สหรัฐยอมรับรัสเซียขายพลังงานได้มากขึ้น แม้ถูกคว่ำบาตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685332

วันที่ 10 มิ.ย. 2565 เวลา 14:15 น.

สหรัฐยอมรับรัสเซียขายพลังงานได้มากขึ้น แม้ถูกคว่ำบาตร

สหรัฐยอมรับรัสเซียอาจโกยเงินจากการขายพลังงานมากกว่าช่วงก่อนสงคราม

สำนักข่าว Reuters รายงานว่าอามอส โฮชสไตน์ ทูตพิเศษด้านความมั่นคงทางพลังงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวกับสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. โดยยอมรับว่าในขณะนี้รัสเซียอาจได้กำไรจากการขายน้ำมันดิบและก๊าซมากกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามในยูเครน ขณะที่ราคาพลังงานในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอันเป็นผลกระทบมาจากการที่ตะวันตกแบนการนำเข้าจากรัสเซีย

โฮชสไตน์กล่าวว่าเขาปฏิเสธไม่ได้ว่ารัสเซียทำเงินได้มากกว่าช่วงก่อนสงคราม ขณะที่สหรัฐและสหภาพยุโรปเห็นชอบที่จะห้ามการนำเข้าพลังงานของรัสเซีย และกำหนดมาตรการคว่ำบาตรที่ทวีความรุนแรงขึ้นเพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน

ในขณะที่ความเคลื่อนไหวเหล่านั้นกระตุ้นให้ราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่วนรัสเซียขายให้แก่ประเทศอื่นๆ ในราคาถูก รวมถึงผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่ในจีนและอินเดีย

โฮชสไตน์กล่าวว่าแม้รัสเซียจะขายพลังงานราคาถูกให้แก่จีนและอินเดีย แต่ก็ยังมีแนวโน้มว่ารายรับของรัสเซียจะสูงขึ้นในขณะนี้ พร้อมเสริมว่าเขาได้เจรจากับอินเดียไม่ให้ซื้อน้ำมันรัสเซียมากเกินไป และเรียกร้องให้อินเดียไม่แสวงหาผลประโยชน์จากการที่รัสเซียลดราคาน้ำมัน

พร้อมกล่าวว่าเขาเชื่อว่ามี “เพดาน” สำหรับปริมาณน้ำมันที่อินเดียจะซื้อจากรัสเซีย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

Financial Times รายงานว่าการขนส่งน้ำมันดิบได้ไหลเข้าสู่เอเชียมากขึ้นในขณะที่ตะวันตกหลีกเลี่ยงการนำเข้าจากรัสเซียเพื่อเป็นการตอบโต้การรุกรานยูเครน รวมถึงอินเดียซึ่งนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มขึ้น หลังจากที่ยุโรปลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย

Photo by REUTERS/File Photo

ปูตินยอมรับทำสงครามยูเครนเพราะต้องการชิงแผ่นดินคืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685324

วันที่ 10 มิ.ย. 2565 เวลา 12:04 น.

ปูตินยอมรับทำสงครามยูเครนเพราะต้องการชิงแผ่นดินคืน

ปูตินประกาศลั่น “ผมจะทวงคืนดินแดนให้รัสเซียเหมือนปีเตอร์มหาราช”

The Telegraph รายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียอ้างว่าเป็นความรับผิดชอบของตัวเองในการยึดคืนและเสริมกำลังยูเครน ในขณะที่เขาดูเหมือนจะยอมรับในที่สุดว่าการทำสงครามในยูเครนคือการคืนดินแดนให้รัสเซีย

ผู้นำรัสเซียเข้าร่วมการประชุมกับบรรดาเจ้าของกิจการรุ่นใหม่ก่อนที่จะเปิดฉากการประชุมสภาเศรษฐกิจโลกนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในกรุงมอสโก และได้พูดเปรียบเทียบความพยายามในการชนะสงครามยูเครนของตัวเองกับการทำสงครามกับสวีเดนของปีเตอร์มหาราช กษัตริย์ในช่วงศตวรรษที่ 18 ของรัสเซีย

ปูตินกล่าวว่า “ปีเตอร์มหาราชทำสงครามเหนือ (Northern War) เป็นเวลา 21 ปี ดูเหมือนว่าเขาต่อสู้กับสวีเดน ยึดดินแดน…เขาไม่ได้ยึด เขาเอามันกลับคืนมา”

ปูตินยังพูดในทำนองว่า เขาเชื่อว่าแผ่นดินยูเครนจะถูกประกาศว่าเป็นของรัสเซียเร็วๆ นี้ และในท้ายที่สุดจะได้รับการยอมรับว่าเป็นเช่นนั้น โดยเปรียบกับชัยชนะของปีเตอร์มหาราช

“ทำไมต้องรุกราน? เพื่อทวงคืน (ดินแดนของเรา) และเสริมกำลัง (รัฐ) นั่นคือสิ่งที่เขาทำ ดูเหมือนว่ามันถึงคราวของเราแล้วที่จะต้องทวงคืน (ดินแดน) และเสริมกำลัง (รัฐ)” ปูตินกล่าว “เมื่อครั้งที่ปีเตอร์มหาราชก่อตั้งเมืองหลวงแห่งใหม่ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไม่มีประเทศยุโรปประเทศไหนที่ยอมรับว่าดินแดนนี้เป็นของรัสเซีย ทุกคนยอมรับว่ามันคือสวีเดน”

นอกจากนี้ ผู้นำรัสเซียยังคงกล่าวโทษชาวยูเครนเกี่ยวกับสงครามว่า “ทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในยูเครนคือฝันร้ายและน่ากลัว และเราไม่ควรโทษเฉพาะชาวยูเครนเท่านั้นแต่ควรโทษพลเรือนทั้งหมด และแน่นอน โทษสหรัฐ”

Sputnik/Mikhail Metzel/Kremlin via REUTERS

เซี่ยงไฮ้หวนล็อกดาวน์ ปูพรมตรวจโควิด 2.7 ล้านคน ฉุดหุ้นจีนร่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685323

วันที่ 10 มิ.ย. 2565 เวลา 11:36 น.

เซี่ยงไฮ้หวนล็อกดาวน์ ปูพรมตรวจโควิด 2.7 ล้านคน ฉุดหุ้นจีนร่วง

หลังเปิดเมืองได้เพียงไม่กี่วัน เขตในนครเซี่ยงไฮ้ล็อกดาวน์อีกครั้ง ปูพรมตรวจโควิด 2.7 ล้านคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าทางการนครเซี่ยงไฮ้ ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศจีนออกคำเตือนโควิด-19 และประกาศว่าจะกลับมาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้งในเขตหมินหาง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย.) หลังจากที่เพิ่งคลายล็อกดาวน์เป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่รัฐบาลจีนยังคงยึดมั่นนโยบายปลอดโควิด โดยมุ่งยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้เร็วที่สุด ทางการเขตหมินหางระบุว่าประชาชนในพื้นที่ทั้งหมด 2.7 ล้านคนจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์จนกว่าจะดำเนินการตรวจหาเชื้อครบทุกคน

อย่างไรก็ตาม การล็อกดาวน์เขตหมินหางเป็นที่ถกเถียงเนื่องจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติแถลงผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ในเซี่ยงไฮ้จำนวน 9 คน ไม่มีใครอาศัยในเขตหมินหาง

โดยสเตรตส์ไทมส์รายงานว่าข่าวการล็อกดาวน์เขตหมินหาง ในนครเซี่ยงไฮ้ของจีน ซึ่งมีประชากรกว่า 2 ล้านคนฉุดให้หุ้นจีนร่วงลง

ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าการปิดเมืองเซี่ยงไฮ้เป็นเวลา 2 เดือน และการปิดห้างสรรพสินค้าและสถานที่หลายแห่งทั่วปักกิ่ง ตลอดจนการจำกัดการเดินทางในหลายเมืองช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจีนเป็นอย่างมาก ท่ามกลางห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงัก และการค้าระหว่างประเทศที่ชะลอตัว

แต่ในเดือนพ.ค. ทางการจีนเริ่มฟื้นฟูภาคธุรกิจและผ่อนคลายมาตรการบางอย่าง ซึ่งช่วยให้การส่งออกของจีนในเดือนนั้นเติบโตขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก ทว่าบรรดานักธุรกิจและนักลงทุนยังคงไม่ไว้วางใจ

“บรรยากาศทางธุรกิจยังไม่เป็นไปในเชิงบวก เพราะแม้จะมีการเปิดเมืองต่างๆ แต่นโยบายปลอดโควิดก็ยังคงอยู่ เราไม่รู้เลยว่าเมืองต่างๆ จะกลับมาล็อกดาวน์อีกเมื่อไร” คริสตอฟ เลาราส ประธานหอการค้าฝรั่งเศสในจีนกล่าวกับรอยเตอร์ส

Photo by REUTERS/Aly Song

จีนให้อภัยแจ็ค หม่า? เล็งฟื้นแผนเสนอขาย IPO ของ Ant Group

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685278

วันที่ 09 มิ.ย. 2565 เวลา 18:30 น.

จีนให้อภัยแจ็ค หม่า? เล็งฟื้นแผนเสนอขาย IPO ของ Ant Group

หน่วยงานกำกับดูแลของจีนเริ่มเจรจาเกี่ยวกับการฟื้นแผนเสนอขาย IPO ของ Ant Group หลังถูกเบรกไปเมื่อปี 2020

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. บลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาฟื้นฟูแผนเสนอขาย IPO ของ Ant Group บริษัทฟินเทคยักษ์ใหญ่ซึ่งแยกออกมาจาก Alibaba ของแจ็ค หม่า

หลังจากที่ในปี 2020 ทางการจีนมีคำสั่งฟ้าผ่าระงับการเปิดขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก (IPO) ของ Ant Group ซึ่งจะมีมูลค่าถึง 37,000 ล้านเหรียญสหรัฐและหากสำเร็จจะเป็น IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก

โดยในขณะนั้นทางการจีนเดินหน้าปราบปรามบริษัทยักษ์ใหญ่หลายรายทั้งในธุรกิจอีคอมเมิร์ซไปจนถึงธุรกิจการศึกษา ซึ่งทำให้ Alibaba สูญเงินค่าปรับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยจำนวน 2,750 ล้านเหรียญสหรัฐ ฐานละเมิดกฎระเบียบในการต่อต้านการผูกขาดตลาด

ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดนี้นับว่าเป็นสัญญาณบวกสำหรับนักลงทุนว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดได้จบลงแล้ว โดยในวันนี้ หุ้นของ Alibaba Group Holdings บริษัทแม่ของ Ant Group ซึ่งจดทะเบียนในตลาดสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 4% ในการซื้อขายช่วงก่อนการเปิดตลาด ตามรายงานของรอยเตอร์ส

นอกจากนี้ หุ้นเทคโนโลยีของจีนทะยานขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ว่าทางการจีนกำลังเตรียมสรุปการสอบสวนกรณี Didi Global Inc. และอนุญาตให้แอปพลิเคชันของ Didi กลับมาให้บริการในแอปสโตร์

หลังจากที่ถูกรัฐบาลสั่งให้ระงับการให้บริการในจีนเมื่อปี 2020 ไม่กี่วันหลังจากที่บริษัทเสนอขายหุ้นในตลาดนิวยอร์ก โดยให้เหตุผลว่าบริษัทได้รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้อย่างผิดกฎหมาย

Photo by REUTERS/Aly Song/File Photo

ส่องเพื่อนบ้าน ติดตามความคืบหน้าอีกก้าวของรถไฟความเร็วสูงอินโดนีเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685281

วันที่ 09 มิ.ย. 2565 เวลา 18:58 น.

ส่องเพื่อนบ้าน ติดตามความคืบหน้าอีกก้าวของรถไฟความเร็วสูงอินโดนีเซีย

ทางม้าเหล็กเร็วสูง ‘จาการ์ตา-บันดุง’ ติดตั้ง ‘สายไฟเพิ่มเติม’ เส้นแรกแล้ว

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าโครงการทางรถไฟความเร็วสูงสายจาการ์ตา-บันดุง ระยะทาง 142.3 กิโลเมตร ในอินโดนีเซีย ดำเนินการติดตั้งสายไฟเพิ่มเติมของระบบจ่ายไฟฟ้าเหนือหัวสำเร็จเมื่อวันอังคาร (7 มิ.ย.) ที่ผ่านมา

แถลงการณ์จากเคซีไอซี (KCIC) กิจการร่วมค้าระหว่างจีน-อินโดนีเซีย และผู้ดำเนินโครงการดังกล่าว เปิดเผยว่าการติดตั้งสายไฟเพิ่มเติมหมายความว่าระบบจ่ายไฟของโครงการฯ ได้เริ่มติดตั้งและก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบแล้ว

สายไฟยาว 1,176 เมตร ถูกติดตั้งจากสถานีเตกัลลัวร์จนถึงศูนย์ซ่อมบำรุงรถรางไฟฟ้าในเตกัลลัวร์ ย่านชานเมืองบันดุง เมืองเอกของจังหวัดชวาตะวันตก โดยทางรถไฟส่วนดังกล่าวจะเป็นส่วนจัดแสดงของโครงการฯ ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี20 (G20) ประจำปี 2022 ในอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ ทางรถไฟความเร็วสูงสายจาการ์ตา-บันดุง มีความเร็วออกแบบ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะช่วยลดระยะเวลาเดินทางระหว่างกรุงจาการ์ตาและเมืองบันดุงของจังหวัดชวาตะวันตก จากมากกว่า 3 ชั่วโมง เหลือราว 40 นาที

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ข้อมูลเพิ่มเติม – ทั้งนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูง (HSR) โครงการแรกของอินโดนีเซียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะเชื่อมต่อเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอย่างจาการ์ตาและบันดุง เมืองหลวงของชวาตะวันตก ครอบคลุมระยะทาง 142.3 กิโลเมตร ณ เดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 PT KCIC ระบุว่าการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงจาการ์ตา-บันดุงได้บรรลุถึงร้อยละ 70 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี พ.ศ. 2565 โดยไม่มีรถไฟวิ่งจนกว่าการก่อสร้างรางจะแล้วเสร็จ

ทั้งญี่ปุ่นและจีนต่างก็แสดงความสนใจในโครงการรถไฟความเร็วสูงในประเทศอินโดนีเซีย ก่อนหน้านี้ ทั้งสองประเทศได้ทำการศึกษาอย่างครอบคลุมสำหรับโครงการในส่วนจาการ์ตา-บันดุง (142.3 กม.) มีเพียงหน่วยงานความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) เท่านั้นที่ขยายการศึกษาสำหรับโครงการที่ขยายไปยังสุราบายา (730 กม.) โครงการนี้ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างญี่ปุ่นและจีนที่พยายามชิงส่วนแบ่งโครงการโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย

ปลายเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 อินโดนีเซียได้มอบโครงการรถไฟให้กับจีซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับญี่ปุ่นากันว่าข้อเสนอของจีนในการสร้างเส้นทางจาการ์ตา-บันดุงโดยไม่ต้องมีการรับประกันเงินกู้อย่างเป็นทางการหรือเงินทุนจากอินโดนีเซียถือเป็นจุดเปลี่ยนของการตัดสินใจของรัฐบาลจาการ์ตาจนมอบโครงการให้กับจีน

เซเลนสกีเตือน ผู้คนนับล้านอาจอดตายเพราะรัสเซียขวางท่าเรือส่งออกอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685273

วันที่ 09 มิ.ย. 2565 เวลา 17:59 น.

เซเลนสกีเตือน ผู้คนนับล้านอาจอดตายเพราะรัสเซียขวางท่าเรือส่งออกอาหาร

ผู้นำกล่าวว่าผู้คนนับล้านอาจอดอยากเนื่องจากการปิดท่าเรือของยูเครนของรัสเซีย

รอยเตอร์ – ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี เตือนว่าผู้คนหลายล้านอาจอดอยากเนื่องจากการปิดล้อมท่าเรือทะเลดำของยูเครนของรัสเซียซึ่งเขากล่าวว่าจะทำให้โลกเผชิญกับ “วิกฤตการณ์อาหารอันเลวร้าย”

รัสเซียยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของชายฝั่งยูเครน สกัดกั้นการส่งออกสินค้าเกษตร และทำให้ต้นทุนธัญพืชพุ่งสูงขึ้น

เซเลนสกีกล่าวว่าขณะนี้ยูเครนไม่สามารถส่งออกข้าวสาลี ข้าวโพด น้ำมันพืช และผลิตภัณฑ์อื่นๆ จำนวนมากที่มีบทบาทในการ “สร้างเสถียรภาพในตลาดโลก” ได้

“ผู้คนหลายล้านคนอาจอดอยากถ้ารัสเซียยังคงปิดล้อมทะเลดำ” เขากล่าวในแถลงการณ์ทางวิดีโอของงาน TIME100 Gala 2022 ในนิวยอร์กที่ทางการยูเครนเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี

ยูเครนและตะวันตกกล่าวหารัฐบาลมอสโกว่าใช้เสบียงอาหารเป็นอาวุธ รัสเซียกล่าวว่าทุ่นระเบิดของยูเครนที่วางทิ้งไว้ในทะเลและการคว่ำบาตรจากนานาชาติต่อมอสโกเป็นฝ่ายที่จะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้มากกว่า

ยูเครนเคยส่งออกสินค้าส่วนใหญ่ผ่านทางท่าเรือ แต่เนื่องจากการรุกรานของรัสเซียในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ถูกบังคับให้ขนส่งธัญพืชโดยรถไฟผ่านชายแดนตะวันตกของยูเครนหรือผ่านท่าเรือแม่น้ำดานูบที่มีเส้นทางทางน้ำเล็กๆ

เซเลนสกี ซึ่งอยู่ในรายชื่อ 100 คนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในปี 2565 ของนิตยสารไทม์ กล่าวว่าเขารู้สึกขอบคุณประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ สำหรับการ “รวมพลังโลกเสรีเมื่อภัยคุกคามของรัสเซียเกิดขึ้น”

นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้พันธมิตรของยูเครนจัดหาอาวุธให้มากขึ้น โดยเปรียบเทียบระหว่างสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นความน่าชิงชังของรัสเซียกับโควิด-19

“อาวุธและการคว่ำบาตรก็เป็นวัคซีนเช่นกัน: วัคซีนป้องกันโควิด22 ที่รัสเซียนำมา ความเกลียดชังคือไวรัส และมันร้ายแรงกว่าโควิด-19 เสียอีก” เขากล่าว

รัสเซียไม่ตอบสนองต่อความคิดเห็นของเซเลนสกีในทันที มอสโกกล่าวว่า “ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ” ในยูเครนมีวัตถุประสงค์เพื่อปลดอาวุธและ “ทำลายล้างพวกนาซี” ในเพื่อนบ้านของตน ยูเครนและพันธมิตรกล่าวว่ามอสโกได้เปิดตัวสงครามรุกรานโดยปราศจากการยั่วยุ

Photo – Ukrainian Presidential Press Service/via Reuters

ไบเดนลั่นเงินเฟ้อคือ ‘หายนะ’ ของสหรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685252

วันที่ 09 มิ.ย. 2565 เวลา 14:35 น.

ไบเดนลั่นเงินเฟ้อคือ ‘หายนะ’ ของสหรัฐ

ผู้นำสหรัฐร่วมรายการทอล์กโชว์พูดถึงเรื่องเงินเฟ้อที่กำลังเล่นงานสหรัฐ

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ระหว่างที่ปรากฏตัวในรายการทอล์กโชว์ Jimmy Kimmel Live! ของพิธีกรชื่อดัง จิมมี คิมเมล ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เผยว่าภาวะเงินเฟ้อคือ “หายนะ” ของสหรัฐ และว่าราคาอาหารและน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงอาจชดเชยด้วยการออกกฎหมายลดค่าใช้จ่ายของยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์และค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตร

“เงินเฟ้อคือหายนะของการดำรงอยู่ของเรา เงินเฟ้อส่วนใหญ่อยู่ในอาหารและน้ำมันเบนซินที่หน้าปั๊ม” ไบเดนเผย

ราคาสินค้าที่สูงขึ้นกลายเป็นปัญหาทางการเมืองที่สำคัญที่สุดสำหรับไบเดน ความไม่พอใจของชาวอเมริกันต่อราคาน้ำมันเบนซินสูงเป็นประวัติการณ์และสินค้าต่างๆ ที่พากันขึ้นราคาในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมอาจสร้างแผลให้กับพรรคเดโมแครต

ก่อนหน้านี้ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐเผยว่า ภาวะเงินเฟ้อจะยังคงสูงต่อไป

ในรายการทอล์กโชว์ ไบเดนย้ำคำพูดของเยลเลนโดยบอกว่า แม้ว่าเงินเฟ้อจะสูง แต่เศรษฐกิจสหรัฐมีความยืดหยุ่นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ “เศรษฐกิจของเราแข็งแกร่งที่สุด อย่างน้อยก็ทำให้เราอยู่เหนือและนำหน้าสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกได้เล็กน้อย”

ไบเดนไม่ได้เอ่ยถึงมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาราคาสินค้าที่สูงขึ้น แต่ส่งสัญญาณว่าสภาคองเกรสควรชดเชยด้วยการลดค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับครัวเรือน “รวมถึงประกันสุขภาพ ยาตามใบสั่งแพทย์ และค่าเลี้ยงดูบุตร และผมกำลังเสนอ และผมคิดว่าเราทำได้ ผมเสนอให้ลดต้นทุนของสิ่งเหล่านั้น”

ทั้งนี้ สหรัฐจะรายงานตัวเลขเงินเฟ้อในวันศุกร์นี้ตามเวลาท้องถิ่น และ การีน ฌอง ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาวเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทำเนียบขาวไม่คาดหวังว่าจะได้รับข่าวดีจากรายงาน “เราคาดว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเพิ่มขึ้น”

REUTERS/Tom Brenner

ยูเครนลั่นเป้าหมายสูงสุดคือการทวงคืนดินแดนทั้งหมดจากรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685234

วันที่ 09 มิ.ย. 2565 เวลา 11:40 น.

ยูเครนลั่นเป้าหมายสูงสุดคือการทวงคืนดินแดนทั้งหมดจากรัสเซีย

ผู้นำยูเครนชี้การฟื้นฟูดินแดนของประเทศให้กลับคืนสู่สภาพเดิมถือเป็นชัยชนะของยูเครน

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. AFP รายงานว่าประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวกับ Financial Times ของอังกฤษว่าการคุมเชิงกับรัสเซียอยู่แบบนี้ไม่ใช่ทางเลือกของยูเครน แต่สนามรบจะเป็นตัวชี้วัดชัยชนะ ซึ่งการฟื้นฟูพรมแดนของยูเครนให้กลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนรัสเซียรุกรานเมื่อเดือนก.พ. ถือว่าเป็นชัยชนะของยูเครน

เซเลนสกีกล่าวว่า “เป้าหมายสูงสุดคือการทวงคืนดินแดนทั้งหมดของเรา” แต่เสริมว่าปัญหาในตอนนี้คือยูเครนมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ด้อยกว่ารัสเซียทำให้ไม่สามารถรุกได้มากกว่านี้

“ยูเครนกำลังจะประสบความสุญเสียมากขึ้นและสิ่งสำคัญสำหรับผมคือประชาชน” ผู้นำยูเครนกล่าวพร้อมเรียกร้องให้ต่างประเทศให้การสนับสนุนยูเครน

ทั้งนี้ เซเลนสกียืนยันว่าเขาพร้อมที่จะเจรจากับรัสเซีย แต่จะไม่คุยกับใครทั้งนั้นถ้าไม่ใช่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และเสริมว่าสงครามควรยุติที่โต๊ะเจรจา

Photo by REUTERS/Gleb Garanich

จีนเผยแผนที่ดวงจันทร์ใหม่ ละเอียดที่สุดในโลก ณ เวลานี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685186

วันที่ 08 มิ.ย. 2565 เวลา 16:43 น.

จีนเผยแผนที่ดวงจันทร์ใหม่ ละเอียดที่สุดในโลก ณ เวลานี้

จีนเผยแพร่แผนที่ทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์ในระดับ 1:2,500,000 โดยสถาบันธรณีเคมีแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์จีน

สำนักข่าว CGTN รายงานว่า สถาบันธรณีเคมีแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์จีนเผยแพร่แผนที่ดวงจันทร์ในวารสารจดหมายข่าว Science Bulletin เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม เป็นแผนที่ทางธรณีวิทยาที่ครอบคลุมใหม่ของดวงจันทร์ในระดับ 1:2,500,000 ที่มีรายละเอียดมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน

แผนที่ประกอบด้วยหลุมอุกกาบาต 12,341 หลุม 81 แอ่งที่เกิดจากแรงกระแทกของอุกกาบาต 17 แห่ง และโครงสร้าง 14 ประเภท ให้ข้อมูลมากมายเกี่ยวกับธรณีวิทยาของดวงจันทร์และวิวัฒนาการของดวงจันทร์ คาดว่าจะมีส่วนสนับสนุนอย่างมากต่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การสำรวจ และการเลือกพื้นที่ลงจอดบนดวงจันทร์

ทั้งนี้ CGTN รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนจากสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยหลายแห่งได้สร้างแผนที่ภูมิประเทศที่มีความละเอียดสูงชิ้นนี้โดยอิงจากข้อมูลจากโครงการสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ (Chang’e project) ของจีน และข้อมูลอื่นๆ และผลการวิจัยจากองค์กรระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ โครงการสำรวจดวงจันทร์ของจีน หรือที่รู้จักในชื่อโครงการ Chang’e ซึ่งตั้งตามชื่อเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ของจีน เป็นชุดภารกิจหุ่นยนต์ดวงจันทร์ต่อเนื่องโดยองค์การอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) โปรแกรมนี้ประกอบด้วยยานโคจรรอบดวงจันทร์ ยานลงจอด รถโรเวอร์ และยานอวกาศส่งคืนตัวอย่าง ซึ่งดำเนินการโดยใช้จรวดลองมาร์ช การปล่อยและเที่ยวบินจะถูกตรวจสอบโดยระบบ telemetry การติดตามและคำสั่ง (TT&C) ซึ่งใช้เสาอากาศวิทยุ 50 เมตร ในปักกิ่งและเสาอากาศ 40 เมตร  ในคุนหมิง เซี่ยงไฮ้ และอุรุมชี สร้างเสาอากาศ VLBI ระยะทาง 3,000 กิโลเมตร

ยานอวกาศลำแรกของโครงการ คือ ยานโคจรรอบดวงจันทร์ฉางเอ๋อ 1 ถูกปล่อยจากศูนย์ส่งดาวเทียมซีชาง เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2550  ซึ่งล่าช้าไปจากวันที่วางแผนไว้ตอนแรกเมื่อวันที่ 17-19 เมษายน พ.ศ. 2550 ยานอวกาศลำที่สอง ฉางเอ๋อ2 ถูกปล่อยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2553 ฉางเอ๋อ 3 ซึ่งรวมถึงแลนเดอร์และรถแลนด์โรเวอร์ เปิดตัวเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556 และประสบความสำเร็จในการลงจอดบนดวงจันทร์เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ฉางเอ๋อ 4 ซึ่งรวมถึงแลนเดอร์และรถแลนด์โรเวอร์ เปิดตัวเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561 และ ลงจอดเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2562 บนแอ่งขั้วใต้-ไอทเคน ด้านไกลของดวงจันทร์ ภารกิจส่งคืนตัวอย่าง ฉางเอ๋อ 5 ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 และกลับคืนในวันที่ 16 ธันวาคมในปีเดียวกัน ได้นำตัวอย่างดวงจันทร์ 1,731 กรัม (61.1 ออนซ์) กลับมายังโลก

จีนเผยแผนที่ดวงจันทร์ใหม่ ละเอียดที่สุดในโลก ณ เวลานี้

E-Newsletter

Admiral Kuznetsov เรือบรรทุกเครื่องบินลำยักษ์ หนึ่งเดียวของรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685190

วันที่ 08 มิ.ย. 2565 เวลา 18:00 น.

Admiral Kuznetsov เรือบรรทุกเครื่องบินลำยักษ์ หนึ่งเดียวของรัสเซีย

เรือบรรทุกเครื่องบินเพียงลำเดียวของรัสเซียเกิดปัญหาระหว่างการซ่อมแซมอีกครั้ง ต้องจอดอยู่ในอู่อีกนาน

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. Reuters รายงานโดยอ้าง Tass สำนักข่าวรัสเซียว่าเรือบรรทุกเครื่องบินเพียงลำเดียวของรัสเซีย Admiral Kuznetsov (จอมพล คูซเนตซอฟ) ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 1985 ประสบปัญหาความล่าช้าในการซ่อมแซม และไม่สามารถออกปฏิบัติภารกิจได้จนถึงปี 2024 เป็นอย่างน้อย

แหล่งข่าวกล่าวกับ Tass ว่าพบข้อบกพร่องบางอย่างซึ่งหมายความว่าเรือจะจอดเทียบท่านานกว่าที่วางแผนไว้ในตอนแรก ซึ่งเดิมทีคาดว่าเรือลำดังกล่าวจะกลับมาให้บริการในปีนี้

Admiral Kuznetsov จอดนิ่งอยู่ในอู่มาหลายปีแล้ว โดยในปี 2019 เรือลำดังกล่าวเกิดเหตุเพลิงไหม้ส่งผลให้มีทหารรัสเซียเสียชีวิตอย่างน้อย 1 นาย และ 12 นายได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เรือต้องได้รับการซ่อมแซม

Admiral Kuznetsov เรือบรรทุกเครื่องบินลำยักษ์ หนึ่งเดียวของรัสเซีย

ต่อมาในปีที่แล้วเรือได้รับความเสียหายอีกครั้งเมื่ออู่ลอยน้ำเกิดจมระหว่างการซ่อมแซม และเครนขนาดใหญ่กระแทกเข้ากับดาดฟ้าของเรือจนพังเสียหาย

Admiral Kuznetsov ถือเป็นเรือธงแห่งกองทัพเรือรัสเซีย ถูกสร้างขึ้นโดย Black Sea Shipyard เปิดตัวในปี 1985 เดิมทีเรือลำนี้ปฏิบัติภารกิจในกองทัพเรือโซเวียต แต่เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991 เรือลำดังกล่าวเข้าประจำการอย่างเป็นทางการในกองทัพเรือรัสเซียในปี 1995

Admiral Kuznetsov เรือบรรทุกเครื่องบินลำยักษ์ หนึ่งเดียวของรัสเซีย

Admiral Kuznetsov ทำหน้าที่เป็น “เรือลาดตระเวนบรรทุกเครื่องบินหนัก” ปฏิบัตืภารกิจในการปกป้องเรือดำน้ำติดขีปนาวุธ เรือผิวน้ำ และเครื่องบินบรรทุกขีปนาวุธของกองทัพรัสเซีย และเคยเข้าร่วมสมรภูมิรบในซีเรีย

ไม่เหมือนกับเรือของกองทัพเรือตะวันตกที่ขับเคลื่อนด้วยก๊าซหรือพลังงานนิวเคลียร์ แต่ Admiral Kuznetsov ขับเคลื่อนโดยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาซูต ซึ่งนำไปสู่การพ่นควันดำ

จนตกเป็นข่าวฉาวในสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2017 จากการพ่นควันดำโขมงขณะแล่นผ่านน่านน้ำใกล้ชายฝั่งอังกฤษ ขณะที่ไมเคิล ฟอลลอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอังกฤษในขณะนั้นเรียกว่า “เรือที่น่าละอาย”

Photo by Mil.ru/Wikipedia