“บิล เกตส์” หนุนเจาะข้อมูลไอโฟนก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 18:43 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417806

"บิล เกตส์" หนุนเจาะข้อมูลไอโฟนก่อการร้าย

“บิล เกตส์” สนับสนุนให้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ก่อการร้ายเป็นกรณีพิเศษ หวังแอปเปิลทบทวนข้อเสนอเอฟบีไอ

สงครามแห่งวงการเทคโนโลยีระหว่างแอปเปิล บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐ และสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) กรณีที่ศาลสหรัฐมีคำสั่งให้แอปเปิลเจาะระบบไอโฟนของซายอิด ริซวาน ฟารุค หนึ่งในผู้ก่อเหตุกราดยิงที่เมืองซานเบอร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา

กรณีดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสสนับสนุนและต่อต้านแอปเปิลจำนวนมาก โดยฝ่ายสนับสนุนเช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ สังคมออนไลน์ชื่อดัง อ้างว่า การกระทำของแอปเปิลเป็นไปเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ขณะที่ฝ่ายต่อต้านระบุว่า แอปเปิลปกป้องผู้ก่อการร้าย

ล่าสุด บิล เกตส์ เจ้าพ่อแห่งวงการเทคโนโลยีและผู้ก่อตั้ง ไมโครซอฟท์ ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีทุกบริษัทควรให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ในการสืบสวนสอบสวนคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

“นี่เป็นกรณีพิเศษที่รัฐบาลสหรัฐต้องการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ก่อการร้าย รัฐบาลไม่ได้เรียกร้องขอข้อมูลทั่วๆ ไป คำร้องของเอฟบีไอครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ” เกตส์ระบุ

บิล เกตส์ ยังหวังว่า แอปเปิลจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาทบทวนอีกครั้ง และสร้างระบบประตูหลัง หรือ Back Door เพื่อประโยชน์ในการสืบข้อมูล พร้อมระบุด้วยว่า การป้องกันข้อมูลส่วนตัวเป็นเรื่องดี แต่จำเป็นต้องมีกฎระเบียบมารองรับว่า รัฐบาลจะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ในระดับใด และการเข้าถึงของรัฐบาลในกรณีการจัดเก็บภาษี การป้องกันคดีอาชญากรรม และการสืบสวนคดีก่อการร้าย จะส่งผลดีมากกว่าผลเสีย

ด้าน จอห์น แมคอาฟี นักพัฒนาซอฟต์แวร์และผู้ก่อตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัย “แมคอาฟี” ระบุว่า ยินดีให้ความร่วมมือกับเอฟบีไอในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ก่อการร้ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมยืนยันว่าสามารถถอดการเข้ารหัสตัวเครื่องได้

ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัย พิว ในสหรัฐ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นชาวสหรัฐ 1,002 คนต่อกรณีดังกล่าว โดย 51% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า แอปเปิลควรดำเนินการตามคำร้องของเอฟบีไอ ขณะที่ 38% ไม่เห็นด้วย และอีก 11% ไม่มีความเห็น

 

โปรโมทสุดฤทธิ์!ชมคลิปแกะกล่อง’ซัมซุง กาแล็คซี เอส7’ใต้น้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 14:10 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417717

โปรโมทสุดฤทธิ์!ชมคลิปแกะกล่อง'ซัมซุง กาแล็คซี เอส7'ใต้น้ำ

ชมคลิปแกะกล่องโชว์’ซัมซุง กาแล็คซี เอส7’ใต้น้ำ

เรียกได้ว่าโปรโมตกันสุดฤทธิ์สำหรับฟีเจอร์กันน้ำตามมาตรฐาน IP68 ของมือถือ’ซัมซุง กาแล็คซี เอส7’และ’ซัมซุง กาแล็คซี เอส7 เอดจ์’ (Samsung Galaxy S7/ S7 Edge) ล่าสุดทางผู้ให้เครือข่ายในสหรัฐอเมริกาอย่าง T-Mobile ได้ปล่อยคลิปวีดีโอแกะกล่องมือถือเรือธงใหม่นี้”ใต้น้ำ” เพื่อพิสูจน์กันไปอีกว่าใช้งานในน้ำได้ดีจริงๆ นะเธอ

 

ไม่น้อยหน้า!เปิดตัว LG G5 ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้หลากหลาย (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 11:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417691

ไม่น้อยหน้า!เปิดตัว LG G5 ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนได้หลากหลาย (ชมคลิป)

เปิดตัว LG G5 สมาร์ทโฟนเรือธงใหม่ พร้อมฟีเจอร์ปรับแต่งชิ้นส่วนอุปกรณ์ได้หลากหลายอย่างง่ายสุดๆ

ในขณะที่ฝั่ง’ซัมซุง’ได้เปิดตัว Samsung Galaxy S7 และ Samsung Galaxy S7 Edge ทาง’แอลจี’ก็ไม่ขอน้อยหน้าขอเปิดตัว LG G5 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่มาพร้อมจุดเด่นไม่เหมือนสมาร์ทโฟนดังจากค่ายไหนๆ คือ สามารถปรับแต่งชิ้นส่วนอุปกรณ์ (Module) ได้หลากหลายที่ทำได้เองง่ายๆ

เริ่มต้นแอลจีได้โชว์อุปกรณ์เสริมชิ้นแรก LG CAM Plus ที่แปลงร่าง LG G5 ให้กลายเป็นกล้องดิจิตอลด้วยปุ่มเปิด-ปิดกล้อง ปุ่มชัตเตอร์ พร้อมจุดซูมภาพ เพิ่มขนาดแบตเตอร์รี่ให้มากขึ้นอีก 1,200 mAh ด้วย และอุปกรณ์เสริมชิ้นที่สอง LG Hi-Fi Plus with B&O PLAY ที่จะเพิ่มรายละเอียดคุณภาพเสียงของเพลงให้มากขึ้นด้วย

LG G5 ยังมาพร้อมกล้องเลนส์คู่ที่ทำให้สามารถถ่ายภาพเลนส์กว้างได้ถึง 135 องศา ซึ่งทางแอลจีอ้างว่ากว้างกว่าที่ตามนุษย์สามารถรับรู้ได้ถึง 15 องศาเลยทีเดียวนะ

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ เปิดครอบครัวเลย ทั้งหูฟัง LG Tone Platinum, แว่นตาโลกเสมือน LG 360 VR, กล้องถ่ายภาพรอบทิศ LG 360 CAM, ลูกกลิ้งลาดตระเวนรอบบ้านอัจฉริยะ LG Rolling Bot

– หน้าจอ 5.3 นิ้ว ความละเอียด 1440×2560 พิกเซล พร้อมฟีเจอร์ AlwaysOn
– ชิพเซ็ต Snapdragon 820
– แรม 4GB
– ความจุ 32 GB /รองรับ microSD สูงสุด 2TB
– กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
– กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
– รองรับ USB Type-C
– แบตเตอรี่ 2,800 mAh
– แอนดรอยด์6.0

“แคสเปอร์สกี้” เปิดโปงเดอะโพไซดอนกรุ๊ป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 10:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417672

"แคสเปอร์สกี้" เปิดโปงเดอะโพไซดอนกรุ๊ป

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

การค้นพบภัยคุกคามครั้งใหญ่ของแคสเปอร์สกี้ แลป ที่สามารถตรวจพบร้านค้าขายมัลแวร์ ซึ่งมีปฏิบัติการทั้งบนบก อากาศ และทางทะเลที่ชื่อว่า เดอะ โพไซดอน กรุ๊ป ที่เล็งเป้าหมายไปที่สถาบันการเงิน โทรคมนาคม การผลิต พลังงานและสื่อสาร ถือว่าเป็นการดักจับปฏิบัติการจารกรรมไซเบอร์เวอร์ชั่นบราซิเลียน-โปรตุเกส แบบมีเป้าหมายเป็นครั้งแรก

ดิมิทรี เบสตูเชฟ ผู้อำนวยการทีมวิเคราะห์และวิจัยแคสเปอร์สกี้ แลป ภูมิภาคละตินอเมริกา กล่าวว่า องค์กรที่ตกเป็นเป้าหมายกว่า 35 ราย ทั้งภาคการเงินและหน่วยงานของรัฐ โทรคมนาคม ภาคการผลิต พลังงานและบริษัทบริการสาธารณูปโภค รวมทั้งบริษัทสื่อและประชาสัมพันธ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส คาซัคสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินเดีย และรัสเซีย

“การจารกรรมไซเบอร์ขั้นสูงที่สร้างความปั่นป่วนมาตั้งแต่ปี 2548 นั้น เดอะ โพไซดอน กรุ๊ป ถือว่าน่ากังวลสำหรับธุรกิจเชิงพาณิชย์ เพราะมัลแวร์ชนิดนี้สามารถปรับแต่งรูปแบบมัลแวร์ใหม่ สร้างลายเซ็นดิจิทัลพร้อมใบรับรองที่ปลอมขึ้นมาอย่างแนบเนียน จนเล็ดลอดเข้าไปโจรกรรมข้อมูลลับสำคัญๆ จากเหยื่อเพื่อขู่กรรโชกบังคับให้ทำธุรกิจตามที่ต้องการ ทั้งยังออกแบบให้ทำงานบนเครื่องที่ลงวินโดวส์เวอร์ชั่นอังกฤษและบราซิเลียน-โปรตุเกสโดยเฉพาะ ถือเป็นภัยคุกคามแบบมีเป้าหมายตัวแรกเลยทีเดียว” เบสตูเชฟ กล่าว

การหาเหยื่อของผู้ร้ายเหล่านี้จะเข้ามาในลักษณะร่วมทุนหรือเป็นคู่ค้ากัน ลักษณะพิเศษเฉพาะตัวอย่างหนึ่งของเดอะ โพไซดอน กรุ๊ป คือ การสำรวจหาระบบเครือข่ายของคอร์ปอเรตแบบโดเมนเบส (Domain-based corporate networks) โดยจะอาศัยสเปียร์ฟิชชิ่งอีเมลด้วยไฟล์ RTF/DOC และมักจะหลอกล่อเกี่ยวกับทรัพยากรบุคคล (Usually with a human resources lure) ด้วยการแอบหยอดไบนารี่ร้ายกาจเข้าสู่ระบบ เมื่อเหยื่อคลิกไฟล์นั้นก็จะติดไวรัสในทันที

“เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ติดเชื้อมัลแวร์ ระบบจะรายงานไปยังเซิร์ฟเวอร์คอมมานด์และคอนโทรลก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการที่มีความซับซ้อนเชิงคู่ขนาน โดยการบุกรุกในขั้นแรกนี้ ระบบจะใช้เครื่องมือที่สามารถดักเก็บข้อมูลประเภทต่างๆ ได้รุนแรงแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลสำคัญส่วนตัว นโยบายบริหาร หรือแม้แต่ข้อมูลการล็อกเข้าระบบ เพื่อแอบซ่อนและกลับเข้ามาใช้ประโยชน์ ซึ่งข้อมูลที่ได้มานั้นจะถูกนำไปใช้หลอกล่อให้บริษัทเหยื่อเป้าหมายทำสัญญากับเดอะ โพไซดอน กรุ๊ป ในการแต่งตั้งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านระบบรักษาความปลอดภัย หากไม่ยินยอมก็จะข่มขู่ว่าจะนำข้อมูลที่ได้ไปใช้เล่นงาน”

เดอะ โพไซดอน กรุ๊ป ถือว่าเป็นทีมที่ปฏิบัติการมานาน และทำได้บนโดเมนทุกแบบทั้งบนบก อากาศ และทางน้ำ ทางศูนย์คอมมานด์และคอนโทรลตรวจพบว่ามัลแวร์เหล่านี้ถูกซุกซ่อนอยู่ในระบบส่วนกลางของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่เรือเดินสมุทร การติดต่อสื่อสารไร้สาย รวมทั้งซ่อนอยู่ในผู้ให้บริการสื่อสารไร้สายทั่วไปอีกด้วย

“การฝังตัวจะเข้าไปแอบซ่อนหลายที่ และจะมีช่วงเวลาการทำงานเพียงระยะสั้นๆ เพื่อให้ระบบมีส่วนช่วยสนับสนุนปฏิบัติการของกรุ๊ปในการทำงานต่อเนื่องระยะยาวและไม่ถูกตรวจจับได้ นอกจากจะก่อความเดือดร้อนมากว่าสิบปี เทคนิคที่โพไซดอน กรุ๊ปใช้ถือว่าเป็นการฝังตัวที่มีพัฒนาการยากมากที่จะหาตัวเชื่อมโยงเพื่อระบุตัวตนและต่อภาพรวมทั้งหมดได้”

ทั้งนี้ จากหลักฐานที่เก็บรวบรวมและทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบภัยคุกคามไซเบอร์ทำให้แคสเปอร์สกี้ตรวจจับร่องรอยที่ไม่เคยพบมาก่อนได้เมื่อกลางปี 2558 และสามารถลบคอมโพเนนต์ที่ตรวจพบได้ทุกเวอร์ชั่น

 

“เลอโนโว” เปิดเกมรุก บุกทุกตลาดหวังขึ้นเบอร์ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 21:12 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417642

"เลอโนโว" เปิดเกมรุก บุกทุกตลาดหวังขึ้นเบอร์ 1

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ภาพรวมผลประกอบการธุรกิจของเลอโนโวทั่วโลก หลังปิดไตรมาส 3 เมื่อจบเดือน ธ.ค.ในปีที่ผ่านมานั้น ยังคงรักษาแชมป์เบอร์ 1 ในตลาดพีซี และรักษาการเติบโตไว้ที่ 21% ถือว่าเป็นการโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในไทยเลอโนโวจะเป็นเบอร์สองแต่ก็มีส่วนแบ่งในตลาดห่างกับเบอร์ 1 เพียง 5% เท่านั้น ซึ่งทิศทางการเติบโตยังดีอยู่เพราะพีซีเป็นธุรกิจที่มีโอกาสโตต่อเนื่องจากกลุ่มธุรกิจ การศึกษา และองค์กรขนาดใหญ่ มีส่วนแบ่งมากกว่า 30% ส่วนตลาดเอสเอ็มบียังคงเป็นเบอร์ 1 ต่อเนื่องโดยมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 21% และพยายามจะเดินหน้าแย่งส่วนแบ่งให้มากขึ้น

จีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) กล่าวว่า แม้ไอดีซีจะคาดการณ์การเติบโตของการใช้จ่ายด้านไอซีทีในปีนี้จะคิดเป็นสัดส่วน 7% ของจีดีพี เติบโตเทียบเท่ากับภาคการเกษตรของประเทศ สัดส่วนของการใช้จ่ายนี้มาจากบริการด้านโทรคมนาคม เช่น การซื้อแพ็กเกจบริการต่างๆ 45.5% และการซื้อพีซีและสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 54.5%

“ในปีนี้เลอโนโวจะโฟกัสในตลาดใหม่ ซึ่งเน้นในกลุ่มองค์กรมากขึ้น แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งกลุ่มคอนซูเมอร์ ยังคงทำต่อเนื่องทั้งในเรื่องของการตกแต่งจุดขายโดยจะพัฒนารูปแบบของเอาต์เลตให้ทันสมัยและเปลี่ยนโลโก้ใหม่ให้ครบทุกสาขาและเพิ่มพนักงานใหม่ ซึ่งงบที่ใช้มากกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน เพราะทางสำนักงานใหญ่อยากให้มีส่วนแบ่งตลาดในไทยเพิ่ม”

ทั้งนี้ เลอโนโวจะเพิ่มในเรื่องของนวัตกรรมใหม่ สำหรับกลุ่มแม่บ้าน ผู้อาวุโสวัยเกษียณไปจนถึงกลุ่มองค์กรที่ต้องการใช้อุปกรณ์โมบิลิตี้มาใช้ในการทำงาน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ต้องมีโซลูชั่นที่เหมาะสม ในฐานะผู้ผลิตนวัตกรรมจึงต้องมีสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มและมีแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมการใช้งานของลูกค้าให้มากที่สุด

“พระเอกสำหรับเรายังคงเป็น YOGA ที่เดิมเป็นแค่โมเดลหนึ่ง แต่ตอนนี้กลายเป็นซีรี่ส์ที่มี 4 แพลตฟอร์ม สามารถเป็นได้ทั้งแท็บเล็ตและออลอินวัน โดยการพัฒนาแพลตฟอร์มให้เป็นซีรี่ส์นั้น จะเน้นมัลติโหมดเป็นหลัก เพื่อให้ลูกค้าไม่ว่าเข้าใช้จากอุปกรณ์ใดก็สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องซึ่งในไทยมีผลตอบรับที่ดี”

อย่างไรก็ตาม การขยายตลาดไปยังภูมิภาคต่างๆ นั้นย่อมต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพ สำหรับเลอโนโวเองในการดูแลตลาดกลุ่มประเทศอาเซียน (เออีซี) อย่างลาว เมียนมา และกัมพูชา ที่เดิมใช้บุคลากรจากทางสิงคโปร์เข้ามาดูแลตลาดนั้น บริษัทได้มีการผลักดันผู้บริหารไทยคนใหม่เข้ามาดูแลตลาดนี้ ถือว่าเป็นบุคลากรด้านไอทีที่มีประสบการณ์มายาวนาน คาดว่าจะเปิดตัวในเร็ววันนี้

“สำหรับเลอโนโวในกลุ่มอินโดไชน่านั้น ทางคุณแฮรี่ หยาง ซีอีโอของเรายังดูตลาดอย่างต่อเนื่องว่ามีโอกาสในตลาดนี้อย่างไร เพื่อที่จะเข้าไปพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายกับทางคู่ค้า ซึ่งเลอโนโวเคยเป็นเบอร์หนึ่งในเมียนมา แต่ได้เปลี่ยนไปเน้นตลาดอินโดนีเซียเป็นหลัก เพราะจำนวนประชากรมีมากกว่า ถือว่าเป็นการวางแผนได้ถูกจังหวะ และเราก็เริ่มดูตลาดใหม่ๆ อย่างเมียนมา ลาว กัมพูชาไว้บ้างแล้ว และจะมีผู้บริหารรายใหม่ที่คัดเลือกเข้ามาช่วยบริหารซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารสินค้ากลุ่มไอทีมาอย่างโชกโชน จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในไตรมาสนี้”

นอกจากนี้ เลอโนโวยังมองถึงเรื่องของอนาคตว่า บริษัทมีข้อได้เปรียบในเรื่องของการเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รองรับแค่สินค้ากลุ่มพีซีเท่านั้น แต่แพลตฟอร์มจะรวมทั้งพีซีและสมาร์ทโฟนให้เข้าใช้งานได้ง่ายขึ้น การทำอีโคซิสเต็มขึ้นมาจะช่วยให้เลอโนโวมีโอกาสในตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพราะในอนาคตผู้ใช้งานจะเน้นเรื่องของการเข้าใช้งานซอฟต์แวร์เป็นหลัก ทั้งคลาวด์ แอพพลิเคชั่น ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นต้น

“นอกจากแพลตฟอร์มที่เข้าใช้งานสะดวกแล้ว เรื่องของช่องทางการขายและคู่ค้านั้น เรายังขยายขอบเขตธุรกิจไปในตลาดต่างจังหวัดให้มากขึ้น จะโฟกัสในแง่ของการเข้าถึงลูกค้าทั้งแบบแนวกว้างและลึก ให้มีช่องทางจำหน่ายครอบคลุมและเทรนด์พนักงานหน้าร้านให้มีประสบการณ์มากขึ้น เพื่อสื่อสารกับลูกค้าได้ว่าสินค้าของเรามีจุดเด่นแตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างไร”

ทั้งนี้ ทางด้านกลุ่มองค์กรจะมีการจัดอบรมให้ความรู้เพิ่มเติม และวางกลยุทธ์ร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่างเรดแฮท นูทานิกส์และวีเอ็มแวร์ และดึงผู้เชี่ยวชาญจากปักกิ่งและอินเดียเข้ามาให้ความรู้ด้านการพัฒนาไอทีและสื่อสารเรื่องโซลูชั่นใหม่ๆ ให้แก่คู่ค้าด้วย

ต้องจับตาดูกันว่า การวางกลยุทธ์ทุกด้านให้รอบคอบของเลอโนโว จะสามารถตีตื้นคู่แข่งขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งได้หรือไม่

 

ซัมซุงเปิดตัว “กาแล็คซี่เอส7” วางจำหน่าย 11 มี.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 20:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417638

ซัมซุงเปิดตัว "กาแล็คซี่เอส7" วางจำหน่าย 11 มี.ค.

ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทโฟนกาแล็คซี่เอส7 จอใหญ่-แบตเตอรี่อึดขึ้น เริ่มวางจำหน่าย 11 มี.ค.นี้

ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่จากเกาหลีใต้ เปิดตัวซัมซุงกาแล็คซี่รุ่นเอส 7 ซึ่งเป็นความพยายามครั้งล่าสุดในการแข่งขันบนตลาดมือถือกับแอปเปิ้ล โดยจะเริ่มวางขายวันที่ 11 มี.ค. นี้

ทางซัมซุงระบุว่า กาแล็คซี่รุ่นเอส 7 พัฒนาจากรุ่นเดิมเอส 6 ให้มีลูกเล่นที่มากขึ้น  เช่น หน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น เป็น 5.5 นิ้ว จากรุ่นก่อน 5.1 นิ้ว ขยายพื้นที่เก็บข้อมูลไมโครเอสดีได้ การใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น กล้องสามารถถ่ายภาพได้ชัดขึ้นในภาวะแสงน้อยถึงแม้จะลดความละเอียดของกล้องเหลือ 12 ล้านพิกเซลจาก 16 ล้านพิกเซล  และถ่ายแบบเกียร์ 360 ที่สามารถถ่ายวิดีโอได้เสมือนจริง 360 องศา  รวมถึงสามารถป้องกันน้ำได้

อย่างไรก็ตาม แม้กาแล็คซี่เอส 7 จะพัฒนามากจากเอส 6  แต่ยังคงคุณสมบัติหลายอย่างคล้ายกับแบบเดิม เช่น  การติดตั้งแอพพลิเคชั่นของไมโครซอฟท์ที่เคยมีในเอส 6 ที่หลายคนระบุว่าไม่ได้ใช้งานแต่ไม่สามารถลบออกจากเครื่องได้ การออกแบบTouchwiz และคงวิธีชาร์จแบบไมโครยูเอสบี ขณะที่สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นเปลี่ยนไปใช้พอร์ตยูเอสบี-ซี แล้ว

ซัมซุงพยายามพัฒนาโทรศัพท์มือถือให้มีความทันสมัยมากขึ้นเพื่อดึงดูดลูกค้า เนื่องจากในปี 2015 หุ้นของซัมซุงฮวบลง 2%  เนื่องจากบริษัทแอปเปิ้ล อิงค์ของสหรัฐ  บริษัทหัวเหว่ย เทคโนโลยี และบริษัท เสี่ยวหมี่ คอร์ปเปอเรชั่น ของจีน ดึงลูกค้าไป ขณะเดียวกัน ซัมซุงยังไม่เปิดเผยตัวเลขยอดขายในปีดังกล่าว

ทั้งนี้  ซัมซุงไม่ระบุว่า กาแล็คซี่เอส7 จะเริ่มเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อใด

ที่มา บลูมเบิร์ก

ภาพ เอเอฟพี

ชมคลิป https://youtu.be/cyohHyQl-kc

 

 

 

“แอลจี” เปิดตัว “SIGNATURE” เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำรุกตลาดพรีเมี่ยม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 20:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417501

"แอลจี" เปิดตัว "SIGNATURE" เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำรุกตลาดพรีเมี่ยม

“แอลจี”เปิดตัว “SIGNATURE” ลุยตลาดพรีเมี่ยม ตอกย้ำความเป็นผู้นำเรื่องใช้ไฟฟ้าไฮเทค

เดินทางโชว์ความล้ำของเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าไปแล้วทั้งในสหรัฐอเมริกา ดูไบ และแอฟริกา

ล่าสุดถึงคราวแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกอย่าง “แอลจี อีเลคทรอนิคส์” หรือ LG  บินลัดฟ้ากลับบ้านเกิดแดนกิมจิเพื่อเปิดตัว 4 นวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าสุดไฮเทคภายใต้แบรนด์  “LG SIGNATURE” ในงานแสดงนวัตกรรมระดับโลกประจำปีภายใต้ชื่อ “LG InnoFest 2016” จัดขึ้น ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 16-18 ก.พ.ที่ผ่านมา ท่ามกลางพาร์ทเนอร์และสื่อมวลชนทั่วเอเชียอย่างคับคั่ง

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้แนะนำแบรนด์ LG SIGNATURE แก่พาร์ทเนอร์และผู้บริโภคในเอเชีย ซึ่งนี่คือกุญแจสำคัญที่จะตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านระดับโลกของแอลจี” โจ เซียง-จิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านบริษัทแอลจี กล่าว

ชมคลิปเปิดตัวสินค้าในงาน LG InnoFest 2016 https://www.youtube.com/watch?v=gVcOKO8nbiE

 

สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม LG SIGNATURE ในงาน InnoFest 2016 ที่เปิดตัวมีทั้งสิ้น 4 ชนิด ประกอบด้วยดังนี้

1.ทีวี LG OLED TV

ทีวีที่สามารถคว้ารางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมมาครอง ด้วยความบางของจอเพียง 2.65 มม. (ขนาดเท่าบัตรเครดิตการ์ด 3 ใบซ้อนกัน) โดยไฮไลท์อยู่ที่เอกลักษณ์ของหลอดแอลอีดี ซึ่งสามารถกำหนดแสงได้เอง ไม่ต้องใช้แสงแบล็กไลท์ในการให้ความสว่างดังเช่นในอดีต ทำให้ตัวเครื่องไร้ความร้อน ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้ได้ภาพสีดำสุดคมชัด

อีกทั้งยังมีลำโพง 2 ทิศทาง รองรับการติดตั้งกับผนัง และการให้ภาพที่คมชัดสมจริง นอกจากนี้ความเจ๋งที่ตอบโจทย์สำหรับ LG SIGNATURE OLED TV คือสามารถเล่นจอแบบหน้าหลังได้พร้อมกัน เนื่องจากเทคโนโลยีพิเศษสามารถให้กำเนิดแสงเองได้

ต่อไปนี้เราอาจเห็นการจัดบ้านและจุดวางทีวีรูปแบบใหม่ เพราะอนาคตอันใกล้นี้ คุณผู้หญิงสามารถรับชมละครดัง พร้อมกับที่คุณผู้ชายลุ้นฟุตบอลคู่เด็ดอย่างไรปัญหา

ชมคลิป LG OLED TV จากงาน CES 2016 https://www.youtube.com/watch?v=DSfaZq_Cz_g

 

2.เครื่องซักผ้า LG SIGNATURE

เครื่องซักผ้าฝาหน้าขนาด 24 นิ้วของ LG SIGNATURE มาพร้อมรูปลักษณ์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยได้รับการพัฒนามาจากเครื่องซักผ้า TWIN Wash™ ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน CES 2015 ให้มีความทนทาน ดูหรูหรา และใช้งานได้ง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยถังซัก MINI Wash ขนาดเล็กใต้ตัวถังหลักอีกด้วย ทำให้ผ้าสี และ ผ้าขาวสะอาดเอี่ยมได้ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง

ทั้งนี้ไฮไลท์เครื่องซักผ้า LG SIGNATURE มาพร้อมเทคโนโลยี Centum System™ ของแอลจี ที่จะช่วยเพิ่มความทนทานและประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานด้วยระบบกันสะเทือนที่เหนือชั้น ซึ่งยังช่วยลดเสียงรบกวนจากการทำงานของเครื่องซักผ้าอย่างเห็นได้อีกด้วย

ชมคลิปเครื่องซักผ้า LG SIGNATURE https://www.youtube.com/watch?v=2BA70D7eejc

 

 

3. ตู้เย็น LG SIGNATURE

ตู้เย็น LG SIGNATURE นำเสนอรูปลักษณ์แปลกใหม่ที่นอกจากจะใช้งานได้ง่ายแล้วยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ดีไซน์ Door-in-Door™ ที่ได้รับรางวัลของแอลจี ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ KNOCK-ON Door-in-Door เพียงเคาะเบาๆ 2 ครั้ง ฝาช่องเก็บของจะกลายเป็นกระจกใส ให้ผู้ใช้สามารถมองเข้าไปด้านในของตู้เย็นได้โดยไม่ต้องเปิดประตู ช่วยให้ประหยัดพลังงานไม่สูญเสียความเย็น

ตู้เย็น LG SIGNATURE ยังมาพร้อมอินเวอร์เตอร์ลิเนียร์คอมเพรสเซอร์ (Inverter Linear Compressor) สุดยอดเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ที่จะช่วยปรับระดับความเย็นตามจำนวนของที่อยู่ในตู้เย็น ลดการเสียดสีภายในด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมรับประกันคอมเพรสเซอร์นานถึง 10 ปี นอกจากนี้ องค์กรวิทยาศาสตร์และเทคนิคเยอรมัน Verband der Elektrotechnik Elektronik Informationstechnik (VDE) ยังรับรองความทนทาน โดยคาดการณ์ว่าตู้เย็น LG SIGNATURE จะมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 20 ปี

ชมคลิป ตู้เย็น LG SIGNATURE https://www.youtube.com/watch?v=HHbo5c64Mcw

 

4.เครื่องฟอกอากาศ LG SIGNATURE

แอลจีเชื่อว่าไม่มีอะไรสำคัญกว่าอากาศที่บริสุทธิ์ เครื่องฟอกอากาศ LG SIGNATURE มาพร้อมนวัตกรรมแผงหน้าแบบโปร่งใสให้ผู้ใช้เห็นกระบวนการฟอกอากาศอย่างชัดเจน

ฟีเจอร์ Aqua-Cyclone ยังใช้พลังของน้ำในการช่วยดักจับสารเคมีและสิ่งปนเปื้อน ในขณะเดียวกันยังช่วยปรับระดับความชื้นในห้องให้เหมาะสมอย่างรวดเร็วอีกด้วย แผ่นกรองภายในแบบ Semi-Permanent Filter System ยังมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 10 ปี ผู้ใช้สามารถทราบระดับคุณภาพอากาศภายในห้องได้อย่างง่ายดายเพียงดูที่ Smart PM1.0    Indicator ที่จะตรวจจับระดับของฝุ่นที่มีขนาดเล็กถึง 1 ไมโครมิเตอร์ รวมถึงกลิ่นรบกวนต่างๆ โดยตัวตรวจวัดนี้จะอยู่ที่จอควบคุม และใช้ไฟในการแสดงผลถึง 4 สี เพื่อบอกระดับความบริสุทธิ์ของอากาศ

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับเชิญมาร่วมงาน LG InnoFest 2016 ยังได้เยี่ยมชมตึก N Seoul Tower และสัมผัสประสบการณ์การรับชมภาพที่เหนือชั้นจากจอ OLED ขนาดยักษ์ ซึ่งประกอบจากหน้าจอ LG OLED TV ขนาด 55 นิ้ว จำนวนถึง 248 จอ ซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมทริปเป็นจำนวนมาก

 

“มิวสิค สตรีมมิ่ง-ค่าลิขสิทธิ์” กระเป๋าเงินของธุรกิจเพลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 17:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417495

"มิวสิค สตรีมมิ่ง-ค่าลิขสิทธิ์" กระเป๋าเงินของธุรกิจเพลง

โดย…ทีมข่าวแมกกาซีน

ในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจเพลงได้ถูกคุกคามจากสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เริ่มตั้งแต่ยุคเทปผีซีดีเถื่อนจนมาถึงยุคดาวน์โหลดผ่านระบบออนไลน์ ทำให้บริษัทเพลงยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยต้องเบนเป้าไปประกอบธุรกิจในสายอุตสาหกรรมบันเทิงอื่นๆ ด้วย เพราะธุรกิจเพลงไม่ใช่ขุมทรัพย์ใหญ่ดังในอดีต แต่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

วิเชียร ฤกษ์ไพศาล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานมิวสิค โปรดักชั่น และโปรโมชั่น บริษัทจีเอ็มเอ็มถึงแกรมมี่ กล่าว ภาพรวมของธุรกิจเพลงในปัจจุบันว่า แม้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนผ่านจากยุคอะนาล็อกมาสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมเพลงที่รูปแบบการเสพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

“จากอดีตที่เลือกฟังเพลงจากแผ่นเสียง เทป ซีดี วันหนึ่งเปลี่ยนเป็นการดาวน์โหลด จนกระทั่งวันนี้กลายเป็นฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่ง ซึ่งเห็นได้ว่าเพลงได้ผ่านกระบวนการทางเทคโนโลยีในการสร้างเม็ดเงินให้กับอุตสาหกรรมในช่องทางใหม่ๆ เพิ่มขึ้น แต่เพลงก็ยังเป็นสินค้าที่คงความมีเสน่ห์ ยังเป็นต้นน้ำของการสร้างเม็ดเงินในระบบ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ตรงที่ว่าทุกวันนี้ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมเพลงปฏิวัติตัวเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วหรือยัง”

วิเชียรชี้ว่า บริษัทได้มีการปรับตัวให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีมานานแล้ว และปัจจุบันซึ่งถือเป็นยุคของโลกโซเชียลที่มันสุดโต่งจากอดีต

“เรียกได้ว่าหลายปีมานี้มีการพลิกโฉมไปมาก ตั้งแต่การเข้ามาของเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ยูทูบ ไอทูนส์ ไลน์ และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ซึ่งถือว่าส่งผลดีกับอุตสาหกรรมเพลง เพราะสามารถเปลี่ยนโฉมการฟังเพลงในลักษณะของฟรีคอนเทนต์ให้กลายเป็นการฟังเพลงแบบถูกกฎหมายมากขึ้น โดยช่องทางใหม่ๆ เหล่านี้ได้กลายมาเป็นช่องทางที่สร้างรายได้ให้กับธุรกิจเพลงอย่างมีนัยสำคัญทีเดียว”

ในการมาอุดช่องว่างเรื่องรายได้ที่หายไป ธุรกิจคอนเสิร์ตและอีเวนต์ก็มาช่วยเป็นช่องทางรายได้ให้กับบรรดาค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ที่นำนักร้องของตัวเองขายผ่านช่องทางเหล่านี้ รวมถึงเวทีการประกวดร้องเพลงที่กลายมาเป็นสังกัดเพลงปั้นนักร้องเพื่อมาใช้งาน อาทิ เครือซีพีและทรูที่มีฐานเวทีของ
เอเอฟ อะคาเดมี่ กับเวทีเดอะวอยซ์ ในการเซ็นสัญญานักร้องในสังกัด รวมถึงบีอีซี-เทโร ที่มีค่ายเพลงของตัวเอง สามารถสร้างนักร้องได้แบบครบวงจรป้อนทั้งรายการทีวี ละครโทรทัศน์ คอนเสิร์ต และงานอีเวนต์ต่างๆ ของตัวเอง เรียกว่าอัฐยายกินขนมยายไม่ต้องไปจ้างนักร้องจากค่ายเพลงอื่นๆ มาให้สูญเสียรายได้แต่อย่างใด

การมาถึงของโลกยุคดิจิทัลที่ทำให้รายได้ของธุรกิจเพลงอยู่ตรงนั้น ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งรายได้จากยูทูบประเทศไทย จากยอดวิวและสัดส่วนโฆษณาจากบรรดาเพลงฮิตในช่องทางนี้ และล่าสุดมิวสิค สตรีมมิ่ง หรือการฟังเพลงผ่านระบบออนไลน์ โดยการเสียค่าสมาชิกเป็นรายเดือนและสามารถเก็บเพลงฟังในระบบออฟไลน์ได้ ก็กำลังกลายเป็นเทรนด์หลักการฟังเพลงของคนรุ่นใหม่

แอพพลิเคชั่นมิวสิค สตรีมมิ่ง ต่างทยอยมาเปิดบริการในเมืองไทยในรอบปีสองปีที่ผ่านมา อาทิ ดีเซอร์ แอปเปิ้ลมิวสิค ทิดัล ไลน์มิวสิค เคเคบ๊อกซ์ จูคซ์ กูเกิลเพลย์มิวสิค เป็นต้น ซึ่งมีค่าบริการที่ไม่แพงมากในการเช่าฟังเพลงในแต่ละเดือนอยู่ที่ระดับร้อยต้นๆ ถึงหลายร้อยบาท แล้วแต่แพ็กเกจของคุณภาพเสียง หรือแม้กระทั่งให้ฟังฟรีแต่มีโฆษณา และนี่คือช่องทางสร้างรายได้ใหม่ของธุรกิจเพลง

การซื้อเพลงอย่างถูกลิขสิทธิ์ ผ่านการดาวน์โหลดเพลงในระบบดิจิทัลที่ทำเงินได้พอประมาณ รายได้อีกก้อนที่มาทดแทนยอดขายของซีดีและเอ็มพี 3 ที่หายไป ก็คือการจัดเก็บลิขสิทธิ์เพลง กษม อดิศัยปัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล (MPI) กล่าวว่า การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ของ MPI ในปัจจุบัน แบ่งการจัดเก็บออกเป็น 2 ส่วน คือ ลิขสิทธิ์เพลงของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งจะนำไปจัดสรรให้กับคนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเพลงทั้งหมด อย่างผู้แต่งเนื้อร้อง ทำนอง ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน ผู้ควบคุมการผลิต รวมทั้งนักร้อง คิดเป็นสัดส่วน 80% และที่เหลือเป็นการดูแลลิขสิทธิ์เพลงของค่ายเพลง ครูเพลง ศิลปิน ที่ไม่ได้สังกัดค่าย

ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา กษม บอกว่า การจัดเก็บลิขสิทธิ์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 10-20% ซึ่งหมายถึงคนเริ่มเข้าใจและยอมรับเข้ามาในระบบมากขึ้น

 

สุดเจ๋ง!ชมคลิปตัวอย่างเกมผีโดยคนไทย หลอนระดับ5กะโหลก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 13:02 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417357

สุดเจ๋ง!ชมคลิปตัวอย่างเกมผีโดยคนไทย หลอนระดับ5กะโหลก!

ชมคลิปตัวอย่างARAYAเกมผีโดยฝีมือคนไทย หลอนระดับเคียงข้างต่างชาติ

ก่อนหน้านี้ได้มีกลุ่มนักศึกษาไทย คณะดิจิทัลมีเดีย ดิจิทัลมีเดีย สาขาการออกแบบอินเทอร์แอคทีฟและเกม จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้สร้างผลงานวีดีโอเกมสยองขวัญสั้นๆ ภายใต้ชื่อ The Hospital Haunted Be Lost ที่รองรับการเล่นแบบโลกเสมือนผ่านแว่นตา VR จนดังไกลไปจนชาวเกมเมอร์ต่างชาติบางคนออกปากชมว่าหลอนสุดๆ

ล่าสุดทีมพัฒนากลุ่มเดิมได้กลับมาอีกครั้งในนาม MAD VR STUDIO พร้อมเปิดตัววีดีโอมสุดหลอนต่อยอดจากโปรเจ็คเดิมในชื่อว่า ARAYA ซึ่งจะให้ผู้เล่นรับบทเป็นตัวละคร 3 ตัว แก้ไขปริศนาภายในโรงพยาบาลเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมหญิงสาว

วีดีโอเกมดังกล่าวจะรองรับแว่นตาโลกเสมือนจริงอย่าง VR ดังเดิม โดยขณะนี้กำลังเปิดโหวตเพื่อให้ได้วางขายบน’สตีม’ซึ่งเป็นเครือข่ายจำหน่ายเกมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก คาดว่าจะสามารถวางจำหน่ายได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

ที่มา http://arayagame.com/, http://steamcommunity.com/sharedfiles/filedetails/?id=627023488

แอปเปิล ปะทะ เอฟบีไอ สะเทือนวงการเทคโนโลยี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 08:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/417299

แอปเปิล ปะทะ เอฟบีไอ สะเทือนวงการเทคโนโลยี

โดย…ช้องนาง ปรีชาเจริญศิลป์

จากกรณีที่ ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของแอปเปิล บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐ ปฏิเสธคำร้องของสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ที่ต้องการให้แอปเปิลปลดล็อกโทรศัพท์ไอโฟนของ ซายอิด ริซวาน ฟารุค หนึ่งในผู้ก่อเหตุกราดยิงที่เมืองซานเบอร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสหรัฐ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

คำร้องดังกล่าวเสนอให้แอปเปิลแปลงข้อมูลในไอโฟนของฟารุค เพื่อให้เอฟบีไอใส่รหัสผ่านได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วไอโฟนจะจำกัดจำนวนการเข้ารหัสได้ไม่เกิน 10 ครั้ง และหากเกินกว่านั้นจะทำให้ระบบลบข้อมูลในตัวเครื่องทันทีโดยอัตโนมัติ หรืออีกทางเลือกคือ แอปเปิลต้องให้ความร่วมมือกับเอฟบีไอในการสุ่มรหัสผ่านไอโฟนของฟารุค

ทั้งนี้ ทิม คุก ปฏิเสธคำร้องดังกล่าวโดยระบุว่า บริษัทคัดค้านข้อเรียกร้องของเอฟบีไอ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท ละเมิดระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า และคำร้องเกินขอบเขตอำนาจของกฎหมาย อีกทั้ง การปฏิบัติตามคำร้องครั้งนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ทำให้แอปเปิลต้องปฏิบัติคำร้องของรัฐบาลทั่วโลกในการเจาะข้อมูลความปลอดภัยของลูกค้า

“รัฐบาลต้องการให้แอปเปิลเจาะข้อมูลลูกค้าของตัวเอง และละเมิดนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทที่คุ้มครองความปลอดภัยลูกค้า การกระทำดังกล่าวจะเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว” ทิม คุก ระบุ

หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ระบุว่า การแก้ไขระบบเข้ารหัสและเขียนระบบรักษาความปลอดภัยใหม่อาจส่งผลกระทบที่มากกว่าการปลดล็อกไอโฟน ซึ่งรัฐบาลอาจเรียกร้องให้แอปเปิลออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ที่เป็นไปตามความต้องการของรัฐบาล และเป็นไปได้ว่า บรรดาแฮ็กเกอร์จะสามารถเจาะข้อมูลได้ง่ายขึ้น

แอปเปิลได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทเทคโนโลยีที่ออกแบบระบบซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และชิปข้อมูลเอง ซึ่งทำให้การเข้ารหัสของแอปเปิลมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างกูเกิล ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นรายใหญ่ ไมโครซอฟท์ บริษัทเทคโนโลยีชื่อดัง และเฟซบุ๊ก สังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มีการเข้ารหัสเช่นกัน แต่ในระดับที่ซับซ้อนน้อยกว่า

คริส โซโกฮ์เอียน ผู้อำนวยการด้านเทคโนโลยีของสหภาพสิทธิเสรีภาพพลเรือนสหรัฐ (เอซีแอลยู) ระบุว่า คำร้องของเอฟบีไอที่ต้องการให้แอปเปิลเจาะการเข้ารหัสไอโฟนของฟารุค ไม่เพียงแต่กระทบไอโฟนเท่านั้น แต่ยังกระทบสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกลดลงจากความกังวลว่า ผู้ให้บริการสามารถเจาะระบบได้แม้เจ้าของโทรศัทพ์จะไม่ยินยอม

ด้าน แจน โคอุม ซีอีโอของ วอทส์แอพ แอพพลิเคชั่นสนทนารายใหญ่ กล่าวว่า คำร้องของเอฟบีไอในครั้งนี้จำเป็นต้องขัดขวาง เนื่องจากเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพและอิสรภาพของผู้ใช้บริการ

ทิม คุก

 

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ สังคมออนไลน์ขนาดใหญ่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของแอปเปิลที่ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาล โดยเฟซบุ๊กเตือนว่า คำร้องของเอฟบีไออาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในอนาคต พร้อมยืนยันว่า เฟซบุ๊กจะต่อต้านความพยายามของรัฐบาลที่อาจทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์เทคโนโลยีอ่อนแอลง

“แม้เราจะได้รับคำร้องตามกฎหมายจากหน่วยงานของรัฐบาล แต่เราก็ขอยืนยันว่าจะต่อต้านคำร้องที่ต้องการให้บริษัทเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัท ซึ่งคำร้องเช่นนี้อาจนำไปสู่บรรทัดฐานใหม่และเป็นอุปสรรคต่อความพยายามของบริษัทในการรักษาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์” แถลงการณ์ของเฟซบุ๊กระบุ

จากกรณีดังกล่าว บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จำนวนมากออกมาสนับสนุนการตัดสินใจของแอปเปิล โดยเอ็ดเวิร์ด สโนวเดน อดีตลูกจ้างหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) ผู้เปิดโปงการล้วงข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า หากเอฟบีไอชนะคดีนี้อาจนำไปสู่การใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม และสหรัฐจะเป็นเพียงประเทศเดียวที่ไม่สามารถให้ความคุ้มครองผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ประเทศอื่นสามารถทำได้

อย่างไรก็ดี แม้จะมีหลายฝ่ายให้การสนับสนุนแอปเปิล แต่สำหรับ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า เห็นด้วยกับคำสั่งศาล 100% เนื่องจากในกรณีนี้มีความจำเป็นที่ต้องเจาะข้อมูลไอโฟนของ
ฟารุค

สอดคล้องกับ ไอแอนเน เฟนสไตน์ วุฒิสมาชิกรัฐแคลิฟอร์เนียจากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า เชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีความรับผิดชอบต่อคำร้องเจาะการเข้ารหัสไอโฟน ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถคลี่คลายคดีก่อการร้ายนี้ได้ และคาดหวังว่าแอปเปิลจะให้ความร่วมมือ

ด้าน ทอม คอตตอน วุฒิสมาชิกรัฐอาคันซอจากพรรครีพับลิกัน กล่าวโจมตีแอปเปิลว่าต้องการคุ้มครองกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) มากกว่าการคุ้มครองความปลอดภัยของพลเรือนสหรัฐ ซึ่งทำให้แอปเปิลกลายเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของกลุ่มก่อการร้าย กลุ่มค้ายาเสพติด และกลุ่มผิดกฎหมายอื่นๆ

ประเด็นระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ระดับโลก ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เพราะนอกจากจะสะเทือนถึงวงการเทคโนโลยีแล้ว ยังกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานด้วย

หนังสือพิมพ์ เดอะ วอชิงตันโพสต์ ระบุว่า คำร้องของรัฐบาลสหรัฐในครั้งนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำความไม่ปลอดภัยทางข้อมูลในอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีติดเซ็นเซอร์ในเครื่องใช้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้แต่เสื้อผ้า ซึ่งจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ เหมือนเช่นโทรทัศน์อัจฉริยะที่รับรู้ได้ว่าผู้ใช้งานต้องการเปลี่ยนช่อง และรายการไหนที่ผู้ใช้งานชอบหรือไม่ชอบ

แม้จะดูเหมือนเป็นเทคโนโลยีที่ให้ความสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้งาน แต่ในทางกลับกัน เทคโนโลยีเหล่านี้กลับบกพร่องในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว ซึ่งเป็นการง่ายสำหรับบริษัทผู้ผลิตในการกล่าวขอโทษและเรียกคือผลิตภัณฑ์ แทนที่จะพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงให้กับสินค้า

การปฏิเสธคำร้องของแอปเปิลและกูเกิลจึงสะท้อนให้เห็นถึงการยืนหยัดต่อนโยบายความเป็นส่วนตัวและการรักษาสิทธิของผู้บริโภค

“ทุกคนให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากรัฐบาลได้ทุกอย่างอย่างที่ต้องการ นั่นหมายความว่า รัฐบาลมีอำนาจที่จะสั่งการให้บริษัทเทคโนโลยีออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยแบบที่รัฐบาลต้องการ” โซโกฮ์เอียน ระบุ