไม้ น้ำสมุนไพรไทย เป็นต้น
  • รวมแพ็คเกจพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งสปา ที่พัก อาหาร จากผู้ประกอบการชื่อดังของสมุย อาทิ โรงแรมเซ็นทารา วิลลา เคปฟาน บันยันทรี ศาลาสมุย เฉวงบีช

3. งาน HUG THAI HUG SAMUI PLUS จัดโรดโชว์โปรโมทท่องเที่ยวสมุย ดึงนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียงมาเที่ยวสมุย ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวงดงามติดอันดับโลกมากมาย และเดินหน้าโปรโมทไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวแบบข้ามภูมิภาคในระยะต่อไป

นอกจากนี้ ยังเตรียมแคมเปญการตลาดช่วยลดค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ Shopcation Exclusive Privileges มอบส่วนลดสูงสุด 70% จากธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ร้านค้าที่ร่วมรายการ และแบรนด์ดังอย่างเช่น Adidas, Puma, Rip Curl, XACT

“ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สมุย มีความใกล้ชิดชุมชน เราพร้อมให้ความสนับสนุนในทุกๆ ด้านให้การใช้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ ในตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลมาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย ซึ่งเรามีความพร้อมด้วยมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ สร้างความมั่นใจด้วยการเช็ดถูฉีดพ่นทุกจุดสัมผัสตลอดเวลาด้วยน้ำยาประสิทธิภาพสูง ดูแลการเว้นระยะห่าง 100% Social Distancing โดยเราดูแลควบคู่ไปกับการช่วยเหลือพันธมิตรร้านค้า ผู้ประกอบการท้องถิ่น อย่างต่อเนื่อง” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมค้นหาความหมายกับผลงานศิลปะแนวนามธรรมจาก 7 ศิลปินไทยและชิลี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/657893

วันที่ 13 ก.ค. 2564 เวลา 15:25 น.

ร่วมค้นหาความหมายกับผลงานศิลปะแนวนามธรรมจาก 7 ศิลปินไทยและชิลีไอคอนสยาม ชวนค้นหาความหมายและเปิดจินตนาการกับผลงานศิลปะแนวนามธรรม จาก 7 ศิลปินไทยและชิลีในงานแสดงนิทรรศการ PLAY Art House The Exhibition ชื่นชมผลงานและเป็นเจ้าของได้ง่าย ผ่านบริการ Call & Shop จากไอคอนสยาม

ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ทำให้การออกนอกบ้านและการรวมกลุ่มไม่สามารถทำได้ แต่จินตนาการและความหลงใหลในงานศิลปะไม่อาจถูกปิดกั้นได้ ไอคอนสยาม และ PLAY Art House จึงขอนำเสนองานศิลปะแนวนามธรรม ผลงานจาก 7 ศิลปินไทยและศิลปินชาวชิลี ให้ได้ชื่นชม ค้นหาความหมายและเปิดจินตนาการ พร้อมเป็นเจ้าของได้ง่าย โดยผู้ที่สนใจสามารถชมผลงานและสั่งซื้อได้ผ่านบริการ Call & Shop จากไอคอนสยาม เพียงโทร. 083-097-4622 หรือแอด Line @CS_ICONSIAM หรือ ติดต่อสอบถามได้ที่ PLAY Art House โทร. 080-982-9559 / 083-656-5466 หรือ playarthouse@icloud.com ตั้งแต่วันนี้ – 29 กรกฎาคม 2564

สำหรับนิทรรศการนอกบ้านครั้งแรกนี้ PLAY Art House คัดสรรผลงานที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นใหม่เกือบทั้งหมด นำโดย สมชาย วัชระสมบัติ ศิลปินรุ่นใหญ่ เจ้าของผลงานแนวเซอร์เรียลลิสม์ที่สร้างสรรค์เมื่อปี 2018/ 2019 มาแสดงสู่สาธารณะชนเป็นครั้งแรก และยังมีงานแนวนามธรรมที่วาดไว้ตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งน้อยคนจะมีโอกาสได้เห็นมาเป็นชิ้นไฮไลต์ ศิลปินกล่าวถึงแรงบันดาลใจของผลงานว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ ของรูปทรงและจิต เป็นตัวกระตุ้นให้ศิลปินอยากสร้างงานศิลปะ ให้สอดคล้องกับภาวะของตน บอกเล่าจินตนาการและความรู้สึกผ่านกระบวนการของจิตรกรรม การทำงานศิลปะของศิลปินท่านนี้สนใจตรงที่ให้ผลงานเกิดความรู้สึก เกิดแรงปะทะ สำหรับความหมายของคำว่า “นามธรรม” นั้น คุณสมชายมองว่าคือการให้ความสำคัญกับรูปทรงภายนอกสัมพันธ์กับรูปทรงภายใน เน้นการใช้อารมณ์เพื่อสื่อความหมาย อาจจะมีความสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ก็ได้ เพราะไม่มีอะไรสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ หากแต่เป็นไปตามที่ศิลปินกำหนด

งานชุด “เทวธรรมชาดก” ของอลงกรณ์ หล่อวัฒนา ศิลปินแนวไทยประเพณีฝีมือจัดจ้านที่ได้แรงบันดาลใจจากรูปแบบงานศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ศิลปินประทับใจจากที่ได้เห็นผ่านตาในสื่อโซเชียลมีเดีย และรู้สึกชื่นชอบแนวทางการวาดของญี่ปุ่นที่ยังมีความเป็นมนุษย์ คือก้ำกึ่งระหว่างอุดมคติและความสมจริง ศิลปินจึงได้นำรูปแบบนั้นแต่มาเล่าเรื่องราวปริศนาธรรมของไทย ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ศิลปินพูดถึงในผลงานศิลปะมาโดยตลอด โดยเลือกเรื่องจากพุทธประวัติมาถ่ายทอด นอกจากผลงานชุดใหม่นี้แล้ว ตอนนี้ อลงกรณ์กำลังสร้างสรรค์ผลงานเพื่อร่วมในเทศกาล Thailand Art Biennale ที่จ.นครราชสีมา ที่จะจัดขึ้นปลายปีนี้ด้วย

เสนีย์ แช่มเดช ศิลปินชาวนครสวรรค์ผู้มีความผูกพันกับธรรมชาติ และสร้างสรรค์งานแนวนามธรรมโดยได้แรงบันดาลใจจากป่าและธรรมชาติมาตลอดชีวิต ผลงานของเขามีสีและเส้นที่เลื่อนไหลไปตามอารมณ์ความรู้สึกขณะสร้างสรรค์ ผลงานที่แม้จะเป็นรูปแบบนามธรรม แต่ก็มีความแตกต่างไปตามปรากฏการณ์หรือสิ่งต่างๆ ที่มากระทบจิตใจขณะสร้างงานในตอนนั้นๆ ด้วยความเชื่อของศิลปินที่ว่า นามธรรม คือ เป็นการแสดง ความจริงของความคิด หรือ ความรู้สึก ออกมาโดยไม่ต้องผ่านของจริง

ชัชวาล รอดคลองตัน เป็นศิลปินอาชีพระดับแนวหน้าของไทยที่สร้างผลงานแนวไทยประเพณีมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงบันดาลใจจากพุทธศาสนา พุทธประวัติ ก่อนหน้านี้ ชัชวาลทำเรื่อง “แสง” ซึ่งแฝงไว้ทั้งเรื่องราวและสัญลักษณ์ในตัวเอง เหตุผลที่ทำเรื่องแสงและเงา เพราะชอบภาวะความสงบและบรรยากาศที่เกิดขึ้น สำหรับผลงานที่นิทรรศการนี้ ก็ได้แนวคิดจากปรัชญาทางพุทธเช่นกัน โดยนำผลงานที่สร้างสรรค์ไว้ก่อนแล้ว คือภาพทางซ้ายและขวา ซึ่งมีที่มาจากแสงเทียนในบรรยากาศเวียนเทียน แต่ลดทอนให้เหลือเพียงแสงและเงา และใส่ลวดลายในสถาปัตยกรรมไทย ผสานด้วยความรู้สึกแบบนามธรรม คือเปรียบแสงเป็นเส้นทางสู่นิพพาน รูปดอกสาละ คือสัญลักษณ์ของการประสูติและปรินิพพาน และจากภาพทั้งสอง นำไปสู่การสร้างงานใหม่เป็นแนวกึ่งนามธรรม (Semi abstract) คือภาพตรงกลาง ที่พูดถึงเรื่องวัฏฏะ ธาตุทั้งสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ อยู่ในรูปทรงที่ปล่อยวางโดยรอบ แสงตรงกลางเสมือนหนทางสู่ความสงบ เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายใน สำหรับชัชวาลแล้ว ผลงานแนวนามธรรม ไม่ใช่เรื่องของรูปแบบที่หยิบยืมมา แต่เป็นความรู้สึกที่ศิลปินสื่อออกมา การเป็นศิลปินอิสระ ไม่จำเป็นต้องกำหนดหรือกะเกณฑ์รูปแบบให้ตัวเอง แต่เมื่อสร้างงานแล้ว อยู่ที่ว่าต้องทำให้ผู้ชมรู้ว่าเป็นผลงานของเรา

พลุตม์ มารอด เป็นศิลปินอีกคนที่สร้างผลงานเล่าเรื่องราวที่หลากหลาย จากในช่วงแรกที่เดินทางท่องเที่ยว ก็จะวาดภาพทิวทัศน์ เมื่อมีครอบครัว ก็วาดภาพเกี่ยวกับผู้หญิง แต่หลังจากที่ใช้สีน้ำมันมายาวนาน พลุตม์ก็เริ่มอิ่มตัว และพบว่า ด้วยธรรมชาติของสีน้ำมันที่ใช้เวลาแห้งนาน ไม่ตอบโจทย์กับความคิดและความเปลี่ยนแปลงของสื่อในโลกยุคปัจจุบันที่มีเรื่องใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา เทคนิคสีอะครีลิกที่ละเลงไปบนภาพที่ร่างไว้คร่าวๆ นี้คือเทคนิคที่พลุตม์ทดลองมาได้ราว 2 ปี เป็นวิธีการทำงานที่ศิลปินบอกว่า ทำให้ทำงานสนุกมากขึ้น รู้สึกตื่นเต้น และเป็นเทคนิคที่โต้ตอบทันท่วงทีกับความคิดปัจจุบันของตน สำหรับผลงานชุดล่าสุดนี้ พลุตม์ยังคงพูดถึงเรื่องราวรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปดอกไม้ ที่ตอนวาด ก็นึกถึงกระถางดอกไม้ที่แขวนอยู่ รูปเด็กผู้ชายซึ่งก็คือลูกชายของตัวเอง แต่เป็นการมองออกไปที่สังคมข้างนอก เห็นเด็กยุคนี้ที่รับสื่อต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และตั้งคำถามต่อว่า เด็กเหล่านี้จะมองโลกอย่างไร และพวกเขาจะเป็นอย่างไรในอนาคต

แม้จะมีดีกรีด้านศิลปกรรมศาสตร์ สาขาจิตรกรรมโดยตรงจากเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่เมื่อกลับมาเมืองไทย ดนีย์นาถ บุรกสิกร กลับยึดอาชีพเป็นแฟชั่น สไตลิสต์ให้กับนิตยสาร LIPs เป็นเวลา 10 กว่าปีก่อนจะออกมาเป็นสไตลิสต์อิสระ และเพราะสถานการณ์โควิดรอบแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2563 ที่ทำให้เธอมีเวลาว่างพอที่จะกลับมาคว้าพู่กันอีกครั้ง เพื่อทำงานศิลปะที่เธอมีความสนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และอาจเพราะฟ้าอยากเพิ่มศิลปินแนวนามธรรมประดับวงการศิลปะบ้านเราอีกคน ด้วยการแนะนำของช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง ณัฐ ประกอบสันติสุข ทำให้ดนีย์นาถมีโอกาสแสดงนิทรรศการเดี่ยวเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2563 ที่แกลเลอรี่ PLAY Art House ซึ่งประสบความสำเร็จเกินคาด เธอบอกว่า เธอชื่นชอบงานแนวนามธรรมมาตั้งแต่ยังเรียน เพราะทำให้เธอปล่อยอารมณ์อิสระที่ไม่ค่อยได้ใช้เวลาทำงานประจำและยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้จินตนาการ อาจชอบ หรือไม่ชอบ มองเป็นรูปอะไรก็ได้ นั่นคือเสน่ห์ของงานแนวนี้ สำหรับนิทรรศการนี้ ดนีย์นาถบอกว่า ตอนที่สร้างผลงาน รู้สึกแค่ว่า อยากให้ผลงานนี้ออกมาจากตัวตนของเธอเอง ไม่ได้มีคอนเซปต์เฉพาะ สีที่ใช้ก็เป็นไปตามอารมณ์ ณ ขณะนั้น ปัจจุบัน ดนีย์นาถยังสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างต่อเนื่องและทำด้วยความมั่นใจมากขึ้น และหวังว่าจะสามารถใช้เวลาทำงานศิลปะในสัดส่วนที่มากกว่างานหลักในอนาคต

ในนิทรรศการนี้ นอกจากศิลปินไทยชื่อดังทั้ง 6 คนแล้ว ทาง PLAY Art House ได้เชิญ Karina Retuert ศิลปินชาวชิลีมาร่วมแสดงผลงานด้วย โดยเธอพูดถึงผลงานของเธอว่า งานส่วนใหญ่จะเป็นภาพทิวทัศน์ แต่นำเสนอด้วยมุมมองแนวกึ่งนามธรรม (Semi-abstract) ภาพที่ออกมาจึงเป็นการผสมผสานระหว่างองค์ประกอบที่ผู้ชมนึกถึงได้และเปิดโอกาสให้ใช้จินตนาการ แน่นอนว่า แรงบันดาลใจของผลงานของเธอมาจากสภาพเมืองและภูมิประเทศหลายแห่งของประเทศที่เธอเดินทางท่องเที่ยว อาทิ ไอร์แลนด์ เม็กซิโก และประเทศบ้านเกิดของเธอ คือ ประเทศชิลี ทั้งนี้ จากภาพผลงานของเธอทั้ง หมด 5 ภาพ มี 2 ภาพนี้เป็นงานที่ทำที่เมืองไทย จึงกล่าวได้ว่า มีความเป็นไทยซ่อนในผลงานนี้ไม่มากก็น้อย เมื่อให้นิยามเกี่ยวกับศิลปะนามธรรม เธอคิดว่า เป็นเรื่องน่าทึ่งที่สามารถนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ต่อความเป็นจริงโดยมองข้ามรูปลักษณ์ที่จับต้องได้โดยสิ้นเชิง

ร่วมค้นหาความหมายและเปิดจินตนาการของท่านกับผลงานแนวนามธรรมจากนิทรรศการ PLAY Art House สำหรับผู้ที่สนใจผลงาน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ PLAY Art House วรินทร์ ศรีจันทร์วันเพ็ญ playarthouse@icloud.com หรือ 080-982-9559 / 083-656-5466 หรือสอบถามผ่านบริการ Call & Shop จากไอคอนสยาม เพียงโทร. 083-097-4622 หรือแอด Line @CS_ICONSIAM

เวนติซี เดลิเวอรี่ความอร่อยให้อิ่มแบบจุใจ 2 เท่า กับโฮมเมดพิซซ่าสไตล์อิตาเลียน ซื้อ 1 แถม 1 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/657787

วันที่ 12 ก.ค. 2564 เวลา 14:05 น.

เวนติซี เดลิเวอรี่ความอร่อยให้อิ่มแบบจุใจ 2 เท่า กับโฮมเมดพิซซ่าสไตล์อิตาเลียน ซื้อ 1 แถม 1ซื้อ 1 แถม 1 ห้องอาหารเวนติซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ มอบโปรซื้อ 1 แถม 1 โฮมเมดพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนขนานแท้ เอาใจคนรักพิซซ่าด้วย 15 หน้าสุดฟิน

โปรดังโปรเด็ดกลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้อง ห้องอาหารเวนติซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ให้คุณได้อิ่มแบบจุใจ 2 เท่า กับเดลิเวอรี่พิซซ่าโฮมเมดสไตล์อิตาเลียนขนานแท้ ซื้อ 1 แถม 1 ส่งตรงถึงบ้านคุณ ร่วมสัมผัสความอร่อยของพิซซ่าสูตรโฮมเมดหลากหลายเมนูให้คุณเลือกลิ้มลองถึง 15 หน้า ราคาเริ่มต้นที่ 290 บาท

อาทิ พิซซ่ามาร์การิต้า เสิร์ฟพร้อม มะเขือเทศ, ชีสมอสซาเรลล่า,พาเมซานชีส, น้ำมันมะกอก, เบซิล, พิซซ่านาโปลี เสิร์ฟพร้อม มะเขือเทศ, ชีสมอสซาเรลล่า, แองโชวี่,ออริกาโน่, น้ำมันมะกอก, พิซซ่าฟรุตตี้ ดิ แมร์ ซีฟู้ด เสิร์ฟพร้อม ซอสมะเขือเทศ มอสซาเรลล่าชีส กุ้ง หอยแมลงภู่ ปลาหมึกและเบซิล, พิซซ่าเวนติซี เสิร์ฟพร้อมชีสมาสคาโปน พาร์มาแฮม และผักร็อคเก็ต, พิซซ่าแอนเดรีย เอ พาร์มาแฮม เสิร์ฟพร้อม ซอสมะเขือเทศ มอสซาเรลล่าชีส เบซิล ใบร็อคเก็ต น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ และพาร์มาแฮม และพิซซ่าหน้าอื่นๆ อีกมากมายให้คุณเลือกลิ้มลอง

เงื่อนไขการสั่งซื้อ

พิซซ่าถาดที่ 2 ต้องมีราคาเท่ากันหรือต่ำกว่าราคาที่ซื้อถาดแรก ฟินกับความสุขแบบสุดๆได้แล้ววันนี้ สั่งเลยผ่านแอปพลิเคชั่น แกร๊บฟู้ด Grab https://bit.ly/3fdHssV

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30 – 20.00 น. ติดตามข่าวสารห้องอาหารของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ได้ที่เฟซบุ๊ก: Ventisi อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

เฉลิมฉลองวันชาติฝรั่งเศส ดื่มด่ำกับรสชาติแบบฉบับปารีเซียง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/657779

วันที่ 12 ก.ค. 2564 เวลา 13:35 น.

เฉลิมฉลองวันชาติฝรั่งเศส ดื่มด่ำกับรสชาติแบบฉบับปารีเซียง#เที่ยวทิพย์ ลัดฟ้ายังมหานครปารีส ดื่มด่ำกับรสชาติแบบฉบับปารีเซียง ในงาน “La F?te Nationale 14 Juillet” ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์

บองชูว์! ใครกำลังคิดถึงฝรั่งเศส ดินแดนสุดโรแมนติกที่หลายคนใฝ่ฝันอยากไปเยือน ท็อปส์ มาร์เก็ต และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พาคุณลัดฟ้าไปยังมหานครปารีสเมืองแห่งแสงสีที่ไม่เคยหลับใหล กับเทศกาลอาหารแสนอร่อยคัดสรรสุดพิเศษเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันชาติฝรั่งเศส ในงาน “ 14 JLa Fête Nationaleuillet” ร่วมท่องไปยังดินแดนโรแมนติก และช้อปสินค้าขึ้นชื่อส่งตรงจากฝรั่งเศสกว่า 800 รายการ พร้อมชิม 3 เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์โดยเชฟมากฝีมือ ประจำ CENTRAL EATERY ที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา และท็อปส์ มาร์เก็ต เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ

เริ่มต้นฉลองวันชาติฝรั่งเศสเสมือนได้ไปเยือนปารีสด้วยการช้อปปิ้งสินค้านำเข้าจากฝรั่งเศส ลดสูงสุด 32 % ตั้งแต่วันนี้-14 กรกฎาคม 2564 เริ่มด้วยชีสหลากหลายชนิดในราคาที่คุณไม่ควรพลาด ได้แก่ ชีสกงเต้ 250 กรัม (Carrefour Comte) พิเศษ 270 บาท ปกติ 399 บาท, ชีสการ์มองแบร์ 250 กรัม(Carrefour Camembert) พิเศษ 159 บาท ปกติ 199 บาท, ชีสบรีผสมทรัฟเฟิล 100 กรัม (Fromi Brie with Truffles) พิเศษ 430 บาท ปกติ 480 บาท, เนื้อสันแหลม (Limousine Rib Eye Beef) กิโลกรัมละ 2,690 บาท ปกติ 3,690 บาท, น้ำแร่ธรรมชาติ สปาร์คลิ่ง 500 มล. ซื้อ 1 แถม 1 ในราคา 69 บาท

อุ่นเครื่องด้วยการช้อปปิ้งไปแล้ว ก็ได้เวลารองท้องกับเบเกอรี่อาร์ติซานกลิ่นหอมกรุ่นเย้ายวนใจที่อบสดใหม่จากเตา โดยเชฟประจำ The Baker ซึ่งคัดสรรเฉพาะวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม เนยสดแท้จากแคว้นบริตทานี่ เริ่มด้วย ครัวซองต์ (Croissant) หอมกรุ่น ชุ่มเนย ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 65 บาท มีหลากหลายรสชาติ เช่น ครัวซองต์ คาราเมลแมคคาดาเมีย, ครัวซองต์เนยสดฝรั่งเศส, ครัวซองต์สวิสเอมเมนทอลชีส พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ รับฟรี! เดอะเบเกอร์อาร์ติซานครัวซองต์เนยสดฝรั่งเศส 1 ชิ้น มูลค่า 65 บาท เมื่อซื้อครัวซองต์ชิ้นละ 75 บาท ครบ 3 ชิ้น ตั้งแต่วันที่ 14-27 กรกฎาคม 2564

อีกหนึ่งขนมปังเนยสไตล์ฝรั่งเศสสีเหลืองทอง ที่คนรักขนมปังจะต้องไม่พลาด บริยอช (Brioche) ขนมปังอบที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มนวลด้วยส่วนผสมของไข่และเนยชั้นดี อาทิ เดอะเบเกอร์อาร์ติซานขนมปังบริยอชเนยสดฝรั่งเศส ชิ้นละ 99 บาท, ขนมปังบริยอชน้ำผึ้งดอกลำไยถั่วพีแคน พิเศษ 145 บาท ปกติ 160 บาท

ปิดท้ายด้วย 4 เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟรสชาติต้นตำรับฝรั่งเศส จาก CENTRAL EATERY มีจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 10-18 กรกฎาคม 2564 ได้แก่ “French Onion Soup” หรือ ซุปหัวหอมสไตล์ฝรั่งเศส (ราคา 140 บาท) ขึ้นชื่อว่าเป็นซุปใสก็จริง แต่ซุปหัวหอมของฝรั่งเศสนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เริ่มจากเชฟต้องผัดให้หอมใหญ่ขึ้นสีจนสวย (Caramelized) จากนั้นจึงนำมาเคี่ยวต่อกับน้ำสต็อกเนื้อรสชาติเข้มข้น ปรุงรสจนได้ที่ ออกมาเป็นซุปใสที่รสชาติเต็มปากเต็มคำ ท็อปปิ้งด้วยชีส Gruyère (กรุยแยร์) ที่ถูกเบิร์นจนหอม เสิร์ฟพร้อมขนมปังฝรั่งเศส รับรองว่าเพียงแค่คำแรกที่ได้ชิม ก็จะรู้สึกราวกับได้นั่งอยู่ที่คาเฟ่สักแห่งกลางกรุงปารีส

เมนูที่สอง เชฟเลือกเสิร์ฟ “Tuna Niçoise Salad” (ทูน่า นีซัว สลัด) หรือสลัดปลาทูน่าสไตล์ฝรั่งเศส (ราคา 250 บาท) เมนูเบาๆ ก่อนจะไปถึงเมนคอร์ส ในเมนูประกอบไปด้วยผักนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่ง เฟรนช์บีน หอมแดง มะเขือเทศ แอนโชวี มะกอกคาลามาตา พริกหวาน ไข่ต้ม ราดด้วย Lemon Vinaigrette หรือน้ำสลัดเลมอนที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ทานคู่กับปลาทูน่าเนื้อแน่นที่ถูกปรุงอย่างตั้งใจ หอมกลิ่นพริกไทยดำชวนให้อยากอาหารมากยิ่งขึ้น

เดินทางมาถึงเมนคอร์สที่เอาใจสายมีทเลิฟเวอร์ กับ “Côte de Boeuf” (โก้ต เดอ เบิฟ) หรือ สเต็กเนื้อต้นตำหรับสไตล์ฝรั่งเศส (ราคา 1,295 บาท) เมนูเด็ดที่พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะเชฟเลือกเนื้อส่วนริบอายติดกระดูกคุณภาพดีมาปรุงอย่าง พิถีพิถันในทุกขั้นตอนจนออกมาเป็นจานโปรด ปรุงความสุกของเนื้อออกมาพอดิบพอดี ได้รสชาติเนื้อเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมสลัด และชีส Parmigiano Reggiano หรือพาร์เมซานที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้สเต็กเนื้อจานนี้กลมกล่อมยิ่งขึ้น

ปิดท้ายความฟินแบบฉบับปารีเซียงกันด้วยเมนูขนมหวานจานหรูอย่าง “Duchesse de Citron” (ดุชเชส เดอ ซิทร็ง) หรือเลม่อนทาร์ต (ราคา 60 บาท) หนึ่งในขนมสไตล์ Pâtisserie ขวัญใจนักชิมทั่วโลก รสเปรี้ยวของเลม่อนเคิร์ดที่เพิ่มความสดชื่น และช่วยล้างปากหลังทานของคาวได้เป็นอย่างดี เป็นขนมที่ให้ความนุ่มและความกรุบกรอบในหนึ่งคำ ให้คุณดื่มด่ำบรรยากาศจากที่บ้านได้เหมือนอยู่ปารีส

เฉลิมฉลองวันชาติฝรั่งเศส ในงาน “La Fête Nationale 14 Juillet” สะดวกสบายด้วยบริการสั่งซื้อสินค้าผ่าน http://www.tops.co.th หรือ สั่งอาหารจาก Grab Food เลือก CENTRAL EATERY อาหารปรุงสดโดยเชฟมืออาชีพ เพียงเท่านี้ รสชาติของฝรั่งเศสที่คุณคิดถึงก็พร้อมเดินทางไปหาถึงหน้าบ้านแล้ว

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.thwww.centralfoodhall.com, เฟซบุ๊ก TopsThailand, เฟซบุ๊ก Central Food Hall หรืออินสตาแกรม centralfoodhallofficial

เซ็นทรัลพร้อมปรับเวลา รวมแพลตฟอร์ม Worry-Free Omnichannel ช้อปสะดวกทุกบริการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/657710

วันที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 16:20 น.

เซ็นทรัลพร้อมปรับเวลา รวมแพลตฟอร์ม Worry-Free Omnichannel ช้อปสะดวกทุกบริการศูนย์การค้าเซ็นทรัลในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เปิดให้บริการทุกวัน 11:00-20:00 น. พร้อมช่วยเหลือร้านค้า และอำนวยความสะดวกให้คนเมือง รวมแพลตฟอร์ม Worry-Free Omnichannel ช้อปสะดวกทุกบริการ

· ศูนย์การค้าเซ็นทรัลในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 15 สาขา เปิดให้บริการตามปกติ ทุกวัน เวลา 11.00-20.00 น. โดยเปิดให้บริการธุรกิจตามภาครัฐกำหนด อาทิ ร้านอาหาร (Take Home), สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต, ธนาคาร, ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านขายยา, เครื่องมือช่างและอุปกรณ์การก่อสร้าง, ไปรษณีย์ และพัสดุภัณฑ์, บริการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษา และ สถานที่ให้บริการฉีดวัคซีน

· เสิร์ฟความอร่อยหลากหลายช่องทาง เลือกซื้อด้วยตัวเอง นำโดย Take-Home Food Destination จุดบริการรวมร้านดังครบในที่เดียวให้ เลือก-สั่ง-ซื้อ ได้สะดวก, หรือ เลือกซื้อผ่านแอป ด้วยบริการ CENTRAL EATS ผ่าน GrabFood หรือ เลือกต่อสายตรง กับบริการ ONE CALL x ONE CLICK ต่อสายตรงร้านอาหารสั่ง Delivery หรือมารับที่จุด Drive-thru และ เลือกใช้ผู้ช่วย กับบริการล่าสุด Food Concierge Service ที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล บางนา

· คลายกังวลกับบริการสะอาด สะดวก รวดเร็วทั้ง Delivery / Chat & Shop / Drive Thru ช้อป แชท สั่งสะดวก ครบ-จบ-ง่ายในแชทเดียวเพียง Add LINE Official Account ‘@CentralLife’

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พร้อมช่วยเหลือร้านค้า อำนวยความสะดวกประชาชน และร่วมระงับการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างเต็มที่ ได้เตรียมแพลตฟอร์มรองรับการซื้อหาสินค้าและบริการเพื่อการดำรงชีวิต ด้วย Worry-Free Omnichannel ผนึกกำลังพันธมิตรธุรกิจและร้านค้า มั่นใจคลายกังวลไปกับบริการสะอาด สะดวก รวดเร็ว ด้วย Take-Home Food Destination ที่ศูนย์การค้า ตั้งจุดเคาท์เตอร์รวมความอร่อยหลากหลายจากร้านดังให้เลือกสั่งซื้อกลับบ้านได้รวดเร็ว พร้อมช้อปสินค้าแฟชั่นและอื่นๆ ทางออนไลน์ได้ไม่มีสะดุดด้วยบริการ “Chat & Shop” ด้วย Add LINE: @CentralLife พร้อมเสิร์ฟความอร่อยผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริการ CENTRAL EATS จับมือ GrabFood, บริการต่อสายตรงถึงร้านกับ ONE CALL X ONE CLICK โทร. 02-021-9999 หรือ Add LINE: @CentralLife ที่ให้เลือกได้ทั้ง Take Home ด้วยตัวเอง และส่งให้ถึงรถกับบริการ Drive Thru, และบริการใหม่กับ Food Concierge Service ที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล บางนา

ทั้งนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 15 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, ปิ่นเกล้า, รามอินทรา, บางนา, พระราม 2, พระราม 3, แกรนด์ พระราม 9, อีสต์วิลล์, แจ้งวัฒนะ, เวสต์เกต, รัตนาธิเบศร์, มหาชัย, ศาลายา และเซ็นทรัล วิลเลจ เปิดให้บริการตามปกติ ทุกวัน เวลา 11.00-20.00 น. โดยให้ ความร่วมมือเปิดเฉพาะบริการตามประกาศภาครัฐ มีผลตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

#เซ็นทรัลพร้อมเสิร์ฟความอิ่มอร่อย พร้อมอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าและช่วยเหลือพันธมิตรร้านค้า ด้วยบริการต่างๆ ได้แก่

1. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 15 สาขา ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผนึกกำลังร้านอาหารชื่อดังกว่า 2,000 ราย เปิดพื้นที่ Take-Home Food Destination ที่หลากหลายที่สุด ตั้งแต่ Street Food, Local Food, ร้านดังระดับโลกไปจนถึงร้านดังระดับมิชลินสตาร์ ทั้งอาหารคาว-หวาน ชานมไข่มุกในตำนานเจ้าแรกของโลก และอื่นๆ อีกมากมาย มาให้เลือกสั่งได้แบบสะดวก สะอาด ปลอดภัย

2. เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัล บางนา เปิดบริการใหม่ล่าสุด Food Concierge Service สั่งอาหารกลับบ้านที่จุดเดียว อร่อยได้ครบทุกร้าน

เซ็นทรัลเวิลด์ : สั่งอาหารและแวะมารับกลับที่ Food Concierge Service ชั้น 1 โซน Eden หรือโทรผ่าน call center 02-6407000 ต่อ 1531 หรือ add line @CTWFoodService เพื่อสั่งอาหาร และชำระเงิน แล้วรอบริการส่งถึงรถลูกค้าที่จุด Drive Thru ตามเวลาที่นัดหมาย หรือ ให้ทางศูนย์ฯ เรียกบริการส่งผ่าน Rider แบบเก็บเงินปลายทาง ตามระยะทาง ขอดูเมนูและสั่งอาหารได้ทุกช่องทาง ตั้งแต่เวลา 10:00 – 20.00 น. ทุกวัน

เซ็นทรัล บางนา : อำนวยความสะดวกพร้อมส่งอาหารถึงรถที่จุด Drive Thru เพียงโทรผ่าน call center 02-763-6000 ต่อ 1232 หรือ add line @centralplazabangna พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ เมื่อสั่งอาหารครบ 500 บาท รับฟรี! Cash Voucher Food Patio มูลค่า 50 บาท ขอดูเมนูและสั่งอาหารได้ทุกช่องทาง ตั้งแต่เวลา 11.00 – 19.00 น.

3. บริการ CENTRAL EATS ผ่าน GrabFood ฟีเจอร์สุดคุ้มที่รวบรวมร้านอาหารชั้นนำในศูนย์การค้าเซ็นทรัล โดยสามารถเลือกซื้ออาหารได้มากกว่า 1 ร้าน ภายใน 1 คำสั่งซื้อ เสียค่าส่งแค่ครั้งเดียว

4. บริการ ONE CALL x ONE CLICK ต่อสายตรงร้านอาหารให้กับบริการสั่งอาหารแบบ Take Home แล้วนัดเวลารับอาหาร ที่จุดรับสินค้า หรือเลือกส่งของให้ถึงรถกับ บริการ Drive Thru รับตรงไม่ต้องลงจากรถ สะอาด ปลอดภัย สะดวกสุดๆ

#ช้อปออนไลน์ง่ายๆ คลายกังวลกับบริการ “Chat & Shop” ครบ-จบ-ง่าย ในแชทเดียวเมื่อ add LINE Official Account ‘@CentralLife’ แล้วคลิกเลือกสาขาที่ใกล้บ้านท่าน เพื่อชมสินค้าแบรนด์ดังมากมายจากแคตตาล็อก และ ไฮไลท์ประจำสัปดาห์ที่ถูกคัดสรรมา จากนั้น พิมพ์ชื่อสินค้าที่ต้องการ หรือแคปหน้าจอส่งรูปสินค้าที่สนใจ หรือจะเลือกเมนู “แชทกับแอดมิน” เพื่อแจ้งรายละเอียดต่างๆ โดยสามารถรอรับสินค้าได้ภายใน 1-3 วันทำการ หรือเลือกรับสินค้าด้วยตัวเองตามเวลานัดหมาย ณ จุด Drive Thru ของแต่ละศูนย์การค้าที่ใกล้บ้านท่าน

ทั้งนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั้ง 15 สาขาในเขตุกรุงเทพฯ และปริมณฑล เปิดให้บริการตามปกติ ทุกวัน เฉพาะร้านค้าที่ภาครัฐกำหนด เวลา 11.00-20.00 น. (จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง) ได้แก่

· สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

· ซูเปอร์มาร์เก็ต (Central Food Hall, Tops Market, Tops Superstore)

· ร้านสะดวกซื้อ เช่น แฟมิลี่มาร์ท

· ร้านขายยาและเวชภัณฑ์

· ร้านอาหารเฉพาะการจำหน่ายเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น (Take Home หรือ Delivery)

· ธนาคาร สถาบันการเงิน หรือธุรกิจหลักทรัพย์

· ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม (ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร รวมถึง E-Center, Power Buy เฉพาะโซนโทรศัพท์มือถือ)

· เครื่องมือช่างและอุปกรณ์การก่อสร้าง เช่น Baan& Beyond , MR DIY

· ไปรษณีย์ และพัสดุภัณฑ์

· บริการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษา

· สถานที่ให้บริการฉีดวัคซีน

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ในขณะนี้ โดยยังคงคุมเข้มและยกระดับมาตรการความสะอาดปลอดภัยของศูนย์การค้าทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ ภายใต้แผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” ขั้นสูงสุด เพื่อร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตการณ์นี้และช่วยให้ประเทศชาติของเราเดินหน้าต่อไปได้อย่างดีที่สุด

ใหม่ Crazy Bacon เบคอนกระทะร้อน เมนูที่สาวกเบคอนต้องร้องว้าว!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/657675

วันที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 10:10 น.

ใหม่ Crazy Bacon เบคอนกระทะร้อน เมนูที่สาวกเบคอนต้องร้องว้าว!!เอาใจคนรักเบคอน เปปเปอร์ ลันช์ ส่งเมนูใหม่ให้อร่อยสะท้านโควิด กับเมนู Crazy Bacon เบคอนกระทะร้อนที่พร้อมเสิร์ฟแล้วทุกช่องทาง

สุดยอดแบรนด์สเต๊กสไตล์ญี่ปุ่น เปปเปอร์ ลันช์ (Pepper Lunch) เสิร์ฟทุกเมนูอร่อยบนกระทะร้อนๆ ที่สามารถรักษาอุณหภูมิให้คุณสามารถอุ่นอร่อยไปกับเมนูอาหารจานโปรดได้จนถึงคำสุดท้าย และยังคงความฉ่ำของเนื้อที่คัดสรรมาได้อย่างดี ออกเมนูใหม่เอาใจสาวกเบคอน! “Crazy Bacon เบคอนกระทะร้อน” กับสองเมนูใหม่คานาเดี้ยนเบคอน และหนึ่งเมนูชื่นชอบกับเบคอนรมควัน รวม 3 สไตล์

เริ่มจากสองเมนูใหม่ คานาเดี้ยนเบคอน ซึ่งเป็นเบคอนคุณภาพดี ทำจากหมูสันนอกติดมันเล็กน้อย เนื้อนุ่ม หอมกลิ่นควัน มีรสชาติเค็มๆ นิดๆ ในตัว เวลาโดนกระทะร้อนมีความหอมของควันเบคอนอ่อนๆ มาให้ลองทั้งข้าวเปปเปอร์คานาเดี้ยนเบคอน (Canadian Bacon Pepper Rice) และ พาสต้าคานาเดี้ยนเบคอนผัดพริกแห้ง (Canadian Bacon Chili Pasta)

และอีกหนึ่งเมนูโดนใจ พาสต้าเบคอนพริกแห้ง (Bacon & Chili Pasta) พาสต้ากระทะร้อนที่ผสมผสานเทคนิค การต้มเส้นแบบอัลเดนเต้สไตล์อิตาเลี่ยน ทำให้ได้เส้นพาสต้าที่มีความเหนียวนุ่มด้านนอก แต่ยังคงมีเนื้อสัมผัสที่กรุบด้านใน ทานกับเบคอนรมควัน ได้รสสัมผัสที่เข้ากันอย่างดี แบบที่ไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน เริ่มจำหน่าย วันนี้ – 15 กันยายน 2564 ในราคาเริ่มต้นเพียง 155 บาท หรืออร่อยเป็น Set เริ่มต้นเพียง 195 บาท

โดยพร้อมปรับและพัฒนาทุกเมนูของเปปเปอร์ ลันช์ ให้พร้อมเสิร์ฟความอิ่มอร่อยได้ในทุกช่องทาง เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่แม้จะสั่งมาทานที่บ้าน ก็อร่อยเหมือนทานที่ร้าน อีกทั้งยังเพิ่มเมนูทานเล่น เพิ่มความหลากหลาย อาทิ ไก่คาราเกะ และ เฟรนช์ฟรายส์ เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อกลับหรือกดสั่งเดลิเวอรี่ได้เช่นกัน

มาอิ่มอร่อยรับกับ Crazy Bacon เบคอนกระทะร้อน ได้แล้วในทุกแฟลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นเดลิเวอรี่ชั่นนำ หรือจะมาซื้อทานด้วยตนเองที่ร้านเปปเปอร์ ลันช์ ทุกสาขา ยกเว้น ฟู้ดพาทีโอ้เซ็นทรัลพลาซา บางนา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : PepperlunchThailand , Line@ : pepperlunchth หรือ CRG Call Center โทร. 1312

บลู เอเลเฟ่นท์ เสิร์ฟซิกเนเจอร์เมนูส่งตรงลูกค้าในราคาพิเศษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/657298

วันที่ 06 ก.ค. 2564 เวลา 12:58 น.

บลู เอเลเฟ่นท์ เสิร์ฟซิกเนเจอร์เมนูส่งตรงลูกค้าในราคาพิเศษเชฟนูรอ และบลู เอเลเฟ่นท์ เสิร์ฟซิกเนเจอร์เมนูส่งตรงลูกค้าในราคาพิเศษ เพียงสั่งผ่านแคมเปญ #ช่วยเชฟSaveร้าน บนแอปพลิเคชั่น Wongnai

สร้างสรรค์เมนูอาหารรสเลิศให้ได้ลิ้มลองความอร่อยด้วยเสน่ห์ปลายจวักของ เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ แห่งร้านบลู เอเลเฟ่นท์ ร้านอาหารไทยสุดคลาสสิกดีกรี Wongnai Users’ Choice 2020 ชวนหลงใหลในอาหารและวัฒนธรรมไทยที่รังสรรค์อาหารไทยแท้ ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศจากโครงการหลวงและชุมชนต่าง ๆ ในประเทศไทยออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ แฝงด้วยอัตลักษณ์แห่งความไทย วิถีไทย และภูมิปัญญาไทย เผยแพร่ให้ชาวต่างชาติได้รู้จักและประทับใจ ทั้งยังได้เลือกรสชาติอาหารที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นในการชิมอาหารไทย จึงเป็นที่ถูกปากจนเป็นที่นิยมชื่นชอบของชาวเบลเยียมและชาวต่างชาติในประเทศเบลเยียม และขยายตัวอย่างรวดเร็วจนทั่วยุโรปตะวันออกกลางและเอเชีย ครองใจทั่วโลกมากว่า 40 ปี

ครั้งนี้เชฟนูรอรังสรรค์จานเด็ดเสิร์ฟซิกเนเจอร์เมนูที่ดีต่อสุขภาพ และยังเต็มไปด้วยความใส่ใจ ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากทั่วทุกภาคในประเทศไทย เพื่อร่วมในแคมเปญ “ช่วยเชฟSaveร้าน” ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง Wongnai และมูลนิธิ CHEF CARES เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยจะเสิร์ฟอาหารส่งตรงบ้านหรือที่ทำงานในรูปแบบของไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) ให้นักชิมอาหารได้ลิ้มลองในราคาที่จับต้องได้

ไม่ว่าจะเป็นอาหารว่างสุดอร่อยอย่าง พล่าหอยทรัฟเฟิล – Plah scallops truffle เพอรานากันทอดมัน – Peranakans cake ตามด้วยซุป ต้มส้มขมิ้นไก่ น้ำส้มลูกจาก – Tom som kamin chicken

ต่อด้วยกับข้าวที่ครองใจทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ แกงมัสมั่นแกะ – Chef Nooror’s bespoken massaman lamb และผัดกะหล่ำปลีกุ้งเสียบ – Sauteed cabbage ข้าวมันขิง – Coconut ginger rice ปิดท้ายด้วยของหวานแฝงเสน่ห์แบบไทยอย่าง ชีสเค้กทุเรียน – Durian cheesecake

ลิ้มลองเมนูพิเศษ รสชาติอาหารไทยแท้ ๆ ในราคาดีลสุดคุ้มเพียง 599 บาท  ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยซื้อดีลผ่าน แคมเปญ #ช่วยเชฟSaveร้าน บนแอปพลิเคชัน Wongnai หรือที่ https://www.wongnai.com/evouchers/35720

Take Away & Delivery เสิร์ฟความอร่อยแบบปลอดภัย สั่งกลับบ้านแบบไม่ต้องรอคิว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/657236

วันที่ 05 ก.ค. 2564 เวลา 16:45 น.

Take Away & Delivery เสิร์ฟความอร่อยแบบปลอดภัย สั่งกลับบ้านแบบไม่ต้องรอคิวเซ็นทรัลพัฒนา ผู้นำ Omnichannel Food Destination ขนทัพอาหารนานาชาติและร้านดังกว่า 2,075 ร้าน เปิดพื้นที่มอบบริการ Take Away & Delivery เสิร์ฟความอร่อยแบบปลอดภัย สั่งกลับบ้านแบบไม่ต้องรอคิว! ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล

รวมทุกรูปแบบบริการสั่งอาหารอย่างง่ายดาย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล วิลเลจ ตอกย้ำ ผู้นำ Omnichannel Food Destination ผนึกกำลังพันธมิตรผู้เช่าร้านอาหารชื่อดังกว่า 2,075 ราย เปิดพื้นที่ศูนย์การค้ามอบบริการ Take away, Drive Thru และ Delivery service รวมทุกรูปแบบบริการสั่งอาหารอย่างง่ายดายทั้ง Online และ Offline แบบไร้รอยต่อ มอบประสบการณ์ความอร่อยกับเมนูดังตั้งแต่ Street foods ไปจนถึงเมนูร้านดังระดับโลก เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนคนไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 14 สาขา ที่อยู่ในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เปิดให้บริการเฉพาะการสั่งกลับบ้านตามประกาศภาครัฐ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางช่วยเหลือผู้ประกอบการพันธมิตรร้านอาหารภายในศูนย์การค้าที่ได้รับผลกระทบให้มีรายได้ และสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างดีที่สุดในสถานการณ์ขณะนี้

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราพร้อมสู้และยืนเคียงข้างร้านค้าผู้เช่าในทุกสถานการณ์ และพร้อมให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำสั่งภาครัฐอย่างเคร่งครัด โดยที่ผ่านมา ได้นำเอาจุดแข็งคือพื้นที่ของศูนย์การค้า เพื่อเป็นพื้นที่ในการตั้งจุด Take away เคาน์เตอร์ให้กับร้านค้าที่อยู่ภายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ครอบคลุมใน 14 สาขา ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่ออำนวยความสะดวกและมอบประสบการณ์ความอร่อย สดสะอาด ปลอดภัย ให้กับทุกมื้อของลูกค้า โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพันธมิตรร้านอาหารผู้เช่าที่เตรียมเมนูดังมากมายตั้งแต่ Street food ร้านดัง, Local food, ร้านดังระดับโลกไปจนถึงร้านดังระดับมิชลินสตาร์ ทั้งอาหารคาว-หวาน ชานมไข่มุกในตำนานเจ้าแรกของโลก และอื่นๆ อีกมากมาย มาให้เลือกสั่งได้แบบสะดวก สะอาด ปลอดภัย ไม่ต้องออกจากบ้าน และที่สำคัญ “ไม่ต้องต่อคิว” โดยสามารถเลือกสั่งอาหารได้จากหลากหลายช่องทาง ได้แก่ GrabFood, บริการ CENTRAL EATS ผ่าน GrabFood ที่สามารถสั่งหลายเมนูอร่อยได้ในออเดอร์เดียว และเสียค่าส่งเพียงครั้งเดียว, บริการ ONE CALL x ONE CLICK ต่อสายตรงร้านอาหารให้กับบริการสั่งอาหารแบบ Take away แล้วนัดเวลารับอาหาร ที่จุดรับสินค้า หรือเลือกส่งของให้ถึงรถกับ บริการ Drive Thru รับตรงไม่ต้องลงจากรถ สะอาด ปลอดภัย สะดวกสุดๆ, จุดบริการ Take Away Counter ที่เปิดพื้นที่เพื่อให้ เลือก-สั่ง-ซื้อ ได้อย่างรวดเร็วที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 14 สาขา ในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ตอบโจทย์ Customer Journey ในช่วง COVID-19 โดยเฉพาะ Journey ของคนไทยในสถานการณ์โควิด-19 ที่พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยกว่าครึ่ง (57%) มีแนวโน้มที่จะลดค่าใช้จ่ายในการรับประทานอาหารที่ร้านในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ในขณะที่เกือบ 1 ใน 2 ของผู้บริโภค (47%) มีแนวโน้มที่จะซื้ออาหารแบบกลับบ้าน (Takeaway Food) เพิ่มขึ้นเพราะยังกังวลเรื่องของสุขภาพและความปลอดภัย (ขอบคุณข้อมูลจาก PwC.com)

“นอกจากนี้ เรายังได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการร้านค้า และพนักงานร้านค้าทุกคน ในการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทั้งการคัดกรองพนักงานเข้มงวดก่อนการปฏิบัติงานทุกวัน ดูแลให้พนักงานสวมอุปกรณ์ป้องกันทั้งหน้ากากอนามัย, Face Shield และถุงมือตลอดเวลา รวมถึงมีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์ในทุกขั้นตอน และ Big Cleaning ทุกวันเป็นประจำ ในส่วนของบริการ Delivery เรามีมาตรการเข้มงวดในการดูแล Delivery Man ทุกคนที่เข้ามารับสินค้าภายในศูนย์การค้า ทั้งต้องผ่านการคัดกรองเข้มงวด การใช้เจลแอลกฮอล์ฆ่าเชื้อที่ถุงมือและมือ การจัดพื้นที่เป็นสัดส่วนในการนั่งรอแบบเว้นระยะห่าง เป็นต้น” ดร. ณัฐกิตติ์กล่าว

โดยมีร้านอาหารที่เข้าร่วมทั้ง Delivery และ Take Away มากกว่า 2,075 ร้านอร่อย โดยมีร้านดังในเซ็นทรัลเวิลด์เข้าร่วม อาทิ Kam’s Roast ห่านย่างจากฮ่องกง ดีกรีมิชลิน 1 ดาว 7 ปีซ้อน, Sushiro ซูชิสายพานอันดับ 1 จากญี่ปุ่น, Haidilao หม้อไฟหมาล่าชื่อดังจากจีน, %Arabica, Song Fa, Tsuta , Syshi cyu, Peak Chocolate, La Meaw, ตะลิงปลิง, On the table, Kobe, Sukishi, Sizzler, Shabushi, Maguro, Nara thai, Momo paradise, Aka, Coco Ichibanya, MK Live, MK restaurant, Earw thai, Sushi Den, HDL, Sushiro, The karaked, Mom & Sis, Make me mango, Coffeelism ฯลฯ และยังมีร้านดังจากสาขาต่างๆ อีกมากมาย อาทิ ZEN, MK, Fuji, AKA, Yayoi, Bar B Q Plaza, Cheevit Ceeva, IPPUDO, Sizzler, Shabushi, KOBE, OOTOYA, หว่องหมิ่น, Sukishi, ChouNan, RED SUN, Sakura, Nice 2 Meat U, A Fox Princess, KIMUKATSU, HOSHI, Spaghetti Factory, KARAYAMA, Salad Factory, คำพูน, ส้มตำนัว, แหลมเจริญ, แม่ศรีเรือน, ลาวญวน เป็นต้น ที่มาพร้อมมอบส่วนลดและโปรโมชั่นมากมายผ่านทั้ง Online Delivery และ Take Away เพื่อให้ทุกท่านได้อิ่มฟิน กินคุ้ม โดยลูกค้ายังสามารถเลือกสั่ง Take Home หรือ Delivery ผ่านทุกช่องทางโดยตรงของแต่ละร้านได้ตามปกติ

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่เปิดให้บริการ Take Away 14 สาขา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล แกรนด์ พระรามเก้า, เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เซ็นทรัล รามอินทรา, เซ็นทรัล พระรามสอง, เซ็นทรัล พระรามสาม, เซ็นทรัล บางนา, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัล มหาชัย และเซ็นทรัล ศาลายา

โปรโมชั่น Take Away และ Delivery จากร้านดัง เมนูเด็ด ห้ามพลาด

· โปรฮักไทย กินช่วยไทย (วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2564)

– สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก The 1 รับส่วนลด 80 บาท เมื่อสั่งอาหารครบ 500 บาท รับคูปองผ่านไลน์ CentralLife

– Cash Back เมื่อสั่ง Take Away และจ่ายผ่านบัตรเครดิต Central The 1 มูลค่า 800 บาท รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 100 บาท

· GrabFood ขยายเวลา “อิ่มจุใจ ไม่จำกัดสิทธ์ พิเศษสำหรับสมาชิก The 1 เมื่อสั่งอาหารในศูนย์การค้าเซ็นทรัลผ่าน GrabFood ใช้คะแนนแลกขั้นต่ำ 1 คะแนน รับโค้ดส่วนลด 50 บาท (เมื่อสั่งอาหาร 350 บาทขึ้นไป) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 4 สิงหาคม 2564

· Central Eat สั่งเมนูฮิต จากหลายร้านดัง จบในออร์เดอร์เดียว จ่ายค่าส่งเพียงครั้งเดียว (ไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดแคมเปญ)

· โปรเด็ดส่งตรงจากร้าน La Meaw เมื่อสั่งอาหารผ่านร้าน เพียงซื้อกับข้าวครบ 600 บาท (ก่อนรวมvat)รับสิทธิ์ฟรีหม่าล่า น้ำหนักตามราคาที่ซื้อกับข้าว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยังไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดสอบถามได้ที่ https://bit.ly/spicycatcenter

· โปรโมชั่นจากร้านดัง ในช่วงที่ไม่สามารถนั่งทานที่ร้านได้ อาทิ Sushiro ราคาเริ่มต้น 200 บาท ชุด Aburi Sushi Set และ Ebi Sushi Set , Syshi cyu รับส่วนลด 10% ทุกเมนูสำหรับ Take Away – Delivery, Sukishi ซื้อ 1 ฟรี 1 สำหรับเซตเมนู, Sizzler สั่งเซตขาหมูกลับบ้านราคา 399 บาท จากปกติ 703 บาท, Coco Ichibanya ลดสูงสุด 300 บาท, Haidilao มอบส่วนลด 15% สำหรับบริการ Take away, Zen Restaurant โปรฯ 1 แถม 1 Salmon Lover, Oishi Eaterium อาหารญี่ปุ่นกล่อง เริ่มตั้งแต่ 40 บาท, Red Sun ข้าวกล่อง Dosirae ลด 50% THAI TERRACE ก๋วยเตี๋ยวผัดมันปู-ซี่โครงหมูอบ + น้ำใบเตย ราคา 199 บาท (ปกติ 249 บาท) TENYA ข้าวหน้าไก่เทมปุระ และไข่ออนเซ็น ราคาพิเศษ 77 บาท (จากปกติ 99 บาท) และอีกหลากหลายโปรโมชั่นให้คุณเลือกอิ่มสุดคุ้ม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ CentralLife และ Facebook Fanpage ของสาขาต่างๆ

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ในขณะนี้ โดยยังคงคุมเข้มและยกระดับมาตรการความสะอาดปลอดภัยของศูนย์การค้าทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ ภายใต้แผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” ขั้นสูงสุด รวมถึงการยกระดับความเข้มงวดในการฆ่าเชื้อด้วยแสง UV-C ตลอดเวลาในระบบอากาศ, เช็ดฆ่าเชื้อตลอดเวลาด้วยน้ำยาที่มีการรับรองระดับสากลว่ามีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อโควิด-19 และเพิ่มความถี่ฆ่าเชื้อในห้องน้ำทุก 30 นาที เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการมาใช้บริการที่จำเป็นได้ตามปกติ