สินค้ารุกหนักออนไลน์ ปั้นยอดขาย-ส่งต่อหน้าร้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มีนาคม 2559 เวลา 20:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420375

สินค้ารุกหนักออนไลน์ ปั้นยอดขาย-ส่งต่อหน้าร้าน

โดย…ทีมข่าวธุรกิจตลาด

กระแสการทำ “ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง” มาแรงมาก ในช่วงเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมานักการตลาดเดินหน้าทำตลาดในทุกแพลตฟอร์ม เพราะด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เสพติดสมาร์ทโฟนและกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต จึงต้องทำตลาดเพื่อตามไล่ล่า จับผู้บริโภคให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าสินค้าหลายแบรนด์ได้วางแผนใช้สื่อโฆษณา โดยให้น้ำหนักกับสื่อทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่ง ปรัตถจริยา ชลายนเดชะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.วอลเตอร์ ธอมสัน ประเทศไทย เอเยนซีด้านการวางแผนและกลยุทธ์การตลาด กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ลูกค้าของบริษัทเกือบ 70% ให้ความสำคัญกับการใช้งบโฆษณาทางออนไลน์ และลดงบการใช้สื่อโฆษณาทางทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ลง

ขณะเดียวกัน สินค้าได้หันมาใช้ออนไลน์สำหรับการขายสินค้าโดยตรง รวมถึงการใช้ออนไลน์เพื่อขยายช่องทางให้ได้สัมผัสกับลูกค้าที่หลากหลายขึ้น รวมถึงใช้เป็นเครื่องนำทางลูกค้ามาสู่การขายในช่องทางออฟไลน์

ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองประธานกรรมการ แผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน เทสโก้ โลตัส บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม เปิดเผยว่า การจำหน่ายสินค้าทางช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากเดิมฐานลูกค้าเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ขณะนี้เริ่มมีกลุ่มลูกค้าหลากหลาย ซึ่งนอกจากใช้ออนไลน์เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าแล้ว บริษัทยังทำคลิปวิดีโอโฆษณาโครงการซีเอสอาร์ หรือการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมของเทสโก้ โลตัส เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น อีกทั้งยังมีคลิปแนะนำวิธีการทำอาหาร เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามาช็อปปิ้งในช่องทางออฟไลน์

สำหรับสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า เครื่องประดับ ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคไทยยังคงต้องลองสวมใส่ถึงจะตัดสินใจซื้อ ดังนั้นการซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์จึงเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก แต่เหตุผลที่หลายแบรนด์ต้องกลับหันมาให้ความสำคัญ เพราะเป็นจุดที่ทำให้ผู้บริโภคสัมผัสกับแบรนด์ และทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่าย

สุณี เสรีภาณุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกางเกงแม็คยีนส์ กล่าวว่า บริษัทขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ http://mcjeans.com เป็นปีแรก เหตุผลที่แบรนด์สินค้าแฟชั่นต้องให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ เพราะเป็นจุดที่ดึงให้ผู้บริโภคเข้ามาซื้อสินค้าทางออฟไลน์หรือทางร้านค้า อย่างไรก็ตามสินค้าในช่องทางออนไลน์มีความแตกต่างจากออฟไลน์ อาทิ คอลเลกชั่นพิเศษ เพื่อป้องกันการเข้าไปกินในตลาดเดียวกันกับทางร้านค้า

“การสร้างช่องทางจำหน่ายออนไลน์ หวังเป็นการเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ปีแรกเราต้องการสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ บริษัทไม่ได้คาดหวังทางด้านยอดขายมากนัก คาดว่ามีสัดส่วนรายได้เป็นตัวเลขหลักเดียว ซึ่งในอนาคตช่องทางออฟไลน์ยังคงเป็นช่องทางหลักของแม็คยีนส์อยู่”

ขณะที่เครื่องประดับเพชรยูบิลลี่ อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องประดับเพชรยูบิลลี่ กล่าวว่า พฤติกรรมผู้ซื้อเครื่องประดับเพชร ส่วนใหญ่มาซื้อที่ร้านอยู่แล้ว แต่การช็อปปิ้งผ่านทางออนไลน์มาแรง บริษัทจึงเปิดตัวเว็บไซต์ www.JubileeDiamond.co.th สามารถให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อเพชร ซึ่งบริษัทไม่ได้คาดหวังด้านยอดขาย แต่วางเป้าหมายให้ช่องทางออนไลน์เป็นประตูเชื่อมโยงผู้บริโภคมาซื้อเครื่องประดับเพชรที่ร้านมากกว่า

เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดง กล่าวว่า เป็นปีแรกที่บริษัทให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ โดยวางแผนสร้างให้เป็นช่องทางขายเครื่องดื่มชูกำลังของเอเยนต์รายย่อย เพื่อเป็นผู้กระจายสินค้าไปยังตำบลหรืออำเภอที่ดิสทริบิวเตอร์รายใหญ่ของบริษัทจำนวน 55 รายไม่สามารถกระจายสินค้าได้ทั่วถึง

ความโดดเด่นของการใช้ช่องทางออนไลน์ คือ ไม่มีต้นทุน ทำให้บริษัทมอบกำไรให้กับเอเยนต์รายย่อยได้ดีกว่า ในกรณีที่เอเยนต์รายย่อยไปซื้อสินค้าที่อื่นมาจำหน่ายเอง ขณะที่กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยกระจายเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดงครอบคลุมพื้นที่จากปัจจุบันมีสัดส่วน 85% เพิ่มเป็น 95% ภายในปี 2560

ด้าน ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เซเรบอส ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายซุปไก่สกัดตราแบรนด์ กล่าวว่า แผนการใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ปีนี้บริษัทใช้งบสื่อออนไลน์เพิ่มจาก 10% มาเป็น 15% เพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ใช้สมาร์ทโฟนทุกที่ทุกเวลา จากนี้ทุกแคมเปญต้องมีทั้งการทำวิดีโอคลิป เพื่อสร้างไวรัลหรือการแพร่กระจายข่าวสารทางโซเชียลมีเดีย ควบคู่กับการใช้สื่อโฆษณาทางทีวี

สำหรับการใช้ดิจิทัลมีเดีย แม้ว่าบริษัทจะให้ความสำคัญและใช้งบมากขึ้น แต่การทำโฆษณาทางทีวีจะต้องทำควบคู่กับวิดีโอคลิป ซึ่งหลักของการทำวิดีโอคลิปไม่ใช่ทำแบบเหวี่ยงแห ต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายของการทำด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วกลุ่มผู้ชมวิดีโอคลิปเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน

ถือเป็นยุคที่กลยุทธ์ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง เบ่งบาน ทุกแบรนด์ต่างลงมาทำตลาด สำคัญที่ว่าการวางกลยุทธ์การสื่อสารอย่างไรถึงดึงดูดใจ ท่ามกลางวิดีโอคลิปมีอยู่เกลื่อนกลาดไม่ต่างจากโฆษณาทางทีวี สุดท้ายการใช้กลยุทธ์ราคาทางช่องทางออนไลน์อาจไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอีกต่อไป นั่นคือความท้าทายของนักการตลาด

 

นักวิจัยชี้..อนาคต’เฟซบุ๊ก’จะกลายเป็นสุสานโลกออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มีนาคม 2559 เวลา 16:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420314

นักวิจัยชี้..อนาคต'เฟซบุ๊ก'จะกลายเป็นสุสานโลกออนไลน์

นักวิจัยมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ระบุว่า อนาคตในปี 2098 ‘เฟซบุ๊ก’จะกลายเป็นสุสานโลกออนไลน์-มีคนตายมากกว่าคนเป็น

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. เว็บไซต์ข่าว’อินดิเพนเดนท์’ได้รายงานข้อมูลน่าสนใจจากงานวิจัยของ Hachem Sadikki นักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ที่ระบุว่า ภายในอนาคตปี 2098 นั้น สื่อโซเชียลมีเดียดังอย่าง’เฟซบุ๊ก’จะกลายเป็นสุสานออนไลน์ คือ จะมีคนตายมากกว่าคนเป็น โดยทั้งหมดวิจัยจากจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กและอายุขัย

รายงานระบุให้เห็นภาพว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ขณะนี้มีจำนวน 150 ล้านคนจะค่อยๆ เสียชีวิตไปตามกาลเวลาและจะเหลือทิ้งไว้เพียงหน้าเฟซบุ๊กที่ยังไม่ได้ลบทิ้ง เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่บอกรหัสผ่านแก่เพื่อนๆ หรือครอบครัวส่งผลให้ไม่สามารถลบบัญชีโปรไฟล์นั้นได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ การแจ้งเตือนของเพื่อนเฟซบุ๊กที่ตายแล้วก็จะยังปรากฏขึ้นมาเหมือนเดิม

รายงานยังระบุว่า ขณะนี้มีโปรไฟล์เฟซบุ๊กของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วกว่า 10-20 ล้านบัญชีทั่วโลกแล้ว

ที่มา independent

 

หลุด!โฉมหน้าและราคา OPPO R9/R9 Plus

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มีนาคม 2559 เวลา 12:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420233

หลุด!โฉมหน้าและราคา OPPO R9/R9 Plus

หลุดภาพโฉมหน้าและราคา OPPO R9 และ R9 Plus ก่อนเปิดตัวจริงวันที่ 17 มี.ค.

แม้ว่าจะมีหมายกำหนดเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในวันที่ 17 มี.ค. ล่าสุดก็ได้มีภาพโฆษณาของ OPPO R9 และ R9 Plus หลุดกระจายทั่วเว็บไซต์ข่าวไอทีต่างประเทศแล้วจนได้ โดยรายงานระบุว่าจะมีให้เลือกด้วยกัน 3 รุ่น และมีราคาเริ่มต้นของ R9 อยู่ที่ 2,498 หยวน (13,600 บาท)

ขณะที่รุ่น OPPO R9 Plus พื้นที่ความจุ 64GB จะมีราคาอยู่ที่ 2,998 หยวน (16,300 บาท) และ R9 Plus รุ่น 128GB จะมีราคาที่ 3,298 หยวน (17,900 บาท)

รายงานเดิมระบุว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีหน้าขนาด 6 นิ้ว QHD, ชิพเซ็ต Snapdragon820, แรม 4GB, กล้องหลัง 21 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล, แบตเตอรี่ 4,120 mAh

ที่มา gsmarena

 

‘กูเกิล’ชี้ไร้แผนเปิด ดาต้าเซ็นเตอร์ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มีนาคม 2559 เวลา 08:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420190

'กูเกิล'ชี้ไร้แผนเปิด ดาต้าเซ็นเตอร์ไทย

กูเกิลชี้ยังไม่มีแผนลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย ชู 4 กลยุทธ์เดินหน้าธุรกิจ

นายเบน คิง หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ กูเกิล ประเทศไทย เปิดเผยว่า เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่แทนหัวหน้าคนก่อนเพียง 2 เดือน ขณะนี้จึงยังไม่พร้อมให้ข้อมูล เกี่ยวกับการร่วมมือกับภาครัฐ ส่วนแผนการลงทุนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะนี้ ยังไม่มีกำหนดจะลงทุนในประเทศไทย

“นโยบายหลักของทางกูเกิลนั้น คือ การให้ความร่วมมือกับทุกรัฐบาลทั่วโลก แต่ในความรับผิดชอบของผม จะดูแลส่วนของการตลาดเท่านั้น และยังยืนยันว่ากูเกิลประเทศไทยยังไม่มีแผนเกี่ยวกับการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย จะเน้นในเรื่องของกลยุทธ์ทางการตลาดก่อน โดยผู้ใช้งานเชื่อมั่นได้ว่าบริษัทใส่ใจถึงความปลอดภัยในการเข้าใช้งานและรักษาข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า” นายคิง ระบุ

ทั้งนี้ กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของกูเกิลต่อจากนี้ จะเน้น 4 เรื่องหลัก คือ 1.สร้างความมั่นใจในการเข้าใช้งาน 2.สร้างคอนเทนต์ท้องถิ่น 3.สนับสนุนภาคการศึกษา และ 4.สนับสนุนภาคธุรกิจเอสเอ็มอี

“จำนวนการใช้งานสมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีถึง 64% และมีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนค้นหาข้อมูลร้านค้าบนโลกออนไลน์และสั่งซื้อสินค้าทันทีกว่า 60% แสดงให้เห็นว่าธุรกิจขนาดเล็กและกลางยังมีโอกาสอีกมาก หากรู้จักเข้ามาพัฒนาคอนเทนต์ให้ตรงกับความต้องการของคนกลุ่มนี้ ทั้งยังต่อยอดไปยังตลาดโลกได้ด้วย” นายคิง กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปี 2558 ที่ผ่านมา กูเกิลได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่มีการใช้งานโลกออนไลน์แบบโมบายเฟิร์ส พบว่า ประเทศไทยมีการเติบโตสูงที่สุดถึง 37% รองลงมาคือมาเลเซีย 36% ซึ่งคนไทยตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านทางสมาร์ทโฟนอย่างรวดเร็วถึง 31% สูงกว่าสหรัฐที่มีเพียง 10% และอังกฤษที่มีเพียง 7% เท่านั้น

“เรากำลังเข้าสู่ยุคที่เกิดความต้องการซื้อขายแบบทันทีตลอด 24 ชั่วโมง หากภาคธุรกิจต้องการที่จะประสบความสำเร็จควรมีแผนบุกออนไลน์ที่ชัดเจน ใช้เครื่องมือให้เหมาะสม ทำคอนเทนต์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าและข้อมูลที่ลูกค้าได้รับต้องมีคุณภาพ ซึ่งเรายังเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์นี้จะช่วยให้บริษัทมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายคิง กล่าว

นอกจากนี้ กูเกิลจะเร่งให้ความรู้แก่ภาคธุรกิจที่มีความพร้อมด้านดิจิทัลที่มีอยู่ประมาณ 2.5-3 แสนราย มีโอกาสได้ใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ของกูเกิลให้มากขึ้น ตั้งเป้าธุรกิจเอสเอ็มอีที่จะเข้ามาใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ในสิ้นปีนี้ประมาณ 1 ล้านราย

“ความท้าทายของตลาดประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ คือ การเข้าถึงออนไลน์ระหว่างคน กทม.กับต่างจังหวัดยังห่างกันมาก การสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ในต่างจังหวัดเข้าถึงโลกออนไลน์มากขึ้นนั้นทำให้เราต้องลงทุนอย่างมหาศาลและต่อเนื่องในการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยและเพิ่มโอกาสให้คนอยากเข้ามาใช้งานออนไลน์มากขึ้น โดยทีมงานได้พัฒนาฟีเจอร์ในระบบทั้งหมดไปแล้วกว่า 45 ฟีเจอร์ จากทั้งหมด 55 ฟีเจอร์” นายคิง กล่าวทิ้งท้าย

 

เปิดใจ “ประเทศ ตันกุรานันท์” ศึก4จีระอุ ผู้ใช้ดีแทคโดนขโมยเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 มีนาคม 2559 เวลา 19:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420159

เปิดใจ "ประเทศ ตันกุรานันท์" ศึก4จีระอุ ผู้ใช้ดีแทคโดนขโมยเบอร์

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

เริ่มต้นศึก 4จี ปีนี้ ด้วยโปรโมชั่นลับที่ทุกค่ายต้องมี ยังถือว่าเป็นเพียงน้ำจิ้มสำหรับจุดเริ่มต้นแย่งชิงลูกค้ากัน ก่อนที่จะประกาศสงครามอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปี 2559 ที่ดุเดือดกว่านี้แน่นอน

ประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ตั้งแต่เสร็จสิ้นการประมูลเมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ทุกคนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม รับรู้ว่าเป็นช่วงของการเปลี่ยนมือในการถือครองคลื่น ทำให้ทุกค่ายไม่ว่าใครก็ต้องเหนื่อยแย่งลูกค้าเข้ามาให้มากที่สุด ก่อนจะเปิดศักราชสงคราม 4จี อย่างแท้จริง

“แม้ผลสรุปเรื่องคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จะยังไม่จบ ช่วงนี้จึงถือเป็นจังหวะกอบโกยลูกค้ามาไว้ในมือของทุกค่าย โชคดีที่ดีแทคไม่มีภาระหนี้สินที่เกิดจากการประมูล สิ่งที่เราเดินหน้าทำนั้น คือการเร่งโรลเอาต์คลื่นให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศให้มากที่สุด เพื่อให้ประสบการณ์ใช้งานไม่สะดุดและลูกค้าไม่เปลี่ยนใจย้ายออก ซึ่งแพ็กเกจที่บอกว่าเป็นโปรฯ ลับนั้น ที่จริงไม่ได้ลับอะไร แค่เป็นสิทธิพิเศษสำหรับพนักงานที่ทุกค่ายมีเหมือนกันหมด เพียงแค่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนเท่านั้น”

ทุกโอเปอเรเตอร์จะใช้กลยุทธ์ออกโปรฯ ให้ดึงดูดและทำเรื่องย้ายค่ายลูกค้าให้ไว เพื่อสร้างโอกาสเพิ่มลูกค้าเข้ามาใช้งานในเครือข่ายของตนให้มาก ซึ่งดีแทคเข้าใจในเรื่องนี้แต่ขอให้ทำแบบถูกต้องตามขั้นตอนที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กำหนด

“ในมุมของดีแทคมองว่า หากทำถูกต้องตามกฎที่ กสทช.กำหนด ดำเนินตามขั้นตอน ตรวจสอบความถูกต้องของลูกค้าอย่างละเอียดถือว่าเป็นเรื่องที่ทุกค่ายควรตระหนัก เพราะเคยมีลูกค้าติดต่อมาหาเราบอกว่าไม่ได้ทำเรื่องย้ายค่าย ทำไมมีข้อความดำเนินการย้ายค่ายส่งเข้ามา ทางเราจึงช่วยตรวจสอบและพบปัญหาขโมยเบอร์เกิดขึ้นจึงอยากให้ทุกค่ายเพิ่มความระวังในเรื่องเหล่านี้ มากกว่าเร่งทำงานจนไม่คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้”ประเทศ กล่าว

ทั้งนี้ ดีแทคเร่งสื่อสารกับลูกค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเครือข่าย ว่าแม้จะไม่มีคลื่นใหม่มาถือในมืออย่างรายอื่น แต่ยังมีระยะเวลาสัมปทานของคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่เหลืออยู่จนถึงปี 2561 ถือว่ามีเวลาอีก 3 ปีในการเตรียมพร้อมและเรียนรู้ปัญหาจากค่ายอื่นๆ ที่ประสบปัญหามาก่อน และยังยืนยันว่าต้องการโรดแมปที่ชัดเจนจากทางภาครัฐในการนำคลื่นมาประมูลครั้งต่อไปในอนาคต เพราะแผนที่ชัดเจนจะช่วยให้ทุกค่ายวางแผนสำหรับธุรกิจได้ราบรื่นขึ้น

“ดีแทคเร่งติดตั้งเสาเพื่อรองรับการใช้งาน 4จี ให้ทั่ว กทม.และปริมณฑล ช่วงไตรมาส 3 ของปีก็จะเร่งติดตั้งซูเปอร์ 4จี บนคลื่น 2100 ให้ครบทุกจังหวัด แต่จะเน้น 4จี ทั่วประเทศไทย ด้วยความที่ดีแทคได้รวมทุกคลื่นที่มีในมือทั้ง 850 เมกะเฮิรตซ์ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 2100 เมกะเฮิรตซ์ จึงรวมทุกคลื่นมาเป็นถนนเดียวกัน เพื่อให้บริการลูกค้าได้ทุกกลุ่มทั้ง 2จี 3จี และ 4จี บนดีไวซ์ทุกกลุ่มไม่ได้จำกัดเฉพาะสมาร์ทโฟนราคาแพงเท่านั้น”

แต่ก่อนที่ดีแทคจะจบสัญญาสัมปทาน บริษัทย่อมต้องการที่จะทราบว่าทางภาครัฐวางแผนเกี่ยวกับการนำคลื่นมาประมูลอย่างไร เพราะยังมีคลื่นอีกมากที่สามารถนำมาใช้ให้บริการ 4จี ได้ ทั้งยังส่งผลถึงเรื่องของการลงทุนในอนาคต เพราะโอเปอเรเตอร์ทุกค่ายที่มีคลื่นในมือต่างก็ต้องมีแผนธุรกิจทั้งสิ้น หากเรื่องนี้ไม่ชัดเจนจะส่งผลให้ทำงานลำบาก

“เรายังมีความร่วมมือกับทั้งเอไอเอสและทรูเสมอ ทั้งเรื่องเสาสัญญาณ อินฟราสตรักเจอร์หรือแคมเปญต่างๆ แต่ไม่ว่าพวกเราจะแข่งขันในธุรกิจกันมากเพียงไร แต่ทุกค่ายก็ต้องการความชัดเจนเพื่อแข่งขันและร่วมมือในอนาคตด้วยกันต่อไป”ประเทศ กล่าว

ชมคลิป https://youtu.be/4mOAHlsCsF4

 

ค่ายมือถือพร้อมลงขันตั้งอี-เพย์เมนต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 มีนาคม 2559 เวลา 07:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419979

ค่ายมือถือพร้อมลงขันตั้งอี-เพย์เมนต์

ค่ายมือถือพร้อมลงขันตั้งเคลียริ่งเฮาส์ อี-เพย์เมนต์ เชื่อธุรกรรมเติบโต-สนับสนุนนโยบาย Any ID

แหล่งข่าวจากบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่มีความเห็นร่วมกันว่า จะร่วมกันจัดตั้งหน่วยงานกลางในการชำระเงินในการซื้อสินค้าและบริการผ่านทางโทรศัพท์มือถือ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการที่ในอนาคตจะมีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟนมากขึ้น ในลักษณะเดียวกับระบบ Interbank Transaction Management and Exchange (ITMX) ที่สมาคมธนาคารไทยทำอยู่

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปัจจุบัน ITMX ของธนาคารพาณิชย์เป็นระบบการชำระเงินกลางที่จัดทำขึ้นหักกลบลบหนี้ระหว่างกันของลูกค้าในแต่ละธนาคารที่มาทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เช่น กรณีการเบิก ถอน หรือชำระเงิน โดยมีการเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้บริการต่อรายการ แต่ในฝั่งธุรกิจมือถือหน่วยงานนี้จะจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นบริษัทเคลียริ่งเฮาส์กลาง ดูแลการทำธุรกรรมในระบบอี-เพย์เมนต์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมโดยเฉพาะ

ทั้งนี้ ได้เสนอแนวคิดกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไปแล้ว  โดย กสทช.ไม่ขัดข้อง แต่ให้กลับมาจัดทำรายละเอียดและผังองค์กรที่ชัดเจน โดย กสทช.จะกำกับดูแลการทำธุรกรรมระหว่างกันของค่ายมือถือ แต่เรื่องระบบการชำระเงินต้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้พิจารณา

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า หากมีการจัดตั้งเคลียริ่งเฮาส์กลางในลักษณะ ITMX จะทำให้การประสานงานคล่องตัวมากขึ้น การทำธุรกรรมบนมือถือเติบโตไปด้วย และสนับสนุนนโยบาย Any ID ที่รัฐบาลต้องการให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินในรูปแบบต่างๆ ได้

 

ผ่าปัญหา2ปีทีวีดิจิทัล ปรับโครงสร้างสู้ครบเทอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 มีนาคม 2559 เวลา 14:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419904

ผ่าปัญหา2ปีทีวีดิจิทัล ปรับโครงสร้างสู้ครบเทอม

โดย…จะเรียม สำรวจ

เริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นสำหรับทีวีดิจิทัลไทย หลังจากลองผิดลองถูกกันมาแล้ว 2 ปี ตอนนี้หลายช่องเริ่มจับทิศทางของตัวเองได้ว่าควรจะเดินไปในทิศทางไหน เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่ครบเทอมตามที่ประมูลใบอนุญาต 15 ปี แต่เนื่องจากการเริ่มต้นธุรกิจเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจของไทยอยู่ในภาวะชะลอตัว ประกอบกับความไม่พร้อมของทั้งในส่วนของตัวผู้ประกอบการและผู้กำกับดูแลหรือเรกูเลเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงทำให้ช่วง 2 ปีแรกที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการหายไปจากธุรกิจแล้ว 1 ราย รวม 2 ช่อง จากทั้งหมด 24 ช่อง เนื่องจากรายได้ที่ได้ไม่สอดคล้องกับรายจ่ายที่ต้องออกไปจากกระเป๋าทุกวัน

สำหรับทีวีดิจิทัล 2 ช่องที่ออกมาประกาศตัวว่าขอยุติการออกอากาศ ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2558 ที่ผ่านมา คือ ช่องไทยทีวี และช่องโลก้า ของ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือที่รู้จักกันดีในนามของ ติ๋ม ทีวีพูล  ซึ่งหลังจากประกาศยุติการออกอากาศทีวีดิจิทัล 2 ช่อง พันธุ์ทิพาก็หันหน้าพึ่งศาลปกครองสูงสุดทันที ด้วยการส่งทนายยื่นฟ้อง กสทช. ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะผู้กำกับดูแลการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อสื่อสารไปยังประชาชนทั่วประเทศ การกำกับดูแลการติดตั้งโครงข่ายที่มีความล่าช้า หรือการแจกคูปอง 690 บาท เพื่อนำไปแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซตท็อปบ็อกซ์) ที่ล้มเหลว เนื่องจากคูปองที่แจกไปมีประชาชนนำไปใช้แลกจริงต่ำกว่าเป้ามาก

ขณะเดียวกัน กลุ่มคนที่นำคูปองไปแลกก็ไม่ได้นำกล่องมาใช้จริง เนื่องจากประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในการติดตั้ง ประกอบกับปัจจุบันครัวเรือนไทยส่วนใหญ่กว่า 70% ยังคงชมรายการต่างๆ ของช่องฟรีทีวีผ่านแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี จึงไม่เห็นความสำคัญของการติดตั้งกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวส่งผลให้การแจกคูปอง 690 บาท ไม่สัมฤทธิผล

นอกจากนี้ ความสับสนในด้านของการจัดเรียงช่อง ถึงแม้เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา กสทช.จะออกมาประกาศให้ทุกแพลตฟอร์มเรียงช่องทีวีดิจิทัล 1-36 เหมือนกัน ภายหลังจากศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่คุ้มครองประกาศหลักเกณฑ์การจัดลำดับบริการโทรทัศน์ (ประกาศเรียงช่อง) ตามที่ผู้ให้บริการเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมยื่นฟ้อง แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี บางรายยังคงไม่มีการจัดเรียงช่องตามที่ กสทช.ประกาศ ส่งผลให้ประชาชนยังคงต้องหาช่องทีวีดิจิทัลเองเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้การดูทีวีดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี กสทช.ก็ประกาศใช้วิธีบวก 10 แต่กลุ่มผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีก็ยังคงเรียงช่องตามความนิยมของลูกค้าตัวเอง

จากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต่างออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมกันเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องศาลหรือยื่นข้อเสนอให้ กสทช. เข้ามาช่วยเหลือในด้านต่างๆ แต่ก็ดูเหมือนไม่ได้ผล โดยเฉพาะการยื่นข้อเสนอให้ กสทช.ยืดระยะเวลาการจ่ายค่าใบอนุญาตงวดที่ 3 ออกไป และการที่ กสทช.ไม่ไฟเขียวให้คืนใบอนุญาตได้สำหรับผู้ที่ไปต่อไม่ไหว

เมื่อไม่ได้รับความช่วยเหลือ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจึงต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งหนึ่งในวิธีของการปรับโครงสร้าง คือ การปรับลดพนักงาน เริ่มด้วย พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ออกมาประกาศขอความสมัครใจพนักงานกว่า 20 คน ลาออก เพื่อลดปัญหาลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ช่องไทยทีวีและช่องโลก้ามีการลงทุนไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท ผลประกอบการขาดทุนเดือนละ 50 ล้านบาท เพราะมีรายรับเดือนละไม่ถึง 3 ล้านบาท จึงทำให้ต้องถอนทัพการทำธุรกิจทีวีดิจิทัล

หลังจากนั้นไม่นาน ช่องสปริงนิวส์ก็ออกมาประกาศปลดพนักงานออกประมาณ 40 คน จากกว่า 400 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สื่อข่าว ช่างภาพ ผู้ช่วยช่างภาพ โปรดิวเซอร์ และพนักงานฝ่ายอื่นๆ บ้างเล็กน้อย ด้วยการจ่ายเงินชดเชยให้ 3 เดือน หรือตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดภาระผลประกอบการขาดทุน และต้องการปรับโครงสร้างการบริหารให้มีความคล่องตัวมากขึ้น และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาช่องวอยซ์ทีวีก็ออกมาประกาศปลดพนักงาน 57คน จากทั้งหมดกว่า 300 คน เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้คล่องตัวและเหมาะสมต่อการทำงานในภาวะเเข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิทัลที่รุนแรง ยังไม่นับทีวีดาวเทียมที่มีการทยอยปลดคนเป็นระยะ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้นักวิชาการออกมาประเมินสถานการณ์ว่า ขณะนี้ฟองสบู่ทีวีดิจิทัลในด้านของพนักงานได้แตกแล้ว หลังช่วงเริ่มต้นธุรกิจใช้งบลงทุนซื้อตัวบุคลากรค่อนข้างสูง เมื่อธุรกิจทีวีดิจิทัลไม่ได้หอมหวานอย่างที่คิด จึงทำให้หลายช่องต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

จากการที่ กสทช.ไม่ไฟเขียว ให้คืนช่องหรือให้เลื่อนการจ่ายค่าใบอนุญาตงวดที่ 3 ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลทุกช่องที่เหลืออยู่ยังคง
ต้องกัดฟันสู้ต่อไป และเพื่อให้ช่องของตัวเองมีคนดูมากขึ้น ทำให้ภาพรวมการแข่งขันในปีนี้ยังคุกรุ่น ซึ่งผู้ที่จะไปต่อได้จนครบเทอมคงต้องสร้างภาพลักษณ์ของช่องและกลุ่มเป้าหมายให้มีความชัดเจน ขณะเดียวกัน ในส่วนของตัวคอนเทนต์เองก็ต้องมีคุณภาพและแตกต่างจากคู่แข่ง เพราะหากยังเหมือนกัน ผู้ชมก็ยังคงเลือกที่จะชมรายการในช่องที่ตัวเองคุ้นเคย

 

หลุด!ภาพโฉม HTC 10 สมาร์ทโฟนเรือธงใหม่ล่าสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 มีนาคม 2559 เวลา 12:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419776

หลุด!ภาพโฉม HTC 10 สมาร์ทโฟนเรือธงใหม่ล่าสุด

หลุดภาพโฉมหน้า HTC 10 สมาร์ทโฟนเรือธงใหม่ล่าสุดจากค่ายมือถือ HTC

ถึงคราวค่ายมือถือ HTC เสียที เมื่อล่าสุดสื่อโซเชียลมีเดียในต่างประเทศได้เผยภาพหลุดชัดๆ ของสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นถัดไปทุกซอกมุม พร้อมสเปคบางส่วนมาให้ชมกัน โดยคราวนี้รายงานระบุว่าจะใช้ชื่อเรียกสั้นๆ ว่า HTC 10

ภาพหลุดดังกล่าวดังกล่าวเริ่มมาจากบัญชีทวิตเตอร์ @OnLeaks และ @evleaks โดยระบุว่า HTC 10 จะมาพร้อมกับหน้าจอ 5.15 นิ้ว ความละเอียด QHD, ชิพเซ็ต Snapdragon820, ชิพกราฟิก Adreno530, แรม 4GB, กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล และมาพร้อมกับพอร์ต USB Type-C

กำหนดการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงใหม่ของ HTC จะมาอยู่ในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ ชาวไอทีรอติดตามกันได้เลย…!

ที่มา phonearena

 

มาพร้อม! Galaxy S7 มีเซนเซอร์ตรวจจับความชื้น เตือนห้ามชาร์จไฟขณะเปียก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 มีนาคม 2559 เวลา 12:29 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419767

มาพร้อม! Galaxy S7 มีเซนเซอร์ตรวจจับความชื้น เตือนห้ามชาร์จไฟขณะเปียก

Samsung Galaxy S7 มีเซนเซอร์ตรวจความชื้น เตือนป้องกันไม่ให้เผลอชาร์จไฟขณะเครื่องเปียก

นับเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์เด่นของสมาร์ทโฟนเรือธง Samsung Galaxy S7 เลยทีเดียวสำหรับฟีเจอร์กันน้ำมาตรฐาน IP68 อย่างไรก็ตามก็เป็นที่รู้กันว่าขณะที่ตัวเครื่องรวมถึงพอร์ต Micro USB กำลังเปียกแฉะอยู่นั้น ไม่ควรเสียบชาร์จแบตเตอรี่เนื่องจากอาจส่งผลอันตรายต่อตัวเครื่องได้ แต่ผู้ใช้หลายคนก็ยังสงสัยว่า… แล้วต้องรอให้หายเปียกขนาดไหนถึงสามารถเสียบชาร์จไฟได้?

ดังนั้น Samsung Galaxy S7 จึงมาพร้อมกับเซนเซอร์ตรวจจับความชื้นที่พอร์ต Micro USB โดยจะทำหน้าที่คอยแจ้งเตือนเครื่องของเรามีความชื้นมากเกินไปหรือไม่สำหรับการชาร์จไฟ ซึ่งถือว่าทาง’ซัมซุง’ก็เตรียมตัวมาดีพอสมควร

อย่างไรก็ตาม มีผู้ใช้งานบางส่วนรายงานเซนเซอร์ตรวจจับความชื้นที่พอร์ต Micro USB นั้นทำงานดีเกินไป ในบางครั้งเมื่อใช้สายชาร์จที่ไม่ใช่ของทางซัมซุงก็จะมีการแจ้งเตือนขึ้นมาเช่นกัน

อนึ่ง การชาร์จแบบไวเลสขณะเครื่องเปียกนั้นไม่มีรายงานปัญหาแต่อย่างใด

ที่มา phonearena

 

วิจัยเผย..วัดความดันด้วยแอพฯมือถือให้ค่าเพี้ยน8ใน10

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มีนาคม 2559 เวลา 17:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/419723

วิจัยเผย..วัดความดันด้วยแอพฯมือถือให้ค่าเพี้ยน8ใน10

งานวิจัยเผย การวัดความดันด้วยแอพฯบนสมาร์ทโฟนให้ค่าเพี้ยนถึง8ใน10

หลายคนอาจเคยผ่านตาหรือเคยดาวน์โหลดมาลองใช้งานบ้างสำหรับแอพฯ ตรวจสุขภาพของร่างกายซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อ Instant Blood Pressure ที่อ้างว่าใช้สำหรับการตรวจความดันโลหิตด้วยวิธีการนำสมาร์ทโฟนของท่านไปวางแนบไว้ที่หน้าอกและใช้นิ้วกดปิดที่เลนส์กล้อง

เมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยจากวิทยาลัยจอห์นฮอบกินส์ได้นำแอพฯ ดังกล่าวมาทดสอบควบคู่กับการตรวจวัดความโลหิตด้วยเครื่องมือแพทย์จริงๆ โดยใช้ผู้เข้าร่วมวิจัย 85 ราย พบว่าในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง 5 รายนั้น จะมีการตรวจจับพลาดทั้งหมด 4 คน

แอพฯ เคยวางจำหน่ายอยู่บนแอพสโตร์ของแอปเปิลในราคา 5 ดอลลาร์ ทั้งยังติดอันดับ 50 แอพฯ ขายดีอีกด้วยยอดดาวน์โหลดกว่า 100,000 ครั้ง ก่อนจะถูกถอดออกจากไปตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว ทั้งนี้ยังคงมีผู้ใช้ที่ดาวน์โหลดไปใช้และยังไม่ได้ลบทิ้ง

ที่มา cbsnews